GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
ผลการค้นหา : "Resident Evil 2"
ฆ่า Brand เพื่อ RE Brand: กรณีศึกษาทิศทางที่เปลี่ยนไปของซีรีส์ Resident Evil
หมายเหตุ : บทความชิ้นนี้ ผู้เขียน เขียนโดยใช้ข้อมูลอ้างอิงของ Resident Evil ภาคแกนหลัก โดยไม่ได้แตะไปที่ภาคปลีกย่อย แต่ขอให้เป็นที่รับรู้และเข้าใจโดยทั่วกันว่า กระบวนการที่ Capcom ได้ทำกับซีรีส์นั้น เกิดขึ้นในภาพกว้าง โดยไม่ได้จำกัดอยู่ที่ภาคใดภาคหนึ่ง หรือสื่อใดสื่อหนึ่งเป็นการเฉพาะ หมายเหตุ 2 : ในขณะที่ผู้เขียนเขียนงานชิ้นนี้ ก็เป็นช่วงเวลาดียวกับที่คุณ Jeanette Maus ผู้ให้เสียงและ Mo-Cap ‘ลูกสาวแวมไพร์’ ใน Resident Evil : VILLAGE ได้เสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ ในวัย 39 ปี ผู้เขียนขอแสดงความอาลัยต่อการจากไป และขอให้วิญญาณของเธอไปสู่ภพภูมิที่ดี เนื่องด้วยเธอได้ดำรงความเป็นอมตะในบทบาทอันสุดยอดเป็นที่จดจำได้ในทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดตัว บนชิ้นงานที่จะสืบทอดต่อไปอีกนานเท่านาน และในขณะนี้ ทางครอบครัว Maus ยังเปิดรับเงินบริจาคสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ลำบาก ซึ่งคุณสามารถร่วมบริจาคได้ ที่นี่ *********************************************************************************************************** ย้อนเวลากลับไปที่ปี 1998 หรือเมื่อประมาณ เกือบยี่สิบสามปีที่แล้ว ในช่วงเวลาที่เครื่อง Playstation รุ่นแรกยังคงเฟื่องฟู ผู้เขียนยังเป็นเพียงเด็กชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ก็เป็นคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับประสบการณ์การเล่นเกมบนระบบดังกล่าวเช่นเดียวกับเพื่อนๆ ร่วมรุ่นทั่วไป และเป็นเวลาเดียวกับที่ซีรีส์ ‘Resident Evil’ เกมผจญภัยสยองขวัญชื่อดังของ Capcom กำลังติดลมบน จากความสำเร็จของภาคแรก และตีเหล็กกำลังร้อนของภาคที่สอง ที่แทบจะเรียกว่าร้านเกมทุกแห่งจะต้องมี และแข่งกันเล่นกับเพื่อนฝูงว่าใครจะสามารถเล่นได้เร็วที่สุด เก่งที่สุด ปลดล็อคความลับที่ซ่อนอยู่ได้มากที่สุดกว่ากัน ในยุคที่ยังไม่มีประดิษฐกรรมที่เรียกว่า ‘Achievements’ นั้น นับเป็นความท้าทายที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองและเสียงเชียร์จากเพื่อนเป็นรางวัลล้วนๆ ไม่มีเป็นอื่นใด เห็นแบบนี้ แต่นี่สุดยอดกราฟิกระดับ Next-Gen ของปี 1998 ที่ทุกคนต้องสัมผัส สำหรับ Resident Evil 2 และด้วยความนิยมอันมหาศาลของ Resident Evil 2 นี้เอง ที่ผู้เขียนได้มีโอกาสได้ ‘อ่าน’ หนังสือการ์ตูนแบบ Pirate หรือแบบพิมพ์อย่างไม่ถูกลิขสิทธิ์ ที่เอาผลงานเขียนโดยนักเขียนสายไต้หวัน (ในชื่อ Manhua [生化危機]) ที่เอาความเป็นซีรีส์ RE มาเป็นกรอบ เคลือบความเป็นการ์ตูนกำลังภายใน และเนื้อหาข้างในก็ถูกยำใส่สีตีไข่จนมั่วและแทบไม่เหลือเค้าเดิม ผู้เขียนได้แต่นั่งอ่านไปและถอนใจ ทั้งในความบรรเจิดของคนเขียน ความพยายามที่จะทำมาหากิน และความ ‘เพ้อเจ้อ’ ของการ์ตูนกำลังภายใน ที่ดูเหมือนจะหยิบจับอะไรก็ได้ มาบิดดัดให้กลายร่างเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะสามารถไปในแนวทางเหล่านั้น ให้กลายเป็นการปล่อยพลังวรยุทธ์ขั้นที่สาม สี่ และห้า ได้อย่างเข้าใจจะหาทำ... Leon ผู้สำเร็จเคล็ดวิชา G-Virus ขั้นที่ห้า ..... ก็คงมีแต่การ์ตูนจอมยุทธ์สายไต้หวันนี่ล่ะ ที่กล้าและบ้าพอจะหาทำ... แต่มาในวันนี้ ยี่สิบกว่าปีผ่านไป … กับซีรีส์ Resident Evil ที่เดินทางออกห่างจากภาค 2 มาไกลจนถึงภาค 7 และภาค VILLAGE ที่กำลังจะวางจำหน่าย แม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่เท่ากับการที่ Leon ได้เคยเป็นยอดจอมยุทธ์แห่ง G-Virus ในหนังสือการ์ตูน แต่การได้เห็น Leon กลายเป็นสุดยอดสายลับ (และนักทำลายล้างยานยนต์ทุกชนิดที่ขับขี่…), Chris Redfield ต่อยหินลาวา, Jill Valentine เป็นสุดยอดอาวุธชีวภาพเดินได้, Albert Wesker กลายเป็นสุดยอดมนุษย์กลายพันธุ์ และการผจญภัยของ Ethan Winters ที่ต่อมือขาดด้วยไวรัสได้ง่ายเหมือนหยอดยาแดงเบตาดีน (และแน่นอน… ได้เห็น Joe Baker ต่อยเหล่า ‘Molded’ ตัวขาดด้วยหมัดเปล่าใน End of Zoe ภาคเสริมของ Resident Evil 7…) วินาทีที่ Chris Redfield ผลักหินลาวา ความเป็น Resident Evil ก็แบบดั้งเดิมก็จากลาในความรู้สึกของผู้เขียนไปเรียบร้อยแล้ว... ทั้งหมดนี้ ทำให้ผู้เขียนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า นักเขียนการ์ตูนไต้หวันเหล่านั้น มีญาณทิพย์เห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นเหล่านี้ล่วงหน้าเป็นสิบกว่าปีหรือไม่ เพราะแม้จะไม่ได้เวอร์วังในสเกลเดียวกัน แต่ถ้าเทียบกับต้นกำเนิดหลักแล้ว ก็ต้องบอกว่าซีรีส์ RE นั้น ‘มาไกล’ จนเกือบเข้าข่าย ‘เพ้อเจ้อ’ อยู่ไม่น้อย และยิ่งหนักข้อขึ้นไปอีกขั้น เมื่อมันกลายเป็นหนังอย่าง Texas Chainsaw Massacre หรือ The Hills have Eyes ในธีมตระกูล Baker ของภาค 7.... แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะถ้ามองในแง่มุมการตลาดแล้ว เราจะพบว่า มันเป็น ‘กระบวนการ’ ที่ผ่านการคิดและการสร้างมาอย่างเป็นระบบ ด้วยความตั้งใจ และการใช้เวลา และเป็นการ ‘รีแบรนด์’ แบบเล่นใหญ่ในตลอดยี่สิบห้าปีในประวัติศาสตร์ของซีรีส์ที่ผ่านมา ถูกสะสม ลองผิดลองถูก และผ่านการ ‘ถูกฆ่า’ เพื่อหาสูตรสำเร็จในแต่ละช่วงเวลามาอย่างห้าวหาญมานับไม่ถ้วน ซึ่งน้อยซีรีส์นักที่จะมีความกล้าในการลงมือทำในสิ่งเหล่านี้ จนนี่ น่าจะเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย อะไรคือการ ‘รีแบรนด์’ หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า ‘รีแบรนด์’ มาบ้างจากวิชาทางด้านการตลาดและเศรษฐศาสตร์ ถ้ากล่าวโดยสรุปนั้นคือ มันเป็นกลยุทธ์ที่สินค้าและบริการหนึ่งๆ ใช้ ในการปรับ ‘ภาพลักษณ์’ เพื่อเข้าถึงความต้องการและการจดจำของลูกค้า โดยมีเหตุผลและความจำเป็นสำหรับการ ‘รีแบรนด์’ ที่สามารถสรุปได้คร่าวๆ ดังต่อไปนี้ -กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์นั้นๆ มีความเปลี่ยนแปลงไป -มีความต้องการที่จะขยายตลาดให้หลากหลาย และกว้างขวางมากขึ้น -มีสัญญาณของการ Disrupt หรือการเข้ามาของสิ่งใหม่ ที่จะทำให้รูปแบบการทำธุรกิจหรือสินค้าเดิมล้าสมัย -สัญญาณของการไม่ปรับตัวจะทำให้แบรนด์กลายเป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม ที่ยกตัวอย่างไปข้างต้น ไปเป็นเพียงเหตุ ‘คร่าวๆ’ เพราะปัจจัยในการรีแบรนด์นั้นยังมีอีกมาก (และผู้เขียนก็คงไม่ขอยกมาทั้งหมด ไม่เช่นนั้นบทความนี้อาจจะกลายเป็นตำรา Marketing 101 ไปเสียก่อน…) แต่เชื่อหรือไม่ว่า การรีแบรนด์นั้น เกิดขึ้นมาโดยตลอด และไม่เฉพาะกับแบรนด์ขนาดเล็กหรือขนาดกลาง แต่กับแบรนด์ขนาดใหญ่นั้น กลับเป็นหน่วยงานหรือองค์กรที่ผ่านขั้นตอนการ ‘รีแบรนด์’ อย่างหนักหน่วงมากที่สุด เช่น แบรนด์ Starbucks, Marvel Studios หรือของไทยอย่าง Bar-B-Q Plaza ที่ปรับภาพลักษณ์ขององค์กรอายุ 30 ปีให้สดใส จนคนคุ้นเคยกับ พี่ก้อน หรือ บาร์บีกอน กันเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การ รีแบรนด์ นั้น ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้สุ่มสี่สุ่มห้า เพราะภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไป มีผลต่อความเชื่อใจของผู้บริโภคอย่างสูง ถ้าทำอย่างไม่ระวัง ผลเสียที่เกิดขึ้นจะร้ายแรงกว่าการไม่ทำอะไรเลยเสียด้วยซ้ำ นั่นทำให้การ รีแบรนด์ คือมาตรการสุดท้าย ในสภาวะที่แบรนด์ส่อเค้าว่าจะวิกฤติ ด้วยเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้นนั่นเอง ใครๆ ก็รักพี่ก้อน และพี่ก้อน ก็คือผลลัพธ์จากการ รีแบรนด์ ครั้งสำคัญของ Bar-B-Q Plaza ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด จำเป็นแค่ไหนที่ Resident Evil จะต้อง ‘รีแบรนด์’? อันที่จริง ในช่วงเวลาที่เป็นขาขึ้นที่สุดของซีรีส์ Resident Evil อย่างภาคสองนั้น มันแทบจะเป็นจุดที่ทาง Capcom เองไม่ต้องกังวลใดๆ กับการดำรงอยู่ของแบรนด์นี้ในสายการผลิตของตัวเองด้วยซ้ำ แต่ถ้ามองในระยะยาวแล้ว เราจะพบว่า มันมีข้อจำกัดหลายอย่าง ที่จะนำซีรีส์นี้ไปสู่ ‘ทางตัน’ ได้ หากผู้พัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวิสัยทัศน์ของ Shinji Mikami ผู้เป็นโปรดิวเซอร์หลักของซีรีส์ได้มองเอาไว้ ไม่ลงมือทำอะไรสักอย่างเสียแต่เนิ่นๆ -ข้อจำกัดทางเทคโนโลยี : การเล่นในแบบมุมกล้อง CCTV Camera นั้น เป็นรูปแบบเก่าที่เกิดจากข้อจำกัดในการแสดงผล ซึ่งมันจะล้าสมัยไปในไม่ช้า -พื้นหลังเรื่องราว : วิกฤติซอมบี้ระบาดในพื้นที่จำกัด กับศัตรูรูปแบบเดิมเช่นนี้ จะเล่นได้อีกนานแค่ไหน? -การพัฒนาตัวละคร: บรรดาตัวละครทั้งหลายที่อยู่ในเนื้อหา จะสามารถเติบโตในทิศทางใด หากยังถูกจำกัดอยู่แต่ในกรอบเขตกีดกั้นของวิกฤติซอมบี้ระบาด? Resident Evil : Code: Veronica น่าจะเป็นจุด ถึงที่สุด ที่ Capcom ได้เห็นว่า แนวทางแบบดั้งเดิม ควรจะต้องหยุด และเริ่ม Disrupt ตัวเองได้เสียที เอาเพียงแค่สามข้อ มันก็ดูจะเพียงพอแล้วที่เราจะเห็นว่า ปลายทางของ Resident Evil ในแบบ ‘ดั้งเดิม’ นั้น ไม่อาจฝ่าคลื่นนาวาของความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่จะถาโถมเข้ามาได้ (และดูเหมือนว่าจะยิ่งชัดเจนที่สุดกับภาค Code Veronica ที่น่าจะถึงที่สุดของการนำเสนอและการเล่นใน ‘แบบเก่า’ ไปแล้ว) นอกไปเสียจากทางตัน และยิ่งโดยตัวของ Shinji Mikami เองที่ได้มีโอกาสไปกำกับเกมอื่นๆ ของค่าย เขาก็ยิ่งเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ที่จะผลักดันให้ซีรีส์ Resident Evil ‘ไปได้ไกล’ มากกว่าที่เป็น และเป็นเหตุผลที่เขาเริ่มทำ ‘Resident Evil 4’ และโลกของ RE ก็ไม่เคยเหมือนเดิมอีกต่อไป …. ’ฆ่า Brand’ เพื่อ ‘RE : แบรนด์’ เป็นที่แน่นอนแล้วว่ากระบวนการ ‘รีแบรนด์’ นั้น คือสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นแน่นอนในฐานคิดของทีม Capcom ถ้าพวกเขาอยากจะก้าวต่อไปกับซีรีส์นี้ แต่กระนั้น ด้วยความที่ Resident Evil คือหนึ่งในเกมระดับแม่เหล็กของค่าย การเปลี่ยนแปลงใดๆ อย่างฉุกละหุก และโดยปัจจุบันทันด่วนนั้น อาจจะก่อให้เกิดผลเสียที่จะตามมา และนั่น ทำให้เกิดเป็นแผน ‘ระยะยาว’ ที่ไม่ว่าพวกเขาจะตั้งใจหรือไม่ แต่พวกเขาก็ได้ดำเนินการ ‘ฆ่า’ สามเสาหลักที่สำคัญของแบรนด์ RE และดัดแปลงมันเพื่อขยายขอบเขตความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับซีรีส์อย่างเป็นระบบ ที่เรา ในฐานะผู้เล่น อาจจะรู้สึกว่า พวกเขากำลังเล่นบ้าอะไรอยู่ แต่เชื่อเถอะว่า นี่เป็นขั้นตอนที่ผ่านการคิดมาเป็นอย่างดีแล้ว เมื่อมองในภาพกว้าง แล้วพวกเขาได้ ‘ฆ่า’ อะไรไปบ้าง? 1.ฆ่า ‘บทบาทตัวละคร’ นี่เป็นจุดที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่ายที่สุดที่สามารถทำได้ เพราะบรรดาตัวละครทั้งหลาย ย่อมมีพัฒนาการและการเติบโตตามระยะเวลา การจะยังคงรูปแบบ แนวคิด และลักษณะดั้งเดิมเอาไว้ จะทำให้มันกลายเป็นตัวละครที่มีมิติที่แบนราบ ไม่น่าสนใจ และดูเหมือนว่าทีม Capcom เองก็เห็นด้วย และ ‘ไปสุดทาง’ อยู่ไม่น้อย เพราะการที่เหล่าตัวละครจากคนธรรมดา ที่อาจจะเป็นเพียง ‘ผู้พยายามรอดชีวิต’ จากวิกฤติไวรัสซอมบี้ระบาด จนกลายมาเป็นสุดยอดโคตรคนที่ต่อกรกับทุกอุปสรรคได้อย่างเหนือมนุษย์นั้น ก็ออกจะพิสดารอภินิหารไปบ้าง แต่ในเมื่อมันเป็นตัวละครของ ‘พวกเขา’ แล้ว พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะยำมันได้ในขอบเขตที่ยังไม่ล้ำเส้นความเป็นไปได้จนเกินไป ซึ่งนั่นจะตามมาด้วยการ ‘ฆ่า’ ในข้อที่สอง 2.ฆ่า ‘พื้นหลังเรื่องราว’ จากจุดเริ่มต้นเรื่องราวที่ Spencer Mansion นอกเขตเมือง Raccoon City ใน Resident Evil ภาคแรก มาสู่การเดินทางเพื่อต่อสู้กับการก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพของอดีตบริษัท Umbrella ที่ล่มสลาย และกระจายเข้าสู่ตลาดมืด จากวิกฤติไวรัสล้างเมือง สู่การใช้อาวุธชีวภาพตามพื้นที่ต่างๆ ก่อจนเกิดเป็นลัทธิวิปริตอย่าง Los Illuminados หรือบ้านตระกูล Baker ที่เหมือนหลุดมาจากหนัง Texas Chainsaw Massacre จากหน่วยสืบพิเศษ S.T.A.R.S. แห่งกรมตำรวจ Raccoon City สู่หน่วยต่อต้านการก่อการร้าย Bioterrorism Security Assessment Alliance (BSAA) เหล่านี้ คือการเปลี่ยนพื้นหลังเรื่องราวหรือ Narrative เพื่อสอดรับกับการเติบโตและความเป็นไปของบรรดาตัวละครที่มีบทบาทที่แตกต่างออกไปจากเดิมของซีรีส์ Resident Evil นั่นเพราะถ้าหากยังคงบทบาทเก่า แนวคิดเก่า และ ‘ความสามารถ’ แบบเก่า มันเป็นที่แน่นอนแล้วว่าพวกเขาคงไม่สามารถรับมือกับวิกฤติการผีบ้าทั้งหลายที่ยกสเกลความพินาศขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัวได้ Ada Wong คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ในด้านความ เหนือมนุษย์ ที่เปลี่ยนจาก Corporate Agent ธรรมดา ให้กลายเป็นโคตรสายลับสาวระดับพระกาฬที่เราคงไม่ต้องถามเรื่องความเวอร์วังอะไรจากเธออีก... และก็อีกเช่นเคย Capcom สนุกกับการเชือด Settings เก่าทิ้งอย่างเป็นระบบ ค่อยๆ สอดไส้ความเหนือมนุษย์ลงไปทีละหยดๆ จนมาถึงตอนนี้ เราคงไม่ค่อยแปลกใจกันนัก ถ้าหากจะเห็น Leon S. Kenedy เป็นยอดสายลับขับขี่ยานพาหนะเป็นพัง และเห็น Chris Redfield กลายเป็นโคตรทหารต่อยซอมบี้หัวขาดและฟาดหินลาวาด้วยหมัดเปล่า และเหล่าซอมบี้ง่อยๆ ก็กลายเป็นเหล่าสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์และอีกหลายอันที่หลุดมาจากนรกขุมที่เท่าไรก็ไม่อยากจะนับ ก็เพราะพวกเขา ‘ชง’ ให้มันมาทางนี้ซะแล้ว ซึ่งการ ‘ตบ’ และ ‘ดื่ม’ ก็จะเกี่ยวข้องกับการ ‘ฆ่า’ ปัจจัยสุดท้าย 3.ฆ่า ‘เกมการเล่น’ นี่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ผู้เขียนขอยกมาไว้ตอนท้าย เพราะดังที่กล่าวไปข้างต้น เกมการเล่นดั้งเดิมของ Resident Evil ในแบบแรกเริ่ม ที่กำหนดมุมกล้องแบบ CCTV นั้น เกิดขึ้นจากความจำเป็นในข้อจำกัดของเทคโนโลยี และเป็นสิ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกมผจญภัยสยองขวัญโคตรปู่ผีอย่าง Alone in the Dark (ที่ตอนนี้ตายซากกลายเป็นเป็นผีไม่มีที่ฝังและถูกลืมหายไปจากความทรงจำแล้วอย่างน่าเศร้า…) แต่เมื่อเทคโนโลยีในการนำเสนอเปลี่ยนแปลงไป เมื่อความเป็นไปได้ใหม่ๆ ได้เดินทางเข้ามา ทีมพัฒนาของ Capcom ก็รู้แล้วว่า การ ‘Disrupt’ ครั้งใหญ่กำลังจะมาถึง และถ้าพวกเขาไม่ขยับตัวเพื่อเปลี่ยนแปลง ซีรีส์ RE ก็อาจจะกลายเป็นผีตามรุ่นพี่อย่าง Alone in the Dark ไปอีกเกม พวกเขานำร่องด้วยเกมอย่าง Resident Evil 4 ที่กลายมาเป็นเกม 3rd Person Shooter บนระบบ Gamecube ก่อนจะดำเนินตามแนวทางนี้มาจนถึงภาคที่ 6 และอย่ามองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ธรรมดาสามัญ เพราะการเปลี่ยน Genre หรือประเภทแนวเกม นั่นหมายถึงผู้พัฒนาเกม จะต้องสร้างเกมบนฐานคิด มุมมอง และทัศนคติด้วยแนวทางใหม่ เพราะเกมแต่ละประเภทก็มีจังหวะ มีลูกล่อลูกชน และมีรูปแบบในการนำเสนอความน่าสนใจที่แตกต่างกัน มี Pace ที่แตกต่างกัน แน่นอน Resident Evil ในแบบออริจินัลดั้งเดิม มุมกล้อง CCTV นั้นสามารถช้าได้ แต่เมื่อพวกเขาเปลี่ยนเป็น 3rd Person Shooter แล้ว รูปแบบการเล่น การวางศัตรู การแก้ปริศนา และการสร้างความท้าทายก็จะยกระดับขึ้นไปอีกขั้นในทันที และเป็นไปในแบบที่เกมแนวเดิมไม่สามารถให้ได้ มันคือการ ฆ่า เกมแนวเก่า เพื่อโอบรับ แนวคิดใหม่" โดยแท้ และพวกเขาก็ใช้ประโยชน์จากมันอย่างเต็มที่ถึงสามภาคเต็มๆ ตั้งแต่ภาค 4 จนถึงภาคที่ 6 ในแบบสุดทาง และพวกเขาก็ Disrupt ตัวเองอีกครั้งในภาค 7 ที่พวกเขา ‘ทดลอง’ นำเอาความเป็น First Person Shooter มาใส่ความสยองขวัญแบบ RE ดั้งเดิมลงไป ซึ่งก็ให้ผลตอบรับในทางที่ดีอยู่ไม่น้อย จนกลายมาเป็นภาค VILLAGE ที่กำลังจะวางจำหน่าย ที่คิดว่าความเป็น First Person Shooter กึ่งสยองขวัญ น่าจะยังอยู่กับซีรีส์ RE ไปอีกสักระยะหนึ่งอย่างแน่นอน อนึ่ง แม้ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในระดับ ‘หักศอก’ เกิดขึ้นในรอบ 25 ปีของซีรีส์ Resident Evil แต่ทีม Capcom ก็ไม่ได้ทิ้ง Core Value ของซีรีส์ ทั้งในเรื่องของการเป็นเกมสยองขวัญ, เอกลักษณ์ของจุดเซฟ, การบริหาร Inventory, การสืบทอด Entity หรือองค์กรอย่าง Umbrella ที่ดูจะเป็นปิศาจที่หลอกหลอนในเรื่องราวเกือบทุกภาค (แม้ว่าในเนื้อหาหลัก ตัวบริษัทจะล่มสลายไปแล้วก็ตาม…) เพราะสำหรับพวกเขา ทีมพัฒนาจาก Capcom ซีรีส์ Resident Evil ก็ยังคงเป็นเรื่องของการต่อสู้ระหว่าง ‘มนุษย์’ กับ ‘สิ่งเหนือธรรมชาติ’ ที่เกิดจากสิ่งที่ถูกสร้างโดยเทคโนโลยีในทางที่ผิด ส่วนผลลัพธ์ของการใช้เทคโนโลยีที่ว่านั้น จะออกมาในรูปแบบไหน คงไม่ใช่ประเด็นใหญ่สำคัญอันใดอีกต่อไปแล้ว (โดยเฉพาะภาค VILLAGE ที่ดูจะยิ่งหลุดโลกหนักกว่าเดิม ที่คุณสามารถอ่านบทความสรุปเนื้อหาได้จาก ที่นี่) "และแน่นอน นั่นหมายรวมถึงขอบเขตที่ Resident Evil จะก้าวต่อไป ที่พวกเขาได้สลัดหลุดพ้น ‘กรอบกีดกั้น’ ของความเป็นเกมอาชีวิตรอดจากซอมบี้ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย…" จากวันแรกที่ Resident Evil ภาคแรกวางจำหน่ายในปี 1996 จนมาถึงปีนี้ 2021 ที่ภาค VILLAGE จะวางจำหน่าย จากวันที่ Tyrant กับมือกรงเล็บสร้างความสยองขวัญ สู่ Lady Dimitrescu สตรีสูงศักดิ์ร่างยักษ์กับลูกสาว ‘แวมไพร์’ ในปราสาทยุโรปตะวันออกคือภัยร้ายแรงระดับถึงตาย จากวันที่ Leon S. Kenedy ยังเป็นตำรวจหน้าใหม่ที่บังเอิญโชคดีมาถึงเมืองช้า สู่การเป็นสุดยอดสายลับที่ขับยานพาหนะเป็นต้องพัง และจากวันที่ Shinji Mikami ตัดสินใจสร้าง Resident Evil ให้กำเนิดขึ้นมาบนโลก จนถึงวันที่เขาวางมือและปล่อยให้ซีรีส์ดำเนินไปตามทางของมัน และยังคงอยู่ได้ แม้เขาไม่ได้กุมบังเหียนมันอีกต่อไปแล้วก็ตาม Lady Dimitrescu สตรีสูงศักดิ์ร่างยักษ์กับเหล่า ลูกสาวแวมไพร์ ตัวร้ายของภาค VIlLAGE ที่สร้างกระแสฮือฮาบนโลกอินเทอร์เนตอย่างไม่หยุดฉุดไม่อยู่ แน่นอน มันมีกาสร้างที่ผิดพลาด มันมีการ experiment หรือการทดลองแนวคิดที่ไม่ประสบผล (ไม่ว่าจะเป็นภาค Outbreak ที่แนวคิดดีแต่ติดที่ข้อจำกัดทางเทคโนโลยี หรือภาค Umbrella Corps แนว Multiplayer Shooter ที่อย่าไปพูดถึงมันเลยจะดีกว่า…) บางการ ทดลอง ของ Capcom ก็ไม่ได้ประสบผลสำเร็จ เช่น Resident Evil : Umbrella Corps ที่สมควรถูกลืมไปซะจะดีกว่า ... แต่เราก็ต้องยอมรับว่า ซีรีส์ Resident Evil คือหนึ่งในตัวอย่างของการ ‘ปรับตัว’ หรือ ‘รีแบรนด์’ ที่กระทำอย่างต่อเนื่อง รับรู้ข้อจำกัดตัวเอง และรีบดำเนินการในทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครมากระตุ้นเตือนหรือทำให้รับรู้ว่าตัวเอง ‘ตกเทรนด์’ เพราะพวกเขาเป็นคน ‘กำหนดเทรนด์’ ที่เกมแนวสยองขวัญจะก้าวไปข้างหน้า ที่จะยืนยาวต่อไป และน่าลุ้นอยู่ไม่น้อย ว่าพวกเขาจะสร้างสิ่งใด ภายใต้ความเปลี่ยนผ่านของแวดวงวิดีโอเกมในเวลาที่จะมาถึง “เพราะลงว่าได้ ‘ฆ่าแบรนด์’ เพื่อเกิดใหม่มาแล้วอย่างชำนาญ มันจะไม่จบแค่ครั้งที่สอง สาม หรือสี่แน่นอน และนั่น คือวิถีทางที่สิ่งใหม่ๆ จะถือถือกำเนิดขึ้น ในวัฏจักรแห่งการเวียนว่ายตายเกิด และมันจะเป็นเช่นนั้น…เสมอ”
10 Feb 2021
เราสามารถเป็นเจ้าของแจ็คเก็ตของ Claire Redfield จาก Official ได้แล้ววันนี้!
นับเป็นข่าวดีสำหรับแฟนเกม Resident Evil 2 เนื่องจากล่าสุด ดูเหมือนว่าแบรนด์เสื้อผ้า Ark8 จากเบลเยียม จะจับมือกับทาง Capcom ผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับเกมออกมาขาย 3 ชิ้น ได้แก้ แจ็คเก็ตสีแดง กับสร้อยคอของ Claire Redfiel กับแจ็คเก็ตสีน้ำเงินลาย RPD ครับ ถ้าหากใครที่สนใจสามารถเข้าไปสั่งจองล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ของ Ark8 ได้แล้ววันนี้ โดยสร้อยคอจะมีราคาอยู่ที่ 270 ยูโร (ประมาณ 10,000 บาท) ทางด่านแจ็คเก็ตสีแดงที่มาพร้อมกับข้อความ "made in heaven" บนหลัง จะมี 6 ขนาดด้วยกันคือ XS, S, M, L, XL และ 2XL ในราคา 450 ยูโร (ประมาณ 16,000 บาท) ส่วนแจ็คเก็ตน้ำเงินลาย RPD จะมีอยู่ 7 ขนาดเพิ่ม 3XL เข้ามาในราคา 165 ยูโร (ประมาณ 6,000 บาท) คิดว่าสินค้าน่าจะมีจำนวนจำกัดมากๆ ใครสนใจอาจต้องรีบหน่อยครับ Credit: GameRant
22 Jan 2021
ชีวิตติด ‘พลัส’ : เมื่อ New Game Plus ย่างกรายสู่กระบวนการผลิตชิ้นงานเกม
ในความคิดของคนเล่นเกม คงไม่มีความรู้สึกใดจะยอดเยี่ยมเท่ากับการไปถึงเป้าหมาย ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการที่ถูกทุ่มเข้าใส่ และกำราบบอสที่เฝ้าคอยอยู่ ณ ปลายทางสุดท้าย ได้เห็นฉากจบที่กินใจ จวบจนสิ้นเครดิตผู้สร้าง ที่รังสรรค์ชิ้นงานสุดวิเศษที่เราใช้เวลาร่วมกับมันเป็นหลักสิบหรือกระทั่งหลักร้อยชั่วโมง สำหรับหลายเกม มันอาจเป็นวาระสิ้นสุด ที่จะเก็บเกมนั้นๆ ใส่กล่อง กดปุ่ม Uninstall และก้าวต่อไปยังชิ้นงานอื่นถัดไป ให้เรื่องราวทั้งหลายกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำใน Backlog ของตนเอง แต่สำหรับบางเกม ปลายทางที่รอคอยอาจจะเป็นเพียง ‘ประตู’ สู่ความเป็นไปได้ครั้งใหม่ที่เปิดกว้าง หรือการเวียนย้อนกลับมาเพื่อรับความท้าทาย และนั่น คือหัวใจของสิ่งที่เรียกว่า ‘New Game Plus’ ได้พึงยึดถือและดำเนินโดยตลอดมา และเริ่มมีให้เห็นกันมากหลายขึ้นในปัจจุบัน โดยนิยาม ธรรมชาติของ New Game Plus นั้น จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นทำการพิชิตเป้าหมายไปได้หนึ่งครั้ง ก่อนเริ่มต้นค่าสถิติค่าประสบการณ์ ไอเทม และคุณสมบัติจากการเล่นในรอบก่อนหน้า พร้อมกันนั้น ความท้าทายและ Features บางอย่างก็จะถูกใส่เข้ามา เพื่อให้การเล่นในรอบนั้นๆ มีความแตกต่าง และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ในบันทึกของประวัติศาสตร์วิดีโอเกม คำว่า New Game Plus เริ่มถูกใช้อย่างเป็นทางการในปี 1995 กับชิ้นงานเกมสวมบทบาทระดับตำนานของ Squaresoft (หรือ Square Enix ในปัจจุบัน) อย่าง Chrono Trigger ที่การตัดสินใจในช่วงเวลาสำคัญ นำไปสู่ปลายทางและฉากจบที่แตกต่างกัน แต่กระนั้น มันก็ยังสามารถสืบย้อนกลับไปยังผลงานที่เก่ากว่า (แต่ไม่ได้ใช้คำจำกัดความว่า New Game Plus) อย่างเช่นงานซีรีส์ Megami Tensei, The Legend of Zelda หรือแม้แต่ Makaimura ที่มีลักษณะร่วมที่ใกล้เคียงกัน (แม้จะไม่ได้ตรงตามตัวคุณสมบัติมากนัก ด้วยธรรมชาติและข้อจำกัดในการสร้างของช่วงเวลานั้นๆ…) แน่นอนว่าการเข้ามาของ New Game Plus นั้นกลายเป็นสิ่งที่เริ่มพบเห็นกันได้อย่างชินตาในผลงานสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นผลงานอย่างซีรีส์ Persona (เริ่มต้นตั้งแต่ภาค 3 เป็นต้นมา), เกมตระกูล Soulsborne จากค่าย From Software, เกมฝ่าซอมบี้สยอง ซีรีส์ Resident Evil หรือแม้แต่เกมที่เป็นปลายทางโลกเปิด (Open World) อย่างเช่นซีรีส์ Assassin’s Creed หรือ The Elder Scrolls ที่อนุญาตให้ผู้เล่นได้ทำการสำรวจโลกต่อหลังจบสิ้นเครดิต ก็จัดจำแนกอยู่ในหมวดของ New Game Plus ด้วยกันแทบทั้งสิ้น (และอาจจะเป็นพื้นที่เหลือเปิดไว้สำหรับ Downloadable Contents ที่จะตามมาในภายหลังที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี) อนึ่ง แม้จะเป็นแนวทางการสร้างเกมที่เริ่มมีความแพร่หลายกันเป็นอย่างดีสำหรับโหมด New Game Plus ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการยืดอายุการเล่นเกมชิ้นหนึ่งให้มากยิ่งๆ ขึ้นไป แต่สำหรับการประยุกต์ใช้รูปแบบดังกล่าว ก็มีความเสี่ยงและข้อจำกัดอยู่หลากหลายประการ ที่จะเป็นตัวกำหนดว่าเวลาที่ถูก ‘Plus’ ขึ้นไปนั้น จะควรค่าแก่การใช้เวลาร่วมกันต่อหรือไม่ กล่าวคือ การ ‘Plus’ ในแต่ละครั้ง มันควรอย่างยิ่งที่จะต้องมอบประสบการณ์การเล่นที่แตกต่าง ท้าทาย และสดใหม่ โดยไม่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่ากำลังถูก ‘ลาก’ ให้ใช้เวลาร่วมกับมันอย่างเกินความจำเป็น หรืออย่างน้อยที่สุด สิ่งที่ควรมีในการเล่นอีกรอบด้วยคุณสมบัติตัวละครแบบดั้งเดิม ก็จะต้องให้ความสนุกและมีปลายทางที่น่าพึงพอใจ เพราะมันหมายถึงเวลาอีกนับสิบ หรือร้อยชั่วโมงที่ผู้เล่นจะต้องเสียไป เพื่อใช้ให้กับการเล่นรอบใหม่แบบ Plus ซึ่งเป็นสมดุลที่ไม่สามารถทำได้อย่างง่ายๆ หากไม่มีความชำนาญในการสร้าง และรู้นอกออกในผลงานของตนเองที่ดีเพียงพอ ตัวอย่างของ New Game Plus ที่ดีที่สามารถยกมาเป็นกรณีศึกษานั้น คงหนีไม่พ้นเกมตระกูล ‘Soulsborne’ จากค่าย From Software เพราะนับตั้งแต่ Demon’s Souls, Dark Souls, Bloodborne จนถึง Sekiro: Shadows Die Twice นั้น นอกจากจะตอบแทนผู้เล่นให้กับความพยายามในการฝ่าด่านความยากในการเล่นรอบแรก ผลักดันผู้เล่นให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอย่างถึงที่สุดจนถึงปลายทาง อย่างทรหดอดทน กล้ำกลืนทั้งเลือดและน้ำตาในระหว่างทาง แต่เมื่อเดินเข้าสู่โหมด Plus นั้น ตัวเกมจะทดและติดตามด้วยความท้าทายที่มากขึ้น ที่ๆ คุณสมบัติ ค่าสถิติ ไอเทม จนถึงประสบการณ์ความชำนาญจากการเล่นรอบก่อนหน้า จะถูกเคี่ยวกลั่นและทดสอบอย่างท้าทายจนถึงขีดสุดในการเล่นรอบใหม่ ที่ศัตรูมีการโจมตีใหม่ที่อันตรายมากขึ้น อุปสรรคใหม่ในจุดที่ไม่เคยมี และความโหดระห่ำที่ทวีเพื่อรองรับกับความพร้อมของผู้เล่นอย่างมีนัยสำคัญ และจุดนั้นเอง ที่จะเป็นตัวชี้วัด ว่ามันคือรอบการเล่น Plus ที่ดีพอหรือไม่ เกมอย่างซีรีส์ Persona ที่ยกตัวอย่างไปข้างต้น ก็เป็นอีกกรณีศึกษาที่ดี เมื่อผู้เล่นสามารถคงคุณสมบัติของตัวละครเอก จำนวน Persona ที่มีใน Compendium และไอเทมพิเศษบางอย่างจากการเล่นรอบที่แล้ว เพื่อการเล่นรอบใหม่ในสถานการณ์ ‘ถ้าหากว่า (What If)’ ที่จะนำไปสู่ฉากจบที่แตกต่างกัน และ/หรือ ช่วยให้การเล่นนั้นง่ายขึ้น (แน่นอน ภายใต้ความยากที่สามารถเลือกได้ระหว่างทาง ว่าจะให้ท้าทายขึ้นไปอีกกี่ระดับ) หรือแม้กระทั่งเกมที่ดำเนินเนื้อหาเป็นเส้นตรงเอง ก็สามารถหลบซ่อนความ ‘Plus’ ของเกมการเล่นได้ในแบบ ‘Post-Credit’ ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์อย่าง Devil May Cry และ Bayonetta ที่ผู้เล่นสามารถกลับมา ‘ชำระความ’ กับฉากเก่าๆ ได้ในระดับความยากที่สูงขึ้นไป หรือเข้ารับความท้าทายจาก Challenges ที่จะทดสอบทักษะจากการเล่นหลัก ภายใต้เงื่อนไขและสถานการณ์ที่แตกต่างกัน หรือผลงานล่าสุดบนระบบ Playstation 4 อย่าง Final Fantasy VII Remake เอง ก็มีรูปแบบของการ Plus ในความยากที่สูงขึ้น โดยมีการตอบแทนเป็นค่าประสบการณ์ที่มากขึ้น ความท้าทายที่มากขึ้น เนื้อหาที่เพิ่มขึ้น และแน่นอน Trophy ที่เป็นรางวัลสำหรับความพยายาม ที่มีเฉพาะในโหมดดังกล่าวนี้จากการปะทะกับบอสลับแต่เพียงเท่านั้น อย่างไรก็ดี ที่ยกกล่าวขึ้นมาในข้างต้นนี้ ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาจะบอกว่า โหมด New Game Plus คือสิ่งที่จำเป็นเพียงหนึ่งเดียวสำหรับการยืดอายุขัยของชิ้นงานเกม เพราะมีอีกหลายเกม ที่แม้จะไม่ได้มีโหมด Plus แต่ก็สามารถปิดจบได้อย่างคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป โดยไม่จำเป็นต้องลากยาวต่อเนื่อง หรือผลักดันให้ผู้เล่นต้องกลับมาใช้เวลาซ้ำกับมัน ทั้งหมดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าผู้สร้าง ได้วาง ‘ประสบการณ์การเล่น’ เอาไว้ในรูปแบบใด? จะครบถ้วนเสร็จสมบูรณ์ จบในตัวของมันเองอย่างคุ้มค่าเต็มเปี่ยม หรือจะเก็บซ่อนความลับและความสนุกอื่นๆ เอาไว้หลังกำแพง Plus ในรอบใหม่ มาถึงตรงนี้ เชื่อว่าเราคงจะได้พบเจอกับผลงานที่เลือกใช้โหมด New Game Plus และ Post-Credit มากขึ้น (อย่างล่าสุด Star Wars Jedi : Fallen Order เองก็ได้เพิ่มโหมด Plus เข้ามาในอัพเดทใหม่ล่าสุดแล้วเป็นที่เรียบร้อย) แต่สำหรับผู้เขียนนั้น ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การเล่นแบบใด ต่างก็มีคุณค่าและลักษณะเฉพาะตัว และการที่ผู้พัฒนาจะเลือกใช้และประยุกต์แนวทางการเล่นแบบใดๆ ก็ต้องผ่านการคิดมาเป็นอย่างดีในระดับหนึ่ง เพราะการเล่นเกม ความสนุกคือหัวใจหลักสำคัญที่ไม่อาจขาดไปได้ ดังนั้น ถ้าในระหว่างทาง มันเปี่ยมล้นไปด้วยความทรมาน การจำต้องกล้ำกลืนฝืนทน ในระดับที่ขอเจอกันแค่ครั้งเดียวแล้วไม่จดจำ ไม่ใส่ใจ ไม่อยากพบเจอกันอีก เช่นนั้นแล้ว การ Plus ก็อาจจะไม่มีความหมาย และกลายเป็นสิ่งที่น่าเอือมใจจนเกินจะทนเสียมากกว่า และก็เช่นเดียวกับชีวิต เพราะเมื่อเป้าหมายหนึ่งถูกพิชิต แม้มันจะยังหลงเหลือความสนุกและการ Plus ที่น่าเย้ายวนแค่ไหน เราคงไม่สามารถยึดติดอยู่กับประสบการณ์เดิมๆ ได้ตลอดกาล มันจะต้องมีวันจบ มันจะต้องมีจุดสิ้นสุด มันจะต้อง ‘มูฟออน’ ไปสู่ปลายทางใหม่ๆ ที่รอคอยอยู่ข้างหน้า ‘ไม่ว่าประสบการณ์เก่านั้นจะล้ำค่า น่านำกลับมาเล่าซ้ำ หรือควรค่าแก่การ “Plus” กันอีกกี่รอบก็ตาม’ สำหรับข่าวสารเกมที่น่าสนใจ คลิ๊ก!
08 May 2020
Paul Haddad ผู้ให้เสียงพากย์ Leon ในเกม Resident Evil 2 เสียชีวิตแล้ว
Resident Evil 2 Remake กลับมาสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ เป็นอย่างมากในช่วงปี 2019 ตัวเกมนั้นยอดเยี่ยมถึงขนาดได้รับรางวัลมากมายในปีดังกล่าวเลยทีเดียว ยิ่งล่าสุดมีข่าวว่าตัวเกม Resident Evil 4 ที่ใช้ Leon s Kennedy เป็นพระเอกเช่นกันกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาภาค Remake เช่นกัน ก็ยิ่งสร้างความตืนเต้นให้กับเหล่าแฟนๆ เป็นอย่างมาก แต่น่าเสียดายที่ถึงตัวเกมจะถูกวางจำหน่ายในปีไหนก็ตาม เราคงจะไม่มีโอกาสได้ยินเสียงของ Leon ของเวอร์ชั่นเกมฉบับปี 1998 อีกแล้ว เพราะล่าสุดก็มีข่าวว่า Paul Haddad ที่เป็นคนให้เสียงพากย์ Leon ในเกม RE2 เวอร์ชั่นปี Original ได้เสียชีวิตลงแล้วครับ ข่าวนี้ได้รับการยืนยันจาก Nick Apostolides ที่เป็นคนให้เสียงพากย์ของ Leon ในตัวเกม RE2 Remake ผ่าน Twitter ของเขาแล้วว่า Paul Haddad ได้เสียชีวิตลงในวัน 56 ปีแล้วจริงๆ ซึ่งนอกเหนือจากงานในทางฝั่งของวิดีโอเกมแล้ว Paul ยังมีผลงานอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพากย์เป็น Quick Silver ในการ์ตูน X-Men ช่วงปี 1990 หรือมีบทบาทในรายการโทรทัศน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Babar, The Adventures of Tintin หรือ Rupert ก็ขอให้คุณ Paul หลับอย่างสงบด้วยครับ https://twitter.com/Nik_apostolides/status/1251176694347558913 Credit: PCGamer ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่  
20 Apr 2020
10 ศัตรูสุดโหดประจำเกม Resident Evil
Resident Evil ถือว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์เกมที่มีการออกแบบศัตรูในเกมได้น่ากลัวมาก อีกทั้งยังน่าจดจำเอามาก ๆ จนบางครั้งทำให้เราหลอนทุกครั้งที่เล่นเกมเลยก็มี เพื่อเป็นการต้อนรับการมาถึงของเกม Resident Evil 3 Remake พวกเรา GameFever TH จึงขอนำเสนอ 10 ศัตรูสุดโหดประจำเกม Resident Evil 10.Hunters Hunter หรือที่แฟน ๆ ของเกม Resident Evil เรียกว่านักตัดหัว โดยศัตรูตัวนี้มีความสามารถในการ 1 Hit Kill หรือตีทีเดียวตาย ทำให้ใครหลาย ๆ คนต่างกลัวที่จะเจอเจ้าตัวนี้ รวมถึงต้องมีสติทุกครั้งที่ต้องเจอมิฉะนั้นอาจจะต้องกลับไปห้องเซฟก็เป็นได้ 9.Lake Monster (Resident Evil 4) Lake Monster หรือว่าน้องปลายักษ์แห่งหนองน้ำประจำเกม Resident Evil 4 ที่เราจะต้องสู้ในฐานะบอสประจำเกม โดยใช้ฉมวกในการเอาชนะ ซึ่งปลาตัวนี้โหดมาก ๆ มีความว่องไว อีกทั้งยังสามารถทนทานดาเมจได้สูง แต่ก็ไม่อาจจะเอาชนะพระเอกอย่าง Leon ได้อยู่ดี 8.Cerberus Cerberus หรือ Zombie Dog น้องหมาในเกม Resident Evil ที่มีจุดเด่นในเรื่องของความเร็วที่สูง อีกทั้งยังมีขนาดเล็กทำให้ทำการเล็งยิงได้ยาก นอกจากนี้หากมันโจมตีพร้อมกันทั้งสองตัวเรียกได้ว่ารอดยากมาก ๆ เป็นอีกหนึ่งในศัตรูที่เมื่อได้ยินเสียก็กลัวแล้ว 7.Crimson Head zombies (Resident Evil remake) Resident Evil Remake ได้มีการเพิ่ม Zombie ชนิดใหม่เข้ามาในชื่อ Crimson Head Zombie หรือ Zombie ฉบับอัปเกรดเมื่อตายไปแล้วหนึ่งครั้ง โดยศัตรูตัวนี้มีความเร็วที่สูงมาก มีพลังโจมตีที่รุนแรงและมีเสียงร้องที่น่ากลัว ทำให้ในภาคนี้หลาย ๆ คนเลี่ยงที่จะฆ่า Zombie หรือหากจำเป็นต้องฆ่าก็ต้องหาไฟมาเผาศพ ไม่เช่นนั้นอาจจะเจอ Jackpot ได้ 6.U-3 (Resident Evil 4) U-3 หรือมนุษย์ตะขาบในเกม Resident Evil 4 ที่มาในฐานะของ Boss ให้เราต่อสู้จุดเด่นของ U-3 นอกจากรูปร่างที่น่ากลัวแล้ว ศัตรูตัวนี้ยังมีท่าโจมตีที่รุนแรงมากโดยมือขวาของมันสามารถหักคอ Leon ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งตัวมันเองยังมีร่างที่สองที่จะมีใบมีดแหลมคมคอยโจมตีผู้เล่นซึ่งหากโดนจับแล้วกด Quick Time Event ไม่ทันก็เตรียมตัวเจอภาพ Leon ร่างกายขาดสองท่อนได้แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถที่จะมุดดินได้อีกด้วยเรียกได้ว่าน่ากลัวสุด ๆ 5.Chainsaw Man (Resident Evil 4-5) สำหรับศัตรูตัวนี้น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักกับ Chainsaw Man หรือ Dr Salvador มนุษย์เลื่อยยนต์สุดโหด ที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนต้องหัวหลุดออกจากบ่ามาแล้ว โดยศัตรูตัวนี้จะมาพร้อมกับเสียเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เราต้องหวาดระแวง ซึ่งแม้ว่าจะเล่นจบหลายรอบก็ยังคงกลัวศัตรูตัวนี้ 4.Mr. X (Resident Evil 2) Mr. X หรือ Tyrant - 00 ถือว่าเป็นหนึ่งศัตรูสุดโหดประจำเกม Resident Evil 2 ที่จะออกตามล่าเราไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ลำตัวขนาดใหญ่ทีน่าหวั่นเกรงและการโจมตีที่หนักหน่วง ทำให้เราไม่อยากที่จะปะทะกับศัตรูตัวนี้ นอกจากนี้ศัตรูตัวนี้ยังกลายเป็น Boss สุดโหดให้เราได้ต่อสู้ในตอนท้ายอีกด้วย 3.Nemesis (Resident Evil 3) Nemesis ถือว่าเป็นหนึ่งใน Boss ของเกม Resident Evil ที่แฟน ๆ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าโหด ด้วยลำตัวขนาดใหญ่ ความเร็วในการเคลื่อนที่สูง เสียงคำรามอันน่ากลัวและการตามล่าเราอย่างไม่ลดละ ทำให้ Boss ตัวนี้เป็นหนึ่งในดวงใจของใครหลาย ๆ คน ยิ่งตัวเกมภาคนี้ได้รับการ Remake ใหม่ ทำให้เราจินตนาการไม่ออกว่า Nemesis เวอร์ชันนี้จะแกร่งขนาดไหน 2.Lickers (Resident Evil 2 Remake) หากพูดถึงศัตรูธรรมดาที่แกร่งไม่แพ้บอส Lickers ใน Resident Evil 2 ฉบับ Remake ถือว่าตอบโจทย์มาก แม้ว่าศัตรูตัวนี้จะตาบอดแต่ก็มีกรงเล็บที่แหลมคม ความเร็วที่ว่องไวและประสาทสัมผัสที่ดีเยี่ยม ทำให้เราไม่อยากที่จะปะทะกับสิ่งนี้ตรง ๆ ยิ่งคุณเล่นในโหมด Hardcore ศัตรูตัวนี้จะโหดจนคุณต้องร้อง 1.Regeneradores (Resident Evil 4) ปิดท้ายกันด้วยศัตรูสุดน่ากลัวของซีรีส์ Resident Evil กับ Regeneradores ศัตรูสุดแกร่งประจำเกม Resident Evil 4 ที่แม้ว่ามันจะเดินช้า แต่ยิงเท่าไหร่ก็ไม่ตาย ยิงส่วนไหนก็งอกได้ แถมทนทานกับลูกกระสุนอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชันอัปเกรดที่มีหนามเต็มตัว ยิ่งเพิ่มความโหดให้กับศัตรูตัวนี้ไปอีก ทางเดียวที่จะชนะมันได้คือการใส่กล้อง Infrared แล้วยิงปรสิตในตัวของมันจึงจะชนะอย่างง่ายดาย นอกจาก 10 ศัตรูนี้แล้วเพื่อน ๆ คิดว่ามีศัตรูตัวไหนที่น่ากลัวบ้างลองบอกกันมาได้เลย
24 Mar 2020
5 เกมแนะนำระหว่างรอ Resident Evil 3 Remake
Resident 3 Remake ถือว่าเป็นหนึ่งในเกมที่หลาย ๆ คนชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นกราฟิกที่สวยงาม ระบบการเล่นที่ท้าทายและ Nemesis สุดโหดที่พร้อมจะสังหารเราทุกเมื่อ สำหรับใครที่อารมณ์ค้างและอยากจะหาเกมที่ให้อารมณ์คล้ายกันในช่วงที่รอตัวเกมวางจำหน่ายพวกเรา GameFever TH ก็มีเกมมาแนะนำ Resident Evil 2 (Remake) หนึ่งในเกมที่ใกล้เคียงกับ Resident Evil 3 มากที่สุดคงหนีไม่พ้นเกม Resident Evil 2 ที่มีเนื้อเรื่องคู่ขนานกัน โดยเกมนี้จะเป็นเกมแนว Action - Survival Horror ที่เราจะต้องรับบทเป็นหนึ่งในสองตัวละครคือ Leon ตำรวจจบใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานวันแรก และ Claire สาวแกร่งที่ต้องมาตามหาพี่ชาย ในเมืองที่เชื้อ G-Virus ได้แพร่ระบาดและเปลี่ยนประชากรในเมืองให้กลายเป็นซอมบี้ พวกเขาจะรอดหรือไม่อยู่ที่คุณ The Evil within 2 หาก Resident Evil 2 ยังทำให้คุณหลอนไม่พอผู้เขียนก็ขอแนะนำเกมนี้เลย Evil within 2 ที่จะเปลี่ยนจากซอมบี้สุดน่ากลัวเป็นสิ่งมีชีวิตสุดประหลาดพร้อมกับความจิตตกแบบเต็มที่ โดยในเกมนี้เราจะได้รับบทเป็นสายสืบ Sebastian Castellanos ที่ต้องเข้าสู้เครื่อง Stem อีกครั้งในการตามหาลูกสาวของเขาที่จะทำให้เขาหลอนไปอีกนาน ตัวเกมทำออกมาได้ดี กราฟิกที่สวยงามและระบบการเล่นสนุกมาก ลองหามาเล่นกันดู Dead Space เปลี่ยนจากการต่อสู้กับซอมบี้บนดินมาเป็นการต่อสู้กับ necromorph ซอมบี้อวกาศสุดแกร่งในเกม Dead Space ที่ตัวเกมจัดเต็มในเรื่องของความสยอง ความหลอนและความโหด ที่หากคุณใจไม่แข็งพออาจจะเล่นเกมนี้ไม่จบได้ โดยเกมนี้แม้จะเก่าแล้วแต่หากคุณได้ลองสัมผัสรับรองว่าลืมไม่ลง The Last Of Us หนึ่งในเกมระดับ Masterpiece ที่หลาย ๆ คนยกให้เป็นเกมที่ดีที่สุดในยุคนี้กับ Last of US เกมที่ว่าด้วยเรื่องของสังคมมนุษย์ที่เกิดเหตุการณ์เชื้อรา Cordyceps ระบาดทำให้มนุษย์เกินกว่าครึ่งกลายเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่พร้อมจะไล่ล่าคนอื่น เราจะได้รับบทเป็น Joel ที่ต้องร่วมมือกับ ellie ในการเอาชีวิตรอดจากเหล่าเชื้อราและมนุษย์ที่แสนโหดร้าย พร้อมเนื้อเรื่องสุดแสนประทับใจที่จะทำให้คุณอยากเล่นเกมภาคใหม่เร็ว ๆ Dying Light ปิดท้ายกันด้วยเกมซอมบี้ขวัญใจมหาชนอย่าง Dying Light เกมแนว FPS - Action / Open World ที่ให้เราสวมจิตวิญญาณของ Free Running ในการต่อสู้กับเหล่าซอมบี้ ตัวเกมมีกราฟิกที่สวยงาม โลกในเกมอันแสนกว้างใหญ่ ระบบการเล่นสุดมันส์ พร้อมทั้งภาษาไทยที่จะทำให้คุณเล่นเพลินไปยาว ๆ Resident Evil 3 Remake จะวางจำหน่ายในวันที่ 3 เมษายน 2020 ใน PC , Xbox , PlayStation 4
23 Mar 2020
ทำไมเกม Resident Evil ถึงขาด Rocket Launcher ไม่ได้
หากใครเคยเล่นเกมตระกูล Resident Evil มาย่อมจะรู้ว่าเกม Resident Evil จะขนาด 2 อย่างไม่ได้คือเชื้อไวรัสและ Rocket Launcher ที่ต้องมีในเกือบทุก ๆ ภาคจนขาดไม่ได้ในเกม Resident Evil ทำไมของสิ่งนี้ถึงขาดไม่ได้ละ เรา GameFever TH จะพามาหาคำตอบกัน มีมาตั้งแต่ภาคแรก [caption id="attachment_42700" align="aligncenter" width="1024"] รูปภาพจาก YouTube ช่องKeyranSolo[/caption] Rocket Launcher มีมาตั้งแต่เกม Resident Evil ภาคแรกในปี 1996 โดยเป็นอาวุธในการอาวุธพิฆาต Tyrant บอสตัวสุดท้ายของเกม จากนั้นในเกมภาคที่ 2 Rocket Launcher ก็นำมาใช้ในการปราบ Mr. X ทำให้ปืนนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเกม Resident Evil เรี่อยมา น่าเสียดายในเกม Resident Evil 2 ฉบับ Remake ผู้พัฒนาเกมดันเปลี่ยนชื่อเป็นปืน Anti-Tank Rocket แทน ส่วนอีกกระบอกก็ใช้ชื่อว่า ATM-4 (ได้จากจบ Leon แบบ Hardcore ในแรงก์ S+) อนุภาครุนแรง [caption id="attachment_42701" align="aligncenter" width="720"] รูปจากเว็บไซต์ Naguide[/caption] ในเกม Resident Evil ปืน Rocket Launcher เป็นปืนที่ไม่สามารถหามาได้ง่าย ๆ แต่จะต้องใกล้ถึงช่วงจบเกมหรือเล่นเกมจบไปแล้วหนึ่งรอบถึงจะได้มา (ยกเว้นภาค 4 ที่หากมีเงินสามารถจะซื้อจากพ่อค้ามาได้เลยในราคา 30,000 Pts) โดยสิ่งที่ทำให้หลาย ๆ คนจดจำได้คืออนุภาคที่รุนแรงชนิดที่ว่าเป่านัดเดียวบอสใหญ่ร่วง ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเหล่าซอมบี้ที่เราต้องเจอตลอดทั้งเกม โดนปืนนี้ไม่เหลือซากอย่างแน่นอน ยิ่งใครที่เล่นจนสามารถปลดล็อกปืนนี้ได้แบบกระสุนไม่จำกัด (Infinite) เกมนี้จะง่ายขึ้นทันที เท่ สำหรับเหตุผลนี้สั้น ๆ เลยคือ "เท่" เวลาที่เราเห็นตัวละครในเกม Resident Evil ถือปืนนี้ความเท่จะเพิ่มขึ้นอีก 200% ไม่ว่าจะเป็น Leon , Christ Redfield, Jill Valentine ต่างก็ดูเท่ขึ้นมาทันทีที่ถือ Rocket Launcher นอกจากบรรดาเหล่าตัวร้ายอย่าง Nemesis ต่างก็ดูน่าเกรงขามขึ้นและอันตรายขึ้นเวลาแบกปืนนี้ เป็นลายเซ็นของ Shinji Mikami [caption id="attachment_42705" align="aligncenter" width="1024"] รูปภาพจาก steamcommunity[/caption] Shinji Mikami ถือว่าเป็นหนึ่งในนักพัฒนาเกมชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น โดยเขาได้รับมอบหมายในการพัฒนาเกมหลาย ๆ เกมเช่น Resident Evil, Dino Crisis, The Evil Within เป็นต้น ซึ่งหนึ่งในเอกลักษณ์ของเขาที่เกมเมอร์หลาย ๆ คนน่าจะคุ้นเคยกันดีกับการที่จะต้องมีตัวละครสักตัวถือปืน Rocket Launcher แม้กระทั่งในเกมล่าสุดอย่าง The Evil Within ที่เขารับตำแหน่ง Executive producer กับ supervisor นั้นยังมี Easter Egg เกี่ยวกับปืนนี้ แม้ว่าปัจจุบัน Shinji Mikami จะลาออกจาก Capcom ไปแล้วแต่ลายเซ็นที่เขาสร้างไว้จะคงอยู่กับ Resident Evil ไปอีกนาน จะเห็นได้ว่า Rocket Launcher เป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ของเกมตระกูล Resident Evil ที่หากขาดไปเหมือนกับอะไรบางอย่างได้หายไปจากเกม แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคิดว่าอะไรบ้างที่ขาดไม่ได้สำหรับเกม Resident Evil บอกกันมาได้เลย ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่
18 Feb 2020
5 Quotes น่าจดจำประจำเกม Resident Evil
Resident Evil ถือว่าเป็นหนึ่งในแฟรนไชน์เกมที่มีอายุยาวนานเกือบ ๆ 25 ปีแล้ว มีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่ทำให้เกมเมอร์อายุ 25+ หลาย ๆ คนต่างคิดถึง โดยเฉพาะ Quotes หรือคำพูดจากเหล่าตัวละครต่าง ๆ ที่ในทุกวันนี้ยังคงติดหูของใครหลาย ๆ คนและนี่ถือ คำพูดที่น่าจดจำประจำเกม Resident Evil 1.“STAAAAAARS…” Nemesis Resident Evil 3 Nemesis นับว่าเป็นหนึ่งในศัตรูสุดโหดประจำเกม Resident Evil 3 ที่แฟน ๆ น่าจะจดจำกันได้ดี โดยเอกลักษณ์นอกจากความโหดก็คือประโยคที่ออกจากปากของอสุรกายตัวนี้เพียงคำเดียวคือ "“STAAAAAARS…” อันเป็นเป้าหมายสูงสุดที่มันต้องการจะกำจัด ทำให้คำพูดนี้กลายเป็นคำพูดที่ใครหลาย ๆ คนต่างคิดถึง 2.“What Are You Buying?” พ่อค้า Resident Evil 4 Resident Evil 4 ถือว่าเป็นการปฎิวัติซีรีส์ Resident Evil ไปตลอดกาล ด้วยการเพิ่มมุมมองแบบข้ามหัวไหล่ Quick Time Event รวมถึงเพิ่มในส่วนของพ่อค้าเข้าในเกม ซึ่งประโยคคลาสิคที่หลาย ๆ คนต้องได้ยินเวลาซื้อของคือ “What Are You Buying?” และกลายเป็นประโยคขวัญใจของใครหลาย ๆ คน แต่เป็นที่น่าเสียที่พ่อค้าคนนี้มีตัวตนอยู่เฉพาะในเกมภาคที่ 4 เท่านั้น 3. "Welcome to the family son" Jack Baker Resident Evil 7 นอกจากเกม Resident Evil 4 ที่ได้เปลี่ยนแปลงแนวทางในการพัฒนาเกมของซีรีส์แล้ว หนึ่งในภาคที่ทาง Capcom ได้ลองเปลี่ยนแนวทางคือ Resident Evil 7 จากมุมกล้องแบบมองข้ามหัวไหล่สู่มุมกล้องแบบ FPS พร้อมกับเพิ่มความสยดสยองอย่างเต็มพิกัด และหนึ่งในประโยคที่ได้เป็นตำนานของเกมนี้คือ "Welcome to the family Son"  จากหนึ่งในตัวร้ายของเกมอย่าง Jack Baker ที่ทำเอาใครหลายคนต้องเหวอไปตาม ๆ กันและเป็นประโยคในการเปิดเข้าสู่ตัวเกมอย่างเป็นทางการ 4." Wow what A mansion" Albert Wesker Resident Evil 1 หากพูดถึงประโยคคลาสิคและน่าจดจำสำหรับใครหลาย ๆ คนอาจจะต้องย้อนไปไกลในสมัยภาคแรก ปี 1996 ณ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดในคฤหาสน์ spencer เมื่อเราหนีจากฝูงหมาเข้ามาแล้วคฤหาส์นแล้ว Barry ก็อุทานว่านี่คือสถานที่อะไร แล้ว Wesker ก็ตีเนียนว่า "ว้าวนี่คือคฤหาสน์อะไรเนี่ย" ซึ่งบทพูดภาษาอังกฤษนี้กลายเป็นตำนานและเอกลักษณ์ของภาคนี้ แต่เป็นที่น่าเสียดายเมื่อ Capcom ทำการ Remaster เกม Resident Evil 1 คำพูดในตำนานนี้ก็ถูกเปลี่ยน 5."Take care you self Leon" ADA Wong :Resident Evil 2 Remake ปิดท้ายกันด้วยประโยคจากตัวเกมภาคล่าสุดบ้าง โดยหนึ่งประโยคที่น่าจะสะเทือนใจของใครหลาย ๆ คนคงหนีไม่พ้น ในช่วงฉากสุดท้ายที่ Ada และ Leon ต่างแย่ง G-Virus ระหว่างที่ Lab ของ Umbrella กำลังจะถล่มทั้งสองกำลังจะปรับความเข้าใจกัน Annette Birkin ก็หันมายิงปืนใส่ Ada ทำให้เธอร่วงลงไป ซึ่งประโยคสุดท้ายที่เธอได้กล่าวกับ Leon คือ "ดูแลตัวเองดี ๆ นะ Leon" หลังจากกล่าวเสร็จเธอก็ร่วงลงไป ทำเอาแฟนเกมรู้สึกเศร้าไปตาม ๆ กัน ก่อนที่เธอจะโผล่มาโยน Rocket Launcher ให้เราอีกครั้ง Resident Evil ยังมีประโยคเด็ด ๆ และคำพูดคม ๆ อีกมากมายให้เหล่าเกมเมอร์ได้จดจำ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเกมมาจนถึงทุกวันนี้แล้วเพื่อน ๆ คิดว่ามีคำพูดไหนที่เด็ด ๆ บ้างบอกกันมาได้เลย ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่
05 Feb 2020
ศัตรู Resident Evil 2 (PS1) ที่ไม่ได้ปรากฎในภาค Remake
เกมผีชีวะ Resident Evil ถือว่าเป็นหนึ่งในเกมซอมบี้แถวหน้าที่มีประวัติมาเกือบ 20 ปี และเหล่าซอมบี้ไปจนถึงสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ก็เป็นหนึ่งในความโดดเด่นของซีรีย์ ที่หลายตัวกลายเป็นตำนานหรือเป็นที่รู้จักมากกว่าตัวละครหลักที่เป็นคนเสียอีกและในวันนี้ก็มาถึงภาคต่อสุดมันส์อย่าง Resident Evil 2 Remake ที่ทางค่ายนั้นเอาใจแฟนๆรุ่นเก่าที่ได้รับการพัฒนาด้านกราฟฟิกที่ดียิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อนรวมถึงยังเป็นเกมม้ามืดแห่งปี 2019 ที่ผ่านมาอีกด้วยและในวันนี้ทางเรา GameFever TH จะมาบอกถึงซอมบี้หรือสัตว์ประหลาดที่ไม่ได้มาปรากฎในเกมภาค Resident Evil 2 Remakeนั้นจะมีตัวอะไรกันบ้างเชิญรับชมได้เลยครับ CROWS อีกาพยายม อีกา พยายม ที่เราเห็นกัน อยู่บ่อยๆ ในหนัง ถูกนำมาเพิ่ม เติมความน่ากลัวใน Biohazard ในภาคต่างๆโดยปรกติก็ อย่างที่เราๆรู้กันนั้น คือ เป้นอีกา ปรกติ นั่นแหละ แต่เมื่อมี ศพ มีการ ตายเกิดขึ้น อีกาเป็นของคู่กับศพเมื่อมันได้กลิ่นศพ ที่เป็นซอมบี้ มันก็เลยมากิน ซากศพเหล่านั้น ส่งผลทำให้กลายเป็นอีกา ซอมบี้หรือแถวๆบ้านผมเรียกอีกาผี เหมือนอย่างในหนังเรื่อง The Crow อีกาพยายมแต่ในเกม Remake นั้นทางผู้สร้างเองยังไม่ได้มีการใส่เข้ามาแต่อย่างใด   Giant Spider แมงมุมยักษ์ ถ้าเอ่ยถึงแมงมุมเชื่อแน่ว่าน้อยคนนักที่จะบอกว่าชอบสำหรับแมงมุมใน BioHazard นั้นก็เช่นเดียวกัน แมงมุมนั้นสามารถได้รับพาหะแพร่เชื้อ ได้ง่ายและรวดเร็วกว่า มอสเตอร์ชนิดอื่นๆทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะว่า ที่อยู่อาศัยของแมงมุมนั้น อาศัยอยู่ในที่ ๆ อับ และง่ายต่อการติดเชื้อได้ง่ายกว่ามอนเตอร์ประเภทอื่นๆมาก ทำให้พวกมันสามารถแพร่กระจาย ขยายตัวได้อย่างทวีคูณแมงมุม ในเกมส์ นั้นจำแนกออกได้ 3 ประเภทด้วยกัน คือ Giant Spider ตัวนี้ข้อมูลที่ได้มาอันน้อยนิด บอกไว้ว่าได้รับพาหะจากหนู และเศษอาหารที่ ติดไวรัส ไปเลยทำให้มันกลายพันธ์เป็น แมงมุมยักษ์ ที่มีขนาดตัวใหญ่กว่า คนเราเสียอีก   Giant Moth ผีเสื้อไซส์ยักษ์ Giant Moth หรือผีเสื้อยักษ์นั้น ต่างกับสัตว์ตัวอื่นๆที่เราแนะนำมา เพราะเจ้า Giant Moth นั้นเกิดจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ต่างกับแมงมุมแมลงสาปหรือจะเข้ที่ได้รับเชื้อ T-virus โดยเจ้า Giant Moth นั้นสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วแถมอึดถึก และยังแพร่พันธุ์เพื่อยึดสถานที่เป้าหมายได้ด้วย โดยมันสามารถกัดและปล่อยพิษใส่เหยื่อได้ จึงจัดเป็นอาวุธชีวภาพที่น่ากลัวตัวหนึ่งเลยทีเดียว   Plant 43 Plant 43 เป็นพืชขนาดใหญ่ที่ได้รับการฉีด T-Virus เข้าไป โครงการพัฒนาอาวุธชีวภาพชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งจากการทดลองกับพืชตัวอย่างของนักวิจัยที่ชื่อ Henry Sarton ซึ่ง Plant 43 นี้มีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นดอกไม้ขนาดยักษ์ที่มีกลีบดอกรูปร่างประหลาดห่อหุ้มอยู่ และมีกิ่งก้านขนาดใหญ่ เคลื่อนไหวได้เหมือนหนวดปลาหมึก Plant 43 ได้เติบโตแผ่กิ่งก้านไปทั่วโซนResidence ( ในเวอร์ชั่น PS1 โซนดังกล่าวเคยใช้ชื่อว่า Guard House )มันได้ใช้กิ่งแขนงของมันดูดรับน้ำจาก Aqua Ring ที่อยู่ชั้นใต้ดินของ Residence ( Aqua Ring คือบ่อเพาะเลี้ยงเจ้าฉลามยักษ์ Neptune นั่นเองครับ )   Neptune ฉลามขาวยักษ์ ในสถานีวิจัยของศูนย์เพาะเลี้ยงของ เนปจูนนั้นอยู่ในขั้นทดลองซึ่งในเกมส์ BioHazard นั้นเราจะสามารถพบเจ้านี่ได้ ในชั้นใต้ดิน โซน Guard House (Ps.1) ทั้งนี้นั้นยังอยุ่ในช่วงของการทดลอง ครับ ซึ่งการพบกับมันในครั้งแรกนั้น ค่อนข้างที่จะลำบากในทีเดียว เพราะเสียเปรียบ เปนอย่างมากในการต่อสู้ในนํา ถ้าไม่มีกุญแจเข้าห้อง ลดปริมาณนํา Neptune อาจสร้างปัญหาให้แก่คุณได้การต่อสู้กับ Neptune ในนํานั้น ไม่เป้นเรื่องที่ฉลาดเลย ตรงกันข้ามคุณ อาจะพลาด เสียชีวิตได้เช่นกัน การโจมตีเนปจูน จะใช้วิธีการขยําเหยื่อ แล้วบิดด้วยคมเชี้ยวที่แหลมคม ประกอบกับ ไวรัส ซึ่งทำให้มันดุร้ายมากยิ่งขึ้น ดังนั้นคุณต้องพกกุญแจเข้าห้องลด ปริมาณนํา มาก่อนแล้ว การกำจัดมัน จะเป้นเรื่องที่ง่ายกว่าขนมเสียอีก (Ps 1)   Hunter นักล่าของจริง Hunter เป็นอาวุธชีวภาพมีรูปร่างคล้ายมนุษย์รวมกับสัตว์เลื้อยคลานที่สามารถเดินด้วยสองเท้า มีอาวุธคือกรงเล็บอันแหลมคมที่มือทั้งสองข้าง เอกลักษณ์ที่คนเล่นเกม Biohazard จำกันได้ดีคือเสียงกรีดร้องประจำตัวของมันพวกมันเป็นอาวุธชีวภาพที่บริษัท Umbrella สร้างขึ้นโดยนำ DNA ของสัตว์เลื้อยคลานมาฉีดผสมเข้าไปในไข่ของมนุษย์เพศหญิงที่จัดเตรียมไว้ แล้วเพาะแยกในหลอดทดลองที่มีการแพร่ T-Virus เข้าไปด้วยตลอดจนเป็นตัวสมบูรณ์ครั้งแรกที่มันปรากฎตัวให้เราเห็น มันจะแสดงความสามารถให้เห็นถึงความคล่องแคล่วว่องไว และความทนทานต่อกระสุนปืนที่มีมากกว่าซอมบี้หนำซ้ำ Hunter ยังมีการโจมตีที่สามารถปลิดชีวิตของผู้เล่นได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวนั่นคือการใช้กรงเล็บตะปบศีรษะของผู้เล่นจนหลุดกระเด็น ด้วยเหตุนี้ Hunter จึงกลายเป็นมอนสเตอร์ที่ผู้เล่นเกม Biohazard ต่างเข็ดขยาดกันมากที่สุดของเกมซีรี่ส์นี้อย่างช่วยไม่ได้
21 Jan 2020
10 ดีลสุดคุ้มประจำ Steam Winter Sale 2019
Steam ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มขายเกมชื่อดังของโลก ที่มีเกมให้เราเลือกเล่นอย่างมากมายพร้อมกับ Feature ในการสนับสนุนเกมเมอร์อย่างเต็มที่และสิ่งที่ทำให้ Steam ครองใจเกมเมอร์อย่างมากคือ Steam Sale ที่ลดกระหน่ำจนทำให้หลาย ๆ คนหมดเงินกันเป็นว่าเล่น ในตอนนี้เทศกาล Steam Winter Sale 2019 ก็ได้เริ่มหากใครยังไม่รู้ว่าจะซื้อเกมไหนดี วันนี้เรามีดีลสุดคุ้มสำหรับเทศกาลนี้มาแนะนำ 1.RESIDENT EVIL 2 / BIOHAZARD RE:2 (395.67 บาท) ถือว่าลดราคาเร็วมาก ๆ สำหรับเกมระดับ AAA จากทาง Capcom อย่าง Resident Evil 2 ฉบับ Remake เกม Survival Horror สุดตื่นเต้นที่ถูกใจเกมเมอร์ทั่วโลก ที่จะใช้เรารับบทเป็น Leon และ Claire ในการเอาชีวิตรอดจากฝูงซอมบี้ในเมือง Raccoon City  โดยมาให้เกมเมอร์จับจองในราคาไม่ถึง 400 บาทจากราคา 1,199 บาท ซื้อได้ที่นี่ 2.DARK SOULS III (375 บาท) From Software คือทีมงานเจ้าจองรางวัล Game of The Years ล่าสุดจากผลงานอย่าง Sekiro:Shadow Die Twice แต่หากคุณอยากจะสัมผัสเกมที่เป็นต้นแบบของความยากระดับที่ปาจอยทิ้ง ก็ต้องลองเกม Darksoul 3 เกมแนว Action - Adventurer ที่มีจุดเด่นในเรื่องของกราฟิกที่สวยงามและความยากระดับที่เกมอื่น ๆ ก็มอบให้ไม่ได้ ซึ่งหากคุณยังไม่เคยเล่นก็ควรหามาลอง ซื้อได้ที่นี่ 3.Batman: Arkham Knight Premium Edition (182.25 บาท) หนึ่งในเกม Super Heroes ที่ดีที่สุดผลงานจากทีม Rocksteady Studios กับเกม Batman: Arkham Knight เกมแนว Action Adventurer ที่ให้เราสวมบทเป็น Batman ออกต่อกรกับเหล่าร้ายในเมือง Arkham ที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและปิดตำนานของซีรีส์ Arkham ได้อย่างงดงาม ซื้อได้ที่นี่ 4.The Witcher 3: Wild Hunt - Game of the Year Edition (389.70 บาท) สำหรับใครที่กำลังอินกับซีรีส์ The Witcher ฉบับ Netflix อยู่ในตอนนี้เชิญมาสานต่ออารมณ์ได้ในเกม The Witcher 3: Wild Hunt ที่เราจะได้รับบทเป็น Geralt ในการตามหา Ciri ในโลกที่แสนกว้างใหญ่ พร้อมกับเนื้อเรื่องสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณนั่งเล่นเกมนี้ได้ทั้งวัน พร้อมกับ DLC ของตัวเกมอีก 2 ในราคาเพียง 389 บาท ซื้อได้ที่นี่ 5.Far Cry 5 - Standard Edition (400 บาท) เปลี่ยนจากเกมแนว Action - Adventurer มาเป็นเกมแนว FPS - Open World กันบ้างกับเกม Far Cry 5 ที่จะให้เรารับบทนายอำเภอมือใหม่ในการรับมือกับลัทธินอกรีต นำโดยหลวงพ่อ Josep Seed ที่พร้อมจะให้กำลังและความโหดร้ายต่อผู้ที่ขัดศรัทธา ซึ่งตัวเกมถือว่าสนุกและเล่นได้ยาว ๆ ซื้อได้ที่นี่ 6.Middle-earth: Shadow of War Definitive Edition (250 บาท) หากจะพูดถึงเกมจากจักรวาล The Lord of The Ring แล้ว Middle-earth: Shadow of War ถือว่าเป็นหนึ่งในเกมจากจักรวาลนี้ที่ทำออกมาได้ดีมาก ตัวเกมมีเรื่องราวที่น่าสนใจ มีระบบการเล่นที่ชวนให้ติดหนึบ ซึ่งในตอนนี้ตัวเกมได้อัปเกรดเป็นแบบ Definitive Edition ที่รวม DLC มากมายให้เหล่าเกมเมอร์เล่นเกมนี้ได้ยาว ๆ ซื้อได้ที่นี่ 7.Monster Hunter: World (479.60 บาท) เกมเมอร์หลาย ๆ ท่านอาจจะอยากได้เกมที่เล่นได้ยาวถึงยาวมาก ๆ คงไม่มีเกมไหนจะดีไปกว่าเกมนี้แล้ว Monster Hunter: World เกมที่ให้เรารับบทเป็น Hunter ในการออกล่ามอนสเตอร์สุดโหด โดยรูปแบบของเกมการเล่นนั้นอาจจะใช้เวลาในการศึกษาเล็กน้อย แต่เมื่อเล่นเป็นแล้วคุณจะอยู่กับเกมนี้ยาว ๆ ทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียว ซื้อได้ที่นี่ 8.PLAYERUNKNOWNS BATTLEGROUNDS (279.50 บาท) แม้ว่าในสมัยนี้เกมแนว Battle Royale จะมีให้เราได้เล่นกันอย่างมากมาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกมที่ทำให้กระแส Battle Royale โด่งคือเกม PLAYERUNKNOWNS BATTLEGROUNDS หรือที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่า PUBG โดยตัวเกมมีกฎที่ง่าย ๆ คือทำอย่างไรก็ได้ให้รอดจากสมรภูมิเดือนแห่งนี้ สำหรับเวอร์ชั่น Steam จะถือว่าเป็นเวอร์ชัน Original ของทีมงานที่มาพร้อมกับกราฟิกที่สวยงามและการแข่งขันแบบ Esports ที่มีอย่างต่อเนื่อง หากคุณไม่เคยลองเกมนี้ Steam Winter Sale คือโอกาส ซื้อได้ที่นี่ 9.Grand Theft Auto V: Premium Online Edition (471.60 บาท) Grand Theft Auto V แม้ว่าตัวเกมจะมีอายุหลายปีแล้ว แต่ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยตัวเกมจะแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ ๆ คือ Story Mode ที่จะให้เรารับบท 3 หนุ่มโฉดที่มีบุคลิกที่แตกต่างกัน แต่พวกเขาต้องร่วมมือกันในการก่ออาชญากรรมต่าง ๆ และโหมด Online ที่จะให้เราสร้างตัวละครของเราออกไปลุยกับโลกอาชญากรรม ซึ่งหากคุณซื้อเกมนี้ไปการันตีไว้เลยว่าขั้นต่ำ 50 ชั่วโมง ซื้อได้ที่นี่ 10. Cities: Skylines - New Player Bundle (442.12 บาท) Cities: Skylines คือหนึ่งในเกมสร้างเมืองที่ดีที่สุดในตอนนี้ ตัวเกมมีฟังก์ชันในการออกแบบที่หลากหลายตามสไตล์ของผู้เล่น รวมถึงการออกนโยบายประจำเขตที่ทำให้เราจัดโซนของเมืองได้ง่ายขึ้น โดยใน New Player Bundle จะแถม DLC -After Dark และ Mass Transit ที่จะทำให้เมืองของเรามีมิติในการพัฒนามากขึ้น ซึ่งหากคุณไม่เคยสัมผัสเกมนี้เราขอแนะนำให้คุณลองสักครั้งแล้วจะติดใจ ซื้อได้ที่นี่ Steam Winter Sale 2019 เริ่มแล้ววันนี้ถึงวันที่ 3 มกราคม 2021 ดังนั้นชอบเกมไหนรีบซื้อเลยเพราะโอกาสที่เกมจะลดราคาโหดแบบนี้มีไม่บ่อย
23 Dec 2019
Resident Evil 2 ปล่อย Demo ตัวใหม่ ซึ่งสามารถได้ยินเสียงของ Nemesis ได้!
ในช่วงที่รอการมาของ Resident Evil 3 Remake ที่จะวางจำหน่ายในปีหน้า ก็มีหลายคนที่กลับไปเล่น Resident Evil 2 Remake ที่วางจำหน่ายในช่วงต้นปีที่ผ่านมาใหม่อีกครั้ง และค้นพบว่ามี Achievement ใหม่ ที่ดูจะเกี่ยวของกับเกม RE3 Remake ที่กำลังจะออกถูกเพิ่มเข้ามาด้วย วันนี้ทางผู้พัฒนาก็ได้มีการปล่อย Demo ตัวใหม่ของภาค 2 ในชื่อ R.P.D. Demo ซึ่งดูจะมีคว่ามเกี่ยวของกับ RE3 เหมือนกันครับ! Youtube Channel ที่ใช้ชื่อว่า Suguru Misato ได้ปล่อยวิดีโอเกมเพลย์ของ R.P.D. Demo ภายในวิดีโอหลังจากที่เริ่มบังคับตัวละครได้แล้ว เขาก็ไม่ได้เริ่มเล่นตามเส้นทางของเกมโดนทันที่ แต่กลับเดินออกมาหน้าสถานี้ตำรวจแทน หลังจากเดินสำรวจไป ๆ มา ๆ อยู่สักพัก จู่ ๆ ก็มีเสียงของ Nemesis ซึ่งเป็นสัปหลาดประจำภาค RE3 ดังขึ้น ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเสียงร้องนี้หมายถึงอะไร แต่เดาว่าน่าจะเป็น Easter Egg ที่ผู้พัฒนาแค่อยากใส่เข้ามาเฉย ๆ ครับ Resident Evil 2 Remake วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ทั้งบนเครื่อง PS4 , Xbox One และ PC Credit : GamingBolt ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่    
16 Dec 2019
Resident Evil 2 Remake ทำยอดขายได้มากกว่าภาค Original แล้ว!
Resident Evil 2 Remake นั้นนับว่าเป็นเกมที่ประสบความสำเร็จมาก เพราะนอกจากจะได้รับคะแนนรีวิวที่ดีมากจากทั้งผู้เล่น และสื้อต่าง ๆ แล้ว ล่าสุดก็ดูเหมือนว่าตัวเกมนั้นจะสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 5 ล้านชุด แซงหน้ายอดขายของตัวเกมเวอร์ชั่น Original ที่ขายได้ 4.94 ล้านชุดไปแล้ว ดังนั้นถ้านับรวม ๆ กัน แปลว่ายอดขายในชื่อของ Resident Evil 2 ทะลุ 10 ล้านไปแล้วครับ! ด้วยยอดขายที่ดีมากขนาดนี้ จึงอาจจะเป็นเหตุผลให้ Capcom ตัดสินใจที่จะทำเกม Resident Evil 3 Remake ออกมา และประกาศวันวางจำหน่ายเป็น 3 เมษายน 2020 ซึ่งพูดได้ว่าเร็วมาก ๆ แต่อาจจะด้วยความที่เนื้อเรื่องของทั้ง 2 ภาคมีช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันมาก การออก RE3 Remake มาให้เร็วที่สุด เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกถึงความต่อเนื่องในการเล่นนั้น อาจจะสามารถช่วยกระตุ่นยอดขายทั้ง 2 ภาคไปในตัวด้วยนั้นเองครับ Resident Evil 2 Remake วางจำหน่ายแล้ววันนี้ทั้งบน PS4 , Xbox One และ PC Credit : GameRant ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่
12 Dec 2019
10 เกมที่มีโอกาสได้รางวัล Game of The Year จากเวทีต่าง ๆ มากที่สุด
Game of The Year ถือว่าเป็นหนึ่งในรางวัลสุดยอดของคนสร้างเกม ที่ในหนึ่งปีจะมีผู้ที่ได้รับรางวัลนี้เพียงเกมเดียวเท่านั้น ซึ่งในเวทีการประกวดเกมจะมอบให้กับเกมที่ดีที่สุดของปีนั้น ๆ ทำให้รางวัลนี้กลายเป็นรางวัลที่ทุกค่ายเกมหมายปองและในปี 2019 นี้เองก็มีเกมเทพ ๆ ออกมาให้เราได้เล่นกันตลอดทั้งปีปัจจุบันรางวัล Game of The Year จะขึ้นอยู่กับเวทีการประกวดต่าง ๆ โดยเวทีที่ได้รับความนิยมได้แก่ Golden Joystick Awards งานมอบรางวัลเกมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ปัจจุบันมีอายุเกือบ 37 ปีแล้ว ซึ่งใช้ผลโวทจากเหล่าเกมเมอร์ทั่วโลก The Game Awards งานมอบรางวัลเกมของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่จะใช้ผลโวทจากตัวแทนของบริษัทเกมและ Influence ในวงการเกมในการคัดเลือก Game of The Year British Academy Games Awards งานประกาศผลรางวัล Game of The Year ของประเทศอังกฤษ โดยมี British Academy of Film and Television Arts เป็นคนควบคุมงาน นอกจากนี้รางวัล Game of The Year สื่อสำนักต่าง ๆ รวมถึงเว็บไซต์เกี่ยวกับเรื่องเกมทั่วโลกสามารถที่จะมอบรางวัลนี้ได้ เพียงแต่ว่าจะได้รับความนิยมหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของแต่ละคน ซึ่งค่ายเกมต่าง ๆ ส่วนมากจะอยากได้รางวัลนี้เพราะนอกจากจะได้ชื่อเสียงแล้ว ยังมีผลต่อยอดขายอีกด้วยและในปีนี้พวกเราพวกเรา Gamefever จึงขอแนะนำเกมที่มีโอกาสได้รางวัล Game of The Year จากสำนักต่าง ๆ มากที่สุดมานำเสนอให้กับเพื่อน ๆ กัน 1.Super Smash Bros. Ultimate สุดยอดเกมแนว Fighting จากฝั่งของ Nintendo ที่นำเอาตัวละครจากเกมต่าง ๆ ลงมาต่อสู้กันในเวมีขนาดย่อม ที่ทำให้ออกมาได้สนุกและเร้าใจมาก ๆ โดยจุดเด่นที่จะทำให้เกมนี้ได้รางวัล Game of the Year คือความบันเทิงที่ครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเพื่อความสนุก ระบบ Community ไปจนถึงการแข่งขัน Esports ทำให้เกมนี้เป็นตัวเต็งมาก ๆ ที่จะได้รางวัลนี้ไปครอบครอง 2.Sekiro: Shadows Die Twice หากพูดถึงเกมที่เป็นกระแสในช่วงต้นปี 2019 ที่ผ่านมาคงไม่มีเกมไหนหนีเกมนี้ไปได้ Sekiro: Shadows Die Twice เกมแนว Action - Adventurer ที่เน้นการต่อสู้ที่เร้าใจ ท้าทายและตื่นเต้น พร้อมกับภาพกราฟิกที่สวยงาม ทำให้เกมนี้ได้รับความนิยมมากในช่วงต้นปี ซึ่งปีนี้ยังไง Sekiro ต้องมีรางวัลติดไม้ติดมือไปอย่างน้อยหนึ่งรางวัลอย่างแน่นอน 3.Death Stranding หนึ่งในเกมที่เป็นประเด็นร้อนกันมากที่สุดในช่วงนี้ คงหนีไม้พ้นเกม Death Stranding ที่ได้สร้างนิยามของเกมขึ้นมาใหม่ ซึ่งก็ทำออกมาได้ดีตามสไตล์ของ Hideo Kojima ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเนื้อเรื่องและเกมการเล่นที่ทำออกมาได้ดีมาก ในขณะเดียวกันหลาย ๆ คนก็อาจจะไม่ชอบเกมแนวนี้เช่นกัน ทำให้ตัวเกมอยู่ในภาวะที่ว่า "หากไม่ชอบก็จะเกลียดเกมนี้ไปเลย" แต่หากมองข้ามจุดนี้ไปตัวเกมก็คู่ควรกับรางวัล Game of The Year เช่นกัน 4.Star Wars Jedi: Fallen Order กลายเป็นหนึ่งในเกม Star War ที่ดีที่สุดไปอีกเกมแล้วสำหรับ Star Wars Jedi: Fallen Order ที่ได้ออกมาสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในแง่ของระบบการเล่นที่สนุกเร้าใจและเนื้อเรื่องของเกมที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เกมนี้ได้เข้าชิงรางวัล Game of The Years จากหลาย ๆ เวที ซึ่งแฟน ๆ ของซีรีส์ Star Wars เองต่างก็หวังให้เกมนี้ได้เช่นกัน 5.Resident Evil 2 (Remake) ถือว่าเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ Capcom กับการนำเอาเกมในตำนานมา Remake ใหม่กับเกม Resident Evil 2 ที่ตัวเกมนำเสนอความเป็น Survival Horror ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแฟนเกม Resident Evil หรือว่าคอเกม Action ต่างก็ถูกใจเกมนี้ ซึ่งเราต้องติดตามกันต่อไปว่า Leon และ Claire จะแบกรางวัล Game of The Year ปีนี้ได้หรือไม่ 6.Kingdom Hearts III Kingdom Hearts III คือเกมแนว Action - RPG ที่มีจุดเด่นในเรื่องของการนำเอาตัวละครจาก Disney มาผสมกับการทำเกมอย่าง Square Enix ทำให้ได้รับความนิยมมากจากแฟน ๆ ของทั้งสองค่าย สำหรับตัวเกมภาคล่าสุดถือว่าทำออกมาได้ดีมาก ทั้งในเรื่องกราฟิก ระบบการเล่นและเนื้อเรื่องที่เป็นจุดขายของตัวเกมทุก ๆ ภาค หากปีนี้ตัวเกมได้รางวัล Game of The Year ก็ถือว่าสมเหตุสมผลเช่นกัน 7.Fire Emblem: Three Houses หนึ่งในเกมจากเครื่อง Nintendo Switch ที่ต้องหามาเล่นให้ได้ Fire Emblem: Three Houses นำเสนอเรื่องราวการต่อสู้กันของสามประเทศที่ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยมและระบบการเล่นที่น่าหลงใหล ทำให้เราสามารถเล่นเกมนี้ทั้งวันทั้งคืน โดยเกมนี้เกมเมอร์หลาย ๆ คนต่างยกให้เป็นเกมจากเครื่อง Nintendo Switch ที่ดีที่สุดของปี 2019 เคียงคู่กับ Smash Bros. เลยทีเดียว 8.The Outer Worlds เกมนี้ในประเทศไทยอาจจะไม่ค่อยมีข่าวเท่าไหร่ แต่สำหรับต่างประเทศโดยเฉพาะทางยุโรปและสหรัฐอเมริกาเกมนี้ถือว่าได้รับความนิยมมาก โดยจุดเด่นที่แข็งแกร่งที่สุดของเกมนี้คือแนวทางในการดำเนินเรื่องที่หลากหลาย ตามสไตล์การเล่นของผู้เล่น ซึ่งตัวเกมทำออกมาได้อิสระมาก ๆ จนยากที่เกมไหนจะเลียนแบบได้และเกมเมอร์หลาย ๆ คนต่างเสนอเกมนี้เข้าชิงรางวัล Game of The Year อย่างไม่ขาดสาย 9.Control Control เกมแนว Action - Adventurer จากทีมงาน Remedy Entertainment ที่มีจุดขายในเรื่องงานภาพและเนื้อเรื่องของเกมที่ไม่เหมือนใคร ในเมืองไทยกระแสของเกมนี้อาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ต่างประเทศตัวเกมได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมากจนสามารถเข้าชิงตำแหน่ง Game of The Year ได้อย่างไม่ยากเย็น 10.Call of Duty: Modern Warfare Call of Duty: Modern Warfare ถือว่าเป็นเกมรายปีที่เหล่าเกมเมอร์มักจะได้เล่นกันเป็นประจำ แต่ว่าตัวเกม Call of Duty: Modern Warfare ฉบับ Soft Reboot ครั้งนี้ถือว่าทำออกมาได้เกินมาตรฐานอย่างมาก ทั้งในเรื่องของเนื้อเรื่องที่กระชับ รวดเร็วและถึงอารมณ์ เกมการเล่นที่พัฒนามากขึ้นจากตัวเกมภาคก่อน ๆ แต่ยังคงเอกลักษณ์เดิม ยังไงก็เกมนี้ต้องติดอยู่ในชื่อผู้เข้าชิงรางวัล Game of The Year อย่างแน่นอน แม้ว่าทุกเกมที่กล่าวมาล้วนจะทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและมีจุดเด่นเป็นของตัวเอง แต่น่าเสียดายที่รางวัล Game of The Years มีให้เพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น ดังนั้นหากเกมที่เราเชียร์ไม่ได้รางวัล Game of The Year ก็อย่าเสียใจไป
26 Nov 2019
Capcom จะเริ่มนำ "ซีรี่ส์เกมดั้งเดิม" ของค่ายมาทำใหม่มากขึ้น
ฏิเสธไม่ได้ว่าปี 2019 ที่ผ่านมาถือเป็นปีที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับค่ายพัฒนาเกมรุ่นเก๋าอย่าง Capcom ที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายจากการคืนชีพซีรี่ส์เกมยอดนิยมของค่ายอย่าง Resident Evil 2 Remake และ Devil May Cry 5 จนสามารถทำยอดขายได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของค่ายในปีนี้ ล่าสุด ดูเหมือนว่าเหล่าแฟนๆ เกมซีรี่ส์เก่าๆ ของ Capcom อาจจะมีเรื่องให้ยินดีกันแล้ว เมื่อ Capcom ประกาศว่าค่ายจะนำ "ซีรี่ส์เกมที่หยุดนิ่ง" ของค่ายมาทำใหม่มากขึ้น โดยอิงความสำเร็จของทั้ง Resident Evil 2 Remake และ Devil May Cry 5 เป็นเหตุผลหลักในการกำหนดทิศทางใหม่ครั้งนี้ แม้ว่าจะยังไม่มีข้อมูลว่าซีรี่ส์ที่ค่ายเล็งๆ จะเอามาคืนชีพใหม่มีอะไรบ้าง แต่ Capcom เองก็เป็นค่ายพัฒนาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และมีซีรี่ส์เกมดังๆ ในมืออยู่หลายเกมไม่ว่าจะเป็น Dino Crisis หรือ Darkstalkers ซึ่งต่างก็ไม่ได้ออกเกมภาคใหม่มานับสิบปีแล้วทั้งคู่ ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นเกมเหล่านี้ในฉบับปรุบปรุงใหม่ในเวลาอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ก็ได้นะ! แหล่งข่าว: PCGamesN ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่
18 Oct 2019
Monster Hunter World: Iceborne กำลังจะมี Collabo กับ Resident Evil 2
ในปัจจุบันเรามักจะเห็นการจัด Collaboration ระหว่างเกมด้วยกัน หรือ ระหว่างเกมกับหนังดังบ่อยๆ ซึ่งการจัดกิจกรรมภายในเกมแบบนี้ มันก็มักจะเป็นการสร้างสีสันให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างดี ล่าสุดเกมล่าแย้อย่าง Monster Hunter World: Iceborne ประกาศจะจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นอีกครั้งและเกมที่ถูกนำมา Collaboration ด้วย รอนี้ดันเป็น Resident Evil 2! ที่ดูจะไม่เกี่ยวข้องกันเลย อีเว้นท์นี้จะเริ่มในช่วงเดือน พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ ส่วนตัวที่จะเป็นตัวหลักให้เราได้ล่ากันก็คงไม่พ้น Vaal Hazak มังกรเชื้อโรคนั้นแหละ แน่นอนว่าการจัด Collaboration แบบนี้ มันก็ต้องมาพร้อมกับ"ชุดเกราะพิเศษ"ที่หาได้ในอีเว้นเท่านั้น ทั้งยังมีเครื่องประดับอาวุธเป็น Tofu หรือเจ้าเต้าหู่ประจำซีรีส์ RE2 ให้เก็บสะสมกัน นอกจากนี้จะมีสกิล Mr.X ให้น้อง Handler ใส่ในช่วงอีเว้นท์อีกด้วย งานนี้ไม่รู้จะเอาฮาไปถึงไหน! Credit : GamingBolt ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่
07 Oct 2019
Capcom เผยรายได้ในปีนี้ ยอดขาย RE2, DMC V, MHW เปรี้ยงฟันกำไรเพียบ
ช่วงนี้มันอยู่ยุคทองของ Capcom จริงๆ เพราะล่าสุดทางผู้พัฒนาได้เผยผลประกอบการ 3 เดือนแรกของปี 2019 (เดือนเมษายน - มิถุนายน) ซึ่งจากความสำเร็จของเกม Monster Hunter: World, Resident Evil 2 Remake และ Devil May Cry V ทำให้พวกเขาสามารถขายเกมได้มากถึง 17,938 ล้านเยน หรือตีเป็นเงินไทยราวๆ 5,212 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งตัวเลขเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่แล้วถึง 4.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี และผลกำไรทำได้ราวๆ 7,703 ล้านเยน หรือตีเป็นเงินไทยราวๆ 2,238 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง เพิ่มขึ้น 50.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี อย่างที่กล่าวข้าวต้นทาง Capcom เปิดเผยว่า ธุรกิจ Digital Contents มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องที่เพิ่มขึ้นของเกม Resident Evil 2 Remake และ Devil May Cry V ในขณะที่ Monster Hunter: World ยังคงสามารถขายได้ ซึ่งยอดขายรูปแบบ Digital เป็นยอดขายที่ทำกำไรได้สูง เป็นผลทำให้มีรายได้มากขึ้นอย่างมากในปีนี้ รวมถึงทาง Capcom เองยังได้รับค่าลิขสิทธิ์จาก IPs หนึ่งเป็นมูลค่าถึง 2 พันล้านเยน แต่ว่าผู้พัฒนาก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เนื่องจากการรักษาความลับของบริษัท ที่มา
05 Aug 2019
Resident Evil 2 Remake ขายได้มากกว่า 4 ล้านชุดทั่วโลกแล้ว !!
เป็นยอดที่ทำได้อย่างหน้าภูมิใจสำหรับ Resident Evil 2 Remake ที่ล่าสุดทางผู้พัฒนา Capcom ประกาศว่าตัวเกมภาคนี้ในเวลา 1 เดือนสามารถขายไปได้มากกว่า 4 ล้านชุดทั่วโลกเลยทีเดียวสำหรับทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งมันเป็นยอดขายที่น่าประทับใจพอตัว เพราะ Resident Evil 2 เวอร์ชั่น Original เองก็สามารถขายได้ประมาณ 4.93 ล้านชุด ในตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึงยอดขายเองก็ใกล้ที่จะเทียบเท่า Resident Evil 7 ที่ขายได้ 6 ล้านชุด โดย Resident Evil 2 Remake ก็ได้รับคำชมมากๆ จากนักวิจารณ์ กับความสนุกที่ครบรส และคงความคลาสสิคไว้ ซึ่งเราก็ต้องดูกันต่อไปว่าในอนาคตเกมภาคนี้จะทุบสถิติ Resident Evil 5 ที่ขายได้ 11 ล้านชุดหรือไม่ รวมถึงทาง Capcom ก็ยังเปิดเผยอีกว่า ตัวเกม Resident Evil นับตั้งแต่วางจำหน่ายภาคแรกในปี 1996 จนถึงตอนนี้ ตัวเกมทุกภาคสามารถขายได้รวมกันกว่า 90 ล้านชุดเลยทีเดียว โดยเกม Resident Evil 2 Remake วางจำหน่ายแล้วตอนนี้บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One ที่มา
27 Feb 2019
PUBG Mobile อัปเดตโหมดซอมบี้แล้ววันนี้
สิ้นสุดการรอคอยกับโปรเจกต์ PUBG Mobile x RE2 ที่หลายๆ คนรอคอย ตอนนี้ใครที่อยากสัมผัสกับซอมบี้ในเกม PUBG  ก็สามารถอัปเดตเกมแล้วเข้าเล่นได้เลย โหมดใหม่ที่เพิ่มเข้ามามีชื่อว่า Survive Till Dawn (รอดจนฟ้าสาง) เป็นอีเวนต์ที่เปิดให้เล่นในระยะเวลาจำกัด มีเฉพาะแค่แผนที่ Erangle เท่านั้น โดยนอกเหนือจากที่เหล่าผู้เล่นจะต้องห้ำหั่นกัน พยายามเอาชีวิตรอดและเหลือรอดเป็นคนสุดท้ายแล้ว ยังต้องต่อสู้กับฝูงซอมบี้และบอสจาก Resident Evil 2 ที่จะเกิดอยู่ตามจุดต่างๆ ของแผนที่อีกด้วย ซึ่งซอมบี้เหล่านี้จะดรอปอาวุธยุทโธปกรณ์ หมายความว่ายิ่งเราฆ่าซอมบี้เยอะเท่าไหร่ เราก็จะมีของให้ฟาร์มเยอะขึ้นมากนั่นเอง นอกจากนี้เมื่อตกกลางคืนซอมบี้เหล่านี้ก็จะเข้าสู่โหมดบ้าคลั่ง พากันวิ่งเข้ามาหาเราอย่างกับไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน หากเราเอาชีวิตรอดจนถึงเช้าได้เจ้าซอมบี้พวกนี้ก็จะสงบลง เปิดโอกาสให้เราห้ำหั่นกับผู้เล่นกันแบบชิลๆ ต่อ และเมื่อตกกลางคืนซอมบี้ก็จะโผล่มากันอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง วนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายสไตล์เกม PUBG https://www.youtube.com/watch?time_continue=30&v=2CzVfalfFAo นอกจากโหมดใหม่แล้ว ในการอัปเดต 0.11.0 ยังมีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาอีกหลายอย่างดังนี้ รายละเอียดการอัปเดต 1. โหมดใหม่: ซอมบี้ - รอดจนฟ้าสาง ผู้เล่นจะพบการจู่โจมจากซอมบี้และบอสในแผนที่ Erangel เมื่อฆ่าจะได้รับไอเทมในการต่อสู้ ในโหมดนี้ นอกจากจะได้สัมผัสความมันส์จากการไล่ล่าซอมบี้แล้ว ยังต้องเอาตัวรอดจากการไล่ล่าของผู้เล่นอื่นอีกด้วย 2. สภาพอากาศใหม่: แสงจันทร์ พบได้ในแผนที่ Vikendi เท่านั้น 3. เพิ่มกิจกรรมสมบัติ Resident Evil 2: รางวัลที่ได้รับจะไม่ซ้ำกันอย่างแน่นอน มาพร้อมชุดแฟชั่นสุดพิเศษ 4. เพิ่มกิจกรรมสมบัติฉลองหนึ่งปี: สกินอาวุธปืนหายากมากมายรอคุณอยู่! 5. เพิ่มล็อบบี้และเสียงดนตรีประกอบธีมซอมบี้ 6. เพิ่มไอเทมพิเศษจำนวนจำกัด จำหน่ายเฉพาะช่วงเฉลิมฉลองเท่านั้น! 7. เพิ่มอีโมชันพิเศษเฉพาะช่วงฉลองหนึ่งปี มาพร้อมอวาตาร์และกรอบรูปสุดพิเศษ 8. เพิ่มแผนที่ Sanhok ในโหมดสนามรบด่วน (อาเขต) 9. เพิ่มการดูรูปลักษณ์ตัวละครและความสัมพันธ์ผ่านหน้าข้อมูลส่วนตัว 10. เพิ่มฉายาถาวร "นัมบาวัน" และฉายาจำกัดเวลา "ผู้อยู่รอด" การปรับปรุงอื่นๆ 1. สามารถเลือกปิดเงา เพื่อลดความร้อนและการใช้แบตเตอรี่ได้ที่หน้าตั้งค่า 2. ปรับปรุงการแสดงผลภาพสิ่งก่อสร้างบางส่วนในแผนที่ Vikendi 3. เมื่อใช้ปืนกลมือ ปืนไรเฟิลจู่โจมในโหมดสงคราม จำนวนกระสุนเริ่มต้นในปืนจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า 4. ข้อมูลบันทึกผลงานสามารถเก็บได้สูงสุด 1 เดือน ส่วนข้อมูลที่มีอายุมากกว่า 1 เดือน จะถูกลบทิ้ง 5. แก้ไขการแสดงผลภูมิประเทศผิดพลาดในอุปกรณ์สเปกต่ำบางรุ่น
20 Feb 2019
เกมเมอร์รายหนึ่งเล่น RE2 Remake พบ Bug เจอ Mr.X ถึง 2 ตัว
ใครที่เคยเล่น Resident Evil 2 Remake มาก็น่าจะทราบความน่ากลัว Mr.X อาวุธชีวภาพตนหนึ่งที่คอยไล่ล่าเราทั้งเกมตั้งแต่ต้นยันจบ ซึ่งเอาตรงๆ แค่ตัวเดียวมันก็ทำให้เราผวาทั้งเกมแล้ว แต่ถ้าบังเอิญคุณเจอมันถึง 2 ตัวล่ะ?? ล่าสุดเกมเมอร์สาย Speed Run ท่านหนึ่งใช้ชื่อ Youtube ว่า BeastGamingHD ที่กำลังทำชาเลนซ์เล่นเกม Resident Evil 2 Remake โหมดยากสุดแบบไม่เซฟ โดยในขณะที่กำลังเล่นอยู่นั้นบังเอิญตัวเขาดันไปพบ Bug ของเกมที่ทำให้ Mr.X ปรากฏขึ้นมาถึง 2 ตัว โดยตัว Bug นี้เกิดขึ้นเพราะเขานั้นทำเวลาได้เร็วมากเกินไป ซึ่งพอเล่นจบเกมเมอร์คนนี้สามารถทำเวลาได้เร็วถึง 70 นาที และที่เขาคาดหวังไว้คือ 50 นาที เพื่อต้องการทำลายสถิติอันดับที่หนึ่งที่ทำได้ 54 นาทีนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นเกมเมอร์คนก็รู้สึกแฮปปี้ที่ได้พบ Bug นี้เพราะมันคือความท้าทายใหม่ที่เขาได้พบ https://www.youtube.com/watch?v=BVO_95DfSrw โดย Resident Evil 2 Remake วางจำหน่ายแล้วตอนนี้บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One
06 Feb 2019
Capcom กำลังพัฒนาเกม Resident Evil 8 และอยู่ในขั้นตอนการพูดคุย Resident Evil 3: Nemesis Remake
อาจจะเป็นข่าวดีอย่างต่อเนื่องสำหรับแฟน Resident Evil ที่ล่าสุดมีข่าวรั่วว่า Capcom กำลังพัฒนาเกม Resident Evil 8 อยู่ และจากความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อของ Resident Evil 2 Remake ที่ได้ทำเกมเป็นแนวมุมมองบุคคลที่สาม ทาง Capcom อาจจะเอาแบบพิมนี้มาใช้ใน Resident Evil 8 แทนที่จะเป็นแนวมุมมองบุคคลที่หนึ่งอย่างในเกม Resident Evil 7 รวมถึงตัวเกมภาคใหม่นี้ทางผู้พัฒนาอาจจะเอาองค์ประกอบของ Resident Evil 3.5 ที่เคยยกเลิกพัฒนาไปมาใช้อย่างเช่นศัตรูที่ชื่อว่า Hook-Man และตัวเกมจะเล่นกับประสาทหลอนที่เราไม่แน่ใจว่านี่คือศัตรูตัวไหนคือของจริง พร้อมทั้งข่าวดีอีกตัวก็คือหลังจากที่แฟนๆ เรียกร้องให้สร้างเกม Resident Evil 3: Nemesis แบบ Remake ขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ทาง Capcom เองก็กำลังสนใจที่จะสร้างอยู่เช่นกัน และกำลังพูดคุยถึงการพัฒนาแล้ว เพราะเอาตามตรงบอสอย่าง Nemesis ก็เป็นตัวละครที่หลายๆ คนจดจำตัวหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มีรายงานว่าทาง Capcom คิดจะสร้างเกม หรือ Remake เกมภาคอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ อย่างเช่น Resident Evil: Code Veronica แต่ตามรายงานทางผู้พัฒนายังไม่สนใจที่จะ Remake เกมภาค 4-5-6 ที่มา
31 Jan 2019
รีวิว Resident Evil 2 Remake ว่าที่ "เกมแห่งปี" มันไม่ได้เวอร์วังเกินไปเลย
ย้อนกลับมาเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วทางทีมงาน Invader Studios ได้ปล่อยตัวอย่างเกม Resident Evil 2 แบบฉบับ Fan Made ออกมา ซึ่งตัวเกมเปลี่ยนจากมุมมองแบบมุมสูงให้กลายเป็นแนว 3rd Person แบบเต็มตัวและมันก็ทำให้แฟนเกมหลายๆ คนต่าง Hype และพูดถึงโปรเจคนี้กันยกใหญ่ แต่เวลาต่อมาทาง Capcom เองก็ได้มาสั่งยกเลิกโปรเจคนี้ พร้อมกับอธิบายว่าพวกเขานั้นจะสร้างเกมนี้ขึ้นมาเอง และเชิฐให้ทาง Invader Studios เป็นผู้ร่วมออกไอเดียเกมนี้ จนในเดือนมกราคม ปี 2019 !! ตัวเกม Resident Evil 2 Remake ก็ปล่อยออกมาให้แฟนๆ เล่นกันแล้ว !! กับความสยอง ความน่ากลัวแบบจัดเต็ม !! ที่จะทำให้คุณขนลุกชูชันราวกับปวดท้องเข้าห้องน้ำ !! และในบทความนี้ผมจะมารีวิวเกมนี้แบบละเอียดทุกซอกทุกมุมให้ทุกท่านได้ทราบ กับประสบการณ์ที่ผมได้รับหลังจากไปเล่นเกมนี้มา แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าตัวผมเองนั้นก็ไม่ใช่แฟนเกมซีรีส์นี้โดยตรงเท่าไร ด้วยอายุอานามก็ยังไม่โตพอที่จะเล่น Resident Evil 2 ในสมัย PS1 แบบลึกถึงแก่นแก้ แต่ส่วนตัวก็เคยเล่นเกม Resident Evil 7 มาบ้าง จึงทำให้การรีวิวในบทความนี้เป็นความเห็นของเกมเมอร์หน้าใหม่ที่พึ่งเข้าวงการไม่นานนั่นเอง   Story โดยในเกมภาคนี้เราจะดำเนินอยู่ในช่วงปี 1998 เราได้รับบทเป็นสองตัวละครนั่นคือ Leon S Kennedy ตำรวจหน้าใหม่ที่พึ่งจะได้รับหน้าที่ให้มาประจำการเมือง Raccoon City วันแรก และ Claire Redfield น้องสาวของ Chris Redfield เจ้าหน้าที่หน่วย S.T.A.R ตัวเอกจากภาคแรก โดยเธอนั้นมาตามหาพี่ชายที่ประจำการอยู่เมืองนี้เนื่องจากขาดการติดต่อไป และในความซวยนั่นเอง พวกเขาทั้งสองเดินทางมาในเมือง Raccoon City ในช่วงเวลาที่เมืองเกิดวิกฤติซอมบี้ระบาดพอดี ซึ่งในตอนเริ่มเราจะสามารถเลือกเล่นตัวละครใดตัวละครหนึ่งก่อนได้ โดยจะแบ่งเป็นเนื้อเรื่อง A และ B ซึ่งเราจะสามารถเล่นเนื้อเรื่อง Leon แบบ A และ Claire แบบ B Clare แบบ A และ Leon แบบ B รวมๆ แล้วเราสามารถเล่นเกมนี้ได้ถึง 4 รอบเลยทีเดียว ซึ่งระบบนี้ก็มีมาตั้งสมัยเกมเวอร์ชั่น PS1 แล้ว [caption id="attachment_18258" align="aligncenter" width="1500"] ส่วนตัวเล่น Claire แบบ A เนื้อเรื่องจะพาเราเข้าสถานีตำรวจทางด้านหน้า และวิธีการเล่นจะคล้ายกับตัว Demo[/caption] [caption id="attachment_18259" align="aligncenter" width="1500"] เล่น Leon เวอร์ชั่น B จะเข้าสถานีตำรวจอีกทางทำให้เกมเพลย์แตกต่างจากพาร์ทแรก[/caption] ตัวเนื้อเรื่องของทั้งสองจะมีเส้นเรื่องที่ต่างกันออกไปประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ อย่างเช่นการเล่าเรื่องของ Leon จะพาให้เราไปเจอกับ FBI สาวชาวจีนอย่าง Ada Wong แต่ตัว Claire นั้นจะไปพบเจอกับเด็กสาวที่ชื่อว่า Sherry Birkin นั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากที่ผมเล่นจบมาทั้งสองแบบแล้ว ตัวมอนสเตอร์หรือบอสต่างๆของทั้งสองตัวละครที่เจอ ก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่อาจจะมีบอสบางตัวที่ทาง Claire เจอแต่ Leon ไม่เจอ....หรือ.... Leon เจอแต่ Claire ไม่เจอ ความแตกต่างที่เห็นชัดเจนมากๆ ก็คือในช่วงกลางเกม ที่เราจะได้มีโอกาสบังคับตัวละครรอง ซึ่งถ้าหากคุณเล่นเนื้อเรื่อง Leon มันจะมีช่วงที่ให้คุณบังคับ Ada แต่ถ้าคุณเล่นเนื้อเรื่อง Claire มันก็จะมีช่วงที่ให้คุณบังคับ Sherry ซึ่งการเล่าเรื่องจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่สุดท้ายเส้นเรื่องต่างๆ ช่วงบั้นปลายมันก็จะไปประจบในจุดเดียวกัน [caption id="attachment_18261" align="aligncenter" width="1500"] เกมเพลย์ของ Ada Wong ในเนื้อเรื่องของ Leon[/caption] [caption id="attachment_18262" align="aligncenter" width="1024"] เกมเพลย์ของ Sherry Birkin ในเนื้อเรื่องของ Claire[/caption] ถึงแม้เนื้อเรื่องจะบรรจบคล้ายๆ กัน แต่มันก็จะมีแรงจูงใจที่จะให้เราเข้าไปเล่นใหม่อีกรอบอยู่ดี !! เพราะมันจะทำให้คุณได้ทราบถึงอีกหนึ่งมุมมอง เนื้อเรื่องด้านใหม่ๆ ที่ถ้าหากว่าคุณเล่นไม่ครบทั้งสองตัวละครมันจะเกิด Plot Hole ที่จะทำให้คุณไม่เข้าใจ หรือความเป็นมาบางอย่างที่เล่าไม่หมดในแต่ละเนื้อเรื่อง ถึงแม้ว่าตอนจบมันจะพาให้เราไปเจอบอสตัวเดียวกันก็เหอะ แต่อย่างน้อยมันก็คุ้มค่า รวมถึงพวกบทสนทนาของตัวละครบางตัวที่อาจจะพูดแตกต่างกันถ้าหากเราเล่นเนื้อเรื่องคนไหนอีกด้วย ซึ่งนี่มันก็คือหนึ่งในเสน่ห์หลักของเกมนี้เลย กราฟิก ซึ่งเกมภาคนี้ก็ยังใช้ RE Engine ที่เคยสร้าง Resident Evil 7 มาก่อน หน้า Interface, HUD และ Inventery ต่างๆ ก็จะเหมือนเดิมเกือบหมด แต่ในเรื่องเงาต่างๆ ของเกมนี้ก็ต้องบอกเลยว่ามันทำได้ดีกว่าภาคที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถ้าหากว่าคุณคิดว่า Resident Evil 7 ภาพสวยแล้ว ผมว่าภาคนี้ต่อให้โมเดลจะทรงเดิม แต่ภาพมันสวยขึ้นและสมจริงมากขึ้นอีกนะ [caption id="attachment_18276" align="aligncenter" width="1024"] หน้า Inventory และ HUD จะคล้ายกับทาง Resident Evil 7[/caption] และทางผู้พัฒนาได้เปลี่ยนแปลงเกมนี้ให้กลายมาเป็นเกมแนว 3rd Person ซึ่งมันทำให้ความระทึกมันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะในเกมเวอร์ชั่นเก่าเราก็จะรู้สึกว่ามอนสเตอร์หรือบอสต่างๆ มันกำลังไล่ฆ่าตัวละครในเกม แต่การที่มันเป็นมุมมองนี้ มันจะทำให้เรารู้สึกว่ามันกำลังไล่ล่าเราอยู่จริงๆ เพราะเราจะจ้องหน้ากับมันอย่างชัดเจน บรรยากาศที่เน้นความมึด ความน่ากลัวที่ให้อารมณ์ต่างจากภาคก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิงที่จะเป็นความน่ากลัวแบบจิตๆ หลอนประสาท แต่ในภาคจะน่ากลัวในเชิงสัตว์ประหลาดชีวภาพที่จะคอยไล่ฆ่าเรา เกมเพลย์ ต้องบอกว่าด้านเกมเพลย์นั้น Resident Evil 2 Remake ยังคงความเป็นเกมฉบับคลาสสิคไว้อย่างเต็มร้อย ดั่งที่เกม Resident Evil 7 เคยทำมาเมื่อก่อนหน้า โดยตัวเกมจะเน้นการเล่นแบบ Survival จริงๆ ที่ไม่มีความรู้สึกถึงการเป็นเกม Action ดั่งในภาค 5-6 เลย ซึ่งหลักๆ ของเกมจะมีการแก้ไขปริศนาต่างๆ เพื่อหาทางออก รวมถึงตัวแผนที่ของเกมนี้ก็จะถอดแบบมาจากเวอร์ชั่นเก่าเป๊ะ แต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนรายละเอียด หรือเปลี่ยนแปลงบางจุดเล็กน้อยตามยุคตามสมัยไป [caption id="attachment_18303" align="aligncenter" width="1024"] ห้อง Library หนึ่งในห้องที่มีอยู่ในเวอร์ชั่นเก่า ถอดแบบมาเป๊ะๆ[/caption] [caption id="attachment_18304" align="aligncenter" width="1500"] ห้องของหน่วย S.T.A.R หรือห้องทำงานของ Chris Redfield พี่ชายของ Claire Redfield ตัวเอก แต่ว่าในภาคนี้เราจะไม่ได้มาพบกับ Leon เหมือนในเวอร์ชั่นเก่าแล้ว[/caption] โดยตัวปริศนาในภาค Remake นี้มีความคล้ายคลึงกับทางเวอร์ชั่นแรกบางส่วน แต่ก็จะมีบางอย่างที่เพิ่มขึ้นมาหรือแตกต่างกันไป หรือไอเท็มบางอันในภาคเก่าหาจุดนี้ แต่ในภาคใหม่หาอีกจุด รวมถึงในบางปริศนาหน้าตาคล้ายกัน แต่มันอาจจะมีจุดประสงค์ที่ไม่เหมือนกันเป็นต้น รวมถึงการเปิดพื้นที่ใหม่ๆ หรือช่องทางใหม่ๆ ที่เนื้อเรื่องแบบแรกไม่ได้เข้าไปอีกด้วย และในส่วนของเนื้อเรื่อง A และ B ตัวปริศนาจะและเกมเพลย์มีความแตกต่างกัน ถึงแม้ว่ารวมๆ แล้วจะคล้ายกัน แต่การแก้ไขปริศนาจะเปลี่ยนแปลงไปคนละแบบ ซึ่งนี่มันถือว่าเป็นความท้าทายใหม่ถึงแม้โดยรวมมันยังเหมือนเดิม (คำใบ้ปริศนาของเนื้อเรื่อง A และ B จะแตกต่างกัน ดูได้จากรูปด้านล่าง) และในเกมนี้อย่างที่บอกเกมเพลย์มันกลับไปเป็นรูปแบบคลาสสิคที่มีความ Survival อยู่เต็มเปี่ยม !! ทรัพยากรต่างๆ พวกกระสุนยา มันก็จะมีให้เราจำกัด รวมถึงพวกซอมบี้ในเกมนี้มันถึกมากๆ ถึกว่าหลายภาคที่ผ่านมาเลยทีเดียว บางตัวถ้าหากคุณบังเอิญยิงติดคริติคอลแล้วมันตายเลยก็โชคดีไป แต่ในความเป็นจริงการยิงแล้วติดครินี่เป็นเรื่องยากมากๆ อาศัยดวงล้วนๆ ซึ่งปกตินี่ยิงซอมบี้ตัวนึงต้องใช้กระสุนเป็น 10 นัดกว่าจะตาย ซึ่งคุณไม่มีทางที่จะสามารถฆ่าศัตรูทุกตัวแล้วยังมีกระสุนเพียงพอให้ใช้แน่ ถึงแม้ต่อให้คุณจะเล่นเกมนี้ในโหมดง่าย กระสุนที่มีให้เก็บเพิ่มมันก็ไม่พออยู่ดีถ้าไม่ประหยัด ซึ่งบังเอิญถ้าหากคุณตะบี้ตะบันยิงเล่นจนกระสุนหมด และบังเอิ๊ญอีก !! ไปจ๊ะเอ๋กับบอสพอดีในฉากหน้า !! ส่วนตัวก็ต้องบอกว่า กู๊ด ลั๊ค แฮ๊ป ฟัน ! นะจ๊ะ ! อิอิ ซึ่งมันทำให้คุณต้องคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะเอายังไงดี เลือกที่จะฆ่าให้หมดเพราะจุดนี้เราต้องมาบ่อย หรือเลือกที่จะวิ่งหลบเอาเพราะประหยัดกระสุนเป็นต้น รวมถึงพวกระเบิดแฟลช ระเบิดมือ หรือมีด ที่นอกจากจะใช้ปาใส่ศัตรู ใช้ฟันแล้วนั้น ข้อดีของมันคือเอาไว้เคาน์เตอร์มอนสเตอร์ที่มากระโดดงับเราด้านหน้าได้อีกด้วย [caption id="attachment_18301" align="aligncenter" width="1500"] จุดนี้เราต้องวิ่งมาบ่อย เลยต้องฆ่าศัตรูให้หมด[/caption] [caption id="attachment_18307" align="aligncenter" width="1024"] บางทีเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเพื่อประหยัดกระสุน[/caption] [caption id="attachment_18308" align="aligncenter" width="1024"] มีการเคาน์เตอร์ศัตรู เมิ้อถูกศัตรูเล่นงานจากด้านหน้า[/caption] รวมถึงตัว Leon และ Claire นั้นจะมีอาวุธที่แตกต่างกัน ซึ่งตัว Leon จะมีปืนพกตำรวจ อาวุธพิเศษจะเป็นลูกซอง, แม็กนั่ม, ปืนไฟ ส่วนของ Claire จะเป็นปืนลูกโม่, M79 และ ปืนช็อตไฟฟ้า ซึ่งทั้งสองจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน อย่างเช่นตัวปืนพกของ Leon จะมีกระสุนเยอะมากถ้าหากแต่งครบ ซึ่งมันจะทำให้เคลียร์ซอมบี้ได้ง่ายไม่ต้องกังวลเปลี่ยนแม็คบ่อย ต่างกับ Claire ที่ลูกโม่ใส่กระสุนได้ 5 นัดเท่านั้น แต่ผมรู้สึกว่าปืนมันแรงกว่าและยิงศัตรูกระเด็นได้ดีกว่า [caption id="attachment_18309" align="aligncenter" width="1500"] แคลร์จะมีปืน M79 ให้ใช้[/caption] [caption id="attachment_18310" align="aligncenter" width="1500"] Leon จะมีปืนลูกซอง[/caption] และรายละเอียดต่างๆ ของเกมที่จะทำมันสนุกมากขึ้นอย่างเช่นการอัพเกรดอาวุธปืนที่เราจะต้องไปหาคำใบ้หรือปลดล็อคสิ่งต่างๆ ตามฉาก รวมถึงในบางครั้งมันก็จะมีพวกซอมบี้ทะลุกำแพงมาจากทางหน้าต่าง ซึ่งตัวเกมมันก็จะมีระบบรองรับอย่างการเอาไม้ไปปิดเพื่อไม่ให้ศัตรูเข้ามา การคราฟกระสุนหรือยา ที่เราจะต้องคิดแล้วคิดอีกว่า ตรูจะคราฟอะไรดีฟ๊ะเพื่อประโยชน์ที่สุดนั่นเอง รวมถึงความลับต่างๆ ตามเอกสารที่จะทำให้เรารู้เนื้อเรื่องความเป็นมาของเกมมากขึ้น รวมถึงมันอาจจะมีคำใบ้เกี่ยวกับการแก้ไขปริศนาบางอย่างด้วย   [caption id="attachment_18311" align="aligncenter" width="1500"] มีการคราฟกระสุนหรือยา ที่เหมือนกับภาคที่แล้ว[/caption] [caption id="attachment_18312" align="aligncenter" width="1500"] มีการเอาไม้มาตอกกั้นหน้าต่าง กันผีทะลุออกมาในจุดที่เราต้องวิ่งมาประจำ[/caption] ซึ่งบรรยากาศภายในเกมนั้นก็ต้องบอกเลยว่ามันมีความมึด, ความระทึกกับเหล่าซอมบี้หรือ Licker ที่จะมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง แต่ความระทึกของคุณจะเข้าถึงขั้นขีดสุดก็ต่อเมื่อคุณเจอกับมัน !! เจ้า Mr.X ที่มันจะคอยเดินตามหลอกหลอนฆ่าเราทุกที และที่ระทึกไปกว่านั้นคือ เราฆ่ามันไม่ตาย !! อาจจะมียิงให้มันล้มบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็จะกลับมาใหม่ทุกที มันเหมือนเป็นปลิงที่คอยหลอกหลอนเราเวลาที่เรากำลังวิ่งแก้ไข้ปริศนา ซึ่งใครที่เคยเล่น Resident Evil 7 มันก็จะคล้ายๆ กับที่คุณวิ่งหนีไอ้ลุง Baker นั่นแหละ บอกเลยว่าระทึกมาก !! เครียดมาก !! คนที่กลัวเกมสยองขวัญที่แทบจะปิดเกมทิ้งเพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับไอ้เจ้าลุงโล้นนี่เลย และถ้าบังเอิ๊ญญญ เราไปเจ๊อะกับ Mr.X ที่ต้องวิ่งหนี อยู่กับเจ้า Licker ที่จะต้องเดินนิ่งๆ ห้ามส่งเสียง นั่นแหละครับคำว่านรกบังเกิดมีจริง 55555555555555+ [caption id="attachment_18313" align="aligncenter" width="1500"] เจอ Licker เจอ Boss ว่าระทึกแล้ว !! แต่มันน้อยนิดมากถ้าหากคุณได้เจอกับ Mr.X !![/caption] ความรู้สึก บอกเลยว่า Resident Evil 2 Remake มันเป็นเกมที่ทำออกมาให้ตอบโจทแฟนๆ มากเลยทีเดียว และต้องบอกเลยว่าในภาคนี้มันเพิ่มสเกลความระทึกและความยากมากกว่า Resident Evil 7 เสียอีก ถึงแม้ว่าความน่ากลัวของภาคนี้ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้เน้น Jump Scare แบบภาคที่แล้วให้เรากลัว แต่เนื่องการจำกัดของทรัพยากรที่มีให้น้อย บวกกับความระทึกของมอนสเตอร์ที่ไล่ล่าเราไม่หยุด บวกไปกับบรรยากาศเลือด เศษซากศพ ความเหวอะหวะ ความมึดวังเวงที่ทำออกมาได้ดีมากๆ จึงทำให้ภาพรวมของมันกลายเป็นเกมที่่น่ากลัวไม่แพ้ใครเลยทีเดียว รวมถึงความยากของเกมนี้อยู่ในขั้นพอดี ที่มันไม่ยากมากจนเกินเหตุ แต่ก็ไม่ง่ายจนเกินไป คนที่ไม่ใช่แฟนเกมแนวนี้ก็เล่นได้โดยไม่รู้สึกยากอะไร แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าความยากระดับนี้มันจะถูกใจแฟนๆ สายฮาร์ดคอร์ของเกมนี้หรือไม่ ซึ่งถ้าให้พูดถึงความรู้สึกส่วนตัวต้องบอกเลยว่า เกมนี้ไม่มีที่ติในเกือบทุกด้าน ถึงแม้ว่าตัวเนื้อเรื่องผมอาจจะตะขิดตะขวงใจหน่อยๆ เกี่ยวกับ Plot Hole ที่ยังรู้สึกมีให้เห็นอยู่บ้าง แต่ในเรื่องเกมเพลย์ที่ระลึก ความสยดสยองมันแทบจะทำให้ลืมข้อเสียของเกมนี้ไปโดยปริยาย และเคยมีสื่อต่างประเทศได้รีวิวเกมนี้ไว้ว่า Capcom ปล่อยว่าที่ Game of the Year มาตั้งแต่ต้นปีเลยหรอ ซึ่งผมต้องบอกเลยว่าคำๆ นี้ที่สื่อต่างประเทศเขากล่าวมา.....มันไม่ได้เวอร์วังเกินไปเลย [penci_review id="18155"]  
29 Jan 2019
Resident Evil 2 Remake คุณสามารถปรับภาพให้เป็นสมัย PS1 ได้
อย่างที่รู้ว่าเกมภาค Original ของ Resident Evil 2 นั้นออกมากว่า 20 ปีที่แล้วตั้งแต่สมัย PS1 ซึ่งในเกมภาคใหม่อย่าง Resident Evil 2 Remake นี้ตัวเกมก็ได้ปรับเปลี่ยนกราฟิกในสวยงามตามยุคสมัยมากขึ้น แต่ดูเหมือนว่าทางผู้พัฒนาจะทิ้ง Easter Egg ไว้เล็กน้อยเกี่ยวกับกราฟิกที่จะให้เราหวนไปรำลึกถึงวานๆ ได้ โดยในเวอร์ชั่น PC ของเกม Resident Evil 2 Remake ถ้าหากว่าคุณปรับกราฟิกให้ต่ำที่สุด โดยลดความลำเอียดเราให้เหลือ 640 × 480 หรือไม่ก็ลด Resolution Scaling ให้ต่ำกว่า 50% และเพิ่มรายละเอียดไป 1920×1440 ซึ่งมันจะทำให้ภาพของตัวเกมเป็นภาพสไตล์ Retro สมัย PS1 หรืออาจจะดูแย่กว่าในเวอร์ชั่นหลักด้วยซ้ำ 5555+ ซึ่งอันนี้เหมือนจะเป็นเรื่องขำขันซะมากกว่า เพราะเนื่องจากที่เกมเป็นแนวมุมมองข้ามหัวไหล่ การเล่นมันดูน่าจะปวดหัวมากถ้าหากจะเล่นในสเกลนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วการลดสเกลขนาดนี้ทำมาเพื่อรองรับคอมพิวเตอร์หลายเกรดให้สามารถเล่นได้ซะมากกว่า แต่มันก็เป็นผลพลอยได้ที่ทำให้เราย้อนกลับไปสมัยเก่าได้ด้วยเช่นกัน โดยเกม Resident Evil 2 Remake มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One ที่มา
15 Jan 2019
Resident Evil 2 Remake มีคนเล่นเดโม่มากถึง 1.3 ล้านคนภายในเวลา 3 วัน
ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีมากๆ สำหรับ Resident Evil 2 Remake ที่พึ่งปล่อย Demo 1-Shot ออกมาให้เราได้ทดลองเล่น ซึ่งทาง Capcom ได้สรุปสถิติไว้ทาง เว็บไซต์ เกี่ยวกับยอดในการเล่น โดยภายในเวลาแค่ 3 วันตัวเกมมีคนเข้าไปทดลองมากถึง 1.3 ล้านคนเลยทีเดียว ในทุกแพลตฟอร์ม แต่สิ่งที่น่าสนใจคือคนที่เล่น Demo จบมีเพียงแค่ 28% เท่านั้น เพราะว่าทางตัวเกมได้ให้ผู้เล่นมีเวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้น ซึ่งถ้าหากใครเล่นจนครบเวลา ตัวเกมก็จะตัดเข้าสู่ฉาก Trailer และหยุดเกมในทันทีแถมเราก็ไม่สามารถที่จะกลับเข้าไปเล่นใหม่ นอกจากที่คุณจะสร้างไอดีใหม่เข้าไปเล่นแทน https://www.youtube.com/watch?v=sVB_XudMgoA โดยเกม Resident Evil 2 Remake จะมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One
14 Jan 2019
Resident Evil 2 Remake เผยวันเปิด Demo ตัวแรก !! และสเปคใช้เล่นเครื่อง PC
เตรียมตัวกันได้เลยสำหรับแฟน Resident Evil 2 Remake ที่ล่าสุดทาง Capcom ได้ออกมาประกาศแล้วสำหรับ Demo 1 Shot ทั้งเวอร์ชั่น PC, PS4 และ Xbox One โดยตัวทดลองนี้จะเปิดในวันที่ 11 มกราคม ถึงวันที่ 31 มกราคม 2019 โดยตัวเนื้อหาจะมีแค่มิชชั่นแรกและจำกัดเวลาแค่ 30 นาที รวมถึงเราก็จะไม่สามารถที่จะรีสตาร์ทมิชชั่นได้ แต่มันก็จะมีเวลามากพอถ้าหากว่าคุณรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ https://www.youtube.com/watch?v=a-lEnz5QKuM พร้อมทั้งมีการประกาศออกมาว่าในเกมเวอร์ชั่น Remake นี้จะสามารถรันเกมได้ถึง 4K ในแบบ 30 FPS และรันเกมได้ถึง 60 FPS ในแบบ 1080p รวมถึงยังจัดเต็มเรื่องบรรยากาศและองค์ประกอบเช่นเลือด, ความเหวอะ แบบจัดเต็ม และสเปคที่ใช้เล่นเกมในเวอร์ชั่น PC มีดังนั้น ขั้นต่ำ OS: Windows 7, 8, 8.1, 10 (64-bit required) Processor: Intel Core i5-4460, 2.70GHz or AMD FX -6300 หรือมากกว่า Memory: 8 GB RAM Graphics: Nvidia GeForce GTX 760 or AMD Radeon R7 260x with 2GB Video RAM DirectX: Version 11 ขั้นแนะนำ OS: Windows 7, 8, 8.1, 10 (64-bit required) Processor: Intel Core i7-3770 or AMD FX -9590 หรือมากกว่า Memory: 8 GB RAM Graphics: Nvidia GeForce GTX 1060 or AMD Radeon RX 480 with 3GB VRAM DirectX: Version 11 โดยเกม Resident Evil 2 Remake วางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 [ Link ]
09 Jan 2019
Resident Evil 2 Remake จะใช้ Denuvo ในการป้องกันเจาะเถื่อน
อย่างที่รู้ว่า Denuvo โปรแกรม DRM ป้องกันการเจาะเล่นเถื่อนสุดฮิตในตอนนี้ มันก็ไม่ค่อยเป็นที่ประทับใจมากนักสำหรับชาว PC เพราะมันทำให้ประสิทธิภาพในการรันเกมนั้นลดลงไปมาก อย่างเช่นก่อนหน้านี้ในเกม Final Fantasy XV ที่มีคนเปรียบเทียบว่าตัวเกมที่รันโดยไม่มี Denuvo จะได้เฟรมเรทสูงกว่าเวอร์ชั่นที่มีนั่นเอง แต่ทั้งนั้นหลายๆ เกมเองก็ยังเลือกใช้โปรแกรมนี้เพราะมันสามารถป้องกันการเล่นเถื่อนได้มากเลยทีเดียว ซึ่งทางผู้พัฒนาอย่าง Capcom เองก็เลือกใช้โปรแกรมตัวนี้ในเกมตัวเองเช่นกันอย่าง Monster Hunter World, Mega Man 11 รวมถึงเกมใหม่ล่าสุดที่จะออกอย่าง Resident Evil 2 Remake ด้วย เพราะในหน้า Steam Page ได้เขียนเอาไว้ว่าเกมนี้จะใช้โปรแกรมนี้แน่นอน แต่ก็เป็นไปได้ที่ทางผู้พัฒนาจะลบออกไปหลังจากนี้อย่างที่เคยทำมาในเกม Mega Man 11 โดยเกม Resident Evil 2 Remake มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One และมีข่าวหลุดออกมาว่าตัว Demo เราจะได้เล่นกันในเร็วๆ นี้อีกด้วย ที่มา Gamingbolt
07 Jan 2019
7 เกมแก้ขัด !! เอาไว้เล่นรอ Resident Evil 2 Remake
25 มกราคม 2019 นี้พวกเราก็จะได้เล่นกันแล้วสำหรับ Resident Evil 2 Remake ที่ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างเกมจากเวอร์ชั่น 1998 กลายมาเป็นรูปแบบ 3rd Shooting ที่น่ากลัว และหลอนมากกว่าเดิม เราจะได้บังคับตัวละครหลักอย่าง Leon S Kenedy และ Claire Redfield ในตอนที่พวกเขายังเป็นมือใหม่ ไม่ใช่คนเหนือมนุษย์อย่างในทุกวันนี้ แต่ถ้าหากใครที่รอไม่ไหวและอยากจะเล่นแล้วเดี๋ยวนี้ กระผมเองก็อยากจะแนะนำเกมที่จะเอาไว้เล่นแก้ขัดก่อน Resident Evil 2 Remake จะมา ซึ่งเกมที่เลือกมานั้นมาจากความคิดเห็นส่วนตัวที่คิดว่าตัวเกมมีกลิ่นกลายที่คล้ายกัน หรือความกดดันที่คล้ายกันเป็นต้น ซึ่งถ้าหากว่าผิดพลาดหรือไม่ถูกใจใครกระผมก็ฝากขออภัยด้วยครับ และเกมที่ว่าจะมีอะไรบ้าง เราไปชมกันเลย The Evil Within เกมที่ถูกสร้างโดยคุณ Shinji Mikami ไดเร็กเตอร์ผู้ที่ให้กำเนิดเกม Resident Evil นี่แหละ โดยเกมนี้ก็ได้นำกลิ่นอายของ RE ที่เรารู้จักเข้ามาผสมผสานกับการเล่นยุคใหม่ให้เข้าถึงง่ายกว่าเดิม ระบบการเล่นบางอย่างก็นำมาจากเกม RE ภาคแรกๆ และที่สำคัญเลยคือการน่ากลัวของมันที่กลมกล่อมอย่างลงตัว อยู่ขั้นกลางระหว่าง Hardcore Gamer และคนทุกเพศทุกวัย เข้าถึงได้ง่ายคล้าย RE4 และที่เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือความเหวอะ เลือดสาดกระจายที่จะสร้างความหลอนให้คุณนั่นเอง โดยเกมนี้ออกมา 2 ภาคแล้วและได้รับคำวิจารณ์ที่ดีทั้งสองภาคเลยทีเดียว https://www.youtube.com/watch?v=H2qITQHud2I Resident Evil ภาคเก่า ถ้าจะเล่น Resident Evil ทั้งที การย้อนกลับไปเล่นภาคเก่าๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆ อย่างเช่นเกม RE2 ภาค PS1 เราก็สามารถไปทำความรู้จักบรรยากาศและสถานที่ภายใน หรือเตรียมพร้อมรบกับศัตรูที่เราจะต้องเจอในวันที่เล่นภาค Remake ก็ได้ หรือถ้าจะให้ใหม่ขึ้นมาหน่อยก็อาจจะไปเล่น RE4 ที่จะเป็นแนว Third Person เหมือนกันและยังคงความน่ากลัวอยู่ ไม่ก็อาจจะไปเล่นเกม RE7 ที่ใช้ Engine เดียวกัน วิธีการยิงต่างๆ เราสามารถฝึกจากเกมนี้ได้ และบอกเลยว่าความน่ากลัวของ RE7 ไม่น่าแพ้ภาค Remake แน่นอน https://www.youtube.com/watch?v=9YetHMnhnhM Dead Space เป็นเกม Action Horror ที่ทำออกมาได้น่ากลัวเลยทีเดียว กับมอนสเตอร์สุดโหด และบรรยากาศสุดหลอน ในห้วงอวกาศ และที่สำคัญคือเกมนี้ใช้มุมมองเดียวกับ RE2 Remake ซึ่งตองบอกเลยว่าต่อให้ Dead Space อาจจะเข้าถึงง่ายกว่า แต่ถ้าให้ดูเรื่องความโหดของมอนสเตอร์ ฉาก Jump Scare แบบจัดเต็ม บอกเลยว่าเอาไว้เล่นรอได้สบายๆ เพราะ RE2 น่าจะฟิลไม่ต่างกัน และถ้าอยากให้เข้าถึงความน่ากลัวจริงๆ ผมแนะนำภาค 1 ครับ เพราะภาคหลังๆ จะเน้นมันซะมากกว่าแล้ว https://www.youtube.com/watch?v=LAiHfqnbGYo Metro เกมที่ถูกกลับมา Remake ใม่เริ่มตั้งแต่ปี 2014 และจะมีภาคใหม่ในปี 2019 นี้ ซึ่งเกม Metro จะพาเราเข้าสู่โลกแห่ง Post-Apocalypse และปัจจัยสำคัญที่ท่านควรเล่นเกมนี้ก็คือการที่ตัวเกมมีทั้งความกดดัน ความหลอนที่เราจะต้องเจอเหล่าสัตว์ประหลาดในที่มืด มอนสเตอร์สุดโหดที่พร้อมจะกระชากคุณออกเป็นเสียงๆ พร้อมทั้งตัวเราเองที่มีทรัพยากรจำกัด ซึ่งเราจะต้องเอาตัวรอดให้ได้นั่นเอง ซึ่งนี่แหละมันแบบฉบับ RE ชัดๆ https://www.youtube.com/watch?v=Xc2hhef-Nzo How to Survive 3rd Person Standalone เกมอินดี้แนว Survival ที่ตอนแรกออกมาเป็นเกมมุมมองแบบ Bird Eye View และต่อมาก็ได้ออกเวอร์ชั่นใหม่เป็นเกมมุมมองแบบ 3rd Person มันเลยทำให้เวอร์ชั่นนี้ทวีความน่ากลัวมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เพราะมุมกล้องต่างๆ ศัตรูมันจะอยู่ใกล้เรามากขึ้น รวมถึงบรรยากาศความมืดของตัวเกมมันก็ทำให้เรารู้สึกวังเวงและหลอนมากขึ้นไปกว่าเดิมหลายเท่า เพราะเหล่าซอมบี้ต่างๆ มันจะคอยไล่ล่าเราจากทุกสารทิศ รวมถึงตัวเกมนี้มีระบบการคราฟที่น่าสนใจทำให้เราสามารถจมอยู่กับมันได้หลายสิบชั่วโมงเลยทีเดีวว https://www.youtube.com/watch?v=dyRQDoBN4n0 Alan wake อาจจะเป็นเกมที่น่ากลัวน้อยที่สุดจากทั้ง 7 เกม แต่ก็ต้องพูดได้ว่าบรรยากาศต่างๆ หรือการเล่นเราก็สามารถเล่นแก้ขัดเพื่อรอ RE2 Remake ได้ เพราะบรรยากาศของเกมนี้เราจะได้อยู่ในที่มืดวังเวง และต้องคอยต่อสู้กับเหล่าสิ่งชั่วร้ายที่คอยจะฆ่าเรา โดยเกมนี้อาจจะเหมาะสำหรับคนที่กลัวเกมผี แต่อยากลองที่เริ่มเล่น เพราะอย่างที่บอกคือความน่ากลัวของเกมนี้อาจจะไม่ได้มาก Jump Scare ไม่เยอะ แต่เรื่องบรรยากาศของเกมมันก็ไม่แพ้ใครเช่นกัน พร้อมทั้งเนื้อเรื่องของเกมนี้ก็ทำออกมาได้ดีจนหลายๆ คนต่างพาชมเลยทีเดียว https://www.youtube.com/watch?v=sSB4QcQMm6E The Last of US ถึงแม้ว่าบรรยากาศของเกมนี้อาจจะไม่ได้วังเวงหรือทำให้เรารู้สึกน่ากลัวเท่าไร เพียงแต่เกมการเล่นของมัน ต้องบอกว่าท้าทายไม่แพ้เกมอื่นๆ เพราะตัวเกมมีความยาก ความกดดันที่เราจะต้องค่อยๆ ลอบเข้าไปโจมตีศัตรูนั่นเอง และสิ่งสำคัญที่คุณห้ามพลาดคือเนื้อเรื่องของเกมนี้ จัดได้เลยว่ามันเป็นหนึ่งในเกมที่เนื้อเรื่องดีที่สุด และกินใจมากๆ จนนักรีวิวหลายๆ สำนักต่างพากันให้เกม The Last of US ได้คะแนน 10/10 เลยทีเดียว https://www.youtube.com/watch?v=OQpdSVF_k_w จบกันไปแล้วครับสำหรับ 7 เกมที่พูดไป (หรืออาจจะมากกว่านั้น 5555+) ซึ่งทุกท่านสามารถหามาเล่นได้และก็ต้องบอกเลยว่าราคาตัวเกมก็ไม่ได้แพงแล้ว เพราะแต่ละเกมส่ว่นใหญ่เป็นเกมเก่า แต่ความสนุกนี่ไม่แพ้เกมอื่นๆ เลยทีเดียว รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน ส่วน Resident Evil 2 Remake ทางผู้พัฒนาเองก็จะปรับเปลี่ยนเกมการเล่นให้แปลกใหม่กว่าเดิมด้วย บอกเลยว่าเหล่าแฟนๆ นี่คันไม้คันมือกันเลยทีเดียว โดยตัวเกมจะลงให้ทั้งเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One สนนราคาราวๆ 1,199 บาท LINK
21 Dec 2018
ข่าวหลุด !! Resident Evil 2 Remake อาจจะปล่อย Demo ให้เล่นต้นเดือนหน้า
เดือนเดียวเท่านั้นเราก็จะได้เล่น Resident Evil 2 Remake กันแล้ว ซึ่งเหล่าแฟนๆ ก็ต่างเฝ้ารอกันอย่างใจจดใจจ่อ นับวันรอคอยกันเลยทีเดียว แต่เหล่าแฟนๆ ต้องเฮได้เลยเพราะล่าสุดได้มีรายงานว่าเราอาจจะได้เล่นเกมเวอร์ชั่น Demo กันในวันที่ 11 มกราคม 2019 นี้ โดยทางเว็บไซต์ True Achievements ได้พบเห็นบน Xbox Store นั่นเอง โดยตัว Demo จะเรียกว่า 1-Shot โดยเราจะได้อยู่ในสถาณีตำรวจเมือง Raccoon City ในตอนเริ่ม ซึ่งตัว Demo จะเปิดให้เล่นถึงวันที่ 31 มกราคม 2018 นั่นเอง https://www.youtube.com/watch?v=5emAC-XRIT0 แต่ว่าข้อมูลนี้ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทาง Capcom แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะว่าในเกมภาคก่อนอย่าง Resident Evil 7: Biohazard เองก็เคยปล่อย Demo มาให้ทดลองเล่นก่อนเกมเปิดเช่นเดียวกัน โดย Resident Evil 2 Remake มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 29 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One สนนราคาราวๆ 1,199 บาท LINK ที่มา Gamingbolt
21 Dec 2018
เผยคลิปเกมเพลย์ Resident Evil 2 Remake ความยาว 20 นาที
เดือนหน้าพวกเราก็จะได้เล่นกันแล้วสำหรับ Resident Evil 2 Remake แต่ถ้าใครอยากจะชมเกมเพลย์เล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องดูนี่เลย สำหรับ เกมเพลย์ 20 นาที แบบจัดเต็มที่ทาง Arekkz Gaming ได้ปล่อยออกมา โดยเราจะได้เห็นรูปแบบการเล่น วิธีการยิง การแก้ไขปริศนา พร้อมทั้งได้เห็นการบังคับของทั้งสามตัวละครอย่าง Leon, Claire Redfield และ Ada Wong https://www.youtube.com/watch?v=KyOuqb6EYWw ซึ่งจากที่ดูแล้วเหมือนเป็นการเอาแบบพิมพ์ของเกม Resident Evil 7 มาใช้ เพียงปรับเปลี่ยนสกีนตัวละคร และเปลี่ยนจากมุมมองบุคคลที่หนึ่งเป็นบุคคลที่สาม โดยจากที่ดูแล้วถือว่าทำได้ไม่เลวถึงแม้ว่าจะลอกแบบพิมพ์มาเป๊ะ แต่ก็ได้อัพเกรดปรุงปรุงบางอย่างออกมาให้ดีขึ้น รวมถึงมอนสเตอร์ไม่มีแต่ไอ้ปีศาจต้นไทรเหมือนในภาค 7 แล้ว (ฮา) รวมถึงทาง Capcom ก็ได้ปล่อยตัวอย่างแนะนำตัวละครหลักอย่าง Leon และ Claire Redfield อีกด้วย https://www.youtube.com/watch?v=T78HIXVAkTo https://www.youtube.com/watch?v=rMo8LNXN_ss โดยตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One สนนราคา 1,199 บาท LINK ที่มา VG247 Gematsu
05 Dec 2018
Resident Evil 2 Remake จะมีเนื้อที่ประมาณ 21 GB
ถือว่าเป็นมิตรสำหรับใครหลายๆ คนกับเกม Resident Evil 2 Remake ที่ล่าสุดมีรายงานว่าไฟล์ตัวเกมนี้มี ขนาดเพียงแค่ 21 GB เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ ถ้าให้เทียบกับเกม AAA เกมอื่นๆ อย่าง GTA V ที่มีเนื้อที่อยู่ราวๆ 70 GB เลยทีเดียว รวมถึงก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่าผู้พัฒนาที่ช่วยกันสร้างเกมนี้มีถึง 800 คนเลยทีเดียว มากกว่าเกม RE6 ถึง 4 เท่า https://www.youtube.com/watch?v=a-lEnz5QKuM โดยเกม Resident Evil 2 Remake จะเป็นภาคนำเกม Resident Evil 2 ปี 1998 มาทำใหม่ ยกเครื่องกราฟิกทั้งหมดด้วย RE Engine พร้อมทั้งยังปรับเปลี่ยนตัวเกมจากมุมมองมุมสูงให้กลายเป็น มุมมองบุคคลที่สามแทน โดยตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One สนนราคาราวๆ 1,199 บาท LINK
04 Dec 2018
สกรีนช๊อต Resident Evil 2 Remake ชุดใหม่ เผย Ada ชุดแดงที่ทุกคนคิดถึง!
เมื่อพูดถึงตัวละครที่น่าจดจำในเกม Resident Evil 2 Remake นั้น นอกจากตัวละครหลักทั้งสอง Leon และ Claire แล้ว ตัวละครที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คงจะเป็นสายลับแสนสวย Ada Wong และชุดราตรีวันพีซสีแดงของเธอ ที่ติดตาตรึงใจเกมเมอร์ทั้งหลายมาตั้งแต่ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในยุค PS1 ผู้เล่นหลายคนก็แสดงออกถึงความผิดหวังเมื่อผู้พัฒนาเปิดตัว Ada โฉมใหม่ออกมาครั้งแรกเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมาในชุดคลุมสีน้ำตาลและแว่นกันแดดแตกต่างจากภาพที่หลายคนจำได้อย่างสิ้นเชิง แต่ล่าสุด ได้มีสกรีนช๊อตชุดใหม่หลุดออกมาทางเว็บบอร์ด Resetera ซึ่งแสดงให้เห็นถึง Ada ในชุดวันพีซแดงที่ทุกคนคิดถึงกัน (ดูเหมือนว่าเราจะได้เล่นเป็น Ada ด้วย) แถมยังมีภาพของบอสอย่าง Tyrant T-00 ด้วย! [gallery ids="14135,14124,14132,14148,14120,14121,14123,14125,14126,14127,14128,14129,14130,14131,14133,14134,14136,14137,14138,14139,14140,14141,14142,14143,14144,14145,14146,14147,14149"] Resident Evil 2 Remake จะวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 สำหรับ PS4, Xbox One, PC
03 Dec 2018
ข่าวลือ: Capcom อาจจะปล่อยเดโม Resident Evil 2 Remake ให้เล่นกันธันวาคมนี้
เป็นหนึ่งในเกมที่มีผู้เล่นเฝ้ารออย่างเหนียวแน่นที่สุดแล้วกับ Resident Evil 2 Remake เกมเก่าเล่าใหม่ที่นำเกมสุดคลาสสิคมาเนรมิตใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น แต่แม้ว่าจะมีวีดีโอเกมเพลย์ออกมาให้ดูกันแล้วมากมาย ผู้เล่นที่รอเกมอยู่ก็ยังอดลุ้นไม่ได้ว่าเกมจะปล่อยเดโมออกมาให้ได้ลองมือกันก่อนวันวางจำหน่ายปีหน้าหรือเปล่า ล่าสุด ดูเหมือนว่าเดโมเกม Resident Evil 2 Remake อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องมโนอีกต่อไป เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์ Anthony_Robert ได้เผยแพร่ภาพที่ดูเหมือนหน้าจอเลือกตัวละครในเดโมเกม Resident Evil 2 Remake! จากในภาพจะเห็นได้ว่าเมนูดังกล่าวจะเปิดให้เลือกเล่นทั้ง Leon Demo และ Claire Demo เลย ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นเดโมสถานีตำรวจ (Leon) และทางระบายน้ำใต้ดิน (Claire) ที่เราเคยดูกันไปแล้วนั่นแหละ โดยคุณ Anthony_Robert เผยว่าเดโมดังกล่าวจะเปิดให้โหลดกันในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันใดๆ จากผู้พัฒนา Capcom แถมคุณ Anthony_Robert ก็ลบข้อความดังกล่าวและตั้งบัญชีให้เป็นส่วนตัวไปแล้วในขณะนี้ จึงมีความเป็นไปได้สูงเช่นกันว่าทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องที่กุขึ้นมาเอง แต่สำหรับแฟนๆ ที่รอให้เกมปล่อยเดโมจริงๆ ก็ถือเป็นความหวังเล็กๆ ไว้ให้ชื่นใจกันนะจ๊ะ! Resident Evil 2 Remake จะวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 สำหรับ PS4, Xbox One, PC (ขอบคุณข้อมูลจาก GamerBraves)
28 Nov 2018
Resident Evil 2 Remake มีทีมพัฒนาเกมมากถึง 800 คน
บอกเลยว่านี่อาจจะเป็นเกมที่มีผู้พัฒนาเยอะมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียวกับ Resident Evil 2 Remake ที่ล่าสุด Capcom NHK Broadcast ที่ออกอากาศในญี่ปุ่นได้เปิดเผยทีมพัฒนาเกมนี้ว่ามีถึง 800 คนเลยทีเดียว ซึ่งจัดว่าเยอะมากๆ ถึงแม้ว่านี่คือสเกลงานของเกม AAA ก็ตาม เพราะว่าขนาดเกม The Legend of Zelda: Breath of the Wild ที่ได้รับรางวัล Game of the Year ปี 2017 ยังมีทีมพัฒนาเพียงแค่ 500 คนเท่านั้น และยังมากกว่าการพัฒนาเกม Resident Evil 6 ที่มีทีมงานแค่ 200 คน The most notable tidbit from last week’s Capcom NHK broadcast is that there were a whopping 800 (eight-hundred) people on #RE2 remake’s development. That includes programmers, photogrammetry models, mo-cap, etc. That’s more than the roughly 600 who worked on RE6. pic.twitter.com/zsmIUvGvLv — Alex Aniel (@cvxfreak) 19 พฤศจิกายน 2561 โดยเกม Resident Evil 2 Remake เป็นเกมที่ได้ปรับเปลี่ยนกราฟิกจากมุมมองแบบมุมสูง ให้กลายเป็นแนว 3rd Person เต็มตัว แต่ได้เพิ่มรายละเอียดให้เกมดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น พร้อมกราฟิกที่สยองขวัญขึ้นกว่าภาค Original หลายเท่าตัว โดยตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One สนนราคาราวๆ 1,199 บาท LINK ขอบคุณข้อมูลจาก Gamingbolt  
21 Nov 2018
Resident Evil 2 Remake ปล่อยคลิปเกมเพลย์ 15 นาที ปะทะ Licker
อย่างที่รู้ว่า Licker เป็นศัตรูตัวสำคัญที่สุดในเกม Resident Evil 2 และพอมาถึงภาค Remake สัตว์ประหลาดตัวนี้เองก็ได้อัพเกรดกราฟิกให้สวยและดูสยองขวัญมากยิ่งขึ้น ล่าสุดทาง PlayStation ได้เปิดเผย Gameplay 15 นาที กับการบังคับ Claire Redfield ที่ต้องเข้าไปอยู่ในสถานีร้างและต้องเจอกับเจ้า Licker ที่มาคอยไล่ล่าเรา https://www.youtube.com/watch?v=WWTdCFmA0j8 โดยเกม Resident Evils 2 Remake เป็นเกม Suvival Horror ที่เราจะได้รับบทเป็น Leon F Kennedy ตำรวจมือใหม่ และ Claire Redfield  น้องสาวตัวเอกภาคแรกที่ได้เข้ามาในเมือง Raccoon City และต้องเผชิญกับเหตุการณ์ซอมบี้ระบาดแบบไม่คาดฝัน โดยตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2018 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One
20 Nov 2018
เผยคอสตูมเวอร์ชั่นคลาสสิคของทั้งสองตัวละครใน Resident Evil 2 Remake
ออกมายั่วกันตลอดกับเกม Resident Evil 2 Remake เพราะล่าสุดก็เอาใจคนยุคเก่าเผยคอสตูมเวอร์ชั่นคลาสสิตของทั้งสองตัวละคร Leon Kennedy และ Claire Redfield ที่เราจะสามารถปลดล็อคได้ภายในเกม สามารถดูได้ด้านล่าง https://www.youtube.com/watch?time_continue=27&v=30BQjlXXamY เอาตามตรงตัวคอสตูมของ Leon นั้นแทบจะเหมือนกับแบบฉับเป๊ะๆ แต่ทางคอสตูมของ Claire เองก็จะมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยให้ไม่มีเสื้อดำข้างในแต่สีหรือองค์ประกอบหลายๆ อย่างก็จะเหมือนเวอร์ชั่นแรกเกือบหมดเช่ยลายเสื้อด้านล่าง โดยเกม Resident Evils 2 Remake มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคา 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One สนนราคาราวๆ 1,199 บาท ดูรายละเอียด คลิ๊กที่นี ขอบคุณข้อมูลจาก Gamingbolt
01 Nov 2018
Resident Evil 2: Remake เผยเกมเพลย์ ไฝว่กับ Licker สุดสยอง
ใครที่เคยเล่นเกม Resident Evil 2 มาก่อนก็น่าจะรู้ว่าเจ้าตัว Licker นั้นเป็นศัตรูที่น่ากลัวและเป็นเอกลักษณ์ของเกมภาคนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งล่าสุดในเกม Resident Evil 2: Remake ทางผู้พัฒนาก็ได้ปล่อยตัวอย่างเกมเพลย์สั้นๆ ของตัวเอกในฝั่ง Claire Redfield ที่จะต้องเจอกับเจ้า Licker ไล่ตามตัวเป็นๆ บอกเลยว่าสยอง (ดูคลิปจากทางด้านล่าง) https://www.youtube.com/watch?v=Qrm3j05YGKM บอกเลยว่าดีไซน์ของตัว Licker นี้ดูท่ากลัวและบึกบึนมากกว่าเดิมเยอะเลย พร้อมทั้งภายในเกมเพลย์เราจะต้องเจอกับมันในสถานที่มึดๆ ทางหลบก็ไม่เยอะ ไม่อยาจะคิดเลยว่าขนหัวลุกขนาดไหน โดยเกม Resident Evil 2: Remake เป็นภาคที่ปรับเปลี่ยนระบบการเล่นอย่างสิ้นเชิงจากภาคที่เคยออกมาในปี 1998 จาก Capcom โดยเกมภาคนี้จะวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One [ LINK ] ขอบคุณข้อมูลจาก Gamingbolt  
11 Oct 2018
Capcom กำลังพิจารณานำเกมขึ้น Cloud มากขึ้น
แม้ว่าเครื่อง Nintendo Switch จะเริ่มปล่อยเกมแบบเดียวกับ PS4, Xbox One ออกมาให้เล่นกันบ้างแล้ว (อย่าง Wolfenstein, Doom เป็นต้น) แต่ก็ยังมีอีกหลายเกมที่ออกมาแล้วไม่สามารถทำลงเครื่องของปู่นินได้เพราะเรื่องของฮาร์ดแวร์ ที่ไม่ทรงพลังพอจะมอบประสบการณ์เกมทีดีให้ผู้เล่นได้ แต่ก็มีผู้พัฒนาหลายคนเลือกจะแก้ปัญหานี้ด้วยการใช้เทคโนโลยี Streaming ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในเร็วๆ นี้อาจจะเป็น Assassins Creed Odyssey ของ Ubisoft หรืออย่าง Resident Evil 7 ที่ Capcom ประเดิมปล่อยแบบ Cloud Version ในญี่ปุ่นด้วย ล่าสุด ดูเหมือนว่า Capcom เองก็มีแผนจะเดินหน้ากับเทคโนโลยีนี้มากขึ้น เมื่อค่ายเปิดเผยต่อเว็บ The Wall Street Journal ว่าค่ายกำลังพิจารณาเรื่องการสร้างเกมแบบ Cloud Version สำหรับเครื่อง Nintendo Switch มากขึ้นในอนาคต โดยจะอิงจากตัวเลขยอดขายของ Resident Evil 7 ในการตัดสินใจ โดยปัจจุบันค่ายได้ปล่อยเกมให้เช่าในญี่ปุ่นในราคาราวๆ $18 (เกือบ 600 บาท) ต่อเวลาเล่น 180 วัน ถือเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับผู้เล่น Nintendo Switch ทั่วโลก ที่ในอนาคตอาจจะสามารถเล่นเกมอย่าง Resident Evil 2 Remake หรือกระทั่ง Devil May Cry 5 ได้แบบพกพา แต่ก็ยังน่าลุ้นว่าเน็ตไทยแลนด์เราจะสามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้แค่ไหน
02 Oct 2018
Resident Evil 2 Remake: พรีวิวเกมเพลย์ Claire Redfield จากงาน Tokyo Game Show 2018
ตั้งแต่สมัยยังละอ่อน ผู้เขียนก็เป็นเกมเมอร์เด็กขี้กลัวที่ไม่ค่อยถนัดเกมแนว Survival Horror เลยเพราะกลัวเกินกว่าจะสนุกกับมันได้ ในขณะที่เพื่อนๆ ของผู้เขียนต่างก็สนุกสนานกับเกม Resident Evil 2 (สมัยนั้นยังเรียก Biohazard กันอยู่เลย) ผู้เขียนก็มักจะปลีกตัวไปเล่นเกมอื่นคนเดียวแทน ผ่านเวลามากว่า 20 ปี ในตอนนี้ผู้เขียนเองก็มีภูมิต้านทานต่อเกมน่ากลัวมากขึ้นพอสมควร พอได้มีโอกาสมาถึงงาน Tokyo Game Show 2018 ทั้งที จะไม่ลองเล่นเกมยอดนิยมอย่าง Resident Evil 2 Remake ก็กระไรอยู่ แถมยังได้ข่าวมาว่าในงานจะเปิดให้ลองเกมเพลย์ฝั่ง Claire Redfield เป็นครั้งแรกอีกด้วย ผู้เขียนก็เลยกัดฟันเดินตรงเข้าไปในบูธเดโมของ Capcom ที่สร้างขึ้นมาให้เหมือนกับสถานีตำรวจ R.P.D. ในเกมนั่นเอง ทันทีที่เดินผ่านประตูสถานีตำรวจที่เต็มไปด้วยถุงเก็บศพ ก็มีทีมงานประจำบูธแต่งตัวชุด Claire เดินมาต้อนรับ พร้อมกับอธิบายว่าผู้เขียนมีเวลาเล่นเกมเพียงห้านาทีเท่านั้น! และถ้าตายก่อนหมดเวลาจะถือว่าหมดสิทธิ์เล่นต่อทันที! (เข้าใจแหละเพราะผู้เขียนเองก็ต้องเข้าแถวเป็นชม.อยู่กว่าจะได้เข้าไปเล่น...) เดโมในงานเปิดให้ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะเล่นฝั่ง Claire หรือ Leon โดยเดโมของ Leon นั้นจะเป็นตัวเดียวกับที่เปิดให้เล่นในงาน PSX 2018 ที่เมืองไทย (อ่านพรีวิว ที่นี่) ในส่วนของเดโม Claire นั้น ผู้เขียนได้รับทราบก่อนจะเลือกว่าจะไม่มีศัตรูที่เป็นซอมบี้ธรรมดาให้สู้ แต่จะมีเพียงบอส William Birkin ให้สู้เพียงตัวเดียว ได้ยินแล้วก็แอบใจแป้วนิดๆ เพราะบอสตัวนี้คือตัวการที่ทำให้ผูัเขียนขยาดเกม Horror ไปเลยตอนเป็นเด็ก... อย่างที่เคยเห็นในภาพข่าวที่ผู้พัฒนาปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ เดโมของฝั่ง Claire จะให้ผู้เล่นได้ต่อสู้กับบอส Birkin ในฉากทางระบายน้ำใต้ดิน ซึ่งต้องขอชมผู้พัฒนาที่แปลงฉากใต้ดินจากเกมดั้งเดิมออกมาได้น่ากลัวไม่แพ้สมัยผู้เขียนเป็นเด็กเลย หลังจากที่เดินสำรวจได้ซักพัก แอบมีสะดุ้งบ้างในจังหวะที่ท่อน้ำตามฉากพ่นไอน้ำออกมา ผู้เขียนก็พบกับคัตซีนสั้นๆ (ซึ่งทีมงานบูธบอกให้กดข้ามเพื่อรักษาเวลา) ก่อนที่จะถูกส่งเข้าไปเผชิญกับ Birkin ทันที ด่านของบอส Birkin ถูกออกแบบมาให้เป็นทางเดินแคบๆ ที่มีทางแยกออกไปประปรายตามทาง บางทีก็เป็นทางตัน แต่บางทีก็มีไอเทมอย่างกระสุนหรือยาเขียวให้เก็บบ้าง ซึ่งคนที่เคยเล่นเกมภาคดั้งเดิมอาจจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้เขียนที่เคยเห็นฉากนี้ผ่านๆ แค่ประปราย ถือว่าฉากช่วยขับอารมณ์ความสิ้นหวังและกดดันได้ดีมากๆ ประมาณว่าเราไม่มีที่ไหนให้หนีได้จริงๆ ผู้เขียนรีบชักปืนยิงระเบิด Grenade Launcher ออกมาก่อนเป็นอย่างแรก (ในเดโม Claire จะได้รับปืนระเบิด ปืนกลสั้น และปืนลูกโม่) และบรรจงอัดระเบิดใส่หน้า Birkin รัวๆ จนหมดตัวเลย ซึ่งดูเหมือนจะพอสร้างความเสียหายได้บ้าง แต่ก็ยังไม่พอจะล้มบอส ที่ยังคงค่อยๆ เดินเข้ามาหาผู้เขียนทีละนิดๆ หลังจากที่ชักปืนกลออกมายิงไปได้ซักพัก ลูกตาลูกใหญ่ตรงไหล่ของบอสก็เปิดขึ้น ผู้เขียนไม่รอช้ารีบชักปืนลูกโม่ออกมาเล็งลูกตสทันที ในส่วนของเกมเพลย์การยิงปืนไม่ได้ต่างจากของ Leon โดยผู้เล่นจะต้องกด L2 ค้างไว้ซักพักก่อนที่เป้าเล็งจะหดตัวลงมาแคบพอที่ผู้เขียนจะยิงปืนได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นระบบที่ทำให้เกมยังคงความกดดันจากภาคดั้งเดิมไว้ได้แม้จะเปลี่ยนมาเป็นระบบการยิงแบบ Third-person (มุมมองบุคคลที่ 3) หลังจากที่เล่นวิ่งไล่จับไปได้อีกแปบนึง (และอัดกระสุนลูกโม่เข้าตาบอสจนหมดตัว) ในที่สุดผู้เขียนก็สามารถพิชิตบอส Birkin ลงได้ทันกำหนดเวลา จนพนักงานบูธถึงกับเอ่ยปากชมฝีมือเลยทีเดียว (ไม่ได้โม้นะจะบอกให้) ก่อนจะนำผู้เขียนออกไปนอกบูธ โดยรวมแล้วประสบการณ์การสู้บอส Birkin ครั้งนี้ถือว่าดีกว่าครั้งแรกที่ผู้เขียนเจอเมื่อ 20 ปีที่แล้วแน่นอน ถ้าถามว่ายังน่ากลัวอยู่ไหมก็คงต้องตอบว่าน่ากลัวจริงๆ ด้วยองค์ประกอบตามฉากและระบบเกมเพลย์ที่เพิ่มความกดดันให้ผู้เล่นตลอดเวลา แม้ว่าสุดท้ายการสู้บอสจะค่อยข้างเรียบง่ายไปซักนิด อาจเพราะอาวุธครบมือ (ไม่รู้ว่าในเกมจริงจะมีปืนระเบิดให้ใช้แบบนี้ไหม) และการโจมตีของบอสที่ค่อนข้างช้า เมื่อรวมกับวิธีการควบคุมตัวละครแบบใหม่ ทำให้การวิ่งหนีออกมาตั้งหลักเพื่อยิงจุดอ่อนง่ายกว่าในภาคดั้งเดิมพอสมควร แต่ด้วยการออกแบบบอสที่มีความน่ากลัวน่าขยะแขยงก็ช่วยให้เรายังคงรู้สึกกดดันทุกครั้งที่ต้องมองบอสค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหาช้าๆ ในระหว่างที่รอให้เป้าเล็งค่อยๆ หดลงมา ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจทีเดียวกับเดโมเกมเพลย์ครั้งนี้ ซึ่งกลบจุดอ่อนของบอสเกม Resident Evil ภาคหลังๆ (ยกเว้นภาค 7) ที่เอาความน่ากลัวแลกกับฉากแอคชั่นเท่ๆ ซะมากกว่า แถมยังเพิ่มความมั่นใจให้ผู้เขียนประมาณนึง จนตอนนี้พูดได้เต็มปากเลยว่า Day One แน่นอนเกมนี้! Resident Evil 2 Remake จะวางจำหน่ายวันที่ 25 มกราคม 2019 สำหรับ PS4, Xbox One, PC อ่านพรีวิวเกมอื่นๆ จาก Tokyo Game Show 2018 ได้ ที่นี่
22 Sep 2018
เทรลเลอร์ Resident Evil 2 Remake เผยลุคใหม่ Ada Wong ครั้งแรกในงาน Tokyo Game Show 2018
วันนี้ในงาน Tokyo Game Show 2018 ค่ายพัฒนา Capcom ได้ปล่อยเทรลเลอร์ใหม่ล่าสุดสำหรับเกม Resident Evil 2 Remake ซึ่งเปิดเผยตัวละครยอดนิยมอย่าง Ada Wong เป็นครั้งแรก! https://www.youtube.com/watch?v=KyGk4KTJu5w เห็นได้ชัดเจนว่าตัวละครเปลี่ยนไปมากจากเวอร์ชั่นดั้งเดิมที่ใส่ชุดราตรีสีแดงสุดเร่าร้อน เปลี่ยนมาเป็นการใส่เสื้อคลุมยาวมิดชิดพร้อมกับแว่นกันแดดปิดหน้าปิดตา โดยผู้พัฒนาเผยว่าต้องการจะให้ตัวละครดูสมจริงเข้ากับกราฟิคของเกมภาค Remake นั่นเอง โดยคุณ Kazunori Kadoi (ผกก. เกม) เปิดเผยกับเว็บ Eurogamer ไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่าชุดราตรีสีแดงคงจะขัดกับความสมจริงที่ผู้พัฒนาต้องการจะสร้างในเกมภาคนี้ ซึ่งชุดคลุมยาวในเวอร์ชั่นใหม่ยังสื่อถึงความเป็นสายลับของเธอได้ดีกว่าด้วย Resident Evil 2 Remake จะวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 สำหรับ PS4, Xbox One, PC
20 Sep 2018
รีเมคซ้ำซ้อน?! ผู้พัฒนา Resident Evil เผย อาจรีเมค REmake อีกครั้ง
แฟนๆ ซีรี่ย์ Resident Evil รุ่นดั้งเดิมทั้งหลายน่าจะจำกันได้กับเกม Resident Evil 1 Remake (หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า REmake) ที่เคยปล่อยออกมาในปี 2002 สำหรับเครื่อง GameCube ล่าสุดผู้พัฒนาเหมือนจะส่งสัญญาณว่าเราอาจจะได้เห็นเกมนี้กลับมาอีกครั้งแบบเดียวกับ Resident Evil 2! เว็บ GameInformer ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ระหว่างเว็บและคุณ Kazunori Kadoi ผู้กำกับเกม Resident Evil 2 (ภาครีเมค) โดยผู้สื่อข่าวได้ถามคุณ Kadoi ถึงการรีเมคเกมภาคอื่นๆ ในซีรี่ย์เหมือนภาค 2 รวมไปถึงเกมภาคแรกที่เคยรีเมคไปเมื่อเกิน 15 ปีมาแล้ว โดยคุณ Kadoi ตอบว่าคงจะไม่ใข่เรื่องตลกถ้าค่ายจะทำการรีเมคเกมภาคแรกอีกครั้งจริงๆ ผมว่ามันก็ผ่านมานานพอที่ถ้าเราทำแบบนั้นจริงๆ มันก็คงจะไม่ดูตลกแล้วล่ะ โดยส่วนตัวผมก็สนใจที่จะทำนะ คุณ Kadoi กล่าว นอกจากนี้ คุณ Kadoi ยังพูดถึงการรีเมคเกมภาคอื่นๆ ในซีรี่ย์ว่าเป็นไปได้แน่นอน แค่ค่ายคงจะยังไม่ยืนยันอะไรในขณะนี้ เกม Resident Evil 2 Remake จะวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 สำหรับเครื่อง PS4, Xbox One, PC อ่านข่าวและชมคลิปเกมเพลย์ใหม่จากงาน Gamescom 2018 ได้ ที่นี่  
25 Aug 2018
ส่องรายละเอียด Collectors Edition ของเกม Resident Evil 2 Remake! (ชมภาพ)
ผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายเกม Capcom เปิดเผยรายละเอียดของ Resident Evil 2 Remake ในงาน Comic-Con 2018 รวมถึงเผยโฉม Collectors edition สำหรับโซนอเมริกาเหนืออีกด้วย Collectors Edition สนนราคาอยู่ที่ 199.99 ดอลลาร์สหรัฐ มีรายละเอียดดังนี้: ตัวเกม Resident Evil 2 remake ฉบับเต็ม หุ่นจำลองของ Leon S. Kennedy (เวอร์ชัน R.P.D): ความสูง 12 นิ้ว มาในชุดที่เขาได้ทำงานเป็นตำรวจวันแรก หนังสือ Art Book "Bens File": จำนวน 32 หน้า ซึ่งตามเนื้อเรื่องแล้วเป็นหนังสือของนักข่าว Ben Bertolucci ที่ได้ปรากฎตัวออกมาใน Resident Evil 2 ซึ่งแฟ้มดังกล่าวมีทั้งรูปภาพ และเอกสารของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน Raccoon City ซึ่งเป็นแฟ้มลับสุดยอดที่ยังไม่เคยมีใครเห็น จนกระทั่งมี Collectors Edition ออกมา Digital Soundtrack ที่จะมาเป็นรหัส Voucher ซึ่งเป็นเพลงใหม่ของเกมเวอร์ชัน Remake นี้ รวมถึงมีเพลงของเวอร์ชันออริจินอลรวมมาเป็นอัลบัม มีทั้งหมด 25 เพลงด้วยกัน โปสเตอร์ "R.P.D" แผนผังของพิพิธภัณฑ์ที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของตึกที่ได้กลายเป็นสถานีตำรวจ Extra DLC Pack Card: ชุดพิเศษของ Leon จำนวน 2 ชุด (Arklay Sheriff และ Noir) ชุดพิเศษของ Claire จำนวน 3 ชุด (Military, Noir และ Elza Walker) อาวุธพิเศษ: Samurai Edge - Albert Model Soundtrack "Original" นอกจาก Collectors Edition แล้วทาง PlayStaion ได้ให้รายละเอียดตัวละครหลักของเกมด้วยว่า สำหรับตัวละคร Leon จะดูเด็กลงมาก ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้ความรู้สึกและประสบการณ์ที่แตกต่างระหว่าง Leon ในช่วงเริ่มแรกและในช่วงหลังจากที่เขาได้กลายเป็น Hero แล้ว ส่วนตัวละคร Claire หญิงสาวเดินทางมาที่เมือง Raccoon City เพื่อออกตามหาพี่ชาย ก็ได้ยกระดับเครื่องแต่งกายด้วยเทคโนโลยีที่ใช้การสแกนเสื้อผ้าจริงเพื่อให้เห็นทุกรายละเอียดของตัวเสื้อ ทางทีมงานยังคุยกันละเอียดถึงขนาดที่ว่าจะยังคงความเป็น Claire ในเกมเวอร์ชันออริจินัล Resident Evil 2 เอาไว้แค่ไหน ซึ่งก็ได้ข้อสรุปออกมาเป็นการดีไซน์ Claire ให้มาพร้อมกับการขี่มอเตอร์ไซค์สุดเท่ ในส่วนของเมือง Raccoon City ซึ่งถือเป็นฉากหลักของเกม ทางผู้พัฒนาอยากให้เมืองให้ความรู้สึกถึงความเปียกชื้น และความน่ากลัวของความมืด ส่วนซอมบี้คุณ Hirabayashi โปรดิวเซอร์ของ Capcom ได้ปรึกษากับทางทีมว่าจะสร้างซอมบี้ที่ดุดันขึ้นมา สร้างความรู้สึกให้ผู้เล่นว่ายังไงก็ไม่อยากจะโดนซอมบี้เหล่านี้กัดอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ Resident Evil 2 เวอร์ชัน Remake นี้จะจัดจำหน่ายใน PlayStation 4, Xbox One และ PC ในวันที่ 25 มกราคม 2019 ส่วนการ Pre-order นั้นยังสงวนไว้แค่ในโซนอเมริกาเหนือเท่านั้น
21 Jul 2018
อ่านบทสัมภาษณ์ผู้พัฒนา Resident Evil 2 (2018)
เว็บ Gamingbolt ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์กับผู้พัฒนาตำแหน่ง Brand Manager จาก Capcom ในเรื่องเกม Resident Evil 2 เกี่ยวกับเกมภาคใหม่ และความแตกต่างระหว่างเกมภาคใหม่และภาคดั้งเดิม ไปอ่านกันได้เลยจ้า! อะไรคือเหตุผลที่คุณตัดสินใจสร้างเกมในมุมมองแบบข้ามหัวใหล่แทนที่จะเป็นมุมกล้องแบบล๊อคไว้แบบดั้งเดิม อย่างที่เคยพูดไปแล้วว่าเกมภาคนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกม Remake แน่นอนว่าเราใช้เนื้อหาจากเกมดั้งเดิมเป็นโครงของเกมนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเกมใหม่ในตัวเองที่มีเซอร์ไพรส์ให้กับผู้เล่นที่คุ้นเคยกับภาคดั้งเดิมด้วย เราจะเปลี่ยนตำแหน่งของปริศนา เปลี่ยนจุดเกิดศัตรู มันจึงรู้สึกเป็นธรรมชาติกว่าที่จะเปลี่ยนมุมกล้องไปซะด้วยเลย ด้วยความที่สร้างเกมขึ้นมาด้วยเครื่องมือใหม่อย่าง RE Engine เราจึงอยากจะลองอะไรใหม่ๆ กันดูบ้าง แน่นอนว่าในยุค Playstation 1 นั้นมีข้อจำกัดทางเทคนิคมากมายซึ่งบังคับให้เราต้องใช้มุมกล้องนิ่งๆ ในเกมภาคเก่าซึ่งกลายเป็นจุดเด่นของซีรี่ย์ไปซะแล้ว แต่สำหรับภาคใหม่นี้เรารู้สึกว่ามุมกล้องใหม่มันเข้ากับภาพที่เราจินตนาการไว้ในหัวมากกว่า มุมกล้องที่เปลี่ยนไปจะส่งผลต่อระบบการเล่นด้วยไหม ผู้เล่นสามารถคาดหวังระบบใหม่ๆ ที่ไม่มีในภาคเก่า หรือมีเนื้อหาจากภาคเก่าที่โดนตัดไปจากภาคใหม่เพราะเปลี่ยนมุมกล้องบ้างไหม ส่งผลกันแน่นอนครับ เกม RE2 ยังคงเป็นเกม survival-horror อยู่วันยังค่ำ เกมเมอร์หลายๆ คนชอบคิดว่าการเปลี่ยนไปใช้มุมกล้องแบบข้ามหัวไหล่จะทำให้เกมกลายเป็นเกมแนว Gears of War ไป แต่ในเกมของเราคุณจะยังต้องระมัดระวังในการใช้กระสุนปืน คุณยังต้องคราฟไอเทม ซึ่งเราเพิ่มระบบใหม่ให้ใกล้เคียงกับ Resident Evil 7 ฉะนั้นคุณจะยังสร้างกระสุนและยาเพิ่มได้ แต่ผลที่ตามมาคือระบบนี้ช่วยเสริมความสมจริงให้ผู้เล่น ยกตัวอย่างเช่นในมุมมองข้ามหัวไหล่ เมื่อคุณโดนซอมบี้จับเข้า กล้องจะสามารถซูมเข้าหาตัวละครเพื่อสร้างความรู้สึกเหมือนเราโดนกัดเข้าจริงๆ ทำให้ผู้เล่นเหมือนไปอยู่ตรงนั้นด้วยตัวเองเลย แทนที่จะแค่เห็นลีออนกำลังปล้ำกับซอมบี้อยู่ตรงมุมจอ เราชอบมุมมองข้ามหัวไหล่ในภาคใหม่มาก ไหนๆ ก็คุยกันเรื่องมุมมองแล้ว ดูจากความสำเร็จของเกม Resident Evil 7 ที่ใช้มุมมองแบบ FPS แล้ว คุณเคยพิจารณาการนำมุมมองแบบเดียวกันมาใช้ในเกมภาคใหม่บ้างไหม ผมเชื่อว่ามันก็คงเป็นไอเดียที่ทีมพัฒนาได้ถกกัน เพราะเกมสร้างจาก Engine เดียวกับภาค 7 ด้วย แต่เราตั้งใจสร้างเกมนี้ขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้น แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่เคยเป็นทางเลือกแรกของทีม พวกเราตัดสินใจกันอยู่พักใหญ่ว่าจะใช้มุมกล้องแบบไหน จะข้ามหัวไหล่ หรือจะเป็นมุมกล้องนิ่งๆ จากภาคเก่า แต่สุดท้ายเราเลือกมุมกล้องข้ามหัวไหล่เพราะมันรู้สึกเข้ากับเกมที่เราคิดกันไว้มากที่สุด RE2 2019 จะอิงภาคเก่ามากขนาดไหน จะเป็นการนำฉากเก่าๆ มาทำใหม่แบบ 1 ต่อ 1 เลยไหม หรือจะเป็นการนำเรื่องเก่าๆ มาเล่าด้วยวิธีใหม่ไปเลย ผมคงไม่พูดว่ามันจะเป็นการแปลงภาคเก่ามาแบบ 1 ต่อ 1 คนที่เคยเล่นเกมภาคดั้งเดิมบางคนอาจจะเล่นจบครั้งเดียว ในขณะที่บางคนเล่นจบไปแล้วเป็นร้อยๆ รอบเพราะรักเกม เราอยากให้เกมภาคใหม่นี้น่าตื่นเต้นสำหรับคนที่เล่นมาแล้วหลายรอบด้วย เป็นเหตุผลที่เราไม่เรียกเกมนี้ว่า Resident Evil 2 Remake เพราะมันเป็นเกมใหม่ที่สร้างอยู่บนรากฐานของเกมเก่า ยกตัวอย่างเช่นฉากหนึ่งที่คุณเดินผ่านกระจกในสถานีตำรวจแล้วมีตัว Lurker เดินผ่านกระจกอีกฝั่ง ในเกมภาคดั้งเดิมเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นแบบเดียวกันทุกครั้ง แต่ในภาคใหม่จะไม่มีฉากนี้ เราไม่ได้อยากจะแค่หลอกผู้เล่นให้สะดุ้ง เราต้องการให้ผู้เล่นรู้สึกกดดันเมื่อเจอกับปริศนายากๆ เราอยากให้ผู้เล่นรู้สึกกลัวจริงๆ หลายๆ องค์ประกอบจากภาคเก่าจึงต้องถูกตีความใหม่อีกครั้ง เพราะเราไม่ต้องการให้ผู้เล่นรู้คำตอบของปริศนาล่วงหน้า เราไม่ต้องการให้คุณรู้ล่วงหน้าว่าศัตรูจะโผล่มาจากทางไหนบ้าง เราจึงเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่างไป แต่ในภาพรวมหรือแกนหลักของเนื้อเรื่องยังคงใกล้เคียงภาคเก่ามากๆ เกมจะมีระบบ Co-op หรือระบบการเล่นกับคนอื่น (Multiplayer) บ้างไหม หรือจะเป็นเกมเล่นคนเดียว เล่นคนเดียวครับผม เหมือนภาคเก่าเลย ค่ายเคยบอกว่าจะพยายามเน้นการเล่าเรื่องในเกมมากขึ้นสำหรับ RE2 2019 คำพูดนี้หมายถึงแค่การที่เนื้อเรื่องถูกเสริมโดยกราฟิคใหม่เฉยๆ หรือว่าค่ายมีการปรับเปลี่ยนหรือแก้เนื้อเรื่องในเกมให้เข้มข้นขึ้นไหม? ทั้งสองอย่างเลยครับ อย่างในเกมภาคเก่าอาจจะมีสถานที่ที่คุณแค่เดินหรือขับรถผ่านไปเฉยๆ หรือคนที่คุณเคยได้สนทนาด้วยแบบผิวเผิน คุณจะมีโอกาสได้ลงไปสัมผัสองค์ประกอบย่อยๆ เหล่านี้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งบางทีคุณอาจจะสามารถใช้เวลาสำรวจเป็นเวลานานๆ เลยก็ได้ คุณอาจจะได้ติดตามเนื้อเรื่องของตัวละครต่างๆ ลึกขึ้น ผมคงไม่สามารถยกตัวอย่างแบบเจาะจงได้ แต่ตัวละครหลายๆ ตัวจะมีส่วนร่วมในเนื้อเรื่องมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน เพลงและการออกแบบเสียงประกอบของภาคเก่าได้รับคำชมอย่างมาก และทุกคนที่เคยเล่นเกมต่างก็รู้ว่าเสียงมีผลในการสร้างบรรยากาศสุดหลอนของเกมด้วย คุณมีวิธีการออกแบบเสียงและดนตรีอย่างไรบ้างในเกมภาคใหม่ จะนำเพลงเก่าๆ มาทำใหม่ หรือจะแต่งเพลงใหม่ไปเลย  ผมขอย้ำอีกครั้งว่าพวกเราตั้งใจสร้างเกมนี้ให้ใกล้เคียงกับภาคเก่าให้ได้มากที่สุด แต่ก็ยังคงอยากจะมีอะไรใหม่ๆ มาท้าทายผู้เล่นเช่นกัน อย่างดนตรีในห้องเซฟก็จะสบายๆ ให้ความรู้สึกปลอดภัย โดยภาคนี้จะเป็นการ Remix เพลงเก่า แต่ก็ไม่ใช่ทุกเพลงที่จะได้รับการแปลงแบบนี้ และมีเพลงและเสียงประกอบใหม่ๆ อีกมากมาย แต่เราก็ยังคงอยากจะคงไว้ซึ่งความตื่นเต้นเร้าใจเมื่อผู้เล่นถูกฝูงซอมบี้จู่โจมเช่นกัน ค่ายได้ประกาศมาแล้วว่าเกมจะมีการปรับปรุงพิเศษสำหรับ Xbox One X โดยเฉพาะ แล้วผู้เล่นที่ไม่ได้เล่นในเครื่อง Xbox One X จะคาดหวังอะไรได้บ้าง 4K/60FPS เป็นไปได้แค่ไหน ผู้เล่นจะสามารถเล่นเกมด้วยความชัด 4K ได้ทั้งใน PS4 Pro และ Xbox One X แต่ถ้าคุณเล่นในโหมด 4K คุณจะปรับได้แค่ 30 FPS เท่านั้น ในด้านกราฟิคและเฟรมเรต เครื่อง PS4 และ Xbox One ธรรมดาจะสามารถเล่นเกมนี้ได้ดีแค่ไหน ในขณะนี้คงไม่สามารถบอกตัวเลขแน่ชัดได้ แต่เราเล็งค่าเฟรมเรตเอาไว้ค่อนข้างสูงเหมือนกัน คุณมีแผนจะวางจำหน่ายเกมสำหรับเครื่อง Nintendo Switch บ้างไหม คงไม่ใช่ในตอนนี้ครับ เราอยากจะมุ่งพัฒนาเกมสำหรับ PS4, Xbox One และ PC ซะก่อน  
17 Jul 2018
ล่าสุด
Preview CNT : Elden Ring กว่า 2 ปีที่รอคอย นี่แหละโลกใบใหม่ที่สวยงาม
เผยเวลาปิด/เปิดเซิฟเวอร์ Final Fantasy XIV ต้อนรับช่วง Early Access ของ Endwalker
OcelotBoy
ผู้พัฒนา Halo Infinite รับทราบถึงปัญหาการโกงบน PC พร้อมรับปากจะออกมาตรการแก้เร็วๆ นี้
OcelotBoy
ผู้พัฒนา Goose Goose Duck! คอมเมนต์ขอบคุณ 'พี่เอก HRK' ที่เล่นเกมนี้ และเสนอทำ Skin ให้ภายในเกม
BASUP!
Genshin Impact หลุดข้อมูลแพตช์ 2.4 แจกตัว 4 ดาวฟรี? แผนที่ใหม่ ตัวใหม่ สกินใหม่ การกลับมาของกิจกรรมที่หายไปร่วมปี
12ooki3
ตัวอย่างใหม่ซีรีส์ The Witcher Season 2 โชว์ความสัมพันธ์อันซับซ้อนของ Geralt และ Yennefer
OcelotBoy
Editors' Choice
[บทความ] 6 ตัวละคร League of Legends ที่อาจซ่อนตัวอยู่ใน 'Arcane' ?!
OcelotBoy
[Review] รีวิวเกม Ruined King: A League of Legends Story "JRPG ไซส์กระทัดรัดที่เพลินเกินคาด"
OcelotBoy
[บทความ] ส่องเนื้อเรื่องเบื้องหลัง Elden Ring "เมื่อทุกอย่างพังทลาย ผู้มัวหมองจึงได้กลับมาตุภูมิ"
wine2035
GTA Trilogy - Definitive Edition: เผยสูตรโกงทั้งหมดสำหรับภาค GTA III
OcelotBoy
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
ผลการค้นหา : "Resident Evil 2"
ฆ่า Brand เพื่อ RE Brand: กรณีศึกษาทิศทางที่เปลี่ยนไปของซีรีส์ Resident Evil
หมายเหตุ : บทความชิ้นนี้ ผู้เขียน เขียนโดยใช้ข้อมูลอ้างอิงของ Resident Evil ภาคแกนหลัก โดยไม่ได้แตะไปที่ภาคปลีกย่อย แต่ขอให้เป็นที่รับรู้และเข้าใจโดยทั่วกันว่า กระบวนการที่ Capcom ได้ทำกับซีรีส์นั้น เกิดขึ้นในภาพกว้าง โดยไม่ได้จำกัดอยู่ที่ภาคใดภาคหนึ่ง หรือสื่อใดสื่อหนึ่งเป็นการเฉพาะ หมายเหตุ 2 : ในขณะที่ผู้เขียนเขียนงานชิ้นนี้ ก็เป็นช่วงเวลาดียวกับที่คุณ Jeanette Maus ผู้ให้เสียงและ Mo-Cap ‘ลูกสาวแวมไพร์’ ใน Resident Evil : VILLAGE ได้เสียชีวิตด้วยมะเร็งลำไส้ ในวัย 39 ปี ผู้เขียนขอแสดงความอาลัยต่อการจากไป และขอให้วิญญาณของเธอไปสู่ภพภูมิที่ดี เนื่องด้วยเธอได้ดำรงความเป็นอมตะในบทบาทอันสุดยอดเป็นที่จดจำได้ในทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่เปิดตัว บนชิ้นงานที่จะสืบทอดต่อไปอีกนานเท่านาน และในขณะนี้ ทางครอบครัว Maus ยังเปิดรับเงินบริจาคสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ลำบาก ซึ่งคุณสามารถร่วมบริจาคได้ ที่นี่ *********************************************************************************************************** ย้อนเวลากลับไปที่ปี 1998 หรือเมื่อประมาณ เกือบยี่สิบสามปีที่แล้ว ในช่วงเวลาที่เครื่อง Playstation รุ่นแรกยังคงเฟื่องฟู ผู้เขียนยังเป็นเพียงเด็กชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ก็เป็นคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับประสบการณ์การเล่นเกมบนระบบดังกล่าวเช่นเดียวกับเพื่อนๆ ร่วมรุ่นทั่วไป และเป็นเวลาเดียวกับที่ซีรีส์ ‘Resident Evil’ เกมผจญภัยสยองขวัญชื่อดังของ Capcom กำลังติดลมบน จากความสำเร็จของภาคแรก และตีเหล็กกำลังร้อนของภาคที่สอง ที่แทบจะเรียกว่าร้านเกมทุกแห่งจะต้องมี และแข่งกันเล่นกับเพื่อนฝูงว่าใครจะสามารถเล่นได้เร็วที่สุด เก่งที่สุด ปลดล็อคความลับที่ซ่อนอยู่ได้มากที่สุดกว่ากัน ในยุคที่ยังไม่มีประดิษฐกรรมที่เรียกว่า ‘Achievements’ นั้น นับเป็นความท้าทายที่มีความภาคภูมิใจในตัวเองและเสียงเชียร์จากเพื่อนเป็นรางวัลล้วนๆ ไม่มีเป็นอื่นใด เห็นแบบนี้ แต่นี่สุดยอดกราฟิกระดับ Next-Gen ของปี 1998 ที่ทุกคนต้องสัมผัส สำหรับ Resident Evil 2 และด้วยความนิยมอันมหาศาลของ Resident Evil 2 นี้เอง ที่ผู้เขียนได้มีโอกาสได้ ‘อ่าน’ หนังสือการ์ตูนแบบ Pirate หรือแบบพิมพ์อย่างไม่ถูกลิขสิทธิ์ ที่เอาผลงานเขียนโดยนักเขียนสายไต้หวัน (ในชื่อ Manhua [生化危機]) ที่เอาความเป็นซีรีส์ RE มาเป็นกรอบ เคลือบความเป็นการ์ตูนกำลังภายใน และเนื้อหาข้างในก็ถูกยำใส่สีตีไข่จนมั่วและแทบไม่เหลือเค้าเดิม ผู้เขียนได้แต่นั่งอ่านไปและถอนใจ ทั้งในความบรรเจิดของคนเขียน ความพยายามที่จะทำมาหากิน และความ ‘เพ้อเจ้อ’ ของการ์ตูนกำลังภายใน ที่ดูเหมือนจะหยิบจับอะไรก็ได้ มาบิดดัดให้กลายร่างเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะสามารถไปในแนวทางเหล่านั้น ให้กลายเป็นการปล่อยพลังวรยุทธ์ขั้นที่สาม สี่ และห้า ได้อย่างเข้าใจจะหาทำ... Leon ผู้สำเร็จเคล็ดวิชา G-Virus ขั้นที่ห้า ..... ก็คงมีแต่การ์ตูนจอมยุทธ์สายไต้หวันนี่ล่ะ ที่กล้าและบ้าพอจะหาทำ... แต่มาในวันนี้ ยี่สิบกว่าปีผ่านไป … กับซีรีส์ Resident Evil ที่เดินทางออกห่างจากภาค 2 มาไกลจนถึงภาค 7 และภาค VILLAGE ที่กำลังจะวางจำหน่าย แม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่เท่ากับการที่ Leon ได้เคยเป็นยอดจอมยุทธ์แห่ง G-Virus ในหนังสือการ์ตูน แต่การได้เห็น Leon กลายเป็นสุดยอดสายลับ (และนักทำลายล้างยานยนต์ทุกชนิดที่ขับขี่…), Chris Redfield ต่อยหินลาวา, Jill Valentine เป็นสุดยอดอาวุธชีวภาพเดินได้, Albert Wesker กลายเป็นสุดยอดมนุษย์กลายพันธุ์ และการผจญภัยของ Ethan Winters ที่ต่อมือขาดด้วยไวรัสได้ง่ายเหมือนหยอดยาแดงเบตาดีน (และแน่นอน… ได้เห็น Joe Baker ต่อยเหล่า ‘Molded’ ตัวขาดด้วยหมัดเปล่าใน End of Zoe ภาคเสริมของ Resident Evil 7…) วินาทีที่ Chris Redfield ผลักหินลาวา ความเป็น Resident Evil ก็แบบดั้งเดิมก็จากลาในความรู้สึกของผู้เขียนไปเรียบร้อยแล้ว... ทั้งหมดนี้ ทำให้ผู้เขียนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า นักเขียนการ์ตูนไต้หวันเหล่านั้น มีญาณทิพย์เห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นเหล่านี้ล่วงหน้าเป็นสิบกว่าปีหรือไม่ เพราะแม้จะไม่ได้เวอร์วังในสเกลเดียวกัน แต่ถ้าเทียบกับต้นกำเนิดหลักแล้ว ก็ต้องบอกว่าซีรีส์ RE นั้น ‘มาไกล’ จนเกือบเข้าข่าย ‘เพ้อเจ้อ’ อยู่ไม่น้อย และยิ่งหนักข้อขึ้นไปอีกขั้น เมื่อมันกลายเป็นหนังอย่าง Texas Chainsaw Massacre หรือ The Hills have Eyes ในธีมตระกูล Baker ของภาค 7.... แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะถ้ามองในแง่มุมการตลาดแล้ว เราจะพบว่า มันเป็น ‘กระบวนการ’ ที่ผ่านการคิดและการสร้างมาอย่างเป็นระบบ ด้วยความตั้งใจ และการใช้เวลา และเป็นการ ‘รีแบรนด์’ แบบเล่นใหญ่ในตลอดยี่สิบห้าปีในประวัติศาสตร์ของซีรีส์ที่ผ่านมา ถูกสะสม ลองผิดลองถูก และผ่านการ ‘ถูกฆ่า’ เพื่อหาสูตรสำเร็จในแต่ละช่วงเวลามาอย่างห้าวหาญมานับไม่ถ้วน ซึ่งน้อยซีรีส์นักที่จะมีความกล้าในการลงมือทำในสิ่งเหล่านี้ จนนี่ น่าจะเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย อะไรคือการ ‘รีแบรนด์’ หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า ‘รีแบรนด์’ มาบ้างจากวิชาทางด้านการตลาดและเศรษฐศาสตร์ ถ้ากล่าวโดยสรุปนั้นคือ มันเป็นกลยุทธ์ที่สินค้าและบริการหนึ่งๆ ใช้ ในการปรับ ‘ภาพลักษณ์’ เพื่อเข้าถึงความต้องการและการจดจำของลูกค้า โดยมีเหตุผลและความจำเป็นสำหรับการ ‘รีแบรนด์’ ที่สามารถสรุปได้คร่าวๆ ดังต่อไปนี้ -กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์นั้นๆ มีความเปลี่ยนแปลงไป -มีความต้องการที่จะขยายตลาดให้หลากหลาย และกว้างขวางมากขึ้น -มีสัญญาณของการ Disrupt หรือการเข้ามาของสิ่งใหม่ ที่จะทำให้รูปแบบการทำธุรกิจหรือสินค้าเดิมล้าสมัย -สัญญาณของการไม่ปรับตัวจะทำให้แบรนด์กลายเป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม ที่ยกตัวอย่างไปข้างต้น ไปเป็นเพียงเหตุ ‘คร่าวๆ’ เพราะปัจจัยในการรีแบรนด์นั้นยังมีอีกมาก (และผู้เขียนก็คงไม่ขอยกมาทั้งหมด ไม่เช่นนั้นบทความนี้อาจจะกลายเป็นตำรา Marketing 101 ไปเสียก่อน…) แต่เชื่อหรือไม่ว่า การรีแบรนด์นั้น เกิดขึ้นมาโดยตลอด และไม่เฉพาะกับแบรนด์ขนาดเล็กหรือขนาดกลาง แต่กับแบรนด์ขนาดใหญ่นั้น กลับเป็นหน่วยงานหรือองค์กรที่ผ่านขั้นตอนการ ‘รีแบรนด์’ อย่างหนักหน่วงมากที่สุด เช่น แบรนด์ Starbucks, Marvel Studios หรือของไทยอย่าง Bar-B-Q Plaza ที่ปรับภาพลักษณ์ขององค์กรอายุ 30 ปีให้สดใส จนคนคุ้นเคยกับ พี่ก้อน หรือ บาร์บีกอน กันเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การ รีแบรนด์ นั้น ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้สุ่มสี่สุ่มห้า เพราะภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไป มีผลต่อความเชื่อใจของผู้บริโภคอย่างสูง ถ้าทำอย่างไม่ระวัง ผลเสียที่เกิดขึ้นจะร้ายแรงกว่าการไม่ทำอะไรเลยเสียด้วยซ้ำ นั่นทำให้การ รีแบรนด์ คือมาตรการสุดท้าย ในสภาวะที่แบรนด์ส่อเค้าว่าจะวิกฤติ ด้วยเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้นนั่นเอง ใครๆ ก็รักพี่ก้อน และพี่ก้อน ก็คือผลลัพธ์จากการ รีแบรนด์ ครั้งสำคัญของ Bar-B-Q Plaza ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด จำเป็นแค่ไหนที่ Resident Evil จะต้อง ‘รีแบรนด์’? อันที่จริง ในช่วงเวลาที่เป็นขาขึ้นที่สุดของซีรีส์ Resident Evil อย่างภาคสองนั้น มันแทบจะเป็นจุดที่ทาง Capcom เองไม่ต้องกังวลใดๆ กับการดำรงอยู่ของแบรนด์นี้ในสายการผลิตของตัวเองด้วยซ้ำ แต่ถ้ามองในระยะยาวแล้ว เราจะพบว่า มันมีข้อจำกัดหลายอย่าง ที่จะนำซีรีส์นี้ไปสู่ ‘ทางตัน’ ได้ หากผู้พัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวิสัยทัศน์ของ Shinji Mikami ผู้เป็นโปรดิวเซอร์หลักของซีรีส์ได้มองเอาไว้ ไม่ลงมือทำอะไรสักอย่างเสียแต่เนิ่นๆ -ข้อจำกัดทางเทคโนโลยี : การเล่นในแบบมุมกล้อง CCTV Camera นั้น เป็นรูปแบบเก่าที่เกิดจากข้อจำกัดในการแสดงผล ซึ่งมันจะล้าสมัยไปในไม่ช้า -พื้นหลังเรื่องราว : วิกฤติซอมบี้ระบาดในพื้นที่จำกัด กับศัตรูรูปแบบเดิมเช่นนี้ จะเล่นได้อีกนานแค่ไหน? -การพัฒนาตัวละคร: บรรดาตัวละครทั้งหลายที่อยู่ในเนื้อหา จะสามารถเติบโตในทิศทางใด หากยังถูกจำกัดอยู่แต่ในกรอบเขตกีดกั้นของวิกฤติซอมบี้ระบาด? Resident Evil : Code: Veronica น่าจะเป็นจุด ถึงที่สุด ที่ Capcom ได้เห็นว่า แนวทางแบบดั้งเดิม ควรจะต้องหยุด และเริ่ม Disrupt ตัวเองได้เสียที เอาเพียงแค่สามข้อ มันก็ดูจะเพียงพอแล้วที่เราจะเห็นว่า ปลายทางของ Resident Evil ในแบบ ‘ดั้งเดิม’ นั้น ไม่อาจฝ่าคลื่นนาวาของความเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่จะถาโถมเข้ามาได้ (และดูเหมือนว่าจะยิ่งชัดเจนที่สุดกับภาค Code Veronica ที่น่าจะถึงที่สุดของการนำเสนอและการเล่นใน ‘แบบเก่า’ ไปแล้ว) นอกไปเสียจากทางตัน และยิ่งโดยตัวของ Shinji Mikami เองที่ได้มีโอกาสไปกำกับเกมอื่นๆ ของค่าย เขาก็ยิ่งเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ที่จะผลักดันให้ซีรีส์ Resident Evil ‘ไปได้ไกล’ มากกว่าที่เป็น และเป็นเหตุผลที่เขาเริ่มทำ ‘Resident Evil 4’ และโลกของ RE ก็ไม่เคยเหมือนเดิมอีกต่อไป …. ’ฆ่า Brand’ เพื่อ ‘RE : แบรนด์’ เป็นที่แน่นอนแล้วว่ากระบวนการ ‘รีแบรนด์’ นั้น คือสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นแน่นอนในฐานคิดของทีม Capcom ถ้าพวกเขาอยากจะก้าวต่อไปกับซีรีส์นี้ แต่กระนั้น ด้วยความที่ Resident Evil คือหนึ่งในเกมระดับแม่เหล็กของค่าย การเปลี่ยนแปลงใดๆ อย่างฉุกละหุก และโดยปัจจุบันทันด่วนนั้น อาจจะก่อให้เกิดผลเสียที่จะตามมา และนั่น ทำให้เกิดเป็นแผน ‘ระยะยาว’ ที่ไม่ว่าพวกเขาจะตั้งใจหรือไม่ แต่พวกเขาก็ได้ดำเนินการ ‘ฆ่า’ สามเสาหลักที่สำคัญของแบรนด์ RE และดัดแปลงมันเพื่อขยายขอบเขตความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับซีรีส์อย่างเป็นระบบ ที่เรา ในฐานะผู้เล่น อาจจะรู้สึกว่า พวกเขากำลังเล่นบ้าอะไรอยู่ แต่เชื่อเถอะว่า นี่เป็นขั้นตอนที่ผ่านการคิดมาเป็นอย่างดีแล้ว เมื่อมองในภาพกว้าง แล้วพวกเขาได้ ‘ฆ่า’ อะไรไปบ้าง? 1.ฆ่า ‘บทบาทตัวละคร’ นี่เป็นจุดที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่ายที่สุดที่สามารถทำได้ เพราะบรรดาตัวละครทั้งหลาย ย่อมมีพัฒนาการและการเติบโตตามระยะเวลา การจะยังคงรูปแบบ แนวคิด และลักษณะดั้งเดิมเอาไว้ จะทำให้มันกลายเป็นตัวละครที่มีมิติที่แบนราบ ไม่น่าสนใจ และดูเหมือนว่าทีม Capcom เองก็เห็นด้วย และ ‘ไปสุดทาง’ อยู่ไม่น้อย เพราะการที่เหล่าตัวละครจากคนธรรมดา ที่อาจจะเป็นเพียง ‘ผู้พยายามรอดชีวิต’ จากวิกฤติไวรัสซอมบี้ระบาด จนกลายมาเป็นสุดยอดโคตรคนที่ต่อกรกับทุกอุปสรรคได้อย่างเหนือมนุษย์นั้น ก็ออกจะพิสดารอภินิหารไปบ้าง แต่ในเมื่อมันเป็นตัวละครของ ‘พวกเขา’ แล้ว พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะยำมันได้ในขอบเขตที่ยังไม่ล้ำเส้นความเป็นไปได้จนเกินไป ซึ่งนั่นจะตามมาด้วยการ ‘ฆ่า’ ในข้อที่สอง 2.ฆ่า ‘พื้นหลังเรื่องราว’ จากจุดเริ่มต้นเรื่องราวที่ Spencer Mansion นอกเขตเมือง Raccoon City ใน Resident Evil ภาคแรก มาสู่การเดินทางเพื่อต่อสู้กับการก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพของอดีตบริษัท Umbrella ที่ล่มสลาย และกระจายเข้าสู่ตลาดมืด จากวิกฤติไวรัสล้างเมือง สู่การใช้อาวุธชีวภาพตามพื้นที่ต่างๆ ก่อจนเกิดเป็นลัทธิวิปริตอย่าง Los Illuminados หรือบ้านตระกูล Baker ที่เหมือนหลุดมาจากหนัง Texas Chainsaw Massacre จากหน่วยสืบพิเศษ S.T.A.R.S. แห่งกรมตำรวจ Raccoon City สู่หน่วยต่อต้านการก่อการร้าย Bioterrorism Security Assessment Alliance (BSAA) เหล่านี้ คือการเปลี่ยนพื้นหลังเรื่องราวหรือ Narrative เพื่อสอดรับกับการเติบโตและความเป็นไปของบรรดาตัวละครที่มีบทบาทที่แตกต่างออกไปจากเดิมของซีรีส์ Resident Evil นั่นเพราะถ้าหากยังคงบทบาทเก่า แนวคิดเก่า และ ‘ความสามารถ’ แบบเก่า มันเป็นที่แน่นอนแล้วว่าพวกเขาคงไม่สามารถรับมือกับวิกฤติการผีบ้าทั้งหลายที่ยกสเกลความพินาศขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัวได้ Ada Wong คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ในด้านความ เหนือมนุษย์ ที่เปลี่ยนจาก Corporate Agent ธรรมดา ให้กลายเป็นโคตรสายลับสาวระดับพระกาฬที่เราคงไม่ต้องถามเรื่องความเวอร์วังอะไรจากเธออีก... และก็อีกเช่นเคย Capcom สนุกกับการเชือด Settings เก่าทิ้งอย่างเป็นระบบ ค่อยๆ สอดไส้ความเหนือมนุษย์ลงไปทีละหยดๆ จนมาถึงตอนนี้ เราคงไม่ค่อยแปลกใจกันนัก ถ้าหากจะเห็น Leon S. Kenedy เป็นยอดสายลับขับขี่ยานพาหนะเป็นพัง และเห็น Chris Redfield กลายเป็นโคตรทหารต่อยซอมบี้หัวขาดและฟาดหินลาวาด้วยหมัดเปล่า และเหล่าซอมบี้ง่อยๆ ก็กลายเป็นเหล่าสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์และอีกหลายอันที่หลุดมาจากนรกขุมที่เท่าไรก็ไม่อยากจะนับ ก็เพราะพวกเขา ‘ชง’ ให้มันมาทางนี้ซะแล้ว ซึ่งการ ‘ตบ’ และ ‘ดื่ม’ ก็จะเกี่ยวข้องกับการ ‘ฆ่า’ ปัจจัยสุดท้าย 3.ฆ่า ‘เกมการเล่น’ นี่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ผู้เขียนขอยกมาไว้ตอนท้าย เพราะดังที่กล่าวไปข้างต้น เกมการเล่นดั้งเดิมของ Resident Evil ในแบบแรกเริ่ม ที่กำหนดมุมกล้องแบบ CCTV นั้น เกิดขึ้นจากความจำเป็นในข้อจำกัดของเทคโนโลยี และเป็นสิ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเกมผจญภัยสยองขวัญโคตรปู่ผีอย่าง Alone in the Dark (ที่ตอนนี้ตายซากกลายเป็นเป็นผีไม่มีที่ฝังและถูกลืมหายไปจากความทรงจำแล้วอย่างน่าเศร้า…) แต่เมื่อเทคโนโลยีในการนำเสนอเปลี่ยนแปลงไป เมื่อความเป็นไปได้ใหม่ๆ ได้เดินทางเข้ามา ทีมพัฒนาของ Capcom ก็รู้แล้วว่า การ ‘Disrupt’ ครั้งใหญ่กำลังจะมาถึง และถ้าพวกเขาไม่ขยับตัวเพื่อเปลี่ยนแปลง ซีรีส์ RE ก็อาจจะกลายเป็นผีตามรุ่นพี่อย่าง Alone in the Dark ไปอีกเกม พวกเขานำร่องด้วยเกมอย่าง Resident Evil 4 ที่กลายมาเป็นเกม 3rd Person Shooter บนระบบ Gamecube ก่อนจะดำเนินตามแนวทางนี้มาจนถึงภาคที่ 6 และอย่ามองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ธรรมดาสามัญ เพราะการเปลี่ยน Genre หรือประเภทแนวเกม นั่นหมายถึงผู้พัฒนาเกม จะต้องสร้างเกมบนฐานคิด มุมมอง และทัศนคติด้วยแนวทางใหม่ เพราะเกมแต่ละประเภทก็มีจังหวะ มีลูกล่อลูกชน และมีรูปแบบในการนำเสนอความน่าสนใจที่แตกต่างกัน มี Pace ที่แตกต่างกัน แน่นอน Resident Evil ในแบบออริจินัลดั้งเดิม มุมกล้อง CCTV นั้นสามารถช้าได้ แต่เมื่อพวกเขาเปลี่ยนเป็น 3rd Person Shooter แล้ว รูปแบบการเล่น การวางศัตรู การแก้ปริศนา และการสร้างความท้าทายก็จะยกระดับขึ้นไปอีกขั้นในทันที และเป็นไปในแบบที่เกมแนวเดิมไม่สามารถให้ได้ มันคือการ ฆ่า เกมแนวเก่า เพื่อโอบรับ แนวคิดใหม่" โดยแท้ และพวกเขาก็ใช้ประโยชน์จากมันอย่างเต็มที่ถึงสามภาคเต็มๆ ตั้งแต่ภาค 4 จนถึงภาคที่ 6 ในแบบสุดทาง และพวกเขาก็ Disrupt ตัวเองอีกครั้งในภาค 7 ที่พวกเขา ‘ทดลอง’ นำเอาความเป็น First Person Shooter มาใส่ความสยองขวัญแบบ RE ดั้งเดิมลงไป ซึ่งก็ให้ผลตอบรับในทางที่ดีอยู่ไม่น้อย จนกลายมาเป็นภาค VILLAGE ที่กำลังจะวางจำหน่าย ที่คิดว่าความเป็น First Person Shooter กึ่งสยองขวัญ น่าจะยังอยู่กับซีรีส์ RE ไปอีกสักระยะหนึ่งอย่างแน่นอน อนึ่ง แม้ว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในระดับ ‘หักศอก’ เกิดขึ้นในรอบ 25 ปีของซีรีส์ Resident Evil แต่ทีม Capcom ก็ไม่ได้ทิ้ง Core Value ของซีรีส์ ทั้งในเรื่องของการเป็นเกมสยองขวัญ, เอกลักษณ์ของจุดเซฟ, การบริหาร Inventory, การสืบทอด Entity หรือองค์กรอย่าง Umbrella ที่ดูจะเป็นปิศาจที่หลอกหลอนในเรื่องราวเกือบทุกภาค (แม้ว่าในเนื้อหาหลัก ตัวบริษัทจะล่มสลายไปแล้วก็ตาม…) เพราะสำหรับพวกเขา ทีมพัฒนาจาก Capcom ซีรีส์ Resident Evil ก็ยังคงเป็นเรื่องของการต่อสู้ระหว่าง ‘มนุษย์’ กับ ‘สิ่งเหนือธรรมชาติ’ ที่เกิดจากสิ่งที่ถูกสร้างโดยเทคโนโลยีในทางที่ผิด ส่วนผลลัพธ์ของการใช้เทคโนโลยีที่ว่านั้น จะออกมาในรูปแบบไหน คงไม่ใช่ประเด็นใหญ่สำคัญอันใดอีกต่อไปแล้ว (โดยเฉพาะภาค VILLAGE ที่ดูจะยิ่งหลุดโลกหนักกว่าเดิม ที่คุณสามารถอ่านบทความสรุปเนื้อหาได้จาก ที่นี่) "และแน่นอน นั่นหมายรวมถึงขอบเขตที่ Resident Evil จะก้าวต่อไป ที่พวกเขาได้สลัดหลุดพ้น ‘กรอบกีดกั้น’ ของความเป็นเกมอาชีวิตรอดจากซอมบี้ไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย…" จากวันแรกที่ Resident Evil ภาคแรกวางจำหน่ายในปี 1996 จนมาถึงปีนี้ 2021 ที่ภาค VILLAGE จะวางจำหน่าย จากวันที่ Tyrant กับมือกรงเล็บสร้างความสยองขวัญ สู่ Lady Dimitrescu สตรีสูงศักดิ์ร่างยักษ์กับลูกสาว ‘แวมไพร์’ ในปราสาทยุโรปตะวันออกคือภัยร้ายแรงระดับถึงตาย จากวันที่ Leon S. Kenedy ยังเป็นตำรวจหน้าใหม่ที่บังเอิญโชคดีมาถึงเมืองช้า สู่การเป็นสุดยอดสายลับที่ขับยานพาหนะเป็นต้องพัง และจากวันที่ Shinji Mikami ตัดสินใจสร้าง Resident Evil ให้กำเนิดขึ้นมาบนโลก จนถึงวันที่เขาวางมือและปล่อยให้ซีรีส์ดำเนินไปตามทางของมัน และยังคงอยู่ได้ แม้เขาไม่ได้กุมบังเหียนมันอีกต่อไปแล้วก็ตาม Lady Dimitrescu สตรีสูงศักดิ์ร่างยักษ์กับเหล่า ลูกสาวแวมไพร์ ตัวร้ายของภาค VIlLAGE ที่สร้างกระแสฮือฮาบนโลกอินเทอร์เนตอย่างไม่หยุดฉุดไม่อยู่ แน่นอน มันมีกาสร้างที่ผิดพลาด มันมีการ experiment หรือการทดลองแนวคิดที่ไม่ประสบผล (ไม่ว่าจะเป็นภาค Outbreak ที่แนวคิดดีแต่ติดที่ข้อจำกัดทางเทคโนโลยี หรือภาค Umbrella Corps แนว Multiplayer Shooter ที่อย่าไปพูดถึงมันเลยจะดีกว่า…) บางการ ทดลอง ของ Capcom ก็ไม่ได้ประสบผลสำเร็จ เช่น Resident Evil : Umbrella Corps ที่สมควรถูกลืมไปซะจะดีกว่า ... แต่เราก็ต้องยอมรับว่า ซีรีส์ Resident Evil คือหนึ่งในตัวอย่างของการ ‘ปรับตัว’ หรือ ‘รีแบรนด์’ ที่กระทำอย่างต่อเนื่อง รับรู้ข้อจำกัดตัวเอง และรีบดำเนินการในทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครมากระตุ้นเตือนหรือทำให้รับรู้ว่าตัวเอง ‘ตกเทรนด์’ เพราะพวกเขาเป็นคน ‘กำหนดเทรนด์’ ที่เกมแนวสยองขวัญจะก้าวไปข้างหน้า ที่จะยืนยาวต่อไป และน่าลุ้นอยู่ไม่น้อย ว่าพวกเขาจะสร้างสิ่งใด ภายใต้ความเปลี่ยนผ่านของแวดวงวิดีโอเกมในเวลาที่จะมาถึง “เพราะลงว่าได้ ‘ฆ่าแบรนด์’ เพื่อเกิดใหม่มาแล้วอย่างชำนาญ มันจะไม่จบแค่ครั้งที่สอง สาม หรือสี่แน่นอน และนั่น คือวิถีทางที่สิ่งใหม่ๆ จะถือถือกำเนิดขึ้น ในวัฏจักรแห่งการเวียนว่ายตายเกิด และมันจะเป็นเช่นนั้น…เสมอ”
10 Feb 2021
เราสามารถเป็นเจ้าของแจ็คเก็ตของ Claire Redfield จาก Official ได้แล้ววันนี้!
นับเป็นข่าวดีสำหรับแฟนเกม Resident Evil 2 เนื่องจากล่าสุด ดูเหมือนว่าแบรนด์เสื้อผ้า Ark8 จากเบลเยียม จะจับมือกับทาง Capcom ผลิตสินค้าที่เกี่ยวกับเกมออกมาขาย 3 ชิ้น ได้แก้ แจ็คเก็ตสีแดง กับสร้อยคอของ Claire Redfiel กับแจ็คเก็ตสีน้ำเงินลาย RPD ครับ ถ้าหากใครที่สนใจสามารถเข้าไปสั่งจองล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ของ Ark8 ได้แล้ววันนี้ โดยสร้อยคอจะมีราคาอยู่ที่ 270 ยูโร (ประมาณ 10,000 บาท) ทางด่านแจ็คเก็ตสีแดงที่มาพร้อมกับข้อความ "made in heaven" บนหลัง จะมี 6 ขนาดด้วยกันคือ XS, S, M, L, XL และ 2XL ในราคา 450 ยูโร (ประมาณ 16,000 บาท) ส่วนแจ็คเก็ตน้ำเงินลาย RPD จะมีอยู่ 7 ขนาดเพิ่ม 3XL เข้ามาในราคา 165 ยูโร (ประมาณ 6,000 บาท) คิดว่าสินค้าน่าจะมีจำนวนจำกัดมากๆ ใครสนใจอาจต้องรีบหน่อยครับ Credit: GameRant
22 Jan 2021
ชีวิตติด ‘พลัส’ : เมื่อ New Game Plus ย่างกรายสู่กระบวนการผลิตชิ้นงานเกม
ในความคิดของคนเล่นเกม คงไม่มีความรู้สึกใดจะยอดเยี่ยมเท่ากับการไปถึงเป้าหมาย ฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการที่ถูกทุ่มเข้าใส่ และกำราบบอสที่เฝ้าคอยอยู่ ณ ปลายทางสุดท้าย ได้เห็นฉากจบที่กินใจ จวบจนสิ้นเครดิตผู้สร้าง ที่รังสรรค์ชิ้นงานสุดวิเศษที่เราใช้เวลาร่วมกับมันเป็นหลักสิบหรือกระทั่งหลักร้อยชั่วโมง สำหรับหลายเกม มันอาจเป็นวาระสิ้นสุด ที่จะเก็บเกมนั้นๆ ใส่กล่อง กดปุ่ม Uninstall และก้าวต่อไปยังชิ้นงานอื่นถัดไป ให้เรื่องราวทั้งหลายกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำใน Backlog ของตนเอง แต่สำหรับบางเกม ปลายทางที่รอคอยอาจจะเป็นเพียง ‘ประตู’ สู่ความเป็นไปได้ครั้งใหม่ที่เปิดกว้าง หรือการเวียนย้อนกลับมาเพื่อรับความท้าทาย และนั่น คือหัวใจของสิ่งที่เรียกว่า ‘New Game Plus’ ได้พึงยึดถือและดำเนินโดยตลอดมา และเริ่มมีให้เห็นกันมากหลายขึ้นในปัจจุบัน โดยนิยาม ธรรมชาติของ New Game Plus นั้น จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นทำการพิชิตเป้าหมายไปได้หนึ่งครั้ง ก่อนเริ่มต้นค่าสถิติค่าประสบการณ์ ไอเทม และคุณสมบัติจากการเล่นในรอบก่อนหน้า พร้อมกันนั้น ความท้าทายและ Features บางอย่างก็จะถูกใส่เข้ามา เพื่อให้การเล่นในรอบนั้นๆ มีความแตกต่าง และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ในบันทึกของประวัติศาสตร์วิดีโอเกม คำว่า New Game Plus เริ่มถูกใช้อย่างเป็นทางการในปี 1995 กับชิ้นงานเกมสวมบทบาทระดับตำนานของ Squaresoft (หรือ Square Enix ในปัจจุบัน) อย่าง Chrono Trigger ที่การตัดสินใจในช่วงเวลาสำคัญ นำไปสู่ปลายทางและฉากจบที่แตกต่างกัน แต่กระนั้น มันก็ยังสามารถสืบย้อนกลับไปยังผลงานที่เก่ากว่า (แต่ไม่ได้ใช้คำจำกัดความว่า New Game Plus) อย่างเช่นงานซีรีส์ Megami Tensei, The Legend of Zelda หรือแม้แต่ Makaimura ที่มีลักษณะร่วมที่ใกล้เคียงกัน (แม้จะไม่ได้ตรงตามตัวคุณสมบัติมากนัก ด้วยธรรมชาติและข้อจำกัดในการสร้างของช่วงเวลานั้นๆ…) แน่นอนว่าการเข้ามาของ New Game Plus นั้นกลายเป็นสิ่งที่เริ่มพบเห็นกันได้อย่างชินตาในผลงานสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นผลงานอย่างซีรีส์ Persona (เริ่มต้นตั้งแต่ภาค 3 เป็นต้นมา), เกมตระกูล Soulsborne จากค่าย From Software, เกมฝ่าซอมบี้สยอง ซีรีส์ Resident Evil หรือแม้แต่เกมที่เป็นปลายทางโลกเปิด (Open World) อย่างเช่นซีรีส์ Assassin’s Creed หรือ The Elder Scrolls ที่อนุญาตให้ผู้เล่นได้ทำการสำรวจโลกต่อหลังจบสิ้นเครดิต ก็จัดจำแนกอยู่ในหมวดของ New Game Plus ด้วยกันแทบทั้งสิ้น (และอาจจะเป็นพื้นที่เหลือเปิดไว้สำหรับ Downloadable Contents ที่จะตามมาในภายหลังที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี) อนึ่ง แม้จะเป็นแนวทางการสร้างเกมที่เริ่มมีความแพร่หลายกันเป็นอย่างดีสำหรับโหมด New Game Plus ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการยืดอายุการเล่นเกมชิ้นหนึ่งให้มากยิ่งๆ ขึ้นไป แต่สำหรับการประยุกต์ใช้รูปแบบดังกล่าว ก็มีความเสี่ยงและข้อจำกัดอยู่หลากหลายประการ ที่จะเป็นตัวกำหนดว่าเวลาที่ถูก ‘Plus’ ขึ้นไปนั้น จะควรค่าแก่การใช้เวลาร่วมกันต่อหรือไม่ กล่าวคือ การ ‘Plus’ ในแต่ละครั้ง มันควรอย่างยิ่งที่จะต้องมอบประสบการณ์การเล่นที่แตกต่าง ท้าทาย และสดใหม่ โดยไม่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่ากำลังถูก ‘ลาก’ ให้ใช้เวลาร่วมกับมันอย่างเกินความจำเป็น หรืออย่างน้อยที่สุด สิ่งที่ควรมีในการเล่นอีกรอบด้วยคุณสมบัติตัวละครแบบดั้งเดิม ก็จะต้องให้ความสนุกและมีปลายทางที่น่าพึงพอใจ เพราะมันหมายถึงเวลาอีกนับสิบ หรือร้อยชั่วโมงที่ผู้เล่นจะต้องเสียไป เพื่อใช้ให้กับการเล่นรอบใหม่แบบ Plus ซึ่งเป็นสมดุลที่ไม่สามารถทำได้อย่างง่ายๆ หากไม่มีความชำนาญในการสร้าง และรู้นอกออกในผลงานของตนเองที่ดีเพียงพอ ตัวอย่างของ New Game Plus ที่ดีที่สามารถยกมาเป็นกรณีศึกษานั้น คงหนีไม่พ้นเกมตระกูล ‘Soulsborne’ จากค่าย From Software เพราะนับตั้งแต่ Demon’s Souls, Dark Souls, Bloodborne จนถึง Sekiro: Shadows Die Twice นั้น นอกจากจะตอบแทนผู้เล่นให้กับความพยายามในการฝ่าด่านความยากในการเล่นรอบแรก ผลักดันผู้เล่นให้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอย่างถึงที่สุดจนถึงปลายทาง อย่างทรหดอดทน กล้ำกลืนทั้งเลือดและน้ำตาในระหว่างทาง แต่เมื่อเดินเข้าสู่โหมด Plus นั้น ตัวเกมจะทดและติดตามด้วยความท้าทายที่มากขึ้น ที่ๆ คุณสมบัติ ค่าสถิติ ไอเทม จนถึงประสบการณ์ความชำนาญจากการเล่นรอบก่อนหน้า จะถูกเคี่ยวกลั่นและทดสอบอย่างท้าทายจนถึงขีดสุดในการเล่นรอบใหม่ ที่ศัตรูมีการโจมตีใหม่ที่อันตรายมากขึ้น อุปสรรคใหม่ในจุดที่ไม่เคยมี และความโหดระห่ำที่ทวีเพื่อรองรับกับความพร้อมของผู้เล่นอย่างมีนัยสำคัญ และจุดนั้นเอง ที่จะเป็นตัวชี้วัด ว่ามันคือรอบการเล่น Plus ที่ดีพอหรือไม่ เกมอย่างซีรีส์ Persona ที่ยกตัวอย่างไปข้างต้น ก็เป็นอีกกรณีศึกษาที่ดี เมื่อผู้เล่นสามารถคงคุณสมบัติของตัวละครเอก จำนวน Persona ที่มีใน Compendium และไอเทมพิเศษบางอย่างจากการเล่นรอบที่แล้ว เพื่อการเล่นรอบใหม่ในสถานการณ์ ‘ถ้าหากว่า (What If)’ ที่จะนำไปสู่ฉากจบที่แตกต่างกัน และ/หรือ ช่วยให้การเล่นนั้นง่ายขึ้น (แน่นอน ภายใต้ความยากที่สามารถเลือกได้ระหว่างทาง ว่าจะให้ท้าทายขึ้นไปอีกกี่ระดับ) หรือแม้กระทั่งเกมที่ดำเนินเนื้อหาเป็นเส้นตรงเอง ก็สามารถหลบซ่อนความ ‘Plus’ ของเกมการเล่นได้ในแบบ ‘Post-Credit’ ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์อย่าง Devil May Cry และ Bayonetta ที่ผู้เล่นสามารถกลับมา ‘ชำระความ’ กับฉากเก่าๆ ได้ในระดับความยากที่สูงขึ้นไป หรือเข้ารับความท้าทายจาก Challenges ที่จะทดสอบทักษะจากการเล่นหลัก ภายใต้เงื่อนไขและสถานการณ์ที่แตกต่างกัน หรือผลงานล่าสุดบนระบบ Playstation 4 อย่าง Final Fantasy VII Remake เอง ก็มีรูปแบบของการ Plus ในความยากที่สูงขึ้น โดยมีการตอบแทนเป็นค่าประสบการณ์ที่มากขึ้น ความท้าทายที่มากขึ้น เนื้อหาที่เพิ่มขึ้น และแน่นอน Trophy ที่เป็นรางวัลสำหรับความพยายาม ที่มีเฉพาะในโหมดดังกล่าวนี้จากการปะทะกับบอสลับแต่เพียงเท่านั้น อย่างไรก็ดี ที่ยกกล่าวขึ้นมาในข้างต้นนี้ ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาจะบอกว่า โหมด New Game Plus คือสิ่งที่จำเป็นเพียงหนึ่งเดียวสำหรับการยืดอายุขัยของชิ้นงานเกม เพราะมีอีกหลายเกม ที่แม้จะไม่ได้มีโหมด Plus แต่ก็สามารถปิดจบได้อย่างคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป โดยไม่จำเป็นต้องลากยาวต่อเนื่อง หรือผลักดันให้ผู้เล่นต้องกลับมาใช้เวลาซ้ำกับมัน ทั้งหมดนั้น ขึ้นอยู่กับว่าผู้สร้าง ได้วาง ‘ประสบการณ์การเล่น’ เอาไว้ในรูปแบบใด? จะครบถ้วนเสร็จสมบูรณ์ จบในตัวของมันเองอย่างคุ้มค่าเต็มเปี่ยม หรือจะเก็บซ่อนความลับและความสนุกอื่นๆ เอาไว้หลังกำแพง Plus ในรอบใหม่ มาถึงตรงนี้ เชื่อว่าเราคงจะได้พบเจอกับผลงานที่เลือกใช้โหมด New Game Plus และ Post-Credit มากขึ้น (อย่างล่าสุด Star Wars Jedi : Fallen Order เองก็ได้เพิ่มโหมด Plus เข้ามาในอัพเดทใหม่ล่าสุดแล้วเป็นที่เรียบร้อย) แต่สำหรับผู้เขียนนั้น ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การเล่นแบบใด ต่างก็มีคุณค่าและลักษณะเฉพาะตัว และการที่ผู้พัฒนาจะเลือกใช้และประยุกต์แนวทางการเล่นแบบใดๆ ก็ต้องผ่านการคิดมาเป็นอย่างดีในระดับหนึ่ง เพราะการเล่นเกม ความสนุกคือหัวใจหลักสำคัญที่ไม่อาจขาดไปได้ ดังนั้น ถ้าในระหว่างทาง มันเปี่ยมล้นไปด้วยความทรมาน การจำต้องกล้ำกลืนฝืนทน ในระดับที่ขอเจอกันแค่ครั้งเดียวแล้วไม่จดจำ ไม่ใส่ใจ ไม่อยากพบเจอกันอีก เช่นนั้นแล้ว การ Plus ก็อาจจะไม่มีความหมาย และกลายเป็นสิ่งที่น่าเอือมใจจนเกินจะทนเสียมากกว่า และก็เช่นเดียวกับชีวิต เพราะเมื่อเป้าหมายหนึ่งถูกพิชิต แม้มันจะยังหลงเหลือความสนุกและการ Plus ที่น่าเย้ายวนแค่ไหน เราคงไม่สามารถยึดติดอยู่กับประสบการณ์เดิมๆ ได้ตลอดกาล มันจะต้องมีวันจบ มันจะต้องมีจุดสิ้นสุด มันจะต้อง ‘มูฟออน’ ไปสู่ปลายทางใหม่ๆ ที่รอคอยอยู่ข้างหน้า ‘ไม่ว่าประสบการณ์เก่านั้นจะล้ำค่า น่านำกลับมาเล่าซ้ำ หรือควรค่าแก่การ “Plus” กันอีกกี่รอบก็ตาม’ สำหรับข่าวสารเกมที่น่าสนใจ คลิ๊ก!
08 May 2020
Paul Haddad ผู้ให้เสียงพากย์ Leon ในเกม Resident Evil 2 เสียชีวิตแล้ว
Resident Evil 2 Remake กลับมาสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ เป็นอย่างมากในช่วงปี 2019 ตัวเกมนั้นยอดเยี่ยมถึงขนาดได้รับรางวัลมากมายในปีดังกล่าวเลยทีเดียว ยิ่งล่าสุดมีข่าวว่าตัวเกม Resident Evil 4 ที่ใช้ Leon s Kennedy เป็นพระเอกเช่นกันกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาภาค Remake เช่นกัน ก็ยิ่งสร้างความตืนเต้นให้กับเหล่าแฟนๆ เป็นอย่างมาก แต่น่าเสียดายที่ถึงตัวเกมจะถูกวางจำหน่ายในปีไหนก็ตาม เราคงจะไม่มีโอกาสได้ยินเสียงของ Leon ของเวอร์ชั่นเกมฉบับปี 1998 อีกแล้ว เพราะล่าสุดก็มีข่าวว่า Paul Haddad ที่เป็นคนให้เสียงพากย์ Leon ในเกม RE2 เวอร์ชั่นปี Original ได้เสียชีวิตลงแล้วครับ ข่าวนี้ได้รับการยืนยันจาก Nick Apostolides ที่เป็นคนให้เสียงพากย์ของ Leon ในตัวเกม RE2 Remake ผ่าน Twitter ของเขาแล้วว่า Paul Haddad ได้เสียชีวิตลงในวัน 56 ปีแล้วจริงๆ ซึ่งนอกเหนือจากงานในทางฝั่งของวิดีโอเกมแล้ว Paul ยังมีผลงานอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพากย์เป็น Quick Silver ในการ์ตูน X-Men ช่วงปี 1990 หรือมีบทบาทในรายการโทรทัศน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Babar, The Adventures of Tintin หรือ Rupert ก็ขอให้คุณ Paul หลับอย่างสงบด้วยครับ https://twitter.com/Nik_apostolides/status/1251176694347558913 Credit: PCGamer ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่  
20 Apr 2020
10 ศัตรูสุดโหดประจำเกม Resident Evil
Resident Evil ถือว่าเป็นหนึ่งในซีรีส์เกมที่มีการออกแบบศัตรูในเกมได้น่ากลัวมาก อีกทั้งยังน่าจดจำเอามาก ๆ จนบางครั้งทำให้เราหลอนทุกครั้งที่เล่นเกมเลยก็มี เพื่อเป็นการต้อนรับการมาถึงของเกม Resident Evil 3 Remake พวกเรา GameFever TH จึงขอนำเสนอ 10 ศัตรูสุดโหดประจำเกม Resident Evil 10.Hunters Hunter หรือที่แฟน ๆ ของเกม Resident Evil เรียกว่านักตัดหัว โดยศัตรูตัวนี้มีความสามารถในการ 1 Hit Kill หรือตีทีเดียวตาย ทำให้ใครหลาย ๆ คนต่างกลัวที่จะเจอเจ้าตัวนี้ รวมถึงต้องมีสติทุกครั้งที่ต้องเจอมิฉะนั้นอาจจะต้องกลับไปห้องเซฟก็เป็นได้ 9.Lake Monster (Resident Evil 4) Lake Monster หรือว่าน้องปลายักษ์แห่งหนองน้ำประจำเกม Resident Evil 4 ที่เราจะต้องสู้ในฐานะบอสประจำเกม โดยใช้ฉมวกในการเอาชนะ ซึ่งปลาตัวนี้โหดมาก ๆ มีความว่องไว อีกทั้งยังสามารถทนทานดาเมจได้สูง แต่ก็ไม่อาจจะเอาชนะพระเอกอย่าง Leon ได้อยู่ดี 8.Cerberus Cerberus หรือ Zombie Dog น้องหมาในเกม Resident Evil ที่มีจุดเด่นในเรื่องของความเร็วที่สูง อีกทั้งยังมีขนาดเล็กทำให้ทำการเล็งยิงได้ยาก นอกจากนี้หากมันโจมตีพร้อมกันทั้งสองตัวเรียกได้ว่ารอดยากมาก ๆ เป็นอีกหนึ่งในศัตรูที่เมื่อได้ยินเสียก็กลัวแล้ว 7.Crimson Head zombies (Resident Evil remake) Resident Evil Remake ได้มีการเพิ่ม Zombie ชนิดใหม่เข้ามาในชื่อ Crimson Head Zombie หรือ Zombie ฉบับอัปเกรดเมื่อตายไปแล้วหนึ่งครั้ง โดยศัตรูตัวนี้มีความเร็วที่สูงมาก มีพลังโจมตีที่รุนแรงและมีเสียงร้องที่น่ากลัว ทำให้ในภาคนี้หลาย ๆ คนเลี่ยงที่จะฆ่า Zombie หรือหากจำเป็นต้องฆ่าก็ต้องหาไฟมาเผาศพ ไม่เช่นนั้นอาจจะเจอ Jackpot ได้ 6.U-3 (Resident Evil 4) U-3 หรือมนุษย์ตะขาบในเกม Resident Evil 4 ที่มาในฐานะของ Boss ให้เราต่อสู้จุดเด่นของ U-3 นอกจากรูปร่างที่น่ากลัวแล้ว ศัตรูตัวนี้ยังมีท่าโจมตีที่รุนแรงมากโดยมือขวาของมันสามารถหักคอ Leon ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งตัวมันเองยังมีร่างที่สองที่จะมีใบมีดแหลมคมคอยโจมตีผู้เล่นซึ่งหากโดนจับแล้วกด Quick Time Event ไม่ทันก็เตรียมตัวเจอภาพ Leon ร่างกายขาดสองท่อนได้แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถที่จะมุดดินได้อีกด้วยเรียกได้ว่าน่ากลัวสุด ๆ 5.Chainsaw Man (Resident Evil 4-5) สำหรับศัตรูตัวนี้น้อยคนนักที่จะไม่รู้จักกับ Chainsaw Man หรือ Dr Salvador มนุษย์เลื่อยยนต์สุดโหด ที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนต้องหัวหลุดออกจากบ่ามาแล้ว โดยศัตรูตัวนี้จะมาพร้อมกับเสียเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เราต้องหวาดระแวง ซึ่งแม้ว่าจะเล่นจบหลายรอบก็ยังคงกลัวศัตรูตัวนี้ 4.Mr. X (Resident Evil 2) Mr. X หรือ Tyrant - 00 ถือว่าเป็นหนึ่งศัตรูสุดโหดประจำเกม Resident Evil 2 ที่จะออกตามล่าเราไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ลำตัวขนาดใหญ่ทีน่าหวั่นเกรงและการโจมตีที่หนักหน่วง ทำให้เราไม่อยากที่จะปะทะกับศัตรูตัวนี้ นอกจากนี้ศัตรูตัวนี้ยังกลายเป็น Boss สุดโหดให้เราได้ต่อสู้ในตอนท้ายอีกด้วย 3.Nemesis (Resident Evil 3) Nemesis ถือว่าเป็นหนึ่งใน Boss ของเกม Resident Evil ที่แฟน ๆ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าโหด ด้วยลำตัวขนาดใหญ่ ความเร็วในการเคลื่อนที่สูง เสียงคำรามอันน่ากลัวและการตามล่าเราอย่างไม่ลดละ ทำให้ Boss ตัวนี้เป็นหนึ่งในดวงใจของใครหลาย ๆ คน ยิ่งตัวเกมภาคนี้ได้รับการ Remake ใหม่ ทำให้เราจินตนาการไม่ออกว่า Nemesis เวอร์ชันนี้จะแกร่งขนาดไหน 2.Lickers (Resident Evil 2 Remake) หากพูดถึงศัตรูธรรมดาที่แกร่งไม่แพ้บอส Lickers ใน Resident Evil 2 ฉบับ Remake ถือว่าตอบโจทย์มาก แม้ว่าศัตรูตัวนี้จะตาบอดแต่ก็มีกรงเล็บที่แหลมคม ความเร็วที่ว่องไวและประสาทสัมผัสที่ดีเยี่ยม ทำให้เราไม่อยากที่จะปะทะกับสิ่งนี้ตรง ๆ ยิ่งคุณเล่นในโหมด Hardcore ศัตรูตัวนี้จะโหดจนคุณต้องร้อง 1.Regeneradores (Resident Evil 4) ปิดท้ายกันด้วยศัตรูสุดน่ากลัวของซีรีส์ Resident Evil กับ Regeneradores ศัตรูสุดแกร่งประจำเกม Resident Evil 4 ที่แม้ว่ามันจะเดินช้า แต่ยิงเท่าไหร่ก็ไม่ตาย ยิงส่วนไหนก็งอกได้ แถมทนทานกับลูกกระสุนอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชันอัปเกรดที่มีหนามเต็มตัว ยิ่งเพิ่มความโหดให้กับศัตรูตัวนี้ไปอีก ทางเดียวที่จะชนะมันได้คือการใส่กล้อง Infrared แล้วยิงปรสิตในตัวของมันจึงจะชนะอย่างง่ายดาย นอกจาก 10 ศัตรูนี้แล้วเพื่อน ๆ คิดว่ามีศัตรูตัวไหนที่น่ากลัวบ้างลองบอกกันมาได้เลย
24 Mar 2020
5 เกมแนะนำระหว่างรอ Resident Evil 3 Remake
Resident 3 Remake ถือว่าเป็นหนึ่งในเกมที่หลาย ๆ คนชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นกราฟิกที่สวยงาม ระบบการเล่นที่ท้าทายและ Nemesis สุดโหดที่พร้อมจะสังหารเราทุกเมื่อ สำหรับใครที่อารมณ์ค้างและอยากจะหาเกมที่ให้อารมณ์คล้ายกันในช่วงที่รอตัวเกมวางจำหน่ายพวกเรา GameFever TH ก็มีเกมมาแนะนำ Resident Evil 2 (Remake) หนึ่งในเกมที่ใกล้เคียงกับ Resident Evil 3 มากที่สุดคงหนีไม่พ้นเกม Resident Evil 2 ที่มีเนื้อเรื่องคู่ขนานกัน โดยเกมนี้จะเป็นเกมแนว Action - Survival Horror ที่เราจะต้องรับบทเป็นหนึ่งในสองตัวละครคือ Leon ตำรวจจบใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานวันแรก และ Claire สาวแกร่งที่ต้องมาตามหาพี่ชาย ในเมืองที่เชื้อ G-Virus ได้แพร่ระบาดและเปลี่ยนประชากรในเมืองให้กลายเป็นซอมบี้ พวกเขาจะรอดหรือไม่อยู่ที่คุณ The Evil within 2 หาก Resident Evil 2 ยังทำให้คุณหลอนไม่พอผู้เขียนก็ขอแนะนำเกมนี้เลย Evil within 2 ที่จะเปลี่ยนจากซอมบี้สุดน่ากลัวเป็นสิ่งมีชีวิตสุดประหลาดพร้อมกับความจิตตกแบบเต็มที่ โดยในเกมนี้เราจะได้รับบทเป็นสายสืบ Sebastian Castellanos ที่ต้องเข้าสู้เครื่อง Stem อีกครั้งในการตามหาลูกสาวของเขาที่จะทำให้เขาหลอนไปอีกนาน ตัวเกมทำออกมาได้ดี กราฟิกที่สวยงามและระบบการเล่นสนุกมาก ลองหามาเล่นกันดู Dead Space เปลี่ยนจากการต่อสู้กับซอมบี้บนดินมาเป็นการต่อสู้กับ necromorph ซอมบี้อวกาศสุดแกร่งในเกม Dead Space ที่ตัวเกมจัดเต็มในเรื่องของความสยอง ความหลอนและความโหด ที่หากคุณใจไม่แข็งพออาจจะเล่นเกมนี้ไม่จบได้ โดยเกมนี้แม้จะเก่าแล้วแต่หากคุณได้ลองสัมผัสรับรองว่าลืมไม่ลง The Last Of Us หนึ่งในเกมระดับ Masterpiece ที่หลาย ๆ คนยกให้เป็นเกมที่ดีที่สุดในยุคนี้กับ Last of US เกมที่ว่าด้วยเรื่องของสังคมมนุษย์ที่เกิดเหตุการณ์เชื้อรา Cordyceps ระบาดทำให้มนุษย์เกินกว่าครึ่งกลายเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่พร้อมจะไล่ล่าคนอื่น เราจะได้รับบทเป็น Joel ที่ต้องร่วมมือกับ ellie ในการเอาชีวิตรอดจากเหล่าเชื้อราและมนุษย์ที่แสนโหดร้าย พร้อมเนื้อเรื่องสุดแสนประทับใจที่จะทำให้คุณอยากเล่นเกมภาคใหม่เร็ว ๆ Dying Light ปิดท้ายกันด้วยเกมซอมบี้ขวัญใจมหาชนอย่าง Dying Light เกมแนว FPS - Action / Open World ที่ให้เราสวมจิตวิญญาณของ Free Running ในการต่อสู้กับเหล่าซอมบี้ ตัวเกมมีกราฟิกที่สวยงาม โลกในเกมอันแสนกว้างใหญ่ ระบบการเล่นสุดมันส์ พร้อมทั้งภาษาไทยที่จะทำให้คุณเล่นเพลินไปยาว ๆ Resident Evil 3 Remake จะวางจำหน่ายในวันที่ 3 เมษายน 2020 ใน PC , Xbox , PlayStation 4
23 Mar 2020
ทำไมเกม Resident Evil ถึงขาด Rocket Launcher ไม่ได้
หากใครเคยเล่นเกมตระกูล Resident Evil มาย่อมจะรู้ว่าเกม Resident Evil จะขนาด 2 อย่างไม่ได้คือเชื้อไวรัสและ Rocket Launcher ที่ต้องมีในเกือบทุก ๆ ภาคจนขาดไม่ได้ในเกม Resident Evil ทำไมของสิ่งนี้ถึงขาดไม่ได้ละ เรา GameFever TH จะพามาหาคำตอบกัน มีมาตั้งแต่ภาคแรก [caption id="attachment_42700" align="aligncenter" width="1024"] รูปภาพจาก YouTube ช่องKeyranSolo[/caption] Rocket Launcher มีมาตั้งแต่เกม Resident Evil ภาคแรกในปี 1996 โดยเป็นอาวุธในการอาวุธพิฆาต Tyrant บอสตัวสุดท้ายของเกม จากนั้นในเกมภาคที่ 2 Rocket Launcher ก็นำมาใช้ในการปราบ Mr. X ทำให้ปืนนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเกม Resident Evil เรี่อยมา น่าเสียดายในเกม Resident Evil 2 ฉบับ Remake ผู้พัฒนาเกมดันเปลี่ยนชื่อเป็นปืน Anti-Tank Rocket แทน ส่วนอีกกระบอกก็ใช้ชื่อว่า ATM-4 (ได้จากจบ Leon แบบ Hardcore ในแรงก์ S+) อนุภาครุนแรง [caption id="attachment_42701" align="aligncenter" width="720"] รูปจากเว็บไซต์ Naguide[/caption] ในเกม Resident Evil ปืน Rocket Launcher เป็นปืนที่ไม่สามารถหามาได้ง่าย ๆ แต่จะต้องใกล้ถึงช่วงจบเกมหรือเล่นเกมจบไปแล้วหนึ่งรอบถึงจะได้มา (ยกเว้นภาค 4 ที่หากมีเงินสามารถจะซื้อจากพ่อค้ามาได้เลยในราคา 30,000 Pts) โดยสิ่งที่ทำให้หลาย ๆ คนจดจำได้คืออนุภาคที่รุนแรงชนิดที่ว่าเป่านัดเดียวบอสใหญ่ร่วง ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเหล่าซอมบี้ที่เราต้องเจอตลอดทั้งเกม โดนปืนนี้ไม่เหลือซากอย่างแน่นอน ยิ่งใครที่เล่นจนสามารถปลดล็อกปืนนี้ได้แบบกระสุนไม่จำกัด (Infinite) เกมนี้จะง่ายขึ้นทันที เท่ สำหรับเหตุผลนี้สั้น ๆ เลยคือ "เท่" เวลาที่เราเห็นตัวละครในเกม Resident Evil ถือปืนนี้ความเท่จะเพิ่มขึ้นอีก 200% ไม่ว่าจะเป็น Leon , Christ Redfield, Jill Valentine ต่างก็ดูเท่ขึ้นมาทันทีที่ถือ Rocket Launcher นอกจากบรรดาเหล่าตัวร้ายอย่าง Nemesis ต่างก็ดูน่าเกรงขามขึ้นและอันตรายขึ้นเวลาแบกปืนนี้ เป็นลายเซ็นของ Shinji Mikami [caption id="attachment_42705" align="aligncenter" width="1024"] รูปภาพจาก steamcommunity[/caption] Shinji Mikami ถือว่าเป็นหนึ่งในนักพัฒนาเกมชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น โดยเขาได้รับมอบหมายในการพัฒนาเกมหลาย ๆ เกมเช่น Resident Evil, Dino Crisis, The Evil Within เป็นต้น ซึ่งหนึ่งในเอกลักษณ์ของเขาที่เกมเมอร์หลาย ๆ คนน่าจะคุ้นเคยกันดีกับการที่จะต้องมีตัวละครสักตัวถือปืน Rocket Launcher แม้กระทั่งในเกมล่าสุดอย่าง The Evil Within ที่เขารับตำแหน่ง Executive producer กับ supervisor นั้นยังมี Easter Egg เกี่ยวกับปืนนี้ แม้ว่าปัจจุบัน Shinji Mikami จะลาออกจาก Capcom ไปแล้วแต่ลายเซ็นที่เขาสร้างไว้จะคงอยู่กับ Resident Evil ไปอีกนาน จะเห็นได้ว่า Rocket Launcher เป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ของเกมตระกูล Resident Evil ที่หากขาดไปเหมือนกับอะไรบางอย่างได้หายไปจากเกม แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคิดว่าอะไรบ้างที่ขาดไม่ได้สำหรับเกม Resident Evil บอกกันมาได้เลย ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่
18 Feb 2020
5 Quotes น่าจดจำประจำเกม Resident Evil
Resident Evil ถือว่าเป็นหนึ่งในแฟรนไชน์เกมที่มีอายุยาวนานเกือบ ๆ 25 ปีแล้ว มีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่ทำให้เกมเมอร์อายุ 25+ หลาย ๆ คนต่างคิดถึง โดยเฉพาะ Quotes หรือคำพูดจากเหล่าตัวละครต่าง ๆ ที่ในทุกวันนี้ยังคงติดหูของใครหลาย ๆ คนและนี่ถือ คำพูดที่น่าจดจำประจำเกม Resident Evil 1.“STAAAAAARS…” Nemesis Resident Evil 3 Nemesis นับว่าเป็นหนึ่งในศัตรูสุดโหดประจำเกม Resident Evil 3 ที่แฟน ๆ น่าจะจดจำกันได้ดี โดยเอกลักษณ์นอกจากความโหดก็คือประโยคที่ออกจากปากของอสุรกายตัวนี้เพียงคำเดียวคือ "“STAAAAAARS…” อันเป็นเป้าหมายสูงสุดที่มันต้องการจะกำจัด ทำให้คำพูดนี้กลายเป็นคำพูดที่ใครหลาย ๆ คนต่างคิดถึง 2.“What Are You Buying?” พ่อค้า Resident Evil 4 Resident Evil 4 ถือว่าเป็นการปฎิวัติซีรีส์ Resident Evil ไปตลอดกาล ด้วยการเพิ่มมุมมองแบบข้ามหัวไหล่ Quick Time Event รวมถึงเพิ่มในส่วนของพ่อค้าเข้าในเกม ซึ่งประโยคคลาสิคที่หลาย ๆ คนต้องได้ยินเวลาซื้อของคือ “What Are You Buying?” และกลายเป็นประโยคขวัญใจของใครหลาย ๆ คน แต่เป็นที่น่าเสียที่พ่อค้าคนนี้มีตัวตนอยู่เฉพาะในเกมภาคที่ 4 เท่านั้น 3. "Welcome to the family son" Jack Baker Resident Evil 7 นอกจากเกม Resident Evil 4 ที่ได้เปลี่ยนแปลงแนวทางในการพัฒนาเกมของซีรีส์แล้ว หนึ่งในภาคที่ทาง Capcom ได้ลองเปลี่ยนแนวทางคือ Resident Evil 7 จากมุมกล้องแบบมองข้ามหัวไหล่สู่มุมกล้องแบบ FPS พร้อมกับเพิ่มความสยดสยองอย่างเต็มพิกัด และหนึ่งในประโยคที่ได้เป็นตำนานของเกมนี้คือ "Welcome to the family Son"  จากหนึ่งในตัวร้ายของเกมอย่าง Jack Baker ที่ทำเอาใครหลายคนต้องเหวอไปตาม ๆ กันและเป็นประโยคในการเปิดเข้าสู่ตัวเกมอย่างเป็นทางการ 4." Wow what A mansion" Albert Wesker Resident Evil 1 หากพูดถึงประโยคคลาสิคและน่าจดจำสำหรับใครหลาย ๆ คนอาจจะต้องย้อนไปไกลในสมัยภาคแรก ปี 1996 ณ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดในคฤหาสน์ spencer เมื่อเราหนีจากฝูงหมาเข้ามาแล้วคฤหาส์นแล้ว Barry ก็อุทานว่านี่คือสถานที่อะไร แล้ว Wesker ก็ตีเนียนว่า "ว้าวนี่คือคฤหาสน์อะไรเนี่ย" ซึ่งบทพูดภาษาอังกฤษนี้กลายเป็นตำนานและเอกลักษณ์ของภาคนี้ แต่เป็นที่น่าเสียดายเมื่อ Capcom ทำการ Remaster เกม Resident Evil 1 คำพูดในตำนานนี้ก็ถูกเปลี่ยน 5."Take care you self Leon" ADA Wong :Resident Evil 2 Remake ปิดท้ายกันด้วยประโยคจากตัวเกมภาคล่าสุดบ้าง โดยหนึ่งประโยคที่น่าจะสะเทือนใจของใครหลาย ๆ คนคงหนีไม่พ้น ในช่วงฉากสุดท้ายที่ Ada และ Leon ต่างแย่ง G-Virus ระหว่างที่ Lab ของ Umbrella กำลังจะถล่มทั้งสองกำลังจะปรับความเข้าใจกัน Annette Birkin ก็หันมายิงปืนใส่ Ada ทำให้เธอร่วงลงไป ซึ่งประโยคสุดท้ายที่เธอได้กล่าวกับ Leon คือ "ดูแลตัวเองดี ๆ นะ Leon" หลังจากกล่าวเสร็จเธอก็ร่วงลงไป ทำเอาแฟนเกมรู้สึกเศร้าไปตาม ๆ กัน ก่อนที่เธอจะโผล่มาโยน Rocket Launcher ให้เราอีกครั้ง Resident Evil ยังมีประโยคเด็ด ๆ และคำพูดคม ๆ อีกมากมายให้เหล่าเกมเมอร์ได้จดจำ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเกมมาจนถึงทุกวันนี้แล้วเพื่อน ๆ คิดว่ามีคำพูดไหนที่เด็ด ๆ บ้างบอกกันมาได้เลย ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่
05 Feb 2020
ศัตรู Resident Evil 2 (PS1) ที่ไม่ได้ปรากฎในภาค Remake
เกมผีชีวะ Resident Evil ถือว่าเป็นหนึ่งในเกมซอมบี้แถวหน้าที่มีประวัติมาเกือบ 20 ปี และเหล่าซอมบี้ไปจนถึงสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ก็เป็นหนึ่งในความโดดเด่นของซีรีย์ ที่หลายตัวกลายเป็นตำนานหรือเป็นที่รู้จักมากกว่าตัวละครหลักที่เป็นคนเสียอีกและในวันนี้ก็มาถึงภาคต่อสุดมันส์อย่าง Resident Evil 2 Remake ที่ทางค่ายนั้นเอาใจแฟนๆรุ่นเก่าที่ได้รับการพัฒนาด้านกราฟฟิกที่ดียิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อนรวมถึงยังเป็นเกมม้ามืดแห่งปี 2019 ที่ผ่านมาอีกด้วยและในวันนี้ทางเรา GameFever TH จะมาบอกถึงซอมบี้หรือสัตว์ประหลาดที่ไม่ได้มาปรากฎในเกมภาค Resident Evil 2 Remakeนั้นจะมีตัวอะไรกันบ้างเชิญรับชมได้เลยครับ CROWS อีกาพยายม อีกา พยายม ที่เราเห็นกัน อยู่บ่อยๆ ในหนัง ถูกนำมาเพิ่ม เติมความน่ากลัวใน Biohazard ในภาคต่างๆโดยปรกติก็ อย่างที่เราๆรู้กันนั้น คือ เป้นอีกา ปรกติ นั่นแหละ แต่เมื่อมี ศพ มีการ ตายเกิดขึ้น อีกาเป็นของคู่กับศพเมื่อมันได้กลิ่นศพ ที่เป็นซอมบี้ มันก็เลยมากิน ซากศพเหล่านั้น ส่งผลทำให้กลายเป็นอีกา ซอมบี้หรือแถวๆบ้านผมเรียกอีกาผี เหมือนอย่างในหนังเรื่อง The Crow อีกาพยายมแต่ในเกม Remake นั้นทางผู้สร้างเองยังไม่ได้มีการใส่เข้ามาแต่อย่างใด   Giant Spider แมงมุมยักษ์ ถ้าเอ่ยถึงแมงมุมเชื่อแน่ว่าน้อยคนนักที่จะบอกว่าชอบสำหรับแมงมุมใน BioHazard นั้นก็เช่นเดียวกัน แมงมุมนั้นสามารถได้รับพาหะแพร่เชื้อ ได้ง่ายและรวดเร็วกว่า มอสเตอร์ชนิดอื่นๆทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะว่า ที่อยู่อาศัยของแมงมุมนั้น อาศัยอยู่ในที่ ๆ อับ และง่ายต่อการติดเชื้อได้ง่ายกว่ามอนเตอร์ประเภทอื่นๆมาก ทำให้พวกมันสามารถแพร่กระจาย ขยายตัวได้อย่างทวีคูณแมงมุม ในเกมส์ นั้นจำแนกออกได้ 3 ประเภทด้วยกัน คือ Giant Spider ตัวนี้ข้อมูลที่ได้มาอันน้อยนิด บอกไว้ว่าได้รับพาหะจากหนู และเศษอาหารที่ ติดไวรัส ไปเลยทำให้มันกลายพันธ์เป็น แมงมุมยักษ์ ที่มีขนาดตัวใหญ่กว่า คนเราเสียอีก   Giant Moth ผีเสื้อไซส์ยักษ์ Giant Moth หรือผีเสื้อยักษ์นั้น ต่างกับสัตว์ตัวอื่นๆที่เราแนะนำมา เพราะเจ้า Giant Moth นั้นเกิดจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ต่างกับแมงมุมแมลงสาปหรือจะเข้ที่ได้รับเชื้อ T-virus โดยเจ้า Giant Moth นั้นสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วแถมอึดถึก และยังแพร่พันธุ์เพื่อยึดสถานที่เป้าหมายได้ด้วย โดยมันสามารถกัดและปล่อยพิษใส่เหยื่อได้ จึงจัดเป็นอาวุธชีวภาพที่น่ากลัวตัวหนึ่งเลยทีเดียว   Plant 43 Plant 43 เป็นพืชขนาดใหญ่ที่ได้รับการฉีด T-Virus เข้าไป โครงการพัฒนาอาวุธชีวภาพชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งจากการทดลองกับพืชตัวอย่างของนักวิจัยที่ชื่อ Henry Sarton ซึ่ง Plant 43 นี้มีรูปลักษณ์ภายนอกเป็นดอกไม้ขนาดยักษ์ที่มีกลีบดอกรูปร่างประหลาดห่อหุ้มอยู่ และมีกิ่งก้านขนาดใหญ่ เคลื่อนไหวได้เหมือนหนวดปลาหมึก Plant 43 ได้เติบโตแผ่กิ่งก้านไปทั่วโซนResidence ( ในเวอร์ชั่น PS1 โซนดังกล่าวเคยใช้ชื่อว่า Guard House )มันได้ใช้กิ่งแขนงของมันดูดรับน้ำจาก Aqua Ring ที่อยู่ชั้นใต้ดินของ Residence ( Aqua Ring คือบ่อเพาะเลี้ยงเจ้าฉลามยักษ์ Neptune นั่นเองครับ )   Neptune ฉลามขาวยักษ์ ในสถานีวิจัยของศูนย์เพาะเลี้ยงของ เนปจูนนั้นอยู่ในขั้นทดลองซึ่งในเกมส์ BioHazard นั้นเราจะสามารถพบเจ้านี่ได้ ในชั้นใต้ดิน โซน Guard House (Ps.1) ทั้งนี้นั้นยังอยุ่ในช่วงของการทดลอง ครับ ซึ่งการพบกับมันในครั้งแรกนั้น ค่อนข้างที่จะลำบากในทีเดียว เพราะเสียเปรียบ เปนอย่างมากในการต่อสู้ในนํา ถ้าไม่มีกุญแจเข้าห้อง ลดปริมาณนํา Neptune อาจสร้างปัญหาให้แก่คุณได้การต่อสู้กับ Neptune ในนํานั้น ไม่เป้นเรื่องที่ฉลาดเลย ตรงกันข้ามคุณ อาจะพลาด เสียชีวิตได้เช่นกัน การโจมตีเนปจูน จะใช้วิธีการขยําเหยื่อ แล้วบิดด้วยคมเชี้ยวที่แหลมคม ประกอบกับ ไวรัส ซึ่งทำให้มันดุร้ายมากยิ่งขึ้น ดังนั้นคุณต้องพกกุญแจเข้าห้องลด ปริมาณนํา มาก่อนแล้ว การกำจัดมัน จะเป้นเรื่องที่ง่ายกว่าขนมเสียอีก (Ps 1)   Hunter นักล่าของจริง Hunter เป็นอาวุธชีวภาพมีรูปร่างคล้ายมนุษย์รวมกับสัตว์เลื้อยคลานที่สามารถเดินด้วยสองเท้า มีอาวุธคือกรงเล็บอันแหลมคมที่มือทั้งสองข้าง เอกลักษณ์ที่คนเล่นเกม Biohazard จำกันได้ดีคือเสียงกรีดร้องประจำตัวของมันพวกมันเป็นอาวุธชีวภาพที่บริษัท Umbrella สร้างขึ้นโดยนำ DNA ของสัตว์เลื้อยคลานมาฉีดผสมเข้าไปในไข่ของมนุษย์เพศหญิงที่จัดเตรียมไว้ แล้วเพาะแยกในหลอดทดลองที่มีการแพร่ T-Virus เข้าไปด้วยตลอดจนเป็นตัวสมบูรณ์ครั้งแรกที่มันปรากฎตัวให้เราเห็น มันจะแสดงความสามารถให้เห็นถึงความคล่องแคล่วว่องไว และความทนทานต่อกระสุนปืนที่มีมากกว่าซอมบี้หนำซ้ำ Hunter ยังมีการโจมตีที่สามารถปลิดชีวิตของผู้เล่นได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวนั่นคือการใช้กรงเล็บตะปบศีรษะของผู้เล่นจนหลุดกระเด็น ด้วยเหตุนี้ Hunter จึงกลายเป็นมอนสเตอร์ที่ผู้เล่นเกม Biohazard ต่างเข็ดขยาดกันมากที่สุดของเกมซีรี่ส์นี้อย่างช่วยไม่ได้
21 Jan 2020
10 ดีลสุดคุ้มประจำ Steam Winter Sale 2019
Steam ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มขายเกมชื่อดังของโลก ที่มีเกมให้เราเลือกเล่นอย่างมากมายพร้อมกับ Feature ในการสนับสนุนเกมเมอร์อย่างเต็มที่และสิ่งที่ทำให้ Steam ครองใจเกมเมอร์อย่างมากคือ Steam Sale ที่ลดกระหน่ำจนทำให้หลาย ๆ คนหมดเงินกันเป็นว่าเล่น ในตอนนี้เทศกาล Steam Winter Sale 2019 ก็ได้เริ่มหากใครยังไม่รู้ว่าจะซื้อเกมไหนดี วันนี้เรามีดีลสุดคุ้มสำหรับเทศกาลนี้มาแนะนำ 1.RESIDENT EVIL 2 / BIOHAZARD RE:2 (395.67 บาท) ถือว่าลดราคาเร็วมาก ๆ สำหรับเกมระดับ AAA จากทาง Capcom อย่าง Resident Evil 2 ฉบับ Remake เกม Survival Horror สุดตื่นเต้นที่ถูกใจเกมเมอร์ทั่วโลก ที่จะใช้เรารับบทเป็น Leon และ Claire ในการเอาชีวิตรอดจากฝูงซอมบี้ในเมือง Raccoon City  โดยมาให้เกมเมอร์จับจองในราคาไม่ถึง 400 บาทจากราคา 1,199 บาท ซื้อได้ที่นี่ 2.DARK SOULS III (375 บาท) From Software คือทีมงานเจ้าจองรางวัล Game of The Years ล่าสุดจากผลงานอย่าง Sekiro:Shadow Die Twice แต่หากคุณอยากจะสัมผัสเกมที่เป็นต้นแบบของความยากระดับที่ปาจอยทิ้ง ก็ต้องลองเกม Darksoul 3 เกมแนว Action - Adventurer ที่มีจุดเด่นในเรื่องของกราฟิกที่สวยงามและความยากระดับที่เกมอื่น ๆ ก็มอบให้ไม่ได้ ซึ่งหากคุณยังไม่เคยเล่นก็ควรหามาลอง ซื้อได้ที่นี่ 3.Batman: Arkham Knight Premium Edition (182.25 บาท) หนึ่งในเกม Super Heroes ที่ดีที่สุดผลงานจากทีม Rocksteady Studios กับเกม Batman: Arkham Knight เกมแนว Action Adventurer ที่ให้เราสวมบทเป็น Batman ออกต่อกรกับเหล่าร้ายในเมือง Arkham ที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและปิดตำนานของซีรีส์ Arkham ได้อย่างงดงาม ซื้อได้ที่นี่ 4.The Witcher 3: Wild Hunt - Game of the Year Edition (389.70 บาท) สำหรับใครที่กำลังอินกับซีรีส์ The Witcher ฉบับ Netflix อยู่ในตอนนี้เชิญมาสานต่ออารมณ์ได้ในเกม The Witcher 3: Wild Hunt ที่เราจะได้รับบทเป็น Geralt ในการตามหา Ciri ในโลกที่แสนกว้างใหญ่ พร้อมกับเนื้อเรื่องสุดเข้มข้นที่จะทำให้คุณนั่งเล่นเกมนี้ได้ทั้งวัน พร้อมกับ DLC ของตัวเกมอีก 2 ในราคาเพียง 389 บาท ซื้อได้ที่นี่ 5.Far Cry 5 - Standard Edition (400 บาท) เปลี่ยนจากเกมแนว Action - Adventurer มาเป็นเกมแนว FPS - Open World กันบ้างกับเกม Far Cry 5 ที่จะให้เรารับบทนายอำเภอมือใหม่ในการรับมือกับลัทธินอกรีต นำโดยหลวงพ่อ Josep Seed ที่พร้อมจะให้กำลังและความโหดร้ายต่อผู้ที่ขัดศรัทธา ซึ่งตัวเกมถือว่าสนุกและเล่นได้ยาว ๆ ซื้อได้ที่นี่ 6.Middle-earth: Shadow of War Definitive Edition (250 บาท) หากจะพูดถึงเกมจากจักรวาล The Lord of The Ring แล้ว Middle-earth: Shadow of War ถือว่าเป็นหนึ่งในเกมจากจักรวาลนี้ที่ทำออกมาได้ดีมาก ตัวเกมมีเรื่องราวที่น่าสนใจ มีระบบการเล่นที่ชวนให้ติดหนึบ ซึ่งในตอนนี้ตัวเกมได้อัปเกรดเป็นแบบ Definitive Edition ที่รวม DLC มากมายให้เหล่าเกมเมอร์เล่นเกมนี้ได้ยาว ๆ ซื้อได้ที่นี่ 7.Monster Hunter: World (479.60 บาท) เกมเมอร์หลาย ๆ ท่านอาจจะอยากได้เกมที่เล่นได้ยาวถึงยาวมาก ๆ คงไม่มีเกมไหนจะดีไปกว่าเกมนี้แล้ว Monster Hunter: World เกมที่ให้เรารับบทเป็น Hunter ในการออกล่ามอนสเตอร์สุดโหด โดยรูปแบบของเกมการเล่นนั้นอาจจะใช้เวลาในการศึกษาเล็กน้อย แต่เมื่อเล่นเป็นแล้วคุณจะอยู่กับเกมนี้ยาว ๆ ทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียว ซื้อได้ที่นี่ 8.PLAYERUNKNOWNS BATTLEGROUNDS (279.50 บาท) แม้ว่าในสมัยนี้เกมแนว Battle Royale จะมีให้เราได้เล่นกันอย่างมากมาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกมที่ทำให้กระแส Battle Royale โด่งคือเกม PLAYERUNKNOWNS BATTLEGROUNDS หรือที่เราเรียกกันง่าย ๆ ว่า PUBG โดยตัวเกมมีกฎที่ง่าย ๆ คือทำอย่างไรก็ได้ให้รอดจากสมรภูมิเดือนแห่งนี้ สำหรับเวอร์ชั่น Steam จะถือว่าเป็นเวอร์ชัน Original ของทีมงานที่มาพร้อมกับกราฟิกที่สวยงามและการแข่งขันแบบ Esports ที่มีอย่างต่อเนื่อง หากคุณไม่เคยลองเกมนี้ Steam Winter Sale คือโอกาส ซื้อได้ที่นี่ 9.Grand Theft Auto V: Premium Online Edition (471.60 บาท) Grand Theft Auto V แม้ว่าตัวเกมจะมีอายุหลายปีแล้ว แต่ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยตัวเกมจะแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ ๆ คือ Story Mode ที่จะให้เรารับบท 3 หนุ่มโฉดที่มีบุคลิกที่แตกต่างกัน แต่พวกเขาต้องร่วมมือกันในการก่ออาชญากรรมต่าง ๆ และโหมด Online ที่จะให้เราสร้างตัวละครของเราออกไปลุยกับโลกอาชญากรรม ซึ่งหากคุณซื้อเกมนี้ไปการันตีไว้เลยว่าขั้นต่ำ 50 ชั่วโมง ซื้อได้ที่นี่ 10. Cities: Skylines - New Player Bundle (442.12 บาท) Cities: Skylines คือหนึ่งในเกมสร้างเมืองที่ดีที่สุดในตอนนี้ ตัวเกมมีฟังก์ชันในการออกแบบที่หลากหลายตามสไตล์ของผู้เล่น รวมถึงการออกนโยบายประจำเขตที่ทำให้เราจัดโซนของเมืองได้ง่ายขึ้น โดยใน New Player Bundle จะแถม DLC -After Dark และ Mass Transit ที่จะทำให้เมืองของเรามีมิติในการพัฒนามากขึ้น ซึ่งหากคุณไม่เคยสัมผัสเกมนี้เราขอแนะนำให้คุณลองสักครั้งแล้วจะติดใจ ซื้อได้ที่นี่ Steam Winter Sale 2019 เริ่มแล้ววันนี้ถึงวันที่ 3 มกราคม 2021 ดังนั้นชอบเกมไหนรีบซื้อเลยเพราะโอกาสที่เกมจะลดราคาโหดแบบนี้มีไม่บ่อย
23 Dec 2019
Resident Evil 2 ปล่อย Demo ตัวใหม่ ซึ่งสามารถได้ยินเสียงของ Nemesis ได้!
ในช่วงที่รอการมาของ Resident Evil 3 Remake ที่จะวางจำหน่ายในปีหน้า ก็มีหลายคนที่กลับไปเล่น Resident Evil 2 Remake ที่วางจำหน่ายในช่วงต้นปีที่ผ่านมาใหม่อีกครั้ง และค้นพบว่ามี Achievement ใหม่ ที่ดูจะเกี่ยวของกับเกม RE3 Remake ที่กำลังจะออกถูกเพิ่มเข้ามาด้วย วันนี้ทางผู้พัฒนาก็ได้มีการปล่อย Demo ตัวใหม่ของภาค 2 ในชื่อ R.P.D. Demo ซึ่งดูจะมีคว่ามเกี่ยวของกับ RE3 เหมือนกันครับ! Youtube Channel ที่ใช้ชื่อว่า Suguru Misato ได้ปล่อยวิดีโอเกมเพลย์ของ R.P.D. Demo ภายในวิดีโอหลังจากที่เริ่มบังคับตัวละครได้แล้ว เขาก็ไม่ได้เริ่มเล่นตามเส้นทางของเกมโดนทันที่ แต่กลับเดินออกมาหน้าสถานี้ตำรวจแทน หลังจากเดินสำรวจไป ๆ มา ๆ อยู่สักพัก จู่ ๆ ก็มีเสียงของ Nemesis ซึ่งเป็นสัปหลาดประจำภาค RE3 ดังขึ้น ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเสียงร้องนี้หมายถึงอะไร แต่เดาว่าน่าจะเป็น Easter Egg ที่ผู้พัฒนาแค่อยากใส่เข้ามาเฉย ๆ ครับ Resident Evil 2 Remake วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ทั้งบนเครื่อง PS4 , Xbox One และ PC Credit : GamingBolt ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่    
16 Dec 2019
Resident Evil 2 Remake ทำยอดขายได้มากกว่าภาค Original แล้ว!
Resident Evil 2 Remake นั้นนับว่าเป็นเกมที่ประสบความสำเร็จมาก เพราะนอกจากจะได้รับคะแนนรีวิวที่ดีมากจากทั้งผู้เล่น และสื้อต่าง ๆ แล้ว ล่าสุดก็ดูเหมือนว่าตัวเกมนั้นจะสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 5 ล้านชุด แซงหน้ายอดขายของตัวเกมเวอร์ชั่น Original ที่ขายได้ 4.94 ล้านชุดไปแล้ว ดังนั้นถ้านับรวม ๆ กัน แปลว่ายอดขายในชื่อของ Resident Evil 2 ทะลุ 10 ล้านไปแล้วครับ! ด้วยยอดขายที่ดีมากขนาดนี้ จึงอาจจะเป็นเหตุผลให้ Capcom ตัดสินใจที่จะทำเกม Resident Evil 3 Remake ออกมา และประกาศวันวางจำหน่ายเป็น 3 เมษายน 2020 ซึ่งพูดได้ว่าเร็วมาก ๆ แต่อาจจะด้วยความที่เนื้อเรื่องของทั้ง 2 ภาคมีช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกันมาก การออก RE3 Remake มาให้เร็วที่สุด เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกถึงความต่อเนื่องในการเล่นนั้น อาจจะสามารถช่วยกระตุ่นยอดขายทั้ง 2 ภาคไปในตัวด้วยนั้นเองครับ Resident Evil 2 Remake วางจำหน่ายแล้ววันนี้ทั้งบน PS4 , Xbox One และ PC Credit : GameRant ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่
12 Dec 2019
10 เกมที่มีโอกาสได้รางวัล Game of The Year จากเวทีต่าง ๆ มากที่สุด
Game of The Year ถือว่าเป็นหนึ่งในรางวัลสุดยอดของคนสร้างเกม ที่ในหนึ่งปีจะมีผู้ที่ได้รับรางวัลนี้เพียงเกมเดียวเท่านั้น ซึ่งในเวทีการประกวดเกมจะมอบให้กับเกมที่ดีที่สุดของปีนั้น ๆ ทำให้รางวัลนี้กลายเป็นรางวัลที่ทุกค่ายเกมหมายปองและในปี 2019 นี้เองก็มีเกมเทพ ๆ ออกมาให้เราได้เล่นกันตลอดทั้งปีปัจจุบันรางวัล Game of The Year จะขึ้นอยู่กับเวทีการประกวดต่าง ๆ โดยเวทีที่ได้รับความนิยมได้แก่ Golden Joystick Awards งานมอบรางวัลเกมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ปัจจุบันมีอายุเกือบ 37 ปีแล้ว ซึ่งใช้ผลโวทจากเหล่าเกมเมอร์ทั่วโลก The Game Awards งานมอบรางวัลเกมของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่จะใช้ผลโวทจากตัวแทนของบริษัทเกมและ Influence ในวงการเกมในการคัดเลือก Game of The Year British Academy Games Awards งานประกาศผลรางวัล Game of The Year ของประเทศอังกฤษ โดยมี British Academy of Film and Television Arts เป็นคนควบคุมงาน นอกจากนี้รางวัล Game of The Year สื่อสำนักต่าง ๆ รวมถึงเว็บไซต์เกี่ยวกับเรื่องเกมทั่วโลกสามารถที่จะมอบรางวัลนี้ได้ เพียงแต่ว่าจะได้รับความนิยมหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของแต่ละคน ซึ่งค่ายเกมต่าง ๆ ส่วนมากจะอยากได้รางวัลนี้เพราะนอกจากจะได้ชื่อเสียงแล้ว ยังมีผลต่อยอดขายอีกด้วยและในปีนี้พวกเราพวกเรา Gamefever จึงขอแนะนำเกมที่มีโอกาสได้รางวัล Game of The Year จากสำนักต่าง ๆ มากที่สุดมานำเสนอให้กับเพื่อน ๆ กัน 1.Super Smash Bros. Ultimate สุดยอดเกมแนว Fighting จากฝั่งของ Nintendo ที่นำเอาตัวละครจากเกมต่าง ๆ ลงมาต่อสู้กันในเวมีขนาดย่อม ที่ทำให้ออกมาได้สนุกและเร้าใจมาก ๆ โดยจุดเด่นที่จะทำให้เกมนี้ได้รางวัล Game of the Year คือความบันเทิงที่ครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเพื่อความสนุก ระบบ Community ไปจนถึงการแข่งขัน Esports ทำให้เกมนี้เป็นตัวเต็งมาก ๆ ที่จะได้รางวัลนี้ไปครอบครอง 2.Sekiro: Shadows Die Twice หากพูดถึงเกมที่เป็นกระแสในช่วงต้นปี 2019 ที่ผ่านมาคงไม่มีเกมไหนหนีเกมนี้ไปได้ Sekiro: Shadows Die Twice เกมแนว Action - Adventurer ที่เน้นการต่อสู้ที่เร้าใจ ท้าทายและตื่นเต้น พร้อมกับภาพกราฟิกที่สวยงาม ทำให้เกมนี้ได้รับความนิยมมากในช่วงต้นปี ซึ่งปีนี้ยังไง Sekiro ต้องมีรางวัลติดไม้ติดมือไปอย่างน้อยหนึ่งรางวัลอย่างแน่นอน 3.Death Stranding หนึ่งในเกมที่เป็นประเด็นร้อนกันมากที่สุดในช่วงนี้ คงหนีไม้พ้นเกม Death Stranding ที่ได้สร้างนิยามของเกมขึ้นมาใหม่ ซึ่งก็ทำออกมาได้ดีตามสไตล์ของ Hideo Kojima ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเนื้อเรื่องและเกมการเล่นที่ทำออกมาได้ดีมาก ในขณะเดียวกันหลาย ๆ คนก็อาจจะไม่ชอบเกมแนวนี้เช่นกัน ทำให้ตัวเกมอยู่ในภาวะที่ว่า "หากไม่ชอบก็จะเกลียดเกมนี้ไปเลย" แต่หากมองข้ามจุดนี้ไปตัวเกมก็คู่ควรกับรางวัล Game of The Year เช่นกัน 4.Star Wars Jedi: Fallen Order กลายเป็นหนึ่งในเกม Star War ที่ดีที่สุดไปอีกเกมแล้วสำหรับ Star Wars Jedi: Fallen Order ที่ได้ออกมาสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในแง่ของระบบการเล่นที่สนุกเร้าใจและเนื้อเรื่องของเกมที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เกมนี้ได้เข้าชิงรางวัล Game of The Years จากหลาย ๆ เวที ซึ่งแฟน ๆ ของซีรีส์ Star Wars เองต่างก็หวังให้เกมนี้ได้เช่นกัน 5.Resident Evil 2 (Remake) ถือว่าเป็นการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ Capcom กับการนำเอาเกมในตำนานมา Remake ใหม่กับเกม Resident Evil 2 ที่ตัวเกมนำเสนอความเป็น Survival Horror ได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแฟนเกม Resident Evil หรือว่าคอเกม Action ต่างก็ถูกใจเกมนี้ ซึ่งเราต้องติดตามกันต่อไปว่า Leon และ Claire จะแบกรางวัล Game of The Year ปีนี้ได้หรือไม่ 6.Kingdom Hearts III Kingdom Hearts III คือเกมแนว Action - RPG ที่มีจุดเด่นในเรื่องของการนำเอาตัวละครจาก Disney มาผสมกับการทำเกมอย่าง Square Enix ทำให้ได้รับความนิยมมากจากแฟน ๆ ของทั้งสองค่าย สำหรับตัวเกมภาคล่าสุดถือว่าทำออกมาได้ดีมาก ทั้งในเรื่องกราฟิก ระบบการเล่นและเนื้อเรื่องที่เป็นจุดขายของตัวเกมทุก ๆ ภาค หากปีนี้ตัวเกมได้รางวัล Game of The Year ก็ถือว่าสมเหตุสมผลเช่นกัน 7.Fire Emblem: Three Houses หนึ่งในเกมจากเครื่อง Nintendo Switch ที่ต้องหามาเล่นให้ได้ Fire Emblem: Three Houses นำเสนอเรื่องราวการต่อสู้กันของสามประเทศที่ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยมและระบบการเล่นที่น่าหลงใหล ทำให้เราสามารถเล่นเกมนี้ทั้งวันทั้งคืน โดยเกมนี้เกมเมอร์หลาย ๆ คนต่างยกให้เป็นเกมจากเครื่อง Nintendo Switch ที่ดีที่สุดของปี 2019 เคียงคู่กับ Smash Bros. เลยทีเดียว 8.The Outer Worlds เกมนี้ในประเทศไทยอาจจะไม่ค่อยมีข่าวเท่าไหร่ แต่สำหรับต่างประเทศโดยเฉพาะทางยุโรปและสหรัฐอเมริกาเกมนี้ถือว่าได้รับความนิยมมาก โดยจุดเด่นที่แข็งแกร่งที่สุดของเกมนี้คือแนวทางในการดำเนินเรื่องที่หลากหลาย ตามสไตล์การเล่นของผู้เล่น ซึ่งตัวเกมทำออกมาได้อิสระมาก ๆ จนยากที่เกมไหนจะเลียนแบบได้และเกมเมอร์หลาย ๆ คนต่างเสนอเกมนี้เข้าชิงรางวัล Game of The Year อย่างไม่ขาดสาย 9.Control Control เกมแนว Action - Adventurer จากทีมงาน Remedy Entertainment ที่มีจุดขายในเรื่องงานภาพและเนื้อเรื่องของเกมที่ไม่เหมือนใคร ในเมืองไทยกระแสของเกมนี้อาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ต่างประเทศตัวเกมได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมากจนสามารถเข้าชิงตำแหน่ง Game of The Year ได้อย่างไม่ยากเย็น 10.Call of Duty: Modern Warfare Call of Duty: Modern Warfare ถือว่าเป็นเกมรายปีที่เหล่าเกมเมอร์มักจะได้เล่นกันเป็นประจำ แต่ว่าตัวเกม Call of Duty: Modern Warfare ฉบับ Soft Reboot ครั้งนี้ถือว่าทำออกมาได้เกินมาตรฐานอย่างมาก ทั้งในเรื่องของเนื้อเรื่องที่กระชับ รวดเร็วและถึงอารมณ์ เกมการเล่นที่พัฒนามากขึ้นจากตัวเกมภาคก่อน ๆ แต่ยังคงเอกลักษณ์เดิม ยังไงก็เกมนี้ต้องติดอยู่ในชื่อผู้เข้าชิงรางวัล Game of The Year อย่างแน่นอน แม้ว่าทุกเกมที่กล่าวมาล้วนจะทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมและมีจุดเด่นเป็นของตัวเอง แต่น่าเสียดายที่รางวัล Game of The Years มีให้เพียงแค่เกมเดียวเท่านั้น ดังนั้นหากเกมที่เราเชียร์ไม่ได้รางวัล Game of The Year ก็อย่าเสียใจไป
26 Nov 2019
Capcom จะเริ่มนำ "ซีรี่ส์เกมดั้งเดิม" ของค่ายมาทำใหม่มากขึ้น
ฏิเสธไม่ได้ว่าปี 2019 ที่ผ่านมาถือเป็นปีที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับค่ายพัฒนาเกมรุ่นเก๋าอย่าง Capcom ที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายจากการคืนชีพซีรี่ส์เกมยอดนิยมของค่ายอย่าง Resident Evil 2 Remake และ Devil May Cry 5 จนสามารถทำยอดขายได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของค่ายในปีนี้ ล่าสุด ดูเหมือนว่าเหล่าแฟนๆ เกมซีรี่ส์เก่าๆ ของ Capcom อาจจะมีเรื่องให้ยินดีกันแล้ว เมื่อ Capcom ประกาศว่าค่ายจะนำ "ซีรี่ส์เกมที่หยุดนิ่ง" ของค่ายมาทำใหม่มากขึ้น โดยอิงความสำเร็จของทั้ง Resident Evil 2 Remake และ Devil May Cry 5 เป็นเหตุผลหลักในการกำหนดทิศทางใหม่ครั้งนี้ แม้ว่าจะยังไม่มีข้อมูลว่าซีรี่ส์ที่ค่ายเล็งๆ จะเอามาคืนชีพใหม่มีอะไรบ้าง แต่ Capcom เองก็เป็นค่ายพัฒนาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และมีซีรี่ส์เกมดังๆ ในมืออยู่หลายเกมไม่ว่าจะเป็น Dino Crisis หรือ Darkstalkers ซึ่งต่างก็ไม่ได้ออกเกมภาคใหม่มานับสิบปีแล้วทั้งคู่ ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นเกมเหล่านี้ในฉบับปรุบปรุงใหม่ในเวลาอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ก็ได้นะ! แหล่งข่าว: PCGamesN ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่
18 Oct 2019
Monster Hunter World: Iceborne กำลังจะมี Collabo กับ Resident Evil 2
ในปัจจุบันเรามักจะเห็นการจัด Collaboration ระหว่างเกมด้วยกัน หรือ ระหว่างเกมกับหนังดังบ่อยๆ ซึ่งการจัดกิจกรรมภายในเกมแบบนี้ มันก็มักจะเป็นการสร้างสีสันให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างดี ล่าสุดเกมล่าแย้อย่าง Monster Hunter World: Iceborne ประกาศจะจัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นอีกครั้งและเกมที่ถูกนำมา Collaboration ด้วย รอนี้ดันเป็น Resident Evil 2! ที่ดูจะไม่เกี่ยวข้องกันเลย อีเว้นท์นี้จะเริ่มในช่วงเดือน พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้ ส่วนตัวที่จะเป็นตัวหลักให้เราได้ล่ากันก็คงไม่พ้น Vaal Hazak มังกรเชื้อโรคนั้นแหละ แน่นอนว่าการจัด Collaboration แบบนี้ มันก็ต้องมาพร้อมกับ"ชุดเกราะพิเศษ"ที่หาได้ในอีเว้นเท่านั้น ทั้งยังมีเครื่องประดับอาวุธเป็น Tofu หรือเจ้าเต้าหู่ประจำซีรีส์ RE2 ให้เก็บสะสมกัน นอกจากนี้จะมีสกิล Mr.X ให้น้อง Handler ใส่ในช่วงอีเว้นท์อีกด้วย งานนี้ไม่รู้จะเอาฮาไปถึงไหน! Credit : GamingBolt ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่
07 Oct 2019
Capcom เผยรายได้ในปีนี้ ยอดขาย RE2, DMC V, MHW เปรี้ยงฟันกำไรเพียบ
ช่วงนี้มันอยู่ยุคทองของ Capcom จริงๆ เพราะล่าสุดทางผู้พัฒนาได้เผยผลประกอบการ 3 เดือนแรกของปี 2019 (เดือนเมษายน - มิถุนายน) ซึ่งจากความสำเร็จของเกม Monster Hunter: World, Resident Evil 2 Remake และ Devil May Cry V ทำให้พวกเขาสามารถขายเกมได้มากถึง 17,938 ล้านเยน หรือตีเป็นเงินไทยราวๆ 5,212 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งตัวเลขเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่แล้วถึง 4.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี และผลกำไรทำได้ราวๆ 7,703 ล้านเยน หรือตีเป็นเงินไทยราวๆ 2,238 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง เพิ่มขึ้น 50.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี อย่างที่กล่าวข้าวต้นทาง Capcom เปิดเผยว่า ธุรกิจ Digital Contents มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องที่เพิ่มขึ้นของเกม Resident Evil 2 Remake และ Devil May Cry V ในขณะที่ Monster Hunter: World ยังคงสามารถขายได้ ซึ่งยอดขายรูปแบบ Digital เป็นยอดขายที่ทำกำไรได้สูง เป็นผลทำให้มีรายได้มากขึ้นอย่างมากในปีนี้ รวมถึงทาง Capcom เองยังได้รับค่าลิขสิทธิ์จาก IPs หนึ่งเป็นมูลค่าถึง 2 พันล้านเยน แต่ว่าผู้พัฒนาก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เนื่องจากการรักษาความลับของบริษัท ที่มา
05 Aug 2019
Resident Evil 2 Remake ขายได้มากกว่า 4 ล้านชุดทั่วโลกแล้ว !!
เป็นยอดที่ทำได้อย่างหน้าภูมิใจสำหรับ Resident Evil 2 Remake ที่ล่าสุดทางผู้พัฒนา Capcom ประกาศว่าตัวเกมภาคนี้ในเวลา 1 เดือนสามารถขายไปได้มากกว่า 4 ล้านชุดทั่วโลกเลยทีเดียวสำหรับทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งมันเป็นยอดขายที่น่าประทับใจพอตัว เพราะ Resident Evil 2 เวอร์ชั่น Original เองก็สามารถขายได้ประมาณ 4.93 ล้านชุด ในตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา รวมถึงยอดขายเองก็ใกล้ที่จะเทียบเท่า Resident Evil 7 ที่ขายได้ 6 ล้านชุด โดย Resident Evil 2 Remake ก็ได้รับคำชมมากๆ จากนักวิจารณ์ กับความสนุกที่ครบรส และคงความคลาสสิคไว้ ซึ่งเราก็ต้องดูกันต่อไปว่าในอนาคตเกมภาคนี้จะทุบสถิติ Resident Evil 5 ที่ขายได้ 11 ล้านชุดหรือไม่ รวมถึงทาง Capcom ก็ยังเปิดเผยอีกว่า ตัวเกม Resident Evil นับตั้งแต่วางจำหน่ายภาคแรกในปี 1996 จนถึงตอนนี้ ตัวเกมทุกภาคสามารถขายได้รวมกันกว่า 90 ล้านชุดเลยทีเดียว โดยเกม Resident Evil 2 Remake วางจำหน่ายแล้วตอนนี้บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One ที่มา
27 Feb 2019
PUBG Mobile อัปเดตโหมดซอมบี้แล้ววันนี้
สิ้นสุดการรอคอยกับโปรเจกต์ PUBG Mobile x RE2 ที่หลายๆ คนรอคอย ตอนนี้ใครที่อยากสัมผัสกับซอมบี้ในเกม PUBG  ก็สามารถอัปเดตเกมแล้วเข้าเล่นได้เลย โหมดใหม่ที่เพิ่มเข้ามามีชื่อว่า Survive Till Dawn (รอดจนฟ้าสาง) เป็นอีเวนต์ที่เปิดให้เล่นในระยะเวลาจำกัด มีเฉพาะแค่แผนที่ Erangle เท่านั้น โดยนอกเหนือจากที่เหล่าผู้เล่นจะต้องห้ำหั่นกัน พยายามเอาชีวิตรอดและเหลือรอดเป็นคนสุดท้ายแล้ว ยังต้องต่อสู้กับฝูงซอมบี้และบอสจาก Resident Evil 2 ที่จะเกิดอยู่ตามจุดต่างๆ ของแผนที่อีกด้วย ซึ่งซอมบี้เหล่านี้จะดรอปอาวุธยุทโธปกรณ์ หมายความว่ายิ่งเราฆ่าซอมบี้เยอะเท่าไหร่ เราก็จะมีของให้ฟาร์มเยอะขึ้นมากนั่นเอง นอกจากนี้เมื่อตกกลางคืนซอมบี้เหล่านี้ก็จะเข้าสู่โหมดบ้าคลั่ง พากันวิ่งเข้ามาหาเราอย่างกับไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน หากเราเอาชีวิตรอดจนถึงเช้าได้เจ้าซอมบี้พวกนี้ก็จะสงบลง เปิดโอกาสให้เราห้ำหั่นกับผู้เล่นกันแบบชิลๆ ต่อ และเมื่อตกกลางคืนซอมบี้ก็จะโผล่มากันอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง วนไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเหลือผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายสไตล์เกม PUBG https://www.youtube.com/watch?time_continue=30&v=2CzVfalfFAo นอกจากโหมดใหม่แล้ว ในการอัปเดต 0.11.0 ยังมีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาอีกหลายอย่างดังนี้ รายละเอียดการอัปเดต 1. โหมดใหม่: ซอมบี้ - รอดจนฟ้าสาง ผู้เล่นจะพบการจู่โจมจากซอมบี้และบอสในแผนที่ Erangel เมื่อฆ่าจะได้รับไอเทมในการต่อสู้ ในโหมดนี้ นอกจากจะได้สัมผัสความมันส์จากการไล่ล่าซอมบี้แล้ว ยังต้องเอาตัวรอดจากการไล่ล่าของผู้เล่นอื่นอีกด้วย 2. สภาพอากาศใหม่: แสงจันทร์ พบได้ในแผนที่ Vikendi เท่านั้น 3. เพิ่มกิจกรรมสมบัติ Resident Evil 2: รางวัลที่ได้รับจะไม่ซ้ำกันอย่างแน่นอน มาพร้อมชุดแฟชั่นสุดพิเศษ 4. เพิ่มกิจกรรมสมบัติฉลองหนึ่งปี: สกินอาวุธปืนหายากมากมายรอคุณอยู่! 5. เพิ่มล็อบบี้และเสียงดนตรีประกอบธีมซอมบี้ 6. เพิ่มไอเทมพิเศษจำนวนจำกัด จำหน่ายเฉพาะช่วงเฉลิมฉลองเท่านั้น! 7. เพิ่มอีโมชันพิเศษเฉพาะช่วงฉลองหนึ่งปี มาพร้อมอวาตาร์และกรอบรูปสุดพิเศษ 8. เพิ่มแผนที่ Sanhok ในโหมดสนามรบด่วน (อาเขต) 9. เพิ่มการดูรูปลักษณ์ตัวละครและความสัมพันธ์ผ่านหน้าข้อมูลส่วนตัว 10. เพิ่มฉายาถาวร "นัมบาวัน" และฉายาจำกัดเวลา "ผู้อยู่รอด" การปรับปรุงอื่นๆ 1. สามารถเลือกปิดเงา เพื่อลดความร้อนและการใช้แบตเตอรี่ได้ที่หน้าตั้งค่า 2. ปรับปรุงการแสดงผลภาพสิ่งก่อสร้างบางส่วนในแผนที่ Vikendi 3. เมื่อใช้ปืนกลมือ ปืนไรเฟิลจู่โจมในโหมดสงคราม จำนวนกระสุนเริ่มต้นในปืนจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า 4. ข้อมูลบันทึกผลงานสามารถเก็บได้สูงสุด 1 เดือน ส่วนข้อมูลที่มีอายุมากกว่า 1 เดือน จะถูกลบทิ้ง 5. แก้ไขการแสดงผลภูมิประเทศผิดพลาดในอุปกรณ์สเปกต่ำบางรุ่น
20 Feb 2019
เกมเมอร์รายหนึ่งเล่น RE2 Remake พบ Bug เจอ Mr.X ถึง 2 ตัว
ใครที่เคยเล่น Resident Evil 2 Remake มาก็น่าจะทราบความน่ากลัว Mr.X อาวุธชีวภาพตนหนึ่งที่คอยไล่ล่าเราทั้งเกมตั้งแต่ต้นยันจบ ซึ่งเอาตรงๆ แค่ตัวเดียวมันก็ทำให้เราผวาทั้งเกมแล้ว แต่ถ้าบังเอิญคุณเจอมันถึง 2 ตัวล่ะ?? ล่าสุดเกมเมอร์สาย Speed Run ท่านหนึ่งใช้ชื่อ Youtube ว่า BeastGamingHD ที่กำลังทำชาเลนซ์เล่นเกม Resident Evil 2 Remake โหมดยากสุดแบบไม่เซฟ โดยในขณะที่กำลังเล่นอยู่นั้นบังเอิญตัวเขาดันไปพบ Bug ของเกมที่ทำให้ Mr.X ปรากฏขึ้นมาถึง 2 ตัว โดยตัว Bug นี้เกิดขึ้นเพราะเขานั้นทำเวลาได้เร็วมากเกินไป ซึ่งพอเล่นจบเกมเมอร์คนนี้สามารถทำเวลาได้เร็วถึง 70 นาที และที่เขาคาดหวังไว้คือ 50 นาที เพื่อต้องการทำลายสถิติอันดับที่หนึ่งที่ทำได้ 54 นาทีนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นเกมเมอร์คนก็รู้สึกแฮปปี้ที่ได้พบ Bug นี้เพราะมันคือความท้าทายใหม่ที่เขาได้พบ https://www.youtube.com/watch?v=BVO_95DfSrw โดย Resident Evil 2 Remake วางจำหน่ายแล้วตอนนี้บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One
06 Feb 2019
Capcom กำลังพัฒนาเกม Resident Evil 8 และอยู่ในขั้นตอนการพูดคุย Resident Evil 3: Nemesis Remake
อาจจะเป็นข่าวดีอย่างต่อเนื่องสำหรับแฟน Resident Evil ที่ล่าสุดมีข่าวรั่วว่า Capcom กำลังพัฒนาเกม Resident Evil 8 อยู่ และจากความสำเร็จอย่างเหลือเชื่อของ Resident Evil 2 Remake ที่ได้ทำเกมเป็นแนวมุมมองบุคคลที่สาม ทาง Capcom อาจจะเอาแบบพิมนี้มาใช้ใน Resident Evil 8 แทนที่จะเป็นแนวมุมมองบุคคลที่หนึ่งอย่างในเกม Resident Evil 7 รวมถึงตัวเกมภาคใหม่นี้ทางผู้พัฒนาอาจจะเอาองค์ประกอบของ Resident Evil 3.5 ที่เคยยกเลิกพัฒนาไปมาใช้อย่างเช่นศัตรูที่ชื่อว่า Hook-Man และตัวเกมจะเล่นกับประสาทหลอนที่เราไม่แน่ใจว่านี่คือศัตรูตัวไหนคือของจริง พร้อมทั้งข่าวดีอีกตัวก็คือหลังจากที่แฟนๆ เรียกร้องให้สร้างเกม Resident Evil 3: Nemesis แบบ Remake ขึ้นมา ซึ่งตอนนี้ทาง Capcom เองก็กำลังสนใจที่จะสร้างอยู่เช่นกัน และกำลังพูดคุยถึงการพัฒนาแล้ว เพราะเอาตามตรงบอสอย่าง Nemesis ก็เป็นตัวละครที่หลายๆ คนจดจำตัวหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มีรายงานว่าทาง Capcom คิดจะสร้างเกม หรือ Remake เกมภาคอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ อย่างเช่น Resident Evil: Code Veronica แต่ตามรายงานทางผู้พัฒนายังไม่สนใจที่จะ Remake เกมภาค 4-5-6 ที่มา
31 Jan 2019
รีวิว Resident Evil 2 Remake ว่าที่ "เกมแห่งปี" มันไม่ได้เวอร์วังเกินไปเลย
ย้อนกลับมาเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วทางทีมงาน Invader Studios ได้ปล่อยตัวอย่างเกม Resident Evil 2 แบบฉบับ Fan Made ออกมา ซึ่งตัวเกมเปลี่ยนจากมุมมองแบบมุมสูงให้กลายเป็นแนว 3rd Person แบบเต็มตัวและมันก็ทำให้แฟนเกมหลายๆ คนต่าง Hype และพูดถึงโปรเจคนี้กันยกใหญ่ แต่เวลาต่อมาทาง Capcom เองก็ได้มาสั่งยกเลิกโปรเจคนี้ พร้อมกับอธิบายว่าพวกเขานั้นจะสร้างเกมนี้ขึ้นมาเอง และเชิฐให้ทาง Invader Studios เป็นผู้ร่วมออกไอเดียเกมนี้ จนในเดือนมกราคม ปี 2019 !! ตัวเกม Resident Evil 2 Remake ก็ปล่อยออกมาให้แฟนๆ เล่นกันแล้ว !! กับความสยอง ความน่ากลัวแบบจัดเต็ม !! ที่จะทำให้คุณขนลุกชูชันราวกับปวดท้องเข้าห้องน้ำ !! และในบทความนี้ผมจะมารีวิวเกมนี้แบบละเอียดทุกซอกทุกมุมให้ทุกท่านได้ทราบ กับประสบการณ์ที่ผมได้รับหลังจากไปเล่นเกมนี้มา แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าตัวผมเองนั้นก็ไม่ใช่แฟนเกมซีรีส์นี้โดยตรงเท่าไร ด้วยอายุอานามก็ยังไม่โตพอที่จะเล่น Resident Evil 2 ในสมัย PS1 แบบลึกถึงแก่นแก้ แต่ส่วนตัวก็เคยเล่นเกม Resident Evil 7 มาบ้าง จึงทำให้การรีวิวในบทความนี้เป็นความเห็นของเกมเมอร์หน้าใหม่ที่พึ่งเข้าวงการไม่นานนั่นเอง   Story โดยในเกมภาคนี้เราจะดำเนินอยู่ในช่วงปี 1998 เราได้รับบทเป็นสองตัวละครนั่นคือ Leon S Kennedy ตำรวจหน้าใหม่ที่พึ่งจะได้รับหน้าที่ให้มาประจำการเมือง Raccoon City วันแรก และ Claire Redfield น้องสาวของ Chris Redfield เจ้าหน้าที่หน่วย S.T.A.R ตัวเอกจากภาคแรก โดยเธอนั้นมาตามหาพี่ชายที่ประจำการอยู่เมืองนี้เนื่องจากขาดการติดต่อไป และในความซวยนั่นเอง พวกเขาทั้งสองเดินทางมาในเมือง Raccoon City ในช่วงเวลาที่เมืองเกิดวิกฤติซอมบี้ระบาดพอดี ซึ่งในตอนเริ่มเราจะสามารถเลือกเล่นตัวละครใดตัวละครหนึ่งก่อนได้ โดยจะแบ่งเป็นเนื้อเรื่อง A และ B ซึ่งเราจะสามารถเล่นเนื้อเรื่อง Leon แบบ A และ Claire แบบ B Clare แบบ A และ Leon แบบ B รวมๆ แล้วเราสามารถเล่นเกมนี้ได้ถึง 4 รอบเลยทีเดียว ซึ่งระบบนี้ก็มีมาตั้งสมัยเกมเวอร์ชั่น PS1 แล้ว [caption id="attachment_18258" align="aligncenter" width="1500"] ส่วนตัวเล่น Claire แบบ A เนื้อเรื่องจะพาเราเข้าสถานีตำรวจทางด้านหน้า และวิธีการเล่นจะคล้ายกับตัว Demo[/caption] [caption id="attachment_18259" align="aligncenter" width="1500"] เล่น Leon เวอร์ชั่น B จะเข้าสถานีตำรวจอีกทางทำให้เกมเพลย์แตกต่างจากพาร์ทแรก[/caption] ตัวเนื้อเรื่องของทั้งสองจะมีเส้นเรื่องที่ต่างกันออกไปประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ อย่างเช่นการเล่าเรื่องของ Leon จะพาให้เราไปเจอกับ FBI สาวชาวจีนอย่าง Ada Wong แต่ตัว Claire นั้นจะไปพบเจอกับเด็กสาวที่ชื่อว่า Sherry Birkin นั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากที่ผมเล่นจบมาทั้งสองแบบแล้ว ตัวมอนสเตอร์หรือบอสต่างๆของทั้งสองตัวละครที่เจอ ก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่อาจจะมีบอสบางตัวที่ทาง Claire เจอแต่ Leon ไม่เจอ....หรือ.... Leon เจอแต่ Claire ไม่เจอ ความแตกต่างที่เห็นชัดเจนมากๆ ก็คือในช่วงกลางเกม ที่เราจะได้มีโอกาสบังคับตัวละครรอง ซึ่งถ้าหากคุณเล่นเนื้อเรื่อง Leon มันจะมีช่วงที่ให้คุณบังคับ Ada แต่ถ้าคุณเล่นเนื้อเรื่อง Claire มันก็จะมีช่วงที่ให้คุณบังคับ Sherry ซึ่งการเล่าเรื่องจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่สุดท้ายเส้นเรื่องต่างๆ ช่วงบั้นปลายมันก็จะไปประจบในจุดเดียวกัน [caption id="attachment_18261" align="aligncenter" width="1500"] เกมเพลย์ของ Ada Wong ในเนื้อเรื่องของ Leon[/caption] [caption id="attachment_18262" align="aligncenter" width="1024"] เกมเพลย์ของ Sherry Birkin ในเนื้อเรื่องของ Claire[/caption] ถึงแม้เนื้อเรื่องจะบรรจบคล้ายๆ กัน แต่มันก็จะมีแรงจูงใจที่จะให้เราเข้าไปเล่นใหม่อีกรอบอยู่ดี !! เพราะมันจะทำให้คุณได้ทราบถึงอีกหนึ่งมุมมอง เนื้อเรื่องด้านใหม่ๆ ที่ถ้าหากว่าคุณเล่นไม่ครบทั้งสองตัวละครมันจะเกิด Plot Hole ที่จะทำให้คุณไม่เข้าใจ หรือความเป็นมาบางอย่างที่เล่าไม่หมดในแต่ละเนื้อเรื่อง ถึงแม้ว่าตอนจบมันจะพาให้เราไปเจอบอสตัวเดียวกันก็เหอะ แต่อย่างน้อยมันก็คุ้มค่า รวมถึงพวกบทสนทนาของตัวละครบางตัวที่อาจจะพูดแตกต่างกันถ้าหากเราเล่นเนื้อเรื่องคนไหนอีกด้วย ซึ่งนี่มันก็คือหนึ่งในเสน่ห์หลักของเกมนี้เลย กราฟิก ซึ่งเกมภาคนี้ก็ยังใช้ RE Engine ที่เคยสร้าง Resident Evil 7 มาก่อน หน้า Interface, HUD และ Inventery ต่างๆ ก็จะเหมือนเดิมเกือบหมด แต่ในเรื่องเงาต่างๆ ของเกมนี้ก็ต้องบอกเลยว่ามันทำได้ดีกว่าภาคที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถ้าหากว่าคุณคิดว่า Resident Evil 7 ภาพสวยแล้ว ผมว่าภาคนี้ต่อให้โมเดลจะทรงเดิม แต่ภาพมันสวยขึ้นและสมจริงมากขึ้นอีกนะ [caption id="attachment_18276" align="aligncenter" width="1024"] หน้า Inventory และ HUD จะคล้ายกับทาง Resident Evil 7[/caption] และทางผู้พัฒนาได้เปลี่ยนแปลงเกมนี้ให้กลายมาเป็นเกมแนว 3rd Person ซึ่งมันทำให้ความระทึกมันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะในเกมเวอร์ชั่นเก่าเราก็จะรู้สึกว่ามอนสเตอร์หรือบอสต่างๆ มันกำลังไล่ฆ่าตัวละครในเกม แต่การที่มันเป็นมุมมองนี้ มันจะทำให้เรารู้สึกว่ามันกำลังไล่ล่าเราอยู่จริงๆ เพราะเราจะจ้องหน้ากับมันอย่างชัดเจน บรรยากาศที่เน้นความมึด ความน่ากลัวที่ให้อารมณ์ต่างจากภาคก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิงที่จะเป็นความน่ากลัวแบบจิตๆ หลอนประสาท แต่ในภาคจะน่ากลัวในเชิงสัตว์ประหลาดชีวภาพที่จะคอยไล่ฆ่าเรา เกมเพลย์ ต้องบอกว่าด้านเกมเพลย์นั้น Resident Evil 2 Remake ยังคงความเป็นเกมฉบับคลาสสิคไว้อย่างเต็มร้อย ดั่งที่เกม Resident Evil 7 เคยทำมาเมื่อก่อนหน้า โดยตัวเกมจะเน้นการเล่นแบบ Survival จริงๆ ที่ไม่มีความรู้สึกถึงการเป็นเกม Action ดั่งในภาค 5-6 เลย ซึ่งหลักๆ ของเกมจะมีการแก้ไขปริศนาต่างๆ เพื่อหาทางออก รวมถึงตัวแผนที่ของเกมนี้ก็จะถอดแบบมาจากเวอร์ชั่นเก่าเป๊ะ แต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนรายละเอียด หรือเปลี่ยนแปลงบางจุดเล็กน้อยตามยุคตามสมัยไป [caption id="attachment_18303" align="aligncenter" width="1024"] ห้อง Library หนึ่งในห้องที่มีอยู่ในเวอร์ชั่นเก่า ถอดแบบมาเป๊ะๆ[/caption] [caption id="attachment_18304" align="aligncenter" width="1500"] ห้องของหน่วย S.T.A.R หรือห้องทำงานของ Chris Redfield พี่ชายของ Claire Redfield ตัวเอก แต่ว่าในภาคนี้เราจะไม่ได้มาพบกับ Leon เหมือนในเวอร์ชั่นเก่าแล้ว[/caption] โดยตัวปริศนาในภาค Remake นี้มีความคล้ายคลึงกับทางเวอร์ชั่นแรกบางส่วน แต่ก็จะมีบางอย่างที่เพิ่มขึ้นมาหรือแตกต่างกันไป หรือไอเท็มบางอันในภาคเก่าหาจุดนี้ แต่ในภาคใหม่หาอีกจุด รวมถึงในบางปริศนาหน้าตาคล้ายกัน แต่มันอาจจะมีจุดประสงค์ที่ไม่เหมือนกันเป็นต้น รวมถึงการเปิดพื้นที่ใหม่ๆ หรือช่องทางใหม่ๆ ที่เนื้อเรื่องแบบแรกไม่ได้เข้าไปอีกด้วย และในส่วนของเนื้อเรื่อง A และ B ตัวปริศนาจะและเกมเพลย์มีความแตกต่างกัน ถึงแม้ว่ารวมๆ แล้วจะคล้ายกัน แต่การแก้ไขปริศนาจะเปลี่ยนแปลงไปคนละแบบ ซึ่งนี่มันถือว่าเป็นความท้าทายใหม่ถึงแม้โดยรวมมันยังเหมือนเดิม (คำใบ้ปริศนาของเนื้อเรื่อง A และ B จะแตกต่างกัน ดูได้จากรูปด้านล่าง) และในเกมนี้อย่างที่บอกเกมเพลย์มันกลับไปเป็นรูปแบบคลาสสิคที่มีความ Survival อยู่เต็มเปี่ยม !! ทรัพยากรต่างๆ พวกกระสุนยา มันก็จะมีให้เราจำกัด รวมถึงพวกซอมบี้ในเกมนี้มันถึกมากๆ ถึกว่าหลายภาคที่ผ่านมาเลยทีเดียว บางตัวถ้าหากคุณบังเอิญยิงติดคริติคอลแล้วมันตายเลยก็โชคดีไป แต่ในความเป็นจริงการยิงแล้วติดครินี่เป็นเรื่องยากมากๆ อาศัยดวงล้วนๆ ซึ่งปกตินี่ยิงซอมบี้ตัวนึงต้องใช้กระสุนเป็น 10 นัดกว่าจะตาย ซึ่งคุณไม่มีทางที่จะสามารถฆ่าศัตรูทุกตัวแล้วยังมีกระสุนเพียงพอให้ใช้แน่ ถึงแม้ต่อให้คุณจะเล่นเกมนี้ในโหมดง่าย กระสุนที่มีให้เก็บเพิ่มมันก็ไม่พออยู่ดีถ้าไม่ประหยัด ซึ่งบังเอิญถ้าหากคุณตะบี้ตะบันยิงเล่นจนกระสุนหมด และบังเอิ๊ญอีก !! ไปจ๊ะเอ๋กับบอสพอดีในฉากหน้า !! ส่วนตัวก็ต้องบอกว่า กู๊ด ลั๊ค แฮ๊ป ฟัน ! นะจ๊ะ ! อิอิ ซึ่งมันทำให้คุณต้องคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะเอายังไงดี เลือกที่จะฆ่าให้หมดเพราะจุดนี้เราต้องมาบ่อย หรือเลือกที่จะวิ่งหลบเอาเพราะประหยัดกระสุนเป็นต้น รวมถึงพวกระเบิดแฟลช ระเบิดมือ หรือมีด ที่นอกจากจะใช้ปาใส่ศัตรู ใช้ฟันแล้วนั้น ข้อดีของมันคือเอาไว้เคาน์เตอร์มอนสเตอร์ที่มากระโดดงับเราด้านหน้าได้อีกด้วย [caption id="attachment_18301" align="aligncenter" width="1500"] จุดนี้เราต้องวิ่งมาบ่อย เลยต้องฆ่าศัตรูให้หมด[/caption] [caption id="attachment_18307" align="aligncenter" width="1024"] บางทีเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเพื่อประหยัดกระสุน[/caption] [caption id="attachment_18308" align="aligncenter" width="1024"] มีการเคาน์เตอร์ศัตรู เมิ้อถูกศัตรูเล่นงานจากด้านหน้า[/caption] รวมถึงตัว Leon และ Claire นั้นจะมีอาวุธที่แตกต่างกัน ซึ่งตัว Leon จะมีปืนพกตำรวจ อาวุธพิเศษจะเป็นลูกซอง, แม็กนั่ม, ปืนไฟ ส่วนของ Claire จะเป็นปืนลูกโม่, M79 และ ปืนช็อตไฟฟ้า ซึ่งทั้งสองจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน อย่างเช่นตัวปืนพกของ Leon จะมีกระสุนเยอะมากถ้าหากแต่งครบ ซึ่งมันจะทำให้เคลียร์ซอมบี้ได้ง่ายไม่ต้องกังวลเปลี่ยนแม็คบ่อย ต่างกับ Claire ที่ลูกโม่ใส่กระสุนได้ 5 นัดเท่านั้น แต่ผมรู้สึกว่าปืนมันแรงกว่าและยิงศัตรูกระเด็นได้ดีกว่า [caption id="attachment_18309" align="aligncenter" width="1500"] แคลร์จะมีปืน M79 ให้ใช้[/caption] [caption id="attachment_18310" align="aligncenter" width="1500"] Leon จะมีปืนลูกซอง[/caption] และรายละเอียดต่างๆ ของเกมที่จะทำมันสนุกมากขึ้นอย่างเช่นการอัพเกรดอาวุธปืนที่เราจะต้องไปหาคำใบ้หรือปลดล็อคสิ่งต่างๆ ตามฉาก รวมถึงในบางครั้งมันก็จะมีพวกซอมบี้ทะลุกำแพงมาจากทางหน้าต่าง ซึ่งตัวเกมมันก็จะมีระบบรองรับอย่างการเอาไม้ไปปิดเพื่อไม่ให้ศัตรูเข้ามา การคราฟกระสุนหรือยา ที่เราจะต้องคิดแล้วคิดอีกว่า ตรูจะคราฟอะไรดีฟ๊ะเพื่อประโยชน์ที่สุดนั่นเอง รวมถึงความลับต่างๆ ตามเอกสารที่จะทำให้เรารู้เนื้อเรื่องความเป็นมาของเกมมากขึ้น รวมถึงมันอาจจะมีคำใบ้เกี่ยวกับการแก้ไขปริศนาบางอย่างด้วย   [caption id="attachment_18311" align="aligncenter" width="1500"] มีการคราฟกระสุนหรือยา ที่เหมือนกับภาคที่แล้ว[/caption] [caption id="attachment_18312" align="aligncenter" width="1500"] มีการเอาไม้มาตอกกั้นหน้าต่าง กันผีทะลุออกมาในจุดที่เราต้องวิ่งมาประจำ[/caption] ซึ่งบรรยากาศภายในเกมนั้นก็ต้องบอกเลยว่ามันมีความมึด, ความระทึกกับเหล่าซอมบี้หรือ Licker ที่จะมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง แต่ความระทึกของคุณจะเข้าถึงขั้นขีดสุดก็ต่อเมื่อคุณเจอกับมัน !! เจ้า Mr.X ที่มันจะคอยเดินตามหลอกหลอนฆ่าเราทุกที และที่ระทึกไปกว่านั้นคือ เราฆ่ามันไม่ตาย !! อาจจะมียิงให้มันล้มบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็จะกลับมาใหม่ทุกที มันเหมือนเป็นปลิงที่คอยหลอกหลอนเราเวลาที่เรากำลังวิ่งแก้ไข้ปริศนา ซึ่งใครที่เคยเล่น Resident Evil 7 มันก็จะคล้ายๆ กับที่คุณวิ่งหนีไอ้ลุง Baker นั่นแหละ บอกเลยว่าระทึกมาก !! เครียดมาก !! คนที่กลัวเกมสยองขวัญที่แทบจะปิดเกมทิ้งเพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับไอ้เจ้าลุงโล้นนี่เลย และถ้าบังเอิ๊ญญญ เราไปเจ๊อะกับ Mr.X ที่ต้องวิ่งหนี อยู่กับเจ้า Licker ที่จะต้องเดินนิ่งๆ ห้ามส่งเสียง นั่นแหละครับคำว่านรกบังเกิดมีจริง 55555555555555+ [caption id="attachment_18313" align="aligncenter" width="1500"] เจอ Licker เจอ Boss ว่าระทึกแล้ว !! แต่มันน้อยนิดมากถ้าหากคุณได้เจอกับ Mr.X !![/caption] ความรู้สึก บอกเลยว่า Resident Evil 2 Remake มันเป็นเกมที่ทำออกมาให้ตอบโจทแฟนๆ มากเลยทีเดียว และต้องบอกเลยว่าในภาคนี้มันเพิ่มสเกลความระทึกและความยากมากกว่า Resident Evil 7 เสียอีก ถึงแม้ว่าความน่ากลัวของภาคนี้ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้เน้น Jump Scare แบบภาคที่แล้วให้เรากลัว แต่เนื่องการจำกัดของทรัพยากรที่มีให้น้อย บวกกับความระทึกของมอนสเตอร์ที่ไล่ล่าเราไม่หยุด บวกไปกับบรรยากาศเลือด เศษซากศพ ความเหวอะหวะ ความมึดวังเวงที่ทำออกมาได้ดีมากๆ จึงทำให้ภาพรวมของมันกลายเป็นเกมที่่น่ากลัวไม่แพ้ใครเลยทีเดียว รวมถึงความยากของเกมนี้อยู่ในขั้นพอดี ที่มันไม่ยากมากจนเกินเหตุ แต่ก็ไม่ง่ายจนเกินไป คนที่ไม่ใช่แฟนเกมแนวนี้ก็เล่นได้โดยไม่รู้สึกยากอะไร แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าความยากระดับนี้มันจะถูกใจแฟนๆ สายฮาร์ดคอร์ของเกมนี้หรือไม่ ซึ่งถ้าให้พูดถึงความรู้สึกส่วนตัวต้องบอกเลยว่า เกมนี้ไม่มีที่ติในเกือบทุกด้าน ถึงแม้ว่าตัวเนื้อเรื่องผมอาจจะตะขิดตะขวงใจหน่อยๆ เกี่ยวกับ Plot Hole ที่ยังรู้สึกมีให้เห็นอยู่บ้าง แต่ในเรื่องเกมเพลย์ที่ระลึก ความสยดสยองมันแทบจะทำให้ลืมข้อเสียของเกมนี้ไปโดยปริยาย และเคยมีสื่อต่างประเทศได้รีวิวเกมนี้ไว้ว่า Capcom ปล่อยว่าที่ Game of the Year มาตั้งแต่ต้นปีเลยหรอ ซึ่งผมต้องบอกเลยว่าคำๆ นี้ที่สื่อต่างประเทศเขากล่าวมา.....มันไม่ได้เวอร์วังเกินไปเลย [penci_review id="18155"]  
29 Jan 2019
Resident Evil 2 Remake คุณสามารถปรับภาพให้เป็นสมัย PS1 ได้
อย่างที่รู้ว่าเกมภาค Original ของ Resident Evil 2 นั้นออกมากว่า 20 ปีที่แล้วตั้งแต่สมัย PS1 ซึ่งในเกมภาคใหม่อย่าง Resident Evil 2 Remake นี้ตัวเกมก็ได้ปรับเปลี่ยนกราฟิกในสวยงามตามยุคสมัยมากขึ้น แต่ดูเหมือนว่าทางผู้พัฒนาจะทิ้ง Easter Egg ไว้เล็กน้อยเกี่ยวกับกราฟิกที่จะให้เราหวนไปรำลึกถึงวานๆ ได้ โดยในเวอร์ชั่น PC ของเกม Resident Evil 2 Remake ถ้าหากว่าคุณปรับกราฟิกให้ต่ำที่สุด โดยลดความลำเอียดเราให้เหลือ 640 × 480 หรือไม่ก็ลด Resolution Scaling ให้ต่ำกว่า 50% และเพิ่มรายละเอียดไป 1920×1440 ซึ่งมันจะทำให้ภาพของตัวเกมเป็นภาพสไตล์ Retro สมัย PS1 หรืออาจจะดูแย่กว่าในเวอร์ชั่นหลักด้วยซ้ำ 5555+ ซึ่งอันนี้เหมือนจะเป็นเรื่องขำขันซะมากกว่า เพราะเนื่องจากที่เกมเป็นแนวมุมมองข้ามหัวไหล่ การเล่นมันดูน่าจะปวดหัวมากถ้าหากจะเล่นในสเกลนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วการลดสเกลขนาดนี้ทำมาเพื่อรองรับคอมพิวเตอร์หลายเกรดให้สามารถเล่นได้ซะมากกว่า แต่มันก็เป็นผลพลอยได้ที่ทำให้เราย้อนกลับไปสมัยเก่าได้ด้วยเช่นกัน โดยเกม Resident Evil 2 Remake มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One ที่มา
15 Jan 2019
Resident Evil 2 Remake มีคนเล่นเดโม่มากถึง 1.3 ล้านคนภายในเวลา 3 วัน
ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีมากๆ สำหรับ Resident Evil 2 Remake ที่พึ่งปล่อย Demo 1-Shot ออกมาให้เราได้ทดลองเล่น ซึ่งทาง Capcom ได้สรุปสถิติไว้ทาง เว็บไซต์ เกี่ยวกับยอดในการเล่น โดยภายในเวลาแค่ 3 วันตัวเกมมีคนเข้าไปทดลองมากถึง 1.3 ล้านคนเลยทีเดียว ในทุกแพลตฟอร์ม แต่สิ่งที่น่าสนใจคือคนที่เล่น Demo จบมีเพียงแค่ 28% เท่านั้น เพราะว่าทางตัวเกมได้ให้ผู้เล่นมีเวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้น ซึ่งถ้าหากใครเล่นจนครบเวลา ตัวเกมก็จะตัดเข้าสู่ฉาก Trailer และหยุดเกมในทันทีแถมเราก็ไม่สามารถที่จะกลับเข้าไปเล่นใหม่ นอกจากที่คุณจะสร้างไอดีใหม่เข้าไปเล่นแทน https://www.youtube.com/watch?v=sVB_XudMgoA โดยเกม Resident Evil 2 Remake จะมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One
14 Jan 2019
Resident Evil 2 Remake เผยวันเปิด Demo ตัวแรก !! และสเปคใช้เล่นเครื่อง PC
เตรียมตัวกันได้เลยสำหรับแฟน Resident Evil 2 Remake ที่ล่าสุดทาง Capcom ได้ออกมาประกาศแล้วสำหรับ Demo 1 Shot ทั้งเวอร์ชั่น PC, PS4 และ Xbox One โดยตัวทดลองนี้จะเปิดในวันที่ 11 มกราคม ถึงวันที่ 31 มกราคม 2019 โดยตัวเนื้อหาจะมีแค่มิชชั่นแรกและจำกัดเวลาแค่ 30 นาที รวมถึงเราก็จะไม่สามารถที่จะรีสตาร์ทมิชชั่นได้ แต่มันก็จะมีเวลามากพอถ้าหากว่าคุณรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ https://www.youtube.com/watch?v=a-lEnz5QKuM พร้อมทั้งมีการประกาศออกมาว่าในเกมเวอร์ชั่น Remake นี้จะสามารถรันเกมได้ถึง 4K ในแบบ 30 FPS และรันเกมได้ถึง 60 FPS ในแบบ 1080p รวมถึงยังจัดเต็มเรื่องบรรยากาศและองค์ประกอบเช่นเลือด, ความเหวอะ แบบจัดเต็ม และสเปคที่ใช้เล่นเกมในเวอร์ชั่น PC มีดังนั้น ขั้นต่ำ OS: Windows 7, 8, 8.1, 10 (64-bit required) Processor: Intel Core i5-4460, 2.70GHz or AMD FX -6300 หรือมากกว่า Memory: 8 GB RAM Graphics: Nvidia GeForce GTX 760 or AMD Radeon R7 260x with 2GB Video RAM DirectX: Version 11 ขั้นแนะนำ OS: Windows 7, 8, 8.1, 10 (64-bit required) Processor: Intel Core i7-3770 or AMD FX -9590 หรือมากกว่า Memory: 8 GB RAM Graphics: Nvidia GeForce GTX 1060 or AMD Radeon RX 480 with 3GB VRAM DirectX: Version 11 โดยเกม Resident Evil 2 Remake วางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 [ Link ]
09 Jan 2019
Resident Evil 2 Remake จะใช้ Denuvo ในการป้องกันเจาะเถื่อน
อย่างที่รู้ว่า Denuvo โปรแกรม DRM ป้องกันการเจาะเล่นเถื่อนสุดฮิตในตอนนี้ มันก็ไม่ค่อยเป็นที่ประทับใจมากนักสำหรับชาว PC เพราะมันทำให้ประสิทธิภาพในการรันเกมนั้นลดลงไปมาก อย่างเช่นก่อนหน้านี้ในเกม Final Fantasy XV ที่มีคนเปรียบเทียบว่าตัวเกมที่รันโดยไม่มี Denuvo จะได้เฟรมเรทสูงกว่าเวอร์ชั่นที่มีนั่นเอง แต่ทั้งนั้นหลายๆ เกมเองก็ยังเลือกใช้โปรแกรมนี้เพราะมันสามารถป้องกันการเล่นเถื่อนได้มากเลยทีเดียว ซึ่งทางผู้พัฒนาอย่าง Capcom เองก็เลือกใช้โปรแกรมตัวนี้ในเกมตัวเองเช่นกันอย่าง Monster Hunter World, Mega Man 11 รวมถึงเกมใหม่ล่าสุดที่จะออกอย่าง Resident Evil 2 Remake ด้วย เพราะในหน้า Steam Page ได้เขียนเอาไว้ว่าเกมนี้จะใช้โปรแกรมนี้แน่นอน แต่ก็เป็นไปได้ที่ทางผู้พัฒนาจะลบออกไปหลังจากนี้อย่างที่เคยทำมาในเกม Mega Man 11 โดยเกม Resident Evil 2 Remake มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One และมีข่าวหลุดออกมาว่าตัว Demo เราจะได้เล่นกันในเร็วๆ นี้อีกด้วย ที่มา Gamingbolt
07 Jan 2019
7 เกมแก้ขัด !! เอาไว้เล่นรอ Resident Evil 2 Remake
25 มกราคม 2019 นี้พวกเราก็จะได้เล่นกันแล้วสำหรับ Resident Evil 2 Remake ที่ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างเกมจากเวอร์ชั่น 1998 กลายมาเป็นรูปแบบ 3rd Shooting ที่น่ากลัว และหลอนมากกว่าเดิม เราจะได้บังคับตัวละครหลักอย่าง Leon S Kenedy และ Claire Redfield ในตอนที่พวกเขายังเป็นมือใหม่ ไม่ใช่คนเหนือมนุษย์อย่างในทุกวันนี้ แต่ถ้าหากใครที่รอไม่ไหวและอยากจะเล่นแล้วเดี๋ยวนี้ กระผมเองก็อยากจะแนะนำเกมที่จะเอาไว้เล่นแก้ขัดก่อน Resident Evil 2 Remake จะมา ซึ่งเกมที่เลือกมานั้นมาจากความคิดเห็นส่วนตัวที่คิดว่าตัวเกมมีกลิ่นกลายที่คล้ายกัน หรือความกดดันที่คล้ายกันเป็นต้น ซึ่งถ้าหากว่าผิดพลาดหรือไม่ถูกใจใครกระผมก็ฝากขออภัยด้วยครับ และเกมที่ว่าจะมีอะไรบ้าง เราไปชมกันเลย The Evil Within เกมที่ถูกสร้างโดยคุณ Shinji Mikami ไดเร็กเตอร์ผู้ที่ให้กำเนิดเกม Resident Evil นี่แหละ โดยเกมนี้ก็ได้นำกลิ่นอายของ RE ที่เรารู้จักเข้ามาผสมผสานกับการเล่นยุคใหม่ให้เข้าถึงง่ายกว่าเดิม ระบบการเล่นบางอย่างก็นำมาจากเกม RE ภาคแรกๆ และที่สำคัญเลยคือการน่ากลัวของมันที่กลมกล่อมอย่างลงตัว อยู่ขั้นกลางระหว่าง Hardcore Gamer และคนทุกเพศทุกวัย เข้าถึงได้ง่ายคล้าย RE4 และที่เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือความเหวอะ เลือดสาดกระจายที่จะสร้างความหลอนให้คุณนั่นเอง โดยเกมนี้ออกมา 2 ภาคแล้วและได้รับคำวิจารณ์ที่ดีทั้งสองภาคเลยทีเดียว https://www.youtube.com/watch?v=H2qITQHud2I Resident Evil ภาคเก่า ถ้าจะเล่น Resident Evil ทั้งที การย้อนกลับไปเล่นภาคเก่าๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆ อย่างเช่นเกม RE2 ภาค PS1 เราก็สามารถไปทำความรู้จักบรรยากาศและสถานที่ภายใน หรือเตรียมพร้อมรบกับศัตรูที่เราจะต้องเจอในวันที่เล่นภาค Remake ก็ได้ หรือถ้าจะให้ใหม่ขึ้นมาหน่อยก็อาจจะไปเล่น RE4 ที่จะเป็นแนว Third Person เหมือนกันและยังคงความน่ากลัวอยู่ ไม่ก็อาจจะไปเล่นเกม RE7 ที่ใช้ Engine เดียวกัน วิธีการยิงต่างๆ เราสามารถฝึกจากเกมนี้ได้ และบอกเลยว่าความน่ากลัวของ RE7 ไม่น่าแพ้ภาค Remake แน่นอน https://www.youtube.com/watch?v=9YetHMnhnhM Dead Space เป็นเกม Action Horror ที่ทำออกมาได้น่ากลัวเลยทีเดียว กับมอนสเตอร์สุดโหด และบรรยากาศสุดหลอน ในห้วงอวกาศ และที่สำคัญคือเกมนี้ใช้มุมมองเดียวกับ RE2 Remake ซึ่งตองบอกเลยว่าต่อให้ Dead Space อาจจะเข้าถึงง่ายกว่า แต่ถ้าให้ดูเรื่องความโหดของมอนสเตอร์ ฉาก Jump Scare แบบจัดเต็ม บอกเลยว่าเอาไว้เล่นรอได้สบายๆ เพราะ RE2 น่าจะฟิลไม่ต่างกัน และถ้าอยากให้เข้าถึงความน่ากลัวจริงๆ ผมแนะนำภาค 1 ครับ เพราะภาคหลังๆ จะเน้นมันซะมากกว่าแล้ว https://www.youtube.com/watch?v=LAiHfqnbGYo Metro เกมที่ถูกกลับมา Remake ใม่เริ่มตั้งแต่ปี 2014 และจะมีภาคใหม่ในปี 2019 นี้ ซึ่งเกม Metro จะพาเราเข้าสู่โลกแห่ง Post-Apocalypse และปัจจัยสำคัญที่ท่านควรเล่นเกมนี้ก็คือการที่ตัวเกมมีทั้งความกดดัน ความหลอนที่เราจะต้องเจอเหล่าสัตว์ประหลาดในที่มืด มอนสเตอร์สุดโหดที่พร้อมจะกระชากคุณออกเป็นเสียงๆ พร้อมทั้งตัวเราเองที่มีทรัพยากรจำกัด ซึ่งเราจะต้องเอาตัวรอดให้ได้นั่นเอง ซึ่งนี่แหละมันแบบฉบับ RE ชัดๆ https://www.youtube.com/watch?v=Xc2hhef-Nzo How to Survive 3rd Person Standalone เกมอินดี้แนว Survival ที่ตอนแรกออกมาเป็นเกมมุมมองแบบ Bird Eye View และต่อมาก็ได้ออกเวอร์ชั่นใหม่เป็นเกมมุมมองแบบ 3rd Person มันเลยทำให้เวอร์ชั่นนี้ทวีความน่ากลัวมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เพราะมุมกล้องต่างๆ ศัตรูมันจะอยู่ใกล้เรามากขึ้น รวมถึงบรรยากาศความมืดของตัวเกมมันก็ทำให้เรารู้สึกวังเวงและหลอนมากขึ้นไปกว่าเดิมหลายเท่า เพราะเหล่าซอมบี้ต่างๆ มันจะคอยไล่ล่าเราจากทุกสารทิศ รวมถึงตัวเกมนี้มีระบบการคราฟที่น่าสนใจทำให้เราสามารถจมอยู่กับมันได้หลายสิบชั่วโมงเลยทีเดีวว https://www.youtube.com/watch?v=dyRQDoBN4n0 Alan wake อาจจะเป็นเกมที่น่ากลัวน้อยที่สุดจากทั้ง 7 เกม แต่ก็ต้องพูดได้ว่าบรรยากาศต่างๆ หรือการเล่นเราก็สามารถเล่นแก้ขัดเพื่อรอ RE2 Remake ได้ เพราะบรรยากาศของเกมนี้เราจะได้อยู่ในที่มืดวังเวง และต้องคอยต่อสู้กับเหล่าสิ่งชั่วร้ายที่คอยจะฆ่าเรา โดยเกมนี้อาจจะเหมาะสำหรับคนที่กลัวเกมผี แต่อยากลองที่เริ่มเล่น เพราะอย่างที่บอกคือความน่ากลัวของเกมนี้อาจจะไม่ได้มาก Jump Scare ไม่เยอะ แต่เรื่องบรรยากาศของเกมมันก็ไม่แพ้ใครเช่นกัน พร้อมทั้งเนื้อเรื่องของเกมนี้ก็ทำออกมาได้ดีจนหลายๆ คนต่างพาชมเลยทีเดียว https://www.youtube.com/watch?v=sSB4QcQMm6E The Last of US ถึงแม้ว่าบรรยากาศของเกมนี้อาจจะไม่ได้วังเวงหรือทำให้เรารู้สึกน่ากลัวเท่าไร เพียงแต่เกมการเล่นของมัน ต้องบอกว่าท้าทายไม่แพ้เกมอื่นๆ เพราะตัวเกมมีความยาก ความกดดันที่เราจะต้องค่อยๆ ลอบเข้าไปโจมตีศัตรูนั่นเอง และสิ่งสำคัญที่คุณห้ามพลาดคือเนื้อเรื่องของเกมนี้ จัดได้เลยว่ามันเป็นหนึ่งในเกมที่เนื้อเรื่องดีที่สุด และกินใจมากๆ จนนักรีวิวหลายๆ สำนักต่างพากันให้เกม The Last of US ได้คะแนน 10/10 เลยทีเดียว https://www.youtube.com/watch?v=OQpdSVF_k_w จบกันไปแล้วครับสำหรับ 7 เกมที่พูดไป (หรืออาจจะมากกว่านั้น 5555+) ซึ่งทุกท่านสามารถหามาเล่นได้และก็ต้องบอกเลยว่าราคาตัวเกมก็ไม่ได้แพงแล้ว เพราะแต่ละเกมส่ว่นใหญ่เป็นเกมเก่า แต่ความสนุกนี่ไม่แพ้เกมอื่นๆ เลยทีเดียว รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน ส่วน Resident Evil 2 Remake ทางผู้พัฒนาเองก็จะปรับเปลี่ยนเกมการเล่นให้แปลกใหม่กว่าเดิมด้วย บอกเลยว่าเหล่าแฟนๆ นี่คันไม้คันมือกันเลยทีเดียว โดยตัวเกมจะลงให้ทั้งเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One สนนราคาราวๆ 1,199 บาท LINK
21 Dec 2018
ข่าวหลุด !! Resident Evil 2 Remake อาจจะปล่อย Demo ให้เล่นต้นเดือนหน้า
เดือนเดียวเท่านั้นเราก็จะได้เล่น Resident Evil 2 Remake กันแล้ว ซึ่งเหล่าแฟนๆ ก็ต่างเฝ้ารอกันอย่างใจจดใจจ่อ นับวันรอคอยกันเลยทีเดียว แต่เหล่าแฟนๆ ต้องเฮได้เลยเพราะล่าสุดได้มีรายงานว่าเราอาจจะได้เล่นเกมเวอร์ชั่น Demo กันในวันที่ 11 มกราคม 2019 นี้ โดยทางเว็บไซต์ True Achievements ได้พบเห็นบน Xbox Store นั่นเอง โดยตัว Demo จะเรียกว่า 1-Shot โดยเราจะได้อยู่ในสถาณีตำรวจเมือง Raccoon City ในตอนเริ่ม ซึ่งตัว Demo จะเปิดให้เล่นถึงวันที่ 31 มกราคม 2018 นั่นเอง https://www.youtube.com/watch?v=5emAC-XRIT0 แต่ว่าข้อมูลนี้ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทาง Capcom แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะว่าในเกมภาคก่อนอย่าง Resident Evil 7: Biohazard เองก็เคยปล่อย Demo มาให้ทดลองเล่นก่อนเกมเปิดเช่นเดียวกัน โดย Resident Evil 2 Remake มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 29 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One สนนราคาราวๆ 1,199 บาท LINK ที่มา Gamingbolt
21 Dec 2018
เผยคลิปเกมเพลย์ Resident Evil 2 Remake ความยาว 20 นาที
เดือนหน้าพวกเราก็จะได้เล่นกันแล้วสำหรับ Resident Evil 2 Remake แต่ถ้าใครอยากจะชมเกมเพลย์เล็กๆ น้อยๆ ก็ต้องดูนี่เลย สำหรับ เกมเพลย์ 20 นาที แบบจัดเต็มที่ทาง Arekkz Gaming ได้ปล่อยออกมา โดยเราจะได้เห็นรูปแบบการเล่น วิธีการยิง การแก้ไขปริศนา พร้อมทั้งได้เห็นการบังคับของทั้งสามตัวละครอย่าง Leon, Claire Redfield และ Ada Wong https://www.youtube.com/watch?v=KyOuqb6EYWw ซึ่งจากที่ดูแล้วเหมือนเป็นการเอาแบบพิมพ์ของเกม Resident Evil 7 มาใช้ เพียงปรับเปลี่ยนสกีนตัวละคร และเปลี่ยนจากมุมมองบุคคลที่หนึ่งเป็นบุคคลที่สาม โดยจากที่ดูแล้วถือว่าทำได้ไม่เลวถึงแม้ว่าจะลอกแบบพิมพ์มาเป๊ะ แต่ก็ได้อัพเกรดปรุงปรุงบางอย่างออกมาให้ดีขึ้น รวมถึงมอนสเตอร์ไม่มีแต่ไอ้ปีศาจต้นไทรเหมือนในภาค 7 แล้ว (ฮา) รวมถึงทาง Capcom ก็ได้ปล่อยตัวอย่างแนะนำตัวละครหลักอย่าง Leon และ Claire Redfield อีกด้วย https://www.youtube.com/watch?v=T78HIXVAkTo https://www.youtube.com/watch?v=rMo8LNXN_ss โดยตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One สนนราคา 1,199 บาท LINK ที่มา VG247 Gematsu
05 Dec 2018
Resident Evil 2 Remake จะมีเนื้อที่ประมาณ 21 GB
ถือว่าเป็นมิตรสำหรับใครหลายๆ คนกับเกม Resident Evil 2 Remake ที่ล่าสุดมีรายงานว่าไฟล์ตัวเกมนี้มี ขนาดเพียงแค่ 21 GB เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ ถ้าให้เทียบกับเกม AAA เกมอื่นๆ อย่าง GTA V ที่มีเนื้อที่อยู่ราวๆ 70 GB เลยทีเดียว รวมถึงก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่าผู้พัฒนาที่ช่วยกันสร้างเกมนี้มีถึง 800 คนเลยทีเดียว มากกว่าเกม RE6 ถึง 4 เท่า https://www.youtube.com/watch?v=a-lEnz5QKuM โดยเกม Resident Evil 2 Remake จะเป็นภาคนำเกม Resident Evil 2 ปี 1998 มาทำใหม่ ยกเครื่องกราฟิกทั้งหมดด้วย RE Engine พร้อมทั้งยังปรับเปลี่ยนตัวเกมจากมุมมองมุมสูงให้กลายเป็น มุมมองบุคคลที่สามแทน โดยตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One สนนราคาราวๆ 1,199 บาท LINK
04 Dec 2018
สกรีนช๊อต Resident Evil 2 Remake ชุดใหม่ เผย Ada ชุดแดงที่ทุกคนคิดถึง!
เมื่อพูดถึงตัวละครที่น่าจดจำในเกม Resident Evil 2 Remake นั้น นอกจากตัวละครหลักทั้งสอง Leon และ Claire แล้ว ตัวละครที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คงจะเป็นสายลับแสนสวย Ada Wong และชุดราตรีวันพีซสีแดงของเธอ ที่ติดตาตรึงใจเกมเมอร์ทั้งหลายมาตั้งแต่ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในยุค PS1 ผู้เล่นหลายคนก็แสดงออกถึงความผิดหวังเมื่อผู้พัฒนาเปิดตัว Ada โฉมใหม่ออกมาครั้งแรกเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมาในชุดคลุมสีน้ำตาลและแว่นกันแดดแตกต่างจากภาพที่หลายคนจำได้อย่างสิ้นเชิง แต่ล่าสุด ได้มีสกรีนช๊อตชุดใหม่หลุดออกมาทางเว็บบอร์ด Resetera ซึ่งแสดงให้เห็นถึง Ada ในชุดวันพีซแดงที่ทุกคนคิดถึงกัน (ดูเหมือนว่าเราจะได้เล่นเป็น Ada ด้วย) แถมยังมีภาพของบอสอย่าง Tyrant T-00 ด้วย! [gallery ids="14135,14124,14132,14148,14120,14121,14123,14125,14126,14127,14128,14129,14130,14131,14133,14134,14136,14137,14138,14139,14140,14141,14142,14143,14144,14145,14146,14147,14149"] Resident Evil 2 Remake จะวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 สำหรับ PS4, Xbox One, PC
03 Dec 2018
ข่าวลือ: Capcom อาจจะปล่อยเดโม Resident Evil 2 Remake ให้เล่นกันธันวาคมนี้
เป็นหนึ่งในเกมที่มีผู้เล่นเฝ้ารออย่างเหนียวแน่นที่สุดแล้วกับ Resident Evil 2 Remake เกมเก่าเล่าใหม่ที่นำเกมสุดคลาสสิคมาเนรมิตใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น แต่แม้ว่าจะมีวีดีโอเกมเพลย์ออกมาให้ดูกันแล้วมากมาย ผู้เล่นที่รอเกมอยู่ก็ยังอดลุ้นไม่ได้ว่าเกมจะปล่อยเดโมออกมาให้ได้ลองมือกันก่อนวันวางจำหน่ายปีหน้าหรือเปล่า ล่าสุด ดูเหมือนว่าเดโมเกม Resident Evil 2 Remake อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องมโนอีกต่อไป เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์ Anthony_Robert ได้เผยแพร่ภาพที่ดูเหมือนหน้าจอเลือกตัวละครในเดโมเกม Resident Evil 2 Remake! จากในภาพจะเห็นได้ว่าเมนูดังกล่าวจะเปิดให้เลือกเล่นทั้ง Leon Demo และ Claire Demo เลย ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นเดโมสถานีตำรวจ (Leon) และทางระบายน้ำใต้ดิน (Claire) ที่เราเคยดูกันไปแล้วนั่นแหละ โดยคุณ Anthony_Robert เผยว่าเดโมดังกล่าวจะเปิดให้โหลดกันในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันใดๆ จากผู้พัฒนา Capcom แถมคุณ Anthony_Robert ก็ลบข้อความดังกล่าวและตั้งบัญชีให้เป็นส่วนตัวไปแล้วในขณะนี้ จึงมีความเป็นไปได้สูงเช่นกันว่าทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องที่กุขึ้นมาเอง แต่สำหรับแฟนๆ ที่รอให้เกมปล่อยเดโมจริงๆ ก็ถือเป็นความหวังเล็กๆ ไว้ให้ชื่นใจกันนะจ๊ะ! Resident Evil 2 Remake จะวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 สำหรับ PS4, Xbox One, PC (ขอบคุณข้อมูลจาก GamerBraves)
28 Nov 2018
Resident Evil 2 Remake มีทีมพัฒนาเกมมากถึง 800 คน
บอกเลยว่านี่อาจจะเป็นเกมที่มีผู้พัฒนาเยอะมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียวกับ Resident Evil 2 Remake ที่ล่าสุด Capcom NHK Broadcast ที่ออกอากาศในญี่ปุ่นได้เปิดเผยทีมพัฒนาเกมนี้ว่ามีถึง 800 คนเลยทีเดียว ซึ่งจัดว่าเยอะมากๆ ถึงแม้ว่านี่คือสเกลงานของเกม AAA ก็ตาม เพราะว่าขนาดเกม The Legend of Zelda: Breath of the Wild ที่ได้รับรางวัล Game of the Year ปี 2017 ยังมีทีมพัฒนาเพียงแค่ 500 คนเท่านั้น และยังมากกว่าการพัฒนาเกม Resident Evil 6 ที่มีทีมงานแค่ 200 คน The most notable tidbit from last week’s Capcom NHK broadcast is that there were a whopping 800 (eight-hundred) people on #RE2 remake’s development. That includes programmers, photogrammetry models, mo-cap, etc. That’s more than the roughly 600 who worked on RE6. pic.twitter.com/zsmIUvGvLv — Alex Aniel (@cvxfreak) 19 พฤศจิกายน 2561 โดยเกม Resident Evil 2 Remake เป็นเกมที่ได้ปรับเปลี่ยนกราฟิกจากมุมมองแบบมุมสูง ให้กลายเป็นแนว 3rd Person เต็มตัว แต่ได้เพิ่มรายละเอียดให้เกมดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น พร้อมกราฟิกที่สยองขวัญขึ้นกว่าภาค Original หลายเท่าตัว โดยตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One สนนราคาราวๆ 1,199 บาท LINK ขอบคุณข้อมูลจาก Gamingbolt  
21 Nov 2018
Resident Evil 2 Remake ปล่อยคลิปเกมเพลย์ 15 นาที ปะทะ Licker
อย่างที่รู้ว่า Licker เป็นศัตรูตัวสำคัญที่สุดในเกม Resident Evil 2 และพอมาถึงภาค Remake สัตว์ประหลาดตัวนี้เองก็ได้อัพเกรดกราฟิกให้สวยและดูสยองขวัญมากยิ่งขึ้น ล่าสุดทาง PlayStation ได้เปิดเผย Gameplay 15 นาที กับการบังคับ Claire Redfield ที่ต้องเข้าไปอยู่ในสถานีร้างและต้องเจอกับเจ้า Licker ที่มาคอยไล่ล่าเรา https://www.youtube.com/watch?v=WWTdCFmA0j8 โดยเกม Resident Evils 2 Remake เป็นเกม Suvival Horror ที่เราจะได้รับบทเป็น Leon F Kennedy ตำรวจมือใหม่ และ Claire Redfield  น้องสาวตัวเอกภาคแรกที่ได้เข้ามาในเมือง Raccoon City และต้องเผชิญกับเหตุการณ์ซอมบี้ระบาดแบบไม่คาดฝัน โดยตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2018 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One
20 Nov 2018
เผยคอสตูมเวอร์ชั่นคลาสสิคของทั้งสองตัวละครใน Resident Evil 2 Remake
ออกมายั่วกันตลอดกับเกม Resident Evil 2 Remake เพราะล่าสุดก็เอาใจคนยุคเก่าเผยคอสตูมเวอร์ชั่นคลาสสิตของทั้งสองตัวละคร Leon Kennedy และ Claire Redfield ที่เราจะสามารถปลดล็อคได้ภายในเกม สามารถดูได้ด้านล่าง https://www.youtube.com/watch?time_continue=27&v=30BQjlXXamY เอาตามตรงตัวคอสตูมของ Leon นั้นแทบจะเหมือนกับแบบฉับเป๊ะๆ แต่ทางคอสตูมของ Claire เองก็จะมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยให้ไม่มีเสื้อดำข้างในแต่สีหรือองค์ประกอบหลายๆ อย่างก็จะเหมือนเวอร์ชั่นแรกเกือบหมดเช่ยลายเสื้อด้านล่าง โดยเกม Resident Evils 2 Remake มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคา 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One สนนราคาราวๆ 1,199 บาท ดูรายละเอียด คลิ๊กที่นี ขอบคุณข้อมูลจาก Gamingbolt
01 Nov 2018
Resident Evil 2: Remake เผยเกมเพลย์ ไฝว่กับ Licker สุดสยอง
ใครที่เคยเล่นเกม Resident Evil 2 มาก่อนก็น่าจะรู้ว่าเจ้าตัว Licker นั้นเป็นศัตรูที่น่ากลัวและเป็นเอกลักษณ์ของเกมภาคนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งล่าสุดในเกม Resident Evil 2: Remake ทางผู้พัฒนาก็ได้ปล่อยตัวอย่างเกมเพลย์สั้นๆ ของตัวเอกในฝั่ง Claire Redfield ที่จะต้องเจอกับเจ้า Licker ไล่ตามตัวเป็นๆ บอกเลยว่าสยอง (ดูคลิปจากทางด้านล่าง) https://www.youtube.com/watch?v=Qrm3j05YGKM บอกเลยว่าดีไซน์ของตัว Licker นี้ดูท่ากลัวและบึกบึนมากกว่าเดิมเยอะเลย พร้อมทั้งภายในเกมเพลย์เราจะต้องเจอกับมันในสถานที่มึดๆ ทางหลบก็ไม่เยอะ ไม่อยาจะคิดเลยว่าขนหัวลุกขนาดไหน โดยเกม Resident Evil 2: Remake เป็นภาคที่ปรับเปลี่ยนระบบการเล่นอย่างสิ้นเชิงจากภาคที่เคยออกมาในปี 1998 จาก Capcom โดยเกมภาคนี้จะวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 บนเครื่อง PC, PS4 และ Xbox One [ LINK ] ขอบคุณข้อมูลจาก Gamingbolt  
11 Oct 2018
Capcom กำลังพิจารณานำเกมขึ้น Cloud มากขึ้น
แม้ว่าเครื่อง Nintendo Switch จะเริ่มปล่อยเกมแบบเดียวกับ PS4, Xbox One ออกมาให้เล่นกันบ้างแล้ว (อย่าง Wolfenstein, Doom เป็นต้น) แต่ก็ยังมีอีกหลายเกมที่ออกมาแล้วไม่สามารถทำลงเครื่องของปู่นินได้เพราะเรื่องของฮาร์ดแวร์ ที่ไม่ทรงพลังพอจะมอบประสบการณ์เกมทีดีให้ผู้เล่นได้ แต่ก็มีผู้พัฒนาหลายคนเลือกจะแก้ปัญหานี้ด้วยการใช้เทคโนโลยี Streaming ซึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในเร็วๆ นี้อาจจะเป็น Assassins Creed Odyssey ของ Ubisoft หรืออย่าง Resident Evil 7 ที่ Capcom ประเดิมปล่อยแบบ Cloud Version ในญี่ปุ่นด้วย ล่าสุด ดูเหมือนว่า Capcom เองก็มีแผนจะเดินหน้ากับเทคโนโลยีนี้มากขึ้น เมื่อค่ายเปิดเผยต่อเว็บ The Wall Street Journal ว่าค่ายกำลังพิจารณาเรื่องการสร้างเกมแบบ Cloud Version สำหรับเครื่อง Nintendo Switch มากขึ้นในอนาคต โดยจะอิงจากตัวเลขยอดขายของ Resident Evil 7 ในการตัดสินใจ โดยปัจจุบันค่ายได้ปล่อยเกมให้เช่าในญี่ปุ่นในราคาราวๆ $18 (เกือบ 600 บาท) ต่อเวลาเล่น 180 วัน ถือเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับผู้เล่น Nintendo Switch ทั่วโลก ที่ในอนาคตอาจจะสามารถเล่นเกมอย่าง Resident Evil 2 Remake หรือกระทั่ง Devil May Cry 5 ได้แบบพกพา แต่ก็ยังน่าลุ้นว่าเน็ตไทยแลนด์เราจะสามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่นี้ได้แค่ไหน
02 Oct 2018
Resident Evil 2 Remake: พรีวิวเกมเพลย์ Claire Redfield จากงาน Tokyo Game Show 2018
ตั้งแต่สมัยยังละอ่อน ผู้เขียนก็เป็นเกมเมอร์เด็กขี้กลัวที่ไม่ค่อยถนัดเกมแนว Survival Horror เลยเพราะกลัวเกินกว่าจะสนุกกับมันได้ ในขณะที่เพื่อนๆ ของผู้เขียนต่างก็สนุกสนานกับเกม Resident Evil 2 (สมัยนั้นยังเรียก Biohazard กันอยู่เลย) ผู้เขียนก็มักจะปลีกตัวไปเล่นเกมอื่นคนเดียวแทน ผ่านเวลามากว่า 20 ปี ในตอนนี้ผู้เขียนเองก็มีภูมิต้านทานต่อเกมน่ากลัวมากขึ้นพอสมควร พอได้มีโอกาสมาถึงงาน Tokyo Game Show 2018 ทั้งที จะไม่ลองเล่นเกมยอดนิยมอย่าง Resident Evil 2 Remake ก็กระไรอยู่ แถมยังได้ข่าวมาว่าในงานจะเปิดให้ลองเกมเพลย์ฝั่ง Claire Redfield เป็นครั้งแรกอีกด้วย ผู้เขียนก็เลยกัดฟันเดินตรงเข้าไปในบูธเดโมของ Capcom ที่สร้างขึ้นมาให้เหมือนกับสถานีตำรวจ R.P.D. ในเกมนั่นเอง ทันทีที่เดินผ่านประตูสถานีตำรวจที่เต็มไปด้วยถุงเก็บศพ ก็มีทีมงานประจำบูธแต่งตัวชุด Claire เดินมาต้อนรับ พร้อมกับอธิบายว่าผู้เขียนมีเวลาเล่นเกมเพียงห้านาทีเท่านั้น! และถ้าตายก่อนหมดเวลาจะถือว่าหมดสิทธิ์เล่นต่อทันที! (เข้าใจแหละเพราะผู้เขียนเองก็ต้องเข้าแถวเป็นชม.อยู่กว่าจะได้เข้าไปเล่น...) เดโมในงานเปิดให้ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะเล่นฝั่ง Claire หรือ Leon โดยเดโมของ Leon นั้นจะเป็นตัวเดียวกับที่เปิดให้เล่นในงาน PSX 2018 ที่เมืองไทย (อ่านพรีวิว ที่นี่) ในส่วนของเดโม Claire นั้น ผู้เขียนได้รับทราบก่อนจะเลือกว่าจะไม่มีศัตรูที่เป็นซอมบี้ธรรมดาให้สู้ แต่จะมีเพียงบอส William Birkin ให้สู้เพียงตัวเดียว ได้ยินแล้วก็แอบใจแป้วนิดๆ เพราะบอสตัวนี้คือตัวการที่ทำให้ผูัเขียนขยาดเกม Horror ไปเลยตอนเป็นเด็ก... อย่างที่เคยเห็นในภาพข่าวที่ผู้พัฒนาปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ เดโมของฝั่ง Claire จะให้ผู้เล่นได้ต่อสู้กับบอส Birkin ในฉากทางระบายน้ำใต้ดิน ซึ่งต้องขอชมผู้พัฒนาที่แปลงฉากใต้ดินจากเกมดั้งเดิมออกมาได้น่ากลัวไม่แพ้สมัยผู้เขียนเป็นเด็กเลย หลังจากที่เดินสำรวจได้ซักพัก แอบมีสะดุ้งบ้างในจังหวะที่ท่อน้ำตามฉากพ่นไอน้ำออกมา ผู้เขียนก็พบกับคัตซีนสั้นๆ (ซึ่งทีมงานบูธบอกให้กดข้ามเพื่อรักษาเวลา) ก่อนที่จะถูกส่งเข้าไปเผชิญกับ Birkin ทันที ด่านของบอส Birkin ถูกออกแบบมาให้เป็นทางเดินแคบๆ ที่มีทางแยกออกไปประปรายตามทาง บางทีก็เป็นทางตัน แต่บางทีก็มีไอเทมอย่างกระสุนหรือยาเขียวให้เก็บบ้าง ซึ่งคนที่เคยเล่นเกมภาคดั้งเดิมอาจจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้เขียนที่เคยเห็นฉากนี้ผ่านๆ แค่ประปราย ถือว่าฉากช่วยขับอารมณ์ความสิ้นหวังและกดดันได้ดีมากๆ ประมาณว่าเราไม่มีที่ไหนให้หนีได้จริงๆ ผู้เขียนรีบชักปืนยิงระเบิด Grenade Launcher ออกมาก่อนเป็นอย่างแรก (ในเดโม Claire จะได้รับปืนระเบิด ปืนกลสั้น และปืนลูกโม่) และบรรจงอัดระเบิดใส่หน้า Birkin รัวๆ จนหมดตัวเลย ซึ่งดูเหมือนจะพอสร้างความเสียหายได้บ้าง แต่ก็ยังไม่พอจะล้มบอส ที่ยังคงค่อยๆ เดินเข้ามาหาผู้เขียนทีละนิดๆ หลังจากที่ชักปืนกลออกมายิงไปได้ซักพัก ลูกตาลูกใหญ่ตรงไหล่ของบอสก็เปิดขึ้น ผู้เขียนไม่รอช้ารีบชักปืนลูกโม่ออกมาเล็งลูกตสทันที ในส่วนของเกมเพลย์การยิงปืนไม่ได้ต่างจากของ Leon โดยผู้เล่นจะต้องกด L2 ค้างไว้ซักพักก่อนที่เป้าเล็งจะหดตัวลงมาแคบพอที่ผู้เขียนจะยิงปืนได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นระบบที่ทำให้เกมยังคงความกดดันจากภาคดั้งเดิมไว้ได้แม้จะเปลี่ยนมาเป็นระบบการยิงแบบ Third-person (มุมมองบุคคลที่ 3) หลังจากที่เล่นวิ่งไล่จับไปได้อีกแปบนึง (และอัดกระสุนลูกโม่เข้าตาบอสจนหมดตัว) ในที่สุดผู้เขียนก็สามารถพิชิตบอส Birkin ลงได้ทันกำหนดเวลา จนพนักงานบูธถึงกับเอ่ยปากชมฝีมือเลยทีเดียว (ไม่ได้โม้นะจะบอกให้) ก่อนจะนำผู้เขียนออกไปนอกบูธ โดยรวมแล้วประสบการณ์การสู้บอส Birkin ครั้งนี้ถือว่าดีกว่าครั้งแรกที่ผู้เขียนเจอเมื่อ 20 ปีที่แล้วแน่นอน ถ้าถามว่ายังน่ากลัวอยู่ไหมก็คงต้องตอบว่าน่ากลัวจริงๆ ด้วยองค์ประกอบตามฉากและระบบเกมเพลย์ที่เพิ่มความกดดันให้ผู้เล่นตลอดเวลา แม้ว่าสุดท้ายการสู้บอสจะค่อยข้างเรียบง่ายไปซักนิด อาจเพราะอาวุธครบมือ (ไม่รู้ว่าในเกมจริงจะมีปืนระเบิดให้ใช้แบบนี้ไหม) และการโจมตีของบอสที่ค่อนข้างช้า เมื่อรวมกับวิธีการควบคุมตัวละครแบบใหม่ ทำให้การวิ่งหนีออกมาตั้งหลักเพื่อยิงจุดอ่อนง่ายกว่าในภาคดั้งเดิมพอสมควร แต่ด้วยการออกแบบบอสที่มีความน่ากลัวน่าขยะแขยงก็ช่วยให้เรายังคงรู้สึกกดดันทุกครั้งที่ต้องมองบอสค่อยๆ คืบคลานเข้ามาหาช้าๆ ในระหว่างที่รอให้เป้าเล็งค่อยๆ หดลงมา ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจทีเดียวกับเดโมเกมเพลย์ครั้งนี้ ซึ่งกลบจุดอ่อนของบอสเกม Resident Evil ภาคหลังๆ (ยกเว้นภาค 7) ที่เอาความน่ากลัวแลกกับฉากแอคชั่นเท่ๆ ซะมากกว่า แถมยังเพิ่มความมั่นใจให้ผู้เขียนประมาณนึง จนตอนนี้พูดได้เต็มปากเลยว่า Day One แน่นอนเกมนี้! Resident Evil 2 Remake จะวางจำหน่ายวันที่ 25 มกราคม 2019 สำหรับ PS4, Xbox One, PC อ่านพรีวิวเกมอื่นๆ จาก Tokyo Game Show 2018 ได้ ที่นี่
22 Sep 2018
เทรลเลอร์ Resident Evil 2 Remake เผยลุคใหม่ Ada Wong ครั้งแรกในงาน Tokyo Game Show 2018
วันนี้ในงาน Tokyo Game Show 2018 ค่ายพัฒนา Capcom ได้ปล่อยเทรลเลอร์ใหม่ล่าสุดสำหรับเกม Resident Evil 2 Remake ซึ่งเปิดเผยตัวละครยอดนิยมอย่าง Ada Wong เป็นครั้งแรก! https://www.youtube.com/watch?v=KyGk4KTJu5w เห็นได้ชัดเจนว่าตัวละครเปลี่ยนไปมากจากเวอร์ชั่นดั้งเดิมที่ใส่ชุดราตรีสีแดงสุดเร่าร้อน เปลี่ยนมาเป็นการใส่เสื้อคลุมยาวมิดชิดพร้อมกับแว่นกันแดดปิดหน้าปิดตา โดยผู้พัฒนาเผยว่าต้องการจะให้ตัวละครดูสมจริงเข้ากับกราฟิคของเกมภาค Remake นั่นเอง โดยคุณ Kazunori Kadoi (ผกก. เกม) เปิดเผยกับเว็บ Eurogamer ไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่าชุดราตรีสีแดงคงจะขัดกับความสมจริงที่ผู้พัฒนาต้องการจะสร้างในเกมภาคนี้ ซึ่งชุดคลุมยาวในเวอร์ชั่นใหม่ยังสื่อถึงความเป็นสายลับของเธอได้ดีกว่าด้วย Resident Evil 2 Remake จะวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 สำหรับ PS4, Xbox One, PC
20 Sep 2018
รีเมคซ้ำซ้อน?! ผู้พัฒนา Resident Evil เผย อาจรีเมค REmake อีกครั้ง
แฟนๆ ซีรี่ย์ Resident Evil รุ่นดั้งเดิมทั้งหลายน่าจะจำกันได้กับเกม Resident Evil 1 Remake (หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า REmake) ที่เคยปล่อยออกมาในปี 2002 สำหรับเครื่อง GameCube ล่าสุดผู้พัฒนาเหมือนจะส่งสัญญาณว่าเราอาจจะได้เห็นเกมนี้กลับมาอีกครั้งแบบเดียวกับ Resident Evil 2! เว็บ GameInformer ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ระหว่างเว็บและคุณ Kazunori Kadoi ผู้กำกับเกม Resident Evil 2 (ภาครีเมค) โดยผู้สื่อข่าวได้ถามคุณ Kadoi ถึงการรีเมคเกมภาคอื่นๆ ในซีรี่ย์เหมือนภาค 2 รวมไปถึงเกมภาคแรกที่เคยรีเมคไปเมื่อเกิน 15 ปีมาแล้ว โดยคุณ Kadoi ตอบว่าคงจะไม่ใข่เรื่องตลกถ้าค่ายจะทำการรีเมคเกมภาคแรกอีกครั้งจริงๆ ผมว่ามันก็ผ่านมานานพอที่ถ้าเราทำแบบนั้นจริงๆ มันก็คงจะไม่ดูตลกแล้วล่ะ โดยส่วนตัวผมก็สนใจที่จะทำนะ คุณ Kadoi กล่าว นอกจากนี้ คุณ Kadoi ยังพูดถึงการรีเมคเกมภาคอื่นๆ ในซีรี่ย์ว่าเป็นไปได้แน่นอน แค่ค่ายคงจะยังไม่ยืนยันอะไรในขณะนี้ เกม Resident Evil 2 Remake จะวางจำหน่ายในวันที่ 25 มกราคม 2019 สำหรับเครื่อง PS4, Xbox One, PC อ่านข่าวและชมคลิปเกมเพลย์ใหม่จากงาน Gamescom 2018 ได้ ที่นี่  
25 Aug 2018
ส่องรายละเอียด Collectors Edition ของเกม Resident Evil 2 Remake! (ชมภาพ)
ผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายเกม Capcom เปิดเผยรายละเอียดของ Resident Evil 2 Remake ในงาน Comic-Con 2018 รวมถึงเผยโฉม Collectors edition สำหรับโซนอเมริกาเหนืออีกด้วย Collectors Edition สนนราคาอยู่ที่ 199.99 ดอลลาร์สหรัฐ มีรายละเอียดดังนี้: ตัวเกม Resident Evil 2 remake ฉบับเต็ม หุ่นจำลองของ Leon S. Kennedy (เวอร์ชัน R.P.D): ความสูง 12 นิ้ว มาในชุดที่เขาได้ทำงานเป็นตำรวจวันแรก หนังสือ Art Book "Bens File": จำนวน 32 หน้า ซึ่งตามเนื้อเรื่องแล้วเป็นหนังสือของนักข่าว Ben Bertolucci ที่ได้ปรากฎตัวออกมาใน Resident Evil 2 ซึ่งแฟ้มดังกล่าวมีทั้งรูปภาพ และเอกสารของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน Raccoon City ซึ่งเป็นแฟ้มลับสุดยอดที่ยังไม่เคยมีใครเห็น จนกระทั่งมี Collectors Edition ออกมา Digital Soundtrack ที่จะมาเป็นรหัส Voucher ซึ่งเป็นเพลงใหม่ของเกมเวอร์ชัน Remake นี้ รวมถึงมีเพลงของเวอร์ชันออริจินอลรวมมาเป็นอัลบัม มีทั้งหมด 25 เพลงด้วยกัน โปสเตอร์ "R.P.D" แผนผังของพิพิธภัณฑ์ที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของตึกที่ได้กลายเป็นสถานีตำรวจ Extra DLC Pack Card: ชุดพิเศษของ Leon จำนวน 2 ชุด (Arklay Sheriff และ Noir) ชุดพิเศษของ Claire จำนวน 3 ชุด (Military, Noir และ Elza Walker) อาวุธพิเศษ: Samurai Edge - Albert Model Soundtrack "Original" นอกจาก Collectors Edition แล้วทาง PlayStaion ได้ให้รายละเอียดตัวละครหลักของเกมด้วยว่า สำหรับตัวละคร Leon จะดูเด็กลงมาก ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้ความรู้สึกและประสบการณ์ที่แตกต่างระหว่าง Leon ในช่วงเริ่มแรกและในช่วงหลังจากที่เขาได้กลายเป็น Hero แล้ว ส่วนตัวละคร Claire หญิงสาวเดินทางมาที่เมือง Raccoon City เพื่อออกตามหาพี่ชาย ก็ได้ยกระดับเครื่องแต่งกายด้วยเทคโนโลยีที่ใช้การสแกนเสื้อผ้าจริงเพื่อให้เห็นทุกรายละเอียดของตัวเสื้อ ทางทีมงานยังคุยกันละเอียดถึงขนาดที่ว่าจะยังคงความเป็น Claire ในเกมเวอร์ชันออริจินัล Resident Evil 2 เอาไว้แค่ไหน ซึ่งก็ได้ข้อสรุปออกมาเป็นการดีไซน์ Claire ให้มาพร้อมกับการขี่มอเตอร์ไซค์สุดเท่ ในส่วนของเมือง Raccoon City ซึ่งถือเป็นฉากหลักของเกม ทางผู้พัฒนาอยากให้เมืองให้ความรู้สึกถึงความเปียกชื้น และความน่ากลัวของความมืด ส่วนซอมบี้คุณ Hirabayashi โปรดิวเซอร์ของ Capcom ได้ปรึกษากับทางทีมว่าจะสร้างซอมบี้ที่ดุดันขึ้นมา สร้างความรู้สึกให้ผู้เล่นว่ายังไงก็ไม่อยากจะโดนซอมบี้เหล่านี้กัดอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ Resident Evil 2 เวอร์ชัน Remake นี้จะจัดจำหน่ายใน PlayStation 4, Xbox One และ PC ในวันที่ 25 มกราคม 2019 ส่วนการ Pre-order นั้นยังสงวนไว้แค่ในโซนอเมริกาเหนือเท่านั้น
21 Jul 2018
อ่านบทสัมภาษณ์ผู้พัฒนา Resident Evil 2 (2018)
เว็บ Gamingbolt ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์กับผู้พัฒนาตำแหน่ง Brand Manager จาก Capcom ในเรื่องเกม Resident Evil 2 เกี่ยวกับเกมภาคใหม่ และความแตกต่างระหว่างเกมภาคใหม่และภาคดั้งเดิม ไปอ่านกันได้เลยจ้า! อะไรคือเหตุผลที่คุณตัดสินใจสร้างเกมในมุมมองแบบข้ามหัวใหล่แทนที่จะเป็นมุมกล้องแบบล๊อคไว้แบบดั้งเดิม อย่างที่เคยพูดไปแล้วว่าเกมภาคนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกม Remake แน่นอนว่าเราใช้เนื้อหาจากเกมดั้งเดิมเป็นโครงของเกมนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเกมใหม่ในตัวเองที่มีเซอร์ไพรส์ให้กับผู้เล่นที่คุ้นเคยกับภาคดั้งเดิมด้วย เราจะเปลี่ยนตำแหน่งของปริศนา เปลี่ยนจุดเกิดศัตรู มันจึงรู้สึกเป็นธรรมชาติกว่าที่จะเปลี่ยนมุมกล้องไปซะด้วยเลย ด้วยความที่สร้างเกมขึ้นมาด้วยเครื่องมือใหม่อย่าง RE Engine เราจึงอยากจะลองอะไรใหม่ๆ กันดูบ้าง แน่นอนว่าในยุค Playstation 1 นั้นมีข้อจำกัดทางเทคนิคมากมายซึ่งบังคับให้เราต้องใช้มุมกล้องนิ่งๆ ในเกมภาคเก่าซึ่งกลายเป็นจุดเด่นของซีรี่ย์ไปซะแล้ว แต่สำหรับภาคใหม่นี้เรารู้สึกว่ามุมกล้องใหม่มันเข้ากับภาพที่เราจินตนาการไว้ในหัวมากกว่า มุมกล้องที่เปลี่ยนไปจะส่งผลต่อระบบการเล่นด้วยไหม ผู้เล่นสามารถคาดหวังระบบใหม่ๆ ที่ไม่มีในภาคเก่า หรือมีเนื้อหาจากภาคเก่าที่โดนตัดไปจากภาคใหม่เพราะเปลี่ยนมุมกล้องบ้างไหม ส่งผลกันแน่นอนครับ เกม RE2 ยังคงเป็นเกม survival-horror อยู่วันยังค่ำ เกมเมอร์หลายๆ คนชอบคิดว่าการเปลี่ยนไปใช้มุมกล้องแบบข้ามหัวไหล่จะทำให้เกมกลายเป็นเกมแนว Gears of War ไป แต่ในเกมของเราคุณจะยังต้องระมัดระวังในการใช้กระสุนปืน คุณยังต้องคราฟไอเทม ซึ่งเราเพิ่มระบบใหม่ให้ใกล้เคียงกับ Resident Evil 7 ฉะนั้นคุณจะยังสร้างกระสุนและยาเพิ่มได้ แต่ผลที่ตามมาคือระบบนี้ช่วยเสริมความสมจริงให้ผู้เล่น ยกตัวอย่างเช่นในมุมมองข้ามหัวไหล่ เมื่อคุณโดนซอมบี้จับเข้า กล้องจะสามารถซูมเข้าหาตัวละครเพื่อสร้างความรู้สึกเหมือนเราโดนกัดเข้าจริงๆ ทำให้ผู้เล่นเหมือนไปอยู่ตรงนั้นด้วยตัวเองเลย แทนที่จะแค่เห็นลีออนกำลังปล้ำกับซอมบี้อยู่ตรงมุมจอ เราชอบมุมมองข้ามหัวไหล่ในภาคใหม่มาก ไหนๆ ก็คุยกันเรื่องมุมมองแล้ว ดูจากความสำเร็จของเกม Resident Evil 7 ที่ใช้มุมมองแบบ FPS แล้ว คุณเคยพิจารณาการนำมุมมองแบบเดียวกันมาใช้ในเกมภาคใหม่บ้างไหม ผมเชื่อว่ามันก็คงเป็นไอเดียที่ทีมพัฒนาได้ถกกัน เพราะเกมสร้างจาก Engine เดียวกับภาค 7 ด้วย แต่เราตั้งใจสร้างเกมนี้ขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้น แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่เคยเป็นทางเลือกแรกของทีม พวกเราตัดสินใจกันอยู่พักใหญ่ว่าจะใช้มุมกล้องแบบไหน จะข้ามหัวไหล่ หรือจะเป็นมุมกล้องนิ่งๆ จากภาคเก่า แต่สุดท้ายเราเลือกมุมกล้องข้ามหัวไหล่เพราะมันรู้สึกเข้ากับเกมที่เราคิดกันไว้มากที่สุด RE2 2019 จะอิงภาคเก่ามากขนาดไหน จะเป็นการนำฉากเก่าๆ มาทำใหม่แบบ 1 ต่อ 1 เลยไหม หรือจะเป็นการนำเรื่องเก่าๆ มาเล่าด้วยวิธีใหม่ไปเลย ผมคงไม่พูดว่ามันจะเป็นการแปลงภาคเก่ามาแบบ 1 ต่อ 1 คนที่เคยเล่นเกมภาคดั้งเดิมบางคนอาจจะเล่นจบครั้งเดียว ในขณะที่บางคนเล่นจบไปแล้วเป็นร้อยๆ รอบเพราะรักเกม เราอยากให้เกมภาคใหม่นี้น่าตื่นเต้นสำหรับคนที่เล่นมาแล้วหลายรอบด้วย เป็นเหตุผลที่เราไม่เรียกเกมนี้ว่า Resident Evil 2 Remake เพราะมันเป็นเกมใหม่ที่สร้างอยู่บนรากฐานของเกมเก่า ยกตัวอย่างเช่นฉากหนึ่งที่คุณเดินผ่านกระจกในสถานีตำรวจแล้วมีตัว Lurker เดินผ่านกระจกอีกฝั่ง ในเกมภาคดั้งเดิมเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นแบบเดียวกันทุกครั้ง แต่ในภาคใหม่จะไม่มีฉากนี้ เราไม่ได้อยากจะแค่หลอกผู้เล่นให้สะดุ้ง เราต้องการให้ผู้เล่นรู้สึกกดดันเมื่อเจอกับปริศนายากๆ เราอยากให้ผู้เล่นรู้สึกกลัวจริงๆ หลายๆ องค์ประกอบจากภาคเก่าจึงต้องถูกตีความใหม่อีกครั้ง เพราะเราไม่ต้องการให้ผู้เล่นรู้คำตอบของปริศนาล่วงหน้า เราไม่ต้องการให้คุณรู้ล่วงหน้าว่าศัตรูจะโผล่มาจากทางไหนบ้าง เราจึงเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่างไป แต่ในภาพรวมหรือแกนหลักของเนื้อเรื่องยังคงใกล้เคียงภาคเก่ามากๆ เกมจะมีระบบ Co-op หรือระบบการเล่นกับคนอื่น (Multiplayer) บ้างไหม หรือจะเป็นเกมเล่นคนเดียว เล่นคนเดียวครับผม เหมือนภาคเก่าเลย ค่ายเคยบอกว่าจะพยายามเน้นการเล่าเรื่องในเกมมากขึ้นสำหรับ RE2 2019 คำพูดนี้หมายถึงแค่การที่เนื้อเรื่องถูกเสริมโดยกราฟิคใหม่เฉยๆ หรือว่าค่ายมีการปรับเปลี่ยนหรือแก้เนื้อเรื่องในเกมให้เข้มข้นขึ้นไหม? ทั้งสองอย่างเลยครับ อย่างในเกมภาคเก่าอาจจะมีสถานที่ที่คุณแค่เดินหรือขับรถผ่านไปเฉยๆ หรือคนที่คุณเคยได้สนทนาด้วยแบบผิวเผิน คุณจะมีโอกาสได้ลงไปสัมผัสองค์ประกอบย่อยๆ เหล่านี้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งบางทีคุณอาจจะสามารถใช้เวลาสำรวจเป็นเวลานานๆ เลยก็ได้ คุณอาจจะได้ติดตามเนื้อเรื่องของตัวละครต่างๆ ลึกขึ้น ผมคงไม่สามารถยกตัวอย่างแบบเจาะจงได้ แต่ตัวละครหลายๆ ตัวจะมีส่วนร่วมในเนื้อเรื่องมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน เพลงและการออกแบบเสียงประกอบของภาคเก่าได้รับคำชมอย่างมาก และทุกคนที่เคยเล่นเกมต่างก็รู้ว่าเสียงมีผลในการสร้างบรรยากาศสุดหลอนของเกมด้วย คุณมีวิธีการออกแบบเสียงและดนตรีอย่างไรบ้างในเกมภาคใหม่ จะนำเพลงเก่าๆ มาทำใหม่ หรือจะแต่งเพลงใหม่ไปเลย  ผมขอย้ำอีกครั้งว่าพวกเราตั้งใจสร้างเกมนี้ให้ใกล้เคียงกับภาคเก่าให้ได้มากที่สุด แต่ก็ยังคงอยากจะมีอะไรใหม่ๆ มาท้าทายผู้เล่นเช่นกัน อย่างดนตรีในห้องเซฟก็จะสบายๆ ให้ความรู้สึกปลอดภัย โดยภาคนี้จะเป็นการ Remix เพลงเก่า แต่ก็ไม่ใช่ทุกเพลงที่จะได้รับการแปลงแบบนี้ และมีเพลงและเสียงประกอบใหม่ๆ อีกมากมาย แต่เราก็ยังคงอยากจะคงไว้ซึ่งความตื่นเต้นเร้าใจเมื่อผู้เล่นถูกฝูงซอมบี้จู่โจมเช่นกัน ค่ายได้ประกาศมาแล้วว่าเกมจะมีการปรับปรุงพิเศษสำหรับ Xbox One X โดยเฉพาะ แล้วผู้เล่นที่ไม่ได้เล่นในเครื่อง Xbox One X จะคาดหวังอะไรได้บ้าง 4K/60FPS เป็นไปได้แค่ไหน ผู้เล่นจะสามารถเล่นเกมด้วยความชัด 4K ได้ทั้งใน PS4 Pro และ Xbox One X แต่ถ้าคุณเล่นในโหมด 4K คุณจะปรับได้แค่ 30 FPS เท่านั้น ในด้านกราฟิคและเฟรมเรต เครื่อง PS4 และ Xbox One ธรรมดาจะสามารถเล่นเกมนี้ได้ดีแค่ไหน ในขณะนี้คงไม่สามารถบอกตัวเลขแน่ชัดได้ แต่เราเล็งค่าเฟรมเรตเอาไว้ค่อนข้างสูงเหมือนกัน คุณมีแผนจะวางจำหน่ายเกมสำหรับเครื่อง Nintendo Switch บ้างไหม คงไม่ใช่ในตอนนี้ครับ เราอยากจะมุ่งพัฒนาเกมสำหรับ PS4, Xbox One และ PC ซะก่อน  
17 Jul 2018