GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
ผลการค้นหา : "รีวิว"
[Review] รีวิวเกม Marvel's Midnight Suns เกมการ์ดซุปเปอร์ฮีโร่ที่สนุกและชวนง่วงในเวลาเดียวกัน
เมื่อพูดถึงเกมที่สร้างโดยอิงจาก IP หรือแฟรนไชส์ชื่อดัง ๆ สิ่งหนึ่งที่แฟน ๆ ของแฟรนไชส์เหล่านี้คาดหวังจะได้เห็น คือการที่ทีมงานผู้รับผิดชอบโปรเจกต์มี 'แพชชัน' หรือใจรักให้กับแฟรนไชส์ที่พวกเขากำลังจะดัดแปลง ซึ่งก็ในทางทฤษฏีก็จะนำไปสู่ผลงานที่เคารพและเข้าใจความคาดหวังของแฟนแฟรนไชส์ เพราะพวกเขาเองก็เป็นหนึ่งในกลุ่มแฟนที่ว่านี้ซะเองเช่นเดียวกันแต่ในบางครั้ง การที่ผู้รับผิดชอบโปรเจกต์เหล่านี้เป็นแฟนตัวยงของแฟรนไชส์ที่ตัวเองกำลังดัดแปลง ก็อาจจะส่งผลเสียต่อตัวเกมได้เช่นกัน ซึ่ง Marvel Midnight's Suns อาจเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของปรากฏการณ์นี้ที่ผู้เขียนได้พบมาในรอบหลายปีเลยทีเดียว โดยแม้ว่าเกมจะมีระบบเกมเพลย์สไตล์การ์ดเกมที่สนุกเพลิดเพลิน รวมถึงบทพูดและตัวละครที่มีเสน่ห์ แต่เกมเพลย์ฟาก Social Sim (จำลองการใช้ชีวิต) ของเกมกลับตกม้าตายอย่างน่าเสียดาย จากการที่เกมมีบทพูดและฉากสนทนาเยอะมากเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่มีเป้าหมายเพื่อเล่นมุขหรือปล่อย Easter Egg เอาใจแฟน Marvel เท่านั้น จนรู้สึกว่าผู้พัฒนาอาจจะเขียนบทมันส์มือกันไปหน่อย และทำให้ประสบการณ์โดยรวมของเกมมีความไม่สม่ำเสมอเป็นอย่างมากหากคุณเป็นแฟนตัวยงของจักรวาลมาร์เวล โดยเฉพาะในส่วนของหนังสือการ์ตูน รับประกันว่า Marvel's Midnight Suns จะมีอะไรให้คุณได้ตื่นเต้นอมยิ้มเต็มอิ่มอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถ้าคุณไม่ได้อินจักรวาลมาร์เวลระดับซุปเปอร์แฟน ที่สามารถนั่งอ่าน/ดู/ฟังบทสนทนาระหว่างตัวละครฮีโร่ชื่อดังเหล่านี้ได้เรื่อย ๆ เกมนี้ก็อาจจะมีอะไรให้รู้สึกติดขัดน่ารำคสญอยู่ไม่น้อยเช่นกันเนื้อเรื่องสูตรสำเร็จสไตล์มาร์เวล ให้คุณเสพจนลงแดงกันไปข้างเกม Marvel's Midnight Suns จะให้ผู้เล่นรับบทเป็นฮีโร่ใหม่ที่สร้างขึ้นเอง ซึ่งจะมีชื่อว่า 'The Hunter' นักรบลูกผสมระหว่างมนุษย์กับปีศาจ ผู้ซึ่งถูกชุบชีวิตขึ้นมาจากการหลับไหลเพื่อต่อสู้กับ Lilith แม่มดร้ายผู้ถูกชุบชีวิตขึ้นมาโดยองค์กรชั่ว Hydra เพื่อครองโลก โดยผู้เล่นจะได้ร่วมทีมกับเหล่าฮีโร่ชื่อดังจากจักรวาล Marvel มากกว่า 13 ชีวิตด้วยกัน ตั้งแต่ฮีโร่ชื่อดังที่ทุกคนรู้จักอย่าง Iron Man, Captain America, หรือ Wolverine ไปจนถึงฮีโร่ที่หลายคนอาจจะไม่รู้จักนักอย่าง Magik, Blade, หรือ Nico Minoru เพื่อก่อตั้งกลุ่ม Midnight Suns นั่นเองแม้ว่าเนื้อเรื่องของเกม Marvel's Midnight Suns จะดำเนินไปตามสูตรของหนัง/การ์ตูนฮีโร่แทบจะเป๊ะ ๆ จนรู้สึกว่าเดาทุกอย่างได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มเกม แต่ก็ไม่ได้ถึงกับแย่ไปเลยเช่นเดียวกัน ซึ่งส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับบทพูดของตัวละครฮีโร่ทั้งหลาย ที่เขียนมาได้ตลก คมคาย และแสดงออกถึงอุปนิสัยและเสน่ห์ของตัวละครแต่ละตัวได้อย่างที่แฟนของจักรวาลมาร์เวลจริง ๆ เท่านั้นที่จะสามารถทำได้ ซึ่งก็ทำให้บทสนทนาในหลาย ๆ ช่วงของเกมมีความน่าจดจำอยู่บ้าง เช่นการที่ Iron Man และ Doctor Strange เถียงกันเรื่องวิทยาศาสตร์และเวทมนต์ตลอดเวลา หรือการที่ Blade แอบชอบ Captain Marvel เป็นต้นแต่ปัญหาของเกมอาจไม่ใช่เรื่องของ 'คุณภาพ' ของเนื้อเรื่องหรือบทสนทนา แต่คือเรื่องของ 'ปริมาณ' มากกว่า ด้วยตัวละครมากกว่า 10 ตัวที่ผู้พัฒนาต้องพยายามพัฒนาให้ผู้เล่นรู้สึกผูกพันธ์ในระดับเท่า ๆ กัน ซึ่งก็ใช่ว่าจะทำออกมาได้ไม่ดี แต่ในหลาย ๆ จังหวะผู้เขียนก็พบว่าตัวเองต้องกลั้นใจไม่กดข้ามบทสนทนาอยู่บ่อยครั้ง เพราะอยากจะรีบ ๆ กลับไปเล่นเกมต่อซะที โดยผู้พัฒนา Firaxis Games ได้เคยเปิดเผยออกมาว่าเกมมีบทพูดมากถึง 65,000 ประโยค ซึ่งถ้าตัดออกไปได้ซักครึ่งหนึ่งอาจจะทำให้เกมรู้สึกลื่นไหลกว่านี้มากเอาเข้าจริง ผู้เขียนรู้สึกได้ถึงความ 'เยอะ' ของบทพูดในเกมตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งเกมด้วยซ้ำ ซึ่งแน่นอนว่าเวลาอีกมากกว่า 30 ชั่วโมงที่เหลือที่ใช้ในการเล่นเนื้อเรื่อง (ใช้เวลารวมราว 50 ชั่วโมง) ก็ไม่ได้ทำให้ผู้เขียนเปลี่ยนความรู้สึกไปในทางที่ดีขึ้นเลย นับเป็นเรื่องหายากเหมือนกันที่เกมซักเกมจะมีปัญหาเรื่องการพัฒนาตัวละครมากเกินไปจนเกินความจำเป็น แทนที่จะเป็นการพัฒนาไม่พอเหมือนในเกมหลาย ๆ เกมเกมเพลย์แนวการ์ดที่สนุกจนเสพติด!ในส่วนของเกมเพลย์ เกม Marvel’s Midnight Suns มีความใกล้เคียงกับเกมการ์ดหรือเกมพัซเซิ่ล มากกว่าเกม RPG แนววางแผนแบบที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งเป็นความแตกต่างที่สำคัญมาก ๆ ที่ผู้เล่นควรทำความเข้าใจซะก่อนที่จะกดซื้อเกมมาเล่น แต่จะเป็นข้อดีหรือข้อเสียก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นแต่ละคนชื่นชอบเกมแนวการ์ดแค่ไหน ระบบการ์ดของ Midnight Suns มีความลึกและสนุกกว่าที่คาดเอาไว้พอสมควรคนที่ชื่นชอบการเล่นเกมการ์ดหรือเกมวางแผนเข้มข้น ๆ น่าจะรู้สึกสนุกกับการเล่นเกมแนวนี้เป็นพิเศษ เพราะการต่อสู้แต่ละด่านมักให้ความรู้สึกเหมือนเกมพัซเซิ่ล ที่บังคับให้ผู้เล่นใช้การ์ดที่เล่นได้จำนวนจำกัดต่อตา ร่วมกับสภาพแวดล้อม เพื่อทำความเสียหายให้ได้มากที่สุด ชั่วโมงแรก ๆ ของเกมอาจรู้สึกจำกัดอยู่บ้าง จากการที่ผู้เล่นยังทำความเคยชินกับกฏกติกามากมายที่เชื่อมโยงกันไปมาตามฉบับของเกมการ์ด และจะเริ่มสนุกจริง ๆ ก็เมื่อผู้เล่นมีโอกาสสะสมการ์ดเพิ่มขึ้นมากพอจะจัดคอมโบของตัวเอง โดยในช่วงหลัง ๆ ผู้เขียนแทบจะสามารถกำจัดศัตรูได้ทั้งด่านในเทิร์นเดียวจากการผสมผสานคอมโบการ์ดของฮีโร่แต่ละตัวเข้าด้วยกันเลยทีเดียว แถมเกมยังมีระดับความยากให้ปรับได้ตลอดเวลาหลากหลายระดับ จึงไม่เคยรู้สึกว่าเกมง่ายเกินไปแม้จะมีคอมโบเด็ดแล้วก็ตามนอกจากนี้ จำนวนฮีโร่ที่มีให้เลือกถึง 13 ตัว ซึ่งล้วนมาพร้อมจุดเด่นและความถนัดของตัวเอง ทำให้ผู้เล่นมีพื้นที่ในการพลิกแพลงแผนการเล่นได้อย่างหลากหลายมาก ยกตัวอย่างเช่นตัวละคร Captain America ที่เป็นเหมืองตัวแทงค์ มีการ์ดที่ช่วยดึงดูดให้ศัตรูมาโจมตีตัวเองพร้อมกับช่วยเสริมการป้องกันของตัวเองไปด้วย หรือ Ghost Rider ที่มีความสามารถในการโจมตีรุนแรงที่สุดในหมู่ฮีโร่ทุกตัว แต่การโจมตีแต่ละครั้งต้องใช้ HP ของตัวเองเข้าแลกเป็นต้น โดยต้องชมผู้พัฒนาที่สามารถออกแบบฮีโร่ออกมาได้ค่อนข้างสมดุล ไม่ได้รู้สึกว่ามีฮีโร่ตัวใดตัวหนึ่งที่เก่งหรืออ่อนกว่าคนอื่น ทำให้ผู้เล่นสามารถจัดทีมและการ์ดตามความชอบของตัวเองได้อย่างเต็มที่ และทำให้เกมสามารถเล่นซ้ำได้หลายครั้งด้วยทีมหรือชุดการ์ดใหม่ ๆทั้งนี้ เกม Marvel's Midnight Suns ก็มีส่วนที่แอบรู้สึกจำกัดอยู่เหมือนกันเมื่อเทียบกับเกมวางแผนคล้าย ๆ กัน ซึ่งก็คือเรื่องของแผนที่ในเกม ที่มีลักษณะเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมโล่ง ๆ กว้าง ๆ เหมือนกันหมด จะแตกต่างก็เพียงตำแหน่งของสิ่งของที่กระจัดกระจายอยู่ในฉาก ที่เราสามารถใช้เพื่อโจมตีศัตรูได้ (เช่นปากล่องลังใส่ศัตรู หรือถีบศัตรูให้กระเด็นไปโดนถังแก๊ซระเบิด) ซึ่งส่งผลให้เกมขาดมิติในเรื่องของการเคลื่อนที่ รวมไปถึงรูปแบบของภารกิจที่แม้จะเป้าหมายแตกต่างกัน เช่นด่านหนึ่งอาจต้องแฮ๊คคอมพิวเตอร์สามเครื่อง ในขณะที่อีกด่านให้จับศัตรูมาสอบสวน แต่เมื่อเอาเข้าจริงกลับเล่นไม่ต่างกันเลย ยิ่งเล่นไปถึงช่วงท้าย ๆ ที่เริ่มจัดชุดการ์ดเป็นเรื่องเป็นราว ยิ่งแทบไม่ต้องสนใจภารกิจเลย เพราะสามารถจำกัดศัตรูแทบหมดด่านได้ตั้งแต่ตาแรกกราฟิกไม่ดี ใครว่าไม่มีผลต่อเกมเพลย์ในระหว่างการต่อสู้แต่ละด่าน ผู้เล่นจะถูกพาไปยังฐานทัพของกลุ่ม Midnight Suns ที่ชื่อว่า The Abbey ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานที่ให้ผู้เล่นเปิดหาการ์ดใหม่และจัดชุดการ์ดของฮีโร่แต่ละตัวแล้ว ผู้เล่นยังสามารถทำการค้นกว้า (Research) หลากหลายรูปแบบเพื่อรับทักษะแบบติดตัวได้หลากหลายชนิด เช่นการเพิ่มจำนวนไอเทมที่ใช้ได้ในแต่ละด่าน หรือเพิ่มปริมาณทรัพยากรณ์ที่ได้หลังผ่านด่านในเกมเป็นต้น ที่สำคัญคือผู้เล่นจะสามารถชวนฮีโร่ในทีมทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่นการเล่นไพ่ ดูหนัง กินเหล่า หรืออ่านหนังสือ เพื่อพัฒนาระดับ Friendship Level ระหว่าง The Hunter และฮีโร่นั้น ๆ ซึ่งก็จะปลดล๊อคทักษะติดตัวให้ฮีโร่แต่ละตัวนั่นเอง ซึ่งคนที่เคยเล่นเกมซีรีส์ XCOM ของผู้พัฒนา Firaxis Games น่าจะคุ้นเคยกับระบบตรงนี้ดีความแตกต่างสำคัญระหว่าง The Abbey และฐานทัพในเกม XCOM คือการที่ผู้เล่นจะสามารถสำรวจ The Abbey ได้อย่างอิสระในมุมมองบุคคลที่ 3 แทนที่จะเป็นเพียงการกดหน้าเมนูอย่างเดียวเหมือนใน XCOM ซึ่งในความเห็นของผู้เขียน (ในฐานะคนที่เป็นแฟนเกม XCOM ด้วย) รู้สึกว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด และทำให้เกมเพลย์ฝั่ง Abbey รู้สึกยุ่งยากและใช้เวลาเกินความจำเป็นไปหน่อย เพราะผู้เล่นต้องคอยวิ่งไปมาระหว่าง NPC หลายตัวซ้ำ ๆ ระหว่างการต่อสู้ทุกครั้งตลอดเกมเพื่อเปิดซองการ์ด อัปเกรดการ์ด ทำการค้นคว้าหลาย ๆ อย่าง เข้าฉาก Hangout กับฮีโร่ และอีกมากมาย แทนที่จะสามารถกดเลือกจากเมนูได้อย่างรวดเร็วจะได้รีบกลับเข้าฉากต่อสู้อันที่จริงผู้เขียนรู้สึกว่าไม่มีเหตุผลใด ๆ เลยที่ฉาก The Abbey จำเป็นต้องเปิดให้สำรวจได้แบบ 3D เช่นนี้ เพราะทุกสิ่งที่สามารถทำได้ใน Abbey สามารถทำได้ง่ายกว่าจากหน้าเมนู โดยสิ่งเดียวที่ดูจะทำได้เฉพาะในระบบมุมมองบุคคลที่ 3 คือระบบการแก้พัซเซิ่ลและหาของสะสมจำนวนมากที่ซ่อนอยู่รอบ ๆ ฉาก The Abbey ที่จะปลดล๊อคเนื้อเรื่องเบื้องหลังตัวละคร The Hunter, The Caretaker, และ Lilith เท่านั้น (ทั้ง 3 เป็นตัวละครใหม่สำหรับเกม) ซึ่งผู้เขียนไม่ได้รู้สึกว่าน่าสนใจเท่าไหร่ แถมพัซเซิ่ลที่ว่านี้ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบที่สามารถแก้ได้ในคลิ๊กเดียวด้วย ทั้งหมดทั้งมวลรวมกันจึงรู้สึว่าฉาก The Abbey มีความยืดยาวเกินจำเป็นไปมาก อันเป็นเหตุจากการออกแบบของผู้พัฒนาเองการสำรวจฉาก Abbey อาจจะรู้สึกราบรื่นกว่านี้ ถ้ากราฟิกในเกมมีความสวยงามทันสมัยเหมือนเกม AAA หลายเกมในตลอด หรืออย่างน้อยก็มากพอจะทำให้ฉากรู้สึกสวยงามน่าประทับใจกว่านี้ แต่กราฟิกใน Midnight Suns กลับดูเหมือนหลุดมาจากปี 2014 มากกว่าเป็นเกมฟอร์มใหญ่ของปี 2022 ด้วยกราฟิกพื้นผิวและโมเดลตัวละครที่ออกจะหยาบ ๆ แข็ง ๆ อยู่ไม่น้อย แถมการออกแบบแผนที่ก็มักเป็นทางเดินแคบ ๆ อันว่างเปล่า ไม่มีอะไรให้มองหรือทำเลย ซึ่งก็ทำให้ฉาก Abbey โดยรวมไม่น่าสนใจไปด้วย บอกตามตรงว่าถ้าเกมเพลย์ฝั่ง Abbey ถูกปรับให้กระชับกว่านี้ เกมคงได้คะแนนจากผู้เขียนไปมากกว่านี้พอสมควรหากคุณเป็นแฟนตัวยงของจักรวาลมาร์เวล หรือเป็นคนที่ชื่นชอบการเล่นการ์ดเกมเป็นชีวิตจิตใจ Marvel's Midnight Suns ถือเป็นเกมที่สร้างมาโดยคนแบบคุณ เพื่อคนแบบคุณเลย แต่สำหรับคนอื่น ๆ ก็อาจต้องลองถามใจตัวเองว่าเราชอบฮีโร่เหล่านี้แค่ไหน ชอบในระดับที่จะอดทนฟังพวกเขาร่ายยาวเกี่ยวกับสิ่งนั้นสิ่งนี้ทีละ 5-10 นาทีได้ไหม ไม่อย่างงั้นคงได้กดข้ามฉากคัตซีนจนไม่รู้เรื่องแน่ ๆ
01 Dec 2022
[Review] รีวิว Land of the Vikings เกมสร้างเมืองภาพสวย สไตล์ไวกิ้ง
หลังจากที่ผู้เขียนห่างหายไปนานเนื่องจากช่วงนี้อดตาหลับขับตานอนตรากตรำทำงานทั้งงานราษฎร์ งานหลวง จนไม่มีเวลาได้เปิดเกมเล่น วันนี้ผมเครียร์งานหมดแล้วครับทุกคน เล็ง ๆ เกมใน Steam เอาไว้อยู่นาน นั่นก็คือ Land of the Vikings ในที่สุดวันนี้ผมก็ได้เล่นมันสักที (ฮั่นแหนะ ทุกคนผู้เขียนเล่นเกมเกี่ยวกับไวกิ้งนะครับ ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนคิดกัน ไวกิ้งนะครับ โนกิ้งอื่น สวงสวิง อะไรไม่ใช่นะครับ ฮ่า ๆ)Land of the Vikings วางจำหน่ายบน Steam เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2022 ในแบบ Early Access และติดเทรนด์บน Steam ในช่วงเวลานั้นด้วย ผู้เขียนอยากเล่นมาก ๆ และในที่สุดก็มีเวลาได้มาเล่นมันสักทีครับ ใครที่กำลังหาเกมสร้างเมืองใหม่ ๆ เล่นอยู่ มาอ่านรีวิวในบทความนี้ท่องโลกไวกิ้งไปกับผมก่อนได้เลยจงลืมภาพจำไวกิ้งที่เคยมีมา ลบมันออกจากหัวไปให้หมดเมื่อมาเล่นเกมนี้ชนเผ่าไวกิ้งในเกมนี้นั้นอาจจะดูไม่ได้ดุดันเหมือนในภาพจำของเราเท่าไหร่นัก ไม่ได้โหดร้ายป่าเถื่อนถือขวานปล้นฆ่า ขับเรือไล่ล่าอาณานิคมแบบโคตรพี่เบิ้มตามในภาพยนตร์ต่าง ๆ ที่พวกเราเคยดูมา เกมนี้เราแค่เป็นชนเผ่าที่มีชื่อว่าไวกิ้งลงหลักปักฐานเพื่อสร้างเมืองอย่างสงบเมื่อเข้าเกมมาจะไม่มีโหมดให้เราเลือกครับ แต่มีแผนที่ให้เราได้เลือกเล่นแบ่งตามระดับความยากง่ายด้วยความใหญ่ของแผนที่ (ความยากง่ายของการหาทรัพยากร) เราสามารถสร้างสัญลักษณ์ และตั้งชื่อหมู่บ้านได้ตั้งแต่เริ่มเกม แต่อย่าคาดหวังนะครับเพราะมันไม่ได้มีให้เราเลือกมากนัก ฮ่า ๆ มีเควสให้เราได้ทำว่าควรสร้างอะไรสิ่งไหนก่อน เป็นกึ่ง ๆ Toturial ที่จะคอยสอนการเล่นเกมให้เราไปในตัวด้วยครับการสั่ง Ai ให้ไปหาทรัพยากรต่าง ๆ ทำได้ง่ายไม่ยุ่งยากระบบต่าง ๆ ในการหาทรัพยากรของเกมนี้ ดูออกแบบมาให้ง่ายต่อผู้เล่นเกมครับ เหมือนเอาข้อดีของเกมอื่น ๆ ที่ยังไม่ค่อยสมบูรณ์มาดัดแปลงใส่ในเกมตัวเองให้ใช้งานง่ายขึ้น (ไม่ใช่ว่าเกมอื่น ๆ ยากหรือไม่ดีนะครับ แต่บางเกมมีคีย์ลัดในการลากคลุมบริเวณพื้นที่อาจจะค่อนข้างทำให้เราวุ่นวาย) เกมนี้เราแค่กดปุ่มตามอุปกรณ์ที่เราต้องการแล้วก็ลากคลุมพื้นที่ในบริเวณที่เราต้องการให้ชาวบ้านในหมู่บ้านไวกิ้งของเราไปหาทรัพยากรไม่ว่าจะเป็น ตัดไม้, ขุดหิน, หรือแม้แต่การหาของป่า เป็นต้น คลุมพื้นที่ปุ๊บจะมีสัญลักษณ์ขึ้นแจ้งให้เราทราบทันทีทันใดว่าระบบได้ทำการมาร์กพื้นที่บริเวณนี้ไว้แล้ว ชาวบ้านจะเดินฉึบฉับ ๆ มาช่วยกันขนทรัพยากรกลับไปครับมีระบบอัพเกรดเหมือนเกมอื่น ๆ เลยไม่ได้ทำให้ประหลาดใจในส่วนนี้มากนักจากที่เล่นมานั้นผู้เขียนคิดว่า Dev ค่อนข้างเน้นกับสิ่งนี้อยู่เหมือนกันครับ จากรูปแบบ Skill Tree ที่ทำเป็นรูปต้นไม้เป็นเงาอยู่ด้านหลัง เมื่อเราเล่นเกมไปเรื่อย ๆ จะได้แต้มมาอัพในส่วนนี้ครับ อัพเพื่อปลดล็อค Decorate (ของตกแต่งต่าง ๆ) หรืออัพทักษะให้ชาวบ้าน เช่น ความสุขเพิ่มขึ้น 1% ความรวดเร็วเพิ่มขึ้น 1% เป็นต้นครับ ไม่อัพก็ได้ครับแต่จะไปไหนต่อไม่ได้เลยเพราะไม่ผ่านเควส ฮ่า ๆ ๆคอมต้องแรงระดับหนึ่ง ถ้าไม่อยากรอโหลดนาน ๆ ดับฝันคอมคุณปู่อย่างไม่ใยดีเกมนี้เป็นเกม 3D จำลองสถานการณ์อาณานิคม ที่มีมุมมองจากด้านบนลงมาครับ ซึ่งยังเป็นตัวเกมแบบ Early Access อยู่ครับ ถึงแม้ว่าตัวเกมจะไม่ได้รีเควสความต้องการของระบบที่สูงอะไร แต่ Frame Rate ค่อนข้างตกบ่อยมาก ๆ สำหรับคอมของผู้เขียน ช่วงโหลดเข้าเกมก็จะรอนานมาก ๆ ครับ ถึงแม้ว่าความต้องการของระบบจะผ่าน แต่ผมมองว่าถ้าใครไม่ชอบเล่นเกมที่กระตุกบ้างเป็นบางจังหวะ ผมแนะนำให้ข้ามเกมนี้ไปก่อน รอดูว่าผู้พัฒนาจะมีการแก้ไขอะไรในส่วนนี้ในอนาคตหรือไม่? แล้วถึงตอนนั้นค่อยตัดสินใจอีกทีก็ได้ครับระบบการควบคุมของเกมนี้ไม่ได้ใช้งานยากเลยครับ ถ้าใครเคยเล่นเกมแนว ๆ นี้มาแล้วแทบจะไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย การ interact (ปฏิสัมพันธ์) กับสิ่งปลูกสร้าง หรือของตกแต่งต่าง ๆ หรือการลากคลุมก็ไม่ต้องจำคีย์ลัดให้วุ่นวายเลย เพราะมี Hint การใช้งานอยู่ขวามือบอกเราอยู่ตลอดครับ มีเควสเป็นกึ่ง ๆ Toturial คอยสอนเราเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับเราจนเราชำนาญเลยครับ ฮ่า ๆUser interface ของเกมนี้เรียบง่ายครับ ใช้งานง่ายอีกด้วย ไม่ต้องกลัวลืมปุ่มต่าง ๆ เพราะตัวเกมจะมีข้อความคอยบอกเราตลอดว่าต้องกดปุ่มไหนยังไง หมุนมุมกล้องใช้ปุ่มไหน หลังจากที่เรากดเลือกกิจกรรมต่าง ๆ ไปแล้ว เช่น เราต้องการสร้างสิ่งปลูกสร้างจะมีข้อความทางด้านขวามือแจ้งบอกเราเลยว่า Rotate ปุ่มไหน เป็นต้น สะดวกสบายจริงจริ๊งงงงงสรุปสำหรับตัวผู้เขียนยังรู้สึกว่าไม่มีอะไรแปลกใหม่กับเกมนี้ครับ ไม่แตกต่างอะไรจากเกมอื่นมากนัก แต่ผมกลับชอบระบบต่าง ๆ ในการเล่นเกมไม่ว่าจะคีย์ลัดต่าง ๆ ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายกับผู้เล่นอย่างเราจริง ๆ ครับ ถึงแม้จะไม่ใช่ไวกิ้งในภาพจำอย่างที่เราเคยเห็นมาในภาพยนต์ หรือตามหนังสือการ์ตูนต่าง ๆ เกมนี้มันคือการสร้างอาณานิคมแบบไวกิ้งซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างตามวัฒนธรรมในแบบสแกนดิเนเวียใครชอบเกมแนวนี้ ผมว่าเกมนี้ถึงแม้การเล่นภายในจะไม่ต่างจากเกมอื่นมากนัก และมีบัคให้ได้เห็นแบบละลานตาเพราะอยู่ในช่วง Early Access แต่ก็เป็นอีกเกมหนึ่งที่น่าสะสมไว้ในคลังใช้เล่นแก้เบื่อฆ่าเวลาได้อยู่ครับ อาจจะไม่ได้ดีมากแต่มันก็ทดแทนด้วยระบบ User interface ที่ออกแบบมาให้ผู้เล่นอย่างเราเราใช้งานได้ง่าย ก็ถือว่าทำให้การเล่นเกมไม่น่ารำคาญและไม่ต้องไปงมกับมันมากว่าปุ่มอยู่ไหนใช้งานยังไง และถึงแม้ว่าคอมพิวเตอร์ของเราจะผ่านความต้องการของระบบ นั่นก็ไม่ได้หมายถึงว่าเราจะได้ Frame Rate ที่เราคาดหวังเอาไว้นะครับ ถ้าใครทนเล่นเกมที่จะมีการกระตุกอยู่เรื่อย ๆ และต้องรอโหลดที่นานกว่าปกติ ผมบอกเลยว่าเกมนี้จะไม่ใช่ไทป์ของเพื่อน ๆ แน่นอนใครสนใจสามารถสั่งซื้อได้ใน Steam ราคา 289 บาทเท่านั้นครับ ไม่แพงใช่ไหมล่ะครับ (ซึ่งผมก็มองว่ามันไม่ได้แพงเกินไป) ถึง User interface จะเรียบง่ายไปหน่อยแต่ก็ถือว่าสมราคาแหละครับ แต่ตอนนี้เป็นช่วงปลายปีมี Sale ใหญ่ ๆ ใน Steam เยอะแยะมากมายไม่ว่าจะเป็น Black Friday Sale, Winter Sale ยาวกันไปถึง New Year Sale ถ้าอยากสะสมติดคลังไว้ผู้เขียนบอกเลยว่านี่เป็นช่วงเวลาทองของคุณแล้วครับ ฮ่า ๆสั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/1981570/Land_of_the_Vikings/
26 Nov 2022
[Review] รีวิว Call of Duty: Warzone 2.0 & DMZ สองโหมดเล่นฟรี !! คุณภาพคับแก้วจาก Call of Duty
หลังจากปล่อยให้แฟนเกมทั่วโลกที่ยอมเสียเงินไปดุเดือดกันในโหมด Multiplayer กันมาแล้ว คราวนี้แฟนเกมสายฟรีก็ถึงเวลาจะได้สัมผัสกับซีรีส์เกมยิงแห่งปีอย่าง Call of Duty กันบ้างใน Modern Warfare II ฉบับเล่นฟรี ที่มีให้เล่นกันถึง 2 โหมดอย่าง DMZ และ Warzone 2.0 ที่เป็นการยกเครื่องใหม่จาก Warzone ภาคแรก แต่ทั้งสองโหมดนี้มันจะยอดเยี่ยมแค่ไหน เราเล่นมาแล้ว เราจะมาเล่าและรีวิวให้ได้ดูกันDMZ โหมดใหม่สดระทึกกับเกมการเล่นแบบ PvPvEเริ่มกันที่โหมดแรกที่มาในรูปแบบเล่นฟรีก่อนเลย คือโหมด DMZ หรือเรียกอย่างเป็นทางการได้ว่า Extraction Mode หากใครนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงพื้นที่ Dark Zone ในเกม The Division หรือเกมเพลย์การเล่นที่ "คล้าย" กันกับ Escape from Tarkov เป้าหมายของเกมนี้ไม่มีความตายตัวหรือแน่นอน ขึ้นอยู่กับผู้เล่นว่า อยากจะทำอะไรในโหมดนี้ แต่หลัก ๆ แล้ว จะมีภารกิจของ Faction ต่าง ๆ มาให้เราทำ และเราก็ต้องเข้าไปลูทของ หาของในฉาก จากนั้นพยายามหลบหนีออกมาจากแผนที่Loadout ในโหมดนี้จะถูกแบ่งแยกออกมาจากเกมหลักและ Warzone เพราะรปแบบการเล่นที่ต่างกัน จึงใช้ระบบที่ต่างกัน ในโหมดนี้ ผู้เล่นจะได้รับอาวุธประเภท Contraband Weapon หรืออาวุธเถื่อน ได้จากการเข้าไปหาตามฉากเท่านั้น อาวุธประเภทนี้หากพลาดท่าตายขึ้นมาในเกมรอบนั้นจะหายไปเลย ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้ ต้องไปหาใหม่เท่านั้น และอีกประเภทคือ Insured Weapon หรืออาวุธมีประกัน อาวุธประเภทนี้ก็จะเหมือนกับอาวุธใน Loadout ของเราที่สามารถเอาเข้าไปใช้ได้ แต่ถ้าพลาดท่าตายขึ้นมา มันจะไม่หายไป แต่จะติดคูลดาวน์ใช้งานไม่ได้ไป 2 ชั่วโมงแทนสำหรับโหมดนี้จะรองรับผู้เล่นสูงสุด 3 คน แต่ใครคิดว่าแน่พอ สามารถไปลุยคนเดียวได้ ก่อนเริ่มเกมเราจะได้จัด Mission List ที่เราจะรับเข้าไปทำในเกม รวมไปถึงจัด Loadout สิ่งของที่เราจะพกเข้าไปได้ และเมื่อเข้าสู่เกมแล้ว ผู้เล่นอยากจะทำอะไร หรือเล่นแบบไหน ก็แล้วแต่ผู้เล่นจะกำหนดเองเลย สำหรับแผนที่ในเกมนี้ก็คือ Al-Mazrah เป็นแผนที่ที่เราได้เล่นกันในโหมด Multiplayer หรือ Warzone อยู่ดี แต่จะไม่มีวงบีบ แต่มีเวลามาจำกัดแทน เกมการเล่นแต่ละรอบจะมีเวลาอยู่ที่ 25 นาที และเมื่อเวลาหมด 25 นาทีแล้ว หมอกพิษหรือวงบีบจะค่อย ๆ หดตัวเข้ามาในแผนที่ ซึ่งจะมีเวลาให้เราหาทางหลบหนีได้อีก 8 นาที รวม ๆ แล้วเกมการเล่น 1 รอบ ถ้าผู้เล่นเล่นแบบจัดเต็มก็จะใช้เวลาประมาณ 25 นาที แต่ถ้าเอ้อระเหยลอยชาย ลืมดูเวลา ก็อาจจะกินเวลาเป็นครึ่งชั่วโมงอย่างที่บอกไปว่าเกมนี้ไม่มีการระบุชัดเจนว่าผู้เล่นต้องทำอะไร แต่สิ่งสำคัญคือการทำภารกิจ Faction ให้สำเร็จ เพราะภารกิจ Faction นั้น ให้รางวัลตอบแทนที่สูงมาก แต่ยิ่งทำไปไกลก็ยิ่งมีเงื่อนไขที่ยากขึ้น เช่นการบุกไปยังสถานที่เฉพาะ การค้นหาของและ Exfil หรือหลบหนีออกมาด้วย ผู้เล่นอาจจะเข้าไปเล่นโดยไม่ต้องวางแผนอะไรเลยก็ได้ แต่ถ้าคิดไว้ก่อนว่าจะทำอะไร จะดีกว่า เพราะแผนที่ภายในเกมนั้นใหญ่มาก หากเล่นโดยไม่วางแผนไว้ก่อน เราอาจจะไม่ค่อยได้อะไรกลับออกมาเลย นอกจากเงินเล็กน้อย และค่า EXP เท่านั้น แต่หากทำภารกิจ เรามีโอกาสได้ทั้งเงินและ EXP ที่สูงกว่า และอาจจะได้อาวุธ Contraband ใหม่ ๆ มาใช้  กรณีที่เราสามารถ Exfil หรือหลบหนีออกจากพื้นที่ได้ ไอเทมทั้งหมดที่ได้มา จะถูกเก็บไว้ใช้ในรอบต่อไป แต่เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเอาของทั้งหมดไปใช้ เราอาจจะเลือกเก็บบางอย่างไว้ และเอาบางอย่างไปใช้ เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของเกมรอบนั้น ๆ และโหมดนี้คือโหมดที่ผู้เล่นจะได้เจอทั้งศัตรูที่เป็น A.I. และศัตรูที่เป็นผู้เล่นด้วยกัน มันคือแนว PvPvE นั่นเอง แต่สำหรับคนที่เคยเล่น DMZ มาแล้ว น่าจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่ทำให้เกมนี้น่ากลัวอย่างมาก คือ A.I. เพราะ A.I. เกมนี้มีหลากหลายแบบ แต่ความแม่นยำในการยิงผู้เล่นอย่างเรา ๆ นั้น เข้าขั้น Aimbot กันเลยก็ว่าได้ บางครั้งหลบอยู่หลัง Cover มันก็ยังยิงทะลุมาได้อยู่ดี แถมพวก A.I. ในพื้นที่โหด ๆ อย่าง Stronghold นั้น ถึงขั้นใส่เกราะหนา ชนิดที่ว่า สไนเปอร์ยิงหัวนัดเดียวแล้วยังไม่ตาย ดังนั้นโหมด DMZ นี้ หากคิดจะเล่นคนเดียวก็ถือว่ายากพอสมควร เพราะบอทโหดไม่พอ เจอผู้เล่นด้วยกันเองก็ตึงไม่แพ้กันแต่หัวใจสำคัญและไอเทมที่โดดเด่นในโหมดนี้คือ Weapon Caseสีทองที่ถูกระบุชัดเจนอยู่ในพื้นที่ หากมีทีมผู้เล่นคนใดก็ตามไปเอามาได้ จะถูกหมายหัวให้ผู้เล่นทั้งหมดที่เหลืออยู่ทราบถึงตำแหน่งที่อยู่ เอาง่าย ๆคือเราจะตกเป็นเป้าล่าของคนทั้งเกมในรอบนั้น ๆ ดังนั้นใครที่คิดจะไปเก็บ Weapon Case ก็ต้องใจถึงพึ่งได้กันทั้งทีม เพื่อหลบหนีออกมา ของตอบแทนก็จะเป็นสกินแบบพิเศษที่เท่โดนใจ คุ้มกับความยากลำบากในการฝ่าไปเอามันมาแน่ ๆ นอกจากนั้นอีกอย่างที่สำคัญคือ Radiation Zone ที่ตอนนี้เป็นพื้นที่ยอดฮิตในการเข้าไปเก็บอาวุธปืน Assault Rifle ที่เพิ่งอัปเดตเข้ามาในเกมอย่าง M13B Assault Rifle ด้วยแต่สำหรับคนที่ไม่ชอบไปแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับใคร เอาแค่ภารกิจ Faction ที่เรารับมา การไปสู้กับบอท หาของไปขายในตอนจบ ก็ถือว่าเป็นโหมดที่สนุกและระทึกตื่นเต้นมาก ๆ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า วินาทีที่เราพอใจกับรอบนั้นแล้ว และต้องไปยังจุดส่งตัว เพื่อหนีออกจากแผนที่ ในขณะเรียกเฮลิคอปเตอร์มารับ และรอลุ้นว่าจะโดนดักโจมตี หรือจ๊ะเอ๋กับผู้เล่นอื่นระหว่างรอหรือไม่ เมื่อผสมผสานกับเกมเพลย์อันดุเดือดของ Call of Duty คงบอกได้แค่ว่า Call of Duty นั้น ยืมจุดเด่นของเกมดัง ๆ และสไตล์เกมอื่น ๆ มาประยุกต์ใช้กับตัวเองได้อย่างลงตัวจริง ๆ โหมด Warzone 2.0 เกือบเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือปรับหลายอย่างให้ดีขึ้นและสนุกขึ้นมาต่อกันอีกทีอีกโหมดที่ชาวเกมสายฟรีได้สัมผัสกันกับ Warzone 2.0 แน่นอนว่าชื่อของ Warzone นั้นอยู่คู่กับซีรีส์ Call of Duty มาได้กว่า 2 ปีแล้ว นับตั้งแต่ภาค Modern Warfare 2019 ลากยาวมาจนถึงภาค Vanguard ซึ่ง Warzone 2.0 นั้น จะแยกตัวออกมา และพ่วงกับตัวเกมภาค Modern Warfare II (2022) นี้แทนสำหรับโหมดนี้ ต้องบอกว่าอาจจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมาก เริ่มจากเรื่องของแผนที่ ยังคงเป็น Al-Mazrah เหมือนกับโหมด DMZ สำหรับแผนที่นี้ก็ถือว่าเป็นแผนที่ที่เล่นสนุกอยู่เหมือนกัน เพราะมีรูปแบบดีไซน์แผนที่ที่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ตัวเมืองขนาดเล็ก ที่มีอาคารชั้นเดียว หรือตัวเมืองขนาดใหญ่ที่มีอาคารหลากหลายชั้น ทำให้เกมเพลย์การเล่นในรูปแบบ Battle Royale ของ Warzone 2.0 นั้น มีหลากหลายสถานการณ์ให้เราปะทะด้วยอย่างน่าตื่นเต้นอย่างแรกที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเลยคือ เรื่องของ Loadout ที่เหมือนจะลดความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้เล่นสายฟรี กับผู้เล่นที่มีเกมเต็ม เพราะคราวนี้ Loadout ที่แต่งมาอย่างสมบูรณ์แล้ว จะมีวิธีในการเข้าถึงที่หลากหลายกว่า แต่ก็ยากกว่า อย่างภาคแรก ผู้เล่นสามารถกดซื้อได้จาก Buy Station ได้เลย แต่ภาคนี้ การซื้อจาก Buy Station จะได้เพียงอาวุธชิ้นแรกใน Loadout นั้นเท่านั้น การจะได้ Loadout แบบเต็ม ๆ ที่เราแต่งไว้ จะต้องไปวิ่งหาจาก Loadout Drop Incoming ที่เหมือนกับ Airdrop ในเกมอื่น ๆ และอีกวิธีคือการบุกตี Stronghold ที่เป็นฐานที่มั่นของพวก A.I. แต่ก็มีความเสี่ยงในการโดนผู้เล่นอื่นบุกมาตลบหลังอีกทีด้วยนอกจากนั้น Buy Station แต่ละจุดยังมีไอเทมที่มีความสำคัญขายอยู่อย่างจำกัด อย่างเช่น UAV ที่เป็นไอเทมสแกนพื้นที่รอบ ๆ เพื่อเปิดเผยตำแหน่งของศัตรู หากตรงไหนมีคนซื้อไปแล้ว ก็จะไม่สามารถซื้อซ้ำอีกได้ ทำให้เราอาจจะต้องวางแผนกันตั้งแต่ Landing ลงพื้นแล้วว่าจะลงตรงไหน เพื่อสร้างความได้เปรียบที่ดีที่สุดให้กับเราหรือทีมอีกส่วนสำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนเลยคือเรื่องของคุก Gulag จากที่เป็นการดวล Gunfight 1vs1 แต่ในภาคนี้ สิ่งที่เปลี่ยนไปจะเป็นการจับคู่กับคนอื่นแบบ 2vs2 แทน ถ้าเกิดเรากับเพื่อนในทีมตายมาด้วยกันหรือพร้อมกันก็จะได้จับคู่กันแน่นอน แต่ถ้าไม่ใช่เราก็จะได้จับทีมกับผู้เล่นอื่นแบบสุ่ม และได้อาวุธแบบสุ่มมาใช้ ซึ่งส่วนมากจะเป็นปืนพก จากนั้นการต่อสู้ก็จะเริ่มต้นขึ้น และหากภายในระยะเวลาที่กำหนด ทั้งสองทีมยังไม่สามารถจัดการกันเองได้ ก็จะมี Jailer หรือผู้คุมคุกออกมา คราวนี้เราสามารถเลือกได้ว่าจะร่วมมือกับทีมศัตรู แล้วโค่นผู้คุมคุกและหนีออกไปด้วยกันทั้ง 4 คน หรือจะฆ่ากันให้ตายเหมือนเดิมแล้วออกมาทีมเดียว เรียกได้ว่าเป็นอีกทางเลือที่สนุกและสร้างสีสันให้ไม่น้อยนอกจากนั้น สิ่งที่ยังคงอยู่ แต่ถูกเพิ่มเข้ามา หรือปรับเปลี่ยนบาลานซ์ให้เหมาะสมขึ้น ก็คือเรื่องของ Contract Mission หรือภารกิจต่าง ๆ ที่อยู่ในเกม ในภาคนี้หากคิดจะหาเงินในเกมให้ได้เยอะขึ้น การทำภารกิจดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด จากในภาคที่แล้ว การหาเงินจะทำได้ง่าย ๆ โดยการเปิดกล่องลูทของตามฉาก แต่ภาคนี้ การได้เงินจะยากขึ้นมาก ทำให้การชุบเพื่อน การซื้อของชิ้นต่าง ๆ จะต้องใช้เวลามากขึ้น แต่การทำพวก Contract Mission จะทำให้ได้เงินมากขึ้น แต่ก็เสี่ยงกับการเจอผู้คนมากขึ้นด้วยสำหรับ Warzone 2.0 นั้น อาจจะไม่ได้มีความแตกต่างจากภาคแรกมากนัก แต่เป็นการปรับปรุงในหลาย ๆ ด้าน หลาย ๆ ส่วน ให้ดีขึ้น และลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนที่มีเกมเต็มกับเล่นฟรีในภาคแรก บอกได้เลยว่า Call of Duty: Modern Warfare II ปีนี้ จัดเต็มทั้งเกมหลัก และเกมแยกสำหรับคนเล่นฟรีจริง ๆ ใครกำลังมองหาเกมฟรีเล่นอยู่ บอกเลยว่า จัดเต็มสำหรับเกมนี้
24 Nov 2022
[Review] Pokémon Scarlet & Violet ก้าวแรกสู่ Open-World แท้ของซีรีส์โปเกม่อน ที่อาจไม่สวยงาม แต่ยังสนุกตามสูตร
และแล้ว เวลาที่เหล่าโปเกม่อนเทรนเนอร์ทั้งหลายรอคอยก็มาถึง กับการมาของเกมในซีรีส์ภาคใหม่แกะกล่องบนเครื่อง Nintendo Switch ที่ได้มีการโปรโมตอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการเปลี่ยนแปลงระบบเกมให้เป็นแบบ 'โลกเปิด' กับ Pokémon Scarlet & Violet นั่นเองหากบางคนยังไม่เข้าใจกับคำว่าโลกเปิด หรือ Open-World เราก็พร้อมที่จะแถลงไข ถ้ากล่าวแบบง่าย ๆ เลย คือรูปแบบของเกมที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นจะทำอะไรก็ได้ มีอิสระในการเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ ไม่มีภารกิจอะไรมาบังคับให้ต้องทำเพื่อผ่านไปยังพื้นที่ถัดไปภายในเกมซึ่งปกติแล้วเกมซีรีส์ Pokémon เป็นระบบ 'คุณจะต้องไปจุด 1 แล้วไป 2 ต่อด้วย 3' และสานต่อไปเรื่อย ๆ มาแทบทุกภาค แต่ล่าสุดกับการโยนหินถามทางสร้างเกม Pokémon : Legend Arceus ในช่วงต้นปี 2022 ที่เป็นเกมกึ่งโลกเปิด ก็ทำให้พวกเขาได้นำมาปรับปรุงและสานต่อความสนุกในภาคใหม่นี้ได้ถูกทางแล้วนั่นเอง!การพัฒนาจากการนำสิ่งที่เคยสร้างมาเป็นพื้นฐานจากการที่ผู้เขียนได้สัมผัสเกม Pokémon ในเจนหลัก ๆ 1-8 มาครบแล้วนั้น สามารถบอกได้เลยว่าทางผู้พัฒนามีความใส่ใจในการเอารูปแบบการเล่น ความสนุกและน่าสนใจจากภาคเก่า ๆ มาดัดแปลงให้ผู้เล่นได้เพลิดเพลินจนอาจไม่ได้สังเกตเลยก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบโลกเปิด อิสระในการเล่นตามใจ พัฒนามาจากภาค Legend Arceus ตามที่กล่าวไปในข้างต้น, ระบบโปเกม่อนเดินตามและคอยเก็บของตามเราสั่งจากภาค Heart Gold & Soul Silver, ระบบถ่ายและแต่งรูปภาพจาก XY, ระบบแชร์เลเวลและจดจำท่าที่เคยมี, ระบบสภาพอากาศ กลางวันและกลางคืนจากทั้งภาค Sun & Moon และ Sword & Shield และอื่น ๆแต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะมีแค่ของเก่านะ! เพราะระบบที่เพิ่มเข้ามาอย่าง Terastallize ที่จะเพิ่มความสามารถให้โปเกม่อนของเราเปลี่ยนธาตุกลายเป็นธาตุอื่น เสริมความได้เปรียบในการต่อสู้มากขึ้น, ระบบส่งโปเกม่อนสู้ตามเส้นทางอัตโนมัติ ไม่ต้องเข้าหน้าแบทเทิล หรือจะเป็นระบบ Picnic ที่เปิดให้เราได้สานความสัมพันธ์กับโปเกม่อนด้วยการเล่นบอลและอาบน้ำ ซึ่งหากค่าความสัมพันธ์เราสูงถึงระดับหนึ่งมันจะช่วยในการต่อสู้ด้วย (เช่น โปเกม่อนของเราจะไม่ยอมสลบ แม้จะโดนโจมตีที่ควรสู่ขิตแล้วก็ตาม) รวมไปถึงการทำแซนด์วิช เพิ่มบัฟในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น โอกาสการเจอโปเกม่อนหายาก, จับง่ายขึ้น, เลเวลสูงขึ้น และอื่น ๆรูปแบบการเล่นที่ไม่จำกัดคือเสน่ห์ของภาคนี้บางครั้ง ผู้เล่นอย่างเรา ๆ ก็อาจจะเคยคิดว่าทำไมเราต้องเดินตามรูปเกมที่กำหนดมาเสมอ หรือทำไมฉันต้องไปตามขจัดปัญหาร้อยแปดก่อนจะได้สู้กับยิมลีดเดอร์ด้วย? แน่นอน ยังไม่รวมถึงความยากลำบากหากเราเลือกโปเกม่อนตั้งต้นที่แพ้ทางยิมแรกและยิมอื่น ๆ ในช่วงต้นเกมจนไม่อาจผ่านไปได้ง่าย ๆ คงจะหงุดหงิดไม่น้อยแต่สำหรับภาค Scarlet & Violet ผู้เล่นจะได้ลิขิตชีวิตของต้นเองว่าจะเดินทางไปในระดับความง่ายไปยาก หรือท้าทายด้วยยากไปง่าย เพราะคุณจะสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ ทำอะไรก็ได้ตามใจไม่จำกัดก่อนหลัง อย่างที่ผู้เขียนเองก็ซนจัด ๆ ไปตียิมที่ยากที่สุดในเกมเป็นยิมที่สาม จนเล่นเอาเหงื่อตก แต่ก็ตื่นเต้นใช่ย่อย!แต่ว่า หากใครคิดว่าตัวเกมจะมีแกนหลักให้เราตียิม ตีจตุรเทพ แล้วก้าวเป็นแชมเปียนส์เหมือนภาคก่อน ๆ อย่างเดียว คุณคิดผิด! เพราะในภาคนี้จะมีเส้นทางเนื้อเรื่องหลักสามเส้นให้คุณได้เลือกออกเดินทาง โดยสามารถทำไขว้-สลับกันก็ได้ ได้แก่Victory Road - เส้นทางคว้าชัย ออกเดินทางตียิมทั้งแปด ก่อนเข้าชิงชัยเพื่อเป็นแชมเปียนส์ประจำภูมิภาคPath of Legends - ออกเดินทางตามหาสมุนไพรวิเศษ เผชิญหน้ากับโปเกม่อนยักษ์กลายพันธุ์ทั้งห้า อัพเกรดโปเกม่อนมอเตอร์ไซค์คู่ใจ Koraidon หรือ Mairaidon ให้มีความสามารถเดินทางได้ง่ายยิ่งขึ้นStarfall Street - ภารกิจถล่มแก๊งเด็กหัวต่อต้าน Star ที่รวมพลเหล่าเด็กที่ถูกกลั่นแกล้งและโต้กลับ จนสามารถเอาชนะพวกเกเรได้ แต่กลายเป็นกลุ่มเกเรซะเอง!แค่สามเส้นทางนี้ก็ได้มอบประสบการณ์ที่มากมายให้ผู้เล่นแล้ว แต่มันยังไม่หมด เพราะใน Scarlet & Violet สถานะของผู้เล่นนั้นเป็น 'นักศึกษา' หมายความว่าเราก็ต้องเรียนเช่นกัน! เข้าคลาสรูมในแต่ละวิชา ตอบคำถาม รวมไปถึงสอบกลางภาคและปลายภาคเพื่อรางวัลสุดคุ้มค่าก็น่าเลือกเล่นเช่นกัน ทั้งนี้สำหรับการจบเกมแบบขึ้น End Credit และรู้เนื้อเรื่องหลักทั้งหมด ผู้เล่นจำเป็นต้องสำเร็จเส้นทางชีวิตหลัก ๆ ทั้งสามตามที่กล่าวมาต้อนรับการกลับมาของเนื้อเรื่องสุดสนุกและเข้าถึงอารมณ์ต้องกล่าวว่านับตั้งแต่เกมเจนที่ 5 ของซีรีส์ ที่ได้รับการขนานนามว่าเนื้อเรื่องดีที่สุดนั้น ก็ยังไม่มีภาคต่อมาภาคไหน ๆ ที่เข้าไปถึงหัวอกหัวใจเทียบเท่ากับภาค Scarlet & Violet นี้เลย อิงจากเนื้อเรื่องที่เรา นักเรียน ที่มีความฝันได้เข้าไปโลดแล่นในโลกที่มีผู้คนมากมาย และหลายมุมมอง เชื่อมความสัมพันธ์กับโปเกม่อน เป็นเพื่อนได้มากกว่าเดิม เกินกว่าภาคอื่น ๆ ที่มีพวกเขาเป็นเหมือนแค่เครื่องมือเท่านั้นด้วยการที่ผู้พัฒนาเลือกที่จะเขียนบทซึ่งมีความใกล้เคียงกับชีวิตคนจริง ๆ มากขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงการจี้จุดอารมณ์ได้อย่างถูกจังหวะ มันจึงทำให้เกมภาคนี้เหมือนเป็นดั่ง 'รถไฟเหาะของความรู้สึก' จริง ๆ มีทั้งอารมณ์สนุก ตลก ครินจ์ (อายแทน) และปวดตับ ซึ่งผู้เขียนเองที่ไม่เคยน้ำตาแตกในซีรีส์เกมโปเกม่อนมาก่อน ยังไม่รอดกับภาคนี้ประสิทธิภาพเกมหลักสิบ ราคาเกมหลักพัน บัคหลักล้านโอ้ ไม่... ข้อเสียอย่างยิ่งใหญ่ของเกมภาคนี้ที่ทางเราไม่สามารถปล่อยผ่านได้ก็คือประสิทธิภาพเกมที่ถูกปล่อยออกมาได้แบบน่าหยุมหัวมาก ๆ แม้ภาพและกราฟิกจะอยู่ในขั้นที่พอรับได้ตามสภาพเครื่อง Nintendo Switch ซึ่งวิ่งได้แค่นั้น และภาพก็ไม่ได้ต่างจาก Pokémon : Legend Arceus เท่าไหร่นัก แต่ทั้งความเสถียรของภาพ FPS อาการหน่วง แลค และเด้งหลุด กลับผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดจนน่ารำคาญใจนี่ยังไม่รวมไปถึงบัคอันหลากหลายที่อาจทำลายความสนุกของผู้เล่นได้ เช่นเดินตกแมพ อนิเมชั่นตัวละครไม่โหลด ตัวละครบิดเบี้ยวกลายเป็นไททัน NPC ที่เดินเข้ามาในสนามต่อสู้แบบงง ๆ และอื่น ๆ อีกเพียบจนมันกลายเป็นสีสัน และมีมในโลกอินเทอร์เน็ตเต็มไปหมดภายในวันเดียวที่ปล่อยเกมเอาเป็นว่า ถ้าใจให้กล่าวตรง ๆ นั้น Pokémon Scarlet & Violet ระบบเกมเพลย์และเนื้อเรื่องไม่แย่ แต่ห่วยแตกทางด้านประสิทธิภาพ หากใครที่รู้สึกว่าสามารถรับและทนได้กับความกระตุกหรือหน่วงเป็นบางครั้ง การเลือกภาคนี้มาเล่นก็ไม่ได้แย่เลยทีเดียว เพราะทางตัวเกมเองก็อาจจะปล่อยแพทช์อัปเดตมาในอนาคตสำหรับใครที่สงสัยว่าภาค Scarlet & Violet นั้นต่างกันยังไง เลือกภาคไหนดี ทางเราสามารถบอกได้ว่าจะต่างกันแค่ในส่วนของสีธีมส้มหรือม่วง, เนื้อเรื่องและตัวละครธีมอดีตและอนาคต และโปเกม่อนเฉพาะประจำภาค สุดแล้วแต่จะเลือกชอบและเล่นนั่นเอง ถ้าเลือกไม่ได้จริง ๆ ก็จัดทั้งสองภาคผ่านทางร้านค้า Nintendo eShop หรือร้านค้าแผ่นเกมทั่วไปเลย!
23 Nov 2022
[Review] รีวิวเกม Marvel's Spider-Man: Miles Morales บน PC เมื่อสไปเดอร์แมนรุ่นน้อง ต้องดูแลทั้งเมืองให้รุ่นพี่!
Marvel's Spider-Man: Miles Morales เกมภาคแยกของเกมซุปเปอร์ฮีโร่ชื่อดังจากค่าย Sony PlayStation อย่าง Marvel's Spider-Man โดยเกมภาคนี้ก็ยังเป็นหนึ่งในเกมที่วางขายพร้อม PlayStation 5 และก็สร้างมาเพื่อโชว์พลังศักยภาพตัวเครื่อง PlayStation 5 ว่ายอดเยี่ยมขนาดไหน ซึ่งหลังจากวางขายไปครบ 2 ปี ในที่สุดเกมภาคนี้ก็ได้มาวางขายบนฝั่ง PC บ้างแล้วเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2022อย่างไรก็ตาม หลายคนก็น่าจะยังสงสัยว่าแล้ว Marvel's Spider-Man: Miles Morales เป็นเกมภาคที่ดีเหมือนภาคหลักไหม และตัวเกมที่พอร์ทมาลง PC จะดีให้น่าซื้อราคาเต็มหรือเปล่า วันนี้ทาง GameFever จึงขอพาทุกคนมาชมรีวิว Marvel's Spider-Man: Miles Morales ฉบับบน PC เกมจะดีหรือแย่ก็ดูกันได้ที่ด้านล่างเลย!!!มาดูกันที่ด้านคุณภาพตัวเกมฝั่งเนื้อเรื่องกันก่อนMarvel's Spider-Man: Miles Morales คือเกมที่เปลี่ยนตัวเอกมาเป็นสไปเดอร์แมนรุ่นน้องอย่าง Miles Morales ที่ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์มาก และมีเนื้อเรื่องเล่าว่ารุ่นพี่ผ่านศึกมาเยอะอย่าง Peter Parker ได้ขอลาไปเที่ยวยุโรป แล้วช่วงที่รุ่นพี่ไม่อยู่ก็ดันมีวายร้ายวางแผนจะก่อเหตุการณ์ขั้นรุนแรงให้เกิดขึ้นในเมืองนิวยอร์ก จึงส่งผลให้รุ่นน้องที่ประสบการณ์ยังน้อยต้องทำทุกอย่าง เพื่อหยุดแผนร้ายนี้ให้ได้สำเร็จถือเป็นพอร์ทเรื่องที่น่าสนใจ และน่าจะเข้าถึงผู้เล่นหลายกลุ่มได้ดีกว่าภาคหลักอย่างมาก แล้วตัวเกมภาคนี้ก็สามารถทำแบบนั้นได้จริงๆ เพราะเนื้อเรื่องภาคนี้ก็ถือว่าทำออกมาดีมีภาพน่าจดจำเยอะ แถมคุณก็จะได้รู้สึกถึงความน่าติดตามตลอดการเล่น และก็ยังจะได้อินกับมิตรภาพตัวละครต่างๆ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องรู้จักใครมาก่อนเลย เนื่องจากทุกตัวละคร NPC ในเกมนี้มีเสน่ห์สุดๆที่แจ้งไปด้านบนนั้นไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องหลักนะ แต่ในทุกๆ เนื้อเรื่องเสริม NPC ทุกคนก็มีเสน่ห์ และทำให้ทุกภารกิจนั้นน่าติดตาม หรือพวกฝ่ายตัวร้ายทุกฝั่งก็มีเอกลักษณ์ แถมทำให้คุณอินกับอุดมการณ์ของพวกเขาได้ ถือว่าเกมนี้มีจุดแข็งด้านดีไซน์ตัวละครจริงๆ เพราะสามารถทำให้คุณอินทุกซอกทุกมุมได้เก่งมากเนื้อเรื่องภาคนี้ยังมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะด้านครอบครัวของตัวเอกที่มีให้เห็นความสัมพันธ์ในหลายฉาก และเพื่อนของตัวเอกที่ไม่ได้มีพลังวิเศษ แต่ก็จะพยายามคอยช่วยตัวเอกตลอดเวลาจนดูเป็นอีกหนึ่งตัวละครน่าประทับใจ โดยถือเป็นการเล่าเรื่องในสเกลขนาดเล็กกว่าภาคหลักทั้งหมด แต่ก็กลับทำได้ทรงพลังจนทำให้ผู้เล่นรู้สึกอบอุ่นตลอดการเล่นอย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่องของเกมนี้ก็กลับสั้นมากๆ เพราะมีแค่ 17 ภารกิจหลักเท่านั้น และคุณก็สามารถเล่นเกมนี้จบได้ภายในไม่ถึง 10 ชั่วโมง แถมช่วงท้ายๆ ภารกิจหลัก เราก็จะพบว่ามันเริ่มอิ่มหมดมุกแล้ว และเกมก็ยังจบได้ไม่ดีเท่าที่ควรเสียอย่างงั้น แต่ถึงจะมีข้อเสียตามที่บอกไป ยังไงเกมนี้ก็สามารถสร้างภาพจำอันงดงามดีๆ ให้คนเล่นมองข้ามสิ่งพวกนี้ไปได้อยู่จุดนำเสนอของเกมนี้ (ถ้าเคยเล่นภาคหลักข้ามหัวข้อนี้ไปได้เลย)นอกจากด้านเนื้อเรื่อง เกมนี้ก็ทำระบบ Open World ออกมาได้ดีอย่างมาก โดยตัวเมืองนิวยอร์กนั้นจะมีแลนด์มาร์กที่น่าสนใจให้พบตามโลกจริง และหลายๆ สถานที่ในเกมนี้ก็ยังใส่รายละเอียดเอาไว้ได้อย่างเต็มที่ ซึงในช่วงที่คุณลงมาเดินสำรวจตามถนนต่างๆ จะเห็นได้เลยว่าเหล่าชาวเมือง NPC นั้นใช้ชีวิตกันแบบดูได้อรรถรสสมจริง ถือเป็นเซอร์ไพร์สที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นในเกมสไปเดอร์แมนถ้าคุณรู้เรื่องจักรวาล Marvel มาพอสมควร หรือเคยดูภาพยนตร์ต่างๆ มาก่อน คุณก็จะได้พบหลายๆ สถานที่ที่เคยเห็น และในเกมนี้ก็ยังมีการใส่สถานที่อย่างตึก Avenger Tower หรืออื่นๆ มาด้วย ทำให้การเล่นของคุณนั้นจะอินขึ้นไปอย่างมาก แต่ถ้าคุณไม่รู้เรื่องจักรวาล Marvel ก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงเกมนี้ก็จะทำให้คุณสนุก และอินได้อยู่ในตามด้านเนื้อเรื่องที่ได้บอกไป แถมนี่อาจเป็นก้าวแรกให้คุณหลงรัก Marvel ก็เป็นได้มาที่ส่วนเกมเพลย์กันบ้าง เราจะมีอิสระสามารถไปตามสถานที่ต่างๆ ด้วยการโหนไย โดยระบบเดินทางเกมนี้ก็ทำออกมาได้ลื่นไหล และเต็มอิ่มกับอรรถรสสุดๆ เลย แถมในช่วงโหนไยก็มีให้เล่นท่าสวยๆ ด้วย ซึ่งมันช่วยทำให้การเดินทางนั้นดูไม่น่าเบื่อ แล้วก็จะมีความสามารถตามสไปเดอร์แมนอย่างการไต่ตึกเป็นต้นส่วนระบบต่อสู้เกมนี้คือจุดเด่นอันดับต้นๆ เลย ระบบต่อสู้นั้นจะรวดเร็ว และเน้นทำคอมโบมันส์ๆ โดยที่พวกอนิเมชั่นจะดูสมจริงได้อรรถรสไม่ต่างจากการดูภาพยนตร์ แล้วพวกศัตรูนั้นจะมีหลายฝ่ายหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดจะมีแนวทางการต่อสู้กันไปอีก ทำให้เราต้องใช้ทักษะต่อยเตะ หรือใช้อุปกรณ์ต่างๆ มาแก้ทางอยู่เรื่อย จุดนี้แน่นอนว่ายอดเยี่ยมสุดๆเอกลักษณ์ของเกมภาคนี้ในเกมภาคนี้จะนำเสนอระบบ 'พลังไฟฟ้า' ที่เป็นพลังวิเศษของตัวเอกภาคนี้ โดยเมื่อเรามีเกจพลังไฟฟ้าเต็ม 1 หลอด จะทำให้สามารถใช้ไม้ตายเป็นท่าต่างๆ ในการต่อสู้เพื่อสร้างความได้เปรียบหรือแก้ทางศัตรู แถมมันยังเอาไว้ใช้ในตอนเดินทางให้เคลื่อนที่เร็วกว่าเดิมได้ด้วย รวมทั้งก็จะมีให้เอาไปแก้ปริศนาอีกเพียบ ซึ่งระบบนี้เป็นเอกลักษณ์แปลกใหม่ที่จะทำให้คนเล่นฟินระดับหนึ่งเลยนอกนั้นก็คือเหล่ากิจกรรมต่างๆ ในแผนที่ที่ก็มีให้ทำระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นตามหาของมาอัปเกรดตัวละคร หรือไปกำราบฐานศัตรูตามจำนวนต่างๆ และเหล่าปริศนาให้เราตามเก็บจนเต็ม 100% แต่สิ่งพวกนี้จะทำได้หลังจากเล่นเนื้อเรื่องไประดับหนึ่ง แล้วเกมภาคนี้ยังมีระบบ 'มือถือ' ให้เรารับงานเควสเสริมหรือรับงานกำจัดโจรตามภารกิจสุ่ม ซึ่งก็ทำให้ผู้เล่นอินกับการผจญภัยในโลก Open World เกมนี้ได้เป็นอย่างดีอย่างไรก็ตาม คอนเทนต์พวกกิจกรรมต่างๆ ก็ให้ความรู้สึกน้อยอย่างเห็นได้ชัดถ้าคุณเคยเล่นภาคหลักมาก่อน เพราะกิจกรรมจะแบ่งออกมาใหญ่ๆ ได้ประมาณ 6 กิจกรรมเท่านั้น แล้วจุดนี้พอบวกกับเนื้อเรื่องที่สั้นมากๆ ก็เห็นได้ชัดเลยว่าเกมภาคนี้ไม่ต่างอะไรกับการเป็นภาคเสริมเลย ทำให้ถ้าคุณจะซื้อในราคาหลัก 1,000 ขึ้นไปต้องคิดดีๆ กับตรงนี้หน่อย เนื่องจากเกมอื่นในราคาใกล้ๆ กันหรือเกมภาคหลักจะให้คุณได้เต็มอิ่มกับเนื้อหามากกว่านั่นเองแต่เกมภาคนี้ก็มี New Game Plus หรือระดับความยากหลายรูปแบบอยู่นะ ทำให้คนเล่นก็อยากกลับมาเล่นวนอีกรอบได้อยู่ รวมทั้งนี่ก็เป็นหนึ่งในเกมที่น่าถ่ายรูปสวยหลายจุด และก็มีโหมดถ่ายรูปแจ่มๆ มาให้ด้วย ส่งผลให้ถ้าใครเคยเล่นภาคหลักมาก่อน และมีทุนเยอะอยู่ระดับหนึ่ง จะซื้อมาเล่นก็ถือว่าคุ้มประสบการณ์บนฝั่ง PCเป็นอีกหนึ่งเกมจากทาง PlayStation Sony ที่พอร์ทลง PC มาได้ดีมากๆ โดย PC ที่ทางผู้เขียนใช้เล่นนั้นไม่พบปัญหาขณะเล่นหรือบั๊กอะไรเลย โดยสเปคเครื่องของผู้เขียนยังเล่นได้ที่ภาพระดับ 1080p 60fps สบายๆ แต่ตอนที่ลองเล่นทาง AMD ไม่ได้ปล่อยไดรเวอร์สำหรับเกมนี้มาให้อัปเดตเสียที จึงทำให้บางทีตอนโหนไยจะมีเฟรมหล่นไป 50fps แต่ก็นานๆ ทีถึงจะเป็นแบบนั้นสเปคที่ทางเราใช้เล่นเกมนี้ระบบปฎิบัติการ : Windows 10 64-bitโปรเซสเซอร์ : AMD Ryzen 5 5600Xหน่วยความจำ : แรม 16 GBการ์ดจอ : AMD Radeon RX 6600 XTพื้นที่จัดเก็บข้อมูล : SSDภาพกราฟิกบน PC นั้นจะเหมือนกับของเกม PlayStation 5 ในทุกส่วน ไม่ได้มีความสวยกว่าอะไรแบบนั้นให้เห็น แต่พวก Ray Tracing อันนี้ทางผู้เขียนใช้การ์ดจอ AMD จึงเปิดไม่ได้ (จริงๆ เปิดได้ แต่พวกประสิทธิจะไม่ดี เนื่องจาก AMD ไม่ได้รองรับ) แต่ทางผู้เขียนไปลองผ่าน PC การ์ดจอ GTX 3080 ก็พบว่าประสิทธิภาพนั้นทำดีมากๆ ไม่ต่างจากของ PlayStation 5 เช่นกันระบบการปรับภาพกราฟิกของเกมภาคนี้ก็ทำมาได้ดีตามมาตรฐาน และเหล่าพวก Ray Tracing ก็ให้ปรับได้หลากหลายสไตล์พอสมควร รวมทั้งเกมภาคนี้ยังรองรับระบบ DLSS ให้สามารถเล่นเกมนี้ได้ลื่นขึ้นอีกด้วย ส่วนพวกระบบเสียงในเกมก็มีให้ปรับได้หลากหลายตามสไตล์ของเกม Sony เช่นกัน เพื่อให้ผู้เล่นได้อรรถรสเสียงในเกมแบบเต็มประสบการณ์ แต่เกมนี้ก็ปรับได้ตามมาตรฐานเกม Sony ไม่ได้ถึงขั้นให้ปรับแยกได้เยอะแบบ Uncharted 4 หรือ The Last of Us 2 นะแล้วด้วยความที่เกมนี้เป็นเกมโชว์ศักยภาพ PlayStation 5 หรือ SSD อย่างเต็มรูปแบบ ถ้าสเปค PC ของคุณถึงตามระดับที่เกมต้องการ ก็จะทำให้เล่นเกมนี้ได้ฟินไม่ต่างจากบน PlayStation 5 เลย ไม่ว่าจะตัวเกมที่ทำระบบมาให้เห็นว่าไม่มีฉากโหลดมากวนใจ หรือพวกภาพกราฟิกที่จัดเต็มตลอดเวลา แล้วสิ่งพวกนี้ก็เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ค่อยได้เห็นในเกมภาคหลักด้วยสรุปMarvel's Spider-Man: Miles Morales ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกมดีที่สมการรอคอยมาลงบน PC แน่นอน แต่ปัญหาเดียวเลยคือมันเหมือนเกมภาคเสริม เพราะเนื้อเรื่องที่สั้น รวมทั้งคอนเทนต์ที่น้อย ทำให้ใครไม่เคยเล่นภาคหลักก็ควรไปสัมผัสภาคหลักก่อน แต่เกมภาคนี้ก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง รวมทั้งเป็นภาคที่โชว์ขุมพลัง PlayStation 5 กับ SSD จึงทำให้ภาคนี้จะมีอะไรให้ฟินต่างกับภาคหลักแน่นอน
21 Nov 2022
[Review] รีวิวเกม Call of Duty: Modern Warfare II ภาคต่อเจ้าพ่อ FPS สุดมันส์ แต่ดันพังเพราะบั๊ค?!
กลับมาอีกครั้งกับแฟรนไชส์เกมยิงสุดเดือด และภาคนี้ถือว่าเป็นภาคที่หลายคนรอคอย เพราะคือการสานต่อชื่อจาก Call of Duty ภาคที่โด่งดังที่สุดภาคหนึ่งอย่าง Modern Warfare II อีกครั้ง ซึ่งก็ทำให้เกมต้องแบกรับความคาดหวังจากแฟนซีรีส์อย่างมาก แต่การกลับมาคราวนี้จะเป็นยังไง ยอดเยี่ยมสมการรอคอยมากน้อยแค่ไหน ต้องลองมาอ่านรีวิวของเรากันเนื้อเรื่องที่สานต่อจากภาค Modern Warfare 2019เนื่องจากภาคนี้เป็นภาคต่อจากภาค Reboot เมื่อปี 2019 เนื้อหาจึงดำเนินเรื่องราวต่อกัน ในภาคนี้เราจะได้รับบทเป็นสมาชิกทีม Task Force 141 แต่จะได้เล่นเป็นคใร ตัวละครไหน ก็แล้วแต่ฉากและภารกิจนั้น ๆ เนื้อเรื่องในภาคนี้จะว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มก่อการร้าย Quds ที่นำโดย Hassan Zyani ที่อยู่ดี ๆ เขาก็มีอาวุธขีปนาวุธร้ายแรงของอเมริกาอยู่ภายในมือ ทำให้สมาชิกทีม Task Force 141 ถูกเรียกออกปฏิบัติการเพื่อสืบหาที่มาที่ไปว่า เหตุใดอาวุธของอเมริกาจึงตกไปอยู่ในมือของผู้ก่อการร้าย และยังต้องร่วมมือกับหน่วยรบมากฝีมือจากเม็กซิโกสำหรับเนื้อเรื่องของภาคนี้ เสียงวิจารณ์นั้นค่อนข้างแตกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน คนที่ชอบก็ชอบ คนที่ไม่ชอบก็คือไม่ชอบไปเลย แต่สำหรับผู้เขียนมองว่า ภาคนี้ตั้งใจนำเสนอแนวทางที่ต่างจากภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด ในภาคที่แล้ว เราจะได้ทำภารกิจแบบบู๊ระห่ำ เดินหน้าลุย ต่อสู้กันอย่างดุเดือด ในขณะที่ภาคนี้ เกมเน้นความเป็นกลยุทธ์ ความ Tactical ในภารกิจต่าง ๆ มากกว่า ทำให้รสชาติและอารมณ์ในการเล่นนั้น แตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนอาจจะไม่ชอบ เพราะจากที่ได้บู๊มัน ๆ ก็ต้องมานั่งเล่นกันแบบกลยุทธ์ ไม่ได้วิ่งยิงเหมือนภาคแรกและตัวเกมยังเหมือนถูกออกแบบมาเพื่อประการนี้ ผู้เล่นจะรู้เลยว่าการถูกยิงแต่ละครั้งทำให้ตัวละครที่เราเล่น ดูขาดความเป็นมืออาชีพกันแบบสุด ๆ เพราะการนำเสนอที่เปลี่ยนไปของเนื้อหาในเกมภาคนี้ จึงไม่แปลกที่หลายคนจะไม่ชอบ นอกจากนั้นเกมเพลย์บางส่วนยังฉีกแนวไปจากเดิม ซึ่งคาดว่าเป็นการตั้งใจนำเสนอเพื่อให้ผู้เล่นคุ้นชินกับระบบต่าง ๆ ที่จะมาใน Warzone 2.0ด้วยเหตุนี้ทำให้โหมดเนื้อเรื่องของเกม ดูเหมือนจะไม่ได้ตั้งใจขายเนื้อเรื่องจริง ๆ แต่ไปเน้นเกมเพลย์ที่ตั้งใจนำเสนอโหมดอื่น บวกกับเนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงการนำเสนอ จึงไม่แปลกใจที่แฟน ๆ หลายคนจะเสียงแตกกันขนาดนี้ แต่อย่างน้อยมันก็ปูทางไปสู่ภาคต่อ (หรือ DLC) ได้อย่างน่าติดตามเหมือนเดิม และถือเป็น Call of Duty อีกภาคที่ประสบความสำเร็จในด้านการทำแคมเปญเนื้อเรื่องเกมราคาแพง แต่อัดแน่นไปด้วยคอนเทนต์ที่คุ้มค่าเกินราคาในยุคที่เศรษฐกิจไม่ค่อยจะดีเท่าไรในยุคนี้ เชื่อเหลือเกินว่าแฟนเกมบางคนต่อให้อยากเล่นแค่ไหน แต่เจอราคาขั้นต่ำ 2,300 บาทเข้าไป ก็ต้องมีคิดแล้วคิดอีกกันอยู่บ้าง แต่ใครที่เงินถึงแต่ยังลังเลว่ามันจะคุ้มค่าหรือไม่ เราก็ตอบให้ตรง ๆ ตรงนี้เลยว่ามันคุ้มค่ามาก ๆ โหมดเนื้อเรื่องหรือแคมเปญหลักของเกมนั้น อาจจะมีความยาวอยู่ที่ 4-5 ชั่วโมง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น สำหรับแฟน ๆ Call of Duty ที่เเล่นมาหลายภาคจะรู้ดีอยู่แล้วว่า Call of Duty นั้น สนับสนุนเนื้อหาในโหมด Multiplayer ยาวกันเป็นปี ๆ ดังนั้นคำเตือนสำหรับคนที่คิดจะซื้อมาเล่นจริง ๆ ก็คือ คุณต้องแน่ใจว่าคุณจะเล่นโหมดออนไลน์ของเกมนี้จริง ๆ และเล่นในระยะยาวด้วย ไม่อย่างนั้นซื้อมาเล่นแค่เนื้อเรื่องมันจะไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไรแต่ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเกม FPS Multiplayer สำหรับ Call of Duty นั้น แทบจะมีทุกโหมด เกมการเล่นแทบจะทุกแบบให้คุณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโหมด Co-op ที่เอาไว้เล่นเก็บสะสมของรางวัลประจำสัปดาห์ และเนื้อหาบางช่วงจะต่อจากแคมเปญเนื้อเรื่องหลัก โหมด Multiplayer ที่อัดแน่นไปด้วยโหมดต่าง ๆ มากมายให้เราได้สนุกกัน หรือแม้แต่โหมดขนาดใหญ่อย่าง Invasion หรือ Ground War เรียกได้ว่าคอนเทนต์ Multiplayer ของเกมนี้ อัดแน่นไปด้วยรูปแบบเกมการเล่นที่ครบเครื่อง คือถ้าคุณซื้อมาแล้วเล่น ยังไงก็คุ้มค่าแน่นอน ยังไม่รวมถึงระบบต่าง ๆ นา ๆ ที่จะทำให้คุณเสียเวลาชีวิตไปเป็นร้อยชั่วโมงกับระบบของเกมนี้เอาง่าย ๆ คือแม้จะมีราคาสูงถึง 2,000 บาทขึ้นไป แต่สำหรับแฟนเกมยิงออนไลน์แล้วล่ะก็ นี่คือเกมที่คอนเทนต์คุ้มค่าอย่างมาก เพราะมันมีอะไรต่อมิอะไรให้คุณได้ทำเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเลเวลตัวละคร เลเวลอาวุธ และอื่น ๆ อีกมากมาย หากคุณเป็นแฟน Call of Duty และอยากลงหลักปักฐานกับเกมอะไรสักเกมที่มีอนาคตยาวไกลแล้วล่ะก็ Call of Duty: Modern Warfare II ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้วเกมเพลย์ที่รองรับคนทุกประเภท อยากเล่นอะไร COD มีให้หมดนอกจากคอนเทนต์จะอัดแน่นแล้ว สิ่งที่ตามมากับคอนเทนต์ที่เยอะมาก ๆ คือเกมเพลย์ สำหรับเกมเพลย์ของ Call of Duty นั้น แต่ไหนแต่ไรก็เอาใจผู้เล่นทุกกลุ่ม ทุกประเภทกันอยู่แล้ว อยากเล่นโหมดไหน กี่คน เล่นยังไง มีหมด ไม่ว่าจะเป็นโหมดพื้นฐานทั่วไปอย่าง Team Deathmatch หรือ Domination หรือจะเป็นโหมดที่เน้นวิ่งลุย ยิงกันตลอดเวลาอย่าง Hardpoint หรือจะไปโหมดจริงจังก็มี Search & Destroy หรือโหมดวางระเบิด และกับโหมดใหม่อย่าง Prisoner Rescue ที่เป็นโหมดชิงตัวประกัน ที่เราสามารถยิงล้มและชุบกันได้ 1 ครั้ง / 1 รอบการเล่น เรียกได้ว่า Call of Duty จัดเต็ม ใส่ทุกอย่างเท่าที่เกมยิงจะมีได้เข้ามาแล้วยังไม่รวมถึงโหมดเกมยิบย่อยอย่างเช่น Co-op ที่เป็นการป้องกันจุด ทำให้ได้อารมณ์เกมแนว Tower Defense หรือภารกิจปลดชนวนมิสไซล์ที่กลายเป็นเกม Co-op ตะลุยด่าน คือบอกได้เลยว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นเกมเมอร์สายอะไร เกมนี้มีทุกอย่างให้คุณเล่นแต่สำหรับหัวใจหลักของโหมด Multiplayer ยังไงก็น่าจะหนีไม่พ้นโหมดเกมหลัก ๆ ที่มีให้เลือกเล่นกว่า 9 โมหด แต่ส่วนมากแล้วในโซนเอเชียของเรานี้ จะเจออยู่แค่โหมด Domination / Hardpoint / Kill Confirmed หรือ Team Deathmatch เพราะเล่นง่าย สนุก จบไว ได้สู้กันตลอด เกมเพลย์ของภาคนี้ก็ยังคงความดุเดือดเอาไว้เหมือนกับภาค 2019 แต่ความเร็วอาจจะถูกลดลงมาเล็กน้อย ใครที่ไม่เคยเล่น หรือไม่ได้สังเกตจริง ๆ อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำไป หรือใครที่อยากเล่นกับเพื่อนสนุก ๆ อยากยิงบอทก็สามารถไปเล่นโหมด Co-op ที่เล่นกัน 2 คนได้ เกมเพลย์การเล่นในโหมด Co-op นี้ก็ยังใส่ระบบอย่างกการป้องกัน หรือ Tower Defense ใส่เอาไว้ด้วย แถมในอนาคตยังมีโหมดฟรีอย่าง Warzone / DMZ ตามเข้ามาอีก ครบทุกอย่างที่แฟนเกมต้องการสิ่งสำคัญจริง ๆ ของภาคนี้คือระบบของอาวุธ หรือ Gunsmith 2.0 ที่ทางตัวเกมภูมิใจเสนอตั้งแต่เกมยังไม่ออก ระบบ Gunsmith ภาคนี้ จะส่งผลให้ผู้เล่นต้องเล่นปืนหลากหลายกระบอก เพื่อปลดล็อคของแต่งปืน อย่างเช่น คุณต้องการของแต่งปืนกระบอกแรก ก็อาจจะต้องไปเล่นปืนกระบอกที่ 2 แต่ปืนกระบอกที่ 2 เองก็ยังไม่ได้ปลด ต้องไปเล่นปืนกระบอกที่ 3 เป็นต้น ด้วยระบบนี้ แม้ว่ามันจะดูยุ่งยากซับซ้อนไปซะหน่อย แต่อีกมุมหนึ่ง มันทำให้ผู้เล่นไม่ยึดติดอยู่กับการเล่นปืนกระบอกเดียวมากเกินไป และตอนนี้ เอาแค่แพทช์ ณ ปัจจุบันก่อน Season 1 เกมก็มีปืนให้เลือกใช้มากมายอยู่แล้ว เพิ่มความหลากหลายและทำให้ผู้เล่นติดพันมากยิ่งขึ้นกว่าภาคก่อนหน้าสำหรับเกมเพลย์ของการยิงก็ดูจะไม่ค่อยต่างจากภาคก่อนหน้านี้สักเท่าไร มีเพียงการ Mantling หรือการเกาะขอบต่าง ๆ ช่วยเพิ่มลูกเล่นในการเล่นให้มีสีสันมากขึ้น เพียงแต่การ Mantling นั้น จะทำให้เราใช้ได้แต่อาวุธรองเท่านั้น ระบบอื่น ๆ อย่าง Killstreak / Scorestreak เองก็ยังอยู่ครบ และสลับไปมาได้ เลือกได้ว่าจะฆ่าให้ได้เยอะ หรือเอาคะแนนแทน อย่างที่บอวก่าเกมเพลย์ของ Modern Warfare II นั้น รองรับผู้เล่นแทบจะทุกกลุ่ม ทุกไซส์ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังมีไม่ครบ แต่ในอนาคต ในการอัปเดต รับรองว่ามาอีกเพียบ เล่นกันได้หมด ทั้งคนเสียเงินซื้อหรือเล่นฟรี และเราคงต้องบอกกันอีกรอบว่า ใครกำลังมองหาเกมยิงเล่นระยะยาวชนิดที่ว่าเล่นได้เป็ฯปี ๆ โดยคุณไม่เบื่อก่อน ก็ต้อง Call of Duty: Modern Warfare II นี่แหละแม้จะสอบผ่านด้าน Performance แต่ปัญหาจุกจิกก็มีเพียบจนถึงปัจจุบันข้อดีของ Modern Warfare II คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ระดับกลาง ๆ ก็ยังคงเล่นได้ อาจเพราะตัวเกมยังคงต้องลงให้กับเครื่องเจ็นเก่าอย่าง PlayStation 4 อยู่ด้วย และคอมพิวเตอร์ระดับกลาง หรือต่ำ ปรับ ๆ หลาย ๆ อย่างใน Setting Menu หน่อยก็พอจะเล่นได้บ้าง แต่กราฟิกจะออกมาประมาณไหนก็ต้องไปดูกันเอาเองแต่ Performance ของเกมที่มีปัญหาจริง ๆ อยู่ที่บั๊กต่าง ๆ ของเกมที่เปิดตัวมาด้วยปัญหาต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกมแครช เกมเด้ง หลุด ค้าง ที่โดนกันถ้วนหน้า หรือภาพกะพริบที่ชาว Nvidia ต้องอัปเดตไดรเวอร์การ์ดจอแก้กันอย่างสนุกสนาน โชคดีที่ปัญหาด้านเฟรมเรทตก หรือตัวเกมขณะเล่นนั้น ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่จะมามีปัญหาตรงพวก Error ต่าง ๆ นี้เยอะไปซะหน่อย จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะแก้ไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังมีคนเจอปัญหานี้อยู่บ้าง ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาแก้ไขกันต่อไปCall of Duty: Modern Warfare II เป็นอีกหนึ่งเกมยิงแห่งปีที่หากคุณชื่นชอบเกมออนไลน์ เกมยิง ยังไงก็ต้องเกมนี้ แต่อาจจะต้องทนรับสภาพปัญหาบั๊กกันสักหน่อยในตอนนี้
14 Nov 2022
[บทความ] แนะนำ Anthem เกมสุดพัง แต่ก็ยังมีความปังให้น่าซื้อมาเล่น!
Anthem ชื่อนี้คงน่าจะทำให้ใครหลายคนเห็นภาพถึงหนึ่งในเกมประสบความล้มเหลวจากค่าย EA เนื่องจากตัวเกมตอนออกมาวางขายมีแต่ข่าวเสียๆ เต็มไปหมด อารมณ์เหมือนเกมนั้นยังสร้างไม่ทันเสร็จดี และหลังผ่านไปหลายปี EA ก็ยังประกาศเลิกอัปเดตเกมนี้ไปดื้อๆ จนเกมไม่ได้มีการแก้ตัวให้กลายมาเป็นยอดเยี่ยมแบบเกมอย่าง No Man's Sky หรือ Cyberpunk 2077 โดยก็ถือเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมากอย่างไรก็ตาม เกมๆ นี้แม้จะพังไปขนาดไหน แต่มันก็ยังมีความปังให้น่าซื้อมาเล่นในช่วงเวลานี้อยู่นะ!!! แถมตอนเกมลดราคาก็จะเหลืออยู่ที่ประมาณ 100-300 บาททั้งบน PC โปรแกรม Origin หรือบน PlayStation กับ XBOX แถมเกมนี้ก็มีอยู่ในบริการรายเดือน EA Play อีกด้วย โดยใครที่สงสัยว่าแล้วเกมนี้มันมีความปังอะไรบ้าง!? รับชมเต็มๆ กันได้ที่ด้านล่างเลย[บทความนี้เป็นการแนะนำกึ่งรีวิวนะถ้าไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ ก็ไปดูสรุปสั้นๆ และคะแนนความน่าซื้อได้ที่ด้านล่างเลย]ชุดเกราะสุดไฮเทค Exosuit คือพระเอกของเกมนี้แบบสุดๆขอพูดตั้งแต่แรกเลยว่าถ้าคุณชอบ Iron Man และอยากเล่นเกมที่ให้เป็น Iron Man เกมนี้สามารถเล่นได้ทดแทนสูงอย่างมาก โดยจะเพราะอะไรให้ดูตามที่ด้านล่างๆ (ชุดเกราะ Exosuit เกมนี้มีชื่อเรียกใหญ่ๆ ว่า Javelin)เกมนี้จะแบ่งชุดเกราะ Exosuit 4 รูปแบบ โดยทุกรูปแบบจะมีวิธีต่อสู้ต่างกัน เหมือนกับการแบ่งอาชีพในเกม RPG เลย โดย 2 แบบแรกนั้นได้แรงบันดาลมาจาก Iron Man ด้วยนั่นคือ Ranger เกราะเก่งรอบด้าน และ Colossus เกราะเน้นถึก ส่วนอีก 2 คือ Storm เกราะจอมเวทย์ และ Intercepter เกราะเน้นความเร็วถือมีดไปไล่ซัดหน้าภาพเกราะ Rangerภาพเกราะ Colossusภาพเกราะ Stormภาพเกราะ Intercepterทุกเกราะจะมีวิธีต่อสู้ต่างกันไปหมด ต่างกันยันรูปแบบการเคลื่อนที่ ยกตัวอย่าง Storm ที่จะเป็นเกราะสไตล์จอมเวทย์ (แต่เวทย์วิทยาศาสตร์นะไม่ใช่แฟนตาซีหลุดโลก) ทำให้เราจะมีบาเรียรอบตัว และเวลาเคลื่อนที่ไวจะเป็นการลอยตัวพุ่งไปข้างหน้าเท่ๆ รวมทั้งสกิลโจมตีส่วนใหญ่จะเป็นการใช้พลังธาตุต่างๆ ประกอบด้วยไฟ, ไฟฟ้า และน้ำแข็งที่ใช้ได้เรื่อยๆ จนแทบไม่ต้องจับปืน แล้วตอนใช้ไม้ตายจะเป็นการคอมโบทั้ง 3 ธาตุ ซึ่งตรงนี้คนอ่านจะยังสงสัยว่าจุดเด่นรวมๆ เป็นยังไง แต่จะเห็นได้ชัดว่าชนิดชุดเกราะแบบนึงจะให้อารมณ์การเล่นต่างกันไปหลายส่วนเลยอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ระบบชุดเกราะ Exosuit ในเกมนี้แจ่มสุดๆ คือมันให้อรรถรสในการเล่นอย่างมาก ไม่ว่าจะอนิเมชั่น และฟิสิกส์ในการทำอะไรต่างๆ ยกตัวอย่างตอนที่ผู้เล่นบินจะฟินสุดๆ แถมไม่ว่าคุณจะเล่นด้วยจอยหรือคีย์บอร์ด เกมก็ยังทำให้คุณได้ฟิลน้ำหนักของชุดเกราะด้วย ทำให้ถ้าใครอยากเล่นเกมได้สวมเกราะ Exosuit เจ๋งๆ หรืออยากเป็น Iron Man นี่คือเกมที่จะตอบโจทย์คุณจริงๆ สุดท้ายคือเกมนี้จะมีร้านค้าสกิน Exosuit ที่สกินต่างๆ จะสวยงาม และเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปได้ทั้งตัวด้วย รวมทั้งเรายังเปลี่ยนแค่เฉพาะส่วนต่างๆ ได้ (ส่วนหัวหรือแค่ขาเป็นต้น) โดยสกินพวกนี้หาซื้อได้ด้วยการเติมหรือฟาร์มค่าเงินในเกมไปซื้อ แล้วตัวชุดเกราะยังปรับแต่งพวกสีหรือชนิดชิ้นส่วนๆ นั้นได้ (ชิ้นส่วนทำมาจากผ้าจะทำให้สีดูบางๆ หรือหนังสัตว์จะทำให้ดูสีเข้มๆ อะไรแบบนี้) ทำให้ถ้าคุณเป็นสายแต่ง เกมนี้ตอบโจทย์เอาเรื่องหน้าตาร้านค้าหน้าตาชุดสกินของเกราะ Ranger ถ้าคุณซื้อเกมแบบเวอร์ชั่น Deluxeแล้วก็สามารถปรับแต่งสี หรือใส่แแค่บางส่วนแล้วไปผสมกับสกินอื่นได้อิสระการออกแบบโลกในเกมที่น่าสำรวจมากๆหัวข้อนี้เราจะพูดกันทั้งเรื่องโลกในเกม และเนื้อเรื่องในเกม โดยเริ่มที่เนื้อเรื่องก่อนว่าเราจะได้เป็นฮีโร่ตกอับ แต่ก็เพิ่งกลับมาได้รับงานให้ไปหยุดพวกลัทธิตามหาพลังยึดโลก ซึ่งระหว่างทางเราจะได้ผจญภัย และรับภารกิจแปลกๆ ตลอดเวลา แถมตรงนี้ก็ทำออกมาได้ดีแบบเสพเพลินๆ เหมือนเรากำลังดูภาพยนตร์ Sci-FI อย่าง Star Wars หรือ Avatar อะไรทำนองนี้เลยเราจะได้พบเจอกับ NPC มากมาย และทุกคนจะมีให้เราได้สร้างความสัมพันธ์เรื่อยๆ และตรงนี้ก็มีเซอร์ไพร์สให้พบเจอเยอะมาก โดยบางบทสนทนาจะมีให้เราเลือกตอบแบบคนมองโลกแง่ดีกับแง่ร้ายได้ด้วย ซึ่งมันอาจไม่ส่งผลอะไรต่อเกมเลย แต่ก็จะทำให้ผู้เล่นอินไปกับจักรวาลในเกมเอาเรื่อง ส่งผลให้ใครเก่งอังกฤษ และชอบตีสนิทกับ NPC จะชอบเกมนี้เป็นพิเศษด้วย เพราะมันมีเยอะจนคาดไม่ถึง.มาต่อกันที่จักรวาลภายในเกม จักรวาลเกมนี้จะเป็นแนวยุคอนาคต แต่โลกในเกมจะแนวแบบมีเมืองเล็กๆ และเต็มไปด้วยป่าที่มีสิ่งสวยงามกับสัตว์ประหลาด โดยทั้งฉากตอนอยู่ในเมืองกับในป่า ทุกฉากสวยอลังมากๆ รวมทั้งในฉากจะมีการซ่อนสิ่งของเป็นเรื่องราวน่าสนใจให้ชมหรืออ่านศึกษาประวัติของมันกัน ทำให้ใครเป็นชอบอ่านก็จะอินเกมนี้เพิ่มไปอีกภาพฉากในเมืองภาพฉากในป่าพวกศัตรูในเกมนี้ก็มีหลายฝ่าย และหลายแบบพอสมควร โดยศัตรูจะมีฝ่ายให้อารมณ์แบบเป็นโจรมาหาปล้นสะดม หรือวายร้ายที่จะคว้าพลังยึดครองโลก ซึ่งทุกฝ่ายจะมีชนิดศัตรูต่างกันไป แล้วบางสถานที่อาจมีเป็นป้อมปืนสู้กับเราอะไรแบบนี้ แล้วก็ยังมีพวกมอนสเตอร์ตามจุดต่างๆ ในป่า ที่หลายตัวไม่เกีย่วกับเนื้อเรื่องเลย แต่มันก็มีเอกลักษณ์ต่อสู้ต่างกันสุดๆ แถมยังมีเป็นระดับไททันยักษ์เลยนั่นเองสุดท้ายนี้ อีกสิ่งที่อยากจะชมคือแม้ผู้สร้างจะดูทำเกมนี้ไม่เสร็จ แต่พวกเขาก็ทำให้จักรวาลเกมนี้มีมิติหลายอย่างที่สมบูรณ์แบบมากเลย ไม่ว่าจะด้านคนในเมืองที่ยังจะมีแบ่งเป็นฝ่ายตำรวจ, ฝ่ายนักสำรวจ, หรือฝ่ายฮีโร่สวมเกราะ Exosuit ทุกอย่างมันมีอะไรให้ค้นพบเต็มไปหมด จึงส่งผลให้สายเนื้อเรื่องน่าจะชอบเกมนี้เอาเรื่อง แต่ว่าสุดท้ายแล้วเนื้อเรื่องเกมนี้ก็สั้นเอาเรื่องอยู่นะ เพราะงั้นอย่าหวังว่าจะได้เต็มอิ่มมากขนาดนั้น แม้จักรวาลมันจะมิติเยอะระบบ RPG ที่ทำให้เกมเล่นได้เพลินเอาเรื่องอยู่ระบบ RPG ในเกมนี้อาจไม่ได้เทพมาก แต่ก็ถือว่าทำให้เกมน่าเล่นไปเรื่อยๆ โดยจะมีทั้งตัวระบบการทำดาเมจศัตรู, การคอมโบโจมตี และการฟาร์มหรือคคราฟไอเทมมาเริ่มที่ระบบแรกคือการทำดาเมจศัตรู โดยจะทำให้ศัตรูทุกตัวมีหลอดเลือด และเราจะทำดาเมจแบบปกติหรือ Critical ได้ (ถ้ายิงโดนหัวก็นับเป็น Critical) แล้วเกมจะมีระบบคอมโบโจมตีด้วย ซึ่งจะเกิดจากการเราใช้สกิลที่มีชนิดพลังต่างกัน แล้วจะเกิดเป็นปฎิกิริยาต่างๆ มาทำพลังดาเมจที่รุนแรงมาก (อารมณ์เหมือนคอมโบธาตุของเกม Genshin Impact เลย แต่เกมนี้มาจากสกิลที่ชนิดพลังต่างกันจากตัวละครเดียว)ตารางการคอมโบโจมตีส่วนการฟาร์มเกมนี้ก็จะให้ฟาร์มพวกอาวุธปืน, อาวุธประชิต, อาวุธสกิล, สกิลช่วยให้รอดตาย และชิ้นส่วนเสริมพลังเกราะ โดยพวกอาวุธปืนก็มีหลายชนิด ส่วนอาวุธสกิลจะส่งผลให้มีการโจมตีต่างกันสิ้นเชิงไปเลย ยกตัวอย่างของ Ranger มีสกิลยิงจรวด แต่เราเปลี่ยนเป็นสกิลยิงเลเซอร์แทนได้ แถมสกิลทุกอันของแต่ละอาชีพยังไม่เหมือนกันอีก ส่วนชิ้นส่วนเสริมพลังเกราะ จะมอบสกิลติดตัวพิเศษให้เรา ยกตัวอย่างใส่แล้วจะบินได้นานขึ้นเป็นต้นจากด้านบน ทุกชิ้นจะมีความแกร่งขึ้นอยู่กับเลเวล และจะมีระดับสีความเก่งที่ต่างกันไป ทำให้การฟาร์มเกมนี้มีมิติให้เล่นเพลินได้เรื่อยๆ แล้วช่วงท้ายเกมก็มีคอนเทนต์ยากๆ ที่เราต้องไปลุยอยู่ รวมทั้งมีให้ปรับความยากที่สูงขึ้นเรื่อยๆ อยู่ระดับหนึ่ง ซึ่งเราก็ต้องฟาร์มจนมีค่าพลังให้ถึงตามความยากนั้นๆ ก่อนด้วยเกมยังมีเควสหลายรูปแบบเพียบ และมีเควสประจำวันอะไรแบบนี้ให้ได้ค่าเงินไปซื้อสกินสวยๆ มาใส่ โดยจุดนี้ถือเป็นคอนเทนต์ท้ายเกมให้เล่นได้เรื่อยๆ แล้วเกมก็ยังมีโหมดอารมณ์แบบ Open World ให้เราบินไปทำเควสสุ่มหรือเควสท้าทายต่างๆ ได้สิ่งที่ควรเตรียมใจก่อนซื้อเกมนี้บน PC สามารถเล่นได้ลื่นๆ ไม่มีปัญหาอะไรหากคอมสเปคตรงตามที่เกมต้องการ แต่บน Console ไม่ว่าจะยุคเก่าหรือใหม่ เกมนี้จะเล่นได้เพียงแบบล็อก 30FPS เท่านั้น เนื่องจากเกมไม่มีอัปเดตให้ PlayStation 5 หรือ XBOX Series X l S แต่ภาพที่เล่นได้จะเป็น 4K อยู่ (บน XBOX Series X สามารถปลด 60FPS ได้ด้วยระบบพิเศษของเครื่อง แต่ความละเอียดภาพจะหล่นไปต่ำกว่า 1080P เสียอีก ทำให้ภาพในเกมแย่ถ้าเล่นบนจอสูงๆ)ตอนเล่นเกมนี้ในโหมดออนไลน์ คุณจะรู้สึกว่าตัวเองมีปิงที่สูงอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ดีเลย์ให้เห็นจนน่าหงุดหงิดอะไรแบบนั้นสุดท้ายคือเกมนี้ไม่มีอัปเดตใหม่ๆ อีกแล้วแน่นอนเกมนี้รองรับ Coop ในทุกโหมด แม้โหมดเนื้อเรื่องก็ยัง Coop ได้ แต่เกมก็สามารถเล่นคนเดียวได้ด้วย แต่ถ้าจะเล่นคนเดียวต้องเข้าใจก่อนว่าระดับความยากต่างๆ ที่เกมมีให้เลือกจะทำมาเพื่อ Coop ทำให้ช่วงแรกๆ บางชุดเกราะจะลุยระดับ Hard ได้สบาย แต่บางชุดต้องระดับ Easy ถึงจะเล่นได้แฟร์ๆสรุปจากด้านบน เห็นได้ชัดว่า Anthem มันก็มีของดีของเด็ดอยู่นะ และทำให้น่าซื้อมาเล่นมากๆ ในราคาลดเหลือ 100-300 บาท โดยผู้เขียนก็ซื้อตอนลดมาแล้ว 2 รอบบน PC กับ PlayStation แล้วก็รู้สึกว่ามันเกินคุ้มไปเลยในราคานี้ ทำให้ใครหาเกมสวมเกราะเท่ๆ และจะไปลุยเดี่ยวหรือกับเพื่อน ก็แนะนำว่าอย่ามองข้ามเกมนี้ไป!!! แต่ยังไงเกมก็มีปัญหาตามที่แจ้งไป และก็มีเรื่องที่น่าผิดหวังนั่นแหละ
10 Nov 2022
[Review] รีวิวเกม Sonic Frontiers นี่คือเกมจากซีรีส์เจ้าเม่นสีฟ้า ที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ถ้าให้พูดถึงเกมจากซีรีส์เจ้าเม่นสีฟ้า Sonic The Hedgehog ตัวซีรีส์มันก็อยู่กับเรามานานกว่า 30 ปีเข้าไปแล้วตั้งแต่เกมภาคแรกในปี 1991 ซึ่งตัวเกมก็ได้มีภาคต่อออกมาเรื่อย ๆ ทั้งดีบ้าง แป๊กบ้าง ซึ่งหนึ่งในจุดเด่นของตัวละครซีรีส์นี้ก็คงจะเป็นสปีดความเร็วของตัวละคร และภาพเคลื่อนไหวนั้นค่อนข้างเร็วกว่าเกม Platformer อื่น ๆ ในสมัยนั้น และในปี 2022 ทางผู้พัฒนาอย่าง SEGA ก็ได้ปล่อยเกมภาคใหม่อย่าง Sonic Frontiers ที่ในภาคนี้พวกเขาได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของเกมให้เรามีอิสระและพื้นที่เปิดกว้างในการสำรวจมากขึ้น รวมถึงยังใส่กลไกการต่อสู้ องค์ประกอบความเป็น RPG ด้วย ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFever TH จะมารีวิวเกมนี้ให้ทุกท่านได้ทราบกันว่ามันควรค่าแก่การซื้อหรือไม่!?กราฟิก / การนำเสนอในด้านของกราฟิกใครที่เห็นภาพบรรยากาศของเกมมาบ้างแล้ว ท่านก็น่าจะเห็นความสวยงามของฉากที่ทำออกมาได้ค่อนข้างมีความสมจริงมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นส่วนตัวก็ยังรู้สึกขัด ๆ กับโมเดลของตัวละครที่ค่อยข้างดูมีความเป็นการ์ตูนมากเกินไป จนบางครั้งสีสันของตัวละครเอก มันอาจจะไปขัดกับศัตรูภายในเกม ขัดกับฉากต่าง ๆ พอสมควร แต่ถึงอย่างนั้นหนึ่งในสิ่งที่ต้อง=มก็คงจะเป็นในด้านของ Effect สกิลต่าง ๆ ที่ทำสีสันได้สวยงามมาก ๆ รวมถึงอีกหนึ่งสิ่งที่ขัดใจก็คงจะเป็นบรรยากาศภายในเกมที่มันค่อนข้างดูอ้างว้าง ไม่มีปฏิสัมพันธ์ใด ๆ เลย แน่นอนว่าภายในเนื้อเรื่องของเกมก็จะมีการให้เหตุผลถึงบรรยากาศของดินแดนอันอ้างว้างนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันทำให้ตัวเกมขาดสีสันไปมากพอสมควร เนื้อเรื่องโดยเนื้อเรื่องของเกม Sonic Frontiers จะเล่าเรื่องราวของเจ้าเม่นสีฟ้า Sonic, Tails และ Amy ที่ตรวจจับสัญญาณบางอย่างในหมู่เกาะ Stafall Island แต่อยู่ดี ๆ ก็มีประตูมิติเกิดขึ้นและทำให้ทั้งหมดทุกดูดเข้าไปใน Cyber Space ถึงอย่างนั้นทาง Sonic เองก็ดันหลุดออกมาได้ แต่เพื่อน ๆ เขานั้นได้ติดกับดักทำให้เรานั้นจะต้องช่วยเหลือพวกเขา โดยเนื้อเรื่องของเกมจะค่อย ๆ เปิดเผยมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ต้องพูดตามตรงว่าเนื้อเรื่องของเกมภาคนี้ทางผู้พัฒนาพยายามคุมโทนให้ดูมีความซีเรียสนิด ๆ ใครที่ติดภาพเรื่องราว Sonic The Hedgehog ในแบบฉบับภาพยนตร์มาก่อนต้องยอมรับว่าตัวเกมภาคนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง เนื้อเรื่องของเกมจะเน้นดราม่า ความจริงจัง และความซึ้งซะส่วนใหญ่โลกที่เปิดกว้าง ให้อิสระในการวิ่ง !!!!อย่างที่ทราบว่าเกม Sonic Frontiers ถูกดีไซน์แผนที่ให้มีความเป็นโลกเปิดมากขึ้น ทำให้เราจะได้มีอิสระในการสำรวจสิ่งต่าง ๆ มากมาย แต่ถึงอย่างนั้นถ้าจะให้พูดว่าตัวเกมเป็น Open World เต็มตัวก็คงไม่ได้ เพราะตัวเกมจะถูกแบ่งออกเป็น 5 โซนใหญ่ ๆ ซึ่งถ้าหากเรานั้นเล่นเนื้อเรื่องของโซนนั้นผ่านไปแล้ว เราจะไม่สามารถกลับไปโซนเดิมได้อีกนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นภายในแต่ละโซนก็จะมีอะไรให้เราทำมากพอสมควร โดยเนื้อเรื่องภายในเกมนั้นจะต้องให้เราไปหาเก็บพลังชีวิตเพื่อช่วยเหลือเพื่อนที่ติดกับดักอยู่ โดยพลังชีวิตเหล่านี้เราก็จะอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในแผนที่ โดยเราก็จะต้องใช้พลังวิ่งเร็วของเจ้าโซนิคนี่แหละในการกระโดดเก็บบ้าง บางอันเก็บง่าย ๆ บางอันเก็บยาก และมันก็เหมือนกับปริศนาย่อม ๆ ให้เราต้องคิดด้วยว่า การเก็บพลังชีวิตจุดนี้ จะต้องไปเริ่มจากจุดไหนรวมถึงเราจะต้องทำการไปวิ่งเปิดแผนที่ด้วยตัวเอง ซึ่งการเปิดแผนที่ก็จะอยู๋ตามจุดเช่นกัน โดยการเปิดแผนที่เราเองก็อาจจะต้องทำชาเลนซ์เล็ก ๆ อย่างเช่นไปตรงจุด ๆ นี้ให้ถึงเวลา เตะลูกบอลให้เข้าห่วง หรือเล่นมินิเกมบางอย่างก็จะสามารถเปิดได้ ซึ่งหลัก ๆ ในการผจญภัยส่วนใหญ่จะอยู่กับการหาพลังชีวิตเพื่อช่วยเพื่อน และเปิดแผนที่นั่นเองกลไกการต่อสู้ที่น่าสนใจ และมอนสเตอร์สุดอลังการณ์สำหรับการต่อสู้ตัวเกมก็ใช้องค์ประกอบของความเป็น Action Hack and Slash เข้ามาผสมอยู่ด้วย โดยเราจะได้เจอกับเหล่ามอนสเตอร์ที่จะเกิดขึ้นมาและโจมตีเราอยู่ตลอด (หรือมอนสเตอร์บางตัวก็จะอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว) โดยระบบการโจมตี ตัวเกมจะเน้นการใช้คอมโบจากสกิลต่าง ๆ ที่เราได้อัปเกรดมาผสมผสานกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบคอมโบโจมตีรัว ๆ อย่าง Phantom Rush การใช้พลังอย่าง Sonic Boom ในการโจมตี หรือจะใช้สกิล Wils Rush พุ่งโจมตีไปทำดาเมจใส่ศัตรู ซึ่งแล้วแต่คุณจะจินตนาการออก แต่ถึงอย่างนั้นสำหรับคนที่ไม่ได้เก่งอะไรมาก การกดโจมตีธรรมดามันก็สามารถทำให้คุณผ่านด่านได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าอาจจะช้ากว่าเดิมนิดหน่อย ส่วนอีกหนึ่งที่น่าจะเป็นไฮไลท์ของเกมก็คือเหล่ามอนสเตอร์ที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ และแพทเทิร์นการโจมตีที่แตกต่างกัน โดยเราจะต้องศึกษา และเรียนรู้ศัตรูในการจัดการ และพิเศษมาก ๆ ก็คงจะเป็นเหล่ามินิบอสในเกมตัวมหึมาที่เวลาต่อสู้ เรานั้นจะต้องพยายามปีนขึ้นไปบนตัวมันเพื่อทำดาเมจใส่จุดอ่อนที่อยู่ด้านบน หรือมินิบอสบางตัวที่จะบินวนไปมา โดยเราจะต้องหาที่สูงเพื่อหาจังหวะกระโดนปีนขึ้นไปบนหางเพื่อต่อสู้กับบอสตัวนั้นได้ หรือจะเป็นบอสบางตัวที่จะอยู่ในพื้นดินทะเลทรายก็มีเช่นกัน ซึ่งต้องยอมรับว่าบอสเหล่านี้ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว ซึ่งการต่อสู้มีความสนุกและตื่นเต้นทุกครั้งตะลุยด่านต่าง ๆ ในประตูมิติอีกหนึ่งไฮไลท์ที่ไม่พูดไม่ได้ ของเกม Sonic Frontiers ที่มันชวนทำให้คิดถึงเกมเพลย์แนว Platformer สมัยก่อน นั่นก็คือประตูมิติที่จะให้เรานั้นได้เข้าไปตะลุยด่านแต่ละด่าน (โดยโซนพื้นที่หนึ่งจะมีราว ๆ 7 ด่าน) ที่ทางเข้านั้นจะตั้งอยู่ทั่วแผนที่ ซึ่งมันจะให้ความรู้สึกถึงเกมแพลตฟอร์มเมอร์สมัยก่อน วิ่งกระโดดเก็บเหรียญ กระโดดเหยียบโจมตีศัตรู หรือการใช้สปีดของโซนิคพุ่งตะลุยในจุดต่าง ๆ ซึ่งจุดประสงค์ที่เราจะต้องเข้าไปก็เพราะเราต้องเก็บกุญแจเพื่อเอามาปลดล็อคเนื้อเรื่องต่อนั่นเอง โดยเราจะต้องทำชาเลนซ์ต่าง ๆ ภายในด่านอย่างเช่นการเก็บเหรียญในด่านนั้นให้ครบตามกำหนด การเก็บเหรียญสีแดงในแผนที่ให้ครบต่อการวิ่งครั้งเดียว หรือการเล่นด่านให้จบเป็นต้น สรุปถ้าให้พูดถึงเกม Sonic Frontiers เปรียบเทียบกับเกมแนว Action Adventure อื่น ๆ ตัวเกมก็ไม่ได้มีรายละเอียดที่ลึกซึ้งใด ๆ แต่ถึงอย่างนั้นถ้าให้เปรียบเทียบกับเกม Platformer ด้วยกัน หรือเปรียบเทียบกับเกมโซนิคด้วยกันเอง ต้องยอมรับเลยว่า Sonic Frontiers นั้นยกระดับคุณภาพออกมาได้อย่างดี ถึงแม้ว่ารายละเอียดในเชิงลึกของเกมอาจจะยังไม่สูงมาก แต่โดยรวมตัวเกมก็มีลูกเล่นที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ของเหล่ามอนสเตอร์ที่ทำออกมาได้ดีมาก ๆ อย่างเช่นพวกบอสในเกมตัวมหิมาอย่างที่กล่าวไป หรือแพลตเทิร์นการโจมตีที่ต่างกันไปอีก รวมถึงอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ทำให้โซนิคไม่เหมือนเกมตระกูล Platformer อื่น ๆ ก็คงจะเป็นในเรื่องของสปีดความเร็วของเกมที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมโซนิค แน่นอนว่าสำหรับใครที่มองภาพของเกมที่เร็วมากไม่ได้ ท่านก็อาจจะมีปวดหัวกันบ้าง แต่ส่วนตัวแล้วเป็นคนไม่ค่อนเล่นเกมแนวนี้ เรื่องจากความช้าของมัน แต่โซนิคมากลบสิ่งที่ส่วนตัวไม่ชอบตรงนี้และถ้าจะให้พูดถึงข้อเสียแน่นอนว่าในด้านกราฟิกของเกมที่มันดูขัดกันแปลก ๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของบรรยากาศของเกมที่มันดูอ้างว้างมากเกินไป ถึงแม้ว่าภายในเกมจะมีเนื้อเรื่องเหตุผลมารองรับ แต่เชื่อว่าการได้ผจญภัยในดินแดนที่พบเจอผู้คน (หรือจะไปวิ่งภายในเมืองเลย) อาจจะทำให้ตัวเกมดูน่าตื่นตาตื่นใจมากกว่านี้ รวมถึงในด้านเนื้อเรื่องที่ผู้เขียนมองว่าการปูธีมของเกมที่จะเน้นความจริงจัง บทพูดที่ดูชวนซึ่งและซีเรียส แน่นอนว่าผู้เขียนอาจจะไม่เชี่ยวชาญเกมโซนิคภาคก่อน ๆ ว่ามีการทำเนื้อเรื่องสไตล์นี้ไหม แต่ภาพจำของผู้เขียนต่อโซนิคไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอที่ออกมา หรือภาพยนตร์ตัวเกมมันดูน่ารัก และบทพูดที่มีความตลกชวนจิกกัดซึ่งมันน่าสนใจมากกว่า
08 Nov 2022
[Review] รีวิวเกม The Tenants ปล่อยเช่าก็ได้ ซื้อขายก็ดี เกมจำลองชีวิตนักอสังหาที่เพลินเกินคาดคิด
The Tenants ผู้เขียนไปเห็นว่ามันเป็นเกมแนะนำช่วงลดราคาเลยไปหาอ่านศึกษาคอนเซปต์ของเกมดู ซึ่งมันมีความน่าสนใจมาก ๆ ครับ ถึงแม้จะวางขายมานานเป็นปีแล้ว ซึ่งในเกมนี้เราจะต้องรับบทเป็นนักอสังหาริมทรัพย์ท่านหนึ่ง ที่จะต้องรีโนเวทสิ่งปลูกสร้าง ปล่อยเช่า ปล่อยขาย แล้วเมคมันนีกับสินทรัพย์ของเราครับผมลองดูภาพจาก Trailer ก่อนตัดสินใจซื้อมันมาก็คิดว่า เออถ้าไม่ได้เล่นเนี่ย เสียใจแน่ ๆ เลย เพราะภาพของเกมเป็นแนวที่ผมค่อนข้างชอบเพราะ The Tenants มีภาพน่ารักดูเข้าถึงง่าย ไม่จริงจังแบบเกมระดับ AAA (ไม่ใช่ไม่อยากเล่นนะครับ แต่เครื่องผมเกมระดับ AAA มันเล่นไม่ไหว ฮ่า ๆ)ถึงแม้จะวางขายกันมาตั้งแต่ 25 มี.ค. 2021 แต่ผู้เขียนเชื่อว่ามันยังเป็นเกมที่น่าเล่นอยู่ครับ เลยอยากจะมารีวิวชวนเพื่อน ๆ มาเล่นด้วยกัน บรรยากาศในเกมเป็นยังไงนั้นเราไปดูกันดีกว่าครับเพลินกว่าที่คิด มีระบบที่หลากหลาย อาจจะต้องทำความเข้าใจอยู่บ้าง แต่ไม่ยากจนเกินไปเกมเพลย์ในเกมนี้มีให้เราได้เลือกเล่นอยู่ 2 โหมดด้วยกันครับ ได้แก่Default Mode - ซึ่งเป็นโหมดเนื้อเรื่องนะครับ เราจะได้รับบทบาทเป็น Landlord (เจ้าของบ้านเช่า หรือเจ้าของที่ดิน) ท่านหนึ่ง สามารถเลือก Avatar ได้ แต่ค่อนข้างมีให้เลือกจำกัดครับ โดยเริ่มแรกในเกมนั้นจะมีคุณลุง Steve มาคอยเป็นไกด์สอนงานเรา แผนที่จะปลดล็อคเมืองให้เราเล่นไปเรื่อย ๆ ครับ จากที่เล่นดูคร่าว ๆ ผมคาดเดาว่ามีประมาณ 3 เมืองครับ ช่วงแรก ๆ นั้นเราก็จะเน้นหลัก ๆ ไปที่การรับรีโนเวทบ้านของลูกค้าผู้จ้างวานเรา ให้ช่วยปรับปรุงหรือต่อเติมบ้านของพวกเขาครับ เมื่อเราเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งแล้ว เราสามารถนำเงินที่หามาได้ไปประมูลที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ภายในเมือง ถ้าเราประมูลชนะเรียบร้อย เราก็แค่ปรับปรุงบ้านที่เราได้มาให้สวยงามแล้วจะปล่อยเช่า หรือปล่อยขายก็ได้ตามแต่ใจเราเลยครับ มีระบบอัพ Skill ทั้งของตัวเราเอง (Player) และของลุง Steve ผมบอกเลยว่าเพลินมาก ๆ เพราะมีอะไรให้ทำเยอะมาก ช่วงแรก ๆ อาจจะต้องใช้ความเข้าใจกับระบบของเกมหน่อยครับ เพราะมีระบบให้คนมาเช่าบ้านต้องต่อรองเรื่องราคากัน เมื่อเลเวลอัพของตกแต่งจะปลดล็อคมาให้เราเลือกใช้เพิ่มมากขึ้น พอปรับตัวกับระบบของเกมได้ทีนี้เราจะลืมวันลืมเวลาไปเลยครับ ฮ่า ๆCustomizable Mode - สร้างเอาสวยอย่างเดียวเลยครับ ไม่มีอะไรมากเหมาะกับคนที่ชอบแต่งบ้าน ทุกอย่างจะปลดล็อคมาให้เราใช้งานหมดแล้ว สำหรับผู้เขียนไม่ได้ชอบเล่นสไตล์นี้เท่าไหร่ เพราะไม่มีชาเลนจ์ความท้าทายอะไรให้เราทำเลยไม่ใช่จะสร้างอะไรก็ได้ เรตติ้งหายกำไรหดการรับงานผู้ว่าจ้างจะรีเควสลิสต์สิ่งที่เขาต้องการไว้ให้เราครับ ชอบสีอะไร ไม่ชอบสไตล์วินเทจ หรือสามารถรีโนเวทได้ทั้งสไตล์โมเดิลและสไตล์พื้นบ้าน ตรงนี้จะมีแจ้งเอาไว้ให้เราอ่านในเกมครับ เราก็แค่เทียบเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ให้ดีก่อนว่าเป็นสไตล์ไหน เพราะถ้าใส่ผิดเรตติ้งหลังจบงานก็จะน้อย เพราะในเกมนี้เราต้องการผู้ว่าจ้างระดับ Elite (เหล่าคนรวย หรือคนดัง) ในเกม เพราะเงินดีเงินถึง เพราะเราต้องการเงินตรงนี้เพื่อที่จะนำไปประมูลอสังหาฯ ต่าง ๆ ในเกมครับ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเช่า ที่ดิน หรือแม้แต่อพาร์ทเมนต์ ฉะนั้นอย่าลืมดูลิสต์รีเควสดีดีนะครับเกมนี้มีระบบเลเวล และระบบอัพสกิลด้วยพอเราจบงานเราจะได้รับเงินใช่ไหมครับ นอกจากเงินที่เราได้รับแล้วเราจะได้รับเลเวลด้วย ทุก ๆ เลเวลที่อัพจะได้รับการปลดล็อคของตกแต่งบ้านใหม่ ๆ ส่วนสกิลก็จะแบ่งออกเป็นหลาย ๆ ส่วนครับ ไม่ว่าจะเป็นของเรา ของลุงสตีฟ (เพราะลุงสตีฟจะเป็นคนช่วยซ่อมบ้าน และทำความสะอาดบ้าน) และส่วนของการซื้อสิ่งปลูกสร้างครับ อย่างเช่น ของลุงสตีฟเนี่ย ถ้าเราอัพแล้วลุงก็จะทำความสะอาดได้ว่องไวขึ้น ซ่อมบ้านรวดเร็วขึ้น ชึบ ๆ ชับ ๆ ส่วนของเราเนี่ยเราจะต่อรองราคาการเช่าซื้อ ค่าเช่ารายเดือนกับลูกค้าที่ต้องการเช่าบ้านเราได้ดีขึ้น เป็นต้นครับระบบการปล่อยเช่า และการเป็นแลนด์ลอร์ดท่านหนึ่งเมื่อเราประมูลสินทรัพย์มาไว้ในครอบครอง และรีโนเวทเรียบร้อยพร้อมปล่อยให้เช่าแล้ว ทีนี้เราก็ต้องเปิด Open House (ให้คนเข้าชมบ้าน) เราก็ต้องคอยสังเกตท่าทีกันสักนิดหนึ่งว่าใครดูจะปิ๊งปั๊งกับบ้านของเรามากเป็นพิเศษ (มองหาตัวตึงคนรักบ้าน) มันจะมีอีโมจิแสดงขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่ละคนก็จะมีสไตล์การชอบศิลปะภายในบ้านแตกต่างกันไป ผู้เขียนแนะนำว่าให้รีโนเวทบ้านเป็นสไตล์ใดสไตล์หนึ่งไปเลย เพราะมันจะง่ายกับเราครับ เมื่อเราเจอผู้เช่าที่ถูกตาต้องใจแล้ว อย่าลืมเช็คว่าผู้เช่ามีการมีงานทำหรือเปล่า นิสัยเป็นยังไงบ้าง เช่น ถ้าติดเหล้า ก็อาจจะทำบ้านเลอะเทอะ หรือข้าวของพังเสียหายบ่อย ๆ ครับ หลังจากจด ๆ จ้อง ๆ ดูใจกันจนถูกตาต้องใจกับผู้เช่าคนไหนแล้ว เราสามารถเสนอราคาเพื่อดีลงานกับผู้เช่าได้เลยครับ ซึ่งราคาจะโดนกดยับ ๆ เลย แต่ว่าเราก็หาราคาที่เราพอใจที่สุดแล้วปิดจ็อบไปครับบิลต่าง ๆ แลนด์ลอร์ดอย่างเราต้องเป็นคนจ่ายครับ ซึ่งเราก็คิดมาจากค่าเช่าบ้าน + กำไรเรียบร้อยแล้ว แค่เราต้องคอยดูอาการของลูกบ้านให้ดีว่าจะเบี้ยวค่าเช่าเราไหม แต่บางคนน่ารักครับ เขาแค่หมุนเงินไม่ทันพอมีเงินเขาก็รีบจ่ายให้เราทันทีเลย แหม! มันสมจริงสุด ๆ ฮ่า ๆระบบต่าง ๆ อาจจะมีบางอย่างชวนหงุดหงิดอยู่บ้างThe Tenants เป็นเกม 3D Polygon Simulation จำลองสถานการณ์ ที่เราจะรับบทเป็นแลนด์ลอร์ดรูปงามท่านหนึ่ง (อ้างอิงจากการส่องกระจกเมื่อเช้าครับ ฮ่า ๆ ๆ ๆ) มีระบบการบังคับแบบมองจากด้านบนลงมา ตัวเกมมีภาพน่ารักครับ สบายตา สีสันสดใส ชื่นตาชื่นใจสุด ๆ เครื่องไม่ต้องเทพระดับ i9 ก็เล่นได้ ระบบการบังคับต่าง ๆ เหมือนกับเกมอื่น ๆ แนวสร้างเมือง สร้างบ้าน ที่มีอยู่มากมายในท้องตลาด ใช้ W,A,S,D เคลื่อนย้ายมุมกล้อง ลูกกลิ้งเมาส์ใช้ซูมเข้าออก Q,E หมุนมุมกล้อง อาจจะมีการ Interact บางอย่างที่อาจจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอยู่บ้างครับ แต่พอเล่นไปเรื่อย ๆ ก็จะเข้าใจได้ ตัวเกมมีตาลุง Steve เป็นกึ่ง ๆ Tutorial คอยไกด์งานสั่งสอนเราตลอดหน้าเมนูต่าง ๆ ก็ออกแบบมาได้สวยงามดี ติดนิดเดียวที่น่ารำคาญก็คือ ค่อนข้างกดสั่งการยากไปหน่อย ถ้าเราสั่งงานล่วงหน้าไว้แล้วถ้าเรากดผิดนิดหนึ่งมันจะยกเลิกทุกอย่างที่เราสั่งไว้หมดเลย อันนี้ผู้เขียนว่ามันสร้างความยุ่งยากให้กับคนเล่นอย่างเรามาก ๆ ครับ เพราะแค่กดให้ลุงสตีฟเดิน อะไรที่สั่งการเอาไว้ก็จะถูกยกเลิกทั้งหมด ซึ่งไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม แต่ไม่โอเคมาก ๆ ครับสรุปThe Tenants ถ้าผู้เขียนมีโอกาสได้ซื้อในช่วงที่มันไม่ลดราคา ผมก็บอกเลยว่าผมไม่เสียดายเงินแม้แต่บาทเดียวเลยครับกับเกมนี้ เป็นเกมดีดีอีกหนึ่งเกมที่ผมอยากให้เพื่อน ๆ ที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะซื้อดีไหม? อย่าไปลังเลครับ ซื้อไปเลยยยยย (แบบตะโกน) ฮ่า ๆ ๆ อวยกันสุดฤทธิ์ เกมราคาไม่แพงด้วย 319 บาทเท่านั้นเอง! หรือจะรอสอยตอนช่วงลดราคาก็ได้จะได้ประหยัดอีกนิดครับ มันมีความน่าสนใจอยู่ตรงที่ ผู้เขียนแอบมีมุมที่คิดว่า"เออ ถ้าเรามีเงินทุน การทำอสังหาริมทรัพย์ในชีวิตจริง มันก็คงประมาณนี้แหละ"แต่การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงนะครับ (และในเกมก็ไม่ได้สอนแบบลึกซึ้งขนาดนั้น) ถ้าเล่นจากในเกมแล้วมีความสนใจจะเป็นแลนด์ลอร์ดจริง ๆ อย่าลืมศึกษาให้ดี ๆ เพราะถ้าเป็นคนทั่วไปอย่างเรา ๆ เวลาล้ม มันล้มแบบไม่มีฟูกมารองรับ เพราะในเกมเรากดเล่นใหม่ได้ตลอด ชีวิตจริงนี่เจ๊งแล้วเจ๊งเลย แต่ผมมองว่าเกมนี้ก็เป็นไอเดียที่ดีที่ทำให้เราได้เห็นถึงลำดับขั้นตอนการทำงานบางส่วนของอาชีพนี้ครับ น้อง ๆ รุ่นใหม่ ๆ มาเล่นอาจจะได้รับแรงบันดาลใจเป็นหนึ่งความฝันให้กับเราได้ครับ ผู้เขียนแอบซ้อมในเกมไว้ก่อน เรากำลังจะขายที่ดินให้ชาวต่างชาติได้แล้วฮะ (เอ๊ะ! ฟังดูคุ้น ๆ ไหมครับ ฮ่า ๆ)
07 Nov 2022
[Review] รีวิว Gotham Knights เกม Open World Coop ที่ 4 ลูกศิษย์แบทแมนต้องมาดูแลเมือง และสู้วายร้ายแทน!
เรียกว่าเป็นเกมฟอร์มยักษ์แห่งปี 2022 ที่หลายคนน่าจะมองว่าประสบความล้มเหลว และไม่น่าจับตามองกันไปแล้วสำหรับ Gotham Knights เกมซุปเปอร์ฮีโร่ Open World Coop จากค่าย Warner Bros. Games ที่ก่อนเกมวางจำหน่ายดันมีข่าวถึงเรื่องการกินสเปค PC สูงอย่างมาก แถมบน Console รุ่นใหม่อย่าง PS5 กับ XBOX Series X l S ก็ดันมีให้เล่นได้แค่แบบล็อกเฟรมเรท 30FPS เท่านั้น บวกกับคะแนนรีวิวจากสื่อใหญ่ๆ ก็ให้กันไม่เยอะ จึงส่งผลให้หลังเกมวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2022 ก็มีกระแสที่ดูเงียบหายไปเร็วอย่างมากเลยทีเดียวอย่างไรก็ตาม ทางเรายังเชื่อว่าคงมีหลายคนที่สงสัยว่าแล้วเกม Gotham Knights จะมีส่วนไหนที่สนุกจนน่าสนใจบ้างหรือเปล่า และจะไม่มีอะไรที่ทำให้น่าซื้อมาเล่นเลยหรือ? วันนี้ทาง GameFever จึงขอพาทุกคนมาดูรีวิวเกม Gotham Knights กัน!!! รับชมได้ที่ด้านล่างเลย(บอกไว้ก่อน)รีวิวนี้ ผู้เขียนเป็นคนชอบเกมแนว RPG อย่างมาก และเคยผ่านเกมอย่าง Marvel's Avenger อย่างติดใจมาแล้วส่งผลให้ผู้เขียนจะรีวิวเกมนี้อย่างเข้าใจจุดนำเสนอแน่นอน และไม่เอาไปเทียบกับเกมอย่าง Marvel's Spider-man!มาดูที่ด้านเนื้อเรื่องกันก่อนGotham Knights เป็นเกมที่เล่าว่า Batman ซุปเปอร์ฮีโร่ที่ดูแลเมือง Gotham มาโดยตลอดได้หายตัวไป และผู้ที่จะมาต่อสู้กับเหล่าวายร้ายพร้อมดูแลเมืองแทนได้ก็มีเพียง 4 ลูกศิษย์ของ Batman อย่าง Robin, Batgirl, Nightwing และ Red Hood ในฉบับต้องมาร่วมมือกันเท่านั้นถือว่าเป็นพอร์ทเนื้อเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะหลังจากที่ Batman หายตัวไป เหล่าวายร้ายก็ออกมาเต็มเมืองไปหมดด้วยเนื่องจากไม่มี Batman ให้ต้องกลัวอีกแล้ว และยิ่งเราเล่นไปเรื่อยๆ เราก็จะได้พบกับตัวร้ายลึกลับแบบไม่คาดฝัน หรือมีการขยี้ปมตัวเอกทั้ง 4 อยู่เยอะพอสมควร ส่งให้ผลถ้าคุณเป็นแฟนจักรวาลแบทแมน หรือเคยเล่นซีรี่ส์เกม Batman Arkham มาก่อนจะรู้สึกชอบกับอะไรพวกนี้มากแต่กลับกัน ถ้าคุณไม่รู้เรื่องจักรวาลแบทแมน หรือเคยเล่นซีรี่ส์เกม Batman Arkham คุณจะรู้สึกว่าในด้านเนื้อเรื่องไม่ได้มีอะไรเซอร์ไพร์สเลย และคุณก็อาจไม่อินกับการเล่นเป็น 4 ตัวละครเอกของเกมนี้ด้วย เพราะเนื้อเรื่องในเกมนี้ก็ไม่ได้น่าสนใจหรือรู้สึกว่ามีจุดสำคัญมากขนาดนั้น และไม่ว่าคุณจะรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องจักรวาลแบทแมนก็ตาม คุณจะรู้สึกได้เลยว่าเนื้อเรื่องในเกมนี้จบได้บ้านๆ มาก อย่างกับไม่ใช่เกมที่ต้องจ่ายราคาหลักพันขึ้น!อีกจุดนึงที่น่าผิดหวังคือตัวเอกทั้ง 4 นั้นเริ่มเกมมาก็ร่วมมือกันแล้ว และก็ไม่มีประเด็นแตกคอน่าสนใจออกมาให้เห็นเลย ทำให้ด้านความสัมพันธ์ของตัวเอกนั้นจะดูธรรมดามาก ทั้งๆ ที่ในคอมมิกเราจะเห็นว่าทั้ง 4 มีประเด็นขัดแย้งต่างๆ ให้คนเล่นอินได้ตั้งเยอะ แถมช่วงที่เล่นไปเราก็จะได้พบฉากที่ทั้ง 4 มาสร้างมิตรภาพแบบครอบครัวร่วมกันด้วย แต่ฉากต่างๆ ก็ไม่ได้มีพลังทำให้คนเล่นรู้สึกผูกพันกินใจอะไรเลย เพราะฉากก็สั้นๆ ห้วนๆ มากจากด้านบน จึงส่งผลให้เราจะเห็นได้ชัดว่า Gotham Knights มีเนื้อเรื่องที่บอบบางมาก และล้มเหลวในสิ่งที่ควรจะเล่าออกมาให้ดี แต่ก็อย่างที่บอกไปว่าในเนื้อเรื่องยังมีเซอร์ไพร์ส และมีการขยี้ปมตัวเอกทั้ง 4 ให้พบเจออยู่ด้วย ส่งผลให้ถ้าบวกรวมกับด้านเกมเพลย์หรือจุดนำเสนออื่นๆ ก็จะทำให้เกมน่าเล่นไปจนจบได้อยู่ ผู้เขียนจึงแนะนำว่าคนเล่นควรไปติวเข้มจักรวาลแบทแมนมาก่อนดีกว่า จะได้ไม่รู้สึกเฉยๆ กับเนื้อเรื่องในเกมนี้ในตอนเล่น!จุดนำเสนอทั้งหมดของเกมนี้Gotham Knights เป็นเกมที่เล่นได้ทั้งแบบคนเดียว และ Coop สูงสุด 2 คน โดยจะให้ผู้เล่นมาผจญภัยในโลก Open World นั่นก็คือเมือง Gotham ซึ่งผู้เล่นก็มีอิสระจะเลือกเล่นเป็นตัวเอกคนไหนก็ได้ รวมทั้งจะรับเควสหลักหรือเควสเสริม หรือไปหยุดอาชญากรรมตรงไหนก็ได้ตลอดเวลา โดยขอชมเรื่องหนึ่งก่อนเลยคือเมือง Gotham มีการออกแบบสถานที่ต่างๆ มาได้ดีอย่างมากที่เกม Coop ได้แค่สูงสุด 2 คน ก็เพราะเกมเป็น Open World ให้ผู้เล่น Coop เล่นด้วยกันได้ทุกภารกิจด้วยแต่อนาคตจะมีเพิ่มโหมด Coop พิเศษให้เล่นได้สูงสุดเป็น 4 คนจุดเด่นที่ผู้เขียนชอบมากคือเกมไม่มีบังคับให้เล่นเป็นตัวไหนเลย เราสามารถเล่นเป็นตัวไหนในเควสไหนก็ได้ และนั่นก็ยังส่งผลให้บทพูดต่างกันไปด้วย ยกตัวอย่างเควสที่เราเอา Nightwing ไปพบหน้าวายร้ายคนหนึ่งแล้วจะมีบทพูดแบบกวนๆ ถ้าเราเอา Batgirl ไปพบแทนก็จะเป็นบทพูดอีกแบบออกแนวห้าวๆ ตามนิสัยตัวละคร จุดนี้ทำให้เห็นว่าทีมงานใส่ใจในรายละเอียด และการมอบอิสระให้คนเล่นมากส่วนระบบต่อสู้ในเกมนี้อาจทำให้แฟนซีรี่ส์เกม Batman Arkham แอบเสียใจหน่อย เพราะระบบต่อสู้ได้เปลี่ยนใหม่มาเป็นแนว Action RPG เน้นทำดาเมจ Critical หรือดาเมจให้ติดสถานะธาตุ (ยกตัวอย่างไฟหรือน้ำแข็ง) รวมทั้งยังเน้นเก็บเกจเพื่อใช้สกิลไม้ตายต่างๆ โดยระบบต่อสู้จะมีความเชื่องช้ากว่าเพื่อให้เล่นแบบ Coop ได้ไม่เวียนหัว แต่ระบบต่อสู้ก็ถือว่าทำออกมาดีไม่น่าเบื่อ แถมยังช่วยให้ตัวละครทั้ง 4 มีแนวการต่อสู้ต่างกันยิ่งกว่าเดิมด้วยความที่ทั้ง 4 คือลูกศิษย์ Batman ในเกมนี้จึงจะยังมีระบบลอบเร้นอยู่ด้วย และก็ถือว่าระบบนี้ทำออกมาได้ลื่นไหลอยู่ ส่งผลให้สายถลกหลังจะชอบเกมนี้อยู่พอสมควร รวมทั้งตัวละครอย่าง Robin ก็จะมีสกิลด้านลอบเร้นเพิ่มเติมด้วย ส่วน Batgirl จะสกิลช่วยปิดกล้องวงจรหรือปิดป้อมปืนศัตรูขณะลอบเร้นด้วยความเป็นแนว Action RPG ก็ยังมีให้ผู้เล่นต้องมาฟาร์มอาวุธกับชุดด้วย แต่ช้าก่อน! เพราะเกมนี้พวกอาวุธกับชุดไม่ได้ส่งผลต่อการต่อสู้มากขนาดนั้น และผู้เล่นจะได้รับเรื่อยๆ อยู่แล้วไม่ว่าจะเล่นเควสแบบไหน ส่งผลให้ระบบนี้ไม่ได้จะผลักดันให้ผู้เล่นต้องไปฟาร์มซ้ำๆ ซากๆ อะไรแบบนั้น แต่ตรงนี้จะเป็นข้อดีมากกว่า เพราะชุดกับอาวุธจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ตัวละคร และชุดแต่ละแบบนั้นดีไซน์มาเท่มาก แถมเรายังปรับแต่งได้หลายชุดด้วย!ภาพหนึ่งในชุดเกราะสุดเท่ของตัวละคร Robinแล้วเราจะปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ส่วนหัว/แขน/ขา ได้ชุดละ 3 แบบแถมเปลี่ยนสีชุดได้หลายแบบด้วย แต่ต้องไปปลดล็อกสีก่อนอีกข้อดีนึงที่ผู้เขียนชอบมากๆ คือเกมนี้ให้อรรถรสให้ผู้เล่นได้ดีสุดๆ ยกตัวอย่างผู้เขียนไปทำเควสสุ่มที่มีโจรมาปล้นธนาคาร โจรจะเข้ามาปล้นทางประตูหน้า และจะเข้าไปขนเงินมาขึ้นรถ แต่เรานั้นก็สามารถเข้าไปบู๊ด้านหน้าตรงๆ หรือจะเข้าจากหลังคามาลอบเร้นตบทีละคนก็ได้ แต่หลังจัดการเสร็จจะมีตำรวจมาจับคนร้ายในพื้นที่ด้วย ทำให้เราที่ไม่ถูกกับตำรวจจึงต้องหลบหนีไปให้ได้ ถือว่าเป็นอะไรที่เร้าใจมากเลย!อย่างไรก็ตาม แม้เกมนี้จะเป็นแนว Action RPG แต่ผู้เล่นก็จะไม่ได้มาสร้าง Build การเล่นแต่ละตัวละครที่ต่างกันได้มากอะไรขนาดนั้น เนื่องจากทุกตัวละครจะชุดสกิลที่ตายตัวมาให้แล้ว ถ้าจะต่างกันได้ก็แค่ไปทางเน้นโจมตีแรงๆ หรือมีพลังชีวิตเยอะเป็นพิเศษเสียมากกว่า ส่งผลให้ใครหวังว่าเกมจะมีระบบ RPG ลุ่มลึกแบบ Marvel's Avenger ก็ควรคิดใหม่ รวมทั้งเกมนี้เมื่อจบแล้วก็คือเคลียร์เควสเสริม และเน้นไปเล่น New Game+ ต่อเลยภาพสกิลตัวละคร Robinสกิลคือตายตัวมาเลยว่าเป็นตัวละครเน้นต่อสู้ + ลอบเร้น + ทำให้ศัตรูติดสถานะธาตุต่างๆ ได้ไวมากจุดน่าสนใจเพิ่มเติมของเกมนี้จากด้านบน หลายคนอาจรู้สึกว่าเกมนี้ยังไม่ได้มีอะไรน่าสนใจเหมือนเกมอื่นๆ และช่วงต้นของเกมนี้ผู้เขียนก็ขอบอกเลยว่าเกมดูไม่มีอะไรอย่างมาก แต่เมื่อเราเล่นไปเรื่อยๆ เราจะได้พบกับศัตรูฝ่ายใหม่ และศัตรูชนิดใหม่ที่มีให้พบเจอนับหลักสิบขึ้นไปเลย และบางศัตรูเราต้องใช้สกิลมาแก้ทางด้วย ซึ่งพูดง่ายๆ คือยิ่งเราเล่นไปเยอะขึ้น เราจะยิ่งพบว่าเกมมีอะไรให้พบเจอเยอะขึ้นจนไม่น่าเบื่อยิ่งเราเล่นตัวเอกทั้ง 4 ไปเรื่อยๆ ทุกตัวละครก็จะมีการปลดล็อกชุดสกิลใหม่ และอุปกรณ์เดินทางลอยฟ้าใหม่อีกต่างหาก ยกตัวอย่างของ Robin ที่จะวาร์ปไปสถานีอวกาศ และสามารถวาร์ปมาจุดไหนก็ได้ แถมวาร์ปมาโจมตีศัตรูได้อีก หรือของ Nightwing ที่จะเป็นเครื่องร่อนบินขึ้นลงได้อิสระ ส่งผลให้เราไม่ต้องใช้มอเตอร์ไซค์ หรือยิงสลิงโหนไปตามตึกต่างๆ ในการเดินทางอย่างเดียว (มอเตอร์ไซค์เกมนี้เดินทางช้ามาก ถ้าได้ขี่มีกำหมัด)นอกจากนี้ ในแผนที่ยังมีความลับจากแบทแมนให้เราไปตามหามากมาย โดยบางอันก็จะเป็นปริศนา หรือบางอันก็จะเป็นภารกิจท้าทายให้เราเดินทางไปจุดหนึ่งให้ทันเวลาด้วยวิธีต่างๆ พร้อมได้รางวัลเป็นสกินชุดหรือสีชุดต่างๆ ที่เท่มาก ส่งผลให้เกมนี้มีอะไรน่าทำไม่ใช่แค่การต่อสู้อย่างเดียวอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพูดถึงคือปริศนาในเกมนี้ทุกรูปแบบ รวมทั้งที่พบในเควสจะทำออกมาท้าทายมาก และให้ผู้เล่นต้องใช้หัวคิดเอาเรื่อง แต่บางปริศนาที่เป็นการให้เราจับคู่เบาะแสหรือหาว่าอันไหนคือเบาะแสไปเจอคนร้าย เมื่อเราหาผิดไป 2 ครั้งจะมีให้เรากด Skip ข้ามไปเลยก็ได้ ส่งผลให้ผู้เล่นเกมนี้ที่ไม่ชอบแก้ปริศนาก็สามารถเล่นได้เพลินๆ อยู่จะเห็นได้ว่าผู้เขียนไม่ได้ติอะไรเกี่ยวกับจุดนำเสนอหรือจุดน่าสนใจของเกมนี้เลย แต่เอาจริงๆ สิ่งที่ผู้เขียนกล่าวไปมันก็ถือว่าเป็นอะไรปกติที่เราพบเห็นได้ปกติในเกมทั่วไปอยู่ดี ส่งผลให้อะไรพวกนี้ผู้เขียนมองว่ามันก็ไม่ใช่จุดขายจนทำให้เกมนี้ต้องซื้อมาเล่นให้ได้ แต่ก็น่าจะเป็นจุดที่ทำให้คนอยากสวมบทเป็น Robin, Batgirl, Robin และ Red Hood รู้สึกว่ามีอะไรที่ทำให้น่าเล่นเกมนี้เพลินๆ ได้แล้ว!มาดูประเด็นสำคัญของเกมนี้อย่าง 'ประสิทธิภาพ' กันเถอะ!อย่างที่กล่าวไปว่าเกมนี้มีข่าวเรื่องกินสเปค PC เกินไป และล็อกเฟรมเรท 30FPS บนคอนโซลยุคใหม่ตั้งแต่ก่อนวางจำหน่าย ทำให้หลายๆ คนได้มองข้ามเกมนี้ไปเลยทันที โดยขณะที่ผู้เขียนได้มาลองเกมนี้ช่วงแพทช์ 1.0 ก็พบว่าเกมนี้กินสเปคแบบไม่คุ้มกับภาพกราฟิกที่ได้รับเลยจริงๆ เหมือนผู้สร้างเกมนี้ไม่มีความชำนาญทำเกมให้เล่นลื่น แต่ผู้เขียนก็ยังมองว่าถ้าสเปคผ่านขั้นแนะนำ ก็จะสามารถเล่นเกมนี้ได้ไม่น่าหงุดหงิดอย่างที่คิดนะ!สเปคที่ทางเราใช้เล่นเกมนี้ระบบปฎิบัติการ : Windows 10 64-bitโปรเซสเซอร์ : AMD Ryzen 5 5600Xหน่วยความจำ : แรม 16 GBการ์ดจอ : AMD Radeon RX 6600 XTพื้นที่จัดเก็บข้อมูล : SSDผู้เขียนได้ปรับภาพเกมนี้อยู่ที่ระดับ 1080P ตามขนาดมอนิเตอร์ และส่วนใหญ่ปรับภาพระดับ High-Medium สิ่งที่ผู้เขียนพบคือช่วงต่อสู้หรือช่วงอยู่ในสถานที่ต่างๆ เฟรมเรทจะลื่นไหลปกติดีเลย แต่ช่วงที่ต้องเดินทางด้วยวิธีต่างๆ จะมีเฟรมเรทหล่นไปที่ 40-50 FPS ทำให้ช่วงเดินทางในเกมนี้จะเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดพอสมควร แต่ตอนที่ปลดระบบ Fast Travel ก็จะทำให้ไม่ค่อยได้มาหงุดหงิดอะไรตรงนี้เท่าไหร่นอกจากนี้ ผู้เขียนก็มีพบบั๊กอยู่บ้างจนทำให้บางเควสเล่นไม่ผ่าน แต่ก็ไม่ใช่เควสหลัก และก็ยังมีบั๊ก Fast Travel ที่ทำให้ Crash ออกจากเกมหน้าตาเฉยตอนเล่นเป็น Batgirl ส่วนตอนเล่นเป็นตัวละครอื่นไม่มีปัญหา Fast Travel เลย (การ Fast Travel เกมนี้เท่มากๆ ด้วย จะเป็นการให้เราใช้เครื่องร่อนขนาดอลังหล่นมาจากฟ้า)จากด้านบน ผู้เขียนจึงมองว่าแม้เกมนี้จะมีปัญหาเรื่องประสิทธิภาพเอาเรื่อง แต่ก็สามารถเล่นได้จนจบโดยไม่รู้สึกหงุดหงิดอะไรขนาดนั้น โดยก็ต่างกับตอนเกม Batman Arkham Knights ลง PC ใหม่ๆ ที่ตอนนั้นเกมมีปัญหาจนเล่นจบแทบไม่ไหวเลยนั่นเอง แต่ผู้เขียนก็หวังว่า Gotham Knights จะมีการอัปเดตแพทช์แก้ปัญหาในตรงนี้ด้วย!สรุปจากด้านบนทั้งหมด เราจึงเห็นได้ว่าเกม Gotham Knights ต่อให้ไม่มีปัญหาเรื่องกินสเปคบน PC หรือมีแค่ล็อก 30FPS บนคอนโซลยุคใหม่ เกมนั้นก็ยังมีปัญหาด้านเนื้อเรื่องไม่ได้น่าสนใจมาก และเกมเพลย์การนำเสนอต่างๆ ที่ไม่ได้ยอดเยี่ยมจนเป็นเกมต้องหามาเล่นให้ได้อยู่ดี แต่ถ้าคุณชอบที่จะได้เล่นเป็นลูกศิษย์ทั้ง 4 ของแบทแมนคนใดก็ได้ หรืออยากเล่นเกมสวมบทซุปเปอร์ฮีโร่กับเพื่อนแบบเพลินๆ เกมนี้ก็ถือว่าทำมาตอบโจทย์ได้ดีพอสมควร แต่ก็ไม่ควรหวังถึงความยอดเยี่ยมอะไรตามที่กล่าวไว้นั่นเอง!
06 Nov 2022
[Review] รีวิวเกม Isle of Arrows ลูกผสม Tower Defense และ Roguelike พร้อมงานภาพสุดสบายตา
Isle of Arrows เกมเกาะแห่งลูกธนูเกมนี้เป็นเกมอินดี้ที่ผสานแนว Tower Defense และ Roguelike เข้าด้วยกัน เราจะรับบทเป็นผู้สร้างป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เหล่าผู้บุกรุกบุกเข้ามาทำลายพวกเรา ต้องวางแผนการตีถนน วางป้อมและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อดึงประโยชน์ของมันออกมาใช้งานได้อย่างสูงสุดจากตัวเลือกที่สุ่มได้แค่อ่านก็รู้สึกน่าสนใจแล้ว แถมไม่ค่อยมีเกมที่นำสองแนวเกมนี้มาผสมกันเท่าไหร่ ซึ่งเกมนี้ทำออกมาเป็นอย่างไรนั้น งั้นไปอ่านกันต่อเลย! (สายพกพาเองก็ห้ามพลาด เพราะเกมลงสมาร์ทโฟนด้วย)เมื่อเรากดเริ่มเกม บนแถบข้างบนจะบอกถึงทรัพยากรที่เรามี ดังนี้หัวใจ (Heart) พลังชีวิตของเรา จะลดเมื่อมีศัตรูบุกมาถึงฐาน 1 ตัวต่อ 1 หัวใจ ถ้าหมดคือจบเกมเหรียญทอง (Coin) เงินของเราที่ใช้แลกเปลี่ยน ตัวเกมมีระบบดอกเบี้ยด้วยตามจำนวนเงินที่เก็บไว้ ระดับปกติ +1, 10-20: +2, 21-30: +3, 31 ขึ้นไป: +4สะพาน (Bridge) สามารถวางแผ่นสิ่งก่อสร้างบนช่องที่ไม่มีพื้นได้ เสีย 1 อันต่อ 1 ช่อง สมมติว่าการ์ดที่วางมีสองช่องก็จะเสียสะพานสองอันระเบิด (Bomb) สามารถวางทับสิ่งก่อสร้างที่มีอยู่ก่อนได้ เสีย 1 อันต่อ 1 ช่องเช่นกันรอบการบุก (Wave) จะมีบอกว่ารอบต่อไปจะเป็นรอบที่เท่าไหร่ ซึ่งเล่นไปเรื่อยๆ ก็จะพบกับเหตุการณ์ต่างๆ สอดแทรกที่จะสุ่มทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นหรือลำบากยิ่งกว่าเดิมมันจบแล้วอนาคิน ป้อมยิงธนูข้าอยู่ที่สูงกว่า! ปกติยิงได้แค่ 8 ช่องรอบตัวเองนะ ฉะนั้นใช้ความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ซะ!Tower Defense: ป้อมปะทะศัตรูวีธีการเล่นเกมนี้นั้นก็เหมือนกับเกมแนว Tower Defense ทั่วไปคือ มีทางเดิน มีฐานและมีศัตรู งานของเราคือการวางป้อมเพื่อจัดการกับเหล่าศัตรูก่อนจะเดินถึงฐาน (ซึ่งในเกมนี้คือแท่งคริสตัล) ซึ่งป้อมปราการในเกมนี้ก็ค่อนข้างมีหลากหลายทีเดียว ตั้งแต่ป้อมยิงธนูธรรมดา ป้อมยิงลูกระเบิดไปจนถึงป้อมปล่อยหินกลิ้ง แต่ละป้อมเองก็มีแนวการยิงของตัวเองที่แตกต่างกันไปให้เราต้องเลือกหาตำแหน่งวางที่เหมาะสมที่สุด เพราะยิ่งเล่นนานๆ ไป จำนวนศัตรูจะยิ่งมากและเริ่มมีตัวที่แข็งแกร่งปรากฏกาย นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ที่ช่วยรับมือศัตรูด้วย เช่น กับดักน้ำแข็ง (Ice Trap) ที่จะทำให้ศัตรูเดินช้าลง, กับดักหนาม (Spike Trap) ที่จะทำดาเมจใส่ศัตรูที่เดินชนRoguelike: การสุ่มการ์ดสิ่งก่อสร้างท่ามกลางความเป็นไปได้อันมากมายจั่วหัวมาตั้งแต่แรกว่าเป็นแนว Roguelike ก็บอกเลยว่าการวางป้อมเพื่อจัดการศัตรูก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามการ์ดที่สุ่มได้ด้วย ในแต่ละรอบจะวางได้หนึ่งใบพร้อมกับได้รู้ว่ารอบหน้าเราจะได้การ์ดอะไร ถ้าอยากหยิบใบต่อไปมาใช้โดยไม่ต้องรอก็จ่าย 2 เหรียญทองเพื่อหยิบมาใช้ได้เลยสังเกตเห็นว่าสิ่งก่อสร้างบางอย่างก็ไม่ได้มาเปล่าแต่มีบล็อกน้ำ (Water) ติดมาด้วย อาจจะทำให้รู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยที่สิ่งกีดขวางนี้ทำให้เราวางสิ่งก่อสร้างได้ยุ่งยากขึ้น แต่ก็มีบางสิ่งก่อสร้างที่ต้องใช้น้ำในการแสดงผลเอฟเฟคด้วย ถ้าวางน้ำดีๆ ก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้นะซึ่งการ์ดในเกมนี้ก็มีจำนวนที่หลากหลายมากกว่า 50 ใบเลยทีเดียว แค่แผ่นถนนก็มีตั้งหลายแบบแล้ว งั้นมาพูดถึงสิ่งก่อสร้างตั้งต้นที่พบเจอได้บ่อยๆ หน่อยดีกว่าธง (Flag) วางแล้วเพิ่มอาณาเขตเกาะสวน (Garden) วางแล้วเพิ่ม 1 เหรียญทองทันทีโรงปฏิบัติงาน (Workshop) หากมีน้ำ 2 ช่องอยู่ติดสิ่งก่อสร้างนี้ จะเลือกแผ่นทางเดินเพิ่มได้ฟรีกระท่อมตกปลา (Fishing Hut) ได้รับ 2 เหรียญทองตามจำนวนน้ำที่อยู่ติดสิ่งก่อสร้างนี้ป้อมสอดส่อง (Watchpost) ป้อมปราการที่อยู่ติดสิ่งก่อสร้างนี้ จะยิงแรงขึ้น 10% และเล็งไปที่เป้าหมายเลือดมากก่อน (บางป้อมจะเล็งตัวเลือดน้อยก่อน)ตลาดนัด (Market Square) หากมีการวางสิ่งก่อสร้างครบ 8 ช่องรอบตัว จะเข้าสู่ตลาดมืด (Black Market) เพื่อซื้อของได้ทันทีอนุสาวรีย์ (Monument) หากมีการวางสิ่งก่อสร้างครบ 8 ช่องรอบตัว จะได้รับสะพาน 3 อันโกดัง (Storehouse) หากมีป้อมปราการ 2 ช่องอยู่ติดสิ่งก่อสร้างนี้ จะเลือกการ์ดโบนัสได้ฟรีรูปปั้น (Statue) หากมีการวางสิ่งก่อสร้างครบ 8 ช่องรอบตัว จะได้รับระเบิด 2 ลูกน้ำพุ (Fountain) หากมีการวางสิ่งก่อสร้างครบ 8 ช่องรอบตัว จะได้รับ 2 หัวใจสิ่งก่อสร้างแต่ละอย่างก็มีเอฟเฟคและเงื่อนไขการใช้งานแตกต่างกัน อย่าลืมกดเครื่องหมาย ? ตรงมุมการ์ดเพื่ออ่านก่อนวางด้วยล่ะจ๊ะเอ๋ตัวเอง! โผล่มาแบบนี้ ป้องกันทางเดียวมันยังไม่ปวดหัวพอใช่มั้ย!?ในขณะที่เรากำลังวางแผนเส้นทางที่มีเพียงหนึ่งอย่างหัวหมุน จู่ๆ เกมก็เกิดจุดที่สองมาให้เราดูแลเฉยเลย ทำให้เราต้องวางทางเดินหรือป้อมในทางใหม่ด้วย ป้องกันทางหนึ่งได้แต่อีกทางโดนบุกเละไม่ได้นะ ซึ่งพอเล่นไปเรื่อยๆ ก็จะมีจุดที่สามโผล่มาให้เราป้องกันด้วย เอาล่ะวางแผนขยายเกาะและวางทางวางป้อมกันดีๆ ล่ะเซอร์ไพร์สที่จะทำให้เกมง่ายขึ้น.. หรือแม้แต่ยากยิ่งกว่าเดิมเมื่อแต่ละรอบผ่านไปสักระยะหนึ่ง เราจะได้เจอกับเหตุการณ์แบบสุ่มที่อาจจะช่วยชีวิตเรา หรือแม้แต่การเสี่ยงโชค (เพราะ High Risk High Reward ยังไงล่ะ!) ซึ่งมีทั้งหมด 3 แบบ ดังนี้การ์ดโบนัส (Bonus Cards) จะมีการ์ด 3 ใบมาให้เลือก ซึ่งเลือกได้เพียงใบเดียว ต้องการอะไรอยู่ก็หยิบเลยของโบราณ (Relics) เลือกแล้วจะได้บัพที่มีผลทันทีหรือตลอดเกมแล้วแต่เอฟเฟค เลือกให้ถูกใจตามสไตล์การเล่นของตัวเองแล้วกันการเผชิญหน้า (Encounters) ต้องแลกทรัพยากรที่เรามีหรือเสี่ยงทายหัวก้อยเพื่อสิ่งที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร ถ้าได้ของดีก็ดีไป หากใครไม่ชอบความเสี่ยงก็สามารถกดข้ามได้ซ้ายก็ดี ขวาก็น่าสนใจเรตการสุ่ม: โซ่ตรวนสำคัญที่ทำให้เกมแนว Roguelike ถ้าไม่สนุกก็หัวร้อนไปเลยลองจินตนาการว่าตอนเริ่มเกมมา นอกจากป้อมที่ตั้งต้นให้อันนึงแล้ว การ์ดที่เกมสุ่มมาให้คุณก็มีแต่ทาง ทางและทาง จนศัตรูเริ่มเยอะเกินที่ป้อมป้อมเดียวจะกันได้แล้ว ป้อมอันที่สองก็ยังไม่โผล่ ช่วงแรกเงินก็น้อยนิดเหลือเกินยังจะต้องมากดข้ามเพื่อหาป้อมอีก เฮ้อ รีเกมดีกว่าแต่ท้ายเกมจะรีก็ไม่ได้น่ะสิ บางทีกว่าจะได้การ์ดที่ต้องการคือสุ่มกันตาเหลือก ยิ่งท้ายเกมที่มีสามทางต้องกันและศัตรูที่แข็งแกร่งขึ้น การที่ผู้เล่นสุ่มไม่ได้ป้อมปราการเลยคือแทบจะสิ้นหวัง จบกันที่พยายามมาทั้งหมด แต่ถ้าใครบริหารการเงินดีๆ ท้ายเกมก็อาจมีเงินพอรีหาการ์ดที่ต้องการก่อนจะจบตาที่ 40เรตการสุ่มของเกมนี้ยังอยู่ในจุดที่ใจร้ายมากนัก จริงอยู่ที่เกมต้องมีเรตสุ่มในระดับที่ไม่ทำให้ผู้เล่นเอาชนะเกมแต่ละตาด้วยการวางแบบเดิมๆ แต่การได้การ์ดเส้นทางติดกันห้าหกอันในช่วงท้ายเกมมันทำให้หัวเสียไม่น้อย เป็นสิ่งเดียวจริงๆ ที่ทำให้เกมมอบประสบการ์ณหงุดหงิดใจมากกว่าสนุกในบางจังหวะสรุป: การผสมผสานของเกมสองแนวผ่านงานภาพสุดมินิมอลที่ทำออกมาได้น่าสนใจเกม Isle of Arrows เป็นเกมแนว Tower Defense ที่ทำให้เราต้องปรับแผนการเล่นอยู่เสมอเนื่องจากลูกเล่น Roguelike ที่สอดแทรกอยู่ในทุกกระเบียดนิ้วของเกม เป็นเกมที่ทั้งท้าทายและหัวร้อนกับการสุ่มอยู่หน่อยๆ เพราะบางทีเกมก็ไม่สุ่มการ์ดที่เราต้องการมาให้สักที ต้องการป้อมนะไม่ใช่ถนน ขอป้อมยิงหน่อย! ป้อมอยู่ไหนเนี่ย!! (ไม่รู้ๆๆ)นอกจากนี้ตัวเกมก็มีหลายโหมดการเล่นเลยทีเดียวให้เราได้เลือกซึ่งจะเรียกว่ากิลด์ (Guild) ซึ่งจะมีคุณสมบัติตั้งต้นและการ์ดที่เราจะได้เจอระหว่างการเล่นไม่เหมือนกัน เรียกได้ว่าเปลี่ยนโหมดเปลี่ยนรสชาติ ทำให้แต่ละตาที่ได้เล่นก็จะพบกับประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน แอบดูดเวลาเหมือนกันนะเพราะตาหนึ่งก็กินเวลาไม่น้อยประกอบกับงานภาพที่มองแล้วสบายตา บางคนอาจจะคุ้นๆ กราฟิคหน้าตาแบบนี้ เพราะมีผู้พัฒนาคือคุณ Daniel Lutz ที่เคยเป็น Creative Director ของเกม Hitman GO และ Lara Croft GO มาก่อนนั่นเอง การออกแบบมองเพลินแต่เกมเพลย์ไม่เพลินเลยนะคุณพี่ (แซว)ซึ่งเกมนี้นอกจากบน PC ก็ยังมีบนสมาร์ทโฟนด้วย แบบนี้สายพกพายิ่งพลาดไม่ได้แล้ว!โดยรวมแล้วเป็นเกมที่น่าสนใจเกมหนึ่งเลยทีเดียว ถ้าเกม Tower Defense แบบปกติมันท้าทายไม่พอ เกมเกาะแห่งลูกธนูที่เสริมรสชาติด้วยแนว Roguelike เกมนี้คงจะพอทำให้ชีวิตตื่นเต้นได้นะ!Isle of Arrows โดยผู้พัฒนา Gridpopราคา: 219 บาท (Steam และ App Store), 250 บาท (Google Play)แพลตฟอร์มเกม: PC บนร้านค้า Steam, iOS, Androidรีวิวบน Steam: Very Positiveแท็กเกม: Tower Defense, Roguelike, Puzzle, Board Game เล่นได้เรื่อยๆ เลยเกมนี้!
05 Nov 2022
[Review] รีวิวเกม DORAEMON STORY OF SEASONS: Friend of the Great Kingdom
แมวสีฟ้าโดราเอมอน การ์ตูนในดวงใจของใครหลายคนที่ถูกหยิบมาดัดแปลงเป็นเกมยุคปัจจุบันอีกครั้ง โดยสร้างความประทับใจให้กับแฟน ๆ มาแล้วในภาคแรกอย่าง DORAEMON STORY OF SEASONS ซึ่งคราวนี้ตัวเกมกลับมาพร้อมภาคต่ออย่าง Friend of the Great Kingdom แต่การกลับมาของโดราเอมอนและผองเพื่อนนั้นจะสนุกเพลิดเพลินแค่ไหน ก็มาดูรีวิวของเรากันได้เลยพักร้อนสุดน่าเบื่อของโนบิตะและผองเพื่อนเรื่องราวของเกมภาคนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อถึงช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน แทนที่จะได้หยุดพักผ่อน แต่เหล่าเด็ก ๆ กลับต้องทำงานหลายสิ่งหลายอย่างที่พ่อแม่ของพวกเขาสั่งให้ทำ เด็ก ๆ เบื่อเหลือทน จึงร้องเรียกของวิเศษจากโดราเอมอน โดราเอมอนที่หยิบกระสวยอวกาศออกมา และพาเด็ก ๆ ไปพักผ่อนหย่อนใจนอกโลก ก็บังเอิญหลุดไปยังดาวเคราะห์ดวงใหม่ และบังเอิญไปพบกับเด็กหนุ่มนามว่าไลท์ ที่หมดสติอยู่ พวกโดราเอมอนได้เข้าไปช่วยเหลือ และด้วยความชิลล์ตามสไตล์การ์ตูน โดราเอมอน โนบิตะและผองเพื่อนจึงตัดสินใจว่าจะช่วยเหลิองานด้านเกษตรกรรม และทำฟาร์มเพื่อสานต่อหน้าที่ที่คุณพ่อของไลท์ได้ฝากทิ้งไว้ให้ ชีวิตช่วงพักร้อนของพวกโนบิตะที่แท้จริง ได้เริ่มต้นที่ดวงดาวแห่งนี้ต้องบอกว่าเป็นเกมที่เนื้อเรื่องไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก เราแค่ถูกส่งมาต่างดาว และเรริ่มต้นชีวิตการปลูกผักทำฟาร์ม เหมือนกับเกมที่เกมอื่น ๆ ทำ แต่จะต่างตรงที่เกมมอื่นตรงที่ ถ้าเป็นเกมอื่น เราก็แค่ย้ายไปชนบท แต่เกมนี้ย้ายดวงดาวกันเลยทีเดียว แต่มันก็ไม่ได้ให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างกันสักเท่าไรอยู่ดีเนื้อเรื่องของเกมนี้ก็จะคล้าย ๆ กับเกมปลูกผักทำฟาร์มเกมอื่น ๆ เริ่มจากรับมรดกเป็นบ้านหลังเก่า ๆ แบบฟรี ๆ รับอุปกรณ์ทำไร่ทำสวน จากนั้นก็ค่อย ๆ ไปทำความรู้จักกับสมาชิกในหมู่บ้าน โดยเกมจะเล่าผ่านตัวละครของโนบิตะเป็นหลัก และด้วยความที่เป็นเกมที่อิงพื้นฐานจากโดราเอมอน ทำให้คาแรคเตอร์ตัวละคร นิสัยใจคอ จะอิงจากซีรีส์โดราเอมอนเป็นหลักทั้งสิ้น ใครที่เป็นโดราเอมอนอยู่แล้ว จะอินกับเกมนี้ได้มากกว่าคนอื่น และการพาให้ผู้เล่นได้รู้จักกับตัวละครต่าง ๆ ก็ถือว่าทำออกมาได้ดี โดยมันเป็นภารกิจหลักที่จะให้ผู้เล่นต้องไปหา NPC ตัวนั้น ๆ และเรียนรู้เรื่องราว หรือชีวิตของตัวละครตัวนั้นเลยว่าพวกเขามีกิจวัตรอะไร ทำงานอะไร มีใครรอบตัวบ้าง จุดนี้เป็นสิ่งที่เกมทำออกมาได้ดี ทำให้เราอินกับเนื้อเรื่องได้มากขึ้น และค่อย ๆ ชอบตัวละครตัวนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ และเผยความจริงในสไตล์ของการ์ตูน แต่หากจะให้พูดถึงข้อเสียเล็กน้อยคือ ภาคนี้ยังคงใช้เวลาในการเกริ่นเนื้อเรื่องนานพอสมควร แม้จะไม่นานเท่าภาคแรก แต่ก็ยังเยอะอยู่ดี จริงอยู่ว่าสามารถข้ามได้ แต่ก็ถือว่าเยอะ โดยเฉพาะคนที่เคยเล่นเกมปลูกผักมาก่อน อาจจะเบื่อเอาตั้งแต่ช่วงแรกเลยก็ได้ โลกของเกมปลูกผักทำฟาร์มเมื่อนำเสนอผ่านตัวละครโดราเอมอนฉากหลังของเกมภาคนี้คือดาวเคราะห์ที่ไม่มีใครรู้จัก แต่หากไม่บอกว่าเป็นดาวเคราะห์อื่น เราก็คงเดากันไม่ได้ เพราะทุกอย่างภายในเกมนี้มันช่างเหมือนโลกมนุษย์อันปกติสุขมาก ในเกมนี้จะมีชนเผ่าที่ต่างกัน 4 ชนเผ่า เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินเรื่อง และขนาดแผนที่ที่ถือว่ามีขนาดกลาง ๆ ไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป แต่สิ่งที่ผู้เขียนชอบเป็นพิเศษคือการสลับสับเปลี่ยนมุมมองของฉากในบางช่วง จากที่เป็นมุมมอง Isometric แบบ Top-Down อยู่ บางฉากของเมืองก็จะเปลี่ยนกลายไปเป็นเหมือนเกม Action RPG ซะอย่างนั้น ถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศในระหว่างการเล่นได้สำหรับตัวเกมก็จะเหมือนกับเกมปลูกผักทำฟาร์มทั้งหลาย ใครที่เคยผ่านเกมแนวนี้มาเยอะ ๆ โดยเฉพาะซีรีส์ STORY OF SEASONS ก็จะรู้แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผักทำฟาร์ม การสนทนาสร้างความสัมพันธ์กับเหล่าตัวละครต่าง ๆ ปฏิทินกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในเมือง ทั้งเทศกาลนักแม่นปืน ล่าสัตว์ แข่งม้า คือสิ่งที่เกมนี้นำจากเกมอื่นมาต่อยอด และใส่ความเป็นโดราเอมอนลงไปแทนทั้งหมด และแฟน ๆ โดราเอมอนจะต้องชื่นชอบ คือเกมนี้จะมีความพิถีพิถันในเรื่องของนิสัยใจคอของตัวละคร เรียกได้ว่าแทบจะถอดแบบจากการ์ตูนมาเลยก็ว่าได้ หากคุณเคยดูหรือเคยอ่านโดราเอมอนแล้วพบว่านิสัยใจคอตัวละครในการ์ตูนเป็นอย่างไร ในเกมก็จะเป็นแบบนั้น แต่บางตัวอาจจะซอฟต์ ๆ ลงมาหน่อย ให้เหมาะสมกับบริบทของเกม ส่วนของการเล่าเรื่องบางช่วงก็จะเล่าเรื่องเหมือนกับเราอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่เลยก็ว่าได้ เป็นอีกเสน่ห์ที่เกมนี้มอบให้กับเราขนาดแผนที่ภายในเกมนี้ไม่ได้ใหญ่มากนัก เราสามารถออกสำรวจได้เกือบทั้งหมดตั้งแต่แรก และกิจกรรมที่มีให้ทำก็ไม่ได้เยอะเกินกว่าพลังชีวิตที่เรามี  ทำให้เกมนี้ค่อนข้างผ่อนคลายและเป็นมิตรกับผู้เล่นทุกคนมาก ๆ และด้วยความที่เป็นเกมจากโดราเอมอน มันจึงถูกทำออกมาหใ้ทุกคนเข้าถึงได้ ผ่อนคลายจนเข้าข่าย Slow life ไปเลยก็ได้ อย่างผู้เขียนเอง กว่าจะเล่นจนถึงวันที่ 8 (ภายในเกม) ก็ใช้เวลาไป 3-4 ชั่วโมง ซึ่งเล่นไปขนาดนั้นแล้ว ยังเพิ่งจะปลดล็อคคอนเทนต์บางอย่างของเกมมา และเจอตัวละครใหม่อยู่เรื่อย ๆ เรียกได้ว่าใช้เวลากันสุด ๆ สำหรับเกมแนวนี้ ใครที่ชอบเล่นเกมแนวผ่อนคลาย ปลูกผัก ทำฟาร์ม และรักโดราเอมอนด้วย บอกเลยว่าเกมนี้คุ้มเกินคุ้มไปเลยและหลังจากที่ BANDAI Namco บุกตีตลาดแฟนเกมชาวไทยมาตั้งแต่ปี 2020 ทำให้ส่วนใหญ่ เกมจากอนิเมะและแฟรนไชส์ดัง ๆ ของค่ายนี้จะได้รับการแปลเป็นภาษาไทยอยู่เสมอ และเกมนี้เองก็เช่นกัน และมาตรฐานการแปลไทยของ BANDAI Namco ต้องบอกว่า ไม่มีตก แปลได้ดีอย่างยอดเยี่ยม คำผิดแทบไม่มีให้เห็น และมีการแปลชื่อตัวละครบางตัวให้มีความเป็นไทยในสไตล์โดราเอมอนอีกด้วย อย่างเช่นตัวละคร Gidal และ Gogmir ก็มีการตั้งชื่อไทยให้ว่าโกก๊องและกากั๊ง หรือทหารยามในเมือง ก็ตั้งชื่อไทยให้ว่าหยุดยั้ง และปกป้อง แม้ว่าจะเป็นการเปลี่ยนชื่อตัวละคร แต่สำหรับแฟน ๆ โดราเอมอนแล้วจะรู้สึกชอบและทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นและเพราะเกมภาคนี้มีฉากคัทซีนที่ค่อนข้างยืดยาวและคุยกันเยอะมาก การมีภาษาไทย ช่วยให้เราเสพเนื้อเรื่องได้อย่างมีอรรถรสมากขึ้น แต่ถึงจะมีแปลไทย แต่บางฉากก็คุยกันยาวเกินจนแอบน่าเบื่ออยู๋เหมือนกัน แต่ในเรื่องของการแปลไทย ต้องบอกเลยว่าเต็มสิบไม่หักสำหรับเกมนี้เกมเพลย์สุดผ่อนคลายที่แฟน ๆ STORY OF SEASONS จะต้องชื่นชอบสำหรับเกมเพลย์ของเกมนี้ เชื่อว่าไม่ต้องอธิบายอะไรมากเลย สำหรับคนที่เป็นแฟนเกม STORY OF SEASONS อยู่แล้ว ระบบทุกอย่างแทบจะเหมือนเดิมเกือบหมด แต่สำหรับคนที่ไม่เคยเล่น เราก็จะรีวิวให้ฟัง เกมนี้จะพิเศษตรงที่เราจะไม่ค่อยเหงาเท่าไร ปกติแล้วบ้านพักของเราในเกมปลูกผักเกมอื่น เราจะอยู่คนเดียว แต่เกมนี้ เราจะอยู่กับพลพรรคผองเพื่อนของเราทั้งแก๊ง แต่ช่วงเวลากลางวัน ทุกคนจะแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง ส่วนกลางคืนจะกลับมานอนร่วมกัน และทุกเย็นกับทุกเช้าจะเป็นเวลาทานอาหารร่วมกัน รู้สึกอบอุ่นแบบที่เกมอื่นให้ไม่ได้ตัวละครหลักที่เราจะได้เล่นก็คือโนบิตะ และเหมือนกันกับเกมทำฟาร์มเกมอื่น ๆ ใน 1 วัน เราจะเริ่มตั้งแต่ 6 โมงเช้า และมีพลังงานจำกัด แน่นอนว่าต้องแบ่งปันส่วนหนึ่งไปใช้รดน้ำ ปลูกผัก ทำฟาร์ม ส่วนที่เหลือจะเอาไปทำอะไรก็แล้วแต่ผู้เล่น ที่มีทางเลือกในการเล่นอย่างหลากหลาย เช่นไปคุยกับชาวบ้าน เพิ่มความสัมพันธ์ ช่วยเหลือด้านคำร้องขอ โดยจัดหาไอเทมไปส่งให้เพื่อเพิ่มค่าความสนิทสนม หรือจะไปตกปลา ขุดเหมือง ไล่จับแมลง ได้หมด อิสระอยู่ที่ตัวผู้เล่น ทำให้เราต้องบริหารจัดการเอาเองว่าวันนี้จะทำกิจกรรมอะไร หาเงิน หรือไปทำอย่างอื่น เพราะโลกในเกมก็มีกิจกรรมมากมายให้ทำ และใช้พลังงานของโนบิตะแต่ถึงอย่างนั้นเกมก็มอบอิสระให้ผู้เล่นอยู่ดี พลังงานที่ให้มาใช้ในแต่ละวันถือว่ามากเพียงพออยู่แล้ว หลัก ๆ เราจะหมดไปกับงานหนัก ๆ และได้เงินดีอย่างขุดแร่ หรือตกปลา ที่เหลือก็เดินชิลล์ หรือจะใช้ในการตัดต้นไม้ ทุบหินในบ้าน เพื่อจัดสรรพื้นที่ในบ้านเราให้สวยงามมากยิ่งขึ้น การปลูกผักทำฟาร์มก็จะคล้ายเกมอื่น ๆ คือเราสามารถหาซื้อเมล็ดได้จากร้านค้า พืชพรรณแต่ละชนิดจะถูกแบ่งออกเป็นสี แต่ละสีแทนฤดูกาลที่เหมาะสมกับการปลูกพืชพรรณนั้น ๆ เช่นฤดูใบไม้ผลิ ฤดูหนาว ฤดูร้อน และแต่ละฤดูยังมีกิจกรรมที่แตกต่างกันอีกด้วย โดยกิจกรรมต่าง ๆ ก็ดูได้จากกระดานของหมู่บ้านแต่ไม่ใช่ว่าเราจะต้องลุยทำงานเกษตรกรรมอยู่คนเดียว ในภาคนี้ได้เพิ่มระบบผู้ช่วยเข้ามา ผู้ช่วยนั้นเราสามารถไปกดคุยกับเพื่อนคนต่าง ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือในวันนั้นได้ ผู้ช่วยจะตามเราไปทุกที และช่วยทำำกิจกรรมทุกอย่างที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นการตกปลา ขุดเหมือง ปลูกผัก รดน้ำ ทำให้เกมการเล่นสบายขึ้นไปอีก และทำให้พลัง Stamina ต่อวันของเราเหลือเยอะไปทำอย่างอื่นมากขึ้น แนะนำว่าถ้าไม่ซีเรียส ก็รอปลดล็อคเจ้าหุ่นยนต์มาช่วย รับรองชีวิตจะยิ่งสบายและมันจะเป็นเกมโดราเอมอนไม่ได้ หากไม่มีของวิเศษจากโดราเอมอนให้ใช้ แต่ต้องบอกเลยว่า กว่าคอนเทนต์ของวิเศษนั้น ต้องเล่นไปยาวมาก ๆ กว่าจะได้ปลดล็อคมาใช้ เรียกได้ช่วง 5-6 ชั่วโมงแรกของเกม เราต้องเล่นแบบเกมปลูกผักทำฟาร์มทั่วไปก่อน กว่าจะได้ก็ต้องใช้เวลาเล่นกันไปยาว ๆ ก่อนเลย ลำบากก่อน สบายทีหลัง โดยของวิเศษของเราจะค่อย ๆ ได้กลับคืนมาอีกระบบที่ไม่มีไม่ได้ คือการสร้างความสัมพันธ์กับตัวละครต่าง ๆ แต่ในเกมนี้จะไม่มีจีบกัน ทำได้เพียงเพิ่มค่าความสนิทสนมเท่านั้น ซึ่งมันจะส่งผลให้เนื้อเรื่องเดินต่อไปข้างหน้า และเป็นอีกระบบที่ทำให้ผู้เล่นต้องติดพันอยู่กับเกมนี้ยาว ๆ เพราะไม่ใช่แค่ให้ของชิ้นสองชิ้นแล้วจะเพิ่ม แต่ต้องคอยทำตามคำสั่ง คำร้องขออื่น ๆ กว่าจะได้เพิ่มก็เสียเวลาไปไม่ใช่น้อย รู้ตัวอีกทีก็ล่อไปหลายสิบชั่วโมงเข้าไปแล้วความสนุกของเกมนี้คือความผ่อนคลาย เล่นง่ายอย่างมากที่สุด อาจจะง่ายกว่าเกมปลูกผักทำฟาร์มเกมอื่นด้วยซ้ำไป และที่ผู้เขียนชอบเป็นพิเศษ คือ ความเล่นง่ายแบบนี้ ทำให้เราไม่ต้องหัวหมุนนั่งจัดการทรัพยากรโน่นนี่ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าใน STORY OF SEASONS เกมอื่น ๆ นั้น เป็นแบบนี้ด้วยหรือไม่ แต่ถ้าใช่ก็ไม่แปลกใจแล้วว่า ทำไมแฟน ๆ ถึงหลงรักซีรีส์นี้ ส่วนอีกข้อที่ชื่นชมเป็นพิเศษคือ ปกติแล้วเกมแนวปลูกผักทำฟาร์มจะบังคับให้เราเซฟผ่านการนอนเท่านั้น และมันจะเป็นการบังคับจบวัน ซึ่งบางคนอาจจะอยากเลิกเล่นกลางเกมก็ทำไม่ได้ แต่เกมนี้สามารถเซฟและโหลดเกมได้ตลอดเวลาที่หน้าเมนู เป็นอะไรที่ถูกใจมาก ๆ หลังจากที่เกมทำฟาร์มก่อนหน้า ต้องเซฟตอนจบวันเท่านั้นภาพรวมของ DORAEMON STORY OF SEASONS ในภาคนี้ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าทำไมเกมแนวนี้จึงได้รับความนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นี่คือออริจินอลของ Harvest Moon แต่ถูกนำมาตีความใหม่ในโลกของโดราเอมอน ใครที่ชอบเกมแนวนี้อยู่แล้ว อยากจะกดราคาเต็ม ถ้าไม่เดือดร้อนทางการเงิน บอกเลยว่าคุ้มค่าภาพน่ารัก กินสเปคเครื่องแบบเบา ๆงานนี้ใครที่คอมพิวเตอร์ไม่ได้แรงมากก็บอกเลยว่าสบายมาก ๆ เพราะเอาแค่ขั้นต่ำ ใครที่ใช้การ์ดจอสมัยเก่าอย่าง GTX750 Ti ก็ยังสามารถเปิดเกมนี้เล่นได้ แต่ทางที่ดีก็ให้มันผ่านขั้นต่ำมาซะหน่อยจะดีกว่า ใครที่คอมพิวเตอร์ไม่แรง ตัวเกมยังมาพร้อมกับ Setting Option ที่รองรับการตั้งค่าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการล็อกเฟรมเรทไว้ที่ 30 การปรับกราฟิกพื้นผิวที่อาจจะช่วยทำให้เครื่องของบางคนเล่นได้ลื่นขึ้น หรือพวกลดรอยหยัก V-Sync ก็มีมาให้ปรับเช่นกัน ดังนั้นคอมพิวเตอร์ใครที่พอจะเล่นเกม AAA ยุคนี้ได้แบบกลาง ๆ หรือปรับสูง เกมนี้ก็น่าจะสบายอยู่แล้ว ส่วนเรื่องบั๊ก และข้อผิดพลาด ก็บอกได้เลยว่า หายห่วงแน่นอน แทบไม่มีปัญหาใด ๆ มารบกวนระหว่างการเล่นDORAEMON STORY OF SEASONS: Friend of the Great Kingdom เป็นการหยิบเอาโดราเอมอนมาผสมผสานเข้ากับการปลูกผักทำฟาร์มที่ดียิ่งกว่าภาคแรก ถึงแม้เนื้อเรื่องจะมาในสไตล์ที่ใคร ๆ ก็คาดเดาได้ แต่สำหรับแฟน ๆ เกม STORY OF SEASONS แล้วล่ะก็ เชื่อเถอะว่าจ่ายไป ยังไงก็คุ้ม
03 Nov 2022
[Review] รีวิวเกม God of War: Ragnarok การเดินทางฝ่าโชคชะตาอันแสนล้ำค่าของพ่อลูกเทพสงคราม
ในยุคสมัยปัจจุบัน ที่แฟนเกมเลือดร้อนจำนวนนับไม่ถ้วนบนโลกออนไลน์พร้อมจะรุมสาบแช่งผู้พัฒนาหน้าไหนก็ตามที่บังอาจดัดแปลงซีรีส์เกมอันเป็นที่บูชาของพวกเขา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการตัดสินใจของผู้พัฒนา Sony Santa Monica Studio ในการยกเครื่องซีรีส์ลูกรักของพวกเขาอย่าง God of War ใหม่ทั้งหมด คงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความกล้าหาญอยู่ไม่น้อย แต่ท้ายที่สุดแล้ว ความกล้าหาญของพวกเขาก็ถูกตอบแทนอย่างเต็มรัก เมื่อเกม God of War (2018) สามารถคว้าเอารางวัลเกมยอดเยี่ยมหลากหลายสาขาจากทั้งสำนักสื่อและเวทีประกาศรางวัล รวมถึงเวทีใหญ่ประจำปีอย่าง Game of the Year 2018 โดยผู้ที่ได้สัมผัสเกมล้วนกล่าวชมทั้งเกมเพลย์และการนำเสนอโลกและเนื้อเรื่อง จนหลายคนถึงขนาดยกให้ God of War (2018) เป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดของเจนเนอเรชันที่ผ่านมาเลยทีเดียวด้วยความสำเร็จอันท่วนท้นของเกมภาคก่อนหน้า ทำให้เกมภาคต่อจำเป็นต้องแบกรับความคาดหวังอันมหึมาเอาไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยหลังจากที่ใช้เวลากว่า 45 ชั่วโมงไปกับเกม God of War: Ragnarok ผู้เขียนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะบอกว่าเกมสามารถยกระดับประสบการณ์อันน่าทึ่งของภาคก่อนหน้าขึ้นไปได้ในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเกมเพลย์ กราฟิก และโดยเฉพาะเนื้อเรื่อง ซึ่งมีความซาบซึ้ง อบอุ่น กินใจอย่างคาดไม่ถึง เป็นการปิดฉาก(?)การเดินทางของสองพ่อลูกเทพสงครามอย่างสมเกียรติที่สุด เหนือความคาดหวังใด ๆ ที่ผู้เขียนมีก่อนจะได้เล่นเสียอีก ความเป็นมนุษย์ที่งดงามในความไม่สมบูรณ์เนื้อเรื่องของเกม God of War: Ragnarok เริ่มขึ้นหลังเหตุการณ์ในเกมภาคก่อนราว 2-3 ปี ท่ามกลางความหนาวเหน็บของฤดูหนาวนิรันดร์ฟิมบุลวินเทอร์ (Fimbulwinter) อันเป็นผลมาจากการตายของบาลเดอร์ โดยสองพ่อลูกเทพสงครามเครโทสและอเทรอัสพยายามจะใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและสงบสุขในบ้านหลังน้อยกลางป่าของพวกเขา เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่ถูกลิขิตไว้โดยเหล่ายักษ์ในตอนจบของเกมภาคก่อนหน้านั่นเองเรื่องราวของเกมเริ่มขึ้นในขณะที่สองพ่อลูกเทพสงครามกำลังอยู่ระหว่างล่าสัตว์ ซึ่งแสดงออกถึงการเปลี่ยนแปลงของทั้งสองตัวละครตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในขณะที่เครโทสดูจะละทิ้งความโกรธแค้นจากอดีตของตนเองเกือบจะทั้งหมดแล้ว ความแค้นนั้นกลับถูกทดแทนด้วยความอ่อนล้า อันเป็นผลมาจากการได้รู้ว่าตัวเองอาจต้องจากโลกนี้ไปในไม่ช้าตามคำทำนายของเหล่ายักษ์ ในขณะที่อเทรอัสดูจะมีความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากพลังเทพที่เติบโตขึ้นของเขา พอ ๆ กับความมุทะลุตามประสาวัยรุ่นแตกหนุ่มของเขา โดยฉากเปิดนี้ยังมีการเชื่อมโยงบทพูดหรือการกระทำบางอย่างจากช่วงต้นเกมของภาคก่อนหน้าด้วย ยิ่งทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของสองตัวละครได้ชัดเจนกว่าเดิมหลังจากที่ทั้งสองเดินทางกลับมาจากการล่าสัตว์ ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดบางอย่าง (ซึ่งเราจะไม่สปอย ให้ทุกคนไปเจอกันเอาเอง) ที่ชี้ชัดว่าแม้เครโทสเองจะไม่ต้องการเข้าไปพัวพันกับเหล่าเทพเอเซียร์ (Aesir) อีกต่อไป แต่เหล่าเทพยังมีธุระต้องสะสางกับเขาและลูกชายอยู่ และพวกเขาจะไม่หยุดจนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ ส่งผลให้สองพ่อลูกเทพสงครามตัดสินใจออกเดินทางเพื่อตามหาเทียร์ เทพสงครามประจำถื่นผู้สาบสูญ เพื่อหาวิธีเปลี่ยนโชคชะตาที่กำหนดให้พวกเขาต้องต่อสู้กับเทพเอเซียร์หรือถ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้สำเร็จ ก็เพื่อเริ่มต้นสงคราม Ragnarok ตามคำทำนายและกำจัดโอดินกับพวกพ้องชาวแอสการ์ดให้สิ้นซาก แม้ว่าเรื่องราวของเกม God of War: Ragnarok จะเกี่ยวข้องกับการเดินทางข้ามมิติ และมีทั้งสัตว์วิเศษไปจนถึงเทพเจ้าหลากหลายองค์ให้เผชิญหน้า แต่จุดแข็งหลักของเนื้อเรื่องเกม God of War (2018) ก็ยังคงเป็นแก่นเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพ่อกับลูกชาย ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความเป็นมนุษย์เป็นอย่างมาก เป็นเหตุให้ผู้เล่นหลายคนรู้สึกซาบซึ้งและมีอารมณ์ร่วมไปกับเหตุการณ์ในเกมได้ โดยเกมภาค Ragnarok เองก็ยังรักษาจุดแข็งนี้เอาไว้ได้อย่างงดงาม ด้วยการนำเสนอปมขัดแย้งระหว่างตัวละครที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะมีประสบการณ์ร่วมไม่มากก็น้อย นั่นก็คือความต้องการของเครโทสที่จะปกป้องลูกชาย ซึ่งขัดแย้งกับความต้องการที่จะให้เขาได้เติบโตเป็นตัวของตัวเอง ในทางกลับกันอเทรอัสเอง แม้จะอยากก้าวเดินบนหนทางที่เลือกเอง แต่ในใจลึก ๆ ก็รู้ว่าตัวเองยังไม่พร้อมจะอยู่โดยไม่มีพ่อ ความกระอักกระอ่วนในใจก็ยังทำให้พวกเขาต่างไม่กล้าพูดความในใจให้อีกฝ่ายได้รู้ ซึ่งน่าจะเป็นความรู้สึกที่หลาย ๆ คงจะหาจุดร่วมได้ไม่ยาก การได้ติดตามความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ของพ่อลูกทั้งสองผ่านคัตซีนและการสนทนาระหว่างสำรวจ จึงเป็นประสบการณ์ที่กินใจ ซาบซึ้ง และล้ำค่าอย่างแท้จริง ในแบบที่น้อยเกมมาก ๆ จะสามารถทำได้เรื่องราวของพ่อลูกทั้งสอง ถูกเสริมด้วยเหล่าตัวละครเสริมอันน่าทึ่งจำนวนมาก ผู้ซึ่งต่างมีเรื่องราวของตนเองที่เข้ามาเกี่ยวโยงกับเครโทสและอเทรอัสมากกว่าในเกมภาคที่ผ่านมา ส่งผลให้ตัวละครเสริมแต่ละตัวได้มีช่วงเวลาเด่นของตนเองในเนื้อเรื่อง ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ก็มักจะวนกลับมาเสริมธีมต่าง ๆ ที่เกมพยายามนำเสนออย่างลึกซึ้งและมีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโชคชะตา ความแค้น การให้อภัย และที่สำคัญที่สุดคือครอบครัว นอกจากนี้ ตัวละครเพื่อนร่วมทางยังมักจะชวนเครโทสคุยหรือแซวกันไปมาตลอดเวลาในขณะที่สำรวจอยู่ โดยบทสนทนาเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นต่อเมื่อผู้เล่นค้นพบสถานที่หรือสิ่งของบางอย่างในฉาก ซึ่งจะทำให้ตัวละครเพื่อนร่วมทางออกความเห็นหรือเล่าถึงที่มาที่ไปของสิ่งของ/สถานที่นั้น ๆ กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลให้ผู้เล่นได้สำรวจแผนที่ของเกมอย่างละเอียด เพื่อรับฟังบทสนทนาอันยอดเยี่ยมของตัวละครในขณะที่พวกเขาถกเถียงกันเกี่ยวกับอะไรก็แล้วแต่ที่เราค้นพบ ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมไม่น้อยเลยที่ผู้พัฒนาสามารถเขียนให้ตัวละครแทบทุกตัวในเกมรู้สึกมีมิติและมีเสน่ห์ได้ขนาดนี้ เพราะเอาเข้าจริงเกมมีตัวละครไม่น้อยหน้าภาพยนตร์รวมดาวใหญ่ ๆ ของจักรวาลมาร์เวลเลยทีเดียวตัวละครเสริมที่โดดเด่นเป็นพิเศษคงหนีไม่พ้นเฟรยาอดีตราชินีแห่งแอสการ์ด ที่แทบจะเสียสติจากความโกรธแค้นที่มีต่อเครโทสผู้ซึ่งหักคอบาลเดอร์ลูกชายของเธอในภาคที่แล้ว ส่งผลให้เธอสาบานว่าจะตามล้างแค้นเขาให้จงได้ โดย เฟรยาเปรียบเสมือนกระจกที่สะท้อนให้เห็นทั้งอดีตอันคาวเลือดของเครโทสและอนาคตของเขาถ้าต้องเสียอเทรอัส ไป และการได้เห็นเธอค่อย ๆ ละทิ้งความแค้นที่สุมอก และโอบรับการให้อภัยทั้งตนเองและผู้อื่น ก็เป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่มีแก่นความเป็นมนุษย์อย่างมาก ซึ่งก็ทำให้เรื่องราวของเธอรู้สึกล้ำค่าและกินใจไม่แพ้ตัวละครหลักเลยทีเดียว ทั้งนี้ หากจะมีจุดอ่อนซักจุดในเนื้อเรื่องของเกม God of War: Ragnarok ก็คงจะเป็นตัวร้ายหลักของเรื่องอย่างโอดินที่แม้นักแสดงและนักพากย์จะถ่ายทอดตัวละครออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ในทุก ๆ ฉากที่เขาปรากฏอยู่ แต่โอดินกลับเป็นตัวละครไม่กี่ตัวจริง ๆ ในเรื่องที่รู้สึกไม่ค่อยมีมิติเท่าที่ควร โดยเกมไม่สามารถให้คำอธิบายที่ดีพอกับการกระทำหลาย ๆ อย่างของเขา ที่ส่วนใหญ่ดูจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีต่อตัวเขาเองหรือเป้าหมายที่เขาพยายามไล่ตามอยู่ จนรู้สึกเหมือนว่าเขาเป็นเพียงเครื่องมือทางการเล่าเรื่อง (Plot Device) มากกว่าตัวละครที่มีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตนเอง เพื่อมอบข้ออ้างให้เหล่าฮีโร่ได้รวมพลังกันพิชิตในตอนท้ายเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังไม่น้อยเมื่อคิดว่าตัวละครอื่น ๆ แทบทุกตัวดูจะมีมิติตื้นลึกหนาบางของตนเอง แต่ตัวละครที่สำคัญอย่างตัวร้ายหลักกลับแบนเป็นแผ่นกระดาษแบบนี้แต่อย่างที่กล่าวไป หัวใจหลักของเนื้อเรื่องในเกม God of War: Ragnarok ก็ยังคงเป็นเรื่องราวอันเปี่ยมไปด้วยความเป็นมนุษย์ที่ร้อยเรียงไปกับเหตุการณ์เหนือจินตนาการต่าง ๆ ซึ่งเกมสามารถนำเสนอจุดเด่นนี้ได้อย่างชัดเจน ในแบบที่มีเพียงสื่อวิดีโอเกมเท่านั้นที่ทำได้ ผลลัพธ์คือเนื้อเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและอบอุ่นอย่างไม่คาดคิด เป็นประสบการณ์ที่จะเด่นชัดในความทรงจำของผู้เขียนไปอีกนาน แม้ไม่ใหม่ แต่ใหญ่และตื่นใจกว่าเดิมว่ากันตามตรง แก่นเกมเพลย์ของ GoW: Ragnarok แทบจะไม่ได้แตกต่างจากเกมภาคก่อนหน้าเลยซักนิดในแง่ของคุณภาพ เกมยังคงนำเสนอเกมเพลย์แอคชันอันดุเดือดสะใจ ควบคู่ไปกับการสำรวจและแก้พัซเซิลระหว่างทาง ซึ่งก็ประสบความสำเร็จมาแล้วในภาคก่อนหน้า โดยแทนที่จะไปยุ่งกับสิ่งที่ยังใช้ได้ดีอยู่แล้ว ผู้พัฒนา Sony Santa Monica เลือกที่จะทำตามวลีฝรั่งที่ว่า “ปริมาณก็เป็นคุณภาพในตัวของมันเอง” ด้วยการเพิ่มความหลากหลายลงไปในแทบทุกองค์ประกอบของเกมเพลย์เลยทีเดียวในส่วนของการสำรวจ ในขณะที่เกมภาคก่อนหน้าจะมีแผนที่กว้าง ๆ ให้สำรวจได้เพียงไม่กี่แผนที่ เกมภาค Ragnarok ได้เปิดให้ผู้เล่นสามารถเดินทางไปยังภพทั้ง 9 ได้อย่างอิสระประมาณหนึ่ง ซึ่งแต่ละภพก็จะมีพื้นที่กว้างที่สามารถสำรวจได้ในระดับที่ต่างกันไป โดยแม้ว่าการต่อสู้ส่วนใหญ่จะยังคงเกิดขึ้นในพื้นที่แคบ ๆ ที่มีลักษณะเหมือน “ดันเจียน” ที่ค่อนข้างเป็นเส้นตรง ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ตามแผนที่ การออกแบบแผนที่ให้เปิดกว้างมากขึ้นทำให้เกมเพลย์การสำรวจของ Ragnarok เป็นประสบการณ์ที่เพลิดเพลินเป็นอย่างมาก เพราะผู้พัฒนาได้ซุกซ่อนสมบัติ ของสะสม พัซเซิล ไปจนถึงภารกิจและบอสลับอยู่ในแทบทุกทางแยกที่พบเจอ ในระดับที่ว่าไม่ว่าจะเลือกเดินไปทางไหนก็มีอะไรให้เก็บหรือค้นพบเสมอ และทำให้การสำรวจในเกมรู้สึกมีความหมาย ต่างจากหลาย ๆ เกมที่บางครั้งการสำรวจกลับทำให้รู้สึกเสียเวลามากกว่าในด้านการต่อสู้ ทักษะพื้นฐานทั้งหมดของเครโทสจากเกมภาคก่อนหน้าได้ถูกนำมาไว้ในเกมภาคนี้เกือบทั้งหมด โดยการต่อสู้จะยังเน้นการร้อยเรียงท่าโจมตีเบา-หนัก การโจมตีระยะไกล และท่าเวทมนต์ Runic ต่าง ๆ เข้ากับการหลบหลีก ป้องกัน หรือปัดป้องการโจมตีของศัตรู ซึ่งความแตกต่างระหว่างเกม Ragnarok และภาคก่อนหน้าส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของความหลากหลายมากกว่า ไม่ว่าจะจากการที่ผู้เล่นได้รับอาวุธ Blades of Chaos ของเครโทสมาตั้งแต่เริ่มเกม ซึ่งก็ทำให้เกมเพลย์ในช่วงต้นเกมหลากหลายขึ้นแล้วเมื่อเทียบกับภาคก่อน และจากชนิดของศัตรูที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก อย่างที่ผู้เขียนได้เคยกล่าวไปในบทความพรีวิวก่อนหน้านี้ว่าชนิดศัตรูที่พบในเกมเพลย์ 6 ชั่วโมงแรกของ Ragnarok นั้นแทบจะมากเท่ากับที่พบในเกมภาคก่อนทั้งเกมอยู่แล้ว และยิ่งผู้เล่นเดินทางสำรวจภพทั้ง 9 มากขึ้น ความหลากหลายที่ว่านี้ก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้กระทั่งในช่วงท้ายของเนื้อเรื่องเกือบ 40 ชั่วโมงถัดมา เกมก็ยังคงแนะนำศัตรูและมินิบอสใหม่ ๆ ให้ผู้เขียนได้วัดฝีมือด้วย ต่างจากในภาคก่อนหน้าที่ให้ผู้เล่นต่อสู้กับบอสโทรลถือซุงตัวเดิมซ้ำ ๆ กันนับสิบครั้งตลอดทั้งเกม เอาเข้าจริงแล้ว Ragnarok ก็มีการเพิ่มระบบเกมเพลย์ใหม่เอี่ยมของตนเองเข้ามา หลังจากที่เล่นเนื้อเรื่องจบไปแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่า 60-70% ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ก็รู้สึกเหมือนกันว่าถ้าเกมเพิ่มระบบดังกล่าวเข้ามาเร็วกว่านี้ซะได้ก็ดีเหมือนกัน เพื่อให้การต่อสู้ในช่วงใหญ่ ๆ ของเกมมีมิติใหม่เพิ่มขึ้นมามากกว่านี้ และเมื่อนำมารวมกับระบบการสำรวจที่มีกลิ่นอายของเกมแนว Metroidvania ที่ให้ผู้เล่นใช้ความสามารถใหม่ ๆ ที่ได้ตามเนื้อเรื่องเพื่อปลดล๊อคพื้นที่หรือแก้พัซเซิ่ลในฉาก หมายความว่าผู้เล่นที่ต้องการจะเก็บสมบัติหรือเควสลับทั้งหมดจะต้องสำรวจแผนที่เดิม ๆ ซ้ำกันหลายครั้ง (หรือไม่งั้นก็เก็บมาสำรวจทีเดียวทั้งหมดตอนท้ายเกม) ซึ่งก็อาจไม่ค่อยถูกใจผู้เล่นบางคน โดยเฉพาะเมื่อเกมไม่มีระบบมาร์กตำแหน่งของสมบัติหรือพัซเซิ่ลเพื่อย้อนกลับมาสำรวจภายหลังได้แม้จะไม่ได้นำเสนออะไรที่รู้สึก “ใหม่” ซะทีเดียว แต่เกมเพลย์ของ God of War: Ragnarok ก็อัดแน่นไปด้วยคุณสมบัติอันสำคัญยิ่งของเกม นั่นก็คือ “ความสนุก” นั่นเอง นอกจากการต่อสู้ในเกมจะดุเดือดท้าทายตลอดทั้งเกมแล้ว การแก้พัซเซิ่ลหรือสำรวจแผนที่ยังนำไปสู่รางวัลที่มีความหมายบางอย่างเสมอ เป็นเกมที่รู้สึกว่าองค์ประกอบทั้งหมดเป็น “เนื้อ” โดยแทบไม่มี “น้ำ” ปนอยู่เลย พูดได้เต็มปากว่า “สนุกจนวางจอยไม่ลง” เลยทีเดียวงานแสดง+พากย์เสียงที่เทพคู่ควรเช่นเดียวกับในด้านเกมเพลย์ ข้อปรับปรุงในด้านการนำเสนอของ GoW: Ragnarok ไม่ได้มาในรูปแบบของการยกระดับคุณภาพกราฟิกซะทีเดียว (เพราะเกมยังวางจำหน่ายสำหรับ PS4 ด้วย) แต่เน้นการเพิ่มปริมาณแทน ซึ่งในบริบทนี้ก็หมายถึงความหลากหลายของสภาพแวดล้อมที่ผู้เล่นจะได้ค้นพบตลอดการสำรวจภพทั้ง 9 นั่นเอง อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าในแผนที่แต่ละภพจะมีพื้นที่กว้างให้ผู้เล่นได้สำรวจ ซึ่งก็เปิดโอกาสให้ผู้พัฒนาสามารถนำเสนอฉากทัศน์ที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นป่ารกทึบของวานาไฮม์ไปจนถึงทะเลทรายที่ปกคลุมไปด้วยซากปรักหักพังของอัลฟ์ไฮม์มั่นใจได้ว่า GoW: Ragnarok จะมีอะไรเจ๋ง ๆ ให้ผู้เล่นได้ค้นพบมากกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอนสภาพแวดล้อมในเกมไม่ใช่องค์ประกอบเดียวที่ถูกทำให้หลากหลายมากขึ้น การเดินทางไปตามภพต่าง ๆ ของเครโทสและอเทรอัสยังพาพวกเขาไปพบกับตัวละครในตำนานนอร์สมากหน้าหลายตาด้วยกัน ซึ่งก็ทำให้ผู้พัฒนาได้มีโอกาสตีความและออกแบบตัวละครเหล่านี้ใหม่ในแบบของพวกเขาเอง ทำให้ผู้เล่นได้มีโอกาสพบกับทั้งสัตว์วิเศษและสถานที่อันน่ามหัศจรรย์มากมาย ที่ล้วนมีความหมายในภาพใหญ่ของเหตุการณ์ในเกมให้มีมิติมากขึ้น และยังช่วยสื่อถึงธีมที่เกมพยายามนำเสนอได้โดยรู้สึกเป็นเนื้อเดียวกับเนื้อเรื่องหลัก การค้นพบตัวละครหรือสถานที่เหล่านี้ระหว่างที่สำรวจจึงทำให้การเดินทางของตัวเอกทั้งสองให้ความรู้สึกของการผจญภัยอย่างแท้จริงแต่แม้ว่าคุณภาพกราฟิกและการออกแบบโลกของ Ragnarok จะยอดเยี่ยมเพียงใด ดาวเด่นของเกมในด้านการนำเสนอคงหนีไม่พ้นการแสดงและพากย์เสียงตัวละครในเกม ซึ่งอาจจะเป็นการแสดงและพากย์เสียงเกมระดับ AAA ที่ดีที่สุดในรอบหลายปีเลยสำหรับผู้เขียน แม้ว่ากราฟิกหน้าตาตัวละครอาจไม่สมจริงไปถึงรูขุมขนเหมือนในเกมอย่าง Call of Duty: Modern Warfare II แต่ตัวละครทั้งหมดในเกม Ragnarok กลับสามารถแสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดอันลึกซึ้งผ่านทั้งภาษาพูดและภาษากายได้อย่างชัดเจนและมีมิติ โดยเครโทสเองเป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของคุณภาพการแสดงในเกมนี้ จากความสามารถในการแสดงอารมณ์มากมาย ทั้งความรัก ความเป็นห่วง ความเหน็ดเหนื่อย ความรำคาญ ความเสียใจ ผ่านสายตาและการขยับร่างกายเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นตลอดทั้งเกม ซึ่งการที่เกมสามารถใช้ “ความเงียบ” เป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องได้ดีพอ ๆ กับบทพูดน่าจะเป็นเครื่องชีวัดที่ดีถึงคุณภาพของกราฟิกตัวละครในเกม ถ้าจะบอกว่าการแสดงและการพากย์เสียงนี่แหละคือสิ่งที่จะทำให้ God of War: Ragnarok กลายเป็นประสบการณ์ที่ถูกจดจำโดยเกมเมอร์ไปอีกนาน ก็คงไม่ใช่การพูดเกินจริงเลยซักนิดเดียวในด้านความเสถียร ผู้เขียนได้เล่นเกมบนคอนโซล PlayStation 5 ในโหมด Performance เป็นหลัก ซึ่งก็สามารถมอบประสบการณ์เกมเพลย์แบบ 60FPS แบบลื่น ๆ ตลอดทั้งเกม แลกกับคุณภาพขิงพื้นผิว แสงสี และความคมชัดที่น้อยลง (ไม่สามารถทดสอบโหมด 120FPS และ 45FPS ได้) ซึ่งก็อย่างที่เคยบอกไปในพรีวิวอีกเช่นกันว่าโดยส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนรู้สึกว่าคุณภาพที่เพิ่มขึ้นจากโหมด Resolution ของเกมนั้นสังเกตได้น้อยกว่าเฟรมเรตที่ลดลงครึ่งหนึ่งอย่างแน่นอน แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับผู้เล่นแต่ละคนว่าจะชอบแบบไหน และแม้ว่าผู้เขียนจะพบบั๊คที่ทำให้ไม่สามารถปฏิสัมพันธ์กับของในฉากได้เป็นครั้งคราว แต่ผู้พัฒนาก็ได้อัปเดตเกมไป 2-3 ครั้งตลอดช่วงที่รีวิวเกม และก็ดูเหมือนจะแก้ปัญหานี้ไปได้แล้ว เพราะผู้เขียนไม่พบปัญหาดังกล่าวอีกเลยจนจบเกมคุณภาพคำแปลไทยในส่วนของคำแปลไทย ต้องยอมรับว่าด้วยบทพูดของเกม God of War: Ragnarok ที่เขียนมาค่อนข้างสละสลวย มีการผสมผสานทั้งศัพท์แสลงและการใช้คำ/ภาษาแบบคนยุคปัจจุบัน กับศัพท์โบราณที่ "เข้ากับ" ความเป็นแฟนตาซีของเกม ซึ่งจากการเล่นทดลองเล่นศัพท์ภาษาไทย แม้จะแปลความหมายได้ค่อนข้างถูกต้องอย่างน้อยซัก 80% แต่ในแง่ของอรรถรสและความคมคายของบทพูด ก็ไม่มั่นใจว่าคำแปลที่เห็นนี้จะสามารถสื่อนัยหรือมิติในคำพูดของตัวละครได้ดีแค่ไหนทั้งนี้ ผู้เขียนยอมรับว่าไม่ได้มีโอกาสทดลองเล่นเกมเป็นภาษาไทยมากนัก ส่วนหนึ่งเพราะผู้พัฒนาได้ขอความร่วมมือมาให้รอการอัปเดตเกมในภายหลังเสียก่อนค่อยทดลองใช้ภาษาไทย จึงไม่ได้มีเวลาเหลือให้ทดลองนัก โดยความเห็นในส่วนนี้อ้างอิงจากการทดลองเล่นเกมช่วงสั้น ๆ ราว 2 ชั่วโมงเท่านั้น สรุป: ตอกย้ำสถานะเทพแห่งวงการ AAAGod of War: Ragnarok ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพที่แท้จริงของเกม Singleplayer ระดับ AAA ที่สามารถมอบประสบการณ์เกมเพลย์ที่สนุกตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมกับกราฟิก เนื้อเรื่อง การออกแบบศิลป์ และการแสดงที่ล้วนอยู่ในระดับแนวหน้าของวงการทั้งสิ้น โดยไม่มีปัญหาหรือบั๊คมากวนใจเลย เกมอาจจะไม่ได้สมบูรณ์ทั้งหมด เพราะการจะหาเกมที่สมบูรณ์ไปทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ แต่ที่แน่ ๆ God of War: Ragnarok สมควรได้รับคะแนนที่สูงที่สุดที่ผู้เขียนพอจะให้ได้ เป็นอัญมณีเม็ดงามแห่งวงการเกมที่ทุกคนควรหาโอกาสสัมผัสด้วยตัวเองซักครั้ง 
03 Nov 2022
[Review] รีวิวเกม Resident Evil Village: Shadow of Rose บทสรุปครอบครัววินเทอร์กับความ Horror ที่เข้มข้นกว่าทุกครั้ง
ปล่อยให้แฟน ๆ ค้างคาใจกันมานานปีกว่า ๆ สำหรับตอนจบของ Resident Evil Village และในที่สุด DLC Shadow of Rose ก็มาถึงมือแฟน ๆ กันแล้ว แต่สำหรับเนื้อหาเสริมตัวนี้มันนจะยังมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมสู้เกมหลักได้หรือไม่ ก็ลองมาดูรีวิวของเรากัน แต่เราจะรีวิวเฉพาะในส่วนเนื้อเรื่อง Shadow of Rose เท่านั้น ไม่ได้มีในส่วนของ Mercenaries และมุมมอง 3rd Person ของเกมหลักชิ้นส่วนที่หายไปของ Resident Evil Villageคนที่คิดจะซื้อ DLC ตัวนี้มาเล่น เชื่อว่ายังไงก็ต้องผ่านเกมหลักมาแล้วอย่างแน่นอน สำหรับ Shadow of Rose ต้องบอกว่ามันคือชิ้นส่วนที่หายไป และเป็นชิ้นที่สำคัญเสียด้วยสำหรับแฟน Resident Evil ต้องบอกก่อนว่ามันอาจจะไม่มีการเชื่อมต่อเรื่องราวไปยังภาคใหม่ หรือดึงตัวละครภาคเก่ากลับมา แต่มันคือ DLC ที่ทำให้ครอบครัววินเทอร์ และตัวเกมภาค 7 และ 8 สมบูรณ์ แม้จะมีคำถามคาใจเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ปมใหญ่ ๆ ก็ถือว่าคลี่คลายไปได้หมดแล้วเรื่องราวใน Shadow of Rose จะเล่าถึงชีวิตของโรสที่มีพลังพิเศษ ผลกระทบจากพลังนี้ทำให้เธอถูกสังคมมองว่าแปลกแยก และไม่เหมือนใคร เข้ากับใครก็ไม่ได้ และถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดเสมอ แต่วันหนึ่งเธอก็ได้รับการติดต่อจาก 'เค' เจ้าหน้าที่ภายใต้สังกัดของคริส เรดฟิลด์ ว่าค้นพบวิธีแก้และลบล้างพลังภายในตัวโรสแล้ว นั่นคือการใช้คริสตัลชำระล้าง ที่อาจจะใช้ทำลายพลังของเชื้อ Mold ลงได้ แต่ข้อมูลกลับไม่เพียงพอ จึงเป็นหน้าที่ของโรส ที่ต้องส่งจิตของตัวเองเข้าไปในโลกของเมกะไมซีต เพื่อตามหาข้อมูลของคริสตัลชำระล้างนี้สิ่งสำคัญเลยก็อย่างที่บอกไป ว่าถ้าคุณเล่นภาค Village มา ภาคนี้คุณก็จำเป็นจะต้องเล่น เพราะมันคือชิ้นส่วนที่หายไปของเนื้อเรื่องจริง ๆ และสำหรับใครที่คิดว่าตอนจบของภาค Village ทำให้เรางง ๆ ทุกอย่างจะได้คำตอบในเนื้อหานี้ และมันมีการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างดี ไม่ช้า ไม่เร็วจนเกินไป และจบได้ในเวลาไม่นาน ส่วนของการดำเนินเรื่องนั้นต้องบอกเลยว่าคุ้มค่า สมราคาแน่นอน บอกได้แค่ว่าแฟน ๆ Resident Evil ไม่ควรพลาดจริง ๆ ถ้าจะมีข้อติก็คือ ยังมีปริศนาเล็ก ๆ น้อย ๆ บางอย่างถูกทิ้งไว้เป็นคำถามกับแฟน ๆ และน่าเสียดายอยู่เหมือนกันที่เราจะไม่ได้เห็นเรื่องราวของครอบครัววินเทอร์ต่อจากนี้แล้วเหล้าใหม่ในขวดเก่า กับการพากลับมายังจุดเดิม แต่เปลี่ยนแนวเกมไปโดยปริยายแม้ว่าตรงนี้จะเป็นจุดที่น่าเสียดายสักหน่อย แต่สำหรับ Shadow of Rose นั้น เราจะไม่ได้ผจญภัยไปยังพื้นที่ใหม่ แต่เกมจะพาผู้เล่นกลับมายังสถานที่ที่เราคุ้นเดยกันดีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปราสาท DImitrescu หมู่บ้านที่พวกอีธานอาศัยอยู่ หรือแม้กระทั่งบ้านตุ๊กตาสุดหลอนอย่างบ้าน Beneviento เอง ฉากหลังภายใน DLC ทั้งหมด จะพาผู้เล่นกลับมาสู่จุดเดิม แต่เปลี่ยนรูปแบบการเล่าเรื่อง และเปลี่ยนบรรยากาศของมันไปเลย จากที่ผู้เขียนได้ลองเล่นจนจบ สัมผัสได้ว่าทีมสร้าง Resident Evil เอง ก็อยากกลับไปทำเกมแนวสยองขวัญ หรือ Survival Horror มาก ๆ แต่เหมือนว่าโลกของ Resident Evil มันไปไกลเกินไปแล้ว จึงทำออกมาไม่ค่อยได้ และนี่คือโอกาสอันดีที่พวกเขาจะได้ทำ ไม่ว่าจะฉากใดก็ตามของ DLC นี้ จังหวะไหนที่พวกเขาใส่ความสยองขวัญ ความน่ากลัวเข้ามาได้ พวกเขาจะเก็บหมดแทบจะทุกที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บ้านตุ๊กตา Beneviento เคยหัวใจจะวายกับมันในเกมหลักอย่างไร ใน DLC ก็ทำออกมาได้หลอนสุดอะไรสุดไม่แพ้กันเลยทีเดียว เรียกได้ว่า หากทีมงานชุดนี้ อยากจะทำเกมสยองขวัญขึ้นมาสักเกม ก็น่าจับตามองมาก ว่าพวกเขาจะใส่อะไรลงไปบ้าง เพราะทั้งงานศิลป์ การออกแบบฉาก ระบบการเล่นที่ใส่ความสยองเข้ามา เกมนี้สอบผ่านมากจริง ๆแม้ว่าจะน่าเสียดายที่มันไม่มีอะไรใหม่เลย ฉากภายในเกมมีฉากที่ดูเหมือนใหม่อยู่ไม่กี่ฉาก นอกนั้นคือการนำของเก่ามานำเสนอใหม่ แต่อย่างน้อยรสชาติใหม่ที่เกมนำเสนอให้ก็ถือว่าแปลกและแหวกแนวไปกว่า Resident Evil ภาคอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งภาค Village ด้วยกันเอง และชั่วโมงที่ใช้ในการเล่น หากคุณเป็นผู้เล่นที่ชื่นชอบความท้าทาย ไขปริศนาด้วยตัวเอง ก็อาจจะใช้เวลาอยู่ที่ราว ๆ 3-4 ชั่วโมง ก็ถือว่าไม่สั้นเท่าไรนัก สำหรับเกมขนาด DLC ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ ตัว DLC นี้ ยังคงรองรับภาษาไทยด้วย และการแปลไทยของมันก็ยังคงทำออกมาได้ดีในระดับที่ชื่นชมได้ว่าแปลดี แต่ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เพราะในบางจุด เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าแปลผิดเต็ม ๆ ซึ่งการแปลผิดนั่น น่าจะมาจากการที่ทีมแปลไม่ได้เห็นฉากคัทซีนหรือการสนทนาภายในเกม ทำให้บางคำแปลผิดแบบเต็ม ๆ แต่โชคดีที่ในส่วนที่แปลผิดนั้น ไม่ได้อยู่ในเนื้อเรื่องที่มีใจความสำคัญแต่อย่างใด แม้จะพอมองข้ามได้ แต่อาจจะต้องฝากไว้ให้ทีมงานนำไปปรับปรุงกันต่อไปส่วนผสมของ Action / Survival และ Horror กับ Puzzle ที่หนักมือไปหน่อยอย่างที่เราเกริ่นไว้ด้านบน ว่าดูเหมือนผู้สร้าง Resident Evil เอง เขาก็อยากจะทำเกมสยองขวัญหนัก ๆ กับเขาบ้าง แต่เมื่อจักรวาลมันมาไกลเกินไปแล้ว จึงทำได้ยาก DLC นี้ พวกเขาจึงนำส่วนผสมอย่าง Action / Survival และ Horror มาเทผสมกัน แต่ดูเหมือนถ้วยส่วนผสมของ Horror จะหนักมือไปหน่อยตลอดเกมการเล่น 3 ชั่วโมงของ Shadow of Rose ผู้เล่นจะมีทางเลือกเสมอว่าจะยิงหรือสู้ บางครั้งหากอยากหลีกเลี่ยงการต่อสู้ก็สามารถทำได้ แต่บางครั้งเกมก็มัดมือชกให้เราต้องสู้ล้วน ๆ โดยไม่มีทางเลือก แต่ที่มันเป็น Survival Horor แบบเพียว ๆ ไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม หากคุณเล่นเกมนี้ด้วยความยากระดับปกติ เกมจะคอยเสิร์ฟไอเทมและกระสุนให้คุณอย่างพอเพียงตลอดไปจนจบเกม ดังนั้นปัญหาของคนเล่นทั่วไป ไม่ได้อยู๋ที่ว่ามันยาก (เว้นแต่คุณจะเล่นโหมดยาก) แต่อยู่ที่ใจกล้าพอจะเล่นไหม และไม่เบื่อไปกับการไขปริศนาภายในเกมซะก่อนส่วนของฉากบู๊หรือแอ็คชั่น ต้องบอกว่าไม่ได้มีเยอะมาก แถมบางส่วนวิ่งหนีข้ามไปเลยเพื่อประหยัดกระสุนและยาก็ทำได้ แต่การไขปริศนาหรือ Puzzle อาจจะทำให้เราต้องรำคาญกันนิดหน่อย เพราะมีตั้งแต่การหาวิธีเปิดทางไปต่อ การย้อนไปย้อนมา เพื่อหา Key Item และนำกลับไปเปิดเส้นทางไปต่อ แต่ส่วนที่ออกแบบมาได้ดีก็คงหนีไม่พ้น Puzzle ที่แม้จะมีคำใบ้แบบแปลไทย แต่ใครที่หัวไม่ไวพอ (เช่นผู้เขียน) ก็อาจจะต้องเสียเวลางมกันพอสมควรเลยทีเดียวในส่วนของความเป็น Survival นั้น น่าจะน้อยที่สุดแล้ว แต่ก็ใช่ว่าไม่มีเลย บางฉากเราเลือกได้ว่าจะหนีไปเลย เพื่อประหยัดกระสุนและยา แต่จะประหยัดไปทำไม ในเมื่อเกมคอยเสิร์ฟไอเทมให้เราแทบจะตลอดเวลาอยู่แล้ว น่าเสียดายที่ดีไซน์เกมมาได้น่ากลัวหลายฉาก แต่เพราะเราสู้ได้ มันเลยไม่กดดันมากนัก ยกเว้นฉากบ้านตุ๊กตาสุดหลอนที่มันเล่นริบอาวุธเราไปทั้งหมดในส่วนของกลไกเกมการเล่นใหม่ ๆ ด้วยความที่ภาคนี้เราเล่นเป็นโรส ที่มีพลังของเชื้อ Mold พลังของโรสถูกนำเสนอออกมาทั้งในรูปแบบของเกมเพลย์ที่ต้องต่อสู้และไขปริศนา เราจะมีพลังในการทำลายแกน Sclerotia ที่เป็นอุปสรรคหลักภายในเกม และพลังของโรสนี่แหละที่เป็นทำหน้าที่เหมือนอาวุธสำรองอย่างมีด ในเกมนี้นอกจากปืนแล้ว พลังของโรสจะใช้ในการ Counter เหล่าศัตรูกรณีโดนเข้าถึงตัวได้ด้วย แต่หากให้เปรียบเทียบจริง ๆ มันก็ไม่ได้สร้างความสดใหม่ของเกมเพลย์ได้มากขนาดนั้น กลับกัน แฟน ๆ อาจจะรู้สึกแปลก ๆ ที่เกมเริ่มมีเรื่องราวของพลังพิเศษเพิ่มเข้ามาและสำหรับผู้ที่เคยเล่น Resident Evil มาก่อนแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ หรือเรื่องยากที่จะเข้าใจ ก็ถือว่าสมแล้วที่เป็น DLC แต่หากให้เทียบสัดส่วนของเกมเพลย์ในภาคนี้ เราจะเน้นหนักไปที่การไขปริศนาและการลอบเร้นมากกว่าที่จะเป็นการแอ็คชั่น ซึ่งอาจจะมอบอรรถรสใหม่ ๆ ให้กับแฟนเกมได้มากขึ้น หลังจากที่เกมหลักนั้นต้องประคับประคองกันพอสมควร หากอยากจะเล่าเรื่องแบบนี้RE Engine ที่ยังทำงานได้เป็นอย่างดี ส่งท้ายกันด้วยเรื่องของ Performance ตัวเกม DLC นี้ ยังคงใช้ RE Engine จากเกมหลัก ทำให้ประสิทธิภาพของตัวเกมไม่ได้ทิ้งห่างจากภาคหลักมากนัก แถมฉากของเกมภาคนี้ยังเป็นพื้นที่ปิดซะเป็นส่วนมาก ทำให้คอมพิวเตอร์ใครที่เล่นภาคหลักไหว ภาคนี้ก็สบายเลย หรือใครที่เล่นภาคหลักแล้วเกิดอาการเฟรมตก แลคบ้างอย่างถูไถ ภาคนี้อาจจะเล่นง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องเรนเดอร์พื้นที่เปิดกว้างจนกินแรงเครื่อง ส่วนเรื่องบั๊กก็แทบจะปลอดภัยหายห่วง เพราะตลอดการเล่น 3 ชั่วโมงของผู้เขียน ต้องบอกว่า ไม่เจอเลยแม้แต่ตัวเดียว และคงต้องชื่นชม RE Engine ของ Capcom กันอีกรอบว่า เอนจิ้นของพวกเขา แทบจะอยู่ในระดับยอดเยี่ยมมาก ๆResident Evil Village: Shadow of Rose คือส่วนเสริมที่แฟนเกมไม่ควรพลาด โดยเฉพาะคนที่ติดตามเกมนี้มาตั้งแต่ภาค 7 มันถือว่าเป็นบทสรุปของครอบครัววินเทอร์ที่งดงามและชวนซึ้งได้เป็ฯอย่างดีเลยทีเดียว
02 Nov 2022
[Review] Bayonetta 3 เกมแม่มดสาวสุดแซ่บ เต้นระบำกับทาสอสูร ออกผจญภัยช่วยมัลติเวิร์ส!
เกมซีรีส์ Bayonetta นั้นได้ห่างหายจากวงการเกม Hack & Slash มาเนิ่นนาน เพราะตั้งแต่ปี 2017 ที่ได้ปล่อยตัวอย่างของตัวเกมภาค 3 ให้ดูแล้วตื่นเต้นเล่น ก็ไม่ได้มีข่าวคราวอะไรเลยนอกเสียจากข่าวลือและคำพูดให้สัญญาของผู้พัฒนาว่าตัวเกมยังคงสร้างและมันจะเป็นการเปิดโลกใบใหม่ที่ซีรีส์นี้ไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งขอกล่าวแบบสปอยไว้ตั้งแต่หัวรีวิวตรงนี้เลยว่า 'มันคือความจริง'ล่าสุดกับการที่ตัวเกมได้วางจำหน่ายที่แม้จะมีดราม่าเกี่ยวกับอดีตนักพากย์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (และฝ่ายที่ผิดก็คืออดีตนักพากย์เอง) ก็ไม่ได้ทำให้เกม Bayonetta 3 นั้นด้อยความสนุก สดใหม่ และแปลกประหลาดตามฉบับความเป็นเกมญี่ปุ่นแต่อย่างใดเนื้อเรื่องเร้าใจ เล่นใหญ่ด้วย 'มัลติเวิร์ส'ในภาคที่ผ่านมา ตัวแม่มดสาวของเรานั้นจะวกวนอยู่กับเรื่องราวของวันเวลาและความทรงจำ โดยกล่าวตามตรงถ้าว่าหากทางเกมยังไม่เปลี่ยนแปลงตรงจุดนี้คงน่าเบื่อไม่น้อย ดังนั้นทางผู้พัฒนาเขียนบทปากร้ายนาม Hideki Kamiya ก็ได้ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ที่ให้เราได้ผจญภัยไปในโลกเกม Bayonetta ได้กว้างไกลด้วยระดับใหญ่ขึ้นในการใช้มุก 'มัลติเวิร์ส' ที่กำลังโด่งดังมากในวงการสื่อภาพยนตร์และเกมในหลายปีที่ผ่านมาด้วยความที่ใช้มัลติเวิร์สเป็นแกนนำเรื่อง มันจึงเป็นอะไรที่สดใหม่และแปลกตา ยิ่งรวมกับความแปลกของตัวซีรีส์เกมนี้ไปด้วยแล้วมันยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่! แต่มันดันเป็นความสนุกจนหาเกมไหนมาเทียบไม่ได้ อย่างการที่ตัวละครเรา Bayonetta ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของสิ่งชั่วร้ายนาม Singularity ที่วางแผนทำลายมิติแต่ละมิติที่มีในมัลติเวิร์สเพื่อหวังรีเซตจักรวาลด้วยการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว (คุ้น ๆ นะ ว่าไหม)ทั้งตัวเธอ Jeanne, Viola และ...ตัวเธอในจักรวาลคู่ขนาน!? จึงต้องร่วมมือกันตามหาอุปกรณ์เคออสเกียร์ และนักวิทยาศาสตร์นาม Sigurd เพื่อหยุดยั้งหายนะระดับจักรวาลในครั้งนี้! เปิดโลกเกมเพลย์ Hack&Slash แนวใหม่สุดมันต่อย เตะ ยิง หลบ แล้วใช้ความสามารถ Witch Time สโลวเวลาต่อคอมโบเรื่อย ๆ ก่อนจะจบลงด้วยท่าไคลแม็กซ์ปิดฉากศัตรูด้วยทาสอสูรที่เป็นจุดขายของ Bayonetta ของสองภาคก่อนจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความมันในภาคสามนี้ เพราะปกติแล้วทาสอสูรนั้นจะเผยออกมาในฉากคัตซีนและฉากจบท่าสังหารเท่านั้น แต่ในครั้งนี้พวกมันสามารถออกมาโลดแล่นบนหน้าจอไปพร้อมกับเรา สู้และสังหารด้วยการเต้นควบคุมสุดสยิวผ่านระบบ Demon Slave โดยเราต้องใช้สติว่าจะใช้เจ้า 'หนูน้อย' พวกนี้ในการโจมตีหรือจะเข้าไปต่อสู้เองตอนไหนให้ดี เพราะนอกจากค่าพลังในการใช้งานมีจำกัด บางพื้นที่นั้นไม่สามารถใช้ได้ หรือศัตรูบางตัวต่อต้านการโจมตีทาสอสูรแล้ว ตัวเรายังเป็นเป้านิ่งให้ลูกกระจ๊อกตัวอื่น ๆ มาโจมตีอีกด้วย !แต่ก็ใช่ว่าสัตว์อสูรนั้นจะมีแค่แบบเดียวให้เราเลือกใช้ เพราะนอกจาก Gomorrah หรือ Madame Butterfly แล้ว เรายังสามารถหากำลังเสริมสัตว์อสูรพวกนี้ได้จากการเล่นเนื้อเรื่องไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับอาวุธที่สามารถเปลี่ยนร่างเป็นปีศาจต่าง ๆ ในระบบ Demon Masquerade ที่ได้ถูกนำมาแทนที่ Beast Within ในภาคก่อน ให้เราได้โลดแล่น ต่อสู้ หรืออกสำรวจแผนที่ด้วยความสามารถที่พ่วงมากับร่างเหล่านี้ที่ต่างกันออกไป เช่น อาวุธปืนเริ่มต้นจะจำแลงร่างเป็นปีศาจผีเสื้อ เน้นรวดเร็วเข้าถึงศัตรูไว ในขณะที่อาวุธปืนยักษ์ จะมีพลานุภาพที่รุนแรงแต่เชื่องช้า หรือจะกงจักรไฟแปลงกายเป็นแมงมุม สามารถไต่กำแพงและโหนใยกลางอากาศได้ในแบบที่สไปเดอร์แมนยังอายนอกจากนี้รูปแบบการเล่น Hack & Slash อย่างเดียวคงน่าเบื่อ ทางผู้พัฒนาจึงสรรหารูปแบบการเล่นอันแปลกใหม่เข้ามาเสริมให้เราเพลิดเพลินและตื่นเต้นไปพลาง ๆ เช่นการรับบทเป็น Jeanne ลอบเร้นเข้าศูนย์วิจัยเพื่อหาศาสตราจารย์ Sigurd ในรูปแบบเกม 2.5 มิติ ที่ผสมการเล่นเกมสายลับและแอ็กชันได้อย่างกลมกล่อม หรือการจับปีศาจสองตัวมาต่อสู้กันประหนึ่งสงครามไคจู ในรูปแบบเกมต่อสู้ Street Fighter รวมไปถึงเปลี่ยนเกมเป็น FPS ยิงศัตรูระหว่างนั่งรถไฟขบวนนรกและอีกมากมาย จนผู้เขียนยังทึ่งและขนลุกไปกับไอเดียและทุกสิ่งที่ได้สัมผัสระบบเสริมเต็มอิ่ม เพิ่มความฟินในการเล่นหลายครั้งที่เราเล่นเกมบางเกมที่มีเนื้อหาล่อแหลม แต่เหมือนคนทางบ้านไม่ได้เข้าใจก่อนจะเปิดเข้ามาแล้วเจอฉากสุดเขินอาย และยิ่งกับเกม Bayonetta ที่การเปลื้องผ้าของเธอคือจิตวิญญาณและความสามารถ ระบบ Naive Angle จึงได้ถูกพัฒนามาเพื่อสิ่งนี้! โดยมันจะเปลี่ยนแปลงภาพ ภาษาและเนื้อหาล่อแหลมให้เราเล่นกลางห้องนั่งเล่นได้ไม่อายใคร ถึงขนาดที่เปลี่ยนซิการ์เป็นขนมเคลือบน้ำตาลเลยทีเดียว!เท่านั้นยังไม่พอสำหรับสายโลกจะมอดม้วยก็ช่าง ฉันต้องสวยไว้ก่อน ก็มีระบบ Camera Mode มารองรับให้เราสามารถถ่ายรูปความปังในระหว่างการต่อสู้ หรือจะยืนสวยแอ๊กท่าให้เลิศปรับแต่งฟิลเตอร์ได้ตามต้องการ!กึ่งโลกเปิด มีอะไรให้ทำมากกว่าเก่าตัวเกม Bayonetta 3 นั้นได้พยายามค้นหาและทลายความเป็นเกมมุ่งทะลวงและจบเป็นด่าน ๆ ไปในการเป็นเกม Hack & Slash ด้วยระบบนี้ เพราะตลอดการเล่น ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะตรงดิ่งเข้าเนื้อเรื่องหรือเตร็ดเตร่ไปตามทางของแผนที่ขนาดยักษ์ซึ่งซุกซ่อนไอเทมต่าง ๆ ไว้มากมายให้ผู้เล่นได้เก็บสะสม เช่นแผ่นเพลง โมเดลตัวละคร ภารกิจลับ และอื่น ๆ มากมายจนเราสามารถย้อนกลับมาเล่นใหม่ได้เรื่อย ๆ ไม่จบเกมไวแน่นอนกราฟิกน่าเศร้า แต่ยังพอไปได้อย่างที่เราทราบกัน ว่าเครื่องเกม Nintendo Switch นั้น เป็นเครื่องเกมแบบพกพาของค่ายปู่นินที่ไม่ได้มีความแรงในด้านการ์ดจอ หน่วยประมวลผลจนเทียบเท่าได้กับคอนโซลเครื่องอื่น ๆ ในปัจจุบันขนาดนั้น มันจึงส่งผลทำให้ตัวเกมทุกเกมรวมถึง Bayonetta 3 ที่ควรจะมีภาพสวยสดงดงามมากกว่านี้หากได้พอร์ตไปลงคอนโซลอื่น ถูกลดระดับกราฟิกลงให้มีความคมชัดอันน่าใจหายอยู่นิดหน่อยแต่ทว่ากราฟิกของตัวเกมที่ผู้พัฒนาได้รังสรรค์ออกมานี้ ดันกลายเป็นความน่าชื่นชมและความใส่ใจอย่างเต็มที่เท่าที่เขาจะสามารถสร้างและพัฒนาได้บนเครื่องเกมพกพานี้ เสมือนว่ามันเป็นบรรทัดฐานและเพดานสูงสุดเท่าที่เกม Switch จะมอบให้ผู้เล่นได้ แต่ขอบอกตามตรงในระหว่างการเล่น ผู้เขียนไม่ได้มองว่ากราฟิกของเกมนั้นเป็นปัญหาอะไรขนาดนั้น เพราะความสวยงามทั้งฉากและตัวละครยังอยู่ในระดับที่รับได้ ไม่แย่แต่ก็ไม่ได้ดีจนโดดเด่นความสนุกเหลือร้ายของเกม Bayonetta 3พูดมาถึงจุดจุดนี้แล้วคงบอกได้เต็มปากเลยว่าตลอด 5 ปีที่รอคอยมาสำหรับเกมใหม่ในซีรีส์นี้แทบไม่สูญเปล่า และมันเหมือนเป็นการสูบฉีดเลือดของนักรัวปุ่มเกมต่อสู้ Hack & Slash ได้ดีไม่น้อยหน้าเกมอื่นเลย จนอาจกล่าวได้ว่าในปัจจุบันเกมที่มีเนื้อหาความบ้าบิ่นและบ้าบอ ผสมกับความสนุก มันสุดเร้าใจอย่าง Bayonetta 3 นี้ ก็ยังไม่มีใครมาเทียบได้ทั้งนี้การอ่านรีวิวก็อาจไม่ได้มอบประสบการณ์ที่แท้จริงเท่ากับการเล่นเอง ดังนั้นทางผู้เขียนจึงขอแนะนำตัวเกม Bayonetta 3 นี้ว่ามันคุ้มค่าแน่นอนที่จะซื้อเครื่อง Nintendo Switch และได้มาเล่นจริงให้เต็มอิ่มกับโลกของแม่มดสาวสุดแซ่บ รวมไปถึงภาคก่อนหน้าทั้งสองภาคก็คู่ควรที่จะจับจองสอยมาเล่นเคียงคู่ไม่แพ้กันเกม Bayonetta 3 เป็นเกมที่วางขายแบบจำกัดเฉพาะบนเครื่อง Nintendo Switch เพราะทางค่ายปู่นินได้เคยเป็นผู้อุ้มบุญช่วยผู้พัฒนาเกมอย่าง Platinum Games ไว้ จึงเป็นไปได้ยากมากที่ตัวเกมจะถูกพอร์ตนำไปลงให้กับเครื่อง PC หรือคอนโซลอื่นแต่หากใครสนใจ เกม Bayonetta 3 ก็ได้วางขายเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา มีทั้งแบบซื้อเป็นดิจิทัล แผ่นเกม ในราคาราว ๆ 1800 บาท หรือจะจัดใหญ่กดซื้อเป็นแพ็กเกจ Trinity Masquerade Edition ในราคา $79.99 หรือประมาณ 2400 บาท ซึ่งจะมีของแถมสุดพิเศษอย่างอาร์ตบุ๊กสีทั้งเล่มของตัวเกมกว่า 200 หน้าปกเกมแบบพิเศษทั้งสามภาค สามารถนำมาต่อเป็นภาพพาโนรามาได้ตัวแผ่นเกม Bayonetta 3 สำหรับเครื่อง Nintendo Switchเอาล่ะจะรออะไรกันอยู่? รีบไปสัมผัสความสนุกสุดแซ่บกับแม่มดสาวในเกม Bayonetta 3 กันเถอะ! หรือจะลองดูตัวอย่างเกมข้างล่างนี้ประกอบการตัดสินใจพลาง ๆ ก็ได้
30 Oct 2022
[Review] รีวิวเกม Indoorlands สร้างสวนสนุกในร่ม ออกแบบได้ตามใจเรา
Indoorlands เกมสร้างสวนสนุกในร่ม ที่เราสามารถออกแบบสวนสนุกของเราได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นฉากต่าง ๆ ภายในเครื่องเล่น ผู้เขียนได้ดู Trailer ของเกมนี้มีความรู้สึกสนใจในตัวเกมเลยไปซื้อมาลองเล่นดู ความคาดหวังในใจคือ Planet Coaster (หรืออาจจะแย่กว่านิดหน่อยแต่ไม่มาก ฮ่า ๆ) เกมนี้ลงวางขายใน Steam แบบตัวเต็มเมื่อ 15 ต.ค. 2022 เป็นเกมที่ติดเทรนด์ในช่วงเวลานั้น คอนเซปต์ดูดีมาก ๆ แต่มันจะดีจริงหรือเปล่านั้น เราไปพิสูจน์ในเกมกันดีกว่าครับเกมเพลย์ไม่มีอะไรมาก แค่สร้างสวนสนุกไปเรื่อย ๆ เกมนี้เมื่อเราเข้าเกมจะไม่มีโหมดอะไรให้เราเลือกเล่นครับ เมื่อกดเริ่มเกมแล้วจะมี Toturial สอนเราว่าต้องเริ่มสร้างอะไรตรงไหนยังไง เราก็แค่สร้างสวนสนุกไปเรื่อย ๆ ในช่วงเริ่มต้นเกมจะมีพื้นที่มาให้เราเล่นหลังจากนั้นต้องซื้อเองเพื่อขยายพื้นที่ และส่วนสนุกที่เราสร้างนั้นจะแบ่งเป็นบล็อก ๆ สีเหลี่ยมให้เราจัดวางในพื้นที่หลังจากวางบล็อกเครื่องเล่นแล้ว เราสามารถเข้าไปตบแต่งในบล็อกที่เราเพิ่งสร้างได้ครับ สามารถเลือกเครื่องเล่น และออกแบบสภาพแวดล้อมรอบ ๆ เครื่องเล่นได้แบบอิสระเลย อยากเอาต้นไม้เอาไว้ตรงนั้นสัก 2-3 ต้น เอาก้อนหินเอาไว้ตรงนี้หน่อย สร้างรางเครื่องเล่นลอดช่องหินตรงโน้นก็ดี หรือให้รถไฟเหาะวิ่งผ่านน้ำตรงนี้นิดหนึ่งก็ได้ แล้วแต่เราจะครีเอทมันออกมาเลยครับหลังจากนั้นก็เปิดให้คนมาใช้บริการ เราสามารถตั้งราคาบัตรได้ สร้างร้านอาหารไว้ตามทางเดินให้ลูกค้าของเราได้ใช้บริการซื้อ น้ำ อาหาร หรือแม้แต่ลูกโป่ง ฯลฯ เราสามารถเช็คความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการสวนสนุกของเราได้ ตรงหน้าอมยิ้มที่มุมขวาบน เพื่อนำ Feedback มาปรับปรุงสวนสนุกของเราครับ ตัวเกมมีแค่นี้เลยครับ วางบล็อก > เลือกเครื่องเล่น > สร้างทัศนียภาพโดยรอบ > เปิดให้บริการ > ไปสร้างบล็อกใหม่จริง ๆ อยากรีวิวเยอะกว่านี้ แต่ตัวผู้เขียนนั่งผิดหวังกับเกมอยู่ครับ เพราะมันไม่มีอะไรมากไปกว่านี้จริง ๆ ฮ่า ๆการควบคุมที่เกือบจะดี แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์กราฟิกของเกมมีความน่ารักดีครับ เป็นภาพ 3D Polygon บริหารสวนสนุกที่มีมุมมองจากด้านบนลงมา ใครที่ชอบออกแบบจัดวางตรงนู้น ตรงนี้ตรงนั้น จะได้สนุกไปกับเกมนี้แน่นอนครับ เพราะทุกบล็อกขนาด 9x9 เป็นต้นไป เราต้องกด Enter Hall เพื่อเข้าไปออกแบบทุกสิ่งทุกอย่างภายในนั้น เริ่มมันตั้งแต่ภาพพื้นหลัง เครื่องเล่น ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ห้องขนาด 9x9 ของเราครับ ตัวเกมไม่ใหญ่มากมาย เครื่องไม่ต้องแรงก็เล่นได้ครับแต่การควบคุมของเกมนี้ เกือบจะดีอยู่แล้วครับในเรื่องคีย์ลัดต่าง ๆ แต่มันก็ใช้ยากอยู่เหมือนกัน ถึงแม้จะมี Toturial คอยสอน แต่มันก็ไม่ได้สอนละเอียดขนาดนั้น เรายังต้องงมสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองอยู่ แต่โดยรวมถ้าเคยเล่นเกมอื่น ๆ แนว ๆ เดียวกับเกมนี้มาแล้วเราคนเล่นแทบไม่ต้องปรับตัวอะไรมากครับ ใช้ W,A,S,D บังคับทิศทาง Q,E หมุนมุมกล้อง ลูกกลิ้งเมาส์ใช้ซูมภาพเข้าออก อาจจะงงกับระบบ Toturial ช่วงแรกหน่อย ๆ แต่เดี๋ยวก็ปรับตัวได้ครับUI อาจจะดูเรียบง่าย ใช้งานไม่ยาก แต่ความไม่ยาก มันก็ซ่อนความยากเอาไว้ครับ ฮ่า ๆ ถ้าให้ไปเทียบกับเกมดัง ๆ ในตลาด เกมนี้ถือว่ายังออกแบบในส่วนของคีย์ลัดได้งงเอามาก ๆ สมมติว่าผู้เขียนกด Enter Hall เข้าไปเพื่อจะสร้างสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ เครื่องเล่น คีย์ลัดขึ้นมา 1-5 ก็จริง แต่หลังจากเรากดเลือกไปแล้วจะสร้างความงงให้เรามาก ๆ ว่าอันไหนขยายสิ่งของ แล้วอันไหนปรับตำแหน่งขึ้นลง หรือว่าอันนั้นจะใช้หมุนทิศทาง คือมันต้องใช้เวลาเรียนรู้อยู่หลายรอบมาก ๆ กว่าเราจะชินกับระบบของเกมนี้ครับสรุปสำหรับผู้เขียนที่เคยเล่น Planet Coaster มาแล้ว Indoorlands ไม่ได้สร้างความตื่นเต้นให้ผมเลย มันแทบจะไม่มีอะไรให้ทำเลยครับ ถึงแม้มันจะมีระบบต่าง ๆ ให้เราออกแบบสร้างทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่เหมือนว่ามันไม่มีเป้าหมายที่จริงจังว่าเราสร้างมันไปเพื่ออะไร (ฟิลแบบว่าสวยแล้วยังไง ในเมื่อก็มีแค่ Ai ในเกมที่มาเดินชื่นชมมันเท่านั้นเอง) แถมโหมดมีให้เล่นเพียงโหมดเดียวเท่านั้น ลองเล่นดูแล้วมันรู้สึกขาด ๆ เกิน ๆ ในใจมาก ๆ ครับ ฮ่า ๆ และถึงแม้ว่าคอนเซปต์ของเกมจะดีมาก ๆ และให้อิสระในการออกแบบ แต่เครื่องมือการสร้างสวนสนุกค่อนข้างจะต้องใช้ความเข้าใจกับมันอยู่เหมือนกันครับผู้เขียนมองว่าถ้าใครยังไม่เคยเล่นเกมดัง ๆ ในตลาดอย่าง Planet Coaster หรือ RollerCoaster Tycoon ผู้เขียนมั่นใจว่ามันจะสร้างความเพลิดเพลินให้กับเราแน่นอนครับ แต่ถ้าเราเคยเล่นเกมดังทั้ง 2 ที่ผมได้กล่าวถึงไปแล้วข้างต้น ผมบอกเลยว่า Indoorlands จะไม่ตอบโจทย์เราเลยแม้แต่น้อยครับ แถมมาด้วยมันจะสร้างความน่าเบื่อให้กับเราด้วย เพราะเกมที่เราเคยเล่นมามันดีกว่ามาก ไม่ว่าจะเป็นทางด้านกราฟิก ความสวยงามของภาพ User Interface และระบบควบคุมต่าง ๆ จากที่ผู้เขียนลองเล่นมา Indoorlands ยังไม่สามารถเป็นคู่แข่งทางการตลาดที่ดีได้ครับถึงแม้เกมจะใหม่กว่า และทำออกมาทีหลังแต่ผู้เขียนก็ยังเชียร์ให้กำเงินที่มีอยู่ในมือแล้วไปกดซื้อ Planet Coaster + DLC ช่วงลดราคาดีกว่าครับ แต่ถ้าใครสนใจอยากจะทดสอบเกมนี้ด้วยตัวเอง สามารถไปกดซื้อได้ใน Steam ราคา 279 บาท เท่านั้น! สั่งซื้อ https://store.steampowered.com/app/1378890/Indoorlands/
28 Oct 2022
[Review] รีวิวเกม Potionomics เปิดร้านปรุงยามาใช้หนี้! เกมซิมูเลเตอร์ดี ๆ ที่ไม่อยากให้ใครพลาด
เกมแนวจำลองสถานการณ์ที่ให้เราได้ทำกิจการอะไรสักอย่าง กำลังเป็นแนวเกมที่มาแรงไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กิจการปรุงน้ำยาเวทมนตร์หรือโพชัน ที่มีให้เห็นหลายเกมมากในปีที่ผ่านมา และ Potionomics ก็คือเกมล่าสุดที่พัฒนามาตามสูตรที่ว่านี้ โดยความโดดเด่นของเกมนี้คือได้ผู้พัฒนารุ่นเก๋าอย่าง XSEED Games และ Marvelous ที่ทำเกมอย่าง Story of Seasons หรือ Harvest Moon ภาคใหม่ มารับหน้าที่ช่วยจัดจำหน่าย แล้วเกมนี้มันมีอะไรดี ค่ายเกมใหญ่เบอร์นี้ถึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในการขายเกม วันนี้มาดูรีวิวของเรากันใช้ชีวิตพิชิตหนี้ด้วยการปรุงโพชันขายผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Sylvia หญิงสาวตัวน้อยที่ได้รับจดหมายจากคุณปู่ให้มารับช่วงดูแลกิจการร้านปรุงน้ำยาโพชัน กิจการในฝันที่ปู่ของเธอมีความใฝ่ฝันอยากจะทำ และทำได้สมใจ แต่แล้วปู่ของเธอก็รู้ว่าอายุตัวเองเหลือไม่มาก จึงรีบเขียนจดหมายตามให้เธอมาดูแลต่อ แต่ทิ้งกิจการไว้ให้ยังพอทน ปู่เจ้ากรรมของ Sylvia ดันทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้อีกบานตะไท เจ้าหนี้ที่เป็นแม่มดจึงมาเริ่มผูกสัญญาชำระหนี้กับเรา โดยให้ผ่อนจ่ายได้ อย่างไรก็ตาม วิธีการหาเงินจึงเป็นการปรุงโพชั่นขายนั่นเอง งานนี้ปฏิบัติการปลดหนี้ของ Sylvia จึงเริ่มต้นขึ้นเรื่องราวสุดแสนจะเบสิก ทำให้มันอาจจะไม่มีอะไรที่น่าติดตามนัก แต่สิ่งที่เกมนี้ถ่ายทอดออกมาได้ดีก็คือสีหน้าท่าทางของตัวละคร ทำให้แม้ว่าเนื้อเรื่องจะธรรมดา แต่การแสดงออกของตัวละครทำให้เรารู้สึกมีอารมณ์ร่วม สนุก ตลกขบขันไปในตัว นี่ไม่ใช่เกมเนื้อเรื่องดาร์ค หรือดิ่งอะไร เป็นเกมเนื้อเรื่องสดใสที่เล่นกันได้ทุกเพศทุกวัย หากคุณเก่งภาษาอังกฤษ แต่ข้อเสียสำหรับเกมอินดี้ทุนน้อยก็คือ การเล่าเรื่องจะมาในรูปแบบของกล่องข้อความ อ่านกันรัว ๆ ไปเลย ใครขี้เกียจอ่านก็อาจจะไม่สนุกกับเกมนี้สักเท่าไรนัก แต่ภาพรวมแล้วถือว่าเนื้อเรื่องของเกมนี้ก็ยังพอสนุกและมีอะไรที่น่าติดตามอยู่พอสมควรเกมที่ทำนาน เพราะใช้เวลากับอนิเมชันมานานถึง 6 ปี และมันคุ้มค่าจากข้อมูลที่ไปตามอ่านมา พบว่าเกมนี้ใช้เวลาสร้างมาอย่างยาวนานถึง 6 ปีเต็มด้วยกัน แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้ใช้เวลาในการพัฒนานานที่สุดไม่ใ่ชระบบเกมเพลย์ แต่เป็นเหล่าตัวละคร อนิเมชั่นท่าทางต่าง ๆ ที่ตัวละครแสดงออกมาได้อย่างละเอียดมาก มากกว่าเกมอื่น ๆ ที่ใช้กราฟิกแนวใกล้เคียงกันหลายเท่าตัว ทำให้เกมนี้ตัวละครแต่ละตัวจะมีชีวิตชีวา มีบริบท มีบุคลิกของตัวเองที่ค่อนข้างชัดเจนกว่าเกมอื่น ๆ ผลจากการพัฒนานานถึง 6 ปีนั้น ค่อนข้างคุ้มค่า สำหรับคนที่ชอบอนิเมชั่น เกมนี้ถือว่าทำดีมาก ๆ แต่ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียใด ๆ ผลจากการที่เกมมันทุ่มเทไปที่อนิเมชั่นมากไป ทำให้เกมนี้ไม่ได้มีเสียงพากย์ ทุกอย่างต้องอ่านเอา ซึ่งมันทำให้อรรถรสบางอย่างขาดหายไปพอสมควร ส่วนกราฟิกของเกมนั้น ถ่ายทอดออกมาในอนิเมชั่น 3D เต็มรูปแบบ ยกเว้นในมุมมองของการเปิดร้านค้าจากภายนอก จะเป็นมุมมองจากด้านบนลงมา แต่เมื่อกดเข้าไปในร้านก็จะแสดงรายละเอียดที่เยอะขึ้นแทน เรื่องกราฟิกของเกมนี้ถือว่าล้ำหน้ากว่าเกมอื่น ๆ ในราคาเดียวกันเป็นอย่างมาก ใครที่ชอบงานออกแบบสวย ๆ รับรองว่าเต็มอิ่มแน่นอนสำหรับเกมนี้ยิ่งเราเล่นไปมากเท่าไร เราก็ยิ่งจะพบเจอกับตัวละครใหม่ ๆ มากขึ้นเท่านั้น ตัวละครแต่ละตัวจะมาพร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ถูกปลดล็อคเข้ามา เช่น ร้านขายของที่เราสามารถไปซื้อของหรือวัตถุดิบโดยตรงได้เลย ไม่ต้องรอผลิตเอง (ใช้เงินแก้ปัญหาอ่ะแหละ) หรือ NPC ฮีโร่ที่จะออกไปผจญภัยและนำไอเทมส่วนแบ่งมาให้เราด้วย หรือ NPC สำหรับการอัปเกรดร้านของเราให้ดูดีมีระดับ ดึงดูดลูกค้า หรือผลิตโพชั่นระดับคุณภาพออกมาขายได้ดีขึ้นเกมเพลย์ที่มีมากกว่าการปรุงยาขาย ทั้งต้มยา ล่าของ อัปเกรดร้าน และสร้างความสัมพันธ์แม้ว่าหลัก ๆ เกมนี้จะมีจุดประสงค์ในการทำร้านปรุงน้ำยาโพชั่นขาย แต่ในเกมนี้ก็ไม่ได้มีแค่นั้น เพราะยังมีอะไรอีกมากมายให้เราต้องทำ เกมนี้ผสมผสานเกมเพลย์ที่หลากหลายมาก ๆ ให้เราได้เล่น เริ่มจากการปรุงยา แน่นอนว่าสูตรการปรุงยาของเราในตอนแรก นอกจากจะต้องจับพลัดจับผลู ลองผิดลองถูกเอง ก็ไม่มีวิธีอื่นใดในการเรียนรู้ เว้นแต่เกมจะช่วยสอนเรา การปรุงยาแต่ละชนิดเราจะต้องลากส่วนผสมเข้าไปในหม้อ และเติมฟืนลงไปเป็นเชื้อเพลิง จากนั้นเมื่อกดปรุงยา ก็จะต้องใช้เวลาในการรอด้วย ไม่ใช่กดแล้วได้เลย ยิ่งน้ำยาระดับสูงก็จะใช้วัตถุดิบที่เยอะ และซับซ้อน รวมไปถึงใช้เวลาในการปรุงนานมาก และทำให้มันกลายเป็นเกมที่ต้องจัดการอย่างระมัดระวัง และต้องผสมผสานมันให้ดีและลงตัวที่สุดและเมื่อน้ำยาของเราพร้อมขาย เราก็สามารถเข้าเมนู Arrange Potion ที่เป็นเมนูสำหรับนำน้ำยาไปวางขายบนชั้นวางของของร้านค้า ยิ่งร้านเราระดับสูงก็สามารถวางขายน้ำยาได้หลายแบบ หลายขวดพร้อมกัน และการอัปเกรดร้านก็ทำได้ผ่าน NPC เพื่อนของเรา ที่อาจจะดึงดูดลูกค้าหลากหลายประเภทเข้ามาด้วย เมื่อจัดวางน้ำยาพร้อมแล้ว เราสามารถกด Open Shop เพื่อขายน้ำยา และเมื่อเปิดร้านรับลูกค้า เกมเพลย์ก็จะเปลี่ยนไปการเข้าสู่ส่วนของการขายของ จะทำให้เกมเพลย์เปลี่ยนไปเป็นแบบเทิร์นเบสผสมกับการ์ดเกมไปเลย เมื่อเราเปิดร้าน ลูกค้าแต่ละคนจะเข้ามาที่ร้าน และเราจะนำน้ำยาออกมาวางขาย โดยลูกค้าแต่ละคนจะมาพร้อมกับอารมณ์และความต้องการที่ต่างกัน ผู้เล่นจะได้เริ่มเจรจาตกลงกับลูกค้า ในการทำให้พวกเขาตกลงซื้อ รวมไปถึงต่อรองด้านราคาที่ทำให้เราขายได้ในราคาที่แพงขึ้น โดยจะมีการ์ดเข้ามาเป็นตัวช่วย ผู้เล่นสามารถจัดเด็คการ์ดของตัวเองได้ โดย 1 เด็คจะมีการ์ดให้เราใส่ลงไปได้ 20 ใบ แถมการ์ดแต่ละใบจะมีแยกเป็นของตัวละครต่าง ๆ ที่จะมีความสามารถที่ต่างกันไปอีกต่างหาก เกมนี้จึงมีความเป็นเกมจัดเด๊คและสะสมการ์ดไปในตัวด้วย แต่เกมนี้คุณจะมีอิสระในการจัดการการ์ดมากกว่าเกมการ์ดแท้ ๆ เกมอื่นในการเจรจาตกลงซื้อขาย NPC แต่ละตัวจะมีความเครียดของตัวเอง ถ้าเกิดเราต่อรองเจรจามากไปจนความอดทนของอีกฝ่ายหมด เขาก็จะเดินออกจากร้านไปโดยไม่ซื้อน้ำยาจากร้านเราเลยสักขวดก็มี ดังนั้น อย่าห่วงแต่จะพยายามขายให้ได้เยอะ ๆ จนลืมดูว่า NPC เราขี้เกียจเจรจาแล้วหรือไม่ ไม่งั้นจะอดได้เงินเอา แถมบางทีเจรจามากไป ตัวละครของเราก็จะมีความเครียดขึ้นมาซะเองด้วย และอย่าลืมว่านี่ไม่ใช่เกมชิลล์ เราเป็นหนี้ก้อนโตที่ต้องจ่ายแบบผ่อนชำระ เกมจะมีระบบนับวันที่ต้องจ่ายเงินมาให้ ทำให้เราต้องรีบเร่งหาเงิน แต่การขายยาก็ไม่ใช่ทางเดียวที่จะทำให้เราได้เงิน เพราะเกมยังมีอีเวนท์เสริมภายในเกมอีกมาก ถ้าโชคดีได้เงินก็สบายไป ไม่ได้ก็ต้องรีบหา ไม่งั้นอาจจะซวยเอาได้ ต่อมาอีกระบบ คือระบบ Hangout ระบบที่ใช้สร้างความสัมพันธ์กับตัวละครต่าง ๆ หรือก็คือการจีบกัน โดยส่วนมากจะปลดล็อคหลังจากเราไปคุยกับ NPC ตัวนั้นบ่อย ๆ และสร้างความสัมพันธ์ได้ด้วย แต่ระบบนี้เป็นเหมือนมินิเกมที่เอาไว้เล่นเสริมความสนุก เพราะอย่าลืมว่าเป้าหมายหลักของเกมนี้คือการหาเงินใช้หนี้ ไม่ใ่ชการานั่งไล่จีบตัวละคร เอาไว้เป็น Optional หรือทางเลือกในการเล่นสำหรับข้อเสียหลัก ๆ ของเกมนี้คือ ระบบต่าง ๆ นั้น ดูจะวุ่นวายไปหมด และต้องใช้เวลาเรียนรู้เยอะมาก ๆ ผู้เล่นบางคนที่ไม่พร้อมจะรับระบบเกมการเล่นเยอะ ๆ อาจจะเบื่อไปเลยตั้งแต่ช่วงแรก แต่ถ้าเล่นเป็นก็ถือว่าสนุกมากเลยทีเดียว และปัญหาอีกข้อคือ ในขณะที่เกมอื่นนำเสนอเกมการเล่นแบบไม่มีฉากโหลดใด ๆ แต่เกมนี้ ไม่ว่าจะย้ายเมนูไปหน้าไหน ก็จะมีฉากโหลดมาขัดจังหวะเราอยู่เสมอ ถือว่าน่ารำคาญไม่น้อยเลยภาพรวมของ Potionomics ถือเป็นอีกเกมที่มีระบบการเล่นเยอะมาก ๆ และอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวพอสมควรเลยถึงจะเล่นได้คล่อง ถ้าคุณผ่านการฝึกฝนของระบบการสอนเล่นของเกมได้ นี่เป็ฯเกมอินดี้อีกเกมที่ถือว่าสอบผ่านในหลาย ๆ ด้าน
23 Oct 2022
[Review] รีวิวเกม Terror of Hemasaurus เกมไอ้ต้าวไคจูขี้โมโห ประสบการณ์เรโทรที่ควรอยู่แค่ในความทรงจำ
หากใครยังจำกันได้ กับเกมสัตว์ประหลาดถล่มเมืองอย่าง Rampage เกมที่อยู่มาตั้งแต่ปี 1986 ใครจะไปรู้ว่าผ่านมานานหลายสิบปี จะมีเกมที่ได้แรงบันดาลใจ และยังทำออกมาอีก แถมเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยซะด้วย โดยเกมนี้มีชื่อว่า Terror of Hemasaurus เกมที่เราจะได้รับบทเป็นไคจูน้อยถล่มโลกทั้งใบให้วอดวายในสไตล์เดียวกันกับ Rampage เลย แต่เกมนี้จะออกมาเป็นยังไง ก็มาดูรีวิวของเรากันได้ในวันนี้เลยเนื้อเรื่องสุดคลีเช่ที่เห็นได้บ่อยจากหนังแนวไคจู / มอนสเตอร์กรกฎาคมปี 2023 ประเทศนอร์เวย์ เวทีดีเบทถกเถียงกันเรื่องสภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ อุตสาหกรรมต่าง ๆ ทำให้โลกร้อนมากขึ้นทุกที และมอนสเตอร์ยักษ์ที่ถูกแช่แข็งมานานก็ถูกปลดปล่อยออกมา มอนสเตอร์ตัวที่ว่าก็คือ Hemasaurus ที่ตอนนี้ชีวิตอิสระของมันกำลังจะสร้างหายนะให้กับโลก แต่จุดมุ่งหมายของเจ้า Hemasaurus กลับเป็นโบสถ์และลัทธิปริศนาที่อาจจะมีเงื่อนงำซ่อนอยู่เบื้องหลังต้องบอกว่าใครที่ดูหนังแนวสัตว์ประหลาดถล่มโลกหรือไคจูจะเห็นพล็อตแบบนี้บ่อยมาก การกระทำของมนุษย์จะเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดเหตุการณ์ที่จะไปปลุกสัตว์ประหลาดขึ้นมา อย่างน้อยเกมนี้ก็เคารพหลาย ๆ สื่อบันเทิงที่ทำแนวนี้ขึ้นมา แต่หากคุณกำลังมองหาความสดใหม่เกี่ยวกับแนวเกมไคจูทั้งหลายก็ต้องบอกว่าคิดผิด เกมนี้เหมือนทำขึ้นมาเพื่อคารวะ Rampage ล้วน ๆ และถูกสร้างขึ้นโดยใช้ธีมที่มีสีสันสดใส พร้อมเจ้า Hemasaurus ที่หน้าปกเกมจะดูเหมือนจระเข้ยักษ์ แต่ในเกมกลับน่ารักตะมุตะมิซะอย่างนั้น เอาเป็นว่าส่วนของเนื้อเรื่อง ใครดูหนังแนวนี้มาเยอะ ก็อย่าคาดหวังถึงความแปลกใหม่ภายในเกมนี้วันไหนเครียด ให้เกมนี้ช่วยระบาย เพราะเข้าถึงง่ายยิ่งกว่าอะไรดีท่ามกลางยุคสมัยของเกม AAA หรือเกมฟอร์มยักษ์มากมายที่เข็นกราฟิก เข็นเนื้อเรื่อง เข็นชั่วโมงความยาวของเกมออกมาแข่งกัน Terror of Hemasaurus อาจเป็นเกมที่เราต้องลองเปิดใจลองเล่นดู เพราะเกมนี้มาพร้อมความเรียบง่ายแบบขั้นสุด ผู้เล่นจะได้เลือกมอนสเตอร์ 4 แบบในตอนเริ่มต้น จากนั้นเกมเพลย์ของคุณก็ง่าย ๆ เลย เดินจากซ้ายไปขวา ทำลายทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้าให้หมดสิ้น ทั้งหมดของเกมนั้นมีเท่านี้จริืง ๆ ดังนั้นนี่คือความสนุกที่เรียบง่ายมาก จนหลายคนอาจจะมองว่าไม่คุ้มค่าสำหรับตัวละครแม้จะมีให้เล่น 4 ตัว แต่ Movement และรูปแบบการต่อสู้ของมันก็ไม่ได้แตกต่างกันสักเท่าไรนัก หนำซ้ำ แม้ว่าตัวเกมจะมีฉากให้เลือกหลายฉากพอสมควร แต่ฉากหลังของมันกลับซ้ำซากจนน่าใจหาย ไม่มีการเปลี่ยนสถานที่หรือธีมใด ๆ มันยังคงเป็นเกมทำลายเมืองเอามัน และบางฉษกก็เพิ่มลูกเล่นเข้ามา เช่นแท่นกระโดดแบบแทรมโพลีน และลูกตุ้มเหล็กที่ทำให้เราสามารถพังตึกจนราบเป็นหน้ากลองได้ในเวลาไม่นานนัก เพิ่มความเร้าใจในการบุกทำลายเมืองให้เร็วมากยิ่งขึ้น แม้ว่าเกมจะเล่น Co-op ได้มากถึง 4 คน แต่มันก็ร่วมกันเล่นได้ในฉากของเนื้อเรื่องเท่านั้น ไม่ได้มีด่านพิเศษที่ออกแบบมาให้ช่วยกันเล่นแต่อย่างใด ทำให้เกมนี้ค่อนข้างน่าเบื่อพอสมควรทั้งในแง่คอนเทนต์และเกมเพลย์ แค่ความน่ารักของมันก็อาจจะไม่คุ้มเท่าไรนัก เพราะเกมนี้ หากนั่งซัดแบบยาว ๆ ไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็จบแล้วเกมเพลย์สุดคลาสสิค ตะลุยด่านซ้ายไปขวา จบแบบง่าย ๆ ไม่มีอะไรน่าจดจำสำหรับคนที่คิดว่ารีวิวเกมนี้สั้น ก็คงต้องบอกว่าไม่ใช่เพราะเราขี้เกียจแต่อย่างใด แต่เพราะคอนเทนต์ของเกมนี้มันเบาโหวงเหวงมาก ๆ สำหรับเกมเพลย์ของ Terror of Hemasaurus นั้น หากคุณเป็นเซียนเกม Arcade จำพวกตะลุยด่านต่าง ๆ อยู่แล้ว หรือถ้ายิ่งเคยเล่น Rampage มานั้น ยิ่งง่ายเลย เพราะคุณจะทำความเข้าใจกับระบบเกมได้อย่างง่ายดาย การผ่านแต่ละด่านนั้น เพียงแค่คุณเกดินหน้าจับคนมากิน หรือทำลายตึกรามบ้านช่องจนพังพินาศให้หมด ตามที่ด่านกำหนดก็คือใช้ได้แล้วในด่านหลัง ๆ แม้ว่าจะมีอุปสรรคต่าง ๆ เพิ่มเข้ามาบ้าง เช่นกองกำลังตำรวจ หรือทหารที่จะมายิงทำให้พลังชีวิตเราลดลง แต่เราสามารถฟื้นพลังตัวเองกลับมาได้ง่าย ๆ ด้วยการจับคนมากินมันซะเลย และเกมเพลย์จะมีรูปแบบการทำลายที่ถือว่าไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย เช่น การปีนขึ้นไปบนตึก แล้วกดโจมตีรัว ๆ จนอาคารเริ่มพัง หรือจะทำลายฐานอาคารให้มันโค่นลงมาเลยก็ทำได้ แต่ถ้าใครอยากฮาร์ดคอร์กว่านั้น ก็ศามารถหยิบเอาคน หรือพวกยานพาหนะมาปาใส่จนทำให้เกิดการระเบิด และคร่าชีวิตผู้คนหรือทำลายเมืองนับร้อย นับพันได้ในไม่กี่วินาที แต่ที่ทำให้มันน่าเบื่อจริง ๆ เลยคือเรื่องของฉากภายในเกม ที่แม้จะเล่นไปจนถึงด่านท้าย ๆ แล้ว แต่ฉากก็ยังคงเป็ฯตึกรามบ้านช่องเหมือนเดิม ไม่ได้ย้ายไปผจญภัยที่ไหนเลย ดังนั้นใครที่ไม่ชอบอะไรเดิม ๆ ก็อาจจะเบื่อเอาได้ง่าย ๆ แค่ 2 ชั่วโมงยังอาจจะไม่อยากเล่นให้จบก็เป็นได้ รวมไปถึงศัตรูหรืออุปสรรค ไม่ได้เพิ่มความท้าทายอะไรใหม่เข้ามา แต่ทำให้มันมาในปริมาณที่เยอะขึ้นเท่านั้น ยังดีที่ช่วงท้ายมีการเปลี่ยนตัวละครให้เราไปเล่นกันนิดหน่อย แต่จะเป็นอะไรนั้น ลองไปหาคำตอบกันดูเอง จะได้ไม่มองว่าเราสปอยล์ แต่ถึงแม้จะอย่างนั้น มันก็ไม่ได้ทำให้เกมสนุกขึ้นสักเท่าไรและที่มีปัญหาหนักมากจริง ๆ น่าจะเป็นเรื่องของการ Optimized เกม จริงอยู๋ว่าเกมมันเป็นพิกเซลกราฟิกแบบนี้ มันไม่ได้กินสเปคเครื่องอะไร แต่เราจะพูดแบบนี้ได้ก็จนกว่าที่เกมจะมีฉากระเบิด ตึกถล่มพังทลายเป็นกองพะเนิน เมื่อใดก็ตามที่มีการระเบิดขนาดใหญ่เกิดขึ้น เกมจะมีอาการเฟรมเรทดรอปอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งช่วงท้ายที่แทบจะเป็นเกมแบบ Stop Motion กันเลยทีเดียว แม้จะเป็นข้อเสียเพียงอย่างเดียว แต่ก็ถือว่าทำลายประสบการณ์การเล่นเกมพอสมควร โดยเฉพาะกับเกมที่ถือว่าค่อนข้างน่าเบื่อตั้งแต่ช่วงต้นยันท้ายเกมแบบนี้สรุปให้ว่า Terror of Hemasaurus นั้น ถือว่าเป็นเกมที่หากคิดจะหาเกมมาเล่นขำ ๆ แก้เบื่อ แก้ว่าง อยากทำลายข้าวของหรือตึกรามบ้านช่องเล่น ๆ มันก็เป็นอะไรที่น่าสนใจไม่น้อย แต่ด้วยราคาที่ถูกมาก ทำให้ทีมทำเกมอาจจะใส่คอนเทนต์เข้ามาตามราคา ซึ่งมันทำให้น่าผิดหวังไม่น้อย กับการตั้งใจออกแบบกราฟิกภายในเกมจนเป็นเอกลักษณ์ แต่เกมเพลย์กลับน่าเบื่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
23 Oct 2022
[Review] รีวิวเกม Timberborn สร้างอาณาจักรต้าวน้องบีเวอร์ให้อยู่รอดและรุ่งโรจน์
Timberborn เป็นเกมอินดี้แนวสร้างเมืองในยุคที่อารยธรรมมนุษย์ล่มสลายแล้ว เหลือเพียงเหล่าบีเวอร์เท่านั้นที่วิวัฒนาการตัวเองและสามารถก่อร่างสร้างตัวจนเทคโนโลยีวิวัฒน์ไปไกลเกินกว่าการสร้างเขื่อน เป็นเผ่าพันธุ์สัตว์ฟันแทะที่รุ่งโรจน์เกรียงไกรพร้อมจะครองโลก!แต่ก่อนจะไปถึงขั้นนั้น เราตามไปดูกันดีกว่าว่าเกม Timberborn นี้เป็นอย่างไรบ้าง บอกเลยว่าคนที่ชอบเกมแนวสร้างเมืองต้องลองดู และใครที่สนใจเกมแนวนี้อยู่แต่ไม่เคยจัดเสียที เกมสร้างเมืองที่เล่นกับน้ำเกมนี้ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจนะมีสองสายพันธุ์ให้ได้เลือกเล่นได้แก่ Folktails ผู้รักธรรมชาติและ Iron Teeth ผู้ฉลาดเฉลียว ซึ่งแต่ละเผ่าพันธุ์ก็จะมีสิ่งก่อสร้างเฉพาะด้วย อย่างในด้านของการผลิตพลังงานนั้น Folktails ก็จะมีกังหันที่ผลิตพลังงานจากลม ส่วน Iron Teeth จะเป็นโรงงานที่ผลิตพลังงานจากการใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิง ส่วนเครื่องสูบน้ำของ Iron Teeth ก็สูบได้ลึกกว่า แต่ Folktails จะมีเครื่องทดน้ำ ทำให้สามารถทำฟาร์มในจุดที่น้ำเข้าไม่ถึงได้ เป็นต้นชื่นชอบสไตล์การใช้ชีวิตแบบไหนก็เลือกเล่นเผ่านั้นเลย แอบกระซิบบอกว่าเผ่า Iron Teeth นั้นขยายพันธุ์โดยการใช้เครื่องฟักตัวล่ะ! เท่สุดๆ ไปเลย แต่ผู้เขียนของเลือกเป็นเผ่า Folktails แล้วกันอ้อ มีระดับความยากด้วยนะ สำหรับผู้ที่เล่นครั้งแรกเลือกเป็น Normal จะดีที่สุดเริ่มต้นจากการที่ไม่มีอะไรเลย ..กับเบอร์รี่นิดหน่อยสำหรับสิ่งก่อสร้างแรกเริ่มที่มีให้คือตึกที่เป็นดั่งใจกลางของเมืองนั่นเอง สามารถมอบหน้าที่ก่อสร้างให้กับบีเวอร์ได้ 4 ตัวซึ่งจะเป็นแรงกำลังหลักในการสร้างสิ่งก่อสร้างอื่นๆ มีเบอร์รี่ให้จำนวนหนึ่งสำหรับประทังชีพ ต่อจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราแล้วในการมอบหน้าที่แก่เหล่าบีเวอร์ในการก่อสร้างและเสาะหาทรัพยากรต่างๆไม้ ไม้ และไม้!พูดถึงบีเวอร์ สิ่งแรกๆ ที่เรานึกถึงนั่นก็คือภาพของเหล่าบีเวอร์ที่กำลังแทะต้นไม้อย่างขยันขันแข็ง จะเห็นได้ว่าสิ่งก่อสร้างแทบทุกชนิดล้วนใช้ไม้เป็นส่วนประกอบหลัก แม้ว่าไม้จะไม่ใช่สิ่งจำเป็นมากเท่าอาหาร แต่มันก็เป็นส่วนประกอบสำคัญของทุกอย่างที่ต้องสร้างเพื่อให้บีเวอร์ดำรงชีวิตต่อได้ ฉะนั้นรีบสำรวจรอบข้างว่าแถวนี้มีป่าหรือไม่ เมื่อพบแล้วก็ตีเส้นทางเดินไปเล้ยการจัดเก็บไม้เพื่อใช้งานนั้น อย่างแรกที่ต้องมีคือ Lumberjack Flag เพื่อแต่งตั้งหน้าที่ให้บีเวอร์ไปแทะไม้ โดยต้องทำการมาร์กพื้นที่ที่ต้องการตัดไม้ด้วย ซึ่งบีเวอร์จะไม่ตัดไม้นอกเหนือจากที่ทำเครื่องหมายไว้ และอย่างลืมสร้าง Log Pile ไว้เก็บไม้ด้วยล่ะน้ำและอาหารเป็นสิ่งสำคัญสองปัจจัยหลักๆ ที่จะทำให้บีเวอร์ไม่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรคืออาหารและน้ำ ในช่วงแรกเราสามารถพึ่งพาผลเบอร์รี่ได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่สามารถเก็บได้ง่ายที่สุดนั่นเอง แต่มันก็ใช้เวลาในการออกผล ฉะนั้นเราต้องเพิ่มการผลิตอาหารที่มั่นคงอย่างการทำการเกษตรแทน ซึ่งการทำฟาร์มนั้นเราต้องตั้งโรงนา (Farmhouse) ให้ขอบเขียวหรือรัศมีของสิ่งก่อสร้างอยู่ในพื้นที่สีเขียวให้ได้มากที่สุด เพราะพื้นที่สีเขียวคือพื้นที่ที่ใกล้น้ำ สามารถปลูกพืชได้นั่นเอง จากนั้นก็เลือกได้เลยว่าจะปลูกอะไร ซึ่งในช่วงแรกเป็นแครอทจะง่ายที่สุดเพราะใช้เวลาโตที่น้อย อีกทั้งสามารถกินได้เลยโดยไม่ต้องแปรรูปมีอาหารแล้วก็ต้องมีน้ำ หาจุดที่เป็นแม่น้ำให้ไวแล้วตั้งเครื่องสูบน้ำ (Water Pumps) รวมถึงถังเก็บน้ำด้วย (Water Tanks) ถ้าปล่อยให้บีเวอร์ขาดน้ำจะทำให้เดินช้า ขาดอาหารจะทำงานช้าลง ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ ก็จะตายในที่สุด ซึ่งใครจะไปอยากให้น้อนบีเวอร์แสนน่ารักตายกัน! ฉะนั้นสองอย่างนี้คือสิ่งสำคัญที่ต้องคิดคำนึงให้ขึ้นใจมีฟ้าเป็นมุ้ง มียุงเป็นเพื่อน..มีบ้านแล้ว! ส่วนกระท่อมมีกังหันนั่นเอาไว้เพิ่มแต้มวิทยาศาสตร์ล่ะ จะได้เอาไปปลดสิ่งก่อสร้างใหม่ๆชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหลังจากปล่อยให้บีเวอร์นอนกลางดินกินกลางผืนหญ้าอยู่นาน (เนื่องจากเอาไม้ไปสร้างอย่างอื่นข้างต้นหมด) การสร้างบ้านให้บีเวอร์พักพิงก็เป็นสิ่งที่ดี การมีที่นอนจะทำให้บีเวอร์หลับได้สบายและมีแรงทำงาน ซึ่งเผ่า Folktails จะขยายพันธุ์ก็ต่อเมื่อมีจำนวนที่นอนมากกว่าจำนวนบีเวอร์ ไม่แน่พอผ่านไปสักหนึ่งคืนก็อาจมีเบบี๋บีเวอร์กำเนิดขึ้นก็เป็นได้ (ฮ่า แรงงานรุ่นต่อไป!) โดยบางสิ่งก่อสร้างอย่างเช่นบ้านหรือโกดังสามารถตั้งซ้อนทับกันเป็นสถาปัตยกรรมแนวตั้งได้ด้วยนอกจากนี้ การสร้างสิ่งที่ให้ความบันเทิงก็เป็นอีกสิ่งที่จะเพิ่มคุณภาพชีวิตหรือ Well-being ของบีเวอร์ อย่างการสร้างแคมป์ไฟให้บีเวอร์มาพักผ่อนและเข้าสังคมกันสักหน่อยหลังจากการทำงานอันเหนื่อยล้า พุ่มไม้ตกแต่งเมืองเพื่อความสวยงาม แม้แต่วัดหรือศาลเจ้าก็มีให้สร้างด้วยเช่นกัน อา บีเวอร์เองก็ต้องการที่ยึดเหนี่ยวจิตใจสินะซึ่งแต้มคุณภาพชีวิตพวกนี้ก็ไม่ได้มีไว้เล่นๆ ยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้บีเวอร์ของเราทำงานเร็วขึ้น (ถ้าเป็นวัยเด็กอยู่ก็จะโตเร็วขึ้น) เพิ่มความเร็วในการเดิน รวมถึงมีชีวิตที่ยืนยาวโอเมื่อมีไฟ ไฟ ไฟลุกขึ้นแจ่มจ้า ... ร้องยังไงต่อนะดูข้อมูลด้านขวาของพี่จะไหล (?) สิแล้วจะรู้ว่าคุณภาพชีวิตดีแค่ไหนแย่แล้ว ฤดูแล้ง!ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่ดีๆ กล่องพยากรณ์อากาศก็กะพริบแจ้งเราว่า อีกสามวันจะหน้าแล้งแล้วจ้า! ซึ่งถ้าจะมีสิ่งใดที่น่ากลัวมากพอจะทำให้อารยธรรมบีเวอร์สูญสิ้นก็คือฤดูแล้งนี่แหละสิ่งที่ฤดูแล้งเป็นก็คือตามชื่อเลย น้ำจากต้นน้ำจะไม่ไหลในฤดูนี้ หมายความว่าเราต้องหาทางกักเก็บน้ำไว้ใช้งานจนกว่าฤดูแล้งจะจบลง เพราะถ้าไม่มีน้ำ พืชก็จะตาย พอพืชตายก็ไม่มีอาหาร จากนั้นบีเวอร์จะอดข้าวอดน้ำ หากวางแผนไม่ดีก็อาจทำให้เหล่าบีเวอร์ล้มหายตายจากกันได้ไม่ยากเลยแต่ว่าเรามีสิ่งนี้.. สิ่งก่อสร้างจากวิศวกรรมชลศาสตร์ที่เรียกว่า ‘เขื่อน’หนึ่งในตัวเลือกที่ง่ายที่สุดในการกักเก็บน้ำคือการสร้างเขื่อน มันจะช่วยให้น้ำไม่ไหลทิ้งและเหือดแห้งไปในฤดูแล้ง ฉะนั้นการสร้างเขื่อนก็เป็นสิ่งแรกๆ ที่ควรคำนึงถึงในระหว่างการก่อร่างสร้างเมืองด้วย เพราะถ้ามาสร้างเอาใกล้ๆ ฤดูแล้งจะเสร็จไม่ทันเอานาทว่าเจ้าฤดูแล้งนี้ก็ไม่ได้กินเวลาเท่ากันตลอด ยิ่งนานวันเข้ารอบของฤดูแล้งก็จะยิ่งยาวนานขึ้น ในตอนแรกถังกักเก็บน้ำของเราอาจเพียงพอให้พ้นฤดูแล้งไปได้ แต่พอมีจำนวนบีเวอร์ที่มากขึ้น จำนวนวันของฤดูแล้งที่ยาวขึ้น ปริมาณน้ำที่มีอยู่อาจไม่พอ เราจึงต้องวางแผนเรื่องการความคุมน้ำและกักเก็บน้ำในระยะยาวด้วยว่าจะรับมือกับฤดูแล้งยังไง ทำเลตรงนี้ดูเป็นเหวลึกนะ สร้างเขื่อนขนาดใหญ่ดีมั้ยจะได้เป็นอ่างเก็บน้ำ ยิ่งมีน้ำเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งอุ่นใจแหละนะนอกจากนี้ระบบฟิสิกส์ของน้ำก็ทำมาค่อนข้างดีทีเดียว การไหลอะไรแบบนี้ ฉะนั้นอย่าเผลอทำน้ำท่วมเมืองเชียวล่ะ (เพราะเผลอทำมาแล้ว.. เกมที่เล่นกับน้ำแต่น้ำเองก็จ้องจะเล่นคุณ)โปรเจ็กต์เมกะแดม (Mega Dam) สำหรับเก็บน้ำ หน้าแล้งมาก็ไม่หวั่น!สรุป: อยู่รอดและรุ่งโรจน์ บีเวอร์จงเจริญ!สำหรับเนื้อหาที่ว่ามาข้างต้นนั้นเป็นเพียงการเล่น Timberborn ใน 4 ชั่วโมงแรกเท่านั้น ยังมีเนื้อหากลางเกมและท้ายเกมให้สำรวจอีกมาก อาทิ การผลิตแต้มวิทยาศาสตร์เพื่อปลดล็อกวิทยาการใหม่ๆ การใช้พลังงานเพื่อแปรรูปไม้เป็นวัสดุอื่น อย่างไม้อัด ฟันเฟือง เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ความหลากหลายของพืชการเกษตรที่ปลูกได้ การแปรรูปอาหาร การปลูกป่าทดแทน การใช้ประโยชน์จากเหล็ก การสร้างระเบิดเพื่อขุดภูเขาขุดแม่น้ำอะไรก็ว่าไป หรือแม้แต่การสร้างหุ่นยนต์บีเวอร์เองก็มีด้วยนะ (บ้าน่า แม้แต่บีเวอร์ก็หนีไม่พ้นการถูกระบบอัตโนมัติแย่งงานงั้นหรอ!?) แถมแผนที่ยังมีอีกหลายแบบให้ลองเล่น ตั้งแต่ที่ราบง่ายๆ ไปจนถึงแม่น้ำแบบขดก้นหอยที่น๊านนานกว่าน้ำจะไหลมาถึง นี่แหละความยากที่เราเลือกเองความท้าทายของเกมนี้จะมากขึ้นเมื่อเล่นไปนานๆ นอกจากหน้าแล้งที่ยาวนานขึ้นจนต้องร้องขอชีวิตแล้ว จำนวนบีเวอร์ที่มากหมายความว่ามีหลายปากท้องต้องดูแล จำนวนทรัพยากรที่ต้องใช้ก็มากขึ้นตามไปด้วย เราอาจตั้งเขตใหม่เพื่อจัดการเรื่องเกษตรกรรมหรือจัดเก็บน้ำโดยเฉพาะแล้วสร้างรูทขนส่งสินค้าระหว่างเขตก็ได้เช่นกัน แต่หากจัดการไม่ดีก็อาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้ เช่น เขตนี้อาหารเยอะเกินกว่าที่บีเวอร์ต้องบริโภคอยู่มากโขแต่อีกเขตจะอดตายกันอยู่แล้ว เขตนั้นมีไม้เหลือๆ แต่อีกเขตไม่มีทรัพยากรอะไรไว้ก่อสร้างเลย จากที่บริหารอยู่เขตเดียวกลายเป็นว่าเราต้องแก้ปัญหาระดับหลายเขต อ๊า นี่มันการจัดการระดับ Micro-Management!!ร่ายยาวมาขนาดนี้ จะบอกว่าตัวเกมยังอยู่ในช่วง Early Access ล่ะ แต่ก็มีศักยภาพที่จะพัฒนาไปมากกว่านี้ ยอมรับเลยว่าทีมผู้สร้างไม่หยุดอัปเดตสิ่งใหม่เข้ามาเรื่อยๆ รวมถึงปรับปรุงระบบต่างๆ อย่างล่าสุดมี Update 2 ซึ่งเป็นอัปเดตใหญ่ก็เพิ่มเข้ามาเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เอง เป็นการครบรอบ 1 ปีที่ทำให้ผู้เล่นที่สนับสนุนมาตั้งแต่ตัวเกมเวอร์ชันแรกอย่างผู้เขียนเองชื่นใจไม่น้อย เลยอยากป้ายยาทุกคนให้มารักเกมนี้ด้วยจนออกมาเป็นบทความนี้นั่นเอง ปกติไม่เล่นเกมแนวสร้างเมืองแต่เกมนี้ทำได้ดีทีเดียว ไม่อยากจะบอกว่าผู้เขียนหมดกับเกมนี้ไป 50+ ชั่วโมงแล้ว.. ดูดเวลาแค่ไหนถามใจเธอดูรักน้อนเอ็นดูน้อน งั้นมาสร้างอาณาจักรบีเวอร์ในแบบของคุณเองให้รุ่งโรจน์กันดีกว่า!Timberborn (Early Access) โดยผู้พัฒนา Mechanistryราคา: 319 บาทแพลตฟอร์มเกม: PC บนร้านค้า Steamได้รับรีวิวระดับ Overwhelmingly Positive พร้อมติดแท็ก City Builder, Colony Sim, Survivalภาพจากเซฟอื่นๆ ที่เล่นไปไกลโข!
21 Oct 2022
รีวิว Uncharted: Legacy of Thieves Collection เมื่อเกมผจญภัยล่าขุมทรัพย์จาก PlayStation มาเสิร์ฟให้ชาว PC ได้เล่นกันแล้ว!
เชื่อว่าชาว PC หลายคนน่าจะรอเล่นกันเยอะกับ Uncharted ซีรี่ส์เกม Action Adventure ผจญภัยล่าขุมทรัพย์ภาพสวยจากค่าย PlayStation ที่มีภาคหลักมาแล้วถึง 4 ภาค แต่ก็เป็นเกม Exclusive ที่ลงเฉพาะบนเครื่องคอนโซล PS มาโดยตลอด ทำให้ใครที่ไม่มีเครื่องก็จะต้องอดเล่นกันมาแล้วนานหลายปี ก่อนที่เมื่อไม่นานมานี้ ชาว PC ก็ได้รับข่าวดีว่า Uncharted: Legacy of Thieves Collection ตัวเกมที่มัดรวมเกม 2 ภาคระหว่าง Uncharted 4: A Thief's End กับ Uncharted: Lost Legacy จะมีการนำมาวางขายบน PC ในวันที่ 19 ตุลาคม 2022 ที่จะถึงนี้!!!คลิปตัวอย่างเกม Uncharted: Legacy of Thieves Collection บน PCอย่างไรก็ตาม หลายคนก็น่าจะสงสัยกันเยอะว่าเกม Uncharted ที่จะมาวางขายบน PC นั้นจะคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรือเปล่า เพราะเกมทั้ง 2 ภาคก็เคยออกมาวางจำหน่ายแล้วนานกว่า 5 ปี และก็น่าจะกลัวกันว่าเกมจะพอร์ทลง PC ออกมาดีหรือไม่ เพราะบางเกมจากค่าย PlayStation ที่พอร์ทมาลง PC อย่าง Horizon Zero Dawn ก็เคยมีปัญหาด้านการเล่น และบั๊กต่างๆ จนทำให้เล่นไม่ลื่นแถมขัดใจในช่วงวันแรกที่วางจำหน่าย รวมทั้งบางคนก็อาจยังคงสงสัยด้วยว่าเกมนี้จะมีอะไรดี หรือเป็นจุดขายบ้าง ส่งผลให้ทาง GameFever ได้ขอพาทุกคนมาชมรีวิวเกม Uncharted: Legacy of Thieves Collection เวอร์ชั่น PC ที่ทางผู้เขียนได้ไปสัมผัสมาแล้วเรียบร้อย!!! เกมจะดีหรือไม่ รับชมกันได้ที่ด้านล่างเลยมารู้จักความยอดเยี่ยมของเกม Uncharted 4: A Thief's End กับ Uncharted: Lost Legacy กันก่อนUncharted 4: A Thief's End เป็นเกมภาคหลักล่าสุดที่วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2016 โดยก็เป็นเกมที่ม้ามืดของปีนั้นมากๆ ไม่ว่าจะด้านคุณภาพเกมเพลย์ และเนื้อเรื่อง ซึ่งยังมีภาพกราฟิกที่สวยอลังตาจนดีต่อใจ แถมใครที่ไม่เคยเล่น 3 ภาคแรกก็ยังสามารถเล่นภาคนี้ได้เข้าใจด้วยในด้านเนื้อเรื่องทุกภาคของเกมนี้ จะเล่าว่าเราคือ Nathan Drake นักล่าสมบัติสุดเก่งที่ไปเผชิญมาแล้วหลายสถานที่ลึกลับ แต่ในเกมภาคที่ 4 เขาได้เกษียณตัวเอง และมาใช้ชีวิตกับคู่แต่งงานอย่าง Elene ก่อนที่ท้ายสุดเขาจะต้องมาล่าขุมทรัพย์อีกครั้ง เพราะเขาได้เจอกับพี่ชายที่นึกว่าตายไปแล้วอย่าง Sam Drake โดยภารกิจล่าขุมทรัพย์ครั้งนี้ยังส่งผลต่อชีวิตของ Sam ด้วย!เกมนี้จะเล่าเรื่องออกมาได้ดีมากๆ ไม่ว่าจะบทพูดน่าสนใจตลอดเวลา และการแสดงสีหน้าตัวละครแบบสมจริงให้เราเข้าใจถึงอารมณ์ แถมเกมภาคนี้จะมีการเล่นเรื่องความสัมพันธ์พี่น้องกับสามีภรรยาออกมาได้อินมาก รวมทั้งเพื่อไม่ให้เป็นเกมล่าขุมทรัพย์ปกติ เกมก็จะมีตัวร้ายน่าสนใจด้วยการมาฆ่าเราเพื่อขัดขวาง พร้อมปริศนาขุมทรัพย์ที่น่าดึงดูดให้เราอยากไปค้นหาภาพตัวอย่างการแสดงสีหน้าตัวละครที่พูดถึงเรื่องเศร้าเกมจะยังมีความเป็นกึ่ง Open World ให้เราผจญภัยไปล่าขุมทรัพย์ในสถานที่ลึกลับต่างๆ โดยทุกฉากที่เราได้เห็นในเกมจะมีความสวยอลังการ และเต็มไปด้วยรายละเอียด รวมทั้งเกมนี้ก็จะเน้นให้แก้ปริศนาหาขุมทรัพย์เพลินๆ ไม่ได้เน้นปวดหัวจนยากอะไรแบบนั้น แต่ก็ท้าทายอยู่ แถมฉากในเกมบางส่วนก็กว้างสุดๆ แล้วให้เราได้ขับยานพาหนะเดินทางด้วยเกมจะมีให้ผู้เล่นมาจับปืน หรือต่อสู้กับเหล่าศัตรูที่มาขัดขวางการหาขุมทรัพย์บ่อยๆ โดยขอบอกเลยว่าเกมนี้ทำระบบต่อสู้ได้สนุกมาก และอนิเมชั่นดูดีสุดๆ ทั้งตอนชกต่อยกันหรือยิงกัน ซึ่งจะให้ความรู้สึกมันส์ๆ แถมยังลอบเร้นสังหารได้ รวมทั้งในด้านเกมเพลย์ยังมีรายละเอียดอีกเยอะ อย่างการมีระบบให้ใช้ตะขอเกี่ยวปีนป่ายเพื่อไปสถานที่ยากๆ หรือจะปีนขึ้นที่สูงแล้วโดดมาฆ่าศัตรูก็ได้อีกสิ่งหนึ่งที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่ และตัวผู้เขียนเองชื่นชมเกมนี้ คือทุกๆ สิ่งจะมีรายละเอียดให้ชมเยอะมากจนเป็นความทรงจำดีๆ ยกตัวอย่างช่วงที่ตัวเอก Nathan Drake กำลังค้นหาของในบ้าน เราก็จะได้เห็นอนิเมชั่นการหาของที่แบบละเอียดสมจริงจนอินตาม รวมทั้งคัทซีนในเกมนี้ก็ลื่นไหลจนทำให้เหมือนเรากำลังดูภาพยนตร์ไปด้วยเลยส่วน Uncharted: Lost Legacy จะเป็นภาคให้เราเปลี่ยนมาสวมบทเป็นสาวนักล่าสมบัติ Chloe Frazer แล้วไปผจญภัยตามเนื้อเรื่องของเธอแทน โดยเกมภาคนี้ก็มีความยอดเยี่ยม และรายละเอียดเยอะไม่ต่างจากภาค 4 แต่ด้วยความที่เกมภาคนี้เป็นภาคเสริม ส่งผลให้เนื้อเรื่องกับการผจญภัยจะไม่ได้ยาวเหมือนเกมภาคหลักคลิปตัวอย่าง Uncharted: Lost Legacyอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพูดบอกไว้ก่อนคือจริงๆ เกม Uncharted 4: A Thief's End จะมีโหมดออนไลน์ PvP ให้ยิงกันมันส์ๆ ด้วย แต่ตัวเกมที่มัดรวมใน Uncharted: Legacy of Thieves Collection จะไม่มีโหมดออนไลน์ให้เล่นนะคลิปตัวอย่างโหมดออนไลน์มาดูตัวเกมเวอร์ชั่น PC กันดีกว่า!ตัวเกมเวอร์ชั่น PC นี้ จะให้ประสบการณ์เกมเพลย์ และการเล่าเรื่องทุกอย่างแก่ผู้เล่นที่ไม่ต่างจากต้นฉบับ แต่ด้านภาพกราฟิกจะมีการเพิ่มรายละเอียดทำให้ดูดีขึ้นไปด้วย ซึ่งความเห็นจากที่ผู้เขียนลองสังเกตุตอนเล่นดู และลองไปเปรียบเทียบกับเกมต้นฉบับบน PlayStation 4 กลับรู้สึกว่าด้านกราฟิกจะไม่ได้มีความต่างเยอะขนาดนั้น ถ้ายกตัวอย่างคือเกมเพียงทำให้เราได้เห็นรายละเอียดพื้นที่ได้ไกลขึ้น หรือหน้าตาตัวละครที่ดูสมจริงเห็นเคราชัดๆ ขึ้นอะไรทำนองนี้เฉยๆ ไม่ได้ถึงขั้นสถานที่สวยขึ้น หรือท้องฟ้าในเกมงดงามจนเปลี่ยนเป็นคนละเกมจากการที่ทางเราได้เล่นไปแล้ว สิ่งที่ทำให้ประทับใจมากๆ คือตัวเกมนั้นเล่นได้ลื่นไหลมาก ไม่พบปัญหาของตัวเกมให้รู้สึกขัดใจ หรือพบบั๊กที่ทำให้เกมเล่นต่อไม่ได้เลย ทำให้ชาว PC ที่อยากเล่นก็ไม่ต้องกลัวว่าเกมจะปัญหาเยอะในช่วงวันแรกที่วางจำหน่าย นอกจากนี้ สเปคของตัวเกมยังพยายามทำมาเพื่อรองรับให้ PC สเปคกลางๆ ด้วย โดยทางเราก็ลองใช้ PC ที่อยู่ในช่วงเกินสเปคขั้นต่ำที่เกมต้องการ ก็พบว่าสามารถเล่นได้ลื่นๆ Low 720p 30fps ตามที่ทางผู้พัฒนาแจ้งไว้จริงๆ ใครอยากรู้สเปคขั้นต่ำ และขั้นแนะนำเกมนี้ไปดูได้ที่ >> ลิงก์นี้
18 Oct 2022
[Review] รีวิว Brewmaster: Beer Brewing Simulator ต้มเบียร์เลิศรสด้วยมือเรา
Brewmaster: Beer Brewing Simulator เกมจำลองธุรกิจทำเบียร์ หรือการคราฟท์เบียร์ แบบ Homemade ใครที่เคยเล่น Cooking Simulator ผู้เขียนอยากให้เพื่อน ๆ ได้มาสนุกไปกับการคราฟท์เบียร์ขายในเกมนี้ครับ อาจจะไม่ปั่นเท่ากับ Cooking Simulator เพราะเกมนี้ Position ในเกมจะมีตำแหน่งบังคับให้เราวางสิ่งของเลยครับ วัตถุดิบอาจจะไม่หกเลอะเทอะ หรือมีของตกแตกให้ได้เล่นพิเรนท์เฮฮากัน ฮ่า ๆ เกมนี้ลงวางขายใน Steam เมื่อวัน 29 กันยายน 2022 และเป็นเกมที่ติดเทรนด์ในช่วงนั้นด้วยครับ ซึ่งคอนเซปต์เกมโคตรน่าสนใจ เราต้องส่วมบทบาทเป็นนักคราฟ์เบียร์ รายละเอียดทุกขั้นตอนในการทำ ไม่ว่าจะเป็น ต้ม การหมักส่วนผสม แม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ น้ำอุณหภูมิต้องเท่าไหร่ ต้มเสร็จแล้วต้องหมักเอาไว้กี่วัน สารพัดสิ่ง สารพัดอย่าง กว่าจะได้เบียร์ที่นำมาวางขาย 1 สูตรนั้น เราผู้เล่นนั้นจะต้องเล่นแร่แปรธาตุด้วยตัวเองทั้งหมดครับ คอนเซปต์เกมดูดีใช่ไหมครับ งั้นเรามาดูภายในเกมกันดีกว่าว่ามันมีระบบอะไรน่าสนใจบ้าง เกมเมอร์คอเบียร์ไม่ควรพลาด!!! ตามผมมาอ่านรีวิวกันได้เลย เกมเพลย์ไม่มีอะไรมาก ต้มเบียร์วน ๆ ไปBrewmaster: Beer Brewing Simulator เมื่อเราเข้าเกมไปจะมี 2 โหมดให้เราได้เลือกเล่นครับ ได้แก่ Brewmaster Mode (โหมดเนื้อเรื่องเหมาะกับผู้เล่นใหม่) และ Free Play Mode (เหมาะกับผู้เล่น ที่เล่นจนชำนาญการคราฟท์เบียร์แล้วครับ)เกมเพลย์เกมนี้ไม่มีอะไรมากมายทุกอย่างที่เราทำมันก็จะวน ๆ ครับ เราจะต้องมารับออเดอร์การสั่งทำเบียร์จากแมกกาซีนบริเวณโต๊ะหน้าบ้านครับ ว่ามีใครสั่งสินค้า (เบียร์) ชนิดไหนเข้ามา (ผู้เขียนไม่ค่อยชำนาญเรื่องเบียร์เท่าไหร่นักจะพยายามอธิบายตามความเข้าใจที่เล่นในเกมมาครับ)เบียร์ในเกมนั้นจะมีบริติชสไตล์ และอเมริกันสไตล์ครับ ขึ้นอยู่กับส่วนผสมที่เราใส่ลงไป แต่หลัก ๆ การคราฟท์จะเหมือนกับโลกความจริงทุกอย่าง หัวใจหลักของการผลิตเบียร์ก็เหมือนกันเปี๊ยบไม่ว่าจะเป็น "น้ำ, มอลต์, ฮ็อปส์, ยีสต์" นำทุกอย่างไปคราฟท์ให้เป็นเบียร์ ด้วยวิธีการเดียวกันเลยกับโลกความเป็นจริง เริ่มตั้งแต่การบ่ม > การต้ม > การตกตะกอน > การหมัก > การใส่บรรจุภัณฑ์ซึ่งเราคนเล่นต้องทำขั้นตอนพวกนี้วนไปเรื่อย ๆ ครับ หลังจากทำสินค้าเสร็จเรียบร้อยตามออเดอร์ เควสก็จะผ่านและได้เงินมาใช้ซื้อวัตถุดิบในการทำเบียร์ในสูตรอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไปเรื่อย ๆ ซึ่งสำหรับผู้เขียนนั้นมันก็เพลินดี แต่แค่ในช่วงแรกเท่านั้นครับ ฮ่า ๆ และมีประวัติศาสตร์ของเบียร์ต่าง ๆ ให้ได้อ่านเพิ่มความรู้อีกด้วย และในเกมมีอุปกรณ์การต้มเบียร์เตรียมไว้ให้เราเรียบร้อยแล้วครับมีเบียร์ให้ได้ต้มมากมายหลากหลายชนิดหลังจากเราต้มเบียร์เสร็จและนำไปขายเรียบร้อยแล้ว ตัวเกมจะมีผลสรุปมาให้เราได้ทราบเลยว่าไอ้สิ่งที่เราต้มกันมาตั้งนานเนี่ย มันเป็นเบียร์ชนิดไหน นิยมในสหรัฐอเมริกา หรือสหราชอาณาจักร บอกเป็นเปอร์เซ็นต์ให้เราได้รู้กันไปเลย และบอกให้เรารู้ด้วยว่าเบียร์ของเราเป็นเบียร์อะไร เช่น Lager, Pilsner, Witbier, Hefeweizen, Pale Ale, IPA, Double IPA และ Stout Beer สรุปรสชาติให้ผู้เล่นได้รู้ด้วยว่ากลมกล่อมไหม นุ่มลิ้นไหม หรือรสชาติหนักเบาอะไรมันบอกหมดเลยครับ สามารถตั้งชื่อเบียร์ของเราได้ตามใจชอบและออกแบบสลากบนบรรจุภัณฑ์ได้แต่มีให้เลือกค่อนข้างจำกัดครับส่วนผมนั้นเจอศัพท์พวกนี้เข้าไป สมองไหลไปแล้วครับ ฮ่า ๆ เพราะไม่ใช่คอเบียร์ไม่งั้นนะผมเม้าท์มอยสนุกกว่านี้อี๊กกกกก ฮ่า ๆ ใครมีความสนใจทางด้านนี้ผมเรียนเชิญมาเล่นเกมนี้เลยครับ บอกเลยได้ความรู้แน่น ๆ สั่งของปุ๊บมาปั๊บเกมอื่น ๆ แนวนี้ถ้ามีระบบสั่งของเราอาจจะต้องรออีกวันของถึงมาส่งใช่ไหมครับ เกมนี้มันไม่เป็นเช่นนั้น เข้าหน้า Catalogue ปุ๊บ สั่งของเสร็จมันส่งมาเดี๋ยวนั้นเลยครับ แบบปุ๊บปั๊บ ปุ๊บปั๊บ สินค้ามีตั้งแต่วัตถุดิบในการทำเบียร์ อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำเบียร์ ยันสินค้าแต่งบ้านครับ แต่เราต้องมีเงินก่อนถึงจะซื้อได้ ซึ่งเงินก็มาจากเบียร์ที่เราคราฟท์ไปขายนั่นแหละครับระบบต่าง ๆ ในเกมงานอาร์ตของเกมนี้บอกเลยว่าสวยเด่นเป็นตระหง่าน ฮ่า ๆ มาด้วยภาพ 3D บรรยากาศเบาสบายในบ้านที่แสนสวยหลังหนึ่งครับ ซึ่งเราต้องอยู่ทำเบียร์แบบ Homemade ภายในบ้านหลังนี้ บอกเลยว่าเกมโคตรสมจริงมาก ๆ การบังคับต่าง ๆ ตัวเกมมี Toturial สอนครับ แรก ๆ อาจจะเก้ ๆ กัง ๆ หน่อย เพราะบางอย่างตัวเกมไม่ได้สอนครับ ต้องคอยดูปุ่มที่โชว์ขึ้นมาว่าควรกดอะไร จะมีคำอธิบายบอกไม่ว่าจะเป็น การเปิดฝา การเทน้ำออก การถ่ายของเหลวจากอีกถังไปอีกถัง เป็นต้น User interface รกไปหน่อยครับ บดบังบรรยากาศของตัวเกมอยู่พอสมควรไม่ว่าจะเป็น Quest Task, To do list หรือแม้แต่ Tip ต่าง ๆ ของเกม อยู่ทั้งซ้ายทั้งขวาเต็มหน้าจอไปหมด แต่พวกการรับงาน สั่งซื้อของ หรือประวัติของเบียร์ที่เราหมักมาใช้งานง่าย ไม่ได้รกหูรกตาอะไรครับสรุปเกมเพลย์ของเกม Brewmaster: Beer Brewing Simulator หลัก ๆ เลยมีแค่นี้จริง ๆ ครับ ไม่มีอะไรให้ทำมากไปกว่านี้แล้ว รับออเดอร์งาน > ทำภารกิจต้มตามสูตร > ต้มเสร็จส่งสินค้า > ปิดงานกลับบ้าน > แล้วมาทำแบบเดิมใหม่ในวันรุ่งขึ้น > สั่งของ > รับของที่สั่งมา > แล้วก็วนกลับไปที่เดิมที่รับออเดอร์งานถ้าใครชอบอะไรจำเจผมบอกเลยเกมนี้เหมาะกับคุณเพราะภาพสวยมาก ๆ บรรยากาศชิล ๆ สไตล์ธุรกิจ Homemade เราจะได้เพลิดเพลินกันไปกับบรรยากาศร้านสุดหรูหราครับ แบบเห็นบ้านแล้วได้กลิ่นเลยว่าบ้านหลังนี้ต้องหอมมากแน่ ๆ ฮ่า ๆ ใครสนใจเกมนี้เขาพอร์ตลงหลาย Platform อยู่นะครับไม่ว่าจะเป็น PC, PlayStation 4, PlayStation 5, Nintendo Switch, Xbox One, Xbox Series X ใครสะดวกแพลตฟอร์มไหนก็จัดได้ตามสะดวกเลยครับ ส่วนใน Steam ที่ผมซื้อมานั้นราคา 269 บาท เท่านั้นเอง! ผู้เขียนมองว่ามันก็เล่นได้เพลิน ๆ เลยครับ ถ้าใครชอบเกมแนวนี้ เพราะค่อนข้างต้องใช้ความจริงจังในการคราฟท์เบียร์มาก ๆ ทุกรายละเอียดสมจริง และได้ออกแบบสินค้าของตัวเอง ได้ทำทุกอย่างด้วยตัวเองทุกขั้นตอน ภาพสวย ๆ บรรยากาศในเกมโคตรดี ถ้าชอบแนวนี้ผมเชียร์มาก ๆ ครับ ส่วนถ้าใครไม่ชอบความจำเจแบบผม ผมแนะนำให้หนีไปครับ ไม่เหมาะกับสไตล์พวกเราอย่างแรง ฮ่า ๆสั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/1569200/Brewmaster_Beer_Brewing_Simulator/
16 Oct 2022
[Review] รีวิวเกม Asterigos: Curse of the Star เกมแอคชันอินดี้ที่ฝันไกล...แต่กลับไปไม่ถึง
นับตั้งแต่ FromSoftware ทำให้เกม Dark Souls กลายเป็นเกมยากที่แสนจะท้าทายฝีมือผู้เล่นขึ้นมา เราก็ได้เห็นเกมแนวเดียวกันถูกโคลนนิ่งออกมาเต็มตลาดไปหมด มีทั้งดีบ้างและไม่ดีบ้าง ปะปนกันไป และ Asterigos ก็เป็นอีกหนึ่งเกมอินดี้ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเกมฟอร์มใหญ่ตระกูลโซลทั้งหลาย แต่มันกลับเป็นเกมอินดี้เกรดเอที่เล่นสนุกไม่ใช่น้อยเลย และเพราะอะไรเราถึงได้แนะนำเกมนี้ มาดูกันได้ในรีวิว Asterigos: Curse of the Starผู้เล่นรับบทเป็น Hilda นักรบจากดินแดนสายลมเหนือหรือ Northwind Region ที่ต้องออกเดินทางตามหาพ่อที่หายสาบสูญไปอย่างลึกลับ เริ่มต้นจากการไปพบเจอเมืองที่ถูกสาป ก่อนจะพบเหตุการณ์ผกผันต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแก๊งโจร สัตว์ประหลาดไซส์ยักษ์ ทาสเผด็จการ หรือแม้กระทั่งพวกคลั่งศาสนา เรียกได้ว่าหลายฝักฝ่าย วุ่นวายกันเต็มไปหมด โดยเส้นเรื่องที่พัวพันซับซ้อนเหล่านี้อาจจะช่วยเสริมมิติให้กับเหตุการณ์ในเกมได้ถ้าหากถูกนำเสนออย่างถูกวิธี แต่ในกรณีของ Asterigos เส้นเรื่องเหล่านี้ในหลายครั้งไม่ได้เสริมกันเท่าที่ควร ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าถูกโยนไปทางโน้นที ทางนี้ทีตลอดเวลา หนักเข้าหน่อยก็แทบจะลืมเนื้อเรื่องหลักกันไปเลยแต่ด้วยความทะเยอทะยานอยากจะเล่นใหญ่ของเกมนี้ บางครั้งก็เหมือนทำให้ลืมไปว่า ผลงานของพวกเขาเป็นเพียงเกมอินดี้เกรด A อย่างแรกคือเนื้อเรื่องแม้จะทะเยอทะยานเล่นใหญ่ แต่เหมือนงบนักพากย์หมด ทำให้บางฉากก็เป็นการพากย์เสียงแบบเต็มรูปแบบ บางบทสนทนาที่ยิบย่อยหน่อยก็ตัดทิ้งให้เหลือแต่เพียงการอ่านตัวหนังสือเท่านั้น ดังนั้นใครอยากจะอินกับเนื้อเรื่องเกมนี้ ก็อาจจะต้องใช้ความพยายามนิดนึง หรือจะช่างมันไปเลยก็ได้ เพราะท้ายที่สุด โฟกัสหลัก ๆ ของเกมนี้คือการออกผจญภัยไปตามหาผู้เป็นพ่อ และปลดแอกชาวเมืองจากคำสาปลึกลับนั่นเองบทสนทนาอันยืดยาวเรื่อยเปื่อยแต่กลับแบนราบอย่างน่าเสียดายAsterigos: Curse of the Star เป็นอีกเกมที่ใครไม่อดทนพอจะนั่งอ่านบทสนทนาอันยืดยาว รับรองว่าคุณจะได้กดข้ามกันจนเบื่อไปข้าง แม้จะไม่รู้ว่าบทสนทนาของเกมนี้มีมากน้อยแค่ไหน แต่นับตั้งแต่ที่เราเข้าสู่เนื้อหาหลักของเกม ผู้เล่นจะเจอบทสนทนาอันยืดยาว ที่แม้กระทั่งกดข้ามยังรู้สึกว่าเยอะ แถมเมื่อการสนทนาหลักจบลง เราสามารถที่จะคุยกับ NPC ตัวนั้นซ้ำ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกมากมายหลายหัวข้อ แต่ท้ายที่สุดมันก็จะจบลงที่ไม่จำเป็นต้องรู้อะไรมากไปกว่าเป้าหมายหลักที่เราต้องไปทำ NPC แต่ละตัวจะมาพร้อมบทสนทนาอันยืดยาว แถมยังมีหัวข้อยิบย่อยอีกเพียบ บางตัวอาจสำคัญ บางตัวเหมือนบ่นระบายให้เราฟัง และเหมือนเช่นเคยกับการที่ทุกเกมจะพยายามโปรโมทว่า การเลือกของเราจะส่งผลกระทบต่อโลกของเกม แต่มันก็จบลงด้วยที่ความต่างเพียงเล็กน้อย หรือไม่ก็แทบไม่มีผลอะไรเลยสิ่งนี้แทบจะทำลายความน่าสนใจของเกมทั้งหมด สำหรับเรื่องของกราฟิกในเกมที่ใช้ Unreal Engine พัฒนา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นคำโฆษณาที่ยั่วยวนใจแฟน ๆ ได้เป็นอย่างดี หรือบางทีมองผ่าน ๆ เราอาจจะคิดว่านี่คือ Immortal Fenyx Rising เกมจากค่าย Ubisoft ที่กลายเป็นเกมดังม้ามืดเมื่อหลายปีก่อน เกมนี้จะให้อารมณ์และความรู้สึกที่คล้ายกัน ซึ่งถือว่าเป็นข้อดี เพราะเกมนี้เป็นเกมอินดี้ที่มีงบจำกัดในการพัฒนา แต่สามารถรังสรรค์โลกภายในเกมออกได้อย่างสวยงามมากขนาดนี้ถือว่าน่าชื่นชมไม่น้อยแล้วมีหลากหลายครั้งที่เกมพยายามจะใส่ลูกผสมระหว่างการเป็นเกมเล่าเรื่องแบบเส้นตรง คือมีทางไปทางเดียว ไม่มีทางอื่น แต่บางช่วงก็เหมือนอยากจะใส่ความหลากหลาย ความคุ้มค่าของเกมเข้ามา เช่นอยู๋ดี ๆ ก็โยนภารกิจเสริมมาให้ ให้เราไปออกสำรวจซะงั้น แล้วพอเราไปสำรวจก็เจอสิ่งแปลก ๆ เพิ่มเข้ามาอีก แต่ประเด็นคือแทนที่จะทำให้เกมหลากหลาย แต่มันกลับสะท้อนให้เห็นว่าเกมขาดการจัดระเบียบ นึกจะใส่อะไรก็ใส่มา สำหรับคนที่ชอบทำอะไรให้เสร็จเป็นชิ้นเป็นอัน หรือชอบเกมที่มีโครงสร้างชัดเจน คุณอาจจะไม่ชอบเกมนี้เอามาก ๆ ปัญหาคือนอกจากจะเล่าเรื่อง และวางองค์ประกอบของเกมไม่ค่อยจะดีแล้ว เกมยังแอบยาวมากเสียด้วย หากคุณจะเล่นแบบตรงเน้นไปที่เนื้อเรื่องอย่างเดียวก็อาจจะใช้เวลา บวกลบแล้วอยู่ที่ 18-20 ชั่วโมงแน่นอน หากเป็นเกมที่มีการนำเสนอดี คุณภาพดี จำนวนชั่วโมงนี้อาจจะพอคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป แต่สำหรับ Asterigos นั้น เพราะการลำดับการเล่าเรื่อง การวางโครงสร้างเกมที่มั่วไปหมด เลยรู้สึกว่า น้ำมันเยอะไป ถ้าจะเอาเนื้อ ๆ จริง ๆ อาจจะคุมให้จบได้ตั้งแต่ 10 ชั่วโมงแรกแล้วด้วยซ้ำ ดังนั้นใครที่คิดจะลองเกมนี้ แนะนำว่ารอลดราคาดีกว่า แม้คุณภาพมันจะไม่ได้แย่ แต่คุณอาจจะรู้สึกเบื่อจนเล่นไม่จบแทนเกมเพลย์ที่ได้แรงบันดาลใจ "อย่างมาก" จากซีรีส์ Soulsสำหรับใครที่เคยสัมผัสเดโมหรือเคยเล่นเกมนี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเกมนี้ได้แรงบันดาลใจและอิทธิพลมาจากเกมประเภท Souls ของ FromSoftware เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการไม่มีมินิแมพ ไม่มีแผนที่ในเกม แม้กระทั่งจุดสัญลักษณ์ของการทำภารกิจก็ไม่มี ข้อดีของมันคือการทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าสามารถมีอารมณ์ร่วมกับตัวเกมในด้านของการออกสำรวจได้ดีมาก ซึ่งก็เป็นบรรยากาศที่เกมโซลเกือบทุกเกมชอบนำเสนอ แต่อย่างที่บอกว่า การออกแบบโลกของเกมนี้มันยังไม่คมคายเท่า รายละเอียดในโลกไม่เป็นที่จดจำเท่าที่ควร ดังนั้นปัญหาที่ตามมาคือผู้เล่นจะหลงทางได้ง่ายมาก ซอกเล็กซอกน้อยของเกมนี้ก็มีให้สำรวจกันตั้งแต่ช่วงแรกเริ่ม สำหรับคนที่ชอบเก็บอะไรให้ครบ ๆ แต่อยู๋ดี ๆ อาจวิ่งไปเจอพื้นที่ใหม่โดยยังไม่ทันตั้งตัวก็มี ซึ่งบางที่ก็อาจไม่อนุญาตให้ย้อนกลับได้แล้วด้วย และเกมนี้ไม่ได้มีคุณภาพพอจะให้เล่นซ้ำ ใครที่ชอบเก็บอะไรครบ ๆ ก็อาจจะเซ็งพอสมควรในแง่ของระบบการต่อสู้ เกมนี้ก็ยังได้แรงบันดาลใจของ Soulslike มาแบบเต็ม ๆ แต่เอามาดาวน์เกรดให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และเป็นเหมือนกับเกมวอร์มเครื่องก่อน หากใครอยากลองไปเล่นเกมจำพวก Souls แต่ยังใจไม่ถึงพอ แม้ว่ามันจะง่ายกว่ามาก แต่ถ้าเล่นแบบไม่ระวังก็อาจถึงตายได้อยู่ดี การโจมตีของเธอนั้น ไม่สูญเสียค่า Stamina แต่การวิ่ง การกลิ้งหลบหลีกนั้นจะใช้ตามปกติ วิธีการเอาชนะศัตรูทั่วไปก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่ถ้าเป็นบอสก็คือการจับจังหวะ การเรียนรู้ว่าศัตรูมีสกิลและท่าไม้ตายอะไรบ้าง แม้บางตัวจะโจมตีได้อย่างรุนแรงจนผู้เล่นต้องผวา แต่ก็โชคดีที่ไม่ยากเกินไป ไม่มีตัวไหนที่จะหวดผู้เล่นทีเดียวตายได้สักเท่าไร แถมไอเทมอย่างน้ำยาเติมพลังก็มีดรอปให้เก็บกันอย่างมากมายส่วนของอาวุธและสกิล ก็ไม่ต้องลำบากไปวิ่งหาแต่อย่างใด เกมจะมอบอาวุธหลากหลายรูปแบบมาให้เราทั้งหมดตั้งแต่แรกเลย โดยอาวุธทั้งหมดจะมี 6 แบบ สามารถติดตั้งได้พร้อมกัน 2 ชนิดในคราวเดียว แบ่งออกเป็นดาบโล่ / กริช / ค้อน / หอก / ไม้เท้า และกำไลข้อมือ อาวุธที่ต่างกันจะมีรูปแบบการโจมตีที่ต่างกันด้วย และเราสามารถผสมผสานคอมโบอาวุธได้ อาวุธแต่ละชนิดจะสามารถอัปเกรดสกิล และติดตั้งเพื่อใช้งานต่อสู้ได้ด้วย ในเมื่ออาวุธให้เรามาทั้งหมดแล้ว เราก็สามารถหาวัตถุดิบตามฉากไปอัปเกรดได้แทนกล่าวได้ว่า ตัวเกมเกือบทั้งหมด ได้แรงบันดาลใจมาจากเกม Souls แทบทั้งสิ้น แต่ถูกดาวน์เกรด ตัดระบบหลายอย่างออกเพื่อให้เกมเล่นง่ายขึ้น เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งไม่ใช่ไม่ดี มันสนุกมากในพาร์ทที่ผู้เล่นต้องต่อสู้และเอาชนะศัตรูระดับบอส แต่ในส่วนของการออกสำรวจ และเนื้อเรื่อง น่าเสียดายที่มันกลับทำได้ไม่ดีเอาซะเลย ปกติแล้วเกมอินดี้เกรดนี้ จะมีปัญหาด้านเกมเพลย์ แต่เนื้อเรื่องจะสนุก น่าติดตาม แต่เกมนี้กลับตรงกันข้ามกันซะอย่างนั้นAsterigos: Curse of the Star เป็นอีกหนึ่งเกมอินดี้ที่มีศักยภาพ โดยสามารถรับรู้ได้ถึงความทะเยอทะยานและความตั้งใจของทีมพัฒนาขนาดเล็กได้อย่างชัดเจน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมายังจัดอยู่ในระดับกลาง ๆ เท่านั้น น่าเสียดายที่ทีมงานไปเน้นโฟกัสผิดจุด ถ้าลดการเล่าเรื่องลงให้กระชับ และนำงบไปทำเกมเพลย์เพิ่มให้เฉียบคมกว่านี้ เกมนี้มีโอกาสเป็นเกมอินดี้ม้ามืดของปีนี้ได้เลย แต่ตอนนี้มันกลับทำได้แค่เพียงเป็ฯอีกหนึ่งส่วนแบ่งตลาดที่คนไม่ค่อยจะสนใจไปซะแทน
16 Oct 2022
[Review] รีวิวเกม Super People พับจีมีพลัง?! ศึก Battle Royale ระหว่างยอดมนุษย์สุดเดือด
ดูเหมือนในช่วง 4-5 ปีมานี้ Genre เกม Battle Royale จะยังไม่ลดความนิยมลง แม้ว่าจะมียักษ์ใหญ่ชิงบัลลังก์ไว้อยู่ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น PUBG, Apex Legends, Fortnite แต่หากใครอยากจะเข้ามาร่วมกินพื้นที่ตลาดด้วย ก็ต้องมั่นใจว่ามีของดีจริง และทีมงาน Wonder People ก็มั่นใจเสียด้วย จึงเปิดตัวเกม Battle Royale ตัวใหม่อย่าง Super People ออกมาให้เราได้เล่นกันแล้ว แต่มันจะเจ๋งสู้เกมอื่นได้หรือไม่ หาคำตอบกันได้ในรีวิวของเราในวันนี้ฉากหลังของโลกในเกมที่น่าสนใจ แต่ยังไม่มีเนื้อเรื่องที่ชัดเจนในตอนนี้สำหรับเกมนี้ยังคงคอนเซปต์เป็นเกมที่ไม่มี Story Mode หรือโหมดแคมเปญเนื้อเรื่อง แต่จะมีการเล่าที่มาที่ไปของตัวเกม ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Super Soldier หรือทหารชั้นยอด จากโครงการพัฒนาพันธุกรรมมนุษย์ที่คิดค้นขึ้นเพื่อช่วยเหลือมนุษยชาติให้สามารถขึ้นไปใช้ชีวิตบนดาวอังคารได้ แต่โครงการพัฒนาพันธุกรรมนี้ กลับเป็นของล่อตาล่อใจมนุษย์ผู้ละโมบโลภมาก ไม่นานนักทั้งสายลับและอาชญากรต่างก็แฝงตัวเข้ามาเสริมพลังด้วยเทคโนโลยีนี้ สงครามระหว่างสายลับและแก๊งอาชญากรรมที่มีพลังเหนือมนุษย์ก็ได้เปิดฉากขึันที่หมู่เกาะ Orb หากคิดจะทำเป็นเกมเนื้อเรื่องก็ถือว่าเกมนี้นั้นน่าสนใจมาก ๆ แต่น่าเสียดาย ที่ตอนนี้เกมมีเพียง Setting ฉากหลังของเนื้อเรื่องเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านี้ น่าสนใจว่าท้ายที่สุดแล้ว หากมีการพยายามเพิ่มเติมเนื้อเรื่องเข้ามาในเกม มันจะออกมาเป็นยังไง ไม่แน่ว่าพวกระบบยอดนิยมอย่าง Battle Pass แบบเดียวกันกับ Apex Legends อาจจะถูกเพ่ิมเข้ามาเล่าเนื้อเรื่องกันอย่างจริงจังก็เป็นได้PUBG 2 but with Crafting & Level Up Systemเนื่องด้วย Super People เป็นเกม Battle Royale และเอาจริง ๆ เกมได้เปิดให้ทดสอบกันมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ผู้เขียนเองมีโอกาสได้เข้าไปทดสอบเกมนี้ในทุก ๆ การเปิดทดสอบเกม สิ่งแรกที่ทำให้เกมนี้อาจจะโดนใจแฟนเกมหลาย ๆ คนในไทยเลยคือ รูปแบบเกมเพลย์การเล่นที่น่าจะถอดแบบมาจาก PUBG จนหลายคนแทบจะคิดว่ามันคือ PUBG 2 เพราะไม่ว่าจะเป็น Movement เกมเพลย์การเล่น การยิง ใครที่เคยเล่น PUBG มาก่อน จะสามารถปรับตัวและทำความเข้าใจได้ง่ายมาก ๆ แน่นอน และแทบไม่ต้องเรียนรู้การควบคุม หรือ Pace การเล่นนั้น เหมือนกันอย่างกับถอดโค้ดเกมกันมาแต่อย่างแรกที่ไม่เหมือนกับ PUBG เลยคือ ระบบการเล่นแบบ Hero Shooter ด้วย ในเกมนี้จะมีตัวละครให้เลือกเล่นมากถึง 14 ตัวด้วยกัน โดยแต่ละตัวจะมีความสามารถ ความเชี่ยวชาญการต่อสู้ที่ต่างกันออกไปอย่างชัดเจน และเกมนี้ได้พยายามซอยย่อยความสามารถของเหล่าฮีโร่ให้ละเอียดยิบย่อยที่สุด ยกตัวอย่างเช่น ฮีโร่ตัวนี้อาจจะเชี่ยวชาญและเก่งขึ้นเมื่อสู้ในป่า หลบหลังต้นไม้ หรือลงใต้น้ำ บางตัวสามารถทำให้รถที่ขับสามารถกระโดดได้ หรือเสกรถทั้งคันเลยก็ยังได้ ทำเอาอยากรู้เลยว่าโครงการมนุษย์กลายพันธุ์โครงการนี้ไปทำอีท่าไหน ถึงออกมามีพลังระดับนี้กันแน่นอกจากระบบ Hero Shooter แล้วเกมนี้ยังมีระบบอีกหลายอย่างที่ถูกเพิ่มเข้ามาให้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นระบบ Blueprint ที่เอาไว้สร้างอาวุธของตัวเอง สามารถจัด Loadout สำหรับ Care Package ของตัวเองได้แบบเดียวกับเกมดังอย่าง Call of Duty: Warzone ก็สามารถทำได้อีก กล่าวง่าย ๆ คือ Super People เป็นเกมที่ทางทีมงานหยิบเอาข้อดีของแต่ละเกมมายัดรวมไว้ในเกมเดียวกันนั่นเอง และยังมีระบบ Craft Item ที่เอาไว้อัปเกรดอุปกรณ์ทั้งหมดในตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นหมวก แน่นอนว่าพอเป็นเกมออนไลน์ คอนเทนต์หลัก ๆ จึงอยู่ที่โหมด Multiplayer ซึ่ง Super People เป็นเกม Battle Royale จึงรองรับสองมุมมองยอดนิยมอย่าง First Person / Third Person ส่วนสมาชิกในทีมก็ได้ตั้งแต่ 1-4 คน แล้วแต่เลยว่ามีเพื่อนมาเล่นด้วยกันหรือไม่ หรือใครจะเป็นสายหมาป่าเดียวดายก็แล้วแต่ความถนัดและความชอบของแต่ละผู้คน โดยเกมนี้เมื่อจบแต่ละรอบก็จะได้รางวัลเป็นค่าเงินและปลดล็อคสิ่งของใหม่ ๆ ภายในเกม แต่สำหรับช่วงแรกนี้ การเล่นจบแต่ละรอบและเลเวลอัปไปถึงที่กำหนด จะทำการปลดล็อคคลาสใหม่ ๆ มาให้เราได้เล่นกันอีกด้วย  นับแค่ตอนนี้ คอนเทนต์ของตัวเกมที่อยู่ในช่วง Early Access ก็ถือว่าเป็นเกม Battle Royale ที่เล่นได้เพลิน ๆ แต่ระยะยาวต่อจากนี้จะเป็นยังไงก็ต้องรอติดตามกันต่อไป เพราะตอนนี้ตัวเกมยังมีปัญหาให้พูดถึงอยู่พอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของการเป็นเกม Early Accessฟาร์มของ อัปเลเวล อัปสกิล เลือกใช้ท่าไม้ตายให้ถูกจังหวะ Battle Royale รสชาติผสมจนเกือบจะมั่วหากจะให้นิยามเกมเพลย์การเล่นของ Super People นั้น คงบอกได้คำเดียวเลยว่า "อภิมหามั่ว" น่าจะเป็นคำนิยามที่ชัดเจนที่สุดแล้ว หากคุณเคยเล่น PUBG มาก่อน คุณจะรู้ดีว่า เกมเพลย์ของ PUBG นั้นมีรูปแบบการเล่นที่ค่อนข้างแตกต่างจาก Battle Royale เกมอื่น ๆ นั่นคือจังหวะการยิง การเคลื่อนไหวของตัวละครจะค่อนข้างช้ามาก ใครที่ติดเกมเร็ว ๆ อย่างพวก Fortnite หรือ Apex Legends มา กลับมาเจอ Movement ของเกมนี้เขาไป อาจจะรู้สึกหงุดหงิดจนหน่ายใจเลยก็เป็นได้ แต่อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่การเคลื่อนไหวแบบ PUBG เป๊ะ ๆ เพราะเกมนี้จะใส่ระบบปากัวร์หรือปีนป่ายเข้ามา ทำให้เราสามารถปีนเข้าออกหน้าต่าง ขึ้นหลังคาบ้าน ทำให้เกมเพลย์การเล่นที่เราต้องปะทะกับศัตรูในบ้าน หรือในอาคารนั้น ค่อนข้างลุ้นระทึกกันเลยทีเดียวว่าเราจะชนะ หรืออีกฝั่งจะเดี้ยงก่อน ยิ่งเป็นการเล่นแบบทีมที่ต้องสนับสนุนซึ่งกันและกันแล้ว แม้เราจะไม่อยากนำไปเปรียบเทียบแค่ไหน แต่ใครที่ชื่นชอบเกมเพลย์แบบ PUBG คุณจะหลงรักเกมนี้ได้ไม่ยากเลย แต่ส่วนตัวสำหรับผู้เขียนนั้น รู้สึกว่าอาจจะต้องมีการปรับตัวกันระดับหนึ่ง เพราะหากอธิบายกันให้ชัด ๆ นี่คือเกม PUBG ที่มีสกิล ดังนั้นการ Pick Hero มาเล่นในแต่ละรอบจึงค่อนข้างสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็ฯการเลือกตัวละครที่ถนัดต่อสู้ในพื้นที่นี้ การอ่านวงบีบว่าวงจะไปจบตรงไหน หากโชคดี วงบีบไปยังจุดที่ตัวละครเราได้เปรียบก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าไม่ ก็ไปวัดกันที่ฝีมือ เพราะเอาจริง ๆ แล้ว สิ่งที่มีผลกับเกมจริง ๆ ไม่ใช่ตัวละคร แต่เป็นสกิลที่ตัวละครนั้น ๆ มีอธิบายกันก่อนว่า ในทุก ๆ การเริ่มต้นเกม ผู้เล่นจะสุ่มฮีโร่ที่จะได้เล่น 1 ตัว กรณีอยากหยิบตัวที่เลือกเล่นจะต้องเสียตั๋วเลือก 1 ใบ และสามารถเลือกเล่นฮีโร่ในตานั้น ๆ ได้ ฮีโร่แต่ละตัวจะมีสกิลทั้งหมด 3 สี สีแดง สีน้ำเงิน และสีเขียว สกิลแต่ละสีจะเป็นการแบ่งหมวดหมู่ความสามารถของสกิลสีนั้น ๆ สีแดงจะเน้นไปที่การโจมตี สีน้ำเงินจะเน้นช่วยเหลือเราในสภาพภูมิประเทศต่าง ๆ และสีเขียวจะเน้นไปที่การสนับสนุน แต่ก็ไม้ตายตัว เพราะฮีโร่บางตัว สกิลสีเขียวอาจจะไปช่วยสนับสนุนแทนก็มีเช่นกัน โดยวิธีการอัปเกรดสกิลในเกมก็คือ วิ่งหาแคปซูลที่มีทั้งหมด 5 สี คือสีแดง น้ำเงิน และเขียว ตามสีสกิล และยังมีอีกสองสี คือสีขาว และสีทอง สำหรับแคปซูลสีขาวนั้น เมื่อใช้จะสุ่มอัปเลเวลสกิล 1 เลเวล ส่วนแคปซูลสีทอง เมื่อใช้จะสุ่มอัปเลเวลสกิล 3 เลเวล (หรือเต็ม Max เลย) 1 สกิล ยิ่งอัปเกรดสกิลมาเยอะแค่ไหน ตัวละครของเราก็จะยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น หลายคนอาจจะมองว่ามันทำให้ใช้ฝีมือน้อยลงหรือเปล่า แต่หลังจากที่ได้ลองเล่นมา ฝีมือการยิงและการประสานงานกันเพื่อเล่นแบบทีมก็ยังสำคัญกว่ามากอยู่ดีและอีกอย่างคือทุก ๆ การเริ่มเกมนั้น หลังจากได้ฮีโร่ที่เล่นแล้ว ระบบจะสุ่ม Specialize Weapon หรืออาวุธที่คลาสนั้น ๆ ชำนาญ แต่จะเป็ฯการสุ่มอาวุธปืนในรอบนั้น ๆ เช่นตานี้ ตัวละครอาจจะถนัด M4A1 ถ้าไปหามาใช้ก็จะยิงได้เร็วขึ้น แรงขึ้นเป็นต้น เรื่องของอาวุธ Specialized จึงเป็นอีกระบบสำคัญนอกจากการอัปเกรดสกิลแล้ว เกือบทุกอย่างภายในเกมจะสามารถอัปเกรดได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหมวก เกราะกันกระสุน กระเป๋า ยันอาวุธปืน โดยไอเทมแต่ละชิ้นจะมีผังอัปเกรดของตัวเองให้ได้เห็นตลอดทั้งเกม แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนไม่รู้ผังการอัปเกรด เพราะไม่ว่าเราจะถืออะไรอยู่ในตัว ระบบจะสแกนหาสิ่งของโดยรอบ และชี้ให้เห็นว่าของชิ้นนี้ถ้าเก็บจะสามารถอัปเกรดอุปกรณ์หรืออาวุธในตัวได้เลย ทำให้เกมการเล่นในแต่ละรอบผู้เล่นอาจจะเลือกได้ว่า จะฟาร์มก่อน รอเลเวล รอของพร้อมค่อยไปล่า หรือจะค่อย ๆ แจม หรือเป็นปาร์ตี้นักล่าไปเลยส่วนอีกระบบหนึ่งคือระบบเลเวล เลเวลนั้นจะเพิ่มขึ้นเองตามเวลาที่ผ่านไป หรือถ้าฆ่าคนอื่นได้ก็อาจจะเลเวลอัปได้ไวขึ้น กรณีถึงเลเวล 10 ผู้เล่นจะปลดล็อคการใช้สกิลอัลติเมทของแต่ละคนได้ การรีบอัปเลเวลของตัวละคร เพื่อให้มีเลเวลสูงพอจนใช้อัลติเมทได้ ซึ่งอาจจะเป็นตัวช่วยในการพลิกสถานการณ์ในบางครั้ง บางการต่อสู้ได้เลยจะเห็นได้ว่า ระบบของเกมนี้นั้นมีเยอะเอาซะมาก ๆ จนแทบจะไม่ใช่เกม Battle Royale แล้ว ซึ่งผู้เขียนเองก็คิดว่าอะไรหลาย ๆ อย่างในเกมนี้มันเยอะจนเกินไป และด้วยความที่ระบบการต่อสู้ การยิงกันของเกมนี้มันคล้ายกับ PUBG นั่นคือ อาจจะยิงกันตายได้ในไม่กี่นัด ทำให้การเข้ามาของระบบสกิลและ Hero Shooter ยิ่งทำให้เกมยิงกันตายไวขึ้นอย่างมาก แถมสมดุลของฮีโร่บางตัวก็ดู Over Power เกินเหตุ ยกตัวอย่างเช่น Nuclear คลาสที่สามารถสั่งยิง Nuke ได้ ทำให้การปะทะกันในที่โล่ง ทีมอื่นจะเสียเปรียบอย่างมาก หรือคลาส Marine ที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ใต้น้ำ แต่แผนที่กลับไม่ค่อยมีพื้นที่ที่เป็นน้ำสักเท่าไรนัก เรียกได้ว่าเกมนี้อาจจะต้องมานั่งปรับบาลานซ์กันอีกชุดใหญ่เลยทีเดียวใด ๆ ก็ตาม ด้วยเกมเพลย์ที่มีระบบให้เล่นมากมาย ยังไม่นับระบบ Blueprint และการ Craft อาวุธใช้เอง ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อเกมการเล่นในอนาคต ดูท่าว่างานนี้เกมนี้จะยังไปต่อได้อีกยาว ๆ แต่มันจะรักษาสมดุลให้น่าเล่นไว้ได้เหมือนเดิมหรือไม่ งานนี้คงต้องรอลุ้นกันในอนาคตปัญหาโลกแตกของเกม Early Access กับ Performance ที่ไม่น่าประทับใจและปัญหาที่หนีไม่พ้นจริง ๆ ของเกม Early Access แทบจะทุกเกม นั่นคือปัญหาของ Performance ตัวเกม ที่ทำให้ตัวเกมโดนทำลายความสนุกไปมาก จากที่ผู้เขียนลองค้นหาดู ก็พบว่ามีทั้งคนที่เป็นและไม่เป็น และไม่ว่าจะใช้การ์ดจอของค่ายเขียวหรือแดงก็จะเจอปัญหานี้เหมือนกัน ไม่ต่างกันเลย ปัญหาหลัก ๆ คือเรื่องของเฟรมเรทที่ไม่ค่อยจะนิ่งสักเท่าไร แต่มันจะไม่ใช่ปัญหา ถ้ามันไม่เกิดตอนที่เรากำลังยิงปะทะกับศัตรูในระหว่างการวิ่งฟาร์มของ เฟรมเรทของเกมจะปกติดี และราบรื่นดี แต่จังหวะการยิงเมื่อไร เฟรมเรทจะเกิดอาการแกว่ง ทั้งตก ทั้งกระตุก จนบางทีเราฟาร์มของมาตายโดยเฉพาะก็มีให้เห็นหลายรอบเลยทีเดียว เท่านั้นยังไม่พอ การยิงปืนของเกมนี้ เมื่อกระทบวัตถุสิ่งของจะทำให้เกิดประกายไฟ ซึ่งถ้าใครสเปคเครื่องอยู่ในระดับกลาง ๆ ก็อาจจะเจอปัญหาเฟรมเรทตกฮวบในช่วงยิงปะทะ ซึ่งการเกิดปัญหาตอนยิงปะทะนี่แหละที่อาจทำให้เราตายฟรีไปได้เลย เพราะไม่ได้สวนศัตรูเลยสักนัดและอาการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องเกมการเล่น แม้ในห้องฝึกหรือ Training Ground ก็เกิดปัญหานี้ได้ งานนี้น่าจะต้องรอการแก้ไขและการ Optimized ตัวเกมกันอีกชุดใหญ่เลยทีเดียว แต่หากมองว่านี่คือปัญหาทั่วไปของเกม Early Access ก็พอจะอนุโลมให้ แต่มันก็ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะมันคือการทำลายประสบการณ์ของคนเล่นเองโดยตรงสรุปแล้ว Super People เป็นอีกหนึ่งเกม Battle Royale ที่เล่นสนุกมาก แต่ความเยอะของตัวมันเอง อาจจะทำให้หลายคนไม่ชอบ แต่ใครที่ชอบเกม Battle Royale ผสมไซไฟแฟนตาซีแบบจัดเต็ม มาพร้อมระบบอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้เกมการเล่นไม่ได้จบแค่การยิงกัน นี่เป็นอีกประสบการณ์ Battle Royale ที่คุณควรลองดูสักครั้ง โดยฉพาะการที่เกมมันเล่นฟรีด้วย
15 Oct 2022
[Review] รีวิวเกม Scorn งานศิลป์ในรูปแบบของเกมที่ยียวนชวนขนลุก และไม่สนุกในเวลาเดียวกัน...
หลังจากให้แฟน ๆ ได้สัมผัสกับความแปลก ความงง ความแหวะ ความสยองผ่านตัวอย่างเกมมาเป็นเวลานาน ตอนนี้ Scorn เกมอินดี้ FPS สุดพิศดารของผู้พัฒนาสัญชาติเซอร์เบีย Ebb Software ก็ปล่อยออกมาให้เราได้เล่นกันแล้ว แต่เกมจะมีดีสมกับความคาดหวังของผู้เล่นหรือไม่ แท้จริงแล้วเกมนี้เป็นเป็นแบไหนกันแน่ ลองให้รีวิว Scorn ของเรามอบคำตอบให้กับทุกท่านเนื้อเรื่องที่จะทำให้คุณสะกด ง.งู ได้แบบไร้ที่สิ้นสุดเอาแค่การเล่าเรื่องราวของเกมก็แปลกกว่าเกมอื่น ๆ เป็นไหน ๆ แล้ว Scorn จะเล่าเรื่องราวของตัวละครนำที่เรารับบท ไม่มีชื่อ ไม่มีบอกสถานที่ ว่ามันคือโลกอะไร ที่นี่ที่ไหน มาถึงผู้เล่นก็จะได้เริ่มต้นการผจญภัยสุดงงงวย และเต็มไปด้วยคำถามเต็มหัว ว่านี่คือที่ไหน เรามาทำอะไร เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ และสิ่งที่เรากำลังเจออยู่นั้น มันคืออะไรบ้าง เอาง่าย ๆ คือเราจะไม่รู้อะไรเลยทั้งสิ้น ผู้เล่นจะรู้เท่าที่เกมอยากให้รู้ จากนั้นก็ปล่อยให้ผู้เล่นไปนั่งคิด นั่งตีความกันเอาเอง ทำให้เนื้อเรื่องของเกมนี้ขึ้นอยู่กับความคิดและวิจารณญาณของผู้เล่นแต่หากจะให้ผู้เขียนพูดกันตามตรงแล้ว ก็คงอยู่ที่มุมมองผู้เล่นซะมากกว่า ในเมื่อนี่คือสื่อที่เป็นวิดีโอเกม แต่เน้นการเล่าเรื่องที่คลุมเครือและเกมเพลย์ที่ชวนปวดหัวไมเกรนขึ้นกันตั้งแต่ช่วงแรกยันช่วงท้ายของเกม มันก็าอาจจะทำหน้าที่ได้ไม่ค่อยดีนัก เพราะหากจะนำเสนอประเด็นอันลึกซึ้ง และแยบยลขนาดนี้ ก็อาจจะมีวิธีอื่นที่สื่อได้ดีกว่าวิดีโอเกมก็ได้ ไม่น่าแปลกใจถ้าเกิดว่าในอนาคต มีผู้คนได้สัมผัสเกมนี้กันมากขึ้น แล้วก็ไม่ได้มานั่งถกกันเรื่องเนื้อหาของเกม แต่จะยังคงถกกันว่าเกมนี้ สนุก หรือไม่สนุก เพียงเท่านั้นบรรยากาศภายในเกมสุดอึดอัดและภาษาไทยในเกมที่ไม่จำเป็นต้องมีคนเรามีภูมิต้านทานในเรื่องความสยอง และความสะอิดสะเอียนต่อสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่ไม่เท่ากัน สำหรับ Scorn คนที่ได้เห็นตัวอย่างบางคนอาจจะรู้สึกว่ามันชวนแหวะเกินไป ไม่กล้าเล่น แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว หลังจากได้ลองเล่นกลับรู้สึกว่ามันธรรมดาเกินกว่าที่หวังเอาไว้พอสมควร แต่บรรยากาศและโลกภายในเกมนี้ มันชวนให้รู้สึกอึดอัดมากกว่า มันจะเป็นห้องมืด ๆ แคบ ๆ แสงน้อย ๆ และถูกประดับประดาด้วยการออกแบบในสไตล์ของ H.R. Giger ที่เครื่องจักรกลจะถูกผสมผสานเข้ากับมนุษย์ในระดับผิวหนัง จริงอยู่ว่าในบางช่วง บางฉากนั้น เกมจะนำเสนอฉากเลือดสาดสุดโหดให้เราเห็นกันแบบเต็มหน้าเต็มตา แต่สำหรับคนที่เล่นเกมสยองขวัญหรือดูหนังแนว ๆ นี้มาเยอะจะรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้หวือหวา หรือชวนผวาอย่างที่เราคิดเอาไว้ แถมบางฉากยังรู้สึกว่าแอบโหดจนเข้าขั้นจิตเลยก็ว่าได้ ที่จะต้องบดขยี้ก้อนเนื้อมนุษย์ หรือซากมนุษย์เพื่อให้กลไกทำงาน และไปสู่ฉากต่อไป แต่ภาพรวมของมันก็ยังถือว่าไม่ได้โหดร้ายจนเกินไปนัก และที่สำคัญที่อยากพูดถึงจริง ๆ คือ ตัวผู้เขียนเองก็เพิ่งรู้ตอนที่เกมนี้วางจำหน่ายว่าในเกมใส่ภาษาไทยเข้ามาในเกมให้ด้วย แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะใส่มาทำไม เพราะตลอดทั้งเกมนั้น แทบจะไม่มีบทสนทนาใด ๆ ให้เราได้อ่านกันเลย หรือแม้แต่ Lore หรือข้อมูลต่าง ๆ ไฟล์เอกสารในเกมก็ไม่ได้มีให้เราเก็บ เกมนี้แทบไม่ต้องใช้ภาษาในการเล่น จะมีก็แค่เมนูคำสั่ง และเมนูตอนใช้กลไกแก้ไขปริศนาเท่านั้น ดังนั้นเกมนี้แม้จะมีภาษาไทย แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเราเท่าไรเลยตัวเกมนั้น หากลุยไขปริศนาไปจนถึงจับปืนสู้ ก็ใช้เวลาในการเล่นประมาณ 3-5 ชั่วโมง แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยจะทันเกมแนว Puzzle ก็อาจจะติดอยู่กับการไขปริศนาได้นานกว่านั้นมาก แต่จะเบื่อจนเลิกเล่นก่อนหรือไม่ นั่นก็น่าจะขึ้นอยู่กับแต่ละคน และที่สำคัญเกมนี้เน้นความ Immersive ความดื่มด่ำกับบรรยากาศและงานศิลป์ในสไตล์ของ H.R. Giger ทำให้มันเหมือนไม่ใช่เกม แต่เป็นประสบการณ์ผจญภัยเสมือนจริงมากกว่าอีกอย่างที่ผู้เขียนชื่นชอบเป็นการส่วนตัวในระดับนึง คือเกมนี้นำเสนอแบบแทบไม่มี HUD หรือ UI ของตัวเกมเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าผู้สร้างไม่อยากให้มีอะไรมาบดบังฉากอันสยองขวัญ อึมครึม แต่ก็แฝงไปด้วยรายละเอียดที่พวกเขาตั้งใจสร้างมันขึ้นมาไขปริศนาในบรรยากาศชวนปวดหัว และไร้ซึ่งคำใบ้และคำอธิบายใด ๆเกือบ 70-80% ภายใน Scorn นี้ จะเป็นเกมเพลย์การเล่นของการไขปริศนา แก้ Puzzle ภายในเกม แม้จะไม่ใช่โลกเปิดกว้าง และเป็นเส้นตรง แต่มันจะเป็นเหมือนกับการวนไปเวียนมาอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งเท่านั้น และถึงแม้ว่าเราจะได้อาวุธปืนมาใช้ มันก็ไม่ใช่เกมแอ็คชั่นหนักหน่วงอะไรขนาดนั้น กว่าจะได้อาวุธปืนก็้ตองเล่นไปเกือบ 1 ชั่วโมง หรือบางคนอาจจะเลยไปอีก เพราะมัวแต่ไขปริศนา แถมขนาดกว่าจะได้อาวุธปืน ยังต้องมานั่งแก้ Puzzle อีกด้วย สรุปคือสัดส่วนของเกมนี้จะเน้นไปที่ความเป็น Puzzle มากกว่าจริง ๆ แล้วหลายคนจะไม่มีปัญหากับความเป็น Puzzle ถ้าหากว่าเกมมีระบบ Hint หรือคำใบ้คอยชี้นำทาง แล้วให้ผู้เล่นไปไขปริศนากันเอาเอง แต่ในเกมนี้ผู้เล่นจะต้องอาศัยการสังเกตฉาก การตีความ และใช้ Sense ของผู้เล่นในการดูว่า ฉากนี้มันต้องทำอะไร ต้องไขปริศนาแบบไหน เกมต้องการให้เราทำอะไร แล้วจึงทำไปตามนั้น ซึ่งตรงนี้คนที่ไม่ชอบการคลำทางหาเอง อะไรเอง อาจจะไม่ชอบเกมนี้ไปเลยก็ได้ ด้วยความที่มันเน้น Puzzle อยู่แล้วด้วยอาวุธ ตลอดทั้งเกมเรามีให้ใช้อยู่ไม่กี่ประเภท รวมไปถึงศัตรูก็ไม่ได้มีเยอะอะไรมากด้วย น่าเสียดายที่เกมเพลย์การต่อสู้นั้น มันน่ากลัวมาก สำหรับการออกแบบศัตรูและโลกภายในเกม แต่ตัวละครของเรานี่แหละที่เป็นปัญหา เพราะอาวุธที่น้อย Hitbox ศัตรูที่แปลกมาก มันทำลายประสบการณ์การเล่นเกมยิงไปพอสมควร แต่เราไม่อยากนำมาเป็นข้อเสียใหญ่ ๆ เพราะหากจะให้พูดกันแบบสปอยล์นิดหน่อย ตลอดเกมการเล่น คุณจะได้สู้อยู่แค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้น เพราะในแง่ของความเป็นแอ็คชั่นก็มีบ้าง แต่ไมไ่ด้เยอะเท่ากับการไขปริศนา ศัตรูภายในเกมก็ยังคงคอนเซปต์สิ่งมีชีวิตประเภท Unknown คือไม่รู้จะระบุที่มาที่ไปมันยังไง มันคือตัวอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ มันมีอันตรายเพียงพอที่จะฆ่าเรา เราเลยต้องงัดปืนไปอัดหน้ามัน ส่วน Boss Fight นั้น นอกจากดีไซน์ชวนแหวะแล้ว รูปแบบการต่อสู้ก็ไม่ได้ยากอะไรมาก เพียงแค่เดินหลบ แล้วไล่ยิงจุดอ่อนไปคือกล่าวได้ว่าเกมนี้มีสัดส่วนของความเป็นแอ็คชั่นน้อยมาก ท้ายที่สุดเมื่อคุณพยายามเล่นไปจนถึงฉากจบของเกม คุณอาจจะพบกับฉากจบที่ไม่ค่อยจะน่าตื้นตันใจนัก แต่อาจเป็นความรู้สึกที่ว่า "จบซะที" ก็เป็นได้ด้วยรูปแบบเกมที่ไม่ค่อยมีอะไรมากนัก การต่อสู้ไม่ได้เยอะ เน้นบรรยากาศและการดื่มด่ำ แถมตัวเกมก็สั้น ใช้เวลาเล่นไม่นานก็จบ เว้นแต่คุณจะติดอยู่กับปริศนานานจนเกินไป นี่ถือว่าเป็นเกมเฉพาะกลุ่มแบบจริงจังเลย และใครหลายคนอาจจะผิดหวังกับมันถ้าคาดหวังไว้มากเกินไป
15 Oct 2022
[Review] รีวิวเกม Coral Island เกมปลูกผักทำฟาร์มฟื้นฟูแนวปะการังที่มาพร้อมงานศิลป์อันโดดเด่น
เกมปลูกผักทำฟาร์ม หรือ Farming Simulator ไม่ว่าจะออกมากี่เกมก็ยังทำให้เรามีความสุข สนุกไปกับมันได้เสมอ และตอนนี้ก็มีมาเพิ่มอีกหนึ่งเกมแล้ว คือ Coral Island จุดเด่นเรื่องราวของการฟื้นฟูชายฝั่งทะเล และแนวปะการัง ที่หาเกมอื่นเหมือนได้ยากยิ่ง ปกติแล้วเกมอื่นจะเน้นเข้าสู่ชนบทตลอด แต่เกมนี้เป็นหมู่เกาะชายทะเล แต่เพียงแค่มันแตกต่างจากเกมอื่นแล้ว มันจะดีกว่ามากน้อยแค่ไหน ก็ลองมาดูรีวิวในช่วง Early Access ของเรากันได้เนื้อเรื่องสะท้อนโลกใกล้ตัว เมื่ออุตสาหกรรมกำลังรุกล้ำธรรมชาติในตอนแรกที่เข้าเล่นเกมนี้ ผู้เขียนก็นึกว่าเกมมันจะมีสูตรสำเร็จแบบเกมทำฟาร์มทั่วไป คือแค่โยกย้ายมาใช้ชีวิตใหม่ในหมู่เกาะชายฝั่งทะเลเฉย ๆ แต่เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ เนื้อเรื่องของเกมจะค่อย ๆ ถูกเปิดเผยออกมา โดยเนื้อเรื่องหลัก ๆ ของเกมนี้คือ ขณะที่เราย้ายเข้ามาอยู่ที่หมู๋เกาะแห่งนี้ ก็กำลังมีธุรกิจขุดเจาะน้ำมัน กำลังจะเข้ามาขยายกิจการ แน่นอนว่าการขุดเจาะน้ำมัน ส่งผลกระทบต่อแนวปะการังชายฝั่ง ชาวบ้านในหมู่เกาะ Coral Island แห่งนี้จึงไม่ค่อยพอใจและต่อต้าน ส่วนตัวละครของเราก็ถูกโยนเข้ามาในสถานการณ์อันน่าอึดอัดใจเช่นนี้ถึงแม้เนื้อเรื่องของเกมจะดูเข้มข้น น่าติดตาม แต่เราก็ยังไม่กล้าการันตีว่ามันจะเป็แนบบนี้ไปตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เพราะตอนนี้ตัวเกมยังอยู่ในช่วง Early Access คาดว่าจะมีการอัปเดตเนื้อหา และเนื้อเรื่องต่าง ๆ เพิ่มเข้ามาอีกมากมายในอนาคต แต่พล็อตแบบนี้ถือว่าแปลกใหม่สำหรับเกมปลูกผักทำฟาร์มมากแล้ว จากที่แค่ย้ายเข้ามายังชนบท แต่เกมนี้เราจะได้เห็นเรื่องราวที่ใกล้ตัวมากขึ้น จะติดอย่างเดียวสำหรับการนำเสนอเนื้อเรื่องของเกมแนวนี้คือ ผู้เล่นต้องตั้งใจอ่านสักหน่อย เพราะเนื้อเรื่องถูกนำเสนอผ่านบทสนทนาแบบ Chat Box ถ้าเรากด Skip หรือข้ามไปเลย ก็อาจจะไม่รู้เลยว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างงานภาพที่มีเสน่ห์และการออกแบบโลกที่ลุ่มลึกกว่าเกมอื่น ๆ จุดนี้อาจจะหาว่าอวย แต่หลังจากที่ผู้เขียนได้เล่นมา รู้สึกว่าสิ่งที่เป็นจุดเด่นและจุดขายของเกมนี้เลยก็คือ งานศิลป์และการออกแบบโลกภายในเกมที่ลุ่มลึกกว่าเกมอื่น ๆ มาก บรรยากาศของเกมนี้คือหมู๋เกาะชายฝั่งทะเล ดังนั้นเมื่อเราเดินทางไปยังรอบ ๆ เกาะ เราจะเห็นชายหาด ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ในตัวเมืองก็ถือว่าทำออกมาได้ดีมาก มันมีความแตกต่างของสถานที่และอาคารแต่ละหลังที่ชัดเจน ว่านี่คือบ้านพักสำหรับอยู่อาศัย นี่คือโรงงาน นี่คือโรงเรียน นี่คือร้านค้า และแทบจะมองไม่เห็นเลยว่าส่วนไหนที่ถูกออกแบบมาอย่างลวก ๆ โดยเฉพาะยิ่ง ภายในอาคารบ้านพักของเหล่า NPC ตัวต่าง ๆ เมื่อเราเข้าไปดู จะเห็นชัดเจนเลยว่านี่คือบ้านพักสำหรับคนอยู่อาศัยจริง ๆ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก มีบ้านพัก มีห้อง มีเฟอร์นิเจอร ผมรู้สึกว่าเกมนี้ เราแค่เดินเล่น เดินชมบรรยากาศก็คุ้มค่ามาก ๆ แล้ว เล่นแล้วก็มีความฝันว่าอยากจะย้ายไปอยู่ในประเทศหรือหมู่เกาะแบบนี้บ้างซะจริง ๆ และถึงแม้ว่าตัวละครในเกมจะเป็นโมเดล 3D แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือเวลาที่เราเข้าไปพูดคุยกับ NPC แต่ละตัว จะมีกราฟิกแบบลายเส้นการ์ตูนแบบ 2D แถมลายเส้นที่ว่านั้นยังมีความคล้ายคลึงกับตัวละครจากค่ายดิสนีย์อีกด้วย หลาย ๆ ตัวนี่ดูคล้ายมาก ใครที่ชอบความเป็นดิสนีย์อาจจะถูกใจตรงส่วนนี้ด้วย นอกจากนั้นความมีชีวิตชีวาอีกอย่างของเกมนี้ คือการที่เหล่า NPC จะมีปฏิสัมพันธ์กับเราเยอะกว่าเกมอื่น ๆ เช่นในตอนแรกที่เราขนของเข้าบ้านใหม่ และต้องการจะต่อเติมอัปเกรดขนาดแผนที่ในเกมตอนนี้ไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่ยังมีบางส่วนที่ยังเปิดไม่ได้อยู่ ต้องรอการปลดล็อค แต่เอาเท่าที่มีก็ถือว่า น้อยแต่มากของจริง เพราะรายละเอียดแต่ละสถานที่ งานศิลป์และความสวยงามนั้น หลายคนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าได้ใจไปเต็ม ๆ เราอาจจะต้องรอดูในอนาคตว่า คอนเทนต์เกมในอนาคตต่อจากนี้จะเพิ่มฉากใหม่ พื้นที่ใหม่ ชาวเมืองใหม่ ๆ เข้ามาได้มากน้อยแค่ไหน แต่สำหรับตอนนี้บอกเลยว่า คุ้มค่าจริง ๆ สำหรับเกมนี้เกมเพลย์สูตรสำเร็จของเกมแนวปลูกผักทำฟาร์มแม้ว่างานศิลป์ของเกมนี้จะได้ใจใครหลายคน ทั้งคนที่ชอบเล่นเกมแนวนี้อยู๋แล้ว หรือไม่เคยเล่นเกมนี้เลย แต่สำหรับในด้านเกมเพลย์นั้น ต้องบอกเลยว่ามันคือสูตรสำเร็จของเกมแนวนี้เป็นอย่างมาก ชนิดที่ว่าถ้าคุณเคยเล่นเกมแนวนี้มาแล้ว เมื่อมาเริ่มเล่นเกมนี้คุณก็จะเข้าใจระบบหลาย ๆ อย่างได้โดยไม่ต้องเรียนรู้อะไรมากนัก เริ่มตั้งแต่การย้ายเข้าหมู่บ้าน ได้บ้านใหม่ เก็บกวาดลานหน้าบ้าน ปลูกผักทำฟาร์ม เพาะปลูก และอื่น ๆ แทบจะไม่ต้องดูการฝึกสอนกันแล้วระบบหลาย ๆ อย่างเหมือนต่อยอดจากเกมอื่นไปเลย การปลูกผักจะใช้วิธีคล้ายกัน คือการขุดหน้าดิน หว่านเมล็ด และใช้บัวรดน้ำ พืชผักภายในเกมนี้จะระบุไว้ชัดเจนที่ไอเทมว่าใช้เวลาในการเติบโตกี่วัน รวมไปถึงดึงเอาบางระบบจากเกมเก่า ๆ มาใช้ เช่นถ้าเราอัปเกรดบ้านเป็นครั้งแรกเราจะได้ทีวีมาเครื่องหนึ่ง ทีวีใช้ดูข่าวสาร ทั้งเคล็ดลับ เทคนิคแนะนำการทำฟาร์ม รวมไปถึงที่สำคัญเลยคือการดูพยากรณ์อากาศล่วงหน้า ทำให้เราวางแผนการเล่นในวันต่อไปได้ เช่น ถ้าในวันต่อไป ฝนตก เราก็ไม่ต้องเสียเวลาไปรดน้ำพืชผักที่เราปลูกไว้ แต่สามารถไปทำกิจกรรมอย่างอื่นได้เลยภายในเกมยังมีระบบการตกปลาและจับแมลง ซึ่งนำไปขาย หรือใช้เป็นวัตถุดิบประเภทอื่น ๆ ได้ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือระบบการสานสัมพันธ์กับเหล่า NPC โดยในเกมนี้มี NPC หนุ่มหล่อ สาวสวยมากมาย ให้เราได้ตามสานสัมพันธ์ด้วย หรือก็คือการจีบนั่นเอง เราสามารถมอบของให้ สร้างความสนิทสนมกับตัวละครนั้น ๆ จนเกิดความสัมพันธ์แบบจีบกันขึ้นมา โดยแต่ละตัวจะมีไอเทมที่ชอบ ไม่ชอบ รัก และเกลียดอยู่ แต่เราไม่มีทางรู้ได้ จนกว่าจะมีคนเล่นออกมาแชร์ด้วยกัน แต่ทางที่ดีคือ พยายามไปหาวิธีเอาชนะใจเขา และเธอเหล่านั้นด้วยตัวเองจะดีกว่า ซึ่งทางทีมพัฒนาบอกว่าเกมนี้จีบเพศเดียวกันได้ด้วย และตัวละครที่เราสร้างก็ไม่จำกัดเพศอีกต่างหาก เป็นแค่การเลือกสัดส่วนรูปร่างและสรรพนามเรียกตัวเราเท่านั้นเมื่อเราคุยหรือทำความรู้จักกับใครแล้ว ในหน้าเมนู Relationship หรือความสัมพันธ์ก็จะมีข้อมูลของ NPC คนนั้น ว่าชอบ ไม่ชอบอะไร รักหรือเกลียดอะไร และที่สำคัญคือทุก ๆ การเปลี่ยนแปลงฤดูกาล คอสตูมของ NPC เหล่านี้ก็จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลด้วยนั่นเอง และยังมี Fun Fact เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้อ่านถึงประวัติของ NPC เหล่านั้นอีกด้วย เป็นเกมที่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยดีมาก ๆ และยังมีระบบปฏิทินกลางเมืองที่ทำให้เรารู้ว่าช่วงใดจะถึงเทศกาล และวันเกิดของ NPC เหล่านั้นตัวเกมมีระบบสกิลและความชำนาญ ไม่ว่าจะเป็นการขุดแร่ ตกปลา ทำสวน และการต่อสู้ ที่คาดเดาได้ว่าในอนาคตจะมีระบบการต่อสู้เข้ามาในเกมอย่างแน่นอน โดยวิธ๊การเพิ่มสกิลและความสามารถของสกิลนั้น ๆ ก็แค่ทำกิจกรรมนั้นบ่อย ๆ จากนั้นเราจะได้แต้มมาปลดล็อคสกิลและความสามารถ ที่เราเลือกได้ว่าจะเอาแต้มไปใช้กับอะไรก่อน แต่ตอนนี้ส่วนมากสกิลจะมีเพียงอย่างเดียวให้เลือกเท่านั้น แม้จะดูเหมือนเกมที่อลังการ มีความสดใหม่ แต่อย่างที่บอกว่าหากใครเล่นแล้วรู้สึกเฉย ๆ นอกจากภาพสวยก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะเหมือนกับ Coral Island นำเอาระบบอันโดดเด่นจากเกมปลูกผักทุกยุคทุกสมัย นำมาต่อยอดในเกมของตัวเองแทบจะทั้งหมด และนำเสนอด้วยงานศิลป์ในสไตล์ของตัวเองแทน แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้ดูสะดวกสบายกว่าเกมอื่น ๆ เล็กน้อย คือระบบการเร่งและสโลว์เวลาในเกมลง ทำให้เราสามารถเล่นได้อย่างสบายใจมากยิ่งขึ้น โดยเราสามารถสโลว์เวลาในเกมให้เดินช้าลงได้มากสุดถึง 50% และมันจะทำให้คุณมีเวลาในแต่ละวันมากขึ้น แต่ระบบนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของพืชผัก เพราะมันใช้เวลาเติบโตเป็นวันอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าอยากผ่านวันเร็ว ๆ ก็แค่ไปนอน หรือเร่งเวลาให้กลับมาเป็นปกติ เป็นระบบที่อำนวยความสะดวกให้ผู้เล่นได้ค่อนข้างดีซึ่งหากจะให้พูดถึงข้อเสียของเกมตอนนี้ อย่างแรกเลยคือมันคือเกม Early Access ที่ยังทำไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ดา้นเนื้อหาของเกมตอนนี้อาจจะยังมีไม่มากพอกับราคา 449 บาท รวมไปถึงระบบการเล่นของเกมนี้ เน้นเดินเท้าซะเป็นส่วนมาก การ Fast Travel เองก็ต้องใช้เวลาเล่นไปสักพักถึงจะปลดล็อคด้วย เกมนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างของเกมที่ใช้คำว่าดูดเวลาได้อย่างเต็มปากเต็มคำได้เลย และเชื่อว่าเมื่อเกมออกเป็นตัวเต็มแล้ วมันจะเป็นอีกหนึ่งเกมทำฟาร์มในดวงใจใครหลายคนอย่างแน่นอนCoral Island วางจำหน่ายแล้ววันนี้บน PC (Steam) และ เล่นได้ผ่านระบบ Xbox Game Pass
13 Oct 2022
[Review] รีวิวเกม Grounded สำรวจโลกใบใหญ่ในญานะเด็กไซส์จิ๋ว พร้อมเนื้อเรื่องที่ดีอย่างไม่คาดคิด!
เป็นอีกเกมที่เพิ่งออกจาก Early Access และกลายเป็นเกมยอดนิยมมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว หลายคนอาจจะไม่เชื่อว่านี่คือผลงานของ Obsidian Enter ผู้สร้างเกม RPG ที่ล้ำทั้งเนื้อหาและเกมเพลย์การเล่นอย่าง Fallout: New Vegas หลายคนตกใจไม่น้อยที่รู้ว่าเกมใหม่ของพวกเขา ออกมาในแนวน่ารักสดใส กับเรื่องราวของมนุษย์ไซส์จิ๋วที่ต้องผจญภัยเอาตัวรอดและตามหาความจริง และนี่คือ Grounded อีกหนึ่งเกมเอาตัวรอดเนื้อเรื่องเจ๋งที่เราไม่อยากให้คุณพลาดเนื้อเรื่องที่มีมากกว่าการเอาตัวรอดทั่วไปฉากหลังของเกม Grounded จะเป็นยุคประมาณปี 1990 เกิดเหตุการณ์ที่เด็กจำนวนมากหายตัวไปอย่างลึกลับจนต้องมีการสืบสวนสอบสวนกันครั้งใหญ่ 4 คนที่หายตัวไปล่าสุดคือ Pete, Max, Hoops และ Willow แต่แท้ที่จริงแล้ว เด็กเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน เพราะพวกเขาถูกย่อส่วนให้มีตัวเล็กลง และอยู่ที่สนามหลังบ้านของพวกเขานั่นเอง สาเหตุที่ทำให้พวกเขาถูกย่อส่วนลงก็เป็นเพราะการทดลองอะไรบางอย่างของนักวิทยาศาสตร์ลึกลับที่มีแนวคิดหลุดโลกอย่าง Wendell Tully แก๊งเด็ก ๆ จึงต้องออกตามหาความจริงไปพร้อมกับการตามหาตัว Wendell Tullyแม้จะดูเหมือนว่าตัวเกมไม่ได้มีเนื้อเรื่องซับซ้อนอะไร แต่เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ แล้ว ต้องบอกเลยว่า สมแล้วที่เป็นเกมจากทีมงาน Obsidian เพราะเนื้อเรื่องของเกม แม้จะถูกเขียนออกมาอย่างเข้าใจง่าย และดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่หลังจากเล่นไปเรื่อย ๆ ผู้เล่นจะค้นพบความล้ำของเนื้อเรื่องมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทดลองลับ เรื่องอขงสถานการณ์ของกลุ่มเด็กที่ตัวหดลง เอาเป็นว่าเนื้อเรื่องเราจะไม่สปอยล์มาก เพราะเกมนี้มีภาษาไทยอยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้เราอยากให้ดื่มด่ำกับเนื้อเรื่องให้เต็มที่ นี่เป็นอีกเกมที่นเื้อเรื่องดีใช้ได้เลยทีเดียวโลกใบใหญ่ในสายตามนุษย์ไซส์จิ๋วที่มีการออกแบบอันยอดเยี่ยมแม้ว่าเราจะเคยเห็นเกมที่ใช้ไอเดียโลกใบใหญ่ในสายตาของคนตัวเล็กในโลกภาพยนตร์มาบ้างแล้ว แต่เกมนี้ถือว่าน่าจะเป็นเกมแรกที่ได้ทุนมาพัฒนาจนกลายเป็นเกมระดับคุณภาพ แม้จะไม่ถึงกับ AAA แต่เกมนี้ถือว่าสมราคาแน่นอน แม้ในตอนแรกคนจะบ่นกันอุบหลังจากที่ตัวเกมออกจาก Early Access แล้วราคากระโดดสูงขึ้นเป็นเท่าตัว แต่หลังจากที่ผู้เขียนได้ลองเล่นดูแล้วก็พบว่าราคานี้ไม่ได้ตั้งมาเอาราคาแพงเฉย ๆ เพราะคุณภาพเกมมันถึงจริง ๆใน Grounded นี้ ผู้เล่นสามารถเล่นได้ทั้งแบบ Single Player และแบบ Multiplayer ซึ่งก็แล้วแต่เลยว่าเราอยากผจญภัยแบบไหน โลกภายในเกมอย่างที่บอกเลยคือโลกใบใหญ่ แต่แสนคุ้นเคย เพราะมันคือสวนและสนามหลังบ้านที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี อะไรที่เราเคยเห็นในโลกแห่งความเป็นจริงตามบ้าน อย่างเช่นลูกฟุตบอล กระป๋องน้ำอัดลม เราจะได้เห็นมันในขนาดที่ใหญ่ขึ้น และเราจะได้รู้สักทีว่าพวกต้นไม้ ใบหญ้า ในสวนหลังบ้านของเราในมุมมองของพวกมด แมลง มันเป็นยังไง เกมนี้ออกแบบได้ดีจริง ๆ และแน่นอนว่าศัตรูของเราก็คือพวกมด แมลงต่าง ๆ นี่แหละศัตรูภายในเกมนี้จะเป็นพวกแมลงตามป่าทั้งหมด พวกยุง ด้วง มอด แมลง มด และอื่น ๆ แต่ที่ร้ายกาจที่สุดเลยคือแมงมุม ที่น่าจะเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเกมนี้แล้ว และไม่น่าเชื่อเลยว่า จากปกติสำหรับคนที่เล่นเกมมามาก ไม่ว่าจะเป็นเกมซอมบี้ เกมผี เกมสยองขวัญใด ๆ ก็ตาม แต่คุณอาจจะมาเสียวสันหลังวาบหรือไม่กล้าเล่นเกมนี้ก็เป็นได้ ซึ่งผู้เขียนคิดว่า เพราะเรื่องพวกนี้มันใกล้ตัวกว่า แมลงพวกนี้จึงดูน่ารังเกียจมากขึ้น (บางคนก็กลัวแมลงอยู่แล้วด้วย)อย่างไรก็ตามโชคดีที่เกมมีฟีเจอร์สำหรับการเข้าถึงเยอะพอสมควร ที่โดดเด่นน่าจะหนีไม่พ้นโหมดปรับการแสดงผลแมงมุม จากตัวเบ้อเร่อ ขนพองสยองเกล้า ให้เหลือเพียงก้อนเยลลี่สุดน่ารัก แต่มันก็ยังโหดอยู่ดี ขึ้นอยู่กับการปรับความยากของผู้เล่น แต่น่าเสียดายที่ฟีเจอร์นี้มีผลแค่กับแมงมุมเท่านั้น กับพวกแมลงตัวอื่น มันก็จะยังโชว์ความจัดเต็มในด้านดีไซน์เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นั่นทำให้คนกลัวแมลงอาจจะเล่นเกมนี้ไม่ได้เลยแม้ว่าเกมนี้จะเป็นเกมแนว Survival หรือเอาตัวรอด แต่หัวใจสำคัญของเกมนี้เลยก็คือการผจญภัยในโหมดเนื้อเรื่อง ซึ่งเกมจะขึ้นภารกิจหลักขึ้นมาให้เราทำตลอด แต่เราจะไม่สนใจ วิ่งเก็บของ ฟาร์มของ สร้างที่พักในสนามหลังบ้านอันสงบสุขไปเท่าไรก็ได้ แต่ท้ายที่สุดของเราก็จะตัน และต้องไปเล่นเนื้อเรื่องเพื่อปลดล็อคอีกทีในภายหลังอยู่ดี ดังนั้นเกมนี้สุดท้ายก็ต้องเล่นไปตามเนื้อเรื่อง แต่ระหว่างทางก็ถือว่ามีคอนเทนต์ มีอะไรให้เราสำรวจเยอะมากที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือเกมนี้มีการแปลเป็นภาษาไทย และถือว่าแปลได้ดีพอสมควร ผู้เล่นสามารถดื่มด่ำไปกับเนื้อเรื่องของเกมได้อย่างที่ได้บอกไว้ในหัวข้อเนื้อเรื่องด้านบน เพราะการแปลภาษาไทย แม้จะมีพิมพ์ผิด หรือสรรพนามแปลก ๆ บ้างในบางครั้ง แต่ภาพรวมก็ถือว่าอยู่ในระดับดีใช้ได้เลย บวกกับการที่เกมเลือกฟอนต์มาได้ค่อนข้างดี แม้จะเป็นฟอนต์เบสิกไปซะหน่อย แต่ก็เหมาะสมกับตัวเกมดีแล้ว คอนเทนต์ของเกมนี้ถือว่าแน่น เต็มอิ่ม สมกับที่อยู่ใน Early Access มาตลอด 2 ปี ถ้าจะให้บ่นถึงข้อเสียของตัวเกมก็อาจจะด้วยเรื่องราคาการซื้อขาดที่ถือว่าสูงสำหรับเกมเมอร์บางคนแน่นอน บวกกับธีมของเกมที่ศัตรูเป็นแมลงแบบนี้ ก็อาจจะยิ่งทำให้บางคนทนเล่นไม่ไหว ท้ายที่สุดใครที่จะหาเพื่อนเล่นก็อาจจะทำได้ยาก แต่โชคดีที่เกมนี้อยู่ภายใต้การพัฒนาของ Xbox Game Studios มันจึงอยู่ในระบบ Xbox / PC Game Pass เสียสมาชิกรายเดือนก็เล่นกันได้แล้วเกมเพลย์กับการต่อสู้และใช้ชีวิตแบบคนตัวจิ๋วเกมเพลย์หลักของ Grounded นั้น ยังคงยึดหลักจากเกมเพลย์แนวเอาตัวรอดเป็นหลัก แต่ความแตกต่างคือการที่เกมนี้เน้นไปที่การดำเนินเนื้อเรื่อง ทำให้เราไม่สามารถตั้งที่อยู่แบบเป็นหลักเป็ฯแหล่งได้ยาว ๆ ตลอดการดำเนินเรื่องของเกม ผู้เล่นอาจจะต้องมองหาจุดที่เหมาะสมในการตั้งถิ่นฐานและย้ายไปเรื่อย ๆ ทำให้เกมนี้ในการเล่นคนเดียวนั้น เราอาจจะไม่ได้ลงหลักปักฐานสักเท่าไร แต่ถ้าเล่นกันหลายคน แล้วอยากสนุกก็สามารถทำได้เกมการเล่นหลัก ๆ ของเกมนี้จะคล้าย ๆ กับเกมแนว Survival เกมอื่น ๆ เลย สิ่งสำคัญอย่างแรกคือพวกน้ำ อาหาร ที่เราจำเป็นต้องหาเพื่อประทังชีวิต ตอนแรกก็อาจจะต้องหาจากธรรมชาติ แต่พอตั้งตัวได้ก็จะสบาย หาง่ายขึ้น รองลงมาจะเป็นของจำพวกอุปกรณ์ป้องกันตัวและอาวุธ โดยของพวกนี้ต้องล่าสัตว์ แมลง มาวิจัยเพื่อปลดล็อคก่อน จึงจะคราฟท์มาใช้ได้ ใครที่เล่นเกมแนวเอาตัวรอดมาเยอะก็น่าจะเข้าใจระบบพวกนี้ได้อย่างรวดเร็วในส่วนของการเอาตัวรอดนั้นอาจจะไม่ยากอย่างที่คิด ขึ้นอยู่กับระดับความยากของผู้เล่นด้วย ศัตรูจำพวกแมลงจะมีหลายประเภท เช่นพวก มด ด้วง พวกนี้อาจจะสู้ไม่ยาก แต่ถ้าไปเจอพวกยุง หรือศัตรูที่บินได้ รับรองว่าตึงมืออยู่บ้าง ส่วนศัตรูคู่แค้นของเราในเกมนี้อย่างแมงมุมนี่แหละ ที่จะทำให้อะไร ๆ หลายอย่างค่อนข้างยาก ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยง เพราะการสู้กับมันอาจไม่คุ้มอย่างที่เราคิดเอาไว้ เว้นแต่เป็นเหตุการณ์เนื้อเรื่องที่เราอาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยในบางครั้งไม่ใช่แค่ศัตรูเท่านั้นที่อาจจะมีผลต่อเกมการเล่น ด้วยความที่โลกในเกมเป็นสนามหลังบ้าน ขยะก็มี แต่เพราะเราเป็นคนตัวเล็ก จากกลิ่นเหม็นของขยะทั่วไป กลายเป็นเหมือนกับแก๊สพิษที่แรงเกินคนตัวเล็ก ๆ จะสูดดม เราจึงต้องหาหน้ากากกันแก๊สมาใช้ แถมยังมีศัตรูประเภทที่ทำลายหน้ากากของคุณได้อีกต่างหาก และศัตรูภายในเกมนี้ก็มีเยอะแยะมากมายกว่าที่คิดเอาไว้ด้วย เล่นไปหลายสิบชั่วโมงแล้ว ยังเจอศัตรูใหม่ที่ไม่เคยเจอก็มีในส่วนของระบบ Inventory ตรงนี้อาจจะเป็นอะไรที่น่ารำคาญสักเล็กน้อย และน่าจะเป็นปัญหาปกติของเกมแนวนี้เลย นั่นคือระหว่างการผจญภัยและออกสำรวจ เราจะพบเจอไอเทมต่าง ๆ ภายในเกมมากมาย และแน่นอนว่าผู้เล่นอย่างเรา ๆ นั้น มีค่าหรือไม่มีค่าไม่รู้ แต่ขอเก็บติดตัวไว้ก่อน เผื่อได้ใช้ประโยชน์ทีหลัง ปัญหาที่ตามมาคือกระเป๋าเต็ม และเกมนี้หากช่องเก็บของคุณเต็ม หากคุณเก็บของเข้าตัวอีก มันจะไม่เข้าตัว และดรอปไอเทมบางอย่างไว้บนพื้น ดังนั้นถ้าไม่สำรวจ หรือเช็คให้ดี ๆ เราอาจจะเผลอทิ้งไอเทมอะไรเอาไว้ข้างหลังก็ได้ หลายครั้งเลยทีเดียวที่ต้องย้อนไปเก็บไอเทมหายากบางอย่างเพราะเผลอทำตกไว้ แต่อย่างไรก็ตามเกมนี้ถือว่าออกแบบระบบแคมเปญเนื้อเรื่อง (รวมไปถึง Multiplayer) ออกมาได้อย่างน่าสนุก เราจะติดพันกับการค้นหาและเจออะไรใหม่ ๆ ทุกครั้ง เป็นลูปวนไปเรื่อย ๆ จนกว่าเกมจะจบ ปัญหา Performance ที่อาจจะไม่ได้ดีขึ้นนับตั้งแต่ Early Accessในตอนแรก ผู้เขียนคิดว่าผู้เขียนเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ซวย เจอปัญหานี้ เพราะแม้จะใช้การ์ดจอระดับสูง และเป็น Laptop Gaming แต่สิ่งที่เจอก็คืออาการเฟรมเรทตก แถมไม่ได้สูงไปกว่า 60 เฟรมสักเท่าไรนัก ทั้งที่เกมอื่นที่กราฟิกโหดกว่า ภาพโหดกว่า รันได้ลื่นไหลกว่านี้ แต่หลังจากหาคำตอบแล้วผู้เขียนก็พบว่า ผู้เขียนไม่ได้เจอปัญหานี้แต่เพียงผู้เดียว และแม้ว่าจะเล่นบนเครื่องคอนโซลก็เจอปัญหานี้ด้วย ปัญหาของมันอยู่ที่ Performance ที่ทำให้เฟรมเรทไม่เสถียรนัก จากลื่น ๆ อยู่ดี ๆ ก็ดรอปร่วงลงมา อาการแบบนี้สำหรับคนที่ต้องการความนิ่งในการเล่นเกมก็ถือว่าเป็นปัญหาพอสมควร นอกจากนั้นยังมีปัญหาเรื่องของการเชื่อมต่ออยู่บ้าง แต่โชคดีที่ระบบของเกมมันเอื้อให้สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มันควรจะแก้ไขจนสมบูรณ์ได้มากกว่านี้ในตัวเกมเวอร์ชั่น 1.0 แม้จะเล็กน้อยแค่ไหนแต่ก็ถือว่ามีปัญหาอยู่ดีGrounded เป็นเกมเอาตัวรอดผจญภัยที่นำเสนอโลกของเกมได้อย่างยอดเยี่ยม และน่าจดจำ เนื้อหาของเกมนั้นสมแล้วที่ได้ Obsidian มาทำเกมนี้ สำหรับคนที่ชื่นชอบการสำรวจ การผจญภัย คุณอาจติดพันอยู่กับเกมนี้ได้เป็นร้อยชั่วโมง น่าเสียดายที่เกมนี้อาจจะไม่ถูกจริตกับคนกลัวแมลงจริง ๆ เพราะแม้เนื้อในเกมจะดีมากแค่ไหน แต่สำหรับคนกลัวแมลงแล้ว บอกเลยว่าเกมนี้คือฝันร้ายดี ๆ นี่เอง
10 Oct 2022
[Review] รีวิว Potion Permit วุ่นรักนักปรุงยา
Potion Permit เป็นเกมที่ติดเทรนด์ใน Steam อยู่ระยะหนึ่งเลย ผู้เขียนเห็นว่าคอนเซปต์เกมนี้นั้นน่าสนใจมาก ๆ เราจะได้รับบทเป็นนักปรุงยาหรือเภสัชกรจากเมืองหลวงที่ต้องไปเป็นหมอยาบนเกาะแห่งหนึ่ง และบนเกาะนั้นนอกจากเราต้องคอยรักษาชาวบ้านแล้ว เราจะได้ผจญภัยเพื่อปลดล็อคสิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะเพื่อให้เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้ายิ่งขึ้น แถมยังมีระบบให้อัพเกรดสิ่งต่าง ๆ อีกด้วย เสียงในหัวของผมตอนนั้นคือ"เฮ้ย เกมนี้น่าสนใจจัด ๆ !!!!" ตื่นเต้นครับ ตื่นเต้น ฮ่า ๆ ๆเลยกดซื้อมาเล่นอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว เกมนี้ลงวางขายใน Steam เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2022 และติดเทรนด์อย่างรวดเร็ว ระบบต่าง ๆ ที่น่าสนใจในเกมเป็นอย่างไรนั้น เพื่อน ๆ สามารถอ่านรีวิวในบทความนี้ได้เลยครับนี่มันช้างเผือกตัวใหม่แห่งวงการหมอปรุงยา!!!เนื้อเรื่อง - เอาแบบคร่าว ๆ ไร้ซึ่งการสปอยล์เลยนะครับ ผู้เขียนจะเล่าเพียงจุดเริ่มต้นให้ได้อ่านกัน เรื่องมีอยู่ว่าวันหนึ่งตัวเอกของเรา (ตัวที่เราบังคับ) จะอยู่บนรถไฟขบวนหนึ่ง แหนะ! มันคุ้น ๆ เหมือนในเกม Little Witch in the Woods แต่มันไม่เหมือนกันตรงที่ว่าแม่มดน้อยนั้นเรื่องเกิดจากความดื้อรั้นของ Ellie แต่เรื่องของโลกหยูกยาในเกมนี้นั้นแตกต่างออกไปครับ รอบนี้เราขึ้นรถไฟเพราะทางสมาคมการแพทย์จากเมืองหลวง ส่งเรามาเพื่อรักษาลูกสาวของนายกเทศมนตรีของ Moonbury Island หลังจากที่เราคุยกับคนของสมาคมที่มารอพบเราบนรถไฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจะให้เราไปพูดคุยกับนายกเทศมนตรี Myerเมื่อเราได้เจอนายกเทศมนตรี เขาจะแนะนำให้เรารู้จักภรรยาของเขา และพวกเขาทั้งคู่จะเล่าให้เราฟังว่าลูกสาวของพวกเขาเป็นโรคที่ไม่มีใครรักษาหาย และหวังว่าเราจะเป็นคนคนนั้นที่จะรักษาลูกสาวของพวกเขาได้ครับ (เหมือนโยนภูเขามาให้ตัวเอกของเราหมดเลยนะครับ ฮ่า ๆ) แต่ตรงนี้ก็จะเป็นการพิสูจน์ตัวเองของเราด้วย เพราะหลังจากนายกเทศมนตรีพาเราไปแนะนำกับคนในหมู่บ้าน เราจะได้รับการต้อนรับที่ไม่อบอุ่นนัก (นี่มัน บูลลี่ ไอส์แลนด์หรือเปล่า? ฮ่า ๆ)เนื่องจากคนที่ทางสมาคมเคยส่งมานั้นแทบทุกคนได้สร้างวีรกรรมไม่ดีเอาไว้ครับ พอชาวบ้านรู้ว่าเราเป็นหมอยาที่ทางสมาคมในเมืองหลวงส่งมา เลยทำให้ชาวบ้านมีอคติกับเราไปโดยปริยาย (ซวยซะงั้นโดนเหมารวม) หลังจากนั้นเราต้องพยายามพิสูจน์ตัวเองกับชาวบ้านให้ได้เห็นความปรารถนาดีอย่างจริงใจของเราครับ ส่วนทางด้านของนายกเทศมนตรี ภรรยา และผู้ช่วยของเขาเราได้พิสูจน์ตัวเองให้พวกเขาได้เห็นไปแล้ว โดยทำยาให้ลูกสาวของเขาจนหายจากอาการเจ็บคอที่ชื่อว่า Sunworm ได้ครับ ทางสมาคมเลยส่งคนมาเพื่อดีลงานกับทางเกาะนี้อีกรอบเพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีทางการแพทย์ระหว่าง Moonbury Island และเมืองหลวง ซึ่งเราเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น และสมาคมก็อนุญาตให้เราอยู่บนเกาะนี้ตามคำขอของนายกเทศมนตรีว่าอยากให้เราเป็นหมอยาอยู่บนเกาะของเขา มีบ้านให้เราอยู่อาศัยฟรี แต่แบบพังมาเลยครับ ฮ่า ๆ เขาบอกเราอยู่ได้แต่ต้องค่อย ๆ ซ่อมเอาเอง (ระบบอัพเกรดสนุกมาก) และเรื่องราวต่าง ๆ อีกมากมายก็เริ่มขึ้นต่อจากนี้ ว่าจะเล่านิดเดียว แต่เพลินมากผมเลยติดลมเล่นเล่าซะยาวเลย ฮ่า ๆ เอาเป็นว่านี่เป็นแค่เนื้อเรื่องบางส่วนเท่านั้น ผมถือว่าผมยังไม่ได้สปอยล์เยอะครับ อิอิ ที่เหลือถ้าอยากรู้ว่าเรื่องราวเป็นยังไงต่อ เพื่อน ๆ ต้องไปซื้อมาเล่นกันเองนะครับ ผมแค่มาเล่ายั่ว ๆ เฉย ๆ เพราะเกมดี และสนุกมากกกกกบอกแค่นี้เกมเพลย์นี่มัน Stardew Valley แบบสไตล์หมอยาเกมเพลย์ - บอกเลยครับว่าใครเป็นแฟนเกมอย่าง Stardew Valley หรือ Harvest Moon เพื่อน ๆ ไม่ควรพลาดเกมนี้เป็นอย่างยิ่งเพราะมันคือเกมสไตล์เดียวกัน แต่แค่เปลี่ยนบทบาทจากชาวสวนมาเป็นนักปรุงยา เราอาจจะไม่ต้องปลูกไร่ ไถ่นา หรือเลี้ยงสัตว์ แต่เรายังต้องไปตัดไม้หาแร่หาของต่าง ๆ เพื่อมาอัพเกรดบ้านและสิ่งต่าง ๆ ภายในเมืองครับ ที่สำคัญต้องหาสมุนไพรเพื่อนำมารักษาชาวบ้านอีกด้วย มีระบบเวลา กลางวันกลางคืน มีค่าความเหนื่อย และพลังชีวิต ซึ่งถ้าเราไปทำกิจกรรมต่าง ๆ เราสามารถกินอาหารเพื่อเพิ่มมันได้ครับ แต่ถ้าหมดวันแล้วหรือ 2:00 AM ถ้าเราไม่กลับบ้านตัวละครของเราจะเป็นลม และเช้าวันรุ่งขึ้นเราจะตื่นสาย ใครที่เคยเล่นเกมแนวนี้มาแล้วแทบจะไม่ต้องปรับตัวอะไรกับเกมเพลย์เลย เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ สถานที่ต่าง ๆ ในแผนที่, อุปกรณ์, มินิเกม หรือแม้แต่สิ่งของต่าง ๆ ในบ้านของเราจะค่อย ๆ ปลดล็อคครับ และอย่างที่รู้ ๆ กันเกมแนวนี้เราสามารถผูกมิตรกับชาวเมืองด้วยการพูดคุยหรือให้ของขวัญได้ และที่สำคัญนักรักอย่างเรานอกจากปรุงยาแล้วยังต้องไปจีบสาวด้วย ใช่แล้วครับทุกคนเกมนี้จีบสาวได้!!! ไม่แบ่งเพศถ้าชอบตัวตนของ NPC คนไหน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง หรือผู้ชายเราสามารถจีบได้หมดครับ จะจีบทั้งเกาะเลยก็ได้ ฮ่า ๆ อุปกรณ์ในการเข้าป่าเพื่อตัดไม้ ทุบหินหรือใช้เก็บเกี่ยวสมุนไพรตัวเกมนั้นมีให้เราใช้อยู่แล้วครับ ไม่ต้องไปทำเควสเพื่อตามหาอุปกรณ์ทั้งสิ้น และสามารถใช้อุปกรณ์เหล่านี้สู้กับมอนได้เลยครับปรุงยาเพื่อรักษาก็ได้ เก็บไว้ขายก็ดีมีตังใช้นี่คือระบบสำคัญเป็นหัวใจหลักของเกมนี้เลยครับ ที่เราจะต้องคอยรักษาชาวเกาะจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ เล่นไปเรื่อย ๆ นายกเทศมนตรีจะยกคลินิกของเกาะให้เราดูแล เริ่มจากคนไข้รายแรกซึ่งเป็นลูกสาวของเขาครับการรักษา - จะมีชาวเมืองมานอนบนเตียงที่มีเตรียมไว้ในคลินิกเลยครับ ถ้ามีคนมาใช้บริการจะมีเสียงไซเรนคอยแจ้งเตือนเราว่าตอนนี้มีผู้ป่วย ให้เราเข้าไปเช็คดูอาการได้เลย เราจะต้องแสกนดูภายในร่างกายตามเสียงบ่นของผู้มารับการรักษาว่าเจ็บ แขน ขา หัว คอ ข้างซ้าย ข้างขวา คนไข้จะบ่นให้เราฟังครับ เรามีหน้าที่แสกนกรรม เอ๊ยไม่ใช่ ฮ่า ๆ แสกนดูตามที่คนไข้แจ้งได้เลย หลังจากเจอแล้วถ้าเรายังไม่รู้ว่าคนไข้เป็นโรคอะไรกันแน่ จะมีมินิเกมให้เราเล่นเพื่อตรวจสอบโรคครับ หลังจากทราบโรคแล้วทีนี้เราก็จะต้องไปทำยาเพื่อนำมารักษาคนป่วยการทำยา - วัตถุดิบในการทำยาเราสามารถเข้าไปหาสมุนไพรได้ในป่าครับ หรือไอเทมที่ดรอปจากมอนสเตอร์ เมื่อเราได้ไอเทมครบแล้วเราสามารถไปปรุงยาได้ที่หม้อปรุงยาในบ้านของเรา ซึ่งตั้งตระง่านอยู่กลางบ้านเลยครับ เล่นตามเนื้อเรื่องไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันจะปลดล็อคพอทราบอาการของผู้ป่วยแล้ว ให้เรามาทำยาครับ การทำยาของเกมนี้จะเป็นมินิเกมเหมือนต่อ Puzzle ครับ ไอเทมแต่ละอย่างจะมีรูปแบบ Puzzle ของมันแสดงเอาไว้ เราต้องนำมาต่อให้พอดีกับกรอบและค่าไฟสีเขียวจะต้องไม่เกินกำหนดครับ เพราะถ้าเกินเราจะใส่วัตถุดิบเพิ่มไม่ได้ เล่นไปเรื่อย ๆ กรอบจะกว้างขึ้นแต่ค่าของดวงไฟยังไม่ปลดล็อค หลัง ๆ จะเริ่มยาก ต้องกะดีดีครับเมื่อได้ยามาแล้วให้นำยาที่เราปรุงมาไปให้ผู้ป่วยที่นอนรอเราอยู่ที่คลินิกครับ เมื่อหายแล้วจะมีเครื่องหมายถูกขึ้นบนหัวผู้ป่วย และเราจะได้รับของขวัญที่เรียกว่า "Moon Cloves" สามารถนำไอเทมชิ้นนี้ไปให้คนที่เราชอบเพื่อเพิ่มค่าความสัมพันธ์แบบพรวดพราดได้ครับ ฮ่า ๆ และยาถ้าเราทำมาเกินสามารถโยนขายที่กล่องหน้าบ้านได้ครับ จะมีนกน้อยของสมาคมบินมารับของไปขายให้ทุกวัน ผมบอกเลยเกมนี้ถึงจะบัคเยอะ แต่แค่ปรุงยารักษาผู้ป่วยเนี่ยก็โคตรโคตรจะสนุกเลยครับทุกคน อยากให้ทุกคนได้ลองจริง ๆ นอกจากเป็นหมอปรุงยาแล้ว ยังต้องรับบทเป็นนายพรานอีกด้วยจริง ๆ ไม่ใช่แค่ 2 หน้าที่นี้หรอกครับ ถ้ามาเล่นจริง ๆ เราแทบจะเป็นเบ๊ตัวเอ้ของเมืองนี้เลย ฮ่า ๆ สิ่งสำคัญของการปรุงยาคือวัตถุดิบใช่ไหมครับ เล่นไปเรื่อย ๆ เกมจะให้เราไปคุยกับนายพรานของเมือง เขาก็จะสอนสิ่งต่าง ๆ บลา บลา บลา จบที่ว่าเราสามารถหาของต่าง ๆ จากในป่าตรงนี้ได้นะการต่อสู้ - ก็ไม่ได้โหดร้ายครับ เหมือนมีไว้ประดับฉากให้มีอะไรทำสนุก ๆ เพิ่มขึ้น มอนสเตอร์ที่เราไปตบตีด้วยมันก็ไม่ได้โหดร้ายอะไร บางตัวไม่ตีก่อน บางตัวตีก่อน เราก็ใช้พวกอุปกรณ์ตัดไม้นั่นแหละ ฟาดมันไปได้เลย แต่ว่าแต่ละตัวมีสกิลจำเพาะติดตัวอยู่ระวังแค่ตรงนี้ก็พอครับ ถึงเลือดมันจะไม่ได้ลดอะไรมากมายแต่สร้างความรำคาญให้ได้อยู่ ฮ่า ๆ เมื่อทุบมันจนเลือดหมดหลอดแล้วก็ไม่ใช่ว่ามันจะดรอปไอเทมทุกตัวนะครับ เราต้องไปวัดดวงอีกว่าเราจะได้ไอเทมไหมการตัดไม้, หาหิน, เก็บเกี่ยวสมุนไพร - อย่างที่ผมได้เล่า ๆ ไปบ้างแล้วตัวเกมจะมีอุปกรณ์เหล่านี้มาให้เราใช้งานอยู่แล้วครับ เมื่อเราเข้าไปในป่าเราแค่เลือกใช้อุปกรณ์ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ก็พอครับ อย่างเช่น ใช้ขวานเพื่อตัดไม้, ใช้ค้อนเพื่อทุบหิน, และใช้เคียวเพื่อเก็บเกี่ยวสมุนไพร ถ้าเราใช้ไม่ตรงชนิดหรือไม่ถูกต้องเราจะไม่ได้รับไอเทมครับการตกปลา - การเย่อกับปลาเกมนี้ไม่ได้ซับซ้อนเลยครับ แค่เราเหวี่ยงเบ็ดไปรอปลากินเหยื่อแล้วก็ดึงมันกลับเข้าฝั่ง แต่เราต้องสังเกตเชือกกับอิโมจิให้ดีดี ถ้าเชือกเป็นสีแดงไม่ควรดึงต่อเพราะปลาจะหลุดครับ ถ้าอิโมจิเป็นหน้าโกรธก็ห้ามดึงเช่นกันให้รอจนกว่าอิโมจิจะเปลี่ยนเป็นหน้าเหนื่อยล้าอ่อนแรงก่อน หลังจากนั้นสาวยาว ๆ เลยครับเพ่ !!!! และสิ่งที่ควรรู้อีกอย่างคือการตกปลาของเกมนี้จะไม่เหมือนเกมอื่น ๆ ที่เราจะสามารถตกปลาตรงไหนก็ได้ที่มีน้ำ แต่เกมนี้จะแบ่งโซนตกปลาและเลเวลเอาไว้ครับ ถ้าอุปกรณ์ตกปลาของเรายังเป็นอุปกรณ์กะโหลกกะลาอยู่ จะมีโซนอนุบาลปลาเลเวล 1 ให้เราได้ตกกันครับ หลังจากอัพเกรดเบ็ดเรียบร้อยแล้ว เราสามารถยกระดับไปตกตามระดับความเซียนได้ครับ และที่สำคัญหนอนสำหรับตกปลาก็แบ่งตามเลเวลเช่นกันครับผมเนี่ยลืมบอกส่วนสำคัญไปได้ยังไง เราจะได้รับเบ็ดก็ต่อเมื่อเราเดินไปแผนที่ทางด้านบนที่เป็นทะเลครับ เราจะเจอ NPC สาวน้อยคนหนึ่งที่ชื่อว่า Leano (จีบได้ครับ จีบได้ น้องเป็นโจรสลัดหน้าตาน่ารัก) เธอจะให้เบ็ดขั้นเริ่มต้นเป็นของขวัญต้อนรับผู้มาอยู่ใหม่ครับเมื่อได้ปลามาแล้วในเกมจะแปลงเป็นเนื้อขาว เนื้อแดงให้เลยครับ สามารถนำไปทำอาหารได้ หรือจะเอาไปเป็นอาหารน้องหมาก็ได้เช่นกันครับระบบเคลื่อนย้ายแสนดี แถมมีน้องหมานำทางอีกต่างหากบอกเลยครับว่ามงต้องลงให้กับระบบนี้ เหมาะสำหรับคนขี้เกียจเดินแบบผู้เขียนเสียจริง ๆ ครับ เกมจะมีระบบเทเลพอร์ตให้ตามมุมต่าง ๆ และมีระบบน้องหมานำทางถ้าเราหา NPC ไม่เจอTeleport - จะมีธงปักไว้ตามจุดต่าง ๆ กระจายอยู่ตามตัวเมือง และพื้นที่ต่าง ๆ บนแผนที่ครับ เราจะสามารถวาร์ปไปโผล่ตามจุดต่าง ๆ ได้มันตั้งแต่เริ่มเกมมาเลย เช่น ตอนที่ผู้เขียนไปหาของในป่าก็ใช้เทเลพอร์ตจากหน้าบ้านไปที่ป่าได้เลยครับ จะมีหน้าแผนที่ขึ้นมาให้เราก็เลือกธงตรงบริเวณป่าได้เลย โคตรจะชอบเลย ฮ่า ๆระบบน้องหมา - ซึ่งชื่อเดิมของน้องนั้นชื่อ Noxe ซึ่งถ้าใครไม่ชอบก็สามารถเปลี่ยนชื่อน้องให้สาแก่ใจเราได้เลยตอนเราสร้างตัวละคร เราต้องเล่นกับน้องเพื่อเพิ่มค่าความสัมพันธ์ และน้องต้องกินอาหารวันละ 1 มื้อ ซึ่งไอ้ระบบนี้เนี่ยมันก็น่ารำคาญหน่อย ๆ ซึ่งมันไม่มีสอนเรานะครับ ตอนแรกผมปล่อยให้น้องหิวข้าวตลอดเลยเพราะไม่รู้จะให้อาหารยังไง พยายาม Interact กับน้องโดยการเดินไปใกล้ ๆ ก็แล้ว ม้วนตัวไปหาก็แล้วก็ไม่มีปุ่มอะไรขึ้นมาเลยจนลองกด O เพื่อเรียกน้องแล้วเดินเข้าไปใกล้ ๆ จึงจะสามารถ Interact กับน้องได้ และหลังจากนั้นมีหน้าต่างการสอนใช้งานน้องขึ้นมา ในส่วนนี้ผมไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ อุทานในใจอยู่หลายรอบ ฮ่า ๆ ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะประสบปัญหาตรงนี้เหมือนกัน ถ้าใครผ่านมาอ่านแล้วเจอปัญหาอยู่ให้กด O แล้วเดินไปหาน้องแล้วกด K นะครับ ฮ่า ๆ ส่วนอาหารนั้นก็ให้อะไรก็ได้ที่เราเก็บมาจากในป่าหรือปลาที่ตกมาก็ได้ครับ น้องกินง่าย >
09 Oct 2022
[Review] รีวิว Overwatch 2 เกมยิงชื่อดังกลายมาเป็นเกม Free-to-Play มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง
Overwatch เป็นเกมแนว Team Base Shooting 6v6 จากทาง Blizzard Entertainment ที่มีจุดเด่นก็คือเหล่าฮีโร่ที่มีให้เลือกเล่นมากมาย รวมถึงแต่ละตัวละครก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกันไป โดยตัวเกมนั้นวางจำหน่ายออกมาในปี 2016 ซึ่งก็ได้รับความนิยมอย่างมาก มีผู้เล่นให้ความสนใจอย่างล้นหลาม เหตุผลเพราะเกมเพลย์ที่สนุก ตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์สวยงามและน่าสนใจ รวมถึงเหล่าฮีโร่ที่จะต้องใช้ความชำนาญไม่เหมือนกันทำให้การเล่นมีสีสันเป็นอย่างมากแต่ถึงอย่างนั้นเนื่องจากที่ตัวเกมวางจำหน่ายอยู่ที่ราคากว่า 40$ ตีเป็นเงินไทยราว ๆ 1,200 บาท แน่นอนว่าถ้าเป็นฝั่งประเทศที่เจริญแล้วเงินแค่นี้ก็อาจจะไม่สูงมาก แต่สำหรับโซนอื่น ๆ อย่างบ้านเราราคาขนาดนี้ก็ถือว่าเป็นเกมที่มีราคาสูงมาก ทำให้ตัวเกมอาจจะเข้าถึงคนทุกกลุ่มไม่ได้ บวกกับการที่มีเกมใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้ตัวเกม Overwatch มีฐานผู้เล่นที่น้อยลงไปจนในปี 2022 ทาง Blizzard Entertainment เองก็เตรียมปล่อยเกมภาคใหม่อย่าง Overwatch 2 ที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของเกมให้กลายเป็น 5v5 แทนเพื่อปรับสมดุลย์เมต้าของเกมนี้ได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญก็คือทางผู้พัฒนาได้เปิดให้บริการเป็นแบบ Free-to-Play ในโหมด Multiplayer อีกด้วย (ส่วนโหมด Single Player จะมาในปี 2023 เดี๋ยวทางเราจะรีวิวแยกอีกที) และในวันนี้พวกเรา GameFever TH จะมารีวิวเกมนี้ให้ท่านได้ทราบกัน ว่ามี Overwatch 2 มีอะไรต่างจากภาคแรกบ้างปรับเปลี่ยนเกมเพลย์เป็น 5v5อย่างที่รู้ว่าจุดเปลี่ยนสำคัญของเกม Overwatch 2 นั่นก็คือการที่ทางผู้พัฒนาปรับเปลี่ยนรูปแบบทีมจาก 6v6 กลายเป็น 5v5 ซึ่งเหตุผลก็เพราะว่าการปรับสมดุลย์ของเมต้าที่จะทำให้การเล่นนั้นหลากหลายมากขึ้นทั้งในการเล่นและการแข่งขัน รวมถึงการที่ตัวเกมมีจำนวนที่น้อยลงซึ่งมันก็ทำให้การยื้อ Objective ต่าง ๆ ทำได้ยากขึ้นด้วย โดยถ้าหากคุณเล่นแบบ Lock Role ตัวเกมก็จะแบ่งออกเป็นตำแหน่ง 1 Tank, 2 DPS และ 2 Support ซึ่งข้อดีก็คือเราจะได้เห็นแผนการเล่นยืนหลังโล่ห์น้อยลง มีแผนที่หลากหลายมากขึ้นเนื่องจากเหลือ Tank แค่ตัวเดียว แต่ถึงอย่างนั้นใครที่รู้สึกว่าอยากจะเล่นแบบไม่ล็อคโรล ตัวเกมก็ยังมีโหมด Open Queue ที่จะให้เราไม่ต้องเล่นแบบล็อคโรล นอกจากนี้ในโหมดแรงค์ยังมีให้เลือกเล่นทั้งแบบล็อคโรลและไม่ล็อคโรลเช่นกัน เพียงแต่ว่าแรงค์จะแยกกันสำหรับมือใหม่อาจจะต้องฝึกและค่อย ๆ ปลดล็อคตัวละครแน่นอนว่าเกม Overwatch นั้นมีฮีโร่ที่ค่อนข้างหลากหลาย แถมแต่ละตัวยังจะต้องใช้ความสามารถที่แตกต่างกันด้วย ทำให้ในตอนแรกสำหรับผู้เล่นใหม่ที่ไม่เคยซื้อตัวเกม ในตอนแรกตัวเกมจะปลดล็อคตัวละครเพียงแค่ 13 ตัว และเราจะต้องค่อย ๆ ฝึกค่อย ๆ เล่นเพื่อปลดล็อคตัวละครเรื่อย ๆ จนสุดท้ายถ้าหากคุณเล่นอย่างต่อเนื่องตัวละครของคุณก็จะครบเหมือนคนที่มีเกมภาคแรก ส่วนถ้าหากจะเล่นแรงค์คุณจะต้องชนะเป็นจำนวน 50 ตา ซึ่งกว่าจะครบคุณก็น่าจะเล่นเป็นแล้วแหละ รวมถึงยังมีการเพิ่มตัวละครใหม่มา 3 ตัวเช่น Junker Queen, Sojourn และ Kirikoปรับสมดุลย์ฮีโร่ เอาสตั๊นออกจากตัว DPSสำหรับอีกการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับการลดผู้เล่นเหลือ 5v5 ก็คงจะเป็นการปรับสกิลต่าง ๆ ของตัวละครที่เยอะมาก ๆ และที่สำคัญที่สุดก็คงสกิลสตั๊นต่าง ๆ ของตัวละครสาย DPS นั้นจะถูกตัดออกทั้งหมด ทางผู้พัฒนาอยากที่จะให้ตัวละครสายนี้เน้นเพียงแค่การสแปมทำดาเมจเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นปืนของตัวละคร Mei ที่จะไม่แช่เข็งศัตรูแล้วแต่จะเป็นการสโลว์ หรือจะเป็นสกิลสตั๊นของ Cassidy (McCree) ที่จะกลายเป็นระเบิดแทน Flashbang ส่วนการสตั๊นต่าง ๆ ของสายอื่นจะยังอยู่ครบ แต่ถึงอย่างนัั้นมันก็ยังมีบางสกิลของบางตัวละครที่หลงเหลือสตั๊นอยู่เช่นสกิล Ultimate ของ Mei แต่ก็แลกมาด้วยรตัดระบบ Level เอา Lootbox ออกไป กลายเป็น Battle Passเนื่องจากที่ตัวเกมเป็นแบบ Free-to-Play รวมถึงระบบ Lootbox ก็มีปัญหาในหลาย ๆ ประเทศ ทางผู้พัฒนาจึงนำระบบนี้ออกและเน้นขาย Battle Pass แทน รวมถึงระบบ Level ตัวละครก็จะถูกตัดทิ้งทั้งหมดในกลายเป็นเก็บเลเวล Battle Pass แทน ซึ่งจะมีระยะเวลาราว ๆ 60 วันต่อหนึ่งซีซัน โดยใน Battle Pass จะมีอยู่ด้วยกัน 80 เลเวล ซึ่งจะได้สกินฟรีในทุก ๆ 10 เลเวล รวมถึงไอเท็มอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้บางเลเวลคนที่ไม่ได้ซื้อ Battle Pass ก็ยังสามารถรับของได้เช่นกัน  และตัวละครใหม่อย่าง Kiriko ใครที่ไม่มีเกมภาคแรก หรือซื้อ Battle Pass ก็สามารถปลดล็อคที่เลเวล 55รวมถึงตัวเกมยังใส่ระบบภารกิจเข้ามา ซึ่งถ้าหากเราทำเควสครบเราก็จะได้แต้มโบนัส Battle Pass มากขึ้น โดยจะมีทั้งภารกิจรายวันที่ง่ายมาก ๆ อย่างเช่นชนะหนึ่งครั้ง เล่นตำแหน่ง Flex สามครั้ง และอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีภารกิจรายเดือนและรายซีซันที่จะได้รับแต้มโบนัสมากขึ้นด้วยเพิ่มโหมดใหม่ Push แต่ตัดโหมด Assault ออกภายในเกม Overwatch 2 มีการเพิ่มโหมดใหม่เข้ามานั่นก็คือโหมด Push ที่ทีมเราและฝ่ายตรงข้ามจะต้องแย่งกันดันหุ่นยนต์ และวัดกันว่าทีมไหนนั้นจะดันได้ไกลกว่ากัน ซึ่งเป็นโหมดที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดีและสนุกมาก ๆ แต่ถึงอย่างนั้นทางผู้พัฒนาก็เลือกที่จะตัดโหมด Assault ออกไปใน Quick Play และ Rank ทำให้เรานั้นจะไม่ได้เล่นด่าน Hanamura, Anubis และ Volskaya Industry แล้ว เหตุเป็นเพราะด่านในโหมดนี้ค่อนข้างมีสมดุลย์ที่น้อยเกินไป เพราะต้องพึ่งโชคและจังหวะมากเกิน ซึ่งจากที่เล่นมาโหมด Push มีความสมดุลย์มากกว่า เหมาะสำหรับทั้งการเล่นในแรงค์และทั้งการแข่งขันสรุปจากที่ได้เล่นมาต้องยอมรับว่า Overwatch 2 มันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันกับภาคแรก สำหรับคนที่ไม่ได้ชอบเกมนี้อยู่แล้ว มันก็ไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกชอบมากกว่าเดิม แต่สำหรับคนที่เคยชอบเกมนี้แล้วเลิกเล่นไป นี่ถือเป็นโอกาสที่ดีที่คุณอาจจะได้ชวนเพื่อน ๆ มาเล่นด้วยกัน เพราะเกมนี้ถ้าเล่นกับเพื่อนมันจะสนุกกว่าเล่นคนเดียวมาก ๆ  ส่วนตัวพูดตามตรงเลยว่า Overwatch มีศักยภาพที่จะเป็นเกมดังเบอร์เดียวกันกับ Dota 2, LoL, CSGO หรือ Valorant เพียงแต่ว่าด้วยราคาของเกมที่สูงมาก ทำให้ผู้คนในบางประเทศอาจจะเข้าไม่ถึง ซึ่งเราก็ต้องรอดูกันว่า Overwatch 2 จะสามารถขึ้นไปยืนเทียบเคียงกับเกมเหล่านั้นได้หรือไม่ !?
07 Oct 2022
[Review] รีวิว HyperX Cloud Alpha S หูฟังคุณภาพที่พึ่งพาได้ พร้อมระบบ 7.1 Surround ที่เสริมทุกประสบการณ์เกม
เมื่อพูดถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมประสบการณ์เล่นเกม สิ่งแรกที่หลายคนมักจะนึกถึงเป็นอันดับแรกย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของภาพ ส่งผลให้เมื่อเกมเมอร์ซักคนต้องการจะยกระดับประสบการณ์เล่นเกมของตัวเอง สินค้าอย่างจอมอนิเตอร์หรือการ์ดจอมักจะถูกให้ความสำคัญมากเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ ในขณะที่สินค้าด้าน 'เสียง' อย่างหูฟังมักถูกเลือกแค่ให้ 'พอใช้ได้' เท่านั้น ทั้งที่การเลือกใช้หูฟังที่ดีก็อาจส่งผลต่อประสบการณ์เกมได้ไม่แพ้กันHyperX Cloud Alpha S ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของหูฟังคุณภาพที่สามารถเสริมประสบการณ์เล่นเกมของชาว PC เกมเมอร์ได้อย่างง่าย ๆ ด้วยระบบเสียงแบบ 7.1 Surround ที่ช่วยจำลองตำแหน่งของเสียงในการเล่นเกม ซึ่งนอกจากจะทำให้เกมเมอร์สาย FPS ต่าง ๆ สามารถบ่งบอกตำแหน่งของคู่แข่งจากเสียงได้ ยังสามารถช่วยเสริมบรรยากาศการเล่นเกม ให้เรารู้สึกราวกับว่าได้อยู่ในจุดเดียวกับตัวละครที่เห็นในจอจริง ๆ ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับวัสดุคุณภาพที่ทนทานและสวมใส่สบายตามมาตรฐานของ HyperX ส่งผลให้หูฟังรุ่น Cloud Alpha S เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการจะยกระดับคุณภาพด้านเสียงของเกมอย่างง่าย ๆ และเป็นการพัฒนาจากรุ่น Cloud Alpha ธรรมดาอย่างชัดเจนข้อมูล Spec + อุปกรณ์ในกล่อง(ข้อมูลจากเว็บไซต์ JIB)ภายในกล่องประกอบด้วย:หูฟัง HyperX Cloud Alpha Sไม่โครโฟนแบบถอดได้สายต่อหูฟังแบบถอดได้เครื่องควบคุม Mixer เสียงแบบ USBที่ครอบหูผ้าสำหรับเปลี่ยน (หูฟังมาพร้อมที่ครอบหนัง)กระเป๋าใส่หูฟังสำหรับพกพาการออกแบบ + ใช้งานในส่วนของความสบายในการสวมใส่ แม้ว่าหูฟัง Cloud Alpha S จะมีน้ำหนักอยู่บ้างเมื่อเทียบกับหูฟังเกมมิ่งแบบครอบหูที่ราคาถูกกว่า แต่ก็ไม่ได้หนักพอจะทำให้ไมาสบายเมื่อสวมใส่ลงไปบนหัวแล้ว แถมตัวหูฟังยังรัดหัวของเราแน่นในระดับที่พอดี ทำให้ไม่รู้สึกว่าหูฟังกดทับลงบนหัวหรือใบหู และทำให้สามารถสวมใส่ติดต่อกันได้เป็นเวลานานโดยไม่รู้สึกติดขัดอะไร โดยผู้เขียนพบว่าที่ครอบหูแบบหนังที่มาพร้อมกับหูฟังมีความหนานุ่มกำลังดี และสามารถระบายอากาศได้ดีพอจะไม่ทำให้รู้สึกร้อนเมื่อสวมใส่ แม้ใช้ในห้องที่ไม่ได้เปิดแอร์ก็ตามในเรื่องของการออกแบบ หูฟังรุ่น Cloud Alpha S มีหน้าตาไม่ต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Cloud Alpha นัก นอกจากสีของโครงอลูมิเนียมที่ประดับอยู่ ซึ่งเป็นสีน้ำเงินแทนสีแดงของรุ่นก่อน แถมยังมีไมโครโฟนแบบ 3.5mm ที่ถอดออกได้เช่นเดียวกันอีกด้วย โดยแม้ว่าการออกแบบหูฟังของ HyperX จะไม่ได้มีหน้าตาหวือหวาไฮเทคเหมือนสินค้าคู่แข่งหลายยี่ห้อ แต่ในอีกมุมก็เป็นรูปทรงที่คลาสสิค เรียบง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหูฟังที่เน้นใช้งานเป็นหลัก มั่นใจได้ว่าจะไม่มีส่วนเว้านูนใด ๆ มาเกะกะการสวมหรือถอดหูฟังของเราแน่นอน(รุ่นที่ทีมงานได้รับมารีวิวเป็นรุ่นที่จับมือกับเกม Diablo Immortal ด้วย จึงมีโลโก้เกมประดับอยู่ตรงด้านนอกของที่ครอบหู แทนโลโก้ HyperX ในรุ่นปกติ)ทั้งนี้ รายละเอียดหนึ่งที่ต่างไปจากรุ่น Cloud Alpha ปกติก็คือตัวเลื่อนปรับระดับเสียงเบสตรงบริเวณด้านหลังของที่ครอบหูทั้งสองข้าง ซึ่งให้เราปรับระดับเสียงเบสของหูทั้งสองข้างแยกกันได้ 3 ระดับ (สูง-กลาง-ต่ำ) โดยในจุดนี้ก็ส่งผลให้หูฟังสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานได้หลากหลายสถานการณ์ หรือกระทั่งสำหรับกิจกรรมอื่น ๆ นอกจากการเล่นเกม เช่นการดูหนัง/ซีรีส์ หรือฟังเพลง ซึ่งการที่ตัวปรับระดับนี้อยู่บนตัวหูฟังเอง แทนที่จะเชื่อมกับเจ้า USB Mixer ยังหมายความว่าเราสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้แม้สำหรับการเชื่อมต่อแบบ AUX 3.5mm อีกด้วยพูดถึงเจ้า USB Mixer เอาเข้าจริง ๆ ไม่อยากจะเรียกว่าอุปกรณ์เสริมเลยด้วยซ้ำ เพราะการเชื่อมต่อหูฟังเข้ากับตัว Mixer คือวิธีเข้าถึงฟีเจอร์สำคัญมากมายของเจ้า Cloud Alpha S เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นระบบเสียง 7.1 Surround ไปจนถึงการปรับเพิ่ม/ลดเสียงของเกมและเสียงแชตแยกกันได้ ซึ่งมีความสะดวกอย่างมาก ที่สำคัญคือการเชื่อมต่อหูฟังเข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB นั้นให้ความเสถียรและคุณภาพเสียงสูงกว่าการเชื่อมต่อแบบ 3.5mm ปกติมาก แม้ว่าจะจำกัดให้หูฟัง Cloud Alpha S กลายเป็นหูฟังที่เหมาะกับการใช้กับ PC มากที่สุด เพราะการเชื่อมต่อผ่าน AUX ปกติจะทำให้เราพลาดฟีเจอร์เด็ดแทบทั้งหมดของหูฟังไปเลย (ยังไม่นับว่าสาย 3.5 ที่มากับหูฟังมีความยาวนิดเดียว เพราะต้องการให้เชื่อมกับตัว Mixer เป็นหลัก)คุณภาพเสียง อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าระบบเสียง 7.1 Surround ถือเป็นเทคโนโลยีที่สามารถยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมของเราได้อย่างง่าย ๆ ด้วยการสร้างบรรยากาศราวกับว่าผู้เล่นกำลังได้ยินเสียงรอบข้างจากจุดยืนของตัวละครจริง ๆ ซึ่งในจุดนี้หูฟัง Cloud Alpha S ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย อย่างน้อยก็ในแง่ของการระบุ 'ทิศทาง' ของเสียงว่ามาจากทางไหน ในขณะที่ 'ระดับ' หรือ 'ระยะห่าง' ของเสียงยังมักไม่ค่อยสม่ำเสมอนัก ซึ่งเอาเข้าจริงก็ไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่นักในการเล่นเกม และหลายคนอาจจะไม่สังเกตด้วยซ้ำถ้าไม่ได้ลองใช้หูฟังที่มีระบบเสียง Surround มาเปรียบเทียบกันอย่างที่ผู้เขียนทำแต่แม้จะยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบ 7.1 Surround นี้สามารถยกระดับการเล่นเกมหลาย ๆ แนวได้จริง ๆ เช่นแนวสยองขวัญหรือแนวรถแข่ง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่อธิบายให้เข้าใจด้วยคำพูดค่อนข้างยาก เอาเป็นว่าเกมอะไรก็แล้วแต่ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศ หรือต้องใช้ความตื่นตัวมาก ๆ ย่อมถูกยกระดับจากระบบ Surround ที่ว่านี้สรุป: ตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากยกระดับด้านเสียงด้วยราคาเต็มกว่า 3,990 บาท คงพูดได้ไม่เต็มปากนักว่า HyperX Cloud Alpha S เป็นหูฟังที่มีราคาถูก แต่เมื่อเทียบกับคุณค่าที่ได้กลับมาในแง่ของประสบการณ์ด้านเสียงที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน รวมไปถึงวัสดุและการประกอบที่มีคุณภาพ ก็ต้องบอกว่า Cloud Alpha S ยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามาก ๆ โดยเฉพาะสำหรับเหล่า PC เกมเมอร์ที่มองหาหูฟัง USB ในราคาที่สมเหตุสมผล
07 Oct 2022
[Review] รีวิวเกม Bugsnax "กินสิ่งใด เป็นสิ่งนั้น" เกม FPS จับแมลงอาหารที่ลึกซึ้งกว่าตาเห็น
Bugsnax เป็นเกมอินดี้แนวผจญภัยที่วางขายมาตั้งแต่ปลายปี 2020 ด้วยคอนเซปต์ 'We are what we eat!' หรือ 'พวกเรากินอะไรเข้าไป พวกเราก็เป็นสิ่งนั้น!' พร้อมกับชูระบบการเล่นเกมสไตล์วิ่งไล่จับแมลงอาหารและบันทึกลงสมุด (ที่ชวนให้นึกถึงการจับโปเกม่อนและบันทึกลง Pokedex) แต่ตัวเกมมีอะไรเยอะแยะมากมายกว่านั้นอีก งั้นเราไปอ่านต่อกันดีกว่าว่าเกาะแห่งแมลงอาหาร Snaktooth Island มีอะไรให้เรากิน เอ้ย สำรวจบ้าง!เสาะหาและไล่จับแมลงอาหารร่วม 100 สายพันธุ์Bugsnax เป็นเกมผู้เล่นคนเดียวมุมมองบุคคลที่หนึ่ง เปิดโอกาสให้เราได้สำรวจเกาะ Snaktooth Island ซึ่งที่อยู่ของแมลงอาหารน้อยใหญ่มากมายกระจัดกระจายไปทั่วภูมิภาคที่มีสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน เกมเพลย์จะวนเวียนอยู่กับการจับแมลงอาหารด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราได้ปลดล็อกระหว่างการเล่น อาทิ กับดักแมลง หนังสติ๊กยิงซอส แท่นกระโดด และอื่นๆ อีกมากมาย โดยเราสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับพวกมันเพิ่มเติมผ่านการแสกนด้วยกล้อง SnaxScope ที่จะบอกถึงเส้นทางการเดินพฤติกรรมของมันคร่าวๆ และในสมุดก็จะมีข้อมูลเพิ่มเติมหลังแสกนด้วยBunger! Bunger!ซึ่งแมลงอาหารแต่ละชนิดก็จะมีความยากง่ายในการจับที่แตกต่างกัน ทำให้บางครั้งเราต้องผสมผสานอุปกรณ์ที่เรามีเพื่อที่จะจับแมลงสักตัว เช่น เจ้า Cheepoof หรือชีโตสบินได้นี้จะบินอยู่ตลอดไม่ลงมาที่พื้น ทำให้เราต้องวางกับดักแมลงไว้บนแท่นกระโดดแล้วดีดมันขึ้นฟ้าไปหาเจ้าแมลงนี่เพื่อจับมันได้ใช้หัวคิดในการวางแผน!ในบางครั้งเราอาจต้องยืมมือแมลงอาหารตัวอื่นด้วย อย่างเจ้าแมงมุมสับปะรด Pineantula นั้นชอบมุดอยู่ใต้ผืนทรายจนไม่สามารถจับได้ด้วยวิธีการปกติ ทำให้เราต้องหลอกให้เจ้าปูแอปเปิ้ล Crapples มาขุดให้ โดยเราจะยิงซอสช็อกโกแลตของโปรดของมันใส่ Pineantula เพื่อล่อให้ Crapples ไปขุด พอขุดขึ้นมาแล้วมันจะยกขึ้นไปไว้เหนือหัว เดินกลับบ้านแล้วเขวี้ยงใส่รังของตน ส่งผลให้เจ้า Pineantula เกิดอาการติดสตันท์ไปชั่วขณะ และจังหวะนี้แหละคือโอกาสที่เราสามารถเข้าไปจับมันได้!โดนซะเจ้า Pineantula!อ๊าาาาา!! ร้อน!!หลังจากวางแผนไว้อย่างดีและทำได้ตามสิ่งที่วางเอาไว้จนจับแมลงแต่ละตัวได้สำเร็จมันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก (แม้บางตัวจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับเราสักเท่าไหร่) ซึ่งความสนุกมันก็อยู่ตรงนี้นี่แหละนะ! อยากจะตะโกนดังๆ ว่า 'Gotta catch 'em all!' (ซึ่ง Bugsnax ก็ไม่พลาดล้อเลียนประโยคนี้ Achievement การจับแมลงอาหารครบ 100 ชนิดว่า Got to Catch Them All)กราฟิกน่ารักสดใสคล้ายการ์ตูนเด็ก และการออกแบบได้สุดน่ารับประทานหนึ่งในจุดเด่นที่สามารถสัมผัสได้แต่แรกเห็นคือสีสันที่ช่างสดใส บ้องแบ๊ว ตากลมโต ผู้คนในเกมนี้มีลักษณะคล้ายตุ๊กตาที่ช่างน่ารักน่ากอด ส่วนแมลงอาหารแต่ละชนิดก็อยากจะคว้าจับเข้าปากเสียเหลือเกิน น่าชื่นชมมากๆ ที่ตัวเกมสามารถจับแมลงแต่ละสายพันธุ์มาผสมกับอาหาร ของหวาน ผักและผลไม้ได้อย่างลงตัว เช่น แมงมุมเฟรนฟราย ด้วงเบอร์เกอร์ แมลงปอลูกอม หนอนไอศกรีมโคน หนอนแครอท เต่าทองสตรอว์เบอร์รี่ โอย ยิ่งเห็นก็ยิ่งหิว!น่ารักน่ากินอะไรขนาดนี้นะ!เนื้อเรื่องน่าติดตามตัวเอกอย่างเราคือนักข่าวที่ได้รับจดหมายเชิญจากนักสำรวจนาม Elizabert Megafig ให้ไปเยือน Snaktooth Island เกาะแห่งแมลงอาหาร แต่กลับกลายเป็นว่าเธอหายตัวไปเสียอย่างงั้น! แถมเพื่อนของเธอที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงของเกาะอย่าง Snaxburg ก็กระจัดกระจายไปอยู่คนละที่ทั่วเกาะอีก กลายเป็นว่างานของเราคือการรวบรวมให้ทุกคนกลับมาที่เมืองนี้ (โดยการไปตามจับ Bugsnax ที่พวกเขาต้องการมาให้ เหนื่อยเราอีกเนอะ!) และในขณะเดียวกันก็หาเบาะแสเกี่ยวกับการหายตัวไปของ Lizbert ด้วยระหว่างนั้นเราก็ต้องตามหาคำตอบไปด้วยว่าเจ้า Bugsnax พวกนี้มาจากไหนและมันคืออะไรกันแน่ มันเป็นอะไรมากกว่าแค่สิ่งมีชีวิตครึ่งแมลงครึ่งอาหารงั้นหรอ? แล้วทำไมพอกิน Bugsnax เข้าไป แขนขาและอวัยวะส่วนอื่นของร่างกายถึงเปลี่ยนไปตามสิ่งที่กินด้วย! นี่มันอะไรกันเนี่ย ชักจะไม่ปกติแล้วสิ ฉะนั้นถ้าอยากทราบคำตอบของคำถามก็คงต้องตามสืบด้วยตัวเองแล้ว!NPC แต่ละตัวมีเอกลักษณ์ที่น่าจดจำ มีเนื้อเรื่องและปมในใจของตัวเองให้เราได้สำรวจในเกมนี้มี NPC ร่วม 13 คนให้ทำความรู้จัก แต่ละคนก็จะมีอุปนิสัยแตกต่างกันไปอย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่างเช่น Filbo นายกเทศมนตรีผู้แสนดีของพวกเราเป็นคนห่วงเพื่อนและไม่สู้คน ส่วน Beffica เป็นคนช่างเม้าท์ สอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน (ซึ่งเธอก็จะแย้งว่า: ฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลต่างหากย่ะ!) และอีกคนที่น่าจดจำมากคือ Wiggle แม่สาวป็อปสตาร์ผู้มีดนตรีในหัวใจ โยกย้ายส่ายสะโพกตลอดเวลาเมื่อเรารู้จักแต่ละคนมากขึ้นจะพบว่า พวกเขาล้วนแล้วมีปมในใจของตัวเอง อย่าง Wiggle กำลังหนักใจว่าตัวเองอาจจะเป็นนักร้องพวก One-hit wonder หรือปล่อยมาเพลงเดียวปังแล้วดับ และเธอเครียดว่าตัวเองจะไม่อาจออกผลงานใดที่ดีไปมากกว่านี้ได้คู่สามีภรรยา Wambus และ Triffany นั้น เมื่อย้ายมาอยู่ Snaktooth Island แห่งนี้ Triffany ชื่นชอบในโบราณคดีมากจึงไม่ได้อยู่ที่ Snaxburg ออกไปทำงานอยู่ตามแหล่งขุดและโบราณสถาน กลับกัน Wambus ก็ไม่ได้ตามเธอไปและปักหลักอยู่กับเมือง เกิดเป็นความห่างเหินในความสัมพันธ์ที่ไม่ได้คุยกันเพื่อหาทางออกตรงกลางระหว่างทั้งคู่ (ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของเราอีกนี่แหละที่ต้องทำให้ Triffany กลับมาที่เมือง)สอดแทรก LGBTQ+ แบบไม่ยัดเยียด เพราะความรักเป็นสิ่งสวยงามเอ้างง ในเกมตุ๊กตาไล่จับแมลงอาหารแบบนี้ก็มีเนื้อหาทำนองนี้ด้วยหรอ? คำตอบก็คือใช่! ไม่ต้องมองไปไหนไกลเลย แม่สาว Lizbert ที่หายตัวไปนั้น เธอหายตัวไปพร้อม Eggabell หมอประจำเมือง และจากการสืบเสาะเพิ่มเติมเราจะได้ทราบว่าพวกเขาเป็นคู่รักเลสเบี้ยนกันนั่นเองพอเราเล่นเกมไปได้ระยะหนึ่งจะได้รู้จักกับ Chandlo หนุ่มกล้ามนักออกกำลังกายอารมณ์ดีที่อยู่กับ Snorpy นักวิศวกรขี้กังวลผู้เก็บตัว แต่ในอุปนิสัยที่แตกต่างกันนี้ พวกเขากลับไม่เคยทิ้งกันไปไหนและเป็นห่วงเป็นใยอีกฝ่ายอยู่เสมอ จนทำให้เราเริ่มเดาได้ว่า เอ สองคนนี้เขามีซัมติงนะส่วน Floofy นักเวชศาสตร์ทางเดินอาหาร เหล่า NPC ในเกมใช้สรรพนาม They/Them กับ Floofy จึงทำให้เราทราบว่าพวกเขาคือเพศ Non-binary นั่นเอง แถมสีม่วงประจำตัว Floofy ก็ยังเป็นม่วงเฉดที่คล้ายสีบนธงของ Non-binary อีกทว่าพวกเขาแต่ละคนก็ไม่ถูกปฏิบัติแตกต่างไปจากเพื่อนคนอื่นๆ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเพศอะไร พวกเขาก็คือคนธรรมดาที่มีชีวิตจิตใจ ความต้องการ ความหวังและความฝันไม่ต่างอะไรกับพวกเราทุกคนLizbert และ Eggabellสรุป: กินสิ่งใดได้สิ่งนั้นสุดท้ายนี้ สำหรับเกม Bugsnax นั้นมอบประสบการณ์ในการเล่นเกมได้น่าจดจำเกมหนึ่งเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเกมเพลย์ในการจับแมลงอาหารก็ดี เนื้อเรื่องของเกมนี้ก็ดี จึงเป็นหนึ่งในเกมที่อยากชวนให้ทุกคนได้สัมผัส หากใครกำลังมองหาเกมความยาว 10-15 ชั่วโมง (ผู้เขียนใช้เวลาราวๆ 15 ชั่วโมงในการเก็บ 100%) งานภาพน่ารัก มีความสนุกและท้าทายในระดับที่ไม่ยากจนเกินไป แถมมีเนื้อเรื่องและบทสรุปที่ชวนให้อ้าปากค้าง แบบนี้ต้องลองดูแล้ว!แพลตฟอร์มเกม: Windows, macOS, PS4, PS5, Xbox One, Xbox Series X/S, Nintendo Switch (หากใครมี Playstation Plus ระดับ Extra ขึ้นไป สามารถกดเกมนี้มาเล่นได้ด้วยนะ)ได้รับรีวิวระดับ Overwhelmingly Positive บนหน้าร้านค้า Steam พร้อมติดแท็ก Psychological Horror, Adventure, Creature Collectorการรวมตัวรอบกองไฟอันแสนสงบสุข แม้ว่าทุกคนจะ.. เอ่อ.. ทุกคนปกติมาก!
05 Oct 2022
[บทความ] แนะนำเกม Omega Strikers เกมกีฬาผสมโมบ้าสายเลือดใหม่ จะทำโกลก็ดี...จะตีศัตรูให้หัวแบะก็ไม่ว่า?!
พนันได้ว่าท่านผู้อ่าน ก็คงเคยมีช่วงเวลาแห่งความสุขที่ได้เดินเข้าห้างสรรพสินค้า แล้วแวะเวียนไปแถวโซนอาร์เคดเกมที่มีให้เราเล่นหลากหลายเช่น ทุบตัวตุ่น, โยนบอลลงห่วง, คีบตุ๊กตา หรือ 'เทเบิลฮอกกี้' ที่เราจะใช้คันจับกลม ๆ ตีดิสก์แผ่นบาง ๆ เข้าโกลฝั่งตรงข้ามภายในเวลาที่กำหนด ใครได้แต้มเยอะกว่าก็ชนะไป แม้ไม่ได้รางวัลอะไรนอกจากความสะใจก็เถอะ ถึงกระนั้นเราก็คงจะไม่ได้มีโอกาสเดินเข้าห้างทุกวัน หรือจะเสียตังค์หยอดตู้เกมเหล่านี้หลาย ๆ รอบก็ไม่ใช่เรื่องเท่าไหร่ ดังนั้นหากใครอยากจะลองลิ้มรสความสนุกของเทเบิลฮอกกี้ หวนนึกถึงช่วงเวลาเล่นเกมมัน ๆ ไปประชันกับเพื่อนและคนทั่วโลกละก็ เราขอเสนอนี่เลยกับเกม Omega Strikersแต่เอ๊ะ ? แล้วมันต่างหรือพิเศษกว่าเกมเทเบิลฮอกกี้ยังไง ? สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเกม Omega Strikers เลยคือการเป็นเกมเทเบิลฮอกกี้ที่มีความเป็น ' โมบ้า ' มาผสม ซึ่งในแต่ละแมทช์จะมีผู้เล่นมากสูงสุดถึง 6 คน ( ฝั่งละ 3 คน ) ตีและใช้สกิลใส่ดิสก์ให้เข้าโกลฝั่งตรงข้าม หรือเดินตรงเข้าไปซัดหน้าศัตรูให้เลือดหมดหลอด ก่อนหยุมหัวเอาชนขอบกั้นแล้วรอเกิดใหม่ให้ได้ 5 แต้มชิงชัยชนะไปก็ได้ โดยหากเวลาหมดหรือคะแนนเท่ากัน ผู้เล่นต้องทำคะแนนให้นำหน้าเกินสองแต้มถึงจะตัดสินผลแพ้ชนะ ดังนั้นการเล่นแบบนี้จึงสามารถพลิกแพลงได้หลายแบบ บนแผนที่ที่อาจมีสิ่งกีดขวางแตกต่างกันไปด้วยหน้าที่อยู่หลัก ๆ คือ กองหน้า, ผู้รักษาประตู หรือ ยืดหยุ่นนอกจากนี้ที่พิเศษเลยคือแต่ละคนสามารถหยิบตัวละครที่มีหน้าตาน่ารักไปจนหน้าโฉด ซึ่งมีสกิลและความสามารถที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่Asher - สาวห้าวผมส้มสุดแกร่ง ที่มีความสามารถในการผลัก ตีใกล้ และใช้โล่ดันภายในพื้นที่ที่ยิงไปAtlas - ตัวละครสายซัพพอร์ตแท้ มีความสามารถตั้งโล่ หรือชุบชีวิตเพื่อนที่ลาโลกก่อนเวลาอันควรDrek’Ar - มนุษย์กิ้งก่า ที่เดี๋ยวผลุบ เดี๋ยวโผล่ หายตัวมาตีดิสก์หรือซุ่มยิงจากระยะไกลDubu - แฮมสเตอร์ตัว ( ไม่ ) น้อย มีความสามารถในการหยุดยั้งและกั้นแผงไม่ให้ดิสก์เข้าโกลได้ง่าย ๆEra - แม่มดสาวพราวเสน่ห์ ฉันจะสาปแกให้ตัวหดลง หรือจะเสกทีมให้ตัวใหญ่ขึ้น วิ่งไวเข้าใส่ศัตรูไปเลยEstelle - สไนเปอร์ยิงข้ามแมพ ว่องไว และมีความสามารถสตั้น สโลวป่วนฝั่งตรงข้ามJuliette - ตัวละครตั้งต้นสำหรับสายไม่ตีแล้วดิสก์ ตีหัวคนดีกว่า อัดอีกฝั่งให้น่วมในระยะประชิดJuno - สาวสไลม์เด้งดึ๋ง ยิงสไลม์น้อยไปตามแผนที่คอยไล่งับดิสก์และพ่นไปอีกฝั่งKai - หนุ่มหล่อสไตล์เกาหลีวิ่งวุ่น ยิงรัวขัดจังหวะเก่งตลอดทั้งเกมLuna - ถึงตัวเธอจะเล็ก แต่ระเบิดของเธอวงไม่เล็กตาม พร้อมสังหารคนเผลอ ๆ ออกสนามแบบงง ๆX - สะบัดศัตรูทีปลิวหายไปครึ่งสนามก็ทำได้ กับความสามารถเดินไล่กระทืบโดยไม่สนสตั้นหรือสโลว( ตัวละครอื่น ๆ จะมีการเพิ่มเข้ามาในอนาคต โดยตัวเกมอำนวยความสะดวกบอกวันปล่อยแต่ละตัวละครล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว )ถ้าหยิบตัวละครซ้ำกัน ก็เล่นเหมือนกัน ? คิดผิดจ้า !!ถึงแม้ตามที่กล่าวไปข้างต้นว่าตัวเกมจะมีให้เราเลือกว่าจะเล่นเป็นกองหน้า, ผู้รักษาประตู หรือสายยืดหยุ่น ก็จริง แต่ตัวเกมไม่ได้หวังจะให้เราเล่นหน้าที่เหล่านี้ด้วยตัวละครซ้ำ ๆ เดิม ๆ พวกเขาจึงมีระบบ Trainings หรือเอาเข้าใจง่าย ๆ เลยคือระบบรูนที่ผู้เล่นสามารถเลือกใส่และปรับแต่ให้เข้ากับตัวละครและความถนัดได้ตามใจอยากสูงสุดสามชิ้น เช่น เสริมดาเมจ, เสริมความอึด, เพิ่มระยะ/ความกว้างสกิล ฯลฯ ดังนั้นต่อให้ตัวละครเดียวกัน ก็อย่าได้หวังว่าผลลัพธ์ที่ได้จะเหมือนกันเสมอไป เพราะเราสามารถเอาตัวหนา ๆ ใหญ่ ๆ ไปกองหน้า และเอาตัวเล็ก ๆ ว่องไวมากันโกลก็ได้*ภาพตัวอย่างอัลติโล่ของตัวละคร Asher ที่ใส่และไม่ใส่รูนเพิ่มขนาดสกิล*จะเล่นจริงจัง หรือจะสายฮาก็เล่นได้เพลิน ๆใครที่เป็นมนุษย์สายมีมคงถูกใจเกมนี้ไม่ใช่น้อย เพราะผู้พัฒนานั้นดูจะเอาใจใส่และเพิ่มเติมแต่งความสนุกในรายละเอียดด้วยอีโมต สติกเกอร์ ที่คัดสรรนำมาจากมีมดังหลากหลายให้ได้เลือกใช้เรียกเสียงหัวเราะกันเหมือนดังอีเวนต์ล่าสุด ที่มีชื่อว่า Vs. CREATOR ที่เราสามารถเลือกสมัครเป็นลูกทีมผู้พัฒนาคนใดคนหนึ่งเพื่อรับอีโมตกวน ๆ มาใช้ได้ฟรี ๆหรือใครจะเป็นสายไต่แรงก์เล่นจริงจังก็มีโหมดให้เลือกเล่นแบบ Ranked, Unranked และ Invite Only สามารถชวนเพื่อนมาไล่บี้ดิสก์ได้ตามต้องการ ทั้งนี้ในโหมดแรงก์จะมีระบบที่เสริมเขามาอยู่หลัก ๆ เลยสี่ระบบคือระบบแบนตัวละคร - ผู้เล่นแต่ละทีมสามารถเลือกแบนตัวละครได้ตั้งแต่หน้าล็อบบี้ทีมละหนึ่งตัว ระบบสุ่มแผนที่ - ถ้าเป็นสนามเปล่า ๆ มันคงน่าเบื่อจริงไหม ? งั้นเอานี่ไป ! สิ่งกีดขวางที่บางทีสร้างหายนะให้ทีมศัตรูและคุณเองระบบกันการซ้ำตำแหน่ง - ถ้าคุณเกิดอยากฉายเดี๋ยว แต่ไปเจอพวกผู้เล่นกดทีมคู่มาบังคับให้เราเล่นผู้รักษาประตูอย่างเดียวคงไม่แฟร์ ดังนั้นผู้พัฒนาจึงกำชับและบล็อกให้ผู้เล่นแบบทีมไม่สามารถกดเล่นได้หากไม่มีตำแหน่งผู้รักษาประตูและกองหน้า แบ่งให้เท่า ๆ กันในทีมระบบของรางวัลประจำซีซัน - แหม เล่นเหนื่อย ๆ มันต้องมีของย้อมใจล่อตากันบ้าง หากผู้เล่นขยับขึ้นแรงก์ไปถึงแรงก์โกลได้แล้วในซีซันนั้น ๆ ก็สามารถรับของรางวัลสุดพิเศษ เช่น สกิน ผู้บัญชาการ Atlas ไปได้เลยทันทีเกมเล่นฟรี มีระบบแบทเทิลพาสและภาษาไทย !Omega Strikers นั้นเป็นเกมเล่นฟรีที่สามารถเข้าร่วมได้ทุกเพศทุกวัยหรือหากไม่ชินภาษาอังกฤษก็มีการตั้งค่าให้ใช้ภาษาไทยได้สะดวกสบาย แต่หากใครรู้สึกว่า " มุแง้ สกินไม่สวย มงไม่ลง ไม่มีแรงเล่น " ตัวเกมก็ได้เพิ่มระบบ Striker Pass ให้ได้จับจ่ายใช้สอยสกิน เอฟเฟค อีโมต รูน สติกเกอร์ ภาพตกแต่งโปรไฟล์ และอื่น ๆ จนนับไม่ไหวแต่ ๆ ! สำหรับผู้เล่นสายฟรีก็ใช่ว่าจะไม่ได้อะไรจากค่าความขยันหรอกนะ ! หากผู้เล่นทำการเล่นเกมเก็บสะสมแต้มพาสไปเรื่อย ๆ ก็มีสิทธิได้รับของรางวัลเช่นกัน ดังนั้นอย่าเพิ่งหมดหวังในความสวย เล่นให้เต็มที่ชิงของรางวัลมาให้หมดล่ะ !ยังไม่สมบูรณ์ แต่สนุกใช้ได้ก็ใช่ว่าตัวเกมจะมีข้อดีให้เราอวยจนหูชาไปเสียหมด เพราะปัญหาหลัก ๆ ของตัวเกม Omega Strikers นั้นอยู่ที่การเป็นเกมยังไม่เต็มตัว 100% หรือ Open Beta จึงอาจมีความไม่เสถียรในการเชื่อมต่อ ระบบ UX/UI ไม่รวบรัดขาดข้อมูลสำคัญ ๆ เช่น ประวัติการเล่น เป็นต้น หรือความน่าหงุดหงิดที่เราต้องใช้แค่ "โทรจิต" ในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมที่ไม่ได้ตั้งตี้กับเรา รวมไปถึงระบบรีพอร์ตผู้เล่นโยนเกม AFK ซึ่งเราไม่สามารถกดรายงานได้ทันที แต่จะเข้าไปในหน้าเบราว์เซอร์ให้เราเสียเวลากรอกรายละเอียด กดส่ง และรอลุ้นว่าจะมีบทลงโทษอย่างไรกับผู้เล่นคนนั้นหรือไม่เท่านั้นแต่ยังไงเสียข้อติที่กล่าวมาก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ที่แก้ไม่ได้และค้างคาจนพังทลายความสนุกไป สามารถรอผู้พัฒนาอัปเดตแก้ไขได้อยู่เรื่อย ๆดังนั้นหากใครอยากสัมผัสประสบการณ์ความมันส์กับเกม Omega Strikers นี้ละก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดเล่นฟรี ๆ บนแพลตฟอร์ม PC ผ่านร้านค้า Steam ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งข่าวดีเลยคือเกมนี้มีแผนจะพอร์ตลงให้มือถือระบบ iOS และ Android ในอนาคต เฝ้าติดตามได้เลย !
05 Oct 2022
[Review] รีวิวเกม Urbek City Builder เกมสร้างเมืองไซส์เล็ก แต่คุณภาพไม่เล็กอย่างที่คิด
Urbek City Builder เกมสร้างเมืองภาพสไตล์เหลี่ยม ๆ ดูน่ารัก ที่ลองเล่นแล้วให้ความรู้สึกเพลิดเพลินมาก ๆ ครับ ผู้เขียนซื้อมันมาแบบไม่คาดหวังอะไรเลย แบบว่าถอดสมองซื้อมาเลยครับ ฮ่า ๆ กะว่าจะเล่น ๆ สัก 2 ชั่วโมง ถ้าไม่สนุกจะกดคืนเงินอะไรแบบนี้ แต่...กลับกลายเป็นว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะสิครับ มันดันสนุกกว่าที่ผมคิดเอาไว้มาก ๆ (จิ๋วแต่แจ๋วฮะ) เกมนี้ถูกพัฒนาโดย Estudios Kremlinois จับมือกับ RockGame S.A. ลงวางจำหน่ายใน Steam เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2022 และคนที่จะมารีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันก่อนตัดสินใจซื้อนั่นก็คือ ผมเองครับ ใครเล็ง ๆ เกมนี้อยู่มาลองอ่านรีวิวกันก่อนได้ครับผมสามารถออกแบบผังเมืองได้อย่างอิสระ สิ่งปลูกสร้างเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยเกมเพลย์ - ก่อนเริ่มเกมเราสามารถเลือกระดับความยากง่าย, ความเล็กใหญ่ของแผนที่ และลักษณะภูมิประเทศที่เราต้องการจะสร้างเมืองได้ครับ Start เกมปุ๊บ จะมีเควสคอยสอนเราเล่นอยู่ตลอดเวลา และคอยป้อนภารกิจมาให้ว่าเราควรสร้างอะไรยังไง มันเป็นเกมสร้างเมืองที่แทบจะไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรกับมันมากมาย เหมือนเกมสร้างเมืองทั่ว ๆ ไปตามท้องตลาดเลย แต่อาจจะมี Puzzle เบา ๆ ในเกมที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรครับ สถาปัตยกรรมต่าง ๆ ของเมืองสามารถอัพเกรดตัวเองได้ เพียงแค่เราสร้างสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ด้านตามที่เกมรีเควส เช่น สมมติผมอยากจะสร้างวิลล่า ตัวเกมจะมีคำอธิบายว่าการจะสร้างวิลล่านั้นต้องใช้อะไรบ้าง เราต้องไปสร้างบ้านขนาด 2x2 ช่อง ที่ไกลจากตัวเมืองเดิมที่เราสร้างไว้และห้ามมีสิ่งรบกวนอะไรเลยรอบ ๆ ต้องมีสวนสาธารณะ เป็นต้น หลังจากที่เราปฏิบัติตามคำสั่งของเกมจนครบแล้ว เดี๋ยวมันก็จะอัพเกรดบ้านบริเวณนั้นเป็นวิลล่าให้เองครับสิ่งปลูกสร้าง - ตึกรามบ้านช่องของเกมนี้จะเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย และสถานที่ใกล้เคียงของมันในเกมครับ ถ้าเราสร้างท่าเรือ บ้านที่เราสร้างบริเวณนั้นก็จะกลายเป็นหมู่บ้านชาวประมงให้เราอัตโนมัติ แต่เราต้องสร้างในรัศมีของมันครับ ในเกมจะมีบอกให้เราได้ทราบด้วยว่ารัศมีท่าเรือนั้นมีวงโคจรไกลแค่ไหน บ้านต่าง ๆ ถนนหนทางจะอัพเกรดให้เราเองตามยุคสมัยและตามทรัพยากรต่าง ๆ ที่เราหามาได้ครับชาวเมือง - เกมนี้ชาวเมืองของเราค่อนข้างมีความจำเป็นกับเราอยู่มาก ๆ ครับ เพราะเมนูต่าง ๆ จะปลดล็อคได้นั้นค่า Population ต้องถึงตามที่ตัวเกมกำหนดครับ จะสร้างบ้านของชาวนาได้เราก็อาจจะจำเป็นต้องมีประชากร 5XX ตามกำหนดก่อน เมนูถึงจะปลดล็อคมาให้ ซึ่งตรงนี้มันทำให้ตัวเกมเพลย์มีความสนุกมาก ๆ เลยครับสำหรับผู้เขียนทรัพยากร - มีกระจายอยู่รอบ ๆ เมืองเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ หรือ แร่ต่าง ๆ ในส่วนนี้ก็ไม่ยากครับ ตัวเกมจะมีเควสป้อนสอนงานเราอยู่แล้ว ว่าเราต้องสร้างแคมป์ตัดไม้ก่อน พอผ่าน ๆ ไปต้องการใช้ไม้เยอะขึ้นก็จะมีการให้สร้างกระท่อม แล้วก็สร้างบ้านพักของนักตัดไม้ต่อไปตามลำดับ และเราไม่ต้องไปสั่งงานอะไรทั้งนั้น พอเราสร้างแล้วทุกอย่างจะทำให้เราอัตโนมัติอีกเช่นเคย ง่ายแต่สนุกครับระบบต่าง ๆ ในเกมกราฟิก - มีภาพ 3D Polygon แบบเหลี่ยม ๆ เป็นบล็อก ๆ ครับ สีสันสดใสและน่ารัก เราจะรับบทเป็นพระเจ้าที่มองลงมายังเมืองนี้ แล้วสร้างมันออกมาด้วยมือของเราเอง อยากจะเป็นเมืองเศรษฐีน้ำมัน หรือจะเป็นหมู่บ้านชาวประมงนั่นก็ขึ้นอยู่กับเราออกแบบเลยครับ สามารถหมุนดูได้ 360 องศา แถมยังสามารถซูมไปเดินเล่นดูในเมืองได้อีกด้วย ใช้พื้นที่ในเครื่องของเราเพียง 415.95MB และเครื่องไม่ต้องแรงมากก็สามารถเล่นเกมนี้ได้แบบสุดแสนจะชิลฮะการบังคับ - เหมือนเกมสร้างเมืองทั่ว ๆ ไปเลยครับ W,A,S,D ใช้เลื่อนทิศทาง, Q,E ใช้หมุนมุมกล้อง, ลูกกลิ้งเมาส์ใช้ซูมเข้าออก, ปุ่มคีย์ลัดต่าง ๆ มีเควสสอนการใช้งานในเกมครับUI - ใช้งานง่ายครับ ไม่รกตา ทุกอย่างถูกจัดสรรอยู่เป็นระเบียบ สร้างความสะดวกให้กับผู้เล่นอย่างเรา และสิ่งที่ผมชอบในเกมนี้ก็คือเวลาเราคลุมพื้นที่เพื่อสร้างบ้าน หรือสร้างสิ่งปลูกสร้างตัวเกมจะมีเลขบอกเราครับ ว่าเราใช้พื้นที่กี่ช่องในขณะที่เราลากเมาส์ เจ๋งฝุด ๆ สรุปเกมย่อยง่ายและเข้าใจง่ายมาก ๆ ครับ เราก็สร้างเมือง ขยายเมืองไปเรื่อย ๆ เกมนี้ไม่มีเนื้อเรื่องนะครับ แต่มันจะป้อนเควสมาให้เรา เราก็ทำตามไป เมืองก็จะเริ่มพัฒนาขึ้นทันสมัยขึ้น เราสามารถวางผังเมืองของเราเองได้ ว่าตรงไหนอยากให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย, ตรงไหนอยากให้เป็นแหล่งอุตสาหกรรม, ตรงนู้นอยากให้เป็นหย่อมเกษตรกรรม, ตรงโน้นอยากให้เป็นหมู่บ้านชาวประมง, ตรงนี้ฉันอยากให้เป็นแหล่งตัดไม้ อยากจะทำอะไรตรงไหนครีเอทได้เต็มที่เลยครับ เกมเพลย์มีแค่นี้เลย แต่บอกเลยครับว่าสนุกมาก ๆ มันก็เพลิน ๆ แบบการสร้างเมืองที่เราเคยเล่นจากเกมอื่น ๆ มาก่อน อย่างเช่น Simcity หรือ City skylines เพียงแต่ว่าความซับซ้อนในการเล่นเกมมีน้อยกว่าเท่านั้นเองครับ จริง ๆ อยากจะอธิบายเยอะกว่านี้ แต่มันมีแค่นี้จริง ๆ ครับ ฮ่า ๆราคาก็ไม่แพงเลยเปิดตัวมาถูกมาก ๆ สนนราคาอยู่ที่ 279 บาท ดูดเวลาชีวิตอย่างจริงจังขนาดนี้ ราคานี้ถือว่าคุ้มมาก ๆ ครับ ในความรู้สึกผู้เขียนแอบมองว่ามันเป็นเกมสร้างเมือง แบบแอบแฝงมาด้วย Puzzle เล็ก ๆ มันก็เลยทำให้เราเล่นมันได้เพลิน ๆ ครับ ถ้าใครชอบเกมแนวนี้ลองกดซื้อมาลองเล่นดูก่อนสักนิดสักหน่อยก็ได้ ถ้าค้นพบแล้วว่าไม่ถูกจริตกับเราเลยแม้แต่น้อย ก็ทำเรื่องขอคืนเงินไปเลย แต่อย่าให้เกิน 2 ชั่วโมงนะครับ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวจะรีฟันด์ไม่ได้ หวังว่าจะมีประโยชน์ในการช่วยเพื่อน ๆ ตัดสินใจนะครับ แต่ผมว่ามันควรมีประดับคลังจริง ๆ เพราะเป็นเกมเล็ก ๆ ที่แอบดีสั่งซื้อเกมhttps://store.steampowered.com/app/1411740/Urbek_City_Builder/
04 Oct 2022
[Review] รีวิว Psychonauts 2 กลับมาอีกครั้งกับสุดยอดเกม Platformer กู้โลกไปกับหนุ่มน้อยพลังจิต
ย้อนกลับไปในยุคปี 2000s ต้องยอมรับเลยว่าหนึ่งในแนวเกมที่ได้รับความนิยมอย่างมากก็คงจะเป็นเกมแนว Platformer ที่มีผู้พัฒนาหลากหลายค่ายต่างสร้างเกมแนวนี้ออกมามากมาย ซึ่งในปี 2005 มันก็ได้มีเกมตัวหนึ่งที่ปล่อยออกมานั่นก็คือเกมอย่าง Psychonauts ที่พัฒนาโดย Double Fine Productions และพอตัวเกมออกมามันก็ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมาก ๆ โดยหนึ่งในจุดเด่นของเกมนี้ก็คือในด้านเนื้อเรื่องของเกมที่มีการเล่าประเด็นเกี่ยวกับความคิดในจิตใจ ให้เราเข้าไปในจิตใจของตัวละครต่าง ๆ ผจญภัยกับอันตรายต่าง ๆ เพื่อที่จะเปลี่ยนความคิดของคน ๆ นั้น รวมถึงบทสนทนาที่มีตัวตลกขบขันแต่ถึงแม้เกม Psychonauts จะได้รับคำวิจารณ์ที่ดีอย่างไร แต่ตัวเกมก็ประสบปัญหาในด้านยอดขาย อาจจะเป็นเพราะการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงในตลาดนี้ ทำให้ตัวเกมสามารถขายได้เพียงแค่ 1 แสนชุดในอเมริกาเหนือเท่านั้น ทำให้บริษัทขาดทุนมากกว่า 18 ล้านเหรียญ จนทำให้ซีอีโอของบริษัทต้องประกาศลาออกทันที แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากที่ทางผู้พัฒนาได้สิทธิในการขายเกมกลับมาเป็นของตัวเอง (หลังจากที่อยู่กับทางบริษัท Majesco มาตั้งแต่ต้น) ทำให้พวกเขานั้นเอาเกมนี้ไปวางขายบนร้านค้าดิจิทัลมากขึ้น และทำให้คนค่อย ๆ รู้จักตัวเกมมากขึ้น จนเวลาผ่านไปถึงปี 2015 ทางผู้พัฒนากล่าวว่าตัวเกมนั้นมียอดขายมากกว่า 1.7 ล้านชุด และทำการประกาศเกมภาค 2 ทันที !! จนในตอนนี้ตัวเกมภาคต่อก็วางจำหน่ายออกมาอย่างเป็นทางการแล้วและเรา GameFever TH จะมารีวิวเกมนี้ให้ทุกท่านได้ชมกันว่าตัวเกม Psychonauts 2 จะยอดเยี่ยมเท่ากับภาคแรกหรือไม่ !?กราฟิก / การนำเสนอในด้านกราฟิกของเกมก็ยังนำเสนองานด้านสภาพสไตล์เดิม กับโมเดลของตัวละครที่อาจจะดูไม่เป็นธรรมชาติ หน้าตาตัวละครอาจจะมีการบิดเบี้ยวตามลายเส้นของเกมนี้ ซึ่งมองเผิน ๆ ต้องยอมรับว่ามันก็ไม่ได้น่าสนใจมากขนาดนั้น แต่ถ้าเรามองในด้านเนื้อเรื่องความตลกที่ตัวเกมนี้ใส่เข้ามา บางทีการใช้งานด้านสภาพสไตล์แบบนี้อาจจะเหมาะสมที่สุดแล้วก็เป็นได้รวมถึงในภาคนี้ตัวเกมจะมีความเป็นกึ่ง Open World ที่ถึงแม้พื้นที่ต่าง ๆ จะแบ่งเป็นฉาก ๆ แต่ถึงอย่างนั้นแต่ละพื้นที่ก็ยังมีความกว้างให้เราได้สำรวจอยู่พอสมควร ซึ่งในเกมนี้หลัก ๆ จะดำเนินเรื่องราวอยู่ในศูนย์บัญชาการ ที่จะแบ่งออกเป็นห้องต่าง ๆ มากมาย โดยเควสเนื้อเรื่องก็จะพาให้เรานั้นได้สำรวจพื้นที่เหล่านี้ทั้งหมด นอกจากนี้เรายังมีโอกาสได้สำรวจสถานที่นอกศูนย์บัญชาการของเราด้วย ซึ่งก็จะถูกแบ่งออกเป็นโซน ๆ และพื้นที่ในการสำรวจค่อนข้างกว้างให้เราได้เที่ยวเล่นได้ในระดับหนึ่ง แต่อาจจะเสียดายที่โลกของเกมนี้ไม่ได้มีชีวิตชีวามากนัก และไม่ค่อยมีอะไรให้เราปฏิสัมพันธ์นอกจากวิ่งเล่นไปทั่ว ไล่ทำเควสต่าง ๆ แค่นั้นเนื้อเรื่องสำหรับเนื้อเรื่องของ Psychonauts 2 ใครที่เคยเล่นเกมภาคแรกมาแล้วกลิ่นอายของเกมก็จะยังเหมือนกับภาคแรก ตัวเกมจะให้เรานั้นได้รับบทเป็น Razputin Aquato เด็กหนุ่มในโรงละครสัตว์ที่มีพลังพิเศษในการเข้าไปในจิตใจของคนอื่นและทำการเปลี่ยนจิตภายในสมองคน ๆ นั้นได้ โดยในภาคนี้ทางตัวเอกได้เข้ามาสู่หน่วยงาน Psychonauts อย่างเป็นทางการ องค์กรรวบรวมกลุ่มเด็กที่มีพลังจิตเพื่อกอบกู้โลก โดยเนื้อเรื่องหลักจะเกี่ยวกับการที่เรานั้นจะต้องสืบหาความจริงในการฟื้นคืนชีพกลับมาของตัวร้ายอย่าง Maligula และเราก็จะต้องหาความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ถึงแม้นี่จะเป็นพล็อตหลักของเกม แต่ถึงอย่างนั้นเนื้อเรื่องระหว่างทางจะเป็นการเล่าประเด็นเกี่ยวกับจิตใจอันสบสนของตัวละครต่าง ๆ ที่มีความลับซ่อนอยู่และเรานั้นก็จะต้องเข้าไปแก้ไขมัน โดยภายในจิตใจของแต่ละคนก็จะมีธีมต่าง ๆ ที่น่าสนใจไม่เหมือนกัน และสิ่งที่ทำให้เกมนี้สนุกมากขึ้นก็คงจะเป็นในด้านบทสนทนาที่จะสอดแทรกความตลกเข้าไปตลอด ไม่ว่าจะเป็นความคิดที่ผิดเพี๊ยนของตัวละครตามสไตล์ของเรื่อง และถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องในภาคนี้จะต่อเนื่องกันกับภาคแรก แต่เราก็อาจจะไม่จำเป็นต้องกลับไปเล่นเพราะในช่วงต้นเกมก็จะมีการเกริ่นความเป็นมาคร่าว ๆ ให้เราเข้าใจเนื้อเรื่องในระดับหนึ่ง ว่าความเป็นมาคืออะไรเกมเพลย์ในด้านของเกมเพลย์ถึงแม้ว่าตัวเกมจะขึ้นชื่อว่าเป็นแนว Platformer แต่ทางผู้พัฒนาก็ใส่ระบบความเป็นเกม Action เข้ามาด้วย โดยตัวละครเราสามารถโจมตีศัตรูสวนกลับไปได้ด้วยหมัดของเรา และหนึ่งในจุดเด่นของเกมนี้ก็คือการใช้พลังจิตของตัวละคร Razputin ที่จะมีความสามารถให้ใช้เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นพลังในการหยิบสิ่งของที่เราก็สามารถใช้มันปาไปโจมตีศัตรูได้ การใช้พลังไฟเผาศัตรูได้ พลังการโจมตีระยะไกล และพลังอื่น ๆ มากมายกว่า 10 แบบนอกจากนี้พลังต่าง ๆ เรายังสามารถอัพความสามารถให้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งพลังแต่ละชนิดก็จะมีอยู่ด้วยกัน 4 ระดับ ยิ่งอัพสูงสกิลก็จะยิ่งดีขึ้น รวมถึงในการผจญภัยเราจะต้องใช้พลังเหล่านี้ในการผ่านแต่ละจุดไปเรื่อย ๆ ซึ่งถือว่าสร้างสรรค์เป็นอย่างมากนอกจากนี้ตัวเกมยังมีระบบการ Dash หลบการโจมตีของศัตรู ซึ่งต้องบอกเลยว่าทาง AI ของเกมนี้ถูกสร้างออกมาให้ไม่ได้แย่เลย ตัวศัตรูมีหลากหลายชนิดและการโจมตีก็แตกต่างกันไป รวมถึงพวกมันยังสามารถสร้างดาเมจให้เราค่อนข้างแรงเลยทีเดียว ใครที่คิดว่าเจอศัตรูแล้วจะเดินชนดาเมจไล่ฟันไปเรื่อย ๆ คุณก็อาจจะต้องคิดใหม่ เพราะจากที่ลองเล่นเราควรจะต้องหลบการโจมตีให้ได้มากที่สุด รวมถึงจะต้องคอยสอดส่องสภาพแวดล้อมในตอนนั้นเพื่อหายามาเพิ่มเลือด รวมถึงใครที่คาดว่าตัวเกมจะเน้น Action ไล่ฟันศัตรูตลอดทั้งเกม ก็อาจจะคิดผิดเช่นกัน เพราะสุดท้ายแล้วตัวเกมก็ยังเป็นแนว Platformer ที่จะเน้นการผจญภัยแก้ไขปริศนาต่าง ๆ เป็นหลัก รวมถึงภายในเกมยังให้เรานั้นต้องใช้พลังพิเศษในการแก้ไขปริศนาต่าง ๆ ด้วย ในด้านปริศนาส่วนใหญ่จะเป็นการที่เรานั้นจะต้องใช้พลังวิเศษในการผ่านอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อถึงที่หมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้สโลว์โมชันในการหยุดให้ใบพัดที่กำลังหมุนอยู่ช้าลงเพื่อให้เราลอดผ่านไปได้ หรือจะเป็นพลังการสะกดจิตคนอื่นเพื่อให้เราได้มีโอกาสหาไอเท็มลับที่ซ่อนอยู่ตามฉากเป็นต้นในด้านของการดำเนินเรื่องราวตัวเกมจะมีให้เราเล่นทั้งเควสหลัก และเควสรอง แต่ถึงอย่างนั้นตัวเควสก็จะไม่ได้บอกพิกัดจุด Mark จูงมือเราเดินไปเหมือนเกมอื่น ๆ เพราะการรับเควสเรานั้นจะต้องอ่าน Note ของแต่ละเควสที่จะบอกว่าจุดทำเควสนั้นอยู่ตรงไหน หรือบางทีเควสก็จะพาเราไปยังนอกศูนย์บัญชาการ และก็บอกคร่าว ๆ ว่าเราควรจะต้องไปตรงไหน (อาจจะมีการวาดรูปบอกจุดน่าสังเกตุไว้ให้) แต่ที่เหลือคุณก็จะต้องไปค้นหาเอาเอง ยกตัวอย่างจะมีเควสหนึ่งที่จะให้เราเดินไปที่ป่า โดยการที่เราจะต้องเดินทะลุออกดินแดนเหมืองออกไปก่อนนั่นเอง แน่นอนว่าเราอาจจะต้องใช้ภาษาอังกฤษในการอ่านเนื้อหาด้วยส่วนสุดท้ายที่อยากจะพูดก็คงจะเป็นบอสแต่ละตัวของเกม ที่ทำออกมาได้น่าสนใจเป็นอย่างมาก รวมถึงแต่ละตัวก็จะมีธีมที่แตกต่างกัน บางตัวละครก็จะพาเราเข้าสู่เกมโชว์ทำอาหาร บางตัวละครการโจมตีปกติใช้ไม่ได้ผล เราอาจจะต้องใช้พลังในการสโลว์โมชันเสียก่อนถึงจะสามารถโจมตีได้ หรือบางตัวอาจจะต้องใช้การโจมตีระยะไกลสู้ ซึ่งเราก็อาจจะต้องใช้พลังเคลื่อนย้ายของและปาใส่ หรือใช้พลังโจมตีระยะไกลสู้เอาเป็นต้นสรุปจุดเด่นหลัก ๆ ของ Psychonauts 2 ก็ยังเป็นในด้านเนื้อเรื่องที่ถึงแม่ว่าโครงเนื้อหาหลักจะไม่ได้น่าสนใจมากนัก แต่ความสนุกคือระหว่างทางที่เราจะได้พบเจอกับเหล่าตัวละครที่เราจะต้องเข้าไปในจิตใจของพวกเขา และเปลี่ยนความคิดประหลาด ๆ เหล่านั้น รวมถึงในเรื่องของบทสนทนาที่มีความตลก (แบบมุขตลกหน้าตาย) ที่มีให้เห็นเยอะมาก หรือครรกะเพี๊ยน ๆ ของ NPC ที่มีให้เห็นและขอย้ำอีกครั้งว่าใครที่คิดว่าอยากจะมาเน้น Action ระเบิดภูเขาเผากระท่อม ตัวเกมนี้ก็อาจจะไม่ได้นำเสนอจุดนี้มากเท่ากับความเป็นเกมแนว Platformer ที่ส่วนใหญ่กว่า 60% เราก็จะต้องกระโดดข้ามแพลตฟอร์มตรงนู้นตรงนี้เพื่อไปแก้ปริศนา แต่ก็ต้องยอมรับว่าในทุกส่วนของเกมเพลย์ทั้งการต่อสู้ และปริศนาทางผู้พัฒนาค่อนข้างละเอียดละมัยพอสมควรส่วนตัวยอมรับว่าไม่ได้เป็นคนที่สันทัดเกมแนวนี้มากนัก อาจจะเป็นเพราะความจำเจที่เราจะต้องเล่นอะไรแบบเดิม ๆ ตั้งแต่ต้นยันจบ แต่เกมนี้ต่างออกไปเพราะระบบพลังพิเศษที่มีให้เลือกมากกว่า 8 แบบ ทำให้เราผจญภัยของเราไม่เบื่อเลย เพราะในแต่ละด่านตัวเกมค่อนข้างดีไซน์การผจญภัยที่จะให้เราต้องใช้พลังหลากหลายในการผ่านด้วยส่วนสิ่งที่ไม่ชอบก็อาจจะเป็นงานด้านภาพที่ผู้เขียนมองว่ามันค่อนข้างเก่าพอสมควร งานด้านภาพก็ไม่ได้สวยไปกว่าภาคก่อนมากนัก รวมถึงการที่ตัวเกมมีระบบมากมายที่เยอะมาก ทำให้การเรียนรู้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเกมค่อนข้างใช้เวลาในระดับหนึ่ง 
03 Oct 2022
[Review] รีวิวเกม Deadwater Saloon บริหารธุรกิจบันเทิงแบบคาวบอย ในดินแดนไกลปืนเที่ยง
Deadwater Saloon เราจะมารับหน้าที่เป็นคนบริหาร Saloon ให้แขกได้เข้ามานอนค้างอ้างแรม สังสรรค์ เมามายกับเหล้ายาปลาปิ้ง และเล่นการพนันอยู่ในโรงแรมยุคคาวบอย แค่คอนเซปต์เกมที่จะเอามารีวิววันนี้ค่อนข้าง 18+ มาก ๆ ครับ (มีแต่อบายมุขทั้งนั้นเลย) และมันก็ค่อนข้างน่าสนใจอยู่เหมือนกันเพราะเหมือนเล่น The sims ในโลกของอเมริกันตะวันตก เพิ่งลงวางขายใน Steam ไปเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2022 ผู้เขียนเลยหยิบยกเกมนี้ขึ้นมาเล่นเพราะความน่าสนใจของมันนี่แหละครับ งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าเกมเพลย์มันจะสนุกเหมือนภาพตัวอย่างที่ดึงดูดผู้เล่นอย่างเราได้ขนาดไหน ตามมาอ่านรีวิวกันได้เลยครับ Let's go!กว่าจะเข้าใจว่าเล่นยังไง พาให้เราได้งมอยู่พักใหญ่ ว่าสร้าง Saloon ยังไงฮะ!!!เริ่มเกม - กด Start ปุ๊บ ทุกอย่างดูดีมาก ๆ ครับ มีตัวละครให้เลือกมากมายหลากหลายคาแรกเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงผู้ชาย ใส่สถานะให้ตัวละครได้ ไม่ว่าจะเป็น ความสามารถในการเล่นการพนัน, เป็นพ่อหนุ่มกล้ามโต, ทักษะการชักจูง, ความสามารถในการทำอาหาร, ความสามารถในการทำยา, การหย่องเบา, หรือแม้แต่ค่าความยั่วยวน (เดี๋ยวนะยั่วยวนอะไรก่อน ฮ่า ๆ ๆ ๆ) เป็นต้น นี่เป็นแค่ตัวอย่างที่ยกมาให้ดูนะครับ ของจริงนี่มีให้เลือกอัพเป็น 10 และเริ่มเกมจะมีแต้ม Attribute Point (แต้มคุณลักษณะ) มาให้เรา 40 แต้ม เพื่อให้เรานำไปอัพค่าทักษะที่เราชอบเพิ่มได้ครับ เกมเพลย์ - เข้าเกมมาจะมี Toturial สอนเราแบบลวก ๆ แบบว่า "เฮ้ยฉันอ่านแล้วนะ" พอมาเล่นจริง ๆ บางอย่างต้องงมอยู่ดีครับ ฮ่า ๆ คือผู้เขียนเนี่ยหาวิธีการสร้าง Saloon อยู่นานมากครับเพราะปุ่มต่าง ๆ สร้างความงงให้กับคนเล่นอย่างเรามาก ๆ ยิ่งระบบสร้างชั้นบนชั้นล่าง ปูพื้น สร้างกำแพง แถมมาด้วยการที่ไม่มีเควสบอกอะไรเราเลยว่าเราควรทำอะไร ในช่วงแรกที่เล่นผมมึนตึบจนเกือบจะถอดใจกับมันไปเหมือนกัน แต่เล่น ๆ ไปก็จะมีก๊วนแก๊งโจรต่าง ๆ วนเวียน เข้ามาในร้านของเรา อาจจะต้องทำเควสเล็ก ๆ น้อย ๆ และต้องตอบคำถามอยู่บ้าง จะมีเป็นช้อยส์คำตอบให้เราเลือกครับเล่นไปเรื่อย ๆ เกมนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ ก็สร้างนั่นนู่นนี่ไปเรื่อย ๆ แบบ The sims เพียงแต่ธีมของเกมจะเป็นยุคอเมริกันตะวันตก ที่คาวบอยเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด เราก็แค่เป็นคนจัดการเอาเฟอร์นิเจอร์ตรงนั้นไปวางตรงนี้ สร้างชั้นบนชั้นล่าง มานั่งคิดว่าจะเอาบาร์ไว้ตรงไหนดีน้า? หรือจะเอาโรงแรมไปไว้ข้างบน? คาสิโนอยู่ชั้นไหนล่างดีไหม? แรก ๆ เริ่มสร้างในหัวผู้เขียนก็จะคิดวน ๆ อยู่ประมาณนี้ครับ และที่สำคัญเราต้องสร้างห้องครัวด้วยครับ เพราะเราต้องขายอาหารด้วย ความหรูหราหมาเห่าก็ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบอุปกรณ์ที่เรานำมาสร้าง Saloon ของเราครับ พอสร้างทุกอย่างจนพอใจแล้วก็กด Play เพื่อเปิด Saloon และให้ธุรกิจของเราดำเนินไป พอได้เงินมาแล้วเราก็อาจจะเอาไปขยายห้องใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มรายได้ หรืออัพเกรดให้ Saloon ของเรามีระดับมากขึ้นแบบนี้ก็ได้อีกเช่นกันครับ ตัวเกมจะมีค่าเรตติ้งบอกให้เราทราบว่า Saloon ของเราได้รับความนิยมในด้านไหนบ้างการขายอาหารและการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ - ช่วงแรก ๆ นั้นเรายังไม่สามารถทำเองได้ครับ ต้องทำการวิจัยและเล่นเกมไปในระดับหนึ่งก่อน ระบบถึงจะปลดล็อคมาให้เราสามารถจ้างคนมาช่วยงานในส่วนนี้ได้ เช่น พ่อควรทำอาหาร หรือเด็กเสิร์ฟ ช่วงแรก ๆ เราต้องดีลงานจากร้านค้าต่าง ๆ ในพื้นที่ให้เขานำสินค้าประเภทแอลกอฮอล์และอาหารมาส่งให้เราครับ เราสามารถติ๊กเลือกได้ว่าถ้าของเหลือน้อยจะให้ Ai นำสินค้ามารีสต๊อกให้เราอย่างสม่ำเสมอ ฉะนั้นเราไม่ต้องกังวลว่าสินค้าในคลังของเราจะหมดและไม่พอขายครับระบบต่าง ๆ ภายในเกมกราฟิก - เกมนี้มีโมเดลตัวละครหรือฉากต่าง ๆ เป็น 3D ครับ เป็นมุมมองจากด้านบนลงมา ส่วมบทบาทเป็นคาวบอยนักธุรกิจบริหารจัดการ Saloon สมัยยุคอเมริกันตะวันตก สามารถหมุนดูได้ทั้ง 360 องศา เครื่องไม่ต้องแรงก็เล่นได้ ใช้พื้นที่ในเครื่อง 3.53GB เท่านั้นเอง เกมเล็ก ๆ เล่นเพลิน ๆ ครับระบบการควบคุม - เกมนี้ก็เหมือนเกม Simulation อื่น ๆ ทั่วไปครับ W,A,S,D เลื่อนมุมกล้องซ้าย, ขวา, บน, ล่าง / Q,E หมุนมุมกล้อง / ลูกกลิ้งเมาส์ใช้เพื่อซูมเข้าซูมออก / นอกนั้นก็ใช้เมาส์จิ้ม ๆ ได้เลยUI - บอกเลยว่าสร้างความสับสนให้ผู้เขียนได้อยู่ไม่น้อยเลยครับ ถึงแม้จะมี Toturial บอกในช่วงต้นเกมว่าในส่วนไหนทำอะไรได้บ้าง แต่การออกแบบการใช้งานหน้าต่างเมนูต่าง ๆ ก็ต้องมาอาศัยความเข้าใจในเกมด้วยตัวเองอยู่ดี และเวลาสร้างถ้าเราวางเฟอร์นิเจอร์ไปแล้ว หน้าต่างการใช้งานก็จะปิดไปเลย ต้องเปิดใหม่ทุกครั้ง ซึ่งเป็นอะไรที่สร้างความรำคาญในการเล่นเกมมาก ๆ ครับ ระบบชั้นของสิ่งก่อสร้างก็งงมากกว่าจะปูพื้นได้ ก็ต้องกดอะไรเยอะแยะงงไปหมด แม้แต่ระบบผนังเวลาเราอยากติดพวกของตกแต่ง จะต้องเปิดกำแพงขึ้นมาถึงจะติดของตกแต่งได้ แต่...ถ้าเรากดของมาเพื่อจะติดมันเข้ากับกำแพงแล้ว แต่กำแพงยังล่องหนอยู่เราติดของที่กำแพงไม่ได้ไม่พอ เราไม่สามารถกดเปิดกำแพงตอนที่เรา Interact กับสิ่งของนั้นอยู่ครับ เราต้องกดคลิกขวาเพื่อ Cancle ไปก่อนเพื่อไปเปิดกำแพงขึ้นมา แล้วก็ไปกดเลือกของตกแต่งชิ้นนั้นใหม่ถึงจะสามารถติดตั้งได้ ซึ่งสร้างความยุ่งยากให้กับผู้เล่นอย่างเราอยู่พอสมควรเลยครับ ในส่วนของของตกแต่งกับการสร้างโครงสร้างต่าง ๆ อย่างการสร้างกำแพง การปูพื้น ห้องครัว หรือห้องพักก็ไม่แยกเมนูด้านนอกเอาไว้อย่างชัดเจน เวลาเข้าไปในหน้าต่างไอเทมก็ค่อนข้างสร้างความสับสนให้คนเล่นอย่างเราในช่วงแรกครับสรุปมันก็เป็นอีกเกมหนึ่งที่สร้างความเพลิดเพลินและความตื่นเต้นให้ผมแค่ในช่วงแรกเท่านั้นครับ อยากจะสร้างให้สวย ๆ ของตกแต่งในเกมก็ค่อนข้างมีน้อย และมีจำกัด มันก็จะสนุกอยู่ตรงที่ได้ตอบคำถามแบบไม่คาดคิดจาก Bandits (โจร) ต่าง ๆ ในเกมที่โผล่มาตามเนื้อเรื่องบ้าง แต่เกมค่อนข้างตันไวอยู่พอสมควรครับ พอสร้างโรงแรมจนมาถึงระดับหนึ่งแล้วก็แทบจะไม่มีอะไรให้ทำแล้วครับ ก็แค่ขายของบริหาร Saloon เพื่อรับรายรับอย่างเดียว นอกนั้นก็ไม่มีอะไรให้ทำละพวก User interface ของเกมการใช้งานบางอย่างก็ไม่สมเหตุสมผลเท่าที่ควร มันเลยทำให้การเล่นเกมมีความน่าเบื่ออยู่ครับ ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้พยายามเรียนรู้กับมันนะครับ แต่ผมรู้สึกว่ามันทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่องในการเล่น ยังสร้างไม่เสร็จเลยพอติดตั้งปุ๊บ หน้าต่างหน้าไอเทมก็ปิดไปต้องเปิดใหม่วนไปอยู่อย่างนั้น มันเลยทำให้การเล่นเกมค่อนข้างสะดุดและไม่ลื่นไหลครับ ผมเนี่ยรำคาญจนออกจากเกมแล้วต้องไปพักสักชั่วโมง แล้วค่อยกลับมาเล่นใหม่เพื่อลดความหัวร้อนในการเล่นลงบ้าง ฮ่า ๆ ถ้าถามผมว่าควรซื้อไหมผมมองว่ามันก็แล้วแต่คนชอบด้วยนะครับ ถ้าหาเกมเล่นฆ่าเวลาแก้เซ็งเกมนี้ก็สามารถช่วยเราได้แป๊บ ๆ เท่านั้น เพราะเอาจริง ๆ เลยนะเล่นไปสัก 4 ชั่วโมงก็รู้สึกว่าเกมมันจบแล้วครับ ราคา 289 บาทสำหรับผมก็มองว่าไม่คุ้มเท่าไหร่ เพราะเราต้องไปปวดประสาทกับระบบ User interface ที่สุดแสนจะน่ารำคาญ เอาเป็นว่าผู้เขียนมองว่าเล่น The Sims ดีกว่าครับ ตอนนี้แจกฟรีแล้ว ถึงแม้จะโดนค่า DLC กันจนล้มละลายก็เถอะ! หรือถ้าใครอยากเล่นจริง ๆ กำเงินไว้ไปซื้อช่วงลดราคาจะดีกว่า เกมมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นครับ แต่แค่มันไม่ค่อยคุ้มกับราคาเต็มสักเท่าไหร่แค่นั้นเองสั่งซื้อเกมhttps://store.steampowered.com/app/1696080/Deadwater_Saloon/
29 Sep 2022
[Review] รีวิวเกม The Wandering Village เกมสร้างอาณาจักรบนหลังไคจูอันแปลกใหม่
The Wandering Village เป็นเกมที่น่าสนใจมาก ๆ ตั้งแต่ตอนที่เปิดให้เล่น Demo ผู้เขียนแอบเล็ง ๆ เอาไว้นานแล้ว เป็นเกมสร้างเมืองที่มาในคอนเซปต์สุดประหลาด ที่เราจะต้องมาลงหลักปักฐานอาศัยอยู่บนหลังสัตว์โบราณ แค่เห็นรูปตัวอย่างเกมและได้ลองไปสัมผัสกับเกมเพลย์ในช่วง Demo มานั้นก็ทำให้ผู้เขียนต้องไปกดซื้อมันมาเล่นเมื่อมันลงวางขายใน Steam เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2022 ในแบบ Early Access ผู้เขียนอยากจะรีวิวและนำเสนอเกมนี้ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านมาก ๆ เพราะมันเป็นเกมที่เล่นได้เพลินและฆ่าเวลาได้ดีทีเดียวเชียวครับ รายละเอียดเป็นยังไงนั้นตามมาอ่านรีวิวกันดีกว่า มา มา มา ตามผมมาเลยเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังเนื้อเรื่องแปลกดีมีเสน่ห์ เกมเพลย์ลื่นไหล แต่ก็ไม่ได้ไร้ที่ติเกมนี้จะมีเนื้อเรื่องนิดหน่อยให้เราได้ทราบถึงความเป็นไปเป็นมา ว่าการขึ้นมาอาศัยอยู่บนหลังของสัตว์โบราณเนี่ย กลุ่มประชากรกลุ่มแรกพวกเขาเข้ามาตั้งรกรากสุดแปลกประหลาดบนนี้ได้ยังไง มันมีที่มาครับทุกคนเนื้อเรื่องว่าด้วยโลกในเกมนั้นเกิดเหตุการณ์เป็นพิษครับ มีพิษแปลกประหลาดเกิดปกคลุมทั่วทุกย่อมหญ้าจนทำให้ผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก คนที่รอดมาได้ก็ต้องเดินทางหนี หลบเลี่ยง และเสาะแสวงหาที่ตั้งมั่นเพื่ออยู่อาศัยอีกครั้ง เมื่อเดินทางมาถึงจุดหนึ่งพวกเขาก็ได้พบกับสัตว์โบราณที่ชื่อว่า "Onbu" และพวกเขาเชื่อว่าการพบกันระหว่างพวกเขาและสัตว์โบราณนั้นเป็นโชคชะตาครับ และมันก็อาจจะจริงอย่างที่พวกเขาคิดนั่นแหละครับ เพราะ Onbu นั้นทำให้พวกเขารอดจากพิษมาได้เกมเพลย์ - เกมนี้เราสามารถเลือกระดับความยากง่ายได้ 3 ระดับด้วยกัน ได้แก่ Novice, Adept และ Veteran ความยากง่ายของแต่ละระดับจะเพิ่มภัยพิบัติ และอันตรายต่าง ๆ ให้เราได้พบเจอตามระดับความยากง่ายที่เราเลือกเล่นครับ การเล่นก็ไม่ได้มีอะไรมาก เหมือนเกมสร้างเมืองเกมอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไป แต่เรามีพื้นที่ที่จำกัดมาก ๆ เพราะเราต้องสร้างทุกอย่างบนหลังของสัตว์โบราณตัวนี้ครับ ตัวเกมจะเริ่มสอนเราไปทีละอย่าง เริ่มตั้งแต่การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ บ้านพักของประชากร และสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับ Onbu ครับ ช่วงแรกจะมีเควสให้ทำและอะไรที่ผู้เขียนมองว่าเป็นส่วนที่ต้องติของเกม? ผมมองว่าเกมนี้นั้นแม้จะมีคอนเซปต์ที่ค่อนข้างแปลกและเกมเพลย์แตกต่างจากเกมอื่น ๆ ในท้องตลาด แต่ด้วยความที่มันเป็น Early Access ก็เลยทำให้ดูว่ามันไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน แค่เอาตัวรอดจากสถานการณ์ในเกมไปวัน ๆ ความหลากหลายของบางอย่างในเกมยังน้อยเกินไปมาก ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการทำอาหาร, การรักษาโรค, ชนิดของพืชที่ใช้ในการปลูก ซึ่งผู้เขียนมองว่ามันยังน้อยไปหน่อยครับResearch - เราสามารถทำการวิจัยสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ ๆ หรือพืชพรรณใหม่ ๆ ได้ในส่วนนี้ครับ บางอย่างต้องใช้แต้มในการวิจัย และบางอย่างวิจัยได้เลยโดยไม่ต้องใช้ครับ เราจะสามารถนำวิทยาการใหม่ ๆ ที่เราวิจัยมาใช้สร้างสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งอำนวยความสะดวก ในการช่วยเหลือประชากรของเรา และ Onbu ได้Scounter - อันนี้คืออีกส่วนหนึ่งของเกมนี้ที่ผมค่อนข้างชอบนะครับ เราสามารถส่งคนของเราลงไปสำรวจพื้นที่ด้านล่างได้ (ต้องมีสิ่งปลูกสร้างสำหรับองค์กร Scounter ก่อน) เมื่อเราส่งไปแล้วเราจะได้วัตถุดิบต่าง ๆ หิน ไม้ ดิน ทราย น้ำ แร่ต่าง ๆ หรือแม้แต่ประชากรเราก็สามารถส่ง Scout ไปเกณฑ์คนตามหมู่บ้านด้านล่างขึ้นมาอยู่กับเราได้ครับ และในส่วนนี้บางทีจะมีตัวเลือกการตัดสินใจขึ้นมาให้เราได้ทำด้วย จะทำให้เราได้ค่าสถานะบางอย่างเพิ่มเติมครับ การใช้งานในส่วนนี้เราต้องกดเปิดแผนที่แล้วสั่งให้ Scout ของเราไปทำงานครับระบบ Onbu - เกมเพลย์ต่าง ๆ เมื่อเราเล่นมาถึงจุดหนึ่ง ตัวเกมจะให้เรามี Interact (ปฏิสัมพันธ์) กับ Onbu มากขึ้นครับ ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารให้ Onbu ได้ทาน, การรักษาพิษให้กับ Onbu, การทำให้ Onbu เชื่อใจเรา เพื่อที่จะรับฟังคำสั่งในการเลือกทิศทางการเดินเมื่อเจอทางแยกครับ (ถ้า Onbu ไม่เชื่อใจเราเราสั่งอะไรไปพี่เขาจะไม่ทำตาม เขาจะเชื่อการตัดสินใจของตัวเองเท่านั้น) ทั้งหมดนี้เราสามารถสร้างได้เมื่อเราทำการ Research (วิจัย) สิ่งปลูกสร้างในเกมแล้วครับ เนื่องจาก Onbu นั้นมีเกจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นHP - ในส่วนนี้ถ้า Onbu เดินไปเจอกับพิษ, พายุ, หรือภัยพิบัติต่าง ๆ เลือดจะลดลงครับ เราสามารถเพิ่มเลือดให้ Onbu ได้ ซึ่งเราต้องสร้างคลินิกสำหรับรักษา Onbu ครับ หลังจากนั้นเราจะสามารถสั่งให้หมอส่งยาให้ Onbu กินได้เพื่อเพิ่มเลือดครับอัตราการติดพิษ - โลกในเกมที่เราเล่นมีพิษใช่ไหมครับ และสัตว์โบราณของเราสามารถติดพิษได้เช่นกัน ค่าพิษจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดเวลา แต่จะเพิ่มได้มากสุดเมื่อเราเดิมผ่านหมอกพิษ หรือเห็ดพิษครับ วิธีการลดพิษเราสามารถสั่งให้หมอส่งยามาให้ Onbu กินเพื่อรักษาพิษให้ Onbu ได้ครับ และเมื่อ Onbu เดินผ่านหมอกหรือบริเวณที่มีเห็ดพิษ จะทำให้พืชพรรณต่าง ๆ ของเราติดพิษไปด้วย (พอติดพิษแล้วสามารถลุกลามได้) เราต้องสร้างองค์กรสำหรับกำจัดพิษ ซึ่งจะมีคนงานคอยเดินทำลายพิษบนหลัง Onbu ให้เราแบบอัตโนมัติเลยครับ สะดวกสบายจริง ๆอัตราความหิว - Onbu นั้นเมื่อเราเล่นไปเรื่อย ๆ พี่เขาจะเริ่มหิวครับ เราจะต้องสร้างครัวสำหรับทำอาหารให้ Onbu ขึ้นมา และสร้างเครื่องส่งอาหารด้วย เพื่อส่งอาหารให้พี่ Onbu รับประทานครับ เมื่อกินเรียบร้อยแล้วค่าความหิวของ Onbu ก็จะลดลงครับอัตราความเหนื่อยล้า - ถ้าขึ้นจนเต็มแล้ว Onbu จะนอนครับ สามารถปล่อยให้นอนด้วยตัวพี่เขาเองได้ แต่ต้องระวังหน่อย ถ้าเราไม่สั่งให้นอนบางที Onbu จะไปนอนทับบริเวณที่มีพิษ หรือบริเวณที่มีภัยธรรมชาติ ซึ่งมันจะทำให้เลือด Onbu ลดรัว ๆ, สิ่งปลูกสร้างพัง, หรือแม้แต่พืชพรรณต่าง ๆ ติดพิษจนตามแก้กันไม่หวาดไม่ไหว อันนี้ต้องระวังนะครับ เมื่อนอนจนเต็มอิ่มแล้ว Onbu จะลุกเดินทางต่อด้วยตัวเอง เราไม่ต้องปลุกพี่เขาก็ได้ครับสิ่งปฏิกูล - เนื่องจาก Onbu เป็นสัตว์ใช่ไหมครับ เรียกกันบ้าน ๆ เลยว่า Onbu ของเรานั้นขี้ได้ครับ ฮ่า ๆ ซึ่งเราต้องมีสิ่งปลูกสร้างที่เราจะเอาไว้เก็บอึของ Onbu ครับ เพื่อนำมาทำเป็นปุ๋ยคอก ให้เราเอาไว้ใช้งานกับฟาร์มต่าง ๆ ของเราครับระบบต่าง ๆ ภายในเกมกราฟิก - เป็นเกมแนว Sandbox ก่อสร้างเมือง จำลองสถานการณ์ มีมุมมองจากด้านบนลงมา มีภาพการ์ตูนน่ารักมากครับ หมุนไม่ได้ 360 องศา และมีพื้นที่ในการเล่นค่อนข้างจำกัดครับ ไฟล์เกมเล็ก ๆ ใช้พื้นที่ในการติดตั้งเพียง 831.06MB เครื่องไม่ต้องแรงก็เล่นได้ครับระบบควบคุม - ใช้ปุ่มพื้นฐานต่าง ๆ เหมือนเกมสร้างเมืองอื่น ๆ ทั่วไปครับ ไม่ว่าจะเป็น W,A,S,D ไว้ใช้เลื่อนมุมกล้อง, ลูกกลิ้งเมาส์เอาไว้ซูมเข้าออก, ส่วนปุ่มการใช้งานต่าง ๆ ในตัวเกมมี Toturial สอนเราใช้งานตั้งแต่เริ่มเกมเลยครับUI - ใช้งานง่ายครับ สามารถกดสร้าง ทำลายสิ่งปลูกสร้าง ระบบสั่งการต่าง ๆ หรือแม้แต่ระบบของ Onbu ก็ใช้งานง่าย ไม่สร้างความสับสนให้คนเล่นอย่างเราแต่อย่างใดครับ มีข้อความคอยเตือนเราทางมุมซ้ายล่างก็สะดวกดีจะได้รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เราควรทำอะไร อะไรขาด อะไรเหลือ มันก็แจ้งเตือนหมดครับ ถือว่า Dev ออกแบบมาได้ดีทีเดียวในส่วนนี้สรุปเป็นเกมที่มีคอนเซปต์เกมแปลกใหม่ดีครับ เล่นได้แบบโคตรจะเพลินมาก ๆ มีภาพที่น่ารัก และผมมองว่ามันค่อนข้างเป็นเกมที่เขาถึงได้ทุกเพศทุกวัย การที่เราต้องหนีขึ้นไปอยู่บนหลังตัวอะไรก็ไม่รู้ แล้วก็สร้างเมืองไปเรื่อย ๆ พื้นที่ที่จำกัดก็ต้องคอยคำนวนการสร้าง หรือการนำทรัพยากรมาใช้ให้ดีดีด้วย ไม่งั้นทรัพยากรหมดต้องรอกันยาว ๆ เลยครับกว่าจะมีงอกออกมาใหม่ ฮ่า ๆ การวิจัยต่าง ๆ ก็ต้องเลือกดูให้ดีดีเพราะบางอย่างใช้แต้ม บางอย่างไม่ต้องใช้ถ้าเลือกผิดก็อาจจะทำให้เราเสียเวลาอยู่เหมือนกันครับ แต่ถามว่าคุ้มค่ากับราคา 287.10 บาท ที่ลดอยู่ 10% ใน Steam ตอนนี้ไหมก็ขอบอกเลยว่าคุ้มค่ามาก ๆ ครับแต่...ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมเล่ามานั้นมันจะสนุกอยู่ประมาณ 3-6 ชั่วโมงแรก ๆ เท่านั้นแหละครับ เกมเขาสนุกนะครับ แต่ดูไร้จุดมุ่งหมายเล่นไปเรื่อย ๆ พอนาน ๆ เข้ามันก็เริ่มรู้สึกจำเจ ผมมองว่ามันไม่เหมาะกับการเล่นระยะยาวสักเท่าไหร่ ระบบต่าง ๆ ยังดูน้อยไปหน่อย ไม่ว่าจะเป็นระบบทำอาหาร ระบบทำฟาร์ม การหาแร่ต่าง ๆ อาจจะเพราะมันยังอยู่ในช่วง Early Access ในอนาคต Dev อาจจะค่อย ๆ เพิ่มระบบต่าง ๆ เข้ามาก็เป็นได้ครับ ถ้าไม่ทำอะไรมันก็คงเป็นแค่เกมที่คนส่วนใหญ่เล่นตาม Streamer คนดังอย่าง ตาเอก Heartrocker เท่านั้นเลยครับ เกมคอนเซปต์ดีแต่เล่นไปเรื่อย ๆ แล้วไม่มีอะไรน่าค้นหาเลยเพราะตันไวมาก แก๊งร้อนใน+แก๊งนกอ้วนก็จะมาเล่นแป๊บ ๆ แล้วก็เลิกเล่นไปครับ ผมก็ขอให้ Dev มองเห็นในส่วนนี้แล้วพัฒนาเกมให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ถ้าในอนาคตมันมีอะไรที่ดีกว่านี้ผมสัญญาเลยว่าผมคนหนึ่งแหละที่จะกลับมาเล่นมันใหม่ แต่ตอนนี้ผมขอตัวลาไปก่อน เพราะว่าผมอิ่มกับมันมาก ๆ แล้วครับสั่งซื้อ https://store.steampowered.com/app/1121640/The_Wandering_Village/
27 Sep 2022
[Review] รีวิวเกม The DioField Chronicle เกม JRPG แนววางแผนที่เหมือนจะดูดี...แต่กลับไม่มีอะไรเลย
ปี 2022 ถือเป็นปีที่ไม่ดีนักสำหรับค่ายพัฒนาเกมรุ่นใหญ่จากแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง Square Enix จากเสียงตอบรับที่ไม่ค่อยดีนักเกี่ยวกับเกมหลาย ๆ เกมของค่ายที่วางจำหน่ายไปในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นเกม Babylon's Fall, Chocobo GP, หรือ Outriders ที่ล้วนทำยอดผู้เล่นได้น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก ไปจนถึงเกมอย่าง Strangers of Paradise: Final Fantasy Origins หรือ Triangle Strategy ที่แม้จะได้รับคะแนนรีวิวค่อนข้างดีจากนักวิจารณ์ แต่ก็ไม่เป็นที่จดจำนักสำหรับผู้เล่น ในขณะที่เกมเรือธงใหญ่ ๆ อย่าง Final Fantasy XVI, Forspoken, หรือ Final Fantasy VII: Rebirth ต่างก็ถูกเลื่อนออกไปวางจำหน่ายในปี 2023 เป็นต้นไปทั้งสิ้นสำหรับเกมล่าสุดที่ค่ายวางจำหน่ายออกมาในปีนี้ ก็คือเกม The DioField Chronicle เกม JRPG สไตล์วางแผนการรบซีรีส์ใหม่ ที่ให้ผู้เล่นควบคุมตัวละครในมุมมองเหนือหัวคล้ายเกมวางแผนแบบเทิร์นเบส (Turn-based Strategy) แต่เปลี่ยนมาเป็นการควบคุมแบบ Real-time ตามเวลาจริงแทน โดยหลังจากที่ใช้เวลาไปกับเกมมากกว่า 30 ชั่วโมง สามารถสรุปได้ว่า The DioField Chronicle ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่น่าผิดหวังอย่างมากจาก Square Enix ในปีนี้ น่าผิดหวังในระดับที่สงสัยว่า "หรือว่าเขาตั้งใจจะให้มันออกมาแย่ขนาดนี้?!"(รีวิวเกมบน PC/Steam)30 ชั่วโมงที่เหมือนถูกหลอกเข้าห้องเรียนประวัติศาสตร์ตลอดระยะเวลาราว ๆ 20-30 ชั่วโมงของการเล่นเนื้อเรื่องในเกม The DioField Chronicle จะติดตามเรื่องราวของกลุ่มทหารรับจ้าง The Blue Foxes และเหล่าตัวละครหลักทั้ง 4 ซึ่งเป็นผู้นำของกลุ่ม ประกอบไปด้วยมือสังหารหนุ่ม Andrias Rhondarson / อัศวินหัวโบราณ Fredret Lester / จอมเวทย์สาวจากตระกูลขุนนาง Waltaquin Redditch / และอดีตขุนนางผู้ทิ้งลาภยศเพื่อต่อสู้แทนผู้ยากไร้ Iscarion Colchester ท่ามกลางสงครามอันร้อนระอุระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน Schoevian Empire และ Rowetale Alliance ที่คืบคลานเข้าสู่อาณาจักร Alletain ของพวกเขาปัญหาใหญ่ประการแรกของเกมก็คือวิธีการเล่าเรื่อง ซึ่งทำผ่านหน้าต่างสนทนาสไตล์ Visual Novel เป็นหลัก และมีฉากคัตซีนที่ใช้โมเดล 3D ขั้นบ้างนาน ๆ ทีตลอดเนื้อเรื่อง โดย The DioField Chronicle มักเลือกที่จะเล่าเรื่องราวใน "ภาพกว้าง" ของอาณาจักร Alletain เกี่ยวกับการหักเหลี่ยมชิงอำนาจกันเองของขุนนางต่าง ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเหล่าตัวละครหลักโดยตรง แทนที่จะใช้เวลาไปกับตัวละครเหล่านี้มากกว่า ส่งผลให้ตัวละครต่าง ๆ ขาด "ความเป็นมนุษย์" หรือเสน่ห์ใด ๆ ที่ชวนติดตามไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งก็ส่งผลให้เหตุการณ์ทั้งหมดในเกมไม่น่าติดตามไปด้วย เพราะผู้เล่นไม่ได้รู้สึกผูกพันธ์กับชะตากรรมของตัวละครหรือโลกของเกมเลยหากจะให้อธิบายง่าย ๆ ผู้เขียนอาจเปรียบการติดตามเนื้อเรื่องใน The DioField Chronicle เหมือนกับการนั่งฟังอาจารย์บรรยายในคาบเรียนประวัติศาสตร์ก็ได้ คือเราในฐานะผู้ฟัง/ผู้เล่นอาจจะปะติดปะต่อเรื่องราวจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งได้ รู้ว่ามีบุคคลสำคัญคนไหนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บ้าง พอให้เอาไปสอบได้ แต่กลับไม่ได้ลงลึกไปถึงแรงบันดาลใจหรือตัวตนของตัวละครเบื้องหลังเรื่องราวเหล่านั้นเนื้อเรื่องของ The DioField Chronicle อาจจัดว่าเป็นเนื้อเรื่องแนวจักร ๆ วงศ์ ๆ ใกล้เคียงกับเกมอย่างซีรีส์ Fire Emblem หรือในซีรีส์ทีวีชื่อดังอย่าง Game of Thrones ก็ได้ แต่สิ่งที่ทำให้สื่อบันเทิงเหล่านี้กลายเป็นทีนิยมขึ้นมาจริง ๆ คือตัวตน อุปนิสัย หรือเรื่องราวเบื้องหลังตัวละครแต่ละตัว ทำให้เหตุการณ์ชิงไหวชิงพริบทางการเมืองต่าง ๆ น่าติดตามมากขึ้น เพราะเราสนใจอยากจะรู้ผลกระทบที่จะมาถึงตัวละครที่เรารัก (หรือเกลียด) เมื่อขาดองค์ประกอบนี้ไป จึงทำให้เนื้อเรื่องของ The DioField Chronicle รู้สึกจืดชืด ไม่มีอารมณ์หรือความรู้สึกร่วม เช่นเดียวกับการอ่านตำราประวัติศาสตร์อย่างที่กล่าวไปยังไม่นับองค์ประกอบอื่น ๆ ที่ซ้ำเติมปัญหาเหล่านี้เข้าไปอีก เช่นการที่เกมใช้รูปเดียวกันสำหรับตัวละครขุนนางแทบทุกตัว (บางตัวไม่ใช่ขุนนางยังใช้รูปประกอบเดียวกัน) หรือชื่อของตัวละครที่อ่าน/จำยากเหมือนตั้งใจแกล้งกัน ซึ่งล่วนทำให้ความพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวของเกมน่าปวดหัวมากกว่าเดิมเอาเข้าจริง ต้องยอมรับก่อนว่าเนื้อเรื่องอิงการเมืองของ The DioField Chronicle ยังพอมีวัตถุดิบที่อาจนำไปสู่เนื้อเรื่องเกมที่น่าสนใจได้ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างชนชั้นศักดินาและสามัญชน หรือการเปลี่ยนผ่านจากระบอบขุนนางไปสู่ประชาธิปไตย แต่เกมกลับเลือกวิธรนำเสนอได้อย่างน่าเบื่อที่สุด จนผู้เขียนเล่นไปก็อดถามตัวเองไปด้วยไม่ได้ว่า "ผู้พัฒนาเขาได้ลองเล่นเกมของตัวเองก่อนวางจำหน่ายไหมหว่า?"เกมเพลย์แนววางแผนสุดตื้นที่เล่นให้เพลินได้ แต่หน่ายเร็วโครงสร้างของ The DioField Chronicle จะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก ๆ คือส่วนของการสำรวจฐาน และส่วนของการต่อสู่บนสนามรบนั่นเองในระหว่างภารกิจการต่อสู้ ผู้เล่นจะสามารถควบคุมตัวละคร Andrias เพื่อสำรวจฐานทัพของกองกำลัง Blue Foxes ได้ โดยภายในฐานทัพจะเป็นส่วนที่เราจัดการกับระบบ RPG ต่าง ๆ เช่นร้านค้าสำหรับซื้ออาวุธ/เครื่องประดับ/ไอเทม หรือ NPC สำหรับพัฒนาสกิลของตัวละครเป็นต้น นอกจากนี้ เรายังสามารถรับภารกิจเสริมจากตัวละครภายในฐานทัพ รวมถึงกลับไปเล่นภารกิจเนื้อเรื่อง/ภาริกจเสริมที่เล่นไปแล้วได้ตลอดเวลาอีกด้วยเมื่อเข้าสู่การต่อสู่ ผู้เล่นจะสามารถเลือกตัวละครเข้าร่วมต่อสู้ได้ทั้งหมด  4 คน ซึ่งเราต้องควบคุมทั้ง 4 คนตามเวลาจริง (real-time) เพื่อเคลื่อนที่ไปมาหรือโจมตีศัตรู โดยผู้เล่นสามารถเข้าสู่ Command Mode เพื่อหยุดเวลาเอาไว้ชั่วขณะระหว่างออกคำสั่งหรือเลือกใช้สกิลประจำตัวละครได้ นอกจากนี้ ตัวละครทั้ง 4 ยังสามารถพาตัวละครสนับสนุนไปได้อีกคนละ 1 ตัวเพื่อใช้สกิลของพวกเขาระหว่างภารกิจได้ ซึ่งเราสามารถสลับเข้ามาแทนตัวละครหลักได้ด้วยตามสถานการณ์การต่อสู้ของ The DioField Chronicle ยังคงมีรสชาติของความเป็น RPG อยู่ จากการที่เกมเน้นให้ผู้เล่นต้องกดใช้สกิลของตัวละครอยู่เรื่อย ๆ เพื่อสร้างความเสียหาย โดยศัตรูในเกมมักจะมีการโจมตีพิเศษที่ใช้เวลาร่ายนานให้ผู้เล่นต้องขัดจังหวะด้วยสถานะผิดปกติต่าง ๆ จากสกิล เช่นการ Stun (สตัน) หรือ Freeze (แช่แข็ง) หรือเพื่อให้แทงค์ดึงความสนใจศัตรูด้วยการ Provoke เป็นต้น แต่ศัตรูระดับบอสในเกมจะมีเงื่อนไขพิเศษที่ทำให้ไม่โดนสถานะผิดปกติซ้ำกันสองครั้งในระยะเวลาที่กำหนด เป็นการส่งเสริมให้ผู้เล่นใช้สกิลที่สามารถขัดจังหวะการร่ายได้หลากหลายมากขึ้น ในช่วงประมาณ 10 ชั่วโมงแรกของการเล่นเกม ต้องยอมรับว่าผู้เขียนยังค่อนข้างสนุกกับเกมเพลย์ของ The DioField Chronicle อยู่ไม่น้อย โดยเกมเพลย์แบบ RTS ขนาดย่อมของเกมทำให้ต้องใช้เทคนิคการเล่นแบบ MMORPG ที่เอาแทงค์เข้าชนเพื่อดึงความสนใจ ก่อนที่จะนำตัวดาเมจเข้าโจมตีจากด้านหลังศัตรู ส่วนหนักเวทย์และนักธนูก็โจมตีศัตรูจากแนวหลังแทงค์อีกที ซึ่งเกมก็ยังพอมีความท้าทายให้เราต้องใส่ใจตำแหน่งของตัวละครและศัตรูตลอดเวลาจริง ๆ เพื่อไม่ให้โดนตีโอบจากด้านหลัง ในขณะที่ระบบการพัฒนาตัวละคร และระบบสกิลที่ผูกกับอาวุธ ต่างดูเหมือนจะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถพัฒนาตัวละครได้อย่างหลากหลาย ตอบโจทย์คอเกม JRPG อย่างผู้เขียนพอดีแต่เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ ก็พบว่า The DioField Chronicle แทบไม่มีลูกเล่นอะไรใหม่ ๆ มาท้าทายผู้เล่นเลย โดยสิ่งที่เห็นในช่วง 10 ชั่วโมงแรกของเกม ไม่ว่าจะเป็นชนิดของศัตรู สกิลตัวละคร หรือระบบเกมเพลย์ แทบจะไม่ได้เปลี่ยนหรือพัฒนาไปเลยจนจบเนื้อเรื่อง เกมยังคงให้ผู้เล่นต่อสู้กับศัตรูหน้าตาเดิม ๆ ที่มาพร้อมกับความสามารถเดิม ๆ ซึ่งสามารถใช้แผนการเดิม ๆ ที่ใช้มาตลอดตั้งแต่ต้นเกมในการรับมือได้ ในส่วนสกิลอาวุธ อาวุธแต่ละชนิดจะมีสกิลให้ใช้ได้ชนิดละ 4-5 สกิลเท่านั้น ซึ่งจะถูกกำหนดโดยอาวุธที่เราใช้ (เช่นอาวุธดาบ A อาจใช้สกิล 1-2-3 ในขณะที่อาวุธดาบ B ใช้สกิล 1-2-4 เป็นต้น) แต่ด้วยปริมาณอาวุธและสกิลที่มีให้เลือกไม่เยอะ รวมไปถึงระบบการอัปเกรดสกิลที่ใช้เงินในเกมเยอะมาก ทำให้สุดท้ายแล้วผู้เขียนเลือกจะใช้สกิลที่ถนัดอยู่เพียง 1-2 สกิลต่อตัวละครตลอดทั้งเกม เนื่องจากไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยน เพราะสกิลที่ได้มาหลัง ๆ ก็ไม่ได้ดีกว่าสกิลต้นเกม และไม่มีความต้องการจะฟาร์มเงินด้วยการเล่นด่านเก่า ๆ ซ้ำไปมากราฟิก Unreal Engine 4 แบบขอไปทีทางด้านกราฟิก แม้ว่า The DioField Chronicle จะมีกราฟิกที่รายละเอียดคมชัดดี จากการพัฒนาด้วย Unreal Engine 4 แต่การออกแบบตัวละครและฉากในเกมกลับขาดเอกลักษณ์ไปอย่างมาก แม้กระทั่งในโมเดลของเหล่าตัวละครในกลุ่มของผู้เล่น ที่โมเดล 3D ดูมีรายละเอียดและสไตล์การออกแบบด้อยกว่าในภาพวาด 2D อย่างชัดเจน แถมอนิเมชั่นของตัวละครก็มีอยู่เพียงน้อยนิด และแทบไม่สื่อถึงบุคลิกหรืออุปนิสัยของตัวละครแต่ละตัวเลยแม้แต่น้อยเช่นเดียวกับการออกแบบตัวละคร การออกแบบอนิเมชั่นของสกิลในระหว่างต่อสู้ก็ค่อนข้างน่าเบื่อเหมือนกัน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่ามีสกิลให้ใช้น้อย และสกิลทุกสกิลถูกออกแบบมาให้ใช้ได้ตลอดเกม จึงทำให้ต้องดูอนิเมชันเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายครั้งจนเบื่อก็เป็นได้ ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าเนื้อเรื่องของเกมจะให้ผู้เล่นต่อสู้กับกองกำลังหลากหลายประเภท ตั้งแต่กองโจร ชาวบ้านธรรมดา ไปจนถึงกองทัพของประเทศเพื่อนบ้านที่ควรมีเทคโนโลยีต่างกับฝั่งผู้เล่น แต่ทั้งหมดกลับใช้โมเดลตัวละครซ้ำกันไปมา โดยแทบไม่มีอะไรที่บ่งชี้เลยว่าเรากำลังสู้อยู่กับฝ่ายไหนกันแน่ ซึ่งการใส่โมเดลตัวละครเพื่อแยกแยะฝ่ายของศัตรูตามเนื้อเรื่อง ดูจะเป็นองค์ประกอบง่าย ๆ ที่ทำให้เกมรู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้นบ้าง การที่ผู้พัฒนาเลือกใช้โมเดลซ้ำกันหมดเช่นนี้สำหรับเกมที่ขายเต็มราคาเกือบ 2,000 บาทจึงรู้สึกมักง่ายอยู่พอสมควรสรุป: รอลดราคาเหลือเท่าเกมอินดี้ค่อยซื้อ!หากจะต้องสรุปความเห็นของผู้เขียนต่อ The DioField Chronicle คำแรก ๆ ที่เข้ามาในหัวคงหนีไม่พ้น "ขี้เกียจ" หรือ "มักง่าย" จากเนื้อเรื่องที่เหมือนแต่งขึ้นมาลวก ๆ ระบบการเล่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนคิดมาเพียงผิวเผินเท่านั้น รวมไปถึงองค์ประกอบด้านการนำเสนอที่ดูไร้จิตวิญญาณ ไร้เอกลักษณ์ ราวกับเป็นผลงานของคนที่เพิ่งหัดใช้ Unreal Engine 4 มากกว่าค่ายผู้พัฒนาเกมระดับยักษ์ใหญ่ที่หลายคนให้การยอมรับ ซึ่งแน่นอนว่าไม่คุ้มค่ากับราคาเกมระดับ AAA แน่นอนคำอธิบายเดียวที่พอจะนึกออกว่าเหตุใด Square Enix จึงปล่อยเกมออกมาในสภาพนี้ อาจเป็นเพราะค่ายกำลังพยายามประเมินดูว่าเกมแบบใดที่ตลาดจะสนใจ ด้วยการปล่อยเกมทุนสร้างต่ำหลากหลายแนว ตั้งแต่ The DioField Chronicle, Various Daylife, Harvestella, Chocobo GP, Triangle Strategy, etc. และดูว่าเกมไหนได้รับการสนับสนุนบ้าง แต่ที่ค่ายอาจจะลืมไปคือก่อนจะประเมินได้ อย่างน้อย ๆ ก็ควรจะทำเกมให้น่าสนับสนุนตั้งแต่แรกอ่าเนอะ...
26 Sep 2022
[Review] รีวิวเกม Metal: Hellsinger กิจกรรมเข้าจังหวะด้วยการยิงถล่มนรกเคล้าเสียงเพลงเฮฟวี่เมทัล
หากคุณชื่นชอบเกมยิงเข้าจังหวะเพลงร็อคสุดมันอย่าง BPM: Bullet Per Minute ที่เคยออกมาในปี 2020 เกมนี้จะทำให้อะดรีนาลีนคุณสูบฉีดยิ่งกว่า กับเกมยิงเข้าจังหวะเพลงเฮฟวี่เมทัลสุดเดือดตลอดทั้งเกม มันจะสนุกแค่ไหนก็ลองมาดูกันในรีวิว Metal: Hellsingerเรื่องราวของเทพสวรรค์สาวไร้ชื่อที่ตัวเกมเรียกเธอว่า The Unknown ที่ดำดิ่งลงสู่นรกเพื่อชำระแค้นแด่เหล่าปีศาจร้าย แต่เธอกลับถูกนรกขโมย "เสียง" ของเธอไป และเธอต้องการได้มันคืน ผู้ปกครองนรกอย่าง The Judge เกรงว่าเธอจะอันตรายเกินไป จึงกักขังเธอไว้ในดินแดนลึกลับ แต่ปฏิบัติการถล่มนรกเพื่อชิงเสียงของเธอคืนจากนรกจึงเปิดฉากขึ้น คลอไปด้วยดนตรีเฮฟวี่เมทัลสุดเดือด โดยมีเป้าหมาย The Judge ผู้ปกครองนรกใต้พิภพแห่งนี้เรื่องราวอันแสนเรียบง่าย ไร้ซึ่งที่มาที่ไป ไร้ซึ่งเหตุและผลใด ๆ สร้างเนื้อหาขึ้นมา ปูไปสู่การบู๊แบบงง ๆ เล่าต้นเหตุปลายเหตุที่ทำให้เราต้องบู๊ และระหว่างฉากก็จะมีการอธิบายว่า ตัว The Unknown กำลังจะก้าวไปเจอกับอะไร กับเกม Rhythm FPS ที่ชูจุดเด่นเป็นการยิงแหลกผสมจังหวะเพลงหนัก ๆ แบบนี้ คุณก็อาจจะโยนความสนใจในเนื้อเรื่องทิ้งไปตั้งแต่ได้ยินซาวด์แทร็คของเกมในครั้งแรกที่เข้าเกมเลยก็ได้ด้วยเรื่องราวที่เล่าแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกครั้งที่เข้าสู่ฉากใหม่ ทำให้ผู้เล่นที่อยากจะเสพเนื้อเรื่องจริง ๆ ยังต้องแบ่งจิตสมาธิมานั่งลำดับเหตุการณ์ ใครที่เป็นแฟนเกมอยู่แล้ว อาจจะชื่นชอบกับเสียงบรรยายเนื้อเรื่อง เพราะไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก Troy Baker นักพากย์เสียงที่โด่งดังมากในวงการวิดีโอเกม แต่สำหรับคนที่ไม่ได้สนใจหรือไม่รู้จัก Troy Baker ก็อาจจะไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว ถือว่าเป็นเกมที่ใส่เนื้อเรื่องพอเข้ามาให้มีเหตุการณ์นำพาไปสู่การบู๊ เรียกได้ว่าทำให้มันสมเหตุสมผลจะดีกว่าอัดแน่นไปด้วยซาวด์แทร็กสุดเดือดโชคดีที่คุณไม่จำเป็นจะต้องเป็นแฟนเพลง Heavy Metal มาก่อน ก็สามารถเล่นเกมนี้ได้ เพราะแต่ละเพลงในเกมนี้จะเป็นเพลงแบบ Original Metal Song หรือเป็นเพลงที่แต่งขึ้นใหม่ทั้งหมด ใครที่เป็นแฟนเพลงเฮฟวี่เมทัลรับรองว่าแต่ละเพลงนั้น เด็ดมากพอจะพาให้คุณโยกหัวได้อย่างเมามันตลอดทั้งเกม และได้ศิลปินสายเมทัลมาร่วมทำเพลง ไม่ว่าจะเป็ฯ Matt Heafy, Serj และอื่น ๆ อีกมากมาย ในขณะที่คอนเทนต์ของเกมนั้นเป็นฉากใหญ่ ๆ จำนวน 7 ฉาก ในแต่ละฉาก สิ่งที่พอจะเป็นคอนเทนต์ให้คนที่ชื่นชอบความท้าทายได้สนุกกับตัวเกมบ้างก็คือเรื่องของ Leaderboard หรือกระดานคะแนนของเรา ที่จะถูกนำไปเทียบกับผู้เล่นอื่นทั่วโลกในตอนท้าย นอกนั้นระบบออนไลน์ของเกมก็ไม่ได้มีอะไรมากนัก ทำให้โดยรวมแล้วเกมนี้ถูกออกแบบมาเป็นเกมเนื้อเรื่องแบบเส้นตรงมากกว่า ใครที่ชื่นชอบเพลงเฮฟวี่เมทัลแบบเดือด ๆ ก็อาจจะได้ฟังเพลงมัน ๆ เป็นของแถม แต่เราขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ก่อนคิดจะเล่นเกมนี้ มันไม่ใช่เกมง่ายสักเท่าไรนัก ด้วยความที่เป็นเกมยิงแบบเข้าจังหวะ แมตัวอย่างและเกมเพลย์จะเหมือนกับการเล่นเกมอย่าง Doom แต่ตอนเล่นจริง คุณอาจจะเผลอโฟกัสจนเกร็ง และเหนื่อยอย่างมากในการเล่นเกมนี้ ไม่แน่ใจว่า มันส์ หรือหัวร้อน !หากใครไม่เคยเล่นเกมแนว Rhythm FPS มาก่อนนั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนเลยว่า นี่ไม่ใช่เกมเดินหน้ายิงแหลกเอามันทั่วไป แต่เป็นเกมที่คุณจะต้องคลิกยิงให้เข้ากับจังหวะดนตรีในเกม และไม่ใช่แค่การคลิกยิงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการกระโดด การแดช การพุ่งตัว การ Finish Move ทุกอย่างล้วนอิงจากจังหวะดนตรีที่อยู่ภายในเกมทั้งสิ้น เราถึงได้บอกคุณแต่แรกว่า หากเป็นคนที่ไม่ได้ชอบเพลงแนวเฮฟวี่เมทัลเลย อาจจะไม่เหมาะกับเกมนี้ก็ได้นอกจากด่านที่ต่างกันจะทำให้ดนตรีและบีท (BPM) ต่างกันแล้ว อาวุธแต่ละชนิดจะมีอนิเมชั่นการใช้งานที่ไม่เหมือนกันอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่นปืนลูกซอง ที่ยิงแล้วต้องเว้น 1 จังหวะ ถึงยิงใหม่ได้ ส่วนการรีโหลดก็อาจจะต้องใช้ 2 จังหวะ หรือปืนคู่ ที่ยิงได้ต่อเนื่องกว่า แต่ก็ต้องมีความแม่นยำในการกดตามจังหวะที่มากกว่าด้วย อาวุธใหม่ ๆ ในเกมนี้จะปลดล็อคก็ต่อเมื่อเราเล่นไปยังด่านใหม่ ๆ และทุกครั้งที่ได้อาวุธใหม่ เราจึงแนะนำให้ยืนอยู่เฉย ๆ กดตามจังหวะดนตรี เพื่อให้รู้ก่อนว่าอาวุธแต่ละชนิดมีรูปแบบการโจมตีอย่างไร สำหรับจุดประสงค์ในเกมนี้ ก็แล้วแต่ผู้เล่นเลยว่า จะเล่นเอาผ่าน หรือเล่นเอาอันดับ แข่งขันกับคนอื่น ถ้าคุณคิดจะเล่นเอาอันดับแข่งขันกับคนอื่น ก็อาจจะต้องใช้เวลากันมากหน่อย เพราะเชื่อว่าร้อยทั้งร้อย ในการเล่นครั้งแรก หรือแค่ด่านแรกก็งงจนปวดหัว ตาลายกันไปหมด กับการยิงคร่อมจังหวะ แต่ถ้าคุณคิดจะเล่นแค่ให้มันจบเกม ก็ไม่ต้องไปซีเรียสอะไรมากการได้มาซึ่งคะแนนนั้น ก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงกดยิงแบบถูกจังหวะหรือ Perfect ผสมผสานไปกับการสังหารศัตรูได้อย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญเลยคือ ห้ามโดนศัตรูโจมตี เราต้องอธิบายให้เข้าใจกันก่อนว่า เกมนี้มีคะแนนตัวคูณอยู๋ 2 อย่าง อย่าง คือ Rhythm Streak ซึ่งจะได้จากการกดยิงให้ถูกจังหวะ ไม่ว่าจะ Bad Good Perfect ได้หมด แต่ที่สำคัญกว่าคือ Hit Streak - เจ้า Hit Streak นี้ จะได้มาก็ต่อเมื่อผู้เล่นยิงกำจัดศัตรูได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่โดนโจมตีเลย ยิ่งทำได้มากเท่าไร ตัวคูณคะแนนก็ยิ่งสูงเท่านั้นซึ่งความยากมันอยู่ตรงนี้ ภายในเกมนี้ผู้เล่นจะต้องเจอทั้งการโจมตีจากศัตรู การรักษาการโจมตีให้ถูกจังหวะ (หรือ Perfect) หลบหลีกศัตรู และต้องระวังตกเหว หรือตกฉากด้วย บอกได้เลยว่า เกมนี้จะงัดเอาทุกสกิลที่จะทำให้คุณต้อง Multitasking หรือทำอะไรหลายอย่างมาใช้ ใครที่ไหวก็ไหว และจะสนุกไปกับเกมมาก แต่ถ้าใครที่สมอง Process อะไรหลาย ๆ อย่างไม่ค่อยทัน รับรองว่าไม่นานก็หัวร้อน หรือเบื่อไปซะก่อน เพราะมันจะไม่สนุกเอาซะเลยข้อเสียอีกอย่างสำหรับผู้เขียนโดยเฉพาะ คือเกมนี้ บางเพลง บาง Track ที่นำมาใช้ในการประกอบเกม และใช้ในการยิงเข้าจังหวะ มันดูไม่ค่อยเข้ากับอาวุธใด ๆ เลยแม้แต่น้อย ทำให้การเล่น ยากขึ้นโดยไม่จำเป็น ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมบางเพลงถึงออกมาฟังยาก แถมทำให้จับจังหวะตามได้ยากขนาดนี้ ยิ่งเป็นการสู้กับบอสไฟท์ที่บางทีก็ฬส่ความเป็น Bullet Hell สาดกระสุนเข้ามาเต็มจอ ยิ่งทำให้เราต้องใช้พลังงานในการเล่นสูงขึ้นมาก จนบางครั้งยังอาจรู้สึกว่ามันยากกว่าเกมอย่างตระกูล Souls-Like ด้วยซ้ำMetal: Hellsinger เป็นเกม Rhythm FPS ที่ดุเดือด มันส์ และจัดหนักกับเพลงเฮฟวี่เมทัลได้ดีมาก ข้อเสียของมันคือความยาก และเข้าถึงยาก เหมือนกับทำมาเน้นขายเพลงเฮฟวี่เมทัล ซึ่งก็คาดว่าจะเป็นเพลงเฉพาะกลุ่มอยู่แล้ว แต่ตัวเกมเองก็ยังยากด้วยตัวมันเองอยู่ด้วย คำแนะนำสำหรับคนที่อยากลองจริง ๆ คือให้เลือกเล่นระดับง่ายที่สุดไปเลย เพื่อทำความเข้าใจระบบเกม ทำความเข้าใจกับการจับจังหวะ และสนุกไปกับการเล่นเกมได้ จากนั้นถ้าจะไปแข่งขันกับใครบนตารางคะแนนค่อยว่ากันในการเล่นรอบสอง หรือรอบถุัด ๆ ไปคำเดือน สำหรับคนที่จะเล่นเกมนี้อันนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์จากตัวผู้เขียนเอง ด้วยความที่ไม่เคยเล่นเกมแนวนี้มาก่อน และพอได้ลองจับดู อย่างที่บอกไปว่าเกมนี้นั้น ใช้ความสามารถในการ Multitasking ทั้งสายตาที่จ้องมองเคอร์เซอร์ หูทื่ฟังดนตรี และประสาทสัมผัสต่าง ๆ ที่ต้องทำงานพร้อม ๆ กัน รู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองเกร็งตอนเล่นไปไม่ใช่น้อย และทำให้ร่างกายอ่อนล้ามาก ๆ แถมความยาวต่อด่านในการเล่นเกมนี้ก็ไม่ใช่สั้น ๆ กว่าจะจบแต่ละด่านก็ใช้เวลา 15-16 นาทีขึ้นไป การเกร็งร่างกายนานขนาดนั้น อาจส่งผลกระทบในระดับหนึ่งเรื่องของสเปคเครื่องอาจไม่ใช่ปัญหา และการ Optimize ก็ถือว่าทำออกมาดีมาก ๆ ใครที่เครื่องสเปคถึงอยู่แล้ว สามารถรันเกมได้อย่างลื่นไหล ไร้จุดบกพร่อง อาการเฟรมเรทตกก็แทบไม่มีให้เห็น ในด้าน Optimize นั้นถือว่าสอบผ่าน แต่เราก็คงต้องย้ำกันอีกครั้งในเรื่องของการเล่นเกมนี้ พยายามเช็คสภาพร่างกายตัวเองในช่วงเล่น เพราะมันอาจจะส่งผลกระทบมากกว่าที่คุณคิดไว้Metal: Hellsinger ถือเป็นอีกหนึ่งเกม Rhythm FPS ที่จัดว่าเดือด สนุก แต่ความยากของมันก็มีอยู่ และถ้าคุณไม่ใช่แฟนเพลงแนวเฮฟวี่เมทัลแล้วล่ะก็ มันอาจจะเป็นเกมที่คุณสามารถมองข้ามไปได้โดยไม่ต้องรู้สึกอะไรมากนักก็ได้ หรือใครที่เป็นสมาชิก Xbox Game Pass สามารถลองเล่นกันได้ฟรี ๆ เช่นกัน
25 Sep 2022
[Review] รีวิวเกม Gundam Evolution เกมกันดั้ม FPS ที่แม้แต่แฟนกันดั้มยังรักไม่ลง?!
เปิดตัวให้รอกันมานานร่วมปี ในที่สุดเกมที่ได้รับฉายาว่าเป็นโคลนนิ่ง Overwatch แต่เอาสกินของเหล่าหุ่นรบกันดั้มมาทับแทน ก็เปิดให้เล่นพร้อมกันอย่างเป็นทางการแล้วทั่วโลก แต่มันจะเป็นแค่เกมโคลน Overwatch จริง ๆ หรือไม่ วันนี้ลองมาดูกับรีวิว Gundam EvolutionNo Story, PvP Multiplayer Onlyใครที่ติดตามข่าวสารของ Gundam Evolution มาตั้งแต่เกมเปิดตัวครั้งแรก จะรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เกมขายเนื้อเรื่องใด ๆ แต่เป็นเกมที่ขายโหมด PvP และ Multiplayer Online เท่านั้น ดังนั้นใครที่คิดจะเล่นโหมดเนื้อเรื่องก็มองข้ามไปได้เลย หรือไม่ก็เลือกไปซื้อ SD Gundam Battle Alliance เอาซะยังจะดีกว่าตลอดทั้งเกมนี้จะขายแต่โหมด Multiplayer เท่านั้น เพราะแม้แต่ประวัติของหุ่นกันดั้มตัวต่าง ๆ ก็เป็นการหยิบยืมเอาประวัติมาจากการ์ตูนเท่านั้น เกมนี้จึงกล่าวได้ว่าเป็นเกม Multiplayer แบบล้วน ๆ 100% ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาไปดูคอนเทนต์ของตัวเกมกันต่อคอนเทนต์เกมที่ยังน้อยอยู่มากแม้จะเป็นเกมเน้นขายระบบออนไลน์มัลติเพลเยอร์ก็จริง แต่ ณ เวลาที่ผู้เขียน เขียนรีวิวเกมนี้อยู๋ (22 กันยายน วันแรกที่เกมเปิด) คอนเทนต์และโหมดเกมการเล่นก็ยังถือว่าน้อยมาก หากเทียบกับเกม Free to Play เกมอื่น ๆ ในแนวเดียวกัน สำหรับคอนเทนต์ของ Gundam Evolution ในตอนนี้ก็ยังถือว่าน้อยมากอยู่ดี เกมการเล่นในตอนนี้ใน Casual Match จะมีทั้งหมด 3 โหมดด้วยกันคือ Point Capture / Domination / Destruction แถมตอนนี้ยังเป็นแบบ 1 แมปต่อ 1 โหมด นั่นคือสุ่มไปเจอโหมดอะไรก็ต้องเล่นแต่แผนที่นั้น ๆ ส่วน Custom Match จะเป็นเกมที่ผู้เล่นสามารถสร้างและกำหนดรูปแบบเกมขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง เหมาะกับเอาไว้เล่นกันขำ ๆ กับทีมเพื่อนฝูง ดโญ Custom Match ก็จะรองรับผู้เล่นทีมละ 6 คนเหมือนเดิม และเลือกโหมดกับแผนที่ที่ใช้เล่นเองได้และมีแผนที่พิเศษให้อีก 1 แผนที่ และโหมดสุดท้าย คือ Ranked Match หรือเกมจัดอันดับที่จะปลดล็อคตอนเลเวล 20 ขึ้นไปในด้านของจำนวนหุ่นกันดั้มตอนนี้ ถ้ารวมหุ่นที่ปลดล็อคด้วยการเติมเงินหรือเก็บเงินซื้อนั้น จะมีทั้งหมด 17 ตัวด้วยกัน แต่หากตัดออกก็จะเหลือ 12 นั่นหมายความว่าช่วงแรกเราก็จะเจอกันดั้มที่หน้าตาซ้ำกันแทบจะทุกเกม ทำให้ทั้งจำนวนหุ่น และฉากนั้น ถือว่าน้อยมาก ๆ ในขณะเดียวกันระบบเติมเงินก็มาถึงช้า (ณ วันที่เขียนบทความนี้ ตัวเกมอัปเดตเข้ามาแล้ว) แถมด้วยระบบ Battle Pass ที่มาย้อมสีหุ่นและอาวุธ ซึ่งบอกได้แค่ว่าหากคุณชอบสีของกันดั้มแบบดั้งเดิมออริจินอลอยู่แล้ว การไม่หาสกินใส่เลยน่าจะเป็นข้อดีซะมากกว่าต้องบอกว่า ณ ตอนนี้ คอนเทนต์ของเกมยังถือว่าน้อยเอาซะมาก ๆ อาจจะต้องรอให้มีการอัปเดตที่มากกว่านี้ ทั้งกันดั้ม ทั้งด่านและโหมดการเล่นด้วย แต่หากมองว่ามันคือเกมเล่นฟรี นี่อาจจะเป็น "เกมฟรี" แบบจริง ๆ ก็ได้ เพราะแม้แต่สกินหรือ Cosmetic ในเกมเอง ก็ยังไร้ความน่าสนใจGameplay Like Overwatch, but Gundam มันคงจะเป็นการโกหกผู้เล่นเป็นแน่แท้ ถ้าเราจะบอกว่าเกมนี้ไม่เหมือน Overwatch เพราะนับตั้งแต่เข้าเกมมา หน้าเลือกตัวละคร เกมเพลย์การเล่น โหมดการเล่น เกือบ 80-90% ยังไงคนเล่นก็ต้องคิดถึง Overwatch กันเป็นแน่แท้ ก่อนอื่นเราต้องอธิบายเรื่องของตัวละครหรือหุ่นกันดั้มกันก่อน ข้อเสียที่ผู้เขียนรู้สึกได้คือ เกมมันไม่ได้บอกชัดเจน ว่ากันดั้มแต่ละตัวมีบทบาทและหน้าที่ในด้านไหน จะบอกเพียงแค่กันดั้มตัวนี้ เน้นโจมตีระยะใกล้ กลาง หรือไกลเท่านั้น ทำให้ผู้เล่นใหม่ต้องศึกษาให้ดี เพื่อหากันดั้มที่เหมาะกับตัวเองแต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เกมนี้แตกต่างจาก Overwatch เลยก็คือ ความ Casual หรือความเข้าถึงง่ายกว่าแบบคนละเรื่อง จริงอยู่ว่าในทุกโหมดยังต้องอาศัยการร่วมมือกันของสมาชิกในทีมเพื่อเอาชนะศัตรู แต่มันจะไม่มากเท่าเกมอื่น ๆ และกันดั้มแต่ละตัวก็จะเน้นยิงต่อสู้กันมากกว่าเข้าไปฟาดฟันและคลุกวงใน จะมีกันดั้มเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น ที่เน้นเข้าไปสู้ระยะประชิด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้เกมเพลย์ของ Gundam Evolution เหมือนกับเกม FPS ไล่ยิงกัน แต่มีกันดั้มเป็นฉากหลังมากกว่าและแม้แต่การออกแบบสกิลของกันดั้มแต่ละตัว ใครที่เคยเล่น Overwatch มาก็อาจจะเกิดอาการเดจาวูกับสกิลของตัวละครบางตัวที่มันทำงานคล้ายกันอย่างเหลือเชื่อ ยกตัวอย่างเช่น Pale Rider ที่เหมือนกับ Soldier 76 แทบจะเป๊ะ ๆ ทั้งอาวุธ สกิล การยิง การวางพื้นที่ฟื้นฟูพลังชีวิต / Sazabi กันดั้มสายแทงค์ที่มีความสามารถพุ่งชาร์จศัตรู ป้องกันเพื่อนที่เหมือนกับ Reinhardt / หรือ Methluss ที่ดูยังไงก็ Mercy ชัด ๆ แค่ไม่มีสกิลพุ่งหาเพื่อนร่วมทีม เรียกได้ว่า เกือบจะทุกสิ่งอย่างของเกมนี้ ยังไงก็คือ Overwatch แต่ความแตกต่างของเกมนี้คือรูปแบบการเล่น อย่างที่บอกว่านี่ไม่ใช่เกมที่ต้องการทีมเวิร์คสูงมากถึงขั้นที่ 1 คน พาร่วงได้ทั้งทีม เกมนี้เราจะเน้นไปที่สกิลในการยิงซะมากกว่า และอาวุธปืนของเกมนี้ก็ใช่ว่าจะเหมือนกับเกมยิงเกมอื่น ๆ ด้วยความที่เป็นกันดั้ม ทั้ง Movement และ Animation จึงค่อนข้างจะแตกต่างจากเกมยิงเกมอื่น ๆ พอสมควร และให้ความรู้แข็ง ๆ เพราะตัวละครเราเป็นกันดั้ม ดังนั้นใครที่ไม่ชอบการเล่นแบบแจกจ่ายท่ายาก  หรือต้องฝึกใช้ Movement ต่าง ๆ สบายใจได้เลย เกมนี้จะเน้นหนักไปที่การยิงมากกกว่า และด้วยความแข็งของมัน อาจจะทำให้ผู้เล่นหลายคนไม่ชินกับการยิง และ Gunplay ของเกมนี้ ถ้าชอบก็ชอบไปเลย ถ้าไม่ชอบก็อาจจะเกลียดไปเลยเช่นกัน เพราะเรื่องการขัดเกลารายละเอียดต่าง ๆ นั้น Overwatch ทำดีกว่าแบบหนังคนละม้วนกันเลยทีเดียวถ้าจะให้พูดถึงข้อเสียของเกมเพลย์ ซึ่งก็ไม่นับว่าเป็นข้อเสียโดยตรง คือการที่ตัวเกมในตอนนี้นั้น ผู้คนดูจะไม่ค่อยสนใจสักเท่าไร ว่าเงื่อนไขการเอาชนะ หรือการเล่นของโหมดนั้น ๆ เป็นยังไง ต้องทำอะไร ทำให้ตอนนี้ ถ้าไม่จับทีมไปด้วยกันก็อาจจะหัวร้อนได้ จากห้อง Public Match ที่จะไล่ยิงกันอย่างเดียวโดยไม่สน Objective แต่สำหรับคนสิ่งที่ทำให้คนเล่นอาจจะชอบเกมนี้มาก ๆ ก็อาจจะเป็นเรื่องของการได้เล่นเป็นกันดั้มคู่ใจ แม้ว่าตัวกันดั้มบางตัวจะถูกล็อคไว้หลังการเติมเงิน (หรือฟาร์มอย่างหนักหน่วง) แต่ก็ถือว่าน่าประทับใจ และสรรหาการนำสกิลมายัดใส่กันดั้มตัวนั้น ๆ ได้อย่างเหมาะสม แต่ถ้าใครที่ไม่ใ่ชแฟนกันดั้มเลย ผู้เขียนยังคงแนะนำว่า กลับไป Overwatch เหมือนเดิมยังจะดีซะกว่าอีกหนึ่งเกมเบาสเปคถ้าเครื่องคุณไม่ได้ตกยุคจนเกินไปในด้านของ Performance ตัวเกม ต้องบอกว่าใครที่เป็นสายเกมเมอร์ ประกอบคอมพิวเตอร์มาเพื่อเล่นเกมอยู่แล้ว ยังไงก็ผ่านแบบสบาย ๆ ตัวการ์ดจอ 1050Ti ก็สามารถรันเกมนี้ได้ และว่ากันแบบตรง ๆ เลยคือกราฟิกของเกมนี้ก็ไม่ได้สวยงามอะไรมากนัก ดังนั้นหลายคนอาจจะมองว่ามันกินสเปคอยู่บ้าง ส่วนถ้าจะเอาให้ลื่นจริง ๆ ก็เป็น 1660Ti ซึ่งก็ถือว่าเป็นการ์ดจอมาตรฐานสำหรับการเล่นเกมในยุคนี้แล้ว เรื่องสเปคเครื่องยังไงก็หายห่วงแน่นอนแต่สิ่งที่เป็นปัญหาจริง ๆ คือปัญหาจากตัวเกมในตอนนี้ คือปัญหา White Screen หรือจอขาว ที่ส่งผลให้ผู้เล่นที่เจอปัญหานี้อาจจะถูกโทษแบนชั่วคราว เพราะไม่ได้เข้าร่วมเกม หรือละทิ้งเกมนั้น ๆ ปัญหานี้หนักถึงขั้นที่ว่าผู้เล่นหลายคนลงไปถล่มในหน้ารีวิวของ Steam กันเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้ทาง BANDAI Namco ก็รับทราบปัญหาแล้ว และน่าจะได้รับการแก้ไขในเร็ว ๆ นี้ แต่ก็ถือว่าเป็นปัญหาร้ายแรงอยู่สำหรับผู้เล่นอย่างเรา ๆ สรุปแล้วสำหรับแฟนเกม นี่อาจไม่ใช่เกมดีที่ไม่ควรพลาด แต่หากมองหาเกมฟรีเล่นฆ่าเวลาก็พอได้ ส่วนแฟนกันดั้ม เชื่อว่าไม่ต้องแนะนำอะไรมาก พวกคุณน่าจะโหลดเกมมาเล่นกันตั้งแต่เกมเปิดกันแล้วด้วยซ้ำไป ก็ถือว่าเป็นเกมที่มีฐานแฟนของตัวเองชัดเจนดีมาก สำหรับ Gundam Evolution 
22 Sep 2022
[Review] รีวิวเกม SD Gundam Battle Alliance เกมแอคชันกันดั้มฉบับรวมดาว เพื่อแฟน ๆ กันดั้มอย่างแท้จริง
นับตั้งแต่ SD Gundam Capsule Fighter Online ในบ้านเราและทั่วโลก ประกาศปิดให้บริการไป เราก็หาเกม Gundam แบบ Co-op ที่ได้บรรยากาศคล้ายกันได้น้อยมาก ๆ จนกระทั่งการเปิดตัวของ SD Gundam Battle Alliance เปิดตัว เราก็เห็นความหวังใหม่ แต่มันจะทดแทนได้หรือไม่ หาคำตอบกับรีวิว SD Gundam Battle Alliance ของเรากันเนื้อเรื่องต้องบอกว่าในระยะหลังมานี้ พล็อตและเนื้อหาเกมที่เกี่ยวกับมิติเวลา หรือการข้ามเวลา เป็นอะไรที่นิยมมาก และดูเหมือนว่ามันจะเหมาะสมกับซีรีส์กันดั้มเป็นอย่างมาก เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการรวมเนื้อหาของซีรีส์และจักรวาลเข้าไว้ด้วยกันในภาคนี้ เนื้อหาในภาคนี้ผู้เล่นจะรับบทเป็นตัวละครไร้ชื่อที่ถูกเรียกว่า Commander (ผู้บัญชาการ) ที่ต้องเผชิญหน้ากับจักรวาล G (Gundam) ที่ปั่นป่วนยุ่งเหยิง ความผิดปกติเหล่านี้ส่งผลให้เหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นแบบมั่วไปหมด ทำให้เหล่าหุ่นกันดั้มและนักบินมาเจอกัน และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นอาจถูกเปลี่ยนแปลงไปเราจะมีผู้ช่วยเป็น Juno Astarte และสมาชิกหน่วย GR Corps เข้ามาคอยช่วยเหลือให้เข้าใจเหตุการณ์ต่าง ๆ .น G-Universe แห่งนี้ และไทม์ไลน์ของโลกกันดั้มกำลังจะมาชนกันจนเกิดเป็นเหตุการณ์ทับซ้อนที่ชื่อ Break Mission ผู้เล่นจะต้องทำภารกิจ Break Mission เหล่านี้ให้หมด เพื่อรวมเอาไทม์ไลน์กันดั้มจากโลกต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน และจัดระเบียบจักรวาลกันดั้มใหม่ถ้าให้บอกตรง ๆ เลยคือเกมนี้มีความงงของเนื้อเรื่องในระดับที่สูงมาก แม้ว่าตัวเกมจะมีการแปลเป็นภาษาไทยก็ตาม แต่ใครที่ไม่ใช่เนิร์ดกันดั้มก็อาจจะต้องอ่านไป เอียงคอ เกาหัวกันไปตลอดทั้งเกม เพราะลำพังแค่ศัพท์เฉพาะทางการของซีรีส์กันดั้มก็ชวนงงพอแล้ว โชคดีที่มีการแปลเป็นภาษาไทย และด้วยเนื้อเรื่องต่าง ๆ ที่ถูกนำเสนอ กระหน่ำใส่ผู้เล่นแทบจะตลอดเวลา ดังนั้นถุ้าคุณไม่ใช่แฟนกันดั้มก็อาจจะไม่เข้าใจเหตุการณ์ และสถานการณ์บางอย่าง แต่ก็ไม่ต้องกลัวจะเล่นไม่ไหว เพราะเกมนี้ได้อธิบายเหตุและผลที่เกิดขึ้นไว้มากพอ จะให้เราลุยต่อไปได้ แต่ถ้าคุณเป็นเนิร์ดกันดั้ม คุณอาจจะเต็มอิ่มกับเกมนี้มาก ๆ โดยเฉพาะบทสนทนา Easter Egg เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องบอกได้ว่าคนแปลไทยเกมนี้ เขาน่าจะรู้ใจแฟน ๆ กันดั้มพอสมควรเลยทีเดียวอัดแน่นคอนเทนต์เพื่อแฟน ๆ กันดั้มสำหรับส่วนของคอนเทนต์เกมนี้ ต้องบอกว่าอาจจะเป็นดาบสองคมก็ว่าได้ เพราะถ้าคุณเป็นแฟนกันดั้มม คุณจะเต็มอิ่มกับทุกสิ่งอย่างที่เกมนี้มอบให้ เอาแค่โหมดเนื้อเรื่องของเกม ก็มีความยาวกว่า 40 ชั่วโมงขึ้นไปแล้ว แม้ว่าบางส่วนมันจะยาวเพราะคัทซีนและบทสนทนาที่เยอะกันจนแม้จะมีแปลไทยยังขี้เกียจอ่านก็ตาม สำหรับโหมดเกมการเล่นต่าง ๆ ในเกมนี้ หลัก ๆ เลยคือโหมดเนื้อเรื่อง โหมดเนื้อเรื่องของเกมนี้จะแยกหมวดหมู่ไว้ชัดเจน โดยแบ่งเป็นไดเรคทอรี่ ที่สำคัญคือด้วยเนื้อเรื่องของเกมนี้ที่ทำให้จักรวาลปั่นป่วน เราจะได้เห็นฉากต่าง ๆ ในซีรีส์กันดั้มจากหลากหลายภาค เช่นอาณาจักรล่มสลายของ Gundam W และในการเล่นจบภารกิจ 1 รอบ ก็จะไปสู่ด่านต่อไป แต่เราจะต้องกลับมาเล่นอีกรอบ โดยตัวเกมจะอธิบายว่าเกิดจากการผันผวนของกาลเวลา และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง แต่เอาเข้าจริง ๆ มันก็เหมือนกับการเพิ่มความยากในด่านเดิม และการเล่าเรื่องที่เปลี่ยนไปนั่นเอง ด้วยการเล่นซ้ำอย่างน้อยก็ด่านละ 2 รอบแบบนี้ คนที่ชอบก็ชอบไปเลย แต่คนที่ไม่ชอบก็ไม่ชอบไปเลย ลำพังแค่คัทซีนก็ยาวมากพอแล้ว ยังต้องวนเล่นด่านเดิมซ้ำอีกเรื่อย ๆ แถม Intro บางฉากของผู้ช่วยต่อสู้ของเราที่เป็น A.I. ยัง Skip ไม่ได้อีกต่างหากตัวเกมหลัก ๆ จะให้เราไปลุยภารกิจเนื้อเรื่อง เมื่อเล่นจบแล้วก็จะได้ของรางวัลเป็นค่าประสบการณ์ของหุ่นตัวนั้น ๆ ที่เราเลือก รวมไปถึงค่าเงิน C ที่เอาไว้สำหรับอัปเกรดค่าสเตตัสของหุ่นรบที่เราเลือก ดังนั้นเกมเพลย์การเล่นของ SD Gundam Battle Alliance ในโหมดเนื้อเรื่องจะวนเวียนอยู่ที่การตะลุยทำภารกิจ แต่หากเราจะเล่นออนไลน์แบบ Co-op 3 คน ก็จะเป็นการเอาเข้ามาช่วยทำภารกิจแทนผู้ช่วยนักบินนั่นเอง ซึ่งอาจจะทำให้การเล่นง่ายขึ้น เพราะเป็นคนกันเอง ที่ฝีมือควบคุมเหนือกว่า A.I. แน่นอนในด้านปริมาณคอนเทนต์ ต้องบอกว่าเกมนี้เน้นหนักไปที่ภารกิจเนื้อเรื่องเป็นส่วนใหญ่ และตัวเกมพยายามนำเสนอหุ่นกันดั้มจำนวนมาก แต่ถึงอย่างนั้นปริมาณกันดั้มที่มีให้ก็ถือว่าเยอะมากจนเกินไป ในขณะที่ภารกิจเนื้อเรื่องของเกม แม้จะเยอะมาก แต่ก็น้อยทันทีถ้าเทียบกับหุ่นที่เราหาได้ บวกกับหุ่นบางตัวถือว่าเข้าขั้นไร้ประโยชน์เลยก็ว่าได้ เพราะสเตตัสห่างกับหุ่นระดับสูงมากจนเกินไป จนไม่รู้จะมีหุ่นตัวนี้ไว้ทำไม ผู้เขียนขอบอกว่า ใครที่พรีออร์เดอร์ตัวเกม และได้หุ่นจำพวกสามก๊กมาใช้ ก็เล่นช่วงแรกได้สบายแล้ว แถมใช้ได้ยาว ๆ เลย เว้นแต่จะหันไปเล่นหุ่นที่เราชื่นชอบด้วยเหตุนี้ทำให้การใส่หุ่นเข้ามาในปริมาณมาก กลับไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลย เว้นเสียแต่คนเล่นจะชื่นชอบหุ่นกันดั้ม และอยากสะสมให้ครบ แต่ถ้าคิดจะเล่นเอาผ่าน หรือตะลุยเนื้อเรื่องแล้วล่ะก็ เน้นปั้นหุ่นโหด ๆ สัก 2-3 ตัวให้ครบทุกสายจะเป็นประโยชน์กว่า ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นเพียงการ Grinding ฟาร์มเลเวลหุ่นอย่างหนัก ที่เราอาจจะเบื่อก่อนเล่นจบได้ในขณะที่สิ่งที่ไม่พูดไม่ได้เลยก็คือภาษาไทย ถือว่าตอนนี้ BANDAI Namco ก็บุกตีตลาดประเทศไทยเต็มรูปแบบ คาดเดาได้ว่าเกมต่อจากนี้ของ BANDAI Namco ทั้งที่ผลิตเองและเป็น Publisher นั้น จะได้รับการแปลภาษาไทยทั้งหมด สิ่งที่อยากชมมาก ๆ ของเกมนี้เลยคือ แม้ตัวเกมจะไม่ได้ใช้ฟอนต์พิเศษอะไรนัก แต่ก็ถือว่าเลือกฟอนต์มาได้อ่านง่าย สบายตามาก ๆ และก็เรียบง่าย เข้ากับตัวเกมแบบสุด ๆ ส่วนการแปลนั้น อย่างที่บอกไปว่าผู้แปลน่าจะเป็นแฟนกันดั้มตัวยง แทบจะใช้ศัพท์ภาษากันดั้มได้แบบครบเครื่อง ไม่มีขาดตกบกพร่อง ส่วนคำผิดก็ไม่ค่อยจะมี ถ้าจะหาเกมไหนที่เรากล้าบอกได้ว่าแปลไทยค่อนข้างสมบูรณ์ก็คงต้องเป็นเกมนี้แต่หากให้พูดถึงข้อเสียบ้าง น่าจะหนีไม่พ้นการนำเสนอผ่านบทสนทนาและฉากคัทซีนที่บางครั้งก็เยอะ และยาวจนเกินไป โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ตัวเกมสอนเล่น ที่แม้ว่าจะกด Skip แล้วก็ยังถือว่าเยอะมาก ๆ สำหรับเนิร์ดกันดั้ม เราขอย้ำกันอีกทีว่านี่แหละคือเกมของคุณ แต่ถ้าไม่ใช่ ไม่เสียหายอะไรที่คุณจะข้ามเนื้อเรื่องรัว ๆ แล้วไปสนุกกับเกมเพลย์ แต่อาจจะไม่คุ้มเท่าคนเสพเนื้อเรื่องด้วยการและนำเสนอเนื้อเรื่องที่อัดแน่นแบบจัดเต็ม การแปลไทยที่ดีงามจนแทบจะไร้ที่ติ ถ้าคุณเป็นแฟนกันดั้มจริง ๆ ยังไงก็อย่าได้พลาด แต่ถ้าไม่ ก็อาจจะต้องพิจารณากันหน่อย หรือไม่ก็รอลดราคาเอาก็ได้เกมเพลย์ที่ให้อารมณ์ SDGO ที่แสนคิดถึงSD Gundam Battle Alliance เป็นเกมแบบ Action RPG ที่เราจะได้เลือกหุ่นรบกันดั้มตัวต่าง ๆ ที่มีความสามารถต่างกัน และที่ชัดเจนเลยคือเรื่องของอาวุธที่บางตัวจะเน้นระยะประชิด บางตัวเน้นยิง และมีการแบ่งสายกันที่ค่อนข้างชัดเจน ใครที่เคยเล่น SD Gundam Capsule Fighter มาก่อน จะต้องคิดถึงระบบการต่อสู้และการเคลื่อนไหวของเกมนี้แน่ ๆ เพราะมันคล้ายกันมาก จนคิดว่าถอดแบบมากันเลยทีเดียว ทั้งคอมโบ การโจมตีด้านหลังแล้วแรงขึ้น การบูสท์ความเร็วการเคลื่อนที่ คนที่ซื้อมาเพราะคิดว่าอยากเล่นเกมที่ให้บรรยากาศแบบเดียวกับ SDGO ยังไงก็น่าจะชอบได้ไม่ยากถ้าจะให้อธิบายให้ชัดเจนก็อาจจะบอกได้ว่าเกมนี้เป็นเหมือนกับ Dynasty Warrior แต่จำนวนศัตรูนั้นไม่ได้มาเป็นร้อยแบบเกม Musou แต่ก็ถือว่าเยอะพอจะทำให้เราตึงไม้ตึงมือได้ และถึงแม้ว่านี่จะเป็นเกม Action แต่อาวุธระยะประชิดจะมีหน่วงเวลาการโจมตีของมัน ซึ่งถ้าเรากดสแปมรัว ๆ ก็อาจจะโดนสวนจนหน้าหงายเอาได้ง่าย ๆ ส่วนอาวุธระยะไกล จะมีกระสุนจำกัดต่อแม็กกาซีน ยิงต่อเนื่องไม่ได้ ถ้ายิงจนหมดต้องรอรีโหลดซึ่งค่อนข้างนาน และสุดท้ายกับท่าไม้ตายใหญ่ ที่อลังการ และสร้างความเสียหายได้สูงมาก ได้จากการเก็บชาร์จระหว่างโจมตีศัตรูไปเรื่อย ๆ และสำหรับคนที่คิดอยู่ว่าเกมนี้ เล่นบนเมาส์หรือคีย์บอร์ดดีกว่ากัน ก็คงต้องตอบว่า ได้ทั้งคู่ สำหรับผู้เขียนที่ใช้เมาส์และคีย์บอร์ดเล่นนั้น ข้อดีคือช่วงการเล่นแบบ Combat Gameplay นั้นถือว่าสนุกมาก ๆ ควบคุมง่าย และอาจจะง่ายกว่าจอยด้วยซ้ำ เพราะเกมนี้เราสามารถใช้เมาส์คุมมุมกล้องได้เลย มันสะดวกมือกว่าการใช้ก้านอนาล็อกจอยแน่นอน แต่ในหน้าเมนูคำสั่งต่าง ๆ นั้น จอยดูจะได้เปรียบกว่า เพราะบางเมนู การใช้เมาส์ดันทมำงานไม่ค่อยดี ต้องใช้ร่วมกับปุ่ม Q/E A/D แทนลูกศรซ้ายขวาแทนซะอย่างนั้น ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงออกแบบมาแบบนี้ด้วยความที่เป็นเกม RPG ทำให้ระบบเลเวลนั้นมีผลมาก ถ้าเราไปบวกกับศัตรูที่เลเวลสูงกว่า ก็อาจจะเสียเปรียบเอาได้ หัวใจสำคัญคือการเลือกหุ่น และผู้ช่วยนักสู้ที่ดี สำหรับผู้ช่วยนั้นจะไม่สามารถเลือกตัวละครซ้ำกันได้ด้วย ซึ่งหากพาใครไปร่วมรบบ่อย ๆ ก็จะได้ประสบการณ์มากขึ้น เพิ่มเลเวลและปลดล็อคความสามารถใหม่ ๆ ได้ในด้านของการ Customization ตัวหุ่นเองก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างเยอะ เราอาจจะปรับเปลี่ยนหุ่นหรือสร้างหุ่นเองไม่ได้ แต่ได้เรื่องของจำนวนหุ่นมาทดแทน และหุ่นแต่ละตัวจะสามารถอัปเลเวลได้โดยใช้เงิน C รวมไปถึงติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้ ชิปเสริมก็จะได้จากการเล่นภารกิจทั่วไปนั่นเอง ส่วนตัวผู้เล่นเอง หรือจะเรียกว่า Mobile Suit ก็ได้จะมีสิ่งที่เรียกว่า "ทักษะ" ให้ใช้  ทักษะจะเป็นเหมือนกับสกิล Passive ติดตัว ที่ช่วยทำให้การเล่นง่ายขึนนั่นเองภาพรวมด้านเกมเพลย์ถือว่าทำออกมาได้น่าประทับใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนเกม SDGO แต่สิ่งที่เป็นข้อติอยู๋บ้าง ก็คือระบบการล็อกเป้าที่ทำงานไม่ค่อยจะดีนัก บางทีล็อกตัวนึงอยู่ พอพุ่งไป สลับไปอีกตัวนึงซะอย่างนั้น หรือบางทีเรื่องของมุมกล้องก็มีปัญหาให้เห็นบ้าง โดยเฉพาะในช่วงการต่อสู้ที่ถูกบีบเข้าที่แคบ หรือเราพุ่งเข้าไปยังมุมใดมุมหนึ่ง มุมกล้องจะแสดงผลแบบติดบั๊ก ทำให้ปวดตาไม่ใช่น้อย โชคดีที่ภายในเกมนี้ การต่อสู้ส่วนใหญ่ไม่ได้ลากเราเข้าที่แคบซักเท่าไรนัก ส่วนที่เหลือก็อาจจะเป็นบั๊กเล็กน้อยและน่าจะได้รับการแก้ไขไปแล้ว หากตัดข้อเสียเล็กน้อยเหล่านี้ไป สิ่งที่จะทำให้คุณควรพิจารณาว่าจะซื้อดีไหม ก็คงเหลือแค่ว่า คุณเป็นแฟนกันดั้มหรือเปล่าเท่านั้นเองSD Gundam Battle Alliance อาจไม่ใช่เกมเทพสุดหวือหวาที่ทำให้วงการต้องว้าว แต่คือเกมที่ทำมาเพื่อแฟนกันดั้มอย่างแท้จริง
21 Sep 2022
[Review] รีวิวเกม Rumbleverse เกม Battle Royale สไตล์มวยปล้ำไม่ซ้ำใคร สะใจแบบไม่ต้องเสียตัง!
ต้องบอกว่าในปีนี้ เกมม้ามืดที่ไม่ได้รับการโปรโมทมากมายอะไร แจ้งเกิดกันหลายเกมมาก และ Rumbleverse เองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ในฐานะเกม Battle Royale + Brawler สุดวายป่วง เล่นง่าย แต่ยากที่จะเอาให้เก่ง แถมกระแสคนเล่นในต่างประเทศตอนนี้ก็ถือว่าเยอะ และน่าจะยังมีการอัปเดตอีกยาวไกลเลยทีเดียว แล้วเกมนี้มันเจ๋งยังไง ลองพบกับรีวิว Rumbleverse ของเรากันได้เนื้อเรื่องไม่มี ซัดกันเอามันเข้าว่าแม้จะเห็นว่ามันดูไม่ค่อยน่าสนใจ กราฟิกและตัวละครก็ดีไซน์ออกมาได้ไม่ดึงดูดเท่าไรนัก แต่ Rumbleverse เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2020 และใช้เวลาพัฒนาและขัดเกลากันอยู๋อีกราว ๆ 1 ปีครึ่งกันเลยทีเดียว กว่าที่เราจะได้เล่นกัน โดย Rumbleverse เป็นเกมแบบ Free to Play / Battle Royale ที่เน้นการต่อสู้ตะลุมบอนกันในระยะประชิด และมี Theme ของเกมเป็นแนวมวยปล้ำ ที่ตัวละครของเราจะต้องวิ่งเข้าไปใส่นัวกัน ไม่มีการใช้อาวุธปืนหรือยิงกันจากระยะไกล ทำได้ก็แค่เก็บของบางชิ้นมาขว้างปาใส่กันเท่านั้น และด้วยความที่เป็นเกมที่เน้นระบบออนไลน์มัลติเพลเยอร์เกมนี้จึงไม่มีส่วนของเนื้อเรื่องให้เราได้ติดตามกัน แต่จะโดดเด่นไปที่คอนเทนต์ต่าง ๆ ของตัวเกมที่ทำมารองรับระบบออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบแทน ด้วยความที่ไม่มีเนื้อเรื่องในเกมให้เล่า คอนเทนต์ของเกมจึงเน้นหนักไปทางด้านโหมดออนไลน์ และของเติมเงินและแฟชั่นเสียเป็นส่วนมาก ในเกมนี้เราจึงได้เห็นการขายของเป็นจำนวนมาก ทั้งสกิน แฟชั่นและอื่น ๆ อีกมากมาย รวมไปถึงระบบยอดนิยมจำพวก Battle Pass Battle Royale ใส่นัวของเหล่านักมวยปล้ำหลากสไตล์Rumbleverse นำเสนอตัวเกมแบบมุมมองบุคคลที่ 3 และถูกจับโยนลงไปยังเมืองแห่งหนึ่ง ผู้เล่นต้องเอาชนะผู้เล่นคนอื่นด้วยการ Knock Out ศัตรูให้ตกรอบไปทั้งหมด และอยู๋รอดเป็นคนสุดท้ายตามกติกาแบบเกม Battle Royale ทั่วไป แต่อย่างที่บอกว่านี่คือเกมที่เน้นการต่อสู้ในระยะประชิด แต่แลกมาด้วยการคอมโบด้วยท่วงท่าการโจมตีระยะประชิดอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเตะต่อย การสับศอก รวมไปถึงสามารถป้องกันและบล็อกการป้องกันได้ แต่ก็จะมีการโจมตีบางประเภทที่ไม่สามารถบล็อกหรือป้องกันได้ด้วยแน่นอนว่าเกม Battle Royale สิ่งที่ต้องทำคือการหาของอัปเกรดและสนับสนุนตัวละคร แต่เนื่องจากเกมนี้ไม่มีอาวุธปืนใด ๆ สิ่งที่อยู่ในเกมที่จะช่วยให้ตัวละครเราแข็งแกร่งขึ้นได้ คือนิตยสารการต่อสู้ ที่จะทำให้ตัวละครของเรามีท่าต่อสู้แบบพิเศษได้ และอีกประเภทหนึ่งก็คือน้ำยาเพิ่มพลังในรูปแบบต่าง ๆ สำหรับเกมนี้จะมีน้ำยาสามสี คือแดง เขียว และเหลือง น้ำยาแต่ละประเภทจะช่วยเพิ่มพลังที่ต่างกันคือ สีแดงเพิ่มพลังโจมตี สีเขียวเพิ่มพลังชีวิตสูงสุด และสีเหลืองเพิ่ม Stamina สูงสุด เห็นคำว่า Stamina แล้ว ก็คงเกิดอาการสงสัยว่ามันมีผลอะไรยังไงกันแน่ ต้องบอกว่าด้วยเหตุนี้นี่เองที่ทำให้ Rumbleverse มีความสนุกและความพลิกแพลงที่หลากหลายและน่าสนใจกว่าเกม Battle Royale Brawler ทั่วไปมาก สำหรับเกมนี้หลอด Stamina ถือว่าเป็นหลอดที่มีความสำคัญไม่แพ้สิ่งอื่นเลย นอกจากจะใช้ในการกลิ้งหลบ พุ่งตัวหลบการโจมตีแล้ว มันยังใช้ในการวิ่ง หรือใช้เป็นท่าโจมตีในบางท่าได้ ซึ่งสกิลโจมตีพิเศษของเกมนี้ นอกจากจะโจมตีพลังชีวิตโดยตรงแล้ว ยังมีสกิลหรือท่าบางท่าที่โจมตีสร้างดาเมจไม่สูง แต่จะไปลด Stamina ของศัตรูมากกว่าแทน ทำให้เรามีกลยุทธ์ในการเล่นมากกว่า เพราะ Stamina นี้ ถือว่าเป็นประโยชน์กับตัวละครมาก ๆ ถ้าหมดขึ้นมา อาจจะตายได้ง่าย ๆ เลยท่าโจมตีต่าง ๆ ของเกมนี้ส่วนมากจะเป็นท่าโจมตีระยะประชิด ไม่ว่าจะเป็นการหมุนตัว การพุ่งเข้าชาร์จ การกระโดดต่อยหรือเตะ ทำให้เกมนี้มุ่งเน้นไปที่จังหวะและความแม่นยำมากกว่าการสแปมปุ่มรัว ๆ และบางท่าอาจจะมีการชาร์จก่อนแล้วค่อยกระโดดเข้าไปโจมตี ต้องคำนวณเวลาให้ดีก่อนเลือกออกท่าใด ๆ และที่สำคัญเลยคือ ต้องรู้ว่าท่านั้น ๆ มีแอนิเมชั่นและการทำงานอย่างไรด้วย ก่อนจะกดใช้ เพราะกดผิดชีวิตอาจเปลี่ยนเลยก็ว่าได้และถึงแม้ว่าเกมนี้จะเน้นการต่อสู้ระยะประชิด และไม่มีอาวุธระยะไกลให้ใช้ แต่ในเกมนี้มีอาวุธระยะประชิดต่าง ๆ ให้ได้ใช้ โดยจะเป็นพวกเสาไฟ แผ่นไม้ ป้ายรถเมล์ โดยส่วนมากจะเป็นอาวุธประเภทใช้ได้ไม่กี่ก็แตกหักไป แต่ดาเมจที่ได้ถือว่าสูงเอาเรื่องเลยทีเดียว ถ้าเลือกสถานการณ์ใช้ให้ถูกจังหวะก็อาจจะเป็นตัวพลิกเกมได้ และท้ายที่สุดคือเกมนี้รองรับการเล่นแบบ Solo และ Duo เท่านั้น ใครที่เพื่อนเยอะก็อาจจะต้องเซ็งกันหน่อย เพราะเล่นได้ทีละ 2 คนเท่านั้นEasy to Learn, Hard to Masterเล่นง่าย แต่เล่นให้เก่งนั้นยาก ข้อความนี้เหมาะสมอย่างยิ่งกับเกม Rumbleverse นี้ ด้วยความที่เกมนี้เน้นการต่อสู้ระยะประชิด บางครั้งจึงได้อารมณ์เหมือนเกม Fighting อยู่เหมือนกัน ทุกครั้งเวลาเราต่อสู้ จำเป็นจะต้องคิดให้ดี ว่าสู้ไหวไหม เอาตัวรอดได้หรือเปล่าหลังจากชนะ หรือเสียหลักขึ้นมา จะเอาอยู่หรือไม่ ที่สำคัญคือเกมนี้ตัวละครของเราจะได้รับผลกระทบจากการต่อสู้และแอ็๕ชั่นของตัวละครอื่นเสมอ แทบไม่มีสิ่งที่เรียกว่า i-frame เลยในเกมนี้ (i-frame - invincibility frames สถานะอมตะเวลาเรากำลังออกแอ็คชั่นหรือท่วงท่าอะไรบางอย่าง) ดังนั้น ต่อให้เรากำลังจับศัตรูทุ่มทับจับหักอยู่อย่างเมามัน ถ้าเราโดนแจมจากคนอื่น เราก็จะได้รับความเสียหายนั้นไปด้วยแบบเต็ม ๆ ไม่มีหัก ดังนั้นการจะสู้ในเกมนี้ต้องระวังอย่างมาก ทางที่ดี เลี่ยงการต่อสู้แบบตะลุมบอนไปจะดีกว่าและหลังจากที่ได้ลองเล่นมาหลายชั่วโมง เกมนี้เน้นไปที่ "จังหวะ" มากจนมันแทบจะไม่ต่างอะไรจากเกม Fighting เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะท่าจำพวกคว้าจับหรือพุ่งเข้าไปรัด หากใช้ผิดจังหวะขึ้นมา รับรองว่าโดนสวนจนร่วงได้ง่าย ๆ และการต่อสู้แบบ 1vs1 มักจะเกิดขึ้นบ่อยมากในเกมนี้ หากเราไม่เก่งจริง เราอาจจะตายโดยที่ไม่สามารถสร้างดาเมจให้ศัตรูได้เลยแม้แต่หน่วยเดียว ผู้เขียนผ่านประสบการณ์นี้มาแล้ว กว่าจะเล่นเก่งพอจนไปตบคนอื่นได้บ้าง ก็ทำเอาหัวแทบอุ่นอยู่เหมือนกัน แม้ว่านี่จะเป็นเกมที่มีฉากหลังสุดแสนจะคอเมดี้ เน้นตลกโปกฮา แต่ความตึงมือของเกมเพลย์นี่ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่เล่น ๆ โดยเฉพาะกับการที่มันเป็นเกม Competitive แบบนี้ด้วยแล้วล่ะก็ ยังไงก็ถือว่าเป็นเกมที่ท้ายฝีมือและเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการแข่งขันมาก ๆ ด้วยรายละเอียดของเกมที่ไม่ได้เยอะมากนัก แถมเล่นง่าย เข้าใจง่าย แต่จะเล่นให้เก่งนั้น ยากเย็นเอาเรื่อง Rumbleverse ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกมม้ามืดนอกสายตาที่หลายคนอาจจะไม่รู้จัก และพบเจอคนไทยเล่นได้ยากสักหน่อย แต่ถ้ามีโอกาส บอกเลยว่า ไม่ควรพลาด นี่อาจจะเป็นอีกเกมที่ดึงคุณติดหนึบไว้ที่หน้าจอได้ทั้งวันแบบงง ๆ กันเลยทีเดียวRumbleverse เปิดตัวให้เล่นฟรีแล้ว และลงให้กับ PC, PS4, PS5, Xbox One, Xbos Series X|S
20 Sep 2022
[Review] รีวิวเกม Fashion Police Squad ปราบปรามอาชญากรรมทางแฟชั่น ในสไตล์เกมยิงย้อนยุค
Boomer Shooter หรือจะให้เรียกภาษาบ้าน ๆ ว่าเกมยิงคนแก่ ที่อยู่ดี ๆ ก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งแบบงง ๆ ในยุคสมัยนี้ แต่สำหรับ Fashion Police Squad ต้องบอกว่าเป็น Boomer Shooter ที่ค่อนข้างครีเอทมาก ๆ ด้วยการผสมผสานเรื่องราวของแฟชั่น และสไตล์การแต่งตัวมาเป็นเนื้อเรื่องหลักของเกมนี้ แถมมันยังมาพร้อมความท้าทายในระดับที่ยากเกินกว่าจะคาดคิดไว้อีกด้วย นั่นทำให้เกมนี้กลายเป็นอีกเกมดีที่เราไม่อยากให้พลาดกันในปีนี้ กับ Fashion Police Squadเมื่อโลกแฟชั่นล้ำหน้า การแต่งตัวไม่มีกาลเทศะจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งเรื่องราวของ Fashion Police Squad กล่าวถึงเมืองสมมติที่ชื่อ Trendopolis ที่ไม่ได้มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรมากไปกว่าการนิยามว่าเมืองนี้คือเมืองแห่งแฟชั่นที่รักการแต่งตัวอย่างมีเอกลัษณ์ และนับว่าการแต่งตัวคือศิลปะอย่างหนึ่ง แต่แล้วเมืองนี้ก็ตกอยู่ภายใต้อาชญากรรมทางแฟชั่น นั่นคือเริ่มมีผู้คนที่แต่งตัวไม่ถูกกาลเทศะ ตั้งแต่พวกมนุษย์ออฟฟิศใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ พวกวัยรุ่นใส่กางเกงยีนส์หลวมจนโชว์ขอบกางเกงใน สิ่งเหล่านี้สร้างความหวาดผวาให้กับคนทั่วไปเป็นอย่างมาก งานนี้กองตำรวจแห่ง Trendopolis ไม่อาจอยู่นิ่งเฉยได้ ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Sergeant Des. ที่ออกมาปราบปรามอาชญากรรมทางแฟชั่นเหล่านี้ รวมไปถึงจะได้ค้นพบต้นสายปลายเหตุว่า เหตุใดคนในเมืองบางคนถึงเริ่มแต่งตัวออกนอกลู่นอกทาง ซึ่งก็จะมีเนื้อเรื่องให้เราตามติดกันอย่างต่อเนื่องและตามสไตล์เกมอินดี้ทุนน้อย เนื้อเรื่องจะถูกนำเสนอผ่านกล่องสนทนาทั่วไป ไม่ได้มีคัทซีนอะไรมาก ขนาดฉากเปิดตัวบอสก็ยังรู้สึกว่ามันธรรมดาไปมาก ซึ่งก็ถือเป็นปกติของเกมอินดี้อยู่แล้ว แต่สิง่ที่ต้องชื่นชมคือไอเดียและความครีเอทของตัวเกม ที่สรรหาจุดลงตัวของเกมยิง เข้ากับเรื่องขอแฟชั่นที่ไม่คิดเลยว่าจะเอามาเจอกันได้ อย่างไรก็ตามเนื้อเรื่องของเกมก็ไม่ได้พีคหรือมีจุดพลิกโผอะไรมาก ใครจะมาเล่นเอามันเพื่อระบายความเครียดก็ทำได้ (แต่อาจจะเครียดกว่าเดิม ไว้รออธิบายในหัวข้อเกมเพลย์) แต่ถ้าใครอยากอ่านเนื้อเรื่องก็ถือว่าเป็นเกมเนื้อเรื่องตรง ๆ ไปเลย ไม่ได้มีอะไรเข้าใจยากการนำเสนอในรูปแบบ Pixel Graphic และล้อเลียนแบรนด์แฟชั่นชื่อดังนอกจากจะเป็นเกมแนว Boomer Shooter ขายความ Old School เต็มรูปแบบแล้ว สิ่งที่เกมนี้ตั้งใจนำเสนออีกอย่างคือกราฟิกภายในเกมแบบ Pixel Graphic เป็นอีกกราฟิกที่มีความเป็นเอกลักษณ์ไม่แพ้กัน และที่สำคัญกินสเปคเครื่องค่อนข้างเบามาก แต่การนำเสนอแบบ Pixel Graphic ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการนำเสนออันฉูดฉาดของตัวเกมสักเท่าไรนัก มันยังคงเป็นเกมที่มีโทนสีและเอกลักษณ์ที่น่าสนใจเป็นอย่างมากนอกจากนั้นด้วยความที่เกมมันพยายามจะล้อเลียนแฟชั่นต่าง ๆ ที่เป็นแบรนด์ที่มีอยู่จริง หากใครหูตาไวก็จะได้เห็นป้ายแบรนด์แฟชั่นต่าง ๆ ในเกมอยู่จำนวนหนึ่งโดยเฉพาะ Supreme ที่ล้อกันแทบจะทุกฉาก แถมยังเห็นแบรนด์อื่น ๆ ผ่านหูผ่านตาอีกจำนวนมาก น่าเสียดายที่ผู้เขียนไม่เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นจริง ๆ ไม่อย่างนั้นน่าจะขยี้ฉากเหล่านี้ได้อีกเพียบสิ่งที่ค่อนข้างเซอร์ไพรส์สำหรับเกมนี้คือเรื่องของปริมาณคอนเทนต์และความยาวของตัวเกม หากคุณคิดว่านี่เป็นเกมอินดี้เน้นขายไอเดียสั้น ๆ ยาว 2-3 ชั่วโมงก็จบ คุณคิดผิดแล้ว เพราะเกมนี้มาพร้อมแคมเปญเนื้อเรื่องที่ใช้เวลาในการเล่นมากถึง 5-6 ชั่วโมง โดยจะเล่าเรื่องผ่าน Chapter ต่าง ๆ แต่ละ Chapter จะมีความยาว 20 นาทีขึ้นไปป (ยังไม่รวมความยากของเกมที่อาจจะทำให้เราตายแล้วตายอีก) และนอกจากแคมเปญเนื้อเรื่องแล้ว ยังมี Challenge ต่าง ๆ ให้เราได้ทำกันเพื่อท้าทายความสามารถกันอีกด้วย ทำให้หากจะเก็บทุกสิ่งอย่างในการเล่นเกมนี้ ก็อาจจะต้องใช้เวลากัน 10 ชั่วโมงขึ้นไป สำหรับเกมอินดี้ในราคาเกือบ ๆ 300 บาท ได้ขนาดนี้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้วหากมองในด้านการออกแบบและคอนเทนต์ที่ได้ก็ถือว่ามีคุณภาพอย่างยิ่ง ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้เล่นแล้วว่าจะชื่นชอบเกมแนวนี้หรือไม่ ซึ่งเกมเพลย์เรากำลังจะพูดถึงในหัวข้อถัดไปนี้Boomer Shooter ที่เน้นการสลับอาวุธ และ "ยากอย่างไม่น่าเชื่อ"ย้อนไปเมื่อปี 2020 ในตอนที่ Doom Eternal เปิดตัว สำหรับเกมนั้นถือว่าเป็นเกมเดินหน้ายิงที่ดุเดือด และเข้มข้นมาก ๆ เรียกได้ว่าใครชอบเกมแอ็คชั่นเดินยิง ยังไงก็เต็มอิ่มแน่ ๆ และดูเหมือนว่าทีมสร้าง Fashion Police Squad เขาพยายามที่จะนำเอาระบบบางอย่างจาก Doom Eternal มาใช้ คนที่เล่นจะรู้กันดีว่า Doom Eternal นั้น จะบีบให้เราพยายามสลับอาวุธที่หลากหลายมากำจัดศัตรู และเกมนี้ก็เหมือนจะดึงเอาระบบนี้มาใช้ในด่านแรก ๆ นั้นเราจะยังไม่ค่อยเจอศัตรูที่หวือหวามาก วิ่งยิงชิล ๆ ได้เลย แต่เมื่อไปด่านหลัง ๆ เราจะพบว่าศัตรูเริ่มตึงมือมากขึ้น ไม่ใช่เพราะมันอึด พลังชีวิตสูง แต่กว่าจะกำจัดได้แต่ละตัว เราก็ต้องสลับอาวุธกันไปมาจนมือระวิงกันไปหมด แถมบางตัวยังต้องใช้อาวุธที่ต่างกันไปจัดการด้วย เช่นตัวนี้จะต้องใช้ปืนกลยิง อีกตัวต้องใช้แส้เข็มขัดฟาดเท่านั้น ถึงจะสู้ได้ และในช่วงท้ายของเกม เกมก็จะโยนศัตรูที่ต้องใช้วิธีอันหลากหลายมาให้ผู้เล่นสลับอาวุธรัว ๆ ในการจัดการและสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าเกมนี้จะไม่มีก็คือ เกมนี้จะไม่มีระบบการอัปเกรดอาวุธ และอาวุธใหม่ ๆ ผู้เล่นจะปลดล็อคได้ตั้งแต่ช่วงกลางเกม (Chapter 6 ขึ้นไป) ถึงแม้จะแฟร์ก็ตาม เพราะศัตรูก็จะมีพลังชีวิตเท่าเดิม แต่มันถูกส่งออกมาเยอะขึ้น หลายตัวมากขึ้น ไม่ต่างอะไรกับความยากที่เพิ่มมากขึ้น แต่เรามีลิมิตในการจัดการศัตรูเท่าเดิม ทำให้รู้สึกว่าเกมจะไล่สเกลความยากจากง่ายต้นเกม ไปยากท้ายเกม และด้วยความที่เกมไม่มีระบบอัปเกรดอาวุธใด ๆ นี่แหละ ทำให้ช่วงท้าย ท้าทายขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว แต่ข้อเสียคือกับคนที่ไม่ชอบการที่ตัวเราเองไม่ได้เก่งขึ้น แต่ศัตรูมันพร้อมจะเชือดเราได้ทุกเมื่อ สิ่งนี้ทำให้ตัวเกมช่วงท้ายยากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ลำพังแค่การเจอความยากของการสลับอาวุธ ถือว่าตึงมือพอตัวแล้ว แต่การโดนโถมใส่เยอะ ๆ นี่ อาจจะทำให้หัวร้อนกันเลยก็ได้นอกจากนั้นในส่วนของ Boss Fight เอง ตัวเกมก็ไม่สามารถจะสร้างมิติหรือแง่มุมการนำเสนอใหม่ ๆ ใส่เข้ามาได้เลย เป็นเพียงการสแปมกระสุนยิงแหลกเพื่อให้บอสตาย ๆ ไปเท่านั้น แต่ก็ยังถือว่ายากอยู่ หากเราคิดจะลุยแหลกโดยไม่สนอะไร ทำให้ภาพรวมของ Fashion Police Squad มีจุดเด่นที่การนำเสนอไอเดียที่ดี เกมเพลย์ที่สนุกในช่วงครึ่งแรกของเกม แต่ครึ่งหลังเกม อันนี้ใครจะไหวแล้วไปต่อจนจบได้มากน้อยแค่ไหน ก็คงแล้วแต่ความชอบของผู้เล่นPerformance ที่มีปัญหาในช่วงแรกแม้ว่าเกมนี้จะใช้ Pixel Graphics เป็นกราฟิกหลักของเกม แต่ไม่น่าเชื่อว่าในช่วงแรกที่เกมออก ก็ถือว่ามีปัญหาด้าน Performance ที่หนักหน่วงเอาเรื่อง แต่โชคดีที่มันไม่ได้เยอะมากขนาดนั้น ปัญหาหลัก ๆ ที่ตัวผู้เขียนเจอเลยก็คือการที่อยู่ดี ๆ เฟรมเรทตกในช่วง Chapter หลัง ๆ ของเกม แต่ก็ถือว่าเป็นปัญหาเพียงเล็กน้อย และได้รับการแก้ไขในเวลาอันไม่นานนัก ดังนั้นถ้าให้บอกกันตรง ๆ ก็คือเกมนี้แทบจะไม่มีปัญหา Performance ใด ๆ เลย อีกอย่างคือมันเป็นเกมเล็ก เบาเครื่องอยู่แล้วด้วยนั่นเองFashion Police Squad เป็นอีกเกมที่ยึดแนวทาง Boomer Shooter เอาไว้ แต่พยายามใส่ความยากและความท้าทายเข้ามา ชนิดที่ว่าผู้เขียนเองก็คาดไม่ถึง และทำให้ประทับใจมาก ใครที่มีโอกาสได้ลองเล่น บอกเลยว่า ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง แล้วคุณจะรู้ว่า เกมภาพแบบนี้ ก็ทำให้คุณ "ร้อนได้ไม่ใช่น้อย" แต่ถ้าคุณไม่ชอบเกมตึง ๆ ที่ต้องตื่นตัวอยู๋ตลอดเวลา เกมนี้ก็อาจไม่เหมาะนัก
18 Sep 2022
[Review] รีวิวเกม Shin chan: Me and the Professor on Summer Vacation The Endless Seven-Day Journey วันพักร้อนสุดพิศวง ของครอบครัวโนะฮาร่า
Shin chan: Me and the Professor on Summer Vacation The Endless Seven-Day Journey เป็นชื่อเกมที่โคตรโคตรจะยาวมาก ๆ เกมนี้ผู้เขียนอยากเล่นมันมาตั้งแต่มันลง Nintendo Switch ละครับ แต่เนื่องจากตอนนั้นตัวเกมมีแค่ภาษาญี่ปุ่น และผู้เขียนกลัวว่าจะไม่อินกับเนื้อเรื่องเลยไม่ได้ซื้อมันมาเล่น แต่เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2022 ฤกษ์งามยามดีทางผู้พัฒนา Neos Corporation ได้ลงวางขายเกมนี้ใน Steam ให้เราได้ร่วมใช้ความทรงจำดี ๆ ที่เคยมีกับชินจังในช่วงที่เรายังเป็นเด็กกับเกมนี้ ใครที่สนใจเรื่องราววันพักร้อนของครอบครัว โนะฮาร่า และอยากจะสัมผัสกับเรื่องราวสนุกสุดกวนของชินจัง แวะมาอ่านรีวิวเพื่อเติมเชื้อไฟความอยากได้ในบทความนี้กันก่อน แต่ผู้เขียนขอแสดงความเสียใจด้วยที่เราจะไม่ได้เห็นท่าไม้ตายส่ายก้นของชินจังแบบฟูลเวอร์ชั่นครับ ฮ่า ๆเรื่องราวอันแสนวุ่นวาย ดำเนินเรื่องราวทั้งหมดโดยเด็ก 5 ขวบ~ Hello สวัสดี กระผมนี่จะบอก ว่าวันนี้ผมมีความสุข ผมนั้นมีความสุข ไม่เคยจะทุกข์ มันสนุกกว่าเขาเพื่อน โอ้ะ โอะ โอ้ะ โอย ♬ ♫ดักแก่กันหน่อยครับ ฮ่า ๆ ๆ ยุคสมัยที่ผู้เขียนยังเป็นเด็กวัยประถมอยู่นั้น เพลงนี้ของชินจังนี่โด่งดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ถ้าจะเปรียบให้ทุกคนเห็นภาพ มันก็ประมาณ โคอิซูรุฟอร์จูนคุกกี้ ของสาว ๆ ตระกูล 48 นั่นแหละครับ (เปรียบเทียบไปขนาดนั้นเลย ฮ่า ๆ) แต่เพลงประกอบของ ชินโนะสึเกะ หรือแม้แต่อนิเมะ ในยุคนั้นมันก็เป็นกระแสแบบนั้นจริง ๆ ครับ ร้องกันได้ทุกเพศทุกวัยและใคร ๆ ก็ต้องอยากดูความกวนโอ๊ยของชินจังเกมเพลย์ - เกมนี้ก็แน่นอนแหละครับชื่อเกมคือ ชินจัง มันก็ต้องรับบทและดำเนินเรื่องราวโดย "โนะฮาร่า ชินโนะสึเกะ" อายุ 5 ขวบ (ชื่อเกมมันก็บอกอยู่แล้ว จะให้ใครเป็นตัวเอกล่ะครับ ฮ่า ๆ) เป็นเกมแนวผจญภัย ที่เน้นการเล่าเรื่อง เหมือนเราได้นั่งดูการ์ตูนยาว ๆ เราจะต้องผจญภัยในชุมชนที่มิซาเอะเคยอาศัยอยู่และเติบโตขึ้นมาครับ แต่...มันจะมีกฎ 7 วัน เพื่อน ๆ สงสัยใช่ไหมครับว่าถ้าครบ 7 วันแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งตรงนี้มันจะเกี่ยวโยงกับเนื้อเรื่องโดยตรงครับ ชินจังจะโดนย้อนเวลากลับไปยังวันแรกที่เขามาถึงสถานีรถไฟ ของจังหวัดคูมาโมโตะครับ และในเหตุการณ์นี้มีเพียงแค่ ชินโนะสึเกะ เท่านั้น!!!ที่สังเกตเห็นถึงความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น แต่ชินจังมีเป้าหมายคือต้องการจะเดทกับพี่สาวที่เป็นผู้ช่วยของสำนักหนังสือพิมพ์ ชินจังเลยใช้โอกาสทุกครั้งที่ย้อนเวลากลับมาทำให้เรื่องราวดีขึ้นเสมอ เพื่อจะไปเดทครับ ฮ่า ๆ ฉากหรือสถานที่ต่าง ๆ ภายในเกมจะปลดล็อคไปเรื่อย ๆ ตามเนื้อเรื่องของเกมครับ ถึงแม้จะครบ 7 วันแล้ว ก็ยังมีเนื้อเรื่องมาเชื่อมต่อให้เราเล่นมันต่อไปได้เรื่อย ๆ อย่างไม่มีสะดุดกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเกม - ตรงนี้ก็เป็นเสน่ห์ของเกมนี้อยู่เหมือนกันนะครับ เพราะจะมีกิจกรรมให้เราทำเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น ตกปลา, สะสมแมลง, หาของป่าต่าง ๆ หรือวัตถุดิบไปให้ชาวบ้านในชุมชนตามรีเควสบอร์ด และมินิเกมการต่อสู้ของไดโนเสาร์กับเพื่อน ๆ ของชินจัง เป็นต้นตกปลา - ตัวเกมมีเบ็ดมาให้เราอยู่แล้ว 2 คัน เป็นเบ็ดไม้ไผ่ธรรมดาไม่มีลอก ส่วนอีกคันเป็นเบ็ดแบบมีลอก ซึ่งใช้งานได้เหมือนกันไม่มีเบ็ดคันไหนพิเศษไปกว่ากัน ตกปลาได้แบบเดียวกันครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบรูปลักษณ์แบบไหน สามารถกดตัว C เพื่อเปลี่ยนไปมาได้เลยภายในเกม การตกปลาไม่ยากและไม่ต้องใช้ความเข้าใจอะไรมาก เราแค่ดูทุ่นตรงเบ็ดของเรา ถ้ามีน้ำกระเซ็นเราก็กดคลิกเมาส์ซ้ายหรือขวาก็ได้ ชินจังก็จะดึงปลาขึ้นมาให้เราครับ สามารถสะสมลงในสมุดส่วนตัวของชินจังได้จับแมลง - เกมจะมีตาข่ายจับแมลงให้เราอยู่ในกระเป๋า เราสามารถเดินจับแมลงได้ทั่วทั้งเมืองครับ มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ ส่วนนี้เราสามารถสะสมลงสมุดส่วนตัวของชินจังได้เหมือนกันครับการหาวัตถุดิบไปให้ชาวบ้าน - ตรงนี้ตามบ้านต่าง ๆ จะมีกระดานบอร์ดหน้าบ้าน เอาไว้ให้ชินจังครับ เราคนเล่นสามารถไปกดดูได้ว่าบ้านไหนต้องการวัตถุดิบอะไร หลังจากนั้นเราก็ไปหาวัตถุดิบเหล่านั้นที่ตรงตามความต้องการมา และชินจังจะได้ค่าขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นการตอบแทนครับมินิเกม - ซีรีส์ของชินจัง ถ้าเพื่อน ๆ เคยติดตามมาบ้างอาจจะทราบว่า ตอนพิเศษต่าง ๆ ของชินจังจะไม่มีเพื่อน ๆ จากโรงเรียนอนุบาลไปด้วย แต่จะมีตัวละครที่แทบจะหน้าตาเหมือนเพื่อนชินจังทุกอย่าง หรือแม้แต่ชื่อก็จะคล้ายคลึงกัน ตามมาหลอกหลอนชินจังและเราคนดูด้วยครับ ซึ่งเกมนี้ก็มีมาเหมือนกันครบทั้งแก๊งเลย ฮ่า ๆ ซึ่งเกมนี้เราจะได้เล่นมินิเกมกับเพื่อน ๆ ของชินจังในมินิเกมครับ ซึ่งเราต้องนำไดโนเสาร์มาสู้กัน โดยกติกาการเป่ายิงฉุบเนื้อเรื่องคร่าว ๆ แบบไม่สปอยล์ - ชินจัง และครอบครัว โนะฮาร่า จะไปเที่ยวพักร้อนกันที่จังหวัดคูมาโมโตะ บนเกาะคิวชู ซึ่งเป็นสถานที่ที่ มิซาเอะ หรือแม่ของชินจังเติบโตมาครับ และครอบครัวโนะฮาร่าจะไปพักอาศัยกับครอบครัวของเพื่อนสนิทมิซาเอะเป็นเวลา 7 วัน พอถึงสถานีรถไฟเราจะเห็นสัญลักษณ์ประจำของจังหวัด คูมาโมโตะ นั่นก็คือ "คุมะมง" เนื้อเรื่องความวุ่นวายของเราทั้งหมดก็จะเริ่มจากตรงนี้เมื่อเราเจอกับคุณลุงนักวิจัยท่านหนึ่ง หลังจากตรงนี้ผมจะไม่เล่าต่อแล้วนะครับ เพราะถ้าเล่าจนหมดเพื่อน ๆ จะเล่นเกมเองไม่สนุกแล้วระบบต่าง ๆ ภายในเกมกราฟิก - เป็นภาพการ์ตูนเหมือนในอนิเมะทุกอย่างเลยครับ โมเดลของเกมมี 2.5 มิติ ไม่ได้แสดงภาพแบน ๆ แบบในอนิเมะ ยังมีมุมต่าง ๆ ให้ได้เห็นบ้าง แต่อาจจะไม่ได้เห็นทุกมุมขนาด 3D ภาพสีสันสดใสสมกับเป็นชินจังนั่นแหละครับ ถ้าเราลองสังเกตดูดี ๆ อาหารเช้าหรืออาหารเย็นในแต่ละมื้อที่ครอบครัวโนะฮาร่าได้กินนั้นจะมีหน้าตาแตกต่างกันไปในทุก ๆ วัน Dev ค่อนข้างใส่ใจรายละเอียดมาก ๆ เลยครับ ใช้พื้นที่ในเครื่อง 2.42GB คอมไม่แรงก็เล่นได้ครับระบบควบคุม - ผมว่ามันค่อนข้างเหมาะกับจอยมากกว่าครับ แต่ถามว่าใช้คีย์บอร์ดเล่นแล้วมีปัญหาไหม ผู้เขียนก็ตอบตรงนี้ได้เลยว่ามันก็ไม่ได้มีปัญหาครับ แต่ในหลาย ๆ จุดอาจจะทำให้เดินวนไปวนมานิดหนึ่งเท่านั้นเอง ฮ่า ๆ อาจจะเพราะว่าเขาพอร์ตเกมมาเพื่อลงฝั่งคอนโซลอย่าง Nintendo Switch นั่นแหละครับ แต่ถ้าใครอยากใช้จอยเกมนี้สามารถต่อจอยเล่นได้เช่นกัน ระบบควบคุมต่าง ๆ มีสอนกันตั้งแต่เริ่มเกมเลย ผู้เขียนแค่ไม่ชอบปุ่ม Q,E ที่เอาไว้ใช้หมุนตัวชินจัง ซึ่งรู้สึกไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลยครับ จะหมุนทำไมแทบจะไม่ได้ใช้ ฮ่า ๆ UI - ใช้งานง่ายและน่ารักครับ ไม่รกจนรู้สึกว่าบางอย่างก็ควรจะให้มันรกบ้างนะ ฮ่า ๆ เพราะว่าเกมนี้จะมีเกจค่าความหิวของชินจังครับ ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าไม่น่าจะมีแค่ผมคนเดียวที่ประสบปัญหาการทำให้ชินจังเป็นลม เพราะเกจขึ้นบ้างไม่ขึ้นบ้างและกดดูไม่ได้ และตรงนี้ค่อนข้างทำให้หงุดหงิดมาก ๆ เพราะบางทีเป็นกังวลว่าตอนนี้ค่าความหิวเหลืออยู่แค่ไหน หรือบางครั้งก็ลืมไปเลยว่ามีค่าตรงนี้จนนึกขึ้นได้อีกที ตอนที่ชินจังเป็นลมไปแล้วนั่นแหละครับ ในส่วนอื่น ๆ นั้นใช้งานง่าย ระบบสะสมต่าง ๆ ที่ค่อนข้างให้ความรู้กับผู้เล่นอย่างเรา เกี่ยวกับปลาต่าง ๆ หรือแมลงต่าง ๆ ในส่วนนี้ถ้าผู้เขียนมีลูกมีหลานก็อยากให้ได้เล่นเกมนี้ เพราะจะได้ความรู้จากเกมเนื่องจากในเกมมีคำอธิบายให้ทราบเกี่ยวกับปลาหรือแมลงที่เราจับได้ครับสรุปเนื้อเรื่องดีงามพระรามแปด เหมือนได้นั่งดูการ์ตูนยาว ๆ ภาพสวยมาก ๆ ทั้งงานอาร์ตตัวละครหรือฉากต่าง ๆ ในเกม อาจจะไม่ได้เห็นก้นชินจังแบบในการ์ตูน เพราะอาจจะไม่ใช่วัฒนธรรมอันดีงามของหลาย ๆ ประเทศ ฮ่า ๆ แต่ก็ยังดีครับที่ได้เห็นท่าไม้ตายก้นดุ๊กดิ๊กในเกม มีให้ได้สะสมอะไรต่าง ๆ แม้แต่การ์ดไดโนเสาร์ที่ได้เป็นของแถมจากการกินช็อกโกบี อันนี้แอบชอบมาก ๆ เพราะตอนผู้เขียนเด็ก ๆ ในยุคนั้นจะมีของต่าง ๆ จากขนมให้ได้สะสมอยู่เยอะมาก ๆ ก็เลยค่อนข้างอินกับตรงนี้ครับแต่...ผู้เขียนมองว่ามันก็ไม่คุ้มค่ากับราคา 1,414 บาทเท่าไหร่ เกมเพลย์ที่เล่นง่ายจนเกินไปเหมือนไม่ได้เล่นอะไรเลย ไม่ค่อยท้าทายสำหรับคนที่หวังในเกมเพลย์ครับ ผู้เขียนมองว่าแฟน ๆ อนิเมะของเกมนี้อายุไม่น่าจะน้อยแล้ว และเกมราคาระดับนี้แต่เกมเพลย์แบบนี้ผมแอบเสียใจอยู่เหมือนกัน ตัวเกมไม่มีพากย์ภาษาอังกฤษ มีแค่ Sub Eng เท่านั้น แต่ตัวละครพูดภาษาญี่ปุ่น ซึ่งผู้เขียนอยากให้มีพากย์ภาษาอังกฤษด้วย อาจจะได้อรรถรสในการเล่นกว่านี้ครับ มีฉากซ้ำ ๆ ซาก ๆ แค่เพิ่มตัวละครเข้าไป อย่างเช่นฉากออกกำลังกายตอนเช้าซึ่งผู้เขียนไม่เข้าใจว่าจะใส่มาให้ทำไม แต่โชคดีที่ตัวเกมมีให้กด Skip ฉากนี้ไม่เช่นนั้นคงน่าเบื่อมาก ๆ ครับ เกมที่เนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับไดโนเสาร์แต่แทบจะไม่มีอะไรให้ทำกับไดโนเสาร์เลย นอกจากมินิเกมที่ใช้ไดโนเสาร์สู้กับเพื่อน ที่ผู้เขียนยอมเสียเงินซื้อมันมาเพราะผมนั้นโตมากับชินจังครับ ก็แอบเสียดายเงินอยู่เหมือนกันที่คิดไว้ว่ามันน่าจะทำได้ดีกว่านี้ แต่ยังดีที่ยังมีในส่วนของเนื้อเรื่องและภาพของเกมที่ทำให้ใจฟูได้อยู่ครับ เอาเป็นว่าถ้าเพื่อน ๆ ที่เป็นแฟนคลับของ โนะฮาร่า ชินโนะสุเกะ อายุ 5 ขวบ สามารถรอไปจนถึงช่วงลดราคาได้ ผู้เขียนแนะนำให้รอดีกว่าครับ หรือถ้าใครไม่สนใจอยากจะสนับสนุนสิ่งที่เราโตมากับเขาก็ไปจัดราคาแรง ๆ แบบผมใน Steam ได้เลย ความกวนโอ๊ยของชินจังก็ทำให้เราโตมาพร้อมรอยยิ้มนะครับ วันนี้ผมกับ โนะฮาร่า ชินโนะสุเกะ ต้องขอตัวลาไปก่อนด้วยท่าไม้ตายโปรด แอ็คชั่น บีม บีม บีม บีม บีมสั่งซื้อเกมhttps://store.steampowered.com/app/2061250/Shin_chan_Me_and_the_Professor_on_Summer_Vacation_The_Endless_SevenDay_Journey/
17 Sep 2022
[Review] รีวิวเกม Farm Manager 2021 เกมทำไร่ ไถนาจำลองชีวิตเกษตรกรแบบสมจริง
Farm Manager 2021 ถูกพัฒนาโดย Cleversan Games จับมือกับผู้จัดจำหน่าย PlayWay S.A., Sim Farm S.A. ลงวางขายบน Steam เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2021 ผู้เขียนเห็นเกมนี้ลดราคา และเกมเพลย์ดูน่าสนใจสำหรับผู้เขียนมาก ๆ ผู้เขียนจึงซื้อมันมาอย่างไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อยครับ เนื้อในของเกมจะเกี่ยวข้องกับการจำลองชีวิตการทำไร่ ทำสวน ทำนา ทำฟาร์มปศุสัตว์หรือแม้แต่อุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ ที่มาจากฟาร์มของเรา หลังจากที่ผมได้ลองเล่นโหมดเนื้อเรื่องของเกมนี้เพียง 1 ชั่วโมง ผมได้แต่พร่ำเพ้อถามตัวเองไป ๆ มา ๆ ว่า "นี่เราไปอยู่ที่ไหนมา?"ผู้เขียนบอกเลยครับว่ามันเป็นเกมที่สนุกมากและมันดูดเวลาชีวิตเราแบบสุด ๆ ผมบอกเลยว่าผมเสียใจมากที่ไม่เจอมันให้เร็วกว่านี้ แต่ไม่เป็นไรครับอย่างน้อยวันนี้เราก็ได้เจอกันแล้ว และผู้เขียนจะมารีวิวให้เพื่อน ๆ ที่สนใจเกมนี้ให้ได้อ่านเพื่อตัดสินใจว่าจะซื้อมันมาประดับประดาลงคลังของเราดีไหม? เกษตรกรไซเบอร์อย่างเรา วัน ๆ ทำอะไรกันบ้าง?ผู้เขียนบอกเลยครับ ว่าถ้าใครได้ลองเล่นเกมนี้ จะเล่นแบบลืมวันเวลาไปเลย ผมเนี่ยนั่งเล่นตอน 8 โมงเช้า หันไปดูนาฬิกาอีกที WTF!!! บ่าย 2 ฮ่า ๆ เอาเป็นว่ามันเป็นเกมที่จะมาช่วยเติมเต็มวันว่าง ๆ ของเราให้หมดไปอย่างรวดเร็ว Farm Manager 2021 จะมีโหมดหลัก ๆ 3 โหมดให้ผู้เล่นอย่างเราได้สนุกไปกับมันครับไม่ว่าจะเป็น Campaign Mode, Scenario Mode และ Free ModeCampaign Mode - มันคือโหมดเนื้อเรื่องของเกมนี้ครับ เราจะได้รับบทเป็นผู้จัดการฟาร์มที่ต้องมาคอยดูแลกิจการต่าง ๆ ให้กับแลนด์ลอร์ดครับ ทำมันทุกอย่างตั้งแต่จ้างคน, จัดการบ้านพักให้คนงาน, จ้างคนงานตามฤดูกาล, จัดซื้อเครื่องมือในฟาร์ม, จัดซื้อสิ่งปลูกสร้าง, จัดซื้อสัตว์, ดูแลการผลิตของโรงงานต่าง ๆ, นำผลผลิตไปขาย, หรือแม้แต่สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ของฟาร์มถ้าถูกไฟไหม้เราก็ต้องเป็นคนแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาดับไฟ ก็เราทั้งนั้นครับ (เกมนี้สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ของเราสามารถเกิดไฟไหม้ได้) ตัวเกมจะมีเควสคอยป้อนมาให้เราทำเรื่อย ๆ บางเควสสามารถลักไก่ได้ถ้าเราเริ่มมีเงินมากพอ ส่วนบางเควสก็อาจจะต้องวางแผนกันหน่อยว่าควรเอาสัตว์ชนิดไหนมาเลี้ยงเท่าไหร่ ควรปลูกอะไรตรงไหน หรือแม้แต่ควรจะสร้างอุตสหกรรมอะไรบ้างภายในฟาร์มเพื่อให้ผ่านเควส บางอย่างเราต้องคำนวณให้ดีครับเพราะหลัง ๆ เควสจะค่อนข้างยากขึ้น และเนื้อที่ในฟาร์มของเรามีจำกัดเพราะเราไม่สามารถขยายพื้นที่ได้ตามที่ใจเราคิด ถ้าเกิดเจอเควสเลี้ยงสัตว์จะทำให้เราลำบากเพราะพื้นที่ไม่พอให้เลี้ยงครับ (พื้นที่สามารถขยายได้ตามเนื้อเรื่องครับ)Scenario Mode - โหมดนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากแคมเปญโหมดเท่าไหร่นักครับ จะต่างกันตรงที่ในโหมดนี้จะมีให้เราเลือกชาเลนจ์ก่อนเข้าเล่นเกมครับ ว่าเราจะเล่นในส่วนไหน สมมติผู้เขียนเลือก "Harvest" พอเราเข้าไปเล่นเกมเควสในเกมที่ป้อนให้เราก็จะเป็นเกี่ยวกับเรื่องการเพาะปลูกล้วน ๆ ครับ ความท้าทายของเกมมีให้เราเลือกเล่นยากง่ายหลายระดับ ตั้งแต่ให้ทำสวนทำฟาร์มแบบง่าย ๆ ไปจนถึงการทำ Marketing ให้ได้ตามเป้าของเควส ใครเล่นโหมดเนื้อเรื่องจนจบหรือเบื่อแล้ว โหมดนี้จะเป็นโหมดต่อไปที่จะให้ความเพลิดเพลินเราต่อครับ และเราจะเข้าใจทุกอย่างในโหมดนี้ได้ง่ายขึ้นเพราะเราผ่านมันมาหมดแล้วในโหมดเนื้อเรื่องครับFree Mode - เราสามารถออกแบบสร้างฟาร์มของเราได้แบบฟรีสไตล์ เลือกระดับความยากง่ายของเกมได้ คือ เป็นโหมดที่อิสระมาก ๆ เราอยากทำอะไรก็ได้ ไม่มีเควสมาบังคับให้เราต้องทำอะไรตามกรอบเลย จะออกแบบฟาร์มให้หรูหราจนหมาเห่าก็สุดแท้แต่เราจะครีเอทมันออกมาเลยครับ เป็นโหมดที่เน้นความสวยยืนหนึ่ง รายได้อะไรฉันไม่สนใจ จะติดลบตัวแดงอะไรไม่รู้ รู้แต่ฟาร์มฉันต้องสวยไว้ก่อน ฮ่า ๆ ๆ ๆไม่มีอะไรให้ต้องปวดหัว แม้ว่าจะต้องจัดการทุกอย่างFarm Manager 2021 มีระบบต่าง ๆ ในเกมมากมายเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเกรดสิ่งต่าง ๆ, การจ้างคนงาน, การจัดซื้อเครื่องมือทางการเกษตร และตลาดซื้อขาย แบ่งเป็นสัดเป็นส่วนไม่ให้เราต้องปวดกบาลแต่อย่างใดกราฟิก - มีภาพ 3D หมุนได้ 360 องศา ภาพสวยงามได้บรรยากาศฟาร์มจริง ๆ แต่ไม่ใช่ฟาร์มแบบไทย ๆ นะครับ จะได้กลิ่นอายของฟาร์มแบบอเมริกันมากกว่า ใช้พื้นที่ในเครื่อง 5.45GB และคอมไม่ต้องเป็น Super Computer ก็เล่นได้ ปรับ High หมดได้แบบสบาย ๆ โดยไม่กระตุกแต่อย่างใด แต่ควรเทียบสเปกเครื่องของเรากับความต้องการขั้นต่ำของระบบก่อนนะครับ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวซื้อมาจะเสียอารมณ์เพราะเล่นไม่ได้ระบบควบคุม - ใช้งานง่ายครับ เหมือนเกม Simulation อื่น ๆ ครับ อาจจะไม่ต้องปรับตัวมาก ใช้ W,A,S,D ในการเคลื่อนย้ายมุมกล้อง, ลูกกลิ้งเมาส์ในการซูมเข้าออก, กดคลิกซ้ายเพื่อเลือกวัตถุต่าง ๆ ในเกม, Q,E ใช้ในการหมุนมุมกล้อง ส่วนใครเพิ่งเคยลองเล่นเกมแนวนี้และเลือกเกมนี้เป็นเกมแรกไม่ต้องกลัวว่าจะเล่นไม่ได้นะครับ ในเกมมี Toturial Mode สอนการใช้งานปุ่มต่าง ๆ ให้ได้ฝึกใช้งานกันจนกว่าจะคล่องกันไปเลยUI - เนื่องจากมีระบบต่าง ๆ ค่อนข้างเยอะแต่ User Interface ของเกมนี้ก็ไม่ได้ดูรกรุงรุงอะไร ที่จัดสรรไว้อย่างเป็นระบบใช้งานง่ายมาก ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นระบบตลาดซื้อของ, ระบบสั่งซื้ออุปกรณ์ทำสวน ไร ไถนา ต่าง ๆ, หน้าต่างสำหรับจ้างคนงาน, การเลือกอาหารให้สัตว์เลี้ยง, หรือแม้แต่ส่งผู้จัดการอย่างเราไปเรียนรู้เพื่ออัพเกรดฟาร์มก็ใช้งานง่ายแสนง่าย การขายของต่าง ๆ มีหน้าต่างราคาขึ้นลงบอกว่าช่วงนั้นของที่เราต้องการจะขายเป็นที่ต้องการของตลาดไหม เราสามารถดองของไปขายตอนที่ราคาขึ้นได้ หน้าต่างการใช้ง่านต่าง ๆ มีรูปสัญลักษณ์บอกอย่างชัดเจนว่าอะไรเป็นอะไร ผู้เขียนมั่นใจว่าตัวผู้เขียนสมัยอนุบาลก็เล่นได้ครับสรุปผู้เขียนยกเกมนี้ให้เป็นเกมโปรดในดวงใจอีกหนึ่งเกมเลยครับ ผมไม่เสียดายเงินแม้แต่บาทเดียวเลยที่ซื้อมันมา ใส่สุดจัดชุดใหญ่พร้อม DLC มาเลย ระบบการจัดการต่าง ๆ ของเกม ระบบทำฟาร์ม การเลี้ยงสัตว์ การทำอุตสาหกรรม สร้างความเพลิดเพลินให้ผู้เขียนมาก ๆ ได้เรียนรู้ว่าการทำฟาร์มนั้นต้องอาศัยปัจจัยในด้านใดบ้าง จากที่ลองเล่นมานับถือเกษตรกรมาก ๆ เพราะว่าแต่ละอย่างกว่าจะเก็บเกี่ยวได้ กว่าจะขยายอุตสาหกรรมได้นั้นมันดูไม่ง่ายเลย นี่ขนาดแค่ในเกมนะครับ เรื่องจริงคงเป็นเรื่องใหญ่กว่ามาก ใครอยากจะซื้อผู้เขียนบอกตรงนี้เลยครับว่าไม่ต้องลังเล เพราะถ้ามีช่วงลดราคากดเข้าคลังให้ไวเลย เพราะมันแค่ 187.85 บาทเท่านั้นเอง หรือใครจะจัดชุดใหญ่พร้อม DLC แบบผมราคาจะอยู่ที่ 280.68 บาท ประทับจิตประทับใจเล่นได้ยาว ๆ และถ้าในอนาคตถ้ามี Farm Manager 2022 23 24 25 26 27 ฯลฯ ถ้าผมไม่สู่ขิตไปก่อนผมจะตามเล่นมันทุกภาคไป ฮ่า ๆ
12 Sep 2022
[Review] รีวิวเกม Disney Dreamlight Valley (Early Access) เกมปลูกผักทำฟาร์มในแดนฝัน ที่คนรักดิสนีย์พิกซาร์ไม่ควรพลาด
หลังจากได้เห็นการเปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ไม่มีใครคาดคิดว่า เกมปลูกผักจากจักรวาลดิสนีย์อย่าง Disney Dreamlight Valley ของ Gameloft จะออกมาเพลิดเพลินขนาดนี้ เพราะอะไรมันถึงได้ยอดเยี่ยม เชิญพบกับรีวิวเกมนี้ในช่วง Early Access บูรณะหุบเขาแห่งแสงสว่างภายใต้เหล่าตัวละครจากดิสนีย์สิ่งเดียวที่เกม Life Simulator ดูจะมีเหมือนกันก็คือ การต้องเข้ามากอบกู้หมู่บ้านหรือดินแดนใดดินแดนหนึ่งให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และ Disney Dreamlight Valley เองก็ใช้พล็อตแบบนี้ในการเล่าเรื่องด้วย ตัวเกมว่าด้วยเรื่องราวของ Dreamlight Valley หรือหุบเขาแห่งแสงสว่างที่โดนคำสาปมืดเข้าคุกคามจนมีแต่หนามสีดำมืดเข้าคุกคาม วิธีเดียวที่จะช่วยเหลือหมู่บ้านนี้ได้ คือค่อย ๆ ฟื้นฟูธรรมชาติ และช่วยเหลือเหล่าตัวละครจากค่ายดิสนีย์ พิกซาร์ ทั้งในหมู่บ้าน และมิติอื่น ๆ มาช่วยกันฟื้นฟูด้วยความที่เป็นเกมจากค่ายดิสนีย์และพิกซาร์ และตัวเกมตั้งใจทำออกมาเป็นแนว Cozy Life Simulator อยู่แล้ว (เน้นรีแลกซ์และเล่นง่าย) ทำให้เนื้อเรื่องอาจจะไม่ได้เข้มข้นน่าติดตามอะไรมากขนาดนั้น แต่ความสุขของคนที่เล่นเกมนี้ คือการได้เจอกับเหล่าตัวละครตัวโปรดของเราจากดิสนีย์และพิกซาร์ล้วน ๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวดี ตัวร้าย พระเอก นางเอก เรียกได้ว่าขนกันมาครบ และด้วยตอนนี้ตัวเกมยังอยู่ในช่วง Early Access ทำให้จะมีการอัปเดตตัวละครเข้ามาอีก อย่างที่เขียนบทความอยู่ตอนนี้ ก็มีการประกาศแล้วว่าจะอัปเดตเพิ่มตัวละครจาก The Lion King และ Toy Story เข้ามาด้วย ดังนั้นซื้อตอนนี้ ถ้าเป็นแฟนดิสนีย์ก็เล่นได้ยาว ๆรูปแบบเกมเพลย์เดียวกัน Animal Crossing แต่เซ็ตติ้งให้อยู่ในจักรวาลดิสนีย์แม้หลากหลายคนจะลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่ามันดูมีความคล้ายกับ The Sims แต่จริง ๆ แล้วมันจะไปใกล้เคียงกับเกมอย่าง Animal Crossing ซะมากกว่า ผู้เล่นจะเริ่มต้นด้วยบ้านซอมซ่อ 1 หลัง พื้นที่ของอาณาจักรที่มีอิสระในการจะปรับแต่ง หรือหว่านเมล็ดพืช แล้วมาเก็บเกี่ยวเอาทีหลังก็ทำได้ แถมเรายังสามารถเข้าสู่มุมมองของการเป็นเกมแนวบริหารจัดการได้อย่างง่าย ๆ ให้เราสามารถวางผังเมือง เลือกวางสิ่งของ เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ได้ทั้งหมดอย่างง่ายดายอีกด้วย เรียกได้ว่ามันผสมผสานความเป็นเกม Life Simulator แบบเกม Animal Crossing เข้ากับเกมสร้างเมืองแบบเดียวกันกับ The Sims เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากเมืองแล้วก็ยังมีการปรับแต่งตัวละคร ให้สวมใส่เสื้อผ้าในรูปแบบต่าง ๆ ได้ เรียกได้ว่าเป็นเกมที่ยกเอาหลากหลายเกมมาใส่ระบบของตัวเองไว้NPC แต่ละตัวในเกมจะมีระดับความสัมพันธ์ที่มีมากถึง 10 เลเวล วิธีการเพิ่มค่าความสัมพันธ์ก็คือนำสิ่งของต่าง ๆ ไปมอบให้เป็นของขวัญ ในแต่ละวันนั้น NPC แต่ละตัวก็จะต้องการของขวัญที่ต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นพืชพรรณ อาหาร หรืออัญมณี ถ้าเอาของที่ NPC ตัวนั้นถูกใจก็จะได้ค่าความสัมพันธ์เพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษ แต่จะให้ได้วันละ 1 ครั้งเท่านั้นและที่ยิ่งทำให้มันเหมือนกับ Animal Crossing มากยิ่งขึ้นไปอีก ก็คือเวลาในเกมนี้ จะอิงไปตามเวลาในโลกของความเป็นจริงของเรา แต่ถึงอย่างไรก็ตาม วิธีการเร่งเวลาในเกมก็สามารถทำได้โดยการปรับเวลาในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรานั่นเอง เหมือนกับตัวเกม Animal Crossing ที่ปรับเวลา Switch ก็ทำได้ แต่วิธีนี้ไม่แน่ใจว่าจะผิดกฎของเกมหรือเปล่า โดยการปรับเวลาภายในเกมนั้นจะส่งผลกับช่วงเวลากลางวันกลางคืนของตัวเกม และไอเทม ผลไม้ สิ่งของบางอย่างจะเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปเท่านั้น ดังนั้นหากจะเล่นเกมนี้ก็ต้องรู้จักการรอกันเสียหน่อยด้วยระบบเบื้องต้นและภาพรวมทั้งหมดนี้ ทำให้นี่อาจจะเป็น Animal Crossing ในเวอร์ชั่น Disney แต่สำหรับเกมเพลย์จริง ๆ แล้วมีอะไรที่มีความเป็นตัวเองมากกว่าพอสมควร ซึ่งเราจะอธิบายกันในหัวข้อถัดไปเกมเพลย์แสนสุขที่คนรักความสงบและผ่อนคลายจะต้องชื่นชอบ8นที่ชื่นชอบเกมแนวปลูกผักทำฟาร์ม หรือ Life Simulator คงไม่ได้ต้องการมาเหนื่อย หรือกดดันอะไรจากเกมแนวนี้อยู่แล้ว Disney Dreamlight Valley จึงเป็นเกมที่ใช้คำว่าผ่อนคลายได้อย่างเต็มรูปแบบ นับตั้งแต่เปิดเกม เราอาจจะติดตรงที่บทสนทนาค่อนข้างเยอะ และไม่ค่อยสอนเราเกี่ยวกับตัวเกมเท่าไร หรือเอาจริง ๆ คนที่เล่นเกมแนวนี้มาเยอะ ก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าระบบเกมแต่ละส่วนนั้่น ทำงานยังไง เราจะเริ่มจากการถอนวัชพืขสีดำมืด เริ่มภารกิจเนื้อเรื่อง เริ่มไปเจอตัวละครต่าง ๆ และปลดล็อคระบบใหม่ ๆ เช่นการปลูกผักทำฟาร์ม และการซื้อขายของเป็นต้นหลัก ๆ แล้ว NPC ในเกมนี้ก็จะยกเอาตัวละครดัง ๆ จาก Disney / Pixar มาใช้ และวางบริบทให้เข้ากับเกมเพลย์ เช่นเจ้าหนู Remy จาก Ratatouille ก็จะมีส่วนช่วยในการปรุงอาหาร หรือเจ้าหุ่นยนต์ Wall-E ก็จะมีส่วนช่วยในการทำเกษตรกรรมเช่นปลูกผัก ทำฟาร์ม เก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นต้น และยังมีตัวละครบางตัวที่อาศัยอยู่ใน Realm หรือมิติของตัวเอง ที่เราสามารถเข้าไปและสัมผัสกับโลกของเรื่องราวตัวละครเหล่านั้นได้ เช่น Elsa ของ Frozen หรือในอนาคตที่กำลังจะมาอย่าง The Lion King ต้องบอกว่าเกมนี้เป็นเกมสำหรับคนที่ชื่นชอบความผ่อนคลาย และรักในตัวละคร Disney จริง ๆ ในช่วงแรกเราสามารถเก็บอุปกรณ์ทำฟาร์มได้จากจุดต่าง ๆ จากนั้นเราจะสามารถหว่านเมล็ด รดน้ำ เก็บเกีั่ยวผลผลิตได้ โดยจะอิงตามเวลาจริงที่เราอยู่ในเกมแทบจะทั้งหมด ดังนั้นเกมนี้จะกินเวลาของเรา ๆ เป็นอย่างมาก ถ้าคุณชื่นชอบเกมแนวนี้ และที่ต้องชื่นชมคือ เกมพยายามเก็บเอาระบบและรายละเอียดหลาย ๆ อย่าง จากเกมแนวเดียวกันเกมอื่น ๆ มาใส่เอาไว้ การผูกสัมพันธ์กับตัวละคร การซื้อขาย การปลูกผักทำฟาร์ม และทำภารกิจแบบต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ แต่ถูกใส่มนต์เสน่ห์ของดิสนีย์เข้าไป แล้วใครล่ะที่จะอดใจไหวสำหรับเกมนี้เกมยังใส่ระบบอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เข้ามาแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ยกตัวอย่างเช่น ตามปกติแล้ว หากเราใช้ชีวิตในเกมจนพลังงานเริ่มร่อยหรอ ตัวละครเราจะเหนื่อย และเราจะต้องกลับไปนอนที่บ้านพักของตัวเองเพื่อฟื้นฟูพลังงาน และจะเป็นการบังคับเริ่มต้นวันใหม่ไปในตัว แต่กับเกมนี้ ตัดปัญหาความยุ่งยากออกไป เพียงแค่เรากลับเข้าไปที่บ้านตัวเอง ค่า Stamina ก็จะฟื้นฟูจนเต็ม หรือถ้าเราพกอาหาร ของกินติดตัวไว้ ก็สามารถกินเพื่อเพิ่มพลังได้เลยด้วย ตัดปัญหาการบริหารจัดการ Stamina ไปได้แบบสบาย ๆ และกิจกรรมจำพวกการตกปลา การทำภารกิจเนื้อเรื่องกับตัวละครตัวนั้น ๆ ก็ช่วยเพิ่มความอินให้กับเรามาก แต่พวกรายละเอียดเล็กน้อยอาจจะต้องขยันอ่านกันนิดนึง เพราะมันมาในรูปแบบ Text ล้วนแต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เราต้องเตือนกันก่อนเลยคือ สถานะเกมตอนนี้ยังอยู่ในช่วง Early Access หรือก็คือเป็นเกมเล่นระหว่างการพัฒนา และต้องย้ำกันตัวโต ๆ ว่า หากตัวเกมพร้อมแล้วสำหรับเวอร์ชั่น 1.0 มันจะกลายเป็นเกมเล่นฟรี ดังนั้นหากใครที่ไม่รีบ ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องซื้อเกมนี้ รอเล่นฟรีพร้อมคอนเทนต์แน่น ๆ ก็ทำได้ แต่ตอนนี้ใครที่อยากเล่น อดใจไม่ไหว ที่จะได้ไปเห็นเหล่าตัวละครแสนรักในเกมแนวโปรด ก็บอกได้เลยว่าคุ้มค่า อย่างไรก็ตามตอนนี้ตัวเกมยังไม่สามารถเล่นออนไลน์กับเพื่อนได้ ซึ่งบอกได้เลยว่า หากมีการปลดล็อคระบบออนไลน์ (ท๊๋คาดว่ายังไงก็มีในอนาคต) และอีเวนทม์ในเกมที่คอยแจกสกินอยู่เรื่อย ๆ ตามธรรมเนียมของ Gameloft ทำให้เกมนี้ แม้ว่าจะยังเล่นได้คนเดียว แต่ก็มีอะไรให้ทำเยอะพอสมควรเลยทีเดียวและถ้าไม่บอกจะหาว่าเราไม่เตือน อย่างที่บอกไปว่าเกมเป็นรูปแบบ Early Access ดังนั้นหากจะเล่นก็ต้องเตรียมใจเจอบั๊กกันในระดับนึง และจากที่เห็นทั้งสังคมผู้เล่นไทยและต่างประเทศ บั๊กแต่ละตัวนี่ถือว่าเป็นปัญหาเอาเรื่อง ตั้งแต่เก็บของไม่ได้ เดินติดนั่นติดนี่ หนักเข้าหน่อยก็เกมเด้งกันไปเลย ดังนั้นหากคิดจะเล่นเกมนี้ ต้องทำใจรับบั๊กในช่วงระหว่างการพัฒนานี้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็เลี่ยงไว้ก่อนจะดีกว่า แต่ถ้าเป็นในส่วนของการ Optimized ให้เกมเล่นได้แบบลื่น ๆ โดยไม่มีอาการเฟรมเรทตก เกมนี้ถือว่าสอบผ่านมาก ๆ ในด้านคอนเทนต์ของเกมตอนนี้ถือว่าคุ้มราคาให้เราได้เล่นกันยาว ๆ แล้ว และการผสมผสานระหว่าง เกมปลูกผักทำฟาร์ม หรือ Life Simulator ให้เข้ากับตัวการ์ตูนและโลกของ Disney Pixar และ Roadmap Content ที่ค่อนข้างยาวแน่นอน รวมไปถึงเล่นฟรีอีกเมื่อเปิดตัว บอกได้เลยว่านี่คือการลงทุนที่ค่อนข้างได้ใจแฟน ๆ Disney แน่ ๆ และ Gmaeloft ผู้พัฒนาเกมที่ค่อนข้างโดนอคติจากชื่อ ก็ลบคำสบประมาทได้เป็นอย่างดีด้วยผลงานนี้ และบอกได้เลยว่า อนาคตของเกมนี้ ยาวไกลแน่ ๆ 
10 Sep 2022
[Review] รีวิวเกม Saints Row (2022) ความพยายาม Reboot อันกล้าหาญ แม้จะไปไม่ถึงฝั่งฝัน
ด้วยความสำเร็จของเกมซีรีส์ Grand Theft Auto (GTA) ถือเป็นเรื่องน่าประหลาดที่เราไม่ได้เห็นเกมลักษณะคล้าย ๆ กันบ่อยกว่านี้ ซึ่งหากมานั่งคิดดูดี ๆ แล้ว เกมโลกเปิดซีรีส์ดัง ๆ ที่อาจ "เทียบเคียง" กับ GTA ได้ในแง่ของแนวเกม อาจจะมีเพียงซีรีส์ Saint's Row เพียงเกมเดียวเลยก็เป็นได้ และแม้จะไม่ประสบความสำเร็จใกล้เคียงกับ GTA เลยตลอดประวัติศาสตร์ของซีรีส์ แต่ Saint's Row ก็ยังได้รับความนิยมอยู่ไม่น้อย และสามารถสร้างเอกลักษณ์ให้ตนเองได้ในที่สุดหลังจากห่างหายจากภาคหลักไปนานหลายปี ตั้งแต่ที่เกมภาค 4 วางจำหน่ายไปเมื่อปี 2013 การกลับมาคราวนี้ของชาวแก๊งสีม่วง ที่อาจไม่ได้เน้นสีม่วงอีกต่อไปอย่าง Saints Row พร้อมกับการ Reboot อย่างเต็มรูปแบบ แต่มันจะถูกใจทุกคนได้หรือไม่ งานนี้รีวิวของเราอาจจะเป็นตัวช่วย กับ Saints Row (2022) เนื้อเรื่องฉบับ Reboot แต่ก็ Modern ร่วมสมัยSaints Row ในฉบับเก่านั้น เราอาจจะคาดเดาช่วงเวลาไม่ได้ก็จริง แต่ในฉบับ Reboot นี้ แม้จะไม่มีการบอกระยะเวลาที่แน่นอน แต่ก็พอจะคาดเดากันได้ ว่าจะต้องเป็นช่วงเวลาในยุคปัจจุบัน หรือไม่ก็อนาคตที่ไม่ได้ห่างจากปี 2022 มากนัก เพราะเนื้อหาและช่วงเวลาของโลกในเกม ถูกเล่าผ่านบทสนทนาอันกวนโอ๊ย และแฝงไปด้วยมุกตลกจิกกัดจำนวนมาก อะไรที่เราคุ้นเคยในโลกปัจจุบัน ทั้งเทคโนโลยี กิจการ หรืออีเวนท์ต่าง ๆ เราจะได้เห็นมันผ่านการนำเสนอเรื่องราวของเกมนี้ ทั้งภารกิจหลักและภารกิจเสริมสำหรับเนื้อเรื่องของภาคนี้ เมื่อเริ่มต้นมา เราจะยังไม่ใช่เดอะบอสของตัวเอง แต่เราจะทำงานให้กับบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในขั้วอำนาจของเมือง Santa Ileso เมืองสมมติที่จำลองมาจากเขตตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกา นอกจากบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งนี้แล้วก็ยังมีอีกสองแก๊งขั้วอำนาจ คือ Los Panteros ผู้ครองกิจการยานยนต์ และ The Idols ที่ครองกิจการผับบาร์และสถานบันเทิง ในขณะเดียวกัน เพื่อนสนิทของเราต่างก็ทำงานให้กับแก๊งต่าง ๆ ด้วยอยู่มาวันหนึ่ง ขณะที่เส้นทางการทำงานของเรากำลังไปได้สวย ก็เกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่ เราจึงถูกไล่ออก และด้วยความเบื่อหน่ายกับชีวิตขั้นสุด เราตัดสินใจที่จะลุกขึ้นมาเป็นนายตัวเอง และเพื่อนเราก็เห็นดีเห็นงาม ร่วมสนับสนุนด้วย และแก๊งใหม่ The Saints ที่รวมสมาชิกคนบ้าแต่มากฝีมือก็ได้ถือกำเนิดขึ้นสิ่งที่ดีงามของเกมภาคนี้ มันคือการ Reboot จริง ๆ ไม่มีการแกล้งอำ แกล้งหลอกผู้เล่นว่าเป็น Reboot แต่แอบใส่ตัวละคร ใส่กิมมิคเชื่อมโยงกับภาคเก่าเข้ามา ทำให้ตลอดเวลาที่เราเล่นเกมนี้ เราจะรู้สึกว่ามันคือเรื่องราวอันสดใหม่ของสมาชิกแก๊งจริง ๆ ไม่มีของเก่าเข้ามาเอี่ยว และมีเอกลักษณ์ของตัวเองมาก ๆ ดังนั้นอย่าแปลกใจ หากคุณเป็นแฟน Saints Row ภาคเก่า ๆ แล้วจะไม่อินกับภาคนี้ เพราะมันเหมือนเกมใหม่ที่ไม่มีความเป็น Saints Row อยู่เลย แต่ก็ถือว่าเป็นการ Reboot ที่ดี และค่อนข้างกล้าหาญมาก ๆ ที่ทาง Volition ผู้พัฒนา ตัดสินใจเด็ดขาดที่จะทำให้มันเข้าที่เข้าทางมากขึ้น โดยไม่พึ่งบารมีของเดิม และใครที่คาดหวังจะได้เห็นความกาว ความบ้า ความฮาของเนื้อเรื่อง คุณก็จะยังได้เห็นมันแบบครบถ้วนตามสไตล์ Saints Row แน่นอน แต่จะขำมาก ขำน้อยแค่ไหน ก็อาจจะขึ้นอยู่กับความลึกของเส้นอารมณ์ขำของแต่ละคนมุกตลกที่เปลี่ยนไป กับโลกภายในเกมที่เปลี่ยนตามใครที่เคยเล่น Saints Row ภาคแรก ๆ หรือไตรภาคแรกมาจะรู้ว่าเกมนี้เต็มไปด้วยการจิกกัด เสียดสี ล้อเลียน แซะชาวบ้านเขาไปทั่ว แน่นอนว่าในด้านบริบทสังคมในตอนนั้นที่ Social Media หรือจิตสำนึกของคนยังไม่ถูกกระตุ้น การจะทำมุกล้อเลียนคนผิวดำ หรือเหยียดคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจจะไม่รุนแรงเท่าตอนนี้แล้ว ดังนั้นมุกตลกต่าง ๆ ของ Saints Row ก็อาจจะต้องลดทอนอะไรพวกนี้ลง อย่าลืมว่าตอนนี้โลกเปิดกว้างขึ้น และวิดีโอเกมก็เป็นสื่อบันเทิงที่ทุกคนเข้าถึงได้ จะเล่นตลกห่าม ๆ อะไรแบบแต่ก่อนไม่ได้แล้ว แต่เขาก็เปลี่ยนมาใช้เรื่องราวของโลกยุคโลกาภิวัฒน์ หรือสิ่งใกล้ตัวเราแทนสิ่งที่แตกต่างจากเดิม และสมกับเป็นการ Reboot เลยก็คือฉากหลังของเกม หากคุณเป็นชาวเกมที่หลงแสงสีใน Stillwater ของ Saints Row ภาคเก่า ๆ มาภาคนี้คุณอาจจะต้องปรับตัว หรือไม่ก็ไม่ชอบเอาซะเลยกับสิ่งที่ฉากหลังของเกมนี้นำเสนอ อย่างที่บอกไปว่า Santa Ileso เป็นฉากหลังจำลองของอเมริกาตะวันออกเฉียงใต้ แต่มันจะแบ่งออกเป็นสองเขต คือเขตชานเมืองและเขตในเมือง ซึ่งบอกตรง ๆ ว่าไม่รู้ทำไมถึงออกแบบแผนที่แบบนี้ในช่วงแรก เราจะยังไม่ได้เห็นคนใหญ่คนโต ทำให้ต้องอาศัยอยู่ย่านชานเมือง เหมือนชนบทบ้านเรา และทุกครั้งเวลามีภารกิจใหม่ที่เราต้องทำนั่นคือ เป็นภารกิจหลักเนื้อเรื่อง เราจะต้องขับรถในระดับที่ใช้คำว่าโคตรไกล เข้าไปลุยกันในตัวเมือง ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม อาจจะอยากให้เราขับรถ กินลมชมวิว เสพบรรยากาศและโลกของเกม แต่บอกเลยว่าใครขี้เบื่อ อาจจะถอดใจเลิกเล่นตั้งแต่แรกแล้ว เพราะมีหลายภารกิจมาก ๆ ในช่วงแรกที่เราต้องขับรถไกลมาก ๆ เพื่อไปยังจุดหมายต่อมาคือเรื่องของบรรยากาศ แม้ว่าบรรยากาศชานเมืองจะดูสวยงามและให้ความเป็นชนบท ความ Vintage ได้ดี แต่ปัญหาของมันคือ มันไม่มีอะไรให้ทำ ! นอกจากขับรถเล่น หรือเจอจุดปลดล็อคที่เป็น Point of View แล้ว มันก็แทบไม่มีอะไรให้เราทำได้ทำเลยแม้แต่น้อย นี่คือสาเหตุที่ไม่เข้าใจว่า เหตุใดต้องทำแผนที่แยกส่วนเป็นโซนชานเมืองกับในเมือง เพราะถ้ามันมีอะไรให้ทำ มีกิจกรรมแบบสุ่ม หรือมีอีเวนท์ต่าง ๆ มันก็จะไม่ติดขัดในส่วนนี้ แต่มันกลับมีแต่ความว่างเปล่า นอกจากภาพสวยก็ไม่มีอะไรให้น่าสนใจแม้แต่น้อยและที่ผู้เขียนขัดใจมากที่สุดคือความเป็นธรรมชาติของโลกในเกมนี้ ปกติแล้วเวลาที่เราเล่นเกม Open World เราก็มักจะชอบทำอะไรบ้า ๆ บอ ๆ อย่างเช่นไล่ทำร้ายคนโน้นคนนี้ ขับรถเกยฟุตบาธเสยคนเล่นเอามัน ซึ่งการทำแบบนี้ในเกมอื่นก็อาจจะทำให้โลกภายในเกมเกิดความวุ่นวาย เช่นเหล่า NPC แหกปากตะโกนโวยวาย ส่วนมาก NPC ในเกมนี้ก็จะใช้ชีวิตแบบบอทตัวหนึ่ง ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร นี่น่าจะเป็นเกมแรกที่ต่อให้คุณขับรถเสยฟุตบาธทั้งแถบ NPC ก็ไม่แม้แต่จะแหกปากตกใจอะไรเลย ยอมรับว่ามันทำให้ขาดธรรมชาติของโลกในเกมไปพอสมควรเลยทีเดียวเกมเพลย์ที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่กลับทำให้เรารู้สึกว่ามันธรรมดาจนเกินไปในยุคที่มีเกมออกใหม่มากมายขนาดนี้ ไม่น่าแปลกใจถ้าเราจะรู้สึกว่าเกมใดเกมหนึ่งที่เราได้ลองเล่น มันจะธรรมดาจนน่าใจหาย และ Saints Row เองก็ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้นด้วย มันอาจไม่ใช่เกมแย่อะไรนัก แต่เพราะมันธรรมดาจนเกินไป เราเลยรู้สึกว่ามันไม่น่าสนใจเท่าที่ควรSaints Row ยังคงนำเสนอเกมเพลย์การเล่นเป็นมุมมอง Third Person ให้เราได้เห็นตัวละครกันแบบเต็ม ๆ รอบด้าน นั่นทำให้การแต่งองค์ทรงเครื่องตัวละคร The Boss ของเรานั้น สามารถใส่เต็มที่ได้เลย ทั้งทรวดทรงองค์เอว เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย หรือส่วนอื่น ๆ ใครที่เสียเวลากับการสร้างตัวละครมากกว่าเล่นเอง เกมนี้คุณก็น่าจะได้สัมผัสบรรยากาศแบบนั้น แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะปลดล็อคมาให้คุณตกแต่งได้เลยตั้งแต่แรก เพราะคุณจะต้องเล่นภารกิจเนื้อเรื่องไปเรื่อย ๆ ก่อน ระบบต่าง ๆ รวมไปถึงสกิลและของตกแต่งบางอย่างถึงจะปลดมาให้คุณได้ใช้งานและเสริมสวยเสริมหล่อกัน ซึ่งเราสามารถตกแต่งตัวละครได้อิสระมาก แต่ก็จะดูมีความเป็นผู้เป็นคนมากกว่าภาคที่ผ่าน ๆ มาแม้ว่าโลกของเกมจะเป็น Open World เต็มรูปแบบ แต่เมื่อเข้าสู่ภารกิจเนื้อเรื่อง เหมือนเกมจะถูกบีบให้กลายเป็นเส้นตรงตลอด โดยจะมีจุดมุ่งหมายให้เราเข้าไปทำ มีภารกิจที่ต้องไปลุย และเมื่อจบภารกิจ เกมก็จะตัดเข้าสู่ฉากสรุป ซึ่งจะสรุปของรางวัลเป็นค่า EXP และเงินที่ได้มา และเกมจะพาเรากลับมายังฐานของเราเสมอ ฐานทัพของเราจะปลดล็อคเมื่อเล่นภารกิจเนื้อเรื่องไปเรื่อย ๆ และจะเป็นศูนย์กลางของการจัดการอาวุธ ยานพาหนะ และการเตรียมพร้อม แต่ภาคนี้ที่ค่อนข้างชอบเลยคือ ตอนที่เราได้ฐานมาใหม่ ๆ มันจะเป็นเหมือนกับรังหลบภัยอันซอมซ่อ ห้องนอนก็เป็นฟูกเก่า ๆ ห้องเสื้อผ้าก็เป็นชั้นวางของโทรม ๆ แต่พอเราขยับขยายฐานะให้ยิ่งใหญ่ขึ้นได้ ฐานทัพของเราก็จะยิ่งหรูหรามากยิ่งขึ้นในด้านของสกิลและความสามารถของตัวเอกในภาคนี้จะแบ่งออกเป็นสองอย่าง คือ Perk และ Skill ส่วนของ Skill นั้นจะปลดล็อคตามระดับเลเวลตัวละคร ที่ส่วนมากจะเป็นสกิลช่วยเหลือการต่อสู้ เช่น เรียกพวกมาช่วย ใช้ลีลาท่าทางได้เยอะขึ้นตอนโจมตี ส่วน Perk นั้นจะได้จากการทำ Challenge ต่าง ๆ ภายในเกม และก่อนจะติดตั้ง Perk ได้นั้น ก็ต้องใช้เงินซื้อ Perk Slot มาก่อนด้วย ถ้าเทียบกันแล้ว Perk จะปลดล็อคได้ยากกว่า เพราะ Skill นั้น แค่เลเวลถึงก็ได้แล้ว แต่ Perk ต้องใช้ทั้งเงินและเวลาในการทำ Challenge นอกจากนั้นเมื่อเราเล่นไปเรื่อย ๆ จนได้ฐานทัพของตัวเองก็จะมีการวางแผนขยายอำนาจด้วยการเข้าซื้อธุรกิจ และเริ่มทำธุรกิจต่าง ๆ แต่ฉากหลังก็จะเป็นธุรกิจด้านมืด เช่นโรงบำบัดน้ำเสียที่อาจลักลอบทิ้งน้ำเสียลงแม่น้ำได้ เป็นต้น และยังมีธุรกิจอีกมากที่จะช่วยสร้างรายได้ให้เราเป็นกอบเป็ฯกำ และจะทำธุรกิจด้านดีหรือด้านสว่างก็ได้หมด เต็มที่ โดยระหว่างที่เราดำเนินกิจการ เราก็อาจจะโดนแก๊งศัตรูเข้ามาป่วนด้วย ถ้าเราจัดการได้ ก็จะยิ่งทำให้มีรายได้สูงขึ้นในกิจการนั้น ๆหลายคนอาจจะงงว่าแล้วมันน่าเบื่อยังไง นั่นก็เพราะระบบการต่อสู้ของเกมนี้ ที่ประมาณ 60-70% เราจะได้เจอกับมัน คือการใช้อาวุธปืนยิง โดยอาวุธแต่ละอย่างจะปลดล็อคจากการซื้อมา และสามารถอัปเกรดได้โดยทำตามเงื่อนไขที่อาวุธนั้น ๆ กำหนด แต่แม้อาวุธจะหลากหลายก็จริง แต่ศัตรูนี่แหละที่มันไม่ค่อยจะหลากหลายตามอาวุธ แทนที่จะได้ต่อสู้มัน ๆ ตามสไตล์แก๊งสเตอร์ แต่สุดท้ายด้วยความที่มันเป็นแก๊งสเตอร์ ก็ทำให้รูปแบบการต่อสู้ เป็นการยิงปะทะกันเท่านั้นแต่ที่จะสนุกขึ้นมาหน่อย คือรูปแบบการต่อสู้ระยะประชิด ทุกครั้งเวลาเรายิงสังหารศัตรูได้ จะเป็นการเก็บสะสมเกจท่าไม้ตาย และเมื่อเต็ม 100% เราสามารถเข้าไปยังศัตรูตัวใกล้ ๆ และกด E จะเกิดเป็นท่า Finisher สุดเท่ โดยที่ต้องยอมรับกันจริง ๆ คือ Finisher ของภาคนี้ หลากหลายและเท่กว่าภาคก่อน ๆ เยอะ แต่สุดท้ายเมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ เราก็จะเบื่ออยู่ดี ยิงให้มันตาย ๆ จบ ๆ ไปเลยจะดีกว่า รูปแบบเกมเพลย์หลัก ๆ ของเกมนี้จะเข้าลูปเดิมเมื่อเราปลดล็อคระบบจนหมด คือรับภารกิจ ขับรถไปยังจุดหมาย ลุยแหลก หรือทำอะไรก็ตาม แล้วก็เสร็จสิ้นไปเรื่อย ๆ หนีไม่พ้นความจำเจเดิม ๆ แต่หากพูดให้แฟร์ ทุกเกมก็ล้วนแล้วแต่เป็นแบบนี้ ทำให้ Saints Row ยังคงเป็นเกมที่สนุกใช้ได้เลยทีเดียวปัญหาบั๊กที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไขกว่าจะดีหากใครที่ไล่อ่านรีวิวเกมนี้ในช่วงที่เกมออกมาแรก ๆ จะพบว่าเกมมีปัญหาบั๊กและ Performance เกมค่อนข้างหนักเลยทีเดียว แต่โชคดีที่ผู้เขียนได้เล่นเกมนี้ช้ากว่าปกติ ทำให้ตัวเกมได้รับการอัปเดตแพทช์ไปบ้างแล้ว และส่วนสำคัญที่เกมอัปเดตมาเลยคือการแก้ไข Performance ของตัวเกมที่มีความเสถียรมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเฟรมเรท เพราะเกมแบบนี้เฟรมเรทสำคัญมากจริง ๆ ต่อมาคือเรื่องของบั๊ก ณ วันที่ผู้เขียนได้เล่นก็เข้าช่วงต้นเดือนกันยายนแล้ว ถือว่าเกมออกมาได้ประมาณ 2 สัปดาห์ แต่บั๊กที่เจอก็ยังเยอะอยู่ แต่ไม่เยอะเท่าวันที่เกมออกในช่วงแรกอย่างแน่นอน เอาที่โดนมากับตัวเลยคือบั๊กรีโหลดกระสุนไม่สำเร็จสักที จนใช้ปืนกระบอกนั้นไม่ได้ ต้องสลับไปใช้ปืนอื่นแทน นอกจากนั้นก็เป็นเพียงบั๊กเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นการแสดงผล หรือแอนิเมชั่นทั่วไปแม้หลายคนอาจจะมองว่า มันไม่มีความเป็น Saints Row เอาซะเลย แต่อย่างน้อยนี่ก็ถือเป็นความใจเด็ดของ Volition ที่กล้าจะทำสิ่งที่เรียกว่า Reboot จริง ๆ โดยไม่หวังพึ่งบารมีเก่าที่ตัวเองทำเอาไว้ หากมีโอกาส เราก็อยากแนะนำให้คุณลองเล่นกันดู
09 Sep 2022
[Review] รีวิว DLC Back 4 Blood: Children of the Worm เนื้อหาเสริมที่สนุก แต่สั้นจนไม่คุ้มราคา
ผ่านมาเกือบ 1 ปีแล้ว ที่ Back 4 Blood ผลงานเกมยิงซอมบี้แบบ Co-op ตัวใหม่ของทาง Turtle Rock ที่ได้ออกวางจำหน่ายมา และในช่วงเกือบ 1 ปีมานี้ ก็มีการอัปเดตใหญ่ไปแล้วทั้งสิ้นสองครั้ง ครั้งแรกคือ Tunnel of Terror และครั้งล่าสุดที่เรียกได้ว่าเป็นการอัปเดตใหญ่ที่มากกว่าครั้งแรก เพราะครั้งนี้ได้เพิ่มเนื้อเรื่องใหม่เข้ามาโดยตรง พร้อมกับตัวละครใหม่ และการ์ดใหม่อีกมากมาย แต่มันจะคุ้มค่า และสนุกแค่ไหน ก็มาดูกันได้กับรีวิวของเรากันไถ่บาปด้วยบุญปืนกับเนื้อเรื่อง Act 5 และตัวละครใหม่ Dan, The Prophet ในเนื้อเรื่องใหม่บทที่ 5 นี้ เหล่า Cleaners หรือผู้รอดชีวิต ที่ต่อสู้จนขับไล่ Abomination จนหลบหนีไปทางใต้ดินได้แล้ว พวกเขาเดินทางมาจนพบกับดินแดนใหม่ ที่เป็นที่อยู่ของลัทธิปริศนา แต่ลัทธินี้กลับถูกโจมตีโดยกลุ่มคนเถื่อนที่พยายามเลี้ยงผู้ติดเชื้อหรือ Ridden เอาไว้ และจับมันผสมพันธุ์กับมนุษย์จนกลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์อันบ้าคลั่ง แถมกลุ่มคนเถื่อนยังจับเอาสาวกของลัทธินี้ไว้เพื่อรอทดลอง Dan หลวงพ่อที่ผันตัวมาจับปืนต่อสู้กับคนเถื่อน และต้องเอาตัวรอดจากฝูง Ridden ได้เจอเข้ากับพวก Cleaners และตัดสินใจบุกถิ่นคนเถื่อน เพื่อช่วยเหลือสมาชิกลัทธิของเขาออกมาจริง ๆ แล้ว Back 4 Blood เป็นเกมที่นำเสนอเกมเพลย์การเล่นมากกว่าเนื้อเรื่องอยู่แล้ว เอาแค่ช่วงเกมหลัก หลายคนก็ต้องมานั่งปะติดปะต่อเรื่องราวกันเอาเอง จากทั้งคัทซีนและ Trailer ที่ทีมงานปล่อยออกมาอยู่แล้ว เนื้อเรื่องจึงอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญขนาดนั้น และการมาถึงของ Act 5 ก็เป็นแบบเดียวกัน เราจะได้เห็นตัวละครใหม่อย่าง Dan เปิดตัวแบบงง ๆ ไม่รู้ที่มาที่ไป และเหตุการณ์ใน Act 5 ก็เกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็วในเวลา 6 ฉากย่อย ๆ เช่นกัน แต่อย่านึกว่าทุกอย่างจะสิ้นสุดลง เพราะในตอนจบของ Act 5 นั้น Dan ก็ได้พูดเอาไว้ว่า ทุกอย่างมันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น และตัวเกมยืนยันแล้วว่าจะยังมี Expansion 3 ตามมาอีกด้วย ดังนั้นก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า เนื้อเรื่องของ Back 4 Blood จะไปจบลงตรงไหนความยากยังคงอยู่ แถมมากขึ้นเป็นเท่าตัวเกมเพลย์ที่ยังคงคอนเซปต์อภิมหาความยาก แม้เราจะมีของใหม่มาช่วยเสริมให้ แต่สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยจริง ๆ คือสิ่งที่เรียกว่า Teamwork ระหว่างการเล่น เพราะ Back 4 Blood นั้น ขึ้นชื่อเรื่องความยากของเกมมาตั้งแต่ตอนเกมหลักเปิดตัวแล้ว และใน Children of the Worm นี้ ต้องบอกว่าหนักหนากว่ามาก เพราะเงื่อนไขใน Act 5 นั้น มาพร้อมกับระบบ Corruption Card ที่ยากมากขึ้น สำหรับใครที่ไม่รู้ ระบบ Corruption Card จะเป็นเหมือนกับอุปสรรค หรือดีบัฟที่จะเข้ามาทำให้เกมของผู้เล่นยากขึ้นไปอีก Corruption Card ของ Act 5 นี้มีใบหนึ่งที่ค่อนข้างโหดร้ายนั่นคือ Ravenous ที่จะทำให้คุณหิวทุก ๆ 30 วินาที และต้องหาอาหารภายในฉากกินตลอดเวลา หากปล่อยให้ตัวละครหิว ตัวละครจะได้รับอาการบาดเจ็บ 1 หน่วย ซึ่งทำให้พลังชีวิตสูงสุดลดลง ทำให้การเล่นยากมากขึ้น คือนอกจากจะต้องรับมือเหล่าซอมบี้สุดโหดแล้ว ยังต้องวิ่งหาอาหารกินอีกด้วย และคิดดูว่าเกมที่ฝูงซอมบี้มาเป็นคลื่นขนาดนี้ ยิงไป วิ่งหนีไป หาอาหารไป มันจะวุ่นวายขนาดไหน ถ้าไปเล่นกับคนทั่วไป รับรองเลยว่าถ้าไม่สื่อสารกันให้ดี ก็ยากแน่นอนและใน Act 5 นี้ยังมาพร้อมกับศัตรูประเภทใหม่ ซึ่งต่างจากเดิมไปพอสมควร ปกติแล้วในเกม Back 4 Blood ศัตรูในเกมหลักของเราจะเป็นพวก Ridden หรือก็คือซอมบี้ แต่ใน Children of the Worm นี้ นอกจากพวกซอมบี้แล้ว ยังเป็นพวกกลุ่มลัทธิคนเถื่อน ทำให้ศัตรูของเราในคราวนี้เป็นมนุษย์ด้วย และยังมีหลายประเภทอีกต่างหาก ไม่ว่าจะเป็น Slasher ที่จะวิ่งเข้ามาประชิดตัวเรา หรือมือสไนเปอร์ที่ซุ่มอยู่ตามจุดต่าง ๆ ที่แม้ว่าจะยิงจัดการได้ง่าย แต่ถ้าพลาดโดนมันยิงขึ้นมาก็อาจจะเจ็บหนักถึงขั้นร่วงได้เลย .ส่วนของเกมเพลย์การเล่นใหม่ก็ยังคงเน้นทีมเวิร์ค โดยเฉพาะในช่วงด่าน Light Guide Us ที่เราจะต้องวิ่งหาอุปกรณ์มาซ่อมเรือ โดยมีเวลานับถอยหลังที่ฝูง Horde จะเริ่มต้น ดังนั้นถ้ามัวแต่วิ่งยิง โดยไม่สนใจการวิ่งไปเก็บอุปกรณ์ซ่อมเรือเพื่อจบภารกิจ รับรองว่าจะวนลูปอยู่กับการยิงจนกระสุนหมด ของหมดแน่นอน ทีมเวิร์คจึงสำคัญมาก หรือในด่าน In the Depths ที่มีรูปแบบการเล่นคล้าย ๆ กับการ Escort ที่เราต้องดันรถไปข้างหน้าเรื่อย ๆ แถมต้องคอยซ่อมสะพานด้วยการไปหยิบไม้มาซ่อม และต้องคอยยิงซอมบี้ด้วย ทำให้ความหลากหลายในด้านเกมเพลย์การเล่นของ Children of the Worm มีความหลากหลายมากถึงแม้ว่าความยากจะเพิ่มขึ้น แต่เกมก็ไม่ได้ใจร้ายกับเราขนาดนั้น เพราะในการอัปเดตนี้ได้เพิ่มสิ่งของที่ช่วยให้เราเอาตัวรอดได้เข้ามา ไม่ว่าจะเป็น Bait Jars ที่เอาไว้ใช้ล่อฝูงศัตรูทำให้เราได้พักหายใจหายคอกันบ้าง ยังกับดักหมีหรือ Bear Traps ที่ถึงแม้ว่าจะใช้งานได้ยาก แต่ในกรณีที่ศัตรูมากันแบบมืดฟ้ามัวดิน (ซึ่งเกมนี้เราจะเจอบ่อยมาก) ก็อาจจะพอให้เราได้ทำให้เราได้พัก สรุปคือไอเทมใหม่ อาจจะไม่ได้มาเพื่อช่วยให้เราได้เล่นสบายขึ้น แต่ทำให้เราได้มีช่องว่างพักมากขึ้นนั่นเองและในด้านความสามารถของตัวละครใหม่อย่าง Dan, The Prophet เองก็ถือว่าเป็นตัวละครที่นอกจากจะเท่แล้ว ความสามารถยังถือว่าช่วยทีมได้มากอีกด้วย นั่นคือทุก ๆ ครั้งที่เพื่อนร่วมทีมล้มแล้วไปชุบขึ้นมา ทีมจะได้รับเอฟเฟกต์บัฟแบบสุ่มทุกครั้ง แต่การใช้ Defibrillator หรือเครื่องกระตุ้นหัวใจชุบชีวิตจะไม่ได้บัฟนี้ การมีตัวละคร Dan ในทีม ทำให้การฝ่าด่านอันทุลักทุเลนี้ อย่างน้อยก็มีตัวช่วยมากขึ้น แต่ก็ต้องพิจารณาดูกันให้ดีว่าในทีมมีใครหยิบตัวละครใดมาบ้าง เพราะฟอร์เมชั่นการเล่นแบบเพื่อทีมกับการเล่นแบบเน้นลุยแหลก เอาตัวรอดนั้น เกมนี้จะมีความต่างกันอย่างชัดเจนน่าเสียดายที่การมาถึงของ Act 5 นั้น ค่อนข้างสนุกกว่าระบบ Ridden Hive ใน DLC เสริมตัวก่อนหน้าก็จริง แต่ความยาวของมันก็น้อยมาก โดย Act 5 จะมีความยาวทั้งหมดเพียง 6 ด่านเท่านั้น ถ้าเริ่มเล่นกันที่ระดับความง่ายแบบ Recruit ไม่ถึงชั่วโมงก็จบแล้ว ความสนุกของเกมนี้จึงอยู่ที่ความยากในระดับ Veteran ขึ้นไป แต่ถ้าไม่มีเพื่อนเล่นด้วยก็ต้องระวังหัวร้อนกันหน่อยทางด้าน Performance ด้วยความที่เกมหลักก็ออกมาเป็นปีแล้ว ใครที่เล่นเกมนี้ได้ตั้งแต่ตอนเปิดตัว ก็จะยังสามารถเล่นเกมนี้ได้อยู่อย่างสบาย ๆ หมดปัญหา ถึงแม้ว่าฉากใหม่จะสวยงาม และมีฝูงซอมบี้ถาโถมเข้ามาเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่ Back 4 Blood ทำได้ดีตลอดมาตั้งแต่ช่วงแรกก็คือการ Optimize ตัวเกมข้อดีอีกอย่างสำหรับ DLC Children of the Worm คือ DLC นี้ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อทุกคน ขอเพียงแค่ 1 คนที่ยอมเสียเงินซื้อ หรือคนที่เป็นเจ้าของ Annual Pass อยู่แล้ว คนที่เข้ามา Join เกม ก็จะสามารถเล่นเนื้อหา DLC ได้เลย โดยไม่ต้องไปเสียเงินซื้อเพิ่มแต่อย่างใด ดังนั้นคุณจะหารเงินกันให้คนสักคนซื้อ DLC ก็ได้ หรือจะไปเกาะคนอื่นเล่นเอาก็ได้ ไม่เสียหาย แค่จะไม่ได้สกินใน DLC เท่านั้นโดยรวมแล้ว Back 4 Blood: Children of the Worm เป็นการอัปเดตเพิ่มความหลลากหลายให้กับเกมเพลย์การเล่น และสานต่อเนื้อเรื่องที่น่าสนุกมากยิ่งขึ้น น่าเสียดายที่ถ้าเทียบกับราคาแล้ว มันสั้นเกินไปมาก แต่สำหรับแฟนเกม Back 4 Blood แล้ว ยังไงก็ไม่ควรพลาด
01 Sep 2022
[Review] รีวิวเกม Midnight Fight Express ค่ำคืนแห่งการไล่ล่า กับเกมแอคชันเลือดเดือดที่ลึกกว่าตาเห็น
ศิลปะการต่อสู้ Martial Arts คงเป็นอีกหนึ่งความสนุกที่เราสามารถหาได้จากวิดีโอเกม แม้จะน้อยไปหน่อย หากว่ากันตามตรง เกมแนวนี้ไม่ได้มีออกมามากนัก แถมที่ออกมาก็กระแสไม่ค่อยดีจนภาคต่อไม่มา แต่วันนี้ เราได้เห็นแล้วว่า เกมอินดี้ฟอร์มเล็ก แต่อัดแน่นไปด้วยความสนุก โดยเฉพาะผู้โหยหาความแอ็คชั่นแบบน็อนสต็อป มันทำออกมาได้ดุเดือดแค่ไหน และนี่คือรีวืว Midnight Fight Express เกมแอคชันอินดี้เลือดเดือดน้องใหม่ ที่สนุกร้าวใจไม่แพ้เกมฟอร์มใหญ่หน้าไหนในปีนี้เนื้อเรื่องสุดแสนจะธรรมดาและเข้าใจง่ายคุณ รับบทเป็น Babyface ที่เริ่มต้นมาก็โดนจับกุมอยู่ในห้องสืบสวนสอบสวนของเหล่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและกำลังโดนสอบสวนอย่างหนัก แต่คุณกลับจำอะไรไม่ได้เลย ในความทรงจำของคุณมีเพียงแค่ว่า อยู่ดี ๆ คุณก็ได้รับพัสดุเป็นเจ้าโดรนที่พูดได้ ก่อนการเปิดฉากโจมตีของแก๊งอาชญากรรมจะเริ่มขึน้จนทั้งเมืองตกอยู่ในความวุ่นวาย เพื่อให้การร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราจะต้องนึกให้ออกว่าเราเป็นใคร มาจากไหน และเหตุใดเมืองจึงตกอยู่ภายใต้สงครามแก๊ง อันเป็นจุดเริ่มต้นของ Midnight Fight Express ค่ำคืนแห่งการไล่ล่าสุดโหดสำหรับพล็อตแบบนี้ ถือว่าเป็นพล็อตที่เราอาจจะพบเห็นได้ตามหนังแอ็คชั่นเกรดบีทั่วไปเลยด้วยซ้ำ และเกมนี้ก็ใช้พล็อตง่าย ๆ แบบนี้ อาจดูเหมือนเนื้อเรื่องจะหลวม ๆ ไม่ค่อยมีอะไร แต่ถ้าใครที่ชื่นชอบเรื่องราวฉากหลังของโลกอาชญากรรมใต้ดินแล้วล่ะก็ เกมนี้จะให้บรรยากาศแบบนั้น แม้ว่าเนื้อเรื่องจะไม่ได้เข้มข้นหรือน่าติดตามอะไรสักเท่าไร นอกจากนั้น เกมจะไม่ได้เล่าเนื้อเรื่องแบบครบทุกอย่างในช่วงคัทซีน แต่จะเล่าแบบผ่านช่วงคัทซีน การดำเนินเรื่องครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง เมื่อผู้เล่นผ่านด่านไปเรื่อย ๆ จะเริ่มเจอตัวละครใหม่ ๆ ที่รู้ว่าเราเป็นใคร และจะคอยกระตุ้นความทรงจำเราให้กลับมาอีกครั้งด้วย ด้วยความที่เกมนี้เป็นเกมเล่นแบบ Single Player แถมหลัก ๆ แล้วยังสร้างจาก