GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
ผลการค้นหา : "รีวิว"
[Review] รีวิวเกม Digimon Survive "เนื้อเรื่องดี แต่เกมเพลย์ไม่มีก็ไม่ได้ป๊ะ?!"
ปีกกางเหินไปไม่มีวันแผ่วปลาย.. เชื่อเหลือเกินว่า ในวัยเด็กของเหล่าเกมเมอร์หลาย ๆ คน ต้องเคยได้ยินหรือได้ชมแอนิเมชั่นชื่อดังก้องโลก ที่ยังคงเป็นอมตะอยู่จนทุกวันนี้ นั่นคือ Digimon Adventure และหลังจากที่ประกาศเปิดตัว แถมเลื่อนแล้วเลื่อนอีกมานานหลายปี เกม Digimon ภาคใหม่ อย่าง Digimon Survive ก็ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ดิจิมอนในภาคนี้จะออกมาเป็นยังไง จะทำให้เราหวนระลึกถึงวัยเด็กที่ปีกรักยังโบยบินได้หรือไม่ หาคำตอบได้ในบทความรีวิวของเรากันเรื่องราวของเด็กผู้ถูกเลือก กลุ่มใหม่สำหรับแฟน ๆ ดิจิมอน น่าจะรู้กันดีว่า นอกจากอนิเมะภาค 1 และ 2 นั้น แต่ละภาคแทบจะไม่มีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน แน่นอนว่า Digimon Survive เอง ก็เป็นภาคที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้ถูกเลือกกลุ่มใหม่ด้วย แม้ว่าเราจะได้เห็นหน้าตาของเหล่าดิจิมอนที่เราคุ้นเคยกันอย่างอากุมอน กิลล์มอน ก็ตาม แต่เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่องก็จะแตกต่างกันจากต้นฉบับที่เรารู้จักกันดี เรื่องราวของเกมภาคนี้จะเล่าถึงเด็ก ๆ ทั้ง 8 คน ที่มาเข้าค่ายกิจกรรมนอกหลักสูตร เพื่อศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ในช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ และในวันที่ 2 ของการเข้าค่าย สามตัวละครเอกก็ได้ไปหาข้อมูลของตำนานเทพอสูร (Beast Gods หรือ Kemonogami) แต่ในขณะออกสำรวจ และเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ป่า พวกเขาก็เจอกับโคโรมอน และพวกเด็ก ๆ ก็ถูกดิจิมอนตัวอื่นโจมตี และกว่าพวกเด็ก ๆ จะรู้ตัวว่าสถานที่ที่พวกเขาอยู่ ไม่ใช่โลกมนุษย์ใบเดิมที่พวกเขารู้จักก็สายไปซะแล้ว เพราะตอนนี้พวกเขาอาจจะอยู่ในโลกที่เรียกว่า ดิจิทัลเวิลด์ถ้าไม่ชอบอ่าน โปรดผ่านเกมนี้อย่างแรกที่เราต้องเตือนกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เลยคือ นี่อาจไม่ใช่เกมดิจิมอนที่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะแฟนเกม แฟนดิจิมอนที่คิดว่าจะได้เล่นเกมดิจิมอนแบบต่อสู้เอามัน เพราะการเล่าเรื่องของเกมนี้ค่อนข้างวัดใจคนเล่นมาก ว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ การเล่าเรื่องของเกมนี้จะเหมือนกับเกมแนว Visual Novel ที่เราต้องเน้นอ่าน และพยายามไม่กดข้าม เพราะมักจะมีรายละเอียดปลีกย่อยซ่อนอยู่ในบทสนทนาเสมอ และมันจะถูกนำไปใช้กับระบบการเลือกตัวเลือกเพื่อตัดสินใจในเหตุการณ์ต่าง ๆ ด้วย และเอาแค่ช่วงแรกของเกม เราก็ต้องทนอ่านเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างเยอะมาก ใครที่ตบะไม่แก่กล้าพอ อาจจะถอดใจเลิกเล่นไปก่อนเลยตั้งแต่ช่วงแรก ดังนั้นเกมนี้เราต้องไม่ขี้เกียจอ่าน ไม่งั้นก็จบกันตั้งแต่ส่วนนี้ สิ่งที่ผู้เขียนชื่นชอบเป็นพิเศษ คือฉากการสนทนาและกราฟิกภายในเกมที่เหมือนเรากำลังนั่งดูการ์ตูนอยู่อย่างไรอย่างนั้น แต่แค่ภาพสวยมันไม่อาจช่วยทดแทนความน่าเบื่อของการมานั่งอ่าน Text ได้เลย และภาษาที่ใช้ในเกมก็อยู่ในระดับกลาง ๆ ค่อนไปทางสูง ถ้าคิดจะ Skip แหลกลาญแล้ว ยังไงก็ไม่คุ้มค่า และถ้าไม่ละเอียด ตอบไม่ดี ขอบอกว่ามันอาจส่งผลกับชะตากรรมชีวิตของเด็ก ๆ กลุ่มนี้เลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตาม ถ้าใครที่ชื่นชอบในการนั่งอ่าน นั่งเสพเนื้อเรื่อง Digimon Survive ถือว่าเป็นภาคที่มีเนื้อหาค่อนข้างมืดหม่นกว่าเกมภาคก่อนหน้าอยู่พอสมควร เหมาะกับแฟน ๆ ดิจิมอนยุคใหม่หรือโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หรือใครอยากสัมผัสรสชาติที่แปลกใหม่ที่ซีรีส์ดิจิมอนจะนำเสนอให้คุณได้ ก็ลองดูได้ไม่เสียหาย นอกจากนั้น คาแรคเตอร์ของเหล่าเด็ก ๆ ในภาคนี้ ก็ยังให้อารมณ์คล้าย ๆ กับดิจิมอนทุกภาค คือแต่ละคนจะมาพร้อมลักษณะนิสัยส่วนตัวที่ชัดเจน ซึ่งก็อาจจะน่ารำคาญหรือน่าเบื่อสำหรับคนที่ไม่ได้ชื่นชอบสไตล์ตัวละครแบบอนิเมะไปเลยเช่นนี้สิ่งที่น่าสนใจคือตัวเกมนั้นมีการโปรโมทมาแต่แรกแล้วว่า จะเน้นไปที่การเล่าเรื่องแบบ Visual Novel ประมาณ 70% และมีระบบการต่อสู้เพียง 30% เท่านั้น แฟน ๆ หลายคนที่ซื้อเพราะเห็นว่าเป็นดิจิมอน อาจจะไม่ได้สนใจหรือมองข้ามตรงนี้ไป ดังนั้นเราอาจจะต้องย้ำเตือนกันอีกหน ว่าหลัก ๆ แล้วนี่คือเกมแนว Visual Novel เน้นอ่านซะมากกว่า ซึ่งตัวเกมได้รับการรีวิวบอมบ์บนเว็บ Metacritic ไปว่า มันคือการโปรโมทหลอกลวงผู้บริโภค เพราะช่วงแรก ทาง BANDAI Namco โปรโมทว่าเกมจะเป็นเกมแนวเอาชีวิตรอด ในขณะที่โปรดิวเซอร์เกมบอกว่ามันจะเป็นแบบ Interactive ซึ่งจริง ๆ แล้วมันคืออย่างหลังนั่นเองและภาพรวมของเนื้อเรื่องเอง ถ้าใครที่อ่านอังกฤษออกแบบไม่ต้องเปิดแปลไปด้วย ก็จะรู้สึกได้ว่านี่คือเนื้อหาที่แฟน ๆ ดิจิมอนจะต้องชื่นชอบ มันเหมือนกับการเอาดิจิมอนภาคแรกมาทำการตีความใหม่ เล่าเรื่องใหม่ ทั้งการออกแบบตัวละครที่มองปุ๊บก็พอจะเดาออกได้เลยว่ามันคือตัวแทนของใครในภาคก่อนหน้า ทั้งบุคลิกภาพ นิสัย และการดีไซน์ตัวละคร ถ้าจะบอกว่านี่คือดิจิมอนภาคแรก Reboot หลาย ๆ คนก็อาจจะเชื่อด้วยซ้ำไป เพียงแต่ในเหตุการณ์ของเกมภาคนี้ Digital World ดูเป็นสิ่งลี้ลับที่ไม่มีใครรู้จัก หรือดิจิมอนคืออะไรก็ไม่มีใครทราบได้ บวกกับดนตรีประกอบที่ทำออกมาในแนวลี้ลับพิศวง ก็ไม่แปลกถ้าบางครั้งเราจะรู้สึกว่ากำลังเล่นเกมแนว Visual Novel แนวสยองขวัญอยู่ ไม่ใช่เกมดิจิมอน ข้อเสียหลัก ๆ ของการนำเสนอแบบ Visual Novel คือ การถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ไม่ดีในบางสถานการณ์ เช่น ในเนื้อเรื่องเราอาจจะกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยง แต่เกมไม่ได้มีแอนิเมชั่นหวือหวาอะไร เป็นเพียงการตัดสลับภาพไปมา ขึ้นบทสนทนา และเสียงกรีดร้องเท่านัน้ อารมณ์ร่วมหายไปเยอะเลยทีเดียว และฉากแบบนี้ก็มีให้เห็นเยอะซะด้วยในเกมแนวนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามแฟนเดนตายของเหล่าดิจิมอนที่ชื่นชอบภาคแรก ผู้เขียนยังคงแนะนำว่า หาโอกาสลองด้วยตัวเองเลยจะดีกว่าเกมเพลย์การเล่นแบบ RPG Old School ผสมเข้ากับ 'การเลือก' ที่อาจตัดสินชะตากรรมตัวละครและเนื้อเรื่องสำหรับเกมเพลย์การเล่นของ Digimon Survive นั้น ผู้เขียนมองว่ามันแบ่งออกเป็นสองอย่างหลัก ๆ คือเรื่องราวของการเลือก และการต่อสู้ ทำไมการเลือกจึงสำคัญ? เพราะเกมนี้ทางผู้พัฒนาได้โปรโมทไว้ด้วยตัวเองเลยว่า เลือกไม่ดี มีตายแน่นอน แต่กว่าจะได้รู้ว่าเอฟเฟคท์การเลือกจะส่งผลอย่างไร ผู้เล่นอาจจะต้องเล่นซ้ำไปซ้ำมาหลาย ๆ รอบ แน่นอนว่าผู้เขียนไม่ได้อยากให้ตัวละครตัวใดตัวหนึ่งตายอยู่แล้ว หัวใจสำคัญของการเลือกเลยคือ การประคับประคองความสัมพันธ์กับทุก ๆ ตัวละคร ไม่ใส่ใจใครมากไป ทำได้ แต่อย่าเยอะเกิน ไม่เช่นนั้นจะเกิดแนวทางใหม่ ๆ ของความสัมพันธ์ในกลุ่มได้ ซึ่งการที่ผู้เล่นจะเลือกให้ดีนั้น ก็จำเป็นจะต้องอ่านกันแบบหนัก ๆ เพื่อจะหาทางออกที่ดีที่สุดในกับตัวละครทุกคน และอย่างที่บอก ว่าเกมนี้คือ Visual Novel ถ้าคุณอ่านข้าม ไม่อ่านเลย ยังไงก็ไม่สนุกกับเกมนี้ โดยสถานการณ์ที่เราจะต้องเลือก จะถูกใส่เข้ามาเรื่อย ๆ ในระหว่างการเล่น และการเลือกทุกครั้งเราก็ไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้ด้วย สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาการเลือกคือ สายสัมพันธ์ตัยวละคร ความพึงพอใจ ความสุข ความกลัว ซึ่งจะส่งผลกับเส้นเรื่องเมื่อเราเล่นไปเรื่อย ๆทีนี้มาดูกันในส่วนของเกมเพลย์การเล่นในรูปแบบการต่อสู้กันบ้าง อย่างที่บอกไปในหัวข้อด้านบน ว่าเกมเพลย์ของ Digimon Survive นี้จะไม่ค่อยได้เน้นการต่อสู้สักเท่าไร ใน 1 ฉากเนื้อเรื่องใหญ่ ๆ จะเป็นการพูดคุย กับการเลือกชอยส์ไปแล้ว 70% อีก 30% (หรือส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าอาจจะน้อยกว่านั้น) ถึงจะเป็นการเข้าช่วงการต่อสู้ แต่.. ระบบเกมเพลย์การต่อสู้ก็ยังเป็นระบบที่วัยรุ่นใจร้อนหลายคนอาจไม่เอ็นจอยด้วยเช่นกัน นั่นคือระบบการต่อสู้แบบ Turn Based หรือการออกคำสั่ง ผลัดตากันควบคุมตัวละคร ที่ยิ่งทำให้เกมเพลย์ช้าลงไปอีกการต่อสู้ในแต่ละรอบจะเป็นการออกคำสั่งให้ดิจิมอนของเรา โดยเลือกว่าจะทำอะไรในเทิร์นนั้น ๆ เช่นสั่งเคลื่อนที่ หรือสั่งโจมตี แต่..ประเด็นก็คือตัวเกมมันดันเป็น RPG ยุคเก๋าแบบแท้ ๆ ไม่มีอะไรผสม ทำให้หลายคนอาจจะแยกไม่ออก ว่ามันคลาสสิคหรือมักง่ายทำมาลวก ๆ กันแน่ ระบบต่าง ๆ ของเกมนี้ ใครที่เคยเล่นเกม JRPG ยุคเก่า ๆ ที่มีความซับซ้อน มาเจอเกมนี้จะง่ายไปในทันที หลัก ๆ แล้วจะมีการสลับทิศทางของตัวละคร เพื่อเลือกทางในการโจมตี มีการคำนวณเล็กน้อยว่าสกิลของเรา กว้างกี่ช่อง ใช้เอฟเฟคท์เท่าไร ใช้ SP เท่าไร มีการขึ้นที่ต่ำที่สูง เพื่อเพิ่มโอกาสการโจมตีและความแม่นยำในการโจมตีด้วย แต่ท้ายที่สุดตัวเกมมันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นด้วย เพราะระบบของเกมนี้มันไม่ค่อยมีความซับซ้อนอะไรเลย ดิจิมอนที่นำออกมาต่อสู้จะได้รับรางวัลเป็นค่าประสบการณ์ เก็บเลเวล ทำให้ดิจิมอนตัวนั้นแข็งแกร่งขึ้น สวมใส่อุปกรณ์ใหม่ ๆ ได้ นำไปฝึกได้ และแน่นอน เมื่อเลเวลถึงก็จะสามารถอีโวลูชั่นเปลี่ยนร่างได้อีกต่างหาก โดยดิจิมอนบางตัวก็อีโวลูชั่นได้หลายร่างมาก อย่างเช่นอากุม่อนของเราตอนเริ่มเกมก็ไม่รู้จะแตกไปได้กี่ร่างกันแน่แม้ว่าเกมเพลย์ของมันอาจจะไม่ถูกใจแฟน ๆ ดิจิมอนสักเท่าไร แต่สำหรับคนที่ชอบ JRPG ชอบเกมเทิร์นเบสแล้วล่ะก็ นี่เป็นการนำเสนอรูปแบบใหม่ของเกมดิจิมอนที่น่าสนใจใช้ได้เลยทีเดียว แต่หากจะหวังให้มาตรฐานมันสูงในระดับเดียวกันกับ JRPG เกมอื่น มันก็อาจจะยากไปหน่อย ให้ลดความคาดหวังลงมาจะดีกว่ากราฟิกและการนำเสนอที่ยอดเยี่ยม และอาจจะเป็นตัวกำหนดมูลค่าเกมสิ่งสุดท้ายที่ไม่ชมไม่ได้ คือเรื่องของการนำเสนอกราฟิกที่งดงามราวกับนั่งดูการ์ตูนดี ๆ สักเรื่อง การดีไซน์ การออกแบบของเกมนี้ เรียกได้ว่าอาจทำให้แฟน ๆ ดิจิมอนบางคนฟินกันมาก เพราะอย่างที่บอกไป ทั้งลายเส้น ตัวละคร ดีไซน์ แม้กระทั่งฉากเปลี่ยนร่างก็ยังมีความใกล้เคียงกับการ์ตูฯต้นฉบับ มันเหมือนกับเป็นเกมที่ทำมาเพื่อแฟน ๆ ดิจิมอนโดยเฉพาะเลยก็ว่าได้ และเพราะการลงทุนทำฉากอนิเมชั่น ฉากคัทซีนที่ราวกับนั่งดูการ์ตูนจริง ๆ นี่แหละ ที่ทำให้เรารู้สึกว่ามันสมราคาหลักพันกว่าบาทในโซนไทยจริง ๆ ใครที่เป็นแฟนเดนตายดิจิมอน บอกเลยว่าอิ่มและคุ้ม แต่.. ถ้าใครไม่ชอบเกมแนว Visual Novel ไม่ชอบระบบ JRPG Turn Based ต่อให้เป็นแฟนดิจิมอนก็อาจจะวูบหลับคาคอมกันเอาได้ง่าย ๆ ก็แนะนำว่าตัดสินใจให้ดีก่อนจะซื้อจะดีกว่า
03 Aug 2022
[Review] รีวิวเกม Two Point Campus รับบทเป็นผู้บริหารมหาลัยสุดป่วน สุดหรรษา กับสาขาวิชาสุดแปลก
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 ได้มีเกมอินดี้ตัวหนึ่งที่สร้างเสียงฮือฮา และได้รับคำชมอย่างล้นหลาม ซึ่งเกมนั้นก็คือ Two Point Hospital เกมแนว Business Simulation ที่ให้คุณนั้นได้จำลองเป็นคนสร้างและบริหารโรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งคนที่สร้างตัวเกมนี้ก็มีความเชี่ยวชาญอย่างมาก เพราะเขาคือหนึ่งในบุคลากรที่เคยสร้างเกม Simulation ขั้นเทพอย่าง Theme Hospital หรือ Black & White ในอดีตมาก่อน ซึ่งตัวเกมได้รับคะแนนวิจารณ์ด้านบวกบนร้านค้า Steam สูงถึง 92% เลยทีเดียว แถมตัวเกมยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงในงานประกาศรางวัลต่าง ๆ มากมาย จนได้รับรางวัล Best Original IP ภายในงาน Develop:Star Awards ปี 2019 ด้วย และในปี 2022 ทาง Two Point Studios ก็ได้กลับมาอีกครั้ง แต่เราจะไม่ต้องบริหารโรงพยาบาลอีกต่อไป เพราะในภาคนี้ทางผู้พัฒนาจะให้เราได้ลองรับบทเป็นผู้บริหารมหาลัยดูบ้างกับเกมอย่าง Two Point Campus ซึ่งในบทความนี้พวกเรา GameFever TH ก็ได้โอกาสในการเล่นเกมนี้และจะมารีวิวให้ท่านได้ทราบกันว่า Two Point Campus จะยอดเยี่ยมเท่ากับเกมรุ่นพี่หรือไม่!?คงเกมเพลย์สไตล์เดิม แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างใครที่เคยเล่นเกม Two Point Hospital มาก่อนท่านก็คงจะไม่ต้องปรับตัวใด ๆ ในการเล่น Two Point Campus เพราะฟังในด้านกราฟิก เกมเพลย์ หรือฟังชันใด ๆ จะยังคงเดิมอยู่ทุกอย่าง แต่ก็อาจจะมีรายละเอียดยิบย่อยที่ไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างในเกม Two Point Hospital เราจะต้องสร้างแผนก Reception ในการสอบถามว่าผู้คนนั้นป่วยอะไรมา เพียงแต่ว่าใน Two Point Campus เราจะต้องจัดแผนการสอนในช่วงเริ่มต้นของปีแทน รวมถึงเราจำเป็นต้องมีห้องเรียนพิเศษ และห้องฟังคำบรรยายของศาสตราจารย์ รวมถึงเราต้องจ้างบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยที่มีกระทั่งเหล่าศาสตราจารย์ ผู้ช่วยที่จะคอยประจำอยู่ร้านขายของ ห้องสมุด หรือจะเป็นภารโรงที่จะตอยทำความสะอาดหรือซ่อมแซมสิ่งต่าง ๆ ได้ ซึ่งบุคลากรเหล่านี้เราก็สามารถพัฒนาพวกเขาให้เก่งขึ้นได้ด้วยแน่นอนว่าใครที่ไม่เคยเล่นเกมนี้มาก่อน ท่านก็น่าจะกลัวว่าระบบต่าง ๆ ของเกมนั้นยุ่งยาก กลัวว่าจะไม่เข้าใจรายละเอียดใด ๆ ซึ่งส่วนตัวขอยืนยันเลยว่าตัวระบบของเกมนี้นั้นเข้าใจง่ายมาก ๆ เพราะในช่วงต้นเกมก็มีการสอนระบบต่าง ๆ ให้คุณได้เข้าใจทีละก้าว ค่อย ๆ เพิ่มระบบทีละเล็ก ทีละน้อย นี่คือซีรีส์เกม Simulation ที่เข้าใจง่ายที่สุดตั้งแต่เคยเล่นมาเลยแหละรวมถึงมหาวิทยาลัยที่เราจะได้เข้าไปคุมนั้น จะยังใช้แนวคิดเหมือนกับเกม Two Point Hospital ที่หนึ่งด่าน เรานั้นจะได้คุมหนึ่งมหาวิทยาลัย ที่แต่ละมหาลัยก็จะมีดีไซน์ที่ต่างกัน ทำให้เราต้องออกแบบห้องต่าง ๆ ตามสถานการณ์ที่มี รวมถึงเงื่อนไขและสาขาใหม่ ๆ ที่จะมีให้เล่นมากขึ้นด้วย การเล่นในแต่ละด่านจะแปลกใหม่ไปเรื่อย ๆมีสาขาเลือกสอนที่หลากหลาย และแปลก ๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นเกมแนว Simulation แต่เอกลักษณ์ของเกมซีรีส์นี้คือการใส่อารมณ์ขัน และความแฟนตาซีต่าง ๆ เข้ามา อย่างที่กล่าวไปว่าภายในเกม Two Point Campus เราจะต้องกำหนดสาขาที่เปิดสอนก่อนที่จะเริ่มการเรียนในปีนั้น ซึ่งสาขาที่สอนก็มีทั้งสาขาปกติ และสาขาแปลก ๆ เกรียน  ๆ มากมาย ซึ่งสาขาปกติก็ประกอบไปด้วยสาขาวิทยาศาสตร์ สาขาเกี่ยวกับการสร้างหุ่นยนต์ หรือสาขาทำอาหาร ส่วนสาขาที่แปลก ๆ ก็จะมีทั้งสาขาการเป็นอัศวิน สาขาเป็นนักแสดงตลก หรือสาขาเป็นนักสืบเป็นต้นและจุดเด่นแต่ละสาขาก็คือวิธีการสอนนั้นก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน อย่างเช่นสาขาวิทยาศาสตร์คุณก็จะต้องมีห้องเอาไว้ให้นักเรียนได้ทดลอง สาขาสร้างหุ่นยนต์ที่จะมีห้องในการสร้าง หรือห้องอัพเกรดความสามารถของบุคลากรในมหาลัย อย่างเช่นการอัพเกรดภารโรงให้มีความสามารถในการซ่อมแซมที่เก่งขึ้นได้ หรือจะเป็นสาขาอัศวินที่เรานั้นจะต้องสร้าง Trainning Ground ให้เหล่านักเรียนได้ฝึกซ้อมวิชาดาบได้ด้วย โดยในแต่ละปีเราเองก็สามารถที่จะอัพเกรดวิชาเรียนเพื่อให้มีนักเรียนสนใจเข้ามาเรียนในมหาลัยของเรามากขึ้นได้ รายได้ที่เข้ามาแต่ละเดือนก็จะเยอะขึ้น แต่ก็อย่าอัพเกรดตำราสูงจนเกินไป เพราะเราจะต้องสร้างอาคารเพื่อรองรับคนเยอะขึ้น ใช้เงินค่าบุคลากรมากขึ้น เงินคุณอาจจะติดลบก็เป็นได้สร้างกิจกรรมและความสัมพันธ์แก่เหล่านักเรียนนอกจากนี้ภายในเกมยังให้เราสามารถกำหนดกิจกรรมต่าง ๆ ให้แก่นักเรียนของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมจัดปาร์ตี้ในห้องพักนักเรียน การจัดกิจกรรมร้องเพลง กิจกรรมเล่นกีต้าร์ กิจกรรมแข่งทำอาหารและอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเราสามารถตั้งได้ว่ากิจกรรมเหล่านี้จะจัดขึ้นในเดือนไหน โดยตัวกิจกรรมจะส่งผลต่อค่าความสุขของคนภายในโรงเรียนให้มากขึ้นได้ด้วย รวมถึงยังมีการจัดชมรมเพื่อให้เหล่านักเรียนทำกิจกรรมยามว่างได้อย่างเช่นชมรมงีบหลับเป็นต้นหรือจะเป็นสิ่งพักผ่อนย่อนใจที่จะทำให้เหล่านักเรียนมีค่าความสัมพันธ์กันเองที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะไม้ที่ให้คนมีโอกาสได้เจอกันและเป็นเพื่อนกัน หรือจะเป็นโต๊ะนั่งหวานแหววรูปหัวใจ สร้างบรรยากาศหวาน ๆ ให้เหล่าหนุ่มสาวมีโอกาสปิ๊งกันได้ก็มี หรืออาจจะเป็นร้านขายของต่าง ๆ ที่เอาไว้อำนวยความสะดวกเหล่านักเรียนภายในโรงเรียนได้ (และเราเองก็จะมีรายได้ที่มากขึ้นด้วย)ความรู้สึกหลังเล่นTwo Point Campus ก็ยังสามารถรักษามาตรฐานเดิมได้ดั่งที่เคยทำไว้ในเกม Two Point Hospital ที่เคยออกมา นี่ยังเป็นเกมกินเวลาชีวิตที่จะให้คุณได้หมกมุ่นอยู่กับมันโดยลืมวันลืมคืน และส่วนตัวกลับรู้สึกชอบภาคนี้มากกว่าภาคที่แล้วเสียอีก อาจจะเป็นเพราะธีมมหาวิทยาลัยที่จะให้เราได้เปิดสาขาต่าง ๆ ที่จะมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงทั้งในด้านรูปลักษณ์หรือด้านรายละเอียดของเกมเพลย์ ทำให้ไม่รู้สึกเบื่อเลยในการเล่น และสำคัญที่สุดก็คือความเข้าใจง่ายต่อการเล่น ที่จะให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้สึกเบื่อหน่ายแต่อย่างใด การเพิ่มระดับของด่านก็จะมีลูกเล่นใหม่ ๆ เข้ามา นี่คือภาคต่ออันยอดเยี่ยมที่แทบไม่มีข้อติใด ๆ เลยสิ่งเดียวที่อาจจะให้ข้อสังเกตุได้ก็คงจะเป็นในด้านกราฟิกและหน้า Interface ที่ค่อนข้างเหมือนเดิมจนเกินไป ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ส่งผลอะไรต่อการเล่นแต่ส่วนตัวก็มีความคิดว่าเปลี่ยนให้มันดูแปลกตาหน่อยก็ดีเหมือนกัน รวมถึงในเรื่องของเสียงผู้เขียนยังได้ยินเสียงประกอบที่ถูกนำมาจากภาคเก่า และมันอาจจะไม่เข้ากับเกมภาคนี้อย่างการเรียกให้หมอกลับมาที่โรงพยาบาล แต่ภาคนี้มันคือมหาวิทยาลัยต่างหาก
03 Aug 2022
[Review] รีวิว One Piece Card Game "เกมการ์ดแห่งโจรสลัด ลิขสิทธิ์แท้จากญี่ปุ่น!"
หากจะพูดถึงซีรีส์มังงะ/อนิเมะยอดฮิตจากญี่ปุ่น เชื่อว่าชื่อแรก ๆ ที่จะแว่บเข้ามาในหัวของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นซีรีส์ One Piece มหากาพย์โจรสลัดของอาจารย์ เออิจิโร่ โอดะ ที่ดำเนินมานานกว่า 2 ทศวรรษแล้วในปัจจุบัน โดยประวัติศาสตร์อันยาวนานของซีรีส์ รวมไปถึงความนิยมอันร้อนแรงไม่เสื่อมคลาย ทำให้ One Piece ได้รับการดัดแปลงไปสู่สื่ออื่น ๆ มากมาย ตั้งแต่ภาพยนตร์ (ทั้งอนิเมชั่นและคนแสดงจริง) ของเล่น วิดีโอเกม และล่าสุด กับเกมการ์ดลิขสิทธิ์แท้ One Piece Card Game ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้!ในฐานะแฟนตัวยงของซีรีส์ One Piece มาช้านาน แน่นอนว่าทีมงาน GameFever ย่อมไม่พลาดโอกาสที่จะลองหยิบเกมการ์ดดังกล่าวนี้มาลองเล่นกัน พร้อมแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกับเกมการ์ดสุดร้าวใจใหม่ล่าสุดนี้ด้วย!ทำความรู้จักกับเกมกันก่อนสำหรับเกมการ์ด One Piece Card Game ก็จะมีลักษณะไม่ต่างจากเกมการ์ดทั่วไป ที่ให้ผู้เล่นสองคนจัดชุดการ์ดของตนเองขึ้นมา ก่อนที่จะนำมาต่อสู้กันบนสนาม โดยการ์ดในเกม One Piece นี้จะแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่:(จากซ้ายไปขวา)LEADER: การ์ด “หลีดเดอร์” หรือผู้นำ เปรียบได้กับ “ตัวเอก” ของเด๊คแต่ละเด๊ค ซึ่งมักจะมาพร้อมกับความสามารถประจำตัวอันทรงพลัง ที่จะกำหนดแนวทางการเล่นหลัก ๆ ของเด๊คนั้น รวมไปถึงกำหนดค่า LIFE หรือพลังชีวิตของตัวผู้เล่นเองอีกด้วยCHARACTER: เรียกง่าย ๆ ว่าการ์ก “มอนส์เตอร์” ในเกมการ์ดทั่วไปก็ได้ โดยมีหน้าที่หลักในการช่วยโจมตี LEADER ของฝ่ายตรงข้าม หรือสามารถใช้จากมือเพื่อเพิ่มพลังให้กับการ์ดบนสนามในระหว่างการต่อสู้ได้DON!: อาจเปรียบได้กับการ์ด Land ของ Magic: The Gathering ผสมกับการ์ด Energy ในเกม Pokemon TCG โดยมีไว้ใช้จ่ายค่าร่ายของการ์ด หรือจะใช้สวมใส่ให้กับ CHARACTER หรือ LEADER เพื่อเพิ่มพลังก็ได้EVENT: เปรียบได้กับการ์ด “เวทมนต์” หรือ “กัปดัก” ในยูกิ ที่ใช้เพื่อเอฟเฟกต์บางอย่างก่อนที่จะทิ้งลงสุสานไป โดยสามารถใช้ในระหว่างเทิร์นของฝ่ายตรงข้ามเพื่อตอบสนองต่อการกระทำบางอย่างได้ STAGE: การ์ด “สนาม” เหล่านี้ มักจะมาพร้อมกับความสามารถพิเศษบางอย่างที่เจ้าของสามารถใช้ได้อย่าถาวร หรือจนกว่าการ์ดจะถูกกำจัด โดยสามารถแสดงผลได้ทีละ 1 ใบเท่านั้นเมื่อเริ่มเกม ผู้เล่นแต่ละคนจะสามารถวางการ์ด LEADER ของตนเองไว้บนสนามได้ ก่อนที่จะจั่วไพ่คนละ 5 ใบ (สามารถสับไพ่กลับเข้ากองแล้วจั่วไพ่ใหม่ได้ 1 รอบ) เพื่อเริ่มเกม ผู้เล่นจะผลัดกันร่ายการ์ดชนิดต่าง ๆ และพยายามโจมตี LEADER ของอีกฝ่ายจนกว่าพลังชีวิตจะหมด ซึ่งผลของการต่อสู้จะคำนวนจากค่าพลังของการ์ดหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้เล่นการ์ด CHARACTER หรือ EVENT หรือใช้ความสามารถพิเศษต่าง ๆ เพื่อเพิ่ม/ลดค่าพลังของคู่ต่อสู้ หากฝ่ายโจมตีมีค่าพลังมากกว่าหรือเท่ากับฝ่ายป้องกัน จะถือว่าฝ่ายโจมตีเป็นผู้ชนะ ซึ่งถ้าเป้าหมายของการโจมตีเป็น CHARACTER ก็จะถูกส่งลงสุสาน หรือถ้าเป็น LEADER ก็จะสูญเสีย LIFE ไปหนึ่งแต้มนั่นเอง แน่นอนว่านี่เป็นเพียงคำอธิบายในภาพกว้างเท่านั้น โดยการเล่นเกมจริง ๆ ยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่ต้องคำนึงถึง และทำให้เกมนี้มีพื้นที่ให้กับการออกแบบเด๊คและการวางแผนไม่น้อยหน้าเกมการ์ดอื่น ๆ เลยทีเดียวรีวิว: ภาพอาร์ตดั้งเดิมจากมังงะ/อนิเมะ เอาใจแฟนตัวยง!สำหรับชุดการ์ดที่ใช้ในการรีวิวนั้น คือชุด Starter Deck ST-01 ซึ่งก็คือเด๊ค “โจรสลัดหมวกฟาง” ของตัวเอกลูฟี่นั่นเอง โดยการ์ดชุดนี้จะมาพร้อมกับการ์ด LEADER และ CHARACTER ลูฟี่ลายพิเศษแบบฟอยล์เลเซอร์ รวมไปถึงการ์ด CHARACTER โรโรโนอา โซโล แบบฟอยล์เช่นกันในส่วนของการรีวิวนั้น มิติแรกที่ทุกคนจะได้พบก็คือภาพอาร์ตเวิคบนหน้าการ์ด ซึ่งน่าจะได้รับความคาดหวังจากแฟน ๆ อยู่ไม่น้อย ข้อดีอย่างแรกของการ์ด One Piece Card Game คือการที่ภาพอาร์ตเวิคหน้าการ์ดนั้นถูกขยายให้ใหญ่เต็มหน้าการ์ด โดยภาพหน้าการ์ดเหล่านี้ดูจะผสมผสานภาพทั้งจากลายเส้นดั้งเดิมของอาจารย์โอดะ และจากซีรีส์อนิเมะด้วย ทำให้แฟนการ์ตูนสามารถเชยชมเหล่าตัวละครอันเป็นที่รักของตนเองได้แบบถึงขนกันไปเลย แต่ในอีกมุมนึง การขยายภาพการ์ดจนเต็มขนาดนี้ ก็ทำให้รายละเอียดบางจุดที่สำคัญต่อการเล่นการ์ดแอบถูกลดขนาดลงไปบ้าง เช่นตัวเลขค่าร่ายการ์ด หรือตัวเลขค่าพลัง ที่แม้จะไม่ได้ “เล็ก” จนมองไม่เห็น แต่ก็แอบต้องมองหาบ้างเหมือนกันในการ์ดบางใบที่ภาพอาร์ตเวิคฉูดฉาดเป็นพิเศษ ซึ่งนี่น่าจะเป็นข้อติเตียนเล็ก ๆ เท่านั้น โดยคนที่เล่นการ์ดบ่อย ๆ จนชินน่าจะมองข้ามปปัญหานี้ไปได้เองในที่สุดรีวิว: กฏเข้าใจง่าย เล่นได้ใน 5 นาที แต่ก็มีพื้นที่ให้วางแผน!หากจะต้องเทียบกับเกมการ์ดอันโด่งดังอื่น ๆ ที่คนส่วนใหญ่รู้จักกัน เกม One Piece Card Game มีข้อดีอย่างหนึ่งตรงที่กฏของเกมเข้าใจค่อนข้างง่าย สามารถเรียนรู้และเริ่มเล่นได้อย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้น เกมก็ยังมีรายละเอียดมากมายที่จะต้องคอยคิดถึงระหว่างการเล่นด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารการ์ด DON! เพื่อใช้ในการร่ายการ์ด โดยยังมีเหลือพอใช้เพิ่มพลังในการต่อสู้ หรือจังหวะการใช้การ์ด CHARACTER ที่แม้จะร่ายจากบนมือเพื่อเพิ่มพลังชั่วคราวได้ แต่ถ้าใช้อย่างไม่ระวังก็เสี่ยงจะไพ่หมดมือไม่รู้เรื่องเหมือนกัน เป็นต้นนอกจากนี้ เกมยังมีความหลากหลายในสไตล์การเล่น สังเกตได้จากชุดการ์ดเบื้องต้น Starter Set ทั้ง 4 ชุดที่วางจำหน่ายพร้อมกัน ซึ่งแต่ละชุดล้วนมีสไตล์การเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ เช่นเด๊ค “โจรสลัดหมวกฟาง” ที่เน้นสไตล์การเล่นแบบมุทะลุ ตรงไปตรงมา เน้นเพิ่มพลังเข้าชน เช่นเดียวกับตัวเอกลูฟี่ หรือเด๊ค “ยุคสมัยที่เลวร้ายที่สุด” (Worst Generation) ที่เน้นการใช้ลูกเล่นต่าง ๆ ในการโจมตีซ้ำหลายครั้งในตาเดียว จึงมั่นใจได้ว่าเกมมีความหลากหลายพอจะรองรับการเล่นระบะยาวอย่างแน่นอนทั้งนี้ ด้วยความที่ตัวการ์ดยังเป็นภาษาญี่ปุ่น (หรืออังกฤษ) จึงทำให้การเล่นอาจจะมีความท้าทายอยู่บ้างสำหรับคนที่ต้องการเรียนรู้การ์ดในช่วงเริ่มต้น แต่ด้วยความสามารถการ์ดส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ซับซ้อนนัก จึงเชื่อว่าถ้าได้เล่นไม่กี่ตาก็น่าจะพอจำการ์ดได้บ้างแล้วสรุป: เกมการ์ดแห่งโจรสลัด เล่นก็ได้ สะสมก็เพลิน!กล่าวโดยสรุป การ์ด One Piece Card Game ถือเป็นช่องทางให้แฟน ๆ ของซีรีส์ได้สัมผัสกับเหล่าตัวละครอันเป็นที่รักในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยนอกจากจะสามารถนำการ์ดเหล่านี้มาต่อสู้กันเพื่อความสนุกได้แล้ว ภาพอาร์ตเวิคลิขสิทธิ์แท้เหล่านี้ ยังทำให้การ์ด One Piece Card Game เป็นของน่าสะสมสำหรับแฟนการ์ตูนไปด้วยโดยปริยาย หากใครสนใจอยากจับจองเป็นเจ้าของ สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้า >>ดังนี้
02 Aug 2022
[Review] รีวิวเกม MADiSON (PS5) พกกล้องโพลารอยด์หลอน ไขปริศนาปีศาจคลั่ง
'การสิงสู่' คือหนึ่งในความสามารถของเหล่าภูตผีและปีศาจซึ่งต้องการข้ามภพสร้างความเดือดร้อนให้มนุษย์อย่างเรา ๆ เล่น โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ถ้าจะเจาะจงไปอีกก็คือผู้เล่นที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เลยว่าต้องไปเผชิญหน้ากับปีศาจชั่วช้าที่ขึ้นมาบนโลกมนุษย์ เพียงเพื่อแก้เหงาและความเบื่อของมันเท่านั้นMADiSON เป็นเกมสยองขวัญ แก้ไขปริศนาผู้เล่นเดี่ยวมุมมองบุคคลที่หนึ่ง พัฒนาโดยสตูดิโอ BLOODIOUS GAMES ซึ่งเพิ่งจะวางขายสด ๆ ร้อน ๆ ในวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา บนเนื้อเรื่องที่อ้างอิงตามตำนานความเชื่อของศาสนิกชนชาวคริสต์ที่ว่าปีศาจมักสิงสู่ผู้คนให้ทำตามสิ่งที่มันต้องการ แม้การกระทำนั้นมันจะขัดต่อหลักความดีเลวแค่ไหนภาพเกมทั่วไป แต่ไม่ลดทอนความสยององค์ประกอบของภาพที่ปรากฏขึ้นมาในเกมนั้นมักเป็นส่วนหนึ่งซึ่งจะตีคุณค่าของเกมแต่ละเกมว่าเกมนั้นดีหรือไม่ ตามแต่ละประเภทของเกม ซึ่งเกมสยองขวัญนั้นจะเป็นเกมสยองขวัญ ทำให้คนผวาและสั่นกลัวได้ ไม่ได้จำเป็นต้องให้ภาพมีความสมจริง กลับกันคุณต้องสร้างให้เกมมีภาพที่ทำให้คนเล่นเข้าใจง่ายและเกิดการ ' จินตนาการ ' หนึ่งในสิ่งที่จะต้มตุ๋นผู้เล่นให้หวาดกลัวเอง ซึ่ง MADiSON ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ไม่เลวเลย เพราะถึงแม้ภาพเกมจะไม่ได้ถึงขั้นเห็นขนทุกเส้นฝุ่นทุกอณู แต่เมื่อได้เล่นแล้วความหวั่นไหวที่ก่อขึ้นมาในใจจะทำให้ภาพมันสมจริงของมันเอง(ตัวเกมที่รันบนเครื่อง Playstation 5 สามารถเล่นได้แบบ Full HD กราฟิกสูง 60 FPS พร้อม ๆ กับสตรีมไปในเวลาเดียวกันโดยไม่มีกระตุก หรือเฟรมเรตตกแต่อย่างใด)เนื้อเรื่องกลมกล่อมตามสไตล์หนังสยองขวัญเกมผี ถ้าไม่มีการอารัมภบทแล้วให้ผู้เล่นเจอผีโต้ง ๆ เลย ก็คงจะงงกันเป็นไก่ตาแตกอยู่ไม่น้อย ดังนั้น MADiSON จึงได้วางแผนผังเนื้อเรื่องให้เราเข้าใจไม่ยากประหนึ่งเหมือนเล่นเกมไป รับชมภาพยนตร์เรื่องหนึ่งไปเนื้อเรื่องนั้นตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ว่ามันจะเน้นหนักไปที่ด้านศาสนา ปีศาจ และความเชื่อของฝั่งคริสต์ เรานั้นจะได้รับบทเป็นชายผู้หนึ่งที่ชื่อ ลูก้า ซึ่งพบว่าตนเองนั้นดันซวยไปติดพันธะจากพิธีกรรมของปีศาจตนหนึ่งซึ่งมันได้ลงมือทำพิธีกรรมไปเกือบเสร็จแล้ว แต่น่าเสียดายดันโดนขัดขวางเสียก่อน ปีศาจตนนี้ก็คิดในอารมณ์แบบ 'แหม่! อีกนิดเดียวเอง งั้นต่อให้มันจบ ๆ !' ก่อนจะใช้เราเป็นเครื่องมือในการทำพิธีกรรมต่อไป โดยมีกล้องโพลารอยด์เป็นสื่อกลางของโลกอันบิดเบี้ยวของมันตามหลักของหนังสยองขวัญที่ตัวเอกต้องทนทุกข์คลุกคลานกับเหตุการณ์ที่เจอ เราก็ต้องฝ่าฟันค้นหาต้นตอความเป็นมาของพิธีกรรม เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต ความเกี่ยวข้องของตัวเรากับปีศาจตนนี้เพื่อที่จะหาทางแก้ไขและจบเรื่องราวอันเลวร้ายนี้เสียทีเกมเพลย์ไม่ยาก แต่ที่ยากคือพัซเซิลมาถึงจุดขายของเกม MADiSON นี้เลย ปกติแล้วเกมสยองขวัญ-ไขปริศนามักจะมีพัซเซิลให้เราได้ลับสมองประลองปัญญาอยู่แล้ว บ้างก็อาจจะมีคำใบ้ บ้างก็อาจจะลากมือเราทำไปให้ผ่าน ๆ ไป แต่ยินดีด้วย! ที่เกมนี้จะให้เราได้หลอนและใช้สมองจน IQ แทบจะพุ่งไปแบบ 300% เพราะนอกจากที่ส่วนมากตัวเกมจะไม่ค่อยได้ใบ้อะไรเราแล้ว เราต้องใช้หลักความคิด และความรู้รอบตัวมาประมวลผลว่า [เราควรจะทำยังไงกับไอเทมชิ้นนี้] หรือ [ชีวิตนี้ฉันควรทำอะไรต่อไปดีนะ] ในระหว่างที่มีเจ้าปีศาจตัวดีคอยมา 'ให้กำลังใจ' ระหว่างเดินสำรวจ เช่น พัซเซิลหนึ่งที่จะให้คุณหารหัสลับเบิกทางไปต่อ ซึ่งเราต้องถ่ายรูปรอยวาดมั่วซั่วที่ดูเผิน ๆ เหมือนไว้ประกอบฉากเพียงเท่านั้น หรือที่เราต้องนำเทียนแต่ละสี วางให้ตรงตามความหมายของศาสนาคริสต์ก็ดีจากที่กล่าวมาตัวเกมจะมีไอเทมหลัก ๆ อยู่สามอย่างที่จะใช้ตั้งแต่เริ่มยันจบเกมได้แก่กล้องโพลารอยด์ต้องสาป - ใช้มันเพื่อถ่ายรูปทุกสิ่งอย่างเพื่อค้นหาเบาะแส ทำลายภาพลวงตา หรือจะสร้างสรรค์หน่อยก็ถ่ายเป็นระยะ ๆ เพื่อเปิดแสงสว่างให้เราได้เห็นทาง (ระวังนะอันนี้อ่ะ)แพ็กภาพที่ระทึก - เมื่อเราถ่ายรูปกล้องโพลารอยด์ซึ่งผู้เล่นสามารถถ่ายได้อิสระตามใจแล้ว เราก็ต้องนำมาสะบัด ๆ ตามหลักทั่วไป ก่อนจะเห็นภาพที่สามารถใช้ไขปริศนาและภาพไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ตามแต่ละสถานการณ์เกมสมุดภาพวัยเยาว์ - เป็นสมุดปกแดงที่จะคอยเก็บภาพวาดเขียนเมื่อเราเริ่มเกิดอาการหลอน ซึ่งมันสามารถใช้เพื่อใบ้เส้นทางหรือสิ่งที่เราต้องทำต่อไปแบบกว้าง ๆ จนบางทีก็คิดนะ ใบ้แค่นี้เหมือนเกมให้เราไปเจอเองดีกว่าอะไรนะ? คุณผู้อ่านกำลังคิดอยู่ในใจ 'ไอ้พวกพัซเซิลกับรหัส เดี๋ยวฉันไปดูโพยเอาซะก็สิ้นเรื่อง' ก็ต้องขอดับฝันไว้เสียแต่ตรงนี้เลย เพราะเกมนี้ 'หากคุณไม่เข้าใจว่าต้องแก้พัซเซิลฉันใด โพยก็ไม่ได้ช่วยอะไรฉันนั้น' เพราะรหัส ไอเทม และสิ่งที่ต้องแก้ในพัซเซิลส่วนมากมันจะไม่เหมือนกันกับผู้เล่นอื่น ดังนั้นผู้เล่นต้องไปค้นหาและหวาดเสียวด้วยตัวของตนเอง จะไปเกาะเบาะดูชาวบ้านเล่นทั้งหมดไม่ได้ประสบการณ์จุก ๆ ทั้งระแวงผี ทั้งกุมขมับกับพัซเซิลส่วนตัวสำหรับ MADiSON นั้น เป็นอีกเกมหนึ่งที่ทำออกมาได้ตอบโจทย์คนที่อยากหาอะไรมาสูบฉีดเลือดตัวเองหรือเบื่อ ๆ ต้องการอะไรมานั่งใช้สมองเล่น เพราะนอกจากปริศนาที่คาดไม่ถึงแล้ว ก็ยังปีศาจจ้องจะหยุมหัวอยู่เนือง ๆ ซึ่งนับว่าเป็นเสน่ห์ของเกมนี้เลยก็ว่าได้ ทั้งนี้ถึงแม้ตัวเกมจะมีข้อดีอยู่เยอะ แต่ในส่วนของซับไตเติลภาษาไทยที่ซัพพอร์ตตัวเกมนั้นแปลไม่ตรงเนื้อหาและเล็กเสียจนอ่านแทบไม่ได้หากไม่เอาหน้าไปจุ่มจอในภาพรวมนั้นตัวเกมจะเหมาะกับการเล่นบนเครื่องคอนโซลมากกว่า PC ทั้งการถือจอยที่จะหันมุมกล้องโพลารอยด์ได้ง่ายกว่าเมาส์ ไม่ว่าจะกดปุ่ม L2 เพื่อยกกล้อง หรือกดปุุ่ม O เพื่อถ่ายก็นับว่าไม่ลำบากและเสมือนว่าได้ถือกล้องจริง ๆ จึงนับได้ว่าเกมนี้เหมาะและเปิดโอกาสให้ผู้เล่นที่ยังไม่เคยสัมผัสเกมสยองขวัญเครื่องคอนโซลอย่าง PlayStation ได้ดีทีเดียว ดังนั้นใครที่มองหาเกมหนีผีมีปริศนาความยาว 4 ~ 6 ชั่วโมง เกม MADiSON นี้ ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ควรค่าหามาจับจองได้หลายช่องทางทั้งPC (Steam ราคา 499 บาท) : https://bit.ly/3bfCnSQPlayStation (ราคาประมาณ 1400 บาท) : https://bit.ly/3vplOuBNintendoSwitch (ราคาประมาณ 1400 บาท) : https://bit.ly/3zhJFgTXbox (ราคาประมาณ 1450 บาท) : https://bit.ly/3OFZLqbหรือจะเข้าหน้าเว็บไซต์หลักประกอบการตัดสินใจ พร้อมดูตัวอย่างเกมข้างล่างนี้ได้เลย
29 Jul 2022
[Review] รีวิวเกม Dinkum "แอนิมอลครอสซิ่ง สไตล์ออสซี่ ภาพน่ารักราคาสบายกระเป๋า"
Dinkum เป็นเกมแนวเข้าป่าล่าสัตว์ ทำฟาร์ม ที่ได้รับการเปรียบเทียบกับเกมชื่อดังอย่าง Animal Crossing ซึ่งได้วางขายใน Steam แบบ Early Access เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2022 ที่ผ่านมา เกมนี้เราจะสวมวิญญาณเป็นชาวออสซี่ ที่ได้โยกย้ายถิ่นฐานจากในเมืองไปอยู่ในชนบทของออสเตรเลีย สัตว์บางชนิดเราสามารถนำมาเลี้ยงเพื่อพัฒนาเป็นฟาร์มได้อีกด้วย เกมนี้เราอยากจะเล่นคนเดียวเรื่อย ๆ ก็ได้ หรือจะ Co-op เล่นกับเพื่อนก็ได้ แต่เกมนี้ถ้ามีเพื่อนเล่นจะเฮฮากว่ามาก ๆ เพราะเราสามารถเลี้ยงจระเข้แล้วเอามาสู้กับเพื่อนได้ครับ ฮ่า ๆ แถมยังจะช่วยกันหาวัตถุดิบสร้างเกาะให้สวยงามได้ไวขึ้นอีกด้วย เพราะแมพค่อนข้างกว้าง เล่นคนเดียวอาจจะเหนื่อยหน่อย เกมเพลย์เริ่มต้นมาเราจะเป็นชาวเมืองที่อยากจะหนีออกจากเมืองไปอยู่ที่อื่นครับ แล้วอยู่ดีดีวันหนึ่งก็มีคนส่งจดหมายเชิญชวนผู้คนที่เบื่อชีวิตในเมือง ให้ลองย้ายไปอยู่บนเกาะของเขา ใครสนใจก็ให้มาเจอกันที่ท่าจอดเรือเหาะในวันแรกของฤดูร้อน ซึ่งเราเป็นคนเดียวครับที่ไปจุดนัดพบ ฮ่า ๆ พอถึงเกาะตรงนี้จะคล้าย ๆ กับ Animal Crossing ละครับ แต่เกมนี้จะเป็นคุณยายคนหนึ่งชื่อว่า Fletch เขาจะแนะนำเรา ว่าเราควรทำอะไรบ้าง เริ่มแรกเขาจะให้เราสร้างเต็นท์ที่เป็นฐานหลักของเมืองก่อน (ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดเต็นท์นี้คือ Town Hall ของเกาะเราในอนาคตครับ) เราสามารถคราฟท์ข้าวของเครื่องใช้ได้ที่เต็นท์ของยายเลยครับ แล้วยายก็จะให้เต็นท์อยู่อาศัยสำหรับเรามาด้วย เราสามารถเลือกทำเลของเราเองได้ ในตอนแรกจะเป็นเต็นท์ให้เราพอมีที่ซุกหัวนอนเท่านั้น แต่พออยู่ ๆ ไปจะได้อัพเกรดไปเรื่อย ๆ พอเราเก็บเงินครบ เราก็จะได้บ้านที่เป็นบ้านจริง ๆ ทีนี้ก็สุดแล้วแต่ใจเราเลยครับว่าจะครีเอทบ้าน และเมืองของเราให้สวยงามยังไง ตรงนี้เกมค่อนข้างให้อิสระกับเรามาก ๆ ครับ และยายจะให้เราเป็นเดอะแบกของเมืองนี้เลย ตั้งแต่คนสร้างเมือง คนหาวัตถุดิบ หรือแม้แต่เป็นคนหาลูกบ้านเข้ามาอาศัยอยู่บนเกาะ แล้วแต่ยายจะออเดอร์สั่งการมา เราคนเล่นก็ต้องจัดให้ยายแกทุกอย่าง เพราะไม่งั้นไอเทมบางอย่างจะไม่ปลดล็อคครับ (ไม่ได้อยากทำ แต่มันจำเป็น ฮ่าๆ) การหาเงิน : พอเล่นไปเรื่อย ๆ ยายจะไปชวน John มาอยู่บนเกาะนี้ด้วยครับ นายจอห์นคนนี้จะเป็นพ่อค้าคอยรับซื้อของจากเรา และเอาของมาขายให้เราครับจากในเมือง ช่วงแรกจอห์นจะยังไม่อยู่ถาวร ยายก็จะให้เราไปทำการโน้มน้าวนายจอห์นให้มาเป็นพ่อค้าของเกาะนี้ครับ มาพูดเรื่องการหาเงินกันต่อดีกว่า เกมนี้นอกจากมีเงินเหรียญทองที่เอาไว้ใช้จ่ายเรื่องทั่วไป อย่างเช่น การซื้ออุปกรณ์ หรือจ่ายค่าอัพเกรดบ้าน ยังมีเงินแบงค์สีฟ้าที่เอาไว้จ่ายเพื่อซื้อใบอนุญาตต่าง ๆ ด้วยครับ - เหรียญทอง : เวลาเราไปฟาร์มหาวัตถุดิบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแมลงที่เราจับได้ ปลาต่าง ๆ ผลไม้ เอเวอร์รี่ติง จิงเกอเบล เราสามารถนำมาให้พี่จอห์นตีราคา แล้วรับเงินกลับมาได้เลยครับ แรก ๆ ผู้เขียนแนะนำให้เก็บหอยต่าง ๆ หรือพวกแมลง ปลา แถว ๆ เบสท์แคมป์แล้วปั๊มเงินเอา กับพี่จอห์นก่อน เพราะสิ่งที่คุณยายรีเควสมาแต่ละอย่างให้เราทำต้องใช้เงินค่อนข้างเยอะครับ บริจาคให้ส่วนรวมไม่พอ บ้านเริ่มต้นของเราก็ต้องใช้เหรียญทอง 95000 ในการสร้างครับ เกมนี้จะไม่มีระบบสินเชื่อแบบ Animal crossing ที่สร้างก่อนจ่ายทีหลัง เกมนี้เราต้องมีเงินก่อนถึงสร้างได้ครับ             - แบงค์สีฟ้า : เราจะได้จากการทำ Milestones ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การเก็บสะสมพันธุ์แมลง ปลา หรือจาก Daily Milestones ที่จะมีเควสย่อย ๆ ให้เราทำเป็นรายวัน สกุลเงินนี้ใช้ในการซื้อใบอนุญาตการทำกิจกรรมในเกาะ เราสามารถไปขอซื้อใบอนุญาตต่าง ๆ ได้ที่คุณยาย Fletch ครับ ถ้าเราไม่ซื้อใบอนุญาตจอห์นจะไม่ขายอุปกรณ์ให้เรา เช่น ถ้าเราอยากตัดไม้แต่เรายังไม่มี "ใบอนุญาตตัดไม้" จอห์นจะไม่ขายขวานให้เรา และแน่นอนในช่วงแรกมันคราฟท์ไม่ได้ เราต้องซื้อใบอนุญาตก่อนจึงจะสามารถคราฟท์ได้ ยาย Fletch เก็บทุกเม็ดจริง ๆ การล่าสัตว์และการเลี้ยงสัตว์ : สัตว์เกมนี้มีทั้งแบบที่ไม่โจมตีเราเลย โจมตีถ้าเราทำร้ายมัน หรือโจมตีเราก่อน และการจะล่าพวกมันได้นั้นเราต้องมีใบอนุญาตที่ผู้เขียนได้เคยพูดถึงไปก่อนหน้านี้ หลังจากได้ใบอนุญาตมาแล้วเราจะสามารถคราฟท์อาวุธในการล่าสัตว์ได้ - ล่าสัตว์ : พวกสัตว์ทั่วไปอย่างจิงโจ้ แมงกระพรุน คางคก ไก่งวง นกอีมู พวกนี้ไม่ได้ล่ายากอะไรนักครับ สามารถนำเนื้อของมันมาปรุงอาหารได้ด้วย แต่สัตว์บางอย่างก็โหดโคตร ๆ เลย อย่างเช่น แทสมาเนียนเดวิล (ผมไม่แน่ใจว่ามันคือวอมแบต หรือ แทสมาเนียนเดวิล แต่เดา ๆ เอาว่าเป็นแทสมาเนียนเดวิลเพราะสีขนและแถบขาวที่หน้าอกครับ) มันตบผมแรงมากไม่พอครับ มันพ่นไฟได้ด้วย แล้วเกมนี้ตัวละครของเราสามารถติดไฟและโดนไฟไหม้ได้ครับ (อย่าได้เผลอไปเหยียบกองไฟ หรือติดไฟจากสัตว์เชียวนะครับ เลือดลดเยอะมาก) เท่านี้ยังโหดไม่พอถ้าเพื่อน ๆ รับเควสจากกระดานให้ไปล่าจิงโจ้จ่าฝูง ผมไปลองมาแล้วกับหอกช่วงต้นเกม ผมโดนมันถีบขาคู่ทีเดียวเท่านั้น จอดำเลยครับ ฮ่า ๆ ใครคิดว่าพริ้วจาก Dark Souls ลองไปล่าหัวหน้าจิงโจ้ดูครับ อาจจะไหวก็ได้ เพราะผลตอบแทนก็คุ้มค่ามาก ๆ แต่ผมยอมก่อน รออัพเกรดให้โหด ๆ กว่านี้แล้วจะลองไปรับเควสดูใหม่ครับ หลัง ๆ เราก็จะสบายขึ้นหน่อยถ้าเราซื้อใบอนุญาตในการวางกับดัก เราก็จะสามารถวางกับดักเพื่อดักสัตว์ได้ และอีกอย่างที่ผมชอบมาก ๆ ของเกมนี้ก็คือบางทีสัตว์ต่างสายพันธุ์มันเดินมาเจอกันแล้วมันจะสู้กันครับ ถ้าฝั่งไหนถึงแก่ชีวิตก่อนเราก็จะได้เนื้อมาฟรี ๆ โดยที่เราไม่ต้องลงแรงไปล่าเอง ให้เจ็บตัวครับ- เลี้ยงสัตว์ : การเลี้ยงสัตว์เราก็ต้องไปขอใบอนุญาตด้วยเราถึงจะเลี้ยงได้ ช่วงแรก ๆ ก็จะมีบ้านนก และอัพเกรดขยับขยายไปเรื่อย ๆ จนสามารถเลี้ยง  วอมเบตหรือจระเข้ได้ครับ และเรายังสามารถนำสัตว์ที่เลี้ยงไว้เอาไปสู้กับของเพื่อนได้อีกด้วย และถ้าอยากเลี้ยงสัตว์ธรรมดาอย่างไก่เราต้องอัพเกรดเต็นท์ขายของของพี่จอห์น ให้เป็นร้านขายของแบบถาวรก่อนครับ จะมี NPC ต่าง ๆ แวะเวียนมาขายของบนเกาะ ไม่ว่าจะเป็น ร้านเสื้อผ้า, ศูนย์วิจัยอุปกรณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยี, รวมไปถึงร้านขายสัตว์เลี้ยงที่เราสามารถจะซื้อไก่มาเลี้ยงในฟาร์มของเราได้ครับ ทั้งนี้เรายังสามารถซื้ออาหารสัตว์ต่าง ๆ ได้ที่ร้านนี้อีกด้วยเควส : ในช่วงแรกก็จะเป็นเควสหลักจากคุณยาย Fletch เลยครับ ไม่ว่าจะเป็นการให้วางเต็นท์ฐานของเมือง เต็นท์ตัวเอง หรือการชักชวนผู้คนเข้ามาอยู่บนเกาะ และเรายังสามารถรับเควสรายวันเพื่อรับรางวัลพิเศษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าใหม่ ๆ จาก NPC ได้ เพียงแค่เราไปชวน NPC คุยแล้วขอช่วยงานต่าง ๆ ในแต่ละวัน ช่วงหลัง ๆ จะมีกระดานเควสที่คุณยายให้เราสร้างขึ้นมา และตรงนี้ผลตอบแทนจากเควสจะให้เหรียญทองที่ค่อนข้างเยอะครับ ผลตอบแทนดีเควสที่เราได้รับก็จะโหดเป็นธรรมดาครับ จะมีตั้งแต่การให้ไปถ่ายรูปสัตว์หายากต่าง ๆ จนไปถึงการให้ไปล่าสัตว์หายาก (อารมณ์เหมือนให้ไปล่าบอส เพราะโหดจริ๊งงงงงงง) การตกปลา : ค่อนข้างต้องใช้การปรับตัวสูงอยู่เหมือนกัน อย่าง Animal Crossing ถ้าปลากินเหยื่อจอยคอนจะสั่นให้เรารู้ถูกไหมครับ แต่เกมนี้เราต้องเดาจังหวะปลาเอาเองว่าถ้าน้ำนั้นดูกระเซ็นเยอะกว่าปกติเราถึงดึงมันขึ้นมาละปลาถึงจะติดเบ็ด จังหวะเย่อกับปลาก็ไม่ง่ายเพราะเราต้องอาศัยดูจังหวะการหนีการดิ้นของปลาเอาเอง ถ้าเรากะจังหวะผิดแล้วแถบสีแดงหมดหลอดเมือไหร่ปลาก็จะหลุดจากเบ็ดของเราไปครับ ส่วนปลาใหญ่หรือสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ ก็ไม่ค่อยเมคเซ้นส์เท่าไหร่ คือเราต้องทำหอกไปแทงสู้กับมัน เหมือนการล่าสัตว์บกอื่น ๆ แต่เราว่ายน้ำไปแทงไม่ได้ต้องลงน้ำลึกไปล่อให้มันมาโจมตีเราก่อน แล้วเราก็รีบว่ายกลับมายืนบนฝั่งเพื่อเอาหอกแทงมันจนกว่ามันจะตาย ซึ่งตรงนี้มันก็แปลก ๆ สำหรับผู้เขียนอยู่เหมือนกัน การปลูกพืชทำไร่ : เริ่มแรกเราจะต้องไปทำใบอนุญาตในการปลูกพืชก่อน หลังจากทำมาแล้วอุปกรณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการปลูกพืชจะปลดล็อคครับ เกมนี้จะไม่เหมือน Animal crossing ที่เราสามารถขุดเอาต้นไม้มาปลูกในบริเวณบ้านเราได้เลย เราต้องอัพเกรดร้านขายของของจอห์นก่อนครับ หลังจากนั้นจะมี NPC ร้านขายของต่าง ๆ แวะเวียนมาเปิดร้านขายของแทนเต็นท์เก่าของพี่จอห์น และจะมี NPC ที่ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับการทำสวนเราสามารถซื้อ จอบ, บัวรดน้ำ, เมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ ได้ที่เธอเลยครับ กว่าสวนจะเป็นรูปเป็นร่างก็ใช้เงินสกุลสีฟ้าในการอัพค่อนข้างเยอะอยู่เหมือนกัน หลังจากเราอัพเกรดจนปลดล็อคจอบมาแล้วระบบต่าง ๆ ก็จะเหมือนเกมปลูกผักทำฟาร์มทั่ว ๆ ไปเลยครับ เราสามารถรดน้ำ เก็บเกี่ยวผลผลิต เอามาทำอาหารให้ตัวเราเอง หรือขายให้พี่จอห์นคนดีคนเดิมเพื่อฟาร์มเงินก็ได้ครับ ในส่วนของต้นไม้ป่าเราสามารถเอาพลั่วขุดหลุมแล้ววางเมล็ดลงไปแล้วกลบหลุม เพียงเท่านี้ต้นไม้สายพันธุ์ที่เราต้องการจะมาขึ้นบริเวณที่เราฝังเมล็ดไว้ครับการทำอาหาร : จริง ๆ เราอาศัยกินผลไม้ที่เราฟาร์มจากเกมมาก็ได้ครับ ถ้าเราขี้เกียจหาวัตถุดิบไปทำอาหาร แต่เกจเลือดและเกจพลังงานของเราจะขึ้นค่อนข้างน้อย เพราะเวลาตัวละครเรากินอาหารมันจะสามารถกินได้ติด ๆ กันแค่ 3 ครั้งครับ ซึ่งค่าพลังงานของเราอาจจะขึ้นมาเพียงน้อยนิด ทำให้เราไม่สามารถทำกิจกรรมในวันนั้น ๆ ต่อเนื่องไปได้เท่าที่ใจเราต้องการ เราจึงจำเป็นจะต้องทำอาหารเพื่อมาเติมเต็มในส่วนนี้ จะมีการทำให้สุกแบบง่าย ๆ ด้วยการยัดวัตถุดิบลงเตาบาร์บีคิวไปทีละชิ้นครับ เราสามารถซื้อเตานี้ได้จากพี่จอห์นในราคา 34000 เหรียญทอง ส่วนการทำอาหารแบบที่ซับซ้อนขึ้นเราจะต้องคราฟท์โต๊ะทำอาหารขึ้นมา โต๊ะนี้จะบอกสูตรต่าง ๆ ว่าต้องการวัตถุดิบอะไรบ้างในการทำอาหาร เราก็สามารถนำวัตถุดิบที่เรามี ที่ตรงกับความต้องการของสูตรมาทำอาหารที่โต๊ะทำอาหารได้เลยครับ และอาหารบางชนิดสามารถเพิ่มค่าสถานะต่าง ๆ ให้เรานำไปใช้ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อีกด้วยครับ ไม่ว่าจะเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ เพิ่มอัตราการตกปลา หรือเพิ่มอัตราการต่อสู้ในการล่าสัตว์ให้เราการจับแมลง : ในส่วนนี้คือได้ฟิล Animal Crossing เลยครับ แต่ว่าเกมนี้แมลงกลางวันและกลางคืนจะไม่แตกต่างกัน จะมีเหมือนเดิมทั้งวัน ถ้าอยากหาแมลงชนิดใหม่ ๆ เราต้องไปในที่ ๆ สภาพแวดล้อมแตกต่างจากเดิมครับ สัตว์ในบริเวณนั้นก็จะเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมในพื้นที่ ฉะนั้นเราต้องเดินไปไกลจากบ้านของเราเยอะเลย และต้องรอฤดูที่เปลี่ยนแปลงเราอาจจะได้เจอแมลงชนิดใหม่ ๆ เราสามารถเอาแมลงมาเลี้ยงตั้งโชว์สวย ๆ เป็นของประดับภายในบ้านได้ หรือขายให้พี่จอห์นเพื่อรับเป็นเงินได้เช่นกันครับ กราฟิกและระบบต่าง ๆ ภายในเกมกราฟิก : Dinkum เป็นเกมแนวเอาตัวรอด ทำฟาร์ม เปิดโลกกว้างผจญภัย การเล่นเกมไม่เป็นเส้นตรง ได้รับแรงบังดาลใจมากจากเกมดังอย่าง Animal Crossing กราฟิกเกมนี้เป็นแบบ 3D Polygon กึ่ง ๆ Sandbox และมีภาพน่ารักครับ สีของเกมเล่นแล้วได้ฟิลความร้อนแบบออสเตรเลียจริง ๆ  ขนาดไฟล์ของเกมมีขนาดเล็กเพียงแค่ 1.56GB แทบไม่กินพื้นที่ในเครื่องของเราเลย และที่สำคัญเกมนี้ยังไม่ต้องใช้สเปคขั้นเทพอะไรในการเล่น สเปคธรรมดาบ้าน ๆ ทั่ว ๆ ไปก็สามารถเล่นได้ครับ ผู้เขียนชอบก็ตรงนี้แหละ ระบบการบังคับและ UI : เหมือนเกมอื่น ๆ ทั่ว ๆ ไป ใช้ WASD ในการบังคับทิศทาง ไม่ซับซ้อนอะไร มีแค่เพียงระบบการหมุนของกล้องที่ผมไม่ค่อยชอบ เพราะมันค่อนข้างทำให้เราหลงทางในเกมได้ง่ายมาก ๆ ครับ เพราะว่าเกมจะไม่ล็อคมุมมองให้เรา เราจะต้องกด Shift ค้างเอาไว้และหมุนเม้าส์ ให้มุมกล้องไปในทิศทางที่เราต้องการอยู่ตลาดเวลา และแผนที่เกมนี้ค่อนข้างกว้างมาก ๆ พอมุมกล้องมันไม่ล็อคเราจะหลงทิศและต้องเปิดแผนที่ดูบ่อย ๆ ซึ่งค่อนข้างสร้างความรำคาญในการเล่นครับ (มุมกล้องที่เกมตั้งค่ามาให้ ตรงนี้ถ้าใครไม่ชอบสามารถปรับแต่งได้ใน Setting ครับ) UI ต่าง ๆ ของเกมใช้งานง่าย มีบอกว่าต้องกดอะไรเพื่อเปิดเมนูส่วนไหนขึ้นมา ใช้ปุ่ม 1 2 3 4 ฯลฯ เพื่อหยิบอุปกรณ์ต่าง ๆ พอเปิดเข้าเมนูต่าง ๆ ก็ถูกจัดไว้อย่างเป็นระบบระเบียบหาง่ายครับ และเกมนี้เวลาของเกมจะไม่อิงตามเวลาจริงแบบ Animal crossing ฉะนั้นเราจะเข้าเกมตอนไหนก็ได้ระบบสะสม :  สาย Collector อย่างผู้เขียนก็ได้มาสนุกสนานกับส่วนนี้อยู่เหมือนกันครับ ตอนแรกผู้เขียนคิดว่าจะไม่มีพวกพิพิธภัณฑ์แบบใน Animal crossing ซะแล้วนะเนี่ย พออัพเกรดเมืองไปเรื่อย ๆ Theodore จะย้ายมาอยู่อาศัยบนเกาะกับเราด้วย ทำหน้าที่เดียวกับลุงนกฮูกใน Animal crossing ครับ ทีนี้เราก็สามารถนำของหรือไอเทมไปบริจาคที่ Theodore ได้ ไม่ว่าจะเป็นแมลงต่าง ๆ ปลาที่เราจับได้ เราสามารถนำเอามาบริจาคได้เพื่อสร้างพิพิธพันธ์ครับ นอกจากสะสมในสมุด Pedia ส่วนตัวของตัวเองได้แล้ว ยังสะสมให้ชาวเมืองได้มาชมในอนาคตด้วยครับ ถึงแม้ว่าอควาเรี่ยมหรือโดมผีเสื้อเกมนี้มันจะไม่ได้สวยงามอลังการแบบในแอนิมอลครอสซิ่ง แต่การได้หาของมาใส่พิพิธภัณฑ์บอกเลยว่าอย่างเพลินครับ เลเวล : ระบบการอัพเลเวลต่าง ๆ ของเกมนี้จะไม่เหมือนเกมอื่น ๆ ที่ตัวละครของเราจะมีเลเวล เกมนี้เลเวลจะไปอยู่ที่ความสามารถต่าง ๆ ของเราแทนครับ อย่างเช่น ถ้าวันนี้เราไปขุดแร่ กับ ตกปลา เลเวลในส่วนของการขุดแร่กับการตกปลาของเราก็จะเพิ่มขึ้น เก็บเลเวลไปเรื่อย ๆ เราจะสามารถซื้อใบอนุญาตที่มีเลเวลสูงขึ้นได้ คุณยาย Fletch จะส่งจดหมายมาแจ้งเราที่ Mailbox ครับ "ว่าเราสามารถซื้อใบอนุญาตชนิดนี้เพิ่มเติมได้แล้วนะ" เลเวลต่าง ๆ ที่เราทำกิจกรรมในวันนั้น ๆ เกมจะสรุปให้เราเป็นรายวันหลังจากเราเข้านอน ว่าวันนี้ได้เลเวลในส่วนไหนบ้าง และได้รับเงินมาเท่าไหร่ อุปกรณ์สวมใส่ต่าง ๆ ที่เราได้รางวัลจากการทำเควสมา เป็นแค่แฟชั่นสวมใส่เท่านั้น ไม่ได้เพิ่มค่าสถานะต่าง ๆ ให้เราแต่อย่างใดสรุปในมุมมองของผู้เขียนเกมนี้ผมให้แค่ 7/10 คะแนนเท่านั้นครับ ถ้าจะให้เทียบกับต้นแบบอย่าง Animal Crossing ผมมองว่ายังไม่ติดฝุ่นเลยครับในหลาย ๆ ด้าน ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าแมพมันค่อนข้างกว้างไปหน่อย แถมมาด้วยมุมมองกล้องที่ทำให้การเล่นเกมนี้ยากเอามาก ๆ เพราะมันหมุนได้ 360 องศา และกล้องไม่ปรับภาพตามเราในมุมใดมุมหนึ่งไปเลย เวลาเราไปล่าสัตว์แล้วเจอสัตว์ที่สู้กลับ ทำให้การหนีค่อนข้างทุลักทุเลอยู่เหมือนกัน บางทีเจ็บตัวฟรี แทงไอ้เข้ไม่โดน ฮ่า ๆ (ผมค่อนข้างงงว่าตัวเกมสามารถตั้งค่าให้ล็อคหน้าจอได้ ทำไมผู้พัฒนาถึงไม่ตั้งเป็นค่าหลักไปเลย เพราะมันทำให้เล่นเกมง่ายกว่าเดิมมาก) แต่ถ้าเราไม่เอาไปเทียบกับ Animal Crossing เกมนี้สามารถให้ความเพลิดเพลินได้อยู่เหมือนกัน มีอะไรให้ทำเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นทำฟาร์ม สร้างบ้าน ทำเควสต่าง ๆ คราฟท์ของไปล่าสัตว์จ่าฝูง หรือจะเป็นการชักชวนผู้คนมาอยู่ในเมือง โดยเฉพาะระบบ Co-op ถ้ามีเพือนมาเล่นด้วย มันก็มาทดแทนความไม่สมเหตุสมผลบางอย่างที่หายไปได้อยู่เหมือนกันครับ และเนื่องจากมันเป็น Early Access ผู้เขียนเตือนเพื่อน ๆ ไว้ก่อนเลย ว่าเกมนี้บัคเยอะมากกกกกกกก ถึงแม้มันจะไม่ได้เป็นบัคที่มีผลกับเกมอะไรมาก แต่มันอาจจะสร้างความรำคาญนิด ๆ ให้กับเราได้ครับ การเล่นเกมนี้ค่อนข้างสู้ชีวิตอยู่เหมือนกัน เพราะสัตว์ป่าในออสเตรเลียขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องความดุร้าย ฉะนั้นเราต้องอยู่เยี่ยงผู้ล่าและเป็นท็อปของห่วงโซ่อาหารในสังเวียนนะครับ ไม่งั้นถ้าเราไม่พร้อมแล้วออกไปล่าสัตว์ ผมบอกเลยว่าจอดำครับ ฮ่า ๆ ยังไงผู้เขียนมองว่ามีติดคลังไว้เล่นกับเพื่อนก็เพลินดีครับ เพราะด้วยราคาที่ไม่แรงมาก 289 บาทเท่านั้นเอง! ยังมีอีกหลายอย่างที่ผู้เขียนยังไม่ได้พูดถึงในรีวิวนี้ ผู้เขียนอยากให้เพื่อน ๆ ได้ลองไปสัมผัสและค้นหาเพิ่มด้วยตัวเองครับสั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/news/app/1062520/view/4720352462294613029
28 Jul 2022
[Review] รีวิวเกม DreadOut 2 (PS5) สานต่อความสยองขวัญ กับตำนานภูติผีประเทศอินโดนีเซีย
"บางวัฒนธรรมเก่าแก่เชื่อว่า การถ่ายรูปนั้นสามารถขโมยวิญญานคนได้ และไม่เคารพโลกของฝั่งวิญญาน"DreadOut เป็นเกมสยองขวัญที่วางจำหน่ายออกมาในปี 2014 จากทางทีม Digital Happiness ผู้พัฒนาสัญชาติอินโดนิเซีย ที่หลาย ๆ คนยกให้ถึงความหลอนชวนขนหัวลุก และจุดเด่นของเกมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกม Fatal Frame ที่เรานั้นจะสามารถใช้กล้องถ่ายรูปในการโจมตีเหล่าภูติผีปีศาจจากตำนานความเชื่อของประเทศอินโดนิเซียที่คอยไล่ล่าเรา พร้อมบรรยากาศความหลอนทั้งความมึด เสียงกรีดร้อง ความสยองขวัญ ซึ่งตัวเกมได้รับคะแนนคำวิจารณ์จากทางร้านค้า Steam สูงถึง 76% รวมถึงยังสานต่อเรื่องราวใน DreadOut: Keepers of The Dark ปี 2016 ตัวเกมก็ได้รับคะแนนที่ดีเช่นกันต่อมาอีก 6 ปีทางผู้พัฒนาก็ได้ปล่อยเกม DreadOut 2 ออกมาให้เราได้สัมผัสกัน ที่จะเป็นการสานต่อเนื้อเรื่องของเกมภาคแรกที่ยังค้างคา และเพิ่มเกมเพลย์ใหม่ ๆ ให้เราได้เล่นอีกด้วย ถึงแม้ว่าตัวเกมจะวางจำหน่ายออกมาถึง 2 ปีแล้ว แต่ล่าสุดทางผู้พัฒนาก็ได้ปล่อยตัวเกมเวอร์ชันคอนโซลออกมาให้เล่นกัน ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFever TH จะมารีวิวเกม DreadOut 2 ในเวอร์ชัน PlayStation 5 พร้อมพูดภาพรวมของตัวเกมว่ามันควรค่าแก่การซื้อหรือไม่ ?กราฟิก / นำเสนอถึงแม้ว่าตัวกราฟิกของเกมทางผู้พัฒนาจะยังไม่ได้อัปเกรดกราฟิกอะไรมาก ตัวโมเดลก็ยังเป็นเหมือนเดิม แต่ก็ต้องยอมรับว่าทางผู้พัฒนาก็ได้ใส่รายละเอียดของเกมให้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโซนที่พักอาศัยที่เปิดพื้นที่เปิด ก็ได้ชูความเป็นประเทศอินโดนิเซียได้อย่างดีเลยทีเดียว เราจะได้เห็นตึกราบ้านช่อง บรรยากาศคร่าว ๆ ของคนในประเทศ หน้าตาของโรงเรียนมัธยม การแต่งตัวของนักเรียนและอาจารย์ที่เราอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งมันก็ค่อนข้างเปิดโลกและน่าสนใจพอสมควรเลยในด้านของความสยองขวัญถึงแม้ว่าในภาคนี้เราจะได้อยู่ในพื้นที่เปิดมากขึ้น ความอึดอัดที่พบเจอในบางฉากก็อาจจะทำได้น้อยลง แต่ถึงอย่างนั้นบรรยากาศเวลาอยู่ในฉากที่แคบ อึดอัดทางผู้พัฒนาก็ยังทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม บรรยากาศความสยอง ความแหวะก็ยังอยู่ครบไม่ต่างจากภาคแรก และเหมือนจะโหดขึ้นกว่าเดิมด้วยและอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่พูดไม่ได้ก็คงจะเป็นเรื่องของความสยองขวัญที่ทางผู้พัฒนาก็เชิดชูเรื่องราวเร้นลับหรือผีบ้านเขาได้อย่างดี เพราะว่าประเทศอินโดนิเซียนั้นเป็นประเทศที่มีเรื่องเล่าในตำนานมากมาย ทำให้เรานั้นได้พบเจอกับเหล่าผีพวกนี้ในการต่อสู้ตลอดทั้งเกม ไม่ว่าจะเป็นผีผ้าห่อศพ ผีสาวกุนตีลานัก หรือผีพญางู Blorong เป็นต้นแต่ถ้าให้พูดถึงประสบการณ์ที่ได้รับหลังจากที่เล่นเกมนี้บนเวอร์ชัน PS5 ก็ต้องบอกว่ามันก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากเวอร์ชัน PC เสียเท่าไร ในงานด้านกราฟิก แสงเงาก็เหมือนเดิม ฟังชันต่าง ๆ บนจอย DualSense ก็ไม่ได้ใส่ลูกเล่นอะไรเข้ามาเลย และทางผู้เขียนแอบไปส่อง ๆ คอมเมนต์จากฝ่ายที่เล่นบนเครื่อง PS4 มีกล่าวว่าเฟรมเรทดรอปอยู่ประมาณนึงเลยทีเดียวเนื้อเรื่องในด้านของเนื้อเรื่องจะพูดถึงหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก ดำเนินเรื่องราวกับตัวเองคนเดิมอย่างสาวน้อย Linda หลังจากที่เอาชีวิตรอดจากการพบเจอกับสิ่งชั่วร้ายในป่าพร้อมกับเพื่อน ๆ ทำให้ภาคนี้ตัวเธอนั้นมีพลังในความสามารถมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ตัวเธอจะต้องพบเจอกับเหล่าภูติผี ปกป้องเหล่านักเรียนที่โดนผีไล่ล่า หรือโดนผีเข้า  การเข้าไปในอีกมิติและพบเจอกับภูติผีมากมากมายที่คอยทำร้าย ซึ่งเนื้อเรื่องของเกมภาคนี้จะมีกลิ่นอายการเป็นซุปเปอร์ฮีโร่อยู่หน่อย ๆ ไม่ได้มีเรื่องราวที่น่าระทึกหรือเค้นอารมณ์อะไรมากนัก แต่มันก็ถือว่าเป็นบทเฉลยเรื่องราวที่ผ่านมาของเกมภาคแรก และเกมภาค DreadOut: Keepers of The Dark ได้อย่างดี ทำให้ใครที่ไม่เคยเล่นสองภาคนี้ก็อาจจะไม่เข้าใจในเนื้อเรื่องของเกมเลยสักนิด ถึงแม้ว่าในหน้าเมนูจะมีการให้เราไปย้อนฟังสรุปเรื่องราวก่อน แต่เชื่อว่าถ้าหากคุณไม่ได้เล่นด้วยตัวเอง คุณก็อาจจะไม่อินกับมันเสียเท่าไร และงงกับที่มาที่ไปว่ามันเกิดอะไรขึ้นเกมเพลย์ในด้านเกมเพลย์ของภาคนี้ตัวเกมเพิ่มเกมการเล่นมาจากภาคแรกในระดับหนึ่ง นอกจากที่เราจะสามารถใช้กล้องในการถ่ายรูปใส่เหล่าภูติผีเพื่อทำดาเมจแล้วนั้น แต่ในภาคนี้เราจะสามารถใช้แฟลชกล้องเพื่อทำให้ศัตรูสตั๊น และสามารถใช้อาวุธมาต่อสู้กับศัตรูได้ด้วย แต่ว่าเกมเพลย์นี้ก็อาจจะไม่ได้มีให้ใช้ตลอด ภายในเนื้อเรื่องของเกมก็จะมีการสลับสับเปลี่ยนไปใช้เกมการเล่นเดิม ๆ และเปลี่ยนไปเล่นเกมเพลย์แบบใหม่ด้วยภายในภาคนี้ก็มีปริศนาที่เราจะต้องหาสิ่งของบางอย่าง ถึงแม้ว่าตัวปริศนาอาจจะไม่ได้ยากมากนัก แต่ก็มีปริศนาบางตัวที่ทำออกมาได้น่าสนใจอย่างเช่นการพบคนถูกผีสิงที่อยากสูบบุหรี่มาก ๆ ทำให้เราจำเป็นต้องหาบุหรี่ไปให้เขาเพื่อหลีกทาง ซึ่งเราก็อาจจะต้องไปหาบุหรี่จากคนที่สูบจัดบางคนที่เราเคยพบเจอเขาแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีบางภารกิจที่ส่วนตัวรู้สึกว่ามันทำให้ความน่ากลัวของเกมหายไปเลย อย่างเช่นภารกิจหารองเท้าที่เราต้องเอาอาหารไปให้แมวที่ขโมยไป หรือภารกิจหากาแฟให้กับคนที่ขวางทาง ซึ่งส่วนตัวมองว่ามันดูไม่เข้ากันกับธีมของเกมเท่าไรเลยความรู้สึกหลังเล่น (เวอร์ชัน PS5)สำหรับภาคนี้ส่วนตัวคิดว่าความหลอนนั้นค่อนข้างหายไปเยอะ อาจจะเป็นเพราะเรื่องราวส่วนใหญ่นั้นจะดำเนินอยู่ในที่โล่ง ที่เปิด ทำให้เรานั้นมองเห็นวิสัยทัศน์ได้ไกลขึ้น ผิดจากภาคแรกที่เนื้อเรื่องจะอยู่ในป่า หรือในคฤหาสเสียมากกว่า รวมถึงในด้านการต่อสู้เราเองสามารถสู้กับพวกภูติผีได้มากขึ้นด้วยอาวุธต่าง ๆ ทำให้ความน่ากลัวนั้นอาจจะน้อยลงไป แต่โดยรวมแล้วตัวเกมก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สนุกและสามารถเพลิดเพลินได้จนจบเกม เพราะต้องยอมรับว่าทางผู้พัฒนาได้ใส่ไอเดียใหม่ ๆ เข้ามาให้มีสีสันมากกว่าเดิม รวมถึงตัวบรรยากาศในบางฉากก็ยังทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมแต่จากการเล่นบนเครื่องคอนโซล เนื่องจากที่ตัวเกมนี้ดีไซน์ให้มาเล่นบนเครื่อง PC ตั้งแต่แรก ส่วนตัวรู้สึกว่าการปรับบาลานซ์ของเกมทางผู้พัฒนาทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะการใช้จอย Controller บังคับนั้นค่อนข้างช้ากว่าการใช้เมาส์และจอยพอสมควร พอเจอศัตรูบางตัวที่เคลื่อนค่อนข้างเร็ว ทำให้การต่อสู้นั้นลำบากกว่าเดิมมาก รวมถึงยังพบเจอกับบัคต่าง ๆ พอสมควรรวมถึงสิ่งที่ต้องชมก็คือระบบการนำเสนอความเป็นอินโดนิเซียให้เราได้เข้าใจเกี่ยวกับประเทศนี้มากขึ้นทั้งในแง่ของเรื่องราวของตำนานผีสางต่าง ๆ ที่มาจากประเทศให้เราได้ศึกษา และความเป็นโลกเปิดถึงแม้ว่ามันอาจจะทำให้ความน่ากลัวของเกมน้อยลงไป แต่ในช่วงเช้าเราก็จะได้เห็นบรรยากาศของบ้านเรือน และบรรยากาศการใช้ชีวิตของคนในประเทศนี้ ทั้งร้านขายของ ยานพาหนะ หรืออาหารเป็นต้น
25 Jul 2022
[Review] รีวิวเกม Raft "เกมเอาชีวิตรอดบนแพลำน้อย สู่การผจญภัยบนมหาสมุทรอันกว้างใหญ่"
เกม Survival หรือการเอาตัวรอดนั้น ต้องบอกว่ายังคงเป็นแนวเกมที่ยอดนิยมอย่างมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และดูท่าจะลากยาวไปในอนาคตด้วย และในปี 2022 นี้เองก็มีเกมหนึ่งที่กลายเป็นกระแสขึ้นมา แต่มันไม่ใช่เกมใหม่แต่อย่างใด เพราะนี่คือเกมที่อยู่ในช่วง Early Access หรือเล่นระหว่างการพัฒนามาอย่างยาวนานถึง 4 ปีเต็ม ระหว่างนี้ก็มีการอัปเดตอยู่เรื่อย ๆ จนในที่สุดตัวเกมก็มาถึงปลายทางในชื่อ The Final Chapter จุดเริ่มต้นจากแพเล็ก ๆ สู่การผจญภัยอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ มันจะคุ้มค่ากับการเล่นหรือไม่ นี่คือรีวิวเกม Raft ในฉบับเวอร์ชั่นเกมเต็มครับ เนื้อเรื่องที่ผู้เล่นต้องค้นหามันด้วยตัวเอง ภายใต้แนวเกมการเอาชีวิตรอดก่อนอื่นที่ต้องบอกเลยคือ เกมนี้มีเนื้อเรื่อง และเป็นเนื้อเรื่องที่น่าติดตามเสียด้วย แต่หลายคนอาจจะไม่รู้ เพราะถ้าเล่นคนเดียว โอกาสที่จะไปให้ถึงเนื้อเรื่องชุดแรกนี่มันน้อยเสียเหลือเกิน แต่ถ้าเล่นกันแบบเป็นหมู่คณะ ยังไงก็ได้สัมผัสเนื้อเรื่องดี ๆ ของเกมนี้ เมื่อเริ่มเกมมา เราจะอาศัยอยู่แพที่มีอยู่เพียงช่องเดียว และตะขอเกี่ยวหรือ Hook 1 อันเท่านั้น สิ่งที่เราทำได้ในตอนแรกเริ่ม คือการใช้ตะขอเกี่ยว เก็บเกี่ยวกับขยะในทะเล ที่มีทั้งพลาสติก เศษไม้ ใบไม้ ลอยอยู่เกลื่อน แล้วเอามาขยับขยายพื้นที่เพิ่ม ในช่วงแรกคุณจะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตัวละครของเราถึงมาอยู่ที่นี่ ทำไมเรามาอยู่กลางทะเล และจุดมุ่งหมายของเราคืออะไรกันแน่ คำตอบจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณค่อย ๆ เล่นไปจนถึงเกาะใหญ่เกาะแรก ที่ทำให้เราพบเบาะแสว่าจริง ๆ แล้วเกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือน้ำได้ท่วมโลกจนไม่เหลือพื้นที่ให้อยู่อาศัย และเราต้องตามหาสัญญาณของเหล่าผู้รอดชีวิตที่อาจจะยังหลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้ จากแพลำน้อย สู่การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ที่มีอารยธรรมของมนุษยชาติเป็นเดิมพันแม้ฉากหน้าจะเป็นเกม Survival เก็บของ หาน้ำ หาอาหารเอาตัวรอด แต่ทุกครั้งที่เราเข้าสู่พื้นที่ของเนื้อเรื่อง จะเต็มไปด้วยเบาะแสปริศนาที่พร้อมจะให้ผู้เล่นนำมาปะติดปะต่อเรื่องราวกันเอาเอง สำหรับเนื้อเรื่องในเกมนี้จะอยู่ที่ไฟล์เอกสารเสียมากกว่าการเล่าออกมาตรง ๆ ดังนั้นทุกครั้งที่เราเจอเกาะหลัก ที่เป็นเนื้อเรื่องของเกม หากเราเก็บไฟล์เอกสารและไฟล์โน้ตมาจนครบ เราก็ต้องมานั่งอ่าน เพื่อร้อยเรียงเรื่องราวด้วยตัวเอง และถือว่านี่เป็นอีกเกมที่มีโครงเรื่องโลกล่มสลายได้น่าติดตามไม่ใช่น้อยเลยทีเดียวขยับขยายพื้นที่อยู่อาศัย สู่ความยิ่งใหญ่บนผืนมหาสมุทรใครที่เล่น Raft มาตั้งแต่ช่วงที่เกมวางจำหน่ายในรูปแบบ Early Access จะรู้ดีว่าเกมเพลย์ของเกมนี้นั้น มีความเข้าถึงง่ายมากหากเทียบกับบรรดาเกมแนว Survival ทั่วไป แถมยังมีจุดเริ่มต้นที่แปลกกว่าเกมอื่น ๆ ด้วย โดยเราจะเริ่มต้นบนแพลำเล็กที่มีพื้นที่ยืนเพียง 1 ช่องเท่านั้น จากนั้นค่อย ๆ เก็บเศษของรอบตัวมาขยับขยายพื้นที่ให้กว้างขวางขึ้น และค่อย ๆ สร้างสิ่งอำนวยความสะดวก เช่นที่ปรุงอาหาร ที่กรองน้ำ เพื่อทำให้ตัวละครมีน้ำดื่ม และนำของดิบมาปรุงให้สุก กินเป็นอาหารได้ ความโดดเด่นของ Raft คือ เงื่อนไขการปลดล็อคสิ่งของใหม่ ๆ รวมไปถึงไอเทมใหม่ ๆ นั้น ไม่ยุ่งยากเลย ใครที่มีประสบการณ์เล่นเกม Survival มาก่อน จะสามารถเล่นและเข้าใจได้ในเวลาไม่นานนัก และระบบการเล่นก็ไม่ซับซ้อนด้วย เวลาที่อยากจะปลดล็อคสิ่งของใหม่ ๆ ก็เพียงแค่นำเอาของที่ยังไม่เคยวิจัย ไปวิจัยที่โต๊ะวิจัย (Research Table) เท่านี้เราก็จะปลดล็อคของใหม่ ๆ ได้แล้ว ซึ่งปัจจุบัน เกมเต็มเวอร์ชั่น 1.0 นั้น มีของใหม่ ๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกได้มากมาย แต่ใครที่ชอบจับผิด หรือติดขัดกับความไม่สมจริงของมันก็อาจจะรู้สึกแปลก ๆ หน่อย ที่เราเก็บแค่ใบไม้ หรือเศษพลาสติกก็สามารถทำได้มากมายหลายอย่างเหลือเกิน ทั้งที่ในชีวิตจริงไม่น่าจะทำได้ในช่วงแรก เราอาจจะต้องทนใช้ชีวิตติดขัดไปก่อน เพราะแต่ละอย่างช่างยากเย็น น้ำ อาหาร ก็หมดไว แถมถ้าจะดำน้ำลงไปเก็บของ แพก็อาจถูกลมพัดไป เพราะไม่มีสมอพัก และอาจจะโดนฉลามน้อยคู่ใจที่ว่ายน้ำเวียนไปเวียนมาไล่กัดเอาได้ แต่เมื่อเราอดทนจนถึงที่มีของอำนวยความสะดวกในระดับเริ่มต้นแล้ว ก็จะเริ่มสบายขึ้น เพราะความยากของเกมนี้ ไม่ใช่การเอาตัวรอด ถ้าให้บอกกันตรง ๆ นี่คือเกมเอาตัวรอดที่เล่นง่ายมาก เข้าถึงง่ายมาก คนที่เล่นมาก่อน ยิ่งไปได้ไว หรือคนไม่เคยเล่นเลยก็เข้าใจได้ง่ายเช่นกัน มันเลยเป็นเกมที่เราสามารถชวนเพื่อนชวนฝูงมาเล่นได้ง่าย ๆ เพราะบางคนอาจจะไม่ชอบเกมแนวนี้เพราะมันลำบาก และต้องใช้เวลา ยิ่งเล่นไปเรื่อย ๆ จากแพเล็ก ๆ 1 ช่องก็จะเริ่มขยายใหญ่จนแทบจะกลายเป็นเรือสำราญ ซึ่งก็แล้วแต่ความสามารถ และหัวศิลป์ของผู้เล่นในการจัดวางสิ่งของ การตกแต่งแพของตัวเองให้กลายเป็นบ้านแสนสุข ใครที่ชอบความเป็นระเบียบเรียบร้อย ชอบทำให้พื้นที่ของตัวเองดูสวยงามราวกับเล่นพวก The Sims หรือเกมจัดวางสิ่งของ เกมนี้ก็ตอบโจทย์ด้วยเช่นกัน ใครที่แต่งสวย ๆ หรือขยันแต่ง เรียกได้ว่าอาจทำให้แพลำเล็กเพียง 1 ช่อง ขยับขยายกลายเป็นสวรรค์บนผืนทะเลเลยก็ได้รองรับทั้งการเล่นคนเดียว และเล่นกับเพื่อนได้อย่างลงตัว หากให้ผู้เขียนแนะนำจริง ๆ จัง ๆ แล้ว เกมนี้ไม่เหมาะกับคนไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไรนัก เพราะนอกจากบรรยากาศจะเป็นกลางทะเลอันเวิ้งว้างเปล่าเปลี่ยวแล้ว เกมเพลย์ของมันอาจจะทำให้เราเบื่อก่อนจะได้เข้าถึงเนื้อเรื่องหลักเสียอีก เอาเรื่องบรรยากาศก่อน สำหรับเกมที่เราต้องลอยคออยู่กลางทะเลแบบนี้ แม้จะไม่อดตายเพราะเราสามารถหาน้ำ หาอาหารได้ตลอด แต่บรรยากาศมันช่างเหงาเสียจนคนที่เบื่อง่าย หรือคนขี้เหงา ไม่ค่อยจะเหมาะกับเกมนี้สักเท่าไรนัก ต่อมาในด้านของเกมเพลย์ก็คือในช่วงแรกเราจะลำบากในเรื่องอาหารการกินมาก เนื่องจากเราต้องหาทรัพยากรแบบสู้ชีวิต ยกตัวอย่างเช่น ไม้ ที่เอาไว้ต่อแพเพิ่มให้มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่กลับกัน ไม้ก็ใช้เป็นทรัพยากรสำคัญในการปรุงอาหารและต้มน้ำทะเลให้จืดจนดื่มได้ด้วย และถ้าเราไม่รีบขยับขยายแพให้ใหญ่พอ เกมนี้มีฉลามคอยกัดขอบแพเราตลอด ถ้าเราวางของไว้บนขอบแพแล้วไม่มีอะไรมาป้องกัน หากฉลามกัดจนช่องแพพัง ของที่อยู่บนแพก็จะหล่นลงน้ำไปด้วยเลย ต้องมาเสียเวลาหาทรัพยากรใหม่ และอาหารในช่วงแรกนั้น ถ้าคุณไม่โชคดี เจอถังใหญ่ที่มีไอเทมเยอะ ๆ ลอยมาบ่อย ๆ หนึ่งในไอเทมสำคัญในถังนั้นคืออาหารจำพวกหัวผักกาดดิบ และมันฝรั่งดิบแล้วล่ะก็ คุณแทบจะไม่มีอาหารกินเลย เพราะไม่มีใครคอยตกปลาให้ (แน่นอนว่าพวกนี้ต้องปรุงให้สุกด้วยเตาทำอาหารก่อนถึงจะกินได้) ทำให้ในช่วงแรกเริ่ม หากคุณเป็นผู้เล่นสาย Solo ก็ต้องทำทุกอย่าง วิ่งเกี่ยวข้อง เอาไม้มาเติมเตาปรุงอาหาร ขยายแพ ต้มน้ำ ตกปลา สารพัดสารเพล รับรองว่าดีไม่ดีเบื่อตายก่อนไปเจอเกาะแรก ๆ ด้วยซ้ำ การมีเพื่อนเล่นในเกมนี้จึงช่วยได้มาก และที่สำคัญมันดูดเวลามาก! แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หากเราอยากจะเล่นคนเดียวจริง ๆ จากประสบการณ์ของผู้เขียนเองนั้น โหมด Peaceful ตอบโจทย์มาก โหมดนี้ฉลามจะไม่ทำร้ายเรา แตจะว่ายน้ำวนไปวนมาอยู่ข้าง ๆ เราสามารถโดดลงน้ำไปเก็บของได้เลย ไวกว่าใช้ตะขอเกี่ยว หรือเวลาเทียบท่าตามเกาะ ก็สามารถดำน้ำลงไปขุดแร่ขึ้นมาได้ แม้ว่าจะขาดความตื่นเต้น ความระทึกในการหนีฉลามไป แต่สบายกว่าแน่นอน แนะนำว่าถ้าจะเล่นคนเดียว โหมดนี้ดีที่สุดความสนุกของเกมนี้คือการที่เราค่อย ๆ สำรวจเรื่องราวในเกม และปลดล็อคของใหม่ ๆ ที่ทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น จะบอกว่านี่ไม่ใช่เกม Survival ก็ว่าได้ เพราะเมื่อเข้าช่วงที่สองของเกม ที่ของบนแพเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบเครื่องเราก็แทบไม่ต้องกลัวอดตายกันแล้ว อย่างไรก็ตาม เราไม่ได้อยู่แค่บนแพตลอดแต่ยังมีเกาะขนาดใหญ่ที่เป็นสาเหตุว่า ทำไมเราจึงควรมีเพื่อนเล่นเกมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงหลัง ๆ ที่เราสามารถสร้างเครื่องยนต์ พวงมาลัย ควบคุมแพของเราให้เหมือนกับเรือเลยก็ทำได้ปกติแล้วเกาะขนาดใหญ่จะมีทั้งเกาะสำรวจและเกาะเนื้อเรื่อง ยิ่งเกาะเนื้อเรื่องนี่บอกเลยว่า ถ้าเล่นคนเดียวอาจต้องใช้เวลา และเหนื่อยกับการจัดการมาก การออกสำรวจบนเกาะขนาดใหญ่ เราอาจจะต้องเตรียมอุปกรณ์หลายอย่าง เช่น พกน้ำใส่ขวด พกอาหารขึ้นไป เพื่อจะได้สำรวจได้นาน ๆ โดยไม่ต้องกลับมาที่แพให้เสียเวลา ต้องเตรียมอาวุธไว้ต่อสู้ หรือแก้ปริศนาจนหัวแทบแตก ตรงจุดนี้ทำให้รู้สึกว่าพัฒนาการของเกมนั้น ไต่ระดับได้ดีมาก ๆ คือเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ไปสู่สิ่งใหญ่ ๆ ทำให้ผู้เล่นติดพัน และอยากเล่นมันเรื่อย ๆ แต่ผู้เล่นคนเดียวก็จะเหนื่อยหน่อย ช่วงเกาะใหญ่ถือเป็นช่วงที่เกมนี้ทำได้ดีมาก มีแต่ความน่าตื่นเต้น รอให้เราไปสำรวจอย่างไม่มีที่สิ้นสุดความดีงามของเกมนี้คือการทำให้ทุกอย่างเข้าใจได้ง่ายมาก ใช้อะไรปลดล็อคอะไร ของแต่ละอย่างมีความสามารถอะไร เกมนี้เคลียร์หมด หรือทำให้เข้าใจง่ายที่สุดเท่าที่ทีมพัฒนาจะทำกันได้แล้ว และการออกแบบไอเทมแต่ละชนิดนั้น บางอย่างอาจจะดูก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีไปบ้าง เมื่อติดว่าเราเริ่มต้นจากแพ เศษไม้ ใบไม้ แต่อยู่ดี ๆ ก็กระโดดไปทำเสาอากาศ ทำแบตเตอรี่ หรือเครื่องยนต์ไฟฟ้าได้ แม้จะไม่เมคเซนส์ไปบ้าง แต่ในด้านของเกมเพลย์การเล่น มันถือเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สร้างความพึงพอใจให้กับคนเล่นมาก ลองคิดว่าอยู่ดี ๆ คุณปลดล็อคฟีเจอร์หรือไอเทมบางอย่างที่ทำให้เกมเล่นสบายขึ้นมาก นอกจากจะมีความสุขแล้ว มันยังชวนให้เล่นต่อ ให้ไล่ปลดล็อคไปจนครบหรือจบเกมได้แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเกมนี้จะเป็นสุดยอดเกมแนว Survival แห่งยุค แต่ก็มีข้อเสียที่อาจจะเป็นปัญหากับเฉพาะบางคนเท่านั้น กรณีที่เล่นด้วยกันเป็นหมู่คณะ นั่นคือ การเล่นแบบ Multiplayer หรือออนไลน์นั้น จะต้องมีผู้เล่น 1 คนที่เป็น Host ของเกม และต้องออนไลน์เกมอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้อื่นสามารถเข้ามาร่วมเล่นได้ และถ้า Host อินเทอร์เน็ตไม่ค่อยจะดี ก็จะมีปัญหาไปถึงคนทั้งหมดในห้องเกมนั้น ๆ รวมไปถึงทำให้ต้องนัดแนะเวลาการเล่นให้ตรงกัน เพราะถ้า Host ว่างไม่ตรงกับคนอื่นก็ลำบากแล้ว และการอยู่ในเกมนี้ ไม่มีจุดเบรคพักใด ๆ ถ้าอยู่ในเกมก็ต้องหาข้าว หาน้ำกินตลอด ไม่ให้ตัวละครหิวตาย จะออนไลน์ทิ้งไว้ไปทำอย่างอื่นก็ไม่ได้อีก ดังนั้นถ้าจะเล่นเกมนี้ คุณต้องอยู่กับเกมแบบ 100% ไม่ว่าจะด้วยทางใดก็ตามด้วยปัญหานี้ ทำให้มันเป็นเกมที่หลายคนอาจจะต้องยอมปล่อยมือ เพราะเล่นคนเดียวก็ลำบาก จะหาเพื่อนมาเล่นด้วยก็ยากอีกด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง แต่ปัญหาทางด้านเกมเพลย์การเล่น ต้องบอกเลยว่าเกิดขึ้นน้อยมาก ๆ ถือเป็นเกมที่มีการ Optimized และการปรับปรุงตัวเกมมาดี เป็นผลจากการดูแลและพัฒนาตัวเกมมากว่า 4 ปีเต็มจากช่วง Early Access นั่นเองต้องบอกว่า มีไม่บ่อยนักที่เกมแนว Survival จะทำออกมาได้ดี ครบเครื่อง ทั้งเนื้อเรื่อง ทั้งเกมเพลย์การเล่น ทั้ง Multiplayer หรือระบบออนไลน์ ตอนนี้ตัวเกมเข้าสู่เวอร์ชั่นเต็มอย่างเต็มรูปแบบแล้ว และสามารถซึมซับเนื้อเรื่องได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ใครที่สนใจสามารถหามาเล่นกันได้แล้ววันนี้ ผ่านระบบ PC (Steam) รับรองว่าคุ้มค่าอีกเกมแน่นอน
24 Jul 2022
[Review] รีวิวเกม Settlement Survival เกมสร้างเมืองอันเรียบง่าย กราฟิกสบายทั้งตา ราคาสบายกระเป๋า
Settlement Survival เป็นเกมสร้างเมืองที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเกม Banished ถูกพัฒนาโดย Gleamer Studio ลงวางขายในสโตร์ของ Steam มาตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. 2021 ในเกมนี้ผู้เล่นอย่างเราสามารถเลือกภูมิประเทศที่เราอยากลงหลักปักฐานและสร้างอาณาจักรของเราได้ และยังสามารถทำการวิจัยวิทยาการต่าง ๆ ภายในเมืองทั้งในด้านการแพทย์, โภชนาการ, เทคโนโลยี, การขนส่ง, การค้า, การแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ หรือแม้แต่ระบบโลจิสติกส์ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของประชากรและสร้างความเจริญให้กับเมืองที่เราบริหารดูแล และเกมนี้ยังมีระบบโรคภัยไขเจ็บและภัยธรรมชาติเพิ่มเข้ามาเพื่อทำให้เกมดูสมจริงมากยิ่งขึ้นอีกด้วยครับเกมเพลย์เกมนี้เป็นเกมแนว Simulation เกี่ยวกับการก่อสร้างและบริหารเมือง อารมณ์เหมือนเราได้รับบทเป็นพระเจ้าผู้สร้างโลกมองลงมาจากเบื้องบน รับผิดชอบต่อการเจริญเติบโตของเมืองและประชากรครับ เราสามารถเลือกออกแบบผังเมืองตามใจเราได้ (ใครอึดอัดใจกับผังเมืองบ้านเรา สามารถมาปลดปล่อยในเกมนี้ได้เลย) ประชากรในเมืองจะเรียกร้องสิ่งต่าง ๆ กับเราอยู่ตลอดเวลาครับ ถ้าเราเล่นไปเรื่อย ๆ แล้วเราหาสิ่งต่าง ๆ ที่ชาวเมืองเรียกร้องไม่ทัน ประชากรของเราอาจจะย้ายหนีออกจากเมืองเราไปอยู่ที่อื่น หรือถ้าเลวร้ายกว่านั้นคือประชากรของเราจะตายกันหมดเมืองเลยครับ (ผู้เขียนสร้างโรงพยาบาลไม่ทัน เพราะขาดทรัพยากร ตายกันเป็นเบือเลยครับ ฮ่า ๆ) นอกจากโรคภัยไขเจ็บในเกมต่าง ๆ เรายังต้องเจอกับภัยธรรมชาติของเกมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งอัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว และพายุฝนฟ้าคะนอง ฯลฯ ทำให้สิ่งปลูกสร้างในชุมชนของเราเกิดความเสียหายได้ หรือประชาชนล้มตายจากภัยธรรมชาติได้เช่นกันครับ เกมนี้มีให้เราเลือกเล่นถึง 3 โหมดด้วยกัน ได้แก่ Standard Mode, Sandbox Mode และ Story Mode และสิ่งที่ผมชอบในเกมนี้อีกอย่างคือมี Skill Three การวิจัยของเมือง ซึ่งจะต้องเก็บพ้อยท์เอาไว้เพื่ออัพในส่วนที่เราอยากจะพัฒนาหรือต้องการความเจริญในด้านนั้นครับ Standard Mode - โหมดนี้เราสามารถเลือกระดับความยากง่ายของเกมได้ เราสามารถระบุความต้องการของจำนวนประชากรที่เราต้องการจะบริหารได้ เช่น ถ้าเราเลือกความยากระดับ Easy ประชากรของเราจะมีความต้องการน้อย, มีความสุขง่าย, ภัยพิบัติทางธรรมชาติก็จะน้อยครับ แต่ถ้าเราต้องการความท้าทายขึ้นมาหน่อยในโหมดนี้เราสามารถ Custom ได้ ว่าเราอยากให้มีโรคภัยไข้เจ็บไหม หรืออยากให้มีภัยพิบัติทางธรรมชาติระดับไหน เราสามารถเลือกเล่นได้ตามใจชอบเลยครับ แต่ในส่วนสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ของโหมดนี้นั้นเราต้องปลดล็อคเอาจาก Skill Three ซึ่งเราต้องใช้ Research Point (แต้มการวิจัย) เพื่อให้เราสามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ บางอย่างได้ครับ และในโหมดนี้ยังมี Task Goal (เป้าหมายภายในเกม) ให้เราทำเพื่อรับเงินในการพัฒนาเมืองอีกด้วยครับSandbox Mode - โหมดนี้ระบบการเล่นไม่ได้แตกต่างจาก Standard Mode มากนัก เราสามารถเลือกระดับความยากง่ายของเกมได้ และสามารถ Custom ได้เช่นกันครับ แต่สิ่งเล็ก ๆ ที่แตกต่างกันคือสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ในเกม ที่ปลดล็อคมาให้เลือกเล่นได้เยอะกว่ามาก ๆ ครับ เอาเป็นว่ามันค่อนข้างจะอิสระกว่าโหมดธรรมดาที่ต้องค่อย ๆ เล่นเก็บแต้มการวิจัย ซึ่งในโหมดนี้เราต้องเก็บแต้มเหมือนกันครับ แต่อาจจะเอาไปเพิ่มความสามารถในส่วนอื่น ๆ แทน เช่น เร่งอัตราการปลูกสร้าง 10%, หรือประชากรของเราสามารถหาทรัพยากรได้มากขึ้น เป็นต้นStory Mode - ตอนนี้ยังมีเนื้อเรื่องของสถานที่เดียวเท่านั้นครับ นั่นก็คือ "Easter Island" ซึ่งพอเข้าเกมไปเกมจะเล่าว่าเรามาตั้งรกรากกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้ได้อย่างไร บลา บลา บลา สองโหมดก่อนหน้านี้ที่เราได้กล่าวถึงด้านบนนั้นจะมี Task Goal (เป้าหมายภายในเกม) ให้เราทำใช่ไหมครับ แต่ในส่วนของ Story Mode นั้นจะมีเป็นเควสให้เราค่อย ๆ ทำผ่านไป ซึ่งต้องเล่นเกมไปเรื่อย ๆ มันก็จะค่อย ๆ สร้างรูปปั้นที่เป็นเควสของเราจนเสร็จ เรามีหน้าที่แค่หาทรัพยากรต่าง ๆ ให้เพียงพอในการสร้าง และเลี้ยงดูประชากรในเกาะของเราครับ เราต้องบริหารจัดการให้ดีเพราะในส่วนเนื้อเรื่องนี่ผมมองว่าค่อนข้างยาก เพราะประชากรไม่ตายตัวครับ จะมีคนย้ายเข้ามาอยู่อาศัยในเกาะของเราเรื่อย ๆ พอคนยิ่งมากขึ้นทรัพยากรที่เคยพอมันก็กลายเป็นไม่พอ (Demand ไม่บาลานซ์กับ Supply เหมือนในหนังสือเรียนของเด็กการตลาดเขานั่นแหละครับ ฮ่า ๆ) ที่ผู้เขียนเล่ามาว่าโหดแล้ว มันยังมีโหดกว่านี้อีกครับ ในโหมดนี้เราจะตั้งระดับความยากง่ายของเกมไม่ได้ ตัวเกมจะตั้งมาให้เราแล้ว ซึ่งคือระดับ Hard เริ่มต้นเราจะมีประชากร 200 คนให้ดูแล มีภัยธรรมชาติครบทุกรูปแบบ แถมด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่รุมเร้าแบบน่ารำคาญสุด ๆ ก็ทำให้โหมดนี้เล่นแล้วค่อนข้างเครียดครับ ฮ่า ๆ แต่ก็สนุกมาก ๆ ด้วยเช่นกัน ในส่วนเนื้อเรื่องตัวเกมมีสปอยล์อยู่นะครับว่าในอนาคตอาจจะมีแมพอื่น ๆ ให้ได้เล่น เพราะในเกมมีชื่อเนื้อเรื่องในภูมิภาคอื่น ๆ ให้ได้เห็น แต่ยังกดเข้าไปเล่นไม่ได้ครับ ส่วนนี้ก็ต้องรอทาง Dev อัพเดท และสวดภาวนาให้ผู้พัฒนาไม่เทเกมไปก่อนนะครับ สาธุ ฮ่า ๆการวิจัย - ในเกมนี้ทุก ๆ การพัฒนาต่าง ๆ ของเราไม่ว่าจะเป็นการ สร้างสิ่งปลูกสร้าง, ตัดต้นไม้, เก็บเกี่ยวผลผลิต, เข้าป่าล่าสัตว์ หรือจับปลา ฯลฯ ไม่ว่าเราจะทำอะไรกับดินแดนของเรา เราจะได้รับ EXP อยู่ตลอด เมื่อเต็มหลอดแล้วเราจะได้ 1 Point เพื่อมาอัพสายต่าง ๆ ที่เราอยากจะบริหารครับ เช่น ถ้าผมอยากจะเด่นไปทางด้านการแพทย์ ผมก็จะเอาแต้มมาลงเกี่ยวกับบริการด้านการแพทย์ทั้งหมด แต่เราสามารถนำแต้มแบ่งไปอัพเกี่ยวกับสาธารณูปโภคต่าง ๆ ของเมืองเราได้เช่นกันครับ ดีแค่ด้านใดด้านหนึ่งมันอาจจะไม่ตอบโจทย์ คุณภาพชีวิตของประชากรก็สำคัญครับ ฉะนั้นสิ่งอำนวยความสะดวกก็ควรจะดีตามไปด้วย เท่าที่แต้มเราไหวแหละครับ ฮ่า ๆ เราสามารถกำหนดจุดแข็งของเมืองเราได้อย่างอิสระ และแต้มสามารถนำไปแบ่งเพิ่มทักษะให้ประชากรเราได้ด้วย เช่น เพิ่มอัตราการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพิ่มขึ้นอีก 10%, ให้ประชากรใช้เครื่องทุนแรงในการย้ายสิ่งของ หรือเพิ่มอัตราการเดินของประชากร เป็นต้นครับ เราสามารถสร้างศูนย์การวิจัยเพื่อที่เราจะสามารถได้รับค่า EXP ที่เร็วกว่าเดิมได้อีกด้วยระบบเทรดสินค้า - ในทุก ๆ โหมดเมื่อเราเล่นไปเรื่อย ๆ เมืองของเราจะมีกำลังการผลิตที่สูงขึ้นเราจำเป็นต้องหาทางระบายทรัพยากรต่าง ๆ ที่เราหามาได้ โดยการแลกเปลี่ยนกับเมืองอื่น ๆ ครับ เราสามารถเอาสิ่งที่เรามีเยอะ นำไปแลกกับสิ่งที่เราขาดได้ ยิ่งถ้าเมืองเราผลิตสินค้าที่มาตรฐานสูง(เนื่องจากเรานำแต้มการวิจัยมาพัฒนาจนสามารถผลิตสินค้าในนวัตกรรมที่ทันสมัย) หรือมีทรัพยากรหายากในพื่้นที่ เราก็จะสามารถแลกเปลี่ยนสินค้าได้เงินที่สูงขึ้นด้วยครับ ถ้าชอบสายการค้าขายเพื่อน ๆ สามารถอัดแต้มการวิจัยไปที่ระบบ Trade หรือ Logistics ในเกมได้เลยครับ อัตราการแลกเปลี่ยนกับเมืองต่าง ๆ ก็มีให้เราเช็คในเกมเช่นกันครับ ในส่วนนี้ถ้าใครอยากทำความเข้าใจตัวเกมมี Toturial สอนการซื้อขายแลกเปลี่ยนทรัพยากรกับเมืองอื่น ๆ แบบจับมือทำกันไปเลย กราฟิกและการควบคุมUI ต่าง ๆ ของเกมก็เหมือนกับเกมสร้างเมืองในตลาดทั่ว ๆ ไปครับ ใช้งานง่ายอยู่เหมือนกัน จะใช้เม้าส์กดเปิดเมนูต่าง ๆ ขึ้นมาก็ได้ หรือใช้คีย์ลัดเปิดขึ้นมาก็ได้ครับ ในส่วนนี้ก็สะดวกดี แต่จากที่เล่นมาเหมือนออกแบบมาให้ใช้กับคีย์ลัดมากกว่า ถ้าคนไม่คุ้นเคยกับการใช้คีย์ลัดนี่อาจจะทำให้หงุดหงิดอยู่เหมือนกันครับ ในส่วนการควบคุมตัวเกมจะมีการสอนใช้คีย์ลัดหรือเมนูต่าง ๆ ใน Toturial ตั้งแต่เริ่มต้นจนไปถึงขั้นแอดวานซ์เลยครับ ภาพของเกมนี้เป็นแนวการ์ตูนน่ารัก ๆ 3D Polygon สีสันสดใส และไม่ได้กินทรัพยากรของเครื่องมากครับ ใช้พื้นที่แค่ 947.43MB ก็เล่นได้แล้ว(1GB ยังมีทอน) และที่สำคัญที่ผมชอบคือเครื่องผมมันเก่ามาก ๆ ผมเลยชอบหาเกมที่สามารถเล่นกับเครื่องผมได้ และเจ้าคอมคู่บุญของผมมันยังคงสามารถรันเกมนี้ได้อย่างไม่มีกระตุกหรือติดขัดแต่อย่างใดครับ ใครที่หาเกมไม่หนักเครื่องเล่นคุณต้องไม่พลาดเกมนี้ครับ- ความต้องการขั้นต่ำOS: Windows 7(64-Bit) Processor: I3-2100-3GHZ 2 Core Memory: 4 GB RAM Graphics: NVDIA Geforce GTX-650 1GB DirectX: Version 11 Storage: 1 GB available space- ความต้องการแนะนำOS: Windows 10(64-Bit) Processor: I5-4590 3.3GHZ 4 Core Memory: 16 GB RAM Graphics: NVDIA Geforce GTX-1050Ti 4GB DirectX: Version 11 Storage: 2 GB available spaceสรุปถ้าให้ผมเทียบกับเกมที่เคยเล่นอย่าง Foundation ส่วนตัวผมยังชอบฟาวด์เดชั่นมากกว่าครับ ถึงแม้เกมนี้จะมีอะไรให้ทำเยอะมาก ๆ และสามารถออกแบบผังเมืองได้เอง อัพเกรดเมืองได้ และระบบการเทรดที่ค่อนข้างสมเหตุสมผล แต่ว่ามันไม่มีการพัฒนาด้านความรู้สึก เช่น ผมเล่น Foundation ประชากรในเมืองจะสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยเอง แค่เราต้องมาร์กพื้นที่เอาไว้ให้ แล้วดูการเติบโตของประชากรของเรา พัฒนาบ้านจากรูปแบบหนึ่งไปอีกรูปแบบหนึ่ง มันมีการอีโวลูชั่นด้วยตัวของมันเองด้วยครับ เราจะได้เห็นเมืองที่เราปกครองและบริหารอยู่นั้นมีการเปลี่ยนยุคสมัย และขยายอณาเขตด้วยตัวของเกมเองไปเรื่อย ๆ เหมือนเราผูกพันธ์กับเกมและได้เห็นวิวัฒนาการของมันตลอด ซึ่งเกมนี้มันไม่มีครับ เราก็แค่สร้างอัพพอยท์เพื่อที่จะให้มันศิวิไลซ์มากขึ้น แต่โดยรวมยังถือว่าสนุกอยู่ครับ ยังมีให้แก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพยากรไม่พอ หรือมีมากเกินไป แต่ผู้เขียนก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากเกมอื่น ๆ ในท้องตลาดเลยครับ แต่ด้วยที่มันราคาไม่แพง วางขายอยู่บน Steam ในราคา 239 บาท เท่านั้น! ผมเลยจัดมาเล่นเพลิน ๆ ฆ่าเวลาครับ ถ้าถามว่าควรซื้อไหม ถ้าเพื่อน ๆ ชอบเล่นเกมแนวนี้เราควรมีสะสมไว้ครับ ดองลงคลังไว้ได้เกมไม่หายไปไหน ฮะ ฮ่า ๆ และที่สำคัญที่ได้จากเกมนี้ผมเคยทำคนอดตายทั้งเมืองเลยครับ ทำให้สะท้อนและเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ผนงรจตกม (ช่วงนี้น้ำมันแพงนะครับ รบกวนใช้รถเท่าที่จำเป็น ผมเป็นห่วง ฮ่า ๆ)
17 Jul 2022
[Review] รีวิวเกม Escape Simulator ลับสมอง ประลองปัญญา ไขปริศนาหาทางออกห้องปิดตาย
Escape Simulator ถูกพัฒนาขึ้นโดย Pine Studio เกมนี้เกมแนว Puzzle ซึ่งเราจะถูกขังอยู่ในห้อง ๆ หนึ่ง และเราต้องหาทางหนีออกมาให้ได้ โดยในห้องที่เราอยู่นั้นจะมีปริศนาต่าง ๆ ทิ้งเอาไว้ให้มากมาย และทางเดียวที่เราทำได้คือแก้มันครับ (แก้ปริศนานะครับ ห้ามแก้อย่างอื่น แฮร่) เกมนี้เราสามารถเล่นคนเดียวก็ได้ หรือจะ Co-op กับเพื่อนสุมหัวช่วยกันเล่นก็ได้ครับ มีด่านให้เลือกเล่นมากมาย ไอคิวมีเท่าไหร่ขนกันมาใช้ให้หมด ผมบอกเลยครับจากที่ลองเล่นมาหัวจะปวด เล่นผ่าน 1 ด่านต้องพักมาปลอบใจตัวเอง เพราะสมองไม่ค่อยมี ฮ่า ๆ ๆ ๆ และที่สำคัญเกมนี้ยังมีระบบ Workshop ที่ผู้เล่นสร้างด่านขึ้นมาเอง และแชร์ให้ผู้เล่นคนอื่น ๆ เข้ามาเล่นด่านที่เขาสร้างได้ครับเกมเพลย์ในเริ่มแรกของเกมเราสามารถสร้างตัวละครของเราได้ แต่ไม่ค่อยมีอะไรให้เลือกมากนัก การแต่งตัวก็จะมีเป็นชุดเซ็ตที่มีมาให้อยู่แล้วประมาณ 3-4 ชุดครับ ส่วน สีผิว หน้าตาสามารถเลือกตบแต่งได้นิดหน่อย แทบจะไม่มีอะไรให้เราเลือกเลยครับ เกมนี้เราสามารถจะเล่นผ่านด่านไปคนเดียวก็ได้ หรือ Co-op เพื่อไขปริศนาไปพร้อมกับเพื่อน ๆ ของเราก็ได้ประมาณ 2-3 คนครับ ไม่รู้ไปคนเดียวจะผ่านได้ง่ายกว่าไหม เพราะผมมองฟ้าแล้วเห็นนก พอมองนรกแล้วเห็นเพื่อนครับ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ตีกันเละแน่ ๆ งานนี้ เอาเป็นว่าถ้าแก๊งค์ไหนมีความสามัคคีผมคอนเฟิร์มเลยครับว่าเกมนี้จะเหมาะกับแก๊งค์ของคุณ ด่านต่าง ๆ - เกมนี้จะมีด่านให้เราเลือกเล่นเยอะแยะมากมาย ตอนนี้มีด่านจาก DLC Steampunk เพิ่มเข้ามาอีกด้วย และนอกจากนั้นยังมีด่านจากผู้เล่นของเกมนี้ที่ได้สร้างผลงานลง Workshop เแชร์ให้ผู้เล่นอื่น ๆ ได้เข้าไปร่วมสนุกกับด่านที่พวกเขาสร้างขึ้นด้วยครับ เกมนี้ระหว่างที่เราเล่นมันจะมีเวลานับถอยหลังในระหว่างที่เราไขปริศนาในห้องนั้น ๆ ครับ ถึงแม้ว่าเวลาจะหมดถ้าเรายังเล่นไม่ผ่าน เรายังสามารถเล่นต่อไปจนกว่าจะแก้ปริศนาได้ เพียงแต่เราจะไม่ได้ถ้วยรางวัลของด่านนั้น ๆ ซึ่งถ้าเราอยากได้ถ้วยเราก็แค่วนกลับไปเล่นมันใหม่ให้ผ่านในเวลาที่เกมกำหนดครับ นอกจากการไขปริศนาต่าง ๆ ที่ทำให้โคตะระจะปวดหัวแล้ว ยังมีกิจกรรมเล็ก ๆ อย่างการสะสม Token ให้เราได้ปวดลูกกะตาอีกด้วย ฮ่า ๆ ซึ่งในแต่ละด่านจะมี Token เหล่านี้ซ่อนอยู่ด่านละ 8 อัน ตามจุดหรือสิ่งของต่าง ๆ ภายในเกมครับ ถ้าเราอยากได้ Achievement ไว้ประดับบารมีบน Steam ก็แค่หามันให้ครบ (แต่บอกเลยว่าหายากมั่กม๊ากกกกกกกกก) ปริศนา - Puzzle เกมนี้บอกเลยสำหรับผมคือสนุกมาก ถึงแม้ว่ามันต้องใช้หัวคิดมากไปหน่อย แต่เสน่ห์ของมันก็อยู่ตรงนี้แหละครับ มีทั้งหาของจากรูปทรงต่าง ๆ เอามาใส่ช่องให้พอดี, ปริศนาจากตัวอักษรที่เราจะต้องเอามาเทียบว่ามันคือตัวอักษรใดในภาษาอังกฤษ ซึ่งเกมก็จะมีตารางหรือภาพต่าง ๆ ให้เปรียบเทียบ เมื่อได้รหัสแล้วเราอาจจะต้องใช้มันเป็นโค้ดเพื่อไปเปิดหีบ หรือประตูต่อไปครับ, ปริศนาที่ให้คิดจากเขาวงกตต่าง ๆ, ปริศนาจากตัวเลข และอื่น ๆ อีกมายมายนับไม่ถ้วนเลยครับ เล่นจบอาจจะนึกว่าตัวเองเป็น ดาวินชี กลับชาติมาเกิด ฮ่า ๆ ถึงแม้ว่าบางปริศนาจะยาก หรือเราไปต่อไม่ถูก เกมก็ไม่ได้ใจร้ายกับเราขนาดนั้นครับ เกมจะมี Hint ช่วยเราเพียงแค่เราไปกดขอความช่วยเหลือที่ปุ่มสีแดงบนกำแพงห้องข้าง ๆ ประตูทางออก เกมก็จะส่งคำใบ้มาช่วยเราครับกราฟิกและการควบคุมกราฟิก - เกมนี้มีภาพสไตล์ 3D Polygon น่ารัก ๆ คิ้วท์ คิ้วท์ เลยครับ UI ต่าง ๆ ใช้งานง่ายครับ ไม่มีภาพรกจออะไรอยู่เป็นสัดเป็นส่วน เวลาเราซูมไอเทมก็สามารถดูได้ทุก ๆ องศาของวัตถุที่เราต้องการจะตรวจสอบ ผมชอบมาก ๆ ได้ฟิลเหมือนเป็นนักสำรวจ หรือเป็นนักสืบจริง ๆ ตอนแรกที่ผมซื้อมาผมค่อนข้างเป็นกังวลกลัวว่าคอมผมจะไม่ไหว แต่ดูความต้องการของระบบมาแล้วว่ามันรอด แต่กลัวรอดแบบกระตุก ๆ แต่พอมาเล่นจริง ๆ อย่างลื่นเลยครับ เหลือจะเชื่อ! และใช้ทรัพยากรในเครื่องน้อยมาก ๆ มีพื้นที่ในเครื่อง 1.11GB ก็สามารถเล่นเกมนี้ได้แล้วครับการควบคุม - ตอนแรกผมคิดว่าพวกเกมหนีออกจากห้อง มันต้องใช้การสำรวจเยอะ หยิบนั่น จับโน่น ทิ้งนี่ กลัวจะบังคับยากเหมือนกัน แต่เอาเข้าจริง ก็ไม่เท่าไหร่นี่หว่า เกมนี้มีด่าน Tutorial ที่จะสอนเราใช้งานปุ่มต่าง ๆ ครับ เกมจะสอนเราทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการหยิบ (คลิ๊กซ้าย), โยนทิ้ง (คลิ๊กซ้าย), การเก็บของเข้ากระเป๋า (คลิ๊กขวา), การนั่ง (กด C หรือ Ctrl), การซูมดูวัตถุที่เราสงสัยเพื่อหาปริศนา (กด Space), การบังคับทิศทาง (W,A,S,D), การใช้ไอเทมทั้งสองอย่างพร้อมกัน (ลากเม้าส์จากไอเทม 1 ไปที่ไอเทม 2) ฯลฯ เราสามารถเรียนการควบคุมทุกอย่างในเกมได้จาก Tutorial เลยครับ เพราะมันไม่ได้ซับซ้อนอะไร พอเล่นด่าน Tutorial จบผมก็สามารถใช้งานปุ่มต่าง ๆ ได้ชำนาญการอย่างรวดเร็ว (สงสัยสมองเริ่มได้รับการฝึกฝนมาบ้างแล้ว เร็วเชียว ฮ่า ๆ)สรุปเกมนี้เป็นเกมแก้ปริศนาเพื่อหนีออกจากห้องที่สนุกมากกกกกกกกกกกกกก ยิ่งถ้าได้เล่นกับเพื่อนหรือแฟนแล้วช่วยกันผ่านไปได้จะเป็นอะไรที่ฟินสุด ๆ และผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนยอมที่จะปวดหัวไปกับมัน แรก ๆ อาจจะมึน ๆ หน่อย เพราะสมองเราอาจจะยังไม่ได้ปรับตัวเนื่องจากไม่ได้ใช้งานมานาน ฮ่า ๆ แต่เล่น ๆ ไปจะเพลิดเพลินกับการแก้โจทย์ต่าง ๆ โดยเฉพาะโค้ดลับที่เราต้องไปเทียบกับภาพเพื่อที่จะตีความหมายออกมาเป็นรหัสผมนี่เลิฟเลย เอาไปเลย 9 คะแนน การันตีความสนุกด้วยยอดขายมากกว่า 1 ล้านชุด และคำวิจารณ์แง่ดีเป็นอย่างมาก มีเพื่อนชวนเพื่อนไปกดซื้อมาเล่นด้วยกันเลยครับ ราคาก็ไม่แรง 239 บาทเท่านั้นเอง!สั่งซื้อเกมhttps://store.steampowered.com/app/1435790/Escape_Simulator/
17 Jul 2022
[Review] รีวิวเกม Loopmancer "วิ่งฟัดข้ามเวลา ไขปริศนาอาชญากรรมโหด"
ในระยะหลังมานี้ ต้องชมอย่างหนึ่งเลยว่า เกมจีนที่ดีนั้น มีออกมาค่อนข้างเยอะมาก และแม้จะไม่ใช่เกมระดับ AAA แต่มันกลับนำเสนอเกมอินดี้ที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกและการติดพัน รวมไปถึงมีการนำเสนอที่น่าสนใจ เหมือนอย่างเช่น Loopmancer เกมที่เราจะนำมารีวิวกันในวันนี้ ถือว่าเป็นอีกเกมที่โยนความสนุกลงไปในเกมเพลย์ แต่ถ้าใครอยากติดตามเรื่องราวอันเข้มข้นก็ทำได้เหมือนกัน มันจะยอดเยี่ยมแค่ไหน จะซื้อดีหรือไม่ ก็ให้รีวิวของเราช่วยตัดสินใจ ตามหาความจริงทั้งโลกอาชญากรรม และโศกนาฎกรรม เกมเพลย์สุดดุเดือด ยาก ตาย วนเวียน และเรียนรู้ ในระยะหลังมานี้ ต้องชมอย่างหนึ่งเลยว่า เกมจีนที่ดีนั้น มีออกมาค่อนข้างเยอะมาก และแม้จะไม่ใช่เกมระดับ AAA แต่มันกลับนำเสนอเกมอินดี้ที่อัดแน่นไปด้วยความสนุกและการติดพัน รวมไปถึงมีการนำเสนอที่น่าสนใจ เหมือนอย่างเช่น Loopmancer เกมที่เราจะนำมารีวิวกันในวันนี้ ถือว่าเป็นอีกเกมที่โยนความสนุกลงไปในเกมเพลย์ แต่ถ้าใครอยากติดตามเรื่องราวอันเข้มข้นก็ทำได้เหมือนกัน มันจะยอดเยี่ยมแค่ไหน จะซื้อดีหรือไม่ ก็ให้รีวิวของเราช่วยตัดสินใจ ตามหาความจริงทั้งโลกอาชญากรรม และโศกนาฎกรรม เกมเพลย์สุดดุเดือด ยาก ตาย วนเวียน และเรียนรู้ตามหาความจริงทั้งโลกอาชญากรรม และโศกนาฎกรรมLoopmancer ว่าด้วยเรื่องราวของเซียงจี้ซู นักสืบยอดฝีมือที่ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองหลงชี่ แต่แล้วโศกนาฎกรรมก็เกิดขึ้น เมื่อครอบครัวของเขาประสบอุบัติเหตุ เขาและเหวินจุนผู้เป็นภรรยารอดชีวิตมาได้ แต่กลับสูญเสียลูกสาวเสี่ยวหวันไป ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา เขาจึงพยายามตาหาความจริงในอุบัติเหตุครั้งนี้จนละเลยความรู้สึกของผู้เป็นภรรยา แต่นอกจากค้นหาความจริงเกี่ยวกับอุบัติเหตุนี้ เขายังทำงานเป็นนักสืบให้สำนักงานนักสืบฉางซู และในระหวางสืบคดีคนหาย เขาถูกฆ่าตาย แต่เขากลับฟื้นคืนชีพขึ้นมา โดยทุกครั้งที่เขาตาย เขาจะฟื้นขึ้นมาในวันที่ 7 กรกฎาคมทุกครั้งไป เป็นลูปวนไปต่อเนื่องและทุกครั้งที่เรากลับมาถึงสำนักงานนักสืบ เราจะได้เห็นบทสนทนาสุดวนเวียนโดยจี้ซูจะพยายามอธิบายว่าเขารู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่มีใครเชื่อเขาเลย ทำให้เกมนี้มันมีความเป็น Roguelite ผสมอยู่ และทุกครั้งเมื่อเราผ่านหนึ่งฉากไปได้ เราอาจจะต้องเลือกว่าจะไปสืบหาเบาะแสต่อที่ใด และนั่นจะทำให้เส้นเรื่องของเกม แตกต่างกันออกไป โดยเกมนี้มีตอนจบมากถึง 7 แบบด้วยกัน ซึ่งต้องบอกก่อนว่าผู้เขียนเองไม่ได้เล่นจนจบทุกแบบ แต่ที่ชื่นชอบคือการนำเสนอเนื้อเรื่องแบบทางเลือกที่เราเป็นคนเลือกเอง ว่าอยากจะไปที่ไหน ทำอะไร และจะได้เบาะแสที่แตกต่างกันกลับมา แต่เพราะมันเป็นเกม 2.5D และเป็นเกมอินดี้ที่ฉากคัทซีนไม่ค่อยเยอะ ทำให้การเล่าเรื่องของเกมนี้ เล่าผ่านบทสนทนาของ NPC และไฟล์เอกสารต่าง ๆ ที่เราพบเจอได้ในระหว่างเกมการเล่นเกม และนเื้อเรื่องของเกมนี้ เข้มข้น ลึกลับ ชวนติดตามอย่างมาก น่าเสียดายที่มันถูกเล่าไปในไฟล์เอกสารเยอะจนเกินไป แถมบางทีเราต้องเล่นซ้ำหลาย ๆ รอบ ถึงจะเก็บเอกสารหลากหลายหน้ามาปะติดปะต่อเรื่องราวกัน ทำให้ข้อเสียของการเล่าเรื่องมันอยู่ที่ว่า 1. หากคุณภาษาอังกฤษไม่แข็งพอ หรือขี้เกียจแปล ก็จะไม่อินกับเนื้อเรื่องเลย 2. ถ้าคุณเบื่อการเล่นวนซ้ำ ๆ เพื่อเก็บเอกสารไปเรื่อย ๆ (แต่เกมเพลย์จะเอื้อให้คุณทำแบบนี้อยู่แล้ว) คุณอาจจะเบื่อจนเลิกเล่นก่อนเลยด้วยซ้ำไป แต่ถึงอย่างไรก็ตาม Loopmancer เป็นอีกเกมที่มีเนื้อเรื่องน่าติดตามมาก แค่การจะเข้าใจในเนื้อเรื่องได้ ผู้เล่นต้องพยายามหน่อยเท่านั้นเองงานออกแบบที่น่าประทับใจ ต่อให้เป็นเกมอินดี้ก็ถือว่าคุ้มค่าด้วยความที่เกมนี้ เป็นเกมที่นำเสนอด้วยมุมมองแบบ Side Scrolling แต่ตัวเกมเป็นแบบ 2.5D คือเราจะเห็นฉากหลังของตัวละครที่ค่อนข้างมีชีวิตชีวาและสวยงามมาก หลากหลายพื้นที่ที่เราไปลุย แค่วิ่งชมวิวก็ยังรู้สึกว่าคุ้มค่ามากแล้ว แถมยังมีความหลากหลายในด้านของสถานที่และโลเกชั่น เช่น ด่านหนึ่งจะเป็นโรงแรมหรูหรา อีกด่านหนึ่งอาจเป็นหมู่บ้านสยองขวัญและเต็มไปด้วยกับดัก หรือเป็นองค์กรของแก๊งมาเฟียขนาดใหญ เล่นเกมเดียว ได้ไปหลายสถานที่ แถมแตกต่างกันทั้งงานออกแบบและฉากหลัง เกมนี้โดดเด่นในด้านการนำเสนออย่างมากแต่ข้อเสียใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นการได้อย่างเสียอย่างของเกมนี้ก็คือ เมื่อเขาไปลงทุนทำฉากของเกมซะสวยงามขนาดนี้ สิ่งที่คุณภาพตกลงอย่างเห็นได้ชัดคือโมเดลของตัวละครที่ค่อนข้างลอย และมีบางอย่างที่มองด้วยตาเปล่าก็รู้ว่ามันไม่ได้รับการขัดเกลาเท่าที่ควร มีทั้งความด้านหยาบของ Texture และการเคลือนไหวของ Animation ในระหว่างฉายคัทซีนที่ไม่ค่อยลื่นไหล เห็นได้ชัดเลยว่าทีมพัฒนาเกมนี้เขาเลือกจะลงทุนทำฉากระหว่างเกมการเล่นให้สวยงาม แต่ก็แลกกับคุณภาพของโมเดลตัวละครที่ลดลง นับเป็นการตัดสินใจที่ฉลาดในฝั่งของผู้พัฒนาที่นำเสนอด้วยการทำให้คัทซีนนั้นไม่ยาวมากนัก และกำกับฉากแอ็คชั่นหรือการเปิดตัวที่ค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว ก็ถือว่าเป็นการได้อย่างเสียอย่าง แต่ถ้ามองราคาเกมแล้วได้คุณภาพระดับนี้ก็ถือว่าน่าพึงพอใจเกมเพลย์สุดดุเดือด ยาก ตาย วนเวียน และเรียนรู้สำหรับ Loopmancer จะเป็นเกมประเภท Action Rogueltie นั่นคือทุก ๆ การตาย เราจะวนกลับมาเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง เสียของทุกอย่างไป มีเพียงบางอย่างเท่านั้นที่ติดตัวเรามาด้วย ตามสไตล์ของเกม Roguelite เมื่อเราตาย เราเลือกได้ว่าจะกลับมาเริ่มที่ LongXi Town เมืองแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ หรือจะกลับมาเริ่มใหม่ที่อพาร์ทเมนท์ของตัวเอก ซึ่งจุดแตกต่างของมันคือ การกลับไปเริ่มที่อพาร์ทเมนท์ เราจะได้จัดการรับบัฟ และเรียนรู้เอกสารที่เราเก็บมา อัปเกรดสกิลของตัวละคร รวมไปถึงมีโอกาสได้เลือกอาวุธที่ปลดล็อคมาด้วย แต่ถ้าเราเลือกเกิดที่จุดเริ่มต้น ก็จะลุยได้อย่างต่อเนื่องเลยทันที ดังนั้นถ้าคุณไม่ได้มีทรัพยากรมากพอจะอัปเกรดสกิล ก็เลือกลุยที่เมืองต่อเลยก็ได้สำหรับตัวละครเจียงจี้ซูของเรานั้นจะมีอาวุธทั้งหมด 4 ประเภท อย่างแรกคือ Main Weapon ที่เป็นอาวุธประชิด Sub Weapon ที่เป็นอาวุธรองประเภทปืน ส่วนอีกสองชนิดคือ Skill Chipset และ Tactical Gear สำหรับ Skill Chipset จะเป็นสกิลพิเศษที่มีความสามารถในการโจมตีสูงมาก แต่จะมีคูลดาวน์การใช้ค่อนข้างนาน ส่วน Tactical Gear จะเป็นอาวุธจำพวกขว้างใส่ ทำดาเมจหนัก เบา แล้วแต่สิ่งที่ใช้ การจะปลดล็อคอาวุธใหม่ ๆ ทั้ง 4 ชนิดนั้น ถือว่าทำได้สร้างสรรค์ เพราะมันจะกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกันไปกับเกมเพลย์แบบ Roguelite อย่างลงตัว ในทุก ๆ ฉาก เรามีโอกาสวิ่งไปเจออาวุธใหม่ ๆ ตลอด และเราสามารถปลดล็อคได้ด้วย e-Coins หรือเงินในเกมที่ได้จากการกำจัดศัตรูและทำ Challenge ต่าง ๆ ภายในฉากนั้น ๆ ซึ่งถือว่าเป็นเกมที่มีอะไรให้เราทำหลายอย่างมาก ๆ ทั้งบู๊ ทั้งทำภารกิจ และต้องเอาตัวรอดด้วย สำหรับสไตล์การเล่นเกมนี้จะแฝงความท้าทายกึ่งยากมาอยู่ด้วย นั่นคือ การบาดเจ็บของผู้เล่นจะเป็นเรื่องร้ายแรงสุด ๆ เพราะยาเติมพลังในเกมนี้ จะเหมือนกับพวก Estus Flusk ในเกมโซล เมื่อกดใช้แล้ว จะหมดไป และจะไม่สามารถเพิ่มได้ จนกว่าจะผ่านฉากใหญ่ฉากนั้น แต่เราสามารถอัปเกรดพกน้ำยาเพิ่มได้ ศัตรูในเกมนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะเดินหน้าลุยแหลก เอาหน้าไถไปได้ เพราะบางตัวจะมาพร้อมกับความสามารถสุดกวนชวนหัวร้อน ไม่ว่าจะเป็นท่าโจมตีแบบทะลุการป้องกัน หรือท่าโจมตีเผื่อระยะที่ต่อให้เรากดหลบหลีกแล้วก็ยังโดน ต้องหลบให้ถูกทางด้วย ทำให้การต่อสู้ของเกมนี้มีสัสนมาก ๆ ส่วนของ Boss Fight ก็ถือว่าทำได้ดี ทั้งท้าทาย ตึงมือ และต้องอาศัยการเรียนรู้กว่าจะจับจุดได้ มันยังคงเป็นเกมยากระดับปานกลาง ที่การเจอบอสในครั้งแรก ยังไงก็ต้องตาย เพื่อจับจังหวะ Moveset และคอมโบของบอสตัวนั้น ผู้เล่นจึงสามารถต่อสู้สวนได้บ้าง อาวุธและเกียร์ทั้งหมดที่เก็บมา ยังสามารถกลับมาอัปเกรดที่ฐานใหญ่ได้ (ต้องตายแล้วฟื้นที่อพาร์ทเมนท์เท่านั้น) โดยการอัปเกรดอาวุธจะช่วยในการเพิ่มดาเมจ และลดจำนวน Kill Count ที่ใช้ชาร์จอัลติเมทลงเมื่อเข้าสู่บางพื้นที่ จะมี Challenge มาให้เราได้ทำเพื่อท้าทายฝีมือของตัวเอง และยังมีของตอบแทนเป็นรางวัลที่น่าดึงดูดใจอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น e-Coins ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้เราปลดล็อคอาวุธดี ๆ หากไม่เจอเอาข้างหน้า หรือจะเอาไว้ใช้อัปเกรดของเดิม (ถ้าหากรอดไปได้) ระบบ Challenge นี้ ทำให้ผู้เล่นต้องถามตัวเองเสมอ ว่าอยากไปให้ไกลกว่าที่เล่นไว้ หรืออยากเก็บสะสมของรางวัลที่ระบบ Challenge มอบให้กันแน่ เพราะการฆ่าศัตรูด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ ของ Challenge นั้น ถือว่ายากและวุ่นวายมาก ๆ จากที่เราจะฟัน ๆ ให้มันตาย ๆ ไป ก็ต้องล่อให้มันโดนระเบิด โดนกับดัก ดีไม่ดี เราีน่แหละจะชิงตายก่อน Challenge จะเสร็จ ดังนั้น หากอยากทำ Challenge ไหน ก็ลองคิดให้ดี ว่ารางวัลที่ได้ คุ้มหรือไม่กับการทำเกมเพลย์ที่สนุกสนาน และดุเดือด ผูกเข้ากับวิธีการเล่าเรื่องที่เหมาะสมกับความเป็นเกม Roguelite ถึงแม้ว่าการเล่นซ้ำไม่นานก็ได้รู้เนื้อหาทุกอย่าง แต่ก็ถือว่าในฐานะเกมอินดี้นั้น Loopmancer ทำได้ดีไม่น้อยเลยทีเดียว แต่หากจะให้ติในส่วนของเกมเพลย์ก็คือ นี่ไม่ใช่แนวเกมที่ทุกคนจะชื่นชอบ การเกิด ตาย วนเวียน เรียนรู้ เพื่อไปให้ถึงจุดสุดท้ายของเกม หากความพยายามไม่มากพอ อาจจะเบือนหน้าหนีไปหาเกมอื่นก่อนก็ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่หากคุณชอบ Roguelite ชอบเนื้อเรื่องที่เข้มข้น นี่คือเกมอินดี้ที่อาจกล่าวได้ว่า ยอดเยี่ยม และหากคุณคิดว่ามันยากเกินไป เกมยังมาพร้อมการเล่นโหมด Story Mode ที่เน้นการดำเนินเรื่องราวล้วน ๆ ศัตรูไม่ได้ยากอะไรจนเกินไปนัก เป็นทางเลือกให้คุณPerformance เกมที่ดีงามไม่แพ้เกมเพลย์แม้จะเป็นเกมอินดี้ แต่ทางผู้พัฒนาก็พยายามจะใส่ฟังก์ชั่นการปรับแต่งที่หลากหลายให้กับเกม น่าเสียดายที่ไม่มี Setting Preview ให้ได้ดูเหมือนกับเกมอื่น ๆ โดยเฉพาะในส่วนของกราฟิกที่สามารถปรับให้รองรับได้มากสุดถึง 144 FPS ซึ่งกับเกมแอ็คชั่นภาพลื่นไหลแบบนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก ๆ ส่วนของการตั้งค่าด้านอื่น ๆ ก็พยายามจะทำให้มันครอบคลุมที่สุดเท่าที่เกมหลักนี้จะทำได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นส่วนของการปรับแต่งเสียง ภาษา ระบบเกมการเล่น การตั้งค่าปุ่ม และอื่น ๆ อีกมากมายสำหรับใครที่ชอบเกมแอ็คชั่น แม้เราจะย้ำกันหลายรอบว่านี่ไม่ใช่เกมง่าย แต่มันก็ไม่ได้ยากจนเกินไปนัก หากคุณอยากจะลองหาเกม Roguelite วนลูปซ้อมมือรัว ๆ นี่คือเกมคุณภาพเกมหนึ่งที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปในปี 2022 นี้เลยก็ว่าได้
16 Jul 2022
[Review] รีวิวเกม Core Keeper "เกมเอาตัวรอดในถ้ำ ให้คุณล่าสมบัติกับเพื่อนได้พร้อมกันถึง 8 คน!"
Core Keeper เป็นเกมแนว Survivor/Sandbox ที่สามารถ Co-op กับเพื่อนได้สูงสุดถึง 8 คน หรือถ้าใครชอบโซโล่เดี่ยวแบบตัวผู้เขียนก็สามารถเล่นได้เช่นกันครับ เกมนี้เป็นผลงานจากทีมผู้พัฒนา Pugstorm วางขายลงบน Steam เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2022 ในแบบ Early Access เป้าหมายในเกมเราต้องพยายามแก้ไขปริศนาค้นหาความลับของ Ancient Core เพื่อเอาตัวรอดจากถ้ำใต้ดินไปให้ได้ โดยตัวเกมมีระบบการคราฟท์ต่าง ๆ มากมาย ทั้งสร้างบ้าน คราฟท์อุปกรณ์ อาวุธ และระบบอาชีพ/สกิล ปลูกผักทำสวน ตกปลา และอีกเยอะแยะมากมาย บอกเลยครับว่าเพลินแบบไม่มีอะไรมากั้น และที่สำคัญเกมนี้ยังมีภาษาไทยอีกด้วยตัวละครในส่วนนี้เราสามารถตบแต่งตัวละครของเราได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ ผ้า หน้า ผม หรือสีผิว ซึ่งใช้เวลาไม่นานเพราะตัวเลือกที่มีมาให้ค่อนข้างน้อยนิดเบาบางเสียเหลือเกิน เกมนี้จะมีตัวละครให้เราเลือกเล่นอยู่ 7 อาชีพด้วยกัน โดยเราจะได้รับไอเทมในการเริ่มต้นแตกต่างกันไปตามอาชึพที่เราเลือกครับนักสำรวจ : มีสกิลวิ่ง +3 ตั้งแต่เริ่ม + ตะเกียงติดตัว + เสบียง 3 ชิ้น คนเหมือง : มีสกิลขุด +3 ตั้งแต่เริ่ม + ขวานเจาะทองแดงติดตัว + เสบียง 3 ชิ้น นักสู้ : มีสกิลระยะประชิด +3 ตั้งแต่เริ่ม + ดาบทองแดง + เสบียง 3 ชิ้น เชฟ : มีสกิลปรุงอาหาร +3 ตั้งแต่เริ่ม + หม้อปรุงอาหาร + เสบียง 3 ชิ้น คนสวน : มีสกิลทำสวน +3 ตั้งแต่เริ่ม + เสียมทองแดง + บัวรดน้ำ นักตกปลา : มีสกิลตกปลา +3 ตั้งแต่เริ่ม + คันเบ็ดไม้ + เสบียง 3 ชิ้น คนพเนจร : ไม่มีสิ่งใดเริ่มต้นอาชีพต่าง ๆ นั้น จะแตกต่างกันแค่สกิลและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกคนสามารถมีสกิลทุกอย่างได้จากการฝึกฝนในเกมครับ ส่วนอุปกรณ์เริ่มต้นทุกชิ้นเราสามารถคราฟท์ได้ตั้งแต่แรกเช่นกันครับ เกมเพลย์เนื้อเรื่องของเกมจะพูดถึงการสำรวจในป่าแห่งหนึ่ง กลุ่มสำรวจของเราได้ไปแตะถูกบางสิ่งบางอย่างเข้า แล้วถูกดูดเข้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง เราจะตื่นขึ้นมาและได้พบว่า เราได้โผล่มายังที่ที่ไม่คุ้นเคย เราจึงต้องหาทางรอดจากดินแดนลึกลับที่ยังไม่เคยมีใครสำรวจนี้ และหาทางกลับออกไป การผจญภัยครั้งใหม่ในถ้ำอันสุดกว้างใหญ่เริ่มขึ้นตรงนี้แหละครับ ฮ่า ๆ บอกเลยว่าหลังจากตรงนี้บันเทิงสุด ๆ เพราะเราจะต้องเริ่มหาทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์การคราฟท์ การหาวัตถุดิบมาทำอาหาร การปลูกพืชผักต่าง ๆ เล่น ๆ ไปแอบได้ฟิล Terraria + Stardew Valley อยู่เหมือนกัน ผู้เขียนมองว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมาก ๆ ครับ เพราะยิ่งเล่นยิ่งสนุก ยิ่งหยุดไม่ได้ การคราฟท์อุปกรณ์พื้นฐาน - เริ่มแรกเราต้องฟาร์มรากไม้ที่ขึ้นอยู่รอบ ๆ Ancient Core เพื่อนำมาสร้างเป็นคบเพลิงปักบริเวณรอบ ๆ ที่เราอยู่เพื่อให้แสงสว่างครับ เพราะในช่วงแรกในบริเวณพื้นที่ที่เราอยู่จะมืดมาก พอเราเก็บไม้จากรากไม้ได้จำนวนนึงแล้ว เราจะต้องคราฟท์ไอเทมพื้นฐานอย่าง เสียม หรือจอบ เอาไว้ขุดผนังถ้ำเพื่อเคลื่อนย้ายไปสำรวจในพื้นที่ถัดไปครับ และเราสามารถสร้างโต๊ะคราฟท์พื้นฐานจากวัตถุดิบที่เราฟาร์มมา เพื่อทำอุปกรณ์ที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้อีกด้วยครับการขุด - ให้เราสังเกตจุดวิ้งก์ ๆ ตามผนังถ้ำให้ดีดีครับ เพราะในช่วงแรกมันค่อนข้างสำคัญกับเรามาก ๆ เพราะเราต้องหาแร่ทองแดงเพื่อนำมาคราฟท์ อุปกรณ์ต่าง ๆ และเราควรสร้าง "เตาเผา" เอาไว้หลอมทองแดงที่เราหามา จากนั้นเอาไปคราฟท์เป็นข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เสียม, ทั่ง, จอบ, หม้อปรุงอาหาร, โต๊ะซ่อมแซม ฯลฯ แม้แต่สะพานข้ามแม่น้ำเราก็สร้างได้ครับ ฉะนั้นถ้าเจอแสงวิ้งก์ ๆ บนกำแพงเพื่อน ๆ รีบขุดเข้าไปฟาร์มไอเทมได้เลยครับการทำอาหาร - เกมนี้ตัวละครของเราจะหิวได้ จะมีเกจความต้องการอาหารแสดงให้เราเห็นอยู่ครับ เวลาเราหิวมากจริง ๆ ตัวเกมจะมีข้อความเตือนเราครับ เราสามารถนำวัตถุดิบที่เราฟาร์มมาไปทำอาหารได้ที่หม้อปรุงอาหาร ในส่วนนี้เราต้องคราฟท์หม้อให้เรียบร้อยก่อนนะครับถึงจะทำได้ แต่ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนไอเทมยังไม่พอสร้างหม้อ เราสามารถกินไอเทมบางอย่างได้เลยครับ อย่างเช่น ในช่วงแรก ๆ จะมีเห็ดให้เราเก็บ เราสามารถกินเห็ดประทังชีวิตน้อย ๆ ของเราไปก่อนได้ แต่คุณค่าทางโภชนการอาจจะไม่ได้เยอะมาก อาจจะต้องกินหลาย ๆ ชิ้นหน่อยครับเกจถึงจะเต็ม อาหารทุกชนิดที่เราทำขึ้นมาสามารถเพิ่มเลือดให้เราได้ด้วย จะมากหรือน้อยเพื่อน ๆ สามารถเปิดดูคำอธิบายของอาหารในเกมได้เลย และอาหารแต่ละชนิดจะมีค่าทักษะจำเพาะบางอย่างที่แตกต่างกัน อย่างเช่นถ้าผู้เขียนเอาดอกไม้ที่ให้แสงสว่างมาทำอาหาร เมื่อผู้เขียนกินอาหารเข้าไปตัวละครของผู้เขียนจะเปล่งแสงได้ 4 นาที ซึ่งค่อนข้างสะดวกสบายมากครับเวลายืนตกปลา ฮ่า ๆวัตถุดิบการทำอาหาร - ช่วงแรกเราสามารถเก็บไอเทมที่กินได้บางอย่างจากตามแผนที่ แต่ตัวผู้เขียนได้เลือกเล่นอาชีพเพื่อนรักนักตกปลา จึงได้ไอเทม เริ่มต้นเป็นคันเบ็ดง่อย ๆ มาหนึ่งคัน ซึ่งการตกปลาเกมนี้ค่อนไปทางยากมาก ๆ เราต้องกะจังหวะให้ดีมาก ๆ ซึ่งช่วงแรกตัวผู้เขียนก็ปรับตัวกับมันอยู่พักใหญ่ ๆ กว่าจะได้ปลาตัวแรกมาครอบครอง เพราะปลาแต่ละชนิดจังหวะการเย่อไม่เหมือนกัน ต้องอาศัยการเดาทางปลาและความคุ้นเคยครับ ส่วนอาชีพสายอื่น ๆ ผู้เขียนยังไม่ได้ลองเล่น แต่เห็นเมล็ดพืชต่าง ๆ ที่เก็บได้ตามทาง ผมคิดว่าอาชีพคนสวนน่าจะทำ สวน ไร่ นา เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตมาปรุงอาหารได้ครับ ผู้เขียนคิดว่าทุกอาชีพน่าจะมีทางรอดของตัวเองขึ้นอยู่กับทักษะที่ติดตัวมามั่นใจว่าในช่วงแรกยังไงก็ไม่อดตายครับ ถึงแม้เพื่อน ๆ จะเลือกเล่น คนพเนจร ก็ตามการหาแร่ระดับสูง - ในพื้นที่ช่วงเลเวลเริ่มต้นนั้นไม่มีแร่อื่น ๆ เลยครับ นอกจากทองแดง ถ้าเพื่อน ๆ อยากทำอุปกรณ์ที่ดีกว่านี้ เพื่อน ๆ จะต้องขุดจนเปิดเข้าไปในไบโอม (ไบโอมคือพื้นภูมิประเทศอื่น) โดยเราจะต้องเดินสำรวจหาพื้นที่ไบโอมดังกล่าวไล่ขึ้นมาทีละขั้น สร้างอุปกรณ์ทีละชนิดไล่ขึ้นตามระดับแร่ที่ขุดได้ ไม้>ทองแดง >ดีบุก >เหล็ก แล้วไปถล่มบอสทั้ง 3 ตัว เพื่อหาหนทางต่อไปการต่อสู้ - เกมนี้จะคล้าย ๆ ระบบของ Stardew Valley ที่เราจะสามารถเดินไปตีมอนได้เลยครับ จังหวะไฟท์กับมอนก็ไม่ได้ยากอะไร มอนจะพุ่งชนเราและจะมีจังหวะอยู่นิ่ง ๆ เพื่อให้เราหลบไปรอตีมันใหม่ในจังหวะต่อไปครับ ทำแบบนี้วน ๆ ไปจนกว่ามอนจะตายครับ หลังจากตายแล้วก็จะดรอปไอเทมมาให้เรา ซึ่งไอเทมบางอย่างจำเป็นมาก ๆ ในการคราฟท์ อาวุธที่ใช้มีทั้งแบบประชิด และระยะไกล โดยส่วนตัวผู้เขียนชอบแบบระยะไกลมากกว่าครับ เพราะแอบหลอยมอนสเตอร์ได้เยอะกว่ามาก และเราไม่ค่อยเจ็บตัวด้วยครับ เพราะเกมนี้ตายแล้วของตก เราต้องวิ่งกลับมาจุดที่เราตายเพื่อเก็บของครับ สิ่งที่ท้าทายอีกอย่างหนึ่งในเกมคือบอสประจำเกม ซึ่งหากเรากำจัดได้จะปลดล็อคไอเทมไปใส่ในแท่นที่ฐาน ทำให้เราสามารถคราฟท์ไอเทมพิเศษบางอย่างได้ และยังช่วยปลดล็อก NPC ด้วย ตัวอย่างเช่น บอสตัวแรกหลังเราปราบได้จะปลดล็อค NPC พ่อค้าที่จะคอยมาขายไอเทมให้เรา และเราสามารถขายของที่มีเพื่อแลกเงินได้เช่นกัน ในเวอร์ชั่น Early Access นี้มีบอสให้เราสู้มากถึง 3 ตัว นอกจากบอสแล้ว ภายในเกมยังมีชุดเซ็ตของบอส คล้ายเกม RPG ที่หากใส่ชุดเซ็ตบอสจะได้รับโบนัสพิเศษ! แต่ชุดเซ็ตต่าง ๆ ภายในเกมไม่ได้หาได้เพียงแค่บอสเท่านั้น การสำรวจพื้นที่มีโอกาสได้รับอาร์ติแฟกต์ รวมไปถึงชุดเซ็ตสุดเทพมากมายอีกด้วยนะ ใครเป็นสายสำรวจไม่ควรพลาดอย่างยิ่งครับ ทุก ๆ 5 เลเวล ของสกิล จะได้รับแต้มสกิลนั้น ๆ มา 1 แต้ม ซึ่งนำไปอัพสกิลของสายนั้น ๆ ได้ โดยสกิลจะมีสูงสุดที่ LV 100 หรือมี 20 แต้มสกิลเท่านั้น การใช้แต้มสกิลก็ควรจะเลือกดี ๆ ครับกราฟิกและการคอนโทรล - เกมนี้มีภาพสไตล์ Pixel art 8 bit ใครที่เป็นขวัญใจเกมแนวนี้น่าจะชอบครับ เพราะภาพในเกมน่ารัก UI ต่าง ๆ ของเกมไม่ได้มีมากมายอะไรนัก เลยทำให้ตัวเกมดูไม่รกและสบายตาครับ ถึงแม้ตำแหน่งของภาษาไทยจะดูแปลก ๆ ไปหน่อย แต่ก็ถือว่าอ่านออก เนื่องจาก UI ของเกมที่มีไม่เยอะ จึงทำให้คีย์ลัดต่าง ๆ ไม่เยอะตามไปด้วย เลยไม่ต้องใช้ความจำมากมายอะไรนัก หลัก ๆ ก็มีแค่ Tab ที่ใช้เปิดดูกระเป๋า, M ไว้กดดูแผนที่ที่เราได้สำรวจเปิดแมพมาแล้ว, คลิ๊กซ้ายขวา, WASD เพื่อบังคบทิศทางการเดิน, ปุ่ม 1-9 ใช้กดเพื่อหยิบของในช่องขึ้นมาถือ และปุ่ม E ที่กดเพื่อใช้งานอุปกรณ์ เกมนี้ตัวเกมไม่มีไกด์ในการสอนเราเล่น ฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งอาจจะไม่ได้ยากอะไรเลยครับอาจจะต้องทำความเข้าใจในช่วงแรก หรือครั้งแรกที่มีระบบใหม่ ๆ ปลดล็อคออกมา เราอาจจะต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง แต่เนื่องด้วยเกมนี้เปิดมาสักพักแล้ว เราสามารถไปดูวิธีการเล่นจากสตรีมเมอร์ช่องทางต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางได้ครับ และสิ่งที่ผมปลื้มมาก ๆ เกมนี้ไม่กินสเปคเครื่องแต่อย่างใด สเปคตัวท็อปเมื่อ 7 ปีที่แล้วของคอมผู้เขียนยังสามารถเล่นเกมนี้ได้ลื่น ๆ เลยครับ แม้ตอนนี้มันจะเป็นคุณปู่ไปแล้วสรุปCore Keeper เป็นเกมเอาตัวรอดในสไตล์ Pixel Art ที่ผมไม่เสียใจเลยที่ซื้อมาเล่น เล่นได้เพลิน ๆ ยันเช้าเลยครับ แต่อาจจะน่าเบื่อหน่อยช่วงที่ต้องขุดผนังถ้ำแบบมืด ๆ ตาผมไม่ค่อยดี เลยปวดตาอยู่บ้างครับ ฮ่า ๆ (หรือจริง ๆ ผู้เขียนแก่แล้ว? ฮ่า ๆ ) ค่อนข้างได้กลิ่นอายเกมเก่า ๆ ที่ไม่สอนอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ต้องค่อย ๆ เรียนรู้ระบบของเกมด้วยตัวเอง เกมนี้เล่นคนเดียวได้ก็จริง แต่จากที่ผมลองเล่นคนเดียวก็จะเหงา ๆ หน่อย ตีบอสคนเดียวมันก็จะ เหว่ว้า หว่าเว้ อยู่ครับ ใครมีเพื่อนชวนเพื่อนไปซื้อได้เลยใน Steam กระชับมิตรภาพให้เน้นแฟ้นยิ่งขึ้นในราคา 219 บาทเท่านั้นเอง! Co-op ได้ตั้ง 8 คน เพราะถ้าเกมพัฒนาเสร็จเมื่อไหร่ ราคาอาจจะไม่น่ารักเหมือนตอนนี้ก็ได้ครับ สั่งซื้อเกมhttps://store.steampowered.com/app/1621690/Core_Keeper/
13 Jul 2022
[Review] Oxide Room 104 "เกมสยองขวัญไอเดียบรรเจิด แต่ดันมาตกม้าตายด้านระบบการเล่น"
ชื่อของ Oxide Room 104 อาจจะไม่ได้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากนัก เพราะตัวเกมไม่ได้มาจากค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Capcom, Ubisoft หรือ Konami แต่ด้วยการออกแบบงานศิลป์ของสัตว์ประหลาดที่ทำได้น่าประทับใจตั้งแต่แรกเห็น เชื่อว่าคอเกมแนวสยองขวัญหลาย ๆ คนน่าจะให้ความสนใจเกมนี้ในระดับหนึ่งกันเลยทีเดียวซึ่งหลังจากที่ตัวเกมออกมานั้น เสียงวิจารณ์ของบรรดาคนที่ได้ลองเล่นเองก็แบ่งออกเป็นสองฝ่าย โดยมีทั้งฝ่ายที่ชื่นชอบ และฝ่ายที่ไม่ชอบปะปนกันไป และในบทความนี้ เราจะมาบอกเล่าถึงประสบการณ์ของการเล่น Oxide Room 104 ผ่านเครื่องพกพาอย่าง Nintendo Switch ให้ทุกคนที่กำลังชั่งใจว่าควรจะกดซื้อเกมนี้ดีไหม ไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจกันนะครับเนื้อเรื่องที่ทำตามสูตรสำเร็จOxide Room 104 เลือกใช้การเล่าเรื่องยอดนิยมของสื่อแนวสยองขวัญ ด้วยการโยนตัวผู้เล่นเข้าไปในสถานการณ์ที่ไม่รู้จัก สับสน และชวนให้งุนงง จนอดที่จะหาคำตอบต่อไม่ได้คุณจะได้รับบทเป็น Matt ชายหนุ่มที่กำลังขับรถเข้าสู่ ห้องพักข้างทาง ก่อนที่จะโดนชายลึกลับทุบเข้าที่ท้ายทอยจนสลบ และเมื่อรู้สึกตัวอีกที Matt จะพบตัวเองอยู่ในอ่างอาบน้ำ พร้อมกับเนื้อตัวที่เปลือยเปล่า ซึ่งแน่นอนว่า เขาไม่มีความทรงจำหลังจากที่ถูกทำให้สลบไปได้อยู่เลยสิ่งเดียวที่ Matt และผู้เล่นรู้ก็คือ ด้านนอก Motel แห่งนี้ มันเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดที่น่าสยดสยอง พร้อมกับปริศนา ไปจนถึงเรื่องราวอันแสนลึกลับกำลังรอเขาอยู่ Matt จำเป็นจะต้องหาทางออกจากโรงแรมแห่งนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยการใช้วิธีอะไรก็ตามทั้งหมดที่กล่าวไปคือเรื่องราวคร่าว ๆ ของเกม Oxide Room 104 และอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ทีมผู้พัฒนาอย่าง Wild Sphere ได้เลือกใช้การเล่าเรื่องที่เป็นสูตรสำเร็จของสื่อแนวสยองขวัญ ซึ่งพวกเขาได้ทำให้มันยิ่งทวีความลึกลับเข้าไปอีก ด้วยการที่ไม่ได้เล่าเนื้อเรื่องออกมาตรง ๆ แต่ได้นำบางส่วนแบ่งลงใส่เอกสาร และทิ้งมันเอาไว้ตามจุดต่าง ๆ ของเกมทว่าถึงเอกสารพวกนี้จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถปะติดปะต่อเนื้อเรื่องได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น แต่มันก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดอยู่ดี ผู้เล่นยังจำเป็นที่จะต้องตีความเนื้อเรื่องกันต่อ แม้ว่าคุณจะสามารถเก็บเอกสารได้ครบถ้วนแล้วก็ตามระบบของเกมที่ทำมาดูขาด ๆ เกิน ๆ หากดูจากตัวอย่างแล้ว เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็น่าจะคิดว่า Oxide Room 104 ต้องเป็นเกมแนว Survival Horror คล้ายกับ Resident Evil, Dead Space หรือ Silent Hill อย่างแน่นอน ซึ่งอันที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้ผิดไปทั้งหมด แต่มันก็ไม่ได้ถูกต้องจนเกือบ 100% เหมือนกัน ส่วนที่ถูกต้องก็คือ เกมนี้มันเป็นแนว Survival Horror นั่นแหละ แต่ส่วนที่ผิดไปก็คือ ตัวเกมมันไม่ได้ให้อิสระในการบู๊ หรือสู้กลับเทียบเท่ากับเกมที่ว่ามานั่นเอง ถึงแม้ตัวเกมอาจจะให้กระสุนไปจนถึงยาเติมพลังมาในจำนวนที่มากเพียงพอ แต่ด้วยระบบการต่อสู้ที่ดูเก้ ๆ กัง ๆ แถมฉากเจอบอสที่บังคับให้วิ่งหนีอย่างเดียว จึงทำให้ Oxide Room 104 ดูเอนเอียงไปทางฝั่งของ Horror เพียว ๆ เสียมากกว่า (อันที่จริงก็ไม่แน่ใจว่า มันควรจะเรียกบอสได้ไหม แต่ด้วยการออกแบบที่แตกต่างจากศัตรูตัวอื่น อย่างน้อยมันก็คงเป็นบอสในหมู่ศัตรูนั่นแหละนะ)และสิ่งที่ทำให้ Oxide Room 104 ยิ่งดูพิกลพิการมากเข้าไปอีก ก็คือการพยายามยัดเยียดระบบแปลก ๆ ที่ดูเหมือนจะดี แต่มันกลับไม่เวิร์คในเชิงของคนเล่นมาให้ โดยมีไปตั้งแต่ ระบบจัดการช่องเก็บของ ที่ควรจะช่วยให้ผู้เล่นต้องคิด และไตร่ตรองในการเลือกไอเทมสำคัญติดตัวไปให้ดี แต่ระบบนี้มันดันเลวร้ายตรงที่ไม่มีหัวข้อในการทิ้งไอเทมให้กับผู้เล่นเสียนี่สิ ตรงจุดนี้ความท้าทายที่ควรจะเป็น จึงได้กลับกลายเป็นความน่ารำคาญโดยอัตโนมัติ เพราะการที่คนเล่นต้องวิ่งไปวิ่งกลับ ระหว่างห้องที่มีหีบฝากของ กับเส้นทางที่ใช้เดินเนื้อเรื่องหลักเนี่ย มันคงไม่ใช่เรื่องที่น่าอภิรมย์เท่าไรอยู่แล้วซ้ำร้ายอีกหนึ่งระบบที่ชวนให้หงุดหงิดใจขึ้นไปอีกก็คือ ระบบ Quick Time Event ที่ขึ้นมาทุกครั้งจนเรียกได้ว่าพร่ำเพรื่อ แน่นอนว่า หาก Quick Time Event ขึ้นมาในจังหวะสำคัญอย่างการดิ้นให้หลุดรอดจากศัตรู หรือการใช้ระบบนี้เพื่อดำเนินเนื้อเรื่องบางอย่าง มันก็คงจะอยู่ในระดับที่รับได้ แต่ปัญหาก็คือ ในจังหวะการเปิดประตูของแต่ละห้องนั้น มันดันขึ้นมาให้กดทุกครั้งเลย จุดนี้ทางผู้เขียนเชื่อว่า ทีมพัฒนาน่าจะอยากให้คนเล่นได้สัมผัสถึงความสมจริง และพาตัวเองดื่มด่ำไปกับโลกของเกมให้ได้มากที่สุด แต่ผลลัพธ์มันกลับกลายออกมาเป็นน่ารำคาญเสียฉิบลองคิดดูว่า เกมประเภทพื้นที่แคบ ๆ ต้องเดินสำรวจไปมาในบริเวณเดิมซ้ำ ๆ มันจะน่าหงุดหงิดแค่ไหน ที่คุณต้องคอยมากด Quick Time Event ในการเปิดประตูทุกรอบ เรียกได้ว่ามี 10 ห้อง ก็ต้องหมุนก้านอนาล็อก10 ครั้งกันไปเลยเล่นกับความตายอย่างแยบยลสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างน่าสนใจสำหรับ Oxide Room 104 ก็คือ ทุกครั้งที่ผู้เล่นตาย ผู้เล่นจะถูกพากลับมาที่ห้อง 104 ห้องตั้งต้นของเกมโดยอัตโนมัติ แถมผู้พัฒนายังป้องกันการโกงความตายด้วยการให้ตัวเกม Auto save ในแทบทุก ๆ การกระทำของคุณอีกด้วย ดังนั้นถ้าหากเล่นพลาด เลินเล่อ ประมาท หรือไม่ระวังตัวขึ้นมา ก็เตรียมบอกลาเวลาที่ใช้เล่นไปได้เลยถึงอาจจะฟังดูโหดร้ายไปบ้าง แต่ตัวเกม Oxide Room 104 ก็ไม่ได้มีความยาวในการเล่นที่มากเท่าไรนัก ต่อให้คุณเดินแบบงู ๆ ปลา ๆ ไม่รู้ทาง คุณก็น่าจะสามารถจบเกมได้ในเวลาเพียงประมาณ 2-3 ชั่วโมงเท่านั้น ช่วยให้บทลงโทษที่ว่ามานี้ไม่ได้ตัดกำลังใจคนเล่นจนเกินไปสิ่งหนึ่งที่ต้องเอ่ยปากชมเลยก็คือ ผู้พัฒนาได้แอบใส่ระบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ช่วยให้ความตายของผู้เล่นมีสีสันขึ้นมาอีกด้วย โดยทุกครั้งที่ผู้เล่นตาย สภาพแวดล้อมของโรงแรมจิ้งหรีดแห่งนี้จะค่อย ๆ เปลี่ยนไปทีละนิด เช่น จากเดิมคุณควรจะเจอปืนพกอยู่ในห้องเก็บของ แต่มาคราวนี้คุณกลับเจอมันวางอยู่ในห้องตั้งต้นซะอย่างนั้น ช่วยให้การเล่นในแต่ละรอบมีความสดใหม่อยู่บ้าง แม้จะต้องวนอยู่ในพื้นที่เดิม ๆ ซึ่งจะขอสปอยล์เอาไว้ตรงนี้เลยว่า จำนวนครั้งที่ตายของคนเล่น จะส่งผลถึงฉากจบได้ 4 แบบ ไล่ไปตั้งแต่ Best Ending ไปจนถึง Bad Ending กันเลยทีเดียว ดังนั้นหากใครอยากจะได้ฉากจบที่ดีที่สุด ก็ต้องห้ามตายกันเลยนะครับศัตรูที่ออกแบบได้ดี แต่ดันมีให้เห็นนิดเดียวอีกหนึ่งสิ่งที่ Oxide Room 104 สามารถทำได้ดี นั่นก็คือ การออกแบบศัตรูที่ดูน่าสยอง ขนพอง ขนลุก โดยเราจะได้เจอพวกมันแทบตลอดทั้งเกม แต่สิ่งที่เรียกว่า ‘ความเคยชิน’ ของมนุษย์นั้น มันช่างน่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์ประหลาดพวกนี้ซะอีก เพราะต่อให้รูปร่างของมันจะดูน่ากลัวขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าหากเราเจอพวกมันจนคุ้นเคยแล้ว บางทีต่อให้พวกมันเดินผ่านหน้าในระยะเผาขน คุณก็แทบจะไม่รู้สึกว่าพวกมันน่ากลัวเลยด้วยซ้ำซ้ำร้าย ตัวศัตรูที่ออกมาแบบให้ผู้เล่นได้มีปฏิสัมพันธ์กับมันแบบจริง ๆ จัง ๆ ยังมีเพียงแค่ 2 ตัวเพียงเท่านั้น ส่วนศัตรูตัวอื่น ๆ เราจะเห็นพวกมันแค่ผ่านฉากคัตซีน นี่จึงยิ่งทำให้ความกลัวหลักของผู้เล่นที่ควรจะมีต่อศัตรูยิ่งลดน้อย ถอยลงไปอีก ส่งผลให้ศัตรูภายในเกมนี้ ตกม้าตายในเรื่องของความน่ากลัวไปเสียฉิบ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ เลยเชียว ทั้ง ๆ ที่ออกแบบมาได้ดูให้ขวัญกระเจิงขนาดนั้นแท้ ๆรวมปัญหายิบย่อย สไตล์เกมอินดี้อันที่จริงในหัวข้อนี้ จะไม่ส่งผลต่อคะแนนรีวิวเท่าไรนัก เพราะเนื่องด้วย Oxide Room 104 เป็นเกมจากทีมพัฒนาเล็ก ๆ เงินทุนของพวกเขาจึงอาจจะไม่มากเมื่อเทียบกับเกมฟอร์มยักษ์ ปัญหาเล็กน้อยต่าง ๆ จึงมีให้เห็นกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วไล่ไปตั้งแต่เสียงพากย์ที่แข็งแทบจะเป็นหิน จนถึงขนาดที่มีผู้เล่นจำนวนมากพร้อมใจกับบอกว่า ถ้าพากย์แข็งขนาดนี้ ไม่ต้องใส่เสียงพากย์มาตั้งแต่แรกเลยก็ได้มั้ง ไปจนถึงเรื่องการของโหลดฉากนาน ที่น่าจะเป็นปัญหามาจากการ Optimize ที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ซึ่งปัญหานี้มันถูกพบทั้งบนเครื่อง Switch ไปจน PC กันเลยแต่อย่างน้อย สิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างน่าประทับใจเลยก็คือ ตัวเกมพอร์ตมาเล่นบนเครื่อง Switch ได้ค่อนข้างลื่นไหล และยังคงภาพที่สวยงามไว้ได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว แม้จะเป็นเกมของทีมพัฒนาอินดี้แบบ Third party ก็ตามควรค่าแก่การสละเวลาเล่นไหม ?ถึง Oxide Room 104 อาจจะดูเต็มไปด้วยปัญหาจำนวนมาก ทั้งการออกแบบเกมที่ดูไม่สมประกอบ เนื้อเรื่องที่เล่าออกแบบมาซับซ้อน ไปจนถึงปัญหายิบย่อยคอยกวนใจตลอดการเล่น แต่ในส่วนที่ทำออกมาได้ดีนั้น มันก็ทำออกได้ดีจนน่าชื่นชมเสียจริง ๆ เพราะฉะนั้น หากลองชั่งน้ำหนักระหว่างอัตราส่วนที่ดีกับไม่ดีเปรียบเทียบกันแล้ว ก็น่าจะพอพูดได้ว่าถึง Oxide Room 104 จะไม่เป็นเกมขึ้นหิ้งระดับผลงานชิ้นโบว์แดงที่ต้องลองเล่นสักครั้งในชีวิต แต่มันก็เป็นเกมที่พอจะมอบความสยองให้กับผู้เล่น ไปจนถึงมีคุณค่าในการเล่นซ้ำเพื่อเก็บเนื้อเรื่องให้ครบถ้วนได้อยู่บ้างหากใครที่กำลังมองหาเกมที่มีการออกแบบตัวละคร ไปจนถึงมีความสยองแบบ Psychological horror เกมนี้น่าจะตอบโจทย์คุณได้ ไม่มากก็น้อยเลยล่ะครับ
12 Jul 2022
พรีวิว Endless Dungeon [OpenDev] เกมแนว Rogue-lite สุดแปลกใหม่ ผสมเกมเพลย์สไตล์ Tower Defense
ต้องยอมรับเลยว่าหนึ่งในแนวเกมที่ได้รับความนิยมอยู่ในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าอาจจะไม่โด่งดังมาก แต่ก็มีคนให้ความสนใจอยู่ตลอดนั่นคือเกมแนว Rogue-lite กับแนวเกมที่การเล่นแต่ละครั้งจะมีด่านและรูปแบบที่แตกต่างกันไป มีความท้าทายที่แตกต่างกันไปไม่ซ้ำกัน และล่าสุดก็ได้มีหนึ่งเกมแนวนี้ที่น่าสนใจสำหรับ Endless Dungeon เกมแนว Rogue-lite Tactical Action จากทางผู้พัฒนา Amplitude Studios ที่สร้างเกมตระกูล Endless มามากมาย โดยตัวเกมมาในธีมไซไฟที่เราจะต้องต่อสู้กับเหล่าฝูงมอนสเตอร์ในสถานีอวกาศ โดยทางเราได้มีโอกาสในการทดลองเล่นเกมในเวอร์ชัน OpenDev และต้องบอกเลยว่าตัวเกมนี้เป็นเกมแนว  Rogue-lite ที่ไม่เหมือนใคร เพราะผสมผสานการเล่นแบบ Tower Defense เข้าไปด้วย ซึ่งเรา GameFever TH จะมาพูดถึงระบบต่าง ๆ ของเกม Endless Dungeon ว่ามีระบบอะไรบ้างที่น่าสนใจAction Shooting ผสมผสาน Tower Defenseหนึ่งในระบบที่ทำให้ Endless Dungeon โดดเด่นขึ้นมาและไม่เหมือนใครคือการผสมผสานเกมเพลย์ Action Shooting มุมมองแบบ Bird Eye View (คล้าย ๆ กับเกม Alien Shooter) และเกมเพลย์แบบ Tower Defense โดยเราจะต้องป้องกันคริสตัลจากการโจมตีของศัตรูบนสถานีอวกาศ โดยเหล่าศัตรูจะปรากฏออกมาเป็น Wave โดยเราจะสามารถใช้ปืนจากตัวละครหลักที่เราบังคับ แต่การต่อสู้เราก็จำเป็นต้องระวังให้ดี griktตัวละครที่เราเล่นไม่ได้มีความถึกมากขนาดนั้น ยิ่งเป็นตัวบาง ๆ โดนลุมกัดไม่กี่ครั้งก็ร่วง และยาที่เพิ่มเลือดก็มีให้ใช้ฟรีเพียงแค่ครั้งเดียว แต่เราก็สามารถที่จะหาเก็บได้จากการเดินสำรวจ และนอกจากนี้ภายในพื้นที่เราจะสามารถสร้างป้อมปราการต่าง ๆ ในการป้องกันเหล่าศัตรูที่จะออกมาจากรังและโจมตีครัสตัลของเรา ซึ่งเราสามารถสร้างป้อมปืนโจมตี สร้างป้อมเกราะป้องกันเพื่อเพิ่มเกราะให้กับตัวละครและป้อมปราการ หรือการสร้างป้อมพื้นที่เอาไว้สโลว์การเดินของศัตรูเพื่อให้ยิงได้นานขึ้นก็นอก รวมถึงตัวป้อมถ้าหากใช้งานโจมตีศัตรูเรื่อย ๆ เราก็จะสามารถอัปเกรดให้มันสู่ขั้นถัดไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพก็ได้เช่นกันตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์รวมถึงตัวละครที่เราเล่นได้ ซึ่งแต่ละตัวนั้นก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกันไป ทั้งค่าสเตตัส ปืนเริ่มต้นที่ใช้ หรือแม้แต่กระทั่งสกิลต่าง ๆ ก็แตกต่างกันทั้งสิ้น โดยในช่วง OpenDev เราจะได้เล่นตัวละครทั้งหมด 3 ตัวนั่นก็คือZed ที่จะมีพลังโจมตีสูง วิ่งเร็วแต่เลือดน้อย ใช้สกิลโจมตีแบบรุนแรง Bunker ตัวละครสายแทงค์ที่พลังป้องกันสูง โจมตีปานกลาง วิ่งช้า สกิลโจมตีจะเป็นการสตั๊น และสกิลยืนแทงค์ศัตรูได้ Blaze พลังโจมตีรุนแรง พลังป้องกันสูง เน้นการใช้สกิลระเบิดในการโจมตีศัตรู โดยเราจะสามารถเอาตัวละครออกไปเล่นได้สูงสุด 3 คน (แต่ในช่วงแรกจะเล่นได้ 2 ซึ่งเราต้องปลดล็อคภารกิจก่อน) ส่วนตัวละครคาดว่าพอเกมเปิดจริงจะมีให้เล่นมากกว่านี้ด้วยเกมเพลย์แบบ Rogue-lite สำรวจพื้นที่ที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละครั้ง ในการหาทรัพยากรมาซื้อของและอัปเกรดโดยในภารกิจหลักของเรานั้นคือการที่เราจะต้องปกป้องและคุ้มกันคริสตัลไปยังเป้าหมาย ตัวเกมจะให้เราได้สำรวจพื้นที่ห้องต่าง ๆ ทั้งหมดของด่านนั้น ซึ่งในแต่ละห้องจะมีทรัพยากรต่าง ๆ ให้เราเก็บ 3 แบบเป็นค่าพลังงานสีฟ้า สีส้ม และสีเขียว โดยแต่ละพลังงานเราก็จะสามารถเอามันไปใช้อัปเกรดสิ่งต่าง ๆ ได้ไม่เหมือนกัน อย่างเช่นพลังงานสีฟ้าจะเอาไว้อัพเกรดป้อมปราการต่าง  สีส้มจะเอาไว้ซื้อป้อมปราการ และสุดท้ายก็คือสีเขียวจะเอาไว้อัปเกรดสเตตัสเพิ่มเติมของตัวละคร โดยค่าพลังพวกนี้นอกจากจะสามารถหาได้จากการเปิดกล่องต่าง ๆ ในแต่ละห้องแล้วนั้น การเปิดประตูแต่ละบานตัวค่าพลังงานก็จะดรอปให้เราด้วย รวมถึงภายในด่านยังมีเครื่อง Generator ที่เราสามารถเพิ่มค่าการดรอปพลังงานได้เช่นกันโดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะดรอปตัวไหน รวมถึงเรายังมีโอกาสเจอของอัปเกรดต่าง ๆ กล่องสมบัติดรอปของฟรี หรือแม้กระทั่งร้านค้าก็ยังมี รวมถึงปืนต่าง ๆ และของสวมใส่เราก็สามารถที่จะหาเก็บหรือหาซื้อได้จากแผนที่เช่นกัน โดยอย่างที่กล่าวว่าตัวเกมมีองค์ประกอบความเป็น Rogue-lite ทำให้การเล่นแต่ละครั้งรูปแบบแผนที่ การ Spawn ของไอเท็มต่าง ๆ จะถูกเปลี่ยนไปทั้งหมดด้วยมีความเป็นเกม Tacticle วางแผนการต่อสู้ในระหว่างการสำรวจนอกจากนี้ในการสำรวจเรายังจำเป็นต้องหารังของเหล่าศัตรูที่จะออกมาโจมตีเรา ซึ่งมันก็ทำให้เราสามารถวางแผนการเดินทางของศัตรูจากรังที่ออกมา และวางป้อมปราการดักโจมตีไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ได้ หรืออาจจะสามารถสร้างป้อมปราการไปดักหน้าทางเข้าของศัตรูได้เลย หรือแม้กระทั่งการเปิดประตูเราเองก็สามารถจำกัดการเปิดประตูเพื่อบังคับให้เหล่าศัตรูวิ่งมาในทางที่เรากำหนดก็ได้ ซึ่งเราก็สามารถวางกลยุทธในการเล่นได้หลากหลายและเมื่อเราสามารถสำรวจพื้นที่ทั้งหมดได้แล้ว เงื่อนไขในการผ่านไปยังด่านต่อก็คือเราจะต้องเปิดประตูสู่ด่านต่อไป แต่มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะเราจำเป็นที่จะต้องใช้คริสตัลที่เราป้องกันมาตลอดในการปลดล็อค ซึ่งตัวคริสตัลจะทำการเดินทางลำเลียงตัวเองมายังประตูผ่านด่านเพื่อไขกุญแจ ซึ่งเรานั้นก็มีหน้าที่ในการพามันส่งไปถึงที่หมาย และถ้าหากว่าเรานั้นวางแผนในการวางป้อมปราการไม่ดี บางทีมันอาจจะทำให้คริสตัลเดินทางมาไม่ถึงและจบเกมก็เป็นไป ซึ่งการแพ้ก็คือการเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด รวมถึงแต่ละด่านก็ศัตรูก็จะเก่งมากขึ้นมีรังของศัตรูที่มากขึ้นให้เราต้องปวดหัวในการวางแผนมากขึ้นด้วยจากที่ได้ลองเล่น Endless Dungeon ในช่วงทดสอบ OpenDev มา สิ่งที่รู้สึกได้เลยคือไอเดียของผู้พัฒนาที่ค่อนข้างน่าสนใจมาก ๆ ไม่คิดว่าการเล่นแบบ Action Shooting ผสมผสานกับการเล่นแบบ Tower Defense ไหนจะมีองค์ประกอบของความเป็น Rogue-lite ทำให้ Endless Dungeon เป็นหนึ่งในเกมวางแผนที่น่าจับตามอง แต่ถึงอย่างนั้นตัวเกมก็ต้องศึกษา ทำความเข้าใจ และการเรียนรู้ต่อการเล่นในระดับหนึ่ง ไม่ใช่เกมเดินหน้ายิงชิล ๆ อย่างที่คิดแน่นอน และคาดว่ากว่าเกมจริงจะเปิด ตัวเกมเพลย์นี้น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะพอสมควรโดยเกม Endless Dungeon ตัวเกมยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา มีกำหนดลงให้กับเครื่อง PC [Steam] ดูร้านค้าเกม
07 Jul 2022
[Review] รีวิวเกม Good Company "เปิดบริษัท ประกอบธุรกิจ จำลองชีวิต CEO"
Good Company เป็นอีกเกมหนึ่งที่ผู้เขียนได้มีโอกาสซื้อมาลองเล่นในช่วง Steam Summer Sale เกมนี้เราจะได้รับบทบาทเป็นเจ้าของบริษัท หรือเรียกกันแบบเท่ ๆ ว่า CEO นั่นเอง บริษัทในเกมที่เราบริหารจัดการนั้นจะเป็นบริษัทที่ผลิตสิ่งของเกี่ยวกับเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องคิดเลข, โทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์, ทีวี และแม้กระทั่งหุ่นยนต์โดรนบริษัทเราก็ผลิตได้ครับ ในเกมเราจะเริ่มธุรกิจโดยใช้เส้นทางสุดฮิต เหมือนที่เหล่าอัจฉริยะเจ้าของแบรนด์ชื่อดังของโลกมากมายได้ใช้เริ่มธุรกิจของพวกเขาจนประสบความสำเร็จ ดังเป็นพลุแตกกอบโกยรายได้มหาศาลต่อวัน ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Apple, Google, Microsoft, Nike, หรือแม้กระทั่ง Disney ก็เริ่มธุรกิจจากตรงนี้ทั้งนั้น นั่นก็คือ "โรงรถของที่บ้านฮะ"เกมเพลย์Good Company เป็นเกมบน PC แนว Simulator เราจะได้สวมบทบาทเป็น CEO สร้างบริษัทของตัวเองขึ้นมา เราสามารถตั้งชื่อบริษัทของเรา รวมไปถึงการสร้างโลโก้, การสร้างตัวละคร, และยังต้องออกแบบการแต่งตัว เสื้อ ผ้า หน้า ผม ให้กับตัวละครของเราอีกด้วย ตัวละครของเรานั้นผู้เขียนมองว่ามีรูปร่างหน้าตาที่จะน่ารักก็ไม่ใช่ จะน่าถีบก็ไม่เชิง ฮ่า ๆ (มันดูกวน ๆ เป็นส่วนใหญ่ครับ) พอเริ่มเกมมานั้น เราจะต้องออกแบบ และสร้างโลโก้ของบริษัทของเราก่อน เราสามารถเลือกรูปที่เราอยากใช้ สีตัวหนังสือ สีพื้นหลัง สีกรอบ ได้เท่าที่ตัวเกมมีมาให้ ในส่วนนี้เราจะต้องตั้งชื่อให้บริษัทของเราด้วยครับ พอแต่งจนเป็นที่พอใจของเราแล้ว ในส่วนต่อไปเราต้องไปสร้างตัวละครครับ เราสามารถกำหนดรูปร่าง ทรงผม อุปกรณ์สวมใส่ให้ตัวละครของเราได้ การสร้างตัวละครเกมนี้เราอาจจะไม่เสียเวลา เพราะมีตัวเลือกให้เราเลือกค่อนข้างน้อยครับ สายแฟชั่นแบบเดอะซิมส์คงกรอกตา มองบนด้วยความเซ็ง ฮ่า ๆ เกมนี้จะมีให้เราเล่นด้วยกันอยู่ 2 โหมดครับ นั่นก็คือ แคมเปญโหมด และฟรีเพลย์โหมด- Campaign Mode เนื้อเรื่องของเกมในส่วนนี้เราจะเริ่มเปิดบริษัทในโรงรถของพ่อเรานะครับ (มีแว๊บหนึ่งที่ผู้เขียนแอบคิดว่า โรงรถอะไรทำไมมันใหญ่จัง ใหญ่เกินจริงไปรึเปล่าฟระ) ตรงนี้อย่าไปใส่ใจฮะ ท่องไว้มันก็แค่เกม มันก็แค่เกม ฮ่า ๆ ในแคมเปญโหมดเราต้องทำภารกิจให้ผ่านทั้งหมดนะครับ อย่างเช่น บางด่านเราต้องขายเครื่องคิดเลขให้ถึงเป้าหมายที่เกมกำหนด หรือผลิตสินค้าให้ครบตามที่เควสกำหนด เราจึงจะสามารถผ่านไปเล่นด่านต่อไปได้ครับ เกมนี้จะมีความท้าท้ายที่เพิ่มเข้ามาอีกหน่อย คือเราสามารถเก็บสะสมถ้วยรางวัลได้ครับ อารมณ์เหมือนเกมผ่านด่านอื่น ๆ ที่มีให้เก็บดาวอย่างเช่น ด่านนั้น ๆ ให้เราเก็บ 3 ดาว แต่เราทำได้ 2 ดาวนั่นก็ถือว่าผ่านเหมือนกัน แต่ผ่านแบบ 2 ดาวครับ ฉะนั้นในเกมนี้ถ้าเราอยากจะเก็บถ้วยให้ครบ เราก็ต้องทำเควสให้ผ่านทั้งหมดครับ- Freeplay Mode เป็นโหมดที่เราจะสร้างบริษัทของเราได้อย่างอิสระโดยปราศจากข้อบังคับของเกมครับ ใครที่เป็นสายตบแต่ง หรือเล่นเรื่อย ๆ ฆ่าเวลา โหมดนี้น่าจะเล่นได้เพลิน ๆ โดยที่ไม่ต้องรับแรงกดดันแต่อย่างใดครับ หรือเพื่อน ๆ จะสร้างความท้าท้าย ด้วยการสร้างความกดดันให้ตัวเองก็ได้นะครับ สวมบทบาทจริงจังเกมมิ่ง ดึงตึงมันให้หมดทุกโหมดครับ ฮ่า ๆการผลิตอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อส่งขายนั้น ตัวเกมจะมีสูตรให้เราครับ ว่าเราจะต้องใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง อย่างเช่น ถ้าเราต้องการสร้างเครื่องคิดเลข เราต้องใช้พลาสติก กับแผงควบคุมดิจิตอล เราก็ต้องไปตั้งค่าในโต๊ะการผลิตต่าง ๆ ของเรา และเชื่อมโยงเส้นทางการผลิต ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างยาก และซับซ้อนเอามาก ๆ ถึงเกมจะสอนเราอย่างละเอียดแล้ว แต่ด้วยรายละเอียดที่ค่อนข้างเยอะ เอาจริง ๆ ผู้เขียนจำไม่ได้หรอกครับ ฮ่า ๆ อาศัยเล่นไปเรื่อย ๆ จนเกิดความเคยชิน การเริ่มกระบวนการการผลิตของเกมนี้จะเป็นระบบแรงงานคนก่อนในช่วงเริ่มต้น เกมจะให้เราซื้อโต๊ะการผลิตต่าง ๆ มาวางในโรงรถครับ การจ้างคนงานของเกมนี้ไม่ได้วุ่นวายอะไร เราสามารถเลือกคนงานด้วยตัวเองก็ได้ หรือถ้าขี้เกียจก็กดจ้างแบบออโต้มาเลยเกมก็จะเลือกมาให้เราครับ พอเล่น ๆ ไปแรงงานของเราก็จะเปลี่ยนจากแรงงานคนมาเป็นเครื่องจักรครับ ในส่วนนี้ผมชอบนะ ให้ความรู้สึกสมจริงดีครับ เพราะในโลกความเป็นจริงพอบริษัทเราโตขึ้น เราก็ต้องอยากได้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยที่สามารถผลิตได้ต่อเนื่องและได้ในปริมาณที่มากขึ้นซึ่งเครื่องจักรก็จะทำหน้าที่เหล่าดีนี้ได้ดีกว่าคน (แต่ยังคงต้องใช้คนควบคุมเครื่องจักร) ซึ่งในส่วนนี้ถือว่า เมคเซ้นส์ สำหรับตัวผู้เขียนครับระบบการควบคุมระบบต่าง ๆ ที่ผู้เขียนได้ลองเล่นอาจจะมีความแตกต่างจากเกมอื่น ๆ ในท้องตลาดอยู่นิด ๆ หน่อย ๆ แต่โดยรวมยังเหมือนกันครับ เราจะใช้ปุ่ม W, S, A, D หรือกดคลิ๊กขวาค้างเอาไว้เพื่อเคลื่อนย้ายมุมกล้อง, และมีคีย์ลัดต่าง ๆ ให้เรากดเพื่อเปิดแต่ละเมนูขึ้นมา (ในส่วนนี้ตัวเกมจะสอนเราใช้งานไปเรื่อย ๆ ระหว่างเล่น แนะนำว่าให้อ่านดี ๆ นะครับเพราะว่าเกมนี้มีเมนูยิบย่อยเยอะมาก ๆ อาจจะทำให้เกิดความสับสนได้) และที่สำคัญเกมนี้เราไม่สามารถหมุนมุมกล้องได้ 360 องศา เล่นจากมุมไหน เราจะต้องดูมุมนั้นไปตลอด ซึ่งตรงนี้ส่วนตัวของผู้เขียนไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะมันค่อนข้างจำกัดอิสระในการเล่นเกมครับ แต่ถามว่าเป็นปัญในการเล่นไหม? ก็ต้องบอกไว้ตรงนี้เลยว่าไม่มีปัญหาแต่อย่างใดครับเกม Simulator ส่วนใหญ่ที่ผู้เขียนเคยเล่นมา จะมีระบบให้เราเลือกเร่งความเร็วของเกมได้ (x2 x4 x6 ประมาณนี้) เกมนี้ก็มีปุ่มนั้นให้เลือกใช้เหมือนกัน แต่การเร่งของเกมนี้มีเพียงแค่ 2 ระดับเท่านั้น ซึ่งในระดับที่ 2 มันไม่ได้เร็วอะไรเท่าไหร่นัก (คือใจผู้เขียนไปก่อนแล้ว แต่ตัวเกมมันเร่งได้เท่านี้ ฮ่า ๆ ) ในส่วนนี้ผู้เขียนมองว่ามันน่าจะทำให้เร็วขึ้นได้มากกว่านี้ เหมือนในเกมอื่น ๆ ในส่วนนี้ผู้เขียนเลยไม่ปลื้ม เพราะเล่น ๆ อยู่แล้วหลับครับ ฮ่า ๆกราฟิกเกมนี้ตัวละครยังออกแบบมาในสไตล์น่ารักแบบ 3D Polygon ถ้าดูดี ๆ จะว่าน่ารักก็ได้มั้ง เอ๊ะ หรือมันออกแนว กวนโอ๊ย ว่าซ่านนนน เกมนี้ถ้าเราดูดีดีตัวละครต่าง ๆ ในเกมจะไม่มีข้อต่อนะครับ ใช่ครับไม่มีเลย แม้แต่คอ ฮ่า ๆ ก็ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของเกมดีครับ ระบบ UI ต่าง ๆ ของเกมนี้จากที่ผู้เขียนได้ลองเล่น ดูผ่าน ๆ เหมือนจะง่าย แต่พอมาเล่นจริง ๆ มันโคตะระซับซ้อนเป็นอย่างสูงครับ อาจจะดูสวยงามน่ารักเรียบง่าย แต่มาใช้งานจริงแล้วก็ต้องปรับตัวยกใหญ่อยู่เหมือนกัน หรืออาจจะต้องเล่นไปสักพัก ถึงจะเริ่มชินครับ ผู้เล่นใหม่ ๆ นี่ผมไม่อยากแนะนำให้เล่นเกมนี้เลยครับ ร้องไห้แน่ ๆ ฮ่า ๆเป็นเกมที่ใช้ทรัพยากรในเครื่องค่อนข้างน้อย มีพื้นที่ว่าง ๆ ในเครื่องของเราประมาณ 1.11GB ก็เล่นได้แล้ว และไม่ต้องใช้เครื่องที่มีสเปคสูงมากมายอะไร ก็ยังสามารถเล่นได้ลื่น ๆ ครับสรุปผมให้เกมนี้ 7 คะแนน เพราะมันดูง่ายแต่เอาเข้าจริงพอเล่นแล้วไม่ง่ายเลยครับ (อย่าให้ความน่ารักของเกมนี้หลอกคุณ) อยากเล่นเพื่อคลายเครียด แต่เครียดกว่าเดิม ฮ่า ๆ เป็นเกมที่ต้องใช้ความเข้าใจกับมันค่อนข้างสูงครับ ถ้าตัดสินจากภาพ "เกมง่าย ๆ อีซี่ ๆ" พอมาเล่นจริง โอโห้ ผู้เขียนนี่ต้องคิดเยี่ยงนักธุรกิจจริง ๆ เลยครับ และด้วยความที่มันเร่งความเร็วได้แค่ 2 ระดับ มันก็แอบทำให้เกิดความน่าเบื่อเล็ก ๆ อยู่เหมือนกัน เพราะเราไม่จำเป็นต้องติดอยู่ในส่วนนี้นานขนาดนี้ก็ได้ ถ้าผู้เล่นใหม่อยากจะมาลองเล่นผมบอกเลยว่า หนีไปปปปปปป ส่วนผู้เล่นที่เคยเล่นเกมแนวนี้มาบ้างแล้ว น่าจะไม่มีปัญหาครับ อาจจะต้องปรับตัวอยู่บ้างในช่วงแรก แต่พอเล่นได้แล้วก็ถือว่าเป็นเกมที่สนุกดีทีเดียว แต่ยังยืนยันคำเดิมครับว่ามันไม่ฆ่าเวลา แต่มันจะฆ่าเรานี่แหละครับ ฮ่า ๆ เกมนี้ราคาเต็มในสตีมอยู่ที่ 319 บาท (ผู้เขียนขอแจ้งเป็นราคาเต็มไปเลยนะครับ เพราะมันกำลังจะหมดช่วงลดราคาแล้ว) ราคาถือว่าไม่แพงและเป็นมิตรกับกระเป๋าเงินเรา ที่สำคัญพ่อบ้านใจกล้าอย่างเรา อาจจะขออนุมัติกับคนทางบ้านได้ง่ายขึ้นอีกด้วย (บ้านใครบ้านมันนะครับ บ้านผมไม่มี ถ้ามีสาว ๆ ผ่านมาอ่าน ผมโสดจีบได้นะฮะ งื้อออออ ฮ่า ๆ) สั่งซื้อเกม : https://store.steampowered.com/app/911430/
06 Jul 2022
[Review] รีวิวเกม Teenage Mutant Ninja Turtles: Shredder's Revenge "สนุก เรียบง่าย แต่ถ้าได้ลองแล้วจะวางไม่ลง!"
นินจาเต่า หรือ เต่านินจา แล้วแต่คนจะเรียก เป็นอีกหนึ่งการ์ตูนแอนิเมชั่น และถูกนำไปผลิตเป็นสื่อบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ทั้งภาพยนตร์ การ์ตูน หรือแม้กระทั่งวิดีโอเกม และเอาจริง ๆ แล้ว วิดีโอเกมกับนินจาเต่านั้น เป็นของที่อยู่คู่กันมานานมากแล้ว เพราะเกมนินจาเต่ามีทั้งแบบ Fighting / Arcade ตะลุยด่าน และแนวอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ Shredder's Revenge นั้น จะมาดึงความเป็นเกมคลาสสิคกลับมาให้ผู้เล่นสนุกกันแบบง่าย ๆ อีกครั้ง แต่มันจะสนุก สมกับการรอคอยมากน้อยแค่ไหน เชิญกับรีวิว Teenage Mutant Ninja Turtles: Shredder's Revengeความพยายามที่ไม่สิ้นสุดของ Shredder และ Foot Clan นินจาเต่า ยังคงเป็นเรื่องราวของสี่สหายนินจาเต่าที่ตั้งชื่อตามบุคคลดังของโลก ไม่ว่าจะเป็น Leonardo / Raphael / Michaelangelo / Donatello และสหายร่วมรบอีก 2 คนอย่าง April O'Neil นักข่าวสาว และนักกีฬาเอกซ์ตรีมอย่าง Casey Jones และอาจารย์ Splinter โดยในจำนวนนี้ มีเพียง Casey Jones เท่านั้น ที่จำเป็นต้องเล่นเพื่อปลดล็อคตัวละครก่อน นอกนั้นก็สามารถหยิบมาใช้ได้เลย เรื่องราวของตัวเกมในภาคนี้ยังคงหนีไม่พ้น ความพยายาในการจะยึดครองโลกของ Shredder และเหล่ากองทัพ Foot Clan ที่คราวนี้ ขนลูกน้องมาเป็นกระบุง ทำให้เราต้องเจอหน้าเหล่าบอสในแต่ละ Episode ที่มากหน้าหลายตามาก ซึ่งก็คงต้องบอกตรง ๆ ว่า ผู้เขียนไม่เชี่ยวชาญเรื่องตัวละครในโลกของนินจาเต่าเลยแม้แต่น้อย แต่มันน่าประทับใจตรงที่แม้จะมีจำนวนบอสที่เยอะมาก ๆ แต่รูปแบบการโจมตี ดีไซน์ แม้กระทั่งวิธีการเอาชนะ ทางผู้พัฒนาได้พยายามใส่ความหลากหลายลงไปให้มากที่สุด แต่ก็ยังคงเส้นเรื่องเอาไว้ไม่ให้มันหลุดโทนจนเกินไปที่ชอบอีกอย่างคือ การสรุปเนื้อเรื่องในช่วงเริ่มต้น และจบแต่ละ Episode นั้น จะใช้เวลาไม่นานมากนัก ไม่ให้คนรู้สึกเบื่อ และพยายามพาผู้เล่นเข้าสู่ช่วงเกมเพลย์ให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ใช่ว่าเนื้อเรื่องจะไม่สำคัญนะ แต่ถ้าคุณเบื่อกับเกมแนวผู้ร้ายยึดครองโลก และมีความพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า จะข้าม ๆ มันไปก็ได้ ไม่ตกหล่นหรือเสียหายอะไรเกมเพลย์สุดคลาสสิค เล่นง่าย แต่ท้าทาย และสนุกแบบเรียบง่ายใครที่ชื่นชอบเกมเพลย์การเล่นที่ง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความท้าทาย TMNT: Shredder's Revenge นี้ ถือว่าครบเครืองเป็นยากมาก สำหรับเกมเพลย์ของเกมนี้จะเป็นแนว Beat em' up เดินจากซ้ายไปขวา ตะลุยด่านสุดมันตามสไตล์เกมยุคเก่า ข้อดีของมันคือ เล่นง่าย เข้าใจง่าย เป็นเส้นตรง หากคุณเป็นคนที่เบื่อกับการเถลไถล ออกสำรวจโน่นนี่ จนทำให้เบื่อก่อนที่จะเล่นเกมจบ เกมแนวนี้ถือว่าเป็นเกมที่ตอบโจทย์มาก ๆ ใน 1 ฉากการเล่น จะใช้เวลาไม่เกิน 5-10 นาทีก็จบแล้ว แต่นี่ก็ไม่ใช่เกมที่คุณจะเข้ามารัวปุ่ม สแปมปุ่มโจมตีแล้วก็จบเกมอย่างง่าย ๆ เพราะเกมนี้มี Moveset หรือท่าการโจมตีที่เยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีปกติ การโจมตีหนัก การโจมตีด้วยไม้ตาย การหันมาโจมตีศัตรูด้านหลัง หรือกระโดดโจมตีกลางอากาศ แถมบางท่าทางการโจมตี เราก็ไม่สามารถปลดล็อคมาใช้ได้ตั้งแต่แรก แต่เราจำเป็นจะต้องหยิบเอาตัวละครนั้นไปเล่นบ่อย ๆ จนค่า Power Level สูงขึ้น จึงจะปลด Moveset ใหม่ ๆ มาให้ใช้งานกัน เกมนี้จึงมี Replayability หรือคุณค่าการเล่นซ้ำที่สูงไม่ใช่น้อย หากคุณไม่ใช่คนขี้เบื่อที่เคลียร์เกมทีเดียวจบโดยไม่สนอย่างอื่นตัวละครแต่ละตัวนั้น ก็จะมีสเตตัสที่แตกต่างกันออกไปด้วย โดยแบ่งเป็น ค่า Range หรือระยะการโจมตีของตัวละคร ค่า Power ความแรงในการโจมตี ค่า Speed หรือความว่องไวของตัวละคร ซึ่งก็แล้วแต่ว่าผู้เล่นอยากจะเล่นตัวไหน ที่มันต้องทำให้ต่าง เพราะเกมนี้รองรับการเล่น Co-op มากถึง 6 คน ดังนั้นการหยิบเอาตัวละครแต่ละตัวมาและเมื่อตัวละครของเรามีท่าโจมตีที่หลากหลาย ศัตรูของเกมนี้ก็มีหลากหลายตามไปด้วย อย่างที่บอกไปว่า เราไม่สามารถสแปมปุ่มรัว ๆ เพื่อเอาชนะศัตรูได้ ในด่านแรก ๆ นั้น อาจจะยังพอทำได้ แต่เมื่อเริ่มเข้าช่วงกลางเกม ท้ายเกม เราจะเริ่มเจอกับศัตรูที่มีลูกไม้ในการโจมตีมากขึ้น ศัตรูในเกมนี้ส่วนมากจะเป็นพวกนินจา Foot Clan ที่ใช้วิธีการเปลี่ยนสีเอา แต่อย่างน้อย การเปลี่ยนสีนี้ก็ทำให้เราจำแนกประเภทศัตรูได้ง่าย คือเวลาที่เราเห็นศัตรู เราจะรู้เลยว่า เจ้าสีนี้ เราจะต้องรับมือยังไง นอกจากนั้นภายในฉาก ระหว่างการเล่น เกมจะมี Objective Bonus ให้เราทำเสมอ ส่วนมากจะเป็นภารกิจที่ทำได้ในฉากนั้น เช่นโจมตีศัตรูด้วยท่าไม้ตาย ใช้กับดักทำให้ศัตรูตาย หรือห้ามโดนโจมตีเกินกี่ครั้ง สำหรับภารกิจพวกนี้ นับว่าไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย เพราะต้องอาศัยความเป๊ะ ความแม่นยำ และความสามารถพอสมควร ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรมาก จะกลับมาไล่เก็บในรอบที่ 2 ก็ได้ระหว่างฉากจะมีวัตถุที่ทำลายได้อยู่เสมอ วัตถุเหล่านี้เมื่อทำลายแล้วจะมีโอกาสเจอ 2 อย่างคือ Secret ของเกม ที่หาเจอได้ง่ายมาก แต่ละด่านก็จะมีอยู่ด่านละ 1 ชิ้น และอีกอย่างคือพิซซ่า ซึ่งจะแบ่งออกเป็นพิซซ่าฟื้นพลังชีวิต และพิซซ่าบ้าพลัง ที่เมื่อกินเข้าไปจะทำให้ตัวละครบ้าพลัง และใช้ท่าไม้ตายได้ทันที เป็นอีกหนึ่งความสนุกที่ดึงให้เราเล่นเกมนี้ต่อได้อย่างเรื่อย ๆ เพราะเกมไม่ซับซ้อน ไม่ยากไป ไม่ง่ายไปนั่นเอง ส่วนของศัตรูจะมีความหลากหลายที่ในตอนแรกเราอาจจะมองว่ามันเป็นแค่การย้อมสี แต่หากเล่นไปเรื่อย ๆ ผู้เล่นจะพบว่ามันไม่ใช่แค่การย้อมสีแบบทำง่าย ๆ แต่ศัตรูแต่ละสีที่ถูกย้อมมานั้น จะมีรูปแบบการโจมตีที่ไม่เหมือนกันเลย แถมยังใช้อาวุธต่างกัน และมี Moveset การโจมตีผู้เล่นที่ต่างกันอีกด้วย ใครที่คิดว่าเจอศัตรูย้อมสีแล้วมันจะเหมือนเดิม ก็เตรียมตัวเสีย Life Point เกิดใหม่อีกรอบกันได้ เป็นเกมที่ทำให้เราเซอร์ไพรส์ได้ แม้จะเล่นไปไกลแล้ว สิ่งที่ชื่นชอบอีกอย่าง คือการพยายามไม่ทำให้เกมเพลย์จำเจอยู่กับฉากแบบเดิม ๆ คือปกติแล้ว เกมการเล่นจะทำให้เราเดินจากซ้ายไปขวา ด้วยการเดินเท้า แต่ในบางฉากจะเป็นฉากพิเศษ ที่ทำให้ตัวละครของเราบังคับอุปกรณ์พิเศษ เช่นบอร์ดลอยฟ้า และเปลี่ยนสถานที่ต่อสู้กันเป็นการขับยาน หรือขับรถไล่กัน แม้ภาพรวมของเกมเพลย์จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมาก แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เกมเพลย์สนุกขึ้นข้อเสียนิดหน่อยสำหรับเกมเพลย์คือเรื่องของ Boss Fight เพราะแม้ว่า Boss Fight ของเกมนี้ จะนำเสนอศัตรูที่มีความหลากหลายในด้านการดีไซน์ แต่ในด้านเกมเพลย์นั้น ถือว่าน่าตินิดหน่อย นั่นคือความยากง่ายในการต่อสู้ บางตัวก็ง่ายชนิดที่แค่สแปมปุ่มรัว ๆ ก็ผ่าน บางตัวก็ยากจนต้องจับจังหวะและเรียนรู้ให้ดี หรือบางตัว ไม่เก่งเลย แต่เน้นซัมมอนพวกออกมารุม และใช้การโจมตีกวาดฉาก ทำให้เราต้องหลบหลีก และมีจังหวะสวนกลับได้น้อย หากใครชื่นชอบความท้าทาย จะนับว่าเป็นข้อดีก็ได้ แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว รู้สึกว่าความยากมันแก่วงไปพอสมควรเลยทีเดียวและหากเล่นจนจบแล้ว ยังรู้สึกว่าชีวิตต้องการความท้าทายอยู่ล่ะก็ Arcade Mode ขอต้อนรับ เพราะโหมดนี้จะมาพร้อมเกมการเล่นแบบคลาสสิคสมชื่อ ให้ประสบการณ์เหมือนเราเล่นเกม Arcade หยอดเหรียญสมัยก่อน โหมดนี้จะสามารถ Continued ได้แบบจำกัดจำนวนครั้ง รวมไปถึงไม่มีการเซฟ Progression ระหว่างเล่น เล่นแล้วต้องเอาให้จบ ตายมาก็เริ่มใหม่หมด ใครหวนคิดถึงบรรยากาศยุคเกมอาร์เคดละก็ โหมดนี้ถึงใจแน่นอนสรุปแล้ว สำหรับคอนเทนต์ของ TMNT: Shredder's Revenge นั้น ถ้าจะเอาให้จบเนื้อเรื่องรอบเดียว ก็อาจจะใช้เวลาไม่นานนัก 2-3 ชั่วโมงก็เพียงพอ แต่ถ้าจะเก็บทุกอย่างให้ครบ รวมไปถึงเล่นซ้ำในโหมด Arcade หรือถ้าชวนเพื่อน ๆ มาสนุกไปด้วยกันแบบจัดเต็ม 6 คน นี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งเกมที่ตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่า คุ้มราคาอย่างมาก เพราะนี่ก็เป็นเกมอินดี้ที่ไม่ได้มีราคาแพงมากมายอะไรเลย แต่ความสนุกที่ได้นั้น ค่อนข้างคุ้ม หรือเกินราคาไปเลยด้วยซ้ำสเปคเบาสบาย เข้าถึงง่าย ไม่ต่างจากเกมเพลย์นอกจากเกมเพลย์จะเข้าถึงง่ายมาก ๆ แล้ว สิ่งที่น่าชื่นชมพอ ๆ กันเลยคือการ Optimize และปรับแต่งตัวเกมมาให้เข้าถึงได้ง่ายพอ ๆ กัน เพราะเพียงคุณมีคอมพิวเตอร์สักเครื่องก็น่าจะเล่นได้แล้ว โดยตัวเกมต้องการการ์ดจอเพียงการ์ดจอ GTS 450 หรือ R7 250 เท่านั้น หรือจะเป็น Intel HD ออนบอร์ดเลยก็ยังเล่นไหว และใช้แรมเพียง 4GB สเปคแบบนี้ ยุคนี้คิดว่าน่าจะไหวกันหมดอยู่แล้วและแม้ว่าเกมจะนำเสนอภาพแบบการ์ตูนพิกเซล ทำให้การปรับ Option ในส่วนของภาพกราฟิกมีไม่ค่อยเยอะนัก แต่เกมก็ใส่ทางเลือกในการปรับการตั้งค่าในส่วนของปุ่มควบคุมมาอย่างละเอียด เพราะเกมนี้ใช้ปุ่มและการควบคุมที่ค่อนข้างเยอะ ผู้เล่นบางคนอาจจะถนัดที่ได้ตั้งค่าปุ่มด้วยตัวเองมากกว่า เกมนี้รองรับได้มากที่สุดเท่าที่จะรับได้แล้วเรียกได้ว่าเกมนี้สอบผ่านทั้งในแง่ของเกมเพลย์และประสิทํธิภาพของตัวเกม หากคุณกำลังมองหาเกม Beat em' up / ตะลุยด่านสนุก ๆ ที่เล่นพร้อมกันได้มากถึง 6 คน นาทีนี้ก็ไม่น่ามีเกมไหนตอบโจทย์ได้ดีไปกว่าเกมนี้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวเกมลงให้กับ Xbox / PC Game Pass ที่สามารถดาวน์โหลดมาเล่นกันได้ฟรี ๆ สำหรับคนที่เป็นสมาชิกด้วยแล้วถือว่าคุ้ม หรือจะเสียเงินซื้อมาเล่น ก็ยังคุ้มค่าอยู่ดี
03 Jul 2022
[Review] Recipe for Disaster "เกมจำลองร้านอาหารสุดเพลิน คุ้มเกินราคาขาย"
หลังจากนั่งเหงา ๆ หาเกมเล่นในช่วงเทศกาล Steam Summer Sale นี้ ผู้เขียนได้ไปเจอหลายเกมที่น่าสนใจ และหนึ่งในนั้นที่ผู้เขียนได้เลือกมาเล่นก็คือ Recipe for Disaster เกมที่ถูกพัฒนาโดย Dapper Penguin Studios จับมือกับ Kasedo Games ลงวางขายบนร้านค้า Steam เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2021 ได้รับคำวิจารณ์ในแง่ดีเป็นอย่างมากครับ เลยทำให้ผู้เขียนอดใจไม่ไหว ต้องขอหยิบจับมาลองเล่นกับเขาดูบ้าง ในเกมนี้เองผู้เล่นจะได้มารับบทเป็นทั้งเจ้าของร้านและหัวหน้าเชฟในเวลาเดียวกัน เราต้องพัฒนาร้านของเราให้โด่งดังมากยิ่งขึ้นอารมณ์แบบบริหารร้านเพื่อดาวมิชลิน (ไข่เจียวปูเจ๊ไฝ หรือจะมาสู้ผม ฮ่าๆ) นอกจากนั้นเรายังต้องบริหารจัดการลูกน้องของเราให้ดูแลร้าน, ลูกค้า และปรุงอาหารให้ได้ดีตามสูตรของเราเพื่อเรียกคะแนนรีวิวให้กลายเป็นไวรัลเพื่อร้านของเราจะเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง และมีผู้มารับประทานอาหารที่ร้านเรามากยิ่งขึ้นครับ(เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ววววว) มาดูกันครับว่าสูตรอาหารที่เรารังสรรค์ขึ้นมานั้น จะปังปุริเย่ หรือ ปังพินาศ ตามชื่อเกม เรามาลุ้นกันครับเกมเพลย์เกมนี้เป็นแนว Simulator เราจะสวมบทบาทเป็นทั้งเจ้าของร้าน + หัวหน้าเชฟ บริหารร้านของเราและคิดสูตรอาหารเพื่อวางขาย จะชิบหายสมชื่อไหม นั่นก็ขึ้นอยู่ที่เราบริหารจัดการครับ ฮ่าๆเริ่มแรกของเกมเราจะได้สร้างตัวละครของเราก่อนครับ เราสามารถเลือกสไตล์ของตัวละครได้อย่างอิสระเท่าที่เกมมีมาให้ครับไม่ว่าจะเป็น เสื้อ ผ้า หน้า ผม ตรงนี้ถึงแม้จะไม่มีอะไรให้เลือกมากนัก แต่ผู้เขียนก็ยังใช้เวลาในการสร้างตัวละครนานอยู่ดีครับ เกมนี้ไม่ได้ล็อคเพศ เพื่อน ๆ สามารถเลือกเพศของตัวละครได้ครับ Skill เริ่มต้น หรือทักษะที่สำคัญต่าง ๆ เกมจะบังคับให้เราเลือกตั้งแต่เราสร้างตัวละครเลยครับ โดยเริ่มแรกนั้นตัวเกมจะให้เราเลือก Skill Level 2 ที่เราสามารถเพิ่มทักษะให้กับตัวละครของเรา ได้ 2 ทักษะครับ และ Skill Level 3 นั้นสามารถเลือกได้เพียง 1 ทักษะครับ (ฉะนั้นให้เราเลือกดีดีว่าเราอยากจะเด่นไปในด้านไหน) ถ้าเราจะเล่นเป็นพ่อครัวเป็นหลักก็ให้เน้นที่การทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นทักษะ การ ย่าง อบ ทอด หั่น การเตรียมวัตถุดิบ เป็นต้น แต่ถ้าเราจะเน้นไปที่งานบริการลูกค้าเราก็อัดทักษะไปที่ การทำความสะอาด เซอร์วิส และเสน่ห์ ครับ แล้วถ้าชอบสกิลไหนมาก ๆ เกมจะให้เพื่อน ๆ ติดดาวสกิลนั้น ๆ ไว้ด้วย ในส่วนของสกิลที่เราไม่ชอบเกมก็จะให้เรากด Dislike ไว้เช่นกันครับเกมนี้การสร้างตัวละครเรายังต้องกำหนดลักษณะนิสัยให้ตัวละครของเราด้วยครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเลือก Animal Lover เวลาเราทำอาหารเกี่ยวกับพวกเนื้อสัตว์ ตัวละครของเราก็จะ "เซนซิทีฟ" การทำอาหารในเมนูต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์ก็จะดรอปลงครับพอเริ่มเล่นจริงจะมีให้เราเลือกเล่นแบบเพลิน ๆ 2 โหมดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น - Campaign Mode ที่เราจะต้องผ่านด่านต่าง ๆ ที่มีความท้าทายให้เราทำ โดยตัวเกมจะให้เควสเรามา ซึ่งเราก็ต้องทำ To do list ให้ครบ เราถึงจะสามารถผ่านไปบริหารร้านถัดไปที่มีความท้าท้ายที่มากกว่าได้ครับ ในโหมดนี้จะมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ เก้าอี้ หรือ ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ในครัว มาให้เราแล้วจำนวนหนึ่งครับ และเราจะโดนจำกัดอุปกรณ์ เราจะไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้อย่างอิสระในโหมดนี้ครับ- Free Play Mode ในโหมดนี้เราจะทำอะไรกับร้านเราก็ได้ สามารถตบแต่งให้สวยงามในสไตล์เราได้เลย อุปกรณ์การซื้อปลดล็อคทั้งหมดไม่จำกัด ไม่มีความท้าท้ายอะไรเลยครับ โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบเล่นโหมดนี้เท่าไหร่ เพราะมันค่อนข้างอิสระเกินไปสำหรับผม ส่วนถ้าใครชอบแต่งร้านสวย ๆ โหมดนี้เหมาะกับคุณแน่ ๆ ครับในส่วนของเมนู อาหารเราสามารถคิดสูตรขึ้นมาเองได้ หรือได้สูตรมาจากการรีวิวของลูกค้าที่อยากกินอาหารเมนูนั้น ๆ (จะมีปุ่มให้เรากดรับสูตรอาหารในรีวิวครับ) เราสามารถรังสรรค์เมนูอะไรมาวางขายก็ได้ไม่ว่าจะเป็นของคาวยันของหวาน วิธีการปรุงอาหารก็ขึ้นอยู่กับผู้เล่นอย่างเราเลยว่าจะครีเอทเมนูออกมายังไง จะเป็นอาหารซับซ้อนเยี่ยงเลอกอร์ดองเบลอ หรือจะเป็นสไตล์บ้าน ๆ ง่าย ๆ สุดแล้วแต่เราจะครีเอทกรรมวิธีการผลิตลงไปเลยครับ ส่วนเมนูจากทางบ้านที่มีคนรีวิวมานั้น จะได้เป็นอาหารจานง่าย ๆ แต่เราก็ยังสามารถที่จะเพิ่มในส่วนของวัตถุดิบลงไป เพื่อรสชาติอาหารที่ดียิ่งขึ้นได้ สวมวิญญาณเชฟเอียนกันไปเลยอุปกรณ์ต่าง ๆ บางอย่างเรามีความจำเป็นที่จะต้องซื้อแม้ตัวเกมจะไม่ได้บังคับ อย่างเช่น ถังดับเพลิง เพราะอุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อเราใช้ไปได้ในระยะเวลาหนึ่ง สามารถเกิดอุบัติเหตุอย่างไฟไหม้ได้ครับ ผู้เขียนเคยลองไม่ซื้อวอดวายทั้งร้านเลยครับ กดเริ่มใหม่แทบไม่ทัน ฮ่า ๆ ความสะอาดของร้าน มีผลต่อคะแนนการรีวิวของลูกค้าด้วยนะครับ และห้องน้ำควรทำแยกไม่ควรสร้างเป็นห้องน้ำร่วมสาบาน นั่งทำภารกิจกันไปมองหน้ากันไป เพราะผู้เขียนได้ลองทำมาแล้ว ทำให้รีวิวร้านอาหารที่ผู้เขียนบริหารจัดการอยู่นั้นมีแนวโน้มไปในทิศทางที่แย่มากครับ AI ไม่โอเคที่จะนั่งในห้องน้ำและปลดทุกข์ด้วยกันครับ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ผู้เขียนได้ดาวเดียวตลอดจนต้องรื้อห้องน้ำ และปรับปรุงใหม่ ไม่ให้ AI เขินกันจนเกินไป ถ้าไม่แก้เราจะผ่านด่านหลัง ๆ ได้ยากขึ้นครับ เพราะว่าร้านที่เราบริหารในช่วง Level หลัง ๆ นั้น ต้องการค่า Popularity ที่ค่อนข้างเยอะครับ ฉะนั้นเราต้องซนให้น้อยลงหน่อยระบบควบคุมการควบคุมของเกมนี้ไม่ต่างจากเกมแนว Simulator อื่น ๆ ในท้องตลาดเท่าไหร่ครับ ใช้ WASD เพื่อเคลื่อนย้ายมุมกล้อง, ลูกกลิ้งก็ใช้เพื่อซูมเข้าออก, การหมุนภาพก็ใช้ QE, และปุ่มที่สำคัญในการเล่นอื่น ๆ เราสามารถเข้าโหมด Tutorial ไปลองฝึกเล่นให้ตัวเกมมันสอนระบบขั้นพื้นฐานให้เราก่อนได้ บอกเลยว่าไม่ยากครับ ตัวเกมสอนละเอียดและค่อนข้างเข้าใจง่าย คนที่ไม่เคยเล่นเกมแนวนี้มาก่อน ผมรับประกันว่าจะเข้าใจอย่างแน่นอนกราฟิกเกมนี้เป็นเกม PC มีภาพเป็นแนว 3D Polygon ช่วยให้ตัวเกมไม่ดูตรึงเครียดจนเกินไป จัดว่าน่ารักดีสำหรับสาย Cute Cute เฉกเช่นตัวผู้เขียน เล่นได้เพลิน ๆ เพราะไม่ได้ใช้กราฟิกที่เยอะอะไรมากมายครับ และ UI ของเกมที่ค่อนข้างเข้าใจง่าย สามารถกดดูความต้องการของตัวละคร, ความคิดของพนักงาน, ความต้องการของลูกค้า และจัดการร้านอาหารของเราได้อย่างง่ายดาย  เกมนี้เราสามารถกำหนดพื้นที่ทำความสะอาด เข้าและออกจากร้านอาหารได้ ทำให้เกมดูมีความสมจริงมากขึ้นอีกด้วยสรุปเกมนี้สำหรับผู้เขียน ผู้เขียนให้เต็ม 10 ไม่หัก เกมย่อยง่าย เล่นได้เพลิน ๆ ลืมวันเวลา อีกอย่างที่ปลื้มมาก ๆ คือเครื่องไม่ต้องแรงมากก็เล่นได้ครับ อีกส่วนที่ได้ใจผู้เขียนไปคือโหมดแคมเปญที่มีเควสให้ทำ บริหารร้านสร้างความท้าท้ายไปเรื่อย ๆ เป็นอะไรที่สนุกมากครับสำหรับตัวผู้เขียน (อาจจะเพราะผู้เขียนชอบเล่นเกมแนวนี้อยู่แล้วด้วย) ภาพเกมที่น่ารัก ระบบ UI ต่าง ๆ ที่ออกแบบมาให้ใช้สะดวกไม่ซับซ้อน มือใหม่ก็สามารถเล่นได้ครับ นี่ผู้เขียนคิดเล่น ๆ ว่าเล่นเกมนี้มาสักพักละถ้าไปเปิดร้านอาหารจริง ๆ ก็คงพอได้อยู่ เพราะเมนูในเกมที่ผู้เขียนครีเอทขึ้นมาก็ไม่ได้พังพินาศตามชื่อเกมแต่อย่างใด ฮ่าๆ (อันนี้อวยตัวเองเฉย ๆ ครับ เปิดจริงน่าจะไม่ไหว) สำหรับใครที่สนใจ ช่วงนี้ Steam ลดราคา ถ้าไม่รู้จะซื้อเกมอะไร ผู้เขียนแนะนำเกมนี้เลยครับ เล่นแล้วได้ความบันเทิงเพลินใจแน่ ๆ ตอนนี้ราคา 129 บาท แต่ถึงหมดช่วงลดราคาไปแล้ว ก็ยังแค่ 259 บาท ไม่ได้แพงมากมายอะไร ราคาจับต้องได้ ควรค่าแก่การซื้อมาติดคลังเอาไว้จริง ๆ ครับ บอกเลยว่าเล่นปุ๊บลืมเวลาปั๊บ เวลาเป็นแค่คําปลอบ เวลาเป็นแค่คําหลอก ก็มีแต่เข็มหมุนวนเรื่อยปายยยยย ♫ ♬ ♪ ♩ ♭ ♪สั่งซื้อเกมhttps://store.steampowered.com/app/1492360/Recipe_for_Disaster
02 Jul 2022
[Review] รีวิวเกม MO: Astray เกมแอ๊กชั่นผจญภัย ไขปริศนาความทรงจำ ณ ต่างดาวกับน้องสไลม์
หลายครั้ง ทั้งภาพยนตร์ เกม และสื่อต่าง ๆ มักกล่าวอ้างการมีตัวตนของเอเลี่ยนหรือมนุษย์ต่างดาวและพวกมันก็ชอบเหลือเกิน ที่จะพร้อมใจกันมาบุกเป็นภัยต่อโลกของเรา แต่ก็คงมีไม่กี่เกมนักที่จะเปลี่ยนมุมมองให้เหล่า 'มนุษย์' นี่ล่ะคือภัยพิบัติของจักรวาล และ MO: Astray ได้สร้างเรื่องราวบนเกมอินดี้ 2D เดินข้าง ภาพพิกเซลนี้ตีโจทย์ได้แตกกระจายณ ดาวเคราะห์อันไกลโพ้น เหล่านักวิทยาศาสตร์ Mantis Corporation ได้เดินทางมาพร้อมกับศูนย์วิจัยอวกาศล่องลอยอยู่รอบนอกวงโคจรเพื่อเป็นฐานที่มั่นไป-กลับในระหว่างศึกษาสภาพแวดล้อม ทรัพยากร และสิ่งมีชีวิตเพื่อนำมาเป็นประโยชน์แก่โลกของพวกเราที่กำลังตายอย่างช้า ๆ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น...ในเกมเราจะรับบทเป็น 'สไลม์' ตัวน้อยที่มีชื่อว่า MO (ขอเรียกว่าน้องโม) ซึ่งเป็นหนึ่งใน Extremergy Fluid หรือถ้าให้พูดภาษาบ้าน ๆ ก็คือจิตใจของสิ่งมีชีวิตในรูปร่างที่จับต้องได้ น้องโมตื่นขึ้นมาในห้องแล็บสภาพรกร้างบนดาวเคราะห์ที่กล่าวข้างต้นโดยไร้ความทรงจำ มีแค่เสียงในหัวดังก้องเรียกเราให้ไปตามหาและช่วยเหลือเธอ ก่อนที่เราจะค่อย ๆ ผจญภัยรับรู้ถึงเหตุการณ์และโศกนาฏกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตัวเกมรับประกันคุณภาพเกมเนื้อเรื่องด้วยค่ายขึ้นชื่อ Rayarkเกม MO: Astray นี้เป็นเกมจากผู้พัฒนาเดียวกันที่ขึ้นชื่อว่าเก่งในด้านพัฒนาเกมเนื้อเรื่อง Rayark ที่หากใครคุ้น ๆ ตัวบริษัทนี้ได้ผลิตเกมของดีมาแล้วหลายเกม ทั้งเกมเพลงดีน้ำตานอง DEEMO, เกมกดตามจังหวะเพลง Cytus II, เกมพัซเซิล RPG เนื้อเรื่องเข้มข้น Sdorica และล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวต้นปีอย่าง DEEMO II ก็บอกได้เลยว่าทางค่ายนี้เขาคัดสรรคุณภาพให้ผู้เล่นได้เต็มอิ่มไม่มีผิดหวังอย่างแน่นอนเป็นเวลากว่า 10 ปี แล้ว จริง ๆ แล้ว ตัวเกม MO: Astray เป็นเกมจากกลุ่มนักศึกษา (ก่อนจะจัดตั้งชื่อเรียกตัวเองว่า Archpray) ที่อยากได้คนมาอุ้มบุญออกทุนสร้างเกมให้ ซึ่ง Rayark ตาคมเล็งเห็นความสุดยอดของตัวไอเดีย จึงรับพวกเขามาเป็นพนักงานและทำถึงขนาดจ้าง Composer ของตนเองมาร่วมบรรเลงงานศิลป์อีกด้วย เกมเพลย์เล่นไม่ยากมากบนพัซเซิลที่กลมกล่อมปกติสไลม์นั้นทำอะไร? ใช่แล้ว กระโดดยังไงล่ะ! เนื่องจากเป็นเกมภาพ 2D มีภาพสวยงามดูสบายตา การบังคับจึงไม่มีอะไรเข้าใจยาก แต่จะเน้นไปที่ประสาทสัมผัสของเราที่ต้องไวและคิดให้ทันไม่เช่นนั้นน้องโมตัวระเบิดแน่! รูปแบบการเล่นจะมีหลัก ๆ เลยคือการเดิน ซ้าย-ขวา และการปัดหน้าจอไปในทางที่ต้องการแทนการกระโดด ให้น้องโมไปยึดติดกับสิ่งของ ก่อนจะพุ่งไปชิ้นต่อไปโดยไม่ให้สัมผัสกับ 'ดอกไม้หนาม' ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต มุ่งหน้าไปยังอีกฟากฝั่งของด่านและเมื่อเกมผ่านไปถึงจุดจุดหนึ่ง ที่ความทรงจำน้องโมเริ่มกลับมา น้องจะปลดล็อกความสามารถพิเศษต่าง ๆ เพื่อใช้ในการเล่น เช่น การดีดตัวกลางอากาศไปเกาะหัว 'สิ่งที่เคยเป็นมนุษย์' เพื่อเข้าดูความทรงจำอันเลวร้ายและจบความเจ็บปวดพวกเขาไว้แค่นั้นนอกจากนี้การเป็นสไลม์ก็สามารถทำได้หลายอย่างทั้งว่ายน้ำ พองตัวและบินไปในอากาศ ผ่านพัซเซิลของด่านที่มีภาพอันสวยงามปนหดหู่และโหดร้ายไว้ได้อย่างแนบเนียน โดยตัวน้องโมจะมีเกจเลือดบนหน้าปัดพร้อม ๆ กับค่าพลังงานไว้ใช้งานสกิล ซึ่งผู้เล่นจะได้รับหรืออัพเกรดเมื่อเข้าถึงความทรงจำที่หายไปของน้องโมตามเนื้อเรื่องหลักหรือการค้นหาในจุดที่แอบซ่อนเอาไว้ระบบต่อสู้บอส ที่มีเอกลักษณ์ สนุก และเร้าใจใครเป็นแฟนเกม Metroidvania ยิ่งไม่ควรพลาดกับจุดนี้เลย เพื่อจะดึงความมันออกมาให้คุณได้ตื่นเต้นไปกับเหล่าบอสขั้นสุด เราก็ต้องบังคับน้องเพื่อต่อกรบอสแต่ละตัวที่มีวิธีการสู้ไม่เหมือนกัน เช่น The Errors ก้อนสไลม์ยักษ์ผลงานผิดพลาดโปรเจกต์ Extremergy Fluid ที่ตัวเราในตอนนี้ยังมีเลือดแค่สี่เกจและไม่มี 'สกิลโจมตี' ด้วยซ้ำ ซึ่งการจะเอาชนะมันเราต้องกระโดดหลบ หายึดเกาะมอนสเตอร์ และล่อให้มันโจมตีตนเอง หรือจะเป็น The King of Inhabitants ซึ่งจะเป็นเนื้อเรื่องช่วงหนึ่งหลังเราได้รับความสามารถอย่าง การค้างกลางอากาศเพื่อหลบการโจมตี และดีดตัวโดยแรงพยายามสร้างความเสียหายให้โดนตัวบอสอยากจะกล่าวว่าบอสในเกมนี้มีหลายตัว แต่ละตัวมีการโจมตีต่างกัน บางทีก็ตีเป็นบ่อพิษหรือพุ่งมาโจมตีโต้ง ๆ เพื่อลดเลือด 1 จาก 4 เกจ บางทีก็เล่นเอาน้องโมตัวแตกไปเลย แบ่งไปตามพื้นที่และเนื้อเรื่อง โดยฉากและรูปแบบการโจมตีสามารถเปลี่ยนได้เมื่อถึง ณ จุดจุดหนึ่งของการต่อสู้ และบางทีก็จะมี QTE (ควิกไทม์อีเวนต์) ประลองความมีสติของเราอีกด้วยความเป็นตัวเองที่ไม่เหมือนเกมพัซเซิลอื่น ๆเกมพัซเซิลบางเกมมีเนื้อเรื่องอันนี้ไม่แปลก แต่สำหรับ MO: Astray นั้นต่างออกไปเพราะตัวเกมมีตอนจบมากกว่าอันเดียว เป็นรางวัลแก่ผู้เล่นอุตสาหะในการค้นหา 'ความทรงจำ' ที่แอบซ่อนหรืออยู่ในหัวของมอนสเตอร์ธรรมดา ๆ ทั่วทั้งเกม รวมถึงจำนวนการตายของเราก็ส่งผลในส่วนนี้ด้วยถ้าหากอยากเก็บตอนจบที่ต้องการละนะนอกจากนี้ก็ต้องชื่นชมในส่วนผู้พัฒนาที่มีทั้งการพากย์เสียงตัวละคร ความทรงจำ หรือจะเป็นหนังสือการ์ตูนขยายเนื้อเรื่องให้เราเข้าใจมากขึ้น และที่ขาดไม่ได้เลยคือโหมดการเล่นพิเศษ 2 โหมด ได้แก่[Speed Mode] โหมดการเล่นจับเวลาให้เราผ่านด่านให้ไวและตายน้อยที่สุด ทุบสถิติตัวเราเอง หรือชิงความเป็นหนึ่งของลีดเดอร์บอร์ดทั้งเซิร์ฟเวอร์[Disaster Mode] โหมดเนื้อเรื่องเช่นเดิม เพิ่มเติมคือความยากระดับหายนะตามชื่อโหมด เพิ่มทั้งของอันตรายด่าน พัซเซิล ศัตรู และการโจมตีรูปแบบใหม่ของบอสเองทั้งนี้ตามที่กล่าวมาข้างต้นว่า Rayark เป็นคนจ้างนักบรรเลงเพลงมารังสรรค์ให้เอง ดังนั้นบอกเลย 'ของโคตรดีย์' ไปกับตัวเพลงบรรเลงประกอบฉากที่ทำให้เราเล่นได้อย่างลื่นไหล สร้างความฟินให้กับผู้เล่นที่ชื่นชอบฟังเพลงของเกมในระหว่างการเล่นมาก ๆ ความรู้สึกที่สนุก นุ่มฟู ไปกับการเล่นเกมและเนื้อเรื่อง แต่...สามารถบอกได้เลยว่าตัวเกม MO: Astray มีความสนุกจนถึงขั้นไม่เสียดายที่จะเสียเวลาชีวิตพลางหัวอุ่นไปกับพัซเซิล และการผจญภัยอันหลากหลายด้วยตัวละครน่ารัก ๆ อย่างน้องโม บนเนื้อเรื่องผสมเพลงประกอบอันสุดยอด แต่แล้ว เมื่อมันดีมาก ๆ แต่มันดัน 'จบในตัวของมันเอง' เลยรู้สึกค้างคา อยากไปต่อหรือให้มีเนื้อเรื่องเสริม แต่ดันได้แค่นี้ เพราะเหมือนว่าทางผู้พัฒนา Archpray ก็ไม่ได้มีแผนสร้างภาคต่ออย่างที่แฟนเกมต้องการแต่อย่างใด นอกจากจะมาแกงแฟนเกมในวัน April Fool Day ว่า 'จะมีเกมจีบน้องโมให้เราได้กำหมัดเล่นนะ' แล้วก็หายเงียบไป รวมถึงไม่ได้มีการเผยถึงโปรเจกต์ใหม่ ๆ อีกเลยแหม่ ทำดีเกิน จนคนอยากเล่นต่อ แต่ไม่ทำต่อนี่น่าตีมือจริง ๆ เอาเป็นว่าพูดแนะนำ (อวย) มาขนาดนี้แล้ว ใครที่อยากเล่นก็สามารถจับจ่ายหาซื้อได้หลากหลายช่องทางทั้งบนเครื่องแอนดรอยด์, IOS, PC และ Nintendo Switch ได้ตามลิงก์ข้างล่างนี้เลย สำหรับตัวรีวิวเกมครั้งนี้ก็ขอจบลงไปก่อน ไว้เจอกันครั้งหน้า Adios~ เว็บไซต์หลักอย่างเป็นทางการ : https://www.moastray.game/Google Play Store [ 150 บาท ] : https://bit.ly/3A9PRtoApp Store [ 149 บาท ]  : https://apple.co/3ORXLM5PC ผ่าน Steam  [ 450 บาท ]  : https://bit.ly/3Nys9tUNintendo Switch  [ 550 บาท ] : https://bit.ly/3bx7fxL
30 Jun 2022
[Review] Farlight 84 แบทเทิลรอยัล เครื่องจักรกล-คนเหาะได้ ในโลกรกร้าง
ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ที่มีภาพยนตร์เนื้อเรื่องจับคนมาไล่ล่าฆ่ากันในพื้นที่ที่จำกัดในปี 2012 เป็นต้นมา ก็มีเกมมากมายในแนว 'แบทเทิลรอยัล' ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด สร้างตัวเลือกที่หลากหลายให้ผู้เล่นได้สนองนีตความคันไม้คันมือ และถ้าหากจะชี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นนั้น ทางผู้พัฒนาแต่ละเกมก็ต้องการให้ตัวเกมของตนมีความ 'แปลกและสดใหม่' ต่างจากเจ้าอื่น ๆ เรื่อย ๆ ซึ่งเกมที่มีชื่อว่า Farlight 84 ก็เป็นหนึ่งในนั้นนั่นเองFarlight 84 เป็นเกมแบทเทิลรอยัลในโลกอนาคตที่ล่มสลาย สไตล์ดิสโทเปีย อัดแน่นด้วยเกมเพลย์อันคุ้นเคยและแปลกใหม่สำหรับผู้เล่นในเวลาเดียวกัน โดยเราจะรับบทเป็น 'แคปซูลเลอร์' ตัวละครทหารรับจ้าง พุ่งทะยานลงไปในแดนรกร้างและชิงความเป็นหนึ่งกับผู้เล่นหลักร้อยคน แล้วมันต่างจากเกมแบทเทิลรอยัลอื่นยังไงน่ะหรอ? มาดูกัน:::ยึกซ้าย ย้ายขวา พุ่งไปข้างหน้าด้วยไอพ่น:::ส่วนมากเกมแบทเทิลรอยัลจะมีเนื้อหาในการปล่อยให้ผู้เล่นหยุมหัวกันทั้งแบบเดี่ยวหรือกลุ่มในแผนที่ที่จำกัดโดยมีวงคอยบีบเข้ามาเรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่ที่ Farlight 84 นั้น แตกต่างจากเกมอื่นอย่างเห็นได้ชัดเลยคือการที่ผู้เล่นไม่ได้มีแค่ตัวเลือกในการวิ่ง ๆ ยอง ๆ ยิง ๆ (แล้วกลายร่างเป็นกล่องในเวลาต่อมา) อย่างเดียว แต่มีสิ่งที่เรียกว่า 'เจ็ตแพ็ค' ติดตัวมากับตัวละครทุกตัวเสมอซึ่งเจ้าตัวเจ็ตแพ็คนี้ มีความสามารถในการดีดตัวผู้เล่นขึ้นไปบนอากาศ หรือโยกไปตามควบคุม สร้างการพลิกแพลงของรูปแบบการเล่นได้หลากหลาย ทั้งหลบกระสุน บุกจู่โจม หรือใช้ในการสำรวจแผนที่และอาคารต่างๆ :::การต่อสู้ของจักรกลคนหุ้มเกราะ:::ในเกมหลายเกมเราอาจจะได้ขับรถไปทั่วเมืองเพื่อเดินทาง ชนศัตรู หรือก้อนหิน แต่ในเกมนี้มันไม่ใช่แค่รถ เพราะเขาอัดมาทั้งอาวุธและความหฤหรรษ์ของมัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ล่องหนได้เมื่อเราตระเวนขับหาไอเทม รถพ่นไฟติดไนโตรพุ่งทะยานข้ามเขาและเอาไฟสาด หุ่นยนต์สี่ขาชาร์จยิงเลเซอร์ หรือจะเป็นตั๊กแตนถือลูกซองคู่ (!?) และอีกมากมายที่เราอยากให้คุณลองไปขับใส่เดี่ยวกับศัตรูเอาเอง แต่ก็ใช่ว่าระหว่างขับขี่จะเป็นอมตะนะ! อย่ายิงเพลินจนโดนระเบิดแล้วขิตไปกับมันล่ะตัวหุ่นและรถพวกนี้นั้นเป็นเหมือนตัวเลือกเสริมว่าเราจะใช้มันเข้าร่วมต่อสู้แบบไหน เพราะแต่ละตัวนั้นมีความสามารถ และประโยชน์ที่ต่างกันไป บางคันคล่องตัวแต่ไปได้แค่บนพื้น บางตัวกระโดดได้แต่เคลื่อนที่ช้า ในขณะที่อีกตัวลงน้ำได้แต่จ่ายดาเมจช้าจนอาจกลายเป็นเป้านิ่งได้หากใช้ไม่ดี:::อาวุธปืนที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ยิง:::ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจที่หากผู้เล่นเกมปืนแต่ละชนิดมาแล้วนั้น นอกจากรูปแบบการยิง ความแรง แรงดีดและอื่น ๆ ในเกม Farlight 84 นี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า 'สกิลปืน' พ่วงมาด้วย โดยแต่ละปืนจะไม่เหมือนกันเลย เช่นMF18:สามารถปล่อยคลื่นตรวจสอบตำแหน่งศัตรูทั้งหมดในวงกว้างสเตลลาร์ วินด์:ที่สามารถยิงโดมโล่แสงเพื่อกันกระสุนจากศัตรู  อินเวดเดอร์:จะปล่อยมิสไซล์หกลูกไปด้านหน้าศูนย์เล็ง ในขณะที่ M4:สามารถสร้างกำแพงขึ้นมาป้องกันเราได้ในระยะเวลาหนึ่ง นอกจากนั้นถ้าคุณมีความรักและหวงปืนไหนเป็นพิเศษ เราสามารถใช้มันตั้งแต่ต้นเกมยันจบเกมได้โดยไม่ต้องกังวลว่าปืนจะไม่สามารถสู้ผู้เล่นอื่นได้ ตราบใดที่เราใช้มันในการต่อสู้ เพราะเลเวลของปืนจะขึ้นตามจำนวนศัตรูที่เราสังหารได้ และเมื่อจบเกมเราจะได้ในส่วนของเหรียญทองมาอัพเกรด 'ม็อด' หรือออฟชั่นเสริมของปืน ที่สามารถสับเปลี่ยนใส่ได้สี่อย่างตามต้องการ ทำให้ถึงแม้ผู้เล่นจะใช้ปืนเดียวกันแต่ก็ใช่ว่าจะได้ผลลัพธ์การยิงเหมือนกัน:::ตัวละครหลายชาติกับความสามารถที่หลากหลาย:::ตัวละครในเกมนี้จะถูกเรียกว่า 'แคปซูลเลอร์' อย่าง 'สุนิล' หนึ่งในตัวละครชื่อสุดไทยก็เป็นตัวละครในเกมนี้ โดยเขามีพาสซีฟป้องกันสูงสุด ที่จะเพิ่มความเร็วการชาร์จโล่ 30% หรือจะเป็น 'ดัคไซด์' ที่พาสซีฟของเขาคือเพิ่มเลือดสูงสุดถึง 15%ในส่วนของสกินเกมนี้ก็ทำออกมาได้สวยงามตามท้องเรื่อง มีทั้งซื้อในร้านค้าและแจกฟรีตามอีเวนต์ โดยไม่มีผลต่อระบบการเล่นนอกจากเพิ่มความมั่นใจให้การเดินยิงทุกรันเวย์ของคุณเท่ขึ้นเท่านั้น :::กราฟิก ความไหลลื่นตัวเกม และภาษา:::ถึงแม้จะเป็นเกมมือถือ แต่ความสามารถในการรันภาพให้ดูสวยนุ่มก็ทำได้ไม่แย่ และคงความลื่นของเกมได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งในส่วนนี้ผู้เล่นสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้อิสระตั้งแต่ต่ำสุดไปถึงสูงสุดในการตั้งค่ากราฟิก หรือจะตัวปุ่มบังคับให้ถนัดมือระหว่างเล่นก็ทำได้เช่นกันส่วนในด้านของก็ภาษาไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะตัวเกมมีภาษาไทย ภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และอื่น ๆ ให้คนทั่วโลกได้เข้ามาร่วมสนุกกัน:::ส่วนประกอบในเกมและโหมดการเล่นไม่ซ้ำซาก:::นอกจากภูเขา ทะเลสาบ ตึกสูง ในเกมก็ยังมีสิ่งประกอบฉากอื่นๆ ที่จะเปลี่ยนรูปแบบการเล่นของแต่ละคนสุดแต่จินตนาการ อย่างกล่องแอร์ดรอป แท่นกระโดด เสาชาร์จพลังงาน ตู้คราฟต์ไอเทมที่ต้องใช้แต้มสังหารผู้เล่นอื่นมาใช้คราฟต์และบางทีแค่การกระโดดลงจากแคปซูลทุกวันมันก็น่าเบื่อ ดังนั้นตัวเกมจึงจัดโหมดนอกเหนือจากแบทเทิลรอยัลปกติให้ผู้เล่นใีหลายตัวเลือก ไม่ว่าจะเป็นเดธแมตช์แบบทีม - ร่วมกับทีมของคุณและช่วยกันพยุงกัน สังหารอีกฝ่ายให้ได้ 30 ครั้งเพื่อชัยชนะแรลลี่ ริมอ่าว - ขับรถซิ่งวิ่งไปทั่วโดยไม่มีข้อจำกัด จงกำจัดให้ศัตรูตกเส้นทางเพื่อให้เราเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกสงครามชิงสมบัติ - ทุกสิ่งทุกอย่าง ฉันซ่อนมันไว้หมดแล้วล่ะ! ผู้เล่นแต่ละคนต้องตามหาไมโครชิปในเวลาที่กำหนด ใครได้มากสุดก็ชนะไปเลย:::สรุป:::ตัวเกม Farlight 84 มีการคงเอกลักษณ์เป็นแบทเทิลรอยัล แต่ก็ใส่ความเป็นเกมตนเองอย่างหุ่นยนต์ เจ็ตแพ็ค ปืน ความสามารถ ให้แตกต่างจากเกมอื่นโดยคงความสนุกและความแปลกใหม่ไว้ จึงพูดได้ว่าเกม Farlight 84 นี้เป็นอีกหนึ่งเกมที่แฟน ๆ เกมโดดร่มไม่ควรพลาดตัวเกมเปิดให้ชาวหุ่นเขียวแอนดรอยด์ดาวน์โหลดเล่นผ่านกูเกิลสโตร์แล้วตั้งแต่วันนี้ ในส่วนของ IOS จะเป็นวันที่ 5 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ลิงก์ดาวน์โหลดเกม Farlight 84 : https://bit.ly/3Olh7sP รวมถึงหากใครอยากทราบข้อมูลและข่าวสารเพิ่มเติม ก็สามารถติดตามได้หลากหลายช่องทางทั้งFacebook : https://www.facebook.com/Farlight84THInstagram : https://www.instagram.com/farlight84th/Tiktok : http://www.tiktok.com/@farlight84thYouTube : https://www.youtube.com/channel/UC9zmOX-2PvnB39RDnGNAVJw
24 Jun 2022
[Review] รีวิวเกม Sonic Origins "การคืนชีพใหม่ของเม่นสายฟ้าภาคคลาสสิค ที่ดันเพิ่มปัญหามากกว่าแก้?!"
ไม่ว่าใคร ต่างก็ต้องเคยได้ยินชื่อของ Sonic หนึ่งในตัวละครมาสคอตประจำค่าย SEGA ผู้ทำให้ SEGA ผงาดขึ้นมาต่อกรกับ Nintendo ได้ตั้งแต่ปี 1991 และมันยังครองใจแฟนเกมจำนวนมากเป็นเวลายาวนานหลายปี ในปี 2022 นี้ เราก็ยังจะได้เห็นภาคใหม่ของเจ้าเม่นสายฟ้าตัวนี้ด้วย แต่.. สำหรับใครที่ไม่ได้มีโอกาสสัมผัสกับ Sonic ตั้งแต่แรก นี่ถือว่าเป็นโอกาสอันดีแล้วที่คุณจะได้ลอง เพราะ Sonic Origins คือการหยิบเอาเกม Sonic 4 ภาค มามัดรวมกัน แล้วทำการรีมาสเตอร์ใหม่ทั้งหมด แต่มันจะดีเยี่ยมเท่าต้นฉบับหรือไม่ เชิญพบกับรีวิวของเรากันได้เนื้อหาแบบเดิมทั้ง 4 ภาค แต่เปลี่ยนลำดับฉากและการเรียบเรียงสำหรับเจ้าเม่นสายฟ้า Sonic นั้น ตัวเกมนับตั้งแต่ภาคแรกก็จะมีเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างวนไปเวียนมาอยู่แล้ว หลัก ๆ เลยคือการรุกรานพื้นที่แสนสงบสุขของ Dr.Eggman ตัวร้ายตลอดกาลของซีรีส์นี้ ทำให้เราต้องออกไปจัดการ พร้อม ๆ กับการตามหาสิ่งที่เรียกว่า Chaos Emerald ที่ซ่อนอยู่ในฉากลับต่าง ๆ ในภาคอื่น ๆ ก็จะมีบริบทเนื้อหาที่ใกล้เคียงกัน แต่หลัก ๆ ก็จะเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ Sonic Origins ปรับปรุงแก้ไขมัน คือการเปลี่ยนลำดับฉาก สร้างฉากซีจีแอนิเมชั่นขึ้นมาใหม่ และฉากคัทซีนก็ถูกทำให้คมชัดมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ดูงดงามราวกับดูการ์ตูนแอนิเมชั่นดี ๆ สักเรื่องนึงอยู่ เห็นแล้วก็คาดหวัง Sonic Prime ทาง Netflix ได้เลยว่ามันอาจจะต้องออกมาดีกว่านี้อย่างแน่นอนแต่ถึงแม้จะมีการลำดับฉากใหม่ ทำให้ฉากคัทซีนดูดีขึ้น แต่อย่าลืมว่า Sonic Origins คือการ Remaster ไม่ใช่การ Remake แต่อย่างใด ดังนั้นภาพรวมของเนื้อหาจึงไมไ่ด้เปลี่ยนแปลงไปเลย การลำดับฉากก็ไม่ได้มีมากมายอะไรอย่างที่คิด แต่เชื่อว่าใครที่เป็นแฟน Sonic แบบเดนตาย ก็คงจะไม่ได้คาดหวังเนื้อหาแต่แรกอยู่แล้ว แต่กลับกัน การลำดับฉากใหม่ ทำคัทซีนใหม่ ก็เป็นโอกาสอันดีที่แฟน Sonic หน้าใหม่จะได้สัมผัสประสบการณ์เกมเจ้าเม่นสายฟ้า และหายคาใจว่า ทำไมมันถึงกลายเป็นเกมปรากฎการณ์ล้ม Nintendo ในช่วงนั้นตัวละครโคตรเร็ว แต่เล่นให้เร็วนั้น ไม่ดีเอาซะเลยสำหรับแฟน ๆ Sonic อาจจะไม่แปลกใจกับการที่ตัวละครเจ้าเม่นสายฟ้า เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแล่บ แต่กับผู้เขียน ในฐานะที่ได้ลองเปิดใจเล่นเกม Sonic เป็นครั้งแรก กลับรู้สึกว่า ตัวเกมมันมีความขัดแย้งในตัวเองอยู่สูงมากเลยทีเดียว การที่ตัวละคร Sonic สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยความเร็ว และการออกแบบฉากที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วอยู่แล้ว แทนที่จะทำให้เกมสนุก แต่การออกแบบฉาก เหมือนกับโยนผู้เล่นให้ไปเจอกับดักแบบ 90-100% ทุกการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เราจะไม่เห็นเลยว่าข้างหน้าจะมีอะไรรออยู่ และเกมก็พร้อมจะประเคนความ WTF ใส่เราในทุก ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นมอนสเตอร์ที่โผล่มาแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ พื้นที่ทำลายตัวเองได้ หรือแม้แต่แพลตฟอร์มต่างระดับที่มีหนามข้างล่าง ดงนั้น แม้เจ้าเม่นสายฟ้า Sonic จะรวดเร็วแค่ไหน แต่การพุ่งไปข้างหน้าในการเล่นครั้งแรก ผุ้เขียนมองว่าไม่ต่างอะไรกับการเรียนรู้ฉาก โดยไม่สนใจว่าจะได้ฉากจบแบบ True Ending หรือไม่ และค่อยมาตามเก็บฉากจบจริง ๆ ในการเล่นรอบที่ 2 แทน เพราะเชื่อเถอะว่าในการเล่นรอบแรก ยังไงก็ต้องมีพลาดตายกันบ้าง และหนักกว่าตายคือทำแหวนตกหมด จนไม่ได้เข้าด่านลับนั่นเองสำหรับคนที่เล่น Sonic จะรู้กันดีว่า เกมนี้จะมีระบบพลังชีวิตที่แปลกกว่าเกมอื่น ๆ ในระหว่างการเล่น Sonic จะได้วิ่งเก็บวงแหวนสีเหลือง หรือ Ring ระบบนี้จะเป็นเหมือนกับพลังชีวิตสำรอง หากเรามี Ring อยู่ในตัว เวลาโดนสิ่งกีดขวางจำพวกหนาม หรือโดนตัวศัตรู เราจะไม่ตายในทีเดียว แต่ Ring ในตัวจะแตกกระจายออกมา เราต้องไปวิ่งไล่เก็บใหม่ ซึ่งเจ้า Ring นี้ก็หาไม่ยากอยู่แล้ว ภายในฉากมีให้เก็บหลายร้อยวงเลยทีเดียว และที่สำคัญ เจ้า Ring นี่แหละที่จะเป็นตัวการสำคัญในการพาเราไปสู่ฉากจบเกมที่สมบูรณ์แบบ แต่จะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละภาค แต่เงื่อนไขหลัก ๆ ในการจะได้ฉากจบที่ดีคือ เราต้องเก็บ Ring ให้ได้อย่างน้อย 50 วงในด่านนั้น จากนั้นในช่วงท้ายฉาก จะมีประตูทางเข้าด่านพิเศษ ให้เข้าไปเล่นเพื่อเก็บ Chaos Emerald อย่างเช่นตัวเกมภาคแรก จะมีพื้นที่ทั้งหมด 7 แอเรียใหญ่ ๆ เราก็ต้องเก็บให้ครบทั้ง 7 เม็ด จึงจะได้ฉากจบที่สมบูรณ์ที่สุด ฟังดูเหมือนจะไม่ยาก แต่เพราะความ Old School ของมันนี่แหละที่ทำให้มันดูยากขึ้นโดยไม่จำเป็น แต่เราต้องบอกก่อนว่า สำหรับแฟน ๆ Sonic ที่เล่นมาแบบจัดหนักจัดเต็มจะมองว่ามันปกติ แต่กับแฟนเกมหน้าใหม่ จะรู้สึกว่ามันยากก็ไม่แปลก ซึ่งมันก็เป็นเอกลักษณ์แบบเดียวกันกับที่เกมยุค 80-90 หลาย ๆ เกมทำกันในตอนนั้นเพราะทุกครั้งที่เราวิ่งเก็บ Ring เรื่อย ๆ หากเราพลาดโดนโจมตีแม้แต่ครั้งเดียว Ring ก็จะแตกกระจายจนหมดตัว ต้องไปวิ่งไล่เก็บใหม่ และถ้าคุณไปพลาดโดนโจมตีขึ้นมาในช่วงท้ายฉาก ก็บอกเลยว่าความฝันในการจะเก็บ Chaos Emerald ในฉากนั้นก็คงต้องจบกัน แต่ใน 1 แอเรียใหญ่ เรามีฉากย่อยให้เล่นกันอีก 3 Act แต่ละฉากก็มาพร้อมกับลูกเล่นประจำด่านที่ไม่เหมือนกันเลย เพิ่มความสดใหม่ให้กับการเล่นในทุก ๆ ครั้งที่เราได้เล่นวกกลับไปที่หัวข้อ เราไม่ได้บอกว่าการเล่นแบบเร็วมันแย่ แต่มันไม่ดีเอาซะมาก ๆ โดยเฉพาะกับผู้เล่นหน้าใหม่ทั้งหลาย ที่ถ้าหากติดสปีดให้เจ้าเม่นสายฟ้าพุ่งตะลุยด่านไปตลอดทาง รับประกันได้เลยว่า คุณจะไม่มี Ring มากพอจะเปิดฉากลับได้ เพราะจะโดนกับดัก โดนศัตรูตีจนตัวแตกก่อนถึงแน่นอน แต่ถ้าใครจะไปช้า ๆ ค่อย ๆ วิ่ง ค่อย ๆ ลุย มันก็เป็นทางเลือกที่ทำได้ ส่วนของ Boss Fight นั้น คู่หูคู่ปรับตลอดกาลอย่าง Dr. Eggman ก็จะมาในอาวุธหรือยานพาหนะที่ต่างกัน แต่โดยรวมแล้วก็ไม่ได้รับมือยากอะไรนัก จะบอกว่านี่มันคือเกมที่มี Boss Fight ง่าย และจืดชืดเกมหนึ่งเลยก็ว่าได้เช่นกัน ต้อนรับผู้เล่นหน้าเก่า หน้าใหม่ด้วย Anniversary Mode และ Classic Modeกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปเสียแล้ว ที่ความยากต้นฉบับของเกม จะถูกนำเสนอในรูปแบบ Classic Mode แทน สำหรับ Sonic Origins ก็ไม่ต่างกัน ความแตกต่างของสองโหมดนี้คือ ใน Anniversary Mode นั้น ผู้เล่นจะสามารถตายกี่ครั้งก็ได้ สามารถ Continued ใหม่ได้เรื่อย ๆ โดยไม่มีเกมโอเวอร์ ส่วน Classic Mode นั้น จะมีชีวิตจำกัด ตายแล้วมีเกมโอเวอร์ได้ นอกจากนั้นยังมีความต่างในเรื่องของกราฟิกและการแสดงผลหน้าจอ สำหรับ Anniversary Mode นั้น จะแสดงผลแบบเต็มหน้าจอที่ 16:9 และไม่มี Letterbox (ขอบดำ หรือแบคกราวด์เกมกั้นซ้ายขวา) ส่วน Classic Mode จะเป็นการแสดงผลแบบคลาสสิค คือมีขอบกั้นเหมือนเดิม  ดังนั้นผู้เล่นหน้าใหม่สามารถสนุกไปกับตัวเกมได้ด้วยการเล่น Anniversary Mode ที่สามารถตายได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ไม่ต้องเริ่มใหม่หมดแต่แรก โหมดเกมหลัก ๆ ก็จะมี 2 โหมดนี้ แต่หากคุณเล่นจนจบเกมหลักแล้ว เกมก็จะปลดล็อคโหมดใหม่ ๆ มาให้ เช่น Boss Rush โดยเป็นโหมดที่เราจะเล่นแบบสู้กับบอสเท่านั้น หรือหากใครชื่นชอบความแปลกใหม่ก็อย่างเช่นโหมด Mirror ที่จะเป็นการเอาฉากเดิม มาสลับข้างกันเหมือนกระจก จากวิ่งไปขวา ก็ให้วิ่งไปซ้ายแทน แน่นอนว่าท้าทายพอสมควร เพราะปกติเรามักจะเล่นเกมนี้ด้วยความเคยชินกันมากกว่าSonic Origins จึงเป็นเกมที่มีคอนเทนต์เยอะพอสมควร แต่นั่นหมายความว่าคุณจะต้องชอบเล่นมันซ้ำ ๆ เท่านั้น หากคิดจะเล่นทีเดียวจบแล้วจบกัน มันอาจจะสั้นกว่าที่คุณคิดก็เป็นได้ปัญหาหนักหน่วงของเกมที่มีมากเกินกว่าข้อดีแม้ว่า Sonic Origins ดูเหมือนจะมีข้อดีมากมาย และเป็นการต้อนรับแฟน ๆ Sonic หน้าใหม่ แต่ตัวเกมกลับมีปัญหาอย่างหนัก และมากเสียจนบางอย่างก็ไม่น่าให้อภัย สิ่งแรกที่ทุกคนอาจจะไม่เชื่อกันเลยจริง ๆ ก็คือ เกมนี้ ไม่มี Option หรือ Setting Menu ให้ปรับการตั้งค่าใด ๆ ได้เลยแม้แต่น้อยใช่แล้ว คุณอ่านไม่ผิด เกมนี้ไม่สามารถตั้งค่า Config ใด ๆ ผ่านตัวเกมได้ เพราะมันไม่มีหมวดหมู่ Option อยู่ภายในเกมเลย ทำให้ผู้เล่นไม่สามารถตั้งค่า Setting อะไรภายในเกมได้ แม้แต่การตั้งค่ากราฟิก ความละเอียดหน้าจอ หรือแม้กระทั่งเสียง ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องที่แปลกมาก ที่เกมเกมหนึ่งจะไม่มี Option หรือ Setting Menu มาให้เราได้ปรับเลย ผู้เขียนเองยังเจอปัญหาบางอย่างอีกมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ในหน้า Title ก่อนเลือกเกมภาคที่จะเล่นนั้น เกิดอาการเฟรมเรทดรอปไปอยู่ที่ 10FPS จนแทบจะทำอะไรไม่ได้ และทุกครั้งที่ Alt+Tab จะทำให้หน้าจอแสดงผลเกิดอาการผิดปกติ จนบางครั้งเกมล่มไปเลยก็มี เรียกได้ว่า เป็นตัวเกมรีมาสเตอร์ที่เต็มไปด้วยปัญหาก็ว่าได้แถมปัญหาหนักสุดของผู้เขียนเลยคือ ไม่สามารถบันทึกวิดีโอได้เลย ซึ่งต้องบอกก่อนว่าอาจไม่ใช่ปัญหาที่ทุกคนเจอ แต่ผู้เขียนลองเปิด Actions! ในการอัดวิดีโอ ก็พบว่านอกจากจะอัดไม่ติดแล้ว มันยังทำให้เฟรมเรทเกม ดรอปหนักกว่าเดิมด้วย ส่วนโปรแกรมอย่าง NVIDIA Shadowplay ก็ไม่สามารถทำงานร่วมกับตัวเกมได้ ซึ่งก็ไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่กับผู้อื่น หรือคนที่เล่นบนเครื่องคอนโซล อาจจะไม่มีปัญหาอะไรในส่วนนี้นอกจากนั้น เกมยังมีคำครหาจากแฟน ๆ เกมมาตั้งแต่ช่วงแรกที่เปิดให้ Pre-Order แล้ว ปัญหาของมันก็คือ หากไม่ Pre-Order เราจะได้ของไม่ครบด้วย คือต่อให้ผู้เล่นมาซื้อเกมหลังเกมออก ก็จะต้องเสียเงินซื้อเพิ่ม ต่างจาก Pre-Order ที่ได้ของครบทีเดียวจบไปเลย และสิ่งที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้คือระบบ Coin โดยเหรียญนี้เราสามารถหาเล่นได้ตามฉาก และความสามารถของมัน คือการที่มันสามารถใช้ในการ Continue เล่นซ้ำในด่านลับที่เก็บ Chaos Emerald ได้ แน่นอนว่าการเก็บ Chaos Emerald ไม่ใช่เรื่องง่าย เราอาจจะต้องใ้ชเวลาและดวงนิดหน่อย แต่ใครที่ Pre-Order ตัวเกมนี้ จะได้รับเหรียญที่ว่ามากถึง 100 เหรียญ !  แค่นี้ก็น่าจะเห็นถึงความต่างแล้วว่า คนที่ Pre กับไม่ Pre ต่างกันยังไงแถมคนที่ไม่ Pre-Order ยังจะต้องมานั่งเสียเงินซื้อแพคเกจเพิ่ม เช่นเพลงประกอบ ฉากคัทซีนแอนิเมชั่น โดยที่คน Pre-Order ไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม งานนี้บอกได้เลยว่าขูดรีดกันแบบสุด ๆ แน่นอนว่าแม้กระแสตอบรับของเกมจะโดนด่ายับ แต่ด้วยความที่เป็นแฟน Sonic ก็คงต้องบอกว่า ไร้ทางเลือก เพราะตัวเกม 4 ภาคที่มัดรวมมานี้ ถูกถอดออกจากหน้าร้านค้า Steam ไปแล้ว คนที่อยากเล่น Sonic เวอร์ชั่นแรก ๆ ก็ต้องซื้อตัว Origins เท่านั้นสรุปได้ว่า แม้ Sonic Origins จะทำให้แฟนเกมหน้าเก่า และแฟนเกมหน้าใหม่ มาร่วมเอ็นจอยกับเจ้าเม่นสายฟ้าในฉบับรีมาสเตอร์ได้ แต่ปัญหาที่ตัวเกมมีก็ถือว่าร้ายกาจเสียจนรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าราคา 1,190 บาทเอาซะเลย สำหรับแฟนเดนตาย Sonic นั้น อาจจะไม่มีปัญหา แต่ใครที่ไม่เคยสัมผัสเกม Sonic มาก่อน เราแนะนำว่าให้รดลอราคา หรือข้ามไปเล่นภาคใหม่ ๆ เจ็นใหม่ ๆ เลย จะยังดีกว่า
23 Jun 2022
[Review] รีวิวเกม KIMETSU no YAIBA - The Hinokami Chronicles เกมต่อสู้ของเหล่านักดาบและอสูร (ฉบับ Switch)
ตั้งแต่ก่อนพวกสื่อบันเทิงจากแดนปลาดิบมักจะเป็นมังงะนำหน้ามาเสมอ ก่อนจะต่อยอดเป็นสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอนิเมะ ละครเวที ภาพยนตร์ฉบับคนแสดง หรือแม้กระทั่งเกมที่ตัวละครออกมาโลดแล่นและบังคับได้โดยมือของพวกเขาเอง นั่นจึงเป็นสิ่งที่เหล่าบริษัทต่าง ๆ สามารถใช้มันในการหาผลกำไรเพื่อพัฒนาตนเองตามปกติของคำว่า 'มันก็เป็นแค่ธุรกิจ'แต่มันจะมีเสียสักกี่เกมกันที่จะประสบความสำเร็จและไม่โดนรุมทึ้งจากผู้บริโภค ซึ่งขอบอกตรง ๆ ว่ามันน้อยมากเพราะมันไม่ได้เป็นที่ตัวเกมอย่างเดียวที่ดีหรือไม่ดี แต่มันมี 'ความคาดหวัง' ของแฟนอนิเมะด้วย พื้นฐานของคำว่าเกมนี้คุ้มค่ามันจึงสูงมาก ไม่ต่างจากอนิเมะดาบพิฆาตอสูรนี้เช่นกัน:::อนิเมะที่พยายามดัดตัวเองให้เป็นเกม:::ใช่แล้ว Kimetsu no Yaiba หรือ ดาบพิฆาตอสูร ก็เป็นมังงะแนวโชเน็นที่ได้รับกระแสความโด่งดังครั้นเมื่อ Ufotable นำมาทำเป็นอนิเมะภาพงามและเกิดเป็นเกม Kimetsu no Yaiba - The Hinokami Chronicles ที่เรากำลังจะพูดถึงนี้เองซึ่งถ้าพูดกันตรง ๆ แนวเนื้อเรื่องตัวเอกโดนระเบิดบ้าน แล้วแค้นนี้ต้องชำระมันก็มีเพียบบบ จนเกลื่อนตลาดมากและไม่ใช่ความแปลกใหม่เท่าไหร่ ดังนั้นการที่จะมาดัดแปลงเป็นเกมย่อมต้องเพิ่มความยูนิค เปิดโลกตัวเองให้มากขึ้น แต่ไม่เลย ที่นี่เราไม่ทำกันแบบนั้น น่าเสียดายที่ต้องบอกตรงส่วนนี้ว่าตัวเกมแทบจะอิงเนื้อเรื่องจากอนิเมะมาทั้งหมด ยังไม่รวมองค์ประกอบในเกม ที่ภาพโปรไฟล์ยังแคปเจอร์มาจากอนิเมะให้เราใช้ ถึงอาจมีเพิ่มในส่วนของบทพูดหรือฉากคั่นเควสต์อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรกับตัวเนื้อเรื่อง และพูดตรง ๆ ว่าหากคนไม่เคยดูอนิเมะหรืออ่านมังงะมาก่อน แต่โดนพ่อค้าแม่ค้ายัดแผ่นขายพร้อมเครื่อง ก็ยากมากที่จะเข้าใจเนื้อเรื่องทันที เนื่องจากตัวเกมเปิดมาก็ให้ฝึก แล้วบอกคนที่เราตามหาคนต้นเหตุแบบดื้อ ๆ ไม่มีอารัมภบทอะไรทั้งสิ้น แถมหลายฉากก็โดนตัดออกไปเยอะรวมถึงความที่อนิเมะยังไม่จบแต่อยากทำเกมขาย เลยมีจำนวนของด่านให้เล่นแค่ 8 ด่าน แบ่งตามพาร์ตของตัวอนิเมะ (การฝึกฝนบนเขา ถึง รถไฟนิรันดร์)  ซึ่งในส่วนนี้ถ้าไม่เอาพาร์ตของอนิเมะที่จะฉายต่อในอนาคตมาอัปเดตฟรี หรือ ขายเป็น DLC ตัวเกมในราคากว่า $60 (ราว 2,000 บาท) ก็ถือว่าแพงเอาการ:::ความพยายามของการแตกต่างที่ไม่ลงตัว:::Kimetsu no Yaiba - The Hinokami Chronicles เป็นเกมต่อสู้ที่สนุกและมีความเป็นตัวของตนเองงั้นหรอ? ก็ถูกส่วนหนึ่ง เพราะมีการใช้ตัวละคร และองค์ประกอบเป็นของตนเองอยู่แล้ว ก่อนจะพัฒนาเพิ่มในหลาย ๆ ส่วนเช่น สกิลของตัวละครที่ไม่เผยในอนิเมะ ท่าไม้ตายที่แตกต่างกันออกไปของแต่ละตัว องค์ประกอบฉาก UX/UI ที่มีความเป็นญี่ปุ่นยุคโบราณแต่มันแค่ส่วนเดียวของเกมทั้งหมดเพราะนอกจากนั้นแล้วมันเหมือนกับพวกเกมต่อสู้อื่น ไม่ได้มีจุดยืนเป็นของตนเองเหมือนกับเกม Mortal Kombat กับเรต R และความน่าค้นหาของท่าปิดฉาก / Street Fighter ด้วยคอมโบที่ต่อเนื่องไม่มียึก ๆ ยัก ๆ ถ้าเราแจ๋วจริง / และ Super Smash Bros. ที่ผลักให้ชาวบ้านหลุดโลก ผสมกับบัฟและดีบัฟ ลูกเล่นไอเทม แผนที่ที่เปลี่ยนแปลงแทบจะได้ตลอดเวลา แต่เมื่อกลับกันหันมามองในส่วนของตัวเกมดาบพิฆาตอสูรนี้ก็เป็นเกมต่อสู้ ที่สู้ กดปุ่มให้ตรงตามจังหวะที่อีกฝั่งปล่อยสกิล และจบ ไม่มีอะไรเป็นความพิเศษของตนเอง:::กราฟิกบนเครื่องน้อย กับทรัพยากรที่จำกัด:::อันนี้ต้องขอชมเชยว่าแม้จะอยู่บนเครื่องที่กราฟิก 'มันได้เท่านี้' อย่าง Nintendo Switch ตัวเกมก็ปั้นโมเดลออกมาได้ไม่แย่ค่อนไปทางสวยและตรงตามอนิเมะ รวมถึงเอฟเฟ็กต์ของพวกสกิล การโจมตีปกติ หรือท่าทางต่างๆ ก็มีภาพที่อิงตามต้นฉบับเช่นกัน ทั้งนี้ความพิเศษของระหว่างเล่นที่สังเกตเห็นได้เลยคือตัวภาพจะมีการสับเปลี่ยนโมเดล 3D กับภาพ 2D ได้แบบลงตัวและไม่ทำให้ความรู้สึกเราดรอปลงไปในระหว่างเล่นดังนั้นถ้าอยากเสพงานภาพที่ไม่ได้สมจริง ขอแค่ให้อินไปกับตัวอนิเมะ เกมนี้ก็ทำออกมาไม่เลวในฐานะเกมบนเครื่อง Nintendo Switch เลย:::เกมเพลย์ที่ไม่ดึงดูดและอ้างว้าง:::> นั่งลงดูแอนิเมชันเริ่มบท ที่แปลงมาจากตัวอนิเมะเป๊ะ ๆ> ดูเสร็จเดินตามแผนที่ตบพวกปีศาจกี้กี้บังคับโดยบอตและไม่ได้มีความยาก ท้าทาย หรือพื้นที่แมพให้แตกต่างกัน> คุยกับ NPC ให้ครบเพื่อเปิดทาง> ตบบอสแมพ > ดูแอนิเมชันจบบท แล้ววนลูปใช่ ตัวเกมมีเท่านี้จริง ๆ ไม่ได้มีอะไรให้หวือหวาเลย อาจจะมีแค่ให้เราตามหาชิ้นส่วนความทรงจำ (ฉากซ้ำในอนิเมะ) หรือแต้มเอาไปแลกของในหน้าแสตมป์ที่ตกตามแผนที่ ก็ไม่มีอะไรเลย อย่างน้อยขอพัซเซิลให้มานั่งใช้สมองคิดแทนที่เดินตามซอยหาคนก็ไม่มีนะเออ แต่ถ้าพูดถึงในระหว่างการต่อสู้ ถ้าไม่นับตัวละครอสูรตามทางที่มีแต่ความน่าเบื่อและธรรมดา แต่มาพูดในส่วนของบอสประจำบทแต่ละบท ถือว่าตัวเกมทำออกมาได้สนุกอยู่ในระดับหนึ่ง ทั้งความสามารถและการออกแบบท่าทาง ควิกไทม์อีเวนต์ และสิ่งต่าง ๆ ที่เราต้องสู้และต่อกรกับบอสนั้นสนุกของมันอยู่ โดยเราอาจได้สู้แบบเดี่ยว หรือแบบพกตัวละครอีกคนมาคอยช่วยอัดสกิลหรือเปลี่ยนเป็นตัวนั้นๆ ตามบริบทเนื้อเรื่อง เราจึงไม่จำเป็นต้องยึดติดและเล่นได้แค่ทันจิโร่คนเดียวในส่วนของโหมด V.S. หรือต่อสู้กับชาวบ้าน หรือหยุมหัวเพื่อน อันนี้ก็อาจจะได้อารมณ์ขึ้นมาบ้างเพราะได้เจอคนจริง ๆ แต่คอมโบของตัวละครน้อยมาก ไม่ได้มีความรู้สึกว่า 'โอ้ ถ้าฉันกดคอมโบนี้ได้ เพื่อนฉันได้ปล่อยจอยแน่ 555' เช่นเดียวกับเกมต่อสู้จริง ๆ จัง ๆ อย่าง Tekken หรือ Street Fighter (ซึ่งก็อาจเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียแล้วแต่คนชอบ)ปล. โหมดนี้ถ้าไม่เล่นกับบอต หรือแบ่งจอยกันเล่น ต้องสมัครสมาชิกเป็น Nintendo Switch Online รายเดือนเพิ่มด้วยนะจ๊ะ :::ความรู้สึกที่ได้รับจากตัวเกม:::จริง ๆ แล้วในระหว่างการเล่นช่วงแรกถือว่าน่าเบื่อมากเพราะมันไม่ค่อยมีอะไรทำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คอมโบน้อย ไม่ค่อยท้าทาย แต่เมื่อเกมเริ่มดำเนินมาถึงจุดที่เปิดให้เล่นตัวละครหลายตัวมากขึ้น เจอศัตรูแปลกใหม่มากขึ้น รวมถึงปุ่มที่ต้องกดให้ตรงจังหวะก็ดึงอารมณ์ร่วมมาได้อยู่ไม่ขาดไปหมด สนุกที่ได้เล่นไม่เสียเวลาเปล่า ๆ ไปกับเกมราคานี้ [แต่ส่วนตัวหวังให้มีอัปเดตเพิ่มในอนาคต]ดังนั้นจึงพูดได้ว่า Kimetsu no Yaiba - The Hinokami Chronicles อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์สายเล่นเกมต่อสู้ แต่มีไว้เพื่อให้แฟนขาตายชาวอนิเมะดาบพิฆาตอสูรมากกว่า ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ ก็คงเป็นความคาดหวังของทั้งผู้พัฒนาเช่นกันตัวเกม Kimetsu no Yaiba - The Hinokami Chronicles นอกจากจะวางขายบน Nintendo Switch แล้ว ยังมีขายบนร้านอื่นเช่น Playstation 4,  Playstation 5, Xbox One, Xbox Series X/S และ PC ด้วย
17 Jun 2022
[Review] Farlight 84 แบทเทิลรอยัล เครื่องจักรกล-คนเหาะได้ ในโลกรกร้าง
ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ที่มีภาพยนตร์เนื้อเรื่องจับคนมาไล่ล่าฆ่ากันในพื้นที่ที่จำกัดในปี 2012 เป็นต้นมา ก็มีเกมมากมายในแนว 'แบทเทิลรอยัล' ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด สร้างตัวเลือกที่หลากหลายให้ผู้เล่นได้สนองนีตความคันไม้คันมือ และถ้าหากจะชี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นนั้น ทางผู้พัฒนาแต่ละเกมก็ต้องการให้ตัวเกมของตนมีความ 'แปลกและสดใหม่' ต่างจากเจ้าอื่นๆ เรื่อยๆ ซึ่งเกมที่มีชื่อว่า Farlight 84 ก็เป็นหนึ่งในนั้นนั่นเองFarlight 84 เป็นเกมแบทเทิลรอยัลในโลกอนาคตที่ล่มสลาย สไตล์ดิสโทเปีย อัดแน่นด้วยเกมเพลย์อันคุ้นเคยและแปลกใหม่สำหรับผู้เล่นในเวลาเดียวกัน โดยเราจะรับบทเป็น 'แคปซูลเลอร์' ตัวละครทหารรับจ้าง พุ่งทะยานลงไปในแดนรกร้างและชิงความเป็นหนึ่งกับผู้เล่นหลักร้อยคน แล้วมันต่างจากเกมแบทเทิลรอยัลอื่นยังไงน่ะหรอ? มาดูกัน:::ยึกซ้าย ย้ายขวา พุ่งไปข้างหน้าด้วยไอพ่น:::ส่วนมากเกมแบทเทิลรอยัลจะมีเนื้อหาในการปล่อยให้ผู้เล่นหยุมหัวกันทั้งแบบเดี่ยวหรือกลุ่มในแผนที่ที่จำกัดโดยมีวงคอยบีบเข้ามาเรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่ที่ Farlight 84 นั้น แตกต่างจากเกมอื่นอย่างเห็นได้ชัดเลยคือการที่ผู้เล่นไม่ได้มีแค่ตัวเลือกในการวิ่งๆ ยองๆ ยิงๆ (แล้วกลายร่างเป็นกล่องในเวลาต่อมา) อย่างเดียว แต่มีสิ่งที่เรียกว่า 'เจ็ตแพ็ค' ติดตัวมากับตัวละครทุกตัวเสมอซึ่งเจ้าตัวเจ็ตแพ็คนี้ มีความสามารถในการดีดตัวผู้เล่นขึ้นไปบนอากาศ หรือโยกไปตามควบคุม สร้างการพลิกแพลงของรูปแบบการเล่นได้หลากหลาย ทั้งหลบกระสุน บุกจู่โจม หรือใช้ในการสำรวจแผนที่และอาคารต่างๆ :::การต่อสู้ของจักรกลคนหุ้มเกราะ:::ในเกมหลายเกมเราอาจจะได้ขับรถไปทั่วเมืองเพื่อเดินทาง ชนศัตรู หรือก้อนหิน แต่ในเกมนี้มันไม่ใช่แค่รถ เพราะเขาอัดมาทั้งอาวุธและความหฤหรรษ์ของมัน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ล่องหนได้เมื่อเราตระเวนขับหาไอเทม รถพ่นไฟติดไนโตรพุ่งทะยานข้ามเขาและเอาไฟสาด หุ่นยนต์สี่ขาชาร์จยิงเลเซอร์ หรือจะเป็นตั๊กแตนถือลูกซองคู่ (!?) และอีกมากมายที่เราอยากให้คุณลองไปขับใส่เดี่ยวกับศัตรูเอาเอง แต่ก็ใช่ว่าระหว่างขับขี่จะเป็นอมตะนะ! อย่ายิงเพลินจนโดนระเบิดแล้วขิตไปกับมันล่ะตัวหุ่นและรถพวกนี้นั้นเป็นเหมือนตัวเลือกเสริมว่าเราจะใช้มันเข้าร่วมต่อสู้แบบไหน เพราะแต่ละตัวนั้นมีความสามารถ และประโยชน์ที่ต่างกันไป บางคันคล่องตัวแต่ไปได้แค่บนพื้น บางตัวกระโดดได้แต่เคลื่อนที่ช้า ในขณะที่อีกตัวลงน้ำได้แต่จ่ายดาเมจช้าจนอาจกลายเป็นเป้านิ่งได้หากใช้ไม่ดี:::อาวุธปืนที่ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ยิง:::ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจที่หากผู้เล่นเกมปืนแต่ละชนิดมาแล้วนั้น นอกจากรูปแบบการยิง ความแรง แรงดีดและอื่นๆ ในเกม Farlight 84 นี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า 'สกิลปืน' พ่วงมาด้วย โดยแต่ละปืนจะไม่เหมือนกันเลย เช่นMF18:สามารถปล่อยคลื่นตรวจสอบตำแหน่งศัตรูทั้งหมดในวงกว้างสเตลลาร์ วินด์:ที่สามารถยิงโดมโล่แสงเพื่อกันกระสุนจากศัตรู  อินเวดเดอร์:จะปล่อยมิสไซล์หกลูกไปด้านหน้าศูนย์เล็ง ในขณะที่ M4:สามารถสร้างกำแพงขึ้นมาป้องกันเราได้ในระยะเวลาหนึ่ง นอกจากนั้นถ้าคุณมีความรักและหวงปืนไหนเป็นพิเศษ เราสามารถใช้มันตั้งแต่ต้นเกมยันจบเกมได้โดยไม่ต้องกังวลว่าปืนจะไม่สามารถสู้ผู้เล่นอื่นได้ ตราบใดที่เราใช้มันในการต่อสู้ เพราะเลเวลของปืนจะขึ้นตามจำนวนศัตรูที่เราสังหารได้ และเมื่อจบเกมเราจะได้ในส่วนของเหรียญทองมาอัพเกรด 'ม็อด' หรือออฟชั่นเสริมของปืน ที่สามารถสับเปลี่ยนใส่ได้สี่อย่างตามต้องการ ทำให้ถึงแม้ผู้เล่นจะใช้ปืนเดียวกันแต่ก็ใช่ว่าจะได้ผลลัพธ์การยิงเหมือนกัน:::ตัวละครหลายชาติกับความสามารถที่หลากหลาย:::ตัวละครในเกมนี้จะถูกเรียกว่า 'แคปซูลเลอร์' อย่าง 'สุนิล' หนึ่งในตัวละครชื่อสุดไทยก็เป็นตัวละครในเกมนี้ โดยเขามีพาสซีฟป้องกันสูงสุด ที่จะเพิ่มความเร็วการชาร์จโล่ 30% หรือจะเป็น 'ดัคไซด์' ที่พาสซีฟของเขาคือเพิ่มเลือดสูงสุดถึง 15%ในส่วนของสกินเกมนี้ก็ทำออกมาได้สวยงามตามท้องเรื่อง มีทั้งซื้อในร้านค้าและแจกฟรีตามอีเวนต์ โดยไม่มีผลต่อระบบการเล่นนอกจากเพิ่มความมั่นใจให้การเดินยิงทุกรันเวย์ของคุณเท่ขึ้นเท่านั้น :::กราฟิก ความไหลลื่นตัวเกม และภาษา:::ถึงแม้จะเป็นเกมมือถือ แต่ความสามารถในการรันภาพให้ดูสวยนุ่มก็ทำได้ไม่แย่ และคงความลื่นของเกมได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งในส่วนนี้ผู้เล่นสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้อิสระตั้งแต่ต่ำสุดไปถึงสูงสุดในการตั้งค่ากราฟิก หรือจะตัวปุ่มบังคับให้ถนัดมือระหว่างเล่นก็ทำได้เช่นกันส่วนในด้านของก็ภาษาไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะตัวเกมมีภาษาไทย ภาษาอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น และอื่นๆ ให้คนทั่วโลกได้เข้ามาร่วมสนุกกัน:::ส่วนประกอบในเกมและโหมดการเล่นไม่ซ้ำซาก:::นอกจากภูเขา ทะเลสาบ ตึกสูง ในเกมก็ยังมีสิ่งประกอบฉากอื่นๆ ที่จะเปลี่ยนรูปแบบการเล่นของแต่ละคนสุดแต่จินตนาการ อย่างกล่องแอร์ดรอป แท่นกระโดด เสาชาร์จพลังงาน ตู้คราฟต์ไอเทมที่ต้องใช้แต้มสังหารผู้เล่นอื่นมาใช้คราฟต์และบางทีแค่การกระโดดลงจากแคปซูลทุกวันมันก็น่าเบื่อ ดังนั้นตัวเกมจึงจัดโหมดนอกเหนือจากแบทเทิลรอยัลปกติให้ผู้เล่นใีหลายตัวเลือก ไม่ว่าจะเป็นเดธแมตช์แบบทีม - ร่วมกับทีมของคุณและช่วยกันพยุงกัน สังหารอีกฝ่ายให้ได้ 30 ครั้งเพื่อชัยชนะแรลลี่ ริมอ่าว - ขับรถซิ่งวิ่งไปทั่วโดยไม่มีข้อจำกัด จงกำจัดให้ศัตรูตกเส้นทางเพื่อให้เราเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกสงครามชิงสมบัติ - ทุกสิ่งทุกอย่าง ฉันซ่อนมันไว้หมดแล้วล่ะ! ผู้เล่นแต่ละคนต้องตามหาไมโครชิปในเวลาที่กำหนด ใครได้มากสุดก็ชนะไปเลย:::สรุป:::ตัวเกม Farlight 84 มีการคงเอกลักษณ์เป็นแบทเทิลรอยัล แต่ก็ใส่ความเป็นเกมตนเองอย่างหุ่นยนต์ เจ็ตแพ็ค ปืน ความสามารถ ให้แตกต่างจากเกมอื่นโดยคงความสนุกและความแปลกใหม่ไว้ จึงพูดได้ว่าเกม Farlight 84 นี้เป็นอีกหนึ่งเกมที่แฟนๆ เกมโดดร่มไม่ควรพลาด ตัวเกมจะเปิดให้ชาวหุ่นเขียวแอนดรอยด์ได้ดาวน์โหลดเล่นผ่านกูเกิลสโตร์ในวันที่ 21 มิถุนายน และในส่วนของ IOS จะเป็นวันที่ 5 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ลิงก์ดาวน์โหลดเกม Farlight 84 : https://bit.ly/3Olh7sP รวมถึงหากใครอยากทราบข้อมูลและข่าวสารเพิ่มเติม ก็สามารถติดตามได้หลากหลายช่องทางทั้งFacebook : https://www.facebook.com/Farlight84THInstagram : https://www.instagram.com/farlight84th/Tiktok : http://www.tiktok.com/@farlight84thYouTube : https://www.youtube.com/channel/UC9zmOX-2PvnB39RDnGNAVJw
13 Jun 2022
[Review] Ravenous Devils ร้านอาหารจากเนื้อคน ไอเดียหลักดี แต่เหลวที่เกมเพลย์และประสิทธิภาพ
ถึงเรื่องราวของมนุษย์ที่กินมนุษย์ด้วยกัน อาจจะไม่ใช่อะไรที่แปลกใหม่นักสำหรับยุคนี้ แต่ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ทุกครั้งที่เราได้ยินและลองคิดภาพตาม มันก็ยังทำให้เราสยอง ชวนแหวะ และอยากจะขย้อนของเก่าออกมาได้เสมอทีเดียวเชียวซึ่งภายในเกม Ravenous Devils ก็ได้หยิบยกเรื่องราวที่ว่านั่นมาเป็นแนวคิดหลักของตัวเกม ทางผู้พัฒนาได้เลือกที่จะนำความจิตวิปริต และความสยองขวัญสไตล์ดั้งเดิมมาครอบทับสู่เกมแนวบริหารกิจการทั่ว ๆ ไปส่วนมันจะออกมาเวิร์กไหม ขอเชิญติดตามได้ในรีวิวด้านล่างนี้เลยครับความแตกตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ย้ายมาตัวเกมจะเล่าเรื่องถึงสามีภรรยาคู่รักฆาตกร ที่เพิ่งย้ายเข้าเมืองใหม่มา เพื่อหลบหนีคดีจากเมืองเก่า โดยฝ่ายสามีจะมีชื่อว่า Percival ส่วนภรรยาก็จะมีชื่อว่า Hildredแม้ทั้งสองจะมีคดีติดตัวเป็นหางว่าว แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีความสำนึกเลยแม้แต่น้อย ทั้ง Percival และ Hildred ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า มนุษย์ก็เป็นเหมือนปศุสัตว์ชนิดหนึ่ง ดังนั้นหากพวกเขาจะนำปศุสัตว์พวกนี้มาใช้สร้างงาน สร้างรายได้ แบบคนอื่น ๆ กันบ้าง มันก็คงไม่ได้ผิดบาปอะไรมากนักหรอกประจวบเหมาะกับที่ช่วงนั้น วัตถุดิบอย่างเช่นเนื้อสัตว์ กำลังมีราคาที่พุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ เพราะฉะนั้น การมีร้านอาหารที่รสชาติอร่อย แถมยังราคาถูกกว่าร้านอื่น ๆ ในละแวกเดียวกับแบบนี้ เป็นใคร ก็คงเลือกที่จะเข้ามาใช้บริการร้านของสองคนนี้เป็นแน่แท้ซึ่งเรื่องราวได้ทวีความเข้มข้นเข้าไปอีก เมื่อวันหนึ่ง ได้มีจดหมายปริศนาส่งมาจากชายลึกลับ พร้อมกับข่มขู่ให้ทั้งสองสามีภรรยาต้องฆ่าคนตามคำสั่งของมัน โดยแลกเปลี่ยนกับการที่ชายลึกลับคนนั้น จะเก็บเรื่องราวที่ทั้ง Percival และ Hildred เป็นฆาตกรต่อเนื่องให้คนทั้งคู่ไม่มีทางเลือก นอกจากยอมทำตามคำสั่งของชายลึกลับไปก่อน และหวังที่จะตลบหลัง ล้างแค้นคืนภายในวันข้างหน้าสามีฆ่า ภรรยาหั่นศพผู้เล่นจะได้ควบคุมทั้ง Percival และ Hildred โดยตัวละครทั้งสองจะมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน Percival ชายผู้เป็นสามีจะรับหน้าที่เป็นช่างตัดเสื้อบังหน้า เขาจะคอยดูแลชั้น 2 ที่เป็นร้านเสื้อ ควบกับชั้น 3 ที่เป็นโรงเพาะปลูกเมื่อสบโอกาสที่ลูกค้าอยู่ตามลำพังเมื่อใด Percival จะสามารถใช้กรรไกรตัวเก่งของเขาแทงเข้าไปที่จุดสำคัญของเหยื่อได้อย่างแม่นยำ แถมเขายังสามารถถอดเสื้อผ้าออกจากศพเหยื่อ เพื่อนำมาใช้ตัดเย็บให้กลายเป็นชุดใหม่ พร้อมกับวางขายให้ชาวเมืองได้ใส่กันในราคาย่อมเยาว์อีกด้วยในส่วนของเนื้อหนังนั้น จะเป็นหน้าที่ของ Hildred ที่มารับไม้ต่อ Hildred หญิงผู้เป็นภรรยา จะรับหน้าที่เป็นแม่ครัวบังหน้า เธอมีหน้าที่กำจัดศพให้หายไปอย่างไร้ร่องรอยด้วยฝีมือการทำครัว ศพของมนุษย์จะถูกแปลงไปเป็นวัตถุดิบได้หลากหลายแบบ เช่น เนื้อบด ไส้กรอก และสเต๊ก นอกจากนี้ เธอจะคอยรับหน้าที่นำอาหารขึ้นไปวางบนส่วนบริการตัวเองสำหรับลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาอีกด้วยเมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ ร้านอาหารสุดวิปลาศนี้ก็จะสามารถอัปเกรดได้มากขึ้น ทั้งขยับขยายไปสู่ชั้นใหม่ การเพิ่มความสามารถของอุปกรณ์ให้ดียิ่งขึ้น ไปจนถึงการจ้างบริกรให้มาช่วยรับหน้าที่ดูแลลูกค้าภายในร้านได้อีกด้วยเกมเพลย์ที่ธรรมดาจนน่าผิดหวังหาก Ravenous Devils ไม่ได้นำความโรคจิตอย่างการนำเนื้อมนุษย์มาทำอาหารแล้ว ตัวเกมก็คงจะจืดชืดลงไปหลายต่อหลายขั้นเลยทีเดียว เพราะในส่วนของระบบเกมเพลย์นั้น มันไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างจากเกมแนวบริหารกิจการทั่ว ๆ ไปเลยแม้แต่น้อย ทั้งการจัดเตรียมวัตถุดิบ การปรุงอาหาร ไปจนถึงการเสิร์ฟให้ลูกค้า ทุกอย่างล้วนถูกนำเสนอแบบธรรมดาทั้งสิ้นช่างน่าเสียดายนัก ที่ทางผู้พัฒนาเลือกจะนำเสนอไอเดียอาหารจากเนื้อมนุษย์เพียงแค่ผิวเผิน และไม่ได้ลงลึกไปกับเกมเพลย์ให้มากยิ่งกว่านี้ มันตื้นเขินเสียจน ต่อให้ตัวเกมเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบที่มาจากเนื้อสัตว์ทั่ว ๆ ไปก็ยังแทบจะไม่ต้องเปลี่ยนระบบการเล่นของเกมเลยแม้แต่น้อยอีกทั้งการอัปเกรดอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ไม่ได้แสดงผลที่แตกต่างอะไรให้เห็นมากนัก ดังนั้นแรงจูงใจที่จะดึงดูดให้ผู้เล่นติดหนึบอยู่กับ Ravenous Devils จึงมีน้อยมากจนแทบใจหายกันเลยทีเดียว โชคยังดีที่ตัวเกมมีความยาวประมาณเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น จึงทำให้เกมจบไปในจังหวะที่ผู้เล่นกำลังเริ่มจะรู้สึกเอียนกับความซ้ำซากของเกมอย่างพอดิบพอดีประสิทธิภาพที่ย่ำแย่บนเครื่อง Switchอย่างที่เรารู้กันดีว่า ประสิทธิภาพของเครื่อง Nintendo Switch อาจจะไม่ได้ดีเด่จนถึงกับเป็นระดับแนวหน้าของวงการ แต่มันก็ยังสามารถเล่นเกมที่มีภาพสวย ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น The Witcher 3: Wild Hunt, Doom Eternal, Xenoblade Chronicle ไปจนถึง The Legend of Zelda Breath of The Wild ซึ่งเกมทั้งหมดที่ว่ามานี้ ล้วนเล่นบนเครื่องพกพาของ Nintendo ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แถมยังรักษาเฟรมเรตเอาไว้ ในระดับที่ไม่ได้น่าเกลียดอีกด้วยทว่าทั้ง ๆ ที่ตัวเกม Ravenous Devils ไม่ได้มีภาพกราฟิกที่มีคุณภาพใกล้เคียงกับเกมฟอร์มยักษ์ที่กล่าวไปข้างต้นเลย แต่ประสิทธิภาพที่มันทำได้นั้น กลับเข้าขั้นย่ำแย่เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากตัวเกมจะลดความคมชัดของภาพลงเพื่อรักษาเฟรมเรตเอาไว้ที่ 30 FPS แล้ว ในบางครั้ง หากผู้เล่นเลือกป้อนคำสั่งที่รวดเร็วมากจนเกินไป มันจะทำให้ตัวเกมเกิดบั๊กขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ส่งผลให้เล่นต่อไม่ได้เลยก็มีผู้เล่นที่เจอบั๊กนี้ จะต้องไปเริ่มเล่นใหม่ในช่วงเวลาที่เซฟล่าสุด ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ก็มักจะเป็นวันก่อนหน้าที่เพิ่งเล่นจบไปนั่นเอง เพราะตัวเกมจะเซฟอัตโนมัติให้เมื่อเล่นจนจบวันเท่านั้น ไม่ได้มีตัวเลือกให้เซฟด้วยตัวเองแต่อย่างใดและหากจะแย้งว่า ภาพของเกมมันไม่ได้คมชัดมาตั้งแต่เวอร์ชัน PC แล้ว ก็ต้องขอพูดเอาไว้ตรงนี้เลยว่า ภาพของเวอร์ชัน Switch นั้น เป็นภาพที่เลวร้ายยิ่งกว่าเวอร์ชัน PC หลายขุมนัก มันเบลอจนเหมือนกับนำเกมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มาเล่นโดยที่ไม่ได้รับความคมชัดกันเลยทีเดียวควรค่าแก่การสละเวลาเล่นไหม ?เมื่อได้ยินแนวคิดหลักของตัวเกม ทางผู้เขียนก็ค่อนข้างตั้งความหวังเอาไว้สูงเหมือนกัน แต่สิ่งที่ได้รับจาก Ravenous Devils นั้น กลับเป็นความผิดหวังตั้งแต่แรกเล่น ด้วยประสิทธิภาพของตัวเกมที่ย่ำแย่ แถมยังมีบั๊กที่ทำให้ไม่สามารถเล่นต่อได้ถึง 4 ครั้ง ภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมง พ่วงด้วยระบบการเล่นที่จืดชืด ธรรมดา ไม่ได้แตกต่างจากเกมประเภท Dinder Dash สักเท่าไรนักในตอนแรกมันอาจจะดูแปลกใหม่อยู่บ้าง กับภาพของตัวละครที่เราควบคุมกำลังนำเนื้อมนุษย์ไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบต่าง ๆ แต่เมื่อผู้เล่น เริ่มคุ้นชินกับมันแล้ว ตัวเกมก็ไม่ได้มีอะไรให้ชวนติดตามต่อไปด้านเนื้อเรื่องที่หวังจะมาช่วยดึงให้คนเล่นคอยติดตามก็ยังคงทำออกมาไม่ถึงขั้น เพราะพล็อตสไตล์นี้ ล้วนถูกพบเห็นกันมานักต่อนักแล้วสำหรับวงการภาพยนตร์ มันโบราณเสียจนทำให้ Ravenous Devils ดูกลวงเข้าไปกันใหญ่ทว่าแม้จะมีข้อเสียจำนวนมากมาย แต่หากพิจารณาจากราคาบน Switch eShop ในประเทศอาเจนตินาที่ขายกันอยู่ประมาณ 38 บาทแล้ว Ravenous Devils ก็อาจจะพอใช้แก้เบื่อสำหรับเกมเมอร์ที่มีงบอยู่อย่างจำกัดกันได้บ้างด้วยตัวเนื้อเรื่องหลักประมาณ 4 ชั่วโมง และหากใครอยากจะเก็บของแต่งกายให้ครบ ก็น่าจะใช้เวลาถึงประมาณ 6 ชั่วโมง ดังนั้น ถ้าเรามองว่า มันเป็นเกมที่ใช้แบงก์สีเขียวสองใบ จ่ายเงินไปก็ยังมีทอน คุณภาพของตัวเกมก็ทำออกมา ก็อยู่ในระดับที่ค่อนข้างน่าพึงพอใจเลยแหละครับ
07 Jun 2022
[Review] รีวิวเกม Dolmen ผจญภัยแบบ Souls Like ในธีมไซไฟสยองขวัญ
หนึ่งในแนวเกมที่ได้รับความนิยมมากในสมัยนี้ เราเองก็คงจะนึกถึงแนวเกมอย่าง Souls Like ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากผู้พัฒนา FromSoftware กับจุดเด่นก็คือความยากของเกมที่ศัตรูทุกตัวพร้อมจะฆ่าคุณได้ทุกรูปแบบ ซึ่งมันก็จะเพิ่มความท้าทายของเกมให้มากยิ่งขึ้น คุณจะต้องตายซ้ำ ๆ เพื่อเรียนรู้การโจมตีของศัตรูจนสามารถปราบพวกมันได้ และจากความนิยมที่มากขึ้น ก็ได้มีสตูดิโออื่น ๆ ที่เริ่มหันมาทำเกมแนวนี้กันมากมายแล้ว อย่างเกม Nioh ของ Team Ninja หรือแม้กระทั่ง Star Wars Jedi: Fallen Order ที่ก็ได้เอาแนวทางเกมเพลย์ของเกมแนวนี้ไปใช้จนกลายเป็นหนึ่งในเกม Star Wars ยอดเยี่ยมตลอดกาลไปโดยปริยายและล่าสุดในปี 2022 นี้ก็ได้มีเกมใหม่จากผู้พัฒนาสัญชาติบราซิลอย่าง Dolmen เกมจากผู้พัฒนาสัญชาติบราซิลอย่าง MASSIVE WORK STUDIO ที่เกมเพลย์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกมแนว Souls Like แต่ได้ทำการปรับธีมของเกม และใส่ระบบบางอย่างที่น่าสนใจเข้าไปด้วย โดยในวันนี้พวกเรา GameFever TH ก็จะมารีวิวเกมนี้ให้ทุกท่านได้ทราบว่า Dolmen จะเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมเทียบเท่ารุ่นพี่ได้หรือไม่ !!เนื้อเรื่องเรื่องราวของเกมนี้เจะพูดถึงผลึกคริสตัลพิเศษนามว่า Dolmen ที่สามารถปฏิสัมพันธ์กับความเป็นจริงและใช้ในการปฏิวัติอวกาศได้ โดยงานของเรานั้นคือการเข้าไปยังเหมืองที่เต็มไปด้วยมนุษย์ต่างดาว และสิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวเพื่อทำการเก็บตัวอย่างคริสตัลนี้กลับมา ซึ่งต้องยอมรับว่าตัวเนื้อเรื่องทางผู้พัฒนาเองก็ไม่ได้เน้นเรื่องราวที่ลึกซึ้งอะไรมากทำให้การอธิบายเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ได้เยอะเท่าที่ควร เราอาจจะสามารถหาอ่านข้อมูลต่าง ๆ ภายในเกมเพิ่มเติมได้บาง แต่สุดท้ายแล้วเราก็รู้ว่าทางผู้พัฒนานั้นก็แค่สร้างเนื้อเรื่องมาก็เพื่อจะหาเรื่องรองรับให้เราไปต่อสู้กับศัตรูต่าง ๆ นั่นแหละกราฟิกในเรื่องของงานด้านภาพตัวเกมได้ใช้ Unreal Engine 4 ในการพัฒนา ธีมของตัวเกมมีกลิ่นอายที่แตกต่างจากเกมแนว Souls Like อื่น ๆ เป็นอย่างมาก เพราะตัวเกมได้นำเสนอกลิ่นอายความเป็นไซไฟ Cosmic Horror สยองขวัญ ที่เราจะต้องพบเจอกับเหล่าสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่น่าสยดสยอง  แต่ก็ต้องยอมรับว่างานด้านกราฟิกของเกมค่อนข้างทำออกมาได้ไม่สวยเท่าไร รายละเอียด Texture ของภาพดูแตก ๆ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นขั้นร้ายแรงมาก ๆ ของเกมเลยก็ว่าได้ เพราะมันไม่สามารถเชิดชูเอกลักษณ์ความเป็น Cosmic Horror หรือความน่ากลัวได้ไม่เต็มที่ และมันทำให้ความรู้สึกอยากที่จะเข้าไปเล่นน้อยลงไปด้วย เพราะกราฟิกไม่ได้ดึงดูดให้มีความน่าสนใจใด ๆ เลยเกมเพลย์ในด้านของเกมเพลย์ก็อย่างที่ทราบว่า Dolmen ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกมแนว Souls Like ต่าง ๆ ซึ่งวิธีการเล่นการกดปุ่มต่าง ๆ ก็จะเหมือนกันกับเกมอื่น ๆ แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือระบบข้างในที่ตัวเกมมีลูกเล่นที่ค่อนข้างน่าสนใจกับเราพอสมควร โดยระบบค่าพลังงานของเกมนี้จะแบ่งออกเป็นสองหลอดอย่างแรกก็คือระบบ Stamina ที่จะเหมือนกับเกมแนว Souls ทั่วไปที่จะลดลงก็ต่อเมื่อเราขยับ Movement ต่าง ๆ เช่นกระโดดหลบ วิ่ง หรือแม้กระทั่งโจมตี ซึ่งตัวหลอดนี้เวลาใช้หมดก็จะค่อย ๆ Regen กลับมาได้ ส่วนอีกหนึ่งหลอดก็คือ Battery ที่จะเป็นหลอดพลังงานคล้าย ๆ กับระบบมานาของเกมต่าง ๆ แต่ที่พิเศษคือเราจะต้องใช้หลอดนี้ในการทั้งเพิ่มเลือดตัวเอง ใช้เป็นกระสุนปืนเอาไว้ยิงศัตรู หรือแม้กระทั่งเวลาโจมตีหลอด Stamina หมดเราก็สามารถกดบัพให้การโจมตีใช้โดยหลอด Energy ก็ได้เช่นกัน ซึ่งในระบบนี้ก็เป็นลูกเล่นที่ทำให้ตัวเกมมีความแปลกใหม่เข้ามานิดหน่อยโดยจุดพักที่คล้าย ๆ กับ Bonfire ในเกม Dark Souls สำหรับเกมนี้ก็ยังมีเช่นกัน แต่กลายเป็นจุด Teleport แทน ที่จะอยู่ตามจุดต่าง ๆ ซึ่งถ้าเราผจญภัยไปประมาณหนึ่งเราก็จะเจอจุดนี้ และก็สามารถที่จะพักเหนื่อยตรงนั้นได้ โดยมันอาจจะเป็นข้อดีสำหรับคนที่เล่นเกมแนวนี้ไม่เก่ง เหมาะสำหรับมือใหม่ แต่ใครที่แฟน Souls ขนาดแท้ก็อาจจะไม่ค่อยชอบใจเสียเท่าไรโดยจุดพักนี้เราสามารถที่จะ Teleport กลับไปที่ยานของเราได้ตลอดเวลา ภายในยานเราก็จะสามารถอัพเกรดค่าสเตตัสต่าง ๆ ได้ซึ่งสามารถเพิ่มได้ทั้งเลือด Stamina Energy ดาเมจและอื่น ๆ หรือเราจะสามารถคราฟต์อาวุธใหม่ ๆ หรือธาตุใหม่ ๆ มาใช้ก็ได้ ซึ่งการคราฟต์อาวุธก็ค่อนข้างหาของต่าง ๆ ได้ง่ายพอสมควรและมีชุดและอาวุธหลากหลายให้เลือกใส่โดยในการของสวมใส่ตัวเกมก็จะแบ่งออกเป็น 3 สายก็คือ Human, Revian และ Driller ซึ่งถ้าหากเราใส่ชุดจากสายไหนเยอะ ๆ ตัวเกมก็จะเพิ่มแต้มจากสายนั้นเยอะอย่างเช่นสาย Human ก็จะมีการเพิ่ม Recovery ของ Battery เป็นต้น โดยเราสามารถที่จะคราฟต์ของสวมใส่ อาวุธ หรืออัพสเตตัสต่าง ๆ ตามสไตล์ที่เราอยากเล่นได้มากมายจะเป็นสาย Tank สายดาเมจ สายปืน และอีกมากมายความรู้สึกหลังได้เล่นจากที่ได้ลองมาส่วนตัวมองว่าตัวเกม Dolmen ค่อนข้างเล่นง่ายและเป็นมิตรสำหรับผู้เล่นใหม่ในระดับหนึ่งเนื่องจากองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างที่มีให้เราเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Battery มาโจมตีแทน Stamina การที่จุด Teleport หาง่ายมาก ให้เราได้พักเหนื่อยพักหายใจได้บ่อยประมาณหนึ่ง การคราฟต์ของต่าง ๆ ที่ก็มีไอเท็มให้เก็บเยอะพอสมควร เราไม่จำเป็นที่จะต้องไปควานหาอะไรเยอะ หรือบางครั้งเราเองก็สามารถที่จะฟาร์มแต้มต่าง ๆ เพื่อไปอัพสเตตัสตัวเองให้เก่งขึ้นแล้วค่อยไปต่อข้างหน้าก็ได้และอีกประเด็นที่รู้สึกว่าตัวเกมนี้ค่อนข้างเล่นง่ายก็คงจะเป็นเหล่าบอสที่เจอนั้นค่อนข้างเดาทางได้ถูกหลายตัว ต่างจากเกม Souls อื่น ๆ ที่ถ้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเกมนี้จริง ๆ บอสตัวแรกก็ตายหลายรอบแล้ว หรือบอสบางตัวก็มีแพทเทิร์นที่เดาทางได้ง่าย ส่วนตัวผู้เขียนเล่นเกมแนวนี้ไม่เก่งมาก ต้องตายหลายรอบถึงจะเข้าใจ ยังสามารถผ่านบอสตัวแรกโดยไม่ตายได้อย่างชิล ๆ หรือบอสบางตัวที่ดูโหดมากแต่ตัวเกมก็กลับมีตัวช่วยมาให้เราจัดการพวกมันง่ายมาก ๆ ซะงั้นซึ่งส่วนตัวไม่ได้มองว่าจุดนี้คือข้อดีและข้อเสีย เพราะถ้าคนที่ไม่เคยเล่นเกมแนว Souls Like มาก่อน การมีตัวช่วยให้เยอะก็เหมือนเป็นครูที่ให้พวกเขานั้นเริ่มต้นได้ดี แต่กลับกันสำหรับคนที่เป็นแฟนเกมแนว Souls เดนตายท่านก็อาจจะไม่ชอบเกมนี้ไปเลยเพราะความที่มันเล่นง่ายจนเกินไป ผู้ที่ผ่านความท้าทายอย่าง Elden Ring, Sekiro: Shadow Die Twice หรือ Dark Souls มาแล้ว เกม Dolmen นี่ดูเด็กไปเลยและอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าสิ่งที่ส่วนตัวมองว่าร้ายแรงก็คงจะเป็นด้านกราฟิกที่น่าผิดหวังอย่างมาก จริง ๆ ตัวผู้เขียนเองไม่ได้มองว่าเกมเพลย์ของ Dolmen จะแย่อะไร แต่การที่ตัวเกมมีกราฟิกที่ห่วยขนาดนี้มันก็ไม่สามารถมีแรงดึงดูดให้เราอยากที่จะเล่นเกมนี้เสียเท่าไร นอกจากนี้อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่ชอบเกมก็คงจะเป็นการดีไซน์แผนที่ ที่ค่อนข้างทำได้วกวนเข้าใจยาก รวมถึงตัวเกมยังไม่ได้มีพื้นที่อิสระให้เราได้เลือกผจญภัยเหมือนเกมแนว Souls อื่น ๆ ด้วย
02 Jun 2022
[Review] รีวิวบริการ PlayStation Plus Deluxe "แพ๊คเหมาจ่ายสุดคุ้มสำหรับ...ใครกันแน่?"
ถือเป็นความเคลื่อนไหวใหญ่ของ Sony ในช่วงหลายเดือนมานี้ เมื่อล่าสุดค่ายได้ประกาศเปิดให้บริการแพ๊คเกจรายเดือน PlayStation Plus รูปแบบใหม่ ที่นอกจากจะเปิดให้เล่นเกมออนไลน์ได้เหมือนแต่ก่อน ผู้สมัครบริการยังสามารถเล่นเกมที่ร่วมรายการนับร้อยเกมได้แบบฟรี ๆ ในลักษณะเดียวกับบริการยอดฮิต Xbox/PC Game Pass ของฝั่ง Microsoft นั่นเอง!ทั้งนี้ ยังมีผู้ใช้บริการ PlayStation Plus หลายคนที่ยังมีคำถามเกี่ยวกับบริการนี้ โดยในวันนี้ทางทีมงาน GameFever จึงขออาสามาวิเคราะห์สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในบริการ PS Plus ใหม่นี้ ว่าคุ้มค่าเหมาะสมกับราคา 2,300 บาทต่อปีที่จ่ายไปแค่ไหน?!(สำหรับคนที่อาจไม่ได้ติดตามข่าวคราวเกม อาจจะยังไม่ทราบว่าบริการ PlayStation Plus ใหม่นี้มีอะไรมาให้เราบ้าง สามารถเข้าไปศึกษาได้ก่อนที่บทความ >>นี้<<)(ขอขอบคุณทาง Sony Interactive Entertainment Singapore สำหรับแพ๊คเกจที่ใช้ในการรีวิว) เกมฟรี…ที่เคยเล่นไปหมดแล้วก่อนอื่น เรามาเริ่มพูดถึงจุดขายหลักของบริการนี้ นั่นก็คือรายชื่อเกม PS4/PS5 ฟรีนับร้อย ๆ เกมที่จะเปิดให้โหลดเล่นกันได้แบบบุฟเฟ่ต์ ซึ่งมีทั้งเกม PlayStation Exclusive ชื่อดัง ๆ อย่าง God of War, Uncharted, Ghost of Tsushima, หรือ The Last of Us (เปิดให้ทั้งผู้สมัครบริการ PS Plus Deluxe และ Extra) สิ่งแรกที่ผู้เล่นหลายคนอาจจะสังเกตคือรายชื่อเกมเหล่านี้ แทบทั้งหมดเป็นเกมระดับ AAA ยอดฮิตที่วางจำหน่ายมานานพอสมควร และหลายเกมยังเคยวางจำหน่ายในราคาถูกในฐานะเกม PlayStation 4 Essentials (ปัจจุบันแจกฟรีให้ผู้ใช้ PS Plus ทุกคนทุกระดับด้วยซ้ำ) ที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็น่าจะเคยเล่นกันไปบ้างแล้วไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะเหล่าแฟน ๆ ตัวยงของ PlayStation ที่น่าจะเก็บเกม Exclusive ไปหมดแล้ว ยังไม่นับรวมเทศกาลลดราคาที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอทั้งในและนอกร้านค้าของ PlayStation เอง ซึ่งก็ทำให้จุดขายหลักของบริการนี้น่าดึงดูดน้อยลงทันทีสำหรับคนที่เล่นเครื่อง PlayStation 4 มาซักระยะหนึ่งแล้วหากไม่นับเกม Exclusive แล้ว บริการ PlayStation Deluxe ก็ยังพอมีเกม 3rd Party ดัง ๆ ให้เลือกเล่นอยู่จำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Assassin’s Creed: Valhalla, Red Dead Redemption 2, หรือ Final Fantasy หลาย ๆ ภาค แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเกมที่หาเล่นได้บนบริการของคู่แข่งอย่าง Xbox/PC Game Pass อยู่แล้วด้วยเช่นกันเกมเกมเก่าเพียงหยิบมือจุดขายที่สำคัญรองลงมาสำหรับบริการระดับ Deluxe โดยเฉพาะ คือรายชื่อ “เกมคลาสสิค” จากยุค PS1/PS2/PSP ที่เปิดให้เล่นกันฟรี ๆ อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเอาเข้าจริงน่าจะเป็นจุดขายที่ดึงดูดความสนใจของแฟนเกมรุ่นใหญ่ ๆ ได้ชงัดนักแต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวเลือกเกมคลาสสิคที่นำมาให้เล่นนั้นมีอยู่เพียงน้อยนิดเท่านั้น น้อยกว่าที่หลายคน (รวมถึงผู้เขียน) คาดเอาไว้มาก ๆ และแม้จะมีเกมดังในยุคนั้นอย่าง Syphon Filter หรือ Wild Arms อยู่ประปราย แต่โดยรวมแล้วก็เป็นส่วนน้อย และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่น่าจะตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการจ่ายเงินเพิ่มสำหรับแพ๊คเกจ Deluxe เช่นเดียวกับผู้เขียนนั่นเองแน่นอนว่าบริการนี้ยังมีพื้นที่ให้เติบโตได้อีกมากในอนาคต และเราอาจได้เห็นการกลับมาของเกมยุคเก่าชื่อดังมากมายที่หลายคนโหยหาจนได้ แต่ในสภาพปัจจุบันก็อดรู้สึกไม่ได้ว่ารายชื่อเกมที่ร่วมรายการดูจะเป็นเกมที่ 'เพิ่มเข้าไปงั้น ๆ' มากกว่าเป็นรายชื่อเกมที่ได้รับการคัดเลือกมาแล้วเพื่อสร้างความสนใจในหมู่ผู้ใช้บริการ และทำให้ตั้งคำถามว่าบริการนี้ผ่านการกลั่นกรองมาแล้วแค่ไหนก่อนที่จะเปิดตัวออกมาทดลองเกมฟรีในจุดนี้ยอมรับว่าตัวผู้เขียนไม่ได้ทดสอบระบบนี้ด้วยตัวเอง เนื่องจากเกมส่วนใหญ่ที่เปิดให้ทดลองเป็นเกมที่เคยซื้อมาไว้ในบัญชีแล้ว แต่ถ้าให้กล่าวแบบกลาง ๆ แน่นอนว่าการเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ทดลองเกมตัวเต็มก่อนตัดสินใจซื้อย่อมเป็นผลดีกับตัวผู้เล่นเอง เพราะจะได้รู้ว่าสนใจหรือสนุกกับเกมนั้น ๆ จริงหรือไม่ แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็คงต้องรอดูว่า Sony จะสามารถนำเกมใหม่ ๆ มาให้ลองเล่นกันได้บ่อยแค่ไหน เพราะบริการนี้จะไม่มีประโยชน์เลยถ้าผู้พัฒนาส่วนใหญ่ไม่ยอมให้นำเกมมาร่วมรายการ (รายชื่อเกมที่เปิดทดลองเล่นในขณะนี้ น่าลองไหมถามใจเธอดู)สรุป: แล้วตกลงบริการนี้เหมาะกับใคร?หากจะว่ากันแฟร์ ๆ แน่นอนว่าการมีบริการ PlayStation Plus Deluxe เช่นนี้ ย่อมเป็นการมอบทางเลือกใหม่ให้ผู้เล่น ซึ่งในระยะยาวย่อมส่งผลดีกับผู้เล่นมากกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย แถมราคาของบริการ 2,300 บาทต่อปี (ตกเดือนละไม่ถึง 200) แม้จะสูงกว่าของคู่แข่งพอสมควร แต่ตราบใดที่คุณโหลดเกม AAA มาเล่นอย่างน้อย 2 เกมต่อปีก็ถือว่าคุ้มแล้ว เมื่อเทียบกับราคาซื้อแผ่นมือ 1 สองแผ่นสุดท้ายแล้วคนที่จะได้ประโยชน์จากบริการนี้มากที่สุดคงจะเป็นคนที่ไม่เคยเป็นเจ้าของคอนโซลมาก่อน หรือคนที่เพิ่งเข้าสู่วงการ AAA เพราะจะมีเกมให้เลือกเล่นมากมายทันทีโดยไม่ต้องซื้อแผ่นเกมด้วยซ้ำ แต่สำหรับคนที่เป็นสมาชิก PS Plus มาช้านาน เคยเล่นเกมเด่น ๆ ของ PlayStation ไปหมดแล้ว จะรอจนกว่า Sony จะเพิ่มเกมใหม่ (หรือเกมเก่าที่น่าสนใจ) เข้าไปก่อนค่อยสมัครก็ยังไม่สายแถม: แผนการท้าชนตลาดมือ 2 ของ Sony?อันนี้เป็นการวิเคราะห์ของตัวผู้เขียนเองในฐานะเกมเมอร์ชาวไทย แต่บริการ PlayStation Plus Deluxe อาจจะเป็นความพยายามของ Sony ที่จะต่อกรกับตลาดแผ่นเกมมือ 2 ที่แพร่หลายในประเทศแถบเอเซียความเป็นจริงอย่างหนึ่งของวงการเกมคอนโซลแถบเอเซียคือการที่ผู้เล่นจำนวนมาก มักซื้อเกมจากตลาดมือ 2 เท่านั้น และมีสัดส่วนน้อยมาก ๆ ที่จะซื้อเกมแบบ Day-1 ราคาเต็มจากร้าน หมายความว่าแม้ประเทศไทยจะมียอดเจ้าของคอนโซลเยอะ (คุ้น ๆ ว่าเยอะที่สุดในแถบ SEA ด้วยซ้ำ) แต่ Sony กลับสามารถทำเงินจากการขายเกมในตลาดได้น้อยเมื่อเทียบกับจำนวนเจ้าของคอนโซล เพราะคนส่วนใหญ่รอซื้อมือ 2 หรือรอลดราคากันหมด บริการ PS Plus Deluxe จึงเป็นวิธีให้ผู้เล่นกำลังซื้อต่ำสามารถเข้าถึงเกมจำนวนมากได้ในราคาที่ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับการซื้อเกมแยกทีละเกม เพื่อให้เงินนั้นยังคงหมุนกลับมาหา Sony จนได้ แทนที่จะหายไปเปล่า ๆ ในตลาดมือ 2พูดง่าย ๆ ว่าการใช้บริการ PlayStation Plus Deluxe จึงอาจเป็นวิธีการสนับสนุน Sony และ PlayStation ในแบบที่ win-win ทั้งฝ่ายผู้บริโภคและค่ายนั่นเอง
31 May 2022
[Review] รีวิวเกม Sniper Elite 5 "ประสบการณ์ลอบสังหารสุดอิสระ และทะเยอทะยานมากกว่าทุกภาคที่ผ่านมา"
หากพูดถึงเกมการเล่นที่เราจะได้รับบทเป็นพลแม่นปืนระดับพระกาฬ (ที่ผู้เล่นไม่ได้พระกาฬด้วย) เกมที่เราจะได้ลอบยิงสังหารศัตรูด้วยความดุเดือด โหด และรุนแรงสะใจ ชื่อของ Sniper Elite น่าจะเป็นชื่อที่แฟนเกมต้องคุ้นเคย และรู้จักมันมาอย่างยาวนาน และคราวนี้ Karl Fairburne กลับมาอีกครั้ง และเป็นภาคที่ 5 แล้ว โดยภารกิจของเขาคราวนี้คือการยับยั้งแผนการร้ายของเหล่านาซีที่กำลังจะอุบัติขึ้นในฝรั่งเศส แต่มันจะยอดเยี่ยม และสนุกแค่ไหนในการลอบยิงสุดโหดครั้งใหม่นี้ เชิญพบกับรีวิว Sniper Elite 5 แผนอันตรายของเหล่านาซีในฝรั่งเศสในภาคนี้ ผู้เล่นจะยังคงได้รับบทเป็น Karl Fairburne สุดยอดสไนเปอร์มือพระกาฬที่ภารกิจคราวนี้ มีฉากหลังอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสในปี 1944 เขาต้องขัดขวางปฏิบัติการลับของเหล่านาซี (อีกครั้ง) โดยคราวนี้นาซีกำลังแอบพัฒนาโครงการลับในชื่อ Operation Kraken เพียงแต่คราวนี้ แฟร์เบิร์นจะไม่ต้องลุยเดี่ยว เพราะมีทีมสนับสนุนอย่างกองกำลังต่อต้านมาช่วยด้วยอีกแรง (ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดเราก็ลุยเดี่ยวตามภารกิจอยู่ดี) หัวใจสำคัญจริง ๆ ของเนื้อเรื่องก็ยังหนีไม่พ้นหยุดแผนการสุดอันตรายของเหล่านาซี และเป็นหน้าที่ของแฟร์เบิร์นที่ต้องหยุดยั้งมันอีกครั้งและอีกครั้ง ในภาคนี้สิ่งที่แตกต่างกันออกไปคือ การมีตัวละครที่เพิ่มขึ้นมาสร้างสีสันในแต่ละช่วงคัทซีน นั่นก็คือกลุ่มต่อต้าน แต่น่าเสียดายที่ท้ายที่สุดพวกเขาก็มีบทบาทแค่ในคัทซีนเท่านั้น มีเป็นบางฉาก ที่เราจะได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขา ซึ่งก็ไม่ค่อยจะจำเป็นเท่าไร การเล่าเรื่องของ Sniper Elite 5 หลัก ๆ แล้วจะมาจากคัทซีนในช่วงเปิดด่านและปิดด่าน มีการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างไปแบบเรื่อย ๆ ใครที่ไม่ไหวจะดูเนื้อเรื่องก็สามารถเร่งข้ามไปเลยก็ทำได้ แต่ก็ยังต้องชื่นชมว่า แม้จะเป็นการหากินกับปฏิบัติการถล่มสังหารนาซี ทีมพัฒนาเกมนี้ก็ยังอุตส่าห์สรรหามุกใหม่ ๆ มาให้ผู้เล่นได้ติดตามกันเสมอเกมเพลย์ที่ทะเยอทะยานกว่าทุกภาคที่ผ่านมาสิ่งที่ทำให้เกมนี้น่าจับตามองอีกครั้ง คือการที่มันพยายามเล่นใหญ่กว่าทุกภาค ใน Sniper Elite 5 นี้ ตัวเกมจะใช้วิธีการนำเสนอในรูปแบบใหม่ ที่เกมยุคนี้ชอบใช้กัน คือการนำเสนอในรูปแบบเกมกึ่ง Open World และขนาดของแผนที่ในแต่ละฉากเองก็ถือว่าไม่ใช่เล็ก ๆ ผู้เล่นสามารถสอดส่อง วางแผน จัดการทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในการทำภารกิจให้สำเร็จและหลบหนีออกมา เพื่อเสร็จสิ้นภารกิจนั้นจากที่เป็นเกมเดินหน้าตะลุยด่าน ลอบยิงให้หมดแล้วผ่านฉากไป คราวนี้ผู้เล่นจะต้องเรียนรู้การวางแผนกลยุทธ์ การสำรวจสอดส่องพื้นที่ในเกมทั้งหมดในภารกิจนั้น   เพื่อให้เรารู้ว่า ควรจะทำอะไร ตรงไหน ลอบสังหารยังไง และจะหลบหนีเส้นทางไหน ด้วยความที่เกมกลายเป็นโลกกึ่ง Open World ทำให้เหล่า A.I. มีการแสดงผลและการโต้ตอบแบบไดนามิก ยกตัวอย่างเช่น Mission 2 ของเกม ที่มักจะมีรถลาดตระเวนผ่านไปมา ถ้าเกิดเราหลบไม่ดี หรือหลบผิดจุด ผิดที่แล้วล่ะก็ การ Stealth แตก จนต้องหนีหัวซุกหัวซุนอาจเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ และจบลงที่การ Restart Mission ใหม่แม้จะเป็นชื่อเกมว่า Sniper Elite แต่ในเกมภาคนี้ เราจะมีอุปกรณ์และอาวุธที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น ขวดเปล่า ไว้ปาหลอกล่อศัตรู ระเบิดที่มีทั้งแบบ Mine หรือระเบิดปาสร้างความเสียหายทั่วไป และทุกอุปกรณ์เราสามารถดัดแปลงนำมาใช้งานได้ทุกสถานการณ์ แถมเกมบังคับให้เราถือไว้ติดตัวอยู่แล้ว เลือกใช้งานได้ตลอด แต่จะถือมากขึ้นได้ก็ต้องอัปเกรดสกิลก่อน และด้วยอุปกรณ์ที่หลากหลายแบบนี้ ทำให้สอดคล้องกับรูปแบบการเล่นที่เป็นกึ่ง Open World ตามมาแต่ถึงแม้จะบอกว่ามันเป็นกึ่ง Open World แต่เกมยังใช้ระบบการดำเนินเรื่องแบบเป็น Mission ไป เมื่อเราเลือก Mission ของแคมเปญเนื้อเรื่องแล้ว เราจะเข้าสู่พื้นที่ภารกิจ ที่เป็นพื้นที่เปิดกว้างจากนั้นก็จัดการภารกิจและเป้าหมายที่ได้รับมา ภายในฉากขนาดใหญ่จะมีทั้งพื้นที่ให้ซุ่ม มีเถาวัลย์ให้ปีน มีจุดสำคัญต่าง ๆ เช่นัสัญญาณเตือนภัย หรือพื้นที่ภารกิจ ผู้เล่นสามารถเลือกเอาเองได้เลยว่าอยากจะทำอะไร จัดการการเล่นของตัวเองแบบไหน นอกจากนั้นภายในฉากแต่ละฉากจะมี Workbench ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการอัปเกรดและปรับแต่งอาวุธปืนของเรา ในเกมภาคนี้เราจะมีอาวุธทั้งหมด 3 ชนิดคือ Rifle ปืนซุ่มยิงหลักของเรา / SMG ปืนกลเบาที่ถือเป็นอาวุธรอง และ Pistol ปืนสั้น ที่เป็นอาวุธสำรองอีกทีหนึ่ง การจะปรับแต่งอาวุธพวกนี้ได้ เราจะต้องไปหาโต๊ะ Workbench ที่ซ่อนอยู่ในจุดต่าง ๆ ภายในฉากให้เจอ จึงจะเป็นการปลดล็อคของแต่งใหม่ ๆ ไปในตัว และมันสำคัญมากในช่วงแรก เพราะของสำคัญอย่าง Surpressor หรือปลอกเก็บเสียง ของคู๋ใจมือสไนเปอร์ จะปลดล็อคได้ในช่วง Mission 2ก่อนจะเริ่มเล่นเกม ผู้เขียนขอออกตัวเตือนไว้เลยว่า ใครที่เป็นคนใจร้อน ก็อย่าลังเลที่จะเลือกเล่นโหมด Very Easy ของเกมนี้ไปเลย แต่ไม่ใช่เพื่อให้เราได้บู๊แหลก วิ่งยิงเป็น Call of Duty แต่ A.I. ของเกมจะฉลาดน้อยลงมาก ความพิเศษของเกมนี้คือการวางแผนอย่างใจเย็น และรัดกุมมากที่สุด หากคุณอยากเล่นเป็นมือสังหารเงียบอย่างแท้จริง แต่บางครั้งความฉลาดของ A.I. ก็ทำให้การวางแผนลำบากมาก หากยังไม่เชี่ยวชาญ กดง่ายสุดไปก่อนก็ไม่เสียหาย แต่กลับกัน เกมนี้มอบอิสระให้คุณที่จะวิ่งยิงแหลกแบบไม่สนสี่สนแปดอะไรเลยก็ได้เช่นกัน เกมรองรับทุกสไตล์การเล่นของคุณอยู่แล้วเพียงแต่ว่าในช่วงจบเกม จะมีการประเมินคะแนนความสามารถและรูปแบบการเล่นของคุณอย่างชัดเจน ว่าคุณเป็นพวกมือสังหารเงียบ หรือพวกป่าเถื่อนฆ่าแหลกไม่สนอะไรเลยก็ทำได้ แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า จำนวนศัตรูในแต่ละฉาก มันใส่มาเยอะเสียจนผู้เขียนคิดว่า ยังไงก็กินเวลามาก กว่าจะฆ่าได้หมด การวางแผน ลอบเร้น เล่นอย่างใจเย็น ยังจะพอมีความเป็นไปได้มากกว่า และใช้เวลาในการเล่นน้อยกว่า แต่สุดท้ายมันก็แล้วแต่คุณ ว่าคุณยังสนใจหรือไม่ ว่าเกมนี้คือ Sniper Elite ไม่ใช่ Call of Dutyระทึกยิ่งกว่า ด้วยการโดน Invade จากผู้เล่นอื่น ใน Sniper Elite 5 นี้ ยังมีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ของเกมเข้ามา สำหรับโหมดนี้ ใครที่เคยเล่น Deathloop หรือเกมจำพวก Soulsborne มาก่อน ก็จะรู้จักและเรียนรู้มันได้ในเวลาอันสั้น มันคือโหมด Invader ที่ผู้เล่นคนอื่นจะสามารถบุกรุกเข้ามายังเกมของเรา และมาไล่สังหารเราได้ เมื่อเราโดนผู้เล่นอื่นบุกรุกเข้ามา ภารกิจหลักของตัวเกมจะกลายเป็นการตามหาเป้าหมาย และฆ่าอีกฝ่ายให้ได้ ก่อนที่เราจะโดนอีกฝ่ายเป่าหัวจนดับดิ้นเสียเองภายในฉาก จะมีตู้โทรศัพท์อยู่ ที่เราสามารถใช้งานเพื่อเปิดเผยตำแหน่งของเป้าหมายได้ด้วย ทำให้การเล่นโหมดนี้มีความตื่นเต้น และลุ้นระทึกอย่างมาก แต่ดูเหมือนว่าฝ่าย Axis Invader นี้ บางทีก็เป็นบอทหรืออาจจะเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวเท่าไรนัก ถ้าคนเล่นเป็นวนมาเจอกัน มันอาจจะเป็นการประลองปืนสไนเปอร์ที่ดุเดือดมาก และวัดความใจเย็นได้ดี แต่หากเป็นคนเล่นไม่เป็นเข้ามา ก็อาจจะงง ๆ ไปเลยว่าต้องทำอะไรยังไง อย่างไรก็ตาม โหมดนี้สามารถเปิด-ปิดได้โดยผู้เล่นเองอยู่แล้ว หากใครไม่อยากถูกรบกวนจากการโดนผู้เล่นอื่นบุกเข้ามา ก็เลือกปิดได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มภารกิจ ซึ่งบางครั้งก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะมีหลายครั้งหลายหนเหมือนกันที่การลอบสังหารกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มแต่ถูกผู้เล่นอื่นบุกเข้ามาขัดขวางซะอย่างนั้นยกระดับ Kill Cam ให้ดุดัน ทรงพลัง และอิสระกว่าที่เคยจะรีวิวเกมนี้โดยไม่พูดถึงฟีเจอร์นี้ย่อมไม่ได้โดยเด็ดขาด สำหรับ Kill Cam ที่ถือว่าเป็นไม้เด็ดที่ใครหลายคนชื่นชอบ เพราะเราจะได้เห็นฉากการฆ่าสุดดุเดือด กระสุนพุ่งทะลุทะลวง ทำลายล้างอวัยวะของเหล่าทหารนาซีผู้โชคร้าย ที่ในภาคนี้ ระบบนี้ก็ยกระดับขึ้น โดยเราสามารถปรับแต่งลูกเล่นต่าง ๆ ระหว่างฉากสโลว์โมชั่นที่กระสุนพุ่งเข้าไปสังหารศัตรูได้ไม่ว่าจะเป็ฯสปีดความเร็ว การหันมุมมองด้วยเมาส์ หรือการเข้าสู่ Photo Mode ระหว่างนาทีสังหารนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน แถมในภาคนี้ อาวุธทุกแบบยังมีโมเมนท์ Kill Cam แล้ว จากที่แต่ก่อนจะมีแต่ปืนไรเฟิลเท่านั้น ภาคนี้ทั้งปืน SMG ปืนพก หรือแม้แต่ระเบิด หากปาเข้าไปอยู่ในจุดที่เหมาะสมก็สามารถทำให้เกิด Kill Cam สุดเท่ได้ตลอด แต่ก็ต้องยอมรับว่า แม้มันจะเจาะทะลุทะลวงไปจนถึงอวัยวะ หรือส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย แต่ความรุนแรงของมันอาจจะดูเบาลงนิดหนึ่ง สำหรับคนที่เคยตามซีรีส์นี้มาก่อน แต่ภาคนี้ถือว่าปรับแต่ง และใส่สิ่งต่าง ๆ มาได้เยอะขึ้นภาพรวมของ Sniper Elite 5 นั้น แม้ว่ามันจะไม่ได้ยกระดับมาจากภาคแรกอย่างก้าวกระโดดมากนัก แต่ในแง่ของเกมเพลย์ ฉาก บรรยากาศ ก็ถือว่ามีการพัฒนาพิ่มขึ้นมา โดยเฉพาะ Kill Cam และฉากที่สวยงาม กว้างใหญ่ขึ้นมาก ไม่ว่าคุณจะซื้อเกมนี้มาเล่น หรือเล่นผ่านระบบ Xbox Game Pass ก็น่าจะคุ้มค่า สมราคา โดยเฉพาะหากคุณเป็นคนที่หลงใหลในการลอบเร้น นี่คือเกมที่คุณไม่ควรพลาดเลยทีเดียว
27 May 2022
[รีวิว] Ni no Kuni : Cross Worlds เกมดีที่รอคอย จริงหรือมั่วชัวร์หรือไม่ ?
Ni no Kuni: Cross Worlds เกมที่สาวกของอนิเมะค่ายดังอย่าง Studio Ghibli ลอยคอ รอคอยกันมาแสนนาน ได้เปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2565 ที่ผ่านมา Studio Ghibli ได้จับมือพัฒนาเกมกับค่ายดังอย่าง LEVEL5 และ Netmarble สรรค์สร้างเกมนี้ขึ้นมา เลยทำให้คุณภาพต่าง ๆ ของเกมนี้ออกมาดูดีอย่างที่หลาย ๆ คนได้คาดการณ์กันเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น กราฟิก คุณภาพของเกม เนื้อเรื่อง เรียกได้ว่าสุดยอดและเป็นสิ่งที่น่าติดตามมาก ๆ ครับ Ni no Kuni: Cross Worlds เป็นเกมมือถือแนว MMORPG และยังมีเวอร์ชั่น PC ให้ได้เล่นกันอีกด้วย เรียกได้ว่าครอบคลุมมันทุกแพลตฟอร์มกันไปเลย นอกจากเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม มีอนิเมชั่นที่น่าดูแล้วเนี่ย การต่อสู้ในเกมก็ยังสนุกใช้ได้เลยครับ ตัวเกมมีการใช้ระบบธาตุเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มีระแบบปล่อยบอทฟาร์มออฟไลน์ได้สูงสุด 5 ชั่วโมง มีระบบอิมาเจนหรือว่าสัตว์เลี้ยงช่วยต่อสู้ เราสามารถพาน้อง ๆ ไปช่วยเราสู้ได้ถึง 3 ตัวเลยทีเดียว เกมนี้จะมีทั้งหมด 5 อาชีพด้วยกัน และจุดที่น่าสนใจของเกมนี้อีกอย่างก็คือถ้าเราเล่นหลาย ๆ ตัว ไอเทมบางอย่างที่เราได้มาสามารถแชร์กันได้ครับ รายละเอียดเกมคร่าว ๆ มีอะไรบ้าง? มันน่าเล่นสมกับที่รอคอยไหม? ตามผมมาเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง :)การเดินเควส เกมนี้ในส่วนของการเดินเควสมีทั้งเควสหลักจากเนื้อเรื่อง และเควสรองจาก NPC ในแมพ เป็นการเดินเควสแบบ Auto ทั้งหมดเลยครับ เราแทบจะไม่ต้องทำอะไรเองเลย นอกจากกดคลิกตอนพูดคุยกับ NPC ใครที่เป็นแฟนอนิเมะ หรือชอบเสพเนื้อเรื่องอาจจะชอบนะครับ แต่ผมเห็นหลายคนในกลุ่ม Community ของเกมนี้ไม่ว่าจะเป็นแฟนการ์ตูนก็ดี หรือแค่คนที่ชอบเล่นเกมเฉย ๆ มาบ่นกันค่อนข้างเยอะ เรื่องที่เกมนี้มีการพูดคุยกับ NPC เยอะมาก (เยอะจนคนเล่นหลับไปเลยครับ 5555) เอาจริง ๆ ข้อเสียตรงนี้ผมแอบเห็นด้วย เพราะมันชวนง่วงจริง ๆ แต่ในจุดนี้เราก็ต้องเข้าใจในตัวเกมก่อน ว่าเขาดัดแปลงมาจากอนิเมะ ของค่าย Studio Ghibli เกมทำออกมาแนวนี้ผมก็ไม่ได้แปลกใจอะไร แต่สำหรับผมที่ไม่ได้เป็นแฟนซีรีส์นี้ผมก็มองว่าตรงนี้มันค่อนข้างเยอะไปสำหรับผมเช่นกันครับการต่อสู้ในส่วนนี้บอกเลยว่า ว่าก็ยังแอบผิดหวังอยู่หน่อย ๆ แต่ก็ถือว่าได้เล่นเกมมากขึ้นโดยไม่ต้องใช้ Auto เพราะว่าการสู้กับบอส หรือการปาร์ตี้เข้าดันพิเศษต่าง ๆ เราจะนั่งเฝ้าจอเฉย ๆ ให้บอทเล่นไม่ได้แล้วนะครับ ในส่วนนี้ค่อนข้างใช้เสต็ปในการเล่นอยู่พอสมควร เพราะว่าถ้าปล่อยบอทเล่นเราอาจจะโดนบอสตบกลิ้งเป็นลูกขนุนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดกันเลยทีเดียว เราต้องคอยหลบสกิลบอส ม้วนตัวกระโดดออกมา ต้องงัดทักษะการบังคับมาใช้ แล้วการลงฟิลด์บอสในเกมนี้ค่อนข้างใช้เวลานาน และต้องมีสกิลเพลย์ที่ดีนะครับ ไม่อย่างนั้นสู้ไม่ไหวจริง ๆ เพราะดาเมจบอสค่อนข้างแรง เราควรเล่นเอง เพราะบอสเกมนี้ยิ่งเลเวลสูง ๆ นางตบ One hit, one kill  ต้องกดเกิดเดินมาใหม่ตลอด และเกมนี้ถ้าเล่นในมือถือจะค้นพบว่าน่าหงุดหงิดมาก ด้วยปุ่มหลบที่โคตรจะเล็ก บางทีกดหลบดันไปโดนปุ่มยิง บอสสวนมาสรุปไม่ได้หลบ ส่วนในคอมอาจจะเล่นง่ายหน่อย แต่ยังมีเรื่องคูลดาวน์หลังกดหลบ หลบซ้อน ๆ ไม่ได้ แถมความลำบากไม่ได้มีเพียงเท่านี้ การลงสู้ในฟิลด์บอสนั้นคนจะมาล่าบอสกันเยอะมากครับ มาจากทั่วทุกสารทิศจากทุก ๆ แชนแนล สิ่งที่เกิดตามมาก็คือ การใช้สกิลเพลย์ที่เล่นกับบอสว่ายากแล้ว พอคนเยอะมันดันยากเข้าไปใหญ่ครับ เพราะว่าแลคมากกกกกกก เท่านั้นยังไม่พอแถมมาด้วยการดูสกิลบอสที่แบบว่าต้องอาศัยการเดาเพราะมองอะไรไม่รู้เรื่องเลย รู้ตัวอีกทีคือเฝ้ารากมะม่วงไปแล้ว หลังจากจบดันพิเศษ ฟิลด์บอส และบอสโลก มีโอกาสที่จะดรอปไอเทมดีดีให้เรา แต่ส่วนใหญ่จากที่ผมลงบอสมา(เรียกผมว่าเสี่ยนาเกลือได้เลย เค็มแต่ไม่ดี 5555) ส่วนการต่อสู้กับมอนทั่ว ๆ ไปเราสามารถเปิดบอทเพื่อสู้ได้เลยครับ แต่ในช่วงเลเวล 40 ขึ้นไป มอนค่อนข้างโหด หลัง ๆ ก็จะไม่ค่อยได้ใช้บอทนอกจากปล่อยฟาร์มเอาไว้แล้วไปนอนฮะระบบธาตุเกมนี้ความสนุกก็อยู่ตรงระบบธาตุด้วยครับ เพราะมอนในเกมนี้จะมีแบ่งเป็นธาตุ และเราสามารถพกอาวุธไปใช้ต่อสู้ได้ทั้งหมด 3 ชิ้นครับ ซึ่งในเกมจะมี 5 ธาตุหลัก ๆ คือ ไฟ น้ำ พืช แสง และความมืดครับ พืชแพ้ไฟ ไฟแพ้น้ำ น้ำแพ้พืช ส่วนแสงกับความมืดต่างคนต่างแพ้กันเองครับ เราควรหาอาวุธให้ครบทุกธาตุ และอิมาเจนหรือว่าสัตว์เลี้ยงช่วยต่อสู้ของเราก็จะเป็นธาตุเหมือนกันครับ ควรเปิดหาได้ครบทุกธาตุเช่นกัน จำเป็นต้องใช้และของมันต้องมีครับ ขอให้สุ่มได้ดีดีกันครับทุกคนอิมาเจนอิมาเจนหรือว่าสัตว์เลี้ยงช่วยต่อสู้ของเกมนี้จะมี 5 ธาตุด้วยกันนะครับ เกมนี้เราสามารถพาน้อง ๆ ไปช่วยสู้ได้เต็มแม็กซ์ 3 ตัวนะครับ และเราสามารถทำได้อีกหลายอย่างเลยครับเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอิมาเจนของเรา ไม่ว่าจะเป็น อัพเลเวล, วิวัฒนาการ, เสริมพลัง, ดูดซับการเสริมพลังอิมาเจน, ปลุกพลัง ยิ่งน้องเก่งเท่าไหร่ เราก็จะโหดตามน้องไปครับ และเราควรมีอิมาเจนให้ครบทุกธาตุ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เราในการต่อสู้ เพราะเนื้อเรื่องของเกมนี้มอนจะอยู่เป็นช่วง ๆ ครับ ช่วงไหนเจอธาตุพืชก็จะเป็นพืชยาว ๆ อย่างเช่นช่วงแรกของเกม เราก็ควรพาอิมาเจนที่มีธาตุไฟไปสู้มอนกับเรา เพราะถ้าแพ้ธาตุจะทำดาเมจได้มากขึ้นครับ ดาวน้อง ๆ ก็สำคัญนะครับ ถ้าเราสุ่มได้ 4 ดาวคือไม่เกลือครับ พวก 3 ดาวก็เอาไว้ใช้แก้ขัดได้ เพราะเราสามารถอัพดาวของน้อง ๆ ได้ แล้วพออัพเรียบร้อยจาก 3 ดาวก็จะกลายเป็น 4 ดาว ส่วนพวกอิมาเจน 1-2 ดาว เราก็เก็บไว้เป็นวัตถุดิบในการ อัพเลเวลให้ตัวหลักของเราได้ครับอาวุธอาวุธของเกมนี้มีธาตุและเราสามารถใส่ได้ 3 อันนะครับ ตอนต่อสู้เราสามารถสลับเปลี่ยนธาตุเพื่อให้ชนะทางมอนได้เลย ยิ่งอาวุธเราดาวเยอะเท่าไหร่ เราจะโหดขึ้นตามดาวเลยครับ และการอัพเกรดต่าง ๆ ทำออกมาคล้ายกับระบบของอิมาเจนเลย แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในส่วนของอาวุธก็จะมี อัพเลเวล, เลื่อนขั้น, เสริมพลัง, ถ่ายโอนเสริมพลังอุปกรณ์, ปลุกพลัง และเราควรสุ่มให้ได้ครบทุกธาตุเพื่อเป็นการง่ายกับเราในเวลาสู้กับมอนครับ การเจาะลึกรายละเอียดต่าง ๆ ตามหัวข้อพวกนี้เพื่อน ๆ สามารถดูใน YouTube หรือบทความต่าง ๆ ในอินเตอร์เน็ตที่เขาสอนได้เลยนะครับ มีอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด Skillเกมนี้เราจะมีสกิลที่ใช้ต่อสู้หลัก ๆ อยู่ 3 หัวข้อใหญ่ ๆ นั่นก็คือ สกิลคลาส, แอคทีฟพิเศษ, แพสซีฟพิเศษ และธาตุของสกิลคลาสและสกิลเบิร์สต์ จะถูกปรับให้ตรงกับอาวุธธาตุที่เราสวมใส่ครับ พอเราเปลี่ยนอาวุธปุ๊บ มันก็จะปรับให้เราเองปั๊บเลยโดยที่เราไม่ต้องไปเซ็ตค่าอะไรใด ๆ ให้วุ่นวายครับทั้งหมดนี้เป็นแค่เพียงน้ำจิ้มที่ผมยกตัวอย่างเพื่อมาแนะนำให้ดูเท่านั้นนะครับ เพราะเกมนี้ยังมีระบบยิบ ๆ ย่อย ๆ ค่อย ๆ ทยอยปลดล็อคออกมาให้ได้เล่นกันอย่างเพลิดเพลิน ถ้าใครอยากจะเจาะลึกให้เยอะกว่านี้ ใน YouTube มีกูรูต่าง ๆ มาเจาะลึกลงคลิปให้ดูมากมายเลยครับ เพื่อน ๆ สามารถไปศึกษาแบบลึก ๆ ได้เลย น่าเล่นใช่ไหมครับ ภาพก็สวย เนื้อเรื่องก็แน่น ๆ ถ้าใครสนใจเพื่อน ๆ สามารถดาวน์โหลดเกมมาเล่นได้ทั้ง PC และมือถือ ส่วนใครอยากเปิดหลาย ๆ จอ สามารถเล่นใน Simulator ต่าง ๆ ได้นะครับ เพียงแต่เพื่อน ๆ ต้องตั้งค่าใหม่ให้ Simulator เพื่อน ๆ เป็น 64bit ก่อน ถ้าเป็น 32bit อยู่จะไม่สามารถเล่นได้ครับ DownloadPCGoogle PlayApp Storeสรุปเกมนี้ยังไม่ใช่ Game of the Year สำหรับผม จากที่ลองเล่นมา 72 ชั่วโมง (เป็นแค่เพียงการรีวิวจากความรู้สึกของผมที่ได้เล่นมานะครับ) ผมก็ยังไม่ได้รู้สึกว้าวเท่าที่คาดหวังเอาไว้ และพบว่ามีความขัดใจในระบบเกมเพลย์อยู่บ้าง แต่ถ้าใครเป็นแฟนซีรีส์นี้อาจจะถูกใจก็ได้ครับ เพราะเนื้อเรื่องที่ใส่มาให้เสพอย่างจุใจ ภาพที่สวยสมการรอคอย แต่สำหรับตัวผมนั้นไม่ได้เป็นแฟนของซีรีส์นี้ผมมองว่าเนื้อเรื่อง หรือการพูดคุยกับ NPC มันค่อนข้างเยอะไป ทำเอาผมหลับไปหลายตื่นอยู่ ระบบการต่อสู้ที่ต้องใช้สกิลเพลย์ค่อนข้างสนุกแต่ก็ยังติดอยู่ตรงที่มันค่อนข้างบังคับยาก (อย่างน้อยในมือถือ) และมีคูลดาวน์กับบางอย่างที่ไม่ควรมีเช่นการกดหลบ เอาเป็นว่าสรุปง่าย ๆ ว่าผู้พัฒนาชูเกมมาว่าเป็นเกมมือถือ แต่ดันไม่เหมาะกับมือถือระบบธาตุต่าง ๆ ก็ส่งเสริมให้การเล่นเกมมีสีสันมากขึ้น ถ้าไม่มีส่วนนี้ผมจะเล่นเกมนี้ด้วยความเคว้งคว้างกว่านี้อีกครับ จุดเด่น ๆ ของเกมนี้ที่ไม่ชมไม่ได้คือภาพที่อลังการครับ กราฟิกนี่คือสุดยอดดดดดด มีระบบคัทซีนให้ได้เห็นถึงความสวยงาม และมีกลิ่นอายอนิเมะจ๋า ๆ แต่ในส่วนของคัทซีนบางทีก็เจอซ้ำ ๆ ทุก ๆ ครั้งที่เขาไปเล่นโหมดเดิม ๆ เอาตรง ๆ ผมก็แอบเบื่ออยู่เหมือนกัน เพราะบางโหมดมันกดข้ามไม่ได้ และตัวการ์ตูน มอนส์เตอร์ หรือการออกแบบตัวละครต่าง ๆ ก็น่ารักไม่ไหว ระบบยิบย่อยต่าง ๆ ที่ใส่เข้ามาให้ได้ผสมนู่นนี่นั่นมีอะไรให้ทำแก้ง่วงอยู่บ้าง การสุ่มกาชาปองเรท % การออกผมมองว่าค่อนข้างออกยากอยู่ครับ แต่สายฟรีก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะตัวเกมค่อนข้างแจกคูปองสุ่มมาให้ถลุงเยอะมาก ๆ ถ้าพกดวงมาแน่น ๆ มีโอกาสได้อิมาเจน หรืออาวุธเทพ ๆ อยู่ครับ (ถ้าไม่ได้ก็รีไอดีวนไป พอได้อิมาเจนที่โดนใจก็ค่อยผูกอีเมลเอาครับ) แค่สายฟรีอย่างเรา ๆ ก็จะช้ากว่าสายเติมอยู่แล้ว ซึ่งนั่นก็เป็นสัจธรรมเหมือน ๆ กันทุกเกมครับ อยากเก่งก็ต้องเติม ไม่มีทุนก็ค่อย ๆ ปั้นไป โลกทุนนิยมนะครับ ยังไงก็ถือว่าสนับสนุนผู้พัฒนาเกม ให้เขามีกำลังใจผลิตเกมดีดีมาให้เราเล่นอีก ในส่วน Play to Earn ทาง Dev ประกาศว่าจะตามมาทีหลัง ตอนนี้ก็เปิดให้ไปผูกกระเป๋าได้แล้ว เดี๋ยวถ้าระบบ Play to Earn เข้ามาเมื่อไหร่ ผมจะมารีวิวแนะนำวิธีการเอิร์นเหรียญให้เพื่อน ๆ ได้ทราบแน่นอน ตอนนี้ก็รอระบบนี้เป็นเพื่อนผมกันไปก่อนนะครับ สุดท้ายนี้ขอให้เพื่อน ๆ เล่นเกมกันให้สนุก สุ่มได้ของดีดี ไม่ต้องมาทำนาเกลือเหมือนผมนะฮะ >
26 May 2022
[Review] Death Gambit: Afterlife เกมที่ทำความยากให้ย่อยง่าย จนเหมาะสมทั้งสายชิลและจริงจัง
หากจะพูดให้เข้าใจง่าย และเห็นภาพโดยทั่วกันแล้ว Death Gambit คือเกม Dark Souls ที่ถูกดัดแปลง พร้อมนำเสนอใหม่ในมุมมอง 2 มิตินั่นเองแน่นอนว่า ระบบต่าง ๆ อาจจะมีจุดที่ไม่เหมือนกันอยู่บ้าง แต่แก่นกลางของมันก็ยังคงให้กลิ่นอายของแนว Soulslike อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นระบบอาชีพ ความยากของศัตรู บทลงโทษเมื่อผู้เล่นตาย ไปจนถึงแผนที่ที่มีความซับซ้อนเหมือนกับเขาวงกตและสำหรับ Death Gambit: Afterlife นั้น มันจะเป็นเหมือนเวอร์ชันอัปเกรดของตัวเกมจากภาคต้นฉบับ เพราะทางผู้พัฒนาได้ปรับปรุงหลายสิ่งหลายยิ่งในส่วนขยายนี้ ทั้งเพิ่มฉากจบใหม่ เพิ่มบอสตัวใหม่ เพิ่มอาวุธใหม่ และยังมีการปรับปรุงระบบเกมเพลย์บางส่วนอีกด้วยซึ่งต้องขอสารภาพตามตรงว่า ทางผู้เขียนไม่เคยได้สัมผัสกับตัวเกมต้นฉบับของ Death Gambit มาก่อน ดังนั้นอาจจะหาข้อเปรียบเทียบได้ไม่ชัดเจนมากนัก สำหรับความแตกต่างระหว่างสองเวอร์ชันนี้ อีกทั้งเกมที่ผู้เขียนใช้รีวิว จะเป็นเกมในเวอร์ชันเครื่องพกพาอย่าง Nintendo Switch ซึ่งอาจจะมีปัญหาที่แตกต่างกันบางประการจากเวอร์ชันอื่น ๆ เนื้อเรื่องที่ย่อยง่าย แต่ยังคงแฝงไปด้วยปริศนาเนื้อเรื่องหลักของ Death Gambit จะมีความเป็นเส้นตรงกว่า Dark Souls หรือเกม Metroidvania ในประเภทเดียวกันอย่าง Deadcells หรือ Hollow Knight มากนักเกมจะพาเราไปติดตามเรื่องราวของตัวเอกนามว่า Sorun ที่เคยสูญเสียลมหายใจไปแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าเขากลับทำสัญญากับยมทูต (Death) ได้ทันท่วงที ก่อนที่วิญญาณสูญสลายไป Sorun ฟื้นขึ้นมายังโลกคนเป็นอีกครั้งในฐานะผู้ที่ฆ่าไม่ตาย (Immortality) โดยมีข้อแลกเปลี่ยนกับยมทูตก็คือ เขาจะต้องจัดการสังหารบุคคลที่เป็นอมตะอื่น ๆ เพื่อให้ยมทูตสามารถเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณของผู้ฝืนกฎธรรมชาติได้นั่นเองนอกจากนี้ ความทรงจำของ Sorun ระหว่างยังมีชีวิตจะยังเลือนรางอีกด้วย แต่สิ่งเดียวที่ Sorun ยังคงจำได้เด่นชัดก็คือ ภาพแม่ของเขาที่ออกไปทำภารกิจสำรวจดินแดนภายนอกเมื่อครั้งเขายังเยาว์วัย นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่ Sorun จะต้องไขว่คว้าให้ได้ ภายในการเดินทางครั้งนี้นี่เองอย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่า Death Gambit: Afterlife นั้น จะมีเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างเข้าใจง่ายมากกว่า เพราะทางผู้พัฒนาเลือกที่จะเล่ากันมาแบบตรง ๆ ไม่ต้องให้ผู้เล่นไปสืบเสาะหาเบาะแสกันเอาเอง ซึ่งตรงจุดนี้อาจจะทำให้บางคนที่ชื่นชอบดื่มด่ำไปกับการเดินพูดคุยกับ NPC ต่าง ๆ รู้สึกว่าจืดชืดไปบ้าง กับการที่เกมยัดข้อมูลมาให้เราแบบง่าย ๆ เลยทว่าไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะในเมื่อตัวเกมได้นำความตายมาแปรเปลี่ยนเป็นลูกเล่นแล้ว เขาจึงได้ดึงเอาความตายมาใช้เป็นส่วนช่วยบอกเล่าข้อมูลอีกด้วย โดยทุกครั้งที่ผู้เล่นตาย ตัวเกมจะสุ่มปล่อยข้อมูลความทรงจำใหม่ ๆ เข้ามา ทั้งภาพของ Sorun ในวัยเด็กที่พูดคุยกับแม่ของเขา ว่าอยากจะเป็นอัศวิน หรือจะเป็นฉากที่ Sorun เดินทางไปยังผืนน้ำของทะเล ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นทะเลเลือด เพราะไฟสงคราม ทั้งหมดนี้จะช่วยสื่อสารและเล่าเรื่องราวปูมหลังของตัวละครหลักได้อย่างดีเลยทีเดียวอีกทั้งการที่ตัวเกมเล่าออกมาแบบสุ่มนี้ จึงทำให้ Death Gambit: Afterlife มีคุณค่าในการกลับมาเล่นซ้ำค่อนข้างสูงสำหรับคนที่อยากจะเก็บเนื้อเรื่องให้สมบูรณ์ ยิ่งบวกกับฉากจบหลายแบบด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ผู้เล่นต้องใช้เวลาอยู่กับเกมนี้นานระดับหนึ่งเลยทีเดียวล่ะระบบอาชีพทั้ง 7 มอบอิสระให้กับคนเล่นเต็มที่หลังจากอารัมภบทเนื้อเรื่องในตอนต้นเกมไปแล้ว ยมทูตจะถามเราถึงความทรงจำเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งตรงจุดนี้จะเป็นการให้ผู้เล่นเลือกอาชีพตอนเริ่มเกมทั้ง 7 อาชีพ โดยมีไปตั้งแต่ อาชีพที่ตัวเกมแนะนำว่าเล่นยากอย่าง Assassin หรือ Sentinel อาชีพที่เน้นการโจมตีระยะไกลอย่าง Wizard อาชีพที่เน้นวางแผนเข้าทำอย่าง Soldier, Noble หรือ Acolyte of Death และอาชีพที่เล่นง่าย บุกโจมตีไวอย่าง Blood Knightแน่นอนว่าแต่ละอาชีพที่มีข้อดีที่แตกต่างกันไป ซึ่งมันจะมาในรูปแบบของสกิลติดตัวตั้งแต่แรกเลือก ไปจนถึงสกิลกดใช้ที่มีให้เลือกอัปเกรดได้ในภายหลังโดยสกิลติดตัวนั้น จะอยู่กับตัวละครของผู้เล่นไปตลอด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จนกว่าจะเริ่มเล่นใหม่ ส่วนสกิลที่อัปเลเวลได้ มันจะมีระบบของคลาส 2 เข้ามาเกี่ยวข้อง ช่วยให้ผู้เล่นสามารถกระโดดข้ามสาย ไปหยิบยืมสกิลของอาชีพอื่น ๆ ที่ไม่ได้เลือกในต้อนเริ่มเกมได้นั่นเองนอกจากนี้ ตัวเกมยังไม่ได้จำกัดอาวุธประเภทต่าง ๆ ให้แค่เพียงอาชีพเดียวถือเท่านั้น ผู้เล่นสามารถเลือกใช้งานอาวุธอะไรก็ได้ ตราบเท่าที่ค่าพลังเอื้ออำนวย ช่วยให้ผู้เล่นสามารถสร้างสรรค์สไตล์การเล่นของตัวเองออกมาได้แทบจะไร้ขีดจำกัดเลยทีเดียวระบบที่เอื้ออำนวยให้คนเล่นไม่เก่ง ก็สามารถสนุกไปด้วยกันได้หากคุณเป็นคนที่คุ้นชินกับเกมแนว Soulslike แบบ 3 มิติมา คุณน่าจะต้องใช้เวลาปรับตัวสักพักเลยทีเดียวกว่าที่จะชินกับ Death Gambit เพราะว่าการออกท่าของศัตรูภายในรูปแบบมุมมอง 2 มิตินั้น ค่อนข้างคาดเดายากกว่ามุมมอง 3 มิติระดับหนึ่งเลย ทว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณเริ่มจับทางของตัวเกมได้แล้ว เกมนี้จะง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียวเกมให้ทางเลือกในการตอบโต้การโจมตีของศัตรูที่หลากหลาย ราวกับถอดแบบมาจาก Dark Souls ทั้งการกลิ้งหลบ การบล็อก การแพรี่ ล้วนมีอยู่ใน Death Gambit อย่างครบถ้วน ซึ่งถ้าหากคุณมีประสบการณ์กับเกมแนว Soulslike มา ก็น่าจะรู้ว่า การกลิ้งหลบ มันก็เพียงพอที่จะทำให้คุณจบเกมได้อยู่แล้วและตัวเกมยังจะมีระบบเสริมพลังให้ผู้เล่นเมื่อปราบบอสหลักลงได้อีกด้วย เช่น ผู้เล่นจะสามารถกระโดดสองครั้งได้ หรือกระโดดแล้วพุ่งตัวได้ ช่วยทำให้จังหวะฉากต่อสู้ในเกมนี้มีทางเลือกที่หลากหลายมาก ส่งผลให้ผู้เล่นสามารถเอาชนะบอสหลักภายในเกมได้อย่างไม่ยากเย็น แม้จะเพิ่งเคยปะทะกันเป็นครั้งแรกก็ตามทีอีกทั้งตัวเกมยังมีระบบ Abilities มาเสริมให้ เป็นสกิลประเภทกดใช้ที่ใส่ได้สูงสุดถึง 4 ช่อง ทำให้ผู้เล่นจะมีทั้ง สกิล Passive สกิล Active ความสามารถพิเศษที่ติดตัว อาวุธสองแบบ ไปจนถึง Aura ที่ช่วยเสริมพลัง เรียกว่าบัฟเต็มตัวกันขนาดนี้ เล่นไม่ผ่านก็ให้มันรู้ไปบทลงโทษที่เป็นมิตรกับผู้เล่นหน้าใหม่น่าจะเป็นความตั้งใจของทีมพัฒนา ที่ทำให้เกมนี้มีความเข้าถึงง่าย เพราะนอกจากระบบต่อสู้ที่ให้ทางเลือกกับผู้เล่นจำนานมากแล้ว ในส่วนของการลงโทษเมื่อผู้เล่นตายนั้น บทลงโทษก็น้อยเสียเหลือเกินในเกม Soulslike ทั่ว ๆ ไป เมื่อผู้เล่นเสียชีวิตลง ตัวเกมจะทำการดรอปค่าเงินหรือ Souls ออกไปจากตัวผู้เล่นทั้งหมด ซึ่งเจ้า Souls นี้จะถูกใช้ในการทำสิ่งต่าง ๆ ตั้งแต่ซื้อไอเทม ไปยันอัปเกรดค่าพลังกันเลยทีเดียว และในการจะได้ Souls คืนนั้น ผู้เล่นจะต้องวิ่งไปเก็บในจุดที่ตัวเองได้ตายลงไป ซึ่งถ้าหากสาเหตุการตายของคุณเป็นบอสแล้วล่ะก็ การจะเก็บ Souls คืนมาได้นี่แทบจะต้องถอดใจไปครึ่งหนึ่งกันเลยทีเดียวทว่าภายใน Death Gambit ทางผู้พัฒนากลับเลือกให้สิ่งที่ดรอปทิ้งไว้หลังจากที่ผู้เล่นตายเป็นไอเทมเติมพลังแทน โดยไอเทมเติมพลังนี้จะลดลงไปเรื่อย ๆ ครั้งละ 1 ชิ้นที่ตาย แถมเมื่อตายซ้ำแล้วไม่ได้เก็บ มันก็จะยังไม่หายไปไหน ต่างจาก Souls ในเกม Dark Souls อีกด้วยเพราะฉะนั้นคุณสามารถตายซ้ำ ตายซาก ตายจนเก่งได้เลย ไม่ต้องกลัวจะไม่มีไอเทมใช้ในภายหลัง อีกทั้งสำหรับคนที่เล่นจนช่ำชองแล้ว ผู้พัฒนาก็ยังได้เพิ่มทางเลือกมาให้ โดยการทำดาเมจเพิ่มขึ้น แลกกับการพกไอเทมเติมพลังได้ลดลง ซึ่งหากผู้เล่นเลือกที่จะไม่พกไอเทมเติมพลังเลยนั้น ก็เท่ากับว่า ในการตายจะไม่มีผลเสียที่กระทบถึงผู้เล่นเลย ช่วยให้เกมง่ายขึ้นเข้าไปอีกภาพลื่นไหล แต่แอบโหลดช้าบน Switchณ ปัจจุบัน เครื่อง Nintendo Switch จะแบ่งเป็นรุ่นใหญ่ ๆ ราว 3 รุ่น ได้แก่ Switch ธรรมดา (กล่องขาว กล่องแดง) Switch Lite ที่ถอดจอยด้านข้างกับต่อ Dock ไม่ได้ และ Switch OLED ที่เป็นรุ่นอัปเกรดคุณภาพจอขึ้นมา ซึ่งในด้านประสิทธิภาพ ทั้งสามรุ่นล้วนมีความแรงที่ใกล้เคียงกัน จะแตกต่างก็เพียงประสิทธิภาพในการใช้งานแบตเตอรี่เพียงเท่านั้นสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับเลยก็คือ งานภาพของ Death Gambit: Afterlife ทำออกมาได้ลื่นไหลเป็นอย่างมาก ทุกฉากการปะทะจะไม่มีอาการเฟรมตกให้เห็นเลย ต่อให้สกิลจะอลังการแค่ไหนก็ตาม (มีอาการเฟรมตกเล็กน้อยในฉากขนาดใหญ่ ที่ตัวเกมต้องฉายภาพออกมาในมุมกว้าง แต่ไม่ได้มีผลกระทบต่อการเล่นมากนัก) แต่ก็ใช่ว่ามันจะไม่มีข้อเสียเลย เพราะจังหวะการโหลดข้ามฉากของเกมนี้นั้น ค่อนข้างกินระยะเวลาในระดับหนึ่งเมื่อเทียบกับเกมที่มีงานภาพใกล้เคียงกันอย่าง Hollow Knight หรือจะเป็นเกมที่มีภาพสวยกว่าอย่าง The Legend of Zelda: Breath of The Wild ก็ยังรู้สึกว่ามันโหลดไวกว่า Death Gambit: Afterlife อยู่ดี ส่งผลให้ในบางครั้งที่ต้องเดินข้ามฉาก สลับไปมา อาจจะทำให้คนเล่นหงุดหงิดขึ้นมาได้เหมือนกันซ้ำร้าย ตัวเกมยังมีปัญหาแปลก ๆ เล็กน้อย เช่น เกมค้างในบางช่วง กดเปิดหน้าไอเทมแล้วมีอาการหน่วง หรือจะเป็นปัญหาที่เวลาข้ามฉากในแนวตั้ง ผู้เล่นจะต้องคอยดันก้านอนาล็อกทิศทางเอาไว้เสมอ มิฉะนั้นตัวละครของผู้เล่นจะร่วงลงไปในฉากเดิม ซึ่งถ้าหากเกมมันโหลดฉากไว ปัญหาการตกฉากตรงนี้ก็คงไม่น่าวุ่นวายใจมากนัก แต่มันดันโหลดช้านี่สิ จึงทำให้บางครั้ง ผู้เล่นจะต้องรอกันถึง 10-20 วินาทีเลยทีเดียว จากสาเหตุเพียงแค่ลืมดันก้านอนาล็อกทิ้งเอาไว้ เพื่อให้ตัวละครยังคงปีนบันไดขึ้นไปต่อควรค่าแก่การสละเวลาเล่นไหม ?ถึง Death Gambit: Afterlife จะเป็นเกมที่หยิบยืมแนวเกมที่เล่นยาก ๆ และเข้าถึงเกมเมอร์ในวงแคบอย่าง Soulslike มาผสมผสานกับ Metroidvania ก็จริง แต่ด้วยการปรับระดับความยากที่กำลังพอดี และการเสริมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย จึงทำให้เกมนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการอยากจะลองสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้วยตัวเองอย่างพอเหมาะพอเจาะแม้ว่าอาจจะมีจุดที่น่าเสียดายไปบ้าง ทั้งเรื่องประสิทธิภาพบนเครื่อง Switch ไปจนถึงเรื่องความง่ายที่กลายเป็นดาบสองคม ทำให้เสน่ห์ของเกมแนว Soulslike และ Metroidvania หดหายไปเล็กน้อย แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า Death Gambit: Afterlife เป็นอีกหนึ่งเกมอินดี้ ที่มีคุณภาพคับแก้ว และเหมาะสำหรับคนที่อยากจะลองเริ่มเล่นเกมแนวนี้เลยล่ะครับ
26 May 2022
[Review] รีวิวเกม V Rising (Early Access) "แวมไพร์ผงาด! เกมเอาตัวรอดยอดนิยมเกมใหม่แห่งปี"
หากคุณยังไม่เบื่อกับเกมแนวเอาชีวิตรอด หาของมาสร้างถิ่นฐาน และเติบโต แข็งแกร่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ในปี 2022 นี้ ก็มีอยู่หลากหลายเกมให้ได้เลือกเล่นกัน แต่เกมนี้ เปิดตัวด้วยความแหวกแนวในดา้น Presentation หรือการนำเสนอ แถมยังกลายเป็นเกมม้ามืด ฮอตฮิตติดลมบน จนหลายคนสงสัยว่ามันคือเกมอะไร แต่วันนี้นอกจากเราจะมาคลายคำตอบให้คุณแล้ว ยังมาพร้อมการรีวิวแบบละเอียดด้วย วันนี้ขอเชิญพบกับรีวิว V Rising (Early Access)แวมไพร์มึนยุคคุณจะรับบทเป็นแวมไพร์ไม่มีชื่อ (ที่คุณจะได้ตั้งชื่อของตัวเอง) ที่นอนหลับไปเป็นเวลาหลายร้อยปี และเมื่อตื่นขึ้นมา คุณก็พบว่าอารยธรรมของมนุษย์เข้ายึดครองแผ่นดินเอาไว้แล้ว หน้าที่ของคุณคือก้าวขึ้นเป็นราชาแวมไพร์ที่ยิ่งใหญ่อย่างแดรกคิวล่า ออกตามหาทรัพยากร ดูดเลือดสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย จากนั้นก่อร่างสร้างถิ่นที่พักอาศัยหรือปราสาทแวมไพร์ของเราขึ้นมาและขึ้นเป็นสุดยอดผีดูดเลือด และเรายังสามารถสร้าง และปรับแต่งหน้าตาตัวละครเราเองได้ด้วยเอาจริง ๆ ถ้าบอกว่าเกมนี้ไม่มีเนื้อเรื่องก็ย่อมได้ เพราะฉากคัทซีนในช่วงแรกตอนที่เราเริ่มเล่นเกมก็อธิบายที่มาที่ไปคร่าว ๆ ไว้หมดแล้ว แต่เกมจะยอมเล่าเนื้อเรื่องเพิ่มเติมมากกว่านี้หรือไม่ ก็เป็นเรื่องของอนาคต เพราะตอนนี้ตัวเกมยังอยู่ในสถานะ Early Access อยู่ แต่เราคงต้องบอกกันไว้ตรงนี้เลยว่า นี่อาจไม่ใช่เกมที่คุณจะมาสนุกกับเนื้อเรื่องสักเท่าไร เพราะหลัก ๆ แล้ว คอนเทนต์ของเกมในตอนนี้ คือการเล่นแบบ Build & Craft สร้างถิ่นฐาน ต่อสู้กับเหล่าบอสและพวกมนุษย์ เพื่อขยายอาณาจักรแห่งความมืดให้เกรียงไกรมากยิ่งขึ้น ดังนั้นใครคิดจะซื้อเกมนี้มาแล้วหวังเนื้อเรื่องดี ๆ ก็อาจจะต้องโบกมือลาไปเลย แน่นอนว่าคนที่เอียนแล้วกับการเล่นเกมแนว Survival ก็อาจจะไม่ชอบเกมนี้ด้วย แต่.. ถ้าคุณยังคิดว่ามันมีอะไรที่น่าสนใจ ถ้าคุณคิดว่า เป็นแวมไพร์ ทำไมยังต้อง Survival รีวิวนี้อาจจะชวนให้คุณมาเสียเงินกับเกมนี้ก็ได้ผสมผสานการเอาตัวรอด กับการล่าพลังเพิ่มแบบเกม RPGV Rising มีการผสมผสานกลไกของเกม RPG อยู่ด้วย แม้จะไม่มีระบบเลเวล แต่แวมไพร์ของเราจะสามารถหาอุปกรณ์ และอาวุธ รวมไปถึงเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีกว่ามาใส่ได้ แต่หัวใจหลักสำคัญเลยก็คือ การสร้างที่พักอาศัย ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่สำคัญมาก ๆ ในช่วงแรกเริ่ม สิ่งที่เราจำเป็นจะต้องรีบสร้างให้ได้ก็คือ Castle Heart ที่จะถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการขยับขยายอาณาจักรแวมไพร์ของเรา โดยเราสามารถเลือกที่จะลงหลักปักฐานตรงไหนก็ได้ ขอแค่เป็นพื้นที่โล่ง ไม่ทับเส้นทางถนน และไม่มี Object ใดบดบังหรือกีดขวาง รวมไปถึงการไปตั้งถิ่นฐานบนยอดเขาหรือเนินเขาก็จะสร้างความได้เปรียบด้วยเส้นทางบุกที่มีน้อยมาก ถามว่า ทำไมแค่การลงหลักปักฐาน ก็ต้องจริงจังขนาดนี้ มันอาจจะต้องซีเรียสก็ได้ หากคุณเล่นโหมด PvE หรือโหมดออฟไลน์ แต่ถ้าคุณเล่นโหมดออนไลน์แล้วล่ะก็ ค่อนข้างจำเป็นเลยทีเดียวในเกมนี้รองรับทั้งการเล่น Solo / Offline Mode ที่ไม่ต้องไปสุงสิง ชิงของกับใคร กับอีกโหมดเพิ่มความตื่นเต้นและความระทึกคือโหมด PvP Online ที่ 1 เซิร์ฟเวอร์จะรองรับผู้เล่นตามจำนวนคนที่โฮสต์เป็นคนกำหนด โหมดออนไลน์นี้ จะให้อารมณ์การเล่นคล้าย ๆ เกมอย่าง Day Z , War Z หรือ Infestation ที่ทุกคนจำเป็นจะต้องเอาตัวรอดทั้งจากเหล่ามอนสเตอร์ยังไม่พอ ยังต้องรับมือกับคนด้วยกันเองอีกต่างหาก แต่ใครที่รักสงบ ไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับใคร ถ้าไม่อยากเหงา จะไปเล่นเซิร์ฟเวอร์ PvE ก็ได้ เราจะเจอผู้เล่นคนอื่น แต่จะโจมตีหรือไล่ฆ่ากันไม่ได้ แต่ถ้าเป็น Offline Mode เราจะเล่นคนเดียวแบบเพียว ๆ ไม่ต้องร่วมมือกับใคร หรือเราจะตั้งห้องขึ้นมา ให้พาสเวิร์ดเพื่อน เข้ามาเล่นกันในวงเพื่อนก็ทำได้เช่นกันวกกลับมาที่การตั้งถิ่นฐาน เมื่อเราเลือกสถานที่ตั้งตัวได้แล้ว คราวนี้เราจะได้เริ่มสร้างสิ่งของอำนวยความสะดวกอื่น ๆ อีกมากมาย เช่นโต๊ะคราฟท์ของ โรงเลื่อย เตาหลอมเหล็ก เครื่องบดหิน เห็นแล้วใครที่เคยเล่นเกมแนว Survival มา ก็คงจะทำความเข้าใจเกมนี้ได้ไม่ยาก และเราจะต้องค่อย ๆ ซื้อพื้นที่เป็นของตัวเองเพิ่มขึ้น ทำให้เราสร้างสิ่งของ และมีบ้านพักที่กว้างใหญ่มากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญและจำเป็นในการรันถิ่นฐานของเราคือ Blood Essence เจ้า Blood Essence คือพลังงานเลือดที่เราสามารถหาได้จากการกำจัดสิ่งมีชีวิตอื่น อธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด มันจะเหมือนกับ "ไฟฟ้า" ที่ต้องใส่ไว้ที่ Castle Heart และทำให้สิ่งของต่าง ๆ ทำงานได้อย่างเป็นระบบปกติและคนที่สงสัยว่า เป็นถึงแวมไพร์ทั้งที ยังจะต้องหลบหนีเอาตัวรอดจากอะไรอีก แล้วแวมไพร์กลัวอะไรล่ะ ? แน่นอนว่าแวมไพร์แพ้แสงแดด แสงอาทิตย์ ! ในเกมนี้ จะมีระบบเวลากลางวันและกลางคืนด้วย สำหรับช่วงเวลากลางคืน จะเป็นช่วงเวลาที่แวมไพร์อย่างเราสามารถเริงร่าได้อย่างเต็มที่ เพราะนอกจากจะไม่ต้องมานั่งหลบแสงแดดแล้ว หากคืนไหนเป็นคืน Blood Moon หรือคืนพระจันทร์สีเลือด คืนนั้นเราจะแข็งแกร่งกว่าปกติ แนะนำว่า หากเข้าสู่ช่วงคืนพระจันทร์สีเลือด ให้กอบโกยผลประโยชน์ และฟาร์ม หรือออกล่าให้เต็มที่ ในขณะที่ช่วงเวลากลางวัน เราต้องคอยหลบแสงแดดที่สาดส่องลงมา แต่มันก็ไม่ได้จริงจัง ซีเรียส ถึงขนาดนั้น เพราะเกมนี้ แค่ร่มไม้ หรือเงา ก็สามารถช่วยคุณบังแดดได้แล้ว ทำให้เวลากลางวัน ไม่เหมาะกับการออกไปต่อสู้ หรือไล่ตบบอส เพราะพื้นที่ในการต่อสู้เราจะมีน้อยมาก โดยฉพาะพวกแคมป์โจร หรือที่โล่ง ที่หากอยู่ในช่วงเวลากลางวัน จะเดือดร้อนมาก เพราะจะโดนแดดเผานั่นเอง และนอกจากการบริหารจัดการเวลาที่ดีแล้ว V Rising จะมีระบบที่ทำให้เราสมกับการเป็นแวมไพร์มากยิ่งขึ้นระบบการดูดเลือด ที่จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นในหลากหลายเส้นทางเป็นแวมไพร์ทั้งที สิ่งที่ต้องทำได้ แน่นอนว่าคือการดูดเลือด และการดูดเลือดของเกมนี้ ก็ถือว่าเป็น Core Gameplay การเล่นหลักเลยก็ว่าได้ ทุกครั้งที่เราต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตประเภทต่าง ๆ เมื่อสังหารมันจนใกล้ตายแล้ว เราสามารถกด F (Feed) เพื่อดูดเลือดของเป้าหมายมาได้ โดยสิ่งมีชีวิตที่เราดูดเลือดมานี้ จะส่งผลกับพลังที่เราได้มาด้วย สำหรับสิ่งมีชีวิตในเกมนี้จะมีเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งหากเราดูดเลือดของเผ่าพันธุ์ใดมาแล้ว เราจะได้รับพลังแฝงของเผ่าพันธุ์นั้นมาใช้ โดยเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ แบ่งออกเป็น พวกสัตว์ป่า (Creature) พวกนักรบ (Warrior) พวกคนงาน (Worker) พวกโจร (Rogue) พวกผู้ใช้อาคม (Scholar) พวกนักสู้ร่างยักษ์ (Brute) การดูดเลือดของสิ่งมีชีวิตแต่ละแบบก็จะทำให้เราได้บัฟต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราดูดเลือดพวกคนงานมา ก็จะเก็บเกี่ยวทรัพยากรได้ดีขึ้น ดูดเลือดสัตว์ป่ามาก็เคลื่อนไหวได้เร็วขึ้นเป็นต้นสิ่งนี้ทำให้การดูดเลือดมีความสำคัญมาก เราต้องดูว่าในวันนั้น เราจะทำอะไรเป็นหลัก ถ้าจะออกไปต่อสู้ รบราฆ่าฟันกับเหล่าบอส ก็อาจจะต้องดูดเลือดพวกนักรบ นักสู้ หรือผู้ใช้อาคม แต่ถ้าเราจะขยับขยายบ้าน หาทรัพยากรเติมให้กับถิ่นฐานของเราก็ใช้เลือดของคนงานจะดีกว่า และเลือดที่ดูดมา ยังนำไปใช้สกิลฟื้นพลังชีวิตได้ แต่เลือดเหล่านี้จะค่อย ๆ หมดลง ไม่คงอยู่ถาวร ถ้าเลือดหมด พลังชีวิตเราจะค่อย ๆ ลดลง นอกจากนั้น เราไม่สามารถดูดเลือดของสิ่งมีชีวิตหลาย ๆ ประเภทพร้อมกันได้ ในด้านการต่อสู้ ตัวเกมจะมีระบบการต่อสู้และมุมมองการเล่นที่คล้าย ๆ กับเกมอย่าง Diablo หรือ Path of Exile โดยเป็นมุมกล้องแบบ Isometric มองจากด้านบนลงมา และสามารถหันมุมกล้องได้อย่างอิสระจากด้านบน ทำให้การต่อสู้นั้นค่อนข้างปรับตัวและคุ้นชินกับมันได้ง่ายมาก สำหรับคนที่ถนัดเกมแบบนี้ แต่หากมองในแง่ของการ PvP ปะทะกับผู้เล่นอื่นก็ถือว่าหลายคนต้องปรับตัวกันมากพอสมควรนอกจากนั้นในส่วนของอาวุธและอุปกรณ์นั้น ตัวเกมยังใส่ระบบแพ้ทางชนะทางกันไว้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากใช้ขวานตีต้นไม้ ก็จะทำดาเมจได้มากกว่า ดรอปไม้มากกว่า หรือถ้าใช้พวกค้อนตีเหล็ก ก็จะตีเหล็กได้แร่เหล็กมากกว่า ซึ่งมันส่งผลไปถึงระบบการต่อสู้ด้วย เช่นถ้าศัตรูใช้โล่ไม้ แล้วเราสลับไปใช้ขวานโจมตี ก็อาจจะทำให้โล่แตกเร็วขึ้นได้ เกมนี้จึงผลักดันให้ผู้เล่นต้องคิดและเลือกใช้อุปกรณ์กับอาวุธอยู่ตลอดเวลา ทั้งในด้านการเก็บเกี่ยวทรัพยากรและการต่อสู้กับศัตรูล่าบอส ปลดล็อคพลังใหม่ และสิ่งปลูกสร้างใหม่ ๆด้วยความที่เป็นเกมออนไลน์ ที่เล่นออฟไลน์และโซโล่ได้ คำถามที่หลายคนสงสัยคือ แล้วคอนเทนต์ตอนนี้ ถ้าเล่นคนเดียวจะมีอะไรให้ทำ คำตอบคือการล่าบอส ในเกมนี้จะมีบอสให้เราล่ามากกว่า 30 ตัวด้วยกัน และการล่าบอส ไม่ใช่แค่การล่าเอาสนุกเท่านั้น แต่มันยังช่วยปลดล็อคสิ่งปลูกสร้างใหม่ ๆ และทำให้เราได้พลังใหม่มาใช้อีกด้วย อย่างเช่นในช่วงแรก หากเราอยากปลดล็อคเครื่องบดหิน เพื่อเอามาสร้างหินประเภทใหม่เพิ่ม ก็ต้องล่าบอสก่อนเป็นต้นวิธีการล่าบอสในเกมนี้ เราจำเป็นจะต้องสร้าง Blood Altar ขึ้นมาก่อน จากนั้นเลือกบอสที่จะไปล่า โดยบอสแต่ละตัวจะมีการบอกระดับเลเวลเอาไว้ ถ้า Gear Lv. โดยรวมของเรายังไม่ถึงหรือใกล้เคียงก็พยายามอย่าไปเสี่ยงมากจะดีกว่า ใช้เวลาฟาร์มของ สร้างฐานและอัปเกรดชุดกับอาวุธของเราให้พร้อม เพื่อการต่อสู้ที่ราบรื่น โดยหลังจากเราโค่นล้มบอสได้ จะปลดล็อคพลังใหม่ที่ได้มาด้วย ทำให้เกมนี้มีสกิลและระบบการต่อสู้ที่สนุกและหลากหลายมาก ประกอบกับแผนที่ Open World ขนาดใหญ่ ทำให้คอนเทนต์ของเกมนี้ แม้จะอยู่ในช่วง Early Access ก็ยังผลาญเวลาไปกับมันได้อย่างน้อย ๆ ก็ 10-20 ชั่วโมงขึ้นไปในตอนนี้หากพิจารณาจากยอดขาย 1 ล้านชุดใน 1 สัปดาห์ และคนเล่นที่สูงทะลุแสนคนตลอดหลังจากการเปิดให้เล่น ก็เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่า เกมแนว Survival นั้น ไม่เคยเสื่อมความนิยมลงไปเลย และดูท่า V Rising เองก็จะมอบแนวทางและคอนเทนต์ใหม่ ๆ ให้เกมแนวนี้ได้อีกมาก ใครกำลังมองหาเกมแนว Survival + RPG และธีมแวมไพร์เล่นอยู่ ราคา 289 บาท สำหรับ Early Access ตอนนี้ ถือว่าคุ้มค่าอย่างมาก
24 May 2022
[แนะนำเกม] Little Witch in the Woods "การผจญภัยของแม่มดน้อยในป่าใหญ่ เกมดีต่อใจที่น่าจับตามอง"
Little Witch in the Woods ได้เปิดจำหน่ายแบบ Early Access ไปแล้วในวันที่ 17 พ.ค. ที่ผ่านมา เราจะได้รับบทเป็นแม่มดฝึกหัดชื่อ Ellie และมีเพื่อนร่วมเดิมทางเป็นหมวกขี้บ่นที่คอยชี้แนะเธอชื่อ Virgil เริ่มเรื่องมาด้วย Ellie ของเราจำเป็นต้องนั่งรถไฟเพื่อเดินทางไปฝึกงาน เพื่อจบการศึกษาจากโรงเรียนแม่มด รถไฟได้เกิดเสียขึ้นมา และด้วยความเบื่อของแม่มดน้อยเป็นเหตุ เธอจึงลงจากรถไฟ ไปหาเจ้าหน้าที่ เพื่อแจ้งว่าเธอจะขอเดินไปดูรอบ ๆ บริเวณใกล้เคียงในละแวกที่รถไฟจอดเสียอยู่ โดยเจ้าหน้าที่รถไฟได้บอกเธอว่า "ให้กลับมาก่อนเช้า" ด้วยความที่ Ellie เบื่อที่จะอยู่บนรถไฟ ทำให้เธอไม่เชื่อคำแนะนำของ Virgil ที่บอกให้เธอกลับไปนอนบนรถไฟหลังจากสำรวจเสร็จ แต่เธอเลือกที่จะนอนในบ้านหลังเก่า ๆ ของแม่มดที่เธอเจอในป่าแทน เมื่อแม่มดน้อยกลับมาจุดที่รถไฟเสียในตอนเช้า เธอก็โดนเจ้าหน้าที่รถไฟเทเสียแล้ว พร้อมจดหมายที่บอกเธอว่า "เราจำเป็นที่จะต้องออกเดินทางโดยที่ไม่มีเธอ และให้เธอไปรอที่หมู่บ้านใกล้ ๆ แถวนั้นก่อน และเดี๋ยวพวกเขาจะกลับมารับ" และการผจญภัยของ Ellie ก็ได้เริ่มต้นขึ้นจากตรงนี้ครับ เพราะการไปหมู่บ้านนั้น มีอุปสรรคต่าง ๆ มาทดสอบเธอมากมาย และเธอดันสนุกกับมันซะด้วยสิ  >< ส่วนในอนาคตนั้น ต้องรอลุ้นว่าใน Chapter ถัดไป Dev จะเพิ่มระบบการต่อสู้กับมอนเข้ามาหรือเปล่า ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตชิล ชิล ในโลกเวทย์มนต์กันไปก่อนครับปรุงยา - การผสมหยูกยาต่างๆ ในการเรียนวิชาปรุงยา พอเรียนเสร็จก็ไปหาอะไรกินที่ร้านหม้อใหญ่รั่ว (คนละเรื่องกันโว้ยนั่นมันแฮร์รี่ พอตเตอร์) โทษๆ มาว่ากันเรื่องการปรุงยาในเกมนี้กัน Slow life ไม่แพ้เกมเพลย์เลยครับ เนื่องด้วยในตอนแรกนั้นอุปกรณ์ของเรายังไม่ได้รับการอัพเกรด ชีวิตช่วงแรกๆ ในเกมจะค่อนข้างรันทดครับ เพราะกว่าเราจะหาวัตถุดิบที่ไปฟาร์มมา เพื่อมาเป็นส่วนผสม ตอนผสมก็ดันทำได้ทีละครั้งอีก แต่พอเรามีเงินไปอัพเกรดแล้วก็จะทำได้ ทีละ 2 ครั้ง 3 ครั้ง 4 ครั้ง แบบรวดเดียว ตามลำดับที่เราอัพเอาไว้ แต่กว่าจะอัพได้จนสุด เราต้องหาเงินหาไอเทมดุเดือดอยู่เหมือนกันครับ ฉะนั้นการผจญภัยของเราในแต่ละวันให้เราวางแผนไว้ก่อนเลยว่า วันนี้จะฟาร์มอะไรบ้าง หรือวันนี้จะเดินเควสอย่างเดียว เพราะช่วงหาเงิน เราต้องปรุงยาไปขายให้ NPC เพื่อที่จะหาเงินมาอัพเกรดอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้านครับ การขายยา (น้อง Ellie ไม่ได้เสพครับ น้องขาย หยอกๆ 555) เราจะขายได้ในส่วนของ Candy เท่านั้น ส่วน Potion ขายไม่ได้ สามารถนำไปใช้กับเควสหรือ ใช้ช่วยในการฟาร์มของเราเท่านั้นครับ ในการปรุงยานั้น จะมีสูตรในสมุดจดบันทึกของเรา เราต้องเช็คให้ดีก่อนที่จะปรุง เพราะสูตรต้องตรงเป๊ะ ใส่ไอเทมไหนก่อน ความแรงไฟเท่าไหร่ ต้องหมุนซ้ายหรือหมุนขวา ถ้าทำไม่ตรงกับสูตร ก็จะไม่สำเร็จครับ ถึงแม้จะ Failed แต่วัตถุดิบก็ไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่เหมือนเดิม แค่เราต้องทำใหม่อีกรอบครับสัตว์วิเศษ - อันนี้ตอนเล่นๆ ไปผมแอบตื่นตาตื่นใจอยู่เหมือนกันครับ ใจไม่ดีเลยน่ารักไปโหม๊ดดดด >< ตอนกลางวันเจอน้องต่าย เดินไปอีกแมพเจอซาลาแมนเดอร์ คาวาอี้ไม่ไหว น้องๆในทุกๆแมพจะเป็นสิ่งมีชีวิตในเกม ที่เราจะต้องไปฟาร์มหาวัตถุดิบในการทำยา แต่วันๆหนึ่งในเกมค่อนข้างจะหาไอเทมได้จำกัดครับ เนื่องจากว่ามีค่าหลอด Energy กับเวลาที่จำกัดเราอยู่ แต่ในส่วนของการฟาร์มไอเทมจากสัตว์วิเศษก็ยังมีอีกข้อที่จำกัดเรา นั่นคือกระเป๋าของเกมนี้ที่ค่อนข้างจุได้น้อย ไอเทมชนิดเดียวกันเก็บได้แค่ 10 ชิ้นต่อ 1 ช่อง ยิ่งช่วงแรกๆ เรายังไม่มีเงินขยายกระเป๋า เราจะต้องวิ่งกลับบ้านบ่อยจนเบื่อเลยครับ สัตว์วิเศษในเกมนี้จะมีสัตว์กลางวันกับสัตว์กลางคืน ถ้าจะเอาไอเทมชนิดนี้ต้องไปตามเวลาที่น้องออกเท่านั้น อยากรู้ว่าตัวไหนออกตอนไหนพอเจอน้องๆ ก็ให้จดใส่สมุดของ Ellie บันทึกข้อมูลของน้องๆ เอาไว้ครับ และสัตว์บางชนิดเราไม่สามารถใช้มือจับได้ จะต้องมีตาข่ายไว้จับไปอี๊กกกก ซึ่งหาซื้อได้จาก NPC ครับ อุปกรณ์พวกนี้ถ้าเรามีเงิน ให้ซื้อไว้ก่อนให้หมดเลย เพราะในช่วงแรกจำเป็นต้องใช้เพื่อทำยาไปขายให้ NPC ครับ และสูตรการผสมยานอกจากจะได้รับตามเควสต่างๆ เรายังสามารถซื้อได้ที่ NPC ตัวที่มายืนขายของให้เราหน้าบ้านทุกวี่ทุกวันได้เช่นกันครับการอัพเกรด - โดยเริ่มแรกจะมี NPC แค่ 2 ตัว ที่เราสามารถไปใช้บริการได้ หลังจากนั้นตัวอื่นๆ เราต้องทำเควสตามเนื้อเรื่องจนพาพวกนางกลับเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านให้ได้ก่อน เราถึงจะสามารถใช้งานได้ครับ เราสามารถขยายกระเป๋า อัพเกรดห้องปรุงยาของเรา หรือขยายคลังเก็บของ สิ่งที่เราต้องเตรียมก็คือ หาไอเทมต่างๆที่ NPC รีเควสเรามาครับการใช้ไอเทม - หลักๆเลยเราจะใช้ยาที่เราปรุงมา นำมาใช้เพื่อช่วยในการหาวัตถุดิบ หรือ ใช้เพื่อเดินทางเข้าไปในจุดลับต่างๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นปลูกต้นไม้เพื่อให้เราปีนไปเก็บของในส่วนที่เราขึ้นไปไม่ได้, ใช้ปลดล็อคเส้นทางต่างๆ, ใช้เมื่อเวลาเข้าไปเก็บไอเทมในที่มืดๆ พอกินยาแล้วจะมีแสงออกมาให้เรา, ใช้เพื่อทำให้เราหูหนวกในชั่วขณะหนึ่ง เพราะในเกมจะมีสัตว์วิเศษที่ชื่อ แมนเดรก เวลาที่เราดึงน้องออกมา น้องจะแหกปากร้องเสียดังทำให้ Ellie ของเราสลบครับ และถ้าเราคิดว่าสลบแป๊บเดียว นั่นไม่จริงนะครับ ถ้า Ellie ไปดึงอีกตัว น้องก็จะสลบนานขึ้นไปอีก ทำให้เราเสียเวลาในการฟาร์มของในวันนั้นไปครับ เพราะเราจะเสีย Energy ทุกครั้งที่เราไปดึงไอ้เจ้าแมนเดรกนี่ขึ้นมา และถ้าซ้ำร้ายกว่านั้น พอฟื้นจากการสลบมา ไอเทมที่เคยดรอปดั๊นหายไปต่อหน้าต่อตาอีก ผมเจอมาแล้ว TTข้อดี - เกมน่ารักมาก ๆ ครับ เนื้อเรื่องได้ลุ้นตลอดว่าเราจะได้เจอกับอะไร ต้องไปช่วยชาวบ้านคนไหนระหว่างเดินทาง ต้องไปหาวัตถุดิบที่ไหน จากสัตว์วิเศษหรือพืชขนิดไหนเพื่อมาปรุง Potion และมีสูตรให้เราได้ผสมเองว่าต้องใช้ส่วนผสมอะไร ตั้งความแรงไฟเท่าไหร่ เวลาเจอสัตว์หรือพืชชนิดใหม่ ๆ เราสามารถให้น้อง Ellie จดบันทึกเกี่ยวกับสิ่งที่เราสำรวจเจอได้ และพอจดเรียบร้อยจะมีวิธีการบอกว่า เราจะสามารถได้ส่วนผสมมาได้อย่างไร ใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง ผมถือว่าคุ้มค่ากับราคาเต็ม 249 บาทครับข้อเสีย - เนื่องจากยังเป็นช่วง Early Access ตัวเกมจึงปล่อยมาให้เล่นยังไม่จุใจเท่าไหร่ เพราะ Chapter 1 ความยาวเนื้อเรื่องจะอยู่ที่ประมาณ 4-6 ชั่วโมงเท่านั้น อาจจะทำให้อารมณ์ในการเล่นขาดตอนได้ เพราะอาจจะอยากรู้เนื้อเรื่องใน Chapter ถัดไป ช่องเก็บของที่น้อยมากๆ จนบางครั้งทำให้เราหงุดหงิด เพราะต้องวิ่งกลับมาบ้านเพื่อนำของมาเก็บบ่อย ๆ และอีกอย่างที่ผมค่อนข้างไม่ชอบคือระบบควบคุมของเกมออกแบบมาให้ใช้คีย์บอร์ดในการเล่น แต่จากที่ลองเล่นดูแล้วเหมือนจะไม่เหมาะกับคีย์บอร์ด แต่ผมมองว่ามันเหมาะกับจอย Controller มากกว่า ในส่วนนี้ทาง Dev ได้ทราบเรื่องจากผู้เล่นแล้ว และกำลังปรับปรุงแก้ไขอยู่ครับใครสนใจสามารถหาซื้อเกมนี้ได้ใน Steam นะครับ ราคาไม่แรงมาก ถือว่าจับต้องได้ มีติดคลังไว้ไม่เสียหายครับ เพราะถ้าตัวเกมอัพเดทเป็นตัวเต็ม อาจจะโดนราคาที่แรงกว่านี้ก็เป็นได้ หวังว่าการรีวิวของผมจะช่วยในการตัดสินใจของเพื่อนๆได้บ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ แต่ขอย้ำเลยว่าน้องน่ารักจริงๆ ของมันต้องมีครับ ใครที่สนใจตามลิ้งก์ไปตำกันได้เลยยยยยยยย! วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า ไปเจอนกตัวนึงงงงงง ♪♬♫ ~ >
20 May 2022
[Review] รีวิวเกม Rogue Legacy 2 "ตระกูลยอดนักสู้ถล่มปราสาท สานต่อตำนานเกม Roguelite คุณภาพคับแก้ว"
หากคุณเป็นคนที่ชอบความท้าทาย ชอบที่จะได้เริ่มต้นใหม่ทุกครั้งที่ล้มเหลว ชอบที่เราจะเติบโตขึ้นทุก ๆ ครั้งจากความผิดพลาด แนวเกมที่คุณน่าจะชื่นชอบก็คงเป็นพวกแนว Roguelite และในปี 2022 นี้ แม้ว่าจะมีเกม Roguelite จำนวนมาก ออกใหม่มาให้เราได้เล่นกัน แต่มีอยู่ 1 เกม ที่อัปเดตเป็นตัวเกมเวอร์ชั่นเต็ม และอัดแน่นไปด้วยคอนเทนต์และความสนุกในแบบที่แฟนเกม Roguelite ไม่ควรพลาด และวันนี้เราจะหยิบเกมนี้มารีวิวให้ได้ดูกันกับ Rogue Legacy 2การผจญภัยของตระกูลอัศวินผู้ปราบปีศาจต้องบอกว่าใครที่คิดว่าเกมนี้จะมีเนื้อเรื่องง่าย ๆ เข้าใจได้สบาย ๆ ก็คงต้องบอกว่าคิดผิด เพราะแม้ตัวผู้เขียนเองจะเล่นไปหลายสิบชั่วโมงแล้ว ก็ยังไม่อาจคาดได้ถึงปูมหลัง เนื้อหา หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเกมได้เลย และแม้กระทั่งในเว็บไซต์สนทนากันของเหล่าเกมเมอร์อย่าง Reddit ก็ยังเผยว่า การจะเข้าใจเนื้อเรื่องของเกมนี้ ต้องอาศัยการเล่นซ้ำเป็นจำนวนมาก และบางคนแม้จะ New Game+ ไปหลายรอบ แต่ก็ยังมีข้อมูล และเนื้อหาในเกมที่ยังเปิดเผยได้ไม่ครบ และแน่นอนว่าเนื้อหา อาจไม่ใช่แก่นหลักความสนุกของเกมนี้ด้วย แต่เราไม่ได้บอกว่าเนื้อเรื่องมันไม่ดี แค่ถ้าหากว่าคุณอยากเข้าใจเรื่องราวของโลกในเกมนี้ให้ได้มากที่สุด คุณอาจจะต้องเล่นซ้ำไปซ้ำมาหลาย ๆ รอบ ซึ่งมันอาจไม่ใช่เรื่องที่หลายคนชอบสักเท่าไรนักแต่หากจะเอาคร่าว ๆ มันก็คือเรื่องราวของอัศซินตระกูลหนึ่งที่สืบเชื้อชาติในการต่อสู้ บุกโจมตีปราสาทที่ถูกจอมมารรร้ายเข้าไปสิงสู่อยู่ และวงศ์ตระกูลของเราก็สืบทอดการเป็นนักรบเรื่อยมา แถมยังแตกแขนงออกเป็นคลาสต่าง ๆ ซึ่งจะไปโยงกับระบบเกมเพลย์ที่เรากำลังจะอธิบายกันต่อไป แต่กล่าวได้ว่า Rogue Legacy 2 นั้น มีเนื้อเรื่องที่สลับซับซ้อน ไม่แพ้พวกเกมซีรีส์โซลเลยด้วยซ้ำไปตระกูลฉันเป็นยอดนักสู้ แถมหลากหลายความสามารถในเกมนี้เราจะได้รับบทเป็น "สมาชิกตระกูล" ตระกูลหนึ่ง ที่สืบทอดจิตวิญญาณด้านนักสู้เสมอมาทุกรุ่น ๆ และนำเสนอในรูปแบบ Roguelite หากคุณนึกภาพไม่ออก เมื่อเริ่มเกมมา คุณจะเริ่มต้นด้วยตัวละครตัวหนึ่ง และเมื่อนำตัวละครนั้นไปเล่นตะลุยด่านจนตาย คุณจะได้เลือกตัวละครใหม่ ที่เป็นเหมือนกับลูกหลานของตัวละครตัวก่อนหน้ามาเล่นแทน ซึ่งนี่เป็นไอเดียการนำเสนอที่ถือว่ามีสีสันมาก แต่เกม Rogue Legacy ก็ใช้วิธีนี้ตั้งแต่ภาคแรกแล้ว และในภาคนี้ก็ยังคงเสน่ห์การนำเสนอแบบนี้ไว้และไม่ใช่แค่เริ่มตระกูลมาแล้วเราจะเป็นนักรบอย่างเดียว เมื่อเราเล่นไปเรื่อย ๆ เราจะปลดล็อคคลาสต่าง ๆ ได้จากการอัปเกรดปราสาทหลัก ซึ่งจะทำให้รุ่นลูกรุ่นหลานของตระกูลเรา มีสายอาชีพใหม่ ๆ เรียนรู้การใช้อาวุธใหม่ สกิลใหม่ได้อีกด้วย ทำให้ตระกูลของเรามีความหลากหลาย ซึ่งนั่นก็หมายถึงคลาสในเกมที่จะมีเยอะขึ้นจากเริ่มต้นเป็นแค่นักรบ ก็อาจจะมีตั้งแต่จอมเวท นักธนู พ่อครัว คนเถื่อน วัลคิรี่ และอื่น ๆ อีกมาก แถมแต่ละคลาส หากเราหยิบคลาสนั้นมาเล่นบ่อย ๆ ก็จะเป็นการเก็บเลเวลให้กับคลาสนั้น ให้มีพลังที่มากขึ้นอีกด้วยตัวเกมมีการนำเสนอเกมเพลย์แบบ Roguelite สิ่งที่คุณต้องเจออย่างแน่นอนในเกมนี้ก็คือความตาย คุณไม่มีทางที่จะจบเกมนี้ได้ด้วยการเล่นไม่กี่รอบ การตายจึงเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญในการเรียนรู้ และทำให้เราเชี่ยวชาญการเล่นมากขึ้น แต่สังเกตได้ว่า ตั้งแต่เริ่ม เราใช้คำว่า Roguelite ไม่ใช่ Roguelike นั่นเพราะเกมนี้ ทุก ๆ ความตายของเรา จะทำให้เราเก่งขึ้น ทั้งฝีมือของผู้เล่นจากการเรียนรู้ และจากระบบของตัวเกมเองเกมเพลย์เข้าใจง่าย ตายเพื่ออัปเกรด ตายเพื่อให้ลูกหลานแข็งแกร่งขึ้น เกมเพลย์ของ Rogue Legacy 2 เป็นแบบ 2D Side Scrolling กราฟิกแบบการ์ตูน เบาสบาย เข้าถึงได้ง่าย แต่ที่จะยากจริง ๆ คือระบบของเกมเพลย์ อย่างที่บอกไปว่ามันคือ Roguelite ที่ถ้าหากว่าเราอยากเก่งขึ้น ความตายจะเป็นสิ่งที่เราต้องเจอ แต่ก่อนที่เราจะตายนั้น เราจะได้ผจญภัย ต่อสู้กับมอนสเตอร์ต่าง ๆ และความเป็น Roguelite จะทำให้พื้นที่ต่าง ๆ เกิดขึ้นแบบสุ่ม ในการเล่นทุกรอบนั้นจะไม่เหมือนกัน เราอาจจะเจอพื้นที่ใหม่ โซนใหม่ที่แตกต่างกันออกไปในการเล่นแต่ละรอบเราอาจจะวิ่งไปเจอกล่องสมบัติ ที่อาจจะเป็นแบบแปลนอาวุธ ชุดเกราะ ที่เราสามารถซื้อมาใส่เพื่อเพิ่มพลังให้ตัวละครได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ระบบการอัปเกรดในเกมนี้ จะอยู่ที่การอัปเกรดปราสาท เพราะเจ้าปราสาทนี่แหละ ที่จะเป็น Core Upgrade ทั้งหมดในเกม ตั้งแต่ปลดล็อคอาชีพภายในเกม ไปจนถึง NPC สายช่วยเหลือต่าง ๆ ที่จะปรากฎตัวออกมา หลังจากเราปลดล็อคปราสาทไปแล้ว NPC เหล่านี้จะมีหน้าที่อัปเกรดอาวุธ อุปกรณ์ หรือแม้กระทั่งการล็อคฉากในการเล่นรอบต่อไปให้เป็นเหมือนเดิม สำหรับคนที่รู้สึกว่า ฉากและแผนที่รอบนั้น น่าสนใจพอจะสำรวจเพิ่ม เราจะได้ไม่ต้องสุ่มแผนที่ใหม่ แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายด้วยการอัปเกรดปราสาท จะทำให้รุ่นลูกรุ่นหลานของเรา สามารถปลดล็อคอาชีพใหม่ ๆ ได้ โดยในการเล่นเกมแต่ละรอบ ระบบจะสุ่มลูกหลานออกมา 3 คน (หรือก็คือ 3 ตัวละคร) เช่นช่วงแรก เราอาจจะได้เป็นแค่ Warrior แต่เมื่ออัปเกรดเพิ่ม อาจจะเปลี่ยนไปเป็นนักธนู นักเวท มือสังหาร พ่อครัว และแต่ละอาชีพก็จะมีจุดเด่น จุดด้อย มีสกิลติดตัวที่แตกต่างกันออกไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น มือสังหาร ที่โจมตีได้รวดเร็ว มีโอกาสติดคริติคอลสูงมาก แต่ก็จะบอบบางมาก หรือพ่อครัว ที่มีความสามารถในการเก็บสะสมยาเติมพลัง แต่การโจมตีจะเปลี่ยนเป็นใช้กระทะหวด ทำดาเมจได้ปานกลางและช้า ซึ่งผู้เล่นต้องเลือกเอาเองว่า อุปสรรคแบบไหนที่เราอยากจะรับมือด้วย ผ่านการเลือกตัวละครเหล่านี้และไม่ใช่ว่าทุกตัวละครจะไม่มีข้อเสีย และเลือกมั่ว ๆ อย่างที่ต้องการได้ เกมยังมีระบบ Traits หรือระบบลักษณะนิสัย แต่ในบริบทของเกมนี้แล้ว มันเป็นเหมือนกับบัฟ หรือดีบัฟมากกว่า ซึ่งถ้าไม่อ่านให้ดี แม้ว่าสเตตัสของตัวละครบางตัวจะดูดีแค่ไหน แต่ถ้า Traits แย่ขึ้นมา แล้วไม่อ่านให้ดีล่ะก็ บอกเลยว่าการเล่นรอบนั้นจะยากเสียจนคุณอยากจะฆ่าตัวตายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นแผนที่กลับหัว อาวุธกลายเป็นไม้บิลบอร์ดแห่งความสงบสุข ตีแล้วไม่มีดาเมจเลย หรือตัวละครเรากลายเป็นไซส์เล็กจิ๋วแทน ก็มี ดังนั้นข้อควรระวังของเกมนี้เลยคือ อย่ามองแค่สกิลและความสามารถของคลาสนั้น ๆ แต่ให้ดู Traits ของตัวละครตัวนั้นด้วยเมื่อเราพลาดท่าตายในแต่ละรอบ สิ่งที่เราจะนำกลับมาได้หลังเกิดใหม่คือ จำนวน Gold หรือเงินที่เราต่อสู้ได้มา เงินจะใช้ในการอัปเกรดปราสาท เพื่อเพิ่มสเตตัส และปลดล็อคคลาสใหม่ ๆ อย่างที่เราได้กล่าวไป นอกจากนั้นยังใช้ในการติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่ทำให้เราตีได้แรงขึ้น หนาขึ้น แบกรับน้ำหนักได้มากขึ้นอีกด้วย ด้วยความที่มันเป็นเกม Roguelite ที่ยังไงเราก็ต้องตาย ความสนุกโดยเฉพาะของเกมนี้เลยก็คือ การที่เราจะต้องวนมาเจอกับศัตรู (หรือบอส) หน้าเดิม ๆ และทำยังไงก็ตามให้เราโดนโจมตีน้อยที่สุด สำหรับเกมนี้แล้ว จะมีความเป็น Dark Souls อยู่ที่ ยาน้อยมาก ถ้าโชคไม่ดีจริง ๆ ในการเล่นแต่ละรอบ เราแทบจะไม่เจอยาเลยก็มี ดังนั้นทุกดาเมจ ทุกความเสียหายที่ตัวละครเราได้รับมา อาจจะหมายถึงระยะทางการไปต่อที่สั้นลง เพราะยิ่งโดนตีมาก ก็ยิ่งเสี่ยงตายมากขึ้น ตายบ่อย ๆ อาจจะเก่งขึ้นก็จริง แต่ถ้าตายเร็ว อะไรหลายอย่างอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย ที่ต้องชื่นชมอีกอย่าง คือการออกแบบฉาก และด่านการเล่นของตัวเกม ที่ผสมผสานอุปสรรคประเภทศัตรูและพวกกับดักต่าง ๆ ออกมาได้ดีมาก ๆ ไม่ใช่แค่ศัตรูเท่านั้น ที่เราจะต้องคอยรับมือมันให้ดี แต่พวกกับดัก อุปสรรคฝังด่านต่าง ๆ ถ้าไม่ระวังให้ดี มันก็จะทำให้คุณเสียพลังชีวิตได้ง่าย ๆ โดยไม่จำเป็นเลยก็มี ทำให้มันเป็นเกม Roguelite ที่ท้าทายและเพลิดเพลินไปกับมันได้ในเวลาเดียวกันส่วนเรื่องของ Performance ตัวเกม ด้วยกราฟิกแบบการ์ตูนเบาสบายแบบ 2D แบบนี้ ก็ไม่ค่อยจะกินสเปคมากสักเท่าไรนัก เพราะแค่แรม 8 GB กับการ์ดจอซีรีส์ 6xx สำหรับ Nvidia หรือ AMD R9 ก็เพียงพอสำหรับการเล่นเกมนี้แล้ว เบาเครื่องเป็นอย่างมาก และด้านการปรับแต่งตัวเกมก็มีความละเอียดไม่แพ้เกมอื่น ๆ แต่จะครอบคลุมในส่วนของความเป็นเกมฟอร์มเล็กเท่านั้น อาจจะไม่ได้มีการปรับแต่งรายละเอียดให้เยอะอะไรขนาดนั้นกล่าวได้ว่า ในขณะที่เกมใหญ่ ๆ หลายเกมออกมาล้มระเนระนาด เกมอินดี้แสนพิถีพิถัน ก็ยังคงมีให้เห็น เหมือนดั่งเช่น Rogue Legacy 2 และเป็นอีกเกมที่ตัวเกมเลือกที่จะหยิบเอาแนว Roguelite มาปรุงแต่งให้เกิดรสชาติเกมที่กลมกล่อม สนุก และอาจผลาญเวลาไปกับมันได้เป็น้รอยชั่วโมงเลยทีเดียว ถ้าคุณชอบการนำเสนอของมัน
16 May 2022
[Review] รีวิวเกม Evil Dead: The Game "เกมผีอมตะแนว PvP รสชาติใหม่สุดดุเดือด เลือดสาด สมใจแฟนภาพยนตร์"
ถือว่าเป็นเกมที่มาถูกช่วง ถูกเวลามาก ๆ ในขณะที่ผลงานใหม่ของ Sam Raimi อย่าง Doctor Strange in the Multiverse of Madness กำลังกวาดรายได้อย่างถล่มทลายในโรงภาพยนตร์ทั่วโลก ผลงานอมตะของผู้กำกับคนนี้ที่สร้างชื่อเสียงให้เขาอย่าง Evil Dead หรือชื่อภาษาไทยว่า ผีอมตะ ก็ถูกปลุกชีพกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้งในรูปแบบเกม Multiplayer ที่ขนเอาตัวละครต่าง ๆ ในแฟรนไชส์มาดัดแปลงให้เป็นเกม PvP ต่อสู้กันแบบ 4vs1 สไตล์ Dead by Daylight แต่เป็นถึงซีรีส์ Evil Dead ทั้งที จะทำเหมือนแค่โคลนเกมอื่นมามันก็ไม่ได้ นี่จึงเป็นเกม PvP ที่ดุเดือด เลือดสาดถึงใจแน่นอน แต่จะสนุกคุ้มค่ากับการซื้อมาเล่นไหม วันนี้เราจะมารีวิวให้ได้ดูกันโหมดออนไลน์เป็นหลัก โหมด Mission เดี่ยว เป็นรองก่อนอื่นเลย ฟีเจอร์หลักของเกมนี้คือระบบออนไลน์ที่เราจะต้องแบ่งฝ่ายออกเป็นฝั่ง Survivor หรือผู้เอาชีวิตรอด 4 คน และอีกฝั่งคือฝั่ง Kanbarion Demon ทั้งสองฝั่งนี้จะมี Objective หรือภารกิจให้ทำแตกต่างกัน ฝั่ง Survivor จำเป็นจะต้องร่วมมือกันรวบรวมชิ้นส่วนแผนที่ให้ครบ จากนั้นไปปลุกเสกมีดและคัมภีร์ ก่อนจะไปต่อสู้กับราชาปีศาจให้ชนะ เป็นอันจบเกม ในขณะที่ฝั่ง Kanbarion Demon จะเล่นแบบวางแผนกึ่งแอ็คชั่น ผู้เล่นฝั่งนี้จะต้องบริหารค่า Infernal Energy ที่ใช้ในการควบคุมแทบจะทุกอย่างของฝั่งปีศาจ ทั้ง Summon กองทัพขึ้นมา เข้าสิงศัตรู หรือแม้แต่อัญเชิญบอสลงไปสู้ การฆ่า Survivor จนหมดจะถือว่าเราชนะ หรือถ้าฝั่ง Survivor หยุดแผนการปลุกชีพปีศาจของเราไม่ทันเราก็ชนะเช่นกันสิ่งแรกที่อยากจะแนะนำผู้เล่นทุกคนก่อนเลย ก็คือการเล่นโหมดฝึกสอนหรือ Tutorial เพราะเกมนี้มีระบบและความซับซ้อนมากกว่าเกมแนวเดียวกัน ผู้เล่นต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง Survivor หรือ Kandarion Demon ก็ตาม พยายามเล่นโหมดฝึกและเข้าใจทุกสิ่งอย่างของการเล่น จากนั้นค่อยไปเล่นจริง เพราะถ้าคุณเข้าไปลุยแบบคลำทาง นั่งศึกษาเอาเองในเกมจริง รับรองว่าจะเป็นตัวถ่วงเพื่อนและแพ้เอาได้ง่าย ๆ ในขณะที่โหมด Mission หรือโหมดเอาไว้เล่นคนเดียวนั้นก็มีเช่นกัน โดยจะเป็นเกมที่มีเนื้อหาภาพรวมแบบกระชับ เล่นพอให้เราเข้าใจระบบเกม แนะนำว่าถ้ามาเล่นครั้งแรก อยากเข้าใจระบบเกม หรือการควบคุมต่าง ๆ ก็ลองเล่นโหมด Mission เนื้อเรื่องนี้ดูก่อนได้ โดยเนื้อเรื่องจะอ้างอิงมาจากหนัง Evil Dead ในแต่ละภาค และยังมีความสยองขวัญตามต้นตำรับภาพยนตร์ดังนั้นคอนเทนต์หลักของเกมนี้จึงเน้นหนักไปที่โหมดออนไลน์ล้วน ๆ ถ้าจะซื้อมาเล่นอย่างอื่น หรือเล่นแค่ Mission เนื้อเรื่อง บอกเลยว่าไม่คุ้มแน่นอน ก่อนซื้อก็ลองพิจารณาดูว่า เราเหมาะกับการเล่นเกมออนไลน์ระยะยาวหรือไม่ ถ้าไม่ ยังคงมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้เกมเพลย์การเล่น 2 ฝั่ง 2 สไตล์อย่างที่บอกไปว่า เกมเพลย์ของ Evil Dead: The Game จะแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ฝั่ง Survivor และ Kanbarion Demon ด้วยรูปแบบการเล่นที่ต่างกัน เราจะเริ่มกันที่ฝั่ง Survivor ก่อนฝั่ง Survivor จะมีทั้งหมด 4 คน แต่ละคนจะมีบทบาทที่ต่างกันออกไปตาม Role ที่เราเลือก แบ่งเป็น Leader / Hunter / Warrior / Support แต่ละบทบาทจะมีตำแหน่งและความสามารถที่ไม่เหมือนกัน ที่น่าตลกหน่อย ๆ คือ ด้วยความที่เกมนี้อิงจากภาพยนตร์ Evil Dead ที่ตัวละครก็ไม่ได้เยอะอะไรเท่าไรนัก ทำให้แต่ละบทบาทมีตัวละครที่ซ้ำกันแน่นอน นั่นคือ Ash Williams ตัวเอกของจักรวาลนี้นั่นเอง โดยจะมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละบทบาท อิงจากหนังแต่ละภาคแทนหน้าที่ของ Survivor ทั้ง 4 คน คือการร่วมมือกันทำภารกิจที่ระบบกำหนด เริ่มจากการหาเศษชิ้นส่วนแผนที่ 3 ชิ้น จากนั้นไปเก็บมีดและหน้าคัมภีร์ ก่อนจะไปจัดการเทพปีศาจและคอยคุ้มครองคัมภีร์สะกดวิญญาณเป็นอันจบเกม ในขณะที่เกมอื่น เราจะต้องหาทางหลบหนี เกมนี้ต้องหาทางไม่ให้ปีศาจทรงพลังนันเอง และเกมการเล่นของฝั่ง Survivor จะเป็นการเล่นแบบกึ่ง Open World ที่เราสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ นอกจากภารกิจหลักในการตามหาสิ่งของแล้ว ระหว่างการเดินทางเราจะพบเจอกับไอเทมสนับสนุน เช่นโคล่าเติมพลังชีวิต ยาเพิ่มเกราะ กระสุนปืน อาวุธและอื่น ๆ อีกมากมาย รวมไปถึง Pink F น้ำยาเพิ่มพลังที่ใช้เพิ่มพลังของตัวละครได้สิ่งที่เหล่า Survivor ต้องระวังตลอดเวลาคือ Fear หรือค่าความกลัวที่อยู่ใต้หลอดพลังชีวิตของเรา หากค่านี้เต็ม เราจะสามารถถูกฝั่ง Demon เข้าสิงร่างได้ วิธีการลดค่านี้คือใช้ไม้ขีดไฟจุดไฟขึ้นมาในที่ที่จุดไฟได้ หรือไปอยู๋ใกล้แสงสว่าง ซึ่งวิธีหลังจะใช้เวลาลดความกลัวนานกว่าพอสมควร และภายในแผนที่ขนาดใหญ่นี้จะมีรถให้ขับ มีกล่องไอเทมให้เปิดหา และบ้าน หรือกระท่อมต่าง ๆ ในฉากจะสามารถเข้าไปสำรวจ ค้นหาไอเทมช่วยเหลือได้ แต่หลัก ๆ แล้วเราต้องไม่ลืมว่าภารกิจของเราคือตามหาชิน้ส่วนแผนที่ เก็บมีดและหน้าคัมภีร์ ดังนั้นอย่าเอ้อระเหยลอยชายจนลืมเวลา และที่สำคัญคืออย่าแยกอยู่คนเดียว ไม่อย่างนั้นฝั่ง Demon จะค่อนข้างได้เปรียบพอสมควรฝั่ง Kandarion Demon จะมีรูปแบบการเล่นที่แตกต่างกันออกไป เราจะไม่มีร่างหลักเป็นของตัวเอง เป็นเหมือนวิญญาณเท่านั้น และในฉากเราจะไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ โดยรอบ ๆ จะมีสิ่งที่เรียกว่า Infernal Energy ที่เป็นลูกพลังงานสีแดง ๆ ลอยอยู่รอบฉาก เจ้า Infernal Energy เนี่ยแหละที่ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการเล่นฝั่ง Demon เพราะแทบจะทุกอย่าง จะต้องใช้ Infernal Energy ในการจัดการ และเหมือนฝั่งมนุษย์ Kandarion Demon จะมีให้เลือกทั้งหมด 3 ตัวในตอนแรกเริ่ม กองทัพลูกน้องของเราจะขึ้นอยู่กับตัวบอสที่เป็นตัวหลักDemon จะสามารถติดตั้งกับดักไว้ในที่ต่าง ๆ ได้ และสามารถ Summon เหล่ากองทัพลูกน้องออกมาได้ด้วย โดยเราสามารถเข้าไปสิงกองทัพลูกน้องได้ เพื่อโจมตีด้วยตัวเอง แต่ระหว่างอยู่ในการเข้าสิง ค่า Infernal Energy จะลดลงไปเรื่อย ๆ จนหมด และจะถูกบังคับออกจากร่าง นอกจากนั้นค่า Infernal Energy ยังใช้ในการสิงยานพาหนะ สิงต้นไม้ และทำแทบจะทุกอย่างในการขัดขวางมนุษย์ ดังนั้นฝั่ง Demon นอกจากจะต้องแข่งกับเวลาแล้ว ยังต้องชำนาญเส้นทางแผนที่ และดักทางเหล่าผู้รอดชีวิตให้ได้ และต้องใช้ความสามารถของเหล่า Demon ออกมาให้ได้เต็มที่ที่สุดเมื่อจบเกมแต่ละรอบ ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ เราจะได้ค่า Spirit Point ที่ใช้ในการอัปเลเวลของบทบาทและฝ่ายนั้น ๆ กล่าวง่าย ๆ คือ เราอยากให้บทบาทไหนเก่ง อยากให้ฝ่ายไหนเก่ง ก็นำแต้มไปใช้กับตัวนั้น ดังนั้นถ้าอยากปั้นให้โหดทุกตัวละคร ทุกฝ่าย ทุกสาย ก็ต้องขยันเล่นเยอะ ๆ นั่นเองข้อดีของเกมนี้เลยก็คือ หากคุณเป็นแฟนภาพยนตร์ Evil Dead คุณจะสาสมใจกับสิ่งที่เกมนำเสนอออกมาเป็นอย่างมาก ซึ่งนับว่าเป็นข้อดี และจุดแข็งของ Saber Interactive ที่เป็นผู้พัฒนาเกมนี้เลยก็ว่าได้ ความโหด เลือดสาด จัดเต็ม ในแบบฉบับของ Evil Dead นั้น ถูกนำเสนอออกมาอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นดนตรีประกอบฉาก ความดุเดือดระหว่างเล่น หรือแม้กระทั่งตัวละคร และเกมนี้ถือเป็นอีกเกมที่หากสองฝ่ายมีความสามารถและ Skill Play ที่ใกล้เคียงกันแล้ว มันจัดว่าเป็นเกม PvP ที่สนุกมาก ๆ เกมหนึ่งเลยทีเดียวสนุกจริง แต่มากมายไปด้วยปัญหาต้องยอมรับว่าในการเล่นกว่า 10 ชั่วโมงนั้น ไม่ว่าจะฝ่าย Survivor หรือ Demon ล้วนมีความสนุก ระทึก และตื่นเต้นตลอดเวลา เพราะรูปแบบการนำเสนอการเล่นที่ต่างจากเกมอื่น ๆ ทำให้แม้แต่คนที่ไม่ได้สนใจหรือติดตาม Evil Dead มาก่อน ก็สามารถสนุกไปกับเกมนี้ได้ แต่ในระหว่างเล่น ผู้เขียนเองก็รู้สึกว่าต้องเจอกับนานาอุปสรรค และปัญหาที่ไม่อาจจะมองข้ามได้ในการเล่นอย่างแรกเลยคือ การออกแบบแผนที่ แม้จะยอมรับในเรื่องบรรยากาศ ความหลอน และเหมือนกับหลุดเข้าไปในโลก Evil Dead จริง ๆ แต่การออกแบบแผนที่บางส่วนกลับมีปัญหาอยู่มาก อย่างแรกเลยที่ไม่เข้าใจสุด ๆ ก็คือ เหตุใดเกมไม่ทำให้ตัวละครต่าง ๆ "กระโดด" ได้ นี่คือปัญหาที่น่าตัดคะแนนของเกมนี้มากที่สุดแล้ว ด้วยสภาพภูมิประเทศของแผนที่ ที่มีทั้งทางลาดชัน ขึ้นสูง ลงต่ำ ต่างระดับกันเต็มไปหมด แต่ตัวเกมกลับไม่สามารถกระโดดได้ ทำได้เพียงกระโดดข้าม หรือ Vault เท่านั้น แถมบางทีพื้นที่ต่ำแบบในชีวิตจริงสามารถก้าวขาเดินขึ้นได้ ก็ไม่สามารถขึ้นได้ซะอย่างนั้น แถม Vault ก็ไม่ได้ ต้องเดินอ้อมเอา ทำให้การเล่นฝั่ง Survivor ที่ต้องแข่งกับเวลานั้น น่าหงุดหงิดอย่างที่สุดต่อมาคือระบบขับรถ ด้วยความใหญ่ของแผนที่ และการสุ่มสิ่งของบางอย่างที่อยู่ไกลเกินกว่าจะเดินเท้า เกมจึงใส่ยานพาหนะเข้ามาให้ขับขี่ แต่มันก็โยงกลับไปที่ปัญหาด้านสภาพแวดล้อมอยู่ดี ด้วยพื้นที่ที่ต่างระดับ เส้นทางที่ไม่ค่อยชัดเจน เพราะบางทีก็มืด มืดจนแทบมองอะไรไม่เห็น ทำให้บางที การเดินเท้าอาจจะเร็วกว่าขับรถแล้วต้องไปชนโน่น ชนนี่ หรือพลิกคว่ำ ใครที่คิดจะขับรถฝ่าทางโล่งไป อาจจะเสียเวลากว่าเดิม เพราะในพื้นที่โล่งในแผนที่ จะเต็มไปด้วยต้นไม้และโขดหิน ขับยังไงก็ชนแน่นอน แถมระบบการควบคุมรถเองก็ยังขับยากเอาเรื่อง ติดโน่น ติดนี่บ่อยมากและปัญหาใหญ่หลวงตอนนี้คือความรู้สึกในการเล่นที่แม้ว่าจะสนุกแค่ไหน แต่เห็นได้ชัดเลยว่ามันไม่แฟร์อย่างยิ่ง ฝั่งที่ดูจะได้เปรียบจะกลายเป็นฝั่ง Survivor เพราะในช่วงแรกเริ่มที่ทำการรวมแผนที่ นอกจากฝั่ง Survivor จะมีคำใบ้สถานที่ชัดเจนแล้ว ฝั่ง Demon เอง ยังไม่สามารถเสกกองทัพมาโจมตีได้ ต้องไปไล่ฟาร์ม Infernal Energy อยู่สักพักถึงจะทำได้ ซึ่งบางที กว่าจะเริ่มเสกได้ พวก Survivor ก็เข้าขั้นตอนเก็บมีด เก็บหน้าคัมภีร์แล้ว และคูลดาวน์ต่าง ๆ ก็ค่อนข้างนานพอสมควร หากฝั่ง Survivor มีตัวละครสายฮีลมาด้วย และเล่นกันเป็นทีม ก็แทบจะปิดประตูแพ้กันไปแล้ว ฝั่ง Demon จึงได้แต่หวังว่า ต้องเจอคนไม่เป็นงาน หรือเล่นหลุดทีมเวิร์คเท่านั้นถึงจะพอเอาชนะได้ นอกจากนั้นบั๊กของเกมก็ยังพอมีให้เห็น แต่โชคดีที่บั๊กของเกมนี้ ไม่ได้เป็นบั๊กที่ส่งผลกระทบต่อระบบการเล่นโดยตรง แต่จะเป็นบั๊กแสดงผล เช่นเส้นผมของตัวละคร หัวเหวี่ยงไปเหวี่ยงมา บางทีเอาซะน่ากลัวกว่าผีอีก แต่ก็ไม่ได้เห็นบ่อย ๆ นัก และหนักที่สุดเลยคือ Performance ของตัวเกมที่มีปัญหาหนักมาก ด้วยความที่เกมนี้ มีระยะเวลาการเล่นต่อรอบนานถึง 30 นาที เครื่องต้องประมวลผลกราฟิกและเกมการเล่นที่เต็มไปด้วยซีจี เอฟเฟกต์ต่าง ๆ ที่ถาโถมใส่เกมแบบไม่หยุดหย่อน ปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอนคือเรื่องของเฟรมเรทดรอป ที่เกิดขึ้นบ่อยมากโดยเฉพาะในช่วงท้ายเกมที่ต่างฝ่ายต่างกดสกิล ประชันขันแข่งกัน ใครคอมไม่แรงนี่เตรียมตัวกระตุกจนเวียนหัวกันได้เลยและท้ายที่สุดกับปัญหาของเกมออนไลน์แบบ Multiplayer ก็คือ หากขาดผู้เล่นขึ้นมาในอนาคต ก็ไม่รู้ว่าเกมนี้จะไปได้อีกไกลแค่ไหน และที่สำคัญคือในแง่ของเกมเพลย์การเล่น เกมนี้ค่อนข้างจำเป็นจะต้องใช้การสื่อสารระหว่างทีมกันพอสมควร ถ้าไม่มีเพื่อนเล่น การสุ่มไปเจอคนเล่นใน Public Match ก็ถือว่าวัดดวงกันมาก เว้นเสียแต่ว่าคุณจะยอมไปเล่นฝั่ง Kandarion Demon อันนี้ก็แบกตัวเองได้สบาย ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วต้องรอดูกันว่า เกมนี้จะไปได้ไกลแค่ไหนสรุปแล้ว Evil Dead: The Game คือเกมที่แม้คุณจะไม่ใ่ชแฟน Evil Dead ก็สามารถเล่นได้ สนุกด้วย แต่มันอาจจะมีปัญหาขัดใจเล็ก ๆ น้อย ๆ และบาลานซ์ที่ต้องปรับแก้กันอีกพอสมควร ก็ได้แต่หวังว่าทีมงานจะสามารถปรับแก้ และประคองให้ตัวเกมอยู่ไปได้อีกยาว ๆ เพราะเกมนี้ถือว่าสนุกมาก ในหมวดหมู่ของเกม PvP แบบ 4v1 Style
14 May 2022
[Review] รีวิวเกม Vampire Masquerade: Bloodhunt "สมรภูมิเลือดสุดเดือดสไตล์ Battle Royale"
ด้วยคู่แข่งระดับยักษ์ใหญ่แห่งวงการทั้งหลายอย่าง Call of Duty: Warzone, Fortnite, และ Apex Legends ทำให้เกม Battle Royale หน้าใหม่ต้องต่อสู้เพื่อหาพื้นที่และขยันโปรโมทเกมของตัวเองกันอย่างขันแข็ง การจะทำเกมแนวนี้ออกมาซักเกม ถ้าไม่มีจุดขายที่ชัดเจนก็คงดึงดูดความสนใจของผู้เล่นยากหน่อย แต่วันนี้ยังมีผู้หาญกล้า เปิดตัวเกมแนว BR น้องใหม่ล่าสุดออกมาเพิ่ม ซึ่งอาศัยบารมีชื่อแฟรนไชส์อมตะอย่าง Vampire: The Masquerade มาใช้ด้วย กับ Bloodhunt สงคราม Battle Royale ของเหล่าแวมไพร์กระหายเลือด ที่เปิดให้เล่นฟรีแล้ววันนี้ทาง PC และคอนโซล ซึ่งมาพร้อมกับองค์ประกอบและระบบการเล่นเฉพาะตัวอันน่าสนใจมากมาย แต่จะพอฟัดพอเหวี่ยงกับตัวท๊อปของวงการได้หรือไม่?เรื่องราวเบื้องหลังของตัวเกมกรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก ที่นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่ามนุษย์ทั่วไปแล้ว ภายใต้เงามืดและตรอกซอกซอยยามค่ำคืน เมืองแห่งนี้ยังเป็นที่ชุมนุมของเหล่าแวมไพร์กระหายเลือดกลุ่มต่าง ๆ ที่ก่อสงครามกันเพื่อครอบครองเมืองนี้  โดยการต่อสู้ของเหล่าแวมไพร์ก็ส่งผลให้ทางรัฐบาลส่งหน่วยล่าแวมไพร์ฝีมือดีเข้ามาปิดตายตัวเมืองนี้ด้วย ในขณะที่พวกแวมไพร์ต่อสู้กันเองเพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่ง หน่วยล่าแวมไพร์ก็ออกล่าพวกเขาไปด้วย ส่งผลให้กรุงปรากไม่ใช่พื้นที่สงบสุขอีกต่อไป กลายเป็นที่มาของสมรภูมิ Battle Royale ท่ามกลางค่ำคืนสุดสะพรึงต่อยอดจักรวาลของ Vampire: The Masqueradeแม้ว่าเกมนี้จะเป็นเกมออนไลน์แบบ Battle Royale แต่เนื้อหาและเรื่องราวในโลกของเกมนี้ถือว่าเยอะและละเอียดเอาซะมาก ๆ ทีเดียว สำหรับผู้เล่นทั่วไปอาจจะไม่ได้อินเท่าไร แต่หากคุณเป็นแฟนเกมซีรีส์ Vampire: The Masquerade อยู่แล้ว เกมนี้ถือว่าซ่อนอะไรไว้มากมายให้คุณได้ค้นหา แต่เชื่อว่าสำหรับแฟนเกมทั่วไปแล้ว ก็คงจะเข้ามาเล่นเพราะมันเป็นเกม Battle Royale มากกว่าอยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรือพลาดอะไรไปหากคุณจะเมินส่วนของเนื้อเรื่องของเกมนี้ไปเลยHero Shooter ในแบบฉบับของเหล่าแวมไพร์จุดเด่นอย่างแรกของ Bloodhunt คือเรื่องของตัวละคร หรือ Archetype เกมนี้จะมีรูปแบบการเล่นเป็น Hero Shooter คล้าย ๆ กับ Apex Legends นั่นคือ ตัวละครแต่ละตัวจะมีหลากหลายรูปแบบ และมีสกิลกับความสามารถที่ต่างกันออกไป สำหรับ Bloodhunt จะมีทั้งหมด 4 เผ่าพันธุ์ เผ่าพันธุ์ละ 2 ตัว (ยกเว้นเผ่าพันธุ์ใหม่ Ventrue ที่จะมีเพียงตัวละครเดียว) ในแต่ละตัวละครนั้นจะมีสกิลทั้งหมด 3 สกิลด้วยกัน นั่นคือสกิลประจำเผ่าพันธุ์ 1 สกิล สกิลกดใช้งานอีก 2 สกิลที่แบ่งเป็น Passive Power และ Archetype Power ด้วยตัวละครและสกิลความสามารถที่ต่างกันหลายแบบ ทำให้การเลือกตัวละครแต่ละตัวมาเล่นจะส่งผลต่อเกมการเล่นนั้น ๆ อย่างชัดเจน และไม่ต้องกลัวว่าการมีเผ่าพันธุ์แบบล็อคตายตัวแบบนี้จะทำให้เจอแต่ตัวละครหน้าซ้ำกันไปมา เพราะเกมนี้มีระบบปรับแต่งตัวละครที่ค่อนข้างละเอียด ตั้งแต่ร่างกาย ทรงผม ดวงตา ไปจนถึงเครื่องสำอางและรอยสัก แถมยังเปลี่ยนเครื่องแต่งกายได้ด้วย ซึ่งเครื่องแต่งกายจะได้มาจากการนำเงินในเกมไปซื้อหรือเติมเงิน และได้จากของจำพวก Battle Pass ยิ่งเกรดสีเครื่องแต่งกายสูง มันก็ยิ่งเปลี่ยนรูปลักษณ์เราให้แปลก แหวกแนวมากขึ้นเกมเพลย์ที่ไม่ว่าจะมาจากเกมไหน คุณก็ต้อง "เรียนรู้"มาเริ่มในส่วนของเกมเพลย์กันเลย สิ่งแรกที่คุณต้องเข้าใจและรู้ไว้ก่อนจะเล่น คือนี่ถือเป็นเกม Battle Royale ที่มีระบบการควบคุมและการยิงที่ 'ยาก' มาก ๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือโปร มือเก๋ามาจากเกมไหน มาเจอเกมนี้เข้าไป ถ้าไม่คิดจะเรียนรู้ หรือ ข้ามโหมดฝึกสอนโดยหวังจะไปศึกษาเอาจากเกมจริง รับประกันได้ว่าคุณอาจจะตายรัว ๆ ต้องเริ่มเกมใหม่จนเบื่อไปก่อนที่จะได้สนุกกับตัวเกมซะอีก เพราะ Bloodhunt ถือเป็นเกม Battle Royale ที่ต้องอาศัยการเรียนรู้และทำความเข้าใจสูงมากเลยทีเดียว เริ่มกันที่ระบบการกระโดดลงพื้น ตามปกติแล้วเกม Battle Royale เกมอื่น ๆ จะต้องโดดร่มลงมาจากบนอากาศ และหาพื้นที่ลง่ที่เหมาะสมในการเล่นแต่ละรอบ จากนั้นเริ่มต้นหาอาวุธ ยา ชุดเกราะ แต่กับ Bloodhunt ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องโดดร่มแบบเกมอื่น เพราะเราสามารถเลือกจุดเกิดเองได้เลยตั้งแต่ช่วงเริ่มเกมแต่ละรอบ เราจะได้เห็นแผนที่ในการเล่นทั้งเกมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น และเห็นด้วยว่าจุดไหนเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการเก็บของ การเล่นในรอบนั้น ๆ จึงสามารถเริ่มต้นคิดกันได้ตั้งแต่ช่วงแรกเลยว่าจะเล่นแบบไหน ส่วนของการเก็บไอเทมที่ต้องรู้และสำคัญมากคือเกมนี้จะมีระบบ "ตาทิพย์" ที่เมื่อกดใช้งานแล้ว ระบบจะทำการสแกนสิ่งของรอบตัวและเผยตำแหน่งจุดที่ไอเทมอยู่ให้เป็นแสงสีฟ้า ๆ (แบบในรูปด้านล่าง) นั่นหมายถึงตรงนั้นมีไอเทมให้เราไปเก็บ อาจจะเป็นอาวุธ ชุดเกราะ ยา หรือถ้าเป็นสีทองก็อาจจะเป็นกล่องอาวุธ หรือกล่องอุปกรณ์ระดับสูง นอกจากนั้นยังสามารถใช้ระบุตำแหน่งศัตรูได้ (หากเข้าเงื่อนไข) ซึ่งแน่นอนว่าระบบนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้เราไม่ต้องวิ่งไปหาของมั่ว ๆ แต่อย่าลืมว่าทุกคน รวมไปถึงทีมศัตรูก็ใช้ความสามารถนี้ได้ ทำให้ระบบนี้เอื้อให้เราเจอกับศัตรูและเน้นปะทะกันมากขึ้น ดีไม่ดีก็อาจจะเป็นตั้งแต่ช่วงต้นเกมเลยก็ได้ ซึ่งก็ช่วยร่นระยะเวลาในการเดินตามหาศัตรู ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อที่สุดในเกม BR เกมไหนก็ตามกรุงปราก และค่ำคืนแห่งการไล่ล่าสำหรับพื้นที่ในการเล่น เราเกริ่นไปแล้วในช่วงเนื้อเรื่องว่านี่คือกรุงปราก สนามต่อสู้ในเกมนี้จะเป็นเมืองหลวงที่รายล้อมไปด้วยตึกสูง ทำให้เราต้องรับมือกับการต่อสู้ทั้งภาคพื้นดินและบนอาคารสูง ส่งผลให้ระบบเกมเพลย์การต่อสู้คลับคล้ายคลับคลาเกม Battle Royale ของ Ubisoft อย่าง Hyper Scape ซึ่งให้อารมณ์และความรู้สึกที่ใกล้เคียงกันมาก เนื่องจากตัวละครที่เราใช้เล่นในเกมนี้จะเป็นเหล่าแวมไพร์ที่มีพลังเหนือมนุษย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้เราสามารถกระโดดสูง ปีนตึก ไต่กำแพงได้อย่างอิสระ ยิ่งมีสกิลให้กดใช้ ยิ่งทำให้เกมการเล่นมีสีสันมากยิ่งขึ้นพื้นที่การต่อสู้ภายในเกมนี้ก็จะมีของดรอปให้เหมือนกับเกม Battle Royale เกมอื่น ๆ ทั่วไป อาวุธก็จะมีการแบ่งเกรดสี เหมือนกันกับเกม Battle Royale เกมอื่น ๆ แต่สิ่งที่ระบบของเกมนี้แตกต่างจากคนอื่น คือการที่เราเป็นแวมไพร์ แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องทำคือการดื่มเลือด เกมเลยหยิบเอาจุดนี้เข้ามาเป็นระบบภายในเกมซะเลย ในเกมการเล่นแต่ละรอบนั้น เราจะพบกับชาวเมืองในเกมที่แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม แบบแรกคือพวกชาวเมืองที่เราเข้าไปกัด ดูดเลือดแล้วจะได้อัปเกรดสกิลติดตัวที่มีอยู่ คนพวกนี้เวลากดสแกนเราจะเห็นเป็นสีเลย ส่วนอีกพวกคือประชาชนธรรมดา ที่วิ่งหนีไปมา หรืออยู่เฉย ๆ หากเราไปยิงปืนใส่ หรือฆ่าคนธรรมดา เราอาจจะโดนหมายหัวเอาได้ และเป็นการเปิดเผยตำแหน่งให้กับทีมอื่น ๆ รู้ อันนี้ต้องระวังเป็นอย่างมาก ถ้าเล่นคนเดียวก็เตรียมหนีตาย แต่ถ้าเล่นกับเพื่อนอาจจะซวย ต้องช่วยกันแบก เพราะการโดนไล่ล่าของเกมนี้ จะเกิดขึ้นค่อนข้างเร็วมาก เราต้องไม่ลืมเด็ดขาดว่านี่คือโลกของแวมไพร์นักล่าความสำคัญของการดูดเลือดคือการอัปเลเวลสกิล ที่จะเพิ่มความสามารถของสกิลในตัวละครนั้น ๆ ที่แตกต่างกันออกไป เช่นอัปเกรดให้ตีระยะประชิดแรงขึ้น ฟื้นพลังชีวิตได้มากขึ้น แต่ใช่ว่าเราจะไล่ดูดเลือดอัปเกรดสกิลจนเป้นระดับสูงสุดได้ง่าย ๆ เพราะในระดับสูงสุด เราจะไม่สามารถอัปเกรดสกิลด้วยวิธีดูดเลือดคนได้ แต่ต้องไปทำการจับผู้เล่นจริง ๆ ที่เรายิงล้มเพื่อดูดเลือด หรือก็คือระบบ Finisher หรือท่าปลิดชีพของเกมนี้แทน ยากไม่ใช่เล่นเลยทีเดียวกับการอัปเกรดสกิลขั้นสูงสุดในเกมจะมีไอเทมต่าง ๆ ให้เราได้เก็บหรือกดใช้ หลัก ๆ จะเป็นยาและเกราะ และไอเทมช่วยเหลืออื่น ๆ แม้ว่าอาวุธ กระสุนทั่วไป อาจดรอปได้ตามฉากแบบสุ่ม แต่หากคุณอยากได้ไอเทมตายตัวก็ต้องเสี่ยงกันหน่อย สำหรับเกมนี้จะมีร้านค้าอยู่สองอย่าง คือร้านขายยาและร้านขายอุปกรณ์ โดยมันจะระบุอยู่ในแผนที่อย่างชัดเจน เมื่อเราไปถึง เราสามารถกดเปิดประตูเข้าไปในร้านได้ แต่มันจะเป็นการเปิดระบบเตือนภัย ซึ่งอาจจะเป็นการล่อให้ทีมอื่นหันมารุมทึ้งคุณได้ แต่ข้อดีของการเข้าร้านพวกนี้ คือไปร้านยาก็เจอยาเพียบ ไปร้านอุปกรณ์ ก็เจออาวุธ ชุดเกราะ เพียบ มันเป็นการการันตีว่าคุณจะได้ไอเทมประเภทนั้นแน่นอน แต่ก็เสี่ยงเหมือนกัน เพราะในเกมนี้มีเหล่าทหารนักล่าอยู่ด้วย มันจะเป็นพวก A.I. ที่พร้อมเปิดฉากยิงเราทันที ถ้าเราเฉียดกรายเข้าไปใกล้ แต่ A.I. เหล่านี้มักจะอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ถ้าเรารู้ตำแหน่งของมันก็อย่าไปยุ่งจะดีกว่าทีนี้มาดูส่วนของเกมเพลย์การต่อสู้กันอย่างจริง ๆ จัง ๆ บาง เกมนี้มีความเป็น Hero Shooter และมีการไต่ตึก ปีนกำแพง เหาะเหินเดินอากาศกัน ทำให้เกมเพลย์ของเกมนี้ "ยาก" มาก อย่างที่บอกไปว่าไม่ว่าคุณจะเป็นโปรเพลเยอร์มาจากเกมอะไร มาเกมนี้ ถ้ายังปรับตัวไม่ทัน มีแต่ตายกับตายแน่นอน จังหวะเวลาในการฆ่ากันของเกมนี้นั้น ช้ามาก ๆ ด้วยตัวละครที่มีพลังชีวิตสูงถึง 200 หน่วย แถมใส่เกราะได้อีก และความเร็วของเกมที่สูงในระดับนึง ตัวละครสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ ปีนตึกได้ หรือสกิลของบางตัวละครก็วาร์ปไปวาร์ปมาได้อีก การจะยิงปิดจ๊อบศัตรูให้ได้ด้วยกระสุนแม็กเดียว ถ้าไม่แม่นจริงก็แทบจะทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำไปดังนั้นมันจึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า โดนแจม บ่อยมาก เพราะเมื่อเปิดฉากยิงแล้ว ไม่รีบปิดจ๊อบให้ทัน หรืออีกฝ่ายสับขาหลอกเก่ง โดนยิงก็วิ่งหนี กระโดดหนี สไลด์หนี ไล่ล่ากันไปมา Third Party หรือปาร์ตี้อื่น ๆ ก็อาจจะเข้ามาเสริมทัพได้ง่าย ๆ กลายเป็น Battle Royale ที่ชุลมุนที่สุดแล้ว มันไม่ใช่เกมที่ยิงตายกันไว ทำให้ถ้าไม่รีบจัดการให้จบ หรือใช้วิธีเล็งยิงใส่ตัวเดียวกัน ก็แทบจะทำให้เกมนี้ใช้เวลาในการฆ่ากันนานพอสมควรเลยทีเดียว ปัญหาของ Balance และ Content ในอนาคตและในเรื่องของควาสมดุลนั้น ก็ต้องบอกว่ามีบ้างที่หลายอย่างดูยังไม่สมดุลนัก อย่างเช่นสาย Melee ที่มีการอัปเกรดให้การโจมตีระยะประชิดแรงขึ้นได้ แต่ฝั่งปืนไม่ค่อยมี (อาจจะเพราะว่ามันเน้นระยะไกลอยู่แล้ว) แต่มันกลับมีตัวละครที่มีความสามารถในการล่องหนได้ และหากเราโดนล่องหนเข้ามาตีประชิดพร้อมสกิลที่อัปเกรดมาแล้ว นอกจากปล่อยเมาส์รอเพื่อนมาชุบก็แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย หรือปืนบางประเภทก็ยังไม่สมดุลดีนัก อาจจะต้องมีการปรับอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ก็ไม่ได้หนักถึงขั้นเล่นไม่ได้ส่วนของคอนเทนต์ตัวเกมนั้น ก็ถือว่ามีครบเครื่องทุกอย่างที่เกมออนไลน์เกมนึงจะมีได้ เริ่มตั้งแต่ระบบยอดนิยมอย่าง Battle Pass ที่ตอนนี้ตัวเกมเข้าสู่ช่วง Season 1 แล้ว ของรางวัลภายในเกมก็จะเป็นพวกสกินแต่งสวยแต่งหล่อที่หาได้จากระบบนี้เท่านั้น และพิเศษกว่าเกมอื่นคือ การปลดล็อค Battle Pass จะให้โบนัส XP 10% กับเราด้วย ทำให้อัปเลเวลได้ไวขึ้น มีระบบ Daily Challenge และ Seasonal Challenge ให้ทำ หากจะมีข้อเสียนิดหน่อยก็ตรงที่ คอนเทนต์เกมคือ Battle Royale แบบเพียว ๆ เท่านั้น ไม่มีโหมดอื่นเพิ่มเสริมแต่อย่างใด หรือแม้แต่ห้องฝึก เอาไว้ลองสกิลที่ควรจะมีก็ไม่มี ใครใจร้อน ข้ามโหมดฝึก ไปตายเอาดาบหน้าก็ต้องไปเรียนรู้กันเอาภายในเกมล้วน ๆ ซึ่งไม่เวิร์คเอาซะเลยภาพรวมของ Bloodhunt คือเป็นเกม Battle Royale ที่ระทึก ตื่นเต้นตลอดเวลา บรรยากาศของโลกแวมไพร์ที่ไล่ล่ากันก็ทำออกมาได้ดี แม้จะแฟนตาซีหลุดโลก แต่เราก็ยังระทึกทุกครั้งที่รู้ว่าจะต้องรับมือกับผู้เล่นอื่นที่ไม่รู้จะว่าคอมโบสกิลหรือมาไม้ไหนกันบ้าง เป็นประสบการณ์เกม Battle Royale ที่แปลกใหม่กว่าเกมอื่น ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วปัญหาเดียวของเกมแนวนี้คือ จะรักษามาตรฐานผู้เล่นเอาไว้ยังไงให้ได้ตลอดรอดฝั่ง ถ้าทำได้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็อาจจะมีจุดจบเหมือนกับเกมอื่น ๆ ที่มาทีหลัง และไม่สามารถเอาชนะยักษ์ใหญ่ได้ Bloodhunt ถือเป็นเกมที่มีความเป็นตัวเองสูงมาก แต่มันจะชนะใจผู้เล่นได้หรือไม่ ต้องให้เหล่าเกมเมอร์เป็นคนตัดสิน และเราขอแนะนำให้คุณไปลองเล่นดูสักครั้งนึง จะได้ตัดสินใจได้ว่า มันดีหรือไม่ดี 
29 Apr 2022
[Review] รีวิวเกม LEGO Star Wars: The Skywalker Saga ยกเครื่องเกมเพลย์ใหม่ ดึ่มด่ำจักรวาลอันไกลโพ้นได้มากขึ้น
ถ้าให้พูดถึง LEGO Star Wars เชื่อว่าเกมเมอร์หลาย ๆ คนก็น่าจะเคยสัมผัสเกมนี้มาตั้งแต่สมัยเครื่อง PlayStation 2 ซึ่งตัวเกมก็มีภาคต่อออกมาเรื่อย ๆ เป็นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีซีรีส์นี้ บวกกับการส่งท้ายหลังจากที่เรื่องราวภาพยนตร์ Episode 9 จบลงไปเมื่อปี 2019 ทาง LEGO จึงได้สร้างเกมภาคใหม่ออกมาเพื่อส่งท้ายกับเกม LEGO Star Wars: The Skywalker Saga ที่เป็นการยกเครื่องเกมเพลย์ โครงสร้างซีรีส์นี้ใหม่ทั้งหมด ซึ่งทางเรา GameFever TH ได้เข้าไปสัมผัสเกมนี้จนจบแล้วและจะมารีวิวให้ทุกท่านได้ทราบว่าตัวเกมนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากภาคก่อน ๆ มากขนาดไหน กราฟิก / การนำเสนอแน่นอนว่าเมื่อเราพูดถึงเกม LEGO งานในด้านกราฟิกของเกมก็จะยังเป็น Concept ความน่ารักสบายตาตามสไตล์ของเล่นตัวต่อ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คงเป็นงานด้านแสงเงาของเกมที่ทำออกมาได้ดีมาก ๆ (ผู้เขียนเล่นเกมนี้บนเครื่อง PS5) แสงแดดสะท้อน เงาของน้ำ มองดี ๆ มันค่อนข้างสมจริงพอสมควร เอาจริง ๆ ถ้าตัดองค์ประกอบความเป็นการ์ตูนออกไปและลองเอาโมเดลตัวละครจริงเข้ามา มันก็แทบจะวางทับกันได้แบบไม่มีความสงสัยใด ๆ ส่วนในเรื่องมุมกล้องของเกมภาคนี้ทางผู้พัฒนาก็ปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นแนวมุมมองข้ามไหล่เต็มตัว ต่างจากทุกภาคที่มุมมองจะค่อนข้างสูงและไกลหน่อย ทำให้เราได้เห็นทิวทัศน์หรือบรรยากาศโลกในเกมนี้ได้ชัดเจนมากกว่ารวมถึงตัวเกมยังมีองค์ประกอบกึ่ง ๆ Open World ที่จะให้เราได้เดินสำรวจดวงดาวต่าง ๆ ได้มากขึ้นได้สัมผัสและดึ่มด่ำกับบรรยากาศโลกของ Star Wars ได้มากขึ้นด้วยเนื้อเรื่องภายในเกม LEGO Star Wars: The Skywalker Saga ก็จะยังอ้างอิงเนื้อเรื่องตามภาพยนตร์ Episode 1 - Episode 9 ที่จะเล่าเรื่องราวความเป็นมาของตระกูล Skywalker (ไม่รวมภาค Spin-off ต่าง ๆ) แต่สำหรับใครที่กลัวว่าการที่ตัวเกมจะเล่าเรื่องราวทั้ง 9 ภาคจะทำให้ระยะเวลาในการเล่นจะนานเกินไปก็อย่ากังวล เพราะการดำเนินเรื่องราวนั้นก็ค่อนข้างฉับไว มีการตัดเนื้อหาหรือบทสนทนาออกเยอะ เน้นเนื้อหาสำคัญเป็นหลัก ซึ่งแต่ละ Episode จะใช้เวลาราว ๆ 2 ชั่วโมงในการเล่น (ถ้ามุ่งแต่เนื้อเรื่องอย่างเดียว) โดยจะเน้นการเล่าเรื่องที่ฉับไวและเน้นเกมเพลย์เป็นหลัก นอกจากนี้ถึงแม้เรื่องราวของภาพยนตร์จะดูซีเรียสหรือลึกล้ำยังไง สไตล์การเล่าเรื่องของ LEGO ก็จะสอดแทรกมุขตลกและอารมณ์ขันเข้ามาภายในเกมอยู่ตลอด และยิ่งถ้าหากใครเคยดูภาพยนตร์ครบทั้ง 9 ภาคมาแล้ว ท่านเองก็จะสนุกสนานกับมุขล้อเลียนของเกมนี้ตลอดทั้งเรื่อง ถึงแม้เรื่องราวจะเดิม ๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร แต่เราเองก็ไม่ได้รู้สึกเบื่อเพราะความตลกของมันนี่แหละ แต่จุดสังเกตุเดียวก็คงจะเป็นการเล่าเรื่องนั้นอาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่เคยดูหนังทั้ง 9 ภาคมาก่อน นอกจากเรื่องราวที่เดินไวเกินจนจับต้นชนปลายไม่ถูก มุขตลกบางอย่างท่านก็อาจจะไม่เข้าใจถึงมัน จึงทำให้ LEGO Star Wars: The Skywalker Saga เหมาะเป็นเกมที่ทำมาเฉพาะแฟน ๆ ภาพยนตร์เท่านั้นเกมเพลย์ในด้านของเกมเพลย์ตัวเกมก็จะยังคงการเล่นแบบในภาคก่อน ๆ ที่จะเน้นการต่อสู้ผจญภัย ไล่ยิง ไล่ฟันเหล่าศัตรูที่ดาหน้าเข้ามา มีปริศนาบางอย่างที่ให้เราต้องแก้ไข โดยลูกเล่นในเกมภาคนี้ก็ค่อนข้างเยอะกว่าเดิมอย่างการปัด Dash หลบการโจมตีของศัตรู การกดป้องกันการโจมตีต่าง ๆ หรือเวลาเป็น Jedi เราสามารถใช้พลังสะกดจิตเหล่าศัตรูให้บังคับตามใจที่ต้องการ ก่อกวน หรือบังคับให้ต่อสู้กันเองก็ได้ในด้านของการต่อสู้บนอวกาศก็มีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างเยอะ เพราะตัวเกมจะให้อิสระเราในการโบยบินได้มากขึ้น ต่างจากภาคก่อน ๆ ที่การต่อสู้จะเป็นเส้นตรง เราสามารถโบยบินได้อย่างอิสระ บินดูยานที่เราจะโจมตีได้ทุกซอกทุกมุมต่อให้เกมเพลย์การต่อสู้จะไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนักซึ่งถึงแม้ว่าตัวเกมจะมีระบบให้เล่นหลากหลายขึ้น แต่เป้าหมายกลุ่มผู้เล่นของเกมนี้ก็ยังเป็นคนทุกเพศทุกวัย เป็นเกมเบาสมองที่ควรมีไว้ติดบ้าน ทำให้ตัวเกมค่อนข้างเล่นง่ายในระดับหนึ่ง เหล่าบอสค่อนข้างโจมตีเป็นแพทเทิร์น หรือแม้กระทั่งเวลาเราแพ้ก็เกิดมาสู้ใหม่ได้ สำหรับคนที่ชอบเกมที่มีความท้าทายก็อาจจะไม่ชอบนัก แต่ส่วนตัวเข้าใจได้เพราะนี่คือจุดประสงค์ของเกมแนว LEGO ตั้งแต่แรกอยู่แล้วแต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้พิเศษและได้รับความนิยมล้นหลามก็คงจะเป็นในด้านโลกของเกมที่แต่ละฉากแต่ละดาว ตัวเกมจะเปิดพื้นที่ให้เราได้ Free Roam ในระดับหนึ่งเพื่อเปิดโอกาสให้เราได้สำรวจพื้นที่ต่าง ๆ และได้เห็นโลกของ Star Wars มากยิ่งขึ้น ซึ่งในการสำรวจจะมีให้เราได้ค้นหาแต้มอัพสกิลที่กระจายอยู่ทั่วเมือง หรือการทำเควสย่อยที่จะได้รับของรางวัลมากมาย ซึ่งเราสามารถกลับมายังดวงดาวเก่า ๆ ที่ผ่านมาแล้วได้ตลอดเวลา ในโหมดภารกิจเนื้อเรื่องเราจะสามารถเล่นได้แค่ตัวละครตามเนื้อเรื่องเท่านั้น แต่ถ้าหากคุณเล่นด่านนี้จบคุณเองสามารถเข้าไปยัง Free Mode และเอาตัวละครอื่น ๆ ที่ปลดล็อคมาเล่นในด่านนั้นได้ โดยตัวละครที่มีให้เลือกเล่นก็มากเป็นหลักร้อยตัว รวมถึงแต่ละตัวยังมีสกินที่แตกต่างกันโดยจะได้มาจากการปลดล็อคเนื้อเรื่องต่าง ๆ หรือใช้แต้มที่เก็บตามฉากซื้อมาก็ได้นอกจากนี้ตัวละครที่มีให้เลือกเล่นก็แบ่งออกไปหลายคลาสทั้งสาย Jedi สายฮีโร่ สาย Scavenger หรืออื่น ๆ ที่จะมีความสามารถที่แตกต่างกัน หรือบางสายก็สามารถไปในจุดที่สายอื่นไปไม่ได้เพื่อเก็บไอเท็ม รวมถึงเรายังสามารถอัพเกรดความสามารถของตัวละครแต่ละสายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ อย่างเช่นการอัพสกิลของสาย Jedi ที่จะสามารถเพิ่มดาเมจจากการโจมตีระยะไกล หรือการโจมตีระยะใกล้ได้เป็นต้นสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คงจะเป็นเกมเพลย์ในแต่ละภาคที่จะมีลูกเล่นต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปบ้างทำให้เรารู้สึกไม่จำเจต่อการเล่น อย่างเช่นในภาคแรกเราจะได้บังคับกองทัพของเหล่ากันแกนต่อสู้กับเหล่าหุ่นยนต์ของจักรวรรดิ หรือจะในภาค 7-9 ที่ตัวเอกจะเป็น Ray ซึ่งเธอในช่วงแรกนั้นจะมีคลาสเป็น Scavenger ที่จะสามารถประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆ ได้อย่างเช่นปืนยิงตะข่าย เครื่องร่อน หรือปืนยิงหินเป็นต้นสรุปถือว่าเป็นภาคที่ยกระดับเกมซีรีส์ LEGO Star Wars ให้ทันสมัย ดีงามและน่าเล่นมากขึ้น รวมถึงยังยกระดับเกมจากซีรีส์ตัวต่อนี้ในอนาคตด้วย แน่นอนว่าด้วยความง่ายของเกมเกินไปที่อาจจะทำให้บางคนรู้สึกขาดความท้าทาย และจุดประสงค์หลักของเกมซีรีส์นี้คือการที่มันนั้นทำหน้าที่เป็นเกมของครอบครัว เกมเบาสมองเหมาะกับการมีไว้ติดบ้าน ชวนลูก ชวนหลาน มาเล่นมาสำรวจดวงดาวและซึมซับบรรยากาศในโลกภาพยนตร์ Star Wars ให้ใกล้ชิดมากขึ้นและละเอียดมากขึ้น เป็นเกมแรกที่ทำให้เราได้ดื่มด่ำกับโลกของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้มากที่สุดแต่ข้อสังเกตุเดียวก็คงจะเป็นเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างเล่าเร็วเกินไป จนบางครั้งเราแทบจะจับต้นชนปลายไม่ถูก เข้าใจว่าตัวเกมทำออกมาสำหรับแฟน ๆ ที่เคยดูหนังเรื่องนี้มาแล้ว และถ้าเล่าเยอะแต่ละภาคก็จะใช้เวลานานเกินไป แต่ถึงอย่างนั้นส่วนตัวก็อยากให้เขาเก็บรายละเอียดมากขึ้นกว่านี้อย่างน้อยก็อาจจะทำให้คนที่ไม่เคยดู อินกับเนื้อเรื่องมากขึ้นบ้าง
18 Apr 2022
[Review] รีวิวเกม Nobody Saves the World "เพราะความเป็นผู้กล้ามันอยู่ที่ใจใช่รูปลักษณ์!"
นับตั้งแต่เปิดปี 2022 มาได้ราว ๆ 4 เดือนเต็ม ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเดือนกุมภาพันธ์คือเดือนที่มีเกมฟอร์มยักษ์ออกมามากมาย แต่ย้อนไปเมื่อช่วงเดือนมกราคม มีอยู่ 1 เกมที่เปิดตัวอย่างเงียบ ๆ แต่แล้วกระแสปากต่อปากและการรีวิวของมันก็ทำให้เห็นว่า นี่คืออีกหนึ่ง Hidden Gem อย่างแท้จริงในปี 2022 มันจะดีงามขนาดไหน ลองมาดูกันใน Nobody Saves the Worldคนธรรมดาที่มีชะตากรรมไม่ธรรมดาในเกมนี้ เราจะได้รับบทเป็น 'Nobody' สมชื่อเกม เป็นคนที่ไม่มีรูปลักษณ์โดดเด่นอะไรเลย เหมือนกับคนธรรมดาที่ไม่มีอะไรเตะตาใคร เขาตื่นขึ้นมาในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เมื่อจอมเวทแห่งหมู่บ้านได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงไม้กายสิทธิ์วิเศษที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมของตัวเอง แต่คนในหมู่บ้านกลับไม่มีใครสามารถใช้ไม้กายสิทธิ์นั้นได้เลย ไม่เว้นแม้แต่ลูกศิษย์ของจอมเวทคนนั้น แต่ตัวเรากลับสามารถใช้มันได้อย่างน่าประหลาดใจ งานนี้ชะตากรรมของบุคคลแสนธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจึงได้เริ่มต้นขึ้น จริง ๆ แล้วพล็อตเรื่องของเกมนี้ จะอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด ก็คงต้องบอกว่า มันเหมือนกับการ์ตูนช่วงเช้าวันหยุดที่เด็ก ๆ จะตื่นมาดู ไร้ซึ่งความรุนแรงใด ๆ สอดแทรกมุกตลกและเรื่องราวขำ ๆ เข้ามาเป็นระยะเสมอ โดยการเล่าเรื่องราวของเกมนี้จะไม่ค่อยมีเสียงบรรยายสักเท่าไร จะมีแต่ซับบรรยายเท่านั้น ดังนั้นหากคุณอยากจะอินกับเกมนี้ การอ่านจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะถ้าเล่นแบบข้ามเนื้อเรื่องรัว ๆ รับประกันได้ว่าอรรถรสความสนุกของเกมนี้จะดรอปลงไปพอสมควรเลยทีเดียว และแม้ว่าเนื้อเรื่องเกมนี้จะเข้าใจได้ง่ายมาก มีคนทำสรุปเนื้อเรื่องเอาไว้พอสมควรแล้ว แต่การจะลุยเล่นเกมอย่างเดียว โดยไปตามเนื้อเรื่องย้อนหลังก็ยังไม่ได้อารมณ์เท่ากับเล่นเอง ดังนั้นหากคุณอยากสัมผัสเกมนี้แบบเต็มอิ่ม ภาษาอังกฤษอาจจะต้องได้ในระดับหนึ่งด้วยรูปแบบเกม Dungeon Crawler + RPG Open Worldความสนุกของ Nobody Saves the World เราได้เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่ช่วงเนื้อเรื่องด้านบนแล้ว นั่นคือเราจะได้รับไอเทมไม้เท้ากายสิทธิ์ของจอมเวทแห่งอาณาจักร ทำให้เรามีความสามารถในการแปลงกายเป็นใครก็ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้เลยตั้งแต่เริ่มเกม เพราะเราจำเป็นจะต้องเก็บเลเวล ปลดล็อคคลาสนั้น ๆ ให้ได้เสียก่อน เราถึงจะสลับไปแปลงร่างเป็นร่างนั้นได้แต่ก่อนจะไปลงลึกในระบบแปลงร่างของเกม ขอบอกก่อนว่านิยามของเกมนี้จริง ๆ แล้วคือเกมแนว Dungeon Crawler ที่มีองค์ประกอบของเกมโลกเปิดอยู่ในตัว หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจช่วงเริ่มต้นของเกมแล้ว ผู้เล่นจะมีอิสระในการไปไหนมาไหนก็ได้ในโลกอันกว้างใหญ่นี้ ขนาดแผนที่ของเกมนี้ก็ถือว่าใหญ่พอสมควรเลย อาจเพราะด้วยการนำเสนอแบบมุมมองเหนือหัว เลยทำให้เราคิดไปแบบนั้น แต่หากเทียบกับเกมแนวเดียวกันนี้ ขนาดแผนที่ก็ถือว่าใหญ่เกินกว่าเกมอื่น ๆ พอสมควรโลกภายในเกมจะแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือส่วนของ Open Field หรือแผนที่ทั่วไป ในแผนที่ทั่วไปนี้ ผู้เล่นจะได้พบกับชุมชน หมู่บ้าน ที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่า NPC ให้เราเข้าไปพูดคุย สอบถามข้อมูลต่าง ๆ การพูดคุยสอบถามนี้จะทำให้เราได้ข้อมูลสถานที่ตั้งดันเจี้ยนที่อยู่ในแผนที่ด้วย แม้ว่าเราจะยังไม่ไปเจอด้วยตัวเองก็ตาม ดังนั้นการสืบเสาะ หาข้อมูล พูดคุยกับคนนั้นคนนี้ก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อพบเจอดันเจี้ยนแล้ว ใช่ว่าเราจะเข้าไปลุยเลยได้ เพราะเกมต้องการสองอย่าง นั่นคือ เลเวลที่เหมาะสม และจำนวนดวงดาวของไม้เท้าเวทมนตร์ ซึ่งได้จากการเอาชนะดันเจี้ยนและทำภารกิจต่าง ๆ และอีกเงื่อนไขหนึ่งคือเลเวลของตัวละคร ทำให้การเก็บสะสมดวงดาวไม้เท้าเวทมนตร์ เปรียบเสมือนกับข้อจำกัดของตัวเกม ที่เรา้ตองไปเล่น เพื่อปลดล็อคมันมาให้ได้ซึ่งภายในดันเจี้ยน จะมีลักษณะแบบพื้นที่ปิด แต่มีเส้นทางที่หลากหลาย และเต็มไปด้วยกับดักและศัตรู รวมไปถึงหีบสมบัติมากมายให้เราได้ตามล่าและเงินที่เอามาใช้ซื้อไอเทมด้วย รูปแบบการเล่นภายในดันเจี้ยนก็จะเป็นเกมแอคชั่น RPG ทั่วไปเลย แต่จะมีกลิ่นอายของความเป็น Hack & Slash อยู่ด้วย นั่นคือเน้นลุยแหลก ต่อสู้ สแปมสกิล และหลบหลีก แล้วถ้ามันเหมือนเกมทั่วไป มันจะไปสนุกตรงไหน คำตอบอยู่ที่หัวข้อถัดไป นั่นคือ ระบบการแปลงร่างแปลงร่าง ทำภารกิจ ปลดล็อคร่างใหม่ ฟีเจอร์สำคัญของ Nobody Saves the World คือฟีเจอร์การที่เราจะแปลงร่างเป็นร่างต่าง ๆ ที่มีความสามารถอันหลากหลาย ย้ำว่า "สิ่งต่าง ๆ" เพราะร่างแปลงของเราจะไม่ใช่แค่มนุษย์ แต่จะเป็นทั้งสิ่งของ สัตว์ หรือแม้กระทั่งอสูรกายไปเลยก็มี ในช่วงแรกที่เราเป็น Nobody หลังจากได้ไม้เท้ากายสิทธิ์มาตามเนื้อเรื่อง เราจะได้เรียนรู้ที่จะแปลงร่างเป็นหนู จากนั้นก็จะเรียนรู้ที่จะแปลงร่างเป็นตัวละครที่มีความสามารถต่าง ๆ เช่น Warrior (นักรบ) Ranger (นักล่า) และปลดล็อคต่อไปอีกเรื่อย ๆ อีกมากมาย โดยแต่ละร่างแปลงของเรานั้น จะมีเควสท์ให้ทำ โยดเควสท์เหล่านี้จะเป็นการให้เราโจมตีศัตรูด้วยร่างนั้น ๆ ตามเงื่อนไขต่าง ๆ เมื่อทำสำเร็จแล้วก็จะปลดล็อครางวัลเป็นค่าประสบการณ์และดวงดาวไม้เท้าเวทมนตร์ ทำให้ร่างนั้น ๆ มีความสามารถในการต่อสู้สูงขึ้น และแต่ละร่างจะมี Ranking ของตัวเองด้วย การจะปลดล็อคร่างแปลงใหม่ ๆ ก็จำเป็นจะต้องมีระดับ Ranking ที่สูงมากพอยกตัวอย่างตามภาพนี้ กับเควสท์ของร่าง Magician (นักมายากล) โดยเควสท์จะให้เราเสกสัตว์มาช่วยต่อสู้และทำดาเมจตามจำนวนครั้ง ถ้าทำเสร็จเควสท์ก็จะสำเร็๗และรับรางวัลได้ รางวัลจะเป็น FP ที่ทำให้ร่างแปลงนั้น ๆ มี Ranking ที่สูงขึ้น ส่วน XP จะทำให้เลเวลตัวละครของเราเยอะขึ้น ซึ่งแยกจากกัน ร่างแปลงแต่ละร่างจะสามารถติดตั้ง Passive และ Active Skills ได้ โดย Active จะเป็นการกดใช้งาน ติดตั้งได้ 4 สกิล ส่วน Passive จะเป็นสกิลติดตัว ไม่จำเป็นต้องกดใช้ ติดตั้งได้ 4 สกิลเช่นกัน แต่ถ้าจะติดตั้งให้ได้ครบ 4 ช่อง ต้องปลดล็อคที่เลเวล 30 ก่อน จึงจะสามารถทำได้ และสกิลทั้งหลายยังสามารถอัปเกรดได้จากการซื้อหรือได้มาซึ่ง Upgrade Token ที่เราหาได้จากภารกิจต่าง ๆ รวมไปถึงร้านค้าด้วยไม่เพียงเท่านั้น เพราะแต่ละสกิลจะมีสัญลักษณ์บอกไว้ที่มุมซ้ายบนอย่างชัดเจน สัญลักษณ์พวกนี้จะเป็นเหมือนกับระบบแพ้ทาง-ชนะทางกัน หากเราใช้สกิลโจมตีศัตรูผิดประเภทก็อาจจะถึงขั้นตีศัตรูไม่เข้ากันเลยทีเดียว ดังนั้นก่อนจะจัด Set Skill ก็ต้องเอาให้แน่ใจว่าเราจะพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ และศัตรูทุกรูปแบบ ความสนุกของเกมนี้เลยอยู่ที่การต่อสู้ ทำภารกิจ ปลดล็อคร่างใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ ยิ่งมีร่างเยอะ เกมเพลย์การเล่นของเราก็สามารถพลิกแพลงได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ฟังดูเหมือนไอเดียจะดี และเป็นเกมที่เล่นสนุกมาก แต่ข้อเสียของมันก็กลับเป็นการนำเสนอของมันนั่นเอง นั่นคือในช่วงหลัง ๆ ที่เราจะต้องเจอกับศัตรูหลากหลายประเภท เราจะต้องทำการเปลี่ยนร่างไปมาแทบจะตลอดเวลา โชคดีที่เกมออกแบบระบบการควบคุมมาให้สามารถเปลี่ยนร่างได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้ว แต่มันก็?ำให้เกมการเล่นติดขัดไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะตอน Boss Fight ที่ลำพังบอสนั้น ไม่ยากเท่าไร แต่ลูกสมุนที่มันปล่อยออกมา บางตัวจะมีหลากหลายประเภท การโจมตีจากร่างเดียว ไม่สามารถเก็บกวาดได้หมด ทำให้ต้องสลับฟอร์มไปมาระหว่างสู้บอสก็ถือว่าทำให้มือเป็นระวิงได้ไม่ใช่น้อยเลยนอกจากนั้นคือเรื่องของการดำเนินเรื่องที่อาจจะเป็นปัญหาเฉพาะบุคคล เพราะหลายคนอาจไม่ได้ชอบเกมที่ต้องมานั่งอ่านหรือตีความกันเอาเอง และ Nobody Saves the World ใช้วิธีนี้ในการเล่าเรื่องแทบจะทั้งเกม แม้ตัวเกมโดยรวมแล้วจะกินเวลาไม่นานนัก 9-10 ชั่วโมงก็น่าจะจบได้แล้ว แต่ถ้าเล่นจนจบโดยที่เราไม่รู้อะไรเลย มันอาจจะกลายเป็นเกมน่าเบื่อไปอีกเกมก็เป็นได้ส่วนของ Performance หรือประสิทธิภาพตัวเกม ด้วยการนำเสนอภาพแบบการ์ตูน แถมแทบจะเป็น 2D อยู่แล้ว ดังนั้นคอมพิวเตอร์สมัยนี้ ก็เล่นได้แบบสบาย ๆ ถ้ามันไม่เก่าจนเกินไป และตัวเกมยังมีฟังก์ชั่นแบบ Anti-Aliasing หรือลบรอยหยัก ความคมชัดภาพมาให้ปรับกันอีกมากมาย และส่งท้ายด้วยข้อเสียที่ไม่รู้ว่าจะนับเป็นข้อเสียได้หรือไม่ นั่นคือการควบคุม เพราะเกมนี้แนะนำให้ผู้เล่นใช้จอยคอนโทรลเลอร์มากกว่าที่จะใช้เมาส์และคีย์บอร์ด ทำให้คนที่ไม่อยากจะต่อพ่วงอุปกรณ์หลายอย่างก็อาจจะขัดใจซะหน่อย แต่หลังจากได้ลองใช้งาน ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เกมนี้ใช้จอยคอนโทรลเลอร์ควบคุมได้สะดวกกว่ามากจริง ๆ ท้ายที่สุดแล้ว หากคุณกำลังมองหาเกมสนุก ๆ เนื้อเรื่องใช้ได้ แต่เกมเพลย์มีความแปลกใหม่พอสมควร Nobody Saves the World คืออีกหนึ่งเกมน้ำดีที่หลายคนมองข้ามไปในปีนี้ และสามารถหามาเล่นกันได้แล้ววันนี้บน PC และคอนโซล รวมไปถึงบนบริหาร Xbox Game Pass ด้วย
16 Apr 2022
[Review] สานฝันเป็นเจ้าของกิจการของตัวเองใน Cafe Owner Simulator
อาชีพในฝันของใครหลายคน คงไม่พ้นการมีธุรกิจเล็ก ๆ อย่าง 'คาเฟ่' เป็นของตัวเอง แต่การทำธุรกิจใช่ว่าใครจะลองผิดลองถูกได้ (ถ้าไม่มีเงินสำรอง) แล้วก็ไม่รู้ว่าคอนเซปต์ร้านเราจะถูกใจลูกค้ามากน้อยแค่ไหนถ้าอย่างนั้นเรามาจำลองการเปิดคาเฟ่ของตัวเองดูกันหน่อยไหมล่ะ? กับเกม Cafe Owner Simulator ที่จะให้เราได้ลองสร้างร้านของเราเองตั้งแต่ 0 จนขายดีกันได้เลยคาเฟ่ในความเข้าใจของเรา Café คงหมายถึงร้านกาแฟ แต่อ้างอิงตาม Cambridge Dictionary แล้ว ในภาษาอังกฤษ คำนี้จะมีความหมายว่า 'ร้านอาหารขนาดเล็ก ที่เสิร์ฟเมนูง่าย ๆ ในราคาย่อมเยา' นั่นหมายความว่า ในเกมนี้เราจะได้สร้าง 'ร้านอาหาร' นะจ๊ะ ไม่ใช่ร้านกาแฟส่วนความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น คาดว่าน่าจะมาจากการพ้องเสียงกับคำว่า Caffé ในภาษาอิตาลี ที่มีความหมายว่า 'กาแฟ' เลยทำให้เราเรียกรวมการออกเสียงนี้เป็น ร้าน+กาแฟ เสียเลย!Cafe Owner Simulatorสำหรับเรื่องรางของเกมนั้น จะเริ่มต้นด้วยการเล่าอดีตของตัวละครที่เราสวมบทบาท ว่าพ่อของเขาเคยเป็นเจ้าของคาเฟ่ท้องถิ่นที่ขายดี แต่แล้วก็ต้องมาล้มละลายไป และตัวละครของเราที่โตขึ้น ก็ได้มีความฝันว่าจะกอบกู้ร้านของครอบครัวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และนั่นคือจุดเริ่มต้นก่อนที่เราจะมาสร้างเนื้อสร้างตัวกับร้านแห่งใหม่ของเราเริ่มต้นเกม เราจะมายืนอยู่หน้าอาคารร้างแห่งหนึ่ง ภารกิจของเราคือต้องเข้าไปเก็บกวาด ซ่อมบำรุง ตกแต่ง และเตรียมสิ่งของต่าง ๆ ที่จำเป็นในการเปิดคาเฟ่ให้พร้อม ก่อนที่จะเปิดต้อนรับลูกค้าซึ่งสิ่งที่เราจะต้องทำนั้น จะขึ้นเป็นเควสอยู่ด้านขวาบนของหน้าจอ เราเพียงแค่ควบคุมตัวละครและหมุนมุมกล้องไปตามทิศทางที่ต้องการ ซึ่งเป็นการควบคุมแบบเรียบง่ายสุด ๆ เลย โดยเควสจะคอยบอกว่าเราต้องทำอะไรก่อน แน่นอนว่าต้องเก็บขยะให้หมดร้าน เมื่อทำเสร็จก็จะขึ้น Check List ให้พร้อมขึ้นภารกิจถัดไปเรื่อย ๆในระหว่างที่เรากำลังจัดเก็บร้าน จะได้เห็นพัฒนาการขององค์ประกอบฉาก จากอาคารที่ทั้งรก เก่า และมืด เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง พร้อมฉากธรรมชาติรอบ ๆ ร้าน บอกเลยว่าสวยงามสบายตามาก พร้อมเสียงบรรยากาศคลอเบา ๆ สไตล์ป่าเขา ซึ่งใครชอบก็นับว่าช่วยฮีลใจได้ดี แต่ใครไม่ชอบก็อาจจะหลอนหรือรำคาญไปเลยก็ได้ แต่ส่วนตัวมองว่าทำแบบนี้มาก็เข้ากับฉากดีนะ และทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ที่นั่นจริง ๆ ด้วย แถมเรายังได้เห็นกวางมูสมาเดินเล่นริวรั้วเราด้วยนะ เจ๋งใช่ไหมล่ะ และนอกจากนี้เรายังมีโอกาสเจอขอทานแวะเวียนมาขอเงินที่ร้านด้วย ก็ลองฟังคำขอเขาดู ส่วนจะให้เงินไหมก็ตามใจเลยส่วนหลังจากเก็บกวาดและซ่อมแซมแล้วร้านจะออกมาแบบไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับสไตล์ของผู้เล่นเลย โดยหนึ่งในภารกิจก่อนเริ่มกิจการของเรา จะมีให้ตกแต่งร้าน ซึ่งสามารถเลือกสีและลายได้จากแท็บเล็ตของเรา ที่มีหลากสีหลายรูปแบบให้เลือก ผสมผสานกันได้ตามชอบ เมื่อร้านสวยแล้วก็ถึงเวลาซื้อของเข้าร้าน แน่นอนว่าในเควสจะมี Check List ของจำเป็นที่เราต้องมีมาให้ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว และวัตถุดิบที่ใช้ทำเมนูที่เราจะเสิร์ฟในร้าน แน่นอนว่าทั้งหมดเราสามารถสั่งซื้อได้ผ่านแท็บเล็ตเช่นเคยเมนูที่ระบบให้มา ก็ถือว่าเยอะและน่าสนใจใช้ได้เลย เพราะมีทั้งพิซซ่า พาสต้า ซูชิ สลัด ของว่าง ไปจนถึงของหวาน ให้เลือกมาเสิร์ฟรวมประมาณ 20 เมนูเลย จะเลือกเมนูหลากหลายหรือเจาะจงว่าจะเสิร์ฟแค่บางประเภทก็ทำได้ทั้งนั้น เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อม ก็จ้างเชฟมาช่วยปรุงอาหาร แค่นี้ก็พร้อมรับลูกค้าแล้ว!!ในระบบภาพรวมนั้นถือว่าเข้าใจไม่ยากมาก เพราะแทบทุกอย่างจะอยู่ในแท็บเล็ตซึ่งทั้งสะดวกและสร้างความวุ่นวายให้พอตัว เพราะหากแค่ซื้อของก็ไม่เท่าไหร่ แต่หลังเปิดร้านแล้วนี่สิ ได้หยิบขึ้นมาเป็นว่าเล่นเลย ตัวเควสในเกมเองก็ไม่ได้ไกด์สิ่งที่ต้องทำให้มากเท่าไหร่ ใครอ่านภาษาอังกฤษแล้วสับสนก็อาจจะต้องใช้เวลาหาระบบในแท็บเล็ตกันนานหน่อย กว่าเควสจะยอมเช็คให้อย่างไรก็ดี ทั้งหมดที่เราแนะนำมานี้ยังเป็นเวอร์ชั่นเดโมอยู่ ทำให้อนิเมชั่นบางอย่างก็ดูขัดตาไปบ้าง รวมถึงสิ่งของบางชิ้นก็บั๊คไปบ้าง อย่างเช่นหนูวิ่งทะลุบางส่วนของฉากได้แต่เราวิ่งแล้วติด เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถแจ้งผู้พัฒนาได้ผ่านเมนูในหน้าล๊อบบี้เลย สะดวกสุด ๆ เอาจริง ๆ ในภาพรวมเกมก็ถือว่าทำออกมาไม่ผิดหวังเลย คงเพราะเป็นแฟรนไชน์จาก RockGame S.A. ผู้ผลิตเกม Simulator ชั้นเยี่ยมหลายชิ้น จึงมั่นใจได้ในคุณภาพ แล้วคิดดูว่าตัวทดลองยังดีขนาดนี้ เปิดจริงน่าจะสนุกไม่น้อยเลย ใครสนใจก็สามารถไปโหลดมาเล่นได้ ฟรี! ใน Steam เล่นเสร็จก็อย่าลืมทำแบบสำรวจเพื่อลุ้นรับคีย์เกมในวันเปิดจริงด้วยล่ะ 
30 Mar 2022
[Review] Kirby and the Forgotten Land อีกหนึ่งร่างสมบูรณ์ของ 'เกมที่เล่นได้ทุกเพศทุกวัย ตามสไตล์ Nintendo'
Kirby เป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์ที่อยู่กับทาง Nintendo มาอย่างยาวนาน โดยภาคแรกนั้นได้เปิดตัวออกมาภายในปี 1992 ในชื่อภาค Kirby's Dream Land ซึ่งตัวเกมก็ได้รับคำวิจารณ์ที่ค่อนข้างดี ไปจนถึงยอดขายที่ยอดเยี่ยม จึงส่งผลให้ชื่อของ Kirby ได้รับการสานต่อมาจนถึงทุกวันนี้นี่เองซึ่งในปี 2022 นี้ ก็เป็นโอกาสครบรอบ 30 ปี ของตัวเกม Kirby แบบพอดิบพอดี แน่นอนว่าทาง Nintendo และ HAL Laboratory ไม่พลาดที่จะนำโอกาสอันดีเช่นนี้ ปล่อยเกมภาคใหม่ของเจ้าก้อนกลมสีชมพู ในชื่อภาค Kirby and the Forgotten Land ที่เป็นการนำตัวของ Kirby เข้าไปสู่โลก 3 มิติแบบจริง ๆ กันเสียทีซึ่งตัวเกมจะยอดเยี่ยมมากขนาดไหนนั้น รีวิวนี้มีคำตอบครับเนื้อเรื่องย่อยง่าย แต่ก็ไม่ถึงขั้นกลวงเปล่าแฟน ๆ ของ Kirby น่าจะรู้กันดีว่า เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ภายในเกม Kirby ภาคหลักทุกภาคนั้น จะเป็นเหมือนกับของแถมเสียมากกว่า ด้วยพล็อตสไตล์โบราณที่ว่าด้วยตัวร้ายออกมาก่อความวุ่นวาย และมีพระเอกอย่าง Kirby ที่ต้องเข้าไปคลี่คลายปัญหาให้ลุล่วง มันก็ถูกทำซ้ำมากว่า 30 ปีแล้วซึ่งตัวเกมในภาค Kirby and the Forgotten Land ได้พยายามที่จะฉีกตัวเองออกจากกรอบเดิม ๆ อยู่บ้าง ด้วยการเริ่มเรื่องที่ให้ Kirby และเหล่า Waddle Dee ต้องหลุดในต่างดินแดนผ่านรอยแยกของมิติ แต่สุดท้ายแล้ว แก่นหลักของเนื้อเรื่องมันก็ยังเป็นการต้องไปปราบตัวร้ายที่หวังจะทำเรื่องชั่ว ๆ อยู่ดีนั่นแหละโดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Kirby ที่หลุดเข้าไปใน Forgotten Land ดินแดนที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งในช่วงคลี่คลายปมของเรื่องราวก็ยังได้มีการเฉลยอีกด้วยว่า ทำไมดินแดนนี้ถึงถูกทิ้งร้างกันนะ และช่วยทำให้ตัวร้ายภายในเกมดูมีมิติมากขึ้น แทนที่จะเป็นการทำชั่วแบบไร้เหตุไร้ผลแบบในภาคก่อน ๆ ทั้งนี้ ส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่า ไม่มีใครที่มาเล่น Kirby เพราะหวังจะติดตามเนื้อเรื่องกันหรอก (หรือถ้ามี มันก็คงเป็นอัตราส่วนที่น้อยมากจริง ๆ) และยังเชื่ออีกว่า ทางผู้พัฒนาอย่าง HAL Laboratory ก็คงรู้ตัวเองดีเช่นกัน ถึงไม่ได้เน้นหนักไปที่การเล่าเรื่องมากขนาดนั้น และไปมุ่งเน้นที่เกมเพลย์เสียมากกว่าระบบการเล่นที่ยังคงสนุก แถมเสริมด้วยความสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์หากมองผิวเผินในครั้งแรก หลายคนคงน่าจะคิดเหมือนกันว่า นี่มันคือ Super Mario Odyssey เวอร์ชัน Kirby ชัด ๆ เลยเพราะไม่ว่าจะเป็น มุมกล้อง ฉาก 3 มิติเต็มรูปแบบครั้งแรกของซีรีส์ ไปจนถึงระบบ Mouthful Mode ที่คล้ายกับการ Capturing (โยนหมวก) ของ Mario เพื่อเข้าควบคุมสิ่งต่าง ๆ ก็ยังดูคล้ายกันราวยังกับแกะทว่าเมื่อได้ลองสัมผัสเกมเพลย์เองแล้ว ก็ต้องบอกเลยว่า ทาง Kirby ค่อนข้างจะทำได้เหนือกว่า Mario ระดับหนึ่งเลยทีเดียวเพราะด้วยไอเดียดั้งเดิมของตัว Kirby ที่สามารถลอกแบบพลังของศัตรูได้นั้น ถูกผสานเข้ากับไอเดียใหม่ในภาคนี้อย่างระบบอัปเกรดพลัง ไปจนถึง Mouthful Mode ที่ใช้ได้ในหลากหลายสถานการณ์ องค์ประกอบเหล่านี้นี่เองที่ช่วยทำให้เกมการเล่นของ Kirby ดูมีมิติอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อยแถมระบบอัปเกรดนี้ ยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้คนเล่นออกตามหาวัสดุที่ใช้ในการอัปเกรดอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นจุดลับที่ซ่อนอยู่ตามด่านหลัก หรือจะเป็นด่านรองที่มาในรูปแบบของ Challenge ให้ผู้เล่นได้ท้าทาย แม้กระทั่ง Mini Game อย่าง Colosseum ก็ยังมีของรางวัลตอบแทนเช่นกันด้วยการออกแบบเกมที่ให้รางวัลกับผู้เล่นในทุกกิจกรรม นี่จึงทำให้คนเล่นแทบจะไม่อยากพลาดความลับหรือ Mini Game ไปแม้แต่อันเดียวเลยซึ่งต่างจาก  Super Mario Odyssey ที่การเก็บพวกไอเทมต่าง ๆ จะใช้แค่ในปลดล็อกด่านถัดไป และ Skin สวมใส่สำหรับ Mario เท่านั้นเองการออกแบบฉากที่ยอดเยี่ยม ทำให้การผจญภัยดูสดใหม่อยู่เสมอถึงตัวเกมจะถูกนำเสนอในรูปแบบของ 3 มิติ แต่มุมกล้องภายในเกมก็ยังมีความ Fix อยู่ในระดับหนึ่ง ไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นหมุนกล้องได้ตามใจชอบเหมือนเกมที่มีมุมมอง Third Person ทั่ว ๆ ไปทว่าทางผู้พัฒนากลับทำให้สิ่งที่ควรเป็นข้อเสียตรงนี้ กลายเป็นจุดแข็งของเกมได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะการวางไอเทม ไปจนถึงทางลับตามจุดต่าง ๆ ก็ได้มีการซ่อนเอาไว้อย่างแยบยล หลบมุมกล้องไปเพียงนิดเดียว เป็นการออกแบบสไตล์ที่มอบรางวัลให้กับคนช่างสังเกต ปนกับการแอบบอกใบ้นิด ๆ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับจูงมือชี้ทางตรงไปหาไอเทมเลยอีกทั้งการใช้มุมกล้องกึ่ง Fix ยังช่วยในเรื่องของการสร้างอารมณ์ให้กับผู้เล่นได้อีกด้วย เช่น ในฉากที่ต้องการให้ผู้เล่นสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่หรือความน่าเกรงขามของแผนที่ ตัวเกมจะปรับมุมกล้องไปกลายเป็นมุมเสย ทำให้ผู้เล่นรู้สึกกดดันจากสิ่งที่ใหญ่กว่า หรือในบางฉากที่ต้องการให้แก้ปริศนา มุมกล้องก็จะถูกดันให้กลายเป็นแบบ Bird Eye View มองลงมา ช่วยอำนวยความสะดวกในการมองภาพรวมของปริศนามากยิ่งขึ้นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องขอชื่นชมก็คือ การออกแบบฉากภายในเกม ที่ไต่ระดับความยากได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ทั้งการวางจุดเกิดของศัตรู ไปจนถึงอุปสรรคต่าง ๆ ที่มีระหว่างทาง ช่วยให้การเล่นตลอดเกมยังคงรู้สึกท้าทาย แม้จะการอัปเกรดพลังของ Kirby เข้ามาช่วยแล้วก็ตามและทางผู้พัฒนายังได้นำเสนอการผจญภัยในด่านต่าง ๆ ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย เพราะตลอดการเล่น ตัว Kirby จะได้เผชิญกับการแก้ปริศนาที่ต้องใช้การพลิกแพลงมากขึ้น และยังต้องอาศัยความแม่นยำในการควบคุมของผู้เล่นมากขึ้นอีกด้วยช่วยให้ผู้เล่นไม่รู้สึกเบื่อเลย แม้จะเล่นเพลินยาวตั้งแต่ต้นเกมยันจบเกมเลยก็ตามMouthful Mode ระบบใหม่ที่ภายนอกอาจจะดูพื้น ๆ แต่ก็ช่วยขยายความเป็นไปได้อย่างมากมายหากใครได้ตามข่าวสารของตัวเกมมาบ้าง ก็น่าจะเคยเห็น Trailer ที่แสดงให้เห็นถึง Mouthful Mode ระบบใหม่ในภาคนี้ โดยตัว Kirby จะทำการดูดกลืนสิ่งของต่าง ๆ เข้าไปในร่างกาย และควบคุมสิ่งเหล่านั้นอีกที เช่น รถ กรวย น้ำ ไปจนถึงเครื่องร่อน ซึ่งภายในตัวเกมนั้นได้นำเสนอ Mouthful Mode อีกมากมายให้ผู้เล่นรอได้สัมผัสกันแถม Mouthful Mode นี้ ยังช่วยเข้ามาทำให้เกมเพลย์หลากหลายขึ้นอีกด้วย ทั้งฉากที่ต้องอาศัยความเร็ว ก็ต้องใช้รถยนต์เข้าช่วย  ฉากไต่พื้นที่ต่างระดับต้องใช้แท่นยกพลิกแพลง ฉากที่ต้องทลายพื้นดินต้องใช้กรวยทิ่มลงไป ฉากที่มืดต้องใช้หลอดไฟส่องสว่าง ไปจนถึงฉากบนอากาศก็ต้องใช้เครื่องร่อนนำพา Kirby ไปให้ถึงจุดหมาย ถึงแรกเริ่ม Mouthful Mode อาจจะดูเรียบง่ายเมื่อเทียบกับพลัง Copy abiblity ของตัว Kirby ก็จริง แต่มันก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนเล่นสนุกกับเกมได้ตั้งแต่ต้นจนจบไม่แพ้กับระบบอื่น ๆ เลยเช่นกันประสิทธิภาพดี เฟรมไม่มีตกถึงเครื่อง Nintendo Switch จะมีอายุปาเข้าไป 5 ขวบแล้ว แถมตัวสเป็กของเครื่องก็อาจจะไม่ได้มีความแรงมากนัก หากเทียบกับ Console จากค่ายอื่น ๆ แต่ Kirby and the Forgotten Land ก็ยังสามารถทำประสิทธิภาพบนเครื่องพกพาสีน้ำเงินแดงนี้ได้อย่างน่าประทับใจทุกฉากจะรันอยู่บนความลื่น 30 FPS ตลอดเวลา อาจจะมีบางจังหวะที่กระตุกบ้าง แต่ก็แค่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น อีกทั้งฉากโหลดระหว่างแผนที่ต่าง ๆ ก็ยังทำได้รวดเร็วอีกด้วย ต้องยอมซูฮกให้กับทีมพัฒนาจริง ๆ ที่สามารถรีดประสิทธิภาพของเครื่องออกมาได้แบบสุดลิ่มทิ่มประตูเสียขนาดนี้และถึงตัวเกมอาจจะไม่ได้มีกราฟิกที่สมจริงหรือล้ำยุคแบบเกม Next Gen แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ฉากต่าง ๆ ที่ตัวเกมนำเสนออกมานั้น ยังคงสวยงามตามแบบฉบับลายเส้นการ์ตูนเช่นนี้อยู่ ซึ่งภาพแบบนี้นี่แหละ ที่อยู่กับ Kirby มาทุกยุคทุกสมัย และสามารถครองใจเด็ก ๆ มาได้กว่า 30 ปีควรค่าแก่การสละเวลาเล่นไหม ?แม้ภายนอก Kirby and the Forgotten Land อาจจะดูเป็นเกมที่ลอกแบบ Super Mario Odyssey มาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน แต่เนื้อในนั้น มันกลับพัฒนา และไปได้ไกลยิ่งกว่าที่้เคยเป็นทั้งระบบที่เชื้อชวนให้ผู้เล่นตามเก็บไอเทมภายในเกมเพื่อนำไปอัปเกรด มุมกล้องที่ถูกประยุกต์ใช้กับตัวเกมได้อย่างยอดเยี่ยม ความท้าทายที่วางมาในระดับที่เด็กเล่นได้ ผู้ใหญ่เล่นดี ไปจนถึงประสิทธิภาพที่ตัวเกมสามารถรีดเค้นพลังของเครื่องเกมมาได้ทุกหยดหากมีคนถามว่า มีเครื่อง Nintendo Switch แล้ว ควรมีเกมอะไรติดเครื่องเอาไว้บ้าง?เชื่อว่า Kirby and the Forgotten Land จะต้องขึ้นไปติดอันดับรายชื่อเกมที่ต้องมีเอาไว้ในครอบครองประจำเครื่อง Switch อีกหนึ่งเกมอย่างแน่นอนมีลูก มีหลาน ก็ซื้อเลยอย่ารีรอ และต่อให้อยู่คนเดียว แต่ถ้าคุณมีเครื่อง Switch คุณก็ควรจะหามันมาเล่นเช่นกัน!
29 Mar 2022
[Review] Tiny Tina's Wonderlands เกมถอดสมองเดินหน้ายิง ที่พกความกาวและเกรียนมาเต็มรังเพลิง
แฟรนไชส์ Borderlands เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยเอกลักษณ์หลาย ๆ อย่างที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นภาพกราฟิกในลักษณะการ์ตูนคอมิก ระบบของ Loot Shooter ที่น้อยเกมจะทำตาม ไปจนถึงเนื้อเรื่องสุดเกรียนที่พร้อมเสิร์ฟความฮาให้คนเล่น ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ตัวซีรีส์มักถูกนำไปสร้างเป็นภาคต่อ รวมไปถึงสร้างเกม Spin-off แยกออกมามากมายซึ่ง Tiny Tina ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน จากแต่เดิมที่เคยปรากฎตัวแบบ DLC ในชื่อ Tiny Tina's Assault on Dragon Keep มาในคราวนี้ Tiny Tina ได้รับเกมแยกของตัวเองอย่างเป็นทางการในชื่อ Tiny Tina's Wonderlands กันเลยทีเดียวส่วนเรื่องความสนุก ความเกรียน ความฮา และความมันส์ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่? รีวิวนี้มีคำตอบ!เนื้อเรื่องสุดจืด แต่ชดเชยด้วยบทพูดสุดปั่นเนื้อเรื่องของ Tiny Tina's Wonderlands นั้น จะเป็นการนำพาผู้เล่นให้รับบทเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมโต๊ะ นั่งเล่นบอร์ดเกมกับบรรดาตัวละครคุ้นหน้าคุ้นตาจากแฟรนไชส์ Borderlands ไม่ว่าจะเป็น Tiny Tina, Valentine ไปจนถึง Frette ตัวผู้เล่นจะเข้าร่วมเกมในฐานะตัวละครที่เรียกขานกันว่า Fatemaker ซึ่งเป้าหมายนั้นก็ง่ายมาก นั่นคือจัดการตัวร้าย Dragon Lord ลงให้จงได้หากพูดกันตามตรง เนื้อเรื่องของ Tiny Tina's Wonderlands ค่อนข้างจะน่าเบื่อเสียด้วยซ้ำ พล็อตตัวร้ายอยากจะยึดครองโลก และมีพระเอกมาจัดการยับยั้งแผนชั่วเนี่ย มันเชยจนไม่รู้จะเชยยังไงแล้ว แต่จุดแข็งของซีรีส์ Borderlands มันไม่ได้อยู่ที่พล็อตหลักอยู่แล้วน่ะสิเพราะตลอดทั้งการเล่น พวกบทสนทนาระหว่างตัวละครที่มีการจิกกัดกันอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงปมดราม่าที่ช่วยเปิดเผยความรู้สึกเบื้องลึกเบื้องหลังของบรรดาตัวละคร ทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้การติดตามอ่านเนื้อเรื่องในเกม สามารถทำได้จนตลอดรอดฝั่ง แม้ตัวแนวคิดหลักของเรื่องอาจจะจืดชืดก็ตามและอย่างที่กล่าวไปข้างต้น นี่คือโลกภายในบอร์ดเกม ดังนั้นผู้เล่นภายนอกอย่าง Tina จะเสริมเติมแต่งกฎแบบไหนเข้าไปก็ได้ นี่จึงช่วยทำให้เนื้อเรื่องภายใน Wonderlands แห่งนี้ ยิ่งทวีความบ้าบอเข้าไปอีกขั้น จนถึงขนาดที่ไม่ต้องไปหาเหตุผลมารองรับกันให้เมื่อยเลย เพราะฉะนั้นคำแนะนำในการเล่นเกมนี้ก็คือ ถอดสมองทิ้งเอาไว้ก่อน และเพลิดเพลินกับระบบการยิงสุดมันส์ของตัวเกมกันได้เลยระบบคลาส และการเล่นที่ออกแบบมาขัดกันเองความเป็น RPG ผสมผสานกับความเป็น First Person Shooter เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของซีรีส์ Borderlands ซึ่งแน่นอนว่า Tiny Tina's Wonderlands ก็ได้รับสืบทอดมันมาเช่นกัน แต่ช่างน่าเสียดายที่เสน่ห์ที่สืบทอดกันมานี้ กลับกลายเป็นตัวปิดกั้นแนวทางใหม่ ๆ ที่ซีรีส์ควรจะบุกเบิกไปได้ซะอย่างนั้นภายในเกมจะเริ่มต้นให้ผู้เล่นเลือกคลาสได้มากถึง 6 สาย ได้แก่ ได้แก่ Brr-Zerker, Clawbringer, Graveborn, Spellshot, Spore Warden และ Stabbomancerแถมตัวเกมยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถเลือกคลาสรองได้เมื่อเลเวลถึงจุดที่กำหนดอีกด้วย ซึ่งหากอ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนก็คงคิดว่ามันก็ดูดีนี่นา แนวทางการเล่นก็น่าจะหลากหลายเพิ่มขึ้นไม่ใช่เหรอ?ทว่าทุกอย่างที่เกมทำมานั้น กลับต้องกลายเป็นหมันทันทีเมื่อเข้าสู่เกมเพลย์จริง ๆ เพราะสายอาวุธระยะประชิดอย่าง Brr-Zerker หรือ Stabbomancer นั้น กลับทำดาเมจได้ค่อนข้างช้าหากคิดจะใช้อาวุธ Melee ฟาดเพียว ๆ เรียกได้ว่า เอาปืนยิงตามปกติ ศัตรูยังตายไวกว่าแถมความเสี่ยงในการควงอาวุธตีใกล้เข้าไปฟาดหน้าศัตรูท่ามกลางวงล้อม มันก็มีมากเสียจนทำให้ตัวละครที่ผู้เล่นควบคุมอยู่ เกิดอาการวูบกันง่าย ๆ เลยทีเดียวด้วยเหตุนี้นี่เอง จึงทำให้คลาสของเกมที่อุตส่าห์ทำมาให้เลือกถึง 6 สาย แถมยังเลือกคลาสรองมาผสมได้อีก 5 สายในภายหลัง ช่างดูไร้ความหมายเสียเหลือเกิน เมื่อต้องมาเจอกับระบบปืนที่ยังคงทรงพลังมากกว่าอาวุธระยะใกล้ในแบบที่ตัวเกมเลือกนำเสนอการรัวปืนที่ยังคงสนุก รวดเร็ว และเล่นเพลินจนติดพันถึงทางผู้เขียนจะติในเรื่องการออกแบบคลาสที่ขัดกันกับเกมเพลย์หลักเอาไว้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ระบบต่อสู้ของเกมนี้จะไม่สนุกเพราะ Tiny Tina's Wonderlands นั้น ยังคงรักษามาตรฐาน Gun Play ของซีรีส์ Borderlands เอาไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม อันที่จริงมันสามารถก้าวล้ำ นำหน้าตัวเกมหลักไปเสียด้วยซ้ำเนื่องจากภายในเกมนี้ ลูกระเบิดที่ผู้เล่นพกพาได้ จะถูกเปลี่ยนไปเป็นช่องใส่ Spell แทน ซึ่งแต่ละ Spell ก็มีความแตกต่างกัน ตั้งแต่ดาเมจที่กระทำ รูปแบบ ไปจนถึงการแพ้ทางและชนะทางศัตรูในประเภทต่าง ๆ ช่วยให้ฉากการต่อสู้ภายในเกมนี้ยิ่งทวีความบ้าคลั่งขึ้นไปอีก แถมความรู้สึกในการใช้ Spell มันก็ดูดีกว่าการขว้างลูกระเบิดโง่ ๆ ออกไปตรงหน้าเป็นไหน ๆ ทำเอาอยากเชียร์ให้ทางผู้พัฒนาอย่าง Gearbox นำระบบนี้ ไปใส่แทนระบบปาระเบิดในซีรีส์หลักแทนเลยทีเดียวและในส่วนของศัตรู ไปจนถึงความท้าทายนั้น Tiny Tina's Wonderlands ก็ให้รสชาติในแบบที่กำลังพอดี เกมไม่ได้ง่ายจนน่าเบื่อ และก็ไม่ได้ยากจนชวนหัวร้อนคุณสามารถเล่นได้ทั้งแบบใจเย็น ที่ค่อย ๆ หลบหลังกำบัง พร้อมกับโผล่หัวขึ้นมาสอยศัตรูทีละตัว หรือจะเล่นแบบ Run & Gun ควงปืนเต้นรำท่ามกลางดงกระสุนก็ได้ทั้งนั้น เพราะต่อให้ผู้เล่นพลาดท่าจนพลังชีวิตหมด Tiny Tina's Wonderlands ก็ได้ให้โอกาสครั้งที่สองแก่ผู้เล่น โดยในช่วงที่ผู้กำลังอยู่ในสถานะ Down นั้น หากผู้เล่นสังหารศัตรูได้ทัน ก็จะสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตกลับคืนมาจำนวนหนึ่งนั่นเองในส่วนของการออกแบบฉากต่อสู้กับบอส ก็ต้องยอมรับว่าสร้างสรรค์ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นขึ้นหิ้งจนน่าจดจำ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว การประเคนยัดกระสุนใส่หน้าบอสให้แหกกันไปข้าง ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอยู่ดีโลกเปิดกว้างครั้งแรกของซีรีส์ถึงจะไม่ได้เป็นโลกเปิดแบบ 100% แต่ตัวเกม Tiny Tina’s Wonderlands ก็มีบางพื้นที่ที่ให้ผู้เล่นได้เลือกว่าควรจะไปตรงไหนก่อน โดยพื้นที่นั้นจะมีชื่อเรียกว่า Wonderlands Overworld สิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมก็คือ การออกแบบที่คงสไตล์บอร์ดเกมเอาไว้ แถมยังกลมกลืนกับเนื้อเรื่องพื้นหลังอีกด้วยเราจะได้เห็นบรรดาซากของกิน ของใช้ ไปจนถึงขยะต่าง ๆ ตามประสาเด็กของตัวละคร Tina เช่น ฝาขวดน้ำอัดลม กระป๋องน้ำ ไปจนถึงเศษขนมที่กินหกขวางทางผู้เล่นเอาไว้อยู่ ซึ่งในการจะเคลียร์เส้นทางได้นั้น ผู้เล่นจำเป็นที่จะต้องไปดำเนินการเควสต์ให้สำเร็จเสียก่อน ตัวเกมถึงจะมาปลดล็อกให้ในภายหลัง การออกแบบฉากที่เพิ่มลูกเล่นให้กลับมาสำรวจซ้ำได้ค่อนข้างน่าประทับใจไม่น้อยเลยทีเดียว และถึงตัวเกมจะมีระบบเลเวลแบบเกม RPG เข้ามา คนเล่นก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะตลอดการเล่น (ยกเว้นเนื้อเรื่อง) ศัตรูจะทำการปรับเลเวลตามตัวของผู้เล่นอยู่เสมอ ช่วยให้ความท้าทายไม่ได้ถดถอยลงเลย แม้ผู้เล่นจะแอบไปฟาร์มมาจนเลเวลเยอะแล้วก็ตามการออกแบบเควสต์ที่รีดเค้นจุดเด่นของเกมออกมาจากสุดตัวแม้ตัวเกมจะมีส่วนที่เป็น Open World เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สำรวจได้ตามใจชอบ แต่การออกแบบเควสต์กลับซ้ำซากจนเหลือเชื่อ ทั้งนี้ เชื่อว่าทางผู้พัฒนาน่าจะตั้งใจให้มันออกมาเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก เพราะไม่ว่าผู้เล่นจะทำเควสต์อะไรก็ตาม บทสรุปสุดท้ายก็คือการสาดกระสุน และจัดการศัตรูทุกตัวให้หมอบอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็น เควสต์ง้อแฟนสาว เควสต์ตามหาสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงเควสต์ช่วยนักโบราณคดีเจรจากับชนเผ่าพื้นถิ่นต้องยอมรับในความใจกล้าของทีมงานเลยจริง ๆ ที่เลือกนำเสนอจุดเด่นของเกมกันแบบสุดโต่ง แทนที่จะเลือกใส่เควสต์น่าเบื่ออย่างการคุ้มกัน NPC หรือการเดินคุยไปมาระหว่างเมือง เพื่อช่วยเพิ่มความหลากหลายเข้ามาแทนที่สำหรับคนที่ชอบยิงแหลก ไม่สน 4 สน 8 ก็น่าจะถูกใจกับการออกแบบเควสต์สไตล์นี้ไม่น้อยเลยล่ะครับ เพราะนอกจากจะได้ทันเพลินกับเกมเพลย์แล้ว ยังได้ฟาร์มไปในตัวอีกด้วยงานภาพที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้ แถมไม่กินแรงเครื่องหากจะบอกว่า ภาพกราฟิกสไตล์คอมิก เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ Borderlands ก็คงไม่ผิดนักซึ่งงานภาพลวดลายแบบนี้ มันยิ่งช่วยขับความเกรียนและความกาวของตัวเกมออกมาได้ดียิ่งขึ้นเข้าไปอีก แถมยังไม่ค่อนกินแรงเครื่องมากอีกด้วย แม้จะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หรือคอนโซลรุ่นเก่า ก็น่าจะเล่นเกมนี้ด้วย 60 FPS ได้แบบไร้ปัญหา ด้านประสิทธิภาพที่ตัวเกมทำออกมาได้นั้น ก็ค่อนข้างน่าประทับใจเลยทีเดียว เพราะขนาดฉากต่อสู้กับบอสตัวสุดท้ายที่เอฟเฟกต์สกิล แสง สี จัดเต็ม ตัวเกมก็ไม่มีอาการเฟรมตกให้เห็นแม้แต่วินาทีเดียว ทำให้คนเล่นสามารถเพลิดเพลินกับฉากการต่อสู้สุดนัว ในความเร็วสูงได้กันแบบฟิน ๆ ซับไทยแปลได้ตามมาตรฐานหากใครได้พอติดตามข่าวสารมาบ้าง น่าจะทราบว่าตัวเกม Tiny Tina’s Wonderlands นั้นมีตัวเลือกซับไตเติ้ลภาษาไทย เอาใจเกมเมอร์ชาวไทยกันอีกด้วยซึ่งสำหรับคำแปลที่ตัวเกมได้แปลออกมานั้นก็นับว่าอยู่ในมาตรฐานที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียวแม้จะมีบางช่วงที่แอบติดขัดเล็กน้อย อย่างเช่น ซับไตเติ้ลไม่ขึ้นบ้าง หรือมีจุดที่แปลงง ๆ บ้าง ไปจนถึงการใช้ชื่อคนหรือสถานที่แบบเขียนด้วยภาษาอังกฤษไปเลย แทนที่จะเลือกใช้คำทับศัพท์แบบเวลาเกมอื่น ๆ แปลกัน แต่มันก็เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อการรับรู้เนื้อเรื่องภาพรวมแต่อย่างใดและทั้งนี้ ต้องแจ้งไว้ก่อนว่า ตัวเกมที่ทางทีมงานได้มานั้นยังเป็นเวอร์ชัน Preview อีกด้วย ดังนั้นคงจะมีบางส่วนที่ยังแปลไม่เสร็จสมบูรณ์ดีก็เป็นได้คุ้มค่าแก่การสละเวลาเล่นไหม?แม้ Tiny Tina’s Wonderlands อาจจะมีเนื้อเรื่องที่อ่อนแอ พล็อตที่น่าเบื่อ ไปจนถึงการออกแบบเควสต์ที่ซ้ำซาก แต่เสน่ห์ของเกมแฟรนไชส์ Borderlands ยังคงอัดแน่นอยู่เต็มเปี่ยมไม่ว่าจะด้วยฉากเปิดตัวแบบเท่ ๆ ฉากยิงปืนสุดมันส์ที่ศัตรูดาหน้าเข้ามาแบบไม่กลัวตาย ไปจนถึงระบบ Loot ของจากศัตรู และรางวัลผ่านฉากที่มีความ RNG อยู่เต็มเปี่ยม จนเกมอื่นยากที่จะเลียนแบบด้วยเสน่ห์เดิม ๆ ของ Borderlands บวกกับการนำเสนอเรื่องราวที่ทวีความกาวเข้าไปอีกขั้น เพราะเป็นโลกในจินตนาการของสาวน้อย Tiny Tinaแค่สองอย่างนี้ก็คงเพียงพอที่จะทำให้แฟนเกมแนว Loot Shooter พร้อมที่จะเสียเงินในกระเป๋าให้กับเกม Tiny Tina’s Wonderlands แล้วล่ะครับสำหรับใครที่อยากหาเกมเบา ๆ ผ่อนคลายสมอง นอนเอนหลังเล่นในวันพักผ่อนจากวันทำงานหนัก เกมนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลวเลยแฟน Borderlands ห้ามพลาด! แฟน Loot Shooter ห้ามพลาด! แฟนเกม FPS ที่ชื่นชอบฉากปะทะนัว ๆ ห้ามพลาด! และคนที่อยากถอดสมองเล่นเกมยิงแบบไม่ต้องคิดอะไรให้หนักหัว ก็ห้ามพลาดเช่นกัน!
22 Mar 2022
[แนะนำเกมมือถือ] เจาะเวลาท่องยุทธภพไปใน MMORPG "หวงอี้ Mobile"
อีกหนึ่งเกมมือถือที่พัฒนาจากเกม PC สุดเจ๋ง ภายใต้ค่ายเกมระดับแนวหน้าของไทยอย่าง Playpark กับ หวงอี้ เกม MMORPG ที่ได้รับอิทธิพลจากนิยายจีนกำลังภายในทั้ง เจาะเวลาหาจิ๋นซี, มังกรคู่สู้สิบทิศ, เทพมารสะท้านภพ และเทพทลายนภาเนื้อหาของเกมเองก็ได้ผสานทั้งความ Sci-Fi แบบวิทยาศาสตร์และความคลาสสิคของยุคจีนโบราณ โดยเราจะได้รับบทเป็นผู้ช่วยของ ดร.หม่า ผู้สร้างเครื่องทะลุมิติที่ทำให้เราสามารถย้อนเวลาไปในอดีตได้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นการผจญภัยของเรา!ระบบการเล่นก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะเราสามารถกดที่เควสเพื่อให้ตัวละครวิ่งไปทำภารกิจโดยอัตโนมัติ ตามสไตล์ MMORPG บนมือถือ ทำให้แม้จะเป็นมือใหม่ก็เข้าใจการเล่นได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่สิ่งที่พิเศษกว่าเกมอื่นในแนวเดียวกันก็คือ หวงอี้ จะผสานแนว choice-base ลงไปในเควสด้วย โดยทุกการตอบโต้กับ NPC ของเรา จะส่งผลต่อสภาวะจิต ซึ่งประกอบด้วยค่าสถานะต่าง ๆ ที่เราจะได้รับด้วยล่ะ! สภาวะจิตจะแบ่งออกเป็น 3 สำนัก ก็คือ...สำนักพุทธ - สายป้องกัน สำนักเต๋า - สายสนับสนุนสำนักมาร - สายโจมตียิ่งเรามีค่าสภาวะจิตสูง เราก็จะสามารถเรียนรู้สกิลของสำนักนั้นได้มากขึ้น ซึ่งสามารถดูสัญลักษณ์ท้ายคำตอบได้ ว่าคำตอบแบบไหนจะส่งผลต่อสภาวะใดนั่นเองนอกจากเราจะเลือกแนวทางการเล่นได้แล้ว อาวุธที่จะใช้เรายังสามารถเลือกและเปลี่ยนได้ตลอดเวลาอีกด้วย! หมดปัญหาเรื่องเลือกอาชีพที่ถนัดไปได้เลย เพราะเราสามารถผสมผสานการเล่นได้อย่างหลากหลายตามสถานการณ์ โดยหลัก ๆ จะเป็นการตั้งค่า AI ว่าจะออกสกิลอะไรบ้างและอยากให้คอมโบออกมาเป็นอย่างไร นับเป็นอีกหนึ่งความพิเศษที่ไม่เหมือนใครและน่าจะถูกใจผู้เล่นที่ต้องการความยืดหยุ่นรวมถึงสไตล์การเล่นแบบ No Limit เลยแหละความสะดวกของระบบ AI ยังมีความเจ๋งอย่างการตั้งค่าการใช้ยา กลยุทธในสถานการณ์ต่าง ๆ ว่าจะทำอย่างไร หนีเมื่อไหร่ หรือตายแล้วไปไหนก็ได้หมด แม้แต่ตั้งค่าการเก็บไอเท็มที่ต้องการก็ตั้งค่าในนี้ที่เดียวจบไม่ได้มีเพียงสกิลภายในเกมเท่านั้นที่ Unique แต่เรายังปรับแต่งใบหน้าตัวละครให้มีความเฉพาะตัวได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นโครงหน้า ตา จมูก ปาก ถือว่าสามารถปรับได้ละเอียดพอสมควร รวมถึงปรับแต่งทรงและสีผมที่มีโทนสีหลากหลายได้ด้วย แอบน่าเสียดายเล็กน้อยที่ไม่มีให้ปรับรูปร่าง แต่แค่นี้ก็ได้ตัวละครตามแบบที่ถูกใจมากแล้วทางด้านภารกิจเนื้อเรื่อง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการช่วยเหลือชาวเมืองไปพร้อมกับการฝึกวรยุทธ ซึ่งเราสามารถเช็คได้จากตารางเควสที่มาเป็นแผนภูมิให้เห็นเลยว่าตอนนี้มีเควสอะไรที่สามารถทำได้แล้วบ้างและต่อเนื่องมาจากเควสใด ซึ่งในภาพรวมขอบอกเลยว่าเหมือนเราได้สวมบทบาทในนิยายกำลังภายในจริง ๆ เพราะองค์ประกอบภายในฉากนั้นถือว่าทำออกมาดี ทั้งภูมิศาสตร์ สถาปัตยกรรม จนถึงเครื่องแต่งกาย ยิ่งประกอบกับดนตรีที่แต่งขึ้นด้วยเมโลดี้จีน เรียกได้ว่ากลมกล่อมลงตัวสมคอนเซปต์เลยส่วนระบบต่าง ๆ ภายในเกมก็มีเยอะเลยล่ะ โดยระบบเด่นที่ช่วยพัฒนาตัวละครเราได้มากเลย ไม่ว่าจะเป็น...ตู้เสื้อผ้า – ที่มีคอสตูมที่ช่วยเพิ่มค่าสถานะให้เรา แถมหากจับเข้าเซ็ทเอฟเฟคก็ยิ่งเพิ่มขึ้นยุทธภพ - ดันเจี้ยนพิเศษที่เราสามารถพิชิตร่วมกับเพื่อน ทั้งการผ่านด่าน ฟาร์มทรัพยากร ไปจนถึงลงเพื่อประลอง ก็รวมอยู่ในโหมดนี้ พร้อมรับไอเท็มมากมายหลังจบภารกิจสัตว์เลี้ยง – ที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีและสถานะต่าง ๆ พร้อมพรสวรรค์เฉพาะตัวที่จะช่วยให้การทำกิจกรรมภายในเกมของเราราบรื่นยิ่งขึ้นรวมถึงระบบคราฟต์ของและตีบวกสุดคลาสสิค ที่จะช่วยให้เรามีอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมขึ้นในการใช้วรยุทธ และอยากเตือนว่าเกมนี้มีค่าความทนทานอุปกรณ์ที่ลดลงเมื่อใช้งานไปเรื่อย ๆ จึงต้องคอยเช็คและซ่อมให้ดี หรือจะเซ็ทระบบไว้ในตั้งค่าเพื่อความสะดวกก็ได้เช่นกันสำหรับใครที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ของหวงอี้โมบาย และดาวน์โหลดผ่าน Google Play และ App Store ได้แล้ววันนี้ เอาล่ะ! ขอให้สนุกกับการท่องยุทธภพล่ะทุกท่าน
22 Mar 2022
[Review] รีวิวเกม Ghostwire: Tokyo ปราบผีทั่วชิบูย่าด้วยกราฟิกล้ำยุค แต่รู้สึกเหมือนไม่ได้มีอะไรใหม่?
หลังจากสร้างความสยองขวัญเอาไว้เมื่อหลายปีก่อนสำหรับซีรีส์เกม The Evil Within จากทางผู้พัฒนา Tango GameWorks ก่อตั้งโดยบิดาผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์เกม Resident Evil อย่างคุณ Shinji Mikami และในปี 2022 พวกเขาก็กลับมาอีกครั้งกับเกมใหม่ Ghostwire: Tokyo ที่เกมนี้ได้เรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าเกมเมอร์อย่างมาก เพราะตัวเกมมีธีมที่แตกต่างไปจากเดิมที่เราจะได้เผชิญหน้าฟาดฟันกับเหล่าภูติผีปีศาจของประเทศญี่ปุ่นด้วยพลังวิเศษต่างๆ ซึ่งทางเรา GameFever TH เองก็ได้มีโอกาสเล่นเกมนี้จนจบและจะมารีวิวเล่าถึงความรู้สึกหลังจากที่ได้สัมผัสมา ว่าตัวเกมจะยอดเยี่ยมและสร้างความสยองขวัญและความสนุกเหมือนกับเกมก่อนหน้าที่เคยสร้างหรือไม่ ?กราฟิกและการนำเสนอในด้านภาพของเกมนี้ Ghostwire: Tokyo ได้ปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ในการพัฒนามาเป็น Unreal Engine 4 แน่นอนว่าเราสามารถการันตรีได้ถึงความสวยงานในด้านของฉากต่างๆ โดยตัวเกมนั้นได้ทำการจำลองย่านชิบูย่าของเมืองโตเกียวออกมาได้สมจริงมากๆ ทั้งแลนด์มาร์คต่างๆ ก็ทำออกมาได้ไม่ผิดเพี๊ยนอย่างเช่น 5 แยกชิบูย่าหรือสถานที่ดังอื่นๆ ในย่านนี้ ให้คุณได้เดินเล่นอย่างอิสระใครที่ไม่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นมานานเกมนี้ก็น่าจะทำให้คุณหายคิดถึงประมาณหนึ่ง ในด้านของเอฟเฟกต์สกิลต่างๆ ก็ใส่รายละเอียดมาแบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก ฉากแสงเงาต่างๆ ที่สวยงามให้ความรู้สึกถึงความเป็นเกม Next Gen ในระดับหนึ่งและถึงแม้โลกนี้จะมีความเป็นญี่ปุ่นอยู่หนักมากๆ แต่กลิ่นอายของเกมก็จะยังมีความเป็นเอกลักษณ์ของ Tango GameWorks อยู่อย่างเช่นบรรยากาศความเป็น Psychological คล้ายๆ กับเกม The Evil Within บรรยากาศชวนขนลุกด้วยโลกหรือห้องที่บิดเบี้ยวไปมา บรรยากาศเสียงอันน่าขนลุก ความหลอนของสิ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้นที่มีให้เห็นตลอดทั้งเกมโดยผู้เขียนได้เล่นเกมนี้บนเครื่อง PlayStation 5 ตัวเกมมีตัวเลือกด้านภาพให้เล่นสองแบบคือ Quality Mode ที่จะเน้นภาพสวยแต่รันเฟรมเรทที่ 30 FPS กับอีกโหมดคือ Performance ที่ภาพจะดรอปลงมาหน่อยแต่จะรันเฟรมเรทได้ที่ 60 FPS ซึ่งตัวภาพก็ค่อนข้างต่างกันอยู่แต่ก็ไม่มาก (ส่วนตัวเลยเลือกที่จะเล่นแบบ Performance แทนเพื่อความลื่นไหล) และสิ่งที่น่ากังวลมากๆ ก็คือถึงแม้ตัวเกมจะมีความเป็นกึ่งโลกเปิด ให้เราได้สำรวจย่านชิบูย่าทุกซอกทุกมุม แต่ภายในการทำเกือบๆ ทุกภารกิจ (ทั้งหลัก ทั้งเสริม) ตัวเกมก็จะบังคับให้เราเข้าไปยังสถานที่ต่างๆ เช่นบ้านคน หรือโรงพยาบาล ที่ส่วนใหญ่เราจะต้องโหลดฉากใหม่เพื่อเข้าไปข้างใน ซึ่งคนที่เล่นเกมบนเครื่อง Console เจนใหม่หรือเครื่อง PC ที่มี SSD ก็อาจจะไม่มีปัญหาอะไร (ตัวเกมแนะนำให้ใช้ SSD ในการเล่นเกมนี้อยู่แล้ว) ซึ่งการโหลดฉากหนึ่งใช้เวลาราวๆ 1-2 วินาทีเท่านั้น แต่เครื่อง Console เจนเก่าอย่าง PS4 และ Xbox One ตัวผู้เขียนเองก็ไม่แน่ใจว่ามันส่งผลต่อการเล่นไหมถ้าหากคุณจะต้องโหลดฉากที่นานขึ้นกว่าเดิมเนื้อเรื่องโดยเรื่องราวของเกมจะพูดถึงเมืองชิบูย่าที่อยู่ดีๆ ก็โดนเหล่าวิญญานที่ถูกควบคุมโดยเหล่าคนสวมหน้ากากเข้าโจมตีจนคนในเมืองหายไปหมด ซึ่งเราจะได้รับบทเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งนามว่า Akito ที่ในระหว่างการบุกเมือง เขานั้นบังเอิญถูกวิญญานนักสืบสิ่งเหนือธรรมชาติอย่าง KK เข้าสิงทำให้เขานั้นมีพลังวิเศษในการต่อสู้กับเหล่าผีสางพวกนั้น รวมถึงเหล่าชายสวมหน้ากากก็ได้ลักพาตัวน้องสาวของเขาไป และเขานั้นก็จะต้องตามช่วยเหลือเธอให้ได้ซึ่งการดำเนินเรื่องตัวเกมจะไม่ได้ดำเนินเรื่องราวอะไรให้เรารู้มาตั้งแต่แรก แต่ตัวเกมจะค่อยๆ เปิดเผยเรื่องราวออกมาเรื่อยๆ จนกว่าจะรู้ความจริง ตัวเกมจะเล่าทั้งเรื่องราวทั้งความสัมพันธ์ของเพื่อนๆ กลุ่มสืบสวนสิ่งเหนือธรรมชาติ และความสัมพันธ์ของตัวเอกและน้องสาวที่มีปัญหากัน บวกกับการค่อยๆ เปิดจุดประสงค์ของศัตรู แต่ก็ต้องพูดตามตรงว่าในด้านเนื้อเรื่องของเกมนี้ค่อนข้างอ่อนพอสมควร เพราะตัวเกมมีเรื่องราวหลายประเด็นให้เราบวกกับเวลาในการเล่าเรื่องที่น้อยเพียงแค่ 15 ชั่วโมงเท่านั้นสำหรับเกมที่มีความเป็นกึ่ง Open World ทำให้หลายๆ อย่างทางผู้พัฒนาดันเล่าห้วนๆ และบางเบา อย่างเช่นเรื่องราวของกลุ่มสืบสวนสิ่งเหนือธรรมชาติ ที่ถ้าหากเราอยากรู้จักพวกเขาดีพอเราอาจจะต้องไปเล่นเกมแยกอย่าง Ghostwire: Tokyo - Prelude เสียก่อน ถึงจะรู้สึกอินกับเหล่าตัวละครพวกนี้มากขึ้น เรื่องราวของพระเอกและน้องสาวที่เปิดตัวมาได้น่าสนใจบางอย่างก็เล่ามาเป็นเพียงแค่คำพูด ถึงแม้ว่าจะไปเน้นอธิบายในตอนสุดท้ายแต่มันก็ยังไม่มากพอ และประเด็นสุดท้ายที่รับไม่ได้เลยก็คงเป็นเรื่องราวของเหล่าตัวร้ายที่พล็อตมันค่อนข้างโบราณและขาดมิติเอามากๆ (แต่ไม่ขอสปอยส์นะว่าเป็นเรื่องอะไร) หรือเรื่องราวหักมุมก็ไม่มีเลยเกมเพลย์ในเกม Ghostwire: Tokyo อาวุธที่เราได้ใช่ต่อสู้นั้นก็คือพลังความสามารถที่จะแบ่งเป็นธาตุต่างๆ ซึ่งจะมีความสามารถและจุดเด่นที่ต่างกันเช่นพลังลมจะเป็นการโจมตีเดี่ยวที่รวดเร็ว พลังธาตุน้ำจะโจมตีได้กว้างกว่าสามารถทำลายการป้องกันของศัตรูได้ หรือพลังธาตุไฟที่จะสามารถโจมตีได้อย่างรุนแรงแต่กระสุนน้อย รวมถึงพลังเหล่านี้เรายังสามารถกดโจมตีค้างเพื่อชาร์จพลังโจมตีให้รุนแรงขึ้นด้วยเช่นพลังธาตุลมจะโจมตีได้หลายตีพร้อมกัน พลังน้ำจะทำให้สกิลแรงขึ้นและทำลายป้องกันได้ หรือพลังไฟจะระเบิดเป็นวงกว้างและรุนแรง นอกจากนี้ตัวเกมก็ยังมีอาวุธอย่างอื่นเช่นธนู หรือยันต์อาคมที่จะมีลูกเล่นให้เอาไว้ต่อสู้กับศัตรูอย่างเช่นยันต์ Decoil ที่จะดึงดูดศัตรูให้เราสามารถลอบเร้นและจัดการศัตรูด้านหลังได้ ยันต์ระเบิดไฟเอาไว้โจมตี หรือยันต์ไฟฟ้าเอาไว้สตั๊นศัตรู นอกจากนี้เวลาฆ่าศัตรูได้เราจะสามารถใช้พลังในการดูดวิญญานศัตรู ซึ่งนอกจากการประหยัดกระสุนพลังแล้วนั้น มันจะช่วยให้เรานั้นได้เลือดเพิ่มจากการต่อสู้จำนวนหนึ่ง และมันก็ทำให้เรามีความรู้สึกเป็นนักปราบผีสุดเท่ได้ดีทีเดียวในด้านของเควสนอกจากเควสหลักแล้วนั้นตัวเกมก็จะมีเควสเสริมให้เราได้ทำมากมาย ซึ่งในภารกิจไม่ได้ส่งผลอะไรต่อเนื้อเรื่องหลัก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการช่วยเหลือเหล่าวิญญานหรือเหล่าโยไคต่างๆ เช่นการหาสิ่งเร้นลับในบ้าน การตามหาวิญญานคนรักเป็นต้น โดยทำเสร็จคุณก็จะได้ EXP เงินรวมถึงของที่เอาไว้ใช้อัพเกรดสกิลเป็นการตอบแทนโดยตามเนื้อเรื่องภายในพื้นที่ย่านชิบูย่าจะเต็มไปด้วยหมอกพิษที่ถ้าหากคุณเข้าไปก็อาจจะตายได้ ซึ่งเราจะต้องทำการไปเคลียร์ศาลเจ้าที่รอบๆ จะมีเหล่าศัตรูยืนอยู่ ซึ่งถ้าหากเคลียร์ศาลเจ้าได้สำเร็จตัวหมอกในบริเวณรอบๆ ก็จะหายไป รวมถึงยังมีการเปิดจุดเควสรองใหม่ๆ หรือตำแหน่งร้านค้าต่างๆ ได้ นอกจากนี้ภายในศาลเจ้ายังมีไอเท็มสวมใส่พิเศษอย่างกำไลประคำที่จะเพิ่มสเตตัสความสามารถให้เราได้เช่นเพิ่มดาเมจอาวุธธนูมากขึ้น 40% เพิ่มพลังโจมตีธาตุต่างๆ เป็นต้น ซึ่งจะสามารถเลือกใช้ตามสไตล์อาวุธของคุณได้ในด้านของการอัปสกิลถ้าหากคุณเก็บ Exp จนเลเวลอัพเมื่อไร คุณก็จะได้แต้มสกิลจำนวน 10 แต้มมาใช้อัพ โดยการเก็บ Exp ก็จะได้จากการทำเควสหลัก เควสรอง การฆ่าศัตรูตามแผนที่ หรือแม้แต่การเก็บวิญญานที่อยู่ตามถนน ซึ่งการอัพสกิลก็จะมีหลากหลายสายให้เลือกทั้งการอัพสกิลเน้นธาตุต่างๆ หรืออัพความสามารถของธนูเช่นเพิ่มจำนวนลูกดอก หรือความสามารถในการใช้พลังอื่นๆ ซึ่งคุณสามารถไล่ทำเควสรอง หรือเดินหาเก็บ Exp ไปเรื่อยๆ คุณก็จะสามารถอัพสกิลพวกนี้ได้ทั้งหมด แต่ถ้าเป็นสายเน้นแต่เนื้อเรื่องหลักคุณก็อาจจะต้องเลือกว่าจะเล่นสายไหนแต่จากที่ได้ลองสัมผัสมา ต้องยอมรับว่าด้วยอาวุธที่มีให้เล่นแค่นี้ตลอดทั้งเกม มันอาจจะยังไม่สามารถสร้างสีสันได้เพียงพอ เพราะถึงแม้ว่า Ghostwire: Tokyo จะมีธีมการใช้วิชาพลังต่างๆ ในการปราบผี ต่างจากเกม The Evil Within ที่จะเป็นการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดกึ่งซอมบี้ แต่ถึงอย่างนั้นเกมการเล่นก็ยังมีความคล้ายคลึงกันอยู่พอสมควร ถ้าให้เปรียบเทียบพลังต่างๆ ที่เราได้ใช้ เอาจริงๆ ความรู้สึกมันก็มีความคล้ายคลึงกับอาวุธปืนต่างๆ ไม่มีผิด พลังลมเหมือนปืนพกยิงทีละนัดแต่กระสุนเยอะ พลังน้ำเหมือนลูกซองที่เบาหน่อย ส่วนพลังไฟเหมือนปืนระเบิด ซึ่งมันกลับไม่ได้ช่วยสร้างความหวือหวาให้กับเราเลยแม้แต่น้อย และถึงแม้ว่าเราจะอัพสกิลสายนั้นให้เลเวลสูงขึ้น มันก็ไม่ได้เปลี่ยนดีไซน์ใดๆ เลยนอกจากความกว้างในการโจมตี หรือความแรงแค่นั้นและการที่ตัวเกมมีมุมมองแบบ First Person ส่วนตัวมองว่ามันทำให้เกมมีข้อจำกัดเยอะมากๆ เพราะศัตรูแต่ละตัวที่เราเจอก็จะมีท่าทางโจมตีต่างๆ ที่หลากหลาย แต่การป้องกันศัตรูของเราทำได้แค่ Block การโจมตีเท่านั้น ไม่มีการ Dash หรือหลีกเลี่ยงการโจมตีด้วยวิธีอื่นๆ เลย แน่นอนว่ามันจะทำให้เรารู้สึกอันตรายมากขึ้น เพราะความสามารถของตัวเอกที่ไม่ได้เยอะ แถมเวลาถูกโจมตีแต่ละครั้งก็เกือบตาย แต่ด้วยองค์ประกอบความเป็นแอ็คชันที่มากขึ้น แต่ความโลดโผนให้เล่นที่น้อยไปหน่อย ความสามารถสกิลที่มีลูกเล่นไม่เยอะ เล่นไปสักพักก็รู้สึกจำเจแล้วส่วนเรื่องของศัตรูที่พบเจอจริงๆ ภายในเกมเราก็ได้ต่อสู้กับศัตรูหลากหลายแบบ และมีวิธีที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่ขัดใจก็คือดีไซน์ตัวละครที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนักเลย ทุกตัวเหมือนเป็นผีพนักงานออฟฟิศเกือบทั้งหมด โอเคมันก็จะมีผีมินิบอสบางตัวที่อาจจะดีไซน์แตกต่างและน่าสนใจ แต่มันก็เป็นส่วนน้อยเท่านั้น และบอสภายในเกมที่ถึงแม้ว่าจะดีไซน์ออกมาน่าสนใจ แต่ความหลากหลายในการต่อสู้ก็กลับไม่ได้แตกต่างและมีธีมที่คล้ายๆ กันเกือบทั้งหมด คือการใช้พลังโจมตียัดใส่ศัตรูให้ตายๆ ไป รวมถึงทรัพยากรที่มีให้เก็บก็เยอะมากด้วยโดยไม่ต้องพะวงเรื่องกระสุนจะหมดเลย จากที่เล่นมาเหมือนจะเห็นแค่บอสตัวเดียวที่เราจะต้องลอบเร้นและโจมตีศัตรูตัวนี้จากข้างหลังเท่านั้นที่รู้สึกน่าสนใจสรุปในด้านของเนื้อเรื่องที่มีเวลาในการเล่าน้อยมากทำให้เรารู้สึกไม่ได้อินกับเนื้อเรื่องของมันเสียเท่าไร สำหรับบางคนอาจจะคิดว่าเวลาราวๆ 15 ชั่วโมงก็น่าจะเล่าเรื่องราวมากเพียงพอแล้ว แต่ตัวเกมนี้มีองค์ประกอบความเป็นกึ่ง Open World ที่บางครั้งเนื้อเรื่องก็จะหยุดชะงักเพราะเราจะต้องเดินทางไปปลดศาลเจ้าต่างๆ เพื่อให้เนื้อเรื่องดำเนินไปต่อได้ หรือบางทีเราจะต้องเจอกับการทำเควสหาของต่างๆ ที่มันไม่ได้มีอิมแพคกับเนื้อเรื่องขนาดนั้นเยอะจริงๆ ส่วนตัวไม่ค่อยมีปัญหากับเนื้อเรื่องถ้าหากว่าเกมเพลย์ทำออกมาได้ดี แต่ Ghostwire: Tokyo ต่อให้มันจะมีธีมที่น่าสนใจ กับการไล่ล่าปราบผีไปทั่วเมือง พร้อมทั้งยังสามารถใช้พลังวิเศษต่างๆ หรือเครื่องรางในการต่อสู้ แต่พอเกมเพลย์ออกมาจริงๆ เรากลับไม่ได้เห็นอะไรที่รู้สึกใหม่ในการเล่นเลย พลังต่างๆ ถึงแม้ว่าจะมีให้เราเลือกเล่นหลายแบบ แต่ดีไซน์ของพลังกลับไม่ค่อยต่างกันมากเท่าไรนักทำให้เวลาเล่นรู้สึกจำเจไปจนจบเกม ส่วนตัวผู้เขียนเองอยากให้เกมมีลูกเล่นมากกว่านี้อย่างเช่นการ Dash อาวุธพวกดาบ หรือพลังพิเศษที่สามารถเปลี่ยนดีไซน์และสไตล์ของพลังชนิดนั้นได้ ซึ่งมันก็ได้แต่คิดนะครับเพราะภายในเกมไม่มีเลยแต่ถามว่าโดยรวม Ghostwire: Tokyo มันเป็นเกมที่สนุกไหม เอาจริงๆ มันก็เป็นเกมที่ไม่ได้แย่ครับ ในระยะเวลาราวๆ 15 ชั่วโมงก็เป็นประสบการณ์ที่กำลังพอเหมาะในการเล่นเกมตัวนี้แล้ว เพราะถ้าหากระยะเวลามันมากไป มันก็อาจจะน่าเบื่อเกินเพราะความจำเจ หรือถ้ามันน้อยไปมันก็แทบจะไม่มีเวลาในการเล่าเรื่องอะไรแล้ว และสิ่งที่อยากจะชมสำหรับเกมนี้ก็คงเป็นเรื่องของงานด้านภาพที่น่าจะถูกใจใครหลายๆ คนทั้งธีมความเป็นกลิ่นอายญี่ปุ่นสมัยใหม่ การสร้างเมืองย่านชิบูย่าที่ทำออกมาได้สวยงาม (ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้มีชีวิตชีวามากนัก) สำหรับคนที่กำลังคิดถึงประเทศญี่ปุ่นเกมนี้น่าจะทำให้ท่านรู้สึกฟินมิใช่น้อย
21 Mar 2022
[แนะนำเกมมือถือ] Gladiators: Survival in Rome | เกมผจญภัยในยุคโรมัน บนมือถือ
ใครเป็นแฟนเกม RPG กับการสวมบทบาทเป็นตัวละครจากยุคประวัติศาสตร์ วันนี้ Game Fever ขอแนะนำเกมผจญภัยไปในยุคโรมัน กับ Gladiators: Survival in Rome ที่เราจะไปท่องไปตามหมู่บ้าน ทำภารกิจ และอยู่รอดให้ได้ในจักรวรรดิโรมันอันโหดร้าย โดยเกมนี้สามารถเล่นได้บนมือถือทั้งระบบ Android และ IOS แล้ว แนะนำให้ลองหามาเล่นฆ่าเวลากันดู ขอบอกเลยว่าเพลินและมีอะไรให้ทำเยอะมากเลยล่ะ!Gladiators: Survival in Rome เป็นเกม Action-RPG แบบผู้เล่นเดี่ยว ที่ผสานกลไกการเอาตัวรอดและระบบการสร้างเมืองไว้ในเกมเดียวกัน! ซึ่งผู้เล่นจะได้สวมบทบาทเป็นชาวบ้านผู้กำลังหลบหนีจากกองทัพของ Julius Caesar เข้ามาในป่าลึกของยุโรปในยุคโบราณและร่วมกันสร้างหมู่บ้านของพวกเขาขึ้นมาตัวเกมจะเป็น 2D ที่เดินได้ทุกทิศทางผ่านการ control ด้วย joystick ทางซ้ายมือ ส่วนทางขวาจะเป็นระบบ action ต่าง ๆ ที่ให้เรา interact กับวัตถุภายในเกมแม้งานกราฟฟิคอาจจะไม่ได้สร้างมาอลังการระดับ AAA แต่ถ้าปรับคุณภาพสูงสุด อยากบอกว่างานสีและเอฟเฟคสวยมาก!! อีกสิ่งหนึ่งที่อาจจะสำคัญกว่า Artwork เวอร์ ๆ อย่าง Mechanic ของการกระทำในเกม ซึ่งเกมนี้ถือว่าทำออกมาได้ดี ไหลลื่น และให้ความสมจริงในระดับที่น่าพอใจ ให้ความรู้สึกเหมือนเราเป็นคนเข้าไปวิ่งในนั้นจริง ๆ บวกกับฉากที่มีธรรมชาติแบบป่าทางยุโรปคลอเสียงเพลงพื้นบ้านเพราะ ๆ ที่จะเปลี่ยนไปตามพื้นที่ที่เราเดินไป ทำให้เราเข้าถึงเนื้อเรื่องของเกมได้มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญเสียงเอฟเฟคก็ทำออกมาได้เข้ากันแถม Gain ของเสียงยังไม่โดดเกินไปจนทำให้ตกใจหรือรำคาญ นับว่าทีมงานทำ Element ทุกส่วนของเกมได้ Balance และลงตัวมาก ๆ เลยเกือบลืมบอกไป! เกมนี้มีโหมดภาษาไทยด้วยนะ ซึ่งแปลออกมาได้ดีเลยทีเดียว นอกจากนี้ในการทำเควส ทุกภารกิจ จะมีลูกศรขึ้นใต้เท้าตัวละครของเรา เพื่อบอกทิศทางที่เราต้องไปหา NPC หรือสิ่งของที่ต้องใช้ รับรองว่าไม่มีหลงแน่นอน แถมเรายังสามารถปิดเกมกลางคันได้ตลอดเวลา ตัวเกมจะเซฟการกระทำและตำแหน่งล่าสุดไว้ให้เรา ทำให้มีความยืดหยุ่นในการเล่นมาก เล่นได้ทุกที่ทุกเวลา เหมาะจะมีติดเครื่องไว้ที่สุดเลยจ้าเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ Gladiatorหลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไม Gladiator ต้องเอาตัวรอดจากโรม นั่นเพราะว่านักรบผู้กล้าที่เรารู้จักนั้น โดยภูมิหลังแล้วพวกเขาคือทาสในกรุงโรม ที่ถูกจับตัวมาลงสนามแข่งเพื่อให้ความบันเทิงแก่ชาวเมืองและชนชั้นสูง โดยมีทั้งการสู้กันเองและสู้กับสัตว์ร้าย นอกจากพวกทาสแล้ว ยังมีนักโทษที่ถูกพิพากษา รวมถึงเหล่าผู้ที่ต้องการสร้างชื่อให้ตัวเองและสมัครใจลงแข่งก็มี ซึ่งถ้าเป็นผู้ที่สร้างผลงานในสนามได้ดีก็จะพลิกจากคนไร้ค่าเป็นผู้ทรงเกียรติได้ในชั่วพริบตาเลย เพราะพวกเขาจะถือว่านักรบคนนี้คือวัตถุที่มีค่าของจักรวรรดินั่นเองเนื้อเรื่องเริ่มเกมมาเราจะพบว่าหมู่บ้านโดนถล่มและได้พบเพื่อนคนหนึ่งที่ยังรอดอยู่ ก็พบว่าทหารโรมันได้มากวาดต้อนชาวบ้านไปเป็นทาส เราจึงไล่ตามไปและแม้จะช่วยชีวิตเพื่อน ๆ ไว้ได้ แต่หมู่บ้านก็เละเทะหมดแล้ว ทำให้เราต้องตามหาทรัพยากรต่าง ๆ มาฟื้นฟูหมู่บ้านไปพร้อมกับพัฒนาทักษะตัวเองเพื่อต่อกรกับทหารโรมที่อาจอยู่ใกล้ ๆนอกจากนี้ เควสภายในเกมจะพาเราไปยังสถานที่ใหม่ ๆ อย่างการสำรวจถ้ำ การออกไปยังหมู่บ้านอื่น หรือการหาความช่วยเหลือจากผู้คนที่เราพบระหว่างทาง ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจสภาพสังคมที่กำลังเกิดขึ้นในยุคของกษัตริย์ซีซาร์ได้เป็นอย่างดีระบบอื่น ๆ ภายในเกมFarming – เราสามารถหาทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อช่วยในการเอาชีวิตรอดและสร้างหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นไม้ หิน ดินเหนียว น้ำ เห็ด หรือแม้แต่ฆ่ากระต่ายเพื่อเอาเนื้อก็ยังได้Craft - ทรัพยากรที่หามาได้ เราสามารถต่อยอดในการนำไปสร้างเป็นงานฝีมือต่าง ๆ เช่น นำไม้มาสร้างเป็นแผ่นไม้หรือไม้สลัก บล็อกอิฐ ไปจนถึงสร้างเครื่องปั้นดินเผา ซ่อมแซมอุปกรณ์ - ไม่เพียงเท่านั้น ทรัพยากรที่หามาได้ ยังมีความสำคัญในการซ่อมแซมอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานจำกัดได้ด้วย หากเราใช้จนครบจำนวนความทนทาน เกมจะขึ้นเตือนว่าอุปกรณ์ของเราพัง ให้วิ่งไปที่โต๊ะสำหรับซ่อม ยิ่งอุปกรณ์อัปเกรดสูง วัตถุดิบที่ใช้ก็จะมากตามไปด้วยสำรวจถ้ำ – เราสามารถเข้าไปสำรวจถ้ำด้านนอกหมู่บ้านเพื่อหาสมบัติไปจนถึงทรัพยากร ที่เรียกได้ว่ามีครบทุกชิ้น แต่ระวัง Energy หมดก่อนสำรวจเสร็จด้วยล่ะซุ่มโจมตี – อีกหนึ่งระบบพิเศษที่จะปลดล็อคเมื่อเราเล่นไปสักระยะ โดยจะมีขบวนของทหารโรมัน เราสามารถโจมตีพวกเขาเพื่อแย่งชิงทรัพยากร รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ดีขึ้นได้จากโหมดนี้ด้วยPuzzle Game - อีกระบบที่เจ๋งมาก ก็คือเกมลับสมอง ที่จะให้เราเลื่อนสิ่งของบนกระดาน เพื่อผสมเป็นอาหารเมนูต่าง ๆ ตามชั้นของการรวมวัตถุดิบ หากเราเลื่อนจนครบ move ระบบจะคำนวณเมนูทั้งหมดเพื่อมาเป็น Energy ให้กับเรา สามารดูตัวอย่างได้ที่คลิปด้านล่างนี้เลยที่จริงหากเล่นไปเรื่อย ๆ เชื่อว่าจะมีระบบที่น่าสนใจอีกมากมาย นี่ขนาดเล่นเปิดแมพไปแค่ที่เดียวยังมีอะไรให้ทำเยอะไม่รู้เบื่อ แล้วถ้าเปิดไปที่อื่น ๆ อีก คงมีภารกิจเยอะจนตาลายแน่เลย เอาเป็นว่าถ้าใครอยากรู้ก็ลองโหลดมาเล่นกันได้ ส่วนทางนี้ขอตัวไปผจญภัยต่อละจ้า ~
19 Mar 2022
[Review] รีวิวเกม Gran Turismo 7 "สวยงาม ทรงคุณค่า" พลาดไม่ได้ถ้าคุณเป็นคนรักในการแข่งรถ
Gran Turismo เป็นซีรีส์เกมแข่งรถ Exclusive สำหรับเครื่อง PlayStation ที่อยู่คู่กับเรามานานกว่า 25 ปีแล้ว โดยสิ่งที่ทำให้เกมนี้แตกต่างจากเกมแนวแข่งรถอื่นๆ ก็คือความสมจริงของเกมที่มีความละเอียดสูงด้วยสโลแกน The Real Driving Simulator กับเกมจำลองการขับรถที่เปรียบดั่งคุณได้ขับรถในสนามแข่งจริงๆ แน่นอนว่าคงมีเกมเมอร์หลายๆ คนถึงแม้ว่าจะรู้จักเกมซีรีส์นี้ แต่คุณเองก็อาจจะไม่ได้เคยสัมผัสหรือรับรู้ว่าเกมนี้สนุกยังไง เพราะก็ต้องยอมรับว่าเกมแข่งรถทั่วไปนั้นจะเน้นความดุดัน บ้าระห่ำ หรือเน้นความสะใจเป็นหลัก ซึ่งจากที่ตัวผู้เขียนได้เข้าไปสัมผัสเกมนี้มาเพราะว่าล่าสุดทางผู้พัฒนาก็พึ่งปล่อยเกมภาคใหม่อย่าง Gran Turismo 7 ซึ่งมันทำให้ผู้เขียนเข้าใจถึงบางอ้อเลยว่า จริงๆ แล้วความสนุกของเกมแข่งรถนั้น มันมีหลากหลายรูปแบบ เกมนี้สามารถสร้างความประทับใจ ทั้งในและนอกสนามเลยทีเดียว โดยวันนี้พวกเรา GameFever TH จะมาอธิบายเกมนี้ให้คุณได้ทราบกัน ว่าถ้าหากคุณเป็นคนที่รักรถ คลั่งไคล้รถ ทำไมคุณถึงต้องซื้อเกมนี้มาเล่นโดยไม่ควรมีข้อกังขาใดๆ กราฟิกก็ต้องพูดตามตรงว่า Gran Turismo 7 ในด้านกราฟิกเหมือนเป็นการต่อยอดความงดงามจาก Gran Turismo Sport เกมภาคก่อนหน้าที่วางจำหน่ายเมื่อปี 2017 ทั้งรถ หน้า Interface หรือแผนที่เองจะมีความคล้ายคลึงกันพอสมควร แต่สิ่งที่เห็นความต่างในชัดเจนคือความสวยงามในฉากที่ Gran Turismo 7 ทำได้ดีกว่า ทั้งฝุ่น ฝน หรือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เห็นมากขึ้น รวมถึงถ้าหากใครเล่นเกมนี้บนเครื่อง PlayStation 5 ตัวเกมจะมีโหมดกราฟิกให้เราได้ปรับ 2 โหมดคือ Performance ที่จะเน้นเพิ่มเฟรมเรทในการเล่น หรือโหมด Ray Tracing ที่จะเน้นกราฟิกสวยงาม แต่แนะนำใครที่เล่นเกมนี้ในความละเอียดแค่ 1080p ก็ให้ปรับแบบภาพสวยไปเลย เพราะจากที่ส่วนตัวลองเล่นมาไม่มีอาการเฟรมดรอปแต่อย่างใด โดยใครที่เล่นเกมนี้บนเครื่อง PlayStation 4 จะอยู่ในโหมด Performance อย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งความแตกต่างของทั้งสองโหมดที่เห็นได้ชัดก็คือความสมจริงและความสวยของรถที่เราจะได้เห็นความเงางาม และแสงสะท้อนที่มากกว่าเดิม และจะค่อนข้างเห็นได้ชัดในตอนที่อยู่ในโหมดดูรีเพลย์และโหมดถ่ายภาพแต่ส่วนตัวคิดว่าเนื่องจากที่เกมนี้ยังจะต้องทำเผื่อเครื่อง PlayStation 4 ด้วย กราฟิกที่เราเห็นถึงแม้ว่าจะทำได้ดีกว่าภาคที่แล้ว ถ้าหากคุณยังเล่นด้วยเครื่องคอนโซลเจนเก่าอยู่ มันก็อาจจะเทียบความต่างไม่ได้ถ้าหากไม่มานั่งจับผิดแบบช็อตต่อช็อต การเล่นเกมนี้บนเครื่อง PlayStation 5 ด้วยโหมด Ray Tracing อาจจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากกว่า แถมตัวเกมยังโหลดหน้าจอเร็วกว่าเป็นสิบเท่าด้วยเกมเพลย์อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าจุดเด่นของ Gran Turismo คือการจำลองแข่งรถแบบสมจริงในสนาม ที่ตัวเกมนั้นจะมีรายละเอียดในการขับเยอะมากๆ ทั้งการกะจังหวะเบรกในขณะที่เลี้ยว คุณจะต้องเบรกให้มีความเร็วที่เหมาะสมเพื่อผ่านจุดนั้นให้ได้ การเลี้ยงคันเร่งหรือเลี้ยงพวงมาลัยที่แต่ละจุดโค้งก็จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปอีก ซึ่งตัวคุณจะต้องฝึกฝน เข้าใจในโค้งต่างๆ ในระดับหนึ่ง ความสนุกของเกมนี้สำหรับมือใหม่นอกจากที่คุณจะต้องแข่งกับรถคนอื่นแล้วนั้น ตัวคุณจะต้องแข่งกับตัวเองที่จะต้องมีสติและสมาธิตลอดเวลา แน่นอนว่าถึงแม้ว่าการขับรถจะมีรายละเอียดที่มากพอสมควร แต่ตัว Controller ก็สามารถตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม กดปุ่มเหยียบคันเร่งก็จะเหมือนจริงที่ถ้าหากคุณกดเบาๆ รถก็จะวิ่งในสปีดที่เบาตามคุณกด หรือถ้าหักเลี้ยวพวงมาลัยเบาๆ รถก็จะเลี้ยวไม่สุด ซึ่งมันถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นมากๆ ในการเล่นเกมนี้ เพราะแต่ละโค้งก็ต้องการคันเร่งหรือการหักเลี้ยวที่ไม่เหมือนกัน (ในกรณีที่จะเล่นแบบ Perfect) ส่วนตัวผู้เขียนเองเล่นเกมนี้บนจอย DualSense ยังรู้สึกว่าตัวเกมตอบสนองได้ดีเลย ลองคิดถ้าหากว่ามีจอยพวงมาลัยจริงๆ คงจะรู้สึกฟินมากกว่าเดิมแน่ๆ ส่วนใครที่เล่นเกมแข่งรถไม่เป็นและถ้าคิดว่ามันยุ่งยากเกินไป จริงๆ แล้วเกมนี้ก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นนะครับ เพราะตัวเกมมีตัวช่วยให้ผู้เล่นใหม่เยอะมาก อย่างเช่นระบบสัญลักษณ์การเบรคหรือสัญลักษณ์มุมเข้าโค้งที่จะทำให้มือใหม่รู้ว่าโค้งนี้ควรจะเบรคถึงระดับไหน หรือสัญลักษณ์การเลี้ยวที่จะนำทางให้คุณว่าควรจะเลี้ยวในระดับไหนเพื่อยังคงความเร็วของรถไว้ได้มากที่สุดและไม่หลุดโค้ง ส่วนใครที่เป็นสายแคชชวลจริงๆ ตัวเกมก็ยังมีระบบช่วยเหลือที่ตัวเกมจะทำการเบรคให้คุณอัตโนมัติทันทีถ้าหากถึงทางเลี้ยว แต่ส่วนตัวไม่ค่อยแนะนำเท่าไร เพราะมันจะหมดความท้าทาย เปิดสัญลักษณ์ช่วยก็น่าจะช่วยมากพอแล้วโดยเกม Gran Turismo 7 ในภาคนี้มีรถให้เลือกเล่นมากกว่า 420 คัน ซึ่งเรานั้นสามารถแข่งรถเพื่อหาเงินมาซื้อรถที่ชอบได้ แน่นอนว่ารถแต่ละคันก็จะมีราคาที่สูงพอสมควร แต่ในช่วงเริ่มต้นตัวเกมก็จะมีร้านค้ารถมือสองที่ให้คุณสามารถซื้อรถบางคันด้วยเงินที่ถูกกว่าโชว์รูมปกติ นอกจากนี้ในโหมดเนื้อเรื่องเองก็ยังมีการแจกรถบางคันให้คุณได้เล่นอยู่แล้วด้วยนอกจากนี้ระบบการแต่งรถของเกมนั้นก็ทำออกมาได้ค่อนข้างละเอียดมาก ถึงตัวเกมนี้จะไม่มีระบบจูนรถที่ละเอียดเท่ากับ Forza ที่เคยทำไว้ แต่เราก็สามารถสนุกกับการหาอุปกรณ์แต่งรถที่จะมาสอดคล้องกับสไตล์ที่เราอยากเล่น หรือเหมาะสมกับด่านที่เจออย่างเช่นถ้าเจอด่านที่มีทางไกลเยอะๆ การใช้ของแต่งรถที่เร่งสปีดปลายก็อาจจะเหมาะสม รวมถึงเราเองจะต้องดูสมดุลย์ของรถที่จะแต่งด้วยว่าเหมาะสมในการแต่งแบบไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่าตัวผู้เขียนเองก็ยังไม่ได้เข้าใจระบบนี้แบบลึกซึ้งเท่าไร เพราะมันค่อนข้างละเอียดอ่อนมากๆ และอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมซีรีส์นี้ก็คือโหมดถ่ายภาพที่คุณจะสามารถ Capture หน้าจอในระหว่างการดูรีเพลย์ของเกมได้ หาช็อตสวยๆ ในการแข่งของคุณและถ่ายรูปออกมา ที่สำคัญคือเรายังสามารถแต่งภาพได้ค่อนข้างละเอียดมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรับมุมกล้องได้อย่างอิสระว่าคุณอยากจะถ่ายมุมไหน ปรับรูรับแสง ปรับความสว่าง ได้คล้ายๆ กับกล้องจริงๆ จะทำหน้าชัดหลังเบลอก็ได้ หรือแม้กระทั่งการใส่ฟิลเตอร์ที่จะสามารถปรับโทนของภาพได้อย่างสะดวก นอกจากนี้มันยังสามารถปรับได้แบบละเอียดยกตัวอย่างเช่นการปรับพื้นหลังให้เป็นขาวดำแต่ตัวรถยังมีสีอยู่ก็ทำได้หรือสำหรับใครที่เป็นสายถ่ายภาพอย่างเดียว ตัวเกมก็จะยังมีระบบ Scapes ที่คุณสามารถไปยังจุดต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งมีมากกว่า 2,500 แห่ง เลือกรถอะไรก็ได้ตามใจชอบ เลือกคนขับมายืนข้างๆ ก็ได้เพื่อถ่ายรูปในฝันของคุณได้อย่างอิสระ ซึ่งรูปที่เราถ่ายในโหมดการแข่งปกติ หรือจะเป็นในโหมด Scapes เราสามารถเอารูปนั้นไปจัดแสดงโชว์ให้คนอื่นดูได้ด้วยในศูนย์จัดแสดง ถ้ารูปถูกใจก็อาจจะมีผู้เล่นทั่วโลกมาคอมเมนต์ชมงานของคุณได้ บอกเลยว่ามีรูปสวยๆ จากคนทั่วโลกเพียบ !!และจากที่กล่าวไปข้างต้นว่าทำไมคนที่ชอบรถจะต้องห้ามพลาดที่จะเล่นเกมนี้ อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้าว่าเกมนี้มีรถใส่เข้ามามากถึง 420 คัน รวมถึงตัวเกมยังมีการเล่าถึงประวัติศาสตร์ของรถคันนั้นๆ หรือรุ่นนั้นๆ ด้วย หรือนอกจากนี้ใครที่เป็นแฟนยี่ห้อรถต่างๆ ตัวเกมจะมีการอธิบายประวัติความเป็นมาตั้งแต่การก่อตั้ง เล่าถึงประวัติศาสตร์ความสำเร็จในแต่ละปีสำหรับรถยี่ห้อนั้นๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมถึงในโหมดเนื้อเรื่องเองตัวเกมก็จะพาคุณไปรู้จักกับรถตระกูลต่างๆ ที่จะทำให้คุณเข้าใจเกี่ยวกับจุดกำเนิดของรถด้วยนั้นอีกด้วยส่วนโหมดที่ขาดไม่ได้ของเกมนี้เลยก็คือโหมด Sport ที่เราจะสามารถแข่งกับผู้เล่นทั่วโลกได้ นอกจากนี้ตัวโหมดค่อนข้างแคร์เรื่องการเหลื่อมล้ำพอสมควร เพราะแต่ละด่านทางตัวเกมจะมีเกณฑ์ในการอนุญาตให้ใช้รถในสเตตัสที่กำหนดมาเท่านั้น อย่างเช่นรถห้ามมีแรงม้าเกิน 250 น้ำหนักไม่เกิน 1,200 และต้องเป็นรถ Sport เท่านั้น ซึ่งคุณก็จะต้องหารถที่คุณมีไปทำอย่างไรก็ได้ให้สามารถแข่งในสนามนั้นได้นั่นเอง นอกจากนี้ตัวเกมยังมีหลักการแฟร์เพลย์เน้นการเล่นที่ขาวสะอาด ถ้าหากคุณขับรถชนผู้เล่นคนอื่น คุณก็จะเสียคะแนนมารยาทด้วย ความรู้สึกหลังเล่นGran Turismo 7 ก็ยังเป็นเกมที่รักษามาตรฐานของซีรีส์นี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ความละเอียดคือปัจจัยหลักที่ทำให้เกมซีรีส์นี้ประสบความสำเร็จ พูดตามตรงก่อนที่ผู้เขียนจะได้เล่นเกมซีรีส์นี้ ส่วนตัวเองก็คิดว่าตัวเกมน่าจะค่อนข้างเข้าถึงยากเกินไปและกลัวว่ามันอาจจะไม่เร้าใจมากพอ แน่นอนว่าถ้าหากคุณมองด้วยตาเปล่ามันก็อาจจะดูธรรมดาไป แต่พอได้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเอง มันเหมือนคุณกำลังได้กินเนื้อสเต๊กพรีเมี่ยมชั้นดีอยู่เลยทีเดียวและที่ชอบอีกอย่างคือนอกจากการแข่งขันบนสนามแล้วนั้น ทางผู้พัฒนาเองก็ใส่ใจในรายละเอียดเกี่ยวกับโหมดย่อยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปที่มีให้เราปรับภาพได้หลากหลาย หรือจะเป็นการเล่าถึงประวัติศาสตร์ของรถต่างๆ ที่จะทำให้เราอินในการขับรถนั้นๆ มากยิ่งขึ้น โดยมันเหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนซักแปปโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปนั่งแข่งรถอย่างเดียว แต่แน่นอนมันก็อาจจะมีบางสิ่งที่ส่วนตัวรู้สึกว่ามันธรรมดาไปก็คงจะเป็นในด้านของกราฟิกที่ถึงแม้ว่าจะมีระบบ Ray Tracing ออกมาให้ภาพมีความเงางามและสมจริงมากขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าหลายๆ อย่างทั้ง Interface หรือโมเดลรถก็ยังเอามาจากเกมภาคก่อนหน้า ถึงแม้ว่ารายละเอียดพื้นผิวบางอย่างของเกมนี้จะทำได้ดีขึ้น แต่ในระหว่างการเล่นจริงเราก็มองเผินๆ เราก็อาจจะยังไม่รู้สึกถึงความต่างจากภาคก่อนหน้ามากนักจน อาจจะเป็นเพราะทางผู้พัฒนาจะยังต้องทำเกมนี้เผื่อให้กับคอนโซลเจนเก่าด้วย ก็เลยยังอัดได้ไม่สุด แต่ให้ลองคิดว่าถ้าในอนาคตอีก 3-4 ปีทาง Sony ออกเกมภาคใหม่ที่สร้างมาเฉพาะเครื่อง PlayStation 5 โดยตรง ภาพมันจะสวยขึ้นกว่าเดิมขนาดไหนประโยคเดียวที่อยากจะยกให้กับ Gran Turismo 7 ก็คือคำว่า "ทรงคุณค่า"
03 Mar 2022
[Review] รีวิวเกม Dying Light 2 Stay Human "ภาคต่อเกมวิ่งฟัดผีที่อิสระมากกว่าเดิม"
หลังจากที่ Techland ได้ให้กำเนิดเกมซอมบี้สุดแปลกใหม่อย่าง Dead Island ที่มาพร้อมกับความสำเร็จมากมาย ตัวผู้พัฒนาเองก็เลือกที่จะสร้างเกมซีรีส์ใหม่อย่าง Dying Light ที่วางจำหน่ายออกมาเมื่อปี 2015 ซึ่งในเกมนี้พวกเขาได้อิสระในการคิดมากมาย และได้ใส่สิ่งต่างๆ มากกว่าเดิมหลายเท่าอย่างเช่นการใส่ระบบ Parkour ที่เราสามารถปีนป่ายหนีซอมบี้ได้อย่างอิสระ ใส่ซอมบี้ที่ทั้งโหด เร็วและดุในตอนกลางคืน ทำให้ตัวเกมมีไดนามิกมากยิ่งขึ้น ซึ่งตัวเกมภาคแรกเองมียอดผู้เล่นสูงถึง 17 ล้านคนเลยทีเดียวและในปี 2022 ทาง Techland เองได้เขนภาคต่อของเกมนี้มาอีกครั้งใน Dying Light 2 Stay Human กับการอัพสเกลของเกมให้ใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมเช่นแผนที่ใหญ่โตกว่าเดิมถึง 4 เท่า แอนิเมชันการปีนป่ายที่มากกว่าเดิม หรือแม้กระทั่งชุดและอาวุธก็จะมีหลากหลายมากขึ้น ซึ่งในบทความนี้เราจะมารีวิวเกมนี้ให้ทุกท่านได้ทราบกัน ว่าตัวเกมมีอะไรที่แปลกใหม่ไปจากเดิมบ้าง และควรค่าแก่การซื้อหรือไม่เนื้อเรื่องโดยเนื้อเรื่องของเกมจะเล่าเรื่องราวหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรกนานกว่า 20 ปี โดยเราจะได้รับบทเป็น Aiden Caldwel ชายหนุ่มคนนอกเมืองผู้ที่ต้องเดินทางมายัง The City (หรือที่เรียกว่าเมือง Villedor) เพื่อตามหาน้องสาวที่พลัดพรากกันในวัยเด็ก โดยเนื้อเรื่องจุดประสงค์หลักของตัวเอกนั้นมีเพียงแค่นี้เท่านั้น แต่เรื่องเล่าทั้งหมดของเราจะพูดถึงความขัดแย้งระหว่างผู้คนสองฝ่ายอย่างเหล่า Survivor (ผู้รอดชีวิต) และ Peacekeeper (ผู้รักษาสันติภาพ) โดยเราจะมีโอกาสได้ช่วยเหลืองานของทั้งสองฝ่าย แต่ถึงอย่างนั้นตัวเกมก็จะให้เราเลือกช่วยเหลือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะส่งผลต่อเนื้อเรื่องบางอย่างของเกมแต่จากที่ได้เล่นมานั้นต้องยอมรับว่าตัวเนื้อเรื่องของ Dying Light 2 Stay Human ค่อนข้างอ่อนในระดับหนึ่งเลย เพราะตัวเกมพยายามจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับความขัดแย้งของแต่ละฝ่ายมากจนเกินไป ทำให้จุดประสงค์แรกในการที่เราอยากมาช่วยเหลือน้องสาวนั้นเบาบางลงอย่างมากถึงแม้ว่าตัวเนื้อเรื่องจะบอกว่าการช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ พวกเขานั้นจะให้สิ่งที่เราต้องการในการตามหาน้องสาวก็เถอะ !! แต่กว่าจะถึงจุดนั้นเราก็ต้องใช้เวลาเล่นมากกว่า 15-20 ชั่วโมงเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าประเด็นที่พวกเขาเล่านั้นค่อนข้างน่าสนใจที่แต่ละคนนั้นมีเหตุผลของตัวเองอยู่ที่ว่าคุณชอบใครเท่านั้น ซึ่งการเลือกช่วยเหลืออีกฝ่าย โดยภายในเนื้อเรื่องจะมีตัวเลือกตัดสินใต ก็อาจจะส่งผลเสียต่ออีกฝ่าย โดยการเล่นของเนื้อเรื่องอย่างเดียวจะอยู่ราวๆ 30 ชั่วโมงอีกหนึ่งสิ่งที่น่าผิดหวังในด้านเนื้อเรื่องก็คงจะเป็นคำถามเลือกตอบ ถึงแม้ว่าเรื่องราวของมันจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ้าง แต่โครงเรื่องหลักโดยรวมเองก็ยังตรงไปในทางเดียวกัน สุดท้ายตัวเกมก็จะจบเรื่องราวเหมือนกัน เพราะเรื่องราวทั้งหมดหรือตัวละครที่ไม่มีบทหรือผ่านเนื้อเรื่องไปแล้ว พวกเขาก็แทบไม่ได้ส่งผลใดๆ ต่อเส้นเรื่องหลัก หรือเส้นเรื่องรองอีกเลยกราฟิก / การนำเสนอสำหรับเมือง Villedor จะมีความแตกต่างจากเมือง Harran ของเกมภาคแรกเกือบจะทั้งหมด โดยตัวเกมจะให้กลิ่นอายความเป็นยุโรป ตัวบ้านเมืองเองมีสีสันมากขึ้นกว่าภาคแรกที่จะอยู่ในสลัม และเนื่องจากเรื่องราวจะดำเนินหลังที่โลกล่มสลายมากว่า 20 ปี ทำให้เราได้เห็นต้นไม้ที่เลื่อยเกาะตามบ้านให้ความรู้สึกสบายตาและเขียวชอุ่มกขึ้น นอกจากนี้ตัวเกมยังมีโซนตึกสูงเสียดฟ้ามากมาย ให้ความรู้สึกว่าเรานั้นอยู่ในใจกลางเมืองหลวงมากยิ่งขึ้นนั่นเองโดยผู้เขียนได้เล่นเกมนี้บนเวอร์ชัน PC ซึ่งต้องยอมรับว่าตัวเกม Dying Light 2 Stay Human ค่อนข้างไม่เป็นมิตรกับผู้คนคอมพิวเตอร์ระดับต่ำ หรือกลางเสียเท่าไร เพราะผู้เขียนใช้คอมพิวเตอร์ CPU I5 8400 กับการ์ดจอ GTX 1060 6GB ซึ่งก็สามารถรันเกมในความละเอียด 1080p ได้เพียงแค่ 40-50 FPS เท่านั้น อาจจะเพราะรายละเอียดของเกมที่เยอะขึ้น ตึกราบ้านช่องที่มีรายละเอียดและเข้าถึงได้ลึกขึ้นทั้งในแนวนอนและแนวดิ่ง บวกกับแผนที่อันใหญ่โตมากขึ้น มันก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่ถามว่าเฟรมเรทราวๆ นี้ประสบปัญหาในการเล่นไหมก็ต้องบอกว่าไม่ประสบปัญหาใดๆ เลย อาจจะไม่ลื่นไหลอย่างที่คิดแต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ เพราะจังหวะการเล่นของเกมนี้ก็ไม่ได้เร็วมากนักอยู่แล้วเกมเพลย์ต้องยอมรับว่าระบบเกมคือจุดเด่นหลักของ Dying Light 2 Stay Human เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากระบบเดิมที่เคยมีในภาคแรกยังอยู่เกือบครบแล้วนั้น ตัวเกมยังยกระดับเกมเพลย์ในมีความแปลกใหม่กว่าเดิม โดยระบบการต่อสู้ในภาคนี้ทางผู้พัฒนาได้ทำการตัดระบบปืนออกไป เพื่อเน้นให้เราได้สู้ในระยะประชิดมากยิ่งขึ้น ซึ่งทางผู้พัฒนาก็ได้เพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ ให้เรามากมายอย่างเช่นตัวเรานั้นสามารถทั้ง Block, Parry, กดกระโดดหลบ และทำการสวนศัตรูได้ ซึ่งมันทำให้การต่อสู้จะมีมิติมากขึ้น แต่กลับกันตัว AI เองเวลาโจมตีก็จะมีลูกเล่นมากขึ้น อย่างเช่นการหลอกตี (เพราะเราจะต้องกดป้องกันให้พอกับที่ศัตรูตีมาจึงจะสามารถ Parry และสวนได้)ระบบอาวุธของเกมนั้นจะค่อนข้างแตกต่างจากภาคแรก ที่ในภาคนี้เราสามารถซ่อมอาวุธได้แล้ว ซึ่งมันตัดปัญหาคนใช้อาวุธเดียวยันจบเกมเราไม่จำเป็นต้องไปนั่งหาของซ่อมอาวุธเหมือนภาคก่อน แต่มันก็แลกมากับการที่ตัวเกมมีอาวุธมากมายให้เราเก็บ (หรือให้เราซื้อ) เต็มไปหมด ซึ่งถ้าหากคุณไม่เถลไถลไปไหนไกล กว่าอาวุธคุณจะพังหมด เราก็มักจะได้อาวุธดีๆ มาใหม่แล้ว รวมถึงการใส่ MOD ความสามารถต่างๆ (เช่นช็อตไฟฟ้า ติดพิษ เพิ่มดาเมจ หรือติดไฟ) มันก็ยังช่วยเพิ่มค่าความทนทานให้เราด้วย เลิกกังวลในจุดนี้ได้เลยระบบที่ถูกเพิ่มเข้ามาในเกมนี้ก็คือระบบสวมใส่ ที่เราสามารถปรับแต่งสไตล์ของชุดได้อย่างตามใจชอบ ซึ่งชุดก็จะแบ่งออกเป็น 4 สายด้วยกันก็คือ Brawler (เน้นโจมตีระยะใกล้), Medic (เน้นฟื้นฟู), Tank (เน้นป้องกันสูงๆ), Ranger (เน้นอาวุธโจมตีระยะไกล) รวมถึงชุดแต่ละชิ้นก็จะมีระดับ (ตั้งแต่ 1-5) แถมยังมีความแรร์ที่เพิ่มสเตตัสมากขึ้นด้วย ซึ่งถ้าหากว่าเราใส่ชุดเซ็ตที่สอดคล้องกันหมด มันจะทำให้ตัวคุณเก่งขึ้นเยอะมากๆแน่นอนว่าระบบเกมค่อนข้างที่จะมีความแปลกใหม่พอสมควร ตัวเกมใส่ระบบความเป็น RPG มากขึ้น การตีศัตรูจะมีตัวเลขขึ้นบ่งบอกดาเมจ แน่นอนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเลยก็คือถ้าหากว่าเราตั้งใจฟาร์มหรือใส่เซ็ตสวมใส่ดีๆ ตัวเรานั้นจะค่อนข้างเก่งพอสมควร เก่งขนาดที่ศัตรูในโหมดเนื้อเรื่องไม่มีความท้าทายใดๆ เลย ยกตัวอย่างถึงแม้ว่าเกมนี้จะนำระบบปืนออกไป แต่การใช้ธนูและใส่เซ็ต Ranger ที่เพิ่มดาเมจอาวุธระยะไกล มันก็ทำให้ตัวเราโกงพอสมควร (ยิงศัตรูระดับบอสในฉากไม่กี่ตีตาย โดยเราไม่ต้องเข้าไปหาเลย)ซึ่งตัวเกมจะรู้สึกท้าทายมากๆ ในช่วงราวๆ 5-10 ชั่วโมงแรก ซึ่งสาวนตัวคิดว่าการเข้าไปที่กบดานซอมบี้ หรือเล่นเควสรองบางอันอาจจะรู้สึกน่ากลัวและท้าทายมากกว่า เพราะบางทีเราาอาจจะไปเจอบอสแปลกๆ ที่ไม่เคยเจอมาแบบไม่รู้ตัวและโดนมันฆ่าในชุดเดียว เอาจริงๆ ในภารกิจหลักบางตัวก็ทำให้รู้สึกท้าทายนะอย่างเช่นเควสหลักที่จะให้เราต้องหนีอย่างเดียว ซึ่งมันตื่นเต้นมากๆ แต่การพบเจอความรู้สึกแบบนี้มันก็น้อยจนเกินไป ซึ่งเหล่าซอมบี้ส่วนใหญ่ที่เจอนั้นไม่ได้ให้ความรู้สึกที่กลัวอีกต่อไป ส่วนตัวมองว่าต่อสู้กับเหล่ามนุษย์ด้วยกันเองยังรู้สึกสนุกมากกว่าอีกหนึ่งระบบที่ไม่พูดไม่ได้ของเกมนี้นั่นก็คือระบบ Parkour ที่ต้องบอกเลยว่าตัวเกมทำออกมาได้ดีมากๆ และนี่คือสิ่งที่ดีที่สุดของเกมเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าระบบเรื่องการปีนป่ายนั้นทางผู้พัฒนานั้นทำได้ดีมากๆ อยู่แล้วในภาคแรก ซึ่งภาคสองเองก็ถูกยกเอามาทั้งหมด แต่สิ่งที่น่าสนใจในภาคนี้คือลูกเล่นต่างๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นที่ร่อน Paraglider ที่ให้เราสามารถบินโลดแล่นบนฟ้าได้, จุดวิ่งไต่กำแพงที่มากขึ้นหรือการปรับเปลี่ยนระบบ Graphling Hook ที่ในภาคนี้มันอาจจะไม่ได้พาเราพุ่งไปง่ายๆ เหมือนก่อน แต่จะเน้นความสมจริงที่จะเน้นให้เราโหนไปข้างหน้ามากกว่า (เปรียบเทียบ Graphling Hook ภาคแรกจะคล้ายๆ กับ Spider-Man แต่ภาคสองจะเหมือน Tarzan มากกว่า) ซึ่งมันก็สร้างความแปลกใหม่ และอิสระในอีกรูปแบบหนึ่งแต่ข้อเสียของระบบก็คือการปลดล็อคแต่ละอุปกรณ์ของเกมที่ค่อนข้างได้มาช้ามากๆ อย่างเช่นตัว Paraglider ที่เราจะได้มาตอน Act 2 ส่วน Graphling Hook จะได้มาตอน Act 4 ซึ่งใกล้จบเกมแล้ว แน่นอนว่าผู้พัฒนาจงใจ เพราะถ้าหากจะดีไซน์เควสที่มันเหมาะสมกับอุปกรณ์ชิ้นนั้นๆ มันก็จะต้องค่อยๆ สอนและค่อยๆ ไปทีละก้าว แต่ลองคิดดูว่าถ้าหากเรามีอุปกรณ์พวกนี้ใช้ตั้งแต่แรก มันอาจจะทำให้เรามีอิสระมากกว่าเดิมอีก แต่ก็ขอแก้ตัวว่าจริงๆ ระบบที่มีอยู่ก็สนุกมากพอแล้วส่วนระบบ Skill Trees ในภาคนี้ทางผู้พัฒนาก็ตัดความยุ่งยากของภาคแรกที่มีให้เลือกหลายสายออกไป และปรับสายความสามารถให้เหลือเพียงแค่ 2 แบบเท่านั้นก็คือสาย Combat (เพิ่มเลือด)  ที่จะเพิ่มท่าโจมตีใหม่ๆ ให้กับเรา และสาย Parkour (เพิ่ม Stamina) ที่นอกจากการเพิ่มสเตตัวแล้วนั้น เรายังสามารถอัพท่าต่างๆ ได้มากขึ้นด้วย ซึ่งแต้มที่ใช้อัพเกรดนั้นจะสามารถหาได้จากการค้นหา Inhibitor ให้ครบสามอัน คุณก็จะได้รับหนึ่งแต้มมาใช้ ซึ่งตัวคุณเองก็ต้องเลือกว่าจะเลือกอัพฝั่งไหน แน่นอนว่าตัวเกมสามารถให้คุณอัพทั้งสองสายเต็มได้ เพียงแต่ว่าการเล่นในเนื้อเรื่องปกติ ตัว Inhibitor อาจจะไม่เพียงพอให้คุณอัพได้ทั้งหมด ซึ่งตัวคุณเองจะต้องใช้เวลาเพิ่มในการหาสิ่งๆ นี้ทั่วแผนที่ รวมถึงการอัพสกิลแต่ละอย่างตัวคุณเองก็จะต้องใช้เลเวลในการอัพอีกด้วย ซึ่ง XP ต่างๆ ก็จะได้มาจากการที่คุณทำสิ่งนั้นๆ บ่อยๆ เช่นปีนป่ายบ่อยๆ หรือสู้กับศัตรูบ่อย หรืออีกหนึ่งวิธีคือการทำ Side Quest, เข้าไปเคลียร์ที่กบดานศัตรู เปิดพลังงานกังหันลม (และสามารถเปิดจุดภารกิจใหม่ๆ ได้ด้วย) หรือทำชาเลนซ์ Parkour ซึ่งมันก็จะทำให้คุณได้ XP ต่างๆ มากขึ้น แต่มันก็จะแลกมากับเวลาที่มากโขพอสมควร ซึ่งเป็นไปตามที่ผู้พัฒนาบอกจริงๆ ว่ากว่าถ้าจะเคลียร์หลายๆ อย่างให้หมด อาจจะใช้เวลามากกว่า 100 ชั่วโมงเลยทีเดียว นอกจากนี้ในระบบตัวเลือกตอบของเกมจะมีให้เราเลือกยกถิ่นฐานทรัพยากรให้ระหว่าง Survivor และ Peacekeeper ด้วย ซึ่งมันก็จะส่งผลให้คุณสามารถปลดล็อคของใหม่ๆ ตามด่านได้ อย่างเช่นการเลือกให้ทรัพยากรกับ Survivor คุณก็จะปลดล็อคของใหม่ๆ ในการเดินทางเช่นจุดกระโดดสูง หรือถ้าหากเลือกช่วย Peacekeeper คุณก็อาจจะได้รับกับดักต่างๆ ในการสู้กับซอมบี้เป็นต้นแต่ข้อติเดียวที่รู้สึกก็คือสกิลต่างๆ ที่มีให้อัพเกรดนั้น ส่วนตัวมองว่าสกิลบางอันมันเป็นสกิลพื้นฐานที่ควรจะมีตั้งแต่แรก อย่างเช่นสกิลวิ่งไต่กำแพงของฝ่าย Parkour หรือสกิล Perfect Dodge ที่ส่วนตัวมองว่ามันควรอยู่ในสกิลติดตัวของเราตั้งแต่เริ่มสรุปต้องพูดตามตรงว่าในด้านของเนื้อเรื่องนั้นอาจจะดูด้อยไปกว่าภาคแรกพอสมควร รู้สึกว่าตัวเกมเล่นหลายประเด็นเกินไปจนลืมโฟกัสจุดประสงค์แรกที่ดำเนินมา แต่ก็ต้องยอมรับว่าในด้านของเกมเพลย์ ทางผู้พัฒนาได้ยกระดับความยอดเยี่ยมของภาคเก่าให้ดี และสนุกมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าความน่ากลัวอาจจะลดลงไปบ้าง แต่โดยรวมก็ยังรู้สึกสนุกเช่นเดิมใครที่กำลังมองหาเกมเพลย์สนุกๆ มีความยืดหยุ่นในการเล่นมากมาย Dying Light 2 Stay Human เป็นเกมที่เหมาะกับท่านแน่นอน ส่วนใครที่มองหาเกมเนื้อเรื่อง หรือคาดหวังเนื้อเรื่องให้สนุกเท่ากับภาคแรก เกมนี้อาจจะไม่ใช่ทางของท่านครับ และถ้าใครที่กำลังกลัวว่าเล่นเกมนี้จะเกิดอาการ Motion Sickness (มึนหัวเพราะภาพในเกมเหวี่ยงมาก) ก็ต้องบอกว่าเกมนี้ส่วนตัวรู้สึกมันเบากว่าภาคแรก อาจจะเป็นเพราะภาพและสีสันของเกมที่ดูสบายตามากขึ้น ไม่เหมือนภาคแรกที่อาจจะมีควันและ Motion Blur เยอะเกินไป มันอาจจะบรรเทาได้ (แต่ก็มีบางคนที่ยังรู้สึกมีอาการอยู่ในภาคนี้)โดยเกม Dying Light 2 Stay Human วางจำหน่ายแล้วบนเครื่อง PC, PS4, PS5, Xbox One และ Xbox One X สนนราคา 1899 บาท ส่วน Nintendo Switch จะวางจำหน่ายหลังจากที่เกมปล่อยราวๆ 6 เดือน
14 Feb 2022
[Review] รีวิวเกม: Sifu “กังฟูที่ก้าวล้ำความตาย และท้าทายเหนือทุกความคาดหมาย”
“เจ้าฆ่าพ่อข้า ดังนั้นข้าจะฆ่าเจ้า” นี่เป็นหนึ่งในพล็อตที่เรามักจะเห็นกันตามภาพยนตร์จีนแนวกำลังภายใน หรือวิทยายุทธ์อยู่เสมอ เรื่องรางของการล้างแค้น ห้ำหั่นกัน ระหว่างคนสองคน หรืออาจจะเป็นตัวละครเอกกับแก๊งวายร้ายทั้งแก๊ง ซึ่งว่ากันตามตรงเนื้อเรื่องมันแทบไม่ใช่ส่วนสำคัญสักเท่าไรในภาพยตร์ประเภทนี้ มันเป็นเหมือนแค่การหาเหตุผลมารองรับให้พระเอกได้โชว์สกิลการอัดคนเพียงเท่านั้นเองเกม Sifu ใช้แกนหลักของเรื่องในแบบเดียวกัน อาจจะเพราะทางผู้สร้างต้องการถ่ายทอดเรื่องราวให้เหมือนกับผู้เล่นกำลังรับชมภาพยนตร์จากแดนมังกรอยู่ก็เป็นได้ หรืออาจจะเป็นเพราะพวกเขาต้องการเน้นไปที่เกมการเล่นแบบสุดโต่ง และไม่อยากให้เนื้อเรื่องมาเป็นตัวฉุดรั้งเอาไว้ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สิ่งที่ตัวเกมนี้นำเสนอออกมา มันได้พาเกมแนว Beat-em-ups หรือเกมแนวซัดแม่งเลยกลับมาคืนชีพในยุคปัจจุบันได้อีกครั้ง หลังจากที่แฟนเกมแนวนี้ไม่ได้สัมผัสถึงเกมดี ๆ มานานนม ส่วนความยอดเยี่ยมของ Sifu จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น รีวิวนี้มีคำตอบ!เนื้อเรื่องที่ธรรมดา แต่ก็แฝงไปด้วยปรัชญาลึกซึ้งอย่างที่กล่าวไปข้างต้น แกนหลักเนื้อเรื่องของ Sifu มันไม่มีอะไรมากเลย เรื่องราวเริ่มมาจากอดีตลูกศิษย์ของปรมมาจารย์กังฟูสำนักหนึ่งต้องการล้างแค้นอาจารย์ของตัวเอง อดีตลูกศิษย์คนนั้นจึงพากันยกพวก นำยอดฝีมือทั้ง 5 คน บุกถล่มสำนักกังฟูที่เคยชุบเลี้ยงตัวเองมา และไล่ฆ่าเหี้ยนยกสำนัก ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวเอกที่เป็นเด็กอายุเพียง 12 ปีทว่าด้วยเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ประจำตระกูล จึงทำให้ตัวเอกของเราสามารถโกงความตายมาได้ ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของการฝึกฝนยาวนานถึง 8 ปี เพื่อชำระบัญชีแค้นที่แก๊งตัวร้ายก่อเอาไว้และถึงแม้ตัวเกมจะจั่วหัวให้เราจัดการล้างแค้นก็จริง แต่ภายในเกมนั้นจะมีตัวเลือก Spare หรือไว้ชีวิตกับเหล่าบอสประจำด่านทั้ง 5 อีกด้วย ซึ่งการจะไว้ชีวิตได้นั้น ผู้เล่นจะต้องทำการจัดการบอสจนมีโอกาสสังหารมาแล้วก่อนหนึ่งครั้ง จากนั้นต้องรอจนกว่าบอสจะฟื้นตัว แล้วจัดการบอสลงอีกที เป็นเหมือนกับการบอกว่า “ข้าจะฆ่าเจ้าตรงนี้เสียก็ได้ แต่ข้าเลือกที่จะไว้ชีวิตเจ้านะ” ซึ่งระบบเล็ก ๆ น้อย ๆ ตรงนี้ก็ดูใส่ใจได้ดี ไม่ได้มีขึ้นมาให้กดทื่อ ๆ แบบเกมทั่ว ๆ ไป ช่วยเพิ่มความอินกับเนื้อเรื่องของผู้เล่นได้ระดับหนึ่งเลยทีเดียวระบบต่อสู้สุดลื่นไหล จุดชูโรงหลักของตัวเกมสิ่งที่โดดเด่น และเตะตาตั้งแต่เห็นตัวอย่างของเกมสำหรับใครหลาย ๆ คนก็คือ ภาพของการต่อสู้ด้วยหมัด เท้า กระบอง ไปจนถึงการใช้สิ่งของประกอบฉากต่าง ๆ มาร่วมในการปะทะด้วย ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานั้นมันลื่นไหลมาก ต่อให้ผู้เล่นทำการรัวปุ่มมั่ว ๆ ท่าทางที่ออกมาในเกมก็ยังดูต่อเนื่อง จนเหมือนกับหลุดออกมาจากหนังกังฟูอยู่ดีมีทั้งการปลดอาวุธ ใช้เท้าเกี่ยวอาวุธขึ้นมาถือ ไปจนถึงการคว้าขวดแก้วหรืออิฐบล็อกที่ปามากลางอากาศ ก็ทำได้เท่และเนียนตาเป็นอย่างมาก ช่วยทำให้คนเล่นรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นปรมมาจารย์กังฟูแบบจริง ๆ ได้เลย หากชำนาญมากพออีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยส่งเสริมระบบการต่อสู้อย่างเป็นธรรมชาตินี้ก็คงหนีไม่พ้นมุมกล้อง ที่คอยปรับเปลี่ยน สั่นไหว และตามหลังผู้เล่นให้เหมาะกับสถานการณ์ได้ โดยเฉพาะยิ่งถ้าตัวเอกของเรากดใช้ท่า Takedown การที่มุมกล้องปรับให้รับการท่า Takedown นั้น ๆ ก็ช่างเท่เสียไม่มีนี่ยังไม่รวมไปถึงอนิเมชันของตัวละครที่ทำออกมาได้สมจริง ไม่มีจุดที่ดูเวอร์จนเกินไป แถมยังถ่ายทอดความเป็นกังฟูออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ต้องยอมรับเลยว่า Sifu เป็นอีกหนึ่งเกมที่พัฒนาระบบการต่อสู้ออกมาได้ไร้ที่ติจริง ๆเมื่อความตายไม่ใช่จุดจบอีกหนึ่งจุดขายของเกม Sifu ก็คือระบบการตายที่ไม่เหมือนใคร ปกติแล้วเมื่อผู้เล่นตายในเกมทั่วไป ผู้เล่นจะถือว่า Game Over ซึ่งจะต้องเริ่มเล่นในฉากนั้น ๆ ใหม่ จนกว่าจะสามารถผ่านเข้าไปได้ ทว่าในเกม Sifu นั้น ทางผู้พัฒนากลับเลือกใช้ระบบที่สร้างสรรค์และยึดโยงกับเนื้อเรื่องภายในเกมได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อผู้เล่นเสียชีวิต ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผู้เล่นจะยังไม่ Game Over ในทันที แต่จะมีตัวเลือกให้สามารถฟื้นคืนชีพได้ ซึ่งการคืนชีพนั้นจะสามารถคืนชีพได้เรื่อย ๆ จนกว่าอายุจะเกิน 70 ปีขึ้นไป หากอายุเกินตัวเลขดังกล่าว การตายหลังจากนั้นจะเป็น Game Over ของจริงแน่นอนว่า Sifu ไม่ใช่เกมที่ง่าย และการตายจึงมีบทลงโทษตามมา โดยทุกครั้งที่ผู้เล่นอายุ 30 40 50 60 และ 70 ปี หลอดพลังชีวิตของผู้เล่นจะลดลง แต่ก็แลกมาด้วยพลังโจมตีของตัวละครหลักที่เพิ่มขึ้น เป็นเหมือนกับการได้อย่างเสียอย่าง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเล่นแบบ High Risk High Return อีกด้วยซึ่งระบบนี้เป็นเหมือนการเปรียบเปรย การเรียนรู้และความชำนาญในกังฟู ที่เมื่อฝึกฝนมานานมากขึ้น การเข้าถึงแก่นหลักของวิชาก็จะยิ่งแก่กล้าขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยสังขารที่ร่วงโรยไปเช่นกันต้องยอมรับเลยว่า ตรงจุดนี้ทางผู้พัฒนาอย่าง Slocap ออกแบบมาได้สร้างสรรค์ มีเนื้อเรื่องรองรับ แถมยังเพิ่มความท้าทายและยุติธรรมดีอีกด้วย นับเป็นอีกหนึ่งข้อดีของเกมนี้เลยล่ะครับความท้าทายและความยากที่ไม่ด้อยไปกว่าเกมตระกูล Soulsหากใครที่กำลังมองหาเกมยาก ๆ หรือเกมที่ต้องอาศัยปฏิกิริยาตอบสนองไว ๆ เกม Sifu คือเกมที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ตัวเกมจะอัดทุกอย่างมาให้คุณอย่างเต็มที่ ไม่มีกั๊ก ตั้งแต่ลูกกระจ๊อกตามฉาก มินิบอส ไปจนถึงบอสใหญ่ทั้ง 5 ซึ่งแต่ละตัวก็นำเสนอมาได้ออกมามีเอกลักษณ์ ช่วยให้สำรวจพื้นที่บนฉากหลัง 5 แบบ ไม่รู้สึกน่าเบื่อเลย แม้จะต้องจมอยู่กับด่านเดิม ๆ หลายรอบก็ตาม นอกจากนี้ หากผู้เล่นช่างสำรวจ คุณจะพบเข้ากับไอเทมบางอย่างที่จะช่วยปลดล็อกทางลัด ทำให้การเล่นในครั้งต่อไปง่ายขึ้นอีกด้วย นับว่าเป็นการออกแบบระบบที่ไม่เลวเลยทีเดียวอีกหนึ่งสิ่งที่น่าประทับใจของเกมนี้คือ การไต่ระดับความยากที่เหมาะมือ แต่ก็ยังมีความท้าทายให้ผู้เล่นได้สัมผัสเมื่อเล่นไปสักพัก คุณจะเริ่มจับทางตัวเกมได้ ทว่าตัวเกมก็จะโยนบอสใหม่ที่บีบให้คุณต้องเรียนรู้เทคนิกใหม่เพื่อมาใช้สู้กับมันอีก เหมือนดังคำกล่าว ‘เหนือฟ้ายังมีฟ้า’ ผู้เล่นอาจจะคิดว่าตัวเองช่ำชองแล้ว เจอบอสตัวไหนก็สู้ไหว แต่พอเอาเข้าจริง ๆ มันก็ตึงมือเสียจนต้องเริ่มด่านใหม่กันไปหลายรอบนอกจากนี้ การที่ตัวเกมแบ่งออกเป็น 5 ด่าน ก็ไม่ได้หมายความว่า ตัวเกมจะใจดี ลดอายุของเราให้ทุกครั้งที่ผ่านด่าน ผู้เล่นจะต้องลุยต่อไปทั้งที่อายุเท่านั้น จนกว่าจะกลับไปเล่นด่านเดิมให้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นหากใครที่เอาชนะบอสตัวแรกโดยที่มีอายุ 50 ปี หมายความว่าบอสอีก 4 ตัวที่เหลือ คุณจะต้องเอาชนะมันด้วยอายุสำรองอีก 20 ปีเท่านั้น ซึ่งนี่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับคนที่เล่นครั้งแรก ดังนั้นมันจึงเป็นเหมือนการบีบให้ผู้เล่นต้องย้อนกลับไปเล่นด่านเดิมให้เชี่ยวชาญเสียก่อน ถึงจะควรไปลุยในด่านใหม่ได้อย่างหายห่วงส่วนสิ่งที่แอบโหดร้ายสำหรับเกมนี้ก็คือ ระบบสกิลที่ Game Over แล้ว ทุกอย่างจะหายหมด ทุกสกิลที่คุณปลดล็อกมาจะหายไปกับชีวิตของคุณ โชคยังดีที่ตัวเกมอนุญาตให้ผู้เล่นสามารถปลดล็อกแบบถาวรได้ แต่มันก็ต้องใช้ EXP ในการปลดล็อกมากกว่าเดิมถึง 5 เท่าเลยทีเดียวดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจปลดล็อกสกิลถาวรล่ะก็ ควรตัดสินใจให้ดี มิฉะนั้นจะเป็นการเปลืองเวลาแล EXP โดยใช่เหตุกราฟิกที่เลือกใช้เหมาะสมกับสไตล์เกมงานภาพของเกมจะใช้รูปแบบการ์ตูน ไม่เน้นไปที่ความสมจริงเท่าไรนัก ซึ่งการเลือกใช้ภาพสไตล์นี้ก็ดูเข้ากับธีมกังฟูของตัวเกมเป็นอย่างดี มันให้อารมณ์เหมือนดูมู่หลานฉบับหมัดมวยตามล้างแค้นทั้งโคตรเลยล่ะและแน่นอนว่าในเกมที่มีความยากแบบโหดหิน ช่วงเวลาแค่เสี้ยววินาทีก็ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างมากมายมหาศาล เฟรมเรตจึงแทบเป็นทุกอย่างภายในเกมนี้ ซึ่งทางผู้พัฒนาก็ทำออกมาได้น่าประทับใจ จังหวะต่อสู้ หรือจังหวะปะทะ ต่อให้มีศัตรูจำนวนมากแค่ไหน หรือจะมีเอฟเฟกต์จากการสู้บอสมากขนาดไหน ตัวเกมก็ไม่มีอาการกระตุกให้เห็นเลยแม้แต่น้อย จุดที่เกมกระตุกมีเพียงจังหวะเดียวนั้นก็คือ การข้ามฉากใหม่ ซึ่งในการข้ามฉากจะไม่มีศัตรูโถมเข้ามา ข้อเสียตรงนี้จึงไม่ได้ไปขัดอารมณ์ในการเล่นแต่อย่างใดทั้งนี้ ด้วยกราฟิกที่ไม่ได้มีรายละเอียดเยอะมาก จึงทำให้เครื่อง PC อายุเก่า ๆ ก็สามารถเล่นได้อย่างหายห่วง ตัวเกมมีความต้องการขั้นต่ำอยู่ที่ RAM: 8GB, CPU: AMD FX-4350 หรือ Intel Core i5-3470 หรือเทียบเท่า และ GPU: Radeon R7 250 หรือ GeForce GT 640 หรือเทียบเท่า ด้วยสเป็กที่ต่ำมาก เชื่อว่าเกมเมอร์แทบทุกคนน่าจะเข้าถึงได้อย่างแน่นอนควรค่าแก่การสละเวลาเล่นไหม?ถึง Sifu จะยอดเยี่ยมมากขนาดไหน แต่มันก็ยังไปไม่ถึงขั้นที่สมบูรณ์แบบ มุมกล้องของตัวเกมยังมีบางครั้งที่เมื่อถูกบีบเข้ามุมอับ จะส่งผลให้ผู้เล่นไม่สามารถมองเห็นอะไรเลย เนื่องจากตัวเกมไม่ได้ใช้มุมมองแบบข้ามหัวไหล่ นั่นจึงทำให้จุดนี้อาจกลายเป็นเพิ่มความหัวร้อนให้กับผู้เล่นก็เป็นได้อีกทั้งเนื้อเรื่องภายในเกมก็ยังนับว่าค่อนข้างธรรมดามาก แม้จะมีฉากจบสองแบบขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้เล่น แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้แก่นของเรื่องเข้มข้นขึ้นเลยแต่ด้วยระบบการต่อสู้ ความสร้างสรรค์ของการออกแบบด่าน ไปจนถึงการนำเสนอบอสที่ติดตาตรึงใจ ข้อเสียต่าง ๆ ที่เป็นเพียงเรื่องยิบ ๆ ย่อย ๆ ก็สามารถถูกกลบเอาไว้ใต้พรมแห่งความสนุกของแนว Beat-em-ups ได้อย่างหมดจดถึง Sifu อาจจะไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เข้าถึงง่าย และเล่นได้กันทุกคน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่จะต้องเป็นหนึ่งในเกมที่ได้เข้าชิงรางวัลเกมแอ็กชันยอดเยี่ยมแห่งปีอย่างแน่นอน ดังนั้นหากใครอยากจะลองสัมผัสความทรมาน ที่สนุกจนหยุดเล่นไม่ได้ ก็แนะนำว่ากดซื้อมาลองเล่นกันสักตั้งดูเถอะครับ
14 Feb 2022
[Review] รีวิวเกม Horizon Forbidden West "สู่แดนปัจฉิมเร้นลับ: เกมโลกเปิดชั้นครูที่ทุกค่ายควรหาทำ"
สำหรับคนที่เป็นแฟนเกมโลกเปิด โดยเฉพาะเกมเมอร์ฝั่ง PlayStation ทั้งหลาย น่าจะรู้จักกับเกม Horizon Zero Dawn กันดี เกมแอคชั่น RPG โลกเปิด IP ใหม่จากผู้พัฒนา Guerilla Games ที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน แต่ด้วยเนื้อเรื่อง เกมเพลย์ และโลกอันงดงามของเกมนั้น ทำให้เกมได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทั้งจากผู้เล่น PlayStation 4 และผู้เล่น PC ที่ได้สัมผัสเกมในภายหลังด้วยด้วยความนิยมของเกมภาคแรก แน่นอนว่าเกมภาคต่ออย่าง Horizon Forbidden West ย่อมแบกรับความคาดหวังเอาไว้สูงมาก ทั้งในฐานะเกมที่จะมาสานต่อตำนานของซีรีส์ และในฐานะเกมคร่อมรุ่นคอนโซลที่เกมเมอร์อีกหลายคนคาดหวังให้สามารถนำเสนอประสบการณ์ที่คู่ควรกับเครื่อง PlayStation 5 ได้หลังจากที่ใช้เวลาเล่นเกมมามากกว่า 70 ชั่วโมง ผู้เขียนมีความยินดีจะรายงานว่า Horizon Forbidden West ถือเป็นเกมโลกเปิดอันน่าทึ่งซึ่งพัฒนาขึ้นจากเกมแภาคแรกในทุก ๆ ด้าน ด้วยเกมเพลย์อันหลากหลายและน่าตื่นเต้นซึ่งมีอะไรใหม่ ๆ มาเซอร์ไพรส์และท้าทายเราอยู่เสมอ ไปจนถึงเนื้อเรื่องที่นำเสนอได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านบทพูดและการแสดงระดับชั้นนำ ที่ทำให้เกม Horizon Forbidden West เป็นเกมที่ชาว PlayStation ทั้ง 4 และ 5 ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง***ขอขอบคุณ Sony Interactive Entertainment Singapore และ PC & Associates Consulting สำหรับโค้ดรีวิวเกมล่วงหน้า******บทความนี้อาจสปอยเนื้อเรื่องของเกมภาคแรก (Horizon Zero Dawn)***เนื้อเรื่องเนื้อเรื่องของเกม Horizon Forbidden West จะเกิดขึ้น 6 เดือนหลังจากที่ Aloy และเพื่อนพ้องสามารถยับยั้งการทำลายล้างโลกโดย A.I. HADES ได้สำเร็จในตอนจบของเกมภาคแรก เมื่อจู่ ๆ ดินแดนบ้านเกิดของ Aloy ถูกรุกรานโดยโรคระบาดปริศนาที่เข่นฆ่าชีวิตของทั้งสัตว์และพืชที่ติดเชื้อ ส่งผลให้ Aloy จำเป็นต้องออกเดินทางเพื่อตามหาต้นตอของโรคระบาดนี้ และยับยั้งมันให้ได้ก่อนที่มันจะแพร่ระบาดไปทุกที่และทำให้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหมดสูญพันธุ์ไปอย่างช้า ๆในระหว่างที่กำลังสืบหาเบาะแสเกี่ยวกับโรคระบาดในพื้นที่ Aloy ค้นพบข้อมูลที่บ่งชี้ว่าโรคระบาดดังกล่าวเป็นเพียงสัญญาณของการล่มสลายของโลกทั้งหมดเท่านั้น และเธอจะต้องออกเดินทางไปยังดินแดนต้องห้ามทางตะวันตกเพื่อตามหา A.I. ตัวหนึ่งที่จะสามารถหยุดการทำงานของพวกเครื่องจักรได้ โดยการเดินทางของเธอก็พาเธอเข้าไปพัวพันกับสงครามกลางเมืองระหว่างเผ่านักรบ Tenakth ที่ปกครองดินแดนตะวันตกอยู่ พร้อมกับศัตรูกลุ่มใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิดเนื้อเรื่องของ Horizon Forbidden West สามารถคงมาตรฐานอันยอดเยี่ยมจากเกมภาคแรกได้อย่างครบถ้วน ทั้งในส่วนของตัวละครอันมีเสน่ห์ ไปจนถึงเหตุการณ์หักมุมต่าง ๆ ที่คาดไม่ถึงในเนื้อเรื่องที่สามารถทำให้ผู้เขียนรู้สึกตื่นเต้นอยู่เสมอตั้งแต่ต้นจนจบ โดยเกมสามารถผูกเหตุการณ์ต่าง ๆ จากภาคแรกเข้าสู่เหตุการณ์ใหม่อย่างลื่นไหล และทำให้รู้สึกเหมือนทั้งสองเกมเป็น 'เนื้อเรื่องยาว ๆ เรื่องเดียวกัน' ซึ่งน่าจะถูกใจแฟนตัวยงของเกมภาคแรกเป็นอย่างมากจุดปรับปรุงอีกอย่างจากภาคแรกคือการที่เกมดูจะให้เวลากับตัวละครเสริมรอบ ๆ ตัว Aloy มากขึ้น ซึ่งนอกจากจะทำให้โลกของเกมรู้สึก 'เต็ม' ขึ้นจากเรื่องราวชีวิต มุมมอง และข้อมูลใหม่ ๆ ที่ตัวละครแต่ละตัวนำเสนอ ยังช่วยทำให้เกมสามารถลงลึกไปถึงแก่นของตัวละคร Aloy ได้มากกว่าเดิมผ่านการสนทนาระหว่างเธอและเพื่อน ๆ ในแบบที่น่าจะถูกใจแฟนของเกมภาคแรกเช่นเดียวกัน เพราะช่วยขยายเหตุการณ์และรายละเอียดต่าง ๆ ที่ปูมาก่อนหน้านี้ได้อย่างครบถ้วนทั้งนี้ จะสังเกตได้ว่าผู้เขียนใช้คำว่า 'ถูกใจแฟนของเกมภาคแรก' ถึงสองครั้ง นั่นก็เพราะว่าเกม Horizon Forbidden West เป็นเกมที่ไม่เป็นมิตรกับผู้ที่ไม่เคยเล่นภาคแรกเท่าไหร่ เพราะเกมจะใช้เวลาอธิบายตัวละครหรือเหตุการณ์ในเกมภาคแรกน้อยมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะระยะเวลาระหว่างเหตุการณ์ในเกมทั้งสองนั้นเกิดขึ้นค่อนข้างใกล้กัน (ห่างกัน 6 เดือนเท่านั้น ในขณะที่เกมสองภาคห่างกัน 6 ปี) และอีกส่วนหนึ่งคือการที่เกมดูจะเน้นหนักไปที่ความเป็น 'ไซไฟ' ของตัวเองมากขึ้น ทำให้มีศัพท์เฉพาะทั้งใหม่และเก่ามากมายที่คนไม่เคยเล่นมาก่อนอาจงงว่ากำลังพูดถึงอะไรกันแน่ข้อตำหนิอีกอย่างที่ผู้เขียนรู้สึกคือช่วงต้น ๆ ของเนื้อเรื่องนั้นดำเนินไปค่อนข้างช้า โดยสำหรับผู้เขียนรู้สึกว่ากว่าจะถึงจุดสนุกก็ปาเข้าไปเกือบ 15 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเวลาดังกล่าวนี้อาจผกผันได้ขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นจะอยากเก็บเนื้อหาเสริมระหว่างทางมากน้อยแค่ไหนด้วย แต่ก็ยังถือว่าเป็นเนื้อเรื่องที่เปิดมาค่อนข้างช้าอยู่ดี แม้ว่าเมื่อจุดเครื่องติดแล้วจะสนุกจนติดหนึบเลยก็ตามเกมเพลย์อย่างที่กล่าวไปข้างต้น Horizon Forbidden West ประสบความสำเร็จมาก ๆ ในการยกระดับสูตรเกมเพลย์จากภาคดั้งเดิมขึ้นในทุก ๆ ด้าน ตั้งแต่การต่อสู้ การแก้พัซเซิ่ล ไปจนถึงการสัญจรไปมาในโลกของเกม ล้วนถูกปรับปรุงให้มีความท้าทาย หลากหลาย และ 'สนุก' ขึ้นกว่าในภาคแรกพอสมควรเรื่องแรกที่อยากพูดถึงคือตัวเลือกที่เพิ่มขึ้นในการเคลื่อนที่ อันเป็นผลมาจากอุปกรณ์ใหม่ ๆ ที่ Aloy ได้รับในช่วงต้นเกมเช่นปืนยิงเชือก Pullcaster ที่สามารถปล่อยเชือกไปผูกกับจุดต่าง ๆ ตามแผนที่เพื่อดึงตัว Aloy ขึ้นไป และเครื่องร่อน Shield-Glider ซึ่งทำให้สามารถเดินทางลงจากที่สูงได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น โดยทั้งสองอย่างนี้นอกจากจะเพิ่มทางเลือกในการเดินทางไปตามแผนที่อันกว้างใหญ่ของเกมแล้ว ยังเปิดทางเลือกใหม่ ๆ ในการต่อสู้และการแก้พัซเซิ่ลขึ้นอีกต่างหากสำหรับการต่อสู้ในเกม Horizon นั้นสามารถแบ่งออกเป็นสองหมวดหลัก ๆ คือการต่อสู้กับเครื่องจักร และการต่อสู้กับมนุษย์ ซึ่งแน่นอนว่าหัวใจหลักอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์การต่อสู้กับเหล่าเครื่องจักรน้อยใหญ่หลากหลายชนิด ข้อปรับปรุงหลัก ๆ ของการต่อสู้กับเครื่องจักรคือ 'ความหลากหลาย' ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งในแง่ของชนิดของเครื่องจักรที่มีมากกว่า 40 ประเภท (จากเดิม 26) ไปจนถึงอาวุธหลากหลายชนิดของ Aloy และสถานะธาตุชนิดใหม่ ๆ ซึ่งล้วนเพิ่มมิติให้กับการต่อสู้ โดยผู้เล่นมักจะต้องแสกนเพื่อศึกษาจุดอ่อนทั้งหลายของเครื่องจักรชนิดหนึ่งก่อนการต่อสู้เสมอ คล้ายกับการออกล่าสัตว์ร้าย โดยผู้เล่นสามารถเล็งโจมตีอวัยวะหรือชิ้นส่วนบนร่างกายของพวกมันเพื่อ 'ตัด' ทิ้งได้ ซึ่งจะทำให้ได้รับไอเทมทรัพยากรณ์คราฟติ้งพิเศษ (คล้ายกับใน Monster Hunter) หรือกระทั่งเอาอาวุธของศัตรูมาใช้ในการต่อสู้ซะเองชั่วขณะหนึ่งในขณะเดียวกัน ระบบการต่อสู้กับศัตรูที่เป็นมนุษย์นั้นถูกพัฒนาขึ้นอย่างมาก โดยผู้ที่เล่นเกมภาคแรกอาจจำได้ว่าระบบการต่อสู้ระบะประชิดในเกมภาคแรกนั้นค่อนข้างตื้น ซึ่งก็ส่งผลให้การต่อสู้กับศัตรูชนิดมนุษย์มีความน่าเบื่อไปซะหน่อยเพราะทำได้แค่กดตีเบา/หนักสลับ ๆ กันไปอย่างงั้น แต่ในเกมภาคใหม่นี้ได้เพิ่มท่าโจมตีใหม่เข้ามาเป็นจำนวนมาก พร้อมเพิ่มระบบการทำคอมโบระยะประชิดเข้ามา ซึ่งมีความคล้ายกับระบบการควบคุมของ God of War (PS4) อยู่ประมาณหนึ่ง โดยการเพิ่มความสามารถให้กับ Aloy ทำให้เกมสามารถใส่ศัตรูชนิดมนุษย์มาให้สู้ได้บ่อยขึ้น และทำให้ศัตรูเหล่านี้หลากหลายขึ้นได้ด้วย ซึ่งก็ทำให้การต่อสู้โดยรวมมีความหลากหลายมากขึ้นกว่าภาคแรกที่แทบไม่ค่อยมีมนุษย์ให้สู้ด้วย ราวกับเป็นการเพิ่มศัตรูชนิดใหม่ไปในเกมเลยทีเดียวอีกองค์ประกอบหนึ่งที่พัฒนาขึ้นคือเรื่องของการแก้พัซเซิ่ลที่มีอยู่มากมายในแผนที่ ซึ่งทุกจุดถูกออกแบบมาให้มีวิธีแก้ของตัวเองแตกต่างกันไป มากกว่าจะเป็นกิจกรรมโลกเปิดดาษ ๆ ที่เหมือนกันหมด โดยจุดนี้ก็ช่วยทำให้โลกของเกมมีความน่าค้นหา ราวกับว่ามีความลับรอท้าทายเราอยู่แทบทุกที่ในเกมกล่าวง่าย ๆ ว่า Horizon Forbidden West อาจไม่ใช่เกมโลกเปิดที่พยายามนำเสนออะไรใหม่ ไปกว่าภาคแรก หรือเกมโลกเปิดอื่น ๆ นัก หากแต่เกมคือผลลัพธ์ของการที่ผู้พัฒนารู้ดีถึงจุดแข็งต่าง ๆ ในเกมของตัวเอง และขัดเกลาจุดเด่นเหล่านั้นให้เฉียบคมยิ่งขึ้นไปอีก ออกมาเป็นเกมโลกเปิดที่มีอะไรให้ทำตลอดเวลาจริง ๆ จนแทบไม่มีจังหวะอยากวางจอยเลยทีเดียวการนำเสนอในการรีวิวเกม Horizon Forbidden West ผู้เขียนเล่นเกมบนเครื่อง PlayStation 5 ซึ่งมีโหมดกราฟฟิคให้เลือกสองโหมดด้วยกันคือ Performance และ Fidelity เช่นเดียวกับเกมคร่อมเจน PS4/5 ส่วนใหญ่ โดยการเล่นเกมบนโหมด Performance จะลดความละเอียดของภาพลงเพื่อให้เกมสามารถรันได้ที่ 60FPS ในขณะที่ Fidelity จะดันคุณภาพของกราฟฟิคและความละเอียดขึ้นไปถึงระดับ 4K แท้ แต่จะสามารถเล่นได้ที่ 30FPS เท่านั้น ซึ่งแลดูจะเป็นการตั้งค่าแบบมาตรฐานของเกมในยุคคอนโซลนี้แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกเล่นที่โหมด Performance หรือ Fidelity มั่นใจได้เลยว่าเกม Horizon Forbidden West น่าจะเป็นเกมโลกเปิดที่ภาพสวยที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา โดยดินแดนตะวันตกที่ Aloy ไปเยือนนั้นมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันมาก ตั้งแต่ทะเลทราย หุบเขาหิมะ หนองบึง ไปจนถึงวิวชายหาดริมทะเล และใต้ทะเล เรียกว่ามีวิวให้ดูทุกแบบทุกสไตล์ไม่มีเบื่อเลยทีเดียวองค์ประกอบด้านเสียงของเกมก็มีส่วนสำคัญในการสร้างบรรยากาศในเกม ซึ่งดนตรีในเกมนี้ก็สามารถทำออกมาได้ไพเราะเพลินหูเป็นอย่างมาก โดยเครื่อง PlayStation 5 ยังสามารถใช้ลูกเล่นทั้งหลายของเครื่อง เช่นความรู้สึกหน่วงในปุ่ม R2 เมื่อง้างคันธนู หรือเสียงของเครื่องจักรที่กระโจนข้ามหัวเราไปที่ดังออกมาผ่านจอย เพื่อสร้างความรู้สึกร่วมได้เป็นอย่างดีทั้งนี้ ส่วนของกราฟฟิคในเกมแลดูจะเป็นส่วนที่มีปรับปรุงได้มากที่สุดเช่นกัน โดยผู้เขียนพบกับบั๊คกราฟฟิคหลากหลายรูปแบบอยู่บ่อยครั้ง เช่นสิ่งของในฉากโหลดไม่ทันหรือระบบแสงและเงาทำงานไม่ถูกต้องเป็นต้น โดยแม้ว่าจะไม่ได้หนักหนาหรือส่งผลเสียต่อเกมในภาพรวมนัก (ส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยการปิด-เปิดเกมใหม่) แต่ก็เป็นจุดหนึ่งที่ผู้พัฒนา Guerilla Games อาจจะสามารถแก้ไขได้ไม่ยาก เพื่อประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดคุณภาพภาษาไทยสำหรับแฟน ๆ ชาวไทยเรา เกม Horizon Forbidden West เองก็สนับสนุนบทบรรยายและเมนูภาษาไทยให้เราด้วย ซึ่งในจุดนี้ต้องบอกว่าทำออกมาได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงเนื้อหาของเกม Horizon Forbidden West เองที่มีความเป็นไซไฟโลกอนาคต และมักจะมีการพูดถึงปรัชญาหรือแนวคิดลึกซึ้งอยู่บ่อย ๆ แน่นอนว่ายังมีจุดบกพร่องให้เห็นอยู่บ้าง แต่ในแง่ของอรรถรสและการสื่อความหมายต่าง ๆ ก็ต้องบอกว่าทำได้ดีตามมาตรฐานของ Sony เขา ซึ่งน่าจะช่วยให้หลาย ๆ คนสามารถติดตามเนื้อเรื่องได้ง่ายขึ้นมากโขเลยทีเดียวสรุปในหลาย ๆ แง่ Horizon Forbidden West ไม่ใช่เกมที่ต้องการจะตั้งมาตรฐานใหม่ให้กับเกมโลกเปิด หรือต้องการจะนำเสนอไอเดียที่แปลกใหม่พิศดารกว่าใคร หากแต่เป็นเกมที่เข้าใจถึงเสน่ห์ของเกมโลกเปิดและตัวตนของซีรีส์ของตัวเองอย่างถ่องแท้ และสามารถพัฒนาทั้งสองจุดนี้ได้จนอยู่ในระดับแนวนหน้าของวงการทั้งคู่เกมอาจจะเข้าถึงยากซะหน่อยสำหรับคนที่ไม่ค่อยแม่นเหตุการณ์และตัวละครในภาคแรก แต่ถ้าคุณเป็นแฟนเกม Horizon อยู่่แล้วล่ะก็ บอกเลยว่านี่เป็นหนึ่งเกมที่คุณไม่อยากพลาดแน่ ๆ ในปีนี้
14 Feb 2022
[Review] รีวิวเกม Pokémon Legends: Arceus "การโยนโปเกบอลถามทาง ที่โยนถูกจุดเต็ม ๆ"
ในปี 2022 นี้ ถือเป็นวาระครบรอบ 25 ปีพอดี นับตั้งแต่ตัวเกมโปเกมอนภาค Red และ Blue ออกวางจำหน่ายสู่ท้องตลาด ซึ่งนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เกมโปเกมอนก็ได้ออกภาคเสริม Spin off ไปจนถึงนำไปทำอนิเมชันและภาพยนตร์ขึ้นฉายบนจอเงินมากมายแต่ทว่าท่ามกลางเกมภาคแยกและภาคหลักมากมายเหล่านั้น กลับไม่มีสักเกมที่สามารถนำเสนอโลกของ Pokémon ในแบบที่แฟนเกมต้องการเห็นได้จริง ๆ จนกระทั่งการมาถึงของ Pokémon Legends: Arceus ที่ตัวเกมจั่วหัวว่าจะเป็นเกมโปเกมอนแบบ Open World ซึ่งเพียงแค่นี้ก็สร้างเสียงฮือฮาให้กับชาวเกมเมอร์ได้ระดับหนึ่งแล้ว อีกทั้งตัวเกมยังนำเสนอระบบที่โปเกมอนป่าดุร้าย เข้าโจมตีผู้เล่นกันแบบถึงลูกถึงคนอีกด้วยเรียกว่าเพียงแค่ได้เห็น Trailer บรรดาแฟนเกมทั่วโลกต่างพร้อมใจกันขึ้นรถไฟ Hype Train กันโดยไม่ได้นัดหมายแล้ว Pokémon Legends: Arceus นั้นจะดีพอที่ตอบรับความคาดหวังของเหล่าเกมเมอร์ได้ไหม รีวิวนี้มีคำตอบ!เนื้อเรื่องสูตรสำเร็จสไตล์ Pokémonเนื้อเรื่องของแฟรนไชส์ Pokémon เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ชวนให้ติดตามตลอดการเล่น ถึงแม้แก่นหลักของแต่ละภาคจะเหมือนกัน นั่นก็คือ การรวบรวม Pokédex ให้เสร็จสมบูรณ์ แต่ด้านฉากหลังและตัวละครที่เราจะได้พบเจอนั้น จะช่วยทำให้ตามแต่ละภาคมีเอกลักษณ์ที่เข้มข้น และรู้สึกสดใหม่อยู่เสมอบางภาคจะเป็นเพียงแค่การผจญภัยเล็ก ๆ ปะทะกับเหล่าร้ายที่คิดจะทำเรื่องชั่ว บางภาคอาจจะเป็นแค่การทำตามสัญญากับเพื่อน พร้อมผจญอุปสรรคระหว่างทาง และในบางภาคนั้นอาจจะเล่นใหญ่จนถึงขั้นสร้างความเสียหายให้กับโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งหลังจากที่ตัวเกมพาเราเผชิญกับภยันตรายต่าง ๆ มานักต่อนักแล้ว ใน Pokémon Legends: Arceus นั้น ทางผู้พัฒนาจึงเลือกที่จะนำเสนอแนวคิดแบบใหม่ ด้วยการพาตัวเอกย้อนเวลากลับไปในอดีต ย้อนกลับไปในยุคที่มนุษย์ยังคงไม่รู้จักโปเกมอนดีพอถือว่าเป็นการกำหนดฉากหลังที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะโดยปกติแล้วเกม Pokémon มักจะนำเสนอโลกที่มนุษย์อยู่ร่วมกับโปเกมอนเสมอ ไม่ต่างจากสัตว์เลี้ยงหรือปศุสัตว์เท่าไรนัก กลับกันในตัวเกมภาคนี้ โปเกมอนกลับถูกมองเป็นเหมือนตัวตนที่มีพลังยิ่งใหญ่ ซึ่งบางตัวยังถึงขั้นต้องบูชา พร้อมกับยกให้เป็นผู้พิทักษ์ประจำดินแดนเลยทีเดียว ซึ่งอันที่จริงหากว่ากันตามความสามารถของโปเกมอนบางตัวแล้ว ตามตรรกะมันก็ควรจะเป็นแบบนั้นน่ะแหละนอกจากนี้ การที่ทางผู้พัฒนาเลือกใช้เส้นเวลาในช่วงอดีต ยังช่วยทำให้ผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาสัมผัสกับซีรีส์ Pocket Monster เป็นครั้งแรก สามารถดื่มด่ำกับเนื้อเรื่องได้ในปริมาณที่เท่า ๆ กับแฟนเกมเดนตายที่ติดตามมานานนมอีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัวไปเลยการจับโปเกมอนที่ส่งผลยิ่งกว่าภาคไหน ๆอย่างที่กล่าวไปตอนต้น เป้าหมายหลักของเกม Pokémon นั้น คือการรวบรวมสมุดภาพโปเกมอนให้เสร็จสมบูรณ์ แต่ผมเชื่อว่า หากคิดตามอัตราส่วนจริง ๆ แล้ว คงมีน้อยคนนักที่จะสามารถจับโปเกมอนทุกตัวมาไว้ในครอบครองได้สำเร็จ เพราะไม่ว่าจะทั้งโปเกมอนที่เงื่อนไขในการได้มาแบบพิเศษ ไปจนถึงโปเกมอนที่ต้องใช้ความอดทนในการตามหา นี่ยังไม่รวมโปเกมอนที่ต้องทำการแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นอีก ด้วยความยุ่งยากเหล่านี้นี่เอง ผู้เล่นส่วนใหญ่ของ Pokémon จึงมักเลือกที่จะเล่นคอนเทนต์เพียงแค่ เอาชนะผู้นำโรงยิม > จัดการ 4 จตุรเทพ > จัดการแชมป์เปี้ยน > ไล่ตามเก็บโปเกมอนในตำนาน เมื่อทำทั้งหมดครบแล้วก้จะถือว่าจบเกมในภาคนั้น ๆ ส่วนใครที่ยังไฟแรงหน่อย ก็อาจจะไปดวลกับผู้เล่นคนอื่นผ่านระบบออนไลน์ ไม่ก็เข้าไปเล่นในส่วนของ Frontier แก้เซ็งไปวัน ๆทว่าในตัวเกม Pokémon Legends: Arceus นั้น การจับโปเกมอนจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางผ่านอีกต่อไปแล้ว เพราะมันจะไปยึดโยงถึงการก้าวหน้าของตัวเกมอีกด้วยยิ่งคุณจับโปเกมอนได้มาก คุณก็จะได้แต้มวิจัยเพิ่มมากขึ้น โดยแต้มวิจัยนั้นจะถูกใช้ในการอัปเกรดลำดับขั้นภายในเกม ซึ่งจะช่วยให้ผู้เล่นปลดล็อก Pokéball ใหม่ ๆ อุปกรณ์ใหม่ ไปจนถึงช่วยในการดำเนินเนื้อเรื่องอีกด้วย ดังนั้นหากใครที่คิดจะเมินโปเกมอนริมทางแบบภาคก่อน ๆ คุณลืมความคิดนั้นไปได้เลย เพราะถ้าคุณไม่ขยันจับโปเกมอนเข้าล่ะก็ คุณจะไม่สามารถเล่นเนื้อเรื่องหลักภายในเกมต่อไปได้ด้วยซ้ำความ Action แบบใหม่ ที่ผสมผสานกับความเป็น RPG ดั้งเดิมได้อย่างลงตัวเชื่อว่าคุณผู้อ่านที่อ่านอยู่ตอนนี้ น่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับ Pokémon Legends: Arceus ไม่มากก็น้อย แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนน่าจะรับทราบเหมือนกันนั่นก็คือ ตัวเกมในภาคนี้จะมีความเป็น Action มากยิ่งกว่าภาคไหน ๆ ที่เคยออกมาซึ่งสิ่งที่ภาคนี้นำเสนอ มันเหมือนกับเป็นสิ่งที่แฟนเกมเคยตามหาและหลงใหลในครั้งเยาว์วัย ภาพของมนุษย์ที่เดินไปตามพงหญ้า โขดหิน เข้าป่า และค้นพบโปเกมอนราวกับหลุดออกมาจากในการ์ตูนได้ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมภายในเกมภาคนี้ หากจะบอกว่านี่คือสิ่งที่หลายคนคาดหวังให้ Pokémon Go เป็น และเป็นสิ่งที่ Pokémon Sword and Shield ควรจะเป็นตั้งแต่แรกก็คงไม่ผิดนัก แต่ดูท่าทางทีมพัฒนา จะยังไม่อยากเอาตัวเกมภาคหลักมาเสี่ยงง่าย ๆ พวกเขาจึงเลือกที่จะจั่วหัวตัวเกมราวกับเป็นภาคเสริมไปแบบนี้ก่อน ซึ่งก็นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดใช้ได้ เพราะการทำแบบนี้เป็นทั้งการแบ่งฐานแฟนออกไปเป็นอีกกลุ่ม และยังมีหลักประกันหากเกิดความผิดพลาดจนไม่โดนใจฐานแฟนเกมเดิมอีกด้วยและถึงใน Pokémon Legends: Arceus จะมีความแอ็กชันเพิ่มเข้ามา แต่ตัวเกมก็ยังคงระบบ RPG ที่มีมาตั้งแต่ภาคดั้งเดิมไว้อยู่ เพราะเมื่อเข้าสู่ช่วงฉากการต่อสู้ระหว่างโปเกมอน ความเป็น RPG ที่ต้องอาศัยการแพ้ชนะทางกันของ Type (ประเภท) จากโปเกมอนก็จะมีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องเหมือนดังภาคเก่า ๆ เช่น ประเภทปกติแพ้ต่อสู้ ประเภทต่อสู้แพ้พลังจิต ประเภทพลังจิตแพ้ความมืด เป็นต้นทว่าภาคนี้ทางทีมพัฒนาได้ใส่ไอเดียแปลกใหม่เข้ามาเพิ่มให้กับระบบ RPG นั่นก็คือ ระบบ Style ที่จะแบ่งออกเป็น Strong และ Agile โดยการเลือกใช้ Strong Style นั้นจะทำให้ท่าโจมตีของโปเกมอนรุนแรงขึ้น แลกกับการมาถึงของรอบโจมตีตัวเองที่ช้าลง ส่วนการใช้ Agile จะทำให้การโจมตีเบาลง แต่แลกมากับการมาถึงของรอบตีตัวเองที่เพิ่มขึ้นซึ่งระบบนี้จะช่วยทำให้การต่อสู้ภายในเกมที่ชั้นเชิงมากยิ่งกว่าเดิม จากปกติที่ต้องคอยสลับกันตี โปเกมอนที่ว่องไวกว่าจะได้ตีก่อน แต่การมาถึงของ Style นี้ จะช่วยทำให้ผู้เล่นวางแผน และเลือกปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในบางครั้งเราอยากจะลดพลังชีวิตของโปเกมอนป่าเพื่อจับเข้ามาเป็นหนึ่งในสมุดภาพ แต่ท่าโจมตีที่มีอยู่มันรุนแรงเกินไป ดังนั้นผู้เล่นจึงสามารถเลือกใช้ Agile Style เพื่อลดทอนความรุนแรงของท่าโจมตีได้ เรียกได้ว่าประยุกต์ใช้กับระบบการจับโปเกมอนที่เป็นหัวใจหลักของภาคนี้ได้อย่างลงตัวเลยทีเดียวระบบกึ่งโลกเปิด ดีไซน์เกมยอดนิยมในยุคนี้ระบบ Open World ถือว่าเป็นอีกหนึ่งระบบยอดนิยม ที่ช่วยเพิ่มคอนเทนต์ให้กับตัวเกมให้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะทำให้ผู้เล่นสามารถเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางแปลก ๆ ได้แล้ว ทางผู้พัฒนายังสามารถใส่เควสต์เสริม ไอเทมลับสำหรับคนชอบสำรวจ ไปจนถึงการฟาร์มวัตถุดิบมาใช้สร้างของต่าง ๆ อีกด้วยซึ่งในตัวเกม Pokémon Legends: Arceus นั้น เลือกที่จะใช้ระบบกึ่งโลกเปิดคล้ายกับดีไซน์จากเกม Monster Hunter โดยตัวผู้เล่นจะมีหมู่บ้าน Jubilife Village ทำหน้าคล้ายกับ Hub ที่รวบรวมทุกอย่าง ตั้งแต่ตัวอัปเดตแรงก์ ที่พัก ร้านเสื้อผ้า ร้านทำผม ไปจนถึงโปเกมอนที่ผู้เล่นเก็บสะสมไว้ และเมื่อผู้เล่นพร้อมที่จะออกไปเดินทางในโลกกว้าง ตัวเกมก็แบ่งพื้นที่ออกเป็นทั้งหมด 5 เขตใหญ่ ๆ ให้ผู้เล่นได้เลือกสำรวจ โดยในเขตใหญ่นั้นก็จะมีพื้นที่ย่อย ๆ ที่ภูมิประเทศแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ตัวเกมยังมีระบบโปเกมอนช่วยสำรวจเพิ่มเข้ามาอีกด้วย ทั้งโปเกมอนที่ทำให้เดินทางในพื้นราบได้เร็วขึ้น โปเกมอนที่พาผู้เล่นบินขึ้นไปบนท้องฟ้า โปเกมอนที่ทำให้สามารถข้ามผืนน้ำระยะทางไกลได้ ไปจนถึงโปเกมอนที่ช่วยให้ไต่หน้าผาชัน ๆ ได้ก็ยังมีซึ่งทางผู้พัฒนาได้ใช้ระบบโปเกมอนช่วยสำรวจนี้มาร่วมกับการออกแบบแผนที่อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ในเขตแรกของเกม คุณอาจจะมีพื้นที่บางจุดไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่เมื่อคุณมีโปเกมอนช่วยสำรวจแล้ว จุดนั้นก็จะกลายเป็นแหล่งสำรวจใหม่ในแผนที่เดิม ด้วยการออกแบบแผนที่เช่นนี้ จึงทำให้ผู้เล่นสามารถสำรวจแผนที่ซ้ำ ๆ ได้ถึง 3-4 รอบเลยทีเดียวนอกจากนี้ ทางตัวเกมยังได้นำเสนอระบบการฟาร์มหาของตามธรรมชาติ ที่มีความสำคัญมากกว่าเดิม โดยหากใครเคยเล่ยโปเกมอนมาในภาคก่อน ๆ คุณจะรู้สึกไอเทมตามทางมันไม่ค่อยมีประโยชน์เอาเสียเลย สู้เก็บเงินไปซื้อของจากร้านค้าจะดีกว่าแต่ใน Pokémon Legends: Arceus นั้น ทุกไอเทมแทบจะมีความสำคัญหมด ตั้งแต่โพชั่นเพิ่มเลือด ไปจนถึงวัตถุดิบสร้างโปเกบอล เนื่องจากตัวเกมภาคนี้นั้นไม่มี Pokémon Center ที่คอยรักษาโปเกมอนให้เราตลอดแบบฟรี ๆ ผู้เล่นจะต้องกลับมาพักผ่อนที่แคมป์เท่านั้น หากไม่อยากเสียทรัพยากรโพชั่น แต่การเดินทางไปมาระหว่างการสำรวจกับแคมป์มันก็ค่อนข้างเสียเวลา ตรงจุดนี้นี่เองที่ทำให้ไอเทมต่าง ๆ ที่ใช้ในการคราฟต์โพชั่น ไปจนถึงคราฟต์โปเกบอลมความสำคัญมากขึ้นนั่นเองเข้าถึงง่าย แต่ยังไม่ทิ้งความท้าทายดูท่าว่าเป้าหมายของ Pokémon Legends: Arceus คือการดึงผู้เล่นใหม่ให้เข้ามามากยิ่งกว่าภาคไหน ๆ เพื่อช่วยขยายฐานแฟนเกม เพราะสิ่งน่ารำคาญที่ผู้เล่นเดนตายเคยเจอจากภาคเก่า ๆ ได้ถูกปรับปรุงในตัวเกมภาคนี้กันเสียยกใหญ่ทั้งระบบท่าของโปเกมอน (Moves) ที่ในภาคก่อนหากลบท่านั้นทิ้งแล้ว ท่านั้นจะหายไปเลย หากอยากจะเรียนใหม่ต้องไปตามหา NPC เฉพาะทาง แต่ในภาคนี้ตัวเกมกับอนุญาตให้ผู้เล่นสามารถเรียนและลบท่าของโปเกมอนได้ตามใจ ที่หน้ากระเป๋าของตัวเอง ไม่ต้องเดินทางให้ยุ่งยาก รวมไปถึงระบบการพัฒนาร่าง (Evolve) ที่ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะให้โปเกมอนพัฒนาร่างตอนไหน ต่างจากสมัยก่อน ที่หากยังไม่อยากพัฒนาร่าง ผู้เล่นจะต้องคอยมากดห้ามพัฒนาทุกครั้งที่เลเวลอัป ทำให้แอบน่าหงุดหงิดอยู่บ้างนอกจากนี้ระบบการหนีโปเกมอนป่า (Flee) ก็ยังปรับให้สมเหตุสมผลมากขึ้น และเหมาะกับการเล่นในภาคนี้มากขึ้นอีกด้วย โดยหากใครเล่นโปเกมอนในภาคเก่า ๆ มา คุณน่าจะพอรู้ว่าการหนีโปเกมอนป่านั้น ไม่ได้มีโอกาสเกิดได้ 100% เพราะว่าในบางครั้ง หากโปเกมอนของผู้เล่นมีเลเวลต่ำกว่าโปเกมอนป่า หรือมีความเร็วที่น้อยกว่าโปเกมอนป่า ผู้เล่นจะไม่สามารถหนีได้ จึงทำให้ถูกบีบต้องสู้ทั้ง ๆ ที่ไม่อยากแต่ในภาค Pokémon Legends: Arceus นั้น ทางผู้พัฒนากลับเลือกเปิดโอกาสให้ผู้เล่นหนีได้แบบชัวร์ ๆ โดยสิ่งที่ต้องแลกมานั้นก็คือ โปเกมอนป่าจะหันมาจู่โจมผู้เล่นแทน ซึ่งถ้าหากผู้เล่นโดนโจมตีมากจนเกินไป ตัวผู้เล่นจะหมดสติ และกลับไปฟื้นที่แคมป์ ทำให้เสียเวลาในการเดินทางการนั่นเองโปเกมอนจ่าฝูงและโปเกมอนชั้นสูงอีกหนึ่งระบบที่น่าสนใจ และไม่พูดถึงไม่ได้ในภาคนี้คือ Alpha Pokémon (โปเกมอนจ่าฝูง) และ Noble Pokémon (โปเกมอนชั้นสูง)โดยโปเกมอนจ่าฝูงนั้น จะสามารถพบได้ทั่วไปตามแผนที่ Alpha Pokémon จะมีขนาดที่ใหญ่โต และเลเวลาที่มากกว่าโปเกมอนในแถบเดียวกัน นอกจากนี้เพียงแค่มันคำรามก็สามารถสร้างความเสียหายให้ผู้เล่นได้อีกด้วย ผู้เล่นสามารถสังเกต Alpha Pokémon ได้ง่าย ๆ เพียงแค่มองดวงตาที่เปล่งประกายสีแดงของพวกมันส่วน Noble Pokémon จะมีลักษณะสีเหลืองทองเปล่งประกายทั่วทั้งตัว และยังเป็นบอสประจำเขตทั้ง 5 ตามเนื้อเรื่องผู้เล่นจะได้สัมผัสประสบการณ์ในการกลิ้งแบบเกมตระกูล Souls ที่ต้องคอยสังเกต หลบหลีก และโจมตีสวนไปจนกว่าบอสจะเหนื่อย ถึงจะสามารถใช้โปเกมอนเข้าโจมตีโดยตรงได้ ซึ่งตรงจุดนี้ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างสร้างสรรค์ และมีระดับความยากที่กำลังพอดี ทำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่น่าจะเล่นจบได้ไม่ยากเย็นนักโดยเจ้าโปเกมอนทั้งสองประเภทนี้แหละที่คอยช่วยทำให้ Pokémon Legends: Arceus มีความตื่นเต้น เร้าใจ และรู้สึกว่า โปเกมอนในภาคนี้มันทรงพลังมากเสียจริง ๆ ในแบบที่โปเกมอนควรจะเป็นงานภาพที่ย้อนหลังด้วยขีดจำกัดของตัวเครื่องถือว่าผู้พัฒนาอย่าง Game Freak ค่อนข้างจะจริงใจเอาเรื่องเลยทีเดียว ที่ตัดภาพจากภายในเกมมาอวดลง Trailer ให้เห็นกันตั้งแต่แรก ไม่ได้ย้อมแมวโดยการใช้ฉาก Cutscence สวย ๆ มาหลอกล่อผู้เล่น ซึ่งนับตั้งแต่ที่เกมนี้โชว์กราฟิกออกมา ก็มีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่บ่นถึงเรื่องคุณภาพของกราฟิกที่ตกยุค ซ้ำร้ายแม้ภาคนี้จะออกมาทีหลัง Pokémon Sword and Shield ก็จริง แต่ตัวเกมกับมีภาพที่ให้แสงเงา สีสัน รวมไปถึงเอฟเฟกต์ต่าง ๆ สู้กับ Pokémon Sword and Shield ไม่ได้เลย เรียกได้ว่าเป็นการถอยหลังภาพกลับไปเสียมากกว่าแต่ตรงจุดนี้ถือว่าพอเข้าใจได้ เนื่องจากตัวเกม Pokémon Legends: Arceus นั้นมีความเป็นโลกเปิดที่ใหญ่กว่าภาค Sword and Shield แถมตัวเกมยังเข้าฉากการต่อสู้ที่ค่อนข้างเร็วอีกด้วย จึงทำให้ทางผู้พัฒนาเลือกที่จะใช้ลดความสวยงามของภาพลง เพื่อให้รักษาประสิทธิภาพที่ลื่นไหลเอาไว้ได้แทนแอบน่าเสียดายเหมือนกัน ที่ตัวเกมดันต้องมาถูกจำกัดด้านประสิทธิภาพของตัวเครื่อง แต่นี่จึงทำให้ทางผู้เขียนตั้งตารอเลยว่า หากตัวเกมภาคต่อไป ทำลงให้เครื่อง Nintendo ยุคใหม่ ภาพที่ออกมานั้นจะสวยงามเพิ่มขึ้นได้มากน้อยแค่ไหนกันเชียวนะคุ้มค่าแก่การสละเวลาเล่นไหม?Pokémon Legends: Arceus คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของแฟรนไชส์พ็อกเก็ตมอนสเตอร์ชื่อดังนี้ แม้อาจจะไม่สมบูรณ์พร้อมในทุกด้าน ทั้งภาพกราฟิกที่ตกยุค ระบบสอนเล่นที่ยืดจนเกินจำเป็น ทำให้ช่วงต้นเกมน่าเบื่อ ไปจนถึงระบบ Multi-Player ที่ยังไม่รองรับการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นด้วยกัน (ทั้ง ๆ ที่ภาคนี้มีชั้นเชิงในการต่อสู้เพิ่มมากขึ้นแท้ ๆ) แต่ถ้าหากว่าคุณสามารถมองข้ามสิ่งเหล่านั้นไปได้ สิ่งที่รอคุณอยู่คือความสนุก ติดพัน และวางไม่ลงระดับเดียวกันกับเกมอย่าง Monster Hunter หรือ The Legend of Zelda: Breath of the Wild เลยทีเดียวด้วยคอนเทนต์ที่อัดแน่น การไต่ระดับที่ทำมาได้น่าสนุกยิ่งกว่าภาคไหน ๆ โลกกว้างที่รอคอยให้ผู้เล่นเข้าไปสำรวจซ้ำ นี่จึงทำให้ Pokémon Legends: Arceus เป็นเกมที่แฟนโปเกมอนต้องเล่น และต่อให้คุณไม่ใช่แฟนโปเกมอน คุณก็ยังควรจะหามาเล่นอยู่ดี
01 Feb 2022
[Review] รีวิวเกม Uncharted: Legacy of Thieves Collection (PS5) "งดงามดุจภาพในความทรงจำ"
สำหรับเกมเมอร์หลายคน โดยเฉพาะคนที่พอมีอายุหน่อย มักจะเคยมีประสบการณ์ที่พอกลับไปเล่นเกมเก่า ๆ ที่เคยชอบจากสมัย PlayStation 1-2 แล้วรู้สึกเหมือนว่า “ภาพในความทรงจำ” เมื่อเรานึกถึงเกมเหล่านี้ มักจะสวยกว่าในความเป็นจริงเสมอ ราวกับว่าสมองของเราเลือกที่จะจดจำ “ห้วงความรู้สึก” ที่เกมสร้างให้เราในช่วงเวลานั้น ๆ มากกว่าจะจดจำสภาพที่แท้จริงของเกมนั่นคือความรู้สึกของผู้เขียนตลอดการเล่นเกม Uncharted: Legacy of Thieves Collection ในเครื่อง PlayStation 5 แม้จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกมได้รับการปรับปรุงจากภาคก่อนหน้าอย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของคุณภาพกราฟฟิค ไปจนถึงเฟรมเรต 60 FPS อันลื่นไหลของเกม แต่เกมกลับรู้สึกไม่ต่างจาก “ภาพในความทรงจำ” ของเกม Uncharted 4 ภาคดั้งเดิม (วางจำหน่ายปี 2016) ในหัวผู้เขียนเท่าไหร่นัก ซึ่งไม่ได้จะบอกว่าเกม Uncharted: Legacy of Thieves Collection นั้นทำออกมาได้ไม่ดี แต่เป็นการกล่าวชมเกมภาคดั้งเดิมมากกว่า ที่ทำออกมาได้ดีมากอยู่แล้วจนทำให้ข้อปรับปรุงทั้งหมด “เป็นส่วนหนึ่งของเกมมาแต่ต้น”แต่แม้ว่าคุณภาพของเกม Uncharted 4 (และ Uncharted: The Lost Legacy) จะยอดเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัยอยู่แล้ว สิ่งที่ผู้เขียนอดตั้งคำถามไม่ได้คือความคุ้มค่าของเกม ที่แม้จะแถมเกมภาคเสริมมาด้วย แต่กลับไม่มีโหมดออนไลนยอดนิยมของเกมดั้งเดิม แถมเกมยังมีตัวเลือกกราฟฟิคให้เลือกค่อนข้างจำกัด และใช้ประโยชน์จากลูกเล่นของ PS5 อย่างปุ่ม Adaptive Trigger ได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเกม PlayStation Exclusive ฉบับรีมาสเตอร์อื่น ๆ ที่ผ่านมาเกมเพลย์ที่ไม่หวือหวา แต่ไม่ธรรมดาสำหรับคนที่ไม่เคยเล