GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
ผลการค้นหา : "บทความ"
[บทความ] Pokémon Legends: Arceus รวมรีวิวจากสื่อต่างประเทศ ก้าวใหม่ที่ยิ่งใหญ่ของแฟรนไชส์
เปิดให้เล่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับตัวเกมภาคใหม่ที่ฉีกขนบธรรมเนียมเดิม ๆ ของแฟรนไชส์อย่าง Pokémon Legends: Arceus เกมโปเกมอนในโลกเปิดที่นำเสนอความเป็นแอ็กชันผสมผสานเข้าไปในโลกของโปเกมอนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนซึ่ง ณ ตอนนี้ ได้มีสื่อเกมต่างประเทศหลายเจ้าได้สัมผัสกับตัวเกมจนถึงขั้นเล่นจบแล้ว ส่วนผลคะแนนและรีวิวจากฝั่งตะวันตกจะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น เราจะมาสรุปให้คุณได้อ่านกันGameSpotตัวเกมไม่ได้นำเสนอระบบที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิงเหมือนกับซีรีส์ Mystery Dungeon หรือ Stadium ภายใน Pokémon Legends: Arceus นั้น แก่นหลักของตัวเกมยังคงเป็นการตามหา จับโปเกมอน และนำมาต่อสู้เพื่อการพัฒนาอยู่ดี ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามาถูกนำเสนอในโลก 3 มิติที่เปิดกว้างไอเดียหลายอย่างในตัวเกมยังคงไม่สมบูรณ์อยู่บ้าง แถมตัวเกมยังนำเสนอระบบการเล่นที่ค่อนข้างช้าก่อนที่จะให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับโลกกว้างด้วยตัวเอง มันน่าจะต้องทำให้แฟนเกมแฟรนไชส์โปเกมอนปรับตัวกันเยอะพอสมควร ทั้งนี้ นี่คือหนึ่งในก้าวที่กล้าหาญและยิ่งใหญ่มากจากซีรีส์เกมโปเกมอน ผู้พัฒนากล้าที่จะทำลายทุกอย่างที่เคยสร้างมาทิ้ง และเริ่มประกอบชิ้นส่วนของความสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้นเลยทีเดียวNintendo Lifeในตอนที่ Trailer ของเกมนี้ออกมาในช่วงแรก ชาวอินเทอร์เน็ตมักจะแซวกันว่า นี่มัน Breath of The Wild ฉบับโปเกมอนนี่หว่า ด้วยฉากเปิดแสดงให้เห็นทิวทัศน์จากบนภูเขา ตามมาด้วยเสียงเปียโนที่ช่วยโหมแรงให้คนฟังนึกถึงการผจญภัยอันแสนยิ่งใหญ่ที่รออยู่ซึ่งในเกมจริงนั้น มันก็เป็น Breath of The Wild ฉบับโปเกมอนจริง ๆ นั่นแหละ แต่มันไม่ได้เพราะสาเหตุตลก ๆ อย่างการที่ปรับตัวเกมเป็นแนวโลกเปิดเต็มที่ หรือการที่ตัวเกมใช้งานภาพคล้ายกันหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะตัวเกมได้นำเสนอสิ่งใหม่ ๆ มากมายสู่ฐานแฟนคลับที่รอเล่นอยู่นับล้าน ทางผู้พัฒนาเขากล้าที่จะกลับลำ หักศอก สร้างตัวเกมโปเกมอนที่ไม่เหมือนภาคไหน ๆ ที่เคยสร้างมาก่อนตลอดเวลา 25 ปีนี้Pokémon Legends: Arceus เหมือนกับการใช้บทเรียนตลอด 25 ปี ของทั้งแฟรนไชส์มาพัฒนาในเกม ๆ นี้พวกเขากำลังพาตัวเกมไปในทิศทางใหม่ที่น่าตื่นเต้น และเหลือเชื่อเอามาก ๆ ทั้งรางวัลของการสำรวจโลกกว้าง ระบบการจับโปเกมอนที่ชวนให้เล่นได้แบบติดพัน ไปจนถึงรายชื่อโปเกมอนต่าง ๆ ที่ถูกใส่เข้ามาในภาคนี้ ช่วยทำให้โลกภายในเกมโปเกมอนมีชีวิตชีวาแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในซีรีส์ บอกได้คำเดียวว่า Pokémon Legends: Arceus คือหนึ่งในเกมโปเกมอนที่ยอดเยี่ยมที่สุดของแฟรนไชส์นี้อย่างแน่นอนEurogamerPokémon Legends: Arceus มันมีความแปลกใหม่ที่ทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ นี่ความแปลกใหม่ที่ถูกนำมาสู่แฟรนไชส์อายุนับทศวรรษอย่างโปเกมอน ระบบภายในเกมยังคงมีการต่อสู้ การแลกเปลี่ยน การเก็บสะสม ไปจนถึงการต่อสู้กับโปเกมอนเทรนเนอร์ด้วยกันเหมือนดังภาคก่อน ๆ แต่ทั้งหมดที่ว่ามานั้นดันไม่มีระบบออนไลน์เสียนี่ ซึ่งตรงจุดนี้นับว่าน่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน ที่หนึ่งในระบบที่เป็นเหมือนตัวชูโรงของโปเกมอน อย่างการเจอกับผู้เล่นอื่นทั่วโลกถูกตัดให้หายไปในภาคนี้และอีกหนึ่งเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นข้อเสียก็คือ งานกราฟิกที่ดูล้าหลัง เนื่องจากในยุคนี้เครื่องเกมคอนโซลต่าง ๆ ล้วนแข่งกันแสดงพลังออกมาอย่างเต็มที่ พร้อมกับนำเสนองานภาพกราฟิกของตัวเกมที่สมจริงจนแทบแยกไม่ออก ทว่าทางโปเกมอนนั้นยังกลับเลือกใช้งานภาพแบบการ์ตูน ที่สีสันธรรมดา ๆ ไม่ได้สวยสดงดงามแบบเกมอื่น ๆ ในท้องตลาด จึงอาจทำให้เกมเมอร์สายเสพภาพบางคนหงุดหงิดขึ้นมาได้เช่นกันGamesRadarปัญหาด้านประสิทธิภาพ คืออย่างเดียวที่ฉุดรั้ง Pokémon Legends: Arceus เอาไว้ไม่ให้สมบูรณ์แบบ แต่ถึงอย่างนั้นตัวเกมก็ได้มอบช่วงเวลาดี ๆ ให้กับผู้เล่นได้มากมาย เพราะฉะนั้นข้อเสียเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่น ไม่ได้ทำให้เกมนี้กลายเป็นเกมที่แย่ลงแต่อย่างใดเลย นี่คือเกมโปเกมอนในยุคใหม่ที่ยอดเยี่ยมมาก ทั้งการวางฉากหลังในยุคอดีต ระบบการเล่นอันแปลกใหม่ และการมอบอิสระให้กับผู้เล่น ทั้งหมดนี้ช่วยกันทำให้ Pokémon Legends: Arceus กลายเป็นเกมที่คุณต้องห้ามพลาดเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณเป็นโปเกมอนเทรนเนอร์ที่รักในการจับโปเกมอน มากกว่าการนำมันไปต่อสู้กับผู้เล่นคนอื่นPolygonประสบการณ์ที่ได้รับจากการเล่น Pokémon Legends: Arceus นั้นถือว่าค่อนข้างยอดเยี่ยม คุณจะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่อยากจะเปลี่ยนแปลง และนำความสดใหม่มาสู่แฟรนไชส์อายุ 25 ปีนี้ ถึงมันจะมีปัญหาอยู่บ้าง อย่างเช่นในตอนที่ออกสำรวจโลกกว้างครั้งแรก คุณจะรู้สึกอัดอัดอย่างบอกไม่ถูก คุณจะรู้สึกแบบนั้นไปจนกว่าจะสามารถปลดล็อกวิธีเดินทางใหม่ ๆ ได้เลยล่ะ ส่วนด้านประสิทธิภาพของตัวเกมก็ค่อนข้างเละเทะเลย พบปัญหาพื้นผิวของวัตถุต่าง ๆ ในเกมที่โหลดไม่ทันอยู่บ่อยครั้ง ถึงอนิเมชันการเคลื่อนไหวของโปเกมอนจะทำออกมาได้ดีก็เถอะถึงทุกอย่างจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ Pokémon Legends: Arceus เป็นอีกหนึ่งเกมที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของทางผู้พัฒนาเป็นอย่างมาก ด้วยความดีงามของสิ่งต่าง ๆ ที่ตัวเกมนำเสนอ มันสามารถทำให้คุณมองข้ามข้อเสียและปัญหาต่าง ๆ ภายในตัวเกมไปได้อย่างไม่ยากเย็นเลย นี่ถือเป็นก้าวแรกที่ประสบความสำเร็จ สำหรับซีรีส์โปเกมอนที่นำเสนอความแอ็กชันเข้ามาในแฟรนไชส์VG24/7ตัวเกมเต็มนั้น มีสิ่งต่าง ๆ รอผู้เล่นอยู่มากมาย ยิ่งกว่าข่าวที่หลุดออกมาเสียอีก Pokémon Legends: Arceus คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าางความเก่าและความสดใหม่ ส่วนผสมของขนบธรรมเนียมแต่เดิม กับการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น เกมนี้มันช่วยเติมเต็มจินตนาการในยุค 90 ของเกมเมอร์หลาย ๆ คน ที่อยากจะสำรวจโลกกว้างไปพร้อมกับโปเกมอนได้อย่างดี ทุกอย่างมันสดใหม่ แถมยังน่าตื่นเต้นเอามาก ๆ และถึงแม้ว่าตัวเกมจะมีปัญหาทางด้านประสิทธิภาพอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่สามารถพรากความยอดเยี่ยมไปจาก เกมโปเกมอนโลกเปิดนี้ได้หรอก นี่คือหนึ่งในเกมโปเกมอนที่ยอดเยี่ยมที่สุดของแฟรนไชส์ตลอดเวลากว่า 25 ปี เลยVGCPokémon Legends: Arceus คือบรรยากาศใหม่ที่แฟรนไชส์โปเกมอนไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน แม้ระบบการเล่นต่าง ๆ ภายในเกมจากตัวอย่างอาจจะดูงง ๆ อยู่บ้าง แต่นี่คือเกมที่มอบความสนุก ความเร้าใจ และความน่าหลงใหลมากที่สุดของประวัติศาสตร์ซีรีส์โปเกมอนเลย ไม่ว่าคุณจะแฟนเกมในแฟรนไชส์ของโปเกมอนมาอย่างยาวนาน หรือคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งหัดจับโปเกมอนเมื่อวานนี้ คุณก็สามารถสนุกไปกับมันอย่างเต็มเปี่ยมได้ทั้งคู่ เพราะฉะนั้น เกมมนี้จึงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงThe Vergeเกมนี้คือโลกของโปเกมอนที่เกมเมอร์หลาย ๆ คนใฝ่ฝันอยากจะเข้าไป และอยากให้แฟรนไชส์นี้ทำมันขึ้นมาตลอดระยะเวลา 25 ปี ถึงแม้ตัวเกมโปเกมอนในภาคก่อนหน้านั้นจะมีเสน่ห์ในแบบของมันเอง แต่โลกที่ใช้เป็นฉากหลังไปจนถึงส่วนของการสำรวจก็ยังคงเป็นเส้นตรง มันเลยทำให้ผู้เล่นไม่ได้รู้สึกถึงการออกสำรวจจริง ๆ แถมการฝึกสอนโปเกมอนก็เป็นเหมือนเพียงการเดินเข้าพงหญ้า หรือหาเทรนเนอร์คนอื่นต่อสู้เพื่อเก็บค่าประสบการณ์ให้โปเกมอนของเราแข็งแกร่งขึ้นเพียงเท่านั้น ทั้งหมดที่ว่ามามันนำเสนอความสมจริงของการฝึกฝนสิ่งมีชิวตออกมาไม่ได้เลย ซึ่งหากว่ากัน ตามตรง เสน่ห์ของเกมโปเกมอนมันไม่ได้อยู่ตรงที่การสำรวจแผนที่อันกว้างใหญ่ แต่มันเป็นการตามหาความลับของเกมผ่านการพูดคุย ไปจนถึงการพัฒนาโปเกมอนที่เราเลี้ยงอยู่ในเติบใหญ่ต่างหากทั้งนี้ตัวเกม Pokémon Legends: Arceus สามารถคงกลิ่นอายและข้อดีของเกมโปเกมอนภาคเก่าเอาไว้ได้ครบถ้วน แถมยังนำเสนอโลกของโปเกมอนในมุมมองที่แตกต่างออกไปจากเดิมได้ยอดเยี่ยมอีกด้วย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จะต้องเป็นหนึ่งในก้าวที่ยิ่งใหญ่ของซีรีส์อย่างแน่นอนทั้งหมดนี้คือรีวิวของสื่อต่างประเทศทั้งหลายที่ได้สัมผัสตัวเกม Pokémon Legends: Arceus กันก่อนใคร ส่วนใครที่ติดตามอ่านรีวิวตัวเต็มจาก GameFever TH นั้น ก็บอกได้ว่าอีกไม่นานเกินรอ จะมีมาให้ได้อ่านกันอย่างแน่นอนครับแหล่งข้อมูล: Kotaku
27 Jan 2022
[บทความ] เมื่อกาลเวลาเล่นตลก: ทำไมเกมเก่าในความทรงจำ จึงมักดูดีกว่าความเป็นจริงเสมอ?
เชื่อว่ามีเกมเมอร์หลายคน คลุกคลีกับวิดีโอเกมมาตั้งแต่อ้อนแต่ออด ไม่ว่าจะเป็นยุคเครื่องเกมอย่าง Nintendo Entertainment System (NES) หรือที่เรียกกันติดปากว่า Famicom ยุคเครื่อง SEGA Genesis, PC Engine, PlayStation ไปจนถึง Game Boy ก็ล้วนเป็นเครื่องเกมคอนโซลที่สร้างความทรงจำอันแสนมีค่าให้กับเหล่าเกมเมอร์รุ่นเก๋ากันทั้งนั้นผู้เขียนยังเชื่ออีกว่ามีเกมเมอร์วัยเก๋าจำนวนไม่น้อย น่าจะเคยหวนย้อนนึกถึงอดีตอันแสนหอมหวาน หยิบจับเกมเก่า ๆ สุดรักขึ้นมาปัดฝุ่นกันบ้างอย่างน้อยสักครั้งหรือสองครั้ง พาตัวเองย้อนเวลากลับไปในวัยเด็ก ไม่ว่าจะด้วยเครื่องเกมแบบต้นตำรับที่เก็บรักษาเป็นอย่างดี หรือจะผ่านโปรแกรมจำลองอย่าง Emulator ก็ตามแต่ทว่าสิ่งที่ปรากฎตรงหน้านั้น กลับไม่เหมือนในความทรงจำเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งระบบการเล่นที่ดูเก้ ๆ กัง ๆ ตรรกะในเกมที่ไม่สมเหตุสมผล และสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างเด่นชัดคือ ภาพกราฟิกที่ดูตกยุคจนน่าใจหาย ทั้งที่เคยจำได้ว่าภาพของเกมนี้มันสวยมากแท้ ๆ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกมเก่าในความทรงจำของเรามันดูดีขนาดนั้น บทความนี้มีคำตอบ!มาตรฐานของสิ่งต่าง ๆ ที่สูงขึ้นหากใครที่เข้าสู่วงการได้ทันเกมชื่อดังระดับปฏิวัติวงการอย่าง Half-Life, Metal Gear Solid หรือ Crysis ภาพจำของเกมเหล่านี้ในหัวของคุณก็คือ เกมพวกนี้ภาพมันสวยมากกกก สวยเสียจนไม่มีเกมไหนเทียบได้เลย ซึ่งความทรงจำตรงนี้ก็ไม่ได้ผิดไปซะทีเดียว เนื่องจากในสมัยนั้น หากจะหาคู่แข่งที่ออกมาในช่วงเดียวกัน และสามารถพอฟัดพอเหวี่ยงกับ Half-Life หรือ Crysis ได้ ก็คงต้องบอกว่าหาได้ยากเสียเหลือเกินการมาของเกมที่มีคุณภาพคับแก้ว จึงได้ช่วยยกระดับมาตรฐานของเกมที่ตามมาทีหลังให้สูงยิ่งขึ้น ซึ่งหากว่ากันตามตรง ในยุคสมัยก่อน เกมพวกนี้ก็คือผู้สร้างมาตรฐานใหม่นั่นแหละ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ความทรงจำของคุณ จะจำภาพพวกมันในทางที่สวยงามจนเกินจริงไปเสมอแต่ทว่าในปัจจุบัน เกมอื่น ๆ ได้เริ่มยกระดับมาตรฐานของตัวเองมากขึ้น มีเกมระดับเทพที่ตามหลังออกมาเพิ่มขึ้น จึงทำให้มาตรฐานโดยรวมของวงการวิดีโอเกมสูงขึ้นเช่นกัน และเมื่อเราเคยชินกับมาตรฐานของเกมใหม่ ๆ ในยุคนี้แล้ว หากเราย้อนกลับไปเล่นเกมที่สร้างมาตรฐานเก่า ๆ มันก็ย่อมจะดูย่ำแย่กว่าความทรงจำอยู่แล้วล่ะครับสีที่ผิดเพี้ยนไปในยุคสมัยก่อน ผู้พัฒนาเกมจะต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัดหลายอย่าง และข้อจำกัดข้อใหญ่ที่สุดในยุคนั้นก็คงหนีไม่พ้นตัวฮาร์ดแวร์นั่นเอง ในสมัยที่จอทีวีของคนทั่วไปยังสามารถแสดงสีสันได้แค่ประมาณ 64 สี และใช้รูปแบบจอ CRT หากผู้พัฒนาเกมอยากจะให้เกมของพวกเขามีเฉดสีที่มากขึ้น พวกเขาจะใช้เทคนิคที่เรียกว่า 'dithering' เข้ามาช่วยซึ่งเทคนิค dithering  นี้ จะเป็นการนำสีสองแบบมาวางในช่อง pixels ติดกัน ผสมสีในอัตรส่วนที่ไม่คงที่ ทำให้สายตาของมนุษย์ถูกหลอกลวงให้มองเห็นเป็นสีอื่น ๆ จากที่หน้าจอแสดงผล ยกตัวอย่างเช่น หากจอทีวีรองรับแค่สีขาวกับดำ แต่ทางผู้พัฒนาเกมกลับอยากได้สีเทา พวกเขาจะนำสีขาวและดำมาวางในช่องติดกัน และผสมสองสีต้นเข้าด้วยกัน เพื่อหลอกสายตาของมนุษย์ให้เห็นเป็นสีเทาซึ่งวิธีนี้จะเหมาะใช้งานแค่บนจอแบบ CRT เพียงเท่านั้น เนื่องจากความคมชัดของจอ CRT จะทำให้มนุษย์สังเกตเทคนิค dithering ยากขึ้นส่วนคนที่นำเกมเก่า มาเล่นบนจอในยุคปัจจุบัน ก็ไม่ต้องแปลกใจไป หากเห็นสีของเกมมันเพี้ยน ๆ แตกต่างไปจากภาพในความทรงจำ นั่นก็เพราะเทคนิค dithering  ไม่ได้ถูกทำมารองรับกับจอในยุคใหม่นั่นเองสมัยก่อนมันดูดีกว่านี้จริง ๆเรายังคงอยู่ในเรื่องของข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีกันต่อ อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เวลาคุณหยิบเกมเก่า ๆ มาเล่นบนเครื่องยุคใหม่นั่นก็คือ ความคมชัดของภาพโดยในสมัยก่อนนั้น ตัวเกมส่วนใหญ่จะทำมารองรับความละเอียดที่ 240 หรือ 360 ซึ่งนับว่าเป็นความละเอียดที่พอดิบพอดีกับทีวีตามช่วงสมัยแต่ทว่าถ้าคุณนำเกมที่ภาพชัดแค่ 240 มาเล่นในยุคที่จอ TV แสดงความชัดได้ระดับ 4K มันจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ตัวเกมจะดูย่ำแย่กว่าความเป็นจริงเพราะโดยหลักการการทำงานของจอทั่ว ๆ ไปนั้น พวกมันจะขยายภาพเพื่อให้แสดงผลเต็มหน้าจอมากที่สุดและการที่เอาภาพที่มีความชัดต่ำ มาขยายบนจอขนาดยักษ์นั้นคงไม่ใช่เรื่องที่นี่จึงทำให้ภาพของเกมที่เคยดูสวยสดงดงามในความทรงจำนั้น ออกมาเละตุ้มเป๊ะเมื่อเราหยิบมันกลับมาเล่นในปัจจุบันนั่นเองดังนั้นหากใครอยากจะหยิบจับเกมเก่าขึ้นมารื้อฟื้อความหลัง คุณก็ควรจะหาจอเก่า ๆ ที่เหมาะกับอายุของตัวเกมมาเพื่อเล่นไปควบคู่กันด้วย ถึงจะได้รับประสบการณ์ที่เต็มรูปแบบของจริงอาการความทรงจำรั่วไหลสำหรับข้อสุดท้ายนี้จะไม่ได้เกี่ยวกับฮาร์ดแวร์ภายนอก แต่จะเป็นซอร์ฟแวร์ของมนุษย์เสียมากกว่าโดยอาการนี้จะถูกเรียกว่า 'Leaked Memory' หรือความทรงจำที่รั่วไหล อาการนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อสมองของมนุษย์ได้รับความทรงจำใหม่ที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับความทรงจำเก่า ซึ่งเมื่อมีจุดเชื่อมโยงกันนั้น จะมีโอกาสค่อนข้างสูงเลยทีเดียวที่สมองของเราจะเกิดการรั่วไหลของความทรงจำ และผสมรายละเอียดของความทรงจำเก่าและใหม่เข้าด้วยกันยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น คุณเคยเล่นเกม Mario Bros ที่ออกมาในปี 1983 มาก่อนในช่วงวัยเด็กและเมื่อคุณได้กลับมาเล่นเกม Super Mario Odyssey อีกครั้งในวัยผู้ใหญ่ ด้วยจุดเชื่อมโยงระหว่าง Mario ตรงนี้ จะทำให้ความทรงจำใหม่เกี่ยวกับ Super Mario Odyssey ไหลเข้าสู่ความทรงจำเก่าของ Mairo Bros นั่นเองคุณจะรู้สึกว่า Mario Bros ภาพมันสวยขึ้นเมื่อได้เล่นเกมภาคใหม่ ทั้ง ๆ ที่ตัวเกมทั้งสองทิ้งช่วงห่างกันถึง 34 ปี เลยก็ตามนี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เกมเก่าในความทรงจำ มักจะดูดีกว่าความเป็นจริงเสมอเป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับสาเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้เกมเก่า ๆ ดูสวยงามในความจำ แต่กลับระยำในความจริง ทั้งนี้ทางผู้เขียนขอแนะนำว่า หากอยากเล่นเกมเก่ารื้อฟื้อความหลัง รอเวอร์ชัน Remaster, Remake หรือ Reboot จะอะไรก็ว่าไปน่าจะเหมาะสมกว่า เพราะพวกคุณจะได้ไม่ไปทำร้ายความทรงจำอันแสนมีค่าด้วยแต่ถ้าอยากจะเล่นให้ได้จริง ๆ โดยที่ทางผู้พัฒนายังไม่ได้ทำเวอร์ชันใหม่ออกมา ก็ขอแนะนำให้ไปหาจอประเภท CRT ที่รองรับกับเกมนั้น ๆ เอานะครับ แบบนี้น่าจะช่วยให้ภาพสวยขึ้นระดับหนึ่งเลยทีเดียวเชียวแหล่งข้อมูล: https://www.gamerevolution.com/features/378895-heres-retro-games-look-awful-compared-remember https://nerdytech.org/why-do-old-video-games-look-worse-than-we-remember/ 
25 Jan 2022
[บทความ] รวมระบบอิหยังวะ? ที่ทำให้ผู้เล่นต้องปวดหัว ในเกม Genshin Impact
ไม่มีเกมอะไรที่สมบูรณ์แบบ ต่อให้เป็นเกมที่มีทุนสร้างระดับพันล้านอย่าง Genshin Impact ก็ตาม ตัวเกมยังคงมีบั๊กให้เห็นอยู่เรื่อยมา ซึ่งก็นับเป็นเรื่องปกติของการสร้างเกมต่าง ๆ ที่มักจะมีปัญหาที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ แต่ด้วยการแก้ปัญหาสไตล์ MiHoYo ที่ใช้เพชรเข้าฟาดผู้เล่น จึงทำให้ไม่มีคนบ่นเท่าไรนัก กลับกันดันมีคนชอบเสียด้วยซ้ำ เพราะได้ Primogem ค่าเงินสูงสุดในเกมนี้มาใช้กันแบบฟรี ๆ โดยที่ไม่ต้องเสียเงินเลยแม้สักแดงทว่าดูเหมือนปัญหาของผู้เล่นเกมสัญชาติจีนเกมนี้จะยังไม่จบแค่ที่บั๊กเพียงอย่างเดียว เมื่อล่าสุดได้มีการตั้งกระทู้ใน Reddit ถามไถ่ความเห็นของชุมชนผู้เล่นถึง “ฟีเจอร์ที่ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลยในเกม Genshin Impact” ซึ่งได้มีผู้คนจำนวนมากกด Upvote ให้กับกระทู้นี้ พร้อมกับมีผู้เล่นจำนวนมากเข้ามาชี้แจงถึงปัญหาที่พวกเขากำลังประสบพบเจออยู่1. ไม่มีตัวเลือกให้ Skip ข้ามฉาก Cutsceneนี่เป็นหนึ่งในปัญหาของหลาย ๆ เกมที่เน้นเนื้อเรื่อง ในแง่มุมหนึ่งก็เข้าใจถึงหัวอกของผู้พัฒนากับคนเขียนบทที่อุตส่าห์ตั้งใจทำออกมาแบบดิบดี แต่ในอีกมุมหนึ่งสำหรับคนที่คิดว่าเนื้อเรื่องส่วนนี้มันน่าเบื่อ การมีทางเลือกให้กับผู้เล่นได้ตัดสินใจด้วยตัวเองก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน และสำหรับ Genshin Impact นั้น ไม่ว่าจะเป็นเควสต์รายวัน เควสต์เนื้อเรื้องหลัก ไปจนถึงเควสต์กิจกรรม ล้วนเต็มไปด้วยบทพูดของตัวละครจำนวนมหาศาล ดังนั้นคงไม่แปลกเลยที่มีผู้เล่นจำนวนมาก อยากให้ตัวเลือกกด Skip ข้ามฉาก Cutscene หรือฉากพูดคุยเสียที2. เข้าดันเจี้ยนต้องวิ่งไปกดเริ่มใหม่ทุกครั้งดันเจี้ยนของเกม Genshin Impact จะมีลักษณะเป็นทางยาว และมีพื้นที่ให้ต่อสู้อยู่ตรงกลาง ซึ่งในการจะเริ่มดันเจี้ยนได้นั้น ผู้เล่นจำเป็นที่จะต้องวิ่งไปจนถึงใจกลางห้อง จึงจะสามารถเริ่มกดต่อสู้ในดันเจี้ยนได้ ปัญหามันอยู่ตรงนี้นี่แหละครับ การที่ผู้เล่นจะต้องวิ่งไปจนถึงกลางแผนที่ซ้ำ ๆ 100 รอบ 1,000 รอบ มันไม่ใช่สิ่งที่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย แถมการวิ่งไปยังทำให้ตัวละครเสียพลังกายอีกด้วย แทนที่จะปล่อยให้คนเล่นได้มีพลังกายเอาไว้วิ่งหลบการโจมตีของมอนสเตอร์ แต่ดันกลับมาให้ใช้วิ่งเข้าดันเจี้ยนเนี่ยนะ มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย3. การออกท่าทางของศัตรูกินเวลาจนเกินไปในปัจจุบัน มีมอนสเตอร์หลายตัวที่ท่าทางการโจมตีที่ค่อนข้างช้า แต่ทดแทนมาด้วยจังหวะอมตะหรือ iFrame (Invincible Frame) ที่ตัวมอนสเตอร์จะไม่ได้รับความเสียหายใด ๆ ในช่วงนั้นเลย ซึ่งหากเล่นในโหมดทั่ว ๆ ไป ก็คงไม่มีปัญหากับจุดนี้สักเท่าไร แต่ในบางภารกิจที่ต้องแข่งขันกับเวลา การออกท่าทางที่ยืด ยาว ยาน ย้วย แบบนี้ช่างสร้างความน่าหงุดหงิด และหัวร้อนให้กับคนเล่นได้ดีเลยทีเดียวล่ะ4. มอนสเตอร์กับผู้เล่นโดนดาเมจจากการตกจากที่สูงไม่เท่ากันนี่เป็นอีกหนึ่งระบบที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกไม่แฟร์ เนื่องจากภายในตัวเกมมักจะระดับชั้นความสูงของแผนที่อยู่ แต่การที่ผู้เล่นสามารถผลักมอนสเตอร์ที่มีพลังชีวิตประมาณ 4,000 ให้ร่วงหน้าผาลงไปได้นั้น มอนสเตอร์กลับยังไม่ตาย แถมบางทีพวกมันจะกลับมาเกิดใหม่ข้างหลังของคุณอีกด้วย กลับกัน หากผู้เล่นตกจากความสูงในระดับเดียวกันกับมอนสเตอร์เหล่านั้น ต่อให้ผู้เล่นมีเลือดเฉียด 20,000 ตัวละครที่ผู้เล่นใช้อยู่ก็จะสิ้นชีพลงอย่างอนาถใจเลยทีเดียว5. ระบบสุ่มเควสต์รายวัน ทำให้ยากต่อการเก็บ Achievement ภายในตัวเกม Genshin Impact จะมีสิ่งที่เรียกว่า Daily Quest (เควสต์รายวัน) ให้ผู้เล่นทำวันละ 4 เควสต์ โดยเควสต์ทั้งหมดจะถูกหมุนเวียนมาให้ผู้เล่นทำแบบสุ่ม เพราะฉะนั้นจึงมีโอกาสที่ผู้เล่นอาจจะได้เควสต์เดิมซ้ำกันสามวันติดเลยก็มี ซึ่งตรงจุดนี้ จึงทำให้มีผู้เล่นบางกลุ่มไม่ค่อยพอใจ เนื่องจากพวกเขาต้องการเก็บ Achievement ในบางเควสต์ แต่เล่นมาเป็นปี ก็สุ่มไม่เห็นได้สักกะที แบบนี้มันน่าโมโหไม่ใช่น้อยเลยนะเนี่ย6. Elemental Burst ของ Venti ไม่สามารถดูดระเบิดของ Klee ได้ แต่ สกิลของตัวละครธาตุลมอื่น ๆ กลับทำได้คนที่เสพเนื้อเรื่องของตัวเกม Genshin Impact น่าจะพอรู้ว่าตัวละคร Venti นั้นเป็น Anemo Archon หรือก็คือเทพประจำธาตุลมนั่นเอง แต่เรื่องดันมีอยู่ว่า สกิลอัลติเมตของ Venti ดันไม่สามารถใช้คอมโบร่วมกับสกิลของตัวละคร Klee ได้เรื่องนี้คงไม่มีปัญหาเกิดขึ้น ถ้าตัวละครธาตุลมอื่น ๆ ไม่สามารถทำได้เช่นกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเนี่ยสิ เมื่อตัวละครอย่าง Sucrose, Kazuha และ Jean ที่มีสกิลในการรวบและดูดมอนสเตอร์กลับดึงระเบิดที่มาจากสกิลของ Klee ได้ซะงั้น แล้วแบบนี้เทพจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้กัน7. ระบบล็อกเป้าอัตโนมัติที่ห่วยเหลือเชื่อสำหรับอาวุธตีไกลหากใครได้พอลองเล่นตัวละครสายยิงไกลอยู่บ้าง น่าจะพอรับรู้ถึงระบบความห่วยของ Auto Aim หรือเล็งอัตโนมัติภายในตัวเกม ซึ่งมีบ่อยครั้งที่ตัวเกมเล็งให้แบบมั่วซั่วจนเกินจะรับไหว ตีมอนสเตอร์อยู่ดี ๆ ดันไปเล็งหมูป่าข้างทางให้ซะงั้น ซ้ำร้ายยิ่งถ้าเป็น Elemental Burst ที่อุตส่าห์เก็บไว้ใช้ในจังหวะสำคัญ ดันเล็งมั่วขึ้นมา งานนี้คงมีหัวร้อนกันไปข้างเลย8. ย้อนกลับไปทำเควสต์เนื้อเรื้องหลักไม่ได้ (หรืออย่างน้อยย้อนกลับไปดูก็ยังดี)เป็นอีกหนึ่งความไม่พอใจของผู้เล่นบางส่วน เนื่องจากตัวเกมกินเนื้อที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกแพตช์ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งของความใหญ่นั้น น่าจะมาจากบทพูดคุยจำนวนมหาศาลของตัวละครอีกด้วย แต่ทว่าทั้ง ๆ ที่มีบทพูดมากมาย แต่ดันกลับไม่มีตัวเลือกให้ผู้เล่นย้อนกลับไปดูเสียนี่ แถมสำหรับผู้เล่นที่ไม่ต้องการหรือทำเควสต์จบไปแล้ว ตัวเกมก็ยังไม่มีตัวเลือกให้ลบข้อมูลเกมในส่วนนั้นทิ้งไป เพื่อประหยัดเนื้อที่อีกด้วย9. ระบบล็อกภูมิภาค ทำปัญหาให้กับผู้เล่นใหม่Genshin Impact นั้น จะดำเนินเนื้อเรื่องอยู่ในโลก Teyvat ที่มีประเทศทั้ง 7 รอให้ผู้เล่นได้เข้าไปผจญภัย ทว่าตัวเกมกลับไม่ได้เป็น Open World แบบเต็มที่ ในบางแผนที่ตัวผู้เล่นจะต้องทำเควสต์เนื้อเรื่องเพื่อปลดล็อกประเทศใหม่ ๆ เสียก่อน ซึ่งตรงจุดนี้ ได้สร้างปัญหาให้กับผู้เล่นใหม่บางกลุ่มเช่นกัน เนื่องจากตัวละครใหม่ ๆ บางตัวจะต้องการไอเทมที่อยู่ในเมืองของตัวเอง แน่นอนว่าเมื่อเป็นตัวละครใหม่ มันก็จะต้องเรียกร้องไอเทมที่อยู่ในประเทศใหม่ให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่องด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ผู้เล่นที่ยังไม่ได้สำเร็จเควสต์เนื้อเรื่องหลัก ไม่สามารถเพิ่มความสามารถหรือเลเวลของตัวละครได้นั่นเอง กลายเป็นเสียเงินเติมเงินมากดหาตัวละคร แต่กลับหยิบมาใช้ไม่ได้เพราะเลเวลน้อยซะอย่างนั้น10. ถอดหรือย้อนกลับการปลดกลุ่มดาวไม่ได้การปลดกลุ่มดาว คือการที่ผู้เล่นเปิดได้ตัวละครเดิมซ้ำกับที่มีอยู่แล้ว ซึ่งการปลดกลุ่มดาวจะมี 6 ขั้น แน่นอนว่าเมื่อยิ่งปลดล็อก ตัวละครของเราก็จะมีความสามารถเพิ่มขึ้น บางตัวที่ปลดกลุ่มดาวเยอะ ๆ อาจจะทำให้เกมการเล่นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเลยก็มีทั้งนี้ยังมีตัวละครบางตัว เช่น Bennett ที่ปลดกลุ่มดาวสูง ๆ แล้วกลับแย่ลง (ในเชิงเล่นเป็นทีม) เนื่องจาก Bennett ในกลุ่มดาวขั้นที่ 6 จะทำให้เพื่อนร่วมทีมโจมตีปกติออกมาเป็นความเสียหายไฟ ซึ่งว่ากันตามตรงมันเป็นบัฟที่ไร้สาระมาก ทำให้ไม่มีผู้เล่นคนไหนต้องการกลุ่มดาวนี้ เรื่องนี้มันคงไม่เป็นปัญหาขึ้นมา หากไม่มีผู้เล่นบางคนเผลอไปปลดล็อกกลุ่มดาวเข้า ส่งผลให้ตัวละครระดับ SS กลายเป็นตัวละครโง่ ๆ ที่ขัดปฏิกิริยาธาตุกับเพื่อนไปโดยปริยาย นี่จึงเป็นที่มาของการเรียกร้องให้ตัวเกมถอดหรือย้อนกลับการปลดกลุ่มดาวได้นั่นเอง11. ระบบโล่ไม้ที่ไม่สมเหตุสมผลหากใครได้ลองเล่น Genshin Impact มาบ้าง คุณจะพบว่ามีมอนสเตอร์บางตัวที่ถือโล่ โดยโล่เท่าที่เห็นในเกมตอนนี้จะมีสองประเภท คือโล่หินกับโล่ไม้ (ไม่นับโล่ธาตุจากมอนสเตอร์ที่เป็นนักเวทย์) โล่หินที่ดูแข็งแรงนั้น สามารถทำลายลงได้ด้วยการโจมตีจากดาบใหญ่ การโจมตีกระแทกแรง ๆ ไปจนถึงการโจมตีจากธาตุหิน ทว่าโล้ไม้ที่ดูอ่อนแอกว่านั้น กลับทนทานการโจมตีแทบทุกชนิด ยกเว้นการโจมตีจากธาตุไฟเท่านั้นเอง ซึ่งตรรกะตรงนี้ดูจะไปสะกิดต่อมความเป็นจริงของผู้เล่นหลาย ๆ คนเข้า จึงทำให้พวกเขารู้สึกว่า นี่มันอิหยังวะ?12. ระบบ Auto Climbing ที่ทำให้การต่อสู้ติดขัดภายในเกม Genshin Impact จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ปีนป่ายพื้นผิวต่าง ๆ ตามใจชอบ ช่วยให้ผู้เล่นสำรวจโลกกว้างได้อย่างเต็มที่ ทว่าระบบนี้ก็มีข้อเสียเช่นกัน เพราะในการต่อสู้บางครั้ง หากตัวผู้เล่นเดินเข้าไปชนกับกำแพงหรือพื้นผิวต่าง ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ ตัวละครที่ผู้เล่นควบคุมอยู่จะทำการปีนขึ้นไปบนพื้นผิวนั้น ๆ โดยอัตโนมัติ ซึ่งมันส่งผลให้การต่อสู้ติดขัด เป็นอย่างมาก ในบางครั้งผู้เล่นอาจจะขั้นเสียชีวิตจากระบบนี้เลยก็มี นี่จึงเป็นเหตุผลให้ผู้เล่นบางส่วนเรียกร้องให้มีตัวเลือกในการเปิด-ปิดระบบ Auto Climbing หรือปีนป่ายอัตโนมัตินั่นเอง13. ระบบปฏิกิริยาธาตุที่ให้ความสำคัญไม่เท่ากัน สำหรับคนที่เล่นเกม Genshin Impact กันแบบจริงจัง น่าจะพอมีความรู้ในเรื่องตัวคูณดาเมจของการทำปฏิกิริยาธาตุต่าง ๆ กันอยู่บ้าง ซึ่งธาตุที่ทำดาเมจได้หนักหน่วงในเกมนี้คือ Trio ทั้งสามอย่าง ไฟ น้ำ และน้ำแข็ง (เมื่อธาตุทั้งสามนี้ทำปฏิกิริยากันเอง ดาเมจที่ได้จะเป็น x1.5 เท่า ไม่ก็ x2 เท่า) ส่วนธาตุไฟฟ้านั้นกลับอ่อนกว่าธาตุอื่น ๆ เมื่อต้องทำปฏิกิริยาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในด้านตัวเลขที่เป็นดาเมจ ไปจนถึงด้านประสิทธิภาพในการใช้งาน ตรงจุดนี้นี่เองที่ทำให้แฟนเกมบางคนถึงกับบ่นอุบว่า ธาตุไฟฟ้ามันเป็นลูกเมียน้อยชัด ๆ14. เกมเข้ามาเป็นปีแล้ว แต่ยังไร้วี่แววของตัวละครธาตุไม้ธาตุไม้หรือ Dendro เป็นหนึ่งใน 7 ธาตุที่ถูกนำมาโปรโมตตั้งแต่เกมเปิด แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีตัวละครธาตุไม้ที่ผู้เล่นสามารถบังคับเองได้สักที ทั้งนี้ แม้ตัวเกมจะแอบปล่อยหมัดแย๊บเบา ๆ อย่างการโชว์ตัวละคร NPC ธาตุไม้อย่าง Baizhu ออกมาบ้าง แต่ก็ดูท่าว่า MiHoYo จะใช้เวลาอีกนานเลย กว่าจะเอาตัวละครธาตุไม้เข้าตู้กาชาปองมาให้ผู้เล่นได้เปิดหากัน15. กดเก็บไอเทมได้ทีละชิ้นทั้ง ๆ ที่มีไอเทมชนิดเดียวกันกองอยู่ที่พื้นในช่วงเวลาที่ผู้เล่นออกสำรวจโลกกว้าง จะมีบางครั้งที่ไอเทมจำนวนมากกองอยู่ในพื้นบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งถ้าหากเป็นไอเทมคนละชนิด การที่จะเก็บแยกชิ้นกันมันก็ฟังดูสมเหตุสมผลดี แต่ตัวเกมกลับทำให้ไอเทมชนิดเดียวกันต้องมานั่งเก็บแยกชิ้นด้วยนี่น่ะสิ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องอิหยังวะที่สร้างความรำคาญใจให้บรรดาผู้เล่นไม่น้อยเลยทีเดียว16. ตัวละครหลักเสียงพากย์น้อย แถม Paimon ยังพูดมากเกินการที่ตัวละครหลักที่ผู้เล่นควบคุมจะไม่มีเสียงพากย์นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกสักเท่าไร เพราะมีเกมอีกมากมายที่เลือกใช้การนำเสนอแบบนี้ ปล่อยให้ผู้เล่นได้จินตนาการถึงเสียงของตัวหลักเอง ทว่าในตัวเกม Genshin Impact นั้น จะบอกว่าตัวละครหลักจะไม่มีเสียงพากย์เลยก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะมีช่วงหนึ่งของเนื้อเรื่องที่ตัวเอกของเราพูดออกเสียงขึ้นมา ทั้งนี้เลยทำให้ผู้บางส่วนงงกันว่า อ้าว ก็พูดได้นี่ แล้วที่ผ่านมา ทำไมไม่มีเสียงฟะ?! และนอกจากตัวละครหลักอย่างนักเดินทางที่ผู้เล่นสวมบทบาทแล้ว ยังมีอีกหนึ่งตัวละคร NPC เพื่อนร่วมทางอย่าง Paimon ที่พูดได้ พูดดี พูดเป็นต่อยหอย จนทำให้มีหลายคนสงสัยว่า ตกลง Paimon มันเป็นตัวละครหลักที่แท้จริงหรือเปล่านะ?17. หลุมดำของ Venti ที่ดูดมอนสเตอร์บางตัวไม่ได้ (ทั้งที่ควรจะดูดได้)ปัญหาของ Elemental Burst ของ Venti ยังไม่จบ เพราะตามหลักการทำงานของเจ้าสกิลนี้นั้น มันจะดูดเฉพาะมอนสเตอร์ที่มีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลางเข้ามาอยู่ใจกลางของหลุมดำได้ แต่ทว่าดันมีมอนสเตอร์ที่ชื่อว่า Specters ไม่ถูกดูดเข้ามาอยู่ใจกลางของหลุมดำเสียอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่มันลอยอยู่ แถมยังตัวเล็กตรงกับเงื่อนไขสกิลของ Venti อีกด้วย ดูท่าว่าเจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้จะมีพลังมหาศาลมากมายกว่าที่ผู้เล่นคิดเอาไว้เสียแล้ว18. กดเปลี่ยนธาตุตัวหลักยุ่งยาก ต้องวาร์ปไปตามเสาของเมืองต่าง ๆ ก่อนอีกหนึ่งฟีเจอร์อำนวยความสะดวกสบายที่ขาดหายไปของเกม คือการกดเปลี่ยนธาตุของนักเดินทางนั่นเอง โดยในแพตช์ปัจจุบันนั้น การที่ตัวละครนักเดินทางจะสามารถเปลี่ยนธาตุแต่ละที ผู้เล่นจำเป็นที่จะต้องวาร์ปไปตาม Statue of Seven ประจำประเทศนั้น ๆ ก่อน ถึงจะสามารถทำการเปลี่ยนได้ ซึ่งแน่นอนว่าการกดเข้าแผนที่ กดวาร์ป และเดินไปที่รูปปั้นที่เปลี่ยนธาตุนั้นมันไม่สะดวกสบายเอาเสียเลย ทำไมถึงไม่ทำให้นักเดินทางสามารถเปลี่ยนธาตุได้ ตั้งแต่หน้าเมนูกันเล่า?19. มอนสเตอร์ให้ XP น้อยมาก แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเลเวลอัปโดยไม่ใช่สมุด XPภายในเกม Genshin Impact จะมีสิ่งที่เรียกว่าสมุด XP อยู่ มันจะช่วยเพิ่มค่าประสบการณ์ให้กับตัวละครได้จำนวนมหาศาล ซึ่งในเลเวลสูง ๆ สมุด XP นั้นเป็นสิ่งของที่ขาดไม่ได้เด็ดขาด เนื่องจากมอนสเตอร์ทุกตัวล้วนให้ XP น้อยมาก น้อยจนไม่รู้จะน้อยยังไง นั่นจึงทำให้เป็นไปไม่ได้เลยที่ตัวละครของคุณจะเลเวลอัปได้ หากปราศจากสมุด XPทั้งนี้ทางชุมชนผู้เล่นจึงอยากให้ทางตัวเกมปรับอัตราการให้ XP ของมอนสเตอร์ทั่วไปขึ้นมาบ้าง20. ระบบตัดเข้า Cutscene ที่ทำให้ผู้เล่นตายแบบงง ๆเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่อิหยังวะมาก ๆ ในบางครั้งเมื่อผู้เล่นร่อนลงจากที่สูง เพื่อมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ทำเควสต์ แต่ว่าร่อนรับลมอยู่ดี ๆ ตัวเกมดันตัดเข้าฉากสนทนาเสียนี่ อันที่จริงมันคงไม่มีปัญหาอะไร หากฉาก Cutscene มาแล้ว ตัวละครจะยังร่อนอยู่ที่เดิมหรือยินอย่างปลอดภัยบนพื้นดินแต่ทว่าตัวเกมนั้น ดันบังคับให้ผู้เล่นออกจากโหมดร่อนเวหาระหว่างกลางฉากสนทนา ส่งผลให้ผู้เล่นบางคนต้องตายอย่างน่าอนาถ เพราะอยู่สูงจากพื้นดินจนเกินไป สร้างความหัวร้อนให้กับคนเล่นได้ไม่น้อยเลยทีเดียวเป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับรวมระบบที่อิหยังวะ? ภายในเกม Genshin Impact เชื่อว่าน่าจะมีระบบที่คุณผู้อ่านทั้งหลายเจอกับตัวเองกันมาบ้างทั้งนี้ทางทีมงานคงจะได้รับฟังเสียงเรียกร้องจากชุมชนผู้เล่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หวังว่าภายในอนาคตน่าจะมีการปรับแก้ระบบต่าง ๆ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับแฟนเกมมากขึ้นไม่มากก็น้อยนะครับแหล่งข้อมูล: Reddit
20 Jan 2022
[บทความ] แนะนำเกม Devotion: เกมสยองขวัญจิตวิทยา ที่จะกระตุ้นต่อมความกลัวของคุณเเบบขั้นสุด
กลับมาคุยกันอีกครั้งกับเกมผีสุดหลอนที่เหล่าแฟนๆเกมแนวสยองขวัญทั้งหลายจะต้องชื่นชอบอย่าง Devotion เกมแนวสยองขวัญสายเลือดไต้หวัน ที่พัฒนาขึ้นโดยค่ายเกมอย่าง Red Candle ที่ต้องบอกเลยว่าเกมนี้จะขยี้จิตใจของคุณให้แหลกคึได้อย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าทั้งภาพ เสียงหรือเนื้อหาก็จะนำพาให้คุณไปพบเจอกับประสบการณ์สุดหลอนได้อย่างแน่นอน ส่วนเนื้อเรื่องจะเป็นยังไง มีอะไรที่น่าสนใจบ้างในเกมนี้ ก็ตามมาดูกันได้เลยยยเรื่องราวความหลอนที่จะนำพาคุณไปสู่เบื้องลึกของจิตใจจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดจะเริ่มต้นขึ้นที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในปี 1980 ณ ประเทศไต้หวัน เป็นเรื่องราวของครอบครัวนึง มีพ่อ แม่ ลูก ดูเหมือนเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ปกติ แต่จริงๆแล้วแม่นั้นเคยเป็นดาราที่กำลังจะรุ่ง แต่ยอมทิ้งอนาคตและทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อมาดูแลคนเป็นพ่อที่เป็นนักเขียนบทตกอับที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ล้มเหลวไม่เป็นชิ้นเป็นอัน กับลูกสาวที่จู่ๆก็ป่วยเป็นโรคประหลาดขึ้นมา และจากนั้นเรื่องราวของเกมก็จะถูกถ่ายทอดผ่านห้อง 5 ห้องของอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ที่ต้องบอกเลยว่าแต่ละห้องก็จะมีเบื้องลึกเบื้องหลังสุดหลอนชวนขนหัวลุกซ่อนอยู่ ทำไม Devotion ถึงเป็นเกมที่คู่ควรกับผู้เล่นสายเกมผีจริงๆต้องบอกไว้เบื้องต้นก่อนว่าเจ้าตัวเกม Devotion เนี่ยไม่ได้มีระบบการเล่นที่หลากหลายหรือแปลกใหม่มากมายอะไรนัก สำหรับผู้เล่นที่ชื่นชอบการต่อสู้กับผีหรือการทำแอ็คชั่นอะไรเยอะๆก็อาจจะรู้สึกขัดใจอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่าต้องมาแนะนำเกมนี้ก็คงจะเป็นความน่าดึงดูดทางการถ่ายทอดและการเล่าเรื่องที่จะเล่นผ่านครอบครัวครอบครัวนึง โดยที่ครอบด้วยบรรยากาศและฉากที่ถูกเซตขึ้นมาให้เข้ากับวิถีชีวิต วัฒนธรรมและความเชื่อของชาวไต้หวัน ทำให้คนที่ได้ลองเล่นจะได้รับเนื้อเรื่องของเกมได้แบบเต็มๆ ถ้าจะให้สรุปง่ายๆก็คือสิ่งที่น่าดึงดูดและน่าตื่นเต้นของเกมนี้ไม่ใช่เรื่องของระบบการเล่น แต่เป็นการเล่าเรื่องแบบมีชั้นเชิงต่างหากระบบการเล่นแสนเรียบง่ายเพื่อให้เราอินไปกับเนื้อเรื่องได้แบบเต็มข้อด้วยเกมนี้จะมีระบบการเล่นที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมาย ประกอบกับมีมุมมองแบบบุคคลที่หนึ่ง (Firstperson) ก็จะทำให้เราได้รับรู้ถึงเรื่องราวของเกมได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่เราสามารถทำได้ในเกมนี้ก็คือการเดินสำรวจห้องต่างๆในอพาร์ตเมนต์ สะสมไอเทมและนำกลับไปไว้ในที่ที่มันควรจะอยู่ อย่างเช่น การเอาดอกไม้ไปใส่กระถาง การเอาของที่หล่นเอากลับไปไว้ในที่เดิม ซึ่งการทำแบบนี้ก็จะแปรียบเสมือนเป็นกุญแจที่จะทำให้เนื้อเรื่องดำเนินต่อไป โดยที่เราจะสามารถดูความคืบหน้าของเนื้อเรื่องได้ผ่านกระดาษข่าวสีขาวซีดๆที่แปะอยู่หน้าอพาร์ตเมนต์ คล้ายๆกับเป็นการบันทึกความทรงจำที่กู้คืนมาได้จากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นของทุกชิ้นล้วนแต่มีเรื่องราวจุดเด่นของเกมนี้ก็คือการบอกเล่าเรื่องราวโดยที่ไม่เราเล่นไปเรื่อยๆ เรื่องทั้งหมดก็จะค่อยๆเฉลยออกมาทีละฉาก โดยที่เกมนี้จะมีการย้อนเวลาไปมาระหว่างช่วงปี 1980, 1985, 1986 เพื่อตามหาเศษของความทรงจำต่างๆที่หล่นหายไป เพื่อที่จะนำมาปะติดปะต่อเรื่องราวจนมาถึงปัจจุบันคือในปี 1987 ด้วยเหตุนี้เองไอเทมทุกชิ้นที่เราเก็บมาหรือสำรวจก็จะเป็นตัวเชื่อมโยงความทรงจำและเรื่องราวต่างๆเอาไว้ด้วย หากคุณเป็นคนที่ขี้เกียจอ่านกระดาษโน้ตๆที่อยู่ในเกม ผู้เขียนบอกเลยว่าเกมนี้คุณควรจะอ่านมันแทบทุกชิ้น เพราะว่านอกจากการดำเนินเนื้อเรื่องของเกมให้เป็นไปแล้ว มันยังมีเรื่องราวเล็กๆที่เราไม่ควรจะพลาดในการทำให้เราเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวควบคู่ไปกับเรื่องราวที่เข้มข้นในเรื่องของตัวฉากของเกมนี้ทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะในเรื่องของแสงสีที่ทำให้บรรยากาศในเกมมันดูน่ากลัวและสร้างความกดดัน ผนวกกับการทำรายละเอียดของฉากให้ดูเหมือนกับเรได้ย้อนเวลากลับไปในช่วงปี 1980 ในประเทศไต้หวันจริงๆ อย่างเช่น ฉากของห้องอพาร์ตเมนต์ที่จะเป็นห้องมืดๆและมีแสงสีแดงเข้มๆโดยที่ผนังด้านข้างก็จะเต็มไปด้วยยันต์ ของทำคุณไสยต่างๆอยู่เต็มไปหมด สปอยล์ไว้ได้เลยว่าเกมนี้ไม่ได้มีฉากตกใจหรือ Jump Scared แบบหนักๆ แต่เกมนี้จะเน้นไปที่การทำภาพและบรรยากาศที่พร้อมจะล้อเล่นกับจิตใจของเราอยู่ตลอดเวลาที่เล่นเกมนี้ถึงแม้ว่าเกมนี้จะไม่ได้เป็นเกมที่กินเวลาที่นานนัก เล่นสัก2-3ชั่วโมงก็น่าจะเล่นจนจบได้ แต่ถ้าหากว่าเราลองสัมผัสกับเรื่องราวของเกมแบบเต็มๆ อ่านทุกข้อมูลที่หาเจอ รับรองได้เลยว่าเมื่อนำเรื่องราวทั้งหมดมาปะติดปะต่อกันจนสู่บทสรุปได้สำเร็จ คุณจะต้องรู้สึกว่าเกมนีมันเป็นอีกหนึ่งสุดยอดเกมผีอย่างแน่นอน สุดท้ายต้องบอกว่าในมุมมองผู้เขียน เกมนี้แม้แต่คนที่กลัวผีก็สามารถจับต้องได้เพราะไม่ได้มีฉากพาตกใจอะไรมากมาย แต่จะเป็นเกมที่เล่นกับจิตใจของเราด้วยความกดดัน เหมือนกับเราได้ดูหนังผีหรืออ่านเรื่องผียังไงอย่างงั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นเกมที่ถูกแบนออกจาก Steam เพราะในตัวเกมมีบางส่วนที่เป็นการล้อเลียนผู้นำของจีน จนโดนชาวจีนรุมวิพากษ์วิจารณ์กันยกใหญ่ แต่สุดท้ายก็ได้ถูกนำกลับมาวางจำหน่ายทางช่องทางเว็บไซต์ของทางผู้พัฒนาเองอย่าง Red Candle Games ใครอยากลองสามารถเข้าไปซื้อได้ทางลิงค์ด้านล่างในราคา $16.99 (ราว 559 บาท)https://shop.redcandlegames.com/games/devotion
17 Jan 2022
เกมออกมาเกือบ 4 ปี เพิ่งมีโอกาสบอกรัก God of War (2018) สักที! เผยความรู้สึกของคนที่เคยเล่นครั้งแรกบนเวอร์ชัน PC
ความคาดหวังมันเหมือนกับเป็นดาบสองคม หากสิ่งใดไม่เป็นไปตามที่หวัง สิ่งนั้นจะถูกด้อยค่าลงไปมากมายนัก อาจจะถึงขั้นสาปส่งเลยก็มี แต่ถ้าหากว่ามีสิ่งใดที่ทำออกมาตอบรับกับความหวัง ยิ่งถ้าสามารถทะลุความคาดหวังไปอีก สิ่งนั้นก็จะถูกเชิดชู และติดตรึงในใจของผู้ตั้งความหวังไปตราบนานเท่านานเลยล่ะ ซึ่งตัวเกม God of War (2018) เวอร์ชัน PC ที่ออกมานั้น มันก็เข้าข่ายเกมที่ทำได้ตามที่คาดหวัง อันที่จริงมันสามารถทำได้ทะลุเกินความคาดหวังขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ ถึงขนาดที่แม้ตัวผู้เขียนจะเคยแอบไปดูสปอยล์เนื้อหากับระบบการเล่นบางส่วนมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นกับเกมอายุเกือบ 4 ขวบเกมนี้อยู่ดีส่วนหนึ่งที่ตัดสินใจแอบดูสปอยล์เนื้อเรื่องของตัวเกมก็เพราะ ตัวผู้เขียนอยากจะรอซื้อเครื่อง PlayStation 5 ไปทีเดียวและค่อยเล่นไปพร้อมกับเกม Exclusive อื่น ๆ อย่างหนำใจ ดังนั้นจึงได้ตัดสินใจโดดข้ามเครื่อง PlayStation 4 ไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ด้วยเสียงลือเสียงเล่าอ้างในความดีงามของตัวเกม จึงทำให้ผู้เขียนอดทนรอแทบไม่ไหว ต้องไปตามเสพเนื้อเรื่องมาแก้กระสันกันไปก่อนทว่าเป้าหมายที่จะได้เล่นเกมนี้บนเครื่อง PS5 นั้นก็เป็นไปได้ยากเสียเหลือเกิน ด้วยปัญหาการขาดตลาดของชิปทั่วโลก ซ้ำร้ายยังโดนพวกพ่อค้าสาย Resell โก่งราคากันสุดลิ่มทิ่มประตู สายงบจำกัดแบบเรา ๆ จึงต้องยอมแพ้ และได้แต่รอให้ทาง Sony นำเข้าเครื่องมาจำนวนมากยิ่งกว่านี้เสียก่อนจนกระทั่งข่าวการมาถึงของ God of War เวอร์ชัน PC ที่เหมือนกับเทวดามาโปรด ช่วยให้หัวใจของผู้เขียนกลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้ง (แน่นอนว่าจัดแบบ Day One กันเลยทีเดียว) ส่วนประสบการณ์ของพี่โล้นกระทืบเทพเวอร์ชันควบคุมด้วยเมาส์กับคีย์บอร์ดจะเป็นอย่างไรนั้น บทความนี้มีคำตอบ!ร้อยสปอยล์ ไม่อร่อยเท่าสัมผัสเองถึงแม้จะเคยรับรู้เนื้อเรื่องของภาคนี้มาบ้างแล้ว แต่มันแทบเทียบไม่ได้เลย กับการได้สัมผัสด้วยสายตาและนิ้วมือของตัวเอง เคมีที่เข้ากันระหว่าง Kratos ผู้เงียบขรึม กับ Artreus ลูกชายในวัยต่อต้านช่วยสร้างสีสันให้กับการเดินทางได้เป็นอย่างดี ผู้เล่นจะได้เห็นลูกชายเด็กเกรียนที่ลิงโลดกับทุกอย่างที่พบเจอ ไม่ว่าจะเป็นศัตรู ดินแดนใหม่ ไปจนถึงสมบัติเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามประสาเด็ก พร้อมกันนั้นผู้เล่นยังจะได้เห็น Kratos ในรูปแบบวัยกลางคนที่มีความใจเย็นเป็นที่ตั้ง คอยห้ามปรามลูกชายอยู่เสมออีกด้วย การผสมผสานระหว่างตัวละครหลักสองตัวนี้ ช่วยสร้างมิติใหม่ให้ God of War ได้เป็นอย่างดีทั้งนี้ด้านเนื้อเรื่องก็ยังคงน่าติดตามอยู่เสมอ ด้วยตำนานเทพนอร์สที่คุ้นเคย ตัวละครหลัก ๆ ชื่อดังจะถูกเอ่ยถึงกันครบถ้วน ทั้ง Odin, Freya, Thor ไปจนถึง Jörmungandr (World Serpent) แต่เนื่องด้วยตัวเกมยังเป็นปฐมบทของการเดินทางในแดนเหนือ ดังนั้นภาคนี้จึงยังปล่อยหมัดแย๊บเบา ๆ โดยการเอาเทพระดับรอง ๆ มาให้ผู้เล่นได้เพ่นกบาลกันก่อน ปูทางเอาไว้เพื่อภาคต่อไปอย่าง Ragnarok มหาสงครามของเหล่าทวยเทพและยักษ์นั่นเองอีกหนึ่งสิ่งที่น่าประทับใจคือมุมกล้องแบบ Long Take ที่ไม่มีการตัดฉาก ทุกอย่างมันลื่นไหลมาก การแพนกล้องจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งไม่มีอาการติดขัดให้เห็นเลย อีกทั้งยังมีลูกเล่นโฟกัสหน้า-หลังตอบรับกับบทพูดของตัวละครเชื่อว่าเทคนิคถ่ายยาว Long Take แบบนี้ คงยากที่จะเกิดในอุตสหกรรมภาพยนตร์ที่ใช้คนแสดงได้แน่ เพราะทุกคนห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียว ดังนั้นผู้กำกับจึงเลือกที่จะนำมาใช้ในวิดีโอเกมนั่นเอง ใครที่ชอบเสพงานภาพยนตร์ น่าจะร้องว้าวกับการนำเสนอมุมกล้องของเกมนี้อย่างไม่ต้องสงสัยระบบต่อสู้ที่สะใจทุกการปะทะสารภาพตามตรงว่า ตัวผู้เขียนไม่เคยสัมผัสกับเกม God of War มาก่อนเลยสักภาค เนื่องด้วยตัวเกมในภาคก่อน ๆ จะเป็นแนว Hack and Slash ที่เดินหน้า ไล่ฆ่ามันทุกอย่าง (ถึงภาคนี้จะยังไล่ฆ่าทุกอย่างเหมือนเดิมก็เถอะ) จึงทำให้ตัวผู้เขียนไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แต่ก็ยังคงพอได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของเกมมาอยู่บ้างจนกระทั่งมาในภาคของปี 2018 ที่ตัวเกมได้ยกเครื่องระบบต่อสู้ออกใหม่หมด และปรับออกมาเป็นแนว Action RPG ผสมผสานระหว่างการต่อสู้กับระบบ RPG ที่ใส่เข้ามาแบบลงตัว เพียงแค่เห็นฉากการต่อสู้ใน God of War ภาคนี้ ตัวคนเขียนก็อยากจะลองเอาหมัดกระแทกหน้าศัตรูด้วยตัวเองเลย แต่ช่างน่าเสียดายที่ต้องรอเกือบถึง 4 ปี เพื่อให้เกมได้มาลงบน PCซึ่งการรอคอยนี้ก็คุ้มค่ามาก ทุกการปะทะจะหนักหน่วง สะใจ และดุเดือด ทั้งเสียงทั้งภาพที่ถูกนำเสนอออกมาในฉากการต่อสู้นั้น ช่วยทำให้คนเล่นติดพันได้ไม่ยากเลย อีกทั้งตัวเกมก็ทำมาให้มีความท้าทายในระดับหนึ่ง ใครที่ชื่นชอบเกมแนว Dark Souls หรือ Witcher น่าจะถูกใจไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งนี้ ตัว AI ของ Atreus ก็ทำออกมาได้ลื่นไหล ช่วยต่อคอมโบกับผู้เล่นและขัดจังหวะศัตรูได้อย่างเฉียบขาด จนในบางครั้งก็แอบคิดว่า AI นี่มันเล่นเก่งกว่าตัวคนเขียนซะอีกมั้งอีกหนึ่งสิ่งที่ชอบเป็นการส่วนตัวคือระบบการเรียกกลับของขวาน Leviathan Axe จังหวะที่ปาขวานไปไกล ๆ แล้วเรียกกลับเข้ามือเนี่ย มันให้อารมณ์ Thor จากภาพยนตร์ชัด ๆ เลย เชื่อว่ามีหลายคนน่าจะคิดเหมือนกันและปาขวานเล่นพร้อมกับพูดว่า “ข้านี่แหละคู่ควร” อยู่กันบ้างแหละครับระบบ RPG ที่ลุ่มลึกมากกว่าที่ตาเห็นหากมองเผิน ๆ ระบบการอัปเกรดใน God of War อาจจะดูไม่ค่อยมีอะไรมากนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกอย่างมันส่งผลเกี่ยวโยงกันแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ สกิล ไปจนถึงของตกแต่งต่าง ๆโดยใน God of War ภาคนี้ ตัวเกมจะนำเสนอระบบเลเวลที่อิงจากอุปกรณ์ที่ Kratos สวมใส่อยู่ขณะนั้น ไม่ได้อิงมาจากการอัปเลเวลเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด นั่นจึงหมายความว่า ยิ่ง Kratos ใส่อุปกรณ์ที่ดียิ่งขึ้น เลเวลของ Kratos ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นนั่นเอง ซึ่งในเมื่อตัวเกมจั่วหัวมาเป็น RPG แล้ว ดังนั้นระบบเลเวลของแนว RPG จึงเข้ามามีผลด้วย และมันมีผลมากกว่าแค่ตัวเลขเอาไว้โชว์โง่ ๆ อย่างแน่นอนหากศัตรูที่มีเลเวลมากกว่า Kratos พวกมันจะดูเก่งขึ้นอย่างน่าตกใจเลยทีเดียว บางตัวยังถึงขั้นทุบทีเดียว ผู้เล่นตายเลยก็มี ดังนั้นโปรดอย่ายึดติดกับภาพจำ Hack and Slash ในภาคก่อนหน้า แต่จงปรับตัวรับกับระบบ Action RPG นี้จะดีกว่านะครับนอกจากนี้ระบบสกิล ไปจนถึงของตกแต่งต่าง ๆ ก็ยังช่วยสร้างความหลากหลายให้กับการเล่นได้ดีถึงจะเป็นไอเทมชิ้นเดียวกัน แต่การที่ใส่ของตกแต่งต่างกันจะช่วยทำให้การเล่นในแต่ละสไตล์ของผู้เล่นช่วยถูกขับออกมามากขึ้น สร้างความยืดหยุ่นในการเลือกวิธีกระทืบศัตรูได้ด้วยตัวของคุณเอง การควบคุมที่ซุ่มพัฒนามาเกือบ 2 ปีต้องยอมรับว่าตัวผู้เขียนแอบกังวลเรื่องการควบคุมภายในเกมอยู่เหมือนกัน เมื่อได้ยินว่าเกม (เคย) Exclusive ที่ถูกสร้างมาเพื่อ Controller ของ PlayStation นั้นจะถูกพอร์ตมาลง PC ที่ควบคุมด้วยคีย์บอร์ดและเมาส์ แต่หลังจากที่ได้ลองเล่นด้วยตัวเองนั้น คำ ๆ เดียวที่เกิดขึ้นในใจของผู้เขียนก็คือ “ยอดเยี่ยม”หากจะพูดว่า การใช้เมาส์กับคีย์บอร์ดเล่นมันดียิ่งกว่าการใช้จอยเล่นก็คงจะไม่เกินไปนัก (ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะปกติเคยชินกับ PC ด้วย)ทั้งการหันมุมกล้องที่ลื่นไหล ไม่มีอาการหน่วง ปุ่มที่ถูกวางมาได้พอดีมือในการควบคุม ไปจนถึงการตอบสนองของตัวเกม ทุกอย่างทำออกมาได้เข้าขั้นไร้ที่ติเลย ซึ่งทางผู้พัฒนาก็ได้ออกมาบอกว่า พวกเขาซุ่มทำระบบควบคุมด้วยคีย์บอร์ดและเมาส์กันถึง 2 ปีเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่ส่งผลออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนเลยล่ะครับส่วนการควบคุมด้วย Controller ของทางฝั่ง Xbox นั้นก็ไม่มีอาการติดขัด ปุ่มแสดงผลภายในเกมถูกปรับไปเป็นสัญลักษณ์ของจอย Xbox ภายในทันทีที่กระแสไฟฟ้าแล่นผ่าน เรียกได้ว่าทีมงานเก็บรายละเอียดทุกเม็ดจริง ๆ ทั้งนี้ทางทีมผู้พัฒนายังได้บอกอีกว่า Joy Con จากเครื่อง Nintendo Switch ก็ยังสามารถเล่นเกมนี้ได้ด้วยนะ ใครที่อยากจะลองก็สามารถเปิด Bluetooth ของเครื่อง PC และกดเชื่อมต่อเอาได้เลยนะครับ ภาพที่ละเมียดละไมจนไม่อยากละสายตาหากพูดถึงเกมภาพสวยประจำปี 2018 God of War คงจะติดโผอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าแม้เราจะอยู่กันในปี 2022 แต่ภาพที่ตัวเกมนำเสนอออกมาก็ยังถือว่าสวยสดงดงามเอาเรื่องอยู่ดีทั้งการนำเสนอแสงเงา รายละเอียดพื้นผิวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ผู้เล่นสามารถมีปฏิสัมพันธ์ หรือจะไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์ได้ก็ตาม เรียกว่าไม่เห็นจังหวะเผางานของทีมพัฒนาตัวเกมเลยแม้แต่น้อยทั้งนี้ยังมีเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ทั้งเวทมนตร์ พลังของศัตรู ไปจนถึงพลังของ Kratos เอง ทั้งหมดล้วนใช้แสงสีประกอบเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นฉากภายในเกมที่สวยงามแห่งยุคเลยทีเดียวอีกหนึ่งสิ่งที่น่าประทับใจคือการรังสรรค์โลกของตำนานเทพนอร์สออกมาได้อย่างสมจริง การพูดว่าสมจริงมันอาจจะดูแปลก ๆ ไปสักเล็กน้อย สำหรับเกมที่ใช้ฉากหลังเป็นเรื่องแต่ง แต่ตรงจุดนี้เชื่อว่า ผู้เล่นหลายคนที่ได้รับรู้ตำนานของทวยเทพมาบ้าง น่าจะคิดในหัวเหมือนกันว่า “ถ้ามันมีสถานที่ตามตำนานนี้ มันก็ควรจะเป็นแบบนี้แหละ” และถึงแม้ภาพที่ตัวเกมนำเสนอออกมาจะสวยงามมาก แต่ตัวเกมกับไม่กินแรงเครื่องมากสักเท่าไร ใช้เพียง Laptop ระดับกลาง ๆ ก็สามารถปรับภาพขึ้นไป High แถมยังทำเฟรมเรตได้ประมาณ 50-60 อีกด้วย และถ้าหากว่าใครที่ใช้การ์ดจอค่าย Nvdia RTX คุณยังสามารถเปิดเทคโนโลยี DLSS ที่ให้ผู้เล่นสามารถเลือกได้ระหว่าง Ultra Performance, Performance, Balanced และ Quality ซึ่งทั้งสี่ตัวเลือกนี้ จะทำให้ผู้เล่นปรับภาพกราฟิกของเกมได้มากยิ่งขึ้น แต่ยังคงรักษาเฟรมเรตที่ลื่นตาเอาไว้ได้นั่นเองโดยการตั้งค่าของผู้เขียนนั้น จะตั้งเอาไว้ที่ Original พร้อมกับเลือก DLSS เป็น Quality ช่วยให้ตัวเกมสามารถรันได้ที่ประมาณ 60-70 เฟรมตลอดเวลา (อาจจะตกไป 50 บ้างเมื่อโหลดฉากใหม่)บทสรุปของความประทับใจถ้าบทความนี้เป็นรีวิว คะแนนที่ออกมานั้นคงจะเป็นอันดับต้น ๆ ในใจทีมงานอย่างไม่ต้องสงสัย (สามารถอ่านรีวิวเต็ม ๆ ได้ที่ LINK)ด้วยเนื้อเรื่องที่ดำเนินไปอย่างแยบยล แอบวางปมในตอนท้ายที่ต้องร้องว้าว อีกทั้งระบบต่อสู้ที่เป็นหัวใจหลักของเกมที่ลื่นไหล กดคอมโบง่าย เข้าใจง่าย แต่ก็เปี่ยมไปด้วยชั้นเชิงของความ RPGการควบคุมที่ถูกออกแบบมาอย่างดี ราวกับเกมที่ทำมาเพื่อ PC โดยเฉพาะตั้งแต่แรก ไปจนถึงภาพที่ยังคงสวยงามแม้จะผ่านมาเกือบ 4 ปี แถมมาด้วยลูกเล่นงานภาพที่ละเอียดยิ่งกว่าเดิม จากตัวเกมเวอร์ชัน Original ใครที่มีจอภาพใหญ่ ๆ เครื่องแรง ๆ คงได้เสพภาพกินฟิน ๆ งานนี้แหละครับ และสำหรับข้อเสียนั้น หากจะหากันให้ได้จริง ๆ ก็คงเป็นการที่เล่นจบแล้ว จะทำให้อยากเล่นภาคต่อ จนต้องกุลีกุจอไปหาซื้อเครื่องคอนโซลมาเล่นเนี่ยแหละ สุดท้ายนี้ อยากจะบอกว่า ถึงจะเป็นการรอคอยเกือบ 4 ปี แต่มันก็คุ้มค่ามากเสียเหลือเกิน กด Day One ราคาเต็มยังคุ้มเลยครับ
17 Jan 2022
[บทความ] คอมเครื่องใหม่ต้องโดน Intel 12th Gen Alder Lake สุดยอด CPU ที่เหล่าเกมเมอร์ไม่ควรพลาด
ต้นปี 2022 แบบนี้ หลายคนก็อาจจะใช้โอกาสนี้สำหรับการประกอบคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่สักตัว เพื่อไปใช้ทำงาน เล่นเกม หรืออะไรก็แล้วแต่ตามจุดประสงค์ของตัวเอง โดยการประกอบคอมพิวเตอร์นั้น สิ่งที่ต้องนึกถึงเป็นอย่างแรงเลยก็คือ CPU (Central Processing Unit) หน่วยประมวลผลกลางของคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เหมือนสมองที่คอยออกคำสั่ง ให้กับขั้นตอนต่าง ๆ ในคอมพิวเตอร์เรียกได้ว่าเลือก CPU ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ซึ่งตัวเลือกในปัจจุบันเองก็จะแบ่งออกเป็นสองค่ายไม่ว่าจะเป็น Intel ค่ายฟ้า และ AMD ค่ายแดง โดยวันนี้ผู้เขียนจะมาแนะนำ CPU รุ่นที่เรียกได้ว่าน่าใช้งานที่สุด คุ้มค่าที่สุดในตอนนี้อย่าง Intel 12th Gen Alder Lake สุดยอด CPU แห่งยุค รายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างไปดูกันรู้จักกับ Intel 12th Gen Alder Lake ในช่วงที่ผ่านมานั้น ต้องบอกตามตรงเลยว่า เวลามีใครมาถามผู้เขียนว่า ควรประกอบคอมด้วย CPU อะไร ? ผู้เขียนก็มักจะตอบไปว่า ตอนนี้ Intel ไม่ค่อยดีสักเท่าไร เพราะที่ผ่านมา AMD Ryzen นั้นทำผลงานได้ดีจริงๆ ทั้งในเรื่องของราคาที่คุ้มค่า สเปกต่าง ๆ ที่ชนกันหมัดต่อหมัดแล้วทำได้ดี ทำให้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ ร้านคอมพิวเตอร์ไหนๆ AMD Ryzen ก็จะขายดีกว่าใครเป็นพิเศษ ทำให้ช่วงนั้นคะแนนของ Intel นั้นน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดจนในช่วงปลายปี 2021 การมาของ Intel 12th Gen Alder Lake ได้กลับมากอบกู้ Intel ให้กลับมาตีตลาดอีกครั้ง เรียกได้ว่าสั่นสะเทือนวงการไม่น้อย จุดเด่นของ CPU ซีรีส์นี้ก็คือ ความสามารถในการทำงานแบบ Multitasking ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ไม่ใช่การแยกคอร์แบบธรรมดาทั่วไป แต่แยก CPU ให้ประมวลผลคนละส่วนไปเลย ไม่ว่าจะเป็น P-core ที่ทำหน้าที่ประมวลผลหลักๆบนคอมพิวเตอร์ ส่วน E-core ทำหน้าที่สำหรับโปรแกรมที่ทำงานเบื้องหลัง ทำให้พวกมันทำหน้าที่ได้อย่างชัดเจน  ใครที่ชอบเปิดโปรแกรมไปด้วย เล่นเกมไปด้วย คุณจะเห็นความแตกต่างในส่วนนี้อย่างมาก   ที่สำคัญยังได้ทาง Microsoft มาช่วยพัฒนาให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบน Windows 11 ด้วยนั้นเองPerformance Core และ Efficient Core สิ่งที่ทำให้ Intel 12th Gen Alder Lake เหนือกว่าคู่แข่งอย่างที่เกริ่นไปด้านบนนั้น สิ่งที่เด่นชัดในซีรีส์นี้คือเรื่องของการทำงานแบบ Multitasking  ทำให้การใช้งานนั้นไหลลื่นแบบสุด ๆ สรุปให้เข้าใจแบบง่ายและเข้าใจได้ไวก็คือ- P-Core คอร์ประสิทธิภาพ ใช้สำหรับการเล่นเกม เน้นการประมวลผลแบบ Single Thread- E-Core คอร์ประหยัดพลังงาน ใช้งานโปรแกรมพื้นหลังทั่วไป เช่น เล่นเว็บไซต์ Spoitfy หรืออื่น ๆ โดยจะใช้ คอร์ E ที่เน้นประหยัดพลังงานผลทดสอบการเล่นเกมเบื้องต้นForza Horizon 5 i7-12700K : AVG 167 FPS Ryzen 9 5900X : AVG 166 FPSRed Dead Redemption 2 i7-12700K : AVG 178 FPS Ryzen 9 5900X : AVG 183 FPSCyberpunk 2077 i7-12700K : AVG 149 FPS Ryzen 9 5900X : AVG 132 FPSDeath Stranding i7-12700K : AVG 193 FPS Ryzen 9 5900X : AVG 204 FPSHitman 3 i7-12700K : AVG 253 FPS Ryzen 9 5900X : AVG 244 FPSคะเเนนจาก benchmarks ขอบคุณข้อมูลจาก Testing Game รายชื่อรุ่นของ Intel 12th Gen Alder Lake- Intel Core i9 16C/24Ti9-12900Ki9-12900KF- Intel Core i7 12C/20Ti7-12700Ki7-12700KF- Intel Core i5 10C/16Ti5-12600Ki5-12600KF - รุ่นอื่นๆเพิ่มเติมIntel Core i9-12900 , i9-12900FIntel Core i7-12700 , i7-12700FIntel Core i7-12700H (Notebook)Intel Core i5-12600 , i5-12600FIntel Core i5-12400 , i5-12400FIntel Core i5-12400H (Notebook)Intel Core i3-12300 , i3-12100 , i3-12100F สรุปแล้ว Intel 12th Gen Alder Lake ถือว่าเป็น CPU ที่ในตอนนี้ยังคุ้มค่าอย่างมากสำหรับการนำมาประกอบคอมพิวเตอร์ต้อนรับปีใหม่ ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล และ สเปกที่ได้กลับมา ถ้าหากคุณซื้อไปใช้งาน เชื่อว่ามันสามารถใช้งานแบบระยะยาวได้อย่างดีแน่นอน เรียกได้ว่าเจ็บและจบ นอกจากนี้แล้วคะแนนจากสื่อต่าง ๆ มากมาย ก็ยังเทให้ Intel 12th Gen Alder Lake จึงไม่มีเหตุผลเลยที่คุณจะไม่ลองใช้ CPU ซีรีส์นี้จาก Intel ข้อมูลจาก benchmarks.ul.com
14 Jan 2022
สรุป Tier List ของตัวละคร Genshin Impact ประจำแพตช์ 2.4 ตัวไหนน่าปั้น ตัวไหนน่าดอง ที่นี่มีคำตอบ!!
เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา Genshin Impact ได้ทำการอัปเดตแพตช์ 2.4 พร้อมกับปล่อยคำอธิษฐานของตัวละครใหม่อย่าง Shenhe (หอกน้ำแข็ง 5 ดาว) และ Yun Jin (หอกหิน 4 ดาว) ในช่วงครึ่งแพตช์แรกโดยตามธรรมเนียมของเกมประเภทที่มีตัวละครมากมาย เมื่อมีตัวละครใหม่เข้าเกมมานั้น มักจะมีการจัดอันดับตัวละครอยู่เสมอ แน่นอนว่าเกม Genshin Impact ที่เป็นเกมแนว Action-RPG Openworld ก็หนีไม่พ้นกับการจัดลำดับแบบนี้เช่นกัน ยิ่งเป็นตัวเกมที่การปลดล็อกตัวละครจะต้องมาจากการสุ่มกาชาปองเท่านั้นยิ่งแล้วใหญ่เพราะมีผู้เล่นหลายท่านที่มีงบจำกัด และต้องการแค่ตัวละครที่ทรงประสิทธิภาพเท่านั้นอีกด้วย การจัดอันดับตัวละครจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะในชุมชนผู้เล่นไทยหรือเทศก็ตามซึ่งในวันนี้ เราจะพาคุณผู้อ่านไปดูการอัปเดตอันดับของตัวละครทั้งหมด 47 ตัวภายในเกม โดยอิงจากการจัดอันดับของเว็บไซต์ Genshin Impact หลาย ๆ เจ้าประกอบกับความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนด้วยครับNamegamewith.netgame8.cogenshin.ggTotalTierHu tao55515SSAyaka55515SSBennett55515SSKazuha55515SSRaiden55515SSZhongli55515SSXingqiu55515SSGanyu54514SSItto55414SSVenti55414SSAlbedo45413SSDiona45413SSEula54413SSXiangling45413SSXiao54413SSMona44412SSucrose44412STartaglia44412SFischl44311SShenhe44311SBeidou43310SDiluc43310SJean43310SSara34310SYoimiya43310SYun Jin34310SKlee3339AKokomi3339ARosaria3339AGorou3429AKaeya3328ANoelle3328ASayu3328AYanfei3328ABarbara2327AKeqing3227AQiqi2327AThoma3227ANingguang3317ARazor3216BXinyan1225BChongyun2215BTraveler2215BAloy2114BLisa1113CAmber1113Cตัวละครระดับ SSควรจะมีติดไอดีไว้ ในแพตช์ปัจจุบันยังหาตัวละครอื่นมาทดแทนยาก สามารถทำดาเมจได้จัดจ้าน รุนแรง หรือสามารถซัพพอร์ตเพื่อนได้ดี ไปได้กับทีมที่หลากหลาย ปั้นไว้ได้ใช้แน่นอนAyakaตัวดาเมจหลักธาตุน้ำแข็งที่รุนแรงที่สุดในตอนนี้ แม้จะไม่ปลดกลุ่มดาวก็ยังรุนแรง ด้วยสกิล Elemental Burst ที่ทำดาเมจต่อเนื่อง บวกกับ Passive ของการกดวิ่งที่ทำให้ ตัว Ayaka จะได้รับบัฟ เปลี่ยนการโจมตีปกติ เป็นการโจมตีน้ำแข็ง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวที่ควรมีติดไอดีไว้ ไม่ควรพลาดเลยครับHu Taoตัวดาเมจหลักธาตุไฟที่รุนแรงที่สุดในตอนนี้ หากจะเก่งสุดควรจะปลดกลุ่มดาวอย่างน้อยที่ C1 จะช่วยทำให้เล่นได้ง่ายขึ้นมหาศาล เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าพลังงานในการชาร์จโจมตีดาเมจหลักของ Hu Tao จะมาจากการชาร์จโจมตี ดังนั้นการที่ตัวละครสามารถใช้การชาร์จโจมตีได้โดยที่ไม่เสียพลังงาน ในขณะที่อยู่ในสถานะบัฟของ Elemental Skill นั้น ถือเป็นเรื่องที่คุ้มค่าเป็นอย่างมากนอกจากนี้ ธาตุไฟในเกม Genshin Impact เป็นธาตุที่ค่อนข้างเก่งอยู่แล้ว บวกกับดาเมจที่ล้นเหลือของ Hu Tao จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะเป็นระดับ SSRaiden Shogunตัวซัพพอร์ต หรือตัวดาเมจรองที่เก่งกาจมาก ด้วย Elemental Burst ที่ใช้พลังงานน้อย ทำให้วนกลับมาใช้ได้บ่อย รวมไปถึง Elemental Skill ที่จะช่วยเติมดาเมจ ร่วมกับฟื้นฟูพลังงานให้กับเพื่อนร่วมทีมเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะหยิบจับไปเล่นในตำแหน่งอะไร ก็เหมาะสมไปหมด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวที่สามารถกลมกลืนได้กับทุกทีม มีติดไอดีเอาไว้ รับรอบจัดทีมง่ายขึ้นเยอะZhongliตัวซัพพอร์ตที่มีโล่หนาที่สุดในตอนนี้ แถมยังเป็นตัวซัพพอร์ตตัวเดียวที่สามารถสร้างโล่ได้อีกครั้ง ก่อนที่โล่จะหมดระยะเวลาลงไปอีกด้วย เท่านั้นยังไม่พอ ตัวโล่จาก Elemental Skill ของ Zhongli ยังให้ดีบัฟลดพลังป้องกันกายภาพและธาตุต่าง ๆ ของศัตรูอีก 20% เก่งรอบด้านจนถึงกับชุมชนชาวไทยถึงกับมีคำเปรียบเปรยที่ว่า “หากมี Zhongli อยู่ในทีม เกมจะเปลี่ยนเป็น Easy Mode โดยทันที”Kazuhaตัวละครซัพพอร์ตและดาเมจรองที่เก่งมากอีกหนึ่งตัว เนื่องจากธาตุลมภายในเกมจะเป็นธาตุที่คอยเสริมดาเมจอยู่แล้ว บวกกับสกิลต่าง ๆ ของตัว Kazuha ที่พอเหมาะ พอเจาะในการช่วยเติมดาเมจให้เพื่อนได้อย่างดิบดีเป็นอีกหนึ่งตัวที่สามารถไปอยู่ได้แทบทุกทีมที่มีตัวดาเมจหลักเป็นความเสียหายที่มาจากธาตุต่าง ๆ (ยกเว้นลมและหิน)Xingqiuตัวละครดาเมจรองธาตุน้ำที่เก่งที่สุดในตอนนี้ เนื่องจากความสามารถในการแปะธาตุน้ำให้ติดตัวศัตรู ช่วยให้ตัวดาเมจหลักทำปฏิกิริยาธาตุ และเสริมดาเมจได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะมีตัวละคร 4  ดาว แต่เนื่องจากความสามารถในการแปะธาตุน้ำที่ยังไม่มีใครเทียบได้ จึงไม่แปลกเลยที่ Xingqiu มักถูกจัดไว้ในระดับสูง ๆ อยู่เสมอAlbedoหนึ่งในตัวละครธาตุหินที่ทำดาเมจรองได้หนักหน่วง ด้วยการใช้งานที่ง่าย เพียงแค่สลับตัวออกมากด Elemental Skill ก็จบ บวกกับความสามารถในการเล่นคู่กับ Zhongli ได้อย่างเหมาะสม จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวที่ควรมีไว้ในครอบครองXianglingอีกหนึ่งตัวละคร 4 ดาว ที่สามารถไต่เต้ามาอยู่ในระดับ SS ได้ เนื่องด้วยสาเหตุเดียวกันกับ Xingqiuสาวน้อยตัวนี้มีความสามารถในการทำธาตุไฟติดตัวศัตรูได้ง่ายเป็นอย่างมาก และเมื่อมีธาตุไฟแปะติดอยู่แล้ว การทำปฏิกิริยาระเหยหรือละลายก็จะช่วยเพิ่มดาเมจทวีคูณเข้าไปอีกเรียกได้ว่าทีมไหนขาดตัวดาเมจรองธาตุไฟ ทีมนั้นจะต้องมี Xiangling อยู่อย่างแน่นอนVentiตัวดาเมจรองและซัพพอร์ตธาตุลมที่เก่งไม่แพ้กับ Kazuha แต่เนื่องด้วย Elemental Burst ที่ชอบยิงมั่วไปหน่อย จึงทำให้ถูกตีค่าให้อยู่ในระดับที่ไม่เทียบเท่า ถึงกระนั้น ตัว Venti ก็ยังมีจุดเด่นที่การดึงศัตรูเข้ามาอยู่เป็นกลุ่มก้อน ทำให้สามารถลงสกิล AoE (Area of Effect) ทำดาเมจเป็นวงกว้าง ช่วยให้จัดการศัตรูได้อย่างรวดเร็วDionaตัวละคร 4 ดาวธาตุน้ำแข็งที่ครบเครื่อง ทั้งการสร้างโล่ ไปจนถึงฮีลเพื่อนร่วมทีม แถมยังสามารถเป็นตัวฟื้นฟูพลังงานธาตุได้อีกด้วย หากใครที่ไม่มี Zhongli ก็สามารถใช้ Diona ทดแทนในตำแหน่งซัพพอร์ตได้ดีเช่นกัน Bennettหนึ่งในซัพพพอร์ต 4 ดาวธาตุไฟที่เก่งสุด ๆ เนื่องจากสามารถให้บัฟเพิ่มพลังโจมตีแก่เพื่อนร่วมทีมได้มากถึง 20% พ่วงมาด้วยการฮีลที่รุนแรงและรวดเร็ว (แม้จะมีการจำกัดอัตราฮีลไว้ไม่ให้ 70% ของพลังชีวิตก็เถอะ)หากใครกำลังหาตัวช่วยบัฟในการทำดาเมจมหาศาล หรือหา Healer ที่เก่ง ๆ การมองข้าม Bennett คงไม่ใช่ตัวเลือกที่ฉลาดนักIttoถึงจะเพิ่งเข้ามาใหม่ในแพตช์ก่อนหน้า แต่ด้วยพลังดาเมจที่ล้นเหลือ กับแนวการเล่นแบบใหม่ที่ Itto นำเสนอ พร้อมกับการเข้ามาทำหน้าที่ตัวดาเมจหลักของทีมธาตุหินได้อย่างพอดิบพอดี จึงไม่น่าแปลกเท่าไรนักที่ยักษ์ใหญ่หัวใจเด็กตัวนี้จะขึ้นเป็นหนึ่งในตัวดาเมจระดับ SS ของแพตช์ปัจจุบันXiaoตัวดาเมจหลักธาตุลมที่ค่อนข้างต้องการทีมเฉพาะทางที่ช่วยซัพพอร์ต เนื่องจาก Elemental Burst ต้องจ่ายพลังชีวิตในการใช้แต่ละครั้ง รวมไปถึงต้องการพลังงานที่เยอะในการกดใช้ จึงอาจทำให้มีเงื่อนไขยุ่งยากกว่าตัวอื่นบ้างแต่ด้วยพลังการจ่ายดาเมจแบบวงกว้างที่ดุเดือด รวดเร็ว และรุนแรง หากใครมีทีมที่พร้อม บวกกับอาวุธที่ใช่ ก็รับรองได้เลยว่า Xiao จะเป็นอีกหนึ่งตัวที่สามารถพาผู้เล่นข้ามผ่านทุกคอนเทนต์ไปอย่างง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปากGanyuแม้จะร่วงไปอยู่ในระดับ S บ้างในบางสำนัก แต่ด้วยอรรถประโยชน์รอบด้าน ความยืดหยุ่นขั้นสูงสุด ไม่ว่าจะหยิบจับไปเล่นในตำแหน่งตัวดาเมจหลัก ตัวดาเมจรอง หรือตัวซัพพอร์ต จึงทำให้ Ganyu ที่เคยถูกขนานนามว่าราชินีน้ำแข็งยังคงติดโผตัวละครระดับ SS ในครั้งนี้ได้อยู่Eulaตัวดาเมจสายกายภาพที่รุนแรงที่สุดในเกม ณ ตอนนี้ เนื่องด้วยความเป็นดาเมจกายภาพ ทำให้ไม่ต้องคิดมากในการทำปฏิกิริยาธาตุ ส่งผลให้ Eula เป็นตัวละครที่เล่นค่อนข้างง่าย เพียงแค่กดโจมตีปกติไปเรื่อย ๆ ศัตรูส่วนใหญ่ก็สิ้นลมหายใจแล้วและถึงแม้ในระดับบอส หรือ Abyss จะมีความยากที่เพิ่มขึ้น แต่ตัว Eula ก็มาพร้อมกับ Elemental Burst ที่รุนแรงจับใจ เหมาะสำหรับสายทำเวลา Speed Run ที่ทุกคนแทบจะต้องมีติดทีมเอาไว้เลยตัวละครระดับ Sเป็นตัวละครที่ทำดาเมจได้ยอดเยี่ยม แต่ไม่ถึงขั้นโกงแบบระดับ SS ส่วนในตัวละครประเภทซัพพอร์ตก็ยังนับว่าเก่งใกล้ ๆ กัน แต่อาจจะไปได้แค่กับทีมที่เฉพาะทางมากขึ้น ขาดความยืดหยุ่นในการสลับสับเปลี่ยนตัวไปมา Sucroseตัวดาเมจรองธาตุลมที่เหมาะสำหรับคนงบน้อย เนื่องจากเป็นตัวละคร 4 ดาว ทำให้ง่ายต่อการได้มามากกว่าตัว 5 ดาวธาตุลมตัวอื่นและถึงแม้สกิลต่าง ๆ จะให้อารมณ์คล้ายกับตัว 5 ดาวอย่าง Venti หรือ Kazuha ที่อยู่ในระดับ SSแต่ Sucrose จะสร้างผลกระทบในวงกว้างน้อยกว่า จึงทำให้ไม่สามารถดีดตัวขึ้นอยู่ในระดับที่สูงกว่านี้ได้นั่นเองทว่าหากใครที่ยังไม่มี ตัวดาเมจรองกระจายธาตุเก่ง ๆ Sucrose ก็นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเลยTartagliaเป็นตัวดาเมจหลักธาตุน้ำเดียวในเกมตอนนี้ ด้วยเกมเพลย์ที่แปลกใหม่ สลับไปมาระหว่างการโจมตีระยะไกลด้วยธนูและการโจมตีระยะใกล้ด้วยมีดสั้น ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่เล่นสนุกและเล่นเพลินในอดีต Tartaglia เคยเป็นตัวละครที่ทำดาเมจหมู่ได้รุนแรงมากที่สุด แต่หลังจากการมาของตัวใหม่ ๆ ที่ดาเมจจัดจ้านมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ Tartaglia เริ่มถูกเบียดอันดับร่วงลงมาอยู่แค่ S นั่นเอง Dilucหนึ่งในตัวดาเมจหลักธาตุไฟยุคเริ่มแรกของเกม ด้วยความที่ตัวละครใช้ดาบใหญ่ ร่วมกับธาตุไฟ จึงทำให้สามารถไปได้ทุกที่ ไม่มีปัญหาต่อมอนสเตอร์ที่ใช้โล่ไม้หรือโล่หินเลยแม้แต่นิดเดียวแต่ทั้งหมดที่ว่ามาต้องแลกมากับการที่ตัว Diluc จ่ายดาเมจได้ค่อนข้างช้า เมื่อเทียบกับตัวดาเมจหลักในยุคนี้ จึงทำให้พ่อหนุ่มดาบไฟคนนี้ต้องร่วงหล่นมาอยู่ในระดับ S ไปโดยปริยายJeanอีกหนึ่งตัวละครที่ยืดหยุ่น เป็นได้ทั้งตัวดาเมจรอง และตัวซัพพอร์ต ทำได้ทั้งฮีลเพื่อนทั้งปาร์ตี้ และเพิ่มความเร็วโจมตีหากปลดกลุ่มดาวแม้อาจจะไปไม่สุดสักทาง แต่ Jean ก็ยังนับว่าปั้นไว้ไม่เสียของFischlหนึ่งในตัวละครยุคดั้งเดิม ที่เคยอยู่ระดับ SS ไม่ว่าจะตำแหน่งตัวดาเมจหลักหรือตัวดาเมจรอง ทว่าเนื่องด้วยตัวละครใหม่ ๆ ที่เข้ามาสำแดงพลังกันแบบจัดเต็ม จึงทำให้สาวนักธนูสายฟ้าคนนี้ต้องร่วงลงจากบังลังก์อย่างช่วยไม่ได้ถึงกระนั้น การที่ Fischl ถูกเบียดร่วงลงมา ไม่ได้แปลว่าเธอไม่เก่ง แต่เธอแค่ไม่โกงเท่ากับตัวละครอื่น ๆ ในชั้นที่สูงกว่าเท่านั้นเองSaraตัวละครสายซัพพอร์ตที่เกิดมาคู่กับ Raidenแต่ถึงจะไม่ได้ถูกจับไปเล่นกับเทพสสายฟ้า Sara ก็นับว่าเป็นตัวละครที่เก่งอยู่ดี เนื่องด้วยสกิลที่เอื้อต่อการเพิ่มพลังโจมตี และเพิ่มดาเมจแบบรอบด้าน ดังนั้นต่อให้ใครไม่มี Raiden ให้เล่นด้วย ก็ยังสามารถปั้น Sara ได้แบบหายห่วง Monaอีกหนึ่งตัวละครยอดนิยมสำหรับคนที่ชอบทำดาเมจสูง ๆ ในคราวเดียว เอาไว้สำหรับโชว์ตัวเลข หรือทำคอนเทนต์ลง Youtube เนื่องด้วย Elemental Burst ของ Mona จะทำให้ศัตรูรับดาเมจเพิ่มขึ้น พร้อมกับทำดาเมจน้ำจำนวนมหาศาลในตอนท้าย และถึงแม้ตัว Mona จะมีสกิลที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ด้วยการใช้งานจริงที่ค่อนข้างยาก จึงทำให้เธอต้องร่วงลงมาอยู่ในอันดับ S รองจากชั้นสูงสุดนั่นเองBeidouเป็นตัวละครที่คะแนนค่อนข้างคาบเส้น แต่ผลรวมยังออกมาผ่านเกณฑ์จึงทำให้ติดอยู่ในระดับ S ได้สำเร็จด้วยเกมการเล่นที่ฉายเดี่ยวได้ ครบเครื่องทั้งรุกและรับ ทำให้สลัดสาวคนนี้สามารถไปได้แทบทุกคอนเทนต์ในเกม เพียงแต่ดาเมจอาจจะไม่สุดเท่ากับตัวอื่นShenheตัวละครใหม่ล่าสุดในแพตช์ 2.4 ด้วยการที่เป็นซัพพอร์ตและดาเมจรองธาตุน้ำแข็งแบบสุดทาง จึงทำให้ตัวของ Shenhe ค่อนข้างขาดความยืดหยุ่นในระดับหนึ่งเลยทีเดียวแต่ถึงอย่างนั้น ด้วยดาเมจที่บวกให้กันแบบสุดลิ่มทิ่มประตู จึงยังทำให้ Shenhe สามารถยืนอยู่ในระดับ S ได้ไม่ยาก หากนำไปใช้กับทีมน้ำแข็งYoimiyaตัวละครธนูธาตุไฟที่ควรจะสามารถขึ้นไปในระดับที่สูงยิ่งกว่านี้ แต่เนื่องด้วย Elemental Burst ที่ทำมาแบบขาด ๆ เกิน ๆ แถมยังขัดกับเกมการเล่นของตัวเอง จึงทำให้ Yoimiya ไม่สามารถไปได้ถึงฝั่งฝัน ตกม้าตายอยู่ในระดับภาพรวมที่ S เท่านั้นYun Jinซัพพอร์ตธาตุหินตัวใหม่ในแพตช์ 2.4 ที่สามารถบัฟดาเมจของการโจมตีปกติแยกออกมาเลยโดยเฉพาะถือว่าเป็นการบัฟที่แปลกใหม่ในเกม Genshin Impact ที่นับแค่การโจมตีปกติเท่านั้น โดยตัวของ Yun Jin ยังสามารถสะท้อนการโจมตีกลับไปได้อีกด้วย และแม้จะมีการใช้งานที่ค่อนข้างเฉพาะทาง แต่ตัวเลขบัฟที่ทำได้นั้น ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจตัวละครระดับ Aตัวดาเมจในระดับ A จะจ่ายดาเมจได้ค่อนข้างช้ากว่าอย่างเห็นได้ชัด เหมาะใช้สำหรับเล่นในช่วงต้นเกมที่ยังมีตัวละครน้อยเท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้เป็นตัวหลักสักเท่าไรส่วนตัวซัพพอร์ตในระดับ A มักจะเป็นซัพพอร์ตที่ทำออกมาแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ทำได้หลายอย่าง แต่จะไม่ค่อยสุดสักอย่าง โดยเฉพาะบางตัวอาจถูกทำขึ้นมาให้ใช้คู่กับทีมทีมเดียวเท่านั้น ขาดความยืดหยุ่นในการจัดทีมเป็นอย่างมากKleeตัวดาเมจธาตุไฟ ที่ทำดาเมจเป็นวงกว้าง แต่ด้วยสกิลที่ค่อนข้างช้า รวมไปถึงการโจมตีปกติที่ช้าเช่นกัน จึงทำให้ดาเมจต่อวินาทีไม่สามรถเทียบเท่าตัวละครอื่น ๆ ในตำแหน่งเดียวกันได้ Kokomiตัวฮีลที่ฟื้นฟูพลังชีวิตได้มากที่สุด ณ เวลานี้ แต่ถึงจะสามารถฟื้นฟูได้เยอะ อรรถประโยชน์รอบตัวกลับน้อยจนเกินไป ทำให้ไม่สามารถเทียบชั้นกับตัวละครอันดับต้น ๆ ได้Rosariaตัวซัพพอร์ตน้ำแข็งเฉพาะทางที่เจาะจงเกินไป จนทำให้แทบไม่สามารถอยู่ร่วมกับทีมไหนได้เลย ยกเว้นใช้ร่วมกับ Eula ที่ค่อนข้างเข้าขากันเป็นพิเศษGorouอีกหนึ่งตัวซัพพอร์ตที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อเสริมพลังให้กับ Itto โดยเฉพาะ แต่ว่ากันตามตรง มีอีกหลายตัวละครที่ทำหน้าที่ทดแทน Gorou ได้ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกเท่าไรที่หมาน้อยนักธนูจะถูกจัดให้อยู่ในระดับ AKaeyaตัวซัพพอร์ตธาตุน้ำแข็งที่สามารถป้ายน้ำแข็งใส่ศัตรู เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาธาตุได้ แม้จะเป็นตัว 4 ดาวที่ทำให้เกิดธาตุน้ำแข็งได้บ่อย แต่การมาถึงของ Ayaka ที่ปั่นพลังงาน และทำดาเมจได้ไวกว่า จึงทำให้ Kaeya ถูกเบียดตกกระป๋องมาด้วยประการฉะนี้Noelleตัวดาเมจหลักธาตุหินที่ครบเครื่อง สามารถนำไปลุยคนเดียวโดยไม่ต้องพึ่งปาร์ตี้ก็ได้ แต่เนื่องจากความสมดุลที่มีทั้งโล่ การฟื้นฟูพลังชีวิต และดาเมจ จึงทำให้ไม่สุดสักทาง อีกทั้งตัวเกม Genshin Impact นั้น ออกแบบระบบมาให้เล่นตัวละครได้มากสุดถึง 4 ตัวในปาร์ตี้เดียวกัน ดังนั้นจึงไม่มีเหตุอะไรที่จะต้องนำตัวครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบ Noelle มาใช้ในปาร์ตี้เลยSayuตัวซัพพอร์ตธาตุลม มีจุดเด่นที่ Elemental Skill ทำให้สามารถเดินทางได้รวดเร็วในการสำรวจ ส่วนสกิลที่เหลือค่อนข้างธรรมดา เมื่อเทียบกับตัวอื่นYanfeiตัวดาเมจหลักธาตุไฟที่ทำดาเมจใกล้เคียงกับ Klee และด้วยความที่ใกล้เคียงจนเกินไปนั้น จึงทำให้เธอถูกจัดอยู่ในระดับเดียวกันBarbaraตัวซัพพอร์ตธาตุน้ำที่สามารถฮีลได้อย่างต่อเนื่อง แต่นอกจากการฟื้นฟูพลังชีวิตแล้ว เธอไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อทีมสักเท่าไร จึงถูกจัดให้อยู่ในระดับเพียง A เท่านั้นKeqingตัวดาเมจธาตุไฟฟ้าที่สามารถเล่นได้ทั้งสายดาเมจไฟฟ้า กับสายดาเมจกายภาพ แต่ด้วยดาเมจที่ไม่สุดสักทาง จึงทำให้สู้กับตัวละครที่ทำดาเมจอื่น ๆ แทบไม่ติดQiqiอีกหนึ่ง Healer ที่มีความสามารถในการฟื้นฟูพลังชีวิตอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยการค่อย ๆ ฟื้นฟูนี่เอง จึงทำให้ไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฮีลครั้งใหญ่สักเท่าไรThomaตัวซัพพอร์ตธาตุไฟที่สามารถกางโล่ได้รัว ๆ ทว่าในบางครั้ง โล่ที่ใช้ดันไปขัดปฎิกิริยาธาตุของตัวดาเมจหลัก จึงทำให้ดาเมจโดยรวมอาจลดลง ทำให้ตัวละครไม่เก่งเท่าที่ควรNingguangตัวดาเมจหลักธาตุหิน มีดีที่สามารถเจอกับธาตุอะไรก็ได้ แต่เนื่องด้วยความเห็นธาตุหิน เวลาทำปฎิกิริยากับธาตุอื่น ๆ จะมีแค่เพียงการตกผลึก ไม่มีการบวกดาเมจเพิ่ม ส่งผลให้ดาเมจที่ออกมานั้นน้อยกว่าตัวดาเมจหลักธาตุอื่น ๆ ในเกมตัวละครระดับ Bตัวละครในระดับนี้ จะเป็นตัวที่หาประโยชน์ค่อนข้างยาก ไม่ว่าจะถูกใช้กับทีมอะไรก็ตาม ทั้งนี้หากนำไปทำคอนเทนต์ หรือนำไปสำรวจโลกแบบเล่น ๆ ก็ยังนับว่าพอรับได้อยู่ ไม่ได้น่าเกลียดจนเกินไปRazorตัวดาเมจสายกายภาพที่สกิลไม่ค่อยเอื้อให้ไปทางกายภาพสักเท่าไร ด้วยสกิลที่ออกแบบมาขัดกันเอง จึงทำให้ปั้นยาก แถมตัวคูณดาเมจของสกิลก็ไม่สุดอีกด้วยXinyanซัพพอร์ตธาตุไฟที่สามารถกางโล่และบัฟทีมไปพร้อม ๆ กันได้ แต่ดันมีตัวเก่งกว่าอย่าง Thoma หรือ Bennett เสียอย่างนั้นXinyan เลยถูกเขี่ยตกกระป๋องไปเลยโดยปริยายChongyunซัพพอร์ตน้ำแข็งที่มีสกิลค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ในพื้นที่เปลี่ยนการโจมตีปกติเป็นดาเมจน้ำแข็ง แต่ถ้าว่ากันตามตรง การทำแบบนี้ค่อนข้างไร้ประโยชน์มาก จึงทำให้ไม่ค่อยมีคนหยิบมาใช้นักTravelerตัวละครเริ่มต้นของผู้เล่น และแม้จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ถึง 3 ธาตุก็จริง แต่ก็ไม่ค่อยเวิรค์สักธาตุAloyตัวละครแจกฟรี ไม่สามารถปลดกลุ่มดาวได้ แถมสกิลก็คูลดาวน์นานเสียเหลือเกิน จึงทำให้ไม่น่าหยิบมาใช้เช่นกันตัวละครระดับ Cตัวละครในระดับ C ถือเป็นระดับต่ำสุดภายในเกม ไม่แนะนำให้ใช้เป็นอย่างมาก เนื่องจากอรรถประโยชน์ที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แถมสกิลต่าง ๆ ก็ยังไม่เอื้ออำนวยให้เกิดความเก่ง ซ้ำร้าย แม้จะปลดกลุ่มดาวแล้ว ก็ยังเทียบยากกับตัวละครระดับบน ๆLisaตัวละครสื่อเวทย์ไฟฟ้า ที่ถูกออกแบบมาให้เป็นตัวดาเมจรองหรือซัพพอร์ต แต่เนื่องจากความยากในการใช้งานสกิล จึงทำให้เธอไม่ค่อยได้รับความนิยม อีกทั้งในระดับสูง ๆ ยังมีตัวซัพพอร์ตสายฟ้าที่เก่งกว่า Lisa อีกมากมาย เช่น Raiden หรือ FischlAmberตัวละครนักธนูธาตุไฟ ที่ไม่มีจุดเด่นเลย ดาเมจหลักเบา ซัพพอร์ตเพื่อนไม่เก่ง ในอดีตผู้เล่นมักจะหยิบมาใช้ในการแก้ปริศนาธาตุไฟเพียงเท่านั้น แต่หลังจากการมาของนักธนูไฟอีกตัวอย่าง Yoimiya จึงทำให้ Amber ยิ่งถูกถีบหัวส่งเข้าไปอีกเป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับ Tier List ของตัวละครในแพตช์ 2.4อันที่จริงการจัดอันดับตัวละครในเกม Genshin Impact นั้นค่อนข้างทำได้ยาก และถูกพูดถึงใน Community เป็นวงกว้างเนื่องจากตัวเกมเป็นแบบ PVE บวกกับพลังความอวย ความชอบส่วนตัว และความถนัดมือของผู้จัดอันดับ จึงมักทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่ลงรอยกัน เมื่อเห็นตัวละครโปรดของตนเองอยู่ในอันดับต่ำ ๆ อยู่เสมอทั้งนี้ Tier List นี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน บวกกับความเห็นของเว็บไซต์อีกสามเว็บไซต์ นำคะแนนมาเฉลี่ยกันเท่านั้น หากขัดใจผู้อ่านท่านใด ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับอ้างอิง: https://genshin.gg/tier-list https://game8.co/games/Genshin-Impact/archives/297465 https://gamewith.net/genshin-impact/article/show/22247 
13 Jan 2022
20 เกมน่าสนใจที่จะวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสน์แรก (มกราคม - มีนาคม) ของปี 2022
ถึงแม้ว่าปี 2021 จะเป็นปีที่ซบเซาในด้านของวิดีโอเกม ที่เราอาจจะไม่ได้เห็นเกมยักษ์ใหญ่มากนัก แต่พอขึ้นไตรมาสน์แรกของปี 2022 ก็มีเกมชุดใหญ่จากผู้พัฒนาทั่วโลกที่ปล่อยออกมาให้เราได้เล่น ซึ่งแต่ละเกมน่าสนใจมากๆ โดยในบทความนี้พวกเรา GameFever TH จะมาพูดถึง 20 เกมน่าสนใจ ที่จะวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสน์แรก (มกราคม - มีนาคม) ของปี 2022 นี้มกราคมGod of War เวอร์ชัน PC (14 มกราคม 2022)ถึงแม้ว่าจะเป็นภาคต่อ แต่ God of War เวอร์ชันนี้ก็ได้ปรับเปลี่ยนระบบเกมเพลย์ให้มีกลิ่นอายเกมสไตล์ Souls นิดๆ จนทำให้ตัวเกมได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมากๆ จนได้รับรางวัลเกมแห่งปีของงาน The Game Awards เลยทีเดียว ซึ่งในตอนแรกตัวเกมวางจำหน่ายสำหรับเครื่อง PS4 เท่านั้นในปี (2018) แต่ล่าสุดทาง Sony เองก็ได้ปล่อยให้ชาว PC ได้เล่นด้วยTom Clancy's Rainbow Six Extraction (20 มกราคม 2022)เกมภาค Spin-off ของ Rainbow Six Siege จากผู้พัฒนา Ubisoft ที่ปรับเปลี่ยนให้เป็นเกมแนว Co-op ที่เราจะได้บังคับเหล่าตัวละครจากภาค Siege ที่เรารู้จัก ใช้ความสามารถที่คุ้นนไล่ยิงสัตว์ประหลาดจากต่างดาวตัวเกมวางจำหน่ายบนเครื่อง PC, PS4. PS5, Xbox One และ Xbox Series X/SPokémon Legends: Arceus (28 มกราคม 2022)เกม Pokemon ที่ปรับเปลี่ยนให้เป็นรูปแบบ Action RPG และการต่อสู้แบบเรียลไทม์ โดยเนื้อเรื่องของตัวเกมจะพาเราย้อนกลับไปในดินแดน Hisui นานก่อนเหตุการณ์ของเกมภาค Pokémon Diamond and Pearl ตัวเกมวางจำหน่ายบนเครื่อง Nintendo SwitchUncharted: Legacy of Thieves Collection (28 มกราคม 2022)หลังจากที่ Exclusive ให้กับเครื่อง PlayStation มานานสำหรับ Uncharted 4 และ Uncharted: Lost Legacy ตอนนี้ผู้พัฒนาเตรียมลงให้กับเครื่อง PS5 ได้เล่นกันแล้ว (และตัวเวอร์ชัน PC จะมาในปีนี้เช่นกัน) โดยตัวเกมจะทำการ Remastered ให้ภาพสวยขึ้น นอกจากนี้ยังมีโหมดปรับกราฟิกแบบ 60 FPS ได้แล้วด้วยตัวเกมจะวางจำหน่ายสำหรับเครื่อง PS5กุมภาพันธ์Life Is Strange: Remastered Collection (1 กุมภาพันธ์ 2022)Life is Strange เป็นเกมแนว Interactive Drama ที่มีจุดเด่นคือการใช้พลังพิเศษในการย้อนเวลาได้ โดยเราจะได้รับบทเป็น Max Caulfield สาวน้อยที่กลับมายังเมืองเกิด Acadia Bay และได้พบเจอว่าตัวเองมีพลังพิเศษ พร้อมเธอยังรู้ชะตาว่าในเมืองนี้กำลังจะถูกพายุทอร์นาโดซัดกระหน่ำในอีก 5 วัน ซึ่งเธอต้องหาทางแก้มัน ซึ่งตัวเกมวางจำหน่ายมาเมื่อปี 2016 แต่ล่าสุดทางผู้พัฒนาก็ได้ประกาศ Remastered ตัวเกม Life is Strange และ Life is Strange: Before the Storm ปรับปรุงกราฟิกให้สวยขึ้นDying Light 2 Stay Human (4 กุมภาพันธ์ 2022)ภาคต่อที่หลายๆ คนเฝ้ารอมานานสำหรับ Dying Light 2 Stay Human ที่ในภาคนี้จะเป็นเหตุการณ์หลังภาคแรก 20 ปีที่เราจะได้รับบทเป็น Aiden Caldwell ชายหนุ่มที่เข้ามายังเมือง The City เพื่อตามหาน้องสาวที่คาดว่ายังมีชีวิตอยู่ โดยเมืองในภาคนี้จะใหญ่กว่าเดิมถึง 4 เท่า และจะมีแอนิเมชัน Parkour ให้เราปีนป่านมากกว่าเดิมถึง 3000 รูปแบบโดยตัวเกมจะวางจำหน่ายให้กับเครื่อง PC, PS4, Xbox One, Xbox Series X/S และ Nintendo SwitchSifu (8 กุมภาพันธ์ 2022)เกมแนว Action Adventure ที่มีเอกลักษณ์คือระบบการต่อสู้ด้วยวิทยายุทธ โดยเราจะได้รับบทเป็นหนุ่มกังฟูที่ต้องการแก้แค้นให้กับแก๊งที่สังหารครอบครัวของเขา โดยเราจะต้องต่อสู้แบบระมัดระวัง ใช้สิ่งของรอบตัวให้เกิดประโยชน์ เรียนรู้สิ่งที่ผิดพลาดและเพิ่มทักษะต่างๆ ได้โดยตัวเกมจะวางจำหน่ายให้กับเครื่อง PC, PS4 และ PS5CrossfireX  (10 กุมภาพันธ์ 2022)CrossfireX เป็นเกมแนว FPS Shooter จากซีรีส์เกมยิงชื่อดังของประเทศจีน โดยเกมนี้พัฒนาโดย Remedy Entertainment (โหมดผู้เล่นเดี่ยว) ร่วมมือกับทาง Smilegate Entertainment (พัฒนาในฝ่าย Multiplayer) ซึ่งเกมเพลย์จะคล้ายๆ กับเกม CSGO ที่จะมีฝ่ายหนึ่งวางระเบิด และอีกฝ่ายจะต้องไปกู้ เพียงแค่วิธีการยิงนั้นจะมีความคล้ายคลึงกับเกม Call of Duty และ Battlefieldโดยตัวเกมจะเปิดให้บริการแบบ Free-to-Play บนเครื่อง Xbox One และ Xbox Series X/SLost Ark (Sv. Global วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2022)Lost Ark เป็นเกมแนว Action RPG จากผู้พัฒนาสัญชาติเกาหลี มุมมองของภาพคล้ายคลึงกับเกม Diablo ตัวเกมมีคลาสให้เล่นมากถึง 15 คลาส เราจะได้ทำเควส หาของจนเลเวลตัน 50 และตัวเกมก็จะเปิดดันเจี้ยนเพื่ออัพเกรดความเก่งของตัวละครได้ โดยก่อนหน้านี้ตัวเกมได้เปิด Open Beta ในเซิร์ฟเวอร์เกาหลีไป และเปิดให้เซิร์ฟ Global เล่นThe King of Fighters XV (17 กุมภาพันธ์ 2022)กลับมาอีกครั้งสำหรับซีรีส์เกม Fighting ชื่อดังที่ออกภาคใหม่ในรอบ 6 ปีสำหรับ The King of Fighters XV กับเนื้อเรื่องในภาคนี้จะโฟกัสไปที่ตัวละครอย่าง Shun'ei และ Isla รวมถึงตัวละครเก่าๆ ก็จะยังกลับมาเช่นเดิม ซึ่งระบบเกมเพลย์ในภาคนี้ก็จะยังเหมือนภาคก่อนๆ ที่เราจะได้เลือกตัวละครเข้ามาร่วมทีมได้ทั้งหมด 3 คนและสลับกันต่อสู้ แถมมีโหมด Multiplayer ที่เราสามารถไต่แรงค์ได้ด้วยโดยตัวเกมจะวางจำหน่าบนเครื่อง PC, PS4, PS5, Xbox One และ Xbox Series X/STotal War: Warhammer III (17 กุมภาพันธ์ 2022)ภาคต่อของเกมแนว Realtime Strategy ชื่อดังที่เป็นบทสรุปสุดท้ายของไตรภาค เราจะได้บังคับเผ่าต่างๆ จากซีรีส์ Warhammer ขื่อดังเพื่อยึดครองความเป็นหนึ่งในดินแดนโดยตัวเกมจะวางจำหน่าบนเครื่อง PC Horizon Forbidden West (18 กุมภาพันธ์ 2022)กลับมาอีกครั้งสำหรับภาคต่อของเกม Horizon Zero Dawn กับเจ้าหนู Aloy ที่จะต้องเผชิญโลกกว้างหลังการล่มสลายและเต็มไปด้วยไดโนเสาร์จักรกลสุดอันตราย ซึ่งในภาคนี้ทางผู้พัฒนาได้ประกาศว่าจะมีการปรับปรุงระบบการต่อสู้ระยะประชิดให้ดีขึ้น และเพิ่มเครื่องมือในการปีนป่ายได้อิสระมากขึ้นโดยตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายบนเครื่อง PS4 และ PS5Elden Ring (24 กุมภาพันธ์ 2022)เกมแนว Souls - Like จากทาง FromSoftware ผู้สร้างเกม Dark Souls, Bloodborne และ Sekiro: Shadow Die Twice และที่เกมนี้พิเศษกว่าซีรีส์อื่นๆ คือการได้คุณ George R. R. Martin นักเขียนนิยายชื่อดังเจ้าของผลงาน Game of Throne นอกจากนี้ตัวเกมยังเป็น Open World ครั้งแรกของค่ายอีกด้วย ซึ่งขนาดที่ตัวเกมไม่ได้วางจำหน่าย ตัวเกมก็ยังกวาดรางวัลไปถึง 8 ตัวเลยทีเดียวโดยตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายบนเครื่อง PC, PS4, PS5, Xbox One และ Xbox Series X/S Blood Bowl 3 (กุมภาพันธ์ 2022)เตรียมโหดมันฮาอีกครั้งสำหรับซีรีส์เกมอเมริกันฟุตบอล ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือความเป็นแฟนตาซีและความโหด โดยเราจะได้รับบทเป็นเผ่าต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์ โดยเราสามารถรับสมัครผู้เล่นเข้าทีม ปรับแต่งตัวละคร รวมถึงยังสามารถเพิ่มกองเชียร์หรือปรับแต่งตราสัญลักษณ์ได้โดยตัวเกมจะวางจำหน่าบนเครื่อง PC, PS4, PS5, Xbox One, Xbox Series X/S และ Nintendo SwitchEvil Dead: The Game (กุมภาพันธ์ 2022)เกมสยองขวัญจากภาพยนตร์ชื่อดังพัฒนาโดยทีมสร้างเกม Killing Floor และ World War Z โดยเราจะได้เล่นเป็นตัวละครสำคัญภายในเรื่อง เราสามารถรวบรวมพรรคพวกตะลุยกับเหล่าผีร้าย รวมถึงตัวเกมยังมีโหมด PvP ให้เล่นด้วยโดยตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายบนเครื่อง PC, PS4, PS5, Xbox One, Xbox Series X/S และ Nintendo SwitchมีนาคมGran Turismo 7 (4 มีนาคม 2022)ในเมื่อเครื่องเกมรุ่นใหม่วางจำหน่ายมา แน่นอนหนึ่งในเกมที่จะเข้ามาโชว์ประสิทธิภาพของเครื่องอย่างซีรีส์ Gran Turismo โดยฟีเจอร์หลักๆ ของเกมยังกลับมาครบ เพิ่มเติมคือกราฟิกอันสวยงามที่ดึงประสิทธิภาพของเครื่องเกมออกมาได้อย่างเต็มที่ แถมในภาคนี้ยังมีรถยนต์แบรนด์แท้ให้เล่นมากกว่า 420 คันโดยตัวเกมจะวางจำหน่ายบนเครื่อง PS4 และ PS5Chocobo GP (10 มีนาคม 2022)เกมในตำนานของซีรีส์ Chocobo Racing ในสมัยเครื่อง PS1 กลับมาอีกครั้งกับเกม Chocobo GP ที่รวมเอาตัวละครชื่อดังของซีรีส์ Final Fantasy มาแข่งรถกัน พร้อมกับการความสามารถพิเศษที่เก็บในตามด่านเพื่อป่วนและขัดขวางฝ่ายตรงข้ามโดยตัวเกมจะวางจำหน่ายบนเครื่อง Nintendo SwitchStranger of Paradise: Final Fantasy Origin (18 มีนาคม 2022)ซีรีส์เกม RPG ชื่อดังของทาง Square Enix ที่ Setting ในภาคนี้ตั้งอยู่ในจักรวาลเดียวกับเกม Final Fantasy ภาคแรก (1987) โดยเราจะได้รับบทเป็น Jack และผองเพื่อนที่จะต้องนำแสดงสว่างกลับมาสู่เมืองคอร์เนเลีย อาณาจักรที่ความมืดเข้ายึดครอง นอกจากนี้ระบบการต่อสู้ยังเป็นแบบ Action Realtime อีกด้วยโดยตัวเกมจะวางจำหน่ายบนเครื่อง PC, PS4, PS5, Xbox One และ Xbox Series X/S Rune Factory 5 (วางขายในโซน NA - 22 มีนาคม 2022)Rune Factory 5 เป็นซีรีส์เกมที่ผสมผสานแนวเกมปลูกผัก และการฟาร์มมอนสเตอร์ เราสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในเมืองจนไปถึงการแต่งงานได้ โดยในภาคนี้เราจะได้รับบทเป็นทหารผู้สูญเสียความทรงจำ Ares (ตัวละครชาย) หรือ Alice (ตัวละครหญิง) และลงเอยด้วยการเข้าร่วมกลุ่มทหารพรานที่ปฏิบัติการในเมืองเล็ก ๆ โดยตัวเกมลงให้กับประเทศญี่ปุ่นไปเมื่อปีที่แล้วและจะลงให้กับโซน NA กับ EU ได้เล่นกันโดยตัวเกมจะวางจำหน่ายบนเครื่อง Nintendo SwitchTiny Tina's Wonderlandsเกมเวอร์ชัน Standalone ของ Borderland 3 กับธีมแฟนตาซีที่ตัวละครหลักในซีรีส์อย่าง Tiny Tina ได้กลายเป็นดันเจียนมาสเตอร์ โดยเราสามารถเลือกสร้างตัวละครของเราเองได้ ซึ่งมีด้วยกันถึง 6 คลาส แถมในภาคนี้เรายังสามารถ Mix&Match คลาสต่างๆ ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นครั้งแรกของซีรีส์นี้โดยตัวเกมจะวางจำหน่ายบนเครื่อง PC, PS4, PS5, Xbox One และ Xbox Series X/S 
12 Jan 2022
Sifu - เพลงมวยคิ้วขาว สายสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ และหลักคุณธรรมศิลปะการป้องกันตัว
“เจ้าหนุ่มน้อยก้าวย่างอย่างอาจอง มุ่งตรงไปยังฝูงทรชน ผู้คนล้วนมองด้วยสายตาพิฆาต หยาดเหงื่อแห่งความตึงเครียดไหลหยดจรดปลายจมูก ลูกหมัดสลับลูกเตะพุ่งตรงอย่างไม่รอรี หนุ่มน้อยเขาสวนกลับทันท่วงที ประกาศศักดิ์ศรีของเพลงมวยคิ้วขาวสั่งตาย แม้ชีวิตวอดวายแล้วไซร้ ข้าจักลุกขึ้นมาฟาดฟันอีกคร่า”ข้างต้นล้วนเป็นคำจำกัดความของ Sifu เกมผจญภัยแนวต่อสู้ของผู้พัฒนา Sloclap เจ้าของผลงานสุดยอดรวมศาสตร์การต่อสู้ป้องกันตัวอย่าง Absolver กลับมาครั้งนี้พวกเขายังมั่นคงในหมุดหมายเดิมคือ พัฒนาเกมซึ่งบรรจุศิลปะการป้องกันตัวแบบถึงลูกถึงคน โดยในเกม Sifu ถูกอัดแน่นด้วยศาสตร์เพลงมวยคิ้วขาว ที่เรียกอีกชื่อว่า ปักเหมย หรือ ไป่เหมย (Pak Mei) ซึ่งมีความเป็นมาน่าสนใจยิ่งยวด พร้อมทั้งนำเสนอความสัมพันธ์ลึกซึ้งถึงจิตวิญญาณระหว่างอาจารย์ลูกศิษย์ และหลักคุณธรรมของศิลปะการป้องกันตัวเพลงมวยคิ้วขาวกับเส้นทางล้างแค้นSifu เป็นเรื่องราวของหนุ่มน้อยที่จิตใจของเขาเผาไหม้ด้วยไฟแค้น เดินทางตามล่าเหล่าบุคคลปริศนา ผู้ลงมือสังหารล้างบางครอบครัวของเขา เขาเพียงตัวคนเดียว ไร้ซึ่งเพื่อนฝูง มีเพียงแค่วิชาเพลงมวยคิ้วขาวเป็นอาวุธสุดท้ายผู้พัฒนา Sloclap ได้แรงบันดาลใจจากเพลงมวยคิ้วขาว หนึ่งในศาสตร์เพลงมวยเลื่องชื่อของประเทศจีน พวกเขาทำงานร่วมกับคุณเบนจามิน โคลุสซี อาจารย์เพลงมวยคิ้วขาวที่ได้เปิดสถาบันสอนเพลงมวยคิ้วขาว LWS Pak Mei ณ ประเทศฝรั่งเศส โดยสาเหตุที่ผู้พัฒนาเลือกใช้เพลงมวยคิ้วขาวเนื่องจากมันสอดประสานกับเรื่องราวของการล้างแค้นในเกมได้อย่างดี โดยคุณเบนจามิน กล่าวถึงนิยามของเพลงมวยคิ้วขาวและทำให้เราเข้าใจถึงอารมณ์ในเกมนี้อย่างกระจ่างโดยไม่จำเป็นต้องสาธยายให้มากความ“ดุดัน ฉับไว ทรงพลังและแม่นยำ”จุดกำเนิดสุดยอดเพลงมวยคิ้วขาวต้องกล่าวก่อนว่าจุดกำเนิดของเรื่องราวต่อไปนี้ มีความคาบเกี่ยวระหว่างประวัติศาสตร์กับตำนาน เราไม่สามารถยืนยันได้โดยแท้ว่าส่วนใดเป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นเรื่องเสริมเติมแต่งในภายหลัง ว่ากันว่าผู้คิดค้นเพลงมวยคิ้วขาวคือ “อาจารย์ไป่เหมย” นักพรตคิ้วขาว หนึ่งในห้าเซียนแห่งวัดเส้าหลินเห่อนาน พวกเขาไม่เพียงเป็นกลุ่มต่อต้านราชวงศ์ชิง แต่ล้วนแล้วเป็นบรรดาอาจารย์ร่ำเรียนวิชามวยเส้าหลินจนบรรลุแก่นแท้ และได้ต่อยอดเพลงมวยในแนวทางตัวเองแตกต่างกันไป โดยไป่เหม่ยเป็นผู้ทรงอิทธิพลในกลุ่มลำดับที่สอง ชื่อของเขาตั้งขึ้นจากคิ้วของเขาที่มีสีขาวโพลนรูปวาดหน้าตาของอาจารย์ไป่เหมยไป่เหมยเดินทางไปยังภูเขาเอ๋อเหมยหรืออีกชื่อก็คือภูเขาง้อไบ๊ หลังจากรอดพ้นการบุกเผาวัดเส้าหลินเพื่อปราบกลุ่มต่อต้านให้สิ้นซากโดยฝีมือของทางการ แต่บางแหล่งข้อมูลก็กล่าวว่าเขาคือผู้ทรยศกลุ่มต่อต้านราชวงศ์ชิงและกลุ่มห้าเซียนแห่งวัดเส้าหลิน อันเป็นต้นเหตุในการเผาวัดเส้าหลิน บางแหล่งข้อมูลก็กล่าวว่าเขาเป็นสายลับสองหน้าให้ทั้งสองฝ่ายช่วงเวลาที่เขาปลีกวิเวกบนภูเขาเอ๋อเหมย เขามุ่งมั่นกับการพัฒนาเพลงมวยของตน เพลงมวยของเขาผสมผสานกระบวนท่าเพลงหมัดทั้งห้าของเส้าหลิน (เสือ, มังกร, ตั๊กแตน, งู และเสือดาว) โดยเน้นหนักเพลงมวยเสือและเพลงมวยเสือดาว ทำให้เพลงมวยของเขาทั้ง “ดุดัน ฉับไว ทรงพลังและแม่นยำ” ซึ่งเขาตั้งชื่อเพลงมวยของเขาว่า “เพลงมวยเส้าหลิน” เพื่อให้เกียรติแก่สถานที่ซึ่งเขาได้ร่ำเรียนวิชาเพลงมวย  ไป่เหมยถ่ายทอดวิชามวยของเขาให้แก่ กวง เหว่ย เจ้าอาวาสของวัดเต๋าบนภูเขาเอ๋อเหมย ต่อมาอาจารย์ กวง เหว่ยเปลี่ยนชื่อเพลงมวยเป็น “เพลงมวยคิ้วขาว” เพื่อให้เกียรติแก่อาจารย์ของเขานั้นเอง จากนั้นก็ได้ส่งต่อเพลงมวยคิ้วขาวจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบัน เราคุ้นชินกับอาจารย์ไป่เหมยในวัฒนธรรมป๊อปที่แพร่หลายตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน มีเรื่องราวของเขาอยู่ในหลายสื่อบันเทิง ไม่ว่าบทบาทที่ดีหรือร้าย ตั้งแต่นักพรตคิ้วขาวจากสำนักง้อไบ๊ตามนิยาย, ซีรีส์ และภาพยนตร์จีนกำลังภายใน จนถึงบทบาทซึ่งทำให้ผู้คนทั่วโลกจดจำอาจารย์ไป๋เหม่ยในฐานะปรมาจารย์กังฟูอย่างภาพยนตร์ Kill Bill: Vol. 2“Sifu” ความสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณระหว่างอาจารย์ลูกศิษย์ เส้นทางของการร่ำเรียนเพลงมวยคิ้วขาวของคุณเบนจามิน เขาเดินทางไปประเทศจีนเพื่อสรรหาการร่ำเรียนศิลปะการป้องกันตัว เขาเคยเรียนศิลปะการป้องกันตัวหลายรูปแบบ รวมถึงกังฟูแขนงอื่นมาก่อน ทั้งฮังกา, ทังหลางและไทชิ แต่เมื่อเขาได้พบกับปักเหมย เขาตระหนักทันทีว่าคือศาสตร์ที่เขาตามหามานานเขาอุทิศตัวเพื่อร่ำเรียนกับอาจารย์เพลงมวยคิ้วขาว อาจารย์คนแรกที่รับเขาเป็นศิษย์คือคุณชาง เหยา มัน ผู้เป็นลูกศิษย์รุ่นแรกของปรมาจารย์เพลงมวยคิ้วขาวอย่างคุณเหลา ซือ เหลี่ยง ต่อมาคุณเหลา เหว่ย เค่อ และ คุณ เหลา เหว่ย ซาน ก็รับเขาเป็นศิษย์อีกเช่นกัน โดยทั้งสองเป็นทั้งอาจารย์, ลูกชายและผู้สืบทอดวิชาของปรมาจารย์ คุณเหลา ซือ เหลี่ยงเดิมที คุณเหลา เหว่ย ซาน ไม่ต้องการสอนศาสตร์แขนงนี้ให้กับชาวต่างชาติ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาเข้าใจว่ากังฟูมิใช่เป็นเพียงศิลปะการป้องกันตัว แต่เป็นถึงวัฒนธรรม ประจวบกับเขาพบกับคุณเบนจามิน ที่ทั้งเข้าใจทั้งภาษาและวัฒนธรรมของชาวจีน เขาจึงตัดสินใจสอนเพลงมวยคิ้วขาวในทุกแง่มุมเท่าที่เขารู้ และหนึ่งในนั้นคือหลักการของ Sifuคำว่า Sifu หรือซือฝุ (师父) เช่นเดียวกับชื่อเกม มันมีความหมายว่า อาจารย์หรือผู้สั่งสอนและถ่ายทอดวิชาความรู้ โดยซือฝุมาจากคำว่า 师 หรือซือ แปลว่า อาจารย์ กับ 父 หรือฟู่ ที่แปลว่า บิดา ฉะนั้นการนับถือเป็นซือฝุคือการให้เกียรติอาจารย์ประดุจดั่งบิดาของตนคุณเหลา เหว่ย ซาน อธิบายว่าวัฒนธรรมเกี่ยวกับสายสัมพันธ์อาจารย์ลูกศิษย์มีมาเป็นเวลานาน การเป็นซือฟูไม่ใช่เรื่องของธุรกิจ ไม่มีจุดประสงค์แอบแฝง หากลูกศิษย์ไม่เข้าใจถึงแก่นแท้ของสายสัมพันธ์ดังกล่าว ถือว่าไม่ได้มีหัวใจบริสุทธิ์ ไร้ประโยชน์ที่จะสั่งสอนต่อไป มีเพียงเวลาที่จะทำให้เข้าใจความเป็นซือฝุอย่างถ่องแท้“การน้อมรับให้เป็นอาจารย์เท่ากับน้อมรับให้เป็นบิดาตราบชั่วชีวิต”เป็นคำนิยามที่อธิบายซือฝุได้ดีเยี่ยม ซึ่งคุณเบนจามิน กล่าวในขณะที่คุณเหลา เหว่ย ซาน ถามเขาว่าเข้าใจหรือไม่ว่าซือฝุคืออะไร ก่อนรับเขาเป็นศิษย์ ซึ่งจากคำตอบและการกระทำของเขา แสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าเขาเข้าใจหลักการซือฝุอย่างถ่องแท้ ซึ่งคุณเหลา เหว่ย ซาน กับคุณเบนจามิน ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น เขานับถือคุณเหลา เหว่ย ซาน ไม่เพียงในฐานะอาจารย์ แต่ถึงระดับบิดาในทางจิตวิญญาณ นอกจากนั้นคุณเบนจามินยังเคารพต้นตระกูลในทางสายโลหิตและในทางอาจารย์เพลงมวยคิ้วขาว อย่างคุณ เหลา ซือ เหลี่ยง, คุณเหลา เหว่ย เค่อ และคุณเชง เหยา มัน รวมถึงสถาบันสอนเพลงมวยคิ้วขาว LWS Pak Mei ก็มาจากชื่อของคุณเหลา เหว่ย ซาน เป็นการตั้งชื่อเพื่อให้เกียรติซือฝุของเขาหลักคุณธรรมของศิลปะการป้องกันตัวกับการล้างแค้นไม่เพียงแต่หลักการของซือฝุ คุณเหลา เหว่ย ซาน กล่าวถึงหลักคุณธรรมของศิลปะการป้องกันตัว (“Wude” หรือ martial virtue) ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับหลักการปฏิบัติตนของผู้เรียนศิลปะการป้องกันตัวในทุกศาสตร์ ไม่จำกัดเพียงกังฟู“กังฟูที่แท้จริงมีไว้เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น มิได้มีเพื่อรังแกผู้อื่น มิได้มีไว้เพื่อการวิวาท เมื่อถึงเวลาต้องป้องกันตัว มิใช่ว่าต้องโจมตีให้รุนแรงมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้”แต่เมื่อพิจารณาหลักดังกล่าว โดยนำมาพิเคราะห์ในบริบทของเกม Sifu เป็นไปได้ว่ามันอาจเป็นประเด็นสำคัญในเกม Sifu ว่าตัวเกมจะมีการนำเสนออย่างไร ในเมื่อหนุ่มน้อยไฟแค้นสุ่มอก ดูเหมือนว่าเขาได้ก้าวล้ำหลักคุณธรรมของศิลปะการป้องกันตัวจนเลยเถิดอย่างเต็มตัวเสียแล้ว การมุ่งหน้าล้างแค้นอย่างไม่ลดละ แม้แต่ความตายมิอาจหยุดยั้งเขาได้จึงเกิดคำถามว่าการกระทำของเขามันขัดกับหลักคุณธรรมของศิลปะการป้องกันตัวหรือไม่? และหากพิเคราะห์ว่าเป็นเพียงการป้องกันตัว เมื่อมองย้อนไปยังหลักการสำคัญของกังฟูที่แท้จริง หากจักป้องกันตัว ก็ทำเท่าที่พอควร “แล้วสิ่งที่เขาทำมันพอสมควรแก่เหตุแล้วหรือ?”แหล่งข้อมูลอ้างอิง:https://mp1st.com/news/sloclap-talks-sifu-inspiration-aging-and-martial-arts-interviewhttps://www.thegamer.com/sifu-fight-correographer-pak-mei/https://ingmaralbizu.com/is-pak-mei-truly-the-best-kung-fu-style/https://www.historyoffighting.com/pak-mei.phphttp://www.pakmeinyc.net/history.htmlhttps://www.mafangfa.org.uk/pak-mei-history.htmlhttps://lwspakmei.com/en/sifu-and-martial-lineage/https://chinesemissiongame.blogspot.com/2019/03/5-shifu-shifu.htmlhttps://bit.ly/32VVGwthttps://bit.ly/33fn1cz
10 Jan 2022
[Play-to-Earn] ชวนทำความรู้จัก Speed Star เกมเลี้ยงม้าใน Metaverse แสนน่ารัก
นอกจากกระแสของเกม Play-to-Earn ที่มาแรงจนเราเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว ก็ยังมีกระแสของโลกเสมือนอย่าง Metaverse ที่กำลังถูกผลักดันให้เป็นอนาคตของโลกและวงการเทคโนโลยีไปด้วยอย่างไรก็ดี ใน Metaverse เราคงหนีเหล่าสกุลเงินดิจิทัลไม่พ้นแน่ๆ จึงไม่น่าแปลกที่ Play-to-Earn หลายเกมได้ถูกบัญญัติคำว่า Metaverse ลงไปด้วย รวมถึงเกมใหม่ๆที่กำลังจะเปิด ก็ได้ควบรวมทั้ง 2 อย่างเข้ามาไว้ที่เดียวกัน เช่นเดียวกับเกมที่พวกเรา Game Fever จะขอนำเสนอนี้SPEED STARในจักรวาล Starverse บนดาวดวงหนึ่งที่มีสิ่งมีชีวิตที่แสนสง่าและเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วอาศัยอยู่ ใช่! สิ่งมีชีวิตนั้นก็คือเหล่าม้าที่อาศัยกระจายกันอยู่ทั่วทั้งดวงดาว กระทั่งหลายล้านปีต่อมาก็ได้กำเนิดวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "มนุษย์" ขึ้น และทั้ง 2 เผ่าพันธุ์ก็ได้อาศัยและพึ่งพากันมาอย่างสนุกสนานตั้งแต่นั้นมาสำหรับเกมนี้จะมาในสไตล์ Farm Simulator ในสไตล์ Work-to-Earn ซึ่งก็คือการทำงานต่างๆ ตามบทบาทที่เลือกเล่นเพื่อรับผลตอบแทนนั่นเองเมื่อผู้เล่นที่ได้ก้าวเข้ามาสู่โลกของ Speed Star แล้ว จะได้เป็นเจ้าของฟาร์มม้า ซึ่งสามารถเลือกอาชีพที่เราจะทำที่ฟาร์มนี้ได้ตามถนัด ตัวอย่างเช่นJockey นักซิ่งม้า = สายแว๊นมาทางนี้ ถ้าคุณชอบม้าที่ความเร็วอาชีพนี้แหละใช่เลย ผู้เล่นและม้าตัวเก่งสามารถแท็กทีมกันลงสู่สนามแข่งเพื่อชิงชัยความเป็นจ้าวสนาม และมีเงินรางวัลเป็น Token กลับมาให้นั่นเอง โดยจะมีการแข่งขันหลากหลายรูปแบบ หลายสนาม ให้ได้ร่วมสนุกกันจนเหนื่อยเลยBreeder นักผสมพันธุ์ม้า = สำหรับผู้ที่อยากได้ม้าตัวใหม่เพิ่มก็ต้องยกหน้าที่ให้เขาล่ะ โดยผู่ที่เลือกอาชีพนี้จะเลือกม้าพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์จาก Breeder Board ที่มีคนประกาศไว้ เพื่อให้ลูกม้าสุดเจ๋งตัวใหม่ได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก ซึ่ง Breeder จะได้รับค่าประสบการณ์และ Token จากการผสมพันธุ์ในแต่ละครั้ง แถมยังมีค่าความชำนาญที่หากเราเก็บแต้มครบจะได้โบนัสมาเพิ่มโอกาสในการได้ม้าสายพันธุ์ดีออกมาอีกด้วยTrainer นักฝึกม้า = ผู้เชี่ยวชาญทุกอย่างเกี่ยวกับม้าทุกตัวบนโลก Speed Star จนสามารถดึงความสามารถที่แท้จริงของเหล่าม้าออกมาได้จนน่าตกใจ ซึ่งแน่นอนว่าหน้าที่ของผู้เล่นในอาชีพนี้ควรมีแลนด์เป็นของตัวเองเพื่อสร้างสนามให้เหล่าม้าได้มาเรียนรู้และฝึกฝนจนเป็นม้าแข่งตัวเต็ง ยิ่งฝึกมากเท่าไหร่ก็จะเป็นครูที่เก่งขึ้นจนได้โบนัสการฝึกมาช่วยให้เหล่าลูกม้าสามารถเรียนรู็ได้ดีขึ้นด้วยTherapist แพทย์ม้า = ม้าที่เหนื่อยหรือบาดเจ็บจากการฝึกหรือลงแข่ง จำเป็นต้องมีคุณหมอเทวดามาช่วยบรรเทา แม้ว่าในระบบม้าจะสามารถฟื้นฟูตัวเองได้แต่อาจต้องใช้เวลานานหน่อย Therapist คือผู้ช่วยที่จะให้เหล่าน้องม้าออกไปโลดแล่นได้อย่างต่อเนื่องนั่นเองส่วนม้าบนโลกของ Speed Star นั้นก็มีรูปร่างที่แทบจะไม่มีทางซ้ำกันเลย เรียกได้ว่าม้าทุกตัวต่างมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดยทีมงานได้บอกว่า พวกเขาออกแบบจากชิ้นส่วนต่างๆ ที่แต่ละส่วนมีถึง 194 สไตล์กับสีอีก16,777,216 สีสำหรับร่างกายแต่ละชิ้นยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ม้าของเราจะมีทั้งระดับความแรร์และขีดจำกัด (เลเวล) ที่ไม่เท่ากันอีกด้วย ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดของม้าแต่ละตัวด้วยระดับความแรร์ (ตามลำดับ) --> Common, Rare, Super, Hyper และ Exoticยิ่งม้าตัวนั้นหายากมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะฝึกฝนไปจนถึงขีดจำกัดสูงสุดก็เป็นไปได้มาก แต่ก็แลกมากับค่าใช้จ่ายที่อาจสูงกว่าม้าในระดับต่ำกว่าเช่นกัน อีกทั้งระดับความแรร์ยังส่งผลต่อโอกาสการผสมพันธุ์รวมถึง Stat ที่จะได้อีกด้วยเริ่มเล่นเกม Speed Starในการเข้าสู่โลกของ Speed Star นั้น ขอแค่มีม้าคู่หูสักตัวหนึ่ง ก็สามารถสนุกไปกับกิจกรรมต่างๆภายในเกมได้แล้ว โดยในช่วงเริ่มเกมจะมีพื้นที่ฟาร์มเล็กๆให้เรากับน้องม้าได้อาศัยอยู่ร่วมกัน จากนั้นผู้เล่นสามารถเลือกแนวทางอาชีพและเริ่มพัฒนาม้าให้เก่งขึ้นได้ตามรูปแบบการเล่นที่ตัวเองถนัดได้เลยส่วนใครเป็นสายฟรี อยากลองเล่นก่อนค่อยเริ่มลงทุน ทางเกมก็มีฟังก์ชั่นให้สายฟรีเข้ามารับจ้างทำงานในสายอาชีพต่างๆได้ โดยไม่ต้องลงทุนด้านการจัดการฟาร์มได้ด้วยเช่นกัน กิจกรรมภายในเกมLand & Farm = ผู้เล่นสามารถครอบครองที่ดินเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างคอกม้า ลานฝึกฝน ไปจนถึงสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จะแปลงเป็น NFT ส่งต่อให้ผู้เล่นท่านอื่นต่อได้ ซึ่งยิ่งสร้างไว้มากระบบภายในเกมก็จะมีค่าตอบแทนเป็นค่าความนิยมและชื่อเสียงของฟาร์มให้อีกด้วย Racecourse = "ลงแข่งเองคงไม่ถนัด ขอเป็นผู้จัดงานดีกว่า" ทางเกม Speed Star ก็ให้โอกาสผู้เล่นสามารถสร้างสนามแข่งรวมถึงจัดงานแข่งเป็นของตัวเองได้ ซึ่งที่ดินสำหรับสร้างสนามแข่งจะได้จากการเปิดประมูล โดยมีจำนวนจำกัดในแต่ละรอบเท่านั้นเดิมพันม้าแข่ง = มีการแข่งม้าแล้วต้องมีการแทงม้าควบคู่กันมาด้วย โดยจะได้ผลตอบแทนจากค่าสมัครของผู้เข้าแข่ง และถ้าชนะเดิมพันก็ได้จะได้เงิน 90% จากที่แทงไว้ ส่วนอีก 10% ก็จะกลายเป็นเงินหมุนเวียนในส่วนต่างๆของระบบนั่นเองTournament = การแข่งชิงอันดับที่เหมาะสำหรับ Jockey ที่มั่นใจในฝีมือและม้าของตัวเอง โดยการแข่งจะจัดขึ้นทุกฤดูกาล (Spring, Summer, Autumn, Winter) และจะมีผู้เข้าแข่งขันแค่ 1,000 คู่เท่านั้นที่จะได้รางวัลในแต่ละฤดูไป และยังมีสุดยอดการแข่งขัน Speed Star World GRAND PRIX ที่จะหานักซิ่งความเร็วแสงเพียงหนึ่งเดียวในแต่ละปี ที่จะกลับบ้านพร้อมเงินรางวัลก้อนโตและถูกจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์Wild Horse Run = ระบบนี้เป็นมินิเกมในรูปแบบ Click-to-earn ที่ใช้เวลาน้อยกว่าการเล่นรูปแบบอื่น ๆ และสามารถเล่นได้ทุกสายอาชีพ โดยผู้เล่นจะมีโอกาสได้รับของตอบแทนเป็นวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ใช้ในการคราฟไอเทม NFT และถ้าโชคเข้าข้างจริงๆ ก็อาจได้ม้าป่ากลับมาเลี้ยงที่บ้านสักตัวก็ได้Token ภายในเกมระบบเศรษฐกิจในเกมจะถูกขับเคลื่อนด้วย Token 3 รูปแบบ ที่จะถูกใช้จ่ายในวัตถุประสงค์ที่ต่างกันไป ดังนี้JOC Tokens ($JOC) = ใช้พัฒนาตัวละคร (มนุษย์) และซื้อไอเทมที่เกี่ยวข้องกับผู้เล่นทั้งหมดSPEED Tokens ($SPEED) = สกุลเงินพื้นฐานที่ใช้ในเกมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการสร้างฟาร์ม การดูแลม้า ไปจนถึงการวางเดิมพัน ล้วนแต่เพิ่งเงินสกุลนี้ทั้งหมดSTAR Tokens ($STAR) = Governance Tokens ที่จะถูกกระจายอยู่ในเกมของ Starverse ทั้งหมด นั่นหมายความว่าเราจะนำ Token ตัวนี้ไปใช้จ่ายใน Marketplace รวมถึงสร้าง NFT ในเกมต่างๆได้ ไม่ใช่ในเกม Speed Star เพียงเกมเดียวและแถมท้ายพิเศษอีกอย่างก็คือ Material Token ซึ่งก็คือ Supply ที่เราได้จาก Wild Horse Run ซึ่งนอกจากจะใช้เป็นวัตถุดิบสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกแล้ว ยังนำไปขายใน Marketplace ให้กับผู้เล่นอื่นที่ต้องการได้ด้วยเบื้องหลังการพัฒนา SPEED STARแนะนำตัวเกมกันไปเยอะแล้ว ก็ขอพูดถึงการพัฒนาตัวเกมกันสักหน่อยแล้วกัน โดยทีมงานผู้สร้าง Speed Star และ Starverse ขึ้นมาก็คือ Hell Factory ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์สัญญชาติไทยแท้ๆ โดยทางทีมงานได้ซุ่มพัฒนาเกมนี้มาตั้งแต่ Q3 ของปี 2021 แล้ว และเพิ่งเริ่มแง้มรายละเอียดออกมาเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมานี้เองข้อดีที่สังเกตได้ชัดของการพัฒนาเกมนี้คือ การมี Business Plan ที่แยกขาดจากตัวเกมอย่างชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานทั้งระบบ รวมถึงปัจจัยที่นอกเหนือจากตัวเกมเป็นไปอย่างราบรื่น และยังลบข้อครหาที่ว่า P2E ก็คือแชร์ลูกโซ่ ออกไปได้อีกด้วยโดยตัวเกมจะรันอยู่บนเชนของ Harmony One เป็น chain ที่ถือกำเนิดขึ้นในปี 2017 เพื่อแก้ปัญหาเรื่อง Scalability และ Sharding ที่ส่งผลให้ต้นทุนค่าธรรมเนียม (Gas) สูง และความเร็วในการประมวผลธุรกรรมต่ำ จึงทำให้มั่นใจในประสิทธิภาพการทำธุรกรรมได้อย่างหมดห่วง และแน่นอนว่าการเริ่มลงทุนสุ่มม้าและซื้อที่ดินภายในเกมนั้น จะต้องใช้เหรียญ One ของ Harmony One ในการซื้อด้วย ใครที่สนใจล่ะก็ไปเตรียมแลกเหรียญรอได้เลยส่วนกำหนดการเปิดตัวเกมคาดว่าจะอยู่ในช่วง เดือนกุมภาพันธ์ 2022 นี้ ซึ่ง ณ ขณะนี้ ทีมงานกำลังพัฒนาการเล่นให้อยู่บน web base เป็นหลักก่อน แต่สำหรับสายมือถือทั้ง iOS และ Android ก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะในอนาคตตัวเกมจะเปิดให้เล่นบนระบบปฏิบัติการทั้ง 2 อย่างแน่นอน อย่างไรก็ดีเร็วๆ นี้จะมีการ Pre-sale ม้าและที่ดินภายในเกมแล้วนะ ใครสนใจล่ะก็ ติดตามข่าวสารและข้อมูลอัปเดตได้ที่ด้านล่างนี้เลยจ้าติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่:Website: https://speedstargame.com/WhitePaper TH: https://docs.speedstar.io/th/Facebook: https://www.facebook.com/speedstar.gameTwitter: https://twitter.com/SpeedStarGameDiscord: https://discord.gg/speedstar-gameTelegram: https://t.me/speedstar_th
07 Jan 2022
[บทความ] แว่นกรองแสงสีน้ำเงินช่วยถนอมดวงตาจริงไหม? (พร้อมทิปถนอมสายตาที่ทำได้จริง)
แว่นกรองแสงสีน้ำเงิน เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่หลาย ๆ คนต้องมีติดตัวเอาไว้ เพราะไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไรก็ตาม แต่การจ้องจอดิจิทัลได้กลายเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของมนุษย์ในยุคนี้ไปเสียแล้ว ทั้งจอคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์มือถือ จนแท็ปเล็ต ไปจนถึงจอทีวี ซึ่งจอเหล่านี้ล้วนมีองค์ประกอบหนึ่งสิ่งที่เหมือนกัน นั่นคือการปล่อยแสงสีน้ำเงินออกมานั่นเองโดยการใส่แว่นกรองแสงสีน้ำเงินนั้น จะช่วยลดแสงสีน้ำเงินที่เข้าสู่ดวงตาของผู้สวมใส่ มีทั้งเลนส์สายตาสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือยาว และมีเลนส์ธรรมดาสำหรับคนที่สายตาปกติเช่นกัน ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มีความเชื่อว่า แว่นกรองแสงสีน้ำเงินนี้จะช่วยลดอาการปวดตา ตาล้า และปกป้องดวงตาในระยะยาวได้แต่ในผลการศึกษาชิ้นล่าสุดปรากฎว่า แสงสีน้ำเงินจากหน้าจอดิจิทัลนั้น ไม่ได้ส่งผลต่ออาการปวดตาของมนุษย์แต่อย่างใด สาเหตุของปัญหาทางดวงตาหลาย ๆ อย่างมาจากหน้าจอดิจิทัลต่างหากโดย Nicole Bajic ผู้ที่เป็นจักษุแพทย์กล่าวว่า อาการเจ็บป่วยทางดวงตานั้น ส่วนใหญ่จะถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่โรคที่เรียกว่า Computer Vision Syndrome ซึ่งมักแสดงออกมาเป็นอาการปวดตาด้วย ซึ่งโรคนี้นำไปสู่สาเหตุของอาการทางดวงตาทั้งหลาย เช่นตาแฉะ (Watery eyes)ตาแห้ง (Dry eyes)ตาเบลอ (Blurred vision)อ่อนไหวต่อแสง (Sensitivity to light)ปวดหัว (Headache)ปวดคอและไหล่ (Neck and shoulder pain)สมาธิสั้น (Difficulty concentrating)แสบตา (Burning eyes)เคืองตา (Itchy eyes)ลืมตาไม่ขึ้น (Hard time keeping your eyes open)โดยอาการทั้งหมดนี้ มันมีต้นเรื่องมาจากการที่ดวงตาของมนุษย์จะจับจ้องโฟกัสสิ่งต่าง ๆ ตลอดเวลาเมื่อจ้องบนจอดิจิทัล ทำให้ไม่มีช่วงพักสายตา ส่งผลให้คนเรากระพริบตาไม่ปกติ นั่นจึงกลายเป็นสาเหตุของอาการตาล้าหรือปวดตาหลังจากที่จ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ๆ นั่นเอง ซึ่งแสงสีน้ำเงินไม่ได้เข้ามามีส่วนทำให้คนเราปวดตาโดยตรงตั้งแต่แรก พูดอีกอย่างหนึ่งว่าอาการปวดตาหรือตาล้าที่เรารู้สึก อาจไม่ได้เกี่ยวกับแสงสีน้ำเงิน แต่เป็นอาการทั่วไปที่เกิดจากการจ้องอะไรก็แล้วแต่ในระยะใกล้ ๆ เป็นเวลานาน ๆ นั่นเองทั้งนี้ ใช่ว่าแสงสีฟ้าจากจอคอมพิวเตอร์จะไม่ส่งผลเสียต่อเราเลย โดยแพทย์สายตาหลายคนได้บอกว่าการรับแสงสีฟ้ามากเกินไปอาจส่งผลต่อคุณภาพในการนอนหลับได้ โดยเฉพาะผู้ที่ชอบใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในเวลากลางคืน เพราะแสงสีฟ้าจะส่งผลให้นาฬิกาชีวภาพของเราปรับตัวไม่ถูก และทำให้รู้สึกว่าเป็นเวลากลางวันอยู่ แว่นกันแสงสีฟ้าจึงยังมีผลช่วยสำหรับผู้ที่ประสบอาการนอนไม่หลับจากการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลในเวลากลางคืนขอบคุณภาพจาก Tero Vesalainen/GettyImagesวิธีรับมือเมื่อต้องจ้องหน้าจอดิจิทัลเป็นเวลานานนอกจากนี้ทางคุณหมอ Bajic ยังได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องทำงานอยู่กับหน้าจอเป็นเวลานาน ๆ อีกด้วย โดยสำหรับใครที่มีอาการดวงต่ออ่อนไหวต่อแสง หรือมีอาการไมเกรนเมื่อจ้องหน้าจอดิจิทัลเป็นเวลานาน คุณหมอได้แนะนำให้ใส่แว่น FL-41 ที่จะช่วยลดแสงสว่างที่เข้าสู่ดวงตาของผู้สวมใส่ โดยแว่น FL-41 จะเป็นแว่นที่ใช้เลนส์พิเศษช่วยลดความยาวคลื่นที่ถูกปล่อยออกมาจากแสงไฟต่าง ๆ โดยเฉพาะแสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ ที่มักจะทำให้กระตุ้นปวดไมเกรนได้ส่วนคนทั่วไป ทางคุณหมอได้สอนถึงกฎ 20-20-20 นั่นคือ “ทุกการจ้องจอดิจิทัล 20 นาที หันไปมองอะไรก็ได้ที่อยู่ไกลออกไป 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที” การกระทำนี้จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อของดวงตา และยังช่วยทำให้การกระพริบตากลับมาเป็นปกติอีกด้วยการใช้น้ำตาเทียม ก็ได้ผลดีเช่นกัน เพราะจะช่วยทำให้ตาชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน ไม่สุ่มเสี่ยงอาการตาแห้งจากการจ้องหน้าจอดิจิทัลเป็นเวลานาน แต่ทั้งนี้คุณหมอได้เตือนว่า ไม่ควรใช้เกิน 4 ครั้งต่อวัน ส่วนใครที่มีอาการตาแห้งและต้องใช้งานเป็นจำนวนมาก ควรใช้แบบที่ไม่มีสารกันบูดจะดีกว่าและข้อสุดท้ายคือ การนั่งให้ห่างจากหน้าจอในระยะช่วงแขน (ประมาณ 63 ซม.) เพราะคนส่วนใหญ่มักนั่งใกล้หน้าจอจนเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดตาเช่นกัน สำหรับคนที่นั่งห่างแล้วรู้สึกว่า ตัวหนังสือเล็ก อ่านไม่ถนัด ก็ให้ขยายขนาดของภาพเอา ไม่ใช่การเขยิบตัวเข้าไปใกล้หน้าจอแทนยังมีแสงอื่น ๆ อีกไหมที่ส่งผลกับดวงตาของมนุษย์?หากใครจำเรื่องที่เรียนในคาบวิทยาศาสตร์ได้ คงพอจะทราบกันว่า สเปกตรัมของแสงมีทั้งหมด 7 สี ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แสง ซึ่งเป็นสีของรุ้งนั่นเองโดยแสงที่มีผลกระทบต่อดวงตานั้นได้แก่ น้ำเงิน เขียว และเหลือง ทั้งแสงน้ำเงิน (Blue Light) กับแสงเขียว (Green Light) จะให้ผลต่อดวงตาที่คล้ายกัน นั่นคือ กระตุ้นความสนใจของมนุษย์ ส่งผลต่อจังหวะการใช้ชีวิต หรือที่เรียกกันภาษาบ้าน ๆ ว่า “นาฬิกาชีวิต” แสงทั้งสองจะทำให้ร่างกายรับรู้ถึงช่วงเวลากลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ยังทำหน้าที่คล้ายกับยากล่อมประสาท โดยประยุกต์ใช้ในการแพทย์สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า เนื่องจากขาดแสงอาทิตย์ได้อีกด้วยทั้งนี้ แสงสีน้ำเงินกับแสงสีเขียว หากรับในปริมาณที่มากเกินไปก็จะส่งผลร้ายได้เช่นกัน เพราะทั้งสองแสงนี้จะลดการหลั่งสาร Melatonin ซึ่งเป็นสารในสมองที่จะถูกหลั่งออกมาเฉพาะในเวลากลางคืนหรือตอนที่มีแสงน้อย ช่วยทำให้คนเรารู้สึกง่วง  แต่อย่างที่กล่าวไปข้างต้น แสงสีน้ำเงินกับสีเขียวจะส่งผลต่อนาฬิกาชีวิต ดังนั้นหากรับมากไปในเวลากลางคืน จะทำให้ร่างกายของเราเข้าใจผิด ส่งผลให้สมองชะลอการหลั่งสาร Melatonin และทำให้เราไม่รู้สึกง่วงในตอนกลางคืนนั่นเอง ซึ่งการที่สาร Melatonin หลั่งน้อยลง จะนำไปสู่โรคร้ายหลายโรค ได้แก่ ความดัน เบาหวาน และไมเกรน เป็นต้น (โดยปกติแล้วมนุษย์จะเจอแสงสีน้ำเงินมากกว่า เพราะเป็นแสงที่มีจาหน้าจอดิจิทัล และแสงที่มาจากหลอดฟลูออเรสเซนส์)และสำหรับแสงสีเหลือง (Yellow Light) จะเป็นแสงที่อยู่คู่ตรงข้ามกับแสงสีน้ำเงิน เจ้าแสงสีเหลืองนี้จะช่วยในการป้องกันแสงสีน้ำเงินได้ดี นี่จึงเป็นสาเหตุว่าแว่นกรองแสงสีน้ำเงินจึงมักมีเลนส์สีเหลือง ซึ่งหลักการนี้ก็ใช้กับแว่นกันแดดที่มีสีเหลืองเช่นกัน เพราะนอกจากจะป้องกันแสง UV ได้แล้ว ยังสามารถกรองแสงสีน้ำเงินจากดวงอาทิตย์ได้เช่นกัน นอกจากนี้ เลนส์ดวงตาของมนุษย์จะมีสีเหลืองโดยธรรชาติเมื่ออายุเพิ่มขึ้น นั่นจึงช่วยทำให้มนุษย์สามารถรับแสงสีฟ้าได้มากขึ้น เมื่ออายุเพิ่มขึ้นอีกด้วยขอบคุณภาพจาก Unspalshสุดท้ายนี้ ถึงแสงสีน้ำเงินจะไม่ได้ส่งผลต่ออาการปวดตาโดยตรง แต่แสงสีน้ำเงินก็สามารถเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ ได้ ดังนั้นหากใครมีอาการที่นอนไม่หลับในช่วงกลางคืน อันเนื่องมาจากการต้องทำงานกับหน้าจอดิจิทัลนาน ๆ หรือจะเป็นการเล่นเกมก็แล้วแต่ คุณควรลองหาแว่นกรองแสงสีน้ำเงินมาใส่ ไม่ก็ลองทำตามวิธีรับมือกับอาการ Computer Vision Syndrome ที่เรานำเสนอไปนะครับแหล่งข้อมูล: https://eastwesteye.com/different-colored-light-affects-eyes/ https://health.clevelandclinic.org/do-blue-light-blocking-glasses-actually-work/ https://health.clevelandclinic.org/computers-and-blurry-vision-5-fixes-for-your-tech-induced-eyestrain/
04 Jan 2022
[บทความ] 10 เกมปี 2021 ที่แฟนๆ ไม่ปลื้มจนให้คะแนนต่ำเตี้ยเรียดิน
ถึงแม้ว่าปี 2021 นี้จะมีเกมยอดเยี่ยมมาให้เราเล่นมากมาย ทั้งเกมใหญ่ก็ดีหรือเป็นเกมอินดี้ม้ามึดที่ได้รับรางวัลก็เยอะ แต่เราก็ต้องยอมรับว่าภายในปีนี้มันก็เป็นอีกหนึ่งความผิดหวังสำหรับบางเกมที่ถูกสร้างออกมาและไม่เป็นที่พอใจสำหรับแฟนเกมเสียเท่าไร ในบทความนี้พวกเรา GameFever TH จึงได้ไปค้นหาจากทางเว็บไซต์ให้คะแนนเกมอย่าง Metacritic ว่ามันมีวิดีโอเกมที่วางจำหน่ายภายในปี 2021 ตัวไหนบ้างที่ได้คะแนนคำวิจารณ์สุดน้อยนิดจากเหล่าแฟนๆ และต้องขอบอกก่อนว่าคะแนนที่เราหานั้นเป็นตัวเลขจากฝั่ง User Score (คะแนนจากฝั่งผู้เล่น) เท่านั้น มันเลยอาจจะมีบางเกมที่ได้รับคำแนนฝั่งนักวิจารณ์ที่โอเค (Critic Score) ที่ไม่ถูกใจเหล่าแฟนๆ HARVEST MOON: ONE WORLDHARVEST MOON: ONE WORLD ก็เป็นเกมที่ยังไม่สามารถเรียกความรักจากแฟนๆ กลับมาได้ ถึงแม้ว่าภาคนี้ตัวเกมจะมีระบบการออกเดินทางผจญภัยรอบโลกเพื่อชุบชีวิตเทพธิดาแห่งการเก็บเกี่ยว หรือมีพื้นที่ให้สำรวจถึง 5 แบบ แต่พอตัวเกมออกมาจริง ต้องยอมรับว่ามันก็มีเกมแนวปลูกผักที่ทำไว้ดีงามมากๆ ซึ่งตัวเกมนี้อาจจะยังมีระบบที่ไม่ได้น่าสนใจเท่า บวกกับกราฟิกที่ทำออกมาไม่ได้ถูกใจเหล่าแฟนๆ เช่นเดิม พื้นผิวของเกมดูเรียบไม่ได้มีรายละเอียดให้เรารู้สึกว่ากำลังอยู่ในฟาร์มเสียเท่าไรHARVEST MOON: ONE WORLD เวอร์ชัน Nintendo Switch มียอดคำวิจารณ์จากทางแฟนๆ บนเว็บไซต์ Metacritic อยู่ที่ 4.9 คะแนน (LINK)KING'S BOUNTY IIเกมแนว Turn-Based Tactical RPG ในธีมของการต่อสู้ยุคกลาง โดยคุณจะได้เล่นเป็นหนึ่งในสามฮีโร่หลัก ที่จะเป็นผู้กอบกู้ สร้างกองทัพส่วนตัวของคุณ เพื่อเดินทาง เราจะต้องอยู่รอด การเสียสละและ ทุกการตัดสินใจของคุณมีผลที่ตามมา แต่พอตัวเกมวางจำหน่ายผู้คนวิจารณ์เรื่องกราฟิกของเกมที่ไม่ค่อยสวยซักเท่าไร ตัวเกมวางแผนผังการเดินที่ค่อนข้างน่าเบื่อ แถมการเดินทางด้วยม้าก็ค่อนข้างช้า ทำให้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการเดินทางมากกว่าการต่อสู้นั่นเองโดย KING'S BOUNTY II เวอร์ชัน PC มียอดคำวิจารณ์จากทางแฟนๆ บนเว็บไซต์ Metacritic อยู่ที่ 4.7 คะแนน (LINK)SkateBIRDSkateBIRD เป็นเกมที่ให้คุณได้สวมบทเป็นเจ้านกขับ Skateboard โดยเราจะได้สำรวจพื้นที่ต่างๆ ด้วยการควบควมง่ายๆ ผสมผสานกับความสามารถของนกที่บินได้ แต่ว่าภายในเว็บไซต์ Metacritic ที่ได้คะแนนน้อยนิดเพราะว่าตัวเกมไม่ได้รับการขัดเกลาที่ดีพอ มุมมองที่ติดๆ ขัดๆ เกมเพลย์ที่ไม่ได้รู้สึกใหม่ไปกว่าเกมสมัยปี PlayStaion 2 เลยทำให้ SKATEBIRD เวอร์ชัน PC มียอดคำวิจารณ์จากทางแฟนๆ บนเว็บไซต์ Metacritic อยู่ที่ 4.2 คะแนน (LINK)Werewolf: The Apocalypse – Earthbloodเกมแนว Action RPG ที่เราจะได้รับบทเป็นมนุษย์หมาป่าและต้องต่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มาทำลายสมดุลย์ของป่า โดยตัวเกมจะผสมผสานระหว่างการเล่นในร่างมนุษย์ที่จะเน้นการลอบเร้น และการเล่นเป็นหมาป่าที่พร้อมจะไล่ขย่ำทุกคน แต่พอตัวเกมวางจำหน่ายออกมากลับพบเจอกับระบบ A.I. ที่น่าผิดหวัง เกมเพลย์และกราฟิกที่ดูโบราณ อาวุธต่อสู้ที่มีให้ใช้ซ้ำๆ โดย Werewolf: The Apocalypse – Earthblood เวอร์ชัน PS4 มียอดคำวิจารณ์จากทางแฟนๆ บนเว็บไซต์ Metacritic อยู่ที่ 4.0 คะแนน (LINK)ELITE: DANGEROUS - ODYSSEYELITE: DANGEROUS เป็นเกมแนว MMORPG ที่ให้คุณได้บังคับยานบินและสำรวจอวกาศอันไกลโพ้น และล่าสุดตัวเกมพึ่งจะอัปเดต DLC ตัวใหม่อย่าง ELITE: DANGEROUS - ODYSSEY ที่จะได้สำรวจดินแดนใหม่ และเทคโนโลยีใหม่ๆ แต่ทว่าตัวเกมกลับได้รับคำวิจารณ์จากแฟนๆ ที่ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากปัญหาเรื่องบัคของเกมที่มีเยอะมากๆ ยิ่งหนักมากๆ ในเวอร์ชัน VR ประสิทธิภาพการทำงานที่ทำได้ค่อนข้างแย่ELITE: DANGEROUS - ODYSSEY  เวอร์ชัน PC มียอดคำวิจารณ์จากทางแฟนๆ บนเว็บไซต์ Metacritic อยู่ที่ 3.5 คะแนน (LINK)Dungeons & Dragons: Dark AllianceDungeons & Dragons: Dark Alliance เป็นเกมแนว Action RPG ที่เน้นการต่อสู้แบบเรียลไทม์และเราสามารถ Co-op ผจญภัยลุยดันเจี้ยนกับเพื่อนได้เพื่อค้นหาอุปกรณ์และปลดล็อกความสามารถใหม่ๆ แต่พอเกมวางจำหน่ายออกมากลับไม่เป็นที่ชอบใจของแฟนๆ เนื่องจากระบบของเกมหลายๆ คนบ่นว่าค่อนข้างล่าหลัง ระบบแอนิเมชันที่ดีไซน์ออกมาได้ไม่ดี รวมถึงภารกิจที่ค่อนข้างน่าเบื่อโดย Dungeons & Dragons: Dark Alliance เวอร์ชัน PC มียอดคำวิจารณ์จากทางแฟนๆ บนเว็บไซต์ Metacritic อยู่ที่ 3.3 คะแนน (LINK)Battlefield 2042ถือว่าเป็นภาคที่ค่อนข้างเล่นใหญ่มากๆ สำหรับซีรีส์สงครามอย่าง Battlefield 2042 ที่ในภาคนี้รองรับผู้เล่นได้มากกว่า 128 คน แต่พอตัวเกมออกมาจริงๆ กลับไม่เป็นที่ชอบใจแฟนๆ เสียเท่าไร เพราะว่าตัวเกมค่อนข้างกินสเปกเป็นอย่างมาก รวมถึงเรายังไม่สามารถจัดทีมปาร์ตี้เล่นร่วมกับเพื่อนได้อีก (ในโหมด Multiplayer) แชทด้วยเสียงถูกเอาออกไป ระบบ Gun Play ที่ไม่ได้อาศัย Team Work มากเท่าเมื่อก่อนโดย Battlefield 2042 เวอร์ชัน PC มียอดคำวิจารณ์จากทางแฟนๆ บนเว็บไซต์ Metacritic อยู่ที่ 2.2 คะแนน (LINK)Rust Console EditionRust เป็นเกมแนวเอาตัวรอดที่คุณจะได้เข้าไปอยู่ในเกาะแห่งหนึ่งและจะต้องหาของสร้างบ้าน สร้างอาวุธเพื่อไปต่อสู้กับคนอื่นในเซิร์ฟเวอร์ โดยตอนแรกตัวเกมนั้นลงให้กับเครื่อง PC ในปี 2013 ก่อนที่ภายในไม่กี่ปีนี้ตัวเกมจะกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ทางผู้พัฒนาจึงทำการลงให้กับเครื่อง Console อย่าง PlayStation 4 และ Xbox One ได้เล่นกัน เพียงแต่ว่าตัวเกมกลับเจอปัญหาเกม Crash ระบบเซิร์ฟเวอร์ชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมนี้ก็ไม่มี รวมถึงจำนวนเซิร์ฟเวอร์ทางการของเกมก็ค่อนข้างน้อย โดย Rust Console Edition เวอร์ชัน PC มียอดคำวิจารณ์จากทางแฟนๆ บนเว็บไซต์ Metacritic อยู่ที่ 1.5 คะแนน (LINK)eFootball 2022การรีแบรนด์ครั้งใหญ่ของ Pro Evolution Soccer เปลี่ยนเป็นเกมที่ชื่อว่า eFootball  อย่างเป็นทางการ แถมยังปรับเปลี่ยนระบบให้กลายเป็นแบบ Free-to-Play แต่ถึงอย่างนั้นตัวเกมเองก็ยังครองใจแฟนๆ ไม่ได้อยู่ดี เพราะมันประสบปัญหาทั้งในเรื่องกราฟิกที่พอเล่นในเกมแล้วไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด ระบบต่างๆ ของเกมที่ยังไม่พร้อมใช้งาน และที่สำคัญสุดก็คงจะเป็นระบบการเล่นที่ค่อนข้างเล่นยากพอสมควร อาจจะเป็นเพราะตัวเกมจะต้องลงให้กับเครื่องมือถือด้วย เลยทำให้ระบบการเล่นถูกปรับเปลี่ยนออกไปจนคนไม่ชอบ โดย eFootball 2022 เวอร์ชัน PC มียอดคำวิจารณ์จากทางแฟนๆ บนเว็บไซต์ Metacritic อยู่ที่ 1.3 คะแนน (LINK)Grand Theft Auto: The Trilogy – The Definitive EditionGrand Theft Auto: The Trilogy – The Definitive Edition เป็นการเอาเกม GTA ภาค III, Vice City และ San Andreas มาปรับปรุงกราฟิกใหม่เพื่อความทันสมัยมากขึ้น แต่พอเกมออกมาจริงแฟนๆ กลับผิดหวังเพราะนอกจากที่เกมเพลย์ทั้งหมดจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปแล้วนั้น ตัวเกมยังประสบปัญหาบัคต่างๆ มากมาย หรือกราฟิก Texture ที่ทำออกมาได้แย่มากโดย Grand Theft Auto: The Trilogy – The Definitive Edition เวอร์ชัน PC มียอดคำวิจารณ์จากทางแฟนๆ บนเว็บไซต์ Metacritic อยู่ที่ 0.5 คะแนน (LINK)
22 Dec 2021
[แนะนำเกม] Ready or Not: "ตอกย้ำการกลับมาของยุค Tactical Shooter"
แนวเกมยิงเชิงกลยุทธ์ (tactical shooter) แบบดั้งเดิม แท้จริงแล้วมันไม่เคยหายไปไหน เกมแนวนี้ยังคงอยู่กับเราตลอดเวลา ทั้ง Insurgency, Zero Hour, GROUND BRANCH, Thunder Tier One และอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง เพียงแค่ช่วงหลัง ค่ายพัฒนาเกมใหญ่ผละตัวจากการพัฒนาเกมแนวดังกล่าวและลดทอนปัจจัยเชิงกลยุทธ์ในเกมการเล่น"ความ tactical หายไป เหลือเพียงแค่ shooter และชื่อชั้นของ IP เกมที่เคยยิ่งใหญ่ให้เรารำลึกมิจางหาย"Ready or Not ก็เป็นหนึ่งในบรรดาเกมข้างต้น เป็นเกมยิงเชิงกลยุทธ์โดยผู้พัฒนา VOID Interactive ที่ไม่ว่าพิจารณาจากมุมใด เราตระหนักโดยทันทีว่าคือ ผู้สืบทอดทางจิตวิญญาณของ SWAT 4 เต็มตัว และขอยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงทุกประการ VOID Interactive นำทุกองค์ประกอบจาก SWAT 4 มาสานต่อให้กลายเป็นวิดีโอเกมยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ยิ่งสัมผัส ยิ่งดำดิ่งไปกับมัน ด้วยระบบการเล่น บรรยากาศทั้งภาพและเสียง ไม่ต่างอันใดจากสารรักถึงต้นตำรับเกมยิงเชิงกลยุทธ์ที่ได้วางรากฐานให้เกมรุ่นหลังเกมให้เราสวมบทบาทเป็นหน่วยต่อต้านอาชญากรรม กระชากผู้เล่นเข้าสู่โลกแห่งอาชญากรรมในประเทศสหรัฐอเมริกา เผชิญหน้าอาชญากรรมทุกรูปแบบ ตั้งแต่การปล้นฆ่า ยาเสพติด การค้ามนุษย์ จนถึงองค์กรอาชญากรรม โลกของอาชญากรรมเต็มไปด้วยความรุนแรงบ้าคลั่งเกินขีดจำกัดเส้นวัดศีลธรรมอันยากจะหยั่งถึง เคล้าคลอบรรยากาศ neon noir อันงดงามแต่แฝงความอันตรายทุกกระเบียดนิ้วเตรียมพร้อมรับแรงปะทะระบบการเล่นของเกมเน้นยุทธวิธีการต่อสู้ระยะประชิด (close-quarters combat) การเคลื่อนที่เป็นระบบ, การหาข้อมูลเพื่อเข้าทำ, การปะทะ (ไม่ว่าจับเป็นหรือวิสามัญ) และการเคลียร์ห้อง คือวัฏจักรของเกม ไม่ว่าจะเล่นคนเดียวกับ AI หรือเล่นร่วมกับผู้เล่นอื่นก็ตาม ผู้เล่นที่เคยชินกับยุทธวิธีดังกล่าวคงไม่ต้องปรับตัว แต่หากผู้เล่นที่ไม่เคยลิ้มลองรสชาติของเกมแนวนี้คงต้องปรับตัวในระดับหนึ่ง เพราะหัวใจสำคัญของเกมไม่ใช่แค่การเข่นฆ่าแล้วก็จบ แต่เป็นความรวดเร็วและเด็ดขาด ทุกย่างก้าวคือความเป็นความตาย กระสุนนัดเดียวปลิดชีพคุณได้ ความเลินเล่อ, ความผิดพลาด หรือความไม่พร้อม เพียงครั้งเดียว จุดจบคือหายนะทั้งสิ้นในการเล่นคนเดียว เกมมาพร้อมกับ AI ร่วมทีม ให้ผู้เล่นสั่งการ ซึ่ง AI แบ่งเป็นสองทีมคือ ทีมแดงและทีมฟ้า เราสามารถสั่งการแยกทีมได้ หรือสั่งทั้งสองทีมพร้อมได้ เราในฐานะกัปตัน ต้องตัดสินใจให้ถ้วนถี่ ตั้งแต่การเลือกอุปกรณ์ให้กับลูกทีม คุณต้องคิดล่วงหน้าว่าต้องการให้แนวทางการเข้าทำของทีมคุณเป็นแบบใด จนถึงช่วงปฏิบัติภารกิจในการออกคำสั่งของคุณ ทุกสิ่งที่กล่าวมาคือความอยู่รอดของลูกทีมและหนทางสู่ความสำเร็จของภารกิจ หรือถ้าหากเล่นร่วมกับผู้เล่นคนอื่น ขอให้ตกลงและวางแผนร่วมกันโดยละเอียดถึงแนวทางการเล่น เพราะการเล่นกับผู้อื่นจะไม่มี AI ร่วมทีม การสื่อสารจึงเป็นหัวใจสำคัญ ตั้งแต่ก่อนปฏิบัติภารกิจจนถึงช่วงปฏิบัติภารกิจโดยอุปกรณ์ที่เกมให้ผู้เล่นเลือกใช้ ล้วนเป็นอุปกรณ์ที่ส่งผลต่อแนวทางการปฏิบัติภารกิจอย่างยิ่งยวด ปืนส่องใต้ประตู, ลูกซองทำลายประตู, โล่กันกระสุน, ท่อนเหล็กทำลายประตู, ระเบิด C2 ทำลายประตู, เครื่องขวางประตู, เครื่องฉีดละอองพริกไทย, ระเบิดแสง, ระเบิดแก๊สน้ำตา และระเบิดลูกปรายยาง ไม่มีสิ่งใดไร้ประโยชน์ หากคุณเลือกใช้งานตรงตามสถานการณ์ยกตัวอย่างเช่น คุณไม่เอากล้องส่องประตูมา ได้ แต่ต้องรับความเสี่ยงเพราะไม่มีข้อมูลของห้องถัดไป คุณจะเล่นแบบมุทะลุ ถีบประตูแล้วฝ่าเข้าห้อง ได้เหมือนกัน แต่ก็รับความเสี่ยงหากคุณไม่เด็ดขาดพอ แล้วโดนศัตรูเด็ดหัวลูกทีมคุณเสียฉิบส่วนอาวุธและการแต่งกายมีผลต่อการเล่นเช่นกัน ปืนไรเฟิลจู่โจมมีความรุนแรงในการยิงสำหรับปะทะกับศัตรูติดเกราะหนักอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบกับปืนกลเบา แต่ขาดความคล่องตัวมือต้องปะทะในพื้นที่แคบหรือการโน้มตัวโฉบยิงข้างประตู เพราะความยาวของปืนส่งผลต่อการประทับปืนในระยะใกล้สิ่งกีดขวาง หรือชุดเกราะหนักสามารถกันกระสุนได้ดี แต่ขาดความคล่องตัวในการเคลื่อนที่  นำระเบียบคืนสู่ปวงชนเมื่อเกมใช้รูปแบบดั้งเดิมของยิงเชิงกลยุทธ์ จึงหลีกเลี่ยงสามองค์ประกอบต่อไปนี้มิได้ คือ นาทีสังหารอันรวดเร็ว (time-to-kill), ความเปิดกว้างในการเข้าทำ และการเล่นเป็นทีม ทั้งสามองค์ประกอบบีบให้คุณต้องรวดเร็วและเด็ดขาดในทุกการกระทำของคุณ คุณจะได้พบจังหวะความเป็นความตายและพลาดพลั้งจนชินชา กลับกัน มันเป็นบทเรียนชั้นดี สอนสั่งให้คุณจงรวดเร็วและเด็ดขาดกว่าที่เคย ประกอบกับเกมใช้ระบบสุ่ม (procedure generator) ในการสุ่มวางตำแหน่งศัตรู, กับดัก และวัตถุเป้าหมายในภารกิจ ฉะนั้น หากคุณเล่นด่านเดิมซ้ำๆ คุณอาจจำรายละเอียดของตึก, บ้าน, อาคารและลานนอกอาคารได้อย่างดี แต่ไม่ใช่ว่าทำให้คุณเล่นสะดวกกว่าเดิม เพราะไม่สามารถคาดเดาการสุ่มได้แม้แต่น้อย คุณอาจได้เห็นสิ่งที่ทำให้คุณเผลออุทานกับการสุ่มของเกม อย่างเช่น การสุ่มวางศัตรูในจุดเริ่มภารกิจและโดนยิงล้างบางเสียยกหน่วย เพียงไม่กี่วินาทีนับตั้งแต่ย่ำเท้าเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติการ เหตุไม่ทันตั้งตัวและคิดไปเองว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย มันคือคำเตือนว่า ในเกมนี้ “ไม่มีที่ใดปลอดภัย”โดยเกมมาพร้อมภารกิจให้เลือกเล่นจำนวน 8 ภารกิจ ประกอบด้วย 6 ภารกิจที่พัฒนาเสร็จสมบูรณ์ กับ 2 ภารกิจเป็นภารกิจทดสอบการออกแบบด่าน แต่ละภารกิจมีสถานการณ์ให้เล่นแตกต่างกันไป โดยมีอยู่ 5 สถานการณ์คือ Barricaded suspect หรือ สถานการณ์ปิดล้อมผู้ต้องสงสัย เป็นสถานการณ์ทั่วไปที่พบได้ในทุกภารกิจ เป้าหมายของภารกิจส่วนใหญ่คือช่วยประชาชนและจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยRaid หรือ การบุกปล้น เป็นสถานการณ์ที่อันตรายกว่า barricaded suspect เพราะผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวกว่า พร้อมอาวุธครบมือกว่า ส่วนใหญ่มักต้องใช้การจู่โจมระดับถึงตายเพื่อจัดการผู้ต้องสงสัยActive shooter หรือ การกราดยิง คุณต้องหาตัวผู้ต้องสงสัยให้ไวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะเขาจะไล่กราดยิงประชาชนไปเรื่อยๆBomb Threat หรือ สถานการณ์กู้ระเบิด คุณต้องทั้งรีบเข้าไปเก็บกู้ระเบิดภายในเวลาที่กำหนด พร้อมช่วยเหลือประชาชนจากเงื้อมมือผู้ต้องสงสัยHostage rescue หรือ การช่วยเหลือตัวประกัน คุณต้องหาให้ได้ว่าผู้ต้องสงสัยจับตัวประกันไว้แห่งใด โดยไม่ให้ผู้ต้องสงสัยรู้ตัว เมื่อทราบแล้วต้องรีบเข้าจัดการผู้ต้องสงสัยให้โดยไว้ก่อนพวกเขาลงมือเด็ดหัวตัวประกันทิ้งแล้วจัดการพวกคุณต่อการกลับมาของยุคแห่ง tactical shooter“การกลับมาของยุคแห่ง tactical shooter” จึงหมายถึง การรื้อฟื้นทั้งกระแสและแนวทางดั้งเดิมของเกมแนวนี้ในอดีตกาล ตอกย้ำด้วยกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นของเกม Ready or Not ถึงแม้ว่าเกมยังอยู่ในช่วงพัฒนาก็ตาม แต่ด้วยคุณภาพข้นคลักของเกม ทั้งด้านเกมการเล่น ประสิทธิภาพในการเล่น รวมไปถึงด้านงานสร้างทุกองคาพยพ Ready or Not จึงพร้อมเป็นหนึ่งในหัวเรือหลักของบรรดาเกมยิงเชิงกลยุทธ์แบบดั้งเดิมที่ยกขบวนกลับมาทวงคืนพื้นที่ของเกมแนวดังกล่าวได้อย่างเต็มตัว ต่อจากนี้ ขึ้นอยู่กับผู้พัฒนา VOID Interactive ว่าการอัปเดตตัวเกมจักรักษาอัตลักษณ์, เอกลักษณ์ และคุณภาพของเกมได้จวบจนวันที่พัฒนาเสร็จสมบูรณ์หรือไม่ ทางผู้พัฒนาแถลงว่าจะมีการปรับปรุงตัวเกม ทั้งเรื่อง AI ลูกทีมและศัตรู เพิ่มพื้นที่ภารกิจใหม่ๆ พร้อมกับปรับปรุงพื้นที่ภารกิจปัจจุบัน ส่วนเรื่องโหมด PvP ยังคงไม่ถูกกล่าวถึง VOID Interactive ต้องแบกรับความคาดหวังจากผู้เล่นอันมหาศาล และความหวั่นใจจากผู้เล่นต่อผู้พัฒนา เกี่ยวกับตัวเกมโหมด PvP ในอดีตที่หลุดจากความเป็นเกมยิงเชิงกลยุทธ์ไปมากโข รวมถึงขาดการสื่อสารกับสังคมผู้เล่นเกม และการแยกตัวจากผู้จัดจำหน่าย Team17 เป็นเรื่องที่มิอาจมองข้ามได้ เพราะการซื้อเกม early access ถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงพอตัว กลับกัน ทุนพัฒนาเกม Ready or Not มาจากการขายเกมตัว early access แค่ทางเดียว เพราะพวกเขากลายเป็นผู้จัดจำหน่ายเอง ไม่ได้รับทุนจาก Team17 อีกต่อไป เป็นสิ่งที่ผู้สนใจเกมนี้ต้องชั่งน้ำหนักเองว่าหากสนับสนุนผู้พัฒนา คงต้องรับความเสี่ยงเกี่ยวกับตัวเกมในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้Ready or Not จำหน่ายใน Steam ราคา 469 บาท สามารถอัปเกรดเป็น Supporter Edition ในราคา 938 บาท ระยะเวลา early access ประมาณ 12 เดือน และจะมีการเพิ่มราคาต้นหลังจากอัปเดทใหญ่ครั้งแรกที่จะมาภายหลังออกจากช่วง early access ตามที่แจ้งในรายละเอียดหน้าร้าน
21 Dec 2021
[บทความ] แนะนำม๊อดเด็ดทั้ง 5 ที่น่าสนใจสำหรับ Final Fantasy VII Remake: Intergrade บน PC
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคมที่ผ่านมา ตัวเกม Final Fantasy VII Remake: Intergrade ได้ปล่อยให้เกมเมอร์ชาว PC ได้ซื้อมาเล่นผ่านร้านค้า Epic Game Stores กันสมใจ ซึ่งเมื่อพูดถึงเกมระดับ AAA ในแพลตฟอร์ม PC แล้ว สิ่งที่มักตามมาเป็นอันดับต้นๆ ในความคิดของชาวเกมเมอร์ก็คือ "ม๊อด" (Modification) หรือการปรับเปลี่ยนแก้ไขไฟล์เกม อย่างไม่ต้องสงสัยแน่นอนว่าด้วยความอิสระบน PC ที่มีมากกว่าเครื่องคอนโซลจึงทำให้ชุมชนชาวม๊อดใน PC เติบโตและขยับขยายไปไกลยิ่งกว่าแพลตฟอร์มไหนๆ ตัวม๊อดนั้นจะมีตั้งแต่ปรับเปลี่ยนระบบเกม แก้ไขกราฟิก แก้ไขข้อผิดพลาด (ที่ทางทีมงานยังไม่ออกแพตช์มาแก้) ไปจนถึงตัวช่วยโกงเกมก็มีเช่นกัน (สำหรับเกมเล่นคนเดียว) ซึ่งในบทความนี้เราจะมาพูดถึงม๊อดที่น่าสนใจของเกม Final Fantasy VII Remake: Intergrade เวอร์ชัน PC ที่โดนใจชาวเกมเมอร์จนติดอันดับยอดนิยมบนเว็บ Nexusmod กัน เผื่อเพื่อนๆ จะลองโหลดมาใช้เพื่อพัฒนาเกมของตนเองกันบ้าง!1. Dynamic Resolution Disablerสำหรับคนที่อาจจะไม่ทราบ เกม Final Fantasy VII Remake: Intergrade ใช้เทคนิคที่เรียกว่า Dynamic Resolution ซึ่งจะปรับเพิ่มหรือลดความคมชัดของภาพในบางจังหวะ หรือบางองค์ประกอบในภาพ (เช่นฉากหลังไกลๆ) เพื่อรักษาความเสถียรของเฟรมเรตเอาไว้ ในกรณีของเกม FF7R นั้น ระบบ Dynamic Resolution มักจะทำให้ภาพของเกมมีความฟุ้งๆ เบลอๆ ขัดใจผู้เล่นบางส่วน แถมยังมีบางคนที่บอกว่าระบบ Dynamic Resolution นี่แหละคือตัวการที่ทำให้เกมของพวกเขาทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรสำหรับม๊อดนี้จะช่วยให้ผู้เล่นปิดระบบ Dynamic Resolution ได้ ทำให้ตัวเกมมีภาพที่คมชัดอยู่ตลอดเวลา ตอบโจทย์สำหรับเกมเมอร์สายเสพภาพสวยๆ แบบฟินๆ กันบนจอขนาดยักษ์นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้มีฮาร์ดแวร์ระดับสูงเท่าไหร่นัก ใครที่เครื่องแรงและอยากได้ภาพคมๆ ก็สามารถดาวน์โหลดที่ LINK นี้ได้เลยครับ2. FPS PERFORMANCE BOOST FOR POTATO PC. MAX GRAPHICS FOR FLEXING. AND MOREก่อนลงม๊อด (ภาพบน)หลังลงม๊อด (ภาพล่าง)หากแปลชื่อของม๊อดนี้ จะได้ออกมาว่า “ช่วยเพิ่ม FPS สำหรับคนที่ใช้ PC กากๆ เอาไว้อวดการตั้งค่ากราฟิกสูงสุด และอื่นๆ อีกมากมาย” สำหรับม๊อดตัวนี้จะเป็นการปรับแก้ไขตัวเกมให้ลดพวก แสง เงาและเอฟเฟ็กต์ต่างๆ ภายในฉาก เพื่อช่วยให้คนที่มีเครื่อง PC ไม่แรงมากก็สามารถแตะถึงระดับ 60 FPS ได้ แน่นอนว่ามันเป็นการม๊อดจากเกมเมอร์ด้วยกัน จึงอาจจะส่งผลให้คุณภาพโดยรวมไม่ได้ดูดีเท่ากับทีมพัฒนามาทำเอง แต่ก็เป็นการมอบทางเลือกให้กับผู้ที่ไม่มีทางเลือกอื่นให้เล่นเกมได้ เพราะตัวเกมเองมีตัวเลือกกราฟิกให้ปรับน้อยมาก สามารถดาวน์โหลดที่ LINK นี้ได้เลย3. Final Fantasy 7 Remake Cheat Tableสำหรับคนที่ขี้เกียจเล่น หรือรู้สึกว่าเกมมันยากไปม๊อดนี้คือคำตอบของคุณ เพราะมันเปิดโอกาสให้คุณสามารถโกงเกมได้นั่นเอง โดยทางม๊อดก็มีตัวเลือกให้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปรับดาเมจ แก้ไขค่าพลังของตัวละคร ตัวคูณสกิล พลังชีวิต เงินในเกม และอื่นๆ อีกมากมายเท่าที่ม๊อดจะอำนวย นอกจากนี้ยังสามารถแก้ไขค่าพลังของอุปกรณ์สวมใส่ได้อีกด้วย เหมาะสำหรับคนที่แค่อยากจะเข้าไปสัมผัสเนื้อเรื่องโดยที่ไม่ต้องเล่นเกมให้เครียด...สามารถดาวน์โหลดที่ LINK นี้ได้เลย4. Scarlet over Buster Swordเป็นม๊อดที่แค่เห็นภาพก็ขำแล้ว กับการแทนโมเดลดาบยักษ์คู่ใจ Buster Sword ของตัวเอก Cloud ด้วยตัวละครฝ่ายร้ายอย่าง Scarlet ให้ผู้เล่นอย่างเราใช้เรือนร่างดินระเบิดของเธอในการปล่อยลิมิตเบรคใส่ศัตรูแทนดาบ บอกเลยว่า Sephiroth ก็ Sephiroth เถอะ เจอเจ๊ Scarlet ฟาดเข้าไปซักทีต้องมีงงกันบ้าง!ไม่ว่าคุณเป็นแฟนเดนตายของเจ๊ Scarlet ที่ต้องการพาเธอผจญภัยไปด้วยกัน หรือเกลียดขี้หน้าเจ๊จากเนื้อเรื่องเกมก็ตามที เชื่อว่าม๊อดนี้น่าจะถูกใจทุกคนไม่ต่างกันทั้งนี้ในคอมเมนต์ของตัวม๊อดยังได้มีการเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลง Scarlet เป็นสกินใส่ทับในตัวละครอื่นๆ ลงไปด้วย เชื่อได้เลยว่าในอนาคตน่าจะได้มีโอกาสใช้ตัวละครอื่นๆ แทนดาบเช่นนี้อีกอย่างแน่นอน สามารถดาวน์โหลดที่ LINK นี้ได้เลย5. Purple Dress Tifa & Sexy Dress Aerithเนื่องด้วยม๊อดสองตัวนี้เป็นการแก้ไขเสื้อผ้าของตัวละครเหมือนกัน จึงขอจับมารวมกันเสียเลย โดยหากพูดถึงเกม Final Fantasy VII นั้น หนึ่งจุดเด่นที่หนีไม่พ้นก็คือ การออกแบบตัวละครที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นตัวละครชายอย่าง Cloud ที่หล่อกระชากใจสาวๆ ไปจนถึงตัวละครหญิงอย่าง Aerith หรือ Tifa ที่สวยละลายใจหนุ่มๆ เช่นกัน ยิ่งในตัวเกมเวอร์ชัน Remake นี้ ความสวยงามของภาพกราฟิกในช่วงยุค 2020 ยิ่งทำให้สามารถแสดงความงดงามออกมาได้ยิ่งกว่าเวอร์ชันภาพยนตร์อย่าง Final Fantasy VII: Advent Children ที่ฉายในปี 2005 เสียอีกโดยตัว MOD จะทำการปรับเปลี่ยนชุดหลักของ Tifa และ Aerith ให้กลายเป็นชุดเดรสที่ตามปกติแล้ว พวกเธอจะใส่ในช่วงอีเวนต์หนึ่งของตัวเกมเท่านั้น ให้กลายเป็นการใส่แบบถาวร ตลอดเวลาไปเลย ซึ่งสำหรับใครที่ชอบลุคเซ็กซี่ในชุดเดรสของสองสาว คงถูกใจม๊อดตัวนี้ไม่น้อยเลยแหละครับ สามารถดาวน์โหลดที่ LINK (Tifa) และ LINK (Aerith) เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับม๊อดทั้ง 5 ที่เรานำมาแนะนำกันในวันนี้ หวังว่าจะมีม๊อดที่ถูกใจคุณผู้อ่านกันบ้างสักตัวหรือสองตัวนะครับ ส่วนใครที่อยากจะลองหาม๊อดเพิ่มเติมจากที่เราแนะนำไป ก็สามารถเข้าไปหาที่ Nexusmod กันได้เลย
20 Dec 2021
[Play-to-Earn] จับตา! แผนการพัฒนา NFTs Game จากเหล่าค่ายเกมแนวหน้าของวงการ
กลายเป็นคำถามยอดฮิตไปแล้ว เมื่อเราเล่นเกมสักเกมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมจากค่ายที่มีชื่อเสียง ด้วยความสงสัยว่า 'เกมนี้ จะทำ NFTs ไหม?' แต่อย่างที่เราพอจะเดากันได้ว่าเกมที่อยู่มานานแล้วคงไม่ทำระบบใหม่หรอก แต่ถ้าสร้างเกมใหม่ล่ะก็ไม่แน่!ณ ตอนนี้ได้มีค่ายชื่อดังและค่ายเกมผู้พัฒนาเกมยอดฮิตหลายแห่งได้ออกมาประกาศเป้าหมายในการผลักดันเกมในเครือของพวกเขาให้เข้าสู่ระบบ Blockchain กันพอสมควรแล้ว ทาง Game Fever จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากแต่ละค่ายมาแบ่งปันกัน ในนี้จะมีค่ายในดวงใจของทุกคนอยู่บ้างหรือเปล่านะ?++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++UBISOFTเรียกได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ส่งท้ายปี เมื่อ Ubisoft ค่ายเกมเจ้าใหญ่ที่ถือครองเกมดัง ทั้ง Assassin's Creed, Far Cry, For Honor, Just Dance, Prince of Persia, และ  Watch Dogs ได้ประกาศตัวลงสนาม NFT เกม ด้วยการเปิด "Ubisoft Quartz" สำหรับซื้อขาย NFT ของเกมในเครือ ถือเป็นค่ายเกมระดับ AAA เจ้าแรกที่นำระบบ NFT มาใช้ในเกมกระแสหลักของตัวเองในปัจจุบันโดยการซื้อขายจะใช้สกุลเงิน Tezos Quartz ได้ประเดิมเกมแรกที่สามารถซื้อขาย NFT ได้ในช่วง Beta ด้วย Tom Clancy's Ghost Recon Breakpoint ที่สามารถแลกเปลี่ยนทั้งสกินของอาวุธและชุดเกราะที่มีเลข Digit แตกต่างกันเพื่อสร้างความเฉพาะตัวให้ไอเท็มเหล่านั้น ซึ่งได้เปิดตลาดไปเมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมานี้เองทั้งนี้ การเปิดตัวระบบ NFT ของ Ubisoft ได้เผชิญกับกระแสตอบรับที่ไม่สู้ดีนักจากเกมเมอร์ โดยหลังจากที่ปล่อยคลิปเปิดตัวระบบไปทางยูทูปไม่กี่ชั่วโมง ได้มีผู้เล่นจำนวนมากเข้าไปกด Dislike คลิป พร้อมทิ้งคอมเมนต์เจ็บๆ แสบๆ จนค่ายต้องนำคลิปดังกล่าวลงจากช่องในที่สุดนอกจากนี้ รายงานล่าสุดยังพบว่าจาก NFT ทั้งหมด 2,256 รายการที่ Ubisoft แจกออกไป ได้มีการซื้อขายเพียง 15 ครั้งเท่านั้นจนถึงบัดนี้ ซึ่งแปลงเป็นจำนวนเงินไม่ถึง $400 (ราว 12,000 บาท) ด้วยซ้ำ โดยการตัดสินใจปล่อยไอเทม NFT หน้าตาดาษๆ ออกมาในเกม Ghost Recon: Breakpoint ที่แทบไม่ค่อยมีใครเล่นอยู่แล้ว อาจไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ดีนักสำหรับโครงการ Ubisoft Quartz ของค่าย++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++Square Enixค่ายเกมชื่อดังจากฝั่งญี่ปุ่น ผู้ให้บริการเกมยอดฮิตทั้ง Final Fantasy, Dragon Quest, Tomb Raider และ Kingdom Hearts ก็ได้ก้าวเข้าสู่ตลาด NFTs แล้ว ด้วยการปล่อย NFTs Card จากแฟรนไชน์เกมและอนิเมะเรื่อง “Shi-San-Sei Million Arthur” ในวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา และ sold out ไปเรียบร้อยแล้วด้วย~ และจากความสำเร็จอันงดงามนี้ Square Enix ได้วางแผนสำหรับ NFTs Card ชุดต่อไป รวมถึงกำลังพิจารณาการก้าวเข้าสู่ Blockchain Gaming อย่างเต็มตัว เพื่อตอบรับกับสภาพแวดล้อมของวงการเกมที่เปลี่ยนไป และนี่ยังเป็นการสร้างแนวทางใหม่ที่หลากหลายให้กับแฟนเกมได้เลือกเล่นอีกด้วย ก็มารอดูกันว่าเกมที่จะออกมานั้นเป็นเกมใหม่หรือจะหยิบแฟรนไชน์ตัวไหนมาทำ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++Pearl Abyssค่ายเกมเกาหลี เจ้าของเกมดังอย่าง Black Desert ที่ตีตลาดและครองใจผู้เล่นได้ตลอดกาลทั้งบนแพลตฟอร์ม PC และ Mobile ด้วยระบบการเล่นที่หลากหลายรวมไปถึงตัวละครที่สามารถปรับแต่งได้อย่างละเอียด ทำให้เมื่อกระแสของ NFT Game เข้ามา หลายคนก็เห็นว่าเกมนี้เหมาะกับการทำ NFT เก็งราคาเสียเหลือเกินไม่แน่ว่าอาจจะเป็นไปได้! เพราะจากรายงานของ businesskorea ที่ว่าเกม Black Desert Mobile กำลังจะเปิดเซิฟเวอร์ใหม่ในจีน และคาดหวังว่าจะนำระบบ NFT และ Metaverse เข้ามาใส่ในเกมด้วย และที่น่าจับตามองกว่าก็คือเกม DokeV ซึ่งเป็นเกม Open World แนวจับมอนเตอร์ ก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะนำระบบเหล่านี้เข้ามาในเกมด้วย (แต่ PA เขาจะทำไหมนี่ต้องรอลุ้นเอาแล้วล่ะ)++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++Dragonflyชื่อค่ายอาจไม่คุ้นเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่านี่คือเจ้าของเกม SF หรือ Special Force ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเกม FPS ที่ยิ่งใหญ่ในวงการเกมออนไลน์ของไทย ทุกคนต้องร้องอ๋อกันแน่นอน และใช่จ้า ตอนนี้ทางทีมผู้พัฒนากำลังเตรียมเปิดตัว SF เวอร์ชั่นใหม่ ที่จะมาพร้อมกับระบบ Play-to-Earn และ NFTs ด้วย!โดยในเวอร์ชั่น Play-to-Earn นี้จะมาในชื่อ Special Force: Legion of Monsters ที่มีระบบการเล่นเป็นแนว Battle Royale เต็มรูปแบบ และตั้งเป้าจะตีตลาด SEA (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) โดยเฉพาะ ผ่านระบบ Steam แต่อย่างที่ทราบว่าตอนนี้แพลตฟอร์ม Steam ยังแบนเกมแนวนี้อยู่ ก็ไม่รู้ว่าตามแปลนที่เกมจะเปิดในปี 2022 นี้จะเป็นช่วงไหนแน่ เพราะก่อนอื่นต้องให้ Steam ปลดล็อคระบบก่อนอ่ะเนอะ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++GSC Game Worldค่ายเกมจากยูเครนผู้เป็นเจ้าของแฟรนไชน์ Cossacks และ S.T.A.L.K.E.R. ก็ได้ตั้งธงจะพัฒนาเกมลงระบบ Blockchain กับเขาด้วย โดยในวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางค่ายก็ได้ประกาศจะเพิ่มระบบ NFTs เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเกม S.T.A.L.K.E.R. 2: Heart of Chernobyl ที่จะลง PC และ Xbox ในเดือนเมษายนปี 2022 นี้ด้วยแต่กระแสตอบรับกลับไม่ได้ดีอย่างที่คิด เพราะเหมือนผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้มีระบบเหล่านี้ในเกม ทำให้โปรเจคเป็นอันยกเลิกไป แต่ไม่แน่ว่าอนาคตอาจจะมีเกม NFTs จากค่ายนี้ขึ้นมาก็ได้ เพียงแต่ยังไม่ใช่ในเวลานี้เท่านั้นเอง++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++Take-Two Interactiveจากการควบรวมค่ายเกมอย่าง Rockstar และ 2K กลายร่างเป็น Take-Two Interactive และได้เป็นผู้ดูแลเกม Role-play ชื่อดังหลายแฟรนไชน์ไปโดยปริยาย อาทิเช่น BioShock, Borderlands, GTA (Grand Theft Auto), Red Dead และ Mafia อีกทั้งเกมกีฬาอย่าง NBA และ WWE รวมถึงเกมระดับตำนานอย่าง Civilization ก็ได้มาอยู่ในค่ายนี้ด้วยโดย CEO Strauss Zelnick ได้ออกมาบอกว่า "เขาเชื่อในระบบ NFT อย่างสุดใจ" เพราะ Blockchain ทำให้การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอลเป็นไปได้อย่างถูกต้องและตรงไปตรงมานั่นเอง และเพราะเหตุนี้ ทางค่ายจึงเล็งจะนำเทคโนโลยีที่แสนมีประโยชน์มาเป็นส่วนหนึ่งของเกมในอนาคต ก็ต้องรอดูว่าจะเป็นเกมใหม่เกมใดหรือจะเป็นภาคต่อ/ภาคพิเศษจากซีรี่ย์ชื่อดังสักเกมก็เป็นได้++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++22 cansบริษัทของ Developer ชื่อดัง Peter Molyneux ผู้อยู่เบื้องหลังเกม Populous, Dungeon Keeper, Fable และ Black & White ก่อนจะมาเปิดค่ายเกมเพิ่มในชื่อ 22cans โดยมีเกมที่คลอดออกมาจากค่ายนี้อย่าง Curiosity: What's Inside the Cube?, Godus และ The Trail: Frontier Challenge และเกมล่าสุดที่กำลังพัฒนาอย่าง Legacy ซึ่งเป็นแนวจำลองการทำธุรกิจ (Business Simulator Game) นี้ จะนำระบบ Blockchain และ NFT เข้ามาใส่ในเกมด้วย เพราะด้วยระบบ Blockchain ผู้เล่นจะทำให้ผู้เล่นสามารถสร้างชิ้นส่วนต่างๆออกมาซื้อ-ขาย-แลกเปลี่ยนกับผู้เล่นอื่นได้ด้วย LegacyCoin ที่รันบน Ethereum โดยหลังการประกาศรายละเอียดเกมออกมา ทำให้ที่ดินของเกมมีมูลค่าพุ่งไปที่ 50 ล้านดอลล่าร์ ตั้งแต่เกมยังไม่เปิดตัวเลยทีเดียว++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++EAค่ายเกมยักษ์อย่าง EA หรือ Electronic Arts ก็ได้ออกมาประกาศว่า "NFT คืออนาคตของวงการ" โดยเฉพาะแฟนเกม FIFA ต้องดีใจแน่ๆ ถ้ามีระบบ NFT เข้ามาให้แลกเปลี่ยนนักเตะได้ ถึงแม้ตอนนี้ทางค่ายยังไม่กระโดดลงมาในวงการ Play-to-Earn หรือ NFT แต่ในหน้ารับสมัครงานก็ได้ประกาศรับผู้พัฒนาด้านนี้แล้ว แหม.. เตรียมการขนาดนี้ บอกเลย EA เอาจริงแน่นอน!อย่างไรก็ดี ยังมีเกมแฟรนไชน์ต่างๆของ EA ที่น่าสนใจ และคงเจ๋งไม่น้อยถ้ามันได้กลายมาเป็น NFT ด้วย อย่าง The sims, Battlefield, Need for Speed, Command & Conquer หรือ Star Wars แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว แต่ก่อนอื่นเรามาลุ้น NFT แรกของ EA กันก่อนดีกว่าว่าจะออกมาเวิร์คขนาดไหน++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++แม้กรณีของ Ubisoft จะแสดงให้เห็นว่าตลาดเกมกระแสหลักอาจจะยังไม่พร้อมเปิดใจรับการใช้เทคโนโลยี NFT เหล่านี้ จากกระแสต้านของผู้เล่นส่วนใหญ่ๆ ที่มองว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะทำให้เกมที่พวกเขารักกลายเป็นเพียงเครื่องมือทำเงินของค่ายเกมไปโดยสมบูรณ์ จนค่ายเกมเริ่มให้ควาสำคัญกับการออกแบบระบบ NFT มากกว่าจะออกแบบเกมให้สนุกเป็นอันดับแรก รวมไปถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากพลังงานปริมาณมหาศาลที่ต้องใช้ในการผลิต NFT เหล่านี้ จะอย่างไรก็แล้วแต่ คงปฏิเสธจากว่าการควบรวมกันของเทคโนโลยี NFT และเกมนั้นเป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น คงต้องรอดูกันต่อไปว่าใครจะเป็นคนตีโจทย์แตก และดัน NFT ให้กลายเป็นที่ยอมรับในกระแสหลักได้จริงๆ
20 Dec 2021
[Play-to-Earn] CryptoMines กำลังจะ Reborn | บทเรียนราคาแพงของวงการ GameFi
เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่าน เรียกได้ว่ามีเหตุการณ์ใหญ่สะเทือนคอมมูนิตี้ GameFi และ NFTs Game กันพอสมควร เมื่อเกม CryptoMines ประกาศบ๊ายบายเวอร์ชั่นปัจจุบัน และรอเจอกันในเวอร์ชั่นใหม่ชื่อว่า CryptoMines Reborn หลังจากที่สถานการณ์ในเกมย่ำแย่จน Developer ยื้อไว้ไม่ไหว มันเกิดอะไรขึ้น? เหตุใดจึงต้องเปิดเกมภาคใหม่? และทำไมเรื่องนี้จึงเป็นที่น่าสนใจ วันนี้ GameFever จะมาเล่าให้ฟังเองCrypto Minesเป็นเกม Play-to-Earn แนว Sci-Fi ที่รันอยู่บน Binance Smart Chain (BSC) โดยรูปแบบการเล่นคือ ผู้เล่นต้องสะสมคนงาน (Worker) และยาน (Spaceships) เพื่อไปขุดแร่ Ethernal ตามดาวต่างๆ และแร่ที่เราขุดได้นี่แหละ คือ Crypto Token ของเกมนี้ ที่เราสามารถนำไปใช้จ่ายใน Marketplace, สุ่ม Worker หรือ Spaceships, ต่อสัญญากับ Worker, เติมน้ำมันยาน ไปจนถึงแลกออกมาเป็นเงินหรือเหรียญคริโตอื่นๆ ได้  นอกจากนี้ Worker และ Spaceships ของเรา ยังสามารถ mint เพื่อขายเป็น NFT ได้ ทั้งแบบ NFT ชิ้นเดียว หรือจะมัดรวมแพคเกจที่เรียกว่า Fleet ก็ได้เช่นกันซึ่ง Crypto Mines ได้เปิดตัวมาตั้งแต่เดือนตุลาคม และมีแนวโน้มการขับเคลื่อนเกมที่ดีมาโดยตลอดจนถึงขั้นเป็นหนึ่งในเกม Recommend ที่ทุกคนแนะนำ แถมในช่วงเดือนพฤศจิกายน Crypto Mines ยังเป็นเกมที่มี Active User สูงที่สุดบน BSC ติดต่อกันรัวๆ แซงหน้าเกมอื่นบนเชนไปลิบลิ่วเลย นั่นจึงทำให้ตัวเกมได้รับความไว้วางใจจากพาร์ทเนอร์ และพาเหรียญ ETERNAL ได้ไปโลดเล่นบนกระดานเทรด (Decentralized Exchange) เจ้าใหญ่ๆ หลายเจ้า แนวโน้มดีขนาดนี้ทีม Developer เขาเลยมีแผนพัฒนาเกมยาวไปจนถึงปี 2022 นู่นเลยล่ะแล้วทำไมต้อง Reborn?อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตของเกมนี้ก็ช่างน่ากลัวยิ่งนัก เมื่อเกมได้รับความนิยม คนที่เข้ามาขุด ETERNAL จนกราฟพุ่งทะยานขึ้นสูงมาก (อารมณ์คล้ายๆเงินเฟ้อในสกุลเงินจริง) เมื่อราคาเหรียญขึ้นคนจึงพร้อมใจกันเทขายและทำให้กราฟดิ่งลงภายในเวลาไม่นาน หรือที่หลายคนเรียกว่าภาวะ "ติดดอย" นั่นเอง ผู้เล่นบางคนที่ Panic ก็รีบขายออกก่อนที่ตัวเองจะขาดทุน เป็นการซ้ำแผลเศรษฐกิจของเกมเข้าไปอีก นั่นทำให้ความน่าเชื่อถือของเกมวูบหายไปชั่วข้ามคืน เมื่อไม่มีผู้ลงทุนหน้าใหม่เข้ามาเพิ่ม NFT เริ่มไม่มีราคา ทำให้ไม่เกิดการหมุนเวียนของเงินทุนและทรัพยากรภายในเกม ทาง Developer ที่พยายามยื้อสุดชีวิตแล้ว จึงตัดสินใจเปิด Voting ให้ผู้เล่นที่ยังคงรักเกมนี้อยู่ช่วยกันตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ซึ่งมติที่ออกมาก็คือผู้เล่นยินดีที่จะย้ายไปยังเกมเวอร์ชั่นใหม่ ดีกว่าอยู่กับเศรษฐกิจเกมพังๆที่ไม่รู้ว่าจะฟื้นฟูกลับมาได้ไหมนั่นจึงทำให้ Crypto Mines ประกาศจะปิดตัวเวอร์ชั่นปัจจุบัน (Legacy) และเตรียมพัฒนาเวอร์ชั่นใหม่ในชื่อ CryptoMines Reborn อย่างเป็นทางการผลที่ตามมาจากเหตุการณ์ในครั้งนี้1. คำว่า "Oracle" ถูกพูดถึงมากขึ้นในหมู่ผู้เล่นเกม Play-to-Earnระบบ Oracle คือการปรับสมดุลราคาของในเกมให้คงที่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีผลดีที่ผู้เล่นใหม่สามารถลงทุนและเริ่มเกมได้อย่างเสมอภาคกับผู้เล่นเดิม แต่ปัญหาคือ วิธีการนี้จะทำให้เหรียญเข้าและออกจากระบบอย่างรวดเร็ว และถ้าหากไม่มีผู้เล่นใหม่เข้ามาเพิ่มก็จะทำให้ราคาเหรียญตกลงอย่างรวดเร็ว เมื่อราคาเหรียญเริ่มดิ่งคนก็เริ่มเทขายจนหมด Poolเหตุนี้เอง จึงทำให้เกิดการถกเถียงกันมากขึ้นว่าระบบนี้ "ดีจริงหรือไม่?" และได้มีการเปรียบเทียบกับระบบของเกมอื่นๆ ว่าดีหรือเสี่ยงกว่าแบบ Oracle แค่ไหน เพื่อจะได้รู้เท่าทันเกมใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยนั่นเอง2. เกมที่คนอวยมาก ใช่ว่าจะอยู่รอดเสมอไปจากกรณีครั้งนี้ เห็นได้ชัดเลยว่าเกมที่มีสถิติดี รีวิวดี คนแนะนำเยอะ ก็มีโอกาสแตก (ปิดตัว) ไปได้เช่นกัน ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่ที่จะเข้ามาในวงการ Play-to-Earn ตระหนักถึงการศึกษาข้อมูลเกมและประเมินความเสี่ยงมากขึ้นกว่าช่วงก่อน3. การเล่นเกม vs. การลงทุนเป็นอีกหนึ่งข้อสังเกตที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคุยกันมากขึ้น ว่าการมาของ "GameFi" นั้นทำให้การเล่นเกมเพื่อหารายได้มันเกิดขึ้นจริง แต่ถ้าคนที่อยู่ในเกมมีแต่นายทุนล่ะ? แน่นอนมันก็จะไม่ใช่เกมแบบที่เราเคยรู้จักอีกต่อไป เพราะแทนที่ทุกคนจะได้เข้ามาสนุก แลกเปลี่ยนของสะสมภายในเกม และได้กำไรเป็นรายได้จากมัน กลับกลายเป็นว่ามีแต่คนเข้ามาเพื่อหวังกอบโกย ทำให้เศรษฐกิจพัง ความเป็นเกมพัง และเมื่อไหร่ที่นายทุนเหล่านั้นเทเกม เหล่าคนที่กลัวขาดทุนก็พร้อมจะเทตามทันที ทั้งหมดนี้ต่างเป็นสาเหตุให้เกม Play-to-Earn แตกมานักต่อนักแล้ว เพียงแต่ CryptoMines เป็นเกมที่กระแสแรงจึงทำให้ถูกพูดถึงมากกว่านั่นเอง4. ความเสี่ยงในการเล่นเกม NFTsอย่างที่เราบอกทุกครั้งว่า "ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษารายละเอียดก่อนการทำธุรกรรม" ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลย และเป็นกฎที่ผู้มีความต้องการลงทุนทุกคนต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับ 1 ฉะนั้น จากนี้แม้จะมีรายละเอียดเกม NFTs ไม่ว่าเก่าหรือใหม่เข้ามา "อย่าเพิ่งลงทุน" ถ้ายังไม่ได้ศึกษาจนมั่นใจ หรือประเมินความเสี่ยงว่าเรารับได้ เช่น ซื้อยาน 1 ลำ ด้วยเงิน 5,000 บาท โดยเป็นจำนวนเงินที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ (เงินเย็น) ซึ่งถ้าได้ก็กำไร เสียไปก็ถือว่าสนับสนุนผู้พัฒนาเช่นเดียวกับการเล่นเกมอื่นๆ แต่ถ้าไม่มีจริงๆ ให้เล่นแบบสายฟรีโดยไม่หวังกำไรจะดีกว่า หากผู้เล่นต่างหมุนเวียนเข้าเกมมาด้วย mindset นี้ จะทำให้สังคมเกมน่าอยู่และเกิดเศรษฐกิจที่ยั่งยืนกว่าด้วย5. Content เกี่ยวกับ "พื้นฐาน GameFi ที่ควรรู้" ถูกสร้างมากขึ้นจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ Creator สาย NFTs Game หลายท่านได้ออกมาทำคลิปแนะแนวทางการ Play-to-Earn มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่องที่เริ่มต้นจากเรื่องนี้อย่าง AE-AH Crypto & GameFi ที่จะมาอัปเดตเกี่ยวกับเกม CryptoMines และพูดถึงกรณีศึกษาของเกมต่างๆ หรือช่อง TopGame Thailand ที่ได้เพิ่มรายการ "GameFi Clinic" เพื่อมาให้ความรู้เรื่องนี้โดยเฉพาะ เรียกได้ว่าเราจะสามารถหาข้อมูลได้ง่ายและหลากหลายกันมากขึ้น ถือว่าเป็นข้อดีที่จะช่วยเสริมเกราะป้องกันและความมั่นใจให้กับมือใหม่ในวงการ NFTs Game ได้อย่างยอดเยี่ยมเลยล่ะสถานะปัจจุบันของ Crypto Mines ทั้ง 2 เวอร์ชั่น- ทาง Developer ได้กำหนดเหรียญใหม่สำหรับ CryptoMines Reborn ออกมาแล้ว ชื่อว่า "Dark Matter"- สำหรับผู้เล่นเก่าในตอนนี้ สามารถเข้าร่วม Stake ทรัพยากรเพื่อแลกรับโทเค็นใหม่ โดยจะมีระยะเวลา 6 เดือนในการทำกิจกรรม- ในตัวเกมใหม่ จะพัฒนาระบบให้มีความปลอดภัย รัดกุม ป้องกันวาฬ (ผู้ที่ถือเหรียญจำนวนมาก) และเป็นเกมที่มีระบบเศรษฐกิจที่มีสภาพคล่องมากขึ้น============================================================ก็มารอลุ้นกันว่า CryptoMines Reborn จะสามารถแก้ปัญหาจากบทเรียนที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ดีแค่ไหน? แล้วภาคใหม่จะน่าลงทุนกว่าภาคเก่าหรือเปล่า? ซึ่งถ้าใครรอคอยอยู่ก็ขอให้ประสบกับโชคดีในเวอร์ชั่นใหม่ ส่วนใครที่ยังไม่มั่นใจ เราก็มาติดตามข่าวและเอาใจช่วยทีม Developer ไปด้วยกันดีกว่า!
17 Dec 2021
[บทความ] Sifu Preview รวมความเห็นจาก 5 สื่อต่างประเทศ "เกมแอ๊คชั่นอารมณ์กังฟูที่ลื่นไหล กวาดคำชมล้นหลาม"
สำหรับใครที่ชอบภาพยนตร์จากฝั่งจีน แนวกำลังภายในอย่างพวกคนเล็กหมัดเทวดา หรือวิ่งสู้ฟัด เกม Sifu น่าจะตอบโจทย์ของคุณอย่างแน่นอน ตัวเกมนำเสนอการต่อสู้ด้วยศาสตร์ของกังฟู ตะลุยเข้าไปท่ามกลางดงศัตรูนับสิบ ซึ่งบรรยากาศและฉากนั้น มันเหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์แนวแอ็กชันเลยทีเดียวในวันนี้ก็ถือว่าตัวเกมใกล้จะวางขายเต็มที โดยจะวางขายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2022 ซึ่ง ณ ตอนนี้ได้มีสื่อหลายเจ้าได้รับตัวเกม Demo ไปลองพรีวิวกันเรียบร้อยแล้วความเห็นจากฝั่ง IGNระบบการต่อสู้ลื่นไหลมาก ทว่าก็ยังคงมีความหนักแน่น ทรงพลังอยู่ในนั้นคิดว่าตัว Demo น่าจะใช้เวลาไม่นานในการเล่นจบ แต่ด้วยระบบการต่อสู้ที่สนุกจัดๆ จึงทำให้เล่นไปถึง 6 ชั่วโมงภาพนอกตัวระบบอาจจะดูคล้ายเกมซีรีส์ Batman Arkham แต่อันที่จริงแล้วมันยากกว่านั้น เพราะตัวเกมไม่มีสัญญาณเตือนว่าศัตรูจะโจมตีตอนไหน เวลาในการกด Parry ก็น้อยกว่ามาก แถมศัตรูยังสามารถ Parry เรากลับได้ด้วยศัตรูค่อนข้างเก่ง ทำให้เกมมีความท้าทาย แน่นอนว่าตัวเกมถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นตายสมกับเป็นเกม Roguelike (เกมที่เมื่อผู้เล่นตาย และทุกอย่างจะถูกเริ่มใหม่) อยู่แล้ว แต่การตายแต่ละครั้งจะไม่เสียเปล่า เอา XP มาใช้อัปเกรด ซื้อท่าใหม่ๆ ได้ระบบการตายทำได้เจ๋งดี เมื่อเราตายและกดฟื้นคืนชีพ อายุเราจะเพิ่มขึ้น ซึ่งหากอายุเพิ่มจนถึงจุดที่กำหนดก็จะ Game Over บังคับเริ่มเล่นใหม่เท่านั้นอายุเพิ่มขึ้น จะทำให้พลังโจมตีเพิ่มขึ้น แต่พลังชีวิตลดลงเช่นกัน สอดคล้องกับระบบของเกม และทำให้เกมท้าทายขึ้น แต่ยังคงมีความยุติธรรมการขยับตัว ออกแอ็กชันต่างๆ ลื่นไหลมาก ไม่เคยเห็นเกมที่มีการ Motion Capture ฉากต่อสู้ได้ลื่นไหลแบบนี้มาก่อนการป้องกันมีหลากหลายรูปแบบ ทำให้ผู้เล่นต้องตัดสินใจ ทั้ง Parry กดให้ตรงจังหวะ จะกดยากที่สุด แต่ถ้าทำได้จะส่งผลให้ศัตรูติดสถานะมึนงง เปิดโอกาสให้ Counter AttackSway โยกตัวหลบ กดง่ายกว่า Parry การโยกหลบจะไม่ทำให้ศัตรูมึนงง แต่ถ้ากดดี ๆ จะหาจังหวะโจมตีสวนได้Dodge กระโดดหลบ เป็นการหลบที่ปลอดภัยที่สุด แต่ไม่ได้ให้ผลอะไรกับการต่อสู้เลย มีอาการ FPS ตกบ้างเมื่อโหลดข้ามฉากความเห็นจากฝั่ง Gamespotให้ความรู้สึกเหมือนดูภาพยนตร์กังฟูที่ตัวเอกหลุดเดี่ยวไปกลางดงนักเลงระบบต่อสู้มองภายนอกอาจจะเหมือนเกม Batman Arkham แต่ Sifu สมจริงกว่ามาก ผู้เล่นต้องใช้ฝีมือ และประสาทสัมผัสเต็มที่เพื่อเอาชีวิตรอดฉากต่อสู้ลื่นไหล ไม่มีสะดุด และสามารถใช้สิ่งของตามฉากมาช่วยในการต่อสู้ได้ ไม่เหมือนเกมทั่วๆ ไปที่สิ่งแวดล้อมมีใช้เพียงประกอบฉากทุกการปะทะมีเอกลักษณ์ในตัวมันเอง เพราะพื้นที่ต่างกัน ศัตรูต่างกัน ทำให้รู้สึกสดใหม่อยู่เสมอผสมผสานระบบการเล่นกับแนวเกม Roguelike  ได้ดี แถมยังค่อนข้างสมเหตุสมผล เพราะเมื่ออายุมากขึ้น วิชากังฟูก็จะแก่กล้าขึ้น ทำให้โจมตีแรงขึ้น แลกกับสุขภาพที่ถดถอย ทำให้พลังชีวิตลดลงส่วนตัวแล้วหวังสูงแต่ตอนดู Trailer พอได้ลองมาเล่น Demo ก็ยิ่งคาดหวังมากกว่าเดิมอีกความเห็นจากฝั่ง ACGตัว Demo ทำออกมาได้ดี ถึงจะมีแค่เพียงด่านเดียว แต่ก็โชว์ให้เห็นถึงระบบต่อสู้ซึ่งเป็นหัวใจหลักของตัวเกมตัวเกมใช้งานศิลป์สไตล์โทนสีอ่อนแบบ Pastel ทำให้ทุกอย่างดูนุ่มนวลมากขึ้น แม้จะต้องนำเสนอเรื่องที่รุนแรงอย่างการต่อสู้ ในบางฉากที่เล่นแสงเงาดี ๆ หากมองไกล ๆ จะเหมือนกับภาพวาดเลยทีเดียวงานภาพเป็นเอกลักษณ์มากกว่าที่คิด นับเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของตัวเกม Sifuสามารถเก็บอาวุธบนพื้น หรือเตะใส่ศัตรูได้ เล่นแล้วนึกถึงภาพยนตร์กังฟูเลยเมื่อจัดการศัตรูได้จำนวนหนึ่ง เราจะได้ท่าโจมตีพิเศษมา ซึ่งจะโชว์เป็นอนิเมชันชั่วครู่ ทำให้ศัตรูไม่สามารถโจมตีเราได้ระหว่างช่วงเวลานั้น ซึ่งมันก็เท่ดีทุกอย่างในเกมดูลื่นไหลไปหมด ไม่เหมือนเกมอื่นๆ ที่อาจจะมีจังหวะกระตุกแปลกๆ บ้างAI ศัตรูทำออกมาได้ค่อนข้างน่าประทับใจ ช่วยเพิ่มความท้าทายการต่อสู้กับบอสสนุกมาก เพราะบอสจะใช้สิ่งแวดล้อมเข้ามาช่วยสู้ และมีการโจมตีที่หลากหลาย ทำให้ท้าทายยิ่งกว่าลูกน้องแบบทาบไม่ติดส่วนตัวแล้วชอบศัตรูที่เป็นเหมือนบอสเล็กๆ  ในกลุ่มลูกกระจ๊อกบางตัวจะสามารถ Parry ท่าพิเศษของเราได้ เมื่อมัน Parry ได้แล้วมันจะมีออร่าสีทองโผล่ขึ้นมาที่ตัว การที่พวกมันปรากฎตัวแบบไม่ทันให้เตรียมใจแบบนี้ มันน่าตื่นเต้นดีเสียงทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ไม่ค่อยรู้สึกเหมือนกำลังต่อยคนอยู่ข้ามฉากใหม่แล้วเกิดอาการกระตุกเล็กน้อย ลงเกมใน SSD ก็ยังไม่ช่วยตัวเกมในตอนนี้ยังไม่มีท่าต่อสู้ที่ใช้จัดการศัตรูทีละหลายๆ ตัว หวังว่าในอนาคตจะเพิ่มเข้ามา จะได้สนุกมากยิ่งขึ้นส่วนตัวแล้วไม่ชอบสกิลที่สามารถปลดแบบถาวรได้ มันจะทำให้เกมการเล่นของบางคนเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง และขาดความสนุกที่แท้จริงความเห็นจากฝั่ง PCMagการต่อสู้ลื่นไหล มีทางเลือกหลากหลายประทับใจที่ทำให้สิ่งแวดล้อมตามฉากมาเป็นอาวุธได้ค่อนข้างท้าทายฝีมือในระดับหนึ่งประสิทธิภาพของตัวเกมยังไม่เสถียร เคยเกมพังไปสองรอบระหว่างการเล่น แถมบางช่วงยังมีจังหวะที่ FPS ลดจาก 60 ไป 40 หวังว่าทีมงานจะแก้ไขก่อนวางขายระบบท่าโจมตีพิเศษที่ทำออกมาดี แต่กลับไม่ค่อยได้ใช้ เพราะว่าการแจ้งเตือนว่าท่าพิเศษพร้อมแล้วมันค่อนข้างมองเห็นยาก ในตอนที่เรากำลังเพ่งสมาธิไปที่การต่อสู้ ศัตรูมีความหลากหลายดีถึงจะมีปัญหาด้านความสเถียร ความหน่วง อาการเกมพัง แต่ Sifu ก็ยังยอดเยี่ยม และเปี่ยมไปด้วยความเป็นไปได้ความเห็นจาก Gamexplainการต่อสู้ลื่นไหล การป้อนคำสั่งไม่มีอาการหน่วง ทำให้จังหวะที่ต้องเล่นกับความแม่นยำอย่าง Parry ทำงานได้ดีตามไปด้วยตัวเกมยังมีปัญหาด้านประสิทธิภาพ เพราะไม่ว่าจะตั้งค่ากราฟิกที่ระดับเท่าไร เวลาข้ามฉากก็จะมีอาการ FPS ตกให้เห็นอยู่ดีDemo ตัวนี้สร้างมาเพื่อโชว์การต่อสู้ ซึ่งมันประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากคอมโบมีความหลากหลาย แต่พอเล่นจริงมักจะใช้อยู่แค่ 1-2 คอมโบเท่านั้นเองตัวเกมนำสิ่งแวดล้อมประกอบฉากมาใช้ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง อย่างเช่น ขวดที่อยู่ตามพื้นสามารถหยิบมาเป็นอาวุธ หรือจะเลือกเตะใส่ศัตรูก็ได้ และถ้าหากขวดแตก เราสามารถผลักศัตรูให้ล้มไปโดนเศษแก้ว ที่จะทำดาเมจมากกว่า ผลักให้ไปชนกับกำแพงธรรมดาด้วยด้านฝั่งศัตรูก็สามารถทำแบบเดียวกับตัวเราได้เช่นกัน มันช่วยเพิ่มให้เกมท้าทายขึ้นมากอนิเมชันของระบบต่อสู้ ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม หวังว่าในตัวเกมเต็ม จะมีการอัปเกรดตัวละครมากกว่านี้ และมีท่าคอมโบให้ใช้เยอะกว่านี้ด้วยอยากให้ระบบการตายที่เพิ่มอายุส่งผลต่อตัวละครมากกว่านี้ เช่น เมื่อแก่ขึ้นจะเคลื่อนที่ช้าลง แต่ได้ท่าคอมโบใหม่ ส่วนตอนหนุ่มจะเคลื่อนที่ว่องไว แต่ท่าคอมโบไม่เยอะหวังว่าเกมเต็มจะมีศัตรู และสภาพแวดล้อมที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น จากความเห็นของสื่อทั้ง 5 เจ้าที่ยกมา เราพอจะสรุปได้ว่า Sifu นั้นทำออกมาได้ตามเป้าประสงค์ของตัวเอง ด้วยคำชมของระบบการต่อสู้ในเกมที่แทบจะไปในทิศทางเดียวกัน นั่นก็คือ ลื่นไหล รุนแรง และน่าประทับใจ อีกทั้งตัวเกมยังนำเสนอความเป็น Roguelike ที่สร้างสรรค์ มีการเล่นกับอายุ และค่าพลังของตัวละครทั้งนี้ดูเหมือนว่าตัวเกมยังจะต้องขัดเกลาด้านประสิทธิภาพเสียหน่อย เพราะทุกเจ้าต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มีอาการ FPS ลดลงให้เห็นในช่วงข้ามไปฉากใหม่ ซึ่งเราต้องมาดูกันว่าในตัวเกมเต็ม Sifu จะสามารถรักษาคุณภาพ และกลบจุดอ่อนของตัวเองไปได้ไหมSifu จะวางขายในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2022 บนแพลตฟอร์ม PC, PS4 และ PS5แหล่งข้อมูล: IGNGamespotACGPCMagGameXplain
16 Dec 2021
[บทความ] Final Fantasy XIV Online: Endwalker ความรู้สึกจากสัปดาห์แรก กับบทจบมหากาพย์ MMO หนึ่งทศวรรษ
หมายเหตุ: บทความชิ้นนี้ เขียนขึ้นจากข้อมูล ระหว่างวันที่ 3 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเปิด Early Access ของ Final Fantasy XIV: Endwalker จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม รวมระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ โดยอาชีพหลัก Black Mage ที่เลเวล 90 และสองอาชีพใหม่ Reaper กับ Sage ที่เลเวล 85 พร้อมดำเนินเนื้อหาไปถึงดันเจียนที่สี่ ประกอบกับลองสกิลกับความเปลี่ยนแปลงของอาชีพอื่นๆ ที่เลเวล 80 ทั้งหมดที่มีหมายเหตุ 2: บทความนี้ ใช้ภาพประกอบจากเว็บไซต์ Media ของ Final Fantasy XIV: Endwalker เพื่อป้องกันการเปิดเผยเนื้อหาภายในเกม และเป็นภาพที่ได้รับประชาสัมพันธ์จากงาน Fanfest ตลอดปี 2021 โดยไม่ได้เผยพื้นที่ในช่วงครึ่งหลังหมายเหตุ 3: มาถึงจุดนี้ เราไม่อยากจะทำตัวเป็นป้ายโฆษณาเดินได้ แต่ถ้ายังมีคนสงสัยและสนใจ ว่าทำไมคนแห่กันไปเล่น Final Fantasy XIV Online กันเยอะเหลือเกิน ก็ขอเชิญร่วมอ่านได้ในบทความ ชิ้นนี้***************************************************************************************************สำหรับ ‘เกมออนไลน์’ หรือ ‘MMORPG’ หนึ่งๆ แล้วนั้น การที่จะสร้างชิ้นงานให้เกิดขึ้น และเปิดให้บริการในก้าวแรก ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยากในธรรมชาติของมัน เพราะนี่คือประเภทของเกมที่แตกต่างไปจากเพื่อนร่วมสารบบอื่นๆ ทั้งในแง่ทางเทคนิค ที่ต้องใช้ฝีมือและการลงแรงอย่างมหาศาล จนถึงศิลป์ ที่ต้องสร้างโลกที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดให้ผู้เล่น ยอมทุ่มเทเวลา ไม่เพียงแค่หลักสิบ แต่เป็นหลักร้อย หลักพันชั่วโมงและยิ่งไม่ต้องกล่าวว่าเกมออนไลน์ที่ยืนระยะมาได้ยาวนานในเวลาเกือบ ‘หนึ่งทศวรรษ’ ที่ต้องทบเนื้อหาผ่านแพทช์ และภาคเสริมที่จะตามมา ดึงความสนใจของผู้เล่นเก่าให้คงอยู่ พร้อมเชิญชวนหน้าใหม่ให้เข้ามาสัมผัส มันก็เปรียบได้กับการสร้างเกมใหม่ ซ้ำๆ ในรอบระยะเวลาสองถึงสามปี ใครที่คิดจะกระโดดลงมาในสนาม MMORPG นี้ ถ้าไม่เตรียมใจให้พร้อมจริงๆ อาจจะม้วนเสื่อ กลับบ้าน เพราะต้านทานความกดดันและมรสุมที่เข้ามากระทบไม่ไหวและ ‘Final Fantasy XIV’ ก็คือหนึ่งในการเดินทางที่อาจจะเรียกว่าเป็นปาฏิหาริย์ ….จากผลงานเวอร์ชัน ‘Legacy 1.0’ ที่เปิดตัวได้อย่างย่ำแย่ จนต้องได้รับการเปลี่ยนหัวเรือใหญ่ เป็น Naoki Yoshida ผู้ ‘พังเรือเก่า’ ทิ้ง และสร้างเรือลำใหม่เป็น ‘A Realm Reborn’ ฝ่าคลื่นลมและคำครหา จนมาถึง ‘Endwalker’ ภาคเสริมตัวที่สี่ ตัวล่าสุด ที่ได้รับความคาดหวังเป็นอย่างสูง และเป็น ‘บทจบ Saga Hydaelyn/Zodiark' ที่เดินเรื่องมาตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อล้างกระดาน และสร้างการเดินทางครั้งใหม่ (ใช่… การเดินทางเก่าจบ แต่การเดินทางใหม่ ยังคงอยู่ เขาบอกกับเราเช่นนั้น)หนึ่งในอีเวนท์ 'ปิดเกม' สุดอลังกาลแห่งแวดวง 'การระเบิดแห่งดวงจันทร์ Dalamud' ที่นำไปสู่ 'Final Fantasy XIV Online: A Realm Reborn'และเมื่อตัวเกมเปิดให้บริการแบบ Early Access สำหรับผู้สั่งซื้อล่วงหน้า ในวันที่ 3 ธันวาคม ผู้เขียนก็ไม่รอช้า ที่จะรีบเข้าไปสัมผัส กับบทตอนถัดไป หลังจากระยะเวลาที่รอคอยมาเกือบสองปี และผ่านการเลื่อนวางจำหน่ายมาหนึ่งครั้ง เป็นเย็นย่ำที่ตั้งใจ ว่าจะตะลุยไปอย่างต่อเนื่อง รุดหน้า ไม่รอช้า และอาจจะ ‘ไม่หลับไม่นอน’ ให้สมกับที่รอคอย (และเป็นสิ่งที่กระทำมาตลอดทุกครั้งที่ภาคเสริมใหม่ออก ในระยะเวลา 8 ปีที่เล่นเกมนี้...)จนกระทั่งได้พบกับอุปสรรคสำคัญ ความท้าทายแรกที่ไม่ได้พบเจอมานานนับตั้งแต่ภาคเสริมตัวที่สามอย่าง Stormblood เป็นต้นมา …… จำนวนคนเข้าเกมนี่คือ 'จำนวนคนในวันเปิด Early Access' เวลา 17.00 น ของวันที่ 3 ธันวาคม ... และผู้เขียนใช้เวลากว่าสองชั่วโมงครึ่ง กว่าที่จะเข้าเกมได้ (เพื่อที่สุดท้าย เซิร์ฟเวอร์ Tonberry จะเกิดการ Overload ถีบผู้เล่น ไปต่อคิวใหม่...)จำนวนคนเข้าเกมระดับหลักสี่พันบวก …. ที่พร้อมทะลักแย่งกันเข้ามาเล่นในวันแรกที่เกมเปิดให้บริการ คือสิ่งที่ผู้เขียนพอจะคาดเดาไว้ได้บ้างในเบื้องต้น แต่ความสาหัสในระดับที่ต่อคิวแล้วหลุดจนต้องต่อใหม่ เข้าเกมไม่ได้ หรือเปิดแม้กระทั่ง Launcher ไม่ได้ นับว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่พอสมควร ถ้าจะมองในแง่บวก มันสะท้อนถึงความสนใจของผู้คนที่อยากจะเข้ามาสัมผัสโลกแห่ง Final Fantasy XIV ที่มากกว่าเคย แต่ในระยะยาว กว่าที่ปัญหานี้จะคลี่คลาย ภายใต้สภาวะที่การเดินทางและการทำงานในแบบ On-Site ยังถูกจำกัดจากการระบาดของ COVID-19 โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น มันน่าจะเป็นสิ่งที่ผู้เล่นต้องอยู่กับมันอีกพักใหญ่ๆ(กระนั้น จากวันที่ 3 ธันวาคมเป็นต้นมา อาการและจำนวนคนในคิวในการเข้าเล่นก็ลดน้อยลง แม้ยังต้องระวังช่วง ‘Prime Time’ ของคนญี่ปุ่น คือเวลา 16.00 น ถึง 20.00 น ตามเวลาประเทศไทย บน Date Center ฝั่ง JP อย่าง Elemental และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เซิร์ฟเวอร์ประชากรหนาแน่นอย่าง Tonberry….)อย่างไรก็ดี ถ้าไม่นับปัญหาในทางเทคนิคที่เป็นเรื่องที่ต้องพบเจออย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเข้าไปถึงตัวเกมและเปิดเนื้อหาแรก เบิกโรงสู่ Endwalker มันสานต่อเรื่องราวที่ทิ้งค้างจากแพทช์ 5.55 อันเป็นบทตอนสุดท้ายของ Shadowbringers ได้อย่างไม่เสียเวลา วิกฤติแห่งดวงดาว แผนร้ายที่ซุกซ่อน และพื้นที่ใหม่อย่าง Old Sharlayan ที่ได้รับการประชาสัมพันธ์มาแต่แรกเริ่ม ถูกนำเสนอให้กลายเป็นอีกหนึ่ง Hub หลัก ที่ค่อนข้างจะสวยงามน่าเดิน คลอด้วยเสียงเพลงและบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกชิล ก่อนพาไปสู่ Labyrinthos พื้นที่เรือนกระจกเบื้องล่าง เป็นจังหวะ ‘ผ่อนคลาย’ เพื่อให้ผู้เล่นได้ทำความคุ้นเคยกับพื้นที่ใหม่ได้อย่างน่าสนใจแต่มันก็เพียงไม่นาน เพราะช่วงเวลา Downtime ถูกทดแทนด้วยการถีบของเนื้อหา นำส่งความระทึก ความลับ และนำพาผู้เล่นไปสู่ Thavnair หมู่เกาะทางตอนใต้ของ Othard ที่บรรยากาศแบบเขตร้อน สีสันอันฉูดฉาด และกลิ่นอายแบบบาหลีผสมศรีลังกากับอินเดีย ช่วยตัดอารมณ์ให้รู้สึกคึกคักขึ้น กับเรื่องราวการผจญภัยในดินแดนที่ถูกกล่าวถึงในบรรดาไอเทมเกือบทุกภาค แต่เป็น Endwalker ที่ผู้เล่นได้มีโอกาสเดินทางมาสัมผัสด้วยตนเอง และใช้เวลาอีกสักพัก ที่เนื้อหาขมวดปม และพาไปสู่ Hub ใหม่อย่าง Radz-at-Han เมืองหลวงของเกาะและเมื่อสองเนื้อหาบรรจบ…. ก็ถึงเวลาเปิดดันเจียนแรกโดยโครงสร้างแล้ว ดันเจียนแรกอย่าง ‘Tower of Zot’ ที่ได้รับการเปิดเผยจากตอนรอบสื่อ Media Tour และ Streamer นั้น แม้เพลงกับบรรยากาศ การออกแบบงานศิลป์ เนื้อหาเกริ่นก่อนเข้าพื้นที่ รวมถึง Boss Fight จะค่อนข้างน่าสนใจ แต่ก็โดยรวมในแง่การจัดวาง โครงสร้างของการเล่นยังไม่ได้มีจุดที่แปลกใหม่ หรือมี Mechanic การเล่นที่ซับซ้อนมากนัก คนที่คุ้นชินกับเกมแนว MMORPG และ Final Fantasy XIV มาก่อน ก็สามารถฝ่าอุปสรรคได้อย่างไม่ยากเย็นแต่จุดที่น่าสนใจคือระบบ ‘Trust’ หรือการลุยดันเจียนด้วยลูกทีม AI ตามเนื้อเรื่อง ที่ถูกปรับปรุงขึ้น ทั้งในแง่อารมณ์ร่วมตามเนื้อหา จนถึง ‘ความสมจริง’ กล่าวคือ พวกเขาจะไม่ได้มีความ ‘เป๊ะ’ แบบไร้ข้อผิดพลาดเหมือนตอน Shadowbringers แต่จะมีบุคลิก เทคนิค และจังหวะที่ทำให้ต้องลุ้นอยู่เพื่อความท้าทาย แต่โดยรวมแล้ว ก็ยังคงเป็นระบบที่ดี เพื่อใช้ศึกษา Boss Fight ก่อนจะใช้ระบบ Duty Finder (หรือใครจะเรียนรู้หน้างานกับผู้เล่นคนอื่นทันที ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด)พูดถึงการลุยดันเจียนและการต่อสู้แล้ว อาจจะต้องขอวกกลับไปพูดถึงสองอาชีพใหม่ที่ได้รับการเปิดเผยตามระยะเวลาอย่าง Reaper และ Sage ที่เป็น Melee DPS และ Healer ใหม่ตามลำดับ แน่นอน อาชีพโจมตีระยะใกล้ที่ใช้ ‘เคียว’ คือสิ่งที่ผู้เล่นคาดหวังและเรียกร้องกันมานาน ซึ่ง Reaper ก็ตอบโจทย์ในจุดนี้ เมื่อไต่ระดับ Reaper ไปจนถึงเลเวล 80 'การอัญเชิงวิญญาณสิงร่าง' ช่วยเปิดลูกเล่นการโจมตีเร่งแดเมจจังหวะสาม ซึ่งไปกันได้ดีกับ Flow ของสกิลเดิมที่มี และเล่นได้สนุกมากช่วงแรก ผู้เขียนกลัวว่านี่จะเป็นอีกอาชีพที่เล่นได้ยาก เพราะต้องมีการสะสม Resource เพื่อออกท่าพิเศษแบ่งเป็นสามจังหวะ โจมตีธรรมดาเพื่อเก็บ Soul Guage เมื่อถึงระดับ ใช้ท่าจังหวะสองเพื่อเก็บ Shroud Guage ก่อนจะเรียก Avatar มา ‘สิงร่าง’ และโจมตีท่าใหญ่ ฟังดูยุ่งยาก แต่เมื่อได้ลองจับไปจนถึงเลเวล 85 ก็พบว่า มันเรียบง่ายกว่าที่คิด ทุกอย่างลื่นไหลและไปตาม Flow อีกทั้งยังมี Utility สำหรับรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ค่อนข้างดี เชื่อว่าน่าจะเป็นอีกอาชีพที่เป็นตัวเร่งแดเมจได้หนักๆ ใน Raid Content ที่จะตามมาอย่างแน่นอนใส่เกราะ ติดบัฟ งัดเลือดฉุกเฉิน คือบทบาทสำคัญของ Sage 'DPS ที่ฮีลได้' ที่ต้องล้างความเข้าใจใหม่สำหรับคนเล่นสายฮีล แม้จะมีความใกล้เคียงกับ Scholar ก็ตามในทางกลับกัน Sage กลับเป็นอาชีพสายฮีลที่ผู้เล่นสายฮีลต้องปรับความเข้าใจกันเกือบหมด เพราะแม้ฟังก์ชันหลักจะคล้ายกับ Scholar ในฐานะ ‘นักใส่เกราะ’ แต่ด้วยความที่ทุกการโจมตี จะแปรเปลี่ยนเป็นค่าฮีลให้กับคนที่ Sage ทำการมาร์คสัญลักษณ์ด้วยสกิล Kardia ทำให้รูปแบบทั้งหลายเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งไม่นับรวม Utility จำนวนมหาศาลที่มีในมือ และความแรงของท่าฮีลปกติที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสายฮีลอื่นๆ มันจึงเป็น Healer ที่ผู้เล่นต้องตื่นตัวตลอดเวลา เล่นชำนาญได้ค่อนข้างยาก แต่ถ้าจับอยู่มือ นี่คืออาชีพที่ลื่นไหล และน่าจะสร้างความน่าสนใจให้กับคอนเทนต์สาย End Game ได้ค่อนข้างดีนี่คือตัวอย่างแผงสกิลเลเวล 90 ของ Black Mage ที่เป็นอาชีพหลักของผู้เขียน ซึ่งท่าที่เพิ่มเข้ามา มีเพียง 'สองท่า' ส่วนที่เหลือ คือการอัพเกรดจาก Trait ให้ท่าเดิมมีประสิทธิภาพ และอาชีพอื่นก็ไม่ต่างกันในส่วนอาชีพอื่นนั้น ความเปลี่ยนแปลงในเชิงรูปธรรมแบบพลิกกลับไม่ได้มีให้เห็น แต่จะมาในรูปแบบของการบูสต์สกิลเดิมผ่าน Trait และปรับสมดุลของท่าต่างๆ อย่าง Black Mage ที่เป็นอาชีพเมนหลักของผู้เขียน ในเลเวล 90 มีความคล่องตัวที่มากขึ้น และสกิลต่างๆ ก็ปรับให้สะดวกขึ้น เช่น Timer ของท่าที่นานกว่าเดิม ท่าร่ายคาถาทันทีที่เก็บเป็น Stack และอื่นๆ ส่วนอาชีพอื่น ก็ถูกปรับท่าให้สามารถทำคอมโบต่อเนื่องดีขึ้น เปิดทางเลือกในการรับมือสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น เป็นต้นSummoner คืออาชีพที่ได้รับการยกเครื่องยกชุด บอกลา Damage over Time เพราะคราวนี้ มาเพื่อ 'เผา' และ 'เผา' ที่น่าจะสะใจหน้าเก่า และเล่นได้ง่ายสำหรับหน้าใหม่ (ภาพจากวิดีโอ Job Action โดย SQEN)ยกเว้น Summoner …. ที่ถูกยกเครื่องใหม่ ที่คราวนี้ เป็นคลาสของการทำลายล้างอย่างจริงจัง หมุนสกิลวนทำลายหมู่ แทนที่จะเป็นการใส่ Damage over Time ซึ่งเชื่อว่า ผู้เล่นใหม่น่าจะทำความเข้าใจได้ไม่ยาก และผู้เล่นเก่าที่เรียกร้องให้อาชีพนี้ได้รับการปรับปรุง คงสมใจอยากกันในที่สุดมาถึงจุดนี้ ผู้เขียนดำเนินเนื้อหาไปจนถึงเรื่องราวดันเจียนที่สี่ (วันที่ 10 ธันวาคม) ที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อและสถานที่ได้ (เพราะเป็นคอนเทนต์ที่ไม่ได้มีในการโฆษณาในที่ใดๆ มาก่อน) แต่เนื้อหาทั้งหมดนั้น เข้มข้น จัดหนัก และมีจุดพลิกผันที่ทำให้ต้องร้องอุทานอยู่บ่อยครั้ง แต่ …. มันมีช่วง Downtime ระหว่างจังหวะที่ค่อนข้างสูง และความ ‘หนืด’ ของการบอกเล่าเรื่องราวที่หนักกว่าทุกภาคเสริมที่ผ่านมา จนชวนให้กังวลอยู่ไม่น้อย ว่า Pace ของมัน จะทำให้ผู้เล่นตกหล่นระหว่างทางหรือไม่แต่โดยภาพรวม Impression ของผู้เขียนในช่วงหนึ่งสัปดาห์ของ Final Fantasy XIV: Endwalker นั้น ค่อนข้างเป็นไปได้อย่างน่าพึงพอใจ แม้จะยังมีจุดที่คิดว่ายังต้องติ และยังคงลุ้นต่อว่ามันจะปิดฉากลง ณ จุดใด แต่ถ้าถามว่าภาคเสริมนี้คุ้มค่ากับการรอคอยหรือไม่ถ้ามันคือภาคที่จะปิดจบ Saga ของเนื้อหาที่ผู้เขียนและผู้เล่น XIV อยู่ด้วยกันมาเกือบทศวรรษ ก็คิดว่ามันน่าจะมีปลายทางที่น่าพึงพอใจ สมกับเวลาที่รอคอย และควรค่ากับความรู้สึกที่มีให้กับเรื่องราวกับความผูกพันที่มีมานั่นล่ะครับ
16 Dec 2021
[บทความ] Forspoken Preview รวมความเห็นจากสื่อเกมใหญ่ทั้ง 4 เจ้า "ไม่คาดหวังสูงจะดีกว่า"
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทางสตูดิโอ Luminous Productions ผู้พัฒนาเกม Forspoken ได้ทำการพรีวิวตัวเกมให้กับสื่อหลายสำนักได้ดูกัน โดยการพรีวิวในครั้งนี้จะเป็นแบบ Hands-off ซึ่งตัวสื่อจะได้นั่งดูเกมเพลย์ของ Forspoken ผ่านคนอื่นที่กำลังเล่นอยู่แน่นอนว่าสื่อรายใหญ่ ๆ อย่าง IGN, TheGamer, GameSpot และ GamesRadar+ ก็ได้ถูกรับเชิญให้ไปร่วมงานพรีวิวนี้เช่นกันโดยบรรดาสื่อต่าง ๆ ล้วนให้ความเห็นแตกต่างและปะปนกันไปตามรสนิยมส่วนตัว บางเจ้าชอบในจุดเด่นนี้ บางเจ้าก็กลับมองว่าจุดนั้นเป็นข้อด้อยได้เหมือนกันยกตัวอย่างเช่นทาง IGN ที่ออกมาพรีวิวว่า ตัวเกมค่อนข้างน่าสนใจและมีแนวคิดที่แหวกไปจากขนบเดิม ๆ ของเกมแนว JRPGโดยส่วนตัวแล้วทาง IGN ค่อนข้างชอบที่ตัวเกมกล้านำเสนอสิ่งใหม่ ๆ อย่างการใช้เวทมนตร์ช่วยในการออกสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ และระบบอัปเกรดตัวละครที่มีหลากหลาย แต่ถ้าหากว่าคนที่ชอบเล่นเกมแนว RPG แบบดั้งเดิมอาจจะไม่ชอบก็เป็นได้ทั้งนี้ตัวเกมยังแอบซ้ำซากกับเกม RPG ในยุคสมัยใหม่อยู่บ้าง โดยเฉพาะการออกแบบตัวแผนที่ โดยสูตรสำเร็จของเกมแนวโลกเปิดก็คือ แผนที่ใหญ่ จุดที่น่าสนใจให้เข้าไปสำรวจ และเป้าหมายเควสต์หลักที่รอให้ผู้เล่นเข้าไปดำเนินเนื้อเรื่องต่อนั่นเองทางฝั่ง TheGamer กลับได้ให้ความเห็นถึงเรื่องการพัฒนาตัวละครไปทางตรงกันข้าม พวกเขาคิดว่าระบบอัปเกรดแบบนี้มีอยู่ทั่ว ๆ ไปในเกม RPG ทั้ง Skill Tree ไปจนถึงการใส่เสื้อผ้าเพื่อช่วยเพิ่มสเตตัสของตัวละครหลักและเมื่อหากผู้ถึงเกมแนว JRPG จากฝั่งญี่ปุ่น สิ่งที่โดดเด่นก็คงหนีไม่พ้นการออกแบบตัวละครที่หล่อสวย ราวกับหลุดออกมาจากเวทีนางแบบ นายแบบ ซึ่งในเกม Forspoken นั้นกลับแตกต่าง ด้วยการใช้ผู้หญิงผิวดำ ที่หน้าสมจริงมากยิ่งขึ้น เป็นเหมือนการบอกกลาย ๆ ว่า ตัวเกมจะมีความสมจริงและซีเรียสมากกว่าเกม JRPG ทั่ว ๆ ไป แต่ทว่าพอได้ดูด้วยตัวเองแล้วกลับรู้สึกธรรมดามากกว่าที่คิด การเล่าเรื่องไม่ได้ทำให้ช่วยอินกับตัวละครหลักได้เลยนอกจากนี้ทาง TheGamer คาดหวังว่าระบบการต่อสู้จะมีอะไรให้ทำได้มากกว่านี้ เพราะหากว่าระบบการต่อสู้ของ Forspoken ออกมาเหมือนกับ Final Fantasy 15 ที่เป็นเกมก่อนหน้าของสตูดิโอ Luminous Productions แล้วล่ะก็ ตัวเกมคงน่าเบื่อเอามาก ๆ อย่างแน่นอน ต้องมารอดูตัวเกมเต็มว่าจะมีอะไรให้ผู้เล่นได้ทำมากกว่านี้ไหม“Forspeoken มันเหมือนกับวิดีโอเกมปลอม ๆ ที่คุณจะเห็นอยู่ตามทีวีซีรีส์เลย มันดูดีจนเกินกว่าจะมีตัวตนจริง ๆ ด้วยซ้ำ คุณไม่สามรถจินตนาการออกเลยว่า การได้สัมผัสประสบการณ์ในการเล่นเกมพวกนั้นมันเป็นยังไง แต่อันที่จริงแล้วส่วนผสมที่ทำให้มันเกิดขึ้นมานั้นกลับธรรมดาเอามาก ๆ”ทางด้าน GameSpot ก็พูดถึงความแปลกใหม่ที่ตัวเอกเป็นผู้หญิงผิวดำเช่นกัน เนื่องจากสตูดิโอจากฝั่งญี่ปุ่นไม่ค่อยได้ใช้ตัวละครแบบนี้มากนัก แต่พวกเขากลับเป็นห่วงฝั่งของคนเขียนบททั้งสองคนอย่าง Both Gary Whitta และ Amy Hennig มากกว่า ถึงแม้ทั้งสองคนจะมีผลงาน และประสบการณ์มากมาย แต่พวกเขาสองคนไม่ใช่คนผิวดำ ดังนั้นจึงอาจจะมีบางเรื่องที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีเท่าที่ควรแน่นอนว่าทางผู้พัฒนาได้ทำการบ้านมาตรงจุดนี้เช่นกัน ด้วยการดึงคนผิวดำจำนวนมาก เพื่อมาร่วมกันช่วยสร้างเรื่องราวพื้นหลังของตัวละครหลักอย่าง Frey แต่ทว่าพวกเขาก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดีและสิ่งที่ GameSpot เป็นห่วงมากที่สุดในเกม Forspoken ก็คือ การรังสรรค์โลกออกมาได้ค่อนข้างกลวงเปล่าแม้ตัวแผนที่ในเกมจะดูกว้างใหญ่ก็จริง แต่ส่วนมากของพื้นที่มักจะเป็นบริเวณรกร้าง ซึ่งผลกระทบนี้อาจจะมาจากการเขียนบทที่มี The Breaks คอยเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตที่สัมผัสมันให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดไป ทำให้เมือง Cipal เป็นฐานที่มั่นแห่งสุดท้ายของมนุษย์ ซึ่งในตอนแรกการฟังไอเดียนี้ก็ดูเจ๋งดี แต่เมื่อได้มาลองเห็นกับตาตัวเอง มันกลับทำให้พื้นที่นอกเมืองดูไร้ชีวิตชีวาแบบสุด ๆ “มันเหมือนกับเกมที่มี Hub ให้ผู้เล่นได้กลับมาพักผ่อนอยู่เสมอ จากนั้นผู้เล่นจะออกไปสำรวจโลกกว้าง จัดการศัตรู แล้วก็วนกลับมาเติมพลังใน Hub ใหม่ ปัญหาก็คือ เราเคยเห็นเกม Anthem ทำแบบนี้มาแล้ว ซึ่งเกมนั้นมันเจ๊งไม่เป็นท่า ผมกลัวเหลือเกินกว่าเกมนี้จะเป็นเหมือนกัน หวังว่าผมจะคิดผิดนะ”ส่วนความเห็นสุดท้ายจากทางฝั่ง GamesRadar+ ที่ออกมาค่อนข้างดี สวนทางกับสามเจ้าที่พรีวิวไปก่อนหน้าที่หาข้อติกันระงมโดยทาง GamesRadar+ ได้กล่าวว่า สิ่งที่โดดเด่นของเกมนี้คือการเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ด้วยเวทมนตร์ ด้วยสิ่งนี้จะทำให้ตัวละครหลักไม่มีข้อจำกัดในการสำรวจอีกต่อไป แทบรอไม่ไหวแล้วที่จะได้ควบคุมจอยนั่นด้วยตัวเองอีกทั้งการอัปเกรดตัวละครยังคงขนบเดิม ๆ ของเกม RPG เอาไว้ได้ดี ทั้งการอัปเกรดที่พัก คราฟต์ชุดใหม่ ๆ ระบบ Skill Tree นอกจากนี้ยังได้มีไอเดียใหม่อยากจากนำ Break Shards มาทาเล็บเป็นลวดลายต่าง ๆ เพื่อเพิ่มพลังเวทย์ให้ตัวละครหลักอีกด้วย โดยแต่ละลวดลายนั้นจะแสดงผลที่แตกต่างกันออกไปซึ่งทางผู้พัฒนากล่าวว่า แนวคิดของเกมนี้เป็นเหมือนเหรียญที่มีสองด้าน โดย Frey ตัวเอกเป็นตัวแทนของยุคสมัยใหม้่ ส่วนโลก Athia เป็นตัวแทนของความแฟนตาซี ด้วยองค์ระกอบหลาย ๆ อย่างของความเป็น RPG บวกกับการสำรวจโลกกว้างด้วยเวทมนตร์ จึงทำให้แทบรอไม่ไหวแล้วที่จะได้เล่นเกมนี้ด้วยตัวเองทั้งนี้การพรีวิวนี้ยังเป็นเพียงแค่ การดูฟุตเทจของคนอื่นที่เล่น ไม่ใช่การเล่นเองจากทางสื่อแต่อย่างใด เราอาจจะเชื่อถือไม่ได้มากเท่ากับการจับจอยบังคับตัวละครหลักด้วยตัวเองถึงอย่างนั้นเรื่องหนึ่งที่สามารถบอกได้ก็คือ อย่าคาดหวังสูงจะดีกว่า เพราะยิ่งหวังสูงมากเท่าไร เวลาผิดหวังก็จะเจ็บมากเท่านั้นแหล่งข้อมูล: gamespotThegamerIgngamesradar
14 Dec 2021
[บทความ] Enter the Matrix: ผู้วางรากฐานแนวทางขยายจักรวาลผ่านสื่อข้ามแขนง
ปัจจุบัน สื่อบันเทิงหลากหลายแขนงมีการเชื่อมโยงซึ่งกันและกันจนเป็นเนื้อเดียว แม้ว่าแต่ละสื่อนั้นมีวิธีการสำหรับโต้ตอบผู้รับสารที่แตกต่างกัน สิ่งดังกล่าวคือเครื่องมือแสนพิเศษที่บรรจุอัตลักษณ์ ส่งมอบสารซึ่งแฝงไปด้วยกลวิธีเล่าเรื่องที่มีเอกลักษณ์ สร้างมิติ เพิ่มรสชาติสดใหม่สำหรับการเสพสื่อแก่ผู้รับสาร หากเปรียบเปรยด้วยการลิ้มลองอาหาร รสสัมผัสและวิธีการรับประทานคืออีกปัจจัยส่งผลให้อาหารแต่ละจานมีความแตกต่าง การลิ้มลองสารจากสื่อต่างแขนงก็มีความคล้ายคลึงเช่นเดียวกัน เราอาจเรียกกลวิธีดังกล่าวว่าเป็น สื่อบูรณาการ, สื่อผสม, การเล่าเรื่องข้ามสื่อ หรือการเล่าเรื่องผ่านหลายแพลตฟอร์ม (transmedia)สื่อบูรณาการไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป การใช้วิธีดังกล่าวกลายเป็นเรื่องปกติจนเป็นบรรทัดฐานในการเล่าเรื่องข้ามสื่ออย่างเป็นโครงข่าย เรามักเห็นในทำนองใช้เพื่อ “ขยายจักรวาล” แต่ก่อนสื่อบูรณาการกลายเป็นเรื่องปกติ เราเคยมีสื่อบูรณาการซึ่งนับว่าเป็นกลเม็ดอันแปลกใหม่ ไม่คุ้นตาในยุคก่อนหน้า หากย้อนเวลาไป 18 ปี กับวิดีโอเกมที่เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวของจักรวาลทรงอิทธิพลต่อสื่อบันเทิงทุกแขนงสุดจวบจนปัจจุบัน เกม “Enter the Matrix” ในจักรวาล The Matrix ของสองพี่น้องตระกูล Wachowski ถึงแม้ว่า The Matrix หาใช่ผู้ริเริ่มการใช้สื่อบูรณาการเจ้าแรกๆ แต่ถือได้ว่า The Matrix ได้วางแนวทาง, รากฐานและสร้างกรณีศึกษาสำหรับการใช้สื่อบูรณาการจนเป็นแม่แบบอย่างปฏิเสธไม่ได้เป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะเมื่ออีกส่วนประกอบในจักรวาล The Matrix กำลังจะเข้าฉายอย่าง The Matrix Resurrections เราจึงขอย้อนกลับไปสำรวจความทะเยอทะยานในอดีต หากคุณตัดสินใจโน้มฝ่ามือจำลอง (หรือของจริง?) เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ หยิบยกยาเม็ดสีแดงฉาน แล้วกลึนมันเข้าไปอย่างไม่รอรี“ยินดีต้อนรับสู่โพรงกระต่ายไร้จุดจบ”วางรากฐานขยายจักรวาลEnter the Matrix เป็นวิดีโอเกมแนว action-adventure พัฒนาโดยทีม Shiny Entertainment เมื่อเรากล่าวคำว่า “วิดีโอเกมจากภาพยนตร์” มักมีอีกคำตามติดอย่างวิญญาณหลอนหลอกเสมอ “เกมขายของ” แต่จงให้รีบเร่งหยุดความคิดที่ด่วนตัดสินสักครู่ เพราะ Enter the Matrix ได้รับการปฏิบัติอย่างราษฎรเต็มขั้น หาได้ถูกแบ่งแยกวรรณะแบบวิดีโอเกมจากภาพยนตร์อื่น เช่นเดียวกันกับแอนิเมชั่น The Animatrix ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อบูรณาการควบคู่กันกับภาพยนตร์ The Matrix Reloadedโดยแท้จริงแล้วโครงการสร้างเกม  Enter the Matrix เริ่มตั้งแต่ก่อนภาพยนตร์ภาพแรกฉายทั่วโลก สองพี่น้องตระกูล Wachowski และผู้อำนวยการสร้าง คุณ Joel Silver ติดต่อคุณ David Perry ผู้ก่อตั้ง Shiny Entertainment เพื่อให้พัฒนาเกมในจักรวาล The Matrix ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่สองพี่น้องตระกูล Wachowski กำลังทำสตอรี่บอร์ดภาพยนตร์ภาคแรก ทางคุณ Perry ปฏิเสธเพราะคิดว่า The Matrix เป็นเพียงแค่หนังแฮกเกอร์ดาดๆ อีกเรื่องเท่านั้น แน่นอนว่าภายหลังจากภาพยนตร์ออกฉาย ความคิดของเขาเปลี่ยนไป “นี้เป็นการตัดสินใจที่แย่ที่สุดในชีวิตการทำงานของผมเลย”แต่เขาได้รับการติดต่อจากสองพี่น้องอีกครั้ง ซึ่งเขาก็ตกปากรับคำอย่างไม่รอช้า โดยโครงการพัฒนาเกม Enter the Matrix พัฒนาด้วยความร่วมมือของสองพี่น้องตระกูล Wachowski อย่างใกล้ชิด (เพราะพวกเขาก็เป็นเกมเมอร์ตัวยงเหมือนกัน) พวกเขาเขียนบทเกมซึ่งเขียนบทควบคู่ไปกับภาพยนตร์ลำดับที่สอง The Matrix Reloaded อีกกระทั่งเป็นผู้ลงมือกำกับฟุตเทจสำหรับเกมด้วยฟิล์ม 35 มม. โดยเรื่องราวใน Enter the Matrix เป็นเนื้อหา “อีกมุมมอง” จากภาพยนตร์ สาเหตุที่ใช้คำว่าอีกมุมมอง เพราะเกมเล่าเรื่องในช่องว่างระหว่างบรรทัดจากภาพยนตร์ (off-scene) เรื่องราวในเกมจะสอดคล้อง แบ่งรับ และไขกระจ่างถึงช่วงเวลาที่ภาพยนตร์เลือกข้ามไม่กล่าวถึง ตามทฤษฎี “แสดงแทนเล่าตรงๆ” (show don’t tell) ที่เรามักพบในสื่อบันเทิง แตกต่างจากเกมที่ดัดแปลงจากภาพยนตร์ที่ใช้มุมมองเดียวกันกับภาพยนตร์ เพียงแค่ดัดแปลงให้อยู่ในรูปแบบวิดีโอเกม อย่างเช่นผลงานชิ้นต่อมาของ Shiny Entertainment กับเกม The Matrix: Path of Neo ที่เกมนำแต่ละฉากจากภาพยนตร์มาให้เล่นเท่านั้น ไม่มีการแสดงอีกมุมมองแต่อย่างใด เว้นแต่บางส่วนที่เพิ่มเติมเพื่อเกมการเล่นEnter the Matrix จึงถูกปฏิบัติในฐานะชิ้นส่วนสำคัญ ในการนำมาประกอบกับเรื่องราวในจักรวาล The Matrix เส้นเรื่องของเกมอยู่ในช่วงก่อนและระหว่าง The Matrix Reloaded เล่าผ่านตัวละครหลักสองตัวอย่าง Niobe กัปตันของยาน Logos และ Ghost ลูกเรือของยานดังกล่าว เราได้เล่นหลายช่วงของเกมเล่าเรื่องผ่านช่องว่างของภาพยนตร์ ยกตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือ ฉากการต่อสู้บนทางด่วน ฝั่งภาพยนตร์ เป็นช่วงเวลาที่ Morpheus กำลังเพลี่ยงพล้ำต่อสายลับ เขากำลังจะตกจากรถ แต่ทันใดนั้นเอง Niobe บึ่งรถมารับเขาไว้ได้ทัน รอดพ้นจากหายนะไปได้อีกครั้ง ตัดกลับไปฝั่งวิดีโอเกม เราซึ่งรับบทเป็น Niobe ผู้เล่นจะได้ทราบว่าเหตุใด Niobe ถึงรู้ตำแหน่งและมาช่วย Morpheus ไว้ได้ทันการ “ฉันต้องการคุยกับ Morpheus”“เชื่อฉันไหม เขาต้องการความช่วยเหลือจากเธอพอดี”“เขาอยู่ไหน?”“ตามเสียงไซเรนไปสิ”นอกจากนั้นยังมีการเล่าเรื่องร่วมกับอีกสื่อคือแอนิเมชั่น The Animatrix ประกอบกับภาพยนตร์ The Matrix Reloaded และวิดีโอเกม Enter the Matrix อย่างใน The Matrix Reloaded ฉากการประชุมของเหล่ากัปตันยานฝ่ายมนุษย์ ถึงคำเตือนที่พวกเขาได้รับจากยาน Osiris ว่าเหล่าจักรกลกำลังขุดหา Zion ซึ่งในฝั่ง The Animatrix จะให้เราเห็นรายละเอียดจากมุมมองของลูกเรือยาน Osiris ในตอนที่ชื่อว่า “Final Flight of the Osiris” พวกเขาพบว่าฝ่ายจักรกลกำลังขุดหา Zion และกำลังถูก Sentinels โจมตียาน ลูกเรือนาม Jue อาสาเข้าไปในโลก Matrix เพื่อนำส่งสารคำเตือน ณ จุดส่งพัสดุ เธอส่งสารสำเร็จ ก่อนที่เธอและยาน Osiris ถูกทำลาย ส่วนฝั่ง Enter the Matrix เป็นช่วงต้นเกม Niobe และ Ghost บุกสำนักงานไปรษณีย์เพื่อชิงพัสดุดังกล่าวก่อนเหล่าสายลับจะได้มันไปกลับกัน ถึงเกม Enter the Matrix ชาญฉลาดในแง่การขยายจักรวาล แต่ในแง่เสียงวิจารณ์ถึงตัวเกมไม่ค่อยจะดีนัก ด้วยความคาดหวังสูงเสียดฟ้า ผลจากกระแสของภาพยนตร์และการแสดงตัวว่าเเป็นเกมขยายจักรวาล เหตุเพราะระบบเกมการเล่นไม่ลื่นไหล เงอะงะ หรือแม้กระทั่งความผิดหวังจากผู้เล่นที่ไม่ได้เล่นเป็น Neo แต่กระนั้นเกมทำยอดขายถึง 5 ล้านฉบับ ถือว่าประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างงดงามสานต่อด้วยความทะเยอทะยานการขยายจักรวาลของ The Matrix หาได้จบเพียงแค่นั้น หลังจากภาพยนตร์ภาคที่สาม The Matrix Revolutions ยังคงมีการใช้สื่อบูรณาการเพื่อขยายจักรวาลอีกเช่นเคย แต่ทะเยอทะยานกว่าหลายเท่าตัวยิ่งนัก กับเกมแนว MMORPG อย่าง The Matrix Online พัฒนาโดย Monolith Productions ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะผู้พัฒนาเกม F.E.A.R. และ Middle-earth: Shadow of Mordor The Matrix Online มีเรื่องราวที่มาจากวิสัยทัศน์ของคุณ Paul Chadwick นักเขียนคอมมิคเจ้าของผลงานชั้นยอด “Concrete” เขากำหนดทิศทางของเรื่องราวภายในเกมแบบองค์รวม สานต่อเรื่องราวมรดกที่สองพี่น้องได้มอบไว้ เรื่องราวภายในเกมดำเนินต่อจากเรื่องราวในภาพยนตร์ The Matrix Revolutions เมื่อสงครามยุติ ผลจากสัญญาสงบศึกของ Zion และ จักรกล โดยความตกลงระหว่าง Neo กับ Deus Ex Machina“แกต้องการอะไร?” “สันติ”เกมให้ผู้เล่นได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่ดำเนินต่อไปในจักรวาล The Matrix เกมใช้วิธีการเล่าเรื่องผ่านกิจกรรม อย่างเช่น การตามหาร่องรอยตัวตนที่ตกค้างของ Neo (residual self image หรือ RSI), การตามล่ากับชะตากรรมชีวิตของ Morpheus ไปจนถึงจุดจบของสัญญาสงบศึกและเริ่มต้นสงครามจักรกลครั้งที่สองท้ายที่สุดเกมปิดตัวในวันที่ 31 กรกฎาคม 2009 ซึ่งถูกตัดจบไปอย่างน่าเสียดาย เพราะแท้จริงแล้วมีเนื้อเรื่องอื่นๆ อีกที่ไม่ถูกปล่อยให้เล่น รวมไปถึงเนื้อเรื่องช่วงจบเกมภาคนี้ที่ถูกวางแผนไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกันผลผลิตผลิดอกจากรากฐานที่มั่นคงสื่อบูรณาการกลายเป็นบรรทัดฐานของสื่อบันเทิงในปัจจุบัน เรามักเห็นสื่อหลักในแขนงหนึ่ง เลือกขยายจักรวาลผ่านสื่อแขนงอื่น ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม, ทรงประสิทธิภาพ และเป็นที่สนใจต่อผู้รับสารยิ่งยวด เหตุเพราะสามารถชักจูงผู้รับสารที่หลงใหลหรือเคยชินในสื่อแขนงหนึ่ง เข้ามาสู่อีกพื้นที่ของสื่อแขนงหนึ่งได้โดยใจสมัคร แบบไม่ต้องบีบคั่นและโยนภาระให้ผู้เสพสื่อดังกล่าวแต่อย่างใด อย่าง Unknown 9 โครงการใหม่ของผู้กำกับ Assassin's Creed Unity คุณ Alexandre Amancio โดยเขาต้องการสร้างจักรวาลชื่อว่า Unknown 9 ที่เชื่อมโยงเรื่องราวและตัวละครโดยนำทุกแพลตฟอร์มสื่อเท่าที่โลกจะมีในตอนนี้ มาใช้จนครบถ้วน ไม่ว่าทั้งนิยาย, พอดแคสต์, ภาพยนตร์, คอมมิค, วิดีโอเกม และอะไรเหนือไปกว่านั้นเท่าที่เขาจะสรรหาได้โดยคุณ Amancio กล่าวว่าปกติการสร้างจักรวาลเรื่องราว มักเริ่มต้นโดยพื้นฐานจากสื่อเดียว แล้วค่อยขยายออกไปยังสื่อรูปแบบอื่น แต่ปัญหาคือเมื่อยิ่งขยายไปสื่อประเภทอื่น มันยิ่งลดทอนความลุ่มลึกจากรูปแบบสื่อของต้นฉบับ ต่างจากการสร้างจักรวาลแบบบูรณาการตั้งแต่ต้น ซึ่งมันให้อารมณ์เหมือนวงออร์เคสตรา ต่างสื่อมีหน้าที่เป็นของตัวเอง ต่างช่วยเล่าเรื่องและร้อยเรียงสิ่งต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ส่วนประกอบในจักรวาล Unknown 9 เริ่มทยอยออกมาภายใต้สื่อหลายรูปแบบ ด้านนิยาย คือนิยายไตรภาค Genesis ด้านพอดแคสต์ คือพอดแคสต์เล่าเรื่องซีรีส์ Out of Sight ด้านคอมมิค คือคอมมิคหัวเรื่อง Torment และที่น่าจับตามองที่สุดคือวิดีโอเกมทุนสูงอย่าง Awakening นอกจากนั้นยังมีเกม League of Legends ที่นำวิธีสื่อบูรณาการมาใช้ขยายจักรวาลหลักอีกเช่นกัน โดยเล่าผ่านทางสื่อแขนงทีวีซีรีส์รูปแบบสตรีมมิ่งอย่าง Arcane ซึ่งได้กลายเป็นชิ้นงานระดับครู จากความสุดขีดทั้งเนื้อหา, งานภาพและลูกเล่นในการเล่าเรื่อง ทุกสิ่งที่บังเกิดใน Arcane ล้วนเป็นผลพวงมาจากรากฐานที่แข็งแรงจากเรื่องราวเบื้องหลังในโลก League of Legends ที่พร้อมนำไปต่อยอดในสื่อแขนงอื่นได้อย่างไม่รู้จบ รวมไปถึงรากฐานที่มั่นคงในกลวิธีการใช้สื่อบูรณาการ เป็นมรดกที่สองพี่น้องตระกูล Wachowski ได้แสดงให้เห็นถึงความทรงพลังของการใช้สื่อบูรณาการในแบบที่ถูกที่ควร และฝากฝังให้กับอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงทุกวงการสืบไป    แหล่งข้อมูลอ้างอิง:https://screenhub.blog/2021/09/14/how-the-matrix-redefined-transmedia-screenhub-entertainment/https://www.pcgamer.com/rediscovering-the-flawed-ambition-of-enter-the-matrix/https://www.gamesradar.com/retro-gamer-reveals-how-the-wachowski-sisters-were-an-instrumental-part-of-enter-the-matrix/https://www.eurogamer.net/articles/2021-12-10-the-double-a-team-enter-the-matrix-allowed-us-to-become-kung-fu-mastershttps://www.denofgeek.com/games/enter-the-matrix-game-stranger-than-the-movies/https://wireframe.raspberrypi.com/articles/the-unique-story-of-enter-the-matrixhttps://www.matrixfans.net/enter-the-matrix-developer-diary/https://matrix.fandom.com/wiki/The_Matrix_Online
14 Dec 2021
[บทวิเคราะห์] สาเหตุที่ DEATHLOOP เข้าชิงรางวัล Best Narrative ของ The Game Awards
แวะเวียนกันมาทุกปี สำหรับงาน The Game Awards ถึงแม้ว่าปีนี้อาจเงียบเหงาสักหน่อย กับงานรางวัลที่เกมฟอร์มยักษ์ส่วนใหญ่เลื่อนกำหนดการจนไม่อยู่ในเงื่อนไขการเข้าร่วมชิงรางวัลในรอบปีนี้เมื่อพิจารณารายชื่อผู้เข้าชิงทุกรางวัล มีเกมหนึ่งสะดุดตา ปัจจัยความสะดุดตามาจากรางวัลที่เข้าชิงกับตัวเกมที่ดูขัดกันอย่างประหลาด ซึ่งนั้นก็คือ DEATHLOOP ในสาขา Best Narrative เป็นที่แปลกใจว่าเกมเน้นระบบการเล่นมากกว่าการเล่าเรื่อง เข้าชิงสาขาดังกล่าวได้อย่างไร และยิ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งในสาขานี้ ยิ่งทำให้แปลกใจมากกว่าเดิม ว่าเหตุใด DEATHLOOP ถึงตีตั๋วเข้ามาได้ไกลถึงขั้นนี้ถึงแม้ท้ายที่สุด ผู้ชนะรางวัลสาขาดังกล่าวได้แก่ Marvel's Guardians of the Galaxy ของทีม Eidos-Montréal แต่เมื่อได้สัมผัสการเล่าเรื่องของ DEATHLOOP อย่างลุ่มลึก DEATHLOOP ก็เป็นอีกตัวเลือกทรงคุณค่า ควรค่าการเป็นผู้ชนะรางวัลรางวัล Best Narrative ได้อย่างไม่น้อยหน้าเช่นกัน หากทาง Marvel's Guardians of the Galaxy เป็นผู้นำในด้าน “เนื้อเรื่อง” แต่ DEATHLOOP ก็เป็นผู้นำด้าน “วิธีการเล่าเรื่อง” ระดับนวัตกรรม จากสำนวนการเล่าสุดแสบสันของทีม Arkane Lyon ที่รังสรรค์ได้อย่างชาญฉลาดหากกล่าวถึงการเล่าเรื่องในวิดีโอเกม เป็นกิจวัตรอันปกติสามัญสำหรับเกมในปัจจุบันที่มีการแบ่งแยกวิธีเล่าเรื่องเป็นสองวิธีใหญ่ ๆ อย่างแรกคือการเล่าเรื่องซึ่งเป็นเส้นเรื่องหลัก ผ่านตัวละครหลักที่เราได้ควบคุม และการเล่าเรื่องราวเบื้องหลังภายในโลกของเกมนั้น ๆ ผ่านสิ่งแวดล้อม เอกสาร ตลับเทป หรือวัตถุซึ่งถูกละทิ้ง (ที่เรามักเรียกติดปากว่า lore)การเล่าเรื่องเบื้องหลังเป็นการเล่าเรื่องที่ต้องการความ “ศิโรราบ” จากผู้เล่นอย่างยิ่งยวด ด้วยความต้องการอันมหาศาลนั้นเอง ทำให้ผู้เล่นหลายคนผละตัวออกจากการดำดิ่งไปสู่เรื่องราวเบื้องหลังอย่างไม่ไยดี แต่เป็นสาเหตุที่เข้าใจได้ เพราะว่าความต้องการดังกล่าวบางทีอาจทำให้ผู้เล่นไม่ได้รับความต่อเนื่องจากการเล่น ประกอบกับความเหนื่อยหน่ายจากการต้องสละเวลาส่วนหนึ่งเพื่อศึกษาเรื่องราวเบื้องหลังที่เกมนำเสนอให้ แม้ว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เหตุที่เรื่องราวเบื้องหลังในหลายเกม มีความลุ่มลึก น่าค้นหา ยิ่งศึกษา ยิ่งทำให้เราเกิดปรากฏการณ์ “ดำดิ่ง” ไปกับโลกของเกมแบบหมดจด “แต่ไม่ใช่กับ DEATHLOOP”ด้วยวิธีการผนวกเรื่องราวเบื้องหน้าและเบื้องหลังของโลกแห่งเกมให้เป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างกลมกล่อมและลงตัวจนแยกจากกันมิได้ การเล่าเรื่องของ DEATHLOOP นั้นเมื่อมองอย่างผิวเผินอาจใช้โครงสร้างการเล่าเรื่องไม่ต่างจากเกมอื่น แต่เมื่อได้สัมผัสจนถึงสารัตถะ เกมนี้มีการเล่าเรื่องที่เป็นเนื้อเดียวกันแบบหมดจด เนื้อเรื่องหลักของ DEATHLOOP คือการทลายบ่วง (loop) ของโคลท์ โดยเล่าผ่านตัวโคลท์เป็นหลัก ส่วนเรื่องราวเบื้องหลังของเกมคือความเป็นมาทุกอย่างในเกม ไม่ว่าจะเป็นความเป็นมาของ Anomaly ในเกาะ Blackreef, ความเป็นมา นิสัย ความสัมพันธ์ระหว่างกันของพวกปัญญาชนคนช่างเพ้อฝัน (Visionaries) ทั้ง 8 ราย, การมีอยู่ จุดประสงค์ของโครงการ AEON และอีกมากมายนับไม่ถ้วน แน่นอนว่าใช้วิธีการเล่าแบบเกมทั่วไปคือ เล่าผ่านสิ่งแวดล้อม, เอกสาร, ตลับเทปหรือวัตถุซึ่งถูกละทิ้ง ให้ผู้เล่นได้ปะติดปะต่อด้วยตัวเอง“แล้วมันแตกต่างกับเกมอื่นอย่างไร?”ความแตกต่างของโครงสร้างในการเล่าเรื่องมันเกิดขึ้นด้วยกลวิธีที่ชาญฉลาดของ Arkane Lyon ตัวเกม DEATHLOOP ใช้กลไกของเกมการเล่นอย่างการ “เชื่อมต่อจุด” (connecting the dots) มาผนวกการเล่าเรื่องเบื้องหน้าและเบื้องหลังให้เป็นเนื้อเดียวกัน เรื่องราวการทลายบ่วงของโคลท์จะจะรุดหน้าไปเรื่อย ๆ หากโคลท์ได้พบเจอเบาะแสที่สำคัญ ทำให้โคลท์ (และผู้เล่นเอง) ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ จนเป็นลู่ทางซึ่งนำไปสู่ปลายทางการทลายบ่วงแน่นอนว่าเบาะแสนั้นก็คือบรรดาสิ่งแวดล้อม, เอกสาร, ตลับเทป หรือวัตถุทุกชิ้น ทุกฉบับที่มีอยู่ในเกม การที่ผู้เล่นได้พบ ได้พาน ได้อ่าน และได้ปะติดปะต่อด้วยตนเอง ล้วนส่งผลต่อโคลท์เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น บางครั้งผู้เล่นอาจจะเชื่อมต่อจุดได้เองจนคาดเดาลู่ทางการทลายบ่วง ล่วงล้ำหน้าตัวโคลท์ไปหลายช่วงตัว ซึ่งมันทำให้ผู้เล่นรู้สึกได้สวมบทบาทจริง ๆ ว่าเราเป็นคนที่ต้องหาหนทางทลายบ่วงด้วยตัวเอง เราได้รู้เรื่องราวทุกอย่างไปพร้อมกับโคลท์ หรืออาจรู้เยอะกว่าเพราะเราเชื่อมต่อจุดไปล่วงหน้าก่อนแล้วยกตัวอย่างในช่วงต้น เป้าหมายแรกสุด เนื่องจากเป็นไม่กี่เบาะแสที่โคลท์/เราทราบคือ แฮเรียต มอร์ส ทางโคลท์/เราแทรกซึมเข้าไปในโกดังเก็บเครื่องบินเก่า จนทราบว่าแฮเรียตเป็นจำพวกกึ่ง ๆ ผู้นำลัทธิในเกาะ Blackreef ซึ่งเธอกำลังจัดพิธีกรรมให้แก่ผู้ติดตามของเธอ โคลท์/เราไม่เข้าใจว่าเหตุใดแฮเรียตถือตนเป็นเจ้าลัทธิ จนโคลท์/เราค้นพบเอกสารฉบับหนึ่ง มีรายละเอียดเกี่ยวกับการสูญเสียครอบครัวของเธอ, การที่เธอถูกผู้ปกครองนามอีลานอร์หักหลัง ฮุบเอากิจการของครอบครัวไปเสียหมดสิ้น และอุบัติเหตุร้ายแรงที่เธอรอดมาได้ ทุกสิ่งที่เธอประสบทำให้แนวคิดของเธอเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงนอกจากนั้นโคลท์/เราค้นพบบันทึกการสนทนาระหว่างแฮเรียตกับแฟรงค์ สไปเซอร์ ในบันทึกทำให้โคลท์/เราทราบว่าสองคนนี้อาจมีความสัมพันธ์กันอย่างลับ ๆ ซึ่งแฮเรียตก็ไม่อยากเปิดเผยความสัมพันธ์ดังกล่าวสักเท่าไร พร้อมทั้งแฟรงค์กล่าวว่าเคยบอกแฮเรียตถึงรายละเอียดเรื่องของ “โคลท์และพลุไฟ”รายละเอียดที่โคลท์/เราทราบ สามารถเชื่อมต่อจุด จึงอนุมานได้ล่วงหน้าว่าการเข้าถึงตัวแฮเรียตเป็นเรื่องยากเพราะเธอมีผู้ติดตามหากตามตัวแฟรงค์เจอ อาจได้รับรู้ถึงเรื่องโคลท์มากกว่านี้ เพราะแฟรงค์รู้จักโคลท์เป็นอย่างดีแฟรงค์มีกิจกรรมที่เกี่ยวกับพลุไฟ ซึ่งพลุไฟจะจุดตอนกลางคืน ฉะนั้นเราอาจเจอแฟรงค์ได้ตอนกลางคืน หรืออาจเจอได้ก่อนช่วงเวลากลางคืน ณ พื้นที่จุดพลุไฟ เพราะต้องมีการเตรียมการก่อนจุด (หรือเราจะจัดการแฟรงค์ด้วยพลุไฟดีไหมนะ?)ข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยจากทั้งหมดที่เกมมีเท่านั้น เพราะตลอดการเล่นตั้งแต่ต้นจนจบ ผู้เล่นจะได้เชื่อมต่อจุดอย่างไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าจะวิเคราะห์ถูกหรือผิด หาใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญคือ เมื่อเกมนำวิธีการเล่าเรื่องทั้งสองมารวมเข้าด้วยกัน ผู้เล่นจะไม่รู้สึกว่าโดนเกมบังคับให้ศิโรราบต่อการศึกษาเรื่องราวเบื้องหลัง เหตุเพราะผู้เล่นไม่รู้สึกว่าเกมได้แยกการเล่าเรื่องเป็นสองทางอีกต่อไป การที่ตนได้ทำความเข้าใจเรื่องราวเบื้องหลังมันกลายเป็นเรื่องราวเบื้องหน้าไปเสียแล้ว ทำให้ผู้เล่นได้ดำดิ่งไปกับโลกของ DEATHLOOP โดยไม่รู้ตัวแม้ว่าการเล่าเรื่อง DEATHLOOP ไม่ใช่การเล่าเรื่องที่ยอดเยี่ยม ไร้ที่ติ แต่ตัวนวัตกรรมที่เกมสร้างขึ้น มันสร้างรูปแบบใหม่ ๆ ในการเล่าเรื่องสำหรับสื่อประเภทวิดีโอเกม“และสิ่งนี้คือ masterclass ที่ DEATHLOOP ได้ฝากฝังให้กับอุตสาหกรรมเกมสืบไป”
09 Dec 2021
[บทความ] พาทัวร์ Runeterra กับ 12 ดินแดนขั้วอำนาจในโลกของ League of Legends
แม้จะไม่ใช่ส่วนที่ผู้เล่นส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญนัก แต่แท้ที่จริงแล้ว League of Legends ถือเป็นเกมที่มีเนื้อเรื่องค่อนข้างลึกซึ้ง ด้วยการผูกปมขมวดเรื่องที่เข้มข้น ซึ่งขับเคลื่อนด้วยความสัมพันธ์และความขัดแย้งของเหล่าตัวละครในแบบที่ไม่เหมือนเกม MOBA เกมอื่นๆ และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผู้เล่นหลายคนให้ความสนใจเกม League of Legends ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่เกมเปิดให้บริการมา หลังจากที่ซีรีส์อนิเมชัน Arcane ได้ออกมาสร้างกระแสเปรี้ยงปร้าง โดยอิงเนื้อเรื่องและตัวละครจาก League of Legends ทำให้เรื่องราวของโลก Runeterra กลายเป็นที่สนใจของคนในวงกว้างมากกว่าที่ผ่านมา และวางรากฐานให้ผู้สร้างซีรีส์อย่าง Riot Forge สามารถแนะนำให้ผู้เล่นรู้จักกับแง่มุมอื่นๆ ของโลกต่อไปได้ด้วย โดยหลังจากที่ซีรีส์ Arcane ได้แนะนำให้ทุกคนรู้จักกับเมืองพี่น้องอย่าง Piltover และ Zaun ไปแล้ว ในบทความนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับภูมิภาคอื่น ๆ ในโลกของ Runeterra กันมาก ให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกับสถานที่ที่เราอาจได้เห็นในซีรีส์ Arcane ต่อไปในอนาคตPiltover & Zaun ก่อนอื่น เรามาทบทวนข้อมูลของเมือง Piltover และ Zaun ที่เป็นที่ตั้งของซีรีส์ Arcane นั่นเองครั้งหนึ่งในอดีต สองเมืองนี้เคยเป็นหนึ่งเดียวกันมาก่อนภายใต้ชื่อ "Piltover" ซึ่งเป็นเมืองท่าที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาที่หันหน้าออกสู่ทะเล จนกระทั่งมีการคิดระเบิดภูเขาเพื่อสร้างเส้นทางเดินเรือตัดผ่านสำหรับการทำมาค้าขายและเก็บภาษีในฐานะเมืองท่า ทว่าแรงระเบิดนั้นรุนแรงจนเกินไป ส่งให้เมืองฝั่งล่างต้องจมไปสู่ก้นบึ้งของหน้าผา เกิดเป็น "เมืองเบื้องล่าง" ซึ่งจะกลายมาเป็น Zaun ที่คอยรับเศษของเหลือวิวัฒนาการจากเมืองส่วนบนอย่าง Piltover ด้วยความเป็นเมืองท่าที่เป็นศูนย์กลางแห่งการค้าขาย รวมไปถึงวิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้งที่ต้องการไล่ตามความก้าวหน้าอยู่เสมอทำให้ Piltover มีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดใน Runeterra และยังเป็นศูนย์กลางของศิลปะและวัฒนธรรมของทวีป Valoran อีกด้วย นักประดิษฐ์และศิลปินจากทั่วทุกมุมโลกต่างอยากจะเข้ามาทำงานวิจัยในเมืองนี้โดยหวังจะได้รับการอุปถัมภ์โดยตระกูลพ่อค้าผู้มั่งคั่งมากมายในเมือง และด้วยความเป็นแหล่งกำเนิดและพัฒนาเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง Hextech ทำให้ Piltover กลายเป็นเมืองที่ทุกคนต่างต้องการผูกมิตรด้วย แม้กระทั่งจักรวรรดิ Noxus ผู้กระหายสงครามยังไม่กล้าแตะต้องเลยทีเดียว ในด้านของ Zaun นั้น เปรียบเสมือนอีกด้านของเหรียญเดียวกับ Piltover โดยชาวเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่หลังจากการระเบิดภูเขา ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากท่ามกลางมลพิษจากสารเคมีเหลือทิ้งจาก Piltover รวมไปถึงสารพิษที่พบได้ตามธรรมชาติในหุบเหวที่เมืองตั้งอยู่ แต่ถึงกระนั้น Zaun ก็ยังได้รับอานิสงค์จากความก้าวหน้าของเมือง Piltover ด้วย สินค้าและเทคโนโลยีหลายชนิดของ Piltover มักลงเอยอยู่ในตลาดมืดของ Zaun ไม่ช้าก็เร็ว แถมชาวเมืองยังค้นพบวิธีใช้ประโยชน์จากสารเคมีรอบตัวผ่านเทคโนโลยี 'Chemtech' รวมไปถึงเทคโนโลยี Hextech ที่อันตรายเกินไปจนถูกปฏิเสธโดย Piltover ก็มักจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นโดยชาวเมือง Zaun เสมอ Noxus ในสายตาของผู้คนส่วนใหญ่ในโลก Runeterra จักรวรรดิ Noxus ดูเป็นเพียงประเทศกระหายสงครามที่ต้องการจะกลืนกินดินแดนและวัฒนธรรมของประเทศอื่น ๆ อย่างไม่จบสิ้น แต่แท้จริงแล้วสังคมของ Noxus เป็นสังคมที่มีความเปิดกว้างและยอมรับความแตกต่างมากอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยสิ่งเดียวที่ชาว Noxus ให้ความสำคัญเหนือชาติกำเนิด เงินทอง หรือฐานะทางสังคม นั่นก็คือ "พลัง" หรือ "ฝีมือ" นั่นเอง ตราบใดที่คุณสามารถพิสูจน์ได้ว่าตัวเองมีสองสิ่งนี้ สังคม Noxus ก็พร้อมจะเปิดรับคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะเคยเป็นใครมาก่อนก็ตามวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับ "พลัง" ของ Noxus มีที่มาจากอดีตในฐานะชนเผ่าคนเถื่อนที่ต้องต่อสู้เอาตัวรอดจากศัตรูที่รายล้อมอยู่ทุกทิศทาง โดยพวกเขาเลือกที่จะเป็นฝ่ายบุกออกไปสู้กับศัตรูถึงที่มากกว่าจะเป็นฝ่ายรอตั้งรับ ทำให้อาณาเขตของเผ่าเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นจักรวรรดิในปัจจุบัน โดยอดีตอันโชกเลือดนี้เองทำให้ชาว Noxus รู้สึกภาคภูมิใจในจักรวรรดิของพวกเขาเป็นอย่างมาก และให้ความสำคัญกับผู้ใดก็ตามที่มีความสามารถที่จะพัฒนาจักรวรรดิ โดยเฉพาะผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านเวทมนต์ ที่มักจะถูกเกณฑ์มารับใช้กองทัพตั้งแต่อายุยังน้อยในซีรีส์ Arcane ได้มีการแสดงให้เห็นวัฒนธรรมอันแข็งกร้าวของ Noxus ผ่านตัวละคร Mel Medarda สมาชิกสภาปกครองเมือง Piltover นั่นเอง โดยการมาถึงของแม่ของเธอผู้ซึ่งเป็นแม่ทัพในกองกำลังของ Noxus น่าจะเป็นการปูทางให้จักรวรรดิเข้ามามีส่วนร่วมในเหตุการณ์ของ Arcane ในอนาคตอย่างแน่นอน  Ixtal ดินแดนลับแลท่ามกลางพงไพร Ixtal เป็นดินแดนที่โด่งดังในฐานะแหล่งรวมของเหล่าจอมเวทย์สายธรรมชาติผู้ทรงอิทธิฤทธิ์มากมาย โดยในปัจจุบันดินแดนแห่งนี้ได้ตัดขาดตนเองออกจากโลกภายนอกมาเป็นเวลานับพันปีด้วยฝีมือของนักเวทอันทรงพลัง เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามครั้งใหญ่ที่โหมโชนไปทั่วทวีป Valoran ในอดีต แต่ถึงกระนั้นชนเผ่า Ixtal จำนวนมากก็ยังตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งทั้งหลาย ทำให้ชนเผ่าผู้เหลือรอดยิ่งพยายามปลีกตัวออกจากความเป็นไปของโลกภายนอกยิ่งกว่าเดิมIxtal ถือเป็นวัฒนธรรมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่ง โดยพวกเขาถือเป็นบรรพบุรุษของชนเผ่าและอารยธรรมโบราณมากมาย และยังเป็นบ้านเกิดของเหล่าชนเผ่าครึ่งคนครึ่งสัตว์ หรือ 'Vastaya' ชนิดต่างๆ อยู่มากมาย โดยชนเผ่า Vastaya นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ผูกพันธ์กับเวทมนต์มาก ถึงขนาดที่หลายคนเชื่อว่าพวกเขามี "เวทมนตร์ไหลเวียนภายในร่างกายราวกับออกซิเจน" เลยทีเดียว ในยุคปัจจุบัน ชนเผ่า Ixtal มักจะมองผู้คนของดินแดนอื่นๆ ว่าเป็นพวกหัวรุนแรงป่าเถื่อนที่กระหายอำนาจ และพวกเขาพร้อมจะใช้เวทมนต์อันทรงพลังที่สืบทอดกันมาเพื่อกีดกันโลกภายนอกออกจากดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ของพวกเขาให้จงได้ Bandle City เมืองบ้านเกิดของเหล่า Yordle เผ่าพันธุ์ที่หน้าตาเหมือนสิ่งมีชีวิตขนปุยที่พบเจอได้ทั่วไปในดินแดน Runeterra โดยสิ่งที่หลายคนไม่รู้คือจริงๆ แล้วเผ่าพันธุ์ Yordle นั้นไม่ได้กำเนิดมาจากโลก Runeterra แต่แท้จริงแล้วพวกเขาเป็นภูติจากมิติคู่ขนานที่มีชีวิตเป็นอมตะต่างหาก โดยชนเผ่า Yordle บางส่วนก็ตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ในโลก Runeterra ร่วมกับเผ่าพันธุ์อื่นๆ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังอาศัยอยู่ที่ Bandle City ซึ่งเชื่อมต่อกับโลกภายนอกผ่านประตูมิติมากมายนอกเหนือจากเผ่าพันธุ์ Yordle แล้ว มีคนจากเผ่าพันธุ์อื่นๆ เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นในประวัติศาสตร์ของ Runeterra ที่บอกว่าตัวเองเคยเห็นเมือง Bandle City มาก่อน แถมทุกคนยังบรรยายสิ่งที่เห็นไม่ตรงกันเลยแม้แต่คนเดียว สิ่งเดียวที่พวกเขาทุกคนมีเหมือนกันคือ "ความชรา" ที่ดูจะเพิ่มขึ้นชั่วข้ามคืน ซึ่งชวนให้หลายๆ คนสันนิษฐานว่าเวลาในโลก Runeterra และ Bandle City อาจจะดำเนินไปไม่เท่ากันในซีรีส์ Arcane เราได้ทำความรู้จักกับ Yordle ชื่อดังอย่าง Heimerdinger ผู้ซึ่งเปิดเผยออกมาช่วงหนึ่งว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งเมือง Piltover ผู้ซึ่งมีอายุมากกว่า 300 ปีแล้ว (จริงๆ มี Yordle ชื่อดังอีกตัวที่ปรากฏแบบลับๆ...) The Void เช่นเดียวกับเมือง Bandle City นั้น 'The Void' ไม่ใช่ประเทศหรืออาณาเขตในดินแดน Runeterra หากแต่เป็นมิติคู่ขนานที่เป็นบ้านเกิดของเผ่าพันธุ์ปีศาจอันทรงพลังที่ชื่อว่า "The Watchers" ซึ่งต้องการจะกลืนกินโลก Runeterra เข้าสู่ความเวิ้งว้างของ The Void ให้จงได้ ด้วยการส่งสัตว์ปีศาจ 'Voidborn' ที่พวกมันสร้างขึ้นข้ามมาโจมตีผู้คนใน Runeterra พร้อมกับหาวิธีเปิดประตูมิติให้พวกมันข้ามมาอีกฝั่งได้ด้วยตัวเองซักวันหากจะต้องยกให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็น "ตัวร้าย" ในจักรวาล League of Legends ก็คงจะเป็น The Void นี่แหละ ในฐานะมิติปีศาจที่ไม่ต้องการอะไรนอกไปจากการกลืนกินทุกสิ่ง โดยความพยายามในการรุกรานโลกของ The Void ได้นำไปสู่สงครามขนาดใหญ่มากมายตลอดประวัติศาสตร์ของ Runeterra และแม้ในยุคปัจจุบัน ผู้คนแห่ง Runeterra ส่วนใหญ่จะหลงลืมภัยร้ายนี้ไปแล้ว แต่ก็ยังมีปีศาจ Voidborn จำนวนมากที่ตกค้างอยู่ และพร้อมจะตอบรับเสียงเรียกของเหล่า The Watchers ทุกเมื่อเช่นกัน Bilgewater เมื่องท่าอันโสมมแห่งนี้เปรียบเสมือนที่พำนักของผู้คนที่ต้องการหลบหนีกฏหมายของดินแดนอื่น ๆ โดยแม้ว่า Bilgewater จะเป็นดินแดนไร้กฏหมายที่แสนอันตราบ แต่ก็เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยโอกาส ที่ทุกอย่างสามารถซื้อได้ด้วยเงินอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีหรือเวทมนต์ต้องห้าม ไปจนถึงกองทัพโจรสลัดที่พร้อมออกรบแทนคุณแต่แม้จะเป็นเมืองโจรสลัด Bilgewater ก็มีหน้าที่สำคัญในฐานะที่พำนักของชนเผ่า Buhru ผู้ซึ่งมีพลังเวทมนต์โบราณที่สามารถปัดเป่า "หมอกดำ" จากเกาะ Shadow Isles ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งนำพาวิญญาณร้ายมาหลอกหลอนและเข่นฆ่าผู้คนในดินแดนอื่น ๆ อีกด้วยในปัจจุบันนี้ เมือง Bilgewater กำลังอยู่ในภาวะตึงเครียด เมื่อราชาโจรสลัด Gangplank ถูกกัปตันสาว Sarah Fortune โค่นลง ส่งผลให้เหล่ากัปตันกลุ่มโจรสลัดที่มัอำนาจอื่นๆ เริ่มขยับตัวเพื่อแย่งชิงบัลลังค์ที่ว่างลงของ Gangplank โดยเรื่องราวของ Bilgewater ได้ถูกสำรวจในเกม RPG สปินออฟอย่าง Ruined King: A League of Legends Story อีกด้วย (อ่านรีวิวของเรา) Shurima Shurima เป็นอาณาจักรทะเลทรายที่เคยรุ่งเรืองเมื่อครั้งอดีตกาล โดยครั้งหนึ่งเคยเป็นมหาอำนาจที่ปกครองทั้งทวีป Valoran เลยทีเดียว โดยพวกเขาได้ค้นพบเวทมนต์โบราณที่ทำให้สามารถเปลี่ยนมนุษย์ธรรมดาให้กลายเป็นนักรบครึ่งเทพที่เรียกว่า Ascended ได้ และใช้เหล่านักรบอมตะเหล่านี้ในการบดขยี้ใครก็ตามที่ขัดขืนการปกครองของพวกเขาทว่าทุกอย่างกลับพังทลายลงชั่วข้ามคืน เมื่อจอมเวทย์ผู้ชั่วร้าย Xerath ได้ลอบสังหารองค์จักรพรรดิคนใหม่อย่าง Azir ก่อนที่จะขโมยพลังของเขามาเพื่อเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นนักรบกึ่งเทพที่มีร่างกายเป็นพลังงานเวทมนต์บริสุทธิ์ โดยการกระทำของเขาครั้งนั้นส่งผลให้เวทมนต์โบราณที่ปกป้อง Shurima อยู่เสื่อมสลายไปด้วย และทำให้เมืองทั้งเมืองจมลงสู่ทะเลทรายในที่สุดการจากไปขององค์จักรพรรดิ ส่งผลให้เหล่านักรบเทพที่กระจัดกระจายไปปกครองเขตแดนต่าง ๆ อยู่เริ่มต่อสู้กันเองเพื่อแต่งตั้งตนเองเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ โดยการต่อสู้ครั้งนั้นส่งผลให้กองกำลังทั้งหมดของ Shurima เกิดความแตกแยก และเปิดช่องให้เหล่าอาณาจักรที่ถูกยึดครองไปสามารถลุกฮือขึ้นมาปลดแอกตนเองได้หลังจากที่เหล่านักรบเทพได้ล้มตายกันไปจนหมด และอาณาจักรถูกทะเลทรายดูดกลืนไปเป็นระยะเวลานับพันปี ได้เกิดปาฏิหารย์ที่ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อจักรพรรดิ Azir ที่ทุกคนนึกว่าตายไปแล้วฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้งในฐานะนักรบกึ่งเทพ ผู้ซึ่งพร้อมจะรวบรวมผู้คนของอาณาจักร Shurima ที่กระจัดกระจายกันเป็นชนเผ่าต่างๆ เพื่อทวงคืนอาณาจักรของเขาอีกครั้ง Shadow Isles กาลครั้งหนึ่งในอดีตนับพันปีมาแล้ว เกาะต้องสาป Shadow Isles เคยเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยเวทมนต์อันทรงพลัง ซึ่งไม่สามารถหาได้จากที่ไหนอีกบนโลก รวมถึงสระน้ำวิเศษที่ว่ากันว่าสามารถรักษาโรคภัยทั้งหมดบนโลกนี้ได้ ก่อนที่โศกฆนาฏกรรมบางอย่างในอดีตจะทำลายเกาะจนราบคาบ แถมยังส่งผลให้เหล่าประชากรบนเกาะติดอยู่ในสภาพวิญญาณที่ไม่สามารถไปผุดไปเกิดได้ในปัจจุบันนี้ เกาะ Shadow Isles กลายเป็นสถานที่ที่ปกคลุมไปด้วยมวลเวทมนต์ต้องสาป โดยผู้ที่เยือนเกาะจะถูกดูดซึมพลังชีวิตไปทีละน้อย ซึ่งก็จะดึงดูดเหล่าวิญญาณเร่ร่อนบนเกาะมาจู่โจมสิ่งมีชีวิตอะไรก็แล้วแต่ที่ย่างเท้าลงสู่เกาะ อีกด้วย และถ้าหากคุณตายบนเกาะ Shadow Isles คุณก็จะกลายเป็นหนึ่งในวิญญาณเร่ร่อนของเกาะไปด้วยเช่นกันยิ่งไปกว่านั้น เกาะ Shadow Isles ยังเป็นแหล่งกำเนิดของมวลหมอกดำปริศนา ที่มักจะลอยจากเกาะไปตกอยู่ในดินแดนต่างๆ ทั่ว Runeterra โดยหมอกดำเหล่านี้ยังเปรียบเสมือน "สะพาน" ให้เหล่าวิญญาณร้ายจาก Shadow Isles สามารถเดินทางไปจู่โจมสิ่งมีชีวิตนอกเกาะได้ เป็นปรากฏการณ์ที่คนในโลกเรียกว่า "The Harrowing" นั่นเองเช่นเดียวกับเมือง Bilgewater นั้น เกาะ Shadow Isles ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เราจะได้เดินทางไปเยือนในเกม Ruined King: A League of Legends Story เช่นกัน Targon ภูเขา Mount Targon ถือเป็นจุดที่สูงที่สุดบนโลก Runeterra เลยทีเดียว โดยตัวภูเขาตั้งอยู่กลางดินแดนรกร้างขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้การเดินทางไปยังภูเขาเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับคนทั่วไป และมีเพียงผู้คนที่มีจิตใจมุ่งมั่นแรงกล้า หรือมีกำลังทรัพย์มหาศาลเท่านั้น จึงจะมีบุญได้เดินทางไปเยือนภูเขานี้ด้วยตัวเองแต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีนักผจญภัยและผู้กล้ามากมายที่ใฝ่ฝันจะพิชิตยอดเขานี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อชื่อเสียงและเกียรติยศในฐานะผู้พิชิตภูเขา Targon แต่ก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อว่ายอดเขา Targon เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มนุษย์สามารถสื่อสารกับเหล่าทวยเทพได้โดยตรง และขอพรต่าง ๆ จากพวกเขาได้อีกด้วย The Freljord ด้วยสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายของดินแดนน้ำแข็ง The Freljord ส่งผลให้เหล่าชนเผ่าในดินแดนนี้มีสายเลือดนักรบอันเข้มข้น จนทำให้เหล่าผู้คนจากแคว้นอื่นๆ มองเหล่าชนเผ่าของ The Freljord เป็นเพียงคนเถื่อนไร้อารยธรรม โดยหารู้ไม่ว่าดินแดน Freljord เป็นดินแดนเก่าแก่ที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์และเวทมนต์เร้นลับ และเคยเป็นสนามรบอันยิ่งใหญ่ที่ชี้ชะตาของโลก Runeterra มาแล้วในอดีต เมื่อเหล่าปีศาจ Watcher จากมิติ The Void พยายามจะก้าวข้ามมิติมายังดินแดน Runeterra แต่ก็ได้เวทมนต์ของแม่มด Lissandra แช่แข็งเอาไว้เสียก่อน ทำให้โลก Runeterra รอดพ้นจากการรุกรานของเหล่าเทพปีศาจต่างมิติเหล่านี้ในปัจจุบันนี้ ดินแดน Freljord ถูกปกครองโดยชนเผ่าใหญ่ ๆ 3 เผ่าด้วยกัน เผ่าแรกคือเหล่า Frostguard ซึ่งนำโดยแม่มดน้ำแข็ง Lissandra ผู้ซึ่งเฝ้าระวังไม่ให้น้ำแข็งที่ตรึงเหล่า Watcher เอาไว้ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมาละลายลงได้ เผ่าต่อมาคือพวก Winter's Claw ชนเผ่ากระหายสงครามที่มักจะรุกรานอาณาเขตของดินแดน Demacia ทางใต้ และเผ่าสุดท้ายคือเผ่า Avarosan ซึ่งนำโดยราชินีน้ำแข็ง Ashe ผู้ซึ่งต้องการจะรวมชนเผ่าอันกระจัดกระจายให้เป็นหนึ่งเพื่อสถาปนา Freljord ให้เป็นอาณาจักรอันเป็นปึกแผ่น ทั้งสามเผ่าล้วนมีวิสัยทัศน์และจุดมุ่งหมายที่ต่างกันในการปกครองดินแดน Freljord และสงครามระหว่างเผ่าทั้ง 3 ดูจะกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงยากขึ้นไปทุกที Ionia แคว้น Ionia มีลักษณะเป็นหมู่เกาะที่รวมตัวกันเป็นรัฐเล็กๆ ของตัวเอง โดยดินแดน Ionia เป็นสถานที่สำคัญในโลก Runeterra ที่ถูกเรียกว่า "The First Lands" หรือ "ดินแดนแห่งปฐมภูมิ" ในโลก Runeterra ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากม่านกั้นระหว่างโลกมนุษย์กับโลกวิญญาณ ที่ดูจะเบาบางเป็นพิเศษในเขตของหมู่เกาะ Ionia ส่งผลให้มีภูติผีและสิ่งมีชีวิตจากโลกวิญญาณอาศัยอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก แต่ถึงอย่างนั้นชาว Ionia ก็มีชีวิตที่ค่อนข้างสงบสุข โดยอาศัยเวทมนต์อันแก่กล้าของหมู่เกาะในการปกป้องตนเองจากภัยภายนอกแต่แล้วความสงบสุขของ Ionia ก็ถึงจุดจับอย่างกระทันหัน เมื่อกองทัพของจักรวรรดิ Noxus ได้รุกรานเข้ามาโดยหวังจะยึกครองดินแดน Ionia เป็นของตนเอง สงครามระหว่างจักรวรรดิและเหล่ากองกำลังของ Ionia ดำเนินไปอย่างดุเดือดเป็นระยะเวลาหลายปี ก่อนที่กองทัพของจักรวรรดิจะยอมล่าถอยกลับไปในที่สุดแม้ว่าสุดท้าย Ionia จะรอดพ้นจากการโจมตีของ Noxus มาได้ แต่ความสงบสุขของแคว้นก็ได้ถูกทำลายไปแล้วอย่างสิ้นเชิง โดยในปัจจุบันนี้เหล่าหัวเมืองใน Ionia ได้ถูกแบ่งออกเป็นสองก๊ก ก๊กแรกต้องการจะย้อนคืนสู่วิถีชีวิตอันสงบสุขที่พวกเขาเคยมี ในขณะที่อีกก๊กต้องการจะรวบรวมนักรบจากทั่ว Ionia เพื่อล้างแค้น Noxus อย่างสาสม Demaciaอาณาจักรอันเกรียงไกร ที่ให้ความสำคัญกับอุดมการณ์อันบริสุทธิ์อย่างความยุติธรรม เกียรติยศ และหน้าที่เหนือสิ่งอื่นใด ซึ่งอุดมการณ์เหล่านี้เองทำให้ชาว Demacia มีความภาคภูมิใจในชาติกำเนิดของตนเองเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความภูมิใจนั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย่อหยิ่ง ทำให้ Demacia กลายเป็นแคว้นที่แม้จะทรงพลัง แต่ก็ไม่ได้มีมิตรแท้ที่เพิ่งพาได้นักด้วยความที่อาณาจักรถูกก่อตั้งขึ้นไม่นานหลังจุดจบของสงครามเวทมนต์ Rune Wars ที่เกือบจะทำลายล้างโลก Runeterra ไป ทำให้ผู้คนในอาณาจักร Demacia ถูกเสี้ยมสอนให้เกลียดกลัวเวทมนต์มาก แม้ว่ากองทัพของ Demacia จะเริ่มรับเหล่าผู้มีพรสวรรค์ด้านเวทมนต์เข้ามามากขึ้น แต่พวกเขาก็ยังถูกเพ่งเล็งและเหยียดหยามโดยผู้คนในเมืองอยู่เสมอนอกจากนี้ สถานที่ตั้งของเมือง Demacia ยังอุดมไปด้วยหินประหลาดที่เรียกว่า "Petricite" ซึ่งสามารถดูดซับเวทมนต์ได้ เมื่อนำมารวมกับความเกลียดกลัวเวทมนต์เป็นทุนเดิมของผู้คน ทำให้กำเนิดองค์กรที่ชื่อว่า 'Mageseeker' ซึ่งมีหน้าที่ในการตามหาและจับกุมเหล่านักเวทย์นอกรีตในอาณาจักรที่ไม่ได้รายงานตัวต่อกองทัพ Demacia ในปัจจุบันนั้น Demacia กำลังเผชิญกับอนาคตที่สั่นคลอน เมื่อราชา Jarvan III ได้เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน ในขณะที่องค์ชาย Jarvan IV ก็ยังไม่ได้เป็นที่ยอมรับในสายตาตระกูลชั้นสูงของ Demacia ทำให้อาณาจักรอยู่ในสภาวะขาดผู้นำ ท่ามกลางการรุกรานของเหล่าคนเถื่อนจาก The Freljord ที่เริ่มรุกล้ำเข้ามามากขึ้นทุกที แหล่งข้อมูล: universe.leagueoflegends
02 Dec 2021
[บทความ] เล่นเกมยังไงให้ได้ภาษา พร้อมแนะนำเกมที่เหมาะใช้ฝึก!
หนึ่งประโยชน์ที่มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาจากการเล่นเกม นั่นคือการฝึกฝนภาษาต่างประเทศ  แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว.... ไม่ใช่ทุกคนซะทีเดียว ที่สามารถพัฒนาทักษะทางด้านภาษาของตนเองจาก การเล่นเกมได้ นั่นอาจเป็นเพราะ ความรู้พื้นฐานของตัวผู้เล่นเอง ความพร้อมในการเรียนรู้ หรือแม้แต่วิธีการเล่นเกมที่ ไม่ถูกต้อง ทำให้การซึบซับเอาทักษะทางภาษาต่างๆ เป็นไปได้อย่างยากลำบาก ดังนั้น ในบทความนี้ ผู้เขียนขอนำเสนอวิธีการเล่นเกมอย่างถูกต้วง รวมถึง Mind set ในการเล่นเกม ที่จะทำให้การเล่นเกมของผู้อ่านทุกคน สามารถพัฒนาทักษะทางภาษาได้อย่างแท้จริง และในช่วงท้าย ผู้เขียนได้มีการหยิบยกเกมดีๆ ที่น่าหามาเล่นเพื่อฝึกฝนภาษาอังกฤษอีกด้วย1. เกมที่เลือกเล่นการเลือกเกมที่จะใช้ในการพัฒนาทักษะทางภาษานั้น ก็คงเปรียบได้กับ การเลือกหนังสือที่จะใช้อ่านประกอบการเรียน หรือการเลือกติวเตอร์ที่ยอดเยี่ย ก่อนการสอบครั้งสำคัญ ซึ่งหากเลือกผิด เลือกไม่เหมาะสม ย่อมมีผลต่อการเรียนหรือการสอบอย่างแน่นอน ฉะนั้นการเลือกอย่างพิถีพิถัน จึงสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แต่สำหรับการเลือกเกมเพื่อฝึกภาษา อาจไม่จำเป็นต้องพิจารณาให้ลึกซึ้งถึงเพียงนั้น...  สิ่งแรกที่ควรพิจารณาเบื้องต้นเหนือสิ่งอื่นใดเลยคือ พื้นฐานด้านภาษาของตนเอง เราต้องตอบตนเองให้ได้เสียก่อนว่าเรามีความรู้ความเข้าใจ หรือมีพื้นฐานด้านภาษามากน้อยเพียงใด อ่านออกมั้ย แปลและตีความได้แค่ไหน นี่คือก้าวแรกที่สำคัญมาก เพราะการพัฒนาทักษะด้านภาษา จะต้องอิงจากพื้นฐานความรู้ ตรงจุดนี้ เป็นจุดเริ่มต้น โดยบางคนอาจจะไม่มีพื้นฐานเลย บางคนมีพื้นฐานอยู่บ้าง หรือบางคนที่เก่งกาจอยู่แล้ว อาจจะต้องการแค่สิ่งที่จะเข้าเติมเต็มเท่านั้น การเลือกเกมที่เหมาะสมกับพื้นฐานทางภาษาและความสามารถ จึงเป็นสิ่งที่ควรคำนึงเป็นอย่างแรกในการเลือกเกมมาเล่น แต่ถ้าถามว่า หากต้องการพัฒนา อย่างก้าวกระโดด ขอเลือกเกมที่ข้ามขั้นความสามารถไปเล่นเลยจะได้หรือไม่ ในความเห็นของผมนั้น คำตอบก็คือได้ แต่ว่าคุณจะพัฒนาได้มากแค่ไหน ก็อยู่ที่ความอดทนและความตั้งใจของคุณเอง เพราะการที่เราเลือกเกมที่เกินความสามารถ ข้ามขั้นพื้นฐานที่เรามีไป เปรียบเสมือนกำแพงที่สูงเกินกว่า จะกระโดดให้พ้นได้ง่ายๆ คุณจะรู้สึกงง ไม่เข้าใจ และยอมแพ้ไปได้อย่างง่ายดาย สิ่งที่สำคัญต่อมาเลยคือ การอำนวยความสะดวกของเกมนั้นๆ กล่าวคือ เกมพร้อมจะให้เราเรียนรู้ได้มากน้อยแค่ไหน มีฟังค์ชั่นหรือระบบต่างๆ เพื่อให้ เราเรียนรู้ได้อย่างสะดวกสบายหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ในฉากคัตซีนมีคำบรรยายให้ หรือไม่ แต่ละฉากสามารถกด Pause เพื่อจะไปหาความหมาย ของคำได้ไหม หรือบทสนทนาต่างๆ ของเกมมีการบันทึกให้กลับมาอ่านย้อนหลังได้มั้ยเป็นต้น ซึ่งเกมที่มีการอำนวยความสะดวกสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ก็จะกลาย เป็นเกมที่เหมาะจะเป็นเกมสำหรับฝึกภาษาได้อย่างง่ายดาย ช่วยให้การเรียนรู้ของเราง่ายมากขึ้น ไม่ต้องมากลัวพะวงว่า ถ้าฉันพยายามแปลเนื้อหามากจนเกินไป แล้วจะสูญเสียอรรถรสในการเล่นเกมไป ยกตัวอย่างเกมที่มีการอำนวยความสะอวดได้เป็นอย่างดี นั้นคือเกม RPG อย่างเช่น Persona 5 นี่เป็นเกมที่เกื้อหนุนให้คนเล่นได้ฝึกฝนภาษาเป็นอย่างมาก เช่นมีความหลากหลายของการใช้ภาษา มีบันทึกบทสนทนาให้อ่านช้าๆ ได้อย่างชัดเจน ไม่ต้องรีบแปล งงตรงไหนก็สามารถกลับมาอ่านและทำความเข้าใจได้ตลอดเวลา เอาเข้าจริงเกมแนว RPG (หรือที่บ้านเราเคยชอบเรียกกันว่า "เกมภาษา") เป็นแนวเกมที่เหมาะกับการฝึกภาษามากๆสิ่งสำคัญสุดท้ายอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ 'ความสนุก' ยังไงเกมก็คือสิ่งที่ถูกสร้างมาเพื่อความสนุกสนานและความบันเทิงอยู่แล้ว ดังนั้นหากจะเลือกเกมจากแค่ 2 ข้อแรกก็อาจจะขาดความสนุกและความบันเทิงไปได้ ดังนั้น นอกจากเกมที่เหมาะกับพื้นฐานภาษา และง่ายต่อการเรียนรู้แล้ว เกมเกมนั้นก็ควรจะเป็นเกมที่ดีระดับนึงด้วย อย่างน้อยก็ทำให้เราสนุกในฐานะของเกมเกมนึงได้ หรือหากใครมีประเภทเกมที่ชอบอยู่แล้ว เช่น JRPG, Action-Open World, Horror ก็อาจจะลองมองหาเกมในประเภทนั้นๆ ก่อนก็ได้เช่นกัน2. แนวทางการพัฒนาในแต่ละทักษะ (ลำดับ/ความสำคัญ)ทักษะภาษาอังกฤษสามารถแบ่งอย่างง่ายได้ 4 อย่าง นั่นคือ ฟัง - พูด - อ่าน - เขียน ซึ่งหากจะใช้เกมมาเป็นตัวพัฒนาและสร้างสมทักษะแต่ละอัน ก็จำเป็นจะต้องใช้วิธีการเรียนรู้แตกต่างกันไปตามทักษะนั้นๆด้วยเช่นกัน โดยตัวผู้เขียนขอเสนอวิธีการพัฒนาแต่ละอันดังนี้1. ทักษะการอ่าน - การอ่านถือเป็นทักษะที่สำคัญเป็นอย่างมาก และสามารถเรียนรู้ได้ง่าย การอ่านในที่นี้ไม่ใช่แค่สักว่าอ่านออก แต่ต้องแปลความหมายได้ เข้าใจบริบท และตีความสิ่งที่อ่านได้ด้วย  โดยวิธีการพัฒนาทักษะนี้ก็ไม่ยากเลยครับ เพียงแค่พยายามตะบี้ตะบันอ่านเข้าไป ทั้งบทสนทนา ทั้งกระดาษโน๊ตหรือ Lore ในเกมทั้งหลาย เราต้องพยายามอ่านและพยายามทำความเข้าใจ คำไหนไม่รู้ความหมายก็หาคำแปล บริบทไหนไม่เข้าใจ ก็ค่อยๆ คิดตาม ยิ่งอ่าน มากแค่ไหนเราก็จะยิ่งเก่งมากขึ้นเท่านั้น เทคนิคก็คือในช่วงแรก เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกคำพูด ทุกตัวอักษรก็ได้ แต่ถ้าเข้าใจบริบท เข้าใจว่าแต่ละตัวละครกำลังพูดถึงอะไรกันอยู่ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วครึ่งหนึ่ง2. ทักษะการฟัง - การฟังถือเป็นทักษะที่ไม่ได้เรียนรู้ได้ยากนัก แต่ต้องใช้เวลาและความพยายามมากขึ้นมาเล็กน้อย โดยหากเรามีพื้นฐานที่สามารถแปลภาษาอังกฤษได้ประมาณหนึ่ง จะทำให้เราเข้าใจการฟังได้ดีขึ้นด้วย โดยวิธีการพัฒนาการฟังอาจจะดูง่ายแต่จริงๆแล้วต้องใช้ความพยายามไม่น้อยเลย โดยเราแค่ต้องพยายามฟัง พยายามฟังทุกอย่างที่มันดังเข้ามาในหู โดยขอเน้นย้ำว่าต้อง'พยายาม'เท่านั้น หากเราแค่ปล่อยให้มันเพียงสำเนียงที่ผ่านหูไปอย่างนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะฟังมันจริงๆ เราจะไม่สามารถพัฒนาทักษะนี้ได้เลย คุณต้องพยายามตั้งใจอย่างเต็มที่ พยายามแกะให้ออกว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นคือคำว่าอะไรบ้าง โดยในช่วงแรก เป้าหมายคือฟังให้ออกว่าสิ่งที่ได้ยินคือคำว่าอะไร พยายามจับ Keyword ให้ได้ ตั้งใจฟัง ตั้งใจทำความเข้าใจไปเรื่อยๆ คุณต้องให้เวลา กับมันมากๆ และสุดท้าย เมื่อหูของคุณเคยชิน เมื่อทักษะได้พัฒนาขึ้น จุดนั้น คุณก็ไม่จำเป็นต้อง Focus มากนัก คุณก็สามารถเข้าใจสิ่งที่ได้ยินได้ 3. ทักษะการพูด - การพูดและการเขียนที่จะกล่าวถึงในข้อถัดไป ถือเป็นทักษะที่อยู่ในระดับที่เรียนรู้ได้ยาก นั่นไม่ใช่เพราะว่ามันมีรายละเอียดมาก หรือเป็นทักษะที่เรียนรู้ยากแต่อย่างใด แต่จริงๆแล้ว ความยากของมันคือการฝึกฝนเสียมากกว่า  ซึ่งทักษะการพูดนั้น จริงๆแล้วมันจะไม่ใช่ทักษะที่ยากเลย ที่จะทำให้คล่องแคล้ว เพียงเราพยายามพูด พยายามสื่อสาร ยิ่งเมื่อเราจะได้พูดกับเจ้าของภาษา หรือคนที่รู้หลักภาษาด้วยแล้ว เราจะยิ่งพัฒนาได้เร็ว แต่ปัญหาหลักของเจ้าตัวทักษะนี้ คือคนไทยอย่างเราๆ จะหาช่องทางสำหรับฝึกฝนทักษะการพูดได้ยาก ไม่รู้จะพูดกับใคร แถมคนไทยส่วนใหญ่ยังมี Mindset ว่า ไม่กล้าพูด เพราะกลัวจะผิด กลัวจะปล่อยไก่ ตรงจุดนี้ยิ่งทำให้ทักษะนี้พัฒนาได้ยากยิ่งขึ้น แต่จากประสบการณ์ตัวของผู้เขียนที่ผ่านมา พบว่าเกมเมอร์ชาวไทยส่วนใหญ่ หากมีช่องให้พูดให้คุย ก็มักจะกล้าพูด กล้าสื่อสารกันทั้งนั้น  นี่นับเป็นเรื่องดีไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ตัวผู้เขียนเองก็ยังเชื่อว่า ยังมีเกมเมอร์ชาวไทยอีก ไม่น้อยที่ยังไม่กล้าจะสื่อสาร ทั้งที่ตนเองก็พอจะมีพื้นฐานอยู่บ้าง ซึ่งจะอย่างไรเสีย หากอยากพัฒนาทักษะการพูด แต่ตัวเองกลับไม่กล้าจะพูดเสียเอง ทักษะนี้มันก็จะดีขึ้นได้อย่างไร4. ทักษะการเขียน - จากที่เอ่ยถึงมาจากข้อก่อนหน้า เราจะพบว่าทักษะะการพูดนั้นพัฒนาได้ยาก อันเนื่องมาจากเราไม่รู้ว่าจะไปพัฒนาที่ใด  ไม่รู้จะหาช่องทางใดในการฝึกฝน ซึ่งก็เป็นทำนองเดียวกันกับทักษะการเขียน ในการที่จะเก่งการเขียน ไม่ว่าจะเขียนทางการหรือไม่ทางการก็ตาม เราจำเป็นจะต้องผ่าน การฝึกฝน ผ่านการทดลองเขียน และเมื่อเขียนเสร็จแล้ว ก็จำเป็นจะต้องมีคนตรวจทานให้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจการสะกด ตรวจหลักภาษา ตรวจใจความ เป็นต้น ซึ่งการจะหาคนพูดภาษาอังกฤษด้วยยากแล้ว การจะหาคนตรวจเนื้อความภาษาอังกฤษยากยิ่งกว่า ดังนั้นการฝึกฝนการเขียนจึงเป็นเรื่องที่ยาก ทั้งในทางการปฏิบัติและในทางการของการฝึกฝนด้วย ซึ่งเอาจริงๆ การเล่นเกมสามารถช่วยทักษะการเขียนของเราได้ แต่ก็คงได้แค่ในเชิงการสื่อสารง่ายๆ เท่านั้น อีกทั้งชาวเกมเมอร์ต่างๆ ก็คงไม่มีเวลามานั่งบอกเราว่า เราเขียนผิดอย่างไร ใช้ไวยากรณ์ผิดตรงไหนอยู่แล้ว 3. วิธีปฏิบัติในการเล่น (ห้ามขี้เกียจ/ห้ามมั่ว/ห้ามหยุดพัฒนา)1. ห้ามขี้เกียจ - ปัญหาหลักของเกมเมอร์ที่พยายามจะเก่งภาษาให้ได้ก็คือ ความขี้เกียจ จะมีเกมเมอร์ซักกี่คนกันที่ขยันอ่าน ขยันแปลทุกสิ่งภายในเกม แต่ตามจริงแล้ว เราไม่จำเป็นต้องพยายามอ่าน พยายามแปลไปซะทุกอย่างก็ได้ อาจจะเน้นแค่ใจความสำคัญ จำพวก Cutscene หรือ Note ที่สำคัญๆ หรือเนื้อหาของเควสหลักเป็นต้น ซึ่งแค่หากเราพยายามจะอ่านและแปลใจความสำคัญเหล่านี้ในเกม เราก็สามารถพัฒนาทักษะทางภาษาได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นว่าแปล ทุกอย่างในเกมก็ได้ แต่ก็มีเกมเมอร์จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ที่เลือกที่จะข้ามสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไป ซึ่งนอกจากจะทำให้เราพลาดเนื้อหาบางอย่างของเกมไปแล้ว เรายังจะไม่ได้พัฒนาทักษะทางภาษาของเราอีกด้วย เพราฉะนั้นหากอยากจะเก่งภาษาให้มากขึ้น ห้ามขี้เกียจเด็ดขาด 2. ห้ามมั่ว - เกมมีหลากหลายแนวฉันใด ศัพท์ที่นำมาใช้ก็มีหลากหลายฉันนั้น ซึ่งในแต่ละเกมก็จะมีระดับการใช้ภาษาที่แตกต่างกัน บางเกมก็ใช้ภาษาทั่วไป ที่ง่ายๆ เข้าใจได้ไม่ยาก หรือบางเกมก็เลือกใช้ภาษาทางการ เน้นการใช้ไวยากรณ์ระดับงานเขียน หรือบางเกมก็เล่นใช้ราชาศัพท์ ศัพทโบราณต่างๆ มากมาย ซึ่งหากเกมใดใช้ภาษาง่ายๆ ที่เราคุ้นชินอยู่แล้วก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่เกมไหนที่ใช้ภาษาระดับยากๆ ที่เราแทบจะไม่เคยเห็นเลย มันก็สร้างความยากลำบาก ในการแปลและทำความเข้าใจได้ไม่น้อยเลย ซึ่งบางครั้งก็เจอเกิดอาการอยากจะมั่วไปซะเลย เห็นประโยคยาวๆ ศัพท์ยากๆ ก็ขอแปลแค่เฉพาะคำที่รู้และประติดประต่อกับสถานการณ์เอาเอง ซึ่งนี่เป็นทักษะด้นสดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในการใช้ภาษาต่างประเทศบ้าง แต่ถ้าหากมีการด้นสดมากจนเกินไป ก็ไม่เป็นผลดีนัก เพราะอาจจะทำให้ความเข้าใจบางอย่างของเราผิดเพี้ยนไปทีละน้อย จนสุดท้ายอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดไปได้ในที่สุด ฉะนั้นการมั่วหรือการด้นสดในบางสถานการณ์ไม่ใช่สิ่งที่ผิดอะไร แต่หากมั่วบ่อยครั้งจนเกินไป ก็จะสร้างผลเสียให้แก่เราซะเอง  3. ห้ามหยุดพัฒนา - อยากจะเตะฟุตบอลเก่งก็ต้องขยันเล่น อยากจะเรียนเก่งก็ต้องขยันเรียน และแน่นอนว่าอยากจะเก่งภาษาก็ต้องขยันฝึกฝน ซึ่งไม่ใช่แค่ว่าเราพอได้บ้างแล้ว เราพอมีความรู้แล้ว เราจะหยุดอยู่กับที่ได้ การจะเก่งขึ้นได้นั้นเราต้องขยันพัฒนาไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคิดว่าแข่งขันกับใคร แค่แข่งขันกับตัวเองก็พอ ไม่ต้องพัฒนาอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดดก็ได้ ขอแค่พัฒนาเรื่อยๆ อย่าหยุดอยู่กับที่ก็พอ ขอให้ตัวเราในวันนี้รู้มากกว่าตัวเราเมื่อวาน และตัวเราวันพรุ่งนี้ต้องรู้มากกว่าตัวเราในวันนี้ และด้วยการไม่หยุดพัฒนาไปเรื่อยๆ นี่เอง จะทำให้เราเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่ทันรู้ตัวเลยทีเดียว4. แนะนำเกมสำหรับฝึกฝนภาษาอังกฤษหลังจากที่อ่านเนื้อหาด้านวิชาการกันมาครบถ้วนแล้ว ผู้อ่านก็น่าจะสามารถมองเห็นภาพมากขึ้นว่า การฝึกฝนภาษาด้วยเกมควรจะทำอย่างไร ซึ่งสำหรับหัวข้อสุดท้ายนี้ ผู้เขียนก็อยากจะแนะนำเกมทั้ง 5 ที่เหมาะสมและเล่นได้อย่างสนุกสนาน เพลิดเพลิน ซึ่งทั้ง 5 เกมนี้ เป็นเกมที่มีแนวที่กันชัดเจน ฉะนั้นใครชื่นชอบแบบไหนก็ลองหยิบไปเล่นกันได้ตามสะดวกเลยครับ1. Persona 5 - นี่คือสุดยอด JRPG แห่งยุคอีก 1 เกม ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นเกมเมอร์สายไหน ก็ไม่ควรพลาด การันตีด้วยจำนวนรางวัลและแฟนคลับ จำนวนมหาศาลทั่วโลก หากใครไม่เคยสัมผัสหรือรู้จักเกมนี้มาก่อน นี่คือเกม JRPG ที่มีระบบต่อสู้แบบ Turnbase อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เล่นสนุก และท้าทายอยู่เสมอ แถมด้วยระบบการใช้ชีวิตอย่างอิสระแบบเด็กนักเรียน ม.ปลายญี่ปุ่น ที่คุณจะทำอะไรก็ได้แล้วแต่ใจนึก พร้อมด้วยอาร์ตไสตล์ที่มีเสน่ห์ เพลงประกอบที่ยอดเยี่ยม ทั้งหมดช่วยเสริมให้ Persona 5 กลายเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมมากๆ เกมหนึ่งเท่าที่ผู้เขียนเคยได้เล่นมา โดยภายในเกมจะมีการใช้ภาษาอังกฤษที่หลากหลายมาก ทั้งระดับภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษาทางการ หรือแม้แต่ศัพท์แปลกๆ ก็มีมาให้เห็นอยู่เสมอ ซึ่งภายในเกมก็จะมีการบันทึกบทสนทนาต่างๆ ให้เราสามารถ เปิดดูย้อนหลัง แถมมีระบบหยุด ให้เราได้ค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ แปลได้อีกด้วย นี่คือเกมที่ทั้งดีและเหมาะกับการขัดเกลาภาษาเป็นอย่างมาก ดังนั้น ใครยังไม่เคยลอง ห้ามพลาดเด็ดขาดครับPlatform : PS3, PS4, PS52. Fallout 3 - แนะนำเกม RPG จากฝั่งญี่ปุ่นไปแล้ว หากขาดเกม RPG จากฝั่งตะวันตกบ้างก็ คงจะขาดสีสันไปไม่น้อย ซึ่งหากพูดถึงเกม Western-RPG ที่อยู่ในใจผู้เขียน  Fallout 3 ก็คือเกมแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวอย่างแน่นอน เพราะนี่คือเกมที่กวาดรางวัลในปี 2008 มามากมาย พร้อมกับคะแนนรีวิวบนเว็บไซต์ต่างๆที่สูงลิ่ว Fallout คือเป็นเกม RPG Open World บนโลกหลังสงครามนิวเคลียร์ ที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์ของซี่รี่ส์นี้อยู่ตลอดทั้งเกม เราจะสามารถเลือกเส้นทางของเราเองได้อย่างอิสระ จะเป็นคนดีหรือคนชั่ว จะปฏิบัติต่อใครแบบไหนก็ตามแต่ใจผู้เล่น ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าจะเอาชีวิตรอดบนโลกที่โหดร้ายนี้ได้อย่างไร ภายใน Fallout 3 จะเต็มไปด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษ การพูดคุย การใช้คำที่ค่อนข้างหลากหลาย ศัพท์แสลงก็มีมาให้ได้ยินบ่อยครั้ง แต่อาจจะไม่เหมาะ กับมือใหม่ซักหน่อย เพราะเกมนี้จะไม่ได้มีช่วงให้หยุดได้อ่านทั้งหมด ซึ่งในบางจังหวะเราอาจจะต้องฟังให้ทัน อ่านให้ทันเองบ้าง ซึ่งใครที่พอจะมีพื้นฐานอยู่บ้าง Fallout 3 ก็ถือเป็นอีกเกมที่เหมาะมากๆ สำหรับการเล่นเอาสนุกและเล่นเอาทักษะภาษาอังกฤษไปควบคู่กัน (แน่นอนว่าถ้าอยากได้เกมที่ทันสมัยกว่า จะเลือกภาค 4 ที่วางจำหน่ายภายหลังก็ได้เช่นกัน)Platform : PC, PS3, XBOX360 (ภาค 4 Platform: PC, PS4, Xbox One)3. DORAEMON STORY OF SEASONS - เปลี่ยนบรรยากาศจากเกมสไตล์จริงจัง มาสู่เกมสไตล์สบายๆ กันบ้าง กับ Story of seasons ที่มาในธีมของการ์ตูนอมตะตลอดกาล อย่าง "โดราเอมอน" ที่ดูภายนอกอาจจะคิดว่าเกมมันดูตื้นเขิน เหมาะสำหรับเด็กซะมากกว่า และไม่น่าสนใจซักเท่าไหร่ แต่เอาจริงๆ แล้วนี่คือหนึ่งในเกมที่ใช้คำว่า Story of Seasons ที่ออกมาดีมากเกมนึงเลย ด้วยเนื้อเรื่องและอาร์ตสไตล์ที่ยกมาจากโดเรมอนแบบ 100% โดยถึงแม้เกมนี้จะมีเนื้อเรื่องแบบ Original เป็นของตัวเอง แต่ก็สามารถคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของเรื่องราว ความรู้สึก และความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆ ในเรื่องที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้วอย่าง โนบิตะ เจ้าเด็กแว่นจอมขี้เกียจ หรือโดราเอม่อน แมวสีฟ้าสุดเปิ่น รวมถึงเอกลักษณ์ของเรื่องอย่างพวกของวิเศษต่างๆ ก็มีมาให้เล่นกันอีกด้วย ไม่ใช่แค่พาร์ทของเนื้อเรื่องและบรรยากาศจะดีเพียงอย่างเดียว ส่วนของเกมการเล่นก็สนุกไม่น้อยเลย ไม่ว่าจะเป็นส่วนของการสำรวจเมือง ค้นหาความลับต่างๆ รวมถึงระบบทำฟาร์มปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ ที่ลุ่มลึกและเพลิดเพลินตามสไตล์ของ Story of Seasons ซึ่งภายในเกมก็จะเต็มไปด้วยบทสนทนา และคำศัพท์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เกี่ยวกับอาหาร เกี่ยวกับเทศกาลต่างๆ ที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ซับซ้อน รูปประโยคไม่ยาก ดังนั้น นี้เป็นอีกหนึ่งเกมที่เหมาะกับผู้เริ่มต้นฝึกฝนภาษาอังกฤษมากๆ รวมถึงถ้าใครไม่ไหวจริงๆ ก็สามารถปรับเป็บภาษาไทยเพื่อทำความเข้าใจได้อีกด้วย Platform : PC, PS4, Switch (ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนซื้อ บางเวอร์ชั่นไม่มีภาษาไทยนะครับ)4. Yakuza: Like a Dragon - กลับมาที่เกมยอดเยี่ยมจากฝั่งญี่ปุ่นกันอีกครั้ง กับซี่รี่ส์ Yakuza ที่ยอดเยี่ยมและครองใจแฟนๆ มาอย่างยาวนาน ด้วยเนื้อเรื่องที่สนุก เข้มข้น ผสมกับความเพี้ยนหลุดโลก ทำให้ Yakuza กลายเป็นแฟรนไชส์ที่มีแฟนคลับเฝ้ารอกันอยู่ทั่วโลก ซึ่งในบทความนี้ภาคที่ผมจะมาแนะนำก็คือ Like a Dragon  ภาคใหม่ล่าสุด ลำดับที่ 7 ของซีรีส์ ที่มีเนื้อเรื่องแตกแขนงไปเป็นของตัวเอง ไม่เชื่อมโยงกับภาคไหน มีวิธีการดำเนินเนื้อเรื่องสไตล์ใหม่ๆ ทำให้ภาคนี้เป็นภาคเหมาะมาก สำหรับหน้าใหม่ที่สนใจเกมแฟรนไชต์นี้ โดยถ้าพูดถึงจุดเด่นของ Yakuza: Like a Dragon นอกจากเนื้อเรื่องที่ตื่นเต้น และน่าค้นหาแล้ว ยังมีระบบต่อสู้แบบ Turn-based สุดกาว ที่ผสมผสานความเป็น RPG สไตล์ผู้กล้าและปีศาจที่แสนจะแฟนตาซีให้เข้ากับสไตล์ของยากูซ่าและยุคสมัยใหม่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ รวมถึงเหล่าเควสเสริมต่างๆ ของเกมที่สร้างความสดใหม่ให้กับการเล่นได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าสำหรับการใช้เกมนี้ในการฝึกภาษาก็ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะภายในเกมจะมีทั้งบทสนทนาแบบค่อยๆ อ่าน บทสนทนาแบบคัตซีนยาวๆ หรือแม้แต่บทพูดลอยๆ ที่ NPC จะพูดขึ้นมาตามบรรยากาศ รวมถึงเหล่าประโยคทั้งภาษาพูด-ภาษาเขียนต่างๆ มากมาย ถือได้ว่า Yakuza: Like a Dragon เป็นเกมที่มีการใช้ภาษาได้หลากหลายและเต็มไปด้วยคำศัพท์ต่างๆ ที่บางครั้งเราอาจจะหาฟังไม่ได้ง่ายๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษเลยอาจจะไม่เหมาะกับเกมนี้ซักเท่าไหร่นักPlatform : PC, PS4, PS5, XBOX One, XBOX SS|SX5. Firewatch - ปิดท้ายด้วยเกมอินดี้ที่หลายคนมองข้าม ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าใครเป็นสายอินดี้ น่าจะเคยสัมผัสกับความสุดยอดของเกมเกมนี้กันมาบ้าง Firewatch คือเกม First Person Adventure ที่จะให้เรารับบทเป็นชายผู้เข้ามาเป็นนักระวังไฟป่า (Firewatch) ที่อุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่ง ทำไมตัวเอกถึงต้องมาที่นี้? เขาจะต้องเผชิญกับอะไรในป่าใหญ่ที่ไม่คุ้นเคยบ้าง? รวมถึงเหตุการต่างๆ ที่ผู้ระวังไฟป่าจะต้องพบเจอจะเป็นอย่างไร? เนื้อเรื่องของเกมนี้สามารถถ่ายทอดได้ถึงอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความเหงา ความเศร้า ความผ่อนคลาย หรือแม้แต่ความรู้สึกถึงการหลุดพ้นจากอะไรบางอย่างได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้เกมเพลย์อาจจะไม่ได้มีอะไรมากมายนัก ส่วนใหญ่จะเป็นการเดินสำรวจไปตามจุดต่างๆ ตามแผนที่เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่บรรยากาศและการเล่าเรื่องที่เกมเกนี้มอบให้กับผู้เล่น ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วที่ได้ลองเล่นด้วยตัวเอง ซึ่งใน Firewatch จะเต็มไปด้วยบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ คมคาย รวมถึงคำศัพท์ต่างๆ ที่ไม่ได้ยากไม่ได้ง่ายจนเกินไป อีกทั้งยังมีคำตอบต่างๆ ให้เลือกตอบตามบทสนทนาอีกด้วย ใครที่กำลังตามหาเกมเนื้อเรื่องดีกินใจ สื่อถึงอารมณ์ได้อย่างลุ่มลึก งานอาร์ตสวยงาม เล่นได้อย่างเพลิดเพลิน ห้ามพลาด Firewatch เด็ดขาดครับPlatform : PC, PS4, XBOX One, Switchจบไปแล้วนะครับสำหรับ How To เล่นเกมอย่างไรให้ได้ฝึกฝนทักษะทางภาษา ผู้เขียนหวังเพียงว่าผู้อ่านที่ได้อ่านบทความนี้จนจบ จะมีความไคร่รู้อยากจะฝึกฝนทักษะภาษาของตัวเองให้ดียิ่งๆขึ้นได้จากสิ่งที่เรารัก อย่างสิ่งที่เรียกว่า “เกม”  หากใครมีความคิดเห็นอย่างไรสามารถ Comment พูดคุยกันได้ครับ ขอบคุณครับ :)
27 Nov 2021
Magic: The Gathering Arena : แนะนำการ์ดเด็ดประจำบ็อกซ์ Innistrad: Crimson Vow
Magic: The Gathering Arena เป็นหนึ่งในเกมการ์ดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมที่มีให้เล่นทั้งในเกมและนอกเกม โดยเราได้เคยพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับความสนุก และความยอดเยี่ยมของการ์ดเกมนี้กันไปแล้วในบทความ แนะนำเกม Magic The Gathering Arena เกมที่สร้างจากการ์ดเกมที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่การ์ดเกมนี้มีเหมือนกับการ์ดเกมออนไลน์ อื่นๆ ก็คือระบบ Rotaion ที่จะเปลี่ยนการ์ดซึ่งสามารถนำมาใช้จัดเด็คเล่นได้ไปเรื่อยๆ เมื่อมีการออกซองใหม่มาให้เปิดกันล่าสุดในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2021 ทางผู้พัฒนาก็เพิ่งจะมีการออกซองใหม่ออกมาอีก 1 ตัว เพื่อเล่นกับ Innistrad Midnight Hunt ชื่อว่า Innistrad: Crimson Vow โดยมีจุดแตกต่างหลักๆ คือธีมที่มากับซองนี้ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การ์ดของเผ่าแวมไพร์ ประหนึ่งจะบอกเล่าถึงเรื่องราวการต่อสู้ระหว่าง ปีศาจยามราตรีทั้งสอง และวันนี้ผมก็อยากพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับการ์ดที่น่าสนใจประจำซองนี้กันครับ!Necrodualityสุดยอดการ์ด Enchament สำหรับผู้เล่นเด็ค Zombie ทุกคน ด้วยค่าร้ายที่ไม่แพงนัก แต่ทำให้ได้ Creature เพิ่มขึ้นหนึ่งตัวทุกคนที่ลงการ์ดติด Type Zombie จึงทำให้ตอนนี้เป็นการ์ดที่ราคาแพงมากที่สุดในโลกความจริงภายในซอง Crimson Vow ตอนนี้ ถ้าหากนำไปจัดเด็คเล่น Zombie ค่าร้ายน้อยๆ ที่มีแต่ละตัวมีความสามารถเล็กๆ น้อย เชื่อว่าสามารถถล่มหลอดเลือดของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็วแน่นอน!Hullbreaker Horrorถ้าหากจะมีการ์ดใบไหนที่เหมือนกับทำ Rarity ผิด มากที่สุดคิดว่าคงไม่พ้นการ์ดใบนี้ ที่นอกจากจะร่าย 7 ได้พลัง 7/8 แล้ว ยังสามารถร่ายนอกเทิร์น แถมไม่สามารถถูก Couter ได้อีกต่างหาก นอกจากนี้ยังมีความสามารถนำการ์ดที่ไม่ใช่ Land หนึ่งใบขึ้นมือเจ้าของได้เมื่อร่ายอีก เรียกได้ว่าจำเป็นเด็คสาย Control หรือสายบุกก็สามารถใช้ประโยชน์จากการ์ดใยนี้ได้อย่างเต็มที่ จะเก็บไว้ร่ายลงมาตั้งป้องกันแบบเซอร์ไพรส์ หรือจะร่ายก่อนเข้าเทิร์นเพื่อให้ได้ตัวโจมตีพลังเยอะๆ มาก็ได้เช่นกันCultivator Colossusการ์ด Creature ขนาดใหญ่ใบใหม่ของสีเขียว ที่นอกจากจะมีพลังมหาศาล จากผลรวมของการ์ด Land ทั้งหมดรวมกันแล้ว ยังสามารถใช้เป็นการ์ดเพิ่ม Land บนสนามเราอย่างรวดเร็ว โดยไม่เสียมือได้ด้วย แม้ว่าจะมีค้าร่ายที่โหดไปหน่อย แต่ก็นับเป็นการ์ดดีที่อาจใช้พลิกสถานการณ์เสียเปรียบมาเป็นได้เปรียบเลยก็ว่าได้Manaform Hellkiteมังกรร้าย 4 ตัวใหม่ ของสีแดงที่แม้ว่า จะไม่ได้มีพลังโจมตี / ป้องกัน ไม่ได้สูงมาก แต่ด้วยความสามารถที่จะสร้าง Token มังกรพลัง ขึ้นมาทุกครั้งเมื่อทำการร้ายการ์ดอะไรก็ตามที่ไม่ใช่ Creature จึงทำให้การ์ดใบนี้ถือเป็นตัวช่วยในการทำลายบอร์ดอีกฝ่ายได้ดี คอมโบง่ายๆ ได้ด้วยการใส่การ์ดยิ่งดาเมจใส่บอร์ดอีกฝ่ายเยอะๆ เพราะหลังจากยิงบอร์ดแล้วเราจะได้มังกรที่มีพลังโจมตีเท่ากับค่าร้ายของการ์ดยิงดังกล่าว และมี Haste ไปโจมตีใส่เลือดอีกฝ่ายโดยตรงด้วย นับว่าเป็นคอมโบง่ายๆ ที่โหดเอาเรื่องToxrill, the Corrosiveการ์ดสาย Control ใหม่ของสีดำ ที่เน้นค่อยๆ ทำลายบอร์ดของอีกฝ่าย และเพิ่มความได้เปรียบให้กับฝั่งเรามากขึ้นเรื่อยๆ เหมาะเป็นอย่างมากเวลาเจอกับเด็คที่ มีจำนวน Creature เยอะ แต่ไม่ได้มีพลังมาก ด้วยการวางเม็ด -1/-1 บนบอร์ดอีกฝ่ายทุกครั้งที่จบเทิร์นจึงทำให้การป้องกันการโจมตีทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้นด้วย ไหนจะได้ Creature เข้าสนามตัวเองเมื่อตัวที่มีเม็ด -1/-1 ตายอีก แต่พิเศษสุดคือการสามารถทำให้เราจ่ายมานา เพื่อเปลี่ยนเป็นการ์ดบนมือได้ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคงเป็นเรื่องค่าร่ายที่โหดเอาเรื่องOlivia, Crimson Brideการ์ดสายโจมตีสายเลือด Vampire ที่จะทำให้เราสามารถชุป Creature ในหลุมขึ้นมาช่วยโจมตีได้ แถมยังมาพร้อมกับ Flying, Haste จึงทำให้จัดการได้ยาก แถมยังสามารถเริ่มโจมตีได้เลยในเทิร์นที่ลง แม้ว่าจะมีพลังโจมตีไม่มากเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากจัดเด็คมาเป็นแบบเน้นทิ้งการ์ดที่มีพลังเยอะๆ จากมือลงหลุมไป แล้วเอาตัวนี้ชุปขึ้นมาช่วยโจมตี ก็อาจสามารถจัดการอีกฝ่ายได้ภายในเทิร์นเดียวเลยChandra, Dressed to KillPlaneswalker ช่วยร่ายใบใหม่ของสีแดง ด้วยค่าร่ายเริ่มต้นเพียงแค่ 3 และทำให้เราได้รับมานาโบนัสเพิ่มขึ้น 1 หรือการ์ดบนมืออีก 1 ใบ การ์ดใบนี้จึงถือเป็นตัวเลือกดีสำหรับผู้เล่นที่ใส่การ์ดส่วนใหญ่ในเด็คเป็นสีแดง ในส่วนของความสามารถ -7 อันเป็นท่าไม้ตาย ก็ถือว่าเป็นท่าปิดเกมยอดเยี่ยม ที่อาจฆ่าอีกฝ่ายให้ตายในเทิร์นเดียวได้เลยยิ่งเล่นกับ Manaform Hellkite ด้านบนด้วยแล้วยิ่งโหดเข้าไปอีกFaithbound Judgeการ์ดตั้งรับที่สามารถกลายเป็นไพ่ตายในการเอาชนะได้ ในช่วงท้ายเกม ด้วยค่าร่ายตั้งต้นที่ไม่แพงมากนัก และได้พลัง 4/4 ซึ่งจะสามารถเริ่มโจมตีได้หลังจากลงมาแล้ว 3 เทิร์นจึงทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีอีกใบสำหรับคนที่เล่นเด็คสีขาว แต่พิเศษที่สุดคือการ์ดอีกด้านที่สามารถจ่าย 7 เพื่อเอาขึ้นจากหลุมมาแปะบนสนามอีกฝ่ายได้เลย และจะทำให้เราชนะในอีก 3 เทิร์นทันที หากอีกฝ่ายไม่สามารถทำลาย Enchanment ดังกล่าวได้ นับว่าเป็นอีก 1 ไพ่ตาย ที่น่าใส่ไว้ในเด็ค
25 Nov 2021
[บทความ] 6 ตัวละคร League of Legends ที่อาจซ่อนตัวอยู่ใน 'Arcane' ?!
เช่นเดียวกับเกม MOBA เกมอื่นๆ ในตลาด เกม League of Legends เองก็มีรายชื่อตัวละครให้เลือกเล่นได้มากมายกว่า 150 ตัว ซึ่งหลายๆ ตัวเองก็มีบทบาทในซีรีส์ ‘Arcane’ อันยอดเยี่ยมของ Netflix (อ่านรีวิวซีรีส์) ในระดับที่ต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นตัวหลักอย่าง Vi, Jinx, Jayce, Caitlyn, หรือ Viktor ไปจนถึงตัวละครเสริมอย่าง Singed, Heimerdinger, หรือ Ekkoแต่สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้คือแท้จริงแล้ว ซีรีส์ ‘Arcane’ อาจจะซุกซ่อนฮีโร่จากจักรวาล League of Legends เอาไว้มากกว่าที่เราคิด โดยหลายๆ ตัวอาจจะปรากฏในฐานะ Easter Egg หรือถูกใบ้ถึงในซีรีส์ โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงตัวละครจาก League of Legends ที่คุณอาจไม่รู้ว่าปรากฏตัวในซีรีส์ พร้อมวิเคราะห์ถึงตัวละครที่ “อาจจะ” ได้เจอในซีซั่น 2 ที่กำลังสร้างอยู่ในขณะนี้อีกด้วย!***มีสปอยเนื้อหาซีรีส์นะจ๊ะ!!!***Ryze, the Rune Mageสำหรับตัวละครตัวแรก เชื่อว่าน่าจะเดาไม่ยากสำหรับแฟนเกม League of Legends หลายๆ คน นั่นก็คือ ‘Ryze’ นักเวทย์รูนตัวสีน้ำเงิน ที่หลายคนฟันธงว่าคือพ่อมดปริศนาที่ช่วยชีวิต Jayce และแม่จากภูเขาน้ำแข็งในตอนที่ 2 ของซีรีส์นั่นเองคำใบ้แรกมาจากหินรูนที่เขาใช้ รวมไปถึงรอยสักตามตัว ซึ่งคล้ายกับดีไซน์ของตัวละคร Ryze ในเกมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ เวทมนต์ที่เขาใช้เพื่อเทเลพอร์ต Jayce และแม่ลงจากภูเขาน้ำแข็งยังคล้ายกับสกิลอัลติในเกมของ Ryze ที่ชื่อว่า ‘Realm Warp’ ซึ่งทำให้ Ryze สามารถพาเพื่อนในทีมเทลเลพอร์ตไปยังจุดที่เลือกในแผนที่ได้พร้อมกันอีกด้วยจากเนื้อเรื่องของจักรวาลเกม League of Legends นั้น เวทย์มนต์รูนถือเป็นศาสตร์ต้องห้ามที่เคยก่อให้เกิดสงครามครั้งใหญ่มาแล้วในอดีต โดย Ryze เป็นนักเวทย์รูนคนสุดท้าย ที่สาบานว่าจะไม่ยอมให้ใครนำเวทย์รูนกลับมาใช้ได้อีกเป็นอันขาด น่าสนใจว่าว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรถ้าได้เห็นเทคโนโลยี Hextech ของ Jayce ที่แลดูจะพึ่งพาการใช้รูนเป็นสื่อเวทมนตร์ แถมคนที่สร้างยังเป็นเด็กที่เขาช่วยชีวิตไว้ด้วยเวทมนต์อีกต่างหาก ไม่แน่ว่าในซีซั่น 2 อาจม่คำตอบ?!Teemo, the Swift Scoutตัวละคร Teemo อาจจะไม่ได้โผล่ออกมาในซีรีส์ด้วยตัวเป็นๆ แต่เราก็ยังสามารถเห็นเขาได้ในฐานะ Easter Egg หลายครั้งในซีรีส์ โดยครั้งแรกที่เขาปรากฏตัวคือซีรีส์ตอนที่ 2 ในฉากที่ Vi และเพื่อนๆ อยู่ที่ร้านตู้เกม โดยเราสามารถเห็น Teemo อยู่ในตู้เกมที่ Powder เล่นอยู่นอกจากนี้ ในตอนที่ 6 ของซีรีส์ ในฉากที่ Silco และลูกสมุนเดินทางไปที่บ้านของนายอำเภอ Marcus ลูกน้องคนหนึ่งของ Silco กำลังเปิดหนังสือภาพอยู่ โดยเมื่อกล้องสลับไปแสดงให้เห็นหน้าหนังสือ ก็พบว่ามีภาพของ Teemo อยู่เต็มไปหมดทั้งนี้ ในเนื้อเรื่องดั้งเดิมของ League of Legends นั้นตัวละคร Teemo ถือเป็น “ตำนาน” ในฐานะยอดสายลับหน่วยรบพิเศษของเมือง Bandle City ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเผ่าพันธุ์ Yordle (เช่น Heimerdinger) นั่นเอง โดยดูเหมือนว่าชื่อเสียงของเขาจะกระฉ่อนไปไกลกว่าแค่ในหมู่ Yordle ซะแล้วในโลกของ Arcane (หรือจริงๆ อาจจะล่องหนปลูกเห็ดอยู่ตรงไหนซักแห่งก็ได้ ใครจะไปรู้) Twitch, the Plague Ratการปรากฏตัวของ Twitch อาจจะเป็นเรื่องของการ “คาดเดา” มากกว่าจะเป็นสิ่งที่ยืนยันแน่ชัด แต่ในตอนที่ 1 ของซีรีส์ มีที่ Singed ได้ทดลองสารเคมี Shimmer ให้ตัวละคร Silco ดูด้วยการป้อนสารให้หนูธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง ซึ่งทำให้หนูตัวนั้นขยายใหญ่ขึ้นจนฆ่าแมวที่ Singed ใส่ลงไปในตู้ แถมยังมีแรงมากพอจะทุบตู้จนร้าวได้เลยทีเดียว โดยเราได้เห็นมาแล้วว่าสาร Shimmer มีผลทำให้ผู้ใช้มีร่างกายขยายใหญ่โตขึ้นได้ ทั้งจากตัวละคร Duncan (สมุนของ Silco ที่ทดลองกิน Shimmer คนแรก) และ Vander ในฉากที่เขาช่วย Vi จากโรงงานอีกด้วยเมื่อเข้าไปดูในเว็บไซต์ของ League of Legends ก็พบว่ายังไม่เคยมีการเปิดเผยที่มาที่ไปของ Twitch อย่างเป็นทางการ หมายความว่าเหล่าผู้เขียนซีรีส์น่าจะมีอิสระเต็มที่ในการสร้างเรื่องราวของตัวละคร ฉะนั้นก็คงไม่แปลกใจถ้านี่จะเป็นจุดกำเนิดของตัวละครนี้ในจักรวาลของ Arcane ก็เป็นได้Kindred, the Eternal Huntersตัวละคร Kindred ในเกม League of Legends แท้จริงแล้วไม่ใช่ชื่อเรียกตัวละครตัวเดียว แต่เป็นคู่หู Lamb และ Wolf ซึ่งเป็นเหมือนกับ “วิญญาณแห่งความตาย” ในโลก Runeterra ของเกม โดยทั้งสองมีตัวตนอยู่ในเรื่องเล่าพื้นเมืองของทุกชนเผ่าในโลกเลยทีเดียวภายในซีรีส์ Arcane จะสามารถพบกับทั้งสองได้ในตอนที่ 5 ของซีรีส์ เมื่อ Vi และ Caitlyn เดินทางไปยัง “อาบอบนวด” แห่งหนึ่งในเมืองเบื้องล่างเพื่อหาข้อมูล โดยเราสามารถเห็นทั้งสองได้ในฐานะชายหนุ่มและหญิงสาวที่กำลังเพลิดเพลินกับยาสูบ ซึ่งถ้าสังเกติรูปร่างของหน้ากากที่ทั้งสองใส่ รวมไปถึงสัญลักษณ์บนหน้าผาก จะเห็นได้ว่าเหมือนกับตัวละคร Lamb และ Wolf เลย ซึ่งในฐานะที่เป็น “วิญญาณ” หรือ “ภูติ” อะไรบางอย่าง ทั้งสองก็อาจมีความสามารถในการจำแลงกายเป็นมนุษย์ก็เป็นได้แน่นอนว่านี่อาจเป็นแค่ Easter Egg ให้แฟนๆ ของ League of Legends ได้สังเกติกันเล่นๆ แต่ก็เป็นไปได้หรือไม่ว่าการปรากฏตัวของ Lamb และ Wolf ใน Arcane จะมีนัยยะบางอย่างในอนาคต?Warwick, the Uncaged Wrath of Zaunแฟนๆ ของ League of Legends หลายคนได้สันนิษฐานว่าตัวตนที่แท้จริงของ Warwick อาจไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ Vander พ่อบุณธรรมของ Vi และ Jinx นั่นเอง! โดยแม้ว่าซีรีส์พยายามจะสื่อว่า Vander ได้เสียชีวิตไปแล้วในตอนที่ 3 ของซีรีส์ แต่อย่างที่เราเห็นในกรณีของ Jinx นั้น ดูเหมือนว่า Singed จะสามารถใช้สาร Shimmer ในการรักษาคนที่บาดเจ็บปางตายให้กลับมามีชีวิตได้ และด้วยปริมาณ Shimmer ที่ Vander รับเข้าไปก่อนตายจนตัวขยายใหญ่ผิดรูปไปหมด อาจทำให้เขากลายเป็นหนูทดลองที่น่าสนใจสำหรับ Singed ก็เป็นได้นอกจากนี้ เมื่อลองเข้าไปสำรวจดูภูมิหลังของ Warwick ในเกม League of Legends ก็พบว่า Warwick นั้นเป็น “อดีตนักเลงกลับใจที่ละทิ้งชื่อเดิมของตัวเองเพื่อไล่ตามชีวิตที่ดีกว่า แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร เขาก็ไม่สามารถวิ่งหนีอดีตอันสกปรกของตัวเองได้” ซึ่งก็ฟังดูเหมือนภูมิหลังของ Vander ที่ซีรีส์เปิดเผยว่าเคยเป็น “หัวโจก” ของกลุ่มหัวรุนแรงมาก่อน แต่ก็กลับใจเมื่อพบกับ Vi และ Jinx ในช่วงต้นของซีรีส์อีกด้วยอีกคำใบ้หนึ่งที่อาจจะสนับสนุนข้อสันนิษฐานนี้คือท่อนหนึ่งในเนื้อเรื่องของ Warwick ที่บอกว่า “Warwick ไม่สามารถจดจำอดีตของตัวเองได้แม้แต่เรื่องเดียว โดยเมื่อพยายามนึกถึงอดีต สิ่งที่เขาเห็นมีเพียงเลือด และเสียงร้องไห้ของเด็กหญิงคนหนึ่งที่ตะโกนเรียกชื่อที่เขาฟังไม่เข้าใจ” ซึ่งหลายคนชี้ว่านี่อาจพูดถึงเสียงร้องของพาวเดอร์ที่ตะโกนเรียกชื่อ “ไวโอเล็ต” ในฉากท้ายๆ ของตอนที่ 3 ในซีรีส์ โดยมันอาจเป็นความทรงจำสุดท้ายของ Vander ก่อนที่เขาจะหมดสติไป และถูก Singed จับไปทดลองก็ได้สำหรับคนที่ตาไวหน่อยอาจจะสังเกติได้ถึง “กรงเล็บ” ของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่น่าจะเป็น Warwick ในฉากท้ายๆ ของตอนที่ 9 ของ Arcane ซึ่งแสดงให้เห็นฉากห้องทดลองของ Singed โดยมีกรงเล็บของ Warwick โผล่มาในฉากหน้า ในท่าที่ดูเหมือนว่าเขาถูกมัดติดอยู่บนโต๊ะทดลอง ซึ่งอาจหมายความว่าเราคงได้เห็น Warwick ในซีซั่น 2 ของซีรีส์อย่างแน่นอนOrianna, the Lady of Clockworkในฉากเดียวกับที่เห็นกรงเล็บของ Warwick ในตอนที่ 9 ของซีรีส์ จะเห็นได้ว่า Singed กำลังนั่งจ้องล๊อคเก็ตที่มีภาพของเด็กสาวคนหนึ่ง ที่เชื่อได้ว่าน่าจะเป็น “ลูกสาว” ที่เขากล่าวถึงในฉากที่ผ่าตัด Jinx ซึ่งแฟนเกมหลายคนทักว่าหน้าตาละม้ายคล้ายกับตัวละคร Orianna ใน League of Legends เป็นอย่างมากทั้งนี้ หากลองอ่านเบื้องหลังของ Orianna จะพบว่าแม้เธอจะเกิดในเมือง Piltover จริง แต่เธอก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตัวละครตัวไหนใน Arcane เลยแต่อย่างใด โดยเธอเป็นลูกสาวของช่างประดิษฐ์คนหนึ่งในเมือง Piltover ที่บาดเจ็บหนัก ทำให้พ่อของเธอจำเป็นต้องประดิษฐ์ “อวัยวะจักรกล” มาทดแทนร่างกายที่สึกหรอของเธอ แต่อาการของเธอกลับทรุดหนักลงเรื่อยๆ ซึ่งก็ทำให้พ่อของเธอยิ่งพยายามรั้งชีวิตของเธอไว้ด้วยการผ่าตัดทดแทนร่างกายของเธอด้วยเครื่องจักรมากขึ้นเรื่อยๆ ไปด้วย จนสุดท้ายเธอไม่เหลืออวัยวะของเด็กหญิงคนเดิมอีกต่อไป และกายเป็นเครื่องจักรมีชีวิตโดยสมบูรณ์แต่แม้เนื้อเรื่องดั้งเดิมจะไม่เหมือนกัน ซีรีส์ Arcane ก็ได้ทำการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดหลายอย่างในเนื้อเรื่องของ League of Legends มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยี Hextech ไปจนถึงอดีตของ Singed เองด้วย โดยในเนื้อเรื่องดั้งเดิมนั้น Singed เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่องแห่ง Piltover ผู้ซึ่งหันเข้าสู่ศาสตร์เคมีเพื่อพิสูจน์ว่า Hextech ไม่ใช่นวัตกรรมที่ทุกคนกล่าวถึง ซึ่งในเนื้อเรื่องของ Arcane นั้น Singed ดูจะตั้งรกรากอยู่ในเมืองเบื้องล่างมาตั้งแต่ก่อนที่ Jayce จะสร้าง Hextech สำเร็จเสียอีก ซึ่งในตอนหนึ่ง Singed ได้พูดกับ Viktor ว่า “ความรักและมรดกคือสิ่งที่เราต้องแลกมาเพื่อความก้าวหน้า นั่นคือเหตุผลที่ฉันแยกทางกับ Heimerdinger” จึงเป็นไปได้เสมอว่า Orianna อาจจะเป็นลูกสาวที่ Singed “แลกมาเพื่อความก้าวหน้า” ในเนื้อเรื่องฉบับใหม่ของ Arcane ก็เป็นได้จะอย่างไรก็แล้วแต่ เชื่อว่าคงจะมีคำตอบให้เราในซีซั่น 2 ของ Arcane อย่างแน่นอน!ในระหว่างรอซีซั่น 2 แฟนๆ ของผลงาน Arcane ยังสามารถติดตามเกม Ruined King: A League of Legends Story ได้ทาง PlayStation, Xbox, PC (Steam, Epic Games Store), และ Nintendo Switch ซึ่งเป็นผลงานภายใต้ร่ม Riot Forge เช่นเดียวกัน (อ่านรีวิวเกม)
24 Nov 2021
[Review] รีวิวเกม Ruined King: A League of Legends Story "JRPG ไซส์กระทัดรัดที่เพลินเกินคาด"
แฟนๆ ของเกม MOBA ยอดฮิตอย่าง League of Legends ได้รับเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ไปเร็วๆ นี้ในงาน Riot Forge x Nintendo Switch Showcase ที่จัดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อผู้พัฒนา Riot Games ประกาศวางจำหน่ายเกมที่หลายคนรอคอยอย่าง Ruined King: A League of Legends Story ออกมาให้แฟนๆ ได้เล่นกันอย่างกระทันหันภายในงาน หลังจากที่ไม่ได้ปล่อยข่าวคราวอัปเดตมาซักพักใหญ่ๆ โดยเกมนี้ถือเป็นผลงานภายใต้ร่ม Riot Forge ที่ร่วมสร้างซีรีส์อนิเมชั่นสุดตระการตาอย่าง Arcane อีกด้วยหลังจากที่เล่นเกม Ruined King จนจบเนื้อเรื่อง (และทำภารกิจเสริมทั้งหมด + เก็บอาวุธในตำนานให้ตัวละครทุกตัว ใช้เวลาทั้งสิ้นราว 40 ชั่วโมง) ต้องยอมรับว่าทั้ง Riot Forge และผู้พัฒนา Airship Syndicate ได้ดัดแปลงโลกและตัวละครของ League of Legends มาสู่เกม JRPG นี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งระบบการต่อสู้ที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจ ไปจนถึงเนื้อเรื่องและตัวละครที่เขียนมาอย่างเฉียบคมมีมิติ และยังรวมถึงการออกแบบสถานที่ต่างๆ ในเกม ที่เต็มไปด้วยความลับและปริศนาให้ผู้เล่นได้ค้นหาอยู่เสมอ จนบางครั้งก็รู้สึกว่า “วางไม่ลง” เลยทีเดียวแม้จะมีบางจุดที่ยังปรับปรุงได้ในด้านการออกแบบระบบปลีกย่อยและในเรื่องของการแก้บั๊คต่างๆ โดยเฉพาะในเกมเวอร์ชั่น Nintendo Switch แต่ Ruined King: A League of Legends Story เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นยอดว่าแม้แต่ยักษ์อย่าง League of Legends ก็ยังเติบโตได้อีกมาก การเดินทางเพื่อปัดเป่าม่านหมอกแห่งอดีตเรื่องราวของ Ruined King: A League of Legends Story จะตั้งอยู่ในเมือง Bilgewater และติดตามการเดินทางของกลุ่มฮีโร่จากจักรวาล League of Legends เพื่อหาทางยับยั้งการคืบคลานของ “หมอกสีดำ” ที่กระจายออกมาจากเกาะต้องสาป Shadow Isles ซึ่งนำพาเหล่าวิญญาณร้ายมาจู่โจมเหล่าผู้คนในเมืองอยู่เป็นระยะ พร้อมกับหยุดไม่ให้ราชาต้องสาป “Viego” (หรือ Ruined King) คืนชีพกลับมาอีกครั้งด้วยผู้เล่นจะต้องควบคุมกลุ่มตัวละครหลัก 6 ตัวจากเกม ที่ล้วนมีอดีตและจุดประสงค์ที่แตกต่างกันในการร่วมเดินทางครั้งนี้ โดยสิ่งที่ต้องชมคือตัวละครทุกตัวล้วนมี “ตัวตน” และอุปนิสัยที่ชัดเจนและแตกต่างกันมากๆ และสามารถรับ-ส่งบทกันอย่างคมคายได้ตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น “Sarah Fortune” ราชินีโจรสลัดแห่ง Bilgewater ผู้จมปลักกับความแค้น หรือ “Yasuo” นักดาบพเนจรที่วิ่งหนีความผิดพลาดในอดีต ตัวละครทุกตัวล้วนมี “ปม” หรือ “การยึดติด” บางอย่างที่ขับเคลื่อนการกระทำของพวกเขา ซึ่งช่วยเสริมมิติให้เรื่องราวการเดินทางครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเกมจะมีระบบฉากสนทนาระหว่างตัวละครให้ดูได้เมื่ออยู่ที่จุดพัก (คล้ายกับเกมตระกูล Tales of นั่นเอง) ซึ่งสามารถเปิดเผยความรู้สึกนึกคิดของตัวละครได้อีกทางด้วยในรีวิวซีรีส์ Arcane ของ GameFever ซึ่งเป็นผลงานใต้ร่ม Riot Forge เช่นเดียวกัน เราได้กล่าวชมการตัดสินใจของทีมงานเขียนบทในการใช้ “ตัวละคร” ในการนำเนื้อเรื่อง มากกว่าจะเป็นเหตุการณ์แฟนตาซีมหากาพย์ใหญ่โต เพราะเปิดโอกาสให้เล่าเรื่องราวที่ “เป็นมนุษย์” ได้มากกว่า ซึ่งคำชมนี้น่าจะสามารถใช้กับเรื่องราวส่วนใหญ่ของ Ruined King ได้เช่นเดียวกัน เพราะแม้ในภาพกว้างเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างกลุ่มผู้กล้าและจอมมารอันชั่วร้าย แต่เหตุการณ์ระหว่างทางกลับถูกขับเคลื่อนด้วยเหตุผลของมนุษย์อย่างความแค้น ความกลัว ความเชื่อ หรือหน้าที่ ทำให้ผู้เล่นได้เข้าถึงตัวตนของตัวละครได้มากขึ้น ซึ่งก็ช่วยให้รู้สึกผูกพันธ์กับตัวละครแต่ละตัว และอยากติดตามเรื่องราวของพวกเขาต่อไปอย่างเป็นธรรมชาติที่สำคัญกว่านั้นอีกคือการที่เลือกใช้ปม "ความเป็นมนุษย์" ที่เข้าถึงง่ายเช่นนี้ ทำให้เกม Ruined King (และซีรีส์ Arcane ก็ด้วย) สามารถติดตามได้ง่ายแม้จะไม่ได้คุ้นเคยกับโลกหรือตัวละครเหล่านี้มาก่อน เพราะสุดท้ายเกมก็นำเสนอพวกเขาเป็นเพียง "มนุษย์" มากกว่าจะถูกตีกรอบโดย "บทบาทในเกม" ของตัวละครเหล่านั้นนอกจากนี้ เกมยังใช้ประโยชน์จาก “ความเป็นเกม” ในการเพิ่มมิติให้กับโลก Runeterra (World-Building) โดยรวมได้มากขึ้น ผ่านข้อความที่ผู้เล่นสามารถสะสมได้ในเกม รวมไปถึงภารกิจเสริม (และภารกิจลับ) ต่างๆ ที่มีให้ทำในเกม โดยหากจะต้องตำหนิซักเรื่อง คงเป็นการที่เกมมีภารกิจเสริมเหล่านี้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเกม RPG ขนาดใหญ่ทั่วไป แต่ก็เป็นข้อตำหนิจาก “ความเสียดาย” ที่เกมไม่ได้มีอะไรให้ทำหรือค้นหาเยอะกว่านี้ มากกว่าจะเป็นความผิดพลาดของตัวเกมซะเองJRPG สายลูกครึ่งตะวันตกที่ทั้งใหม่และคุ้นเคยในเวลาเดียวกันแม้จะมีองค์ประกอบและโครงสร้างแบบเกม RPG ตะวันตกจำพวก Divinity: Original Sin อยู่บ้าง โดยเฉพาะในด้านการเดินทางและสำรวจ แต่ระบบต่อสู้เทิร์นเบสของ Ruined King กลับมีกลิ่นอายของ JRPG อย่างเข้มข้น ซึ่งคนที่เคยเล่นผลงานก่อนหน้าของผู้พัฒนา Airship Syndicate อย่าง Battle Chasers: Nightwar มาก่อนจะเห็นได้ว่าระบบเกมหลายๆ อย่างแทบจะยกมาจากเกมนั้นหมดเลยในการต่อสู้ ผู้เล่นจะสามารถเลือกตัวละครมาร่วมปาร์ตี้ได้ทีละ 3 ตัว (จาก 6) ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป การต่อสู้จะดำเนินไปแบบเทิร์นเบสที่มีความคล้ายกับระบบ ATB ของเกม Final Fantasy หลายๆ ภาค โดยตรงด้านล่างจอจะมีแถบไทม์ไลน์ที่มีไอคอนตัวละครวิ่งอยู่ และเมื่อไอคอนของใครวิ่งมาถึงเส้นก็จะถือว่าเป็นเทิร์นของตัวละครนั้น ซึ่งผู้เล่นจะสามารถเลือกใช้สกิลได้สองชนิดคือ ‘Instant’ และ ‘Lane’สำหรับสกิลชนิด ‘Instant’ จะเป็นสกิลที่กดแล้วออกทันที เปรียบได้กับการโจมตีปกติของตัวละครแต่ละตัว ในขณะที่สกิล ‘Lane’ จะเป็นสกิลพิเศษที่มีเวลาร่าย ซึ่งเมื่อกดใช้จะต้องรอให้ไอคอนของตัวละครวิ่งกลับมาถึงเส้นอีกครั้งจึงจะปล่อยสกิลออกมา ทำให้การต่อสู้จำเป็นต้องใช้การวางแผนมากกว่าเกม JRPG เทิร์นเบสทั่วไป เพราะต้องคำนึงถึงตำแหน่งของตัวละครและศัตรูบนไทม์ไลน์ตลอดเวลา และเลือกว่าจะโจมตีทันที หรือจะรอร่ายสกิลที่รุนแรงกว่า แต่อาจเสี่ยงโดนศัตรูตบสวนก่อนสกิลจะออกได้ ที่สำคัญคือศัตรูในเกมนี้หลายตัวมักตีแรงและเลือดเยอะ แถมบางตัวยังมีเงื่อนไขที่ถ้าไม่ทำตามก็อาจกวาดตี้ลงไปกองได้เลยอีกต่างหากนอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถควบคุมระยะเวลาในการร่ายของสกิลได้ประมาณหนึ่งผ่านระบบ ‘Lane’ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเกมนั่นเอง ไทม์ไลน์บอกลำดับเทิร์นของเกมจะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนหรือ “เลน” ประกอบไปด้วย Speed, Balance, Power โดยในการร่ายสกิลชนิด ‘Lane’ อะไรก็แล้วแต่ จะสามารถเลือกได้ว่าจะร่ายในเลนไหน ถ้าร่ายในเลน Speed จะทำให้สกิลเบาลงแต่ออกเร็วขึ้น ในขณะที่เลน Power จะทำให้สกิลแรงขึ้นแต่ร่ายนานขึ้นไปด้วย ศัตรูบางชนิดยังมีความสามารถพิเศษที่บังคับให้ต้องใช้การโจมตีจากเลนบางเลนเท่านั้น หรืออาจวางกับดักเอาไว้ในเลนบางเลนเพื่อยับยั้งไม่ให้เราร่ายสกิลในเลนนั้นได้ด้วย ซึ่งระบบทั้งหมดนี้รวมกันทำให้การต่อสู้แต่ละครั้งมีความท้าทายและใช้การวางแผนมากกว่าเกม JRPG เทิร์นเบสทั่วไปพอสมควรการวางแผนของเกมยังครอบคลุมออกมานอกการต่อสู้ ไปถึงระบบการพัฒนาตัวละครด้วย โดยเช่นเดียวกับในเกม League of Legends ตัวละครแต่ละตัวจะมีพัฒนาการสองแบบคือ ‘Ability Point’ และ ‘Runes’ นั่นเอง ซึ่งจะได้รับอย่างได้อย่างหนึ่ง (หรือทั้งคู่) ทุกครั้งที่เลเวลของตัวละครเพิ่มขึ้นถึงจุดที่กำหนด โดย Ability Point จะใช้เพื่ออัปเกรดสกิลของตัวละครเป็นรายสกิลไป เช่นเพิ่มความเสียหายที่ทำหรือทำให้ศัตรูติดสถานะต่างๆ เมื่อถูกสกิลนี้โจมตี ในขณะที่ Runes อาจเปรียบได้กับระบบ Perk ในเกมอื่นๆ ที่จะมอบเอฟเฟกต์ติดตัวต่างๆ ให้ตัวละคร เช่น Rune หนึ่งอาจเพิ่มโอกาสในการโจมตีติดคริติคอล หรือเพิ่มเอฟเฟกต์ตีดูดเลือด (Lifesteal) เป็นต้นข้อดีของระบบสกิลในเกมนี้คือการที่ผู้เล่นสามารถเลือก “ปั้น” ฮีโร่แต่ละตัวได้หลากหลายพอสมควร ตัวละคร Braum ของคุณจะเป็นแทงค์สุดถึกทนที่สามารถสร้างบาเรียป้องกันให้เพื่อนในทีมได้ หรือทำให้เขากลายเป็นนักสู้แถวหน้าที่เน้นการสะท้อนความเสียหายกลับคืนสู่ศัตรูก็ได้ หรืออย่างตัวละคร Pyke ที่สามารถปั้นเป็นยอดนักฆ่าที่เน้นปลิดชีพศัตรูในดาบเดียว หรือเป็นตัวป่วนที่เน้นแปะสถานะผิดปกติใส่ศัตรูรัวๆ ก็ได้ โดยสกิลต่างๆ ของตัวละครยังสามารถเกื้อหนุนกันไปมาได้เป็นอย่างดี ความสนุกอย่างหนึ่งของเกมจึงเป็นการหาคอมโบทีมและอัปเกรดที่ลงตัวสำหรับสถานการณ์ที่แตกต่างกันไปอีกด้วยผลลัพธ์คือเกม JRPG ที่มีโครงสร้างคุ้นเคย แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยมากมายที่รวมกันทำให้เกมรู้สึกแปลกใหม่กว่าเกม JRPG กระแสหลักหลายๆ เกม และต้องใช้การคิดวางแผนเสมอแม้กระทั่งในการต่อสู้กับศัตรูลูกกระจ๊อกทั่วไปโลกของเกมที่แม้จะไม่ใหญ่ แต่มีอะไรมากกว่าที่เห็นอย่างที่กล่าวไปข้างต้น Ruined King ยังคงเป็นเกมที่มีกลิ่นอายของตะวันตกอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะในส่วนของการเดินทางและการสำรวจแผนที่เพื่อทำภารกิจเสริม โดยแม้ว่าเกมจะมีปริศนาและความลับให้ตามหา แถมโลกของเกมยังออกแบบมาได้อย่างมีสีสันและชีวิตชีวา แต่ก็มีหลายองค์ประกอบรวมกันที่ทำให้เกมรู้สึก “เก่า” อย่างช่วยไม่ได้เมื่อเทียบกับเกมยุคปัจจุบัน และอาจสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้ผู้เล่นได้ไม่มากก็น้อยข้อดีของระบบการสำรวจในเกม Ruined King คือการที่เกมซุกซ่อนความลับเอาไว้ในมุมที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ ทำให้การสำรวจพื้นที่ใหม่ๆ ในเกมรู้สึกตื่นเต้นและมีจุดหมายทุกครั้ง แถมความลับหลายๆ อย่างจำเป็นต้องใช้การอ่านและศึกษาข้อมูลที่เกมเสนอให้อย่างจริงจังจึงจะไขได้ ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนตัวเองได้ “ค้นพบ” คำตอบด้วยตัวเองมากกว่าจะเป็นแค่การวิ่งตามหมุดไปเรื่อยๆ ในเกม RPG หลายเกมนอกจากนี้ โลกของเกมยังตอบสนองต่อทางเลือกของผู้เล่นในภารกิจเสริมเหล่านี้ด้วย ซึ่งแม้จะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยยะสำคัญนัก แต่ก็ช่วยทำให้โลกของเกมรู้สึก “มีชีวิต” ราวกับว่า NPC ในเกมก็ดำเนินชีวิตของตัวเองไปเรื่อยๆ ในขณะที่ผู้เล่นออกเดินทางอยู่ ซึ่งจุดนี้เป็นข้อดีของเกม RPG สายตะวันตกที่เกมนำมาใช้ได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ในขณะเดียวกัน เกมก็มีการออกแบบหลายๆ จุดที่ทำให้รู้สึกน่าหงุดหงิดอยู่บ้าง ยกตัวอย่างเช่นการที่เกมไม่มีระบบ Fast Travel (มีแบบจำกัดมากๆ) ซึ่งเมื่อนำมารวมกับระบบภารกิจเสริมที่มักให้ผู้เล่นย้อนกลับไปสำรวจพื้นที่เก่าๆ ที่ผ่านมาแล้วบ่อยครั้ง ทำให้การเดินทางในเกมนี้กินเวลามากกว่าที่จำเป็นไปมาก แถมตัวละครก็ยังเดินช้าเหลือเกิน แม้กระทั่งในขณะที่วิ่งอยู่ก็ยังช้า จนบางครั้งก็อดรำคาญไม่ได้เมื่อจำเป็นต้องย้อนกลับไปสำรวจพื้นที่เหล่านี้นอกจากนี้ แม้จะไม่มีการต่อสู้แบบ Random Encounter (เจอศัตรูแบบสุ่มเหมือนเกม JRPG คลาสสิค) แต่ศัตรูในเกมก็หูตาไวมากๆ ยืนอยู่อีกฟากห้องก็ยังอุตส่าห์เห็น และตราบใดที่ผู้เล่นไม่สามารถวิ่งหนีออกจากระยะสายตาของศัตรูได้ทัน ศัตรูจะวิ่งไล่กวดเราทั่วแผนที่ได้เลยโดยไม่ยอมแพ้ หมายความว่าบ่อยครั้งเวลาย้อนกลับไปสำรวจพื้นที่เก่าๆ ก็จะต้องต่อสู้กับศัตรูไปด้วยตลอดทางอย่างหลีกเลี่ยงแทบไม่ได้ ยิ่งช่วงท้ายๆ เกมที่ศัตรูเริ่มเก่งขึ้น ยิ่งทำให้การเดินทางเก็บภารกิจเสริมมีความน่าปวดหัวอยู่ไม่น้อยอีกระบบที่รู้สึกเก่ามากๆ คือการที่ผู้เล่นไม่สามารถสับเปลี่ยนตัวละครในปาร์ตี้ได้ยกเว้นจะเจอจุดพักเท่านั้น แม้กระทั่งเวลาอยู่ในเมือง ซึ่งน่าหงุดหงิดเวลาที่เจอปริศนาหรือพัซเซิ่ลในฉากที่ต้องใช้ความสามารถพิเศษของตัวละครตัวใดตัวหนึ่งโดยเฉพาะในการแก้ และทำให้การทดสอบทีมหรือคอมโบใหม่ๆ ทำได้ลำบากกว่าที่ควรจะเป็นเพราะต้องคอยวิ่งไปกลับระหว่างจุดเซฟที่อยู่แสนไกลเพื่อทดสอบตัวละครนอกจากปัญหาที่กล่าวไป ยังมีองค์ประกอบย่อยๆ อื่นๆ ที่ถ้าปรับปรุงได้จะทำให้เกมสนุกขึ้นกว่านี้อีก เช่นการที่เกมไม่มีแผนที่มินิแมพ ทำให้ต้องคอยหยุดเปิดแผนที่อยู่เนืองๆ ตลอดระยะเวลาที่เล่น หรือการที่ไม่สามารถกดข้ามคัตซีนได้ (สำหรับกรณีที่ต้องสู้บอสที่มีคัตซีนขั้นหลายครั้ง) รวมไปถึงระบบ Auto-Save ของเกมที่ดูจะทำงานแบบไม่ค่อยสม่ำเสมอ ทำให้ผู้เล่นต้องคอยเซฟเกมเองบ่อยๆ ไม่งั้นเวลาตายก็เตรียมเล่นเกมใหม่จากการเซฟครั้งล่าสุดได้เลย โดยองค์ประกอบทั้งหมดนี้แม้จะไม่ได้ส่งผลเสียต่อ “แก่นหลัก” ของเกมเท่าไหร่นัก แต่ก็ทำให้ประสบการณ์การเล่นเสียไปบ้างเหมือนกัน และถ้าแก้ได้ก็จะทำให้ประสบการณ์โดยรวมมีความราบรื่นกว่านี้เยอะภาพสวยสบายตา กับราคาด้านเทคนิคเช่นเดียวกับในซีรีส์ Arcane ที่เรากล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ ต้องกล่าวชมวิสัยทัศน์ในการ “สร้างโลก” ของ Riot มากๆ แม้จะไม่ใช่เกมทุนใหญ่ระดับร้อยล้าน แถมยังพัฒนาด้วยทีมงานขนาดเล็ก แต่ Ruined King ก็ยังสามารถนำเสนอกราฟฟิกในเกมออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยผู้พัฒนา Airship Syndicate สามารถตีความสถานที่ต่างๆ ในเกมออกมาได้อย่างน่าสนใจ ทุกซอกทุกมุมมีรายละเอียดที่บอกเล่าถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเมืองโจรสลัด Bilgewater ที่บางพื้นที่ดูจะสร้างมาจากเรืออัปปางขนาดใหญ่หลายๆ ลำประกอบกัน หรืออย่างโซน Shadow Isles ก็ล้วนอัดแน่นไปด้วยซากแห่งอดีตที่บ่งบอกถึงอารยธรรมที่สาบสูญของผู้คนก่อนที่ราชามาร Viego จะทำลายทุกสิ่ง ทุกกระเบียดนิ้วของเกมถูกอัดแน่นไปด้วยรายละเอียดที่ช่วยในการ “ขยายโลก” (World-Building) ของเกมให้มีมิติและประวัติศาสตร์ของตัวเองจากการทดลองเล่นเกมทั้งบน Nintendo Switch และ PC (ผู้เขียนเริ่มเล่นบน Switch แล้วยืมไอดีเพื่อนเล่นใน PC) สิ่งหนึ่งที่ต้องย้ำกับท่านผู้อ่านทุกท่านคือถ้าเลี่ยงได้ ให้เลี่ยงการเล่นเกมนี้บน Nintendo Switch ไปก่อนจนกว่าผู้พัฒนาจะออกแพทช์แก้ตัวเกมมากกว่านี้ เพราะแม้ภาพกราฟฟิกแนวการ์ตูนของเกมจะทำออกมาได้สวยงามตามมาตรฐาน แต่ก็แลกมาด้วยปัญหาด้านเทคนิคมากมายที่ส่งผลลบต่อประสบการณ์การเล่นเกมอย่างใหญ่หลวงอย่างแรกคือการที่เฟรมเรตของ Switch มักจะตกลงทุกครั้งที่เดินผ่านสถานที่บางแห่ง หรือกระทั่งในแผนที่นั้นทั้งแผนที่เลยก็มี ซึ่งแน่นอนว่าสร้างความลำบากในการวิ่งหลบศัตรูหรือกับดักในฉาก การที่เกมแลคมากๆ ยังนำไปสู่ปัญหาบั๊คอื่นๆ ได้อีก เช่นกดคุยกับ NPC แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น พัซเซิ่ลไม่ทำงาน หรือบางทีก็อาจถึงขั้นส่งเควสไม่ผ่านไปเลยก็มี (ไอเทมหายไปจากกระเป๋าแต่เควสไม่ผ่าน) ซึ่งในกรณีของผู้เขียนเป็นเควสเนื้อเรื่องด้วย แต่โชคดีที่เซฟไว้ก่อนหน้านั้นพอดีเลยโหลดเซฟใหม่มาแก้ได้ ถ้าใครไม่ได้เซฟมาก่อนและเจอแบบนี้เข้าไปก็อาจต้องย้อนกลับไปเล่นไกลเลยก็เป็นได้การเล่นเกมใน PC (และเชื่อว่าใน PlayStation หรือ Xbox ด้วย) ให้ประสบการณ์ที่ดีกว่าก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์แบบ เพราะเกม Ruined King ยังมีบั๊คยิบย่อยประปรายอยู่เต็มไปหมด ซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างความรำคาญมากกว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการเล่น ในกรณีของผู้เขียนที่ต่อจอย Xbox One เล่นใน PC มักจะพบปัญหาแปลกๆ ที่ทำให้ไม่สามารถกดปุ่ม “ลง” บนจอยเกมได้ในขณะที่ต่อสู้ ซึ่งก็ทำให้ไม่สามารถเลือกเป้าหมายการโจมตีได้ไปด้วย สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนมาใช้เมาส์เล่นจึงจะเลือกเป้าหมายได้ตามปกติ ซึ่งต้องเข้า-ออกเกมใหม่จึงจะแก้ปัญหานี้ได้ หรือปัญหาเควสที่ทำเสร็จไปแล้วยังค้างอยู่ในหน้าต่างรวมเควส หรือปัญหาที่จู่ๆ ก็พูดกับ NPC ไม่ได้ โดยทั้งหมดแก้ได้ด้วยการปิด-เปิดเกมใหม่จึงไม่ได้หนักหนานัก ถ้าพูดภาษาบ้านๆ ก็อาจบอกได้ว่าปัญหาเหล่านี้ “ทำให้ดูออกว่าเป็นเกมทุนต่ำ” นั่นเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแก่นของเกมจะไม่ดีเช่นเดียวกันทั้งนี้ หากคุณเป็นแฟนของแฟรนไชส์ League of Legends และ/หรือเป็นคนที่สนใจจะทำความรู้จักกับจักรวาลนี้มากขึ้น Ruined King: A League of Legends Story ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่จะให้คุณได้สัมผัสกับโลก Runeterra ในอีกรูปแบบหนึ่ง และเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือในการสร้างโลกของ Riot ที่น่าสนใจและมีมิติไม่น้อยไปกว่าในซีรีส์ Arcane อันยอดเยี่ยมเลยทีเดียว เกมอาจจะยังมีจุดบกพร่องอยู่ไม่น้อย แต่ถ้ามองข้ามไปได้ สิ่งที่รอคุณอยู่คือเกม JRPG น้ำดีที่สร้างความเพลิดเพลินให้คุณได้ไม่น้อยไปกว่าเกมฟอร์มใหญ่หลายๆ เกมเลยทีเดียว
22 Nov 2021
$69.99 Vs ระบบ Subscribe คำถามที่ถูกตั้งขึ้นเมื่อคำนึงถึง 'ความคุ้มค่า'
หลังจากรับใช้เหล่าเกมเมอร์มานานถึง 7 ปี เครื่องคอนโซล PS4 ก็ใกล้จะกลายเป็นเครื่องเล่นเกมที่ปลดระวางมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้นึกถึงวันวานที่แสนสนุก ซึ่งได้ใช้เวลาร่วมกัน และเป็นการต้อนรับการมาของยุคใหม่ PS5 ยิ่งได้นั่งมองเครื่องเล่นเกมเก่าและใหม่ ที่นอนอยู่ข้างๆ กันนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำความรู้สึกว่าเวลาได้ผ่านไปแล้วมากขึ้นเท่านั้น แม้การมาของยุคสมัยใหม่จะเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น ด้วยภาพที่สวยขึ้น ระบบควบคุมที่ดีขึ้น ระบบเสียงที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นยังนำพาความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาด้วย นั้นก็คือ ราคาของเกม AAA ที่แพงมากยิ่งขึ้นจาก $59.99 สู่ราคาใหม่ของเกมระดับ AAA ที่แพงมากขึ้นเป็น $69.99 การเปลี่ยนแปลงนี้แม้มองเผินๆ เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาได้เหมือนกันว่า 'มันหมายถึงเม็ดเงินที่ต้องสูญเสียมากขึ้นต่อๆ ไปในอนาคต' แม้จะเพิ่มขึ้นไม่มากมายอะไรในแต่ละครั้ง แต่พอรวมๆ กันแล้วก็คงเรียกได้ว่าไม่ใช่เงินก้อนเล็กๆ พร้อมกันนี้มีคำถามหนึ่งถูกตั้งขึ้นมาอย่างเงียบๆ "แล้วเกมนี้คุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสียไปจริงๆ รึเปล่า?" ความคุ้มค่านั้นวักได้จากอะไร?หลายครั้งที่เรามักได้ยินคนพูดว่า "รู้สึกว่าซื้อมาแล้วยังเล่นไม่คุ้มเลย" หรือ "ซื้อมาตั้งแพงแต่เล่นได้นิดเดียว รู้สึกยังไม่คุ้มเลย" จากสองประโยคดังกล่าวจะสังเกตได้ว่า จำนวนชั่วโมง ที่ใช้ในการเล่นเกมหนึ่งเกมมักถูกเอามาเป็นตัวแปลหนึ่งในการวัด ความคุ้มค่า ที่เราได้จากเกมหนึ่งเกมหลังจากเสียงเงินเพื่อซื้อมา และแม้แต่ผู้พัฒนาเองก็มีอยู่บ่อยครั้งเหมือนกันที่นำจำนวนชั่วโมงที่ต้องใช้เล่นมาใช้เป็นหนึ่งในจุดขาย หรือโฆษณาปริมาณคอนเทนต์ที่มีให้เล่นในเกมเอาจริงๆ แล้วสิ่งที่จะวัดความคุ้มค่าที่เราได้จากเกมหนึ่งเกม หรือเงินที่ต้องจ่ายไป ไม่ได้ถูกวัดด้วยจำนวนชั่วโมงที่ต้องใช้ในการเล่นเสียทีเดียว หากแต่เป็นความสนุกที่ได้ในช่วงเวลาที่เล่นเกมที่ซื้อมาเสียมากกว่า แต่ก็ต้องยอมรับไปในทิศทางเดียวกันด้วยว่า หากเกมที่ซื้อมานั้นทำให้เรารู้สึกสนุกไปกับการเล่นได้จริงๆ จำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการเล่นมักจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เอง เพราะเราเลือกที่จะเปิดเกมนั้นมาเล่นบ่อยๆ เพราะยังสนุกกับมันอยู่ดังนั้นผู้เขียนจึงคิดว่า "การนำจำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการเล่นจนเรารู้สึกเบื่อ เป็นหนึ่งในวิธีที่วัดความคุ้มค่าของเกมที่ซื้อได้" นอกจากนี้ในปัจจุบันเกมระดับ AAA นั้นมักถูกออกแบบมาให้สามารถใช้เวลาได้เป็นหลัก 100 ชั่วโมงเพื่อตามหาความลับ เคลียร์คอนเทนต์ทั้งหมด หรือการ New Game+ เพื่อดูฉากจบอีกหลายแบบที่เป็นไปได้อยู่แล้ว ดังนั้นผู้เขียนคิดว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ หากเราจะใช้จำนวนชั่วโมงที่เล่นในการกำหนดความคุ้มค่าในการซื้อเกม AAA มาเล่นของแต่ละคนคำถามคือการซื้อเกม AAA มาเล่นในแต่ละครั้ง เราสนุกกับมันจนคุ้มค่าจริงๆ รึเปล่า?ที่นี่หากอ้างอิงจากที่อธิบายมาข้างบน จริงอยู่ว่าเกม AAA ส่วนใหญ่นั้น มักมีคอนเทนต์ที่ให้เลือกเล่นมากมาย และคงได้ใช้เวลากันเป็นหลัก 100 ชั่วโมงแน่ๆ หากเล่นกันแบบทำคอนเทนต์ ไขปริศนาทั้งหมด อย่างไรก็ตามในบางครั้งความสนุกที่เราได้จากเกมก็ไม่ได้มาจากคอนเทนต์อื่นๆ ภายในเกม หากแต่เป็นเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม หรือบางครั้งอาจเป็นเกมเพลย์ที่สนุกเฉยๆ ทำให้ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่ซื้อเกมมาเล่นแล้วจะรู้สึกว่า คุ้มค่าจริงๆ แม้ว่าจะสนุกกับเกมนั้นๆ มากก็ตามบางครั้งเกม AAA ที่ถูกปล่อยออกมา อาจมาในรูปแบบของ Live Service ที่เพิ่มคอนเทนต์เข้ามาให้เราสนุกขึ้นเรื่อยๆ ในภายหลัง แต่ไม่ได้มีคอนเทนต์มากมายอะไรนักให้เล่นในช่วงแรกที่เกมวางขาย ซึ่งก็ไม่ใช่ผู้เล่นทุกคนที่จะอยู่รอให้คอนเทนต์ใหม่ๆ ถูกเพิ่มเข้ามา บางคนอาจเลิกไปก่อนแล้วเนื่องจากไม่มีอะไรให้ทำ แม้ว่าบางคนอาจกลับมาเล่นเมื่อมีการเพิ่มคอนเทนต์ใหม่ๆ เข้ามาจนพอจะทำให้รู้สึกว่า คุ้มค่าได้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นเช่นนั้น สำหรับคนที่เลิกเล่นไปเลยก็จะรู้สึกว่า การซื้อเกมในครั้งนั้นเป็นอะไรที่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยแน่นอนว่ามันดีขึ้นหน่อยในยุคนี้ที่เรามักจะได้รับโอกาสเข้าไปทดลองเล่นเกมก่อนทั้งผ่าน DEMO หรือรอบทดสอบต่างๆ ที่ผู้พัฒนาเปิด และร้านค้าส่วนใหญ่เองก็เปิดให้ Refund ค้าเกมได้หากเล่นไปแล้วรู้สึกว่าไม่ชอบ อย่างไรก็ตามจำนวนชั่วโมงใน DEMO กับ 2 ชั่วโมงแรกเพื่อให้ยังทำการ Refund ได้ เพียงพอจะพิสูจน์ได้จริงหรือ? ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผู้เขียนรู้สึก และตั้งคำถามมาตลอดปีหลังจากที่รู้สึก ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย กับเกม AAA หลายๆ ผลงานที่ซื้อมาเล่นในปีนี้Outrider เป็นเกมแรกที่มอบความรู้สึกดังกล่าวให้กับผู้เขียนในช่วงเดือน เมษายน 2021 ด้วยความที่เป็นคนชอบเกม Borderlands มากๆ จึงคิดว่าเกมนี้ที่เป็นสไตล์เดียวกันคงทำให้เราสนุกได้ๆ พอรวมกับชื่อบริษัทผู้จัดจำหน่ายที่เป็น Square Enix ด้วยแล้ว จึงคิดว่าไม่น่าใช้เรื่องที่ผิดพลาด แต่พอเอาเข้าจริงมันไม่ใช่แบบนั้น แม้ว่าเกมเพลย์จะ Action หนักสมใจสนุกดี แต่วิธีการเล่าเรื่องที่ไม่น่าติดตาม และการออกแบบแผนที่ซึ่งต้องโหลดบ่อยๆ ทำเอาขัดใจมากๆ ในตอนเล่น พอหลายชั่วโมงผ่านไปก็ไม่สามารถรู้สึกสนุกกับเกมนี้ได้จริงๆ อีกต่อไป ที่หนักที่สุดคือคอนเทนต์ End Game ที่น่าเบื่อมาก เควสย่อยที่เนื้อเรื่องน่าเบื่อมาก สุดท้ายจึงได้ใช้เวลาเล่นเกมนี้ไปแค่ประมาณ 30 ชั่วโมง (ประมาณ 1 อาทิตย์) โดยที่ยังไม่ได้สู้กับบอสท้ายเกมใน Eye of Storm เลย และทิ้งความรู้ว่า ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย มาจนถึงตอนนี้เกมที่มอบความรู้สึก ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ต่อมาคือ Back 4 Blood ทั้งนี้ไม่ได้จะบอกว่าเกมเพลย์ของเกมนี้น่าเบื่อ หากแต่เป็นปริมาณคอนเทนต์ที่มีไม่มาก จนรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าเกมเลยตั้งแต่แรกมากกว่า หลังจากเล่นไปได้ 20 - 30 ชั่วโมง ผ่านระดับความยากสุดของเกมทุกๆ ด้านได้กับกลุ่มเพื่อน ทุกคนก็เกิดความรู้สึกว่า "แล้วยังไงต่อ?" ขึ้นมาพร้อมๆ กัน ไม่มีความยากอะไรให้ท้าทายแล้ว ครั้นจะให้ลงไปวิ่งเล่น ด่านเดิมๆ ใหม่อีกครั้งก็รู้สึกว่าน่าเบื่อจนเกินไป (เนื่องจากตอนเล่นระดับความยากสุด ใน 1 ด่านได้วิ่งกันหลายครั้งมากๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว) สุดท้ายจึงได้หยุดเล่นกันไปแต่ผลงานที่เลวร้ายที่สุดสำหรับผู้เขียนในปีนี้คงไม่พ้น Call of Duty: Vanguard ที่แม้แต่ส่วนที่น่าติดตามที่สุดอย่างเนื้อเรื่องของเกม ที่ในภาคนี้ให้ความรู้สึกว่าโดนลดความสำคัญจนทั้งสั้นเกินไป และไม่น่าสนใจ ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้างเมื่อได้เล่นโหมด Multiplayer รูปแบบใหม่ของเกม อย่างไรก็ตามพอเล่นไปได้สัก 5 - 10 เกม ก็เริ่มรู้เฉยๆ กับมัน แต่เลวร้ายที่สุดเห็นจะเป็นโหมด Zombie ที่ผู้เขียนคิดว่าห่วยแตกสิ้นดีไม่น่าเล่น น่าเบื่อ และไม่สนุกด้วย เกมนี้ได้เวลาจากผู้เขียนไปแค่ประมาณ 10 - 15 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งมันทำให้ตั้งคำถามหนักมากๆ ว่า "เราควรจะยอมจ่ายเงิน 1600 - 1800 บาท เพื่อความสนุกเพียงแค่นี้มันจะดีจริงๆ หรือ?"การ Subscribe เพื่อเล่นเกม อาจเป็นทางออก?หลังจากเจ็บมาถึง 3 ครั้งในหนึ่งปี ก็ทำเอาผู้เขียนคิดหนักกับการจะซื้อเกมระดับ AAA มาเล่นในแต่ละครั้ง เนื่องจากภาระที่มากขึ้น ค่าใช้จ่ายในชีวิตที่ไม่หนักขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง COVID-19 ระบาด จึงทำให้ไม่ค่อยกล้าที่จะซื้อเกมมาทดลองเหมือนสมัยก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งที่นึกขึ้นได้ว่า โลกนี้มีระบบที่ให้เรา Subscribe เพื่อโหลดเกมมาเล่นฟรีได้อยู่ บวกกับตอนนั้นอยู่ดีๆ ก็รู้สึกอยากเล่นเกมแข่งรถอย่าง Need for Speed ขึ้นมา จึงเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้สมัครเป็นสมาชิก EA Play ด้วยเงิน 150 บาท แล้วโหลด Need for Speed Heat มาเล่นแน่นอนว่า โดยปกติผู้เขียนไม่ได้เป็นสายเล่นเกมแข่งรถอยู่แล้ว แต่วันนั้นไปดูหนัง Fast and Furious 8 มาเลยทำให้เกิดความรู้ประมาณว่า "อยากจะซิ่งรถกับเขาบ้างจัง" แต่ก็รู้ตัวดีเหมือนกันว่าไอ้ความรู้สึกประมาณนี้จะอยู่ไม่นาน ซึ่งต่อให้จะรู้สึกสนุกกับมันมากๆ ขึ้นมาจริงก็คงไม่ได้ใช้เวลาเล่นอะไรมากมายขนาดนั้น เต็มที่ 2 - 3 อาทิตย์ก็คงเลิก การจ่ายเงิน Subscribe เพียง 150 บาท แล้วสามารถโหลดเกมมาเล่นได้จึงเป็นอะไรที่ผู้เขียนคิดว่าคุ้มค่ามากๆ เพราะต่อให้เล่น Need for Speed ไปแล้วไม่ชอบก็ยังสามารถโหลดเกมอื่นๆ ใน EA Play มาเล่นต่อได้ในช่วง 1 เดือนนั้นสุดท้ายผู้เขียนก็เล่น Need for Speed Heat ได้อยู่ 2 อาทิตย์ แล้วก็ไม่ได้เล่นต่อ ใช้เวลาไปรวมๆ ประมาณ 20 - 25 ชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้รู้เสียดายอะไรมากนัก เพราะถือว่า 20 - 25 ชั่วโมงนั้นได้สนุกกับมันอย่างเต็มที่แล้ว แถมก็ไม่ได้เสียเงินไปเยอะมากมายเพื่อให้ได้ความสนุชั่วคราวดังกล่าวมาด้วย แถมยังได้ทดลองเล่น Anthem ที่สนใจมานาน แต่ไม่กล้าซื้ออีกนิดหน่อยด้วย ทำเอาคิดขึ้นมาเล่นว่า ไอ้ระบบ Subscribe เพื่อเล่นเกม ก็ดีเหมือนกันการเติบโตของ ระบบ Subscribe และโอกาสเป็น New Normalระบบ Subscribe เพื่อเล่นเกมนั้นเอาจริงๆ มีมานานแล้วตั้งแต่ปี 2014 โดย EA ใช้ชื่อว่า EA Play บนเครื่อง Xbox ก่อนจะตามมาลงให้กับ PC ในปี 2016 ข้อดีของระบบนี้คืออย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า สมาชิกจะสามารถเข้าถึงเกมจำนวนมากโดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อเกมเหล่านั้นจริงๆ เลย อย่างไรก็ตามระบบแบบนี้ก็มีจุดอ่อนเช่นเดียวกัน นั้นก็คือหากรายชื่อของเกมที่มีให้เล่นไม่น่าสนใจมากพอ ก็จะไม่มีใครสมัครสมาชิกเพื่อเข้ามาใช้บริการEA สามารถทำสำเร็จได้ เพราะตัวบริษัทมีเกมทั้งฟอร์มเล็ก ฟอร์มใหญ่มากมายให้เล่น ต่อมา Microsoft ได้ทำตามโดยนำเสนอ Xbox Game Pass ให้เกมเมอร์ทั่วโลกได้รู้จัก และตามมาด้วย Ubisoft ในชื่อ Ubisoft+ แต่แม้ว่าระบบเหล่านี้จะน่าสนใจมากขนาดไหน ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงผู้เล่นส่วนใหญ่ได้จนถึงขนาดเป็นที่พูดถึงหลายคนรู้จัก แต่อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปในช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมาเมื่อ  Microsoft  ตัดสินใจที่จะผลักดัน  Xbox Game Pass อย่างจริงจังด้วยการผลักดันอย่างจริงจังของ Microsoft จึงทำให้ตอนนี้ Xbox Game Pass มีเกมระดับ AAA จากผู้พัฒนาอื่นที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ Xbox ถูกเพิ่มเข้ามาให้สมาชิกเลย รวมถึง EA ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับ Xbox มานานแล้ว ก็เปิดให้สมาชิก Xbox Game Pass เป็นสมาชิกของ EA Play และสามารถโหลดเกมของทาง EA มาเล่นได้ด้วย แต่ที่ทำให้ระบบนี้น่าสนใจมากที่สุด คือการสามารถทำให้แม้แต่เกมฟอร์มยักษ์ที่กำลังจะวางจำหน่ายใหม่ๆ มาลงให้กับระบบของตัวเองได้ ดังนั้นการเป็นสมาชิก Xbox Game Pass ในตอนนี้จึงหมายถึงการสามารถสนุกไปกับเกมเยอะมากๆ ได้ในราคาเพียงเดือนละ $10 หรือประมาณ 300 บาท เท่านั้น แถมยังสามารถใช้งานได้ทั้งบน Console และ PC อีกต่างหาก คือถ้าพูดถึงความคุ้มค่าเพียงอย่างเดียว การสมัครสมาชิก Xbox Game Pass อาจถือเป็นการจ่ายเงินเพื่อให้ได้เล่นเกมที่คุ้มค่ามากที่สุดแล้วตอนนี้จากการเติบโตของ Xbox Game Pass จากคำบอกเล่าของคุณ Phil Spencer ที่ยืนยันว่าระบบนี้กำลังเติบโตอย่างยั่งยืนอยู่ หมายความว่าหลังจากนี้ทาง Mircrosoft จะยิ่งหาเกมมาลงให้กับระบบของตัวเองมากยิ่งขึ้นไปอีกทำเอาคิดเลยว่า "เป็นไปได้ขนาดไหน? ที่สุดท้ายแล้ว ระบบนี้จะมีชื่อเสียงจนถึงระดับที่ใครๆ ก็เป็นสมาชิกกันเหมือนกับ Netflix หรือ Disney+" เพราะถ้าหากเป็นแบบนั้นได้ การจ่ายเงินเพียงเดือนละ 300 - 500 บาทเพื่อให้ได้เล่นเกม ก็ดูไม่ใช่ตัวเลือกที่แย่เท่าไหร่นัก ออกจะเป็นเรื่องดีเสียด้วยซ้ำอย่างไรก็ตามระบบเช่นนี้ก็มีข้อเสียร้ายแรงของตัวมันเอง เนื่องจากผู้เล่นไม่ได้เป็นเจ้าของเกมในการเป็นสมาชิกระบบเหล่านี้ ดังนั้นถ้าหากเดือนไหนไม่ได้จ่ายค่าสมาชิก ก็จะไม่สามารถเล่นเกมอะไรภายในระบบได้เลย แตกต่างจากการเป็นเจ้าของเกมเองที่สามารถหยิบมาเล่นตอนไหน เวลาไหนก็ได้ ดังนั้นสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาเล่นเกมเท่าไหร่นัก การสมัครสมาชิกระบบเหล่านี้ก็อาจใช้ประโยชน์จากมันได้ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่นัก นอกจากนี้แม้ว่าระบบเหล่านี้จะทำให้เราเข้าถึงเกมดีๆ ได้มากมาย แต่ถ้าหากไม่มีเกมที่เราอยากเล่นอยู่ในช่วงนั้นเลยก็ไม่มีความหมาย ในทางกลับกันแบบนั้นจะเป็นการเปลืองเงินเสียมากกว่าด้วย เพราะสมัครมาแล้วไม่ได้เปิดเกมจากระบบที่สมัครไปขึ้นมาเล่นเลยลากยาวมาหลายสิบบรรทัด สิ่งที่ผู้เขียนอยากจะเล่าให้ฟังจริงๆ ในบทความนี้ คือประสบการณ์ที่มีโอกาสได้ไปลองใช้ระบบ Subscribe แล้วคิดว่า "สิ่งนี่แหละที่จะกลายเป็นอนาคตใหม่ของวงการเกม" เนื่องจากหากสามารถจ่ายเงินในราคาถูก แต่เข้าถึงเกมดีๆ ที่เราอยากเล่นได้ เป็นใครจะไม่ทำบ้าง? แม้ว่าเราอาจไม่ได้เป็นเจ้าของเกมนั้นจริงๆ แต่หากพอใจกับการที่จะเล่นให้เคลียร์ อยากสัมผัสเกมนี้ด้วยตัวเอง มันจำเป็นขนาดไหนที่เราจะต้องเป็นเจ้าของเกมนั้นด้วยตัวเอง? ถ้าหากสามารถสนุกในเกมเดียวกัน สามารถ Co-Op กับเพื่อนๆ ได้เหมือนกัน รับประสบการณ์แบบเดียวกันได้ เห็นฉากจบของเกมได้เหมือนกัน ระหว่างจ่าย 300 บาท กับจ่าย 1,800 บาท เพื่อนๆ จะเลือกอะไร? อยากฝากให้ลองเปิดใจใช้งานระบบ Subscribe เพื่อเล่นเกมกันดูครับ 
22 Nov 2021
[บทความ] มาทำความรู้จัก Roblox สุดยอดเกมที่กำลังมาแรงในขณะนี้
ปัจจุบันหลายคนอาจเคยได้ยินเกมที่มีชื่อว่า Roblox ผ่านหูผ่านตามาไม่มากก็น้อย เพราะเป็นเกมที่กำลังเป็นกระแสที่ดีมากๆในยุคนี้ เรามาทำความรู้จัก Roblox กันเถอะ ว่ามันคือเกมอะไรกันแน่ มีดีแค่ไหน ทำไมถึงได้ฮอตฮิตในยุคปัจจุบันเกม Roblox เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2006 ซึ่งมีมาก่อน Minecraft เสียอีก Roblox ค่อยๆสั่งสมชื่อเสียงมาอย่างต่อเนื่องจากกระแสปากต่อปากในหมู่เด็กๆ Generation Z และในปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างมากทั้งในกลุ่มเด็กทุกเพศทุกวัยมารู้จัก Roblox Roblox เป็นแพลตฟอร์มที่รวมเกมหลายล้านเกมอยู่ในแฟลตฟอร์มเดียว เกมต่างๆที่อยู่ในแฟลตฟอร์มสามารถสร้างได้ด้วยผู้ใช้งานโดยทั่วไป โดยใช้ชุดเครื่องมือ (engine) สำเร็จรูปของตัว Roblox เองที่มีชื่อว่า (Roblox Studio) โดยผู้พัฒนาสามารถสร้างรายได้จากเกมที่พวกเขาสร้างขึ้น การเปิดใช้งานเกม Roblox สามารถทำได้ด้วยการสมัครสมาชิก www.roblox.com จากนั้นคุณสามารถดาวน์โหลด Roblox Player ได้ภายในเว็บไซน์และเลือกเล่นเกมต่างๆในแพลตฟอร์มได้ทันที โดยที่ไม่ต้องติดตั้งตัวเกมใด ๆ เลย ภายในแพลตฟอร์ม Roblox จะมีเกมทุกแนวให้เลือกเล่น ไม่ว่าจะเป็น Roleplay / Simulator / Fighting & Battle / Action / Survival / Tycoon และอื่นๆอีกมากมายในแพลตฟอร์มนี้ จากเหตุผลข้างต้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่ทำให้ Roblox ฮอตฮิตติดลมบนในกลุ่มผู้ใช้งานทุกเพศทุกวัย เรียกได้ว่ามาแรงไม่น้อยหน้า Minecraft อีกต่อไปเลือกเล่นเกมส์ในหน้าแรกเข้าเล่นได้ทันทีเมื่อเจอเกมส์ที่ถูกใจว่าด้วยความนิยมของ Robloxจากผลสำรวจในปี 2019 ของบริษัทวิจัย Kids Data ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเกม Roblox ภายในสหราชอาณาจักรเพียงประเทศเดียวเท่านั้น สรุปผลสำรวจว่า เกม Roblox เป็นที่นิยมในกลุ่มเด็กผู้ใช้งาน เป็นเด็กผู้หญิง 40% และมีเด็กอย่างอย่างน้อย 1.5 ล้านคนที่เล่นเกมนี้ คิดเป็น 24% ของกลุ่มเด็กอายุ 10-12 ปี โดยสถิตินี้มีผลสูงกว่าการใช้งาน TikTok (13%) และ Snapchat (20%) เลยทีเดียวผลสำรวจกลุ่มผู้ใช้งานพร้อมกันทั่วโลกของเกม Roblox เมื่อเปรียบเทียบกับ Minecraft จากผลสำรวจการใช้งานจะเห็นได้ว่าในเดือนสิงหาคม 2021 Minecraft มีผู้ใช้งาน 160 ล้านคน และ  Roblox มีผู้ใช้งานกว่า 218 ล้านคน อาจจะพูดได้ว่า ในขณะนี้นั้น Roblox มีความนิยมมากกว่า Minecraft ที่ครองตลาดเด็กมานานแสนนานตั้งแต่เปิดตัวในปี 2011    อะไรทำให้ Roblox เป็นที่นิยมมากมายในขณะนี้ ?เกมในส่วนใหญ่ของ Roblox เป็นการใช้งานแบบ multiplayer หรือผู้เล่นหลายคน ภายใน Roblox มีเครื่องมือสำเร็จรูป หรือ game engine ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างเกมของตัวเองเผยแพร่ให้เพื่อนๆ มาร่วมเล่นกันได้อย่างไม่รู้จบ และยังสามารถสร้างเกมได้ทุกแนวอย่างเช่น shooters, whodunit, puzzles และอีกมากมาย กล่าวในอีกนัยหนึ่งคือ Roblox ไม่ได้เป้นเพียงแค่เกม แต่ยังสามารถให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างโลกเสมือนของตัวเองเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนๆ ด้วยกันเองได้อย่างง่ายดาย เล่นต้องการให้โลกของตัวเองมีหน้าตาเป้นแบบใด มีอะไรที่รอเซอร์ไพรส์เพื่อนๆเมื่อเข้ามาร่วมแจมก็สามารถทำได้ไม่ยากเย็นนัก และที่สำคัญเกมต่างๆที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้น สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้แก่เจ้าตัวอีกด้วย เช่นนี้แล้ว Roblox จึงเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้         ทำความรู้จัก Roblox StudioRoblox Studio คือ game engine หรือ gaming toolbox ซอร์ฟแวร์สำเร็จรูปที่สามารถสร้างเกม และเผยแพร่ไปยังแฟลตฟอร์มหลักของ Roblox ได้ เป็นโปรแกรมฟรี ใช้ภาษา Lua ในการพัฒนาเกม สามารถพัฒนาบนระบบปฎิบัติการ Windows และ MacOS นักพัฒนาสามารถ import ไฟล์ต่างๆเข้ามาใน Roblox Studio ได้ ไม่ว่าจะเป็น 3D Model Texture / Audio เป็นต้น ภายในตัว engine สามารถเชื่อมต่อ API ต่างๆเพื่อเพิ่มมาซับซ้อนให้แก่ตัวเกม และสามารถสร้างรายได้จากเกมที่สร้างได้อีกด้วยหน้าแรกของ Roblox Studio สามารถเลือกแนวเกมเริ่มต้น หรือ Baseplate เพื่อสร้างโลกของตัวเองตั้งแต่ต้นเขียน Script ด้วยภาษา Lua   การสร้างรายด้บน Robloxเกม Roblox เป็นเกมที่เล่นฟรีในหลายแฟลตฟอร์ม เช่น PC Android และ iOS ช่องทางการหารายได้ของผู้สร้างเกมด้วย Roblox Studio จะเป็นการซื้อสิ่งต่างๆภายในตัวเกม ไม่ว่าจะเป็นไอเทมใช้งาน ชุดแฟชั่นสวยๆ สิ่งอำนวยความสะดวก รวมไปถึงเงินที่ใช้แลกเปลี่ยนภายในโลกเสมือนนี้ ผู้เล่นสามารถเติมเงินเข้าสู่ Roblox เป็นสกุลเงิน Robux เพื่อซื้อสิ่งต่างๆภายในร้ายค้าของตัวเกม เงิน Robux ก็จะถูกส่งมายังผู้พัฒนา แล้วผู้พัฒนาสามารถนำเงิน Robux นี้ไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินจริงนั่นเองเงื่อนไขการเลือกเปลี่ยน Robux เป็นเงินจริงมีอายุอย่างน้อย 13 ปีขึ้นไปเป็นสมาชิกระดับ Outrageous Builders Clubมี Robux ที่ 'ได้รับ' ขั้นต่ำ 100,000 ในบัญชีเกมยอดนิยมและน่าสนใจใน Roblox ของปี 2021Adopt Me!เกมเลี้ยงสัตว์ในโลกเสมือนที่สามารถให้คุณเลี้ยงสัตว์ ผู้เล่นสามารถซื้อสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงได้ โดยการซื้อไข่มาฟัก สัตว์เลี้ยงบางตัวสามารถซื้อได้ด้วยเงิน Robux ตัวสัตว์เลี้ยงที่ผู้เล่นสามารถเลี้ยงได้มี 5 คลาส ขึ้นอยู่กับความหายาก และราคา ได้แก่ common, uncommon, rare, ultra-rare, และ legendary หากผู้เล่นมีสัตว์เลี้ยงโตเต็มวัยประเภทเดียวกัน 4 ตัว สามารถนำมาผสมกันเป็น Neon Pet (สัตว์เลี้ยงเรืองแสง) และสามารถผสมขั้นต่อไปโดยใช้ Neon Pet ที่โตเต็มวัย 4 ตัว นำมาผสมกันอีกขั้นเรียกว่า Mega Neon Pet ได้ สกุลเงินที่ใช้ภายในเกมมีชื่อเรียกว่า Bucks สามารถนำไปซื้อ อาหาร เครื่องดื่มมาให้สัตว์เลี้ยงของเรา อีกระบบที่น่าสนใจคือ ผู้เล่นสามารถรับเด็กมาเลี้ยงและเล่นสวมบทบาท (roleplay) กับผู้เล่นคนอื่นได้ เพื่อสร้างครอบครัวกันในเกมTower of Hellเกมสุดหัวร้อนที่ผู้เล่นต้องแข่งกันขึ้นไปชั้นบนสุดของหอคอยก่อนหมดเวลา เพื่อรับรางวัล หากตายระหว่างทางจะถูกส่งกลับมายังจุดเริ่มต้นทันที ตัวเกมเรียบง่ายไม่มีอะไรมากแต่เป็นอีกเกมที่ได้รับความนิยมอย่างมากของ Roblox MeepCityเกมโลกเสมือนที่สามารถเล่นแบบสวมบทบาท (roleplay) เป็นเกมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Toontown Online และ Club Penguin ผู้เล่นสามารถตกปลาเพื่อหาเงิน เพื่อนำไปซื้อสิ่งต่างๆได้ในเกม เช่นซื้อ Meep (สัตว์เลี้ยงภายในเกม) ซื้อบ้าน เฟอนิเจอร์เพื่อตกแต่งบ้าน เป็นต้นPiggyเกมเอาตัวรอดแนวสยองขวัญ ผู้เล่นต้องหาทางผ่านด่านต่างๆแบ่งเป็น Chapter แต่ละด่านมีวิธีผ่านที่แตกต่างกัน โดยต้องเอาตัวรอดจากแม่หมูใจร้ายที่คอยตามเข่นฆ่าผู้เล่นอยู่ในฉาก
22 Nov 2021
[แนะนำเกม] OutlawZ: ชวนฝ่าฝูงซอมบี้ไปด้วยกันในเกมเซิฟไทย!
เพิ่งจบ CBT กันไปหมาดๆ กับเกมเอาชีวิตรอดจากซอมบี้ในเกม OutlawZ ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีเกมนี้ด้วยหรอ? เป็นเกมแนวไหน? สนุกหรือเปล่า? วันนี้ GameFever เลยจะขอมาป้ายยาทุกคนด้วยบรรยากาศเกมเพลย์จากช่วง Closed Beta มาให้ชมกันจ้า~โปรเจค Outlawz ถูกพัฒนามาจากเกมซอมบี้ Open World ชื่อดังในซีรี่ส์ Infestion หรือที่เราคุ้นปากกันในชื่อ The War Z ของเซิฟเวอร์ไทย แน่นอนว่าชื่อนี้ คอนเซปต์มาจากนิยายและภาพยนตร์ซอมบี้สุดระห่ำอย่าง World War Z และสำหรับเกม Infestion ก็สามารถสื่อประสบการณ์สุดระทึกนั้นได้อย่างดีก่อนที่บริษัท Electronics Extreme จะหยิบ Infestation: Survivor Stories มาพัฒนาต่อ เป็นเกมเอาชีวิตรอดจากซอมบี้แนว War Z ตัวใหม่ในชื่อ OutlawZ ภายใต้คอนเซปต์ Post-Apocalypse "หลังวันสิ้นโลก" วันเวลาผ่านมาได้ระยะหนึ่งจากหายนะซอมบี้บุกโลกเพื่อกวาดล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้หมดสิ้น สำหรับผู้คนที่ยังหลงเหลืออยู่ ต่างเริ่มปรับตัว และพร้อมจะอยู่กับความเป็นความตายได้ตลอดเวลา เริ่มมีการพัฒนาอาวุธ นวัตกรรม เพื่อมาต่อกรกับอันตรายที่เกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อ เพราะต่างคนต่างมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นก็คือ "มีชีวิตรอดต่อไป" เท่ากับว่าเราจะมีออปชั่นมากกว่าเดิม งานภาพดีขึ้น ระทึกขึ้น และสนุกกว่าเดิม และนี่ก็เป็นบรรยากาศส่วนหนึ่งจากช่วง Close Beta ในวันที่ 11-17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เผื่อใครที่พลาดจะได้ทำความรู้จักกับเกมนี้ให้มากขึ้น จะได้เตรียมตัวพร้อมลุยเมื่อ Open Beta ไงล่ะหน้า Lobbyเมื่อเข้าเกมมาแล้วเราก็จะได้ตัวละครมาเลย แต่หลายคนอาจจะรู้สึกว่า เอ๊ะ! มีแต่ชายร่างโหดหรอ? ก็ต้องบอกว่าปรับแต่งได้ในหน้า Customize ซึ่งในหน้านี้เราสามารถปรับตัวละครให้เท่หรือสวยแค่ไหนก็ได้ ไม่จำกัดเพศ พร้อมทั้งคอสตูมตกแต่งต่างๆ ก็รวมมาให้เลือกในหน้าเดียว ใครชอบรูปลักษณ์แบบไหนก็สามารถปรับได้ไม่มีเบื่อเลย นอกจากนี้ยังมีท่าเต้นกวนๆ ให้เลือกด้วยนะต่อมาในหน้า Vault จะเป็นหน้าสำหรับจัดการของในคลังกับกระเป๋า โดยสามารถนำของที่ฟาร์มจากการเอาชีวิตรอดในรอบก่อนหน้ามาเก็บหรือเอาของจากคลังแพคลงกระเป๋าเพื่อเตรียมพร้อมก่อนออกลุยในตาต่อไปได้ในส่วนของสกิล Skill เมื่อเริ่มเกมมาเราจะได้แต้มสกิล 1 แต้ม และจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เลเวลเราอัพ ซึ่งมีสกิลดีๆ ให้เราเลือกเพิ่มความสามารถมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็น การเสริม HP, วิ่งเร็ว, ลดเวลาหรือเพิ่มอัตราการใช้ยา, ความสามารถในการค้นหากล่องหรือกับดัก, ต่อรองราคากับ NPC, เพิ่มทักษะในการใช้ปืนประเภทต่างๆ เป็นต้น รีบเพิ่มเลเวลแล้วเอามาอัพสกิลนะ มีประโยชน์ทุกอย่างเลยนอกจากสกิลส่วนตัวแล้ว ยังมีสกิลของปืนในหน้า Weapon Proficiency คือหน้าที่จะแสดงปืนที่เราเคยหาเจอ รวมถึงปืนทั้งหมดที่จะมีในเกม ลองเลื่อนดูนี่เรียกได้ว่าเยอะเลยแหละ แถมเรายังสามารถเก็บแต้มจากการเล่นเกมเพื่อมาอัพ Stat ปืนได้ด้วย (แต่จะบอกว่า 1 แต้มขึ้นมาแค่นิดเดียวเลย ฉะนั้นหมดห่วงเรื่องจะโกงเกินไป)และนอกจากนี้ยังมี Achievements ปลดล็อคความสำเร็จในการทำกิจกรรมต่างๆ ในเกม และรับของตอบแทนเป็นค่าประสบการณ์และเงินสำหรับใช้จ่ายด้วยนอกจากนี้เรายังสามารถสมัคร Clan และเช็คอันดับในเซิฟเวอร์ได้จากหน้า Lobby และถ้าพร้อมเล่นเกมแล้ว ก็กด Play Game ได้เลย!It's Survival Time!ในช่วง CBT ที่ผ่านมา มีเพียงโหมด Survival ให้เลือกเล่นเท่านั้น โดยจะมีเซิฟเวอร์ให้เลือกเพียบ! โดยแต่ละเซิฟเวอร์จะมีจำนวนผู้เล่นและค่า Ping แสดงขึ้นมา เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนเข้าด้วยนะเมื่อเข้ามาในเซิฟเวอร์ เราจะถูกสุ่มพื้นที่เกิด แม้จะไม่ได้เกิดใกล้เมืองแต่ภายในเกมจะมีบ้านเล็กๆ หรือแคมป์กระจายอยู่ทั่วแผนที่ ทำให้แม้เราจะมาตัวเปล่าก็สามารถหา Supply ทั้งปืน กระสุน และอาหารได้ไม่ยากนัก นอกจากของใช้จำเป็นแล้วเรายังมีโอกาสเจอพวกขยะเศษเหล็กที่สามารถนำไปใช้คราฟต์ของได้ โดยขยะเหล่านี้เมื่อเราเก็บปุ๊บมันจะไม่อยู่ในกระเป๋าแต่จะเด้งเข้าคลังไปเลย ประหยัดพื้นที่ดีเลยใช่ไหมล่ะ! นอกจากนี้ตามรถหรือตู้ที่ซ่อนอยู่ในอาคารสามารถ Search เพื่อรับของเพิ่มเติมได้้ ลองเดินเข้าไปใกล้ๆ ดูหากขึ้นให้กดค้นหาล่ะก็จัดเลย เพราะเราอาจเจอของดีซ่อนอยู่ภายในก็ได้และแน่นอนว่าปืนที่เราเก็บได้จากในเกม "ไม่มี Scope" เด้อ~ ฉะนั้นส่วนใหญ่เราอาจจะต้องใช้ Iron Sight หรือศูนย์เล็งของปืนแทน เว้นเสียแต่จะโชคดีเจอศูนย์เล็งเสริม แต่ถ้าใครเคยเล่น Scum มาก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรในส่วนนี้นะ เพราะเกมเอาชีวิตรอดก็แบบนี้แหละ เริ่มมามักจะไม่มีอะไรดีๆ ให้เราเลยในเกมนี้จะมีค่าพลังชีวิต Stamina และค่าความหิว ที่ต้องระวังไม่ให้ลดจนหมด หากค่า Stamina หรือความหิวหมดเราจะไม่สามารถวิ่งหรือกระโดดได้ เปรียบเสมือนเราเหนื่อยเกินไปในชีวิตจริงนั่นเอง ซึ่งถ้าใครเล่นเกมแนว Survival Open World น่าจะเข้าใจอย่างลึกซึ้งเลยแหละ ว่านี่คือเสน่ห์ของเกมเอาตัวรอดความดีงามของ OutlawZ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะฉากเขาสวยและดีเทลละเอียด ทั้งหญ้า สิ่งปลูกสร้าง ไปจนถึงร่องรอยการถูกทำลายหรือทิ้งร้างของสถานที่ต่างๆ ดีเลิศสู้งานเกมราคาแพงได้เลย จนแทบไม่เชื่อว่านี่คือเกมฟรี! ท่าทางการเคลื่อนไหวของตัวละครก็เป็นธรรมชาติ รวมถึงการยิงการค่อนข้างสมจริงและสู้เกม FPS ดีๆ ได้ อีกทั้งเสียงเอฟเฟกต์ยังมีรายละเอียด เช่น เสียงลมพัดหรือเสียงนกร้อง คลอไปกับ BGM ที่มาน้อยแต่หลอนประสาท เหมือนที่ประกอบในหนังสยองขวัญเลยส่วนการควบคุม ถ้าคุณชอบเล่น FPS มาเยอะล่ะก็ บอกเลยว่าหวานหมู แถมถ้าศึกษาดีๆ ในเกมจะมีคีย์ลัดมากมายให้เรากดได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยนะ ส่วนมือใหม่ก็เริ่มฝึกได้ไม่ยาก เพราะปุ่มหลักที่ต้องใช้มีไม่เยอะ ถ้าคล่องแล้วก็เล่นเกมอื่นๆ ได้ง่ายด้วยล่ะZombies ก็น่ากลัว คนก็ต้องต้องระวัง!ถ้าให้พูดถึง Zombie แนว War Z ก็ต้องนึกถึงฝูงซอมบี้ที่วิ่งโถมเข้าหาคนใช่ไหมล่ะ และแน่นอน ในเกมนี้หากเราคิดจะแวะฟาร์มที่ไหน เราจะได้เจอซอมบี้มากมายยืนเฝ้าเป็นเจ้าที่อยู่ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะมันไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น ถ้าเราย่อและค่อยๆ ย่องผ่านมันไปโดยทิ้งระยะห่างสักหน่อยก็ผ่านไปได้แล้ว แต่ถ้าพลาดวิ่งให้พวกมันได้ยินล่ะก็ บอกได้คำเดียวว่า "วิ่ง!" เพราะถ้ามันเห็นเรา 1 ตัว พวกตัวในบริเวณใกล้เคียงจะพากันหันมาไล่เราทันที และขอบอกว่าพวกมันเกาะติดมาก บางครั้งเราวิ่งออกมาไกลจากจุดที่เจอมากๆ แล้วซอมบี้เหล่านี้ก็ยังตามไม่เลิก ยกเว้นเสียแต่เราจะฆ่ามันให้หมดก็จบไวหน่อย ซึ่งก็แลกมากับความเสี่ยงที่จะมีผู้เล่นคนอื่นมาเห็นหรือได้ยินเสียงปืนของเรา ขอบอกเลยว่าระบบเสียงปืนของเกมเขาสมจริงมาก ขนาดอยู่ค่อนข้างไกลแต่ยังแว่วเสียงปืนให้ได้ยินจากทิศทางที่ชัดเจนการฆ่าซอมบี้ภายในเกม เราจะได้รับเงินซึ่งจะตกเมื่อซอมบี้ตาย และเรายังสามารถเก็บเนื้อของซอมบี้เพื่อไปใช้สะสมคะแนนในการเลือกฝ่ายของโหมด Bounty Hunter ได้อีกด้วย ฉะนั้นไม่ต้องกลัวที่จะสู้กับมัน เอาเข้าจริงถ้าเผชิญหน้ากับซอมบี้คราวละไม่กี่ตัว ใช้แค่อาวุธระยะประชิดโจมตีได้สบายๆ เพราะซอมบี้ตบเราได้ไม่แรงมาก ยิ่งเลเวลเยอะอัพสกิลและของมาด้วยก็ชิวเลย ดีกว่าใช้ปืนแล้วเสี่ยงเพิ่มจำนวนซอมบี้ อ้อ! แล้วอาจจะมีคนตามมาหาด้วยนะซอมบี้ในเกม ส่วนใหญ่จะแต่งตัวเหมือนคนธรรมดา ท่าทางในการวิ่งก็จะดูเก้งก้างและไม่เร็วเท่ากับคนธรรมดาวิ่งตามนิยามของซอมบี้เลย แต่ที่ต้องระวังคือซอมบี้ทหาร เพราะพวกนี้จะสวมเกราะด้วยทำให้เราต้องใช้เวลาและกระสุนจำนวนมากในการโค่นพวกมัน และอีกตัวคือซอมบี้ที่อยู่ในชุดผู้ป่วย ตัวนี้จะวิ่งไวมาก แนะนำว่าไม่ต้องหนีหรอก แค่รีบจัดการมันก็พอเพราะเลือดมันเท่ากับซอมบี้ธรรมดาเลยอีกหนึ่งกิมมิคที่น่าตื่นเต้นภายในเกมก็คือ ระบบกลางวัน-กลางคืน โดนเราสามารถสังเกตเวลาภายในเกมได้ที่ด้านบนจอ โดย 1 นาทีในเกมจะเท่ากับ 5 วินาที และบรรยากาศในเกมจะเริ่มมืดสนิทในช่วง 1 ทุ่มครึ่ง ซึ่งส่งผลให้เรามองอะไรเห็นยากมาก บางครั้งโดนซอมบี้วิ่งไล่ก็อาจไม่รู้ตัวได้เหมือนกัน โชคดีที่ตอนกลางคืนซอมบี้ไม่ได้โหดขึ้น เราสามารถยิงจัดการมันได้ตามปกติ อ้อ! และในตอนกลางคืนเราจะสามารถเห็นแสงปืนได้อย่างชัดเจน ซึ่งเอฟเฟคสวยมากเลยล่ะ แน่นอนว่าผู้เล่นคนอื่นก็สามารถเห็นพิกัดเราจากแสงปืนนี้ได้เช่นกัน!ถ้าหากเราโดนผู้เล่นตามล่าหรือโดนซอมบี้รุมจนตาย ของในตัวเราจะตกหมด 100% เราสามารถเลือกได้ว่าจะขอเกิดใน Safe Zone หรือให้ระบบสุ่มเราเกิดใหม่ที่ไหนก็ได้ในแผนที่ และเมื่อเกิดมาจะมีพิกัดบอกจุดที่เราตายและของตกอยู่ เราสามารถวิ่งกลับไปเก็บได้โดยมีเวลาจำกัดให้ก่อนมาร์กจะหายไป หรือถ้ามีคน loot ไปหมดแล้วพิกัดนั้นก็จะหายไปทันที หรือถ้าอยากจะสร้างพันธมิตรที่ดี เผื่อเวลาเจอคนจะได้มีเพื่อนคอยช่วย เราก็สามารถรวมทีม 5 คนกับเพื่อนหรือคนในเซิฟเวอร์เดียวกันก็ได้ แบบนี้ค่อยอุ่นใจขึ้นมาหน่อยSystem ต่างๆ ที่ทำได้ในเกมAirdrop - ระหว่างที่เราวิ่งเอาชีวิตรอด อาจโชคดีมีแอร์ดรอปตกลงมาในแผนที่ด้วย ซึ่งภายในจะบรรจุของที่ดีกว่าการฟาร์มตามอาคาร ทั้งอาวุธ ชุดเกราะ อุปกรณ์เสริม ยา และของพิเศษอย่างเช่น น้ำยาล่องหน ที่จะทำให้ซอมบี้ไม่เห็นตัวเรา ก็สามารถหาได้เฉพาะแอร์ดรอปเท่านั้นนะCraft - อย่างที่บอกว่าเราสามารถนำของทุกชิ้นที่ฟาร์มได้มาคราฟต์ ทั้งปืน, โล่, กระเป๋า, อาหาร, ยา, และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ โดยของที่เราจะคราฟต์ได้นั้นจะปลดล็อคตามเลเวล โดยแบ่งการคราฟต์เป็น 5 แบบคือ คราฟต์ได้ทันที, ต้องใช้กองไฟ, ต้องใช้ Cooking Rack, ต้องใช้โต๊ะคราฟต์ และแบบที่ต้องใช้เครื่อง 3D Printซื้อขาย - เงินที่ได้จากการฆ่าซอมบี้ สามารถนำมาซื้อของกับ NPC ใน Safe Zone ซึ่งแต่ละตัวจะมีของใช้ ยา หรืออาวุธอยู่ ลองวิ่งไปคุยกับพวกเขาดูได้ อัปเกรดปืน - พิเศษสำหรับ NPC David เราสามารถนำปืนที่ใช้อยู่กับเศษขยะที่ฟาร์มมาได้ ไปแลกเป็นปืนที่คุณภาพดีกว่าเดิมได้ สิ่งที่ต้องจับตามองในอนาคตที่รีวิวมาก็ว่าสนุกแล้ว แต่ขอบอกเลยว่านี่แค่น้ำจิ้ม เพราะในอนาคตเราจะได้พบกับ...โหมด Battle Royale - ความสนุกอีกขั้นของการเอาชีวิตรอด เพราะจะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะสามารถรอดชีวิตออกไปในท้ายที่สุด เรียกได้ว่าท้าทายกว่าเดิมหลายเท่าตัวเลยโหมด Boss Slayer - สารพิษและสารเคมี ส่งผลให้เหล่าซอมบี้เกิดวิวัฒนาการขึ้น ก่อให้เกิดอสูรกายสุดโหดเหี้ยม รอให้เราและเพื่อนๆ ไปช่วยกันกำจัดพวกมันNFTs - ทุกสิ่งที่ฟาร์มมาคือของมีค่า เพราะตัวเกมได้โฆษณาตัวเองตั้งแต่แรกแล้วว่าจะพัฒนาให้ระบบซื้อขายไอเท็มแบบ NFTs เข้ามาด้วย แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ Token ไหน หรือไอเท็มประเภทใดที่จะสามารถ mint เป็น NFTs ได้บ้าง ต้องเกาะขอบจอรอดูอัปเดตในอนาคตแล้วล่ะอย่างไรก็ดี จะมีเซอร์ไพรส์อะไรเพิ่มเติมจากทีมผู้พัฒนาอีก ทุกคนก็สามารถติดตามที่ เว็บไซต์ และ Facebook Page ของเกม OutlawZ กันได้เลย! 
17 Nov 2021
ก่อนจะเป็น NFT: 9 เกมออนไลน์ที่มีระบบซื้อ-ขายด้วยเงินจริง!
เกมออกใหม่ช่วงนี้มักจะปิดป้ายโฆษณาตัวเองว่า "มีระบบ NFT" ด้วย ก็ต้องยอมรับว่ากระแสของเกม Crypto-base นั้นเขามาแรงจริง แต่! เกมที่ออกแบบ ระบบเศรษฐกิจภายในเกมให้หมุนเวียนด้วยเงินจริง นั้นมีมาก่อนแล้วจ้า!! โดยมีนิยามว่า "real-cash economy game" นั่นเอง ซึ่งเชื่อว่าหลายคนน่าจะยังไม่รู้ว่ามีเกมเหล่านี้อยู่แน่ๆ วันนี้พวกเรา GameFever จึงได้หยิบยกเกมที่มีระบบซื้อ-ขายด้วยเงินจริง แบบที่ผู้พัฒนาเกมตั้งใจสร้างขึ้น มาให้ชมกัน จะมีเกมอะไรบ้าง? มีเกมที่ทุกคนเคยได้ยินชื่อกันบ้างหรือเปล่า? ลองไปสำรวจพร้อมกันเลย!1. Entropia UniversePlatform: PCถ้าพูดถึงเกม real-cash economy ในคอมมูนิตี้เกมเมอร์ทั่วโลกต้องยกให้เกมนี้เลย Entropia Universe เกม MMORPG ในโลกเสมือน โดยเกมเปิดบริการมาตั้งแต่ปี 2003 แล้ว ซึ่งเป็นเกมที่ทุ่มเทพัฒนากับการสร้างระบบทุนนิยมภายในเกมมากกว่าเกมเพลย์เสียอีก! ส่วนกิมมิคของเขาคือการที่เราสามารถนำเงิน U.S. ดอลลาร์ แลกเป็นเงิน PED (Project Entropia Dollars) เพื่อใช้จ่ายในเกม หรือแลกจาก PED กลับเป็น USD ก็ทำได้เช่นกันด้วยอัตรา 10 ต่อ 1นั่นหมายความว่าไอเท็มในเกมจะมีมูลค่าเทียบเท่าเงินจริงทุกชิ้น! ซึ่งนอกจาก "สิ่งของ" แล้ว ผู้เล่นในเกม Entropia Universe ยังสามารถซื้อได้กระทั่งที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือบริการอะไรก็ได้ ที่สำคัญคือเราสามารถตั้ง "กฏ" สำหรับการเข้าใช้สิ่งของที่เราเป็นเจ้าของเพื่อทำกำไรต่อไปได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่นในปี 2004 ผู้เล่นคนหนึ่งได้จ่ายเงินซื้อ "เกาะสมบัติ" ในเกมไปในราคา 265,000 PED ($26,500 หรือราว 883,775 บาทในอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) จากนั้นเขาก็ลงทุนซื้อมอนส์เตอร์ระดับสูงที่ดรอปไอเทมแรร์มาปล่อยบนเกาะของเขา พร้อมกับปลูกบ้านพักเอาไว้รองรับผู้เล่นที่จะเข้ามาฟาร์มไอเทมจากมอนส์เตอร์ในเกาะของเขา และยังเก็บ "ค่าเข้า" สำหรับคนที่อยากจะเข้ามาบนเกาะอีกด้วย โดยผู้เล่นคนดังกล่าวเปิดเผยในภายหลังว่าเขาสามารถคืนทุนค่าซื้อเกาะได้ในระยะเวลาไม่ถึงปี และได้กำไรจากเกาะในเกมนี้อย่างมหาศาลแล้วนับตั้งแต่นั้นมาการซื้อขายเกาะครั้งนั้นทำให้ Entropia Universe ได้เข้าชิงรางวัล Guinness World Records ในหัวข้อวัตถุในโลกเสมือนที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลกในปี 2004 และอีกครั้งในปี 2008 มาแล้วด้วย ในขณะที่ในปี 2009 ได้มีผู้เล่นคนหนึ่งทำเงินได้มากกว่า $330,000 (ราว 11,005,500 บาท) จากการขาย "ไนท์คลับจำลอง" ที่เขาสร้างขึ้นในเกม พูดง่ายๆ ว่าเกมนี้อาจเป็นต้นแบบของเกม Play-to-Earn เกมหนึ่งได้เลยทีเดียว2. Second LifePlatform: PC, Mac OSเช่นเดียวกันในปี 2003 ก็ได้มีเกม MMORPG โลกเสมือนอีกเกมที่เปิดให้บริการ โดย Second Life เป็น MMORPG ที่เปิดโอกาสให้เราได้สร้างชีวิตและเรื่องราวในแบบที่เราต้องการได้ ไม่ว่าจะฝันอยากเป็นดารา อยากไปอยู่ในโลกเวทมนต์ อยากปล่อยความสามารถที่ไม่ได้โชว์ในชีวิตจริง ทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้ในโลกของเกมนี้ เอ๊ะ! นี่มันต้นแบบของ Metaverse ที่ Mark Zuckerberg กำลังทำเลยนี่น่า!และยิ่งตรงคอนเซปต์ของผู้ให้กำเนิด Facebook เข้าไปใหญ่ เมื่อระบบเศรษฐกิจภายในเกมนั้นมีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินจริงจ้า โดยค่าเงิน Linden Dollars (L$) ของเกมนี้ สามารถใช้เงิน U.S. ดอลลาร์ซื้อมาได้ หรือใครที่เงิน L$ เหลืออยากส่งต่อ ก็สามารถมาแลกเปลี่ยกันได้ที่ LindeX Currency Exchange ส่วนอัตราการแลกเปลี่ยนจะผันผวนไปตามหลัก Demand และ Supply ภายในเกม เข้าสูตรระบบเศรษฐศาสตร์เป๊ะ! ราวกับกำลังคำนวณเงินบาทเป็นดอลล่าห์อยู่เลยอ่ะ3. Market GloryPlatform: Web Browserถ้าใครไม่ใช่ Hardcore Gamer ขี้เกียจคุมเกม เราขอแนะนำเกมที่แค่ควบคุมด้วยการคลิ๊กๆๆ แล้วก็คลิ๊กเท่านั้นอย่าง Market Glory เกมแนววางแผนและจำลองการจัดการชีวิตของเราผ่านการ interact กับคำสั่งต่างๆ ในระบบ โดยเริ่มต้นเราสามารถหาเงินด้วยการต่อสู้หรือออกไปทำงานแล้วค่อยๆ สะสมเงินเพื่อก่อตั้งบริษัทของตัวเอง และเงินจะเริ่มหมุนก็ตอนนี้ล่ะ! เพราะเราต้องบริษัทแข่งกับผู้เล่นอื่นที่มีธุรกิจประเภทเดียวกับเรา ไหนจะต้องหาเงินมาจ่ายให้กับผู้เล่น (ใหม่) ที่มาทำงานให้บริษัทเราอีก ซึ่งบางคนก็อาจยอมลงทุนจ่ายเงินจริงเพื่อให้ธุรกิจไปเร็วกว่าคนอื่น อื้อหือ~ ทุนนิยมจัดๆส่วนสกุลเงินในเกมจะอิงตามสกุลเงินท้องถิ่นจริงบนโลกเลย ไม่ว่าจะเป็นยูโร, ดอลล่าห์ หรือแม้แต่มูลค่าทองคำ แถมผันผวนจริงตามกระแสโลกด้วย ทั้งนี้ในการทำกิจกรรมอาจมีค่าธรรมเนียมที่ถูกหักเข้าส่วนกลาง ซึ่งจะเป็นเสมือนรัฐบาลของประเทศที่เราได้ลงสมัครไว้ด้วย ใครที่คิดจะสร้างธุรกิจของตัวเองสามารถมาซ้อมมือที่นี่พร้อมรับค่าตอบแทนตามจริงได้เลย แถมใช้เวลาการเล่นต่อวันไม่เยอะด้วย4. GamesvillePlatform: Web Browserหรือถ้าจะให้เล่นง่ายกว่าอันดับก่อนหน้า เรามาเล่นมินิเกมอย่าง Solitaire และ Bingo ไปจนถึงเกม Puzzle ด้วยกันบน Gamesville ดีกว่า บนเว็บไซต์นี้มีเกมหลากหลายให้เราเลือกเล่นได้อย่างไม่มีเบื่อ โดยทุก score ของเราจะถูกบันทึกลงแพลตฟอร์ม ซึ่งเราอาจจะชนะเงินรางวัลจากการเล่นได้ด้วย! ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมเล่นเกมในทัวร์นาเม้นต์หรือการทำสปีดให้จบเกมด้วยสถิติที่เร็วที่สุด เป็นต้นนับเป็นแหล่งรวมเกมที่เล่นเพลินแถมยังได้ลุ้นแจคพอต แถมยังเป็นเกมพื้นฐานที่คนทุกเพศทุกวัยสามารถฝึกและเข้าใจได้ไม่ยาก หรือจะเล่นพร้อมหน้ากับสมาชิกครอบครัวก็ยังได้ นี่สินะที่เรียกว่าพักผ่อนอย่างไรให้มีรายได้ 5. Exodus 3000Platform: Web Browserแต่ถ้าคุณหลงใหลในการค้นพบสิ่งแปลกใหม่ในอวกาศล่ะก็ เราแนะนำให้คุณมาสำรวจดาวอังคาร ค้นหาซากหักพัง ขุดแร่ภูเขาไฟ ใน Exodus 3000 ไปด้วยกัน เกมนี้เป็นเกมแนว multiplayer RPG strategy โดยเราสามารถสำรวจพื้นผิวของดาว สร้างพันธมิตร แล้วไปตบผู้เล่นอื่นได้ ไม่ว่ากิจกรรมใดที่ทำเราสามารถได้รับเงิน Mars Dollars (MD) เพื่อมาอัปเกรดของและใช้จ่ายภายในเกม แถมยังเอาไปแลกออกมาเป็นเงินจริงได้อีกด้วยวิธีการเล่นก็ง่ายแสนง่าย แค่สมัครบัญชีผู้ใช้บนเว็บไซต์ก็สามารถเข้าเล่นได้เลย เมื่อเราสะสมรายได้ในเกมถึง 300,000 MD จะสามารถแลกเงินจริงได้ 20 ดอลล่าห์ (ราว 600 กว่าบาท) ...ก็ไม่น้อยเลยนะ... และทางผู้พัฒนาก็เคลมว่าเกมนี้ต่อให้คุณไม่ใช่เกมเมอร์ก็สามารถเข้ามาร่วมสนุกและพูดคุยกับคอมมูนิตี้ในเกมได้ ช่างเป็นมิตรต่อผู้เล่นทุกคนจริงๆ มิน่าถึงอยู่ยาวมาตั้งแต่ปี 2006 จนถึงทุกวันนี้เลย6. EVE OnlinePlatform: PC, Mac OSเกม MMORPG ท่องอวกาศ ที่มีกิจกรรมหลากหลายให้เราทำร่วมกับผู้เล่นอื่น ทั้งสำรวจ ขุดแร่ ก่อสร้าง แลกเปลี่ยน ต่อสู้ ไปจนถึงปล้นพวกเขาเหล่านั้นก็สามารถทำได้ ทำให้เอกลักษณ์ของเกมนี้อยู่ที่การขับยานอวกาศและ PvP กับผู้เล่นอื่นนี่แหละ อย่างไรก็ดี สิ่งที่ดึงดูดผู้เล่นและทำให้เศรษฐกิจภายในเกมคึกคักก็คือ "PLEX" (Pilot License EXtension) ไอเท็มที่ผู้ให้บริการจะขายให้เราซื้อด้วยเงินจริง สามารถใช้แทนเวลาแอร์ไทม์ได้ ซึ่งหลายคนก็ใช้ไอเท็มชิ้นนี้แลกเปลี่ยนกับเงินในเกมจำนวนมหาศาล ส่วนผู้เล่นหลายๆ คนที่ไม่อยากเสียเงินเติมแอร์ไทม์ก็ใช้เงินในเกมแลกไอเท็มชิ้นนี้มาใช้แทน ทำให้ PLEX มีลักษณะคล้ายๆ กับเหรียญคริปโตในเกม NFT ปัจจุบันที่สามารถใช้คำนวน "มูลค่า" ของสิ่งของต่างๆ ในเกมเป็นเงินจริงได้ยกตัวอย่างง่ายๆ PLEX ชิ้นหนึ่งซึ่งซื้อได้ในราคา 15 ยูโรต่อชิ้น ซึ่งสามารถขายในเกมเป็นเงิน 1,000 เหรียญ หมายความว่า ถ้ายานลำหนึ่งในเกมมีราคา 10,000 เหรียญ ก็จำเท่ากับ 10 PLEX หรือ 150 ยูโรนั่นเอง ซึ่งถึงแม้ PLEX จะแลกกลับเป็นเงินจริงไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้มูลค่าของมันลดน้อยลงเลยในสายตาของผู้เล่น EVE Online โดยผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการเกมบ่อยๆ น่าจะเคยได้อ่านเรื่องราวการทำสงครามอวกาศขนาดใหญ่ใน EVE Online มาบ้าง ซึ่งการทำสงครามกันแต่ละครั้งสามารถคำนวนมูลค่าความเสียหายจากยานอวกาศหรือฐานทัพที่ถูกทำลายได้ครั้งละหลายแสนดอลลาร์สหรัฐ (หรือก็หลายล้านบาท) เลยทีเดียว7. Epic MuseumPlatform: Web Browserถ้าไม่อยากเน้นเล่นเกมแต่ต้องการ passive-income เกมนี้จะเหมาะกับคุณมาก เพราะใน Epic Museum จะเปิดโอกาสให้เราได้เป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว โดยเริ่มตั้งแต่การสร้างอาคารเลยทีเดียว ยิ่งเราเล่นและปลดล็อครูปปั้นมากขึ้นเท่าไหร่ รายได้ที่หมุนเวียนเข้ามาในพิพิธภัณฑ์ของเราก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งสกุลเงินในเกมก็คือ EM Dollar (Epic Museum Dollar) ที่สามารถนำไปแลกแต้มสำหรับใช้อัปเกรดของต่างๆ ในเกม รวมถึงแลกเป็นเงินจริงได้ในอัตรา 10 EMD ต่อ 1 USD! หรือจะแลก gift card จากเครือพันธมิตรของทีมพัฒนาก็ได้เช่นกันเอาจริงๆ เกมนี้ค่อนข้างใกล้เคียงแนว Idle ที่ต้องใช้เวลารอในการทำอะไรสักอย่าง ทำให้เกมนี้เหมาะกับการเล่นฆ่าเวลาและดูพิพิธภัณฑ์จำลองของเราค่อยๆ เติบโตไป มากกว่าจะมุ่งเอากำไร เพราะเอาเข้าจริงค่อนข้างใช้เวลานานเลยล่ะกว่ารายได้จะเริ่มเข้ามา8. VirtuversePlatform: PCเกมนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น Metaverse ที่มาก่อนกาล กับเกม Sci-fi MMORPG อย่าง Virtuverse โดยในเกมจะไม่มีการจำกัดอาชีพ อาวุธ หรือชุดเกราะใดๆ เราสามารถดีไซน์ตัวละครให้เติบโตได้ตามที่ใจเราต้องการ ก่อนออกผจญภัยในโลกกว้างพร้อมกับเพื่อนๆ ด้วยระบบในเกมที่ออกแบบมาเพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งการสำรวจทรัพยากร ล่าสัตว์ คราฟต์และสร้างอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงทำการซื้อขาย-แลกเปลี่ยนกับผู้เล่นในเกมแม้จะเป็นเกมเล่นฟรี แต่เราสามารถได้รับผลตอบแทนจากความเหนื่อยในการใช้เวลาสะสมทรัพยากรได้ด้วยเช่นกัน การแลกเปลี่ยนในเกมเราจะใช้สกุลเงิน Aurum และสกุลเงินนี้สามารถแลกออกมาเป็น U.S. ดอลลาร์ ได้ด้วยเช่นกัน ส่วนอัตราการแลกเปลี่ยนจะผันไปตาม Demand และ Supply ของเศรษฐกิจในเกม เรียกได้ว่าสมจริงจนลืมไปเลยว่ากำลังเล่นเกมอยู่9. CS:GO, Dota 2, Team Fortress 2Platform: PCและอันดับสุดท้าย ขอมัดรวมเป็นแพคเกจจาก Valve เลยแล้วกัน! ซึ่งทั้ง 3 เกมนั้นต่างอยู่บนแพลตฟอร์ม Steam ใช่ไหมล่ะ และที่นี่เขาก็มีระบบ Marketplace ชื่อว่า Steam Community Market ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นเกมในเครือของ Valve สามารถซื้อขายหรือแลกเปลี่ยน "สกิน" จากเกมเหล่านี้ได้ แน่นอนว่าสกินยิ่งสวยมากเท่าไหร่ แรร์มากเท่าไหร่ ราคาก็จะพุ่งสูงไปหลายร้อยถึงหลักพัน U.S. ดอลลาร์เลยทีเดียวหากใครอยากซื้อก็ต้องเติมเงินเข้า Steam Wallet ก่อน และเมื่อเราทำการซื้อจำนวนเงินใน Wallet ก็จะถูกหักไปเข้า Wallet ของผู้ขาย แต่ฝ่ายคนขายแม้จะมีเงินอยู่ใน Steam Wallet มากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถถอนออกมาได้นะ เพราะระบบถูกสร้างมาให้ใช้จ่ายภายในแพลตฟอร์ม Steam เท่านั้น หรือเท่ากับว่าเราสามารถนำรายได้จากการขายสกินไปซื้อเกมใหม่ได้ยังไงล่ะ!! ถ้าขายได้ราคางาม ดีไม่ดีอาจซื้อเกมมาเล่นแบบฟรีๆ ได้หลายเกมเลยล่ะ
16 Nov 2021
[บทความ] ส่องเนื้อเรื่องเบื้องหลัง Elden Ring "เมื่อทุกอย่างพังทลาย ผู้มัวหมองจึงได้กลับมาตุภูมิ"
Elden Ring โลกใบที่ 7 ของ Hidetaka Miyazaki ได้มีการเพิ่ม และปรับปรุงระบบเกมเพลย์ใหม่มากมาย และหลังจากที่ได้เข้าไปเล่นมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงตัวผู้เขียนเรียกได้ว่าคาดหวังกับเกมใหม่ของ From Software นี้เป็นอย่างมาก แต่แม้จะมีหลายสิ่งหลายอย่างได้รับการพัฒนาให้ดีมากยิ่งขึ้น หรือมีระบบใหม่ๆ มากมายถูกใส่เข้ามาในเกม หนึ่งสิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปตามลายเซ็นฉบับของคุณ Miyazaki คือเรื่องราวของเกมที่มีปริศนาอยู่มากมาย และไม่เคยถูกเล่าออกมาให้เข้าใจง่ายเลยสักครั้งผลงานใหม่ล่าสุดนี้ยังมีกลิ่นอายของความลึกลับเหล่านั้นอยู่เต็มเปี่ยม แต่ผลงานนี้พิเศษยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อ George R. R. Martin นักเขียนนวนิยาย Fantasy ชื่อดังได้มีส่วนร่วมกับคุณ Miyazaki ในการสรรค์สร้างผลงานชิ้นนี้ แม้ว่าจะยังอีกห่างไกลถึง 4 เดือน ก่อนเกมจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับผู้เล่นที่จะคาดเดาเนื้อเรื่องของ Elden Ring ก่อน และนี่คือจุดประสงค์ของบทความนี้ครับThe Lands Betweenเรื่องราวของ Elden Ring ไม่ใช่ภาคต่อ หรือเนื้อเรื่องแยกของเกมไหนที่เคยมีมา มันกล่าวถึงดินแดนที่ชื่อว่า The Lands Between ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกปกครองด้วยความร่มเย็นโดยราชินี Marika ผู้เป็นนิรันดร ผู้คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ต่างได้รับพรจาก Erdtree ต้นไม้สีทองที่สูงตระหง่านอยู่ใจกลางของดินแดน และว่ากันว่าเป็นแหล่งกำเนิดพลังของ Elden Ring โดยผู้ที่ได้รับพรจาก Erdtree จะมี Aura สีทองที่ดวงตา อย่างไรไม่ใช่ทุกคนที่จะรักษา Aura สีทองดังกล่าวไว้ได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ดวงตาสูญเสีย Aura สีทองอันเป็นสัญลักษณ์ของพรไป คนผู้นั้นจะถูกขับไล่ออกจากดินแดน The Lands Between และถูกตราหน้าว่า Tarnished ที่มีความหมายว่า "ผู้มัวหมอง"ราชินี Marika ผู้เป็นนิรันดร แค่ชื่อของเธอก็บ่งบอกได้แล้วว่าถูกเทิดทูนว่ายิ่งใหญ่เพียงไหนในดินแดนแห่งนี้ ซึ่งเชื่อว่าพลังของเธอเองส่วนหนึ่งคงได้รับมาจาก Elden Ring โดยตรง ส่งผลให้ลูกๆ ของเธอทั้ง 6 คน ถูกเรียกว่า Demigod หรือครึ่งเทพเจ้า โดยทั้ง 6 ต่างปกครองดินแดนต่างๆ ในดินแดนแห่งนี้รอบๆ Erdtreeจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเรื่องราวดินแดนอันสงบสุขนี้เริ่มต้นอยู่มาวันหนึ่งบางสิ่งบางอย่างได้ทำลาย Elden Ring ให้แตกเป็นผลึกชิ้นน้อยใหญ่ โดยต่อมาผลึกเหล่านี้ถูกเรียกว่า The Great Runes ซึ่งทำให้เหล่า Demigod ทั้ง 6 ที่กระหายพลัง และอำนาจต่างแย่งชิง The Great Runes กันเองจนเกิดเป็นสงครามภายใน จนดินแดนแห่งนี้ถึงจุดล่มสลาย (ป.ล แม้ดินแดนจะล่มสลายแต่ไม่ได้หมายความว่าผู้คนตายหมดนะ) ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวก่อนเกมเริ่มใครคือผู้ทำลาย Elden Ring?ในตัวอย่างแรกสุดของเกม ที่แสดงให้เห็นถึงชายแก่คนหนึ่ง พยายามทุบทำลายบางสิ่งบางอย่าง ก่อนที่จะตัดภาพมาเป็นภาพของวงแหวนทองคำที่แตกลง เหมือนพยายามบอกเล่าให้เราเข้าใจว่า "ชายแก่คนดังกล่าวนั่นแหละคือผู้ที่ทำลาย Elden Ring ให้แตกเป็นเสี่ยง" ซึ่งเขาเป็นใคร ทำไมถึงต้องทำลาย Elden Ring ด้วย เรื่องนี้ผู้เขียนไม่มีคำตอบให้ แต่ก่อนจะไปต่อกัน ผู้เขียนอยากให้เพื่อนๆ ดูวิดีโอตัวอย่างแรกกันอีกสักครั้งก่อนในวิดีโอข้างบนนี้ หลายคนอาจไม่ได้สังเกตว่าทุกครั้งที่ชายแก่ ทุบบางสิ่งบางอย่างที่อยู่บนแท่นตรงหน้าของเขา แผ่นหลังของชายแก่ ก็มีรอยร้าวเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน และพร้อมกันในหญิงสาวอีกคนที่เหมือนกำลังสวดภาวนาอยู่ก็มีรอยร้าวแตกขึ้นมาบนแผ่นหลังเช่นเดียวกัน และเมื่อภาพตัดมาเป็นวงแหวนทองคำที่แตกละเอียด ทั้งสองก็ทรุดคุกเข่าลงเหมือนทนความเจ็บปวดไม่ไหว มีหลายคนตั้งทฤษฎีว่าทั้งสองคนนั่นแหละคือ Elden Ring แต่ผู้เขียนคิดต่างออกไป และหลังจากนี้จะเป็น ทฤษฎีของตัวผู้เขียนเอง ไม่รับประกันว่าจะถูกต้องครับคุณ Miyazaki ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า "Demigod ทั้ง 6 ต่างมีบุคลิก และพลังที่แตกต่างกัน พวกเขาหมกมุ่นในเรื่องที่แตกต่างกัน และเสียสติในรูปแบบที่แตกต่างกัน" จากคำบอกเล่านี้ทำให้ ผู้เขียนคิดทฤษฎีได้หนึ่งอย่างคือ ชายแก่คนดังกล่าวที่ทำลาย Elden Ring รวมถึงหญิงสาวอีกคนในตัวอย่าง คือผู้ที่ทำหน้าที่ปกป้อง Elden Ring และถูกสร้างขึ้นมา หรือเชื่อมต่อกับพลังของ Elden Ring โดยตรง จึงเป็นเหตุผลให้แผ่นหลังของพวกเขามีรอยร้าวแตกเกิดขึ้นเมื่อทุบทำลายต้นกำเนิดของตัวเอง ส่วนเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะทำลาย Elden Ring เสียเอง อาจมาจากความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ รวมถึง Demigod หรืออาจรวมถึงราชินี Marika เองด้วย (จะด้วยความโลภในอำนาจ หรืออะไรก็แล้วแต่) ทั้งสองตัดสินว่าผู้คนใน The Lands Between ไม่ควรค่าแก่การได้รับพรอีกต่อไปหนึ่งในเหตุผลสนับสนุนทฤษฎีดีนี้มาจากการแย่งชิงเศษชิ้นส่วนของ Elden Ring กันเองจนเกิดเป็นสงครามภายในของเหล่า Demigod ซึ่งแทนที่จะช่วยกันพา The Lands Between ให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตเช่นนี้ไปได้ พวกเขากลับเลือกที่จะฆ่าฟันกันเองเพื่อแย่งชิงพลังอำนาจ และหากคิดตามทฤษฎีนี้ จะเชื่อมโยงกับตำนานบทหนึ่งที่ถูกเล่าขานในเกมได้พอดี ตำนานดังกล่าวได้เล่าถึงการแตกสลายของ Elden Ring ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว โดยการแตกสลายดังกล่าวแน่นอนว่าสร้างความโกลาหลให้กับโลก แต่มันก็เป็นการเชื้อเชิญเหล่า Tarnished ที่ถูกเนรเทศออกไปจากดินแดน ให้สามารถกลับมายัง The Lands Between ได้อีกครั้ง เพื่อต่อสู้แย่งชิงขึ้นเป็น Elden Lord คนใหม่ถ้าหากมองย้อนกลับไปในอดีตพล็อตเรื่องแนวนี้ ถูกใช้มาแล้วในเกมของคุณ Miyazaki นั้นก็คือ Bell of Awakening ใน Dark Souls ที่ระฆังจะถูกตี เมื่อยุคแห่งไฟกำลังจะมอดดับลง แล้วความมืดกำลังจะกลืนกินดินแดนของมนุษย์ จึงต้องมีการปลุก Undead ทั้งหมดขึ้นมา เพื่อออกเดินทางทำหน้าที่รวบรวมวิญญาณของ Lord Souls และนำไปมอบให้กับเปลวเพลิงเพื่อทำให้มันกลับมาโชติช่วงอีกครั้ง ซึ่งการทำแบบนี้มีความเสี่ยงเพราะ Undead ที่ทำหน้าที่ดังกล่าวได้สำเร็จอาจไม่ใช่คนดีที่คิดจะต่ออายุให้กับกองเพลิง แต่อาจเป็น Undead ที่ลุ่มหลงในพลังจนไม่ยอมทำหน้าที่ของตัวเองไอ้เสร็จหลังจากได้พลังของ Lord Souls ทั้งหมดมาแล้ว ดังนั้นตาม Lore ของ Dark Souls ระฆัง  Bell of Awakening จึงจะถูกตีก็ต่อเมื่อโลกมาถึงจุดที่เลวร้ายไปมากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ เท่านั้น(จากตัวอย่างเปิดเกมของ Dark Souls 3 จะเห็นได้ว่าเหล่า Undead เริ่มลุกขึ้นมาจากหลุมหลังได้ยินเสียงระฆัง ซึ่งถึงถูกตีเมื่อยุคแห่งไฟกำลังจะจบลง)จะสังเกตได้ว่าเนื้อเรื่องในส่วนนี้ของ Dark Souls มีความใกล้เคียงกับตำนานภายในเกมของ Elden Ring ที่เมื่อวงแหวน Elden Ring ถูกทำลาย เหล่า Tarnished ที่ถูกเนรเทศออกไป จะสามารถกลับมายัง The Lands Between เพื่อต่อสู้รวบรวมพลัง และขึ้นเป็น Elden Lord ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าการทำลาย Elden Ring ทิ้งเพื่อนำทางเหล่า Tarnished กลับมา เป็นเหมือนตัวเลือกสุดท้ายจริงๆ เมื่อดินแดน The Lands Between ไม่มีใครคู่ควรมากพอจะนั่งบัลลังก์ผู้นำได้ เช่นเดียวกับไม่มีใครต่ออายุของไฟใน Dark Souls จนต้องทำให้เกิดการตีระฆัง Bell of Awakening ในขณะเดียวกันก็เป็นความเสี่ยงด้วย เพราะถ้าหาก Tarnished ที่ได้พลังอำนาจทุกอย่างไปเป็นเพียงแค่คนเขลา The Lands Between ก็คงจะมาถึงจุดสิ้นสุด ผู้เขียนจึงคิดทฤษฎีดีนี้ดูมีความเป็นไปได้มากที่สุดนั่นเองที่นี่คำถามต่อมาคือ "แล้วราชินี Marika ล่ะ?" เพราะถ้าหากสิ่งที่ไม่คู่ควรคือเหล่า Demigod แล้ว การที่เธอยังเป็นผู้นำสูงสุด ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรจนทำให้ต้องเกิดการทำลาย Elden Ring ขึ้นเสียหน่อย" ใช่ครับถูกต้อง ดังนั้นข้อสันนิษฐานที่พอจะคิดได้คือมี 3 อย่าง อายุขัยของเธอกำลังจะหมดลง และจำเป็นต้องส่งมอบตำแหน่งผู้นำให้กับคนอื่นเธอถูกฆ่าตายโดยเหล่าลูกๆ Demigod ของเธอเองตัวเธอเองได้ลุ่มหลงในพลังอำนาจ จนต้องการนำพลังของ Elden Ring ทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเองส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าข้อ 3 มีความเป็นไปได้มากที่สุด เนื่องจากจนถึงตอนนี้เรายังไม่ทราบว่าใครกันแน่ที่เป็นบอสตัวสุดท้ายของเกม Elden Ring เนื่องจากคุณ Miyazaki ได้กล่าวว่า "Demigod ทั้ง 6 จะอาศัยอยู่ตามสถานที่ของตัวเองรอบๆ The Lands Between ซึ่ง ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะไปยังดินแดนของใครก่อน มันไม่ตายตัว และไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับ" ดังนั้นผู้เขียนจึงไม่คิดว่า Demigod คือบอสตัวสุดท้ายที่เราจะได้สู้ในเกมนี้ ไม่แน่ว่าอาจเป็นราชินี Marika เองที่เป็นบอสตัวสุดท้าย หรือไม่ก็อาจเป็นชายแก่ผู้ทำลาย Elden Ring เพื่อทดสอบว่าเราคู่ควรกับตำแหน่ง Elden Lord หรือไม่ฉากจบที่น่าจะมีหลายแบบเหมือนเกมรุ่นพี่หากอ้างอิงจากทฤษฎีที่กล่าวมา คำถามสุดท้ายสำหรับผู้เขียนที่มีต่อวงแหวน Elden Ring อันเป็นพลังพรที่มอบให้กับผู้คนใน The Lands Between คือ "มันเป็นสิ่งจำเป็นจริงๆ หรือ?" เหมือนกับเปลวเพลิงใน Dark Souls ที่ทำให้เกิดการต่อสู้ระหว่างแสงสว่าง และความมืด การมีอยู่ของ Elden Ring ก็อาจนำพาให้เกิดยุคสมัยที่ล่มสลายอีกครั้ง วงแหวนต้องถูกทำลาย เหล่า Tarnished จะถูกเรียกกลับมา แล้วสงครามครั้งใหม่ก็จะเกิดขึ้นอีก การเลือกเส้นทางที่ไม่ต้องมี Elden Ring อีก (ทำลายทิ้งไปจริงๆ เลย) แล้วหาวิธีใช้ชีวิตอยู่ให้ได้โดยไม่มีมัน อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่ารึเปล่า? เหมือนกับฉากจบหลายแบบของ Dark Souls ที่มักให้เลือกว่าจะต่ออายุของกองไฟ หรือสิ้นสุดอายุของยุคเปลวไฟ ในเกมนี้เองก็น่าจะมีให้เลือกระหว่างสร้าง Elden Ring ขึ้นมาใหม่จากชิ้นส่วน The Great Runes ที่เรารวบรวมมา หรือทำลายมันทิ้งไปเลยเช่นเดียวกันณ สุดท้ายนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่าทั้งหมดที่เพื่อนๆ ได้อ่านมา เป็นเพียง ทฤษฎี ซึ่งผู้เขียนคิดขึ้นมาเองสนุกๆ หลังจากได้อ่านคำโปรยบนหน้าเว็บไซต์ของ Bandai Namco และบทสัมภาษณ์กับคุณ Miyazaki เนื้อเรื่อง และฉากจบจริงๆ ของเกมอาจไม่เป็นเช่นนี้เลย และคงมีแต่ต้องรอเล่นเกมเต็มในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2022 เพื่อเรียนรู้ความจริงเกี่ยวกับเนื้อเรื่องของเกมเท่านั้น
16 Nov 2021
[บทความ] Far Cry 6 กับการปฏิวัติคิวบาเขย่าหน้าประวัติศาสตร์ของฟิเดล คาสโตร
เป็นเรื่องปกติสำหรับเกมของ Ubisoft กับการนำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาใช้ในวิดีโอเกมของตนเอง ไม่ว่าจะใช้แบบตรงไปตรงมาอย่างเกมชุด Assassin's Creed หรือการใช้ในทำนองดัดแปลงบางส่วนอย่างเกมชุด Far Cry โดยเฉพาะในภาคหลังๆ สำหรับ Far Cry 5 ที่นำเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อันมิอาจถูกลืมของสาธุคุณ จิม โจนส์ กับลัทธิสุดคลั่ง จนถึงปัจจุบัน Far Cry เดินทางมาถึงภาค 6 ซึ่งไม่ว่าพิเคราะห์อย่างไร เรารู้ทันทีว่าเรื่องราวของกลุ่มปฏิวัติในเกาะแถบแคริบเบียน, การต่อสู้ด้วยยุทธวิธีกองโจร และการรวมกลุ่มหลายขบวนการเพื่อต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารจอมคอร์รัปชัน ทุกปัจจัยล้วนมุ่งตรงไปยังเรื่องราวของประเทศเดียวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนี้คือเรื่องราวที่เป็นต้นแบบของ Far Cry 6 การปฏิวัติแห่งสาธารณรัฐคิวบาเพื่อล้มล้างรัฐบาลขี้ฉ้อของฟุลเฮนซิโอ บาติสตา โดยขบวนการปฏิวัติ “26 กรกฎาคม” ภายใต้การนำทัพของบุรุษนาม “ฟิเดล คาสโตร”จุดเริ่มต้น: การแทรกแซงของสหรัฐอเมริกาจุดกำเนิดรัฐบาลของนายฟุลเฮนซิโอ บาติสตา เป็นผลพวงมาจากการครอบงำและแทรกแซงของประเทศสหรัฐอเมริกา ย้อนไปในช่วงหลังจากจบสงครามสเเปนิช-อเมริกัน อำนาจในการควบคุมคิวบาถูกส่งต่อไปยังสหรัฐจากเดิมที่เป็นของประเทศสเปน สหรัฐได้เขียนรัฐธรรมนูญโดยมีบทบัญญัติอันลือชื่อซึ่งเรียกว่า “Platt Amendment” เพื่อครอบงำและแทรกแซงคิวบาโดยเฉพาะ มีเนื้อหาโดยสังเขปกำหนดโดยนัยไว้ว่าคิวบาต้องยอมให้สหรัฐแทรกแซงอำนาจอธิปไตย “โดยไม่มีเงื่อนไข” เพื่อประโยชน์แก่การรักษาเอกราชของคิวบาเอง (ทำท่าไขว้นิ้ว) ผลจากรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว คิวบาก่อตั้งเป็นสาธารณรัฐอย่างเป็นทางการภายใต้การปกครองของรัฐบาลชุดแรกที่มีนายโทมาส เอสตราดา พัลม่า เป็นประธานาธิบดี โดยการปกครองของรัฐบาลชุดนี้ เศรษฐกิจคิวบาดีขึ้นอย่างทันตาเห็น เพราะได้อานิสงส์จากสนธิสัญญาการค้าน้ำตาลระหว่างสหรัฐ โดยสหรัฐเป็นผู้ผูกขาดการซื้อขายน้ำตาจากคิวบาเพียงเจ้าเดียว(โทมาส เอสตราดา พัลม่า)อนาคตดูสดใสสำหรับรัฐบาลของนายโทมาส แต่ต่อมาเกิดความไม่เสถียรภาพในการปกครอง ถึงแม้ว่าจะชนะการเลือกตั้งในปี 1905 จากการที่รัฐบาลของตนถูกขั้วอำนาจตรงข้ามกล่าวหาว่ารัฐบาลของเขาโกงการเลือกตั้งและฉ้อเงินบำนาญ อีกกระทั่งเขาไม่สามารถปฏิรูปรัฐบาลเพื่อลดแรงเสียดทานทางการเมืองได้ ความวุ่นวายลุกลามจนเกิดการจลาจลไปทั่ว นายโทมาสจึงร้องขอความช่วยเหลือไปยังสหรัฐให้ลงมาควบคุมสถานการณ์ โดยช่วงแรกทางสหรัฐส่งคนมาเจรจา แต่การเจรจาไม่เป็นผล จึงใช้ไม้แข็งโดยการแต่งตั้งนายวิลเลียม โฮเวิร์ด ทาฟท์ ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการสงครามแห่งสหรัฐอเมริกา (ต่อมาเปลี่ยนเป็นกระทรวงกลาโหม) ให้เป็นผู้สำเร็จราชการของคิวบา เป็นคำสั่งที่ส่งตรงมาจากประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา “นายธีโอดอร์ รูสเวลต์” ซึ่งให้นายวิลเลียมปกครองสาธารณรัฐคิวบาจนกว่าการเมืองภายในประเทศเกิดเสถียรภาพ(วิลเลียม โฮเวิร์ด ทาฟท์)(ธีโอดอร์ รูสเวลต์)เมื่อความวุ่นวายเริ่มคลี่คลาย ในปี 1909 ทางสหรัฐยุติปกครองคิวบาโดยนายวิลเลียม และมีการถอนกำลังทางทหารทั้งหมดในปีเดียวกัน คิวบากลับไปสู่การปกครองจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอีกครั้ง โดยมีรัฐบาลรวมทั้งสิ้นสามชุด แต่ก็เหมือนการฉายภาพซ้ำ เกิดปัญหาในระหว่างปกครองและก็มีการแทรกแซงจากสหรัฐเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและศาสนาในช่วงรัฐบาลของนายโจเซ มิเกล โกเมส จนเกิดเหตุการณ์นองเลือดขั้นรุนแรง ปัญหาการฉ้อโกง, ปัญหาการใช้ความรุนแรง และโกงการเลือกตั้งในช่วงรัฐบาลของนายมาริโอ การ์เซีย เมโนกัล ปัญหาทางการเงินในช่วงรัฐบาลของนายอัลเฟรโด้ ซายาส เย อัลฟอนโซ โดยต้องทำเรื่องกู้เงินจากสหรัฐเพื่อแก้ปัญหา (อัลเฟรโด้ ซายาส เย อัลฟอนโซ)ซึ่งประเด็นที่สำคัญอยู่ที่เรื่องราวของรัฐบาลของนายอัลเฟรโด้ ถึงแม้ว่าจะแก้ปัญหาวิกฤตทางการเงินได้ แต่ปัญหาการคอร์รัปชันทะลักจุดแตก เกิดการจลาจลขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีกระแสแง่ลบต่อตัวเขามากมายเกินจะทัดทาน นายอัลเฟรโด้จึงไม่ได้รับเสนอชื่อจากพรรคให้ลงเขาชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี ตัวเขาเองเลยให้การสนับสนุนคนในพรรคตัวเองอย่าง นายพลเกเรอโด เย โมราเลส ลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีคนใหม่แทนเขา นายพลเกเรอโดได้รับคะแนนเสียงแบบล้นหลามด้วยนโยบายเราจะทำตามสัญญาขอเวลาอีกไม่นานแล้วคิวบาที่งดงามจะคืนกลับมา เขาก้าวขึ้นสู่การเป็นประธานาธิบดีเต็มข้อ นำคิวบาเข้าสู่ยุค “เผด็จการทหาร” เต็มแข้ง(เกเรอโด เย โมราเลส)สวัสดี ยุคเผด็จการทหารของฟุลเฮนซิโอ บาติสตาการปกครองคิวบาภายใต้นายพลเกเรอโด ช่วงสมัยแรกยังดูทรงดี แต่เริ่มมาออกลายช่วงสมัยที่สอง เรียกว่าอะไรที่ “เผด็จการทหาร” ทำ เขาทำตามหลักสูตรทั้งหมด ตั้งแต่การปิดปากประชาชน ควบคุมสื่อ ระงับการชุมนุม แจกกล้วยอุดปาก ไปจนการใช้กำลังกำราบขั้วตรงข้าม ต่อมา ปัญหาเศรษฐกิจกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากเขาไม่สามารถควบคุมราคาน้ำตาลได้ตามที่สัญญาไว้ ถือว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเพราะการส่งออกน้ำตาลเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจคิวบา สหรัฐต้องกลับมาแทรกแซงอีกครั้งโดยการเจรจากับรัฐบาลนายพลเกเรอโด ถึงแม้จะเจรจากันแล้ว สุดท้ายนายพลเกเรอโดไม่ยอมลาออก จึงโดนกองทัพขับไล่ออกจากประเทศไป แต่อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าสู่ยุคเผด็จการทหารแล้ว จะไม่มีวันออกจากยุคนี้ได้ง่ายๆ กองทัพเข้าครอบงำและชักใยการเมืองภายในประเทศแบบเบ็ดเสร็จผ่านผู้นำที่ตนเลือก นำโดย สิบเอกฟุลเฮนซิโอ บาติสตา แม้ว่าหลังจากนี้คิวบาก็มีรัฐบาลอีกหลายชุด แต่ล้วนถูกแต่งตั้งและถอดถอนโดยเขาเองด้วยเหตุผลหลากหลาย(ฟุลเฮนซิโอ บาติสตา)หลังจากชักใยอยู่เบื้องหลังพักใหญ่ ฟุลเฮนซิโอที่ตอนนี้เป็นพันเอกได้ลงเลือกตั้งเองและชนะการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งในสมัยต่อมา ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งที่เขาไว้วางใจกลับพ่ายแพ้ เขากลับมาอีกครั้งด้วยการก่อรัฐประหารรัฐบาลของนายคาลอส ปรีโอ โซคาราส ก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่จะจัดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้าเท่านั้น เขาปกครองประเทศอยู่ประมาณ 2 ปีกว่า ซึ่งเขาขอให้รัฐสภาจัดการเลือกตั้งและก็ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีเพราะเป็นการเลือกตั้งที่ไม่มีคู่แข่ง (ใครมันจะกล้า) ภายใต้การปกครองรอบนี้ของฟุลเฮนซิโอ เกิดกระแสต่อต้านเขาอย่างรุนแรงจากหลายปัจจัย นอกจากปัญหาคอร์รัปชันแล้ว มีอีกปัจจัยหลักที่เป็นเชื้อไฟชั้นเยี่ยมคือผลกระทบจากพระราชบัญญัติน้ำตาล ปี 1956 มีใจความว่าสหรัฐจะลดปริมาณการซื้อน้ำตาลจากคิวบาเพื่อสนับสนุนผู้ผลิตน้ำตาลภายในประเทศตัวเอง สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจขั้นรุนแรง รวมไปถึงการต่อต้านความชอบธรรมในการเลือกตั้งของเขาในครั้งล่าสุด เกิดขบวนการต่อต้านฟุลเฮนซิโอ โดยการนำทัพของนายฟิเดล คาสโตรคาสโตรและผองเพื่อนคาสโตรเป็นนักกิจกรรมตัวกลั่น เขาจบนิติศาสตร์ และเขากำลังจะลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่กลับถูกพันเอกฟุลเฮนซิโอชิงก่อการรัฐประหารเสียก่อน คาสโตรคิดว่าเขาคงสู้ฟุลเฮนซิโอในระบบไม่ได้ ต้องออกมาสู้กันนอกระบบ คาสโตรได้ก่อตั้งขบวนการต่อต้านฟุลเฮนซิโอโดยมีเป้าหมายในการจุดกระแสการก่อการลุกฮือโดยประชาชน (uprising)(ฟิเดล คาสโตร)เขาและขบวนการได้เริ่มก่อเหตุบุกเขาปล้นสะดมค่ายทหารซานติอาโก การปล้นสะดมคว้าน้ำเหลว หลายคนถูกฆ่า ส่วนคาสโตรกับนายราอูลที่เป็นพี่ชายของเขาถูกจับกุม หลังจากนั้นเขาทั้งสองได้รับการอภัยโทษและได้เดินทางไปยังประเทศเม็กซิโกเพื่อทำการรวบรวมกำลังและวางแผนในการต่อสู้กับรัฐบาลของฟุลเฮนซิโออย่างไม่ลดละ ต่อมา เขากลับมาคิวบาอีกครั้งโดยอาศัยทางเรือยอชต์ โดยมีผู้ร่วมขบวนการ 26 กรกฎาคม 81 นาย รวมถึงราอูลและนายเช เกวารา พวกเขาถูกกองทัพโจมตีจึงต้องลาดถอยไปยังเทือกเขาเซียร์รา มาเอสตรา ซึ่งเป็นชัยภูมิหลักที่ใช้ในการดำเนินยุทธวิธีกองโจรเพื่อต่อต้านฟุลเฮนซิโอ ในเวลาเดียวกันก็เกิดความวุ่นวายทั่วทุกแห่ง อย่างเกิดสงครามกลางเมืองนำโดยคณะปฏิวัติ (Directorio Revolucionario) ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษา พวกเขาทำการบุกเข้าทำเนียบประธานาธิบดีจนเกิดเหตุนองเลือด  เกิดการพยายามนัดหยุดงานนำโดยสหภาพแรงงาน แต่ความพยายามไม่เป็นผล เนื่องจากฝั่งฟุลเฮนซิโอขู่ไว้ว่าถ้าใครเข้าร่วม จะตกงานทันทีและไม่ถูกว่าจ้างอีกถาวร เกิดการบุกเข้ายึดเมืองท่าอย่างจังหวัดเซียนฟูเอกอส ซึ่งถูกฝั่งรัฐบาลยึดคืนในเวลาต่อมา มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่าร้อยคน จากเหตุปะทะ(เช เกวารา)และเมื่อความวุ่นวายเกิดขึ้นจนยับยั้งไม่ได้ วิธีการสุดแสนคลาสสิกของเผด็จการทหารก็ถูกหยิบมาใช้ กับการคุกคามเสรีภาพในการแสดงออก ทางนายฟุลเฮนซิโอบีบให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกอีกต่อไป แน่นอนว่าเศรษฐกิจของคิวบาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการก่อการทั่วทุกแห่งหน เมื่อสหรัฐเห็นว่าทางรัฐบาลของฟุลเฮนซิโอไม่สามารถควบคุมสถานการณ์และประกอบกับใช้ความรุนแรง สหรัฐจึงทำการคว่ำบาตรคิวบาทุกทาง ส่วนฝั่งฟุลเฮนซิโอจึงใช้โอกาสนี้เลื่อนจัดการเลือกตั้งอ้างเหตุความไม่สงบ (โคตรคุ้น) การพยายามโต้กลับของฟุลเฮนซิโอฟุลเฮนซิโอได้สั่งการโจมตีฐานที่มั่นของขบวนการ 26 กรกฎาคม ที่เทือกเขาเซียร์รา มาเอสตรา เพราะเขาคิดว่าทางประชาชนไม่ได้สนับสนุนคาสโตรสักเท่าไร จากการนัดหยุดงานที่ล้มเหลวหลายครั้ง ผลคือกองทัพของเขาถูกฝั่งขบวนการ 26 กรกฎาคมไล่ต้อนกลับ สุดท้ายจบลงด้วยการลาดถอยของฝ่ายกองทัพเองส่วนคาสโตรก็ทำการกดดันฝั่งรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะออกแถลงการณ์ขอให้นัดหยุดงาน ข่มขู่ฝ่ายรัฐบาล จนไปถึงลักพาตัวพลเรือนชาวอเมริกันและแคนาเดียนรวมไปถึงพวกทหารอเมริกา แต่สุดท้ายกระแสตีกลับอย่างรุนแรง คาสโตรจึงต้องปล่อยตัวพวกเขาในเวลาต่อมา(ฟิเดล คาสโตร กับพรรคพวก ณ เทือกเขาเซียร์รา มาเอสตรา)เมื่อถึงกำหนดการเลือกตั้งใหม่จากที่ถูกเลื่อน ก็เป็นที่คาดเดาได้ว่าเกิดการฉ้อโกงในการเลือกตั้งอีกแล้ว จากการแทรกแซงของฟุลเฮนซิโอ การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ลงสมัครสามราย ได้แก่ นายแอนเดรีย รีเวอร์โร อกูเอโร ซึ่งเป็นคนของฟุลเฮนซิโอ, นายราม่อน เกรา ซาน มาติน อดีตประธานาธิบดี และนายคาลอส มาเกซ สเตอร์ลิง ผู้ที่มีกระแสได้รับการยอมรับจากคนหลายฝ่ายในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้ชนะการเลือกตั้งคือนายแอนเดรีย ความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งครั้งนี้ปรากฏเมื่อทางนายแอนเดรียชนะเพราะบัตรเสียในการเลือกตั้งจากจังหวัดโอเรียนเตและลัสบียัส ซึ่งเป็นจังหวัดที่พวกกลุ่มปฏิวัติควบคุมอยู่ แม้จะมีผลการเลือกตั้งว่านายคาลอสชนะการเลืองตั้งในอีก 4 จังหวัดก็ตาม มันจบแล้วครับนายผลจากการเลือกตั้งอันฉ้อฉลซึ่งทำให้การสนับสนุนที่มีต่อฟุลเฮนซิโอลดน้อยถอยลงและกำลังทหารที่อ่อนแอลงจากการถูกคว่ำบาตรของสหรัฐ เป็นเหตุให้ยุทโธปกรณ์ร่อยหรอ ประกอบกับฝ่ายปฏิวัติได้สรรพาวุธจากต่างแดน คาสโตรรู้ว่านี้คือโอกาสทองที่จะเผด็จศึกรัฐบาลจอมฉ้อฉล กลุ่มปฏิวัติภายใต้การนำของเช เกวาราทำการบุกฐานทัพในเมืองซานตา คารา ผลคือสำเร็จลุล่วง ซึ่งกลุ่มปฏิวัติสามารถยึดรถไฟหุ่มเกราะที่บรรทุกอาวุธและกระสุน ทางฟุลเฮนซิโอเห็นท่าไม่ดี จึงหลบหนีออกจากประเทศไปยังสาธารณรัฐโดมินิกัน จากนั้นไปเกาะมาเดรา หมู่เกาะของประเทศโปรตุเกส ใช้ชีวิตที่นั่น จวบจนวันตาย คาสโตรประกาศชัยชนะในการปฏิวัติครั้งนี้ และไม่เจรจากับผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายพลยูโลจีโอ คานทิลโลที่ได้รับมอบอำนาจมาจากฟุลเฮนซิโอก่อนเขาจะหลบหนีและแต่งตั้งตัวเองกับพรรคพวกเป็นรัฐบาลเฉพาะกาล ต่อมา เช เกวารานำขบวนการปฏิวัติเดินทางเข้าเมืองฮาวานาโดยไม่มีผู้ใดต่อต้าน หลังจากนั้นมีการรัฐบาลเฉพาะกาลของฝั่งปฏิวัติ โดยนายมานูเอล อูรูเชียน เลโอ เป็นประธานาธิบดี และนายฟิเดล คาสโตร เป็นนายกรัฐมนตรี และแล้ว คิวบาก็เข้าสู่ยุคเถลิงอำนาจของฟิเดล คาสโตร อย่างเป็นทางการ(ฟิเดล คาสโตร (คนขวา) ระหว่างนั่งรถหุ้มเกราะ บุกเข้าเมืองฮาวานา ในวันที่ 8 มกราคม 1959)จากการปฏิวัติคิวบา สู่ Far Cry 6หาใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับการนำเรื่องปฏิวัติคิวบามาดัดแปลงและถ่ายทอดในวิดีโอเกมจนกลายเป็น “สูตรสำเร็จหรือแม่แบบ” (trope) ของเกมที่มีเรื่องราวการปฏิวัติหรือล้มล้างระบอบเผด็จการทหารโสโครก โดยกลุ่มประชาชน คนตัวเล็กตัวน้อย ผู้เป็นชนชั้นเบี้ยหมากในโลกแห่งทุนนิยม ใช้การต่อสู้ด้วยยุทธวิธีกองโจร ไม่ว่าจะนำมาใช้อย่างตรงไปตรงมา หรือบิดให้แตกต่าง แต่สุดท้ายเรามักเห็นว่ามันไม่ได้ผิดแผกจากสูตรสำเร็จซึ่งเป็นหัวใจของเรื่องราวปฏิวัติคิวบา โดยองค์ประกอบหลักคือ การก่อการลุกฮือโดยประชาชนเพื่อโค่นเผด็จการทหารคอร์รัปชัน, การต่อสู้ด้วยยุทธวิธีกองโจร, การรวมกลุ่มหลายขบวนการเพื่อต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ, การสืบทอดอำนาจของฝั่งเผด็จการ และการสนับสนุนเผด็จการจากเหล่านายทุนสูตรสำเร็จดังกล่าวถูกนำมาใช้ในวิดีโอเกมอย่างต่อเนื่อง ถูกนำเสนอในหลายมุมมอง เริ่มตั้งแต่เกมในปี 1987 อย่างเกม Guevara หรืออีกชื่อคือ Guerrilla War ของทีมพัฒนา SNK เป็นการนำเรื่องราวปฏิวัติคิวบามาใช้แบบตรงไปตรงมา แต่ต่อมาถูกปรับแก้ทั้งชื่อเกม, ตัวละคร และเรื่องราวในเกม สำหรับการจำหน่ายเกมนี้ในตลาดประเทศอเมริกาปฏิวัติคิวบามักเป็นของคู่กันเกมจำพวกแนวสงครามชื่อดังที่เราเห็นผ่านตาจนชินชา อย่าง Just Cause, Call of Duty: Black Ops และหากเอ่ยถึงเรื่องเกมซึ่งใช้เรื่องราวของเผด็จการในเกาะแถบแคริบเบียน เราไม่กล่าวถึงเกมนี้คงเป็นเรื่องผิดมหันต์ กับเกมแนวสร้างเมืองซึ่งจำลองแนวคิด กลเม็ดของเผด็จการแบบ “เจ็บแต่จริง” จนเคยโดนแบนในบ้านเรา กับเกม Tropico เหตุเพราะ “เนื้อหาเกมบางส่วนอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ” (ทำท่าไขว้นิ้วรอบที่สอง)“นิว อีร่า ขอแจ้งให้ทราบว่า ผลการตรวจพิจารณาเกม Tropico 5 จากสำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ปรากฏว่าคณะกรรมการฯ มีมติไม่อนุญาต เนื่องด้วยเนื้อหาเกมบางส่วนอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ จึงทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถวางจำหน่ายเกม Tropico 5 ได้”เมื่อศึกษาจากประวัติศาสตร์ข้างต้น เราเห็นภาพซ้อนในหลายจุดระหว่างเกมและประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน กับการนำเรื่องราวปฏิวัติคิวบามาใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อดัดแปลงสู่เกม Far Cry 6 Far Cry 6 เต็มไปองค์ประกอบของสูตรสำเร็จสำหรับเกมแนวดังกล่าว อย่างเรื่องสงครามอสมมาตรในรูปแบบการต่อสู้ด้วยยุทธวิธีกองโจรของขบวนการ 26 กรกฎาคมที่เทือกเขาเซียร์รา มาเอสตรา โดยเช เกวารานำประสบการณ์การต่อสู้ที่สั่งสมมาจากการก่อปฏิวัติคิวบา เขียนเป็นหนังสือ “ทฤษฎีสงครามกองโจร” วางจำหน่ายเพียง 2 ปีให้หลังจากปฏิวัติคิวบาสำเร็จ และหนังสือเล่มนี้ก็กลายเป็นหนังสือคู่มือ แนะแนวทางของการใช้ยุทธวิธีกองโจร โดยเช เกวารา เน้นย้ำถึงเรื่องความจำเป็นในการสร้างแรงจูงใจทางการเมืองสำหรับยุทธวิธีกองโจร รวมถึงการบริหารจัดการองค์กรและยุทธปัจจัยของกลุ่มปฏิวัติ ซึ่งเราก็พบว่า Far Cry 6 นำเสนอถึงประเด็นนี้เช่นกันเกมยังนำเสนอถึงพฤติกรรมของเผด็จการทหาร ตั้งแต่การคอร์รัปชัน, ปิดปากประชาชน, สืบทอดอำนาจจนถึงกำจัดผู้เห็นต่างด้วยวิธีโสมม ซึ่งผู้คนในคิวบา, เกาะยาร่า (และพวกเรา) ต้องเผชิญ แต่ท้ายที่สุด เป็นเรื่องปลายเปิดที่ผู้เล่นต้องไปพิจารณากันเองว่าหลังจากช่วงจบเกมแล้ว แดนี่จะพายาร่าไปในทิศทางใดประชาธิปไตยที่พวกเขาใฝ่หา หรือลงเอยซ้ำรอยประวัติศาสตร์ กับการครองและสืบทอดอำนาจแบบฟิเดล คาสโตร เป็นเวลาหลายทศวรรษแหล่งข้อมูลอ้างอิง:https://www.britannica.com/event/Cuban-Revolutionhttps://www.cambridge.org/core/journals/journal-of-economic-history/article/abs/us-sugar-program-and-the-cuban-revolution/7110242CB9BF1CFDA167D05A283A8FF8https://www.worldatlas.com/articles/presidents-of-cuba-since-1909.htmlhttps://www.wired.com/story/far-cry-6-cuban-representation/https://thematter.co/thinkers/tropico6-and-dictatorship/75352https://www.bangkokbiznews.com/blogs/columnist/106793
15 Nov 2021
Preview CNT : Elden Ring กว่า 2 ปีที่รอคอย นี่แหละโลกใบใหม่ที่สวยงาม
กว่า 12 ปีแล้วที่โลกได้รู้จักกับเกมสไตล์ Souls ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวอันเป็นปริศนา และเกมเพลย์ที่ยากอันเป็นเอกลักษณ์ Souls ได้สร้างมาตรฐานใหม่ของ Modern Dungeon Crawler แม้ว่าในปัจจุบันเราจะได้เห็นเกมแนวนี้ถูกพัฒนาออกมาขายมากขึ้น แต่ที่กำกับโดยคุณ Hidetaka Miyazaki บิดาแห่งเกมแนว Souls ทั้งปวง ยังคงมีเสน่ห์ที่มากกว่าผลงานไหนๆ ในตลาดแม้จะผ่านมาแล้วถึง 1 ทศวรรษ Elden Ring คือโลกใบที่ 7 ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของคุณ Miyazaki และเป็นเกมลำดับที่ 11 ของเขาในฐานะนักพัฒนาเกม และยังเป็นเกม From Software ทะเยอทะยานมากที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา โดยต้องขอบคุณทาง Sicom เป็นอย่างมากที่มอบโอกาสให้พวกเรา GameFever Th ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมทดสอบเกมในรอบ Close Network Test ที่ผ่านมา ตัวผู้เขียนเป็นแฟนคนหนึ่งของเกมซีรีส์ Souls และตื่นเต้นมากๆ ในการได้มีโอกาสได้เข้าไปเล่นก่อนในครั้งนี้ ดังนั้นจึงอยากเอาประสบการณ์ที่ได้ มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังในบทความนี้โลกใบใหม่ที่สวยงาม กับต้นไม้ทองตระหง่านยักษ์สิ่งแรกที่ได้เห็นหลังจากผ่าน Tutorial ของเกม คือดินแดนที่มีท้องฟ้า ทุ่งหญ้าแสนกว้างใหญ่ และต้นไม้ทองคำยักษ์ที่สูงตระหง่านคอยส่องแสงให้กับโลกทั้งใบ ภาพที่เห็นนี้นับว่าแตกต่างจากเกมตระกูล Souls Borne ทั้งหมดที่มักยอมสีของท้องฟ้าด้วยสีดำ หรือให้เราเดินทางสำเร็จดันเจี้ยนที่มืดมิด กล่าวคือ Elden Ring ให้ความรู้สึกที่ปลอดโปร่งมากกว่าเกม Souls ไหนๆ ที่ผ่านมาอีกหนึ่งจุดที่แตกต่างกันคือโลกใบนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ ใบหญ้า และเหล่าสัตว์ ทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวากว่า อยากเดินทางสำรวจมากกว่า และเป็นจุดเริ่มต้นของการได้รับรู้ว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่ขนาดไหน การเดินทางสำรวจก็ให้ความรู้สึกที่เป็นอิสระมากกว่าเกม Souls ภาคไหนๆ ส่วนหนึ่งเชื่อว่ามาจากการที่โลกของเกมเป็นแผนที่ขนาดใหญ่ ที่สามารถเดินทางไปไหนก็ได้แม้ว่าโดยรวมแล้วโลกของเกมจะดูสดใสขึ้น แต่บรรยากาศแบบ Souls ก็ไม่ได้หายไปเลยเสียทีเดียว เนื่องจากในโลกที่กว้างใหญ่ของ Elden Ring จะมีการใส่ Dungeon ต่างๆ ไว้บนแผนที่ ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่เข้าไปยังดันเจี้ยนเหล่านี้ บรรยากาศเดิมๆ ที่เราเคยได้สัมผัสในเกม Souls จะกลับมา รวมไปถึงศัตรูที่ได้เจอเองก็มีทั้งคน ปีศาจ และยักษ์ปะปนกันไป ก็คือทั้งรักษาของเก่าที่ดีๆ ไว้ และใส่อะไรใหม่ๆ น่าตื่นเต้นเขาไปด้วยนั้นเองการกระโดด / การขี่ม้าที่ถูกเพิ่มเข้ามา และ Weapon Art สุดน่าตื่นเต้นใครจะไปคิดว่าการที่แค่ทำให้ตัวละครกระโดดได้ จะทำให้เกมเพลย์ของ Elden Ring แตกต่างจากเกมตระกูล Souls อื่นๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากการเคลื่อนไหวที่เพิ่มมาในแนวตั้งนี้ ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับเราได้มากขึ้นทั้งการโจมตี และการหลบ นอกจากนี้การกระโดดได้ยังช่วยให้การสำรวจในสถานที่ต่างๆ สามารถทำได้ง่ายกว่าเดิม และในขณะเดียวกันก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดในการเล่นเล็กน้อยด้วยโลกที่กว้างใหญ่ย่อมหมายถึงการเดินทางสำรวจที่ต้องใช้เวลา ม้า เป็นพาหนะที่ขาดไม่ได้ในเกมประเภทนี้ ซึ่งในเมื่อใส่ม้าเข้ามาแล้ว ทีมพัฒนาจึงได้ใส่ลูกเล่นการต่อสู้บนหลังม้าเข้ามาด้วย ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ผู้เล่นเท่านั้นที่ขี่ม้าได้ ศัตรูบางตัว รวมถึงบอสบางตัวก็ปรากฏตัวบนหลังม้าเช่นเดียวกัน เกมเพลย์บนหลังม้าจะแตกต่างจากบนพื้นดินค่อนข้างมาก แน่นอนว่าเราสามารถโจมตี รวมถึงใช้เวทมนตร์โจมตีได้ในขณะอยู่บนหลังม้า แต่ส่วนที่แตกต่างกันคือความเร็วในการเคลื่อนที่ซึ่งเร็วกว่ามาก แถมยังสามารถโจมตีม้าอีกฝ่ายจนตายเพื่อให้ศัตรูตกจากหลังม้าได้ด้วย ต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควรเลย โดยรวมแล้วการเดินทางด้วยม้าให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างดีเมื่อต้องสำรวจโลกที่กว้างใหญ่เช่นนี้ นอกจากนี้ลูกเล่นการขึ้นลงม้ายังช่วยมอบความหลากหลายในการต่อสู้ให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการขี่ม้าต่อสู้กับมังกร เรียกได้ว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่เลยทีเดียวอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือเรื่องของ Weapon Arts ที่มีการให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีความหลากหลายยิ่งกว่าเกมที่ผ่านๆ มา สกิลโจมตีพิเศษของอาวุธในแต่ละประเภทนี้ ทำให้เกมเพลย์ของ Elden Ring ไม่น่าเบื่อเลย และเพิ่มความน่าตื่นเต้นในการได้ลองใช้อาวุธใหม่ๆ ที่เราไม่เคยมี ท่าโจมตีพิเศษของอาวุธแต่ละประเภทอาจเป็นได้ทั้งการโจมตีด้วยท่าฟันพิเศษ หรือเป็นการเรียกใช้พลังธาตุแฝงมาเคลือบอาวุธ หรือแม้กระทั่งการเรียกฟ้าผ่าลงมาโจมตีศัตรูเท่าที่ผู้เขียนได้ลองเล่น Weapon Arts ต้องยอมรับว่าการได้ใช้ท่าโจมตีพิเศษพิฆาตศัตรู เป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกที่ดีมากจริง แต่มันจะน่าตื่นเต้นที่สุดเมื่อถูกเอาไปใช้ในการประลองระหว่างผู้เล่นด้วยกัน เนื่องจากความหลากหลายของอาวุธ และ Weapon Art ได้ทำให้การต่อสู้ในแต่ละครั้งไม่จำเจ และน่าตื่นเต้นอยู่เสมอ พอเพิ่มการกระโดดเข้าไปอีกความหลากหลายในการต่อสู้ก็ยิ่งมากขึ้นไปอีก คงบอกได้แค่สั้นๆ ว่ามันสนุกมากๆ ครับ (ป.ล โล่บางอันก็มีท่าโจมตีพิเศษของตัวเองด้วยนะ)(ขอบคุณภาพจาก Oroboro)การปรับปรุงบางส่วนที่ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้นมีสำนวนหนึ่งได้กล่าวว่า "อะไรที่ดีอยู่แล้วก็ให้มันอยู่แบบนั้นต่อไป แต่อะไรที่ยังดีได้มากกว่านี้อีกก็ควรจะปรับปรุงให้มันดีขึ้น" สิ่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับ Elden Ring โดยมี 2 ระบบที่ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นคือการ Fast Travel ที่ใช้ประโยชน์จากการที่มี Mini Map และตัวช่วยในการเข้าสู่การเล่นแบบ Multiplayerก่อนอื่นการ Fast Travel ใน Elden Ring ไม่จำเป็นต้องทำจากจุดเซฟหนึ่งไปยังอีกจุดเซฟหนึ่งอีกต่อไป หากไม่อยู่ในการต่อสู้ผู้เล่นสามารถเปิด World Map ขึ้นมาแล้วกดที่จุดเซฟซึ่งต้องการวาร์ปไป แล้วทำการ Fast Travel ได้ทันที ระบบนี้ช่วยทำให้การเดินทางไปยังจุดหมายที่ต้องการจริงๆ ทำได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องมานั่งนึกว่าสถานที่ซึ่งเราต้องการไป ต้องวาร์ปไปยังจุดไหนถึงจะใกล้ที่สุด เนื่องจากในระหว่างเลือกจุดวาร์ปเราสามารถดูแผนที่ไปพร้อมๆ กันได้เลยด้วย ส่วนตัวคิดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อมาคือการไปยังโลกคนอื่นไม่ว่าจะเป็นการไปเพื่อ Co-Op ปราบบอส หรือเพื่อ PvP ก็ตาม ใน Elden Ring จะมีหัวข้อ Multiplayer ให้เลยในหน้าชุดคำสั่ง ซึ่งเมื่อกดเข้าไปในโหมดนี้ ตัวเกมจะนำไอเทมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการเล่น Multiplayer ทั้งหมดขึ้นมาให้เลย ไม่จำเป็นต้องไปนั่งไล่หาเองในช่องเก็บของตัวละคร ทำให้การเข้าสู่ Multiplayer สามารถทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ตัวเกมบน PS5 โหลดเร็วมากในการทดสอบครั้งนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสเล่นบนเครื่อง PS5 โดยหนึ่งในจุดที่ประทับใจมากๆ คือความเร็วในการโหลดเข้าฉาก โหลดกลับมาเกิดใหม่ โหลดเมื่อทำการ Fast Travel ทั้งหมดทำได้อย่างรวดเร็ว แทบไม่ต้องเสียเวลารอเลย แน่นอนว่าพระเอกหลักของการโหลดเร็วไม่พ้น SSD ของเครื่องที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็ต้องชมผู้พัฒนาด้วยที่ทำการ Optimize ในส่วนนี้ออกมาได้ดีมีเจออาการภาพกระตุกบ้างเป็นบางครั้งแม้ว่าจากเท่าที่สัมผัสมา Elden Ring จะเป็นผลงานยอดเยี่ยมที่มีเรื่องให้ชมมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีจุดให้ติอยู่บ้าง หนึ่งในสิ่งที่ผู้เขียนพบแล้วรู้สึกหงุดหงิดมากเวลาเล่น คือปัญหา FPS Drop ที่เกิดขึ้นแบบสุ่มๆ บนเครื่อง PS5 ซึ่งตอนแรกคิดว่ามาจากการที่ตัวเกมอยู่ในโหมด Resolution ที่เน้นความละเอียดของภาพ แต่เปล่าเลยตัวเกมอยู่ในโหมด FPS ที่เน้นความลื่นไหลของภาพเป็นหลัก ภาพที่เจอคืออาการแบบอยู่ดีๆ เกมก็กระตุกค้างไปช่วงเวลาหนึ่ง แล้วโผล่กลับมาอีกครั้งก็โดยโจมตีโดยมอนสเตอร์แล้ว การกระตุกแบบไม่ทราบสาเหตุนี้บางครั้งก็ทำให้ตายได้ง่ายๆ เลย ซึ่งก็ทำเอาหัวร้อนอยู่บ้างในบางครั้ง ส่วนหนึ่งเชื่อว่ารอบทดสอบนี้ มีเพื่อให้ผู้เล่นรายงานบัคที่พบให้ผู้พัฒนาสามารถแก้ไขได้เสร็จก่อนเกมวางขายจริง ผู้เขียนคาดหวังว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขเมื่อเกมวางขายจริงช่วงเดือน 2 ปี หน้าเป็นเกมที่น่าคาดหวัง แฟนๆ From Software ไม่ควรพลาดโดยรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่า "สมกับการรอคอยที่ยาวนาน" ประสบการณ์ที่ได้ในตอนนี้สามารถพูดได้เต็มปากว่ารู้สึกดีมากๆ แทบจะรอให้ถึงวันวางขายจริงๆ ไม่ไหวแล้ว ด้วยความหลากหลายที่เพิ่มขึ้น โลกขนาดใหญ่ที่รอให้สำรวจ ศัตรูรูปแบบใหม่ที่เราไม่เคยเห็น และเหนือสิ่งอื่นใดคือปริศนาของเนื้อเรื่องที่น่าติดตามไม่แพ้เกมก่อนๆ ยังไงแฟนๆ From Software ไม่ควรพลาดครับ
15 Nov 2021
[บทความ] Spec Ops: The Line ยอดเกมที่ล้มล้างขนบเกมสงคราม
หมายเหตุ: บทความนี้มีการสปอยเนื้อหาบางส่วนของเกม Spec Ops: The Line และ The Last of Us Part IIไม่ว่าตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน อุดมคติในการดำรงอยู่ของวิดีโอเกมล้วนถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบความสนุกสุขใจให้กับผู้เล่น ทั้งความบันเทิงตามครรลอง หรือในอีกแง่มุมหนึ่งอย่างความทรมานบันเทิงที่เรามักประสบกับวิดีโอเกมประเภทเขย่าขวัญสั่นโสตประสาท ไม่ว่ามันบรรจุความทรมานสักเพียงใด มันยังคงอัดแน่นด้วยความบันเทิงอยู่ร่ำไป กลับกัน หากประสบการณ์ทุกข์ปนเศร้าเคล้าน้ำตา ไร้ซึ่งความรื่นเริง ไร้ซึ่งการประนีประนอม ไร้ซึ่งแสงสว่างปลายทางอุโมงค์ ทุกสิ่งที่เกมหยิบยื่นล้วนประดังประเดพร้อมกระทืบย้ำซ้ำเติมให้ผู้เล่นทั้งสิ้นหวัง แถมสะกิดใจให้ครุ่นคิดว่าสิ่งที่เราทำไป “มันถูกต้องแล้วหรือ?” เมื่อเทียบกับขนบที่เรามักพบในวิดีโอเกมแนวสงคราม แต่ถูกนำเสนอในมุมมองสมจริงและจับต้องได้ อย่างการนำเสนอเรื่องเข่นฆ่าโดยไร้ความปรานีแบบไม่ถูกเชิดชูความเป็นวีรบุรุษและไม่สร้างความชอบธรรมกับการกระทำดังกล่าว รวมถึงการน้อมรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาแม้โดยเนื้อแท้ของคำสั่งมันน่าขยะแขยงปานใด ทุกสิ่งที่กล่าวไว้ข้างต้น คือนิยามของเกม Spec Ops: The Lineแตกต่างจากหลายปีก่อน ในช่วงเวลาที่ Spec Ops: The Line เป็นเกมถูกประเมินค่าต่ำกว่าควร ปัจจุบันเชื่อว่ากลุ่มผู้เล่นเกมวงกว้างรู้จักเกมนี้มากขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน จากเสียงยกย่องสรรเสริญ Spec Ops: The Line ด้วยการสั่งสมชื่อชั้นในด้านเนื้อเรื่องดำดิ่งดุจหุบเหวลึกไร้จุดสิ้นสุด ยิ่งนานวัน เกมหาได้มีสถานะต่างจากไวน์ชั้นยอดที่ถูกหมักบ่มจนกลมกล่อม พร้อมให้ทุกคนลองลิ้มชิมรสชาติแห่งชีวิตระทมของกัปตันวอคเกอร์ (Captain Martin Walker) ผู้ก้าวล้ำข้ามเขตแดนของศีลธรรมแสนแห้งแล้ง ว่างเปล่า ไร้เข็มทิศชี้นำ ไม่ต่างจากการเดินทางอย่างไม่มีจุดหมายในทะเลทรายแห่งเมืองดูไบSpec Ops: The Line จำหน่ายในปี 2012 ในช่วงกระแสนิยมของการ “ทำเกมให้เป็นภาพยนตร์” เมื่อมองอย่างผิวเผิน ตัวเกมหาได้ฉีกออกจากกระแสนิยมของวิดีโอเกมในช่วงนั้น แต่หากพิจารณาโดยโครงสร้างของเกม Spec Ops: The Line อย่างละเอียด กลับเป็นเกมที่มีแนวคิดหลังสมัยใหม่ (Postmodernism) พอสมควร เนื่องจากเกมมีสิ่งที่เป็นสารัตถะของแนวคิดหลังสมัยใหม่ คือ การ “ล้มล้าง” (Subvert) แนวคิดสมัยใหม่ ซึ่งก็คือครรลองของวิดีโอเกม ณ เวลานั้น ผละตัวจากสูตรเกมสงครามที่มีอยู่ทั่วไปเกมนำเสนอด้วยระบบเกมการเล่นตามระเบียบปฏิบัติของ Cover-based Third-person Shooter วิ่ง ยิง ซิ่งเข้าที่กำบัง สั่งการลูกทีม และการเล่าเรื่องที่เป็นเส้นตรง ถึงแม้เกมมีตัวเลือก สุดท้ายปลายทางล้วนขึ้นตรงกับการตัดสินในช่วงท้ายเกมอยู่ดี ไม่ต่างจากมาตรฐานวิดีโอเกมตามยุคสมัยนั้นแต่อย่างใด เรื่องราวเริ่มต้น กัปตันวอคเกอร์, สิบโทลูโก้ และร้อยโทอดัม สังกัดเดลต้าฟอร์ซ ต่างย่างกรายเข้าไปในดูไบ เพื่อทำภารกิจช่วยเหลือพันโทคอนราดและกองพันทหารราบที่ 33 ซึ่งเป็นหน่วยที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือการอพยพในดูไบ เมื่อต้นสังกัดของพวกเขาได้รับข้อความเสียงจากพันโทคอนราด จึงมอบหมายนายทหารทั้งสาม มุ่งตรงเข้าดูไบทันที ช่วงแรก เกมใช้การเล่าเนื้อเรื่องตามมาตรฐานของเกมสงครามและระบบเกมการเล่นสุดแสนธรรมดา สร้างจังหวะการเล่นให้แก่ผู้เล่น หลอกล่อว่าคือเกมสงครามทั่วไป ภารกิจดังกล่าวได้พาพวกเขาประสบกับผู้คนมากหน้าหลายตา หลายฝักฝ่าย ต่างมีจุดประสงค์เป็นของตัวเอง ซึ่งในเกมปรากฏอยู่สามกลุ่มหลักคือ The Damned กลุ่มที่ยังฝักใฝ่ในคำบัญชาของพันโทคอนราดThe Exiles กลุ่มที่แยกตัวออกมาจากกองพันทหารราบที่ 33 เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของพันโทคอนราดGrey Fox กลุ่มของ CIA ที่เขามาแทรกแซงปฏิบัติการของกองพันทหารราบที่ 33 โดยควบคุมกลุ่มกองกำลังติดอาวุธซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยบางส่วนเกมไม่มีอะไรมากกว่าการเฝ้ามองกลุ่มกัปตันวอคเกอร์เดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ในระหว่างทาง กัปตันวอคเกอร์และเราได้เรียนรู้พฤติกรรมเบื้องหน้าของแต่ละกลุ่ม กัปตันวอคเกอร์ไล่ตามรอยกองพันทหารราบที่ 33 จากสัญญาณขอความช่วยเหลือ จนพบกลุ่ม Grey Fox ที่กำลังจับตัวและสอบปากคำร้อยโทแมคเพอสัน หนึ่งในทหารของกองพันทหารราบที่ 33 ไม่ว่าร้อยโทแมคเพอสันจะรอดหรือไม่ เกมพากลุ่มกัปตันวอคเกอร์ไปพบกับฐานที่มั่นของกองพันทหารราบที่ 33 ที่กำลังควบคุมพวกผู้อพยพโดยใช้กำลังอันมิชอบ กลุ่มกัปตันวอคเกอร์เปิดฉากจัดการยิงกวาดล้างกองพันทหารราบที่ 33 ทันที แต่เมื่อจัดการเสร็จ พวกผู้อพยพกลับแสดงความไม่พอใจ กัปตันวอคเกอร์จึงออกเดินทางต่อไป กัปตันวอคเกอร์เริ่มเข้าใจสถานการณ์ในดูไบว่ามีการรบกันเองระหว่างกองพันทหารราบที่ 33 และมี CIA เข้ามาเกี่ยวข้องหลังจากนั้น กลุ่มกัปตันวอคเกอร์จับสัญญาณได้ว่ามีการสอบปากคำ CIA นามเดเนียล พวกเขาจึงตามสัญญาณไป แต่เมื่อถึงที่หมาย กลับเป็นเพียงกับดักจากกองพันทหารราบที่ 33 เดเนียลตายไปนานแล้ว และกับดักทำขึ้นเพื่อล่อคนที่ชื่อโกลด์ ไม่ใช่เพื่อล่อกลุ่มกัปตันวอคเกอร์ กองกำลังไม่ทราบฝ่ายเปิดฉากจัดการกลุ่มกัปตันวอคเกอร์ ซึ่งจังหวะนั้น โกลด์ปรากฏตัว พร้อมช่วยกลุ่มกัปตันวอคเกอร์หนีออกจากการปิดล้อมโจมตีกลุ่มของกัปตันวอคเกอร์สามารถหนีจากการปิดล้อม กัปตันวอคเกอร์เริ่มเปลี่ยนใจหันไปเข้าข้างฝั่ง CIA แทนที่กองพันทหารราบที่ 33 เพราะไม่ชอบใจจากสิ่งที่กองพันทหารราบที่ 33 ทำต่อเขา, คนของ CIA และผู้อพยพ เขาละทิ้งเป้าหมายเริ่มต้นอย่างการช่วยพันโทคอนราด เขาต้องการทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้นตอนนี้ทำให้เราต่างไม่รู้ว่าแต่ละกลุ่มมาดีหรือมาร้าย เราไม่รู้แน่ชัดว่าการตีตราสถานะว่าใครเป็นวายร้ายหรือใครเป็นผู้ก่อการดี ยังสามารถใช้ได้ในกรณีนี้หรือไม่ ในโลกของเกมที่อิงความเป็นจริงกับความ “เทา” แบบพร่ามัวและคลุมเครือ กลุ่มของกัปตันวอคเกอร์เป็นเพียงบุคคลที่สาม เข้าไปพัวพันกับปัญหาระหว่างกลุ่มโดยต่างฝ่ายต่างใช้งานกลุ่มของกัปตันวอคเกอร์ทำตามวาระซ่อนเร้นของตน และที่สำคัญ ทุกการตัดสินใจของกัปตันวอคเกอร์ ล้วนเกิดขึ้นด้วยการตัดสินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเขาเท่านั้นเกมดำเนินไปตามครรลองเกมแนวสงคราม จนผู้เล่นคิดว่า มันก็แค่เกมสงครามอีกเกมหนึ่งเท่านั้น เพราะไม่ว่าเรื่องสงครามกลางเมือง, การเป็นปรปักษ์ระหว่างฝักฝ่าย และความเทาในจุดยืนของแต่ละฝ่าย มันถูกนำเสนอในเกมสงครามเป็นปกติ จนเราชินชา ซึ่งในจังหวะนี้เอง“การล้มล้างจึงได้เริ่มต้น”เกมเริ่มใส่ความไม่ปกติลงในระบบเกมอย่างแนบเนียน พร้อมหยอดการกระทำอันก้าวล่ำทางศีลธรรมแบบทีเล่นทีจริง หลังจากกลุ่มของกัปตันวอคเกอร์หนีจากการปิดล้อมสำเร็จ พวกเขาตามหาโกลด์และพบโกลด์ว่าถูกจับ เกมบีบให้เราตัดสินใจกับทางแยกแห่งศีลธรรมว่าจะช่วยโกลด์หรือช่วยผู้อพยพ แต่สุดท้ายโกลด์ตายอย่างอนาถแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกเขาเดินทางไปตามแผนที่ของโกลด์จนพบฐานที่มั่นของกองพันทหารราบที่ 33 โดยกัปตันวอคเกอร์สั่งลงระเบิดฟอสฟอรัสขาวใส่ฐานที่มั่นกองพันทหารราบที่ 33 เพราะพวกเขาคิดว่าไม่สามารถต้านทานกับกองกำลังจำนวนมากจากกลุ่มพวกเขาที่มีแค่ทหารสามนายเท่านั้น การกระทำดังกล่าวจนนำไปสู่จุดที่เกิดความไม่เสถียรภาพทั้งระบบเกมและจิตใจของกัปตันวอคเกอร์ ฉากระเบิดฟอสฟอรัสขาวไม่ต่างกับการกดเปิดสวิตช์ ติดเครื่องยนต์ กระชากผู้เล่นลงห้วงหุบเหวไร้จุดจบ ลิ้มรสบาดแผลทางจิตใจอันเกินเยียวยาของกัปตันวอคเกอร์จากอาการประสาทหลอน (Hallucination) และ Dissociative Disorder (ภาวะที่ความทรงจำ สติสัมปชัญญะ ความรู้ตัว เอกลักษณ์ และ/หรือการรับรู้สภาพแวดล้อมของผู้ป่วยเสียไปหรือถูกรบกวน)จุดนี้เกมเริ่มนำทฤษฎีความไม่เข้ากันระหว่างเกมการเล่นและการเล่าเรื่องในรูปแบบหักล้างจากทฤษฎีต้นฉบับ (Subverted Ludonarrative Dissonance) กล่าวถึงแนวคิดต้นฉบับ คือ เป็นปรากฏการณ์ที่ระบบเกมการเล่นเกิดการขัดกันกับการเล่าเรื่อง ทำให้ผู้เล่นผละออกจากการดำดิ่งไปกับเรื่องราวในเกม ยกตัวอย่างเช่น Tomb Raider ภาค 2013 ที่มีช่วงหนึ่ง ลาร่าต้องหาอาหารมาประทังชีวิตด้วยการล่าสัตว์ป่า ในด้านเนื้อเรื่อง ตัวลาร่าเองรู้สึกไม่สะดวกใจกับการล่าสัตว์ แต่ตัดมาที่เกมการเล่น ผู้เล่นควักธนูยิงสาดไปที่หมู่มวลสัตว์จนเหี้ยนเสียฉิบแต่ทฤษฎีดังกล่าวในรูปแบบหักล้างจากต้นฉบับ แทนที่เป็นการขัดกันระหว่างเกมการเล่นและการเล่าเรื่อง กลับเป็นการสร้างสภาวะการขัดกันระหว่างความคิดของตัวละครภายในเกมกับความคิดของผู้เล่นที่ทำการควบคุมตัวละครดังกล่าว โดยใช้การสร้างสภาวะความคิดเห็นทางศีลธรรมที่ขัดและมุ่งไปคนละทิศทางระหว่างผู้เล่นกับกัปตันวอคเกอร์ ไม่ว่าผู้เล่นพินิจการกระทำของกัปตันวอคเกอร์มันเลยเถิดและลักลั่นทางศีลธรรมเพียงใด เกมกลับยึดตรึงให้ผู้เล่นต้องเล่นต่อไปโดยไม่มีข้อแม้ ไม่มีการผ่อนปรน ผู้เล่นรู้สึกว่าการควบคุมของตน เริ่มไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของตนอีกต่อไป ทุกสิ่งทุกอย่างต่อจากนี้คือ เส้นทางที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของทั้งผู้เล่นและกัปตันวอคเกอร์ฉากระเบิดฟอสฟอรัสขาวซึ่งเป็นฉากสำคัญที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น กัปตันวอคเกอร์สั่งลงระเบิดฟอสฟอรัสขาวใส่ฐานที่มั่นของกองพันทหารราบที่ 33 ทั้งที่ระเบิดฟอสฟอรัสขาวเป็นหนึ่งในอาวุธต้องห้าม เพราะความโหดร้ายป่าเถื่อนของมันที่ส่งผลกับเหยื่อ กล่าวได้ว่าระเบิดฟอสฟอรัสขาวเป็นหนึ่งในตัวแทนของความไร้มนุษยธรรมจากสงครามในยุคหลัง ประกอบกับกัปตันวอคเกอร์หาได้รู้ข้อเท็จจริงถึงรายละเอียดที่แน่ชัดของฐานที่มั่นดังกล่าว กัปตันวอคเกอร์ไม่สนสี่สนแปดอะไรทั้งสิ้น เขาสั่งลงระเบิดทันที แม้ว่าลูกทีมเห็นต่างจากคำสั่งของเขา “เรามีทางเลือกเสมอ” สิบโทลูโก้กล่าวแย้งถึงการตัดสินใจอันเกินจะทนรับไหวกัปตันวอคเกอร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่ เราไม่มีทางเลือก”ผู้เล่นอาจเริ่มเคลือบแคลงใจ แต่ต่อมาในเวลาไม่กี่อึดใจ ความเคลือบแคลงดังกล่าวได้เปลี่ยนเป็นความขัดแย้งระหว่างผู้เล่นกับกัปตันวอคเกอร์จนมิอาจประสานให้เป็นดังเดิม เกมแจ้งให้เรารับทราบถึงข้อเท็จจริงว่าฐานที่มั่นดังกล่าว แท้จริงแล้วคือที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ลี้ภัยสงครามที่ถูกจัดการโดยกองพันทหารราบที่ 33 เป็นผลให้นับจากช่วงเวลานี้เป็นต้นไป กัปตันวอคเกอร์ยึดการควบคุมมาจากผู้เล่นจนหมดจด และผู้เล่นก็มิอาจทำอะไรได้มากไปกว่าการนั่งเสพความฉิบหาย พร้อมไตร่ตรองถึงเรื่องราวที่ล้วนเกิดจากการกระทำของกัปตันวอคเกอร์ไปจนจบเกม เราพบว่าแท้จริงแล้ว กองพันทหารราบที่ 33 ไม่ได้แย่อย่างที่กัปตันวอคเกอร์ด่วนตัดสิน และกลุ่ม CIA ก็ไม่ได้ดีอย่างที่กัปตันวอคเกอร์ด่วนตัดสินอีกเช่นกัน ท้ายที่สุด เขาพบว่าพันโทคอนราดตายไปนานแล้ว ทุกการกระทำที่กัปตันวอคเกอร์กระทำขึ้นหลังจากเหตุการณ์ฟอสฟอรัสขาว ล้วนเกิดจากกลไกทางจิตซึ่งสร้างขึ้นเพื่อหลีกหนีจากความจริง นั่นก็คือผิดที่ตนก่อไว้ ช่วงท้าย เกมให้ผู้เล่นตัดสินใจทางเลือกที่ส่งผลต่อตอนจบ แน่นอนว่าเป็นทางแยกแห่งศีลธรรมอีกเช่นกันการใช้ทฤษฎีความไม่เข้ากันในรูปแบบหักล้าง สร้างความไม่บันเทิงเริงใจในการเล่นเกมอีกต่อไป ซึ่งล้มล้างจากอุดมคติการมีอยู่ของวิดีโอเกมที่เราเคยได้กล่าวไว้ข้างต้น โดยเราเรียกประสบการณ์ที่ได้รับจากเล่นเกม Spec Ops: The Line ว่าเป็น “ประสบการณ์ความไม่สบายใจในเชิงบวก” (positive discomfort) ตามที่ได้มีการวิจัยถึงปรากฏการณ์ทางความคิดดังกล่าวจากการเล่นเกม Spec Ops: The Line โดยคุณ Kristine Jørgensen รองศาสตราจารย์ของ Department of Information Science and Media Studies มหาวิทยาลัย Bergen ประเทศ Norway ได้ทำการวิจัยจากอาสาสมัครที่เล่นเกม Spec Ops: The Line โดยแต่ละคนมีอาการระหว่างการเล่นไม่ต่างกันคือรู้สึกไม่สบายทั้งกายและใจ แต่คิดว่านี้คือประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งไม่เคยพบในวิดีโอเกมใดๆ มาก่อน มันได้กระตุ้นความคิดและการไตร่ตรองถึงเรื่องราวที่เกมนำเสนอ นอกจาก Spec Ops: The Line ยังมีการนำทฤษฎีความไม่เข้ากันในรูปแบบหักล้างไปใช้ในเกมที่ถือได้ว่าเป็นเกมซึ่งสร้างการโต้เถียงมากที่สุดในสังคมวิดีโอเกมในช่วงปีก่อน อย่าง The Last of Us Part II กับการให้ผู้เล่นควบคุมตัวละครแอ็บบี้ที่เพิ่งก่อการอุกอาจ หักหาญหัวใจของผู้เล่นแบบไร้ความปรานี เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ต่างจากระเบิดฟอสฟอรัสขาวใน Spec Ops: The Line ซึ่งเปิดปุ่ม ดำเนินการกระชากความคิดผู้เล่นให้ออกจากความคิดตัวละครอย่างศิโรราบหลังจากเกมพาเราประสบกับชะตากรรมสมองดับขมับแตกของโจเอล ด้วยน้ำมือของแอ็บบี้เอง ความขุ่นหมองข้องใจเกิดขึ้นในตัวผู้เล่นต่อการกระทำดังกล่าวของแอ็บบี้ บังเกิดสภาวะการขัดกันระหว่างผู้เล่นกับตัวละคร รอยแยกแห่งความไม่เห็นพ้องต้องกันปรากฏให้เห็นชัดเจนตามสูตรสำเร็จของทฤษฎีความไม่เข้ากันในรูปแบบหักล้าง ประกอบกับเกมไม่ปรานีเสียยิ่งกว่า Spec Ops: The Line ที่บังคับให้ผู้เล่นต้องควบคุมแอ็บบี้ถึงครึ่งต่อครึ่งของเนื้อหาในเกม ความรู้สึกตีตัวออกหากจากเหตุผลความชอบธรรมใดๆ ของแอ็บบี้ที่เกมนำเสนอ นั้นไม่ใช่ความผิดของผู้เล่นที่เกิดความคิดไม่ลงรอยกับแอ็บบี้ และไม่ว่าผู้เล่นรู้สึกอย่างไรกับแอ็บบี้ นี้เป็นเส้นทางชีวิตของแอ็บบี้เอง ไม่ใช่ของผู้เล่น การที่ผู้เล่นควบคุมตัวละคร ไม่ได้หมายถึงต้องควบคุมชะตากรรมของใครในเกมนี้ความชอบธรรมที่เกมระดมโยนใส่ผู้เล่น หากมันได้กระตุ้นความคิดและการไตร่ตรองถึงเรื่องราวที่เกมนำเสนอ ทั้งชีวิต ความเป็นอยู่ เพื่อนพ้อง ความเป็นมนุษย์เดินดิน การรวมหัวจมท้ายในชะตากรรมแอ็บบี้ แม้ว่าผู้เล่นยังคงไม่เห็นด้วยกับแอ็บบี้ แต่นั่นถือว่าเกมประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ไม่ต่างจากสิ่ง Spec Ops: The Line เคยทำมาก่อน เป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งสองเกมถึงได้รับการยกย่องจวบจนปัจจุบันเพราะท้ายที่สุด การที่เราไม่รู้สึกถึงความเป็นวีรบุรุษของกัปตันวอคเกอร์ไม่ใช่ทั้งเรื่องถูกหรือผิดฉันใด การที่เราไม่รู้สึกถึงความชอบธรรมของแอ็บบี้ ก็ไม่ใช่ทั้งเรื่องถูกหรือผิดฉันนั้นแหล่งข้อมูลอ้างอิง:https://www.wired.com/2012/09/the-darkness-of-the-moral-compass-is-exposed-in-spec-ops-the-line/http://gamestudies.org/1602/articles/jorgensenkristinehttps://specops.fandom.com/wiki/Spec_Ops:_The_Line
15 Nov 2021
[บทความ] จอเกมมิ่ง ช่วยให้เล่นเกมดีขึ้นจริงเหรอ?
รู้หรือไม่? ดวงตาของมนุษย์ส่วนใหญ่สามารถประมวลผลภาพได้เพียงแค่ไม่เกิน 60 เฟรมต่อวินาทีเท่านั้น (Frame Per Second) ซึ่งสาเหตุมันมาจากกระบวนการมองเห็นภาพของมนุษย์นั่นเอง โดยหลักการที่ว่า จะเริ่มต้นด้วยแสงตกกระทบวัตถุ และสะท้อนภาพเข้าสู่ดวงตาของเรา ซึ่งเมื่อเรตินารับภาพเรียบร้อยแล้ว เรตินาจะทำการส่งข้อมูลที่มองเห็นไปสู่สมอง และสุดท้ายสมองจะแปลงข้อมูลนั้นกลายเป็นภาพออกมาในหัวซึ่งหากพูดกันตามจริงแล้ว ดวงตาไม่ใช่อวัยวะที่ทำให้เรามองเห็นหรอก แต่เป็นสมองต่างหาก เพราะดวงตาทำหน้าที่เหมือนกับเลนส์กล้องที่รับภาพมาเพียงเท่านั้น กลับกันทางด้านสมองจะเป็นตัวแปลงสัญญาณที่รับมา จนทำให้เรามองเห็นสิ่งที่ต่างๆ อยู่ในทุกวันนี้โดยสาเหตุที่มนุษย์ไม่สามารถประมวลผลภาพได้เกิน 60 เฟรมต่อวินาที มันมาจากกระบวนการส่งต่อข้อมูลตรงนี้นี่แหละ เพราะระหว่างทางที่ดำเนินการขนส่ง ได้มีข้อมูลบางส่วนตกหล่นไป จึงทำให้สมองประมวลออกมาได้แค่เพียงประมาณ 60 เฟรมต่อวินาทีเท่านั้นแล้วทำไมในยุคนี้เราถึงได้เห็น Gaming Monitor ที่มีจำนวน Refresh Rate พุ่งไปถึง 120 Hz, 144 Hz หรือ 240 Hz กันล่ะ ทั้งๆ ที่ดวงตาของมนุษย์สามารถมองเห็นได้ไม่เกิน 60 แท้ๆ?สาเหตุจริงๆ นั้นก็คือ จอที่มี Refresh Rate สูง จะช่วยลดอัดตราการกระพริบของแสง (Flicker) ที่เข้ามาสู่ดวงตาเรา ซึ่งยิ่งแสงกระพริบเข้าสู่ดวงตาของเราน้อยมากเท่าไร เราก็จะยิ่งมองเห็นภาพลื่นไหลมากขึ้นเท่านั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจอที่มี Refresh Rate สูง ๆ สามารถแสดงผลให้เรารู้สึกว่าภาพดูลื่นตากว่าจอที่มี 60 Hz ได้แล้วคำถามที่เกมเมอร์หลายคนสงสัยว่า “งั้นมอนิเตอร์เกมมิ่งที่มี Refresh Rate สูงกว่า 60Hz ช่วยเรื่องการเล่นเกมไหม?” คำตอบของคำถามนี้ก็คือ “ช่วย” แต่ไม่ได้ช่วยจนดีขึ้นอย่างโจ้งแจ้ง เหมือนเป็นการช่วยอ้อม ๆ เสียมากกว่าเนื่องจากอย่างเราที่กล่าวไปข้างต้นว่า สมองของมนุษย์ส่วนใหญ่ไม่สามารถประมวลผลภาพเกิน 60 เฟรมต่อวินาทีได้ เพราะฉะนั้นเวลาที่มนุษย์มองไปที่จุดใดจุดหนึ่ง สัญญาณภาพที่รับมาจะมีค่าไม่เกินตัวเลขดังกล่าว ทว่าในจุดที่มนุษย์ได้ให้ความสนใจที่จะมอง หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า “เห็นด้วยหางตา”  สมองก็ยังคงรับสัญญาณในส่วนนั้นมาประมวลผลอยู่ ซึ่งตรงจุดนี้นี่แหละ ที่ทำให้ Gaming Monitor แสดงศักยภาพของมันออกมาลองนึกถึงสถานการณ์ที่เรากำลังดวลปืนติดพันอยู่กับศัตรู แน่นอนว่าสมาธิของเราจะพุ่งไปที่ศัตรูตรงหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย โดยในสถานการณ์นี้ หากจอของคุณมี Refresh Rate ที่ 60 Hz หางตาของคุณอาจจะไม่ทันสังเกตเห็นศัตรูตัวที่สอง ที่กำลังเดินเข้ามาจากมุมอับก็เป็นได้ เพราะไม่ว่าคุณจะมองไปตรงไหนของจอ ทุกอย่างก็ดูเคลื่อนไหวเท่ากันไปหมดกลับกันใน Gaming Monitor ที่มีอัตรา Refresh Rate สูง ๆ นั้น ภาพที่แสดงออกมาจะลื่นไหลมากขึ้น แม้ว่าตรงจุดที่เรากำลังโฟกัสอยู่จะมีภาพได้แค่ 60 เฟรมต่อวินาทีก็ตาม แต่ภาพที่มาจากหางตาจะสังเกตสิ่งที่เคลื่อนไหวได้อย่างชัดเจน เนื่องจากการแสดงผลที่ลื่นไหลกว่าปกติ ทำให้สมองเราตรวจจับการขยับได้ง่ายขึ้นนั่นเอง และตรงจุดนี้นี่เองที่ทำให้ Gaming Monitor ได้เปรียบจากจอปกติทั่วไป ความแตกต่างของจอธรรมดา กับ Gaming Monitor จะยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก หากนำไปใช้เล่นเกม Multiplayer ที่มีการแข่งขันกับความรวดเร็ว หรือต้องอาศัยการสังเกตของผู้เล่น- ยกตัวอย่างเช่นเกมแนว Shooters ที่ชี้เป็นชี้ตายในพริบตาที่เห็นหน้า- เกมแนว Battle Royale ที่สังเกตการขยับของศัตรูได้จากระยะไกล- เกมแนว Fighting ที่เห็นการออกท่าทางของตัวละคร ทำให้เราตัดสินใจตั้งรับได้ทันท่วงที- เกมแนว Racing ที่เราจะมองเห็นสภาพแวดล้อมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้มองเห็นเส้นทางใหม่ หรือทางลัดในจังหวะที่แข่งขันกันอยู่- แม้กระทั่งเกม MOBA ที่เราจะสังเกตท่าทางก่อนปล่อยสกิลของศัตรูได้ ทำให้เรามีจังหวะตอบโต้กลับนั่นเองด้วยความลื่นไหลของภาพที่ส่งเข้าสู่สายตา ทำให้สมองของเรามีเวลาประมวลผลมากขึ้น ตรงจุดนี้จึงทำให้ Gaming Monitor ได้เปรียบจากจอปกติทั่ว ๆ ไปดังนั้นหากใครซื้อการ์ดจอ ซื้อ CPU ซื้อสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นในการเล่นเกมแล้วงบยังเหลือ ตัวเลือกซื้อ Gaming Monitor ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่เลวเลย ในการช่วยพัฒนาความได้เปรียบ และอรรถรสในการเล่นเกมของคุณอ้างอิง: https://caseguard.com/articles/how-many-frames-per-second-can-the-human-eye-see/https://www.quora.com/Human-eyes-cannot-see-things-beyond-60Hz-Then-why-are-the-120Hz-144Hz-monitor-better/answer/Joyce-Schenkeinhttps://www.quora.com/Human-eyes-cannot-see-things-beyond-60Hz-Then-why-are-the-120Hz-144Hz-monitor-better 
14 Nov 2021
[Play-to-Earn] แนะนำ Morning Moon Village | เกมปลูกผักเก็บ NFT สัญชาติไทย
กลับมาอีกครั้งกับซีรี่ย์เกม Play-To-Earn จากพวกเรา Game Fever ซึ่งวันนี้เราภูมิใจเสนอเกมจากฝีมือนักพัฒนาไทยมือฉมังอย่าง X10 ที่มีผลงานโดดเด่นมากมาย อาทิ A.R.E.S. Extinction Agenda, Jigsaw Mansion, So Many Me และ Pandora Hunter  แถมล่าสุดทีมงานก็ได้ลงมาพัฒนาเกมบนเทคโนโลยีบล็อกเชนและได้ถือกำเนิดเป็น Morning Moon Village ที่เล่นไม่ยากแถมยังสร้างรายได้จริงได้ด้วย ว่าแล้ว..เราไปดูรายละเอียดด้านล่างนี้พร้อมกันเลยดีกว่า!.+X* คำเตือน *X+.บทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเกม ไม่ได้มีเจตนาชักชวนให้ผู้อ่านลงทุนแต่อย่างใดและทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนเริ่มลงทุนทุกครั้งMorning Moon Villageเป็นเกมปลูกผักทำฟาร์มและสำรวจทรัพยากร ที่นำระบบ Yield farming แบบ Defi มาสร้างเป็นเกม ผู้เล่นจะได้เรียนรู้วิธีการเป็น Yield farmer และสร้างผลตอบแทนเป็นโทเคนดิจิทัล ไปพร้อมๆ กับความสนุกจากการเล่นเกมสไตล์ทำฟาร์ม ในรูปแบบภาพ 3 มิติสุดน่ารัก และยังมีจุดเด่นในเรื่อง NFT ที่จะช่วยยกระดับการแข่งขันให้สนุกยิ่งขึ้น [ข้อมูลจาก: https://morningmoonvillage.com/index-th.html]ซึ่งเราสามารถสนุกไปกับการทำฟาร์ม รอดูต้นอ่อนเติบโต รวบรวมทรัพยากร รับรายได้และใช้จ่ายแลกเปลี่ยน เสมือนมีฟาร์มเป็นของตัวเองจริงๆ อย่างไรก็ดีตอนนี้ตัวเกมยังเป็น Early Access อยู่ จึงทำให้มีข้อจำกัดในการเล่นอยู่บ้าง แต่ก็นับว่ามีความน่าสนใจและน่าจับตามองในระยะยาวเลยล่ะ นอกจากจะได้ทีมผู้สร้างเบอร์ต้นของเมืองไทยแล้ว ยังได้ผู้ลงทุนเป็น Bitkub ซึ่งเป็น Cryptocurrency Exchange อันดับ 1 ของเมืองไทย จึงเชื่อถือได้ในประสิทธิภาพด้านการทำธุรกรรมดิจิทัล แบบนี้ผู้เล่นอย่างเราก็หายห่วงและสนุกกับเกมได้เต็มที่เลย!Walletก่อนจะเริ่มต้นทำอย่างอื่น เราขอให้ทุกคนเตรียม Wallet ของตัวเองให้พร้อมก่อนเลย! เพราะการจะ Log-in เข้าสู่ตัวเกมได้นั้นไม่ใช่การสมัคร ID / Password แบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่ระบบเกมจะ Log-in ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลของเราโดยตรงเลยและสำหรับเกม Morning Moon Village จะรองรับ Wallet อยู่ 2 ตัวด้วยกัน คือ Metamask และ Bitkub NEXT เท่านั้น ซึ่งใครที่มี Metamask อยู่แล้วก็ง่ายเลย หรือถ้าคุณเป็นมือใหม่ในวงการ Play-To-Earn ก็ใช้ Bitkub NEXT ที่มีระบบรองรับเหรียญและการทำธุรกรรมทุกชนิดในเกม Morning Moon Village นับว่าสะดวกกว่า Metamask ที่ต้องตั้งค่า Network ของ Bitkub เพิ่มเติมก่อนเริ่มเล่นเกม เนื่องจากเกมนี้รันอยู่บน Bitkub Chain นั่นเองLUMI Tokenโทเคนหลักของเกมนี้คือ LUMI ซึ่งหาได้จากหลายวิธีเลย ไม่ว่าจะเป็น การขายผลผลิตให้พ่อค้า หรือเปิดหีบสมบัติที่พบได้จากการผจญภัยในป่า เป็นต้น โดยเจ้าเหรียญ LUMI สามารถใช้ในการซื้อขายสิ่งของต่างๆ ในเกมได้ เช่น NFT อุปกรณ์ต่างๆ เหยื่อตกปลา กล่องไอเทม แถมยังเป็นหน่วยเงินใน in-game marketplace อีกด้วยที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เราสามารรถนำ LUMI ไปฝากเข้าระบบของเกมเพิ่มกินดอกเบี้ยคล้ายกับการฝากธนาคารได้ แถมผู้ที่ร่วม Staking ยังมีสิทธิ์ร่วมโหวตเกี่ยวกับทิศทางภายในเกมเหมือนการเลือกตั้งเลย เรียกได้ว่าแค่มีเหรียญในครอบครองก็สนุกกับกิจกรรมในเกมต่างๆ ได้เยอะขึ้นมาก แถมยังตัวเหรียญเองก็หาได้ไม่ยากอีกด้วย เยี่ยมไปเลย!ปลูกผัก ลุยป่า แล้วรับเงินเป้าหมายของเกมคือการให้เราสวมบทบาทเป็นชาวบ้านในหมู่บ้าน Morning Moon ซึ่งมีกิจวัตรประจำวันคือการทำฟาร์ม ออกไปสำรวจป่าเพื่อหาทรัพยากรธรรมชาติ และการทำภารกิจเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน รวมไปถึงการค้นหา NFT ต่างๆ ที่อยู่ในเกม เพื่อนำมาใช้เพิ่มความสามารถของตัวละครและเพิ่มผลผลิตในการทำฟาร์ม เพื่อเป็นสุดยอดนักทำฟาร์มอันดับต้นๆ บนกระดานจัดอันดับให้ได้!โดยเริ่มต้นเกมมาเราจะยืนอยู่หน้าโรงนาโล่งๆ ซึ่งชีวิตเราจะเริ่มต้นตรงนี้แหละ ก่อนอื่นเลยก็ต้องสร้างแปลงปลูกผักก่อน ซึ่งจะมีผัก 3 ชนิด แต่ละชนิดก็จะมีแปลงอีก 3 แบบ แนะนำว่าไม่ต้องคิดมาก ลงไปให้หมดเลยจ้า เพราะในอนาคตเราก็ต้องปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตทุกตัวอยู่ดีเมื่อได้แปลงผักมาแล้วก็ลงมือเพาะเมล็ดได้เลย โดยเราสามารถซื้อเมล็ดจาก NPC โดยนำทรัพยากรไปแลกหรือจ่ายด้วย LUMI และคริปโตโทเคนตัวอื่นๆ ได้ เมื่อลงเมล็ดแล้วก็รอให้ต้นอ่อนเติบโต ระหว่างนี้เราก็สามารถเข้าไปเดินเล่นในป่า เก็บทรัพยากรมาแลกเปลี่ยนกับชาวบ้านในหมู่บ้านเพิ่มเติมได้โดยในการเข้าป่าเราจำเป็นต้องใช้ Lodestone 1 เม็ดต่อการเข้า 1 ครั้ง และแต่ละครั้งเราจะมี Energy 100 แต้ม ซึ่งถ้าหมดกะทันหันระหว่างอยู่กลางป่าก็ต้องอาศัยอาหารที่เราหาได้หรือซื้อจาก NPC มาเติมพลัง ไม่อย่างนั้นก็ทำอะไรไม่ได้และต้องกลับเมืองเท่านั้นเด้อเมื่อเราเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ก็สามารถนำมาแลก  LUMI ได้ที่ NPC Kyle ถ้าขยันทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็เท่ากับมีเงินหมุนเวียนให้เราได้ใช้กันไปยาวๆ เลยอ้อ! แล้วอยากจะขอเตือนว่า การทำกิจกรรมทุกชนิดในเกมจะมีค่า gas หรือค่าธรรมเนียมทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของ การเก็บเกี่ยว หรือแม้แต่เข้าป่า 1 ครั้ง ฉะนั้นอย่าลืมวางแผนการทำกิจกรรมดีๆ ไม่งั้นเปลืองแย่เลยNFTsนอกจาก Token แล้ว ก็ต้องมีการซื้อ-ขาย NFT กันด้วยสิ! ซึ่งใน Morning Moon Village ก็มีไอเทมหลายชิ้นเลยที่เป็น NFT ตั้งแต่อาหาร สมบัติ อุปกรณ์สวมใส่ คอสตูม สัตว์เลี้ยง ฯลฯ โดยจะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันผ่านทาง Marketplace แต่ตอนนี้ระบบยังไม่เปิด ก็ต้องรอติดตามรายละเอียดกันต่อไปว่าถ้าขายกันจริงๆ แล้วจะออกมาเป็นแบบไหนน้อ?ระบบที่น่าสนใจในอนาคตอย่างที่เราได้บอกไปว่าตอนนี้ตัวเกมยังเป็น Early Access อยู่ และจะเปิดบริการอย่างเต็มรูปแบบในไตรมาสที่ 1 ของปี 2022 ฉะนั้นจึงยังมีอีกหลายระบบที่ยังไม่โผล่มาให้เราเล่น ไม่ว่าจะเป็น- ระบบ Crafting: ที่เราสามารถรวบรวมทรัพยากรมาสร้างเป็น NFT Item ทั้งอุปกรณ์สวมใส่ รวมไปถึงสมบัติหายาก ยิ่งเรามีไอเทมเหล่านีมากเท่าไหร่ ก็จะสามารถนำมาอัปเกรดเป็นระดับไอเทมที่สูงขึ้นได้- ระบบตกปลา: นอกจากทุบหิน ตัดไม้ การหาทรัพยากรที่ดีอีกวิธีหนึ่งก็คือตกปลาริมแม่น้ำนี่แหละ ซึ่งเราจะไม่ได้แค่ปลาเพียงอย่างเดียว อาจได้เจอเมล็ดพันธุ์ หิน หรือสมบัติชิ้นอื่นแบบฟรีๆ อีกด้วย- ระบบสัตว์เลี้ยง: จะปลูกผักอย่างเดียวได้ไง ต้องเลี้ยงสัตว์ด้วยสิถึงจะครบ! แต่ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับระบบนี้ออกมา ก็ตั้งตารอคอยเลยเพราะเราอยากได้น้องๆ มาดูแลมาก~- Festival: เทศกาลรื่นเริงที่หมู่บ้านจัดขึ้นในช่วงต่างๆ ซึ่งในช่วงเวลานี้เราสามารถพบกับไอเทมหายากในราคาสุดพิเศษได้ ไม่แน่นะ อาจจะมีของดีราคาสูงรอให้เรามาเป็นเจ้าของอยู่ก็ได้- Lottery: คนไทยกับหวยคือของคู่กัน! แน่นอนว่าการเสี่ยงโชคมันอยู่ในสายเลือดทุกคน ตัวเกมจึงไม่พลาดที่จะนำลอตเตอรี่เข้ามาด้วย ถ้าชนะรางวัลล่ะก็จะได้รับ LUMI จำนวนมากมาใช้จ่ายในเกมเชียวนะ- LUMI Staking: ผู้ถือครองโทเคน LUMI ทุกคนจะสามารถฝาก LUMI เพื่อเข้าร่วมการโหวตและบริหารเงินกองกลางครึ่งหนึ่งของเกมซึ่งได้มาจากการเก็บภาษีและส่วนแบ่งรายได้จากการขายสินค้าภายในเกมได้ อีกทั้งยังสามารถเลือกโหวตเนื้อหาและระบบใหม่ๆ ที่อยากให้มีในเกม หรือมีส่วนร่วมกำหนดรูปแบบการซื้อโทเคน LUMI หรือปรับสมดุลของระบบต่างๆภายในเกมได้อีกด้วยโดยระบบทั้งหมดนี้จะทยอยอัปเดตตามมาจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้าเลย ก็รอติดตามกันไปยาวๆ และระหว่างนี้ก็เตรียม LUMI ให้พร้อม เมื่อเจอไอเทมหรือกิจกรรมที่น่าสนใจจะได้พร้อมจ่ายความน่าประทับใจของตัวเกมนับเป็น Browser ที่คุณภาพดีที่ตามหามาแสนนานเลยทีเดียวสำหรับ Morning Moon Village ซึ่งตัวเกมทำให้เราเข้าถึงได้ง่ายพอๆ กับเกมมือถือ ระบบการเล่นก็ไม่ซับซ้อน แค่คลิ๊กเม้าส์ตามจุดต่างๆ ภายในเกมก็จะเกิด Action ต่างๆ ได้ทันที ผู้เล่นที่ไม่มีประสบการณ์ก็สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ของเกมได้อย่างเต็มที่ ไม่เพียงเท่านั้น ตัวเกมยังออกแบบตัวละคร 3D สุดน่ารักที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดให้กับตัวเกมได้อย่างดี นี่ขนาดภาพกราฟฟิคยังอยู่ระหว่างการพัฒนานะ ถ้าทำออกมาเต็มรูปแบบจะงานดีแค่ไหนล่ะเนี่ย! ยิ่งคอมโบกับเสียงเพลง BGM ที่ไพเราะฟังเพลินด้วยนะ บอกเลยว่าเล่นได้ทั้งวันไม่มีเบื่อแม้ว่าในช่วง Early Access นี้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่นี่ก็เป็นบทพิสูจน์ความใส่ใจของทีมงานได้เป็นอย่างดี เพราะทีมผู้พัฒนาเรียกได้ว่าดูแลกันทุกวินาทีเลย ถ้าเกมมีปัญหาปุ๊บก็จะจัดการปิดปรับปรุงทันที ฉะนั้นวางใจได้เลยว่าชาวบ้าน Morning Moon อย่างเราจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขแน่นอน~
13 Nov 2021
[แนะนำเกม] Fatal Frame: Maiden of Black Water การกลับมาของซีรี่ส์เกมสยองขวัญในตำนาน
สำหรับคนที่เคยเล่นเกมบนแพลตฟอร์มคอนโซลอย่าง PS2 หรือ Nintendo Wii ในยุคก่อนๆ อาจจะเคยได้สัมผัสถึงความน่ากลัวและสยองขวัญของเกมในซีรี่ส์ Fatal Frame มาบ้างแล้ว โดยในวันนี้ผู้เขียนก็จะพาทุกคนมารู้จักกับเกมในภาค Maiden of Black Water ที่ได้มีการเอามาขายใหม่จากต้นฉบับที่วางขายในแพลตฟอร์ม WiiU ในปี 2014 ส่วนความน่ากลัวและความหลอนที่คุณจะได้รับจากเกมนี้จะเป็นยังไง ก็ตามมาดูกันได้เลยยยยเหตุผลที่ควรมาลองสัมผัสประสบการณ์ความหลอนต้องบอกก่อนเลยว่าเกมนี้ก็นับเป็นเกมในภาคที่ 5 ของซีรี่ส์ Fatal Frame ที่ได้มีการหยิบขึ้นมาวางจำหน่ายอีกครั้ง แต่ถึงแม้จะไม่ได้มีการ Remake หรือ Remastered แต่เกมนี้ก็ยังคงความเป็นเกมสยองขวัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างของกลวิธีในการสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้เล่น นอกจากนี้ยังมีเรื่องของภาพกราฟฟิกที่อยู่ในระดับ HD มาตั้งแต่ตอนยังเป็นต้นฉบับ รับรองได้ว่าจะเพิ่มอรรถรสให้กับการเล่นของเหล่าแฟนๆ ของเกมแนวสยองขวัญได้อย่างแน่นอน  เรื่องราวอันน่าขนหัวลุกบนภูเขาแห่งความตาย เนื้อเรื่องของเกมในภาคนี้ก็จะเกิดขึ้นบนภูเขา Hikami ซึ่งเป็นภูเขาที่มีเหตุการณ์ที่คนมาฆ่าตัวตายอยู่บ่อยครั้ง โดยตัวละครที่เราจะได้เล่นนั้นจะดำดิ่งลงไปสู่พิธีกรรมบางอย่างที่ชั่วร้าย และยังจะจะต้องประสบพบกับอาถรรพ์บางอย่างที่มีลักษณะเป็นน้ำสีดำ และเราจะได้เล่นเป็นตัวละครถึง 3 คน โดยที่มีตัวละครหลักเป็น Yuki Kozukata ที่รับงานตามหาคนหาย เพราะเธอมีพลังพิเศษในการรับรู้เรื่องราวต่างๆ ได้ด้วยการสัมผัส รวมไปถึง Ren และ Miu Hinasaki ด้วย ซึ่งในระหว่างทางก็จะมีการเล่าเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับภาคที่แล้วอีกด้วย เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นด้วยความที่เกมนี้นั้นเป็นเกมที่พัฒนาโดยค่ายจากญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นเมื่อเราได้เล่นเกมนี้แล้วก็จะได้เห็นความเป็นญี่ปุ่นหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นลายเส้น กลิ่นอาย บรรยากาศ รวมไปถึงสถานที่และพิธีกรรมบางอย่างภายในเกมที่จะทำให้เมื่อเราได้ลองเล่นไปแล้วก็จะรู้สึกเลยว่าเกมนี้มันโครตจะญี่ปุ่นเลยว่ะ ถ้าให้ยกตัวอย่างที่ผู้เขียนชอบก็คงจะเป็นเรื่องราวของเกมที่สร้างขึ้น อย่างเช่นพวกเรื่องเล่าที่มาจากภูเขา Hikami ที่บอกไว้ว่าจะมีวิญญาณที่มีความข้องเกี่ยวกับแหล่งน้ำในพื้นที่นั้น โดยในอดีตกาลก็จะมีมิโกะที่คอยทำหน้าที่นำทางผู้คนไปสู่ความตายอย่างสงบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็กิดเหตุร้ายขึ้นทำให้ต้องสังเวยมิโกะเพื่อป้องกันคำสาปที่ชั่วร้ายในรูปแบบของน้ำสีดำสู้กับเหล่าผีด้วยกล้องถ่ายรูปและค่าความชื้นมุมมองของเกมในภาคนี้จะเป็นรูปแบบมุมมองบุคคลที่ 3 โดยเราจะสามารถมุมกล้องดูสภาพแวดล้อมข้างๆ ได้ด้วยตัวเอง และถ้าพูดถึงในส่วนของเกมเพลย์จะมีระบบที่น่าสนใจอย่างมากก็คือ การใช้กล้องถ่ายรูปเป็นอาวุธในการต่อสู้กับ โดยที่เมื่อเราจะต้องต่อสู้กับผีเราก็จะต้องเข้าสู่มุมมองแบบบุคคลที่ 1 เพื่อปรับเล็งองศาในการทำให้ผีที่เราเห็นมาอยู่ภายในกรอบที่กำหนดไว้ให้ได้มากที่สุด จึงจะสามารถกำจัดวิญญาณร้ายเหล่านั้นได้ ซึ่งระบบนี้ก็ทำได้ค่อนข้างดีเพราะว่าการเปลี่ยนมุมมองนั้นทำได้ค่อนข้างจะลื่นไหลเลยทีเดียวและอีกระบบนึงที่ผู้เขียนค่อนข้างชอบมากๆเพราะว่าเป็นระบบที่เพิ่มความท้าทายในการเล่นเป็นอย่างมากก็คือ ข้อจำกัดในด้านของค่าความชื้น ถ้าถามว่าทำไมถึงต้องเอาความชื้นมามีผลกับการเจอผีก็คงจะต้องให้ทุกคนจินตนาการถึงกล้องฟิล์มที่แน่นอนว่าความชื้นก็จะมีผลกับตัวฟิล์มด้วยเช่นกัน โดยที่ค่าความชื้นก็จะส่งผลกับเกมก็คือ ถ้าตรงไหนที่มีความชื้นเยอะๆก็จะมีจำนวนผีที่มากขึ้นไปด้วย และผียังมีพลังโจมตีที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ไอเทมอย่างตะเกียงเพื่อลดความชื้นลงแต่ก็ยังมีข้อจำกัดก็คือถ้าในบางพื้นที่มีฝนตกหรือน้ำท่วมเราก็จะม่ามารถใช้ตะเกียงได้ จึงทำให้เกมนี้ก็เป็นเกมผีอีกเกมที่มีความท้าทายอยู่ไม่น้อยเลยล่ะระบบการอัพเกรดตัวละครอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เกมนี้มีความท้าทายเพิ่มมากยิ่งขึ้นก็คือการอัพเกรดตัวละครที่เราจะใช้คะแนนที่เก็บมาจากการเล่นเกมมาตลอดทาง มาอัพเกรดพลังในด้านต่างๆของตัวละครที่เราเล่นได้ รวมไปถึงการซื้อไอเทมที่จะช่วยในการเอาชีวิตรอดได้ด้วย อย่างม้วนฟิล์มใหม่หรือยาที่ใช้เติมพลังชีวิต และเรายังสามารถอัพเกรดกล้องของเราให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพที่ทรงพลังมากขึ้น หรือการเปลี่ยนฟิล์มที่รวดเร็วยิ่งขึ้นก็ได้ และอย่างสุดท้ายที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือเรื่องของชุดแฟชั่นของตัวละครที่รอให้ทุกคนมาปลดล็อก โดยจะมีตั้งแต่ชุดธรรมดาจนไปถึงชุดว่ายน้ำก็ยังมีให้เลือกสรรกันได้ตามใจบรรยากาศและฉากต่างๆที่ทำให้ต้องหลอนไปตามๆกันเรียกได้ว่าเกมผีและบรรยากาศอันน่ากลัวนั้นเป็นของคู่กัน ซึ่งเกมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่ทำได้ดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฉากต่างๆบนเขา Hikami ที่ทำบรรยากาศออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อได้ลองเล่นจริงๆแล้ว ก็จะให้ความรู้สึกน่าขนลุก ลึกลับ น่ากลัวแต่ก็น่าติดตามไปพร้อมๆกัน ประกอบกับเรื่องของเสียงที่ผู้พัฒนาทำได้ดี จนทำให้เกิดบรรยากาศของเกมที่ทำให้เราเชื่อว่าเรากำลังผจญภัยอยู่ในภูเขา Hikami จริงๆ และแน่นอนว่าคุณจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจที่จะเจอกับการสะดุ้งอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย ถึงจะเป็นเกมที่ผู้เขียนแนะนำแต่ก็ยังมีข้อเสียบางอย่างอยู่เหมือนกัน อย่างเช่น การขยับของผีที่ยังดูไม่ค่อยจะลื่นไหลสักเท่าไหร่ และแอบมีความอืดนิดๆทั้งในเรื่องของเกมเพลย์และเนื้อเรื่อง แต่แน่นอนว่าสิ่งที่เป็นพื้นฐานของเกมผีอย่างบรรยากาศของฉากรวมถึงองค์ประกอบต่างๆก็ทำได้ค่อนข้างจะดี รวมไปถึงพวกฉากการหลอกให้สะดุ้งที่ถึงจะเป็นคนที่จิตแข็งก็น่าจะต้องมีขนลุกกันบ้าง ประกอบกับเกมเพลย์ที่ยังมีความสนุกท้าทายอยู่ไม่น้อย จึงทำให้เกมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเกมผีที่ผู้เขียนแนะนำให้ทุกคนได้ไปลองหามาเล่นกัน โดยสามารถหามาเล่นได้ทาง PC (Steam) และทาง PlayStation, Nintendo Switch ซื้อเกมผ่าน Steam: https://store.steampowered.com/app/1732190/FATAL_FRAME__PROJECT_ZERO_Maiden_of_Black_Water/
13 Nov 2021
[บทความ] DEATHLOOP กับการยั่วล้อแนวคิด "บ่วงแห่งความตาย"
“เวียน ว่าย ตาย เกิด” หรือสังสารวัฏ อยู่คู่มากับวิดีโอเกมอย่างยาวนาน เป็นหนึ่งในกลไกหลักซึ่งสร้างการขับเคลื่อนที่ท้าทายผู้เล่น รวมไปถึงใช้ขับเคลื่อนการเล่าเรื่องราวจนเป็นพื้นฐานของปรัชญาการออกแบบวิดีโอเกม การนำไปบิด คิดให้แตกต่างจากเดิมจนทำให้เกิดแนวทางการเล่นใหม่ไม่รู้จบ อย่างเช่น บ่วง (loop) บ่วงเป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมในสื่อบันเทิงทุกแขนง โดยเฉพาะสื่อภาพยนตร์และวิดีโอเกม อยู่ในฐานะสูตรสำเร็จที่ถูกนำไปต่อยอดไม่รู้จบ สมัยนิยมของแนวคิดนี้ได้กลับมาอีกครั้งในวงการวิดีโอเกมอย่าง Returnal, Twelve Minutes และ DEATHLOOPเรื่องราวของ DEATHLOOP ล้วนวนเวียนกับบ่วงเจ้าปัญหา โคลท์ ผู้ที่ความทรงจำเลือนหายไป ต้องมาตกอยู่ท่ามกลางการเวียน ว่าย ตาย เกิดใน “วันแรก” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นถูกต้องหรือไม่ เขาเพียงคิดแค่ว่าตนต้องทลายความปกติ (ของสังสารวัฏ) ที่ไม่ปกติ (เหตุล้วนเกิดในวันเดียวซ้ำไปมา) ให้จงได้ แต่มันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อปัจจัยการทลายบ่วงคือการปลิดชีพพวกปัญญาชนคนชั่งเพ้อฝัน (Visionaries) ทั้ง 8 ราย เก็บงานครบ จบภายในวันเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังมี จูลีอานา คอยตามล้างตามเช็ดโคลท์และเป็นผู้ที่ความทรงจำไม่เลือนหายไปเมื่อเข้าช่วงบ่วงวันใหม่ เช่นเดียวกันกับโคลท์บ่วงมันเกิดได้อย่างไร ความลับของโคลท์, จูลีอานาและพวกปัญญาชนคนชั่งเพ้อฝันมันคืออะไร เป็นสิ่งที่ผู้เล่นต้องไปสืบหาด้วยตัวเองโดยปกติ ความตายและการเกิดใหม่ในวิดีโอเกมหาได้ต่างจากปรากฏการณ์บ่วง เพียงเราตาย เราก็แค่กลับไปยังจุดก่อนหน้า แต่ DEATHLOOP ได้เจาะลึกไปถึงสารัตถะนำแนวคิดบ่วงแห่งความตายในทุกแง่มุม และทำให้เราเห็นได้ว่า DEATHLOOP ได้นำแนวคิดของบ่วงมายั่วล้อได้ทุกกระเบียดนิ้วของเกมอย่างแสบสัน ด้านกลไกของเกมการเล่น เมื่อพิจารณาทางทฤษฎี DEATHLOOP มีความเป็น roguelike แต่ทางปฏิบัติ เมื่อเล่นไปถึงจุดจุดหนึ่ง โคลท์ได้ความสามารถพิเศษ ตัวเกมกลับผละตัวจากการเป็น roguelike อย่างชัดเจน เนื่องจากเกมไม่มีระบบการสุ่ม (procedural generation) ประกอบกับการคงไว้ซึ่งความก้าวหน้าของเรื่องราวและพัฒนาการของตัวละคร (progression) คล้ายกับว่า DEATHLOOP เป็นเกม roguelite แต่ก็ไม่ใช่ เพราะกลไกหลักของ roguelite ต้องมีระบบการสุ่ม ซึ่ง DEATHLOOP กลับไม่มี จะ roguelike ก็ไม่ใช่ จะ roguelite ก็ไม่เชิงประกอบกับหากให้เปรียบเพื่อให้เห็นภาพโดยง่าย DEATHLOOP คือเกมแนว metroidvania สมัยใหม่ โดยนำมาผูกโยงกับแนวคิดบ่วงได้อย่างแนบเนียน เนื่องจากกลไกสำคัญของเกมแนวนี้คือการย้อนรอย (backtracking) DEATHLOOP ใช้การย้อนรอยผูกติดกับแนวคิดบ่วง การย้อนกลับไปแต่ละครั้งมีปัจจัยทางด้านช่วงเวลามาเกี่ยวข้อง แต่ละช่วงเวลาจะมีตารางกิจวัตรประจำวันแรกและวันเดียวของเหล่าพวกปัญญาชนคนชั่งเพ้อฝัน แม้ว่าสถานที่เดิม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแตกต่างไปตามช่วงเวลาเมื่อสิ้นสุดช่วงเวลาของแต่ละวันหรือการที่โคลท์ถึงแก่ความตาย ตัวเกมจะพาผู้เล่นย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของวัน “วัฏจักรของเกมการเล่น” (gameplay loop) (ผู้เขียนไม่ได้จงใจเล่นคำ แต่ Arkane Lyon น่าจะจงใจ) จึงทำให้ผู้เล่นตกอยู่ในภาวะ “บ่วง” ถึงแม้ว่าความก้าวหน้าของเรื่องราวจะดำเนินไปไม่หยุด แต่เกมกลับดึงผู้เล่นกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ให้เราได้ “ย้อนรอย” ซ้ำไปมา จนกว่าจะทำลายปรากฏการณ์ชวนคลั่งนี้ได้ ทำให้เกมพาเราไปสำรวจสังสารวัฏของโคลท์อย่างลุ่มลึก ในความเป็นบ่วงอย่างแท้จริงนอกจากด้านกลไกของเกมการเล่นที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ด้านงานศิลป์ เกมเลือกใช้แนวคิด retrofuturism (แนวคิดอนาคตในอดีต) คือแนวคิดทางศิลปะ ว่าด้วยการมองอนาคตจากทัศนะของคนในอดีต ที่จินตนาการวาดภาพสิ่งต่างๆ ในอนาคตด้วยพื้นฐานแนวคิดของคนในยุคนั้น ซึ่งส่วนใหญ่แนวคิดพื้นฐานที่ว่าคือความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ในยุคดังกล่าวเช่นเดียวกันโดยยุครุ่งเรืองของแนวคิดอยู่ในช่วงยุค 1960s ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงเวลาภายในเกมที่เกิดในช่วงเวลาเดียวกัน เราจึงเห็นได้ว่างานที่ใช้แนวคิด retrofuturism จะติดอยู่ "กึ่งกลาง" ของอดีตและอนาคต อดีตก็ไม่ใช่ อนาคตก็ไม่เชิง หาได้ต่างจากการติดบ่วงของโคลท์แต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น การเลือกใช้ยุค 1960s สร้างความรู้สึกโหยหาอดีต (nostalgia) ถึงแม้จักคิดถึงอดีต อยากย้อนอดีตเพื่อบรรเทารอยแผลทางจิตใจอันกลไกทางจิตเป็นเพียงใด ตัวเรากลับถูกเครื่องพันธนาการที่เรียกว่า “เวลา” จองจำเราให้อยู่ ณ เส้นเวลาปัจจุบันอยู่ร่ำไปเห็นได้ชัดว่า DEATHLOOP พยายามตอกย้ำถึงแนวคิดของการติดอยู่กึ่งกลางอย่างไม่ลดละ ตั้งแต่กึ่งกลางระหว่างห้วงเวลาในเกม, กึ่งกลางระหว่าง roguelike กับ roguelite จนถึงกึ่งกลางระหว่างทัศนะในแนวคิดทางศิลปะสุดท้าย อีกสิ่งที่ชวนกลั้นที่สุดของ DEATHLOOP กับการใช้เรื่องบ่วงเวลาที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด ไม่จบสิ้น มาวิพากษ์ชนชั้นอภิสิทธิ์ที่ไม่แยแสต่อเรื่องราว “โลกภายนอกบ่วงเวลา" ไม่ว่าโลกภายนอกจะเป็นอย่างไร สิ่งเดียวที่พวกเขาสนใจก็คือเรื่องของตัวเอง อภิสิทธิ์ที่เขามีช่างล้นฟ้า มีเงิน มีทอง มีโอกาสอันเพียบพร้อมและถึงขั้นมีเวลาไม่รู้จบ ปัจจัยทางเวลาที่อยู่ฝั่งเขาตลอดไป ตัวละครโคลท์อาจจะเป็นเพียงความเพ้อฝันของพวกเราที่ต้องการผู้กล้าในหมู่มวลพวกเขาเหล่านั้น ซึ่งไม่ยอมอ่อนข้อต่อความปกติที่ไม่ปกติฉะนี้แลแหล่งข้อมูลอ้างอิง:https://www.wired.com/story/deathloop-game-art-style/https://www.cookandbecker.com/en/article/281/the-art-of-deathloop.htmlhttps://www.vanityfair.com/style/2017/04/robert-mcginnis-movie-posters-illustrationshttps://aesthetics.fandom.com/wiki/Retro-Futurismhttps://fashionista.com/2021/01/retro-futurism-definition-fashion-designers
10 Nov 2021
[บทความ] เกมที่เล่นเป็น 10 เกมที่ดองเป็น 100: ทำไมเราถึงชอบดองเกมกัน?
เชื่อว่า เกมเมอร์ทุกคนน่าจะเคยผ่านประสบการณ์ซื้อเกมมาแล้วไม่ได้เล่น หรือที่เรียกกันติดปาก “ดองเกม” กันบ้างไม่มากก็น้อย โดยหากพิจารณาอย่างใจเย็น การซื้อเกมมาเพื่อ "ดอง" ในหลายๆ ครั้งก็เป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ทำไมเราต้องซื้อเกมมาทั้งที่รู้ว่าจะไม่ได้เล่นกันนะ?ในความเป็นจริงแล้ว นิสัยชอบดองเกมสามารถใช้จิตวิทยาช่วยอธิบายได้หลายทางด้วยกัน โดยหลักๆ วันนี้จึงอยากจะชวนเพื่อนๆ มาลองดูกันถึง "สาเหตุ" ทางจิตวิทยามากมายที่นำไปสู่การดองเกม ลองมาดูกันว่ามีข้อไหนตรงกับเพื่อนๆ บ้าง!Specialness Spiral: สายดองรอโอกาส ไม่หยิบมาเล่นสักทีSpecialness Spiral คือปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาเมื่อมนุษย์เห็นของสิ่งหนึ่งพิเศษจนเกินไป ทำให้ไม่กล้านำมาใช้งาน ยกตัวอย่างเช่นคนที่ซื้อรองเท้าลิมิเตดมาแล้วไม่กล้าใส่เป็นต้น ซึ่งลักษณะของ Specialness Spiral เกิดจากปัจจัย 2 อย่างผสมกันส่วนที่หนึ่งคือธรรมชาติของมนุษย์ที่มักจะไม่ชอบตัดสินใจในทันที เพราะไม่มั่นใจว่าช่วงเวลานั้นคือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะตัดสินใจหรือยัง ยกตัวอย่างเช่น คุณซื้อไวน์มาขวดหนึ่ง คุณกะจะเปิดขวดในโอกาสพิเศษเพื่อเป็นการฉลอง แต่กลับยังไม่มีโอกาสไหนดีพอที่จะทำให้คุณเปิดขวดได้เลย หรือในตอนที่คุณกำลังจะเปิดขวดนั้น คุณอาจจะคิดว่า เก็บไว้ก่อนดีกว่าไหม หมักให้รสอร่อยขึ้น หรือจะเก็บเอาไว้ไปขายต่อให้ราคาดีขึ้น ซึ่งอาการลังเลลักษณะนี้จะไปกระตุ้นสมองส่วนที่คิดว่า “เอาไว้ทีหลังก็แล้วกัน”อาการนี้เกิดได้กับการเล่นเกมเช่นกัน ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ คุณอาจรู้สึกอยากลองเกมที่ซื้อเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่พอจะเข้าเกมจริงๆ คุณกลับคิดว่า ‘หรือจะรอให้ถึงช่วงวันหยุดยาวดี จะได้เล่นกันนานๆ เล่นทีเดียวให้จบเลย’ และเมื่อใจของคุณไขว้เขว สมองก็จะพาคุณไปส่วนที่เอาไว้เล่นทีหลัง ทำให้เกมที่ตั้งใจจะเล่นตั้งแต่ทีแรกถูกดองต่อไปทั้งแบบนั้นและองค์ประกอบที่สองของ Specialness Spiral คือการรับรู้ที่ผิดพลาดหรือ Misattribution of Arousal นั่นเอง ซึ่งถ้าแปลตรงๆ ตัวก็คือ "การจำแนกจุดเร้าอารมณ์ผิดพลาด" หรือก็คือการที่เราเข้าใจว่าเราชอบอะไรซักอย่างด้วยเหตุผลที่ไม่ตรงกับความจริงนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่นเราอาจจะรู้สึกว่าเราชอบเล่นเกมกาชาเกมหนึ่งมากๆ จนเติมเงินแบบไม่ยั้ง แต่เมื่อสำรวจลึกลงไป สิ่งที่เราชอบอาจไม่ใช่เกมนั้นโดยตรง แต่คือ "ประสบการณ์ของการกดกาชา" เป็นต้นส่วนนี้จะเกี่ยวโยงมาจากส่วนที่หนึ่ง ในเมื่อเราไม่ได้เล่นเกมที่ซื้อมาสักที นั่นจะทำให้สมองเข้าใจผิดไปว่า เกมนี้มันสำคัญจนไม่ควรจะหยิบมาเล่นในวันธรรมดาๆ ทั่วไป ควรจะต้องรอโอกาสพิเศษถึงคู่ควรแก่การก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ กล่าวคือสมองของคุณดันให้ "ความสำคัญ" กับสิ่งนั้นมากจนเกินไป ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนกับคุณซื้อรองเท้าคู่ใหม่มา แต่คุณไม่อยากให้มันเปื้อน คุณเลยเก็บมันเอาไว้ รอใส่ในวันที่สำคัญอย่างไปเดตหรือใส่ในงานมงคลต่าง ๆ แต่จนแล้วจนรอด คุณก็ยังหาโอกาสหยิบรองเท้าคู่ใหม่มาใส่ไม่ได้เลยสักครั้ง ยิ่งนานวันไป สมองจะเริ่มทำให้คุณเข้าใจผิด คิดไปว่ารองเท้าคู่นี้มันควรต้องใส่ในงานที่พิเศษมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้คุณไม่มีโอกาสได้อวดโฉมมันกับโลกภายนอกเลยสักทีและด้วยสองส่วนผสมนี้เอง จึงพาเราไปสู่อาการ Specialness Spiral ที่เห็นของสิ่งหนึ่งสำคัญเกินไป จนไม่กล้าใช้งาน ทั้งสองส่วนผสมนี้จะทำให้เกิดเป็นวังวนที่ไม่สิ้นสุด จนกว่าคุณจะพยายามฝืนใจเอามันออกมาใช้ครั้งแรกจนได้นั่นแหละรู้ตัวอีกที... The Diderot Effect: สายสะสม นิยมซื้อของใหม่The Diderot Effect เป็นแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่กล่าวว่าการได้รับของใหม่จะนำไปสู่การบริโภคที่บานปลายออกไปไม่จบสิ้น อาจนิยมได้ง่ายๆ ว่า "อาการเสพติดของใหม่" นั่นเองลักษณะของ The Diderot Effect จะเป็นเหมือนขั้วตรงข้ามกับคนที่ติดอยู่ในวังวนของ Specialness Spiral เพราะในขณะที่คนในกลุ่มแรกจะยึดติดกับสิ่งของชิ้นหนึ่งเป็นระยะเวลานาน คนกลุ่มนี้จะมีใจที่ใฝ่หาของใหม่ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น คุณได้รองเท้าใหม่มา แต่คุณกลับพบว่า ไม่มีชุดที่ดีพอจะใส่คู่กับรองเท้านี้ได้เลย คุณจึงตัดสินใจช็อปปิ้งเพิ่มอีกหน่อย เพื่อหาชุดให้เข้าคู่กับรองเท้า ทว่าหลังจากที่ได้ชุดแล้วคุณยังไม่หยุดแค่นั้น คุณต้องการเครื่องประดับที่จะช่วยยกระดับการแต่งตัวของคุณขึ้นไปอีก และการเสริมของใหม่เข้าไปเรื่อยๆ จะนำไปสู่สภาวะวิกฤตทางการเงินของคุณได้ง่ายๆ เช่นกันซึ่งหากจะเทียบเป็นการซื้อเกม ก็อาจจะเหมือนกับเวลาที่เราซื้อคอมหรือเครื่องคอนโซลมาใหม่ที่แรงกว่าเดิม ก็อาจจะมีความรู้สึกว่าอยากจะมีเกมแรงๆ ไว้เล่นบนคอมหรือคอนโซลนั้นได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ก็เลยตะบี้ตะบันซื้อเกมใหม่มาเล่น และเมื่อมีเกมใหม่ที่ภาพสวยกว่าออกมาอีก คุณก็พร้อมจะทิ้งเกมเดิมไปซื้อเกมใหม่ แม้จะยังเล่นเกมที่ซื้อมาตอนแรกไม่หมด เพียงเพื่อให้รู้สึก "คุ้มค่า" กับคอมหรือ PC เครื่องใหม่ที่ได้มา จนกลายเป็นมีเกมที่เล่นไม่จบดองเอาไว้เพียบไปหมดนั่นเองพอมีเครื่อง ก็เริ่มมีอย่างอื่นงอกตามมา... Fear of Missing Out (FOMO): สายตามกระแส กดเกมไม่ยั้งเพราะ "ของมันต้องมี!"Fear of missing out (ย่อสั้นๆ ว่า FOMO) สามารถแปลเป็นไทยตรงๆ ได้ว่า "กลัวพลาด" หรือ "กลัวไม่ได้มีส่วนร่วม" นั่นเอง โดยแนวคิด FOMO เป็นหนึ่งในอาการที่พบได้มากในคนยุคใหม่ จากกระแสโซเชี่ยลที่เปลี่ยนไปมาอย่างว่องไวตลอดเวลา จนบางครั้งก็ทำอะไรตามๆ คนอื่นไปเพราะ "กลัวพลาด" หรือ "กลัวคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง" นั่นเองอาการ Fear of Missing Out น่าจะเป็นอาการที่หลายคนเคยประสบมาแล้ว คุณอาจจะเคยตัดสินใจดูหนังหรือซีรีส์เกาหลีที่เพื่อนๆ พูดถึงกันไม่หยุด แม้จะไม่เคยนึกอยากดูมาก่อน เพียงเพื่อให้เข้าใจว่าพวกเขาคุยอะไรกันเป็นต้น แน่นอนว่าเราสามารถแทนหนังหรือซีรีส์เก่าหลีเป็นวิดีโอเกมก็ได้ หากคุณนั่งฟังเพื่อนในกลุ่มพูดถึงเกม Final Fantasy XIV ว่าสุดยอดอย่างงั้นอย่างงี้ไปทุกวัน ไม่ช้าก็เร็วคุณก็อาจจะเริ่มมีความคิดว่า "...หรือตูกำลังพลาดอะไรไปล่ะ?" ซึ่งนั่นแหละคือความ FOMO แบบเต็มๆ เลยอาการ FOMO ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคนใกล้ตัวเสมอไปด้วย ยิ่งในยุคนี้ที่การสตรีมเกมและการสร้างคอนเทนต์ทางช่องทางต่างๆ มีความแพร่หลายมากขึ้น คุณก็ยิ่งมีเหตุให้รู้สึกถึงอาการ FOMO มากขึ้นไปด้วย คุณอาจเห็นพี่เหยกเล่นเกมๆ หนึ่งที่คุณสนใจ ก็เลยไปซื้อมาลองเล่นบ้างจะได้รู้ว่าพี่แกพูดถึงอะไรอยู่ในคลิป ทั้งที่คุณอาจจะมีเกมที่เล่นค้างอยู่ก็ได้สตรีมเมอร์และยูทูบเบอร์ทั้งหลายเป็นต้นเหตุของอาการ FOMO ได้เช่นกันแม้ว่าคงจะไม่ได้ช่วยให้เกมในคลังของท่านผู้อ่านทั้งหลายเบาบางลงไป และก็ไม่ปฏิเสธว่าการฉวยโอกาสซื้อเกมที่อยากเล่นเมื่อมีการลดราคาก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ก็หวังว่าอย่างน้อยบทความนี้จะช่วยใครก็ตามที่หนักใจกับคลังเกมที่ล้นปรี่ของตัวเองได้มีโอกาสทำความเข้าใจและสำรวจพฤติกรรมในการจับจ่ายใช้สอยกันซักนิด อย่างน้อยก็เพื่อให้เข้าใจตัวเองมากขึ้นนะจ๊ะ อ้างอิง: https://www.thexboxhub.com/we-huge-backlog-games/ https://www.inverse.com/mind-body/psychology-of-buying-things-we-dont-need https://www.wministry.com/th/the-diderot-effect-marie-kondo/ https://www.verywellmind.com/how-to-cope-with-fomo-4174664
09 Nov 2021
[บทความ] Game Engine คืออะไร? สำคัญอย่างไรต่อการสร้างเกม?
คนที่ติดตามข่าวสารข้อมูลในวงการเกมเป็นประจำ จะเห็นว่ามีการกล่าวถึงสิ่งที่เรียกว่า "Game Engine" (เกมเอนจิ้น) อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในบริบทของการพัฒนาเกม ซึ่งบางคนอาจจะพอเข้าใจว่า Engine นี้คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อกระบวนการพัฒนาเกม แต่สำหรับคนที่ไม่รู้ เราขอชวนคุณมาทำความรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า "Game Engine" ผ่านบทความนี้!!!Game Engine คืออะไร? กล่าวกันง่ายๆ Game Engine คือชุดเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักพัฒนาผู้สร้างเกมอย่างมาก ด้วยการรวมเอาชุดคำสั่ง เครื่องมือ และ 'Asset' หรือโมเดล 3D ซึ่งถูกเขียนขึ้นมาจากภาษาคอมพิวเตอร์ (เช่น C, C++ หรือ JAVA) นำมารวบรวมไว้เพื่อให้เกิดความสะดวกสะบายต่อการหยิบยกขึ้นมาสร้างสรรค์เป็นตัวเกมมากยิ่งขึ้น Engine ส่วนมากจะถูกใส่ฟังชั่นหลักต่างๆ ที่จำเป็นในการสร้างเกมเอาไว้อำนวยความสะดวก เช่น การแสดงผลภาพทั้งในรูปแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ เครื่องมือสร้างหรือคำนวนระบบ Physics ต่างๆ ให้กับตัวเกม และองค์ประกอบอีกมากมายเช่นเสียงพากย์ A.I. ศัตรู โหมดออนไลน์ หรือโปรแกรมทำอนิเมชั่น และอื่นๆ อีกมากมาย นำมาเตรียมไว้ให้กับนักพัฒนา และผู้สร้างเกมได้ใช้โดยไม่ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยตนเอง เปรียบง่ายๆ ว่า Engine ของเกมก็เหมือนกับ "กล่องเครื่องมือ" ที่รวบรวมเอาทุกอย่างที่จำเป้นสำหรับการสร้างเกมเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็เพื่อความสะดวกสบายในการหยิบจับเครื่องมือที่จำเป็น แต่ที่สำคัญกว่าคือการใช้ Engine ยังรับประกันว่าโปรแกรมทั้งหมดที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นเกมจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างแน่นอนอีกด้วย เพราะเอาเข้าจริงการจะสร้างเกมขึ้นมาเกมหนึ่งจำเป็นต้องใช้องค์ประกอบยิบย่อยรวมกันเป็นร้อยๆ ส่วน หากใช้โปรแกรมจากผู้พัฒนาต่างกันทั้งหมด ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าสุดท้ายแล้วมันจะรองรับการทำงานของกันและกันได้แค่ไหน ถ้าไม่ใช้ Game Engine สร้างเกมได้มั้ย? แน่นอนว่าได้ เพราะอย่างที่กล่าวมาว่า Game Engine เป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการรังสรรค์เกมเท่านั้น และแม้ไม่ต้องใช้ Game Engine ก็ยังคงสามารถสร้างเกมได้เหมือนกัน เพียงแต่ผู้สร้างจะต้องเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเอง ซึ่งจะใช้เวลาในการสร้างที่นาน แต่ข้อดีของการสร้างด้วยตัวเองแบบนี้ก็คือนักพัฒนาสามารถกำหนดสิ่งต่างๆ ได้เอง และไม่ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เราก็ยังสามารถปรับแต่งตัวเกมให้ร่วมสมัยได้เสมอ เพราะเราเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองยังไงล่ะ! ตัวอย่างของค่ายที่มี Engine ที่สร้างขึ้นเองประกอบไปด้วย RE Engine ของ Capcom ซึ่งใช้สร้าง Resident Evil ทุกภาคมาตั้งแต่ภาค 7 และยังใช้สร้างเกมซีรีส์ใหญ่อื่นๆ ของ Capcom อย่าง Devil May Cry อีกด้วย โดยข้อดีอีกอย่างของการใช้ Engine ที่พัฒนาขึ้นเองคือการสร้าง "ลายเซ็น" หรือเอกลักษณ์บางอย่างให้กับเกมทั้งหมดของผู้พัฒนา ซึ่งก็อาจเป็นอะไรก็ได้ตั้งแต่เค้าโครงของหน้าตาตัวละคร ไปจนถึง "สัมผัส" เวลาเล่น อย่างเช่นเกม Assassin's Creed ภาคเก่าๆ ก็จะมีสัมผัสในการเล่นรวมไปถึงท่าทางของตัวละครที่ "คล้ายกัน" (ลองสังเกติตัวเอกภาคเก่าๆ วิ่งท่าเดียวกันหมดเลย) ชนิดที่เล่นแล้วรู้เลยว่านี่แหละ Assassin's Creed แน่นอน ข้อจำกัดในการใช้ Engine? ในทางกลับกัน Game Engine แม้จะสร้างความสะดวสบาย และความรวดเร็วในการทำงานให้กับผู้พัฒนาเกม เมื่อเวลาผ่านไปก็อาจเกิดการตกรุ่นได้ เพราะ Game Engine เองก็เป็นซอฟต์แวร์ตัวหนึ่งที่เมื่อถึงเวลารุ่นใหม่ๆ ก็จะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดแทน หรืออาจมี Engine ตัวใหม่ที่สร้างขึ้นมาสะดวกกว่าและทำงานรวดเร็วกว่าก็เป็นได้ แต่การพัฒนา Engine ขึ้นมาใหม่แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องหมูๆ ที่นึกจะทำก็ทำได้ และมักมีค่าใช้จ่ายสูงอีกต่างหาก ทำให้บางครั้งการพัฒนา Engine ของตัวเองอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับทุกคนตัวอย่างของค่ายเกมหนึ่งที่ประสบปัญหาจากการใช้ Engine เก่าก็คือ Telltale Games ค่ายผู้ผลิตเกมผจญภัย ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นชื่อฮิตติดปากเกมเมอร์ทั่วโลก และมีผลงานดัดแปลง IP ชื่อดังมากมาย แต่ปัจจุบันกลับเจ๊งไปแล้วเรียบร้อย ซึ่งสาเหตุใหญ่ๆ อย่างหนึ่งที่ทำให้ Telltale เพลี่ยงพล้ำก็คือ Engine อันแสนโบราณของพวกเขาที่แทบไม่ได้พัฒนาขึ้นเลยมานับสิบปี ที่ทำให้เกมของพวกเขามีปัญหาในการทำงานบนคอนโซลสมัยใหม่อยู่เสมอ โดย Telltale พยายามจะทุ่มเงินไปกับการจ้างพนักงานมายกเครื่อง Engine ของพวกเขาเป็นการใหญ่ แต่ยังไม่ทันเสร็จบริษัทก็ล้มละลายไปซะก่อนนอกจากนี้ Engine ของผู้พัฒนาบางค่ายยังถูกพัฒนามาเพื่อสร้างเกม "เฉพาะทาง" ของค่ายนั้นๆ เท่านั้น และต้องใช้สร้างเกมที่แตกต่างจากเดิมมากๆ ก็อาจจะมีปัญหาขึ้นมาได้ โดยเกมหนึ่งที่ประสบปัญหานี้หนักมากๆ ก็คือเกม Anthem ของผู้พัฒนา Bioware นั่นเอง เกม Anthem ถูกพัฒนาขึ้นด้วย Frostbite Engine ที่สร้างขึ้นโดยบริษัท D.I.C.E. สำหรับพัฒนาเกมตระกูล Battlefield (และ Star Wars: Battlefront) โดยเฉพาะ เนื่องจากบริษัท EA ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของค่ายทั้งสอง มีความประสงค์ที่จะให้ค่ายพัฒนาในเครือใช้เทคโนโลยีร่วมกัน เพื่อให้ทุกค่ายสามารถพัฒนาเทคนิคการใช้ Frostbite Engine ของตัวเอง และแบ่งปันเทคนิคระหว่างค่ายในเครือ แต่สิ่งที่ EA ไม่ได้คำนึงคือ Frostbite Engine ถูกสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาเกมมุมมอง FPS ในแผนที่ที่จำกัด เมื่อต้องมาใช้พัฒนา Anthem ซึ่งมีมุมมองบุคคลที่ 3 แถมยังมีแผนที่กึ่งๆ Open World ด้วย ทำให้ผู้พัฒนาหลายคนรายงานว่าพวกเขาใช้เวลาไปกับการปรับแต่ง Frostbite Engine ให้ทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ มากพอๆ กับเวลาที่ใช้พัฒนาเกมจริงๆ เลยทีเดียว ส่งผลให้เกมออกมาในสภาพครึ่งๆ กลางๆ อย่างที่เราๆ เห็นกันนอกจากนี้ Engine บางตัวอาจออกแบบมาเพื่อพัฒนาเกมสำหรับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งก็อาจนำไปสู่ปัญหาเมื่อต้องการจะ "พอร์ต" เกมดังกล่าวไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ ในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น RAGE Engine (Rockstar Advanced Games Engine) ของผู้พัฒนา Rockstar Games ที่เดิมออกแบบมาสำหรับพัฒนาเกมลงคอนโซลก่อนเป็นหลัก ทำให้เกมหลายๆ เกมของค่ายมักประสบปัญหาการทำงานเมื่ออยู่บน PC (อย่างน้อยในช่วงแรกก่อนที่ผู้พัฒนาจะปล่อยแพทช์แก้) ผู้พัฒนาทุกค่ายต้องมี Engine เป็นของตัวเองไหม?คำตอบคือไม่ต้อง! โดยในตลาดปัจจุบันมี Engine เกมแบบ 3rd Party มากมายที่ให้ผู้พัฒนาเลือกใช้สำหรับเกมของตัวเองได้ ซึ่งแต่ละ Engine ก็มีความโดดเด่นและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป แต่ด้วยความที่ Engine เหล่านี้มักจะออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่กว้างที่สุด ทำให้มักจะมีศักยภาพไม่เท่า Engine ที่พัฒนามาสำหรับแนวเกมหรือแพลตฟอร์มนั้นๆ โดยเฉพาะ แต่ข้อดีคือ Engine เหล่านี้ส่วนใหญ่มักมาพร้อมกับ "ตลาด" ที่ให้ผู้พัฒนาเข้าไปเลือกซื้อ (หรือโหลดของฟรีก็ได้) 'Asset' หรือโมเดลสิ่งของต่างๆ มาใช้ในเกมของตัวเองได้ เช่นก้อนหิน ต้นไม้ หญ้า หรือก้อนเมฆเป็นต้น ทำให้ผู้พัฒนาที่มีทีมเล็กหรือผู้พัฒนาฝึกหัดสามารถทดลองสร้างเกมเองได้นั่นเองที่สำคัญที่สุด Engine เหล่านี้หลายอันเปิดให้ใช้ "ฟรี" และจะมีการเก็บตังก็ต่อเมื่อนำเกมที่สร้างไปทำรายได้เท่านั้น โดย Engine แบบ 3rd Party ที่มักถูกใช้ในการสร้างเกมระดับมืออาชีพจะประกอบไปด้วย: Engine ที่โด่งดังที่สุด ที่พัฒนาโดยบริษัท Epic Games นั่นเอง โดย Unreal Engine ถือเป็น Engine เกมที่มีประวัติมายาวนานตั้งแต่สมัยยุค 90s ซึ่งเปิดให้ผู้พัฒนาโหลดใช้เวอร์ชั่นเต็มได้ฟรี 100% จะต้องจ่ายเงินให้ Epic Games ก็ต่อเมื่อเกมที่ใช้สร้างนั้นถูกนำไปสร้างรายได้ โดยจะคิดเป็น % ของรายได้ต่อปีข้อดีอย่างหนึ่งของ Unreal Engine คือความยืดหยุ่นสุดขีด สามารถใช้สร้างเกมได้หลากหลายแนว ด้วยกราฟฟิกระดับต่างๆ กัน ตั้งแต่กราฟฟิกการ์ตูนสีสันสดใสอย่าง Kingdom Hearts 3 ไปจนถึงกราฟฟิกแบบสมจริงถึงรูขุมขนอย่าง Hellblade: Senua's Sacrifice แม้แต่เกมมือถืออย่างซีรีส์ Infinity Blade ก็ยังพัฒนาโดยใช้ Unreal Engine เวอร์ชั่นต่างๆ เช่นกัน เกมดังอื่นๆ ที่ใช้ Unreal Engine: Final Fantasy VII: Remake Mass Effect 1-3Octopath TravellerMortal Kombat 11XCOM: Enemy Unknown, XCOM2 Engine ที่ถูกพัฒนาโดย Crytek นักพัฒนาเกมสัญชาติเยอรมันที่สร้างซีรีส์ Crysis นั่นเอง โดย Engine นี้ก็มีตลาดซื้อ-ขายโมเดลเช่นเดียวกับ Unreal Engine และยังเปิดให้ใช้แบบฟรีๆ อีกด้วย (มีค่าสมาชิกเริ่มต้น $50 ต่อเดือนสำหรับคนที่ต้องการสิทธิพิเศษบางอย่าง)CryEngine มีจุดเด่นในการสร้างเกมที่ให้กราฟฟิกสมจริงมากๆ ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะเป็น Engine ที่ใช้สร้างเกมซีรีส์ Crysis ภาคต่างๆ มาก่อน ในปัจจุบันนี้ CryEngine ไม่ค่อยถูกใช้ในการสร้างเกมระดับ AAA เท่าไหร่นัก แต่ก็พอมีเกมดังๆ ที่ใช้ Engine นี้สร้างอยู่เช่น ซีรีส์ State of Decay และ Hunt: Showdown เป็นต้น เกมดังอื่นๆ ที่ใช้ CryEngine:ซีรีส์ Sniper Ghost Warriorซีรีส์ The ClimbWolcen: Lords of MayhemRyse: Son of RomeEvolve Engine ที่ถูกพัฒนาโดยบริษัท Unity Technologies ด้วยความที่ออกแบบมาให้ใช้ง่ายที่สุด ทำให้ Unity มักเป็น Engine เริ่มต้นสำหรับผู้อยากศึกษาการสร้างเกม มาพร้อมตลาดขาย Asset และเวอร์ชั่นฟรีสำหรับผู้ฝึกหัด โดยผู้ใช้ที่เป็นธุรกิจจะต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนให้กับผู้สร้าง Engine อีกทีด้วยความที่เป็นที่รู้จักในฐานะ 'Engine สำหรับผู้เริ่มต้น' ทำให้เรามักเห็น Unity ถูกใช้ในการสร้างเกมอินดี้ขนาดเล็กๆ ที่ไม่ได้มีทุนสูงนัก รวมถึงเกมมือถือหลายเกม และมักไม่ค่อยเห็นเกมกราฟฟิกสมจริงใช้ Engine นี้บ่อยนักเกมดังอื่นๆ ที่ใช้ Unity: Genshin Impact, Fall Guys, League of Legends: Wild Rift, Doki-Doki Literature Club, Pokemon Unite ทั้งหมดนี้ก็คือ Game Engine เครื่องมือสำคัญที่นักพัฒนาเกมมักหยิบมาเพื่อใช้สร้างสรรค์เกมต่างๆ มากมายออกมาให้พวกเราได้เล่นกัน ซึ่งในปัจจุบัน Game Engine เหล่านี้ถูกพัฒนาไปอย่างมาก จนเป็นที่น่าสนใจว่าในอนาคต เราจะเห็นเกมไปได้ไกลขนาดไหน จะสวยล้ำสมจริง หรือระบบแปลกแหวกแนว ก็ต้องจับตามองกันต่อไป
09 Nov 2021
ส่องความสำเร็จเกม Disco Elysium "เพราะปริศนาใดเล่า จะลึกล้ำเท่าใจมนุษย์"
เมื่อปี 2019 ผู้เข้าร่วมงานประกาศรางวัลเกมใหญ่ประจำปี The Game Awards ล้วนต้องตะลึงเมื่อเกม RPG อินดี้ม้ามืดเกมหนึ่งที่หลายคนแทบไม่เคยได้ยินชื่อสามารถแย่งรางวัลใหญ่ Best Narrative (เนื้อเรื่องยอดเยี่ยม) ไปจากเงื้อมมือเกมตัวเต็งประจำปีอย่างมหากาพย์ล่าสุดของเทพโคจิม่า Death Stranding หรือเกมอินดี้สุดฮอตแห่งปี Outer Wilds ขาดลอย และคว้ารางวัล Best Roleplaying Game (RPG ยอดเยี่ยม) ไปจากแฟรนไชส์ร้อยปีอย่าง Final Fantasy XIV และ Kingdom Hearts ได้อย่างง่ายดาย คว้ารางวัลอื่นรวมเป็น 4 รางวัล เป็นเกมที่สามในประวัติศาสตร์ของงานที่คว้ารางวัลได้มากขนาดนี้ในหนึ่งปีเทียบเท่า Red Dead Redemption 2 และ Overwatch เลยทีเดียว เกมนี้ยังตะลุยไปคว้า Best Narrative จากทั้งเวที Game Developers Choice Awards ครั้งที่ 20 และเวที British Academy Games Awards ครั้งที่ 16 และรางวัลอื่นอีกมากมายทั่วโลกจนเต็มหน้าตัก นี่คือความสำเร็จของ Disco Elysium เกม RPG กึ่งสอบสวนคดีสุดประหลาดโลกสัญชาติเอสโทเนียที่กลายมาเป็นขวัญใจนักวิจารณ์และคอ RPG ทั่วโลกประจำปี 2019 ได้อย่างที่หลายคนไม่ทันคาดคิด อะไรคือสิ่งที่ทำให้เกมนี้ทะยานไปสู่ Top 10 ของนักวิจารณ์ทั่วโลกได้ขนาดนี้? ผมจะพาผู้อ่านไปรู้จักกับเกมสุดเซอร์ที่ความสำเร็จไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มาจากแพสชั่นของกลุ่มคนทำเกม RPG สุดเนิร์ดที่ใช้ความรักในแนวเกมมาพัฒนาเป็นคลื่นลูกใหม่ที่จะปฏิวัติวงการ RPG ตะวันตกที่ติดสูตรเดิมๆ มานับสิบปีให้กลับมาน่าตื่นเต้นอีกครั้ง  "(พูดง่ายๆ เกมนี้คือระบบ) D&D ผสมซีรีส์ตำรวจ มีดาบ ปืน รถ เป็นเกม isometric RPG (มุมมองจากด้านบน) ที่เอาระบบจาก RPG คลาสสิคอย่าง Planescape: Torment และ Baldur's Gate มีเนื้อเรื่องไซส์มโหฬาร ในโลกโคตรสลัมครับ” Robert Kurvitz ผู้กำกับ คนเขียนบทเจ้าของโปรเจ็ค และหัวหน้าทีม ZA/UM ผู้พัฒนาเกม ได้ให้สัมภาษณ์ไว้กับเว็บไซต์ GamesRadar เมื่อต้นปี 2020 นี่เป็นเกมที่ที่เอาจุดเด่นของความพีคจากทุกยุคของเกม RPG ทั้งเนื้อเรื่อง ระบบการเล่น และส่วนประกอบต่างๆ จากเกมที่พวกเขารัก ผสมกับชีวิตในอดีตประเทศคอมมิวนิสต์ยากจนอย่างเอสโทเนียกลั่นออกมาเป็นโลกใหม่ที่ไม่เหมือนใครเรื่องราวของ Disco Elysium เกิดขึ้นในโลกสมมติแนว Steampunk กึ่งไซไฟชื่อ Elysium ในเมืองชายทะเลที่เต็มไปด้วยความยากจนและอาชญากรรม ผู้เล่นรับบทเป็น Harry Dubois ตำรวจที่ต้องสืบคดีฆาตกรรมที่พัวพันกับความขัดแย้งระหว่างสหภาพคนงานท่าเรือประจำเมืองและบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ครองเมือง ผู้เล่นต้องตามหาฆาตกรให้ได้ก่อนที่ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายจะปะทุขึ้นจนอาจทำลายเมืองให้ราบเป็นหน้ากลอง แต่ประเด็นมีอยู่ว่า Harry ดันเป็นนายตำรวจเหลวแหลก อัดเหล้ายาเป็นว่าเล่น จนเช้าวันนั้นที่ตื่นขึ้นมา เขาพบว่าตัวเองเสียความทรงจำทั้งหมดจนไม่เหลือซะแล้ว ไม่รู้ว่าแต่ก่อนตัวเองเป็นใคร หรือแม้แต่ข้อมูลคดีใดๆ ก็หายจ้อยไปกับกาลเวลา ผู้เล่นเลยต้องหาความจริงเกี่ยวกับทั้งตัวคดีฆาตกรรมและเรื่องของตัวเองว่าก่อนหน้านี้เราเคยเป็นใคร เหลวแหลกขนาดไหน"หน้าตาชนิดที่มีแต่แม่ที่รักลง"เมื่อจั่วหัวมาว่าเป็นเกมตำรวจสืบสวน หลายคนอาจจะคิดว่าเกมนี้ต้องเต็มไปด้วยแอคชั่นยิงกราดดุเดือดเลือดพล่าน แต่ต้องบอกเลยว่าเกมนี้เลือกสวนทางทุกเกม RPG ตะวันตกในตลาด แทนที่ตัวละครในโลกนี้จะดวลกันด้วยปืนดาบ เกมกลับเน้นหนักไปที่การสืบคดีและการดวลกันด้วยระบบคำพูดกับตัวละครสุดกวนตีนต่างๆ ในโลกเกมผ่านระบบสุดเด็ดอย่างแรกของเกม นั่นก็คือระบบ Skill Check สุดพิเศษของเกม ในเกม RPG ปกติทั่วไป เรามักได้อัพสกิลของตัวละครในตัวเลือกที่นิยามมาแบบกว้างๆ เช่น ความแข็งแรง strength ความคล่องแคล่ว Dexterity หรือความฉลาด Intelligence ตามขนบเกม RPG ระบบ D&D ธรรมดาทั่วไป แต่ Disco Elysium เลือกที่จะเล่นท่ายากกว่านั้น เกมนี้แบ่งสกิลของตัวละครออกเป็น 4 ด้านด้วยกัน คือ Intellect (มันสมอง), Psyche (สภาวะจิต), Physique (ร่างกาย), and Motorics (การควบคุมร่างกาย) อิงจากระบบร่างกายของมนุษย์จริงๆ และยังแตกย่อยลงไปเป็นสกิลสุดเซอร์ที่จำลองความรู้สึกเล็กย่อยของคนเราจริงๆ อีกมากมาย เช่น สกิล ‘Shivers’ หรือเซนส์ขนแขนสแตนด์อัพที่ทำให้ผู้เล่นสังเกตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้เพิ่มเติม เหมือนเวลาเรารู้สึกขนลุกขึ้นมาตอนเราเซนส์อะไรประหลาดๆ ได้ในชีวิตจริง หรือสกิลแอคติ้ง ‘Drama’ ที่ทำให้เราสามารถตีหน้าตายโกหกคนหรือปั้นเรื่องปั่นประสาทกับตัวละครคนอื่นได้เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเพิ่มเติม เป็นต้น คล้ายระบบเกมแนว Tabletop RPG ทั่วไปที่ต้องทายเต๋าวัดความสำเร็จสกิล แต่ละเอียดกว่าทุกเกมที่เคยมีมาผู้เล่นต้องงัดสกิลมาใช้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตรงหน้า ระบบ Skill Check ทั้ง 4 ด้านสกิลเหล่านี้จะถูกนำมา check กับทุกการกระทำหรือคำพูดที่พูดเล่นต้องการเลือก เช่น ผู้เล่นต้องการแงะประตูเข้าไปในห้องที่ล็อคอยู่ ก็อาจต้องวัดสกิลการใช้มือ ‘Hand-Eye Coordination’ แล้วถ้าอยู่ดีๆ มียามเดินมาเห็นผู้เล่นกำลังทำตัวมีพิรุธอยู่ ผู้เล่นก็อาจต้องงัดสกิล ‘Composure’ ความมั่นหน้าบวกกับสกิล ‘Drama’ เพื่อเล่นละครว่าตัวเองเป็นช่างซ่อมประตู มาซ่อมล็อคเฉยๆ เป็นต้น แต่ที่ยิ่งกว่าการแบ่งสกิลต่างๆ ละเอียดกว่าเกม RPG ทั่วไป จุดเด่นสำคัญอีกอย่างของ Disco Elysium ก็คือ สกิลเหล่านี้สามารถ ‘คุย’ กับเราได้ด้วย ใช่แล้วครับ ด้วยความสติหลุดกระจุยของตัวละคร ทำให้หลายๆ ครั้งก่อนที่ผู้เล่นจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง สกิลต่างๆ ที่เราอัพไว้จะมาแข่งกันแนะแนวให้เราตัดสินใจในแนวทางของแต่ละสกิลนั้นๆ เช่น สมมติเราเจอพยานที่เห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมดันไม่ยอมบอกข้อมูลกับเรา สกิล ‘Shivers’ อาจจะบอกเราว่า “แกรๆ ไม่รู้ทำไมว่ะ แต่รู้สึกได้ว่าแม่งรู้จักกับนักฆ่าชัวร์ ขนลุกหมดแล้ว’ ในขณะที่สกิล ‘Logic’ อาจจะลุกขึ้นมาเถียงว่า ‘อย่าเชื่อ Shivers มัน ถ้าไปกล่าวหาไอ้หมอนี่ลอยๆ ไม่มีหลักฐาน มันไม่มีทางร่วมมือกับเราแน่นอน’ เป็นต้น จนเป็นสีสันสุดฮาของเกมอย่างที่ไม่เคยมีเกม RPG เกมไหนเคยทำมาก่อนนอกจากระบบสกิลสุดพิเศษของเกม อีกหนึ่งระบบเด่นของ Disco Elysium ก็คือระบบ ‘Thought Cabinet’ หรือระบบกล่องความคิด ทุกการกระทำของผู้เล่นในเกม จะทำให้เกิดก้อนความคิดหรือไอเดียบางอย่างที่ผู้เล่นสามารถเลือกเอาไปคิดต่อ จนเกิดเป็น ‘ความเชื่อ’ และกลายเป็น ‘ตัวตน’ ของผู้เล่นที่มีผลกับค่าสกิลของผู้เล่นถาวร เช่น การเจอกับตัวละครที่บอกผู้เล่นว่า “เห้ย หยุดแดกเหล้าเหอะ” อาจทำให้ผู้เล่นสำเหนียกขึ้นมาได้เดี๋ยวนั้นว่าไอ้ที่ชีวิตพังมาตลอดมันเป็นเพราะตัวเองติดเหล้าเนี่ยแหละ จนเกิดความคิดว่า “งดเหล้าตลอดชีวิตก็ดีนะ” ถ้าผู้เล่นเลือกเอาไอเดียนี้ไปคบคิดต่อ เมื่อเวลาผ่านไป ผู้เล่นก็จะคิดสรตะขึ้นมาได้ว่า ‘เออ ตูไม่ควรกินเหล้าจริงๆ แหละ’ จนใจแข็ง เกิดเป็นแต้มความเข้มแข็งทางจิต Psyche เพิ่มเติม แลกกับสกิลภาพหลอนที่เคยได้จากฤทธิ์เหล้ามาตลอดที่บางครั้งช่วยให้เรานึกจินตนาการสิ่งต่างๆ ได้ เป็นต้นระบบ Thought Cabinetเมื่อเกมนี้เอาระบบทั้งสองมารวมกัน เลยเกิดเป็นเกม RPG ที่ตัวละครไม่ได้เอาชนะปัญหาต่างๆ ในเกมด้วยการควานหาดาบตีบวก หรือ min/max สกิลบู๊จนเป็นเทพเจ้า แต่เป็นการลุยกับปัญหาด้วยระบบความคิดเหมือนคนจริงๆ ที่ผู้เล่นต้องเข้าไปสวมบทนายตำรวจสุดเพี้ยนเต็มตัวเพื่อไขคดี เลยเป็นจุดเด่นที่ทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมนี้ไม่เหมือนเกมไหนๆ บนโลกใบนี้และอีกส่วนที่ทำให้เกมนี้ไม่เหมือนเกม RPG หน้าไหนเลยก็คือการที่เกมเอาประเด็นเรื่อง ‘ตัวตน’ ของผู้เล่นมาบวกกับความเละเทะเหลวแหลกของชีวิตคนเราเป็นประเด็นหลักของเกมอย่างเต็มสูบ ผู้เล่นสามารถดันให้ Harry ของตัวเองเป็นตำรวจแบบไหนก็ได้ จะเป็นตำรวจตงฉินที่พยายามรีเซ็ตตัวเองให้กลับมาเป็นพลเมืองดีก็ได้ แต่ถ้าผู้เล่นอยากลองพาตำรวจของตัวเองดำดิ่งไปในความหยำเปของชีวิตแล้วล่ะก็ เกมนี้พร้อมแจกออพชั่นความเหลวแหลกให้ผู้เล่นได้เลือกสรรเต็มที่ ทั้งเหล้ายาที่ตัวละครอัดได้ไม่อั้น ตัวเลือกคำพูดที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นแสดงความหลงตัวเอง กวนส้น หยามเหยียดตัวละครอื่นๆ ในเรื่องได้เต็มที่ บวกกับความคิดเห็นประเด็นทางการเมืองอย่างการฝักไฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ ระบบฟาสซิสต์ เป็นนักศีลธรรม เป็นติ่งเสรีนิยมสุดขั้ว เป็นกลางทางการเมืองหรือแม้แต่เลือกเป็นอิกนอแร้นท์ไม่ยุ่งการเมืองใดๆ ก็ย่อมได้ ทำให้สุดท้ายผู้เล่นจะเลือกเป็นตำรวจฟาสซิสต์ติดเหล้าบ้าเลือดบรมโง่ หรือจะเป็นนักสืบขี้ยาเสรีนิยมจอมหลงตัวเองก็ได้ทั้งนั้นตามผู้เล่นต้องการ ซึ่งทุก identity ที่ผู้เล่นเลือกให้กับ Harry ของตัวเองล้วนมีผลกับโลกเกมและตอนจบของเกมอย่างละเอียด ถ้าพูดกันจริงๆ อาจจะเรียกได้ว่า Disco Elysium ไม่ใช่แค่เกม RPG แต่ยังเป็นเกม simulator ที่เปิดโอกาสให้เราได้ลองใช้ชีวิตเหลวแหลกเบอร์สุดยังได้เลยด้วยซ้ำ ความสดใหม่เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพียงเพื่อทำให้เกมไม่ซ้ำใคร แต่เป็นความพยายามของทีม ZA/UM ที่ไม่ได้แค่อยากเปลี่ยนโลกเกม RPG แต่อยากสร้างเกมที่เป็นตำนานสำหรับผู้เล่น เป็นเกมที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เล่นและกำหนดทิศทางโลก RPG ให้ คนทำเกมอื่นๆ ในอนาคตเหมือนเกมที่เปลี่ยนโลก RPG ต่างๆ ในอดีตเช่น Fallout หรือเกม D&D สมัยก่อน“(ผมรู้ว่าการจะทำเกมให้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น) ไม่ใช่เรื่องง่าย ใครๆ ก็อยากเป็นคนกำหนดทิศทางอนาคตกันทั้งนั้น” Robert Kurvitz เจ้าของโปรเจ็คและนักเขียนนำของเกม ให้สัมภาษณ์ไว้กับเว็บไซต์ Rock Paper Shotgun “เรื่องนี้ทั้งวงการสู้กันชิบหายอยู่แล้วแหละ ซึ่งผมก็รู้ว่าผมคงไม่มีทางไปชนะใครเขาได้หรอก แต่อย่างน้อยผมอยากลองแม่งซักตั้งอ่ะ” ณ วันนี้ Robert Kurvitz และทีมงานน่าจะได้คำตอบแล้วว่าเกมเล็กๆ สุดเสี่ยงที่พวกเขาทุ่มแรงกายแรงใจให้มาตลอด 5 ปี เขาชนะยักษ์ใหญ่ RPG ในวงการได้มากมายขนาดไหน ถ้าถามว่าเกมนี้จะมีผลกับเกม RPG อื่นๆ ในอนาคตได้มากแค่ไหน ณ จุดนี้เรายังคงตอบไม่ได้เต็มปาก แต่ที่ๆ แน่ก็คือ ZA/UM ได้สร้างเพชรเม็ดงามที่ไม่เหมือนใครให้ขึ้นมาเจิดจรัสในวงการได้อย่างสวยงาม และผมอยากชวนให้ทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโลก RPG ด้วยการมาเล่นเกมนี้กันครับ บทความโดย: Noteyman
08 Nov 2021
Dota 2 เจาะลึก Marci สาวน้อยหมัดหนักผู้มากับความเงียบ
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มาการอัพเดทฮีโร่ใหม่ที่มาพร้อมแพท 7.30e นั่นก็คือ Marci นั่นเอง และเมื่อวันที่ 2 พฤษจิกายนที่ผ่านมาได้มีแพทอัพเดทปรับปรุงความสามารถของ Marci ให้สมดุลขึ้น บทความนี้เรามาเจาะลึกฮีโร่ตัวนี้กันเลยครับ Marci เป็นฮีโร่สาย strength จุดเด่นอยู่ที่การโจมตีเป้าหมายเดี่ยวที่รุนแรง mobility ที่สูง แถมยังมีสกิล support เพื่อนร่วมทีมได้ด้วยสกิล 3 ที่ มีพลังตั้งแต่ต้นเกมส์ไปจนถึงเลทเกมส์ เรียกได้ว่าครบเครื่องที่บทบาท เป็นฮีโร่ไม่กี่ตัวของ Dota2 ที่มีความครบเครื่องเช่นนี้Marci Skill 1. DISPOSE            Marci จับเป้าหมาย (มีผลกับฮีโร่พันธมิตรและศัตรู) ทุ่มไปด้านหลังของเธออย่างรุนแรง เมื่อเป้าหมายตกลงบนพื้นดินส่งผลให้เกิดแรงกระแทกโดยรอบบริเวณนั้นและสตันเป้าหมายทุกตัวในระยะที่เกิดผลกระทบนี้ระยะโยน 350ระยะเวลาสตัน 0.9 / 1.3 / 1.7/ 2.1ความเสียหายตกกระทบ 70 / 120 / 170 / 220คูดาวน์ 16 / 14 / 12 / 10ใช้มานา 902. REBOUNDMarci กระโดดพุ้งไปยังยูนิตเป้าหมายเมื่อถึงยูนิตนั้นแล้ว Marci จะกระโจนไปยังพื้นที่เป้าหมายที่เธอเลือก เมื่อเธอตกถึงพื้นจะเกิดแรงกระแทก สร้างความเสียหายและลดความเร็วเคลื่อนที่ให้แก่ศัตรูภายในบริเวณนั้นระยะกระโดดสูงสุด 800ความเสียหายตกกระทบ 90 / 160 / 230 / 300เคลื่อนที่ช้าลง 30% / 40% / 50% / 60%ระยะเวลาช้าลง 3คูดาวน์ 17 / 15 / 13 / 11ใช้มานา 70 / 80 / 90 / 100           3. SIDEKICKMarci บัฟตัวเองหรือเป้าหมายฝ่ายพันธมิตรเพิ่มเสริมพลังโจมตีและดูดพลังชีวิตเมื่อทำการโจมตีกายภาพใส่ศัตรูระยะเวลา 6ดูดพลังชีวิต 35% / 40%  / 45% / 50%เพิ่มพลังโจมตี 20 / 35  / 50 / 65คูดาวน์ 36 / 28 / 20 / 12มานาที่ใช้ 45 / 40 / 35 / 30                        4. UNLEASHMarci ดึงพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวออกมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตนเองชั่วนณะหนึ่ง ในสถานะนี้จะได้รับบัฟสถานะ ชาร์จเดือดดาล ส่งผลให้เธอโจมตีเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วในการโจมตีแต่ละชุด หมุดสุดท้ายจะปลดปล่อยคลื่นกระแทกสร้างความเสียหายโดยรอบเป้าหมาย ลดความเร็วการดคลื่อนที่และการโจมตีเป็นเวลา 2 วินาที เมื่อสิ้นสุดหมัดสุดท้ายจะไม่สามารถโจมตีได้เป็นเวลา 1.75 วินาทีระยะเวลา 16จำนวนหมัดต่อคอมโบ 3 / 4 / 5รัศมีคลื่นกระแทก 800ความเสียหายคลื่น 60 / 130 / 200คลื่นทำให้เคลื่อนที่ช้าลง 30%คลื่นทำให้โจมตีช้าลง 60 / 80 / 100คูดาวน์ 110 / 90 / 70มานาที่ใช้ 100 / 125 / 150Talentsการอัพ Talents แนะนำLv 10 อัพฝั่งขวา +5 Armor เพราะช่วยเพิ่มความหนาให้เก่งขึ้นมาตอนต้นเกมส์ เพราะ Marci เป็นฮีโร่ที่มีเกราะต้นเกมส์น้อยเมื่อเทียบกับฮีโร่สาย strength ตัวอื่น การอัพ Talents นี้ส่งผลให้ Marci ดีขึ้นมากและยังช่วยเพื่อความถึกเมื่อต้องเข้าปะทะในช่วงต้นเกมส์Lv 15 อัพฝั่งซ้าย +200 Rebound Cast/Jump Range เป็น Talents ที่มีประโยชน์สุดๆในทุกสายการเล่น เพราะช่วยให้ mobility สูงขึ้นมาก สามารถกระโดดเข้าไปฆ่าศัตรูได้ไกลขึ้น ที่สำคัญสามารถใช้หนีศัตรูได้ดีด้วยต่างหาก ประโยชน์อีกอย่างนึงก็คือ มันสามารถใช้กระโดดข้ามพื้นที่หน้าผาได้ด้วยนะLv 20 อัพได้ทั้ง 2 ฝั่ง ตามสถานะการณ์ Lv 25 อัพฝั่งซ้าย 1.5s Sidekick Spell Immunity สกิลฟรี BKB ให้ทั้งเพื่อนและตัวเอง พร้อมทั้งสามารถล้างสถานะผิดปกติบางชนิดได้ เป้นสกิลที่มีประโยชน์สุดๆในช่วงท้ายเกมส์ สามารถอัพได้ทุกสายการเล่นเช่นเดียวกันItem Builds                   Marci เป็นฮีโร่สาย Strength-based ข้อดีในส่วนนี้คือในการอัพเวลาในแต่ละครั้งจะได้ค่า Strength ที่สูง ที่เพิ่มทั้ง HP และพลังโจมตีทำให้เป้นฮีโร่ที่มีความสามารถในการเข้าปะทะ ยืนชนเลนในช่วงต้นเกมส์ได้ดีมาก เราสามารถเลือกใช้ไอเทมที่เสริมพลังโจมตีเพื่อเพิ่มความสามารถตรงนี้ได้หลากหลายมาก ไอเทมที่แนะนำได้แก่ต้นเกมส์Orb of Corrosionสุดยอดไอเทมราคาถูกที่มีประโยชน์มากในช่วงต้นเกมส์ พร้อมทั้งยังส่งผลให้สกิล 3 และสกิล Ultimate แข็งแกร่งขึ้น ผลพลอยได้อีกอย่างนึงก็คือมันช่วยเพิ่มความหนา (HP) ให้แก่คุณได้อีกด้วย ทำให้ช่วงต้นเกมส์ถึกขึ้นมากเมื่อใช้คอมโบคู่กับสกิล 3Echo Saberไอเทมช่วงต้นเกมส์ที่ช่วยให้ Marci รีเจนมานาได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ Ultimate มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ความน่าใช้ของไอเทมชิ้นนี้อยู่ในสถานะกลางๆ เพราะมีราคาที่สูงพอตัว ยังมีไอเทมช่วยเร่งมานาอีกหลายชนิดที่ราคาถูกและน่าใช้กว่า แต่โดยรวมถือว่ายังมีประโยชน์Maelstromไอเทมช่วงต้นเกมส์ที่เหมาะกับตำแหน่ง เลนกลาง เพราะช่วยบูสการฟาร์มได้ไวและง่ายยิ่งขึ้น ทั้งการทำครีฟในเลน และการฟาร์มป่า (ข้อเสียของ Marci คือการฟาร์มในป่าที่ทำได้ยาก ) อีกทั้งยังช่วยเสริมดาเมจร่วมกับสกิล Ultimate ที่เรียกว่าแรงมากๆในช่วงต้นเกมส์ เอาไว้ปิดจ็อบศัตรูได้ภายในการโจมตีไม่กี่ชุดTreads” “Vs “Phase Boots”ไอเทมเพิ่ม movement speed ทั้ง 2 ชนิด Marci สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 2 ชนิด แต่จะมีข้อดีที่แตกต่างกัน หากคุณเลือกใช้ Phase Boots จะได้ข้อดีในส่วนของการไล่ฆ่า การ roaming มีประโยชน์อย่างมากหากคุณเล่นเลนกลาง หากคุณเลือกใช้ Treads คุณก็จะได้รับค่า stat และ attack speed ที่มากขึ้น ทำให้ฟาร์มป่าได้ดีขึ้นมาก มีประโยชน์มากในตำแหน่งแครี่ของทีมFalcon Bladeไอเทมราคาถูกควรออกตั้งแต่ช่วงต้นเกมส์ เพราะสามารถเพิ่มทั้งพลังชีวิต และ พลังโจมตีให้ Marci เป็นอย่างมาก และที่สำคัญคือเป็นไอเทมที่เพิ่มการรีเจนมานา (mana regen) ได้ดีอีกด้วย จุดอ่อนของ Marci อย่างนึงคือการมี Mana Max ที่น้อย การออกไอเทมชิ้นนี้มาก็นับเป้ยตัวเลือกที่ดีในการลดข้อเสียตรงนี้ของเธอกลางเกมส์Armlet of Mordiggianไอเทมช่วง ต้น - กลางเกมส์ ที่ช่วยเพิ่ม Attack speed และ Damage อย่างมหาศาลได้ประโยชน์ทั้งการฟาร์ม และ  team fight เพราะเมื่อเปิดใช้งานร่วมกับสกิล Ultimate จะทำให้ Marci ทำ Damage เพิ่มขึ้นอย่างมาก ถ้าต่อยโดนตัวซัพบางๆละก็ ชุดเดียวตายได้เลยนะBlink Daggerไอเทมช่วงต้นเกมส์ที่ออกมาเพิ่มลดข้อเสียของสกิล rebound ที่ต้องการเป้าหมายในการโดดเหยียบก่อนที่จะเข้าถึงตัวศัตรู คุณสามารถเข้าประชิดตัวสกิลแล้วสตันศัตรูด้วยสกิล dispose และตามด้วยการต่อยหมัดชุดการสกิล Ultimate ปิดจ็อบศัตรูแนวหลังได้ด้วยคอมดบชุดเดียว เป้นไอเทมที่มีประโยชน์มา ที่สำคัญสามารถนำไปขึ้นเป็น Overwhelming Blink ที่ทรงพลังขึ้นไปอีกในช่วยเลทเกมส์Black King Barเนื่องจาก Marci แพ้ทางฮีโร่ที่มีความสามารถ CC (crowd control) เป็นอย่างมาก แม้ Talents จะมี ฟรี bkb แต่เนื่องด้วยช่วงเวลากว่าจะได้ Talents นี้มาก็นานอยู่เพราะกว่าจะอัพได้ก็ Lv 25 การออก bkb ในช่วงกลางเกมส์นับว่าเป้นสิ่งสำคัญเลยทีเดียวSkull Basherสุดยอดไอเทมเสริมความสามารถของสกิล Ultimate เรียกได้ว่าเมื่อออกไอเท็มชิ้นนี้แล้วใช้คู่กับ Ultimate การันตีสถานะ Stun เลยก็ว่าได้ ใครโดนเข้าไปจุกแน่นอนท้ายเกมส์Abyssal Bladeไอเทมต่อยอดมาจาก Skull Basher จุดเด่นที่โกงมากของไอเทมชิ้นนี้คือการบลิ้งเข้าไปโจมตีศัตรูได้ตรง ที่สำคัญยัง stun ศัตรูได้อีก เป็นไอเทมที่ได้ทั้งการเสริมพลังโจมตี และ mobilityDaedalus ไอเทมเสริมดาเมจของ Marci ที่เล่นเป็นตัว Core เป็นไอเทมสำคัญมากในช่วงท้ายเกมส์สำหรับแพทนี้ เรียกได้ว่าตัว Core ที่ต้องการดาเมจแทบทุกตัวต้องออกไอเทมชิ้นนี้Marci skill buildsเนื่องจากที่เกรินไปแล้วว่า Marci เป็นฮีโร่ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่การโจมตีเป้าหมายเดี่ยวที่รุนแรงและมี mobility ที่สูง แถมยังมีสกิล support เพื่อนร่วมทีมได้ด้วยสกิล sidekick ทำให้เป็นฮีโร่ที่ มีพลังตั้งแต่ต้นเกมส์ไปจนถึงเลทเกมส์ เรียกได้ว่าครบเครื่องทุกบทบาท เป็นฮีโร่ไม่กี่ตัวของ Dota2 ที่มีความครบเครื่องเช่นนี้ การเลือกอัพสกิลในช่วงต้นเกมส์ ขึ้นอยู่กับฮีโร่เผชิญหน้าในช่วง Lane Phaseเมื่อเจอฮีโร่ที่เอาชนะเลนในยาก สกิลที่ควรอัพในเต็มเป็นอันดับแรก ควรเป็นสกิล Rebound เนื่องจากสามารถใช้หนีและเปลี่ยนตำแหน่งยืนได้ง่าย และผสมกับการอัพสกิล Sidekick ที่ใช้ในการฟาร์มและฟื้น HP จากการกดดันของศัตรูเมื่อเจอกับฮีโร่ที่สามารถเอาชนะเลนได้ง่าย สกิลที่ควรอัพถ้าหากคุณต้องการ builds ที่สามารถกดดันและไล่ฆ่าศัตรูได้ง่าย ควรเป็นสกิล Rebound คู่กับ Dispose เพราะสามารถเข้าถึงตัวและสตันเป้าหมายได้ในทันทีถ้าหากต้องการเล่นเป็นตำแหน่ง Support สกิลที่ควรอัพนำในช่วง Lane Phase คือสกิล Sidekick และผสมด้วย Rebound กับ Dispose อย่างละ 1 เนื่องจากต้องใช้ Sidekick ในการเลี้ยงเลนตัว core แล้วใช้สกิล Rebound กับ Dispose เพื่อหลบหนี เปิด หรือช่วยเหลือตัว core ให้รอดจากการโดน Ganking (รุมฆ่า)วิเคราะห์ฮีโร่แพ้ทางDark Willowมีสกิล Bramble Maze สามารถดักจับ Marci ได้ง่ายในการเดาทิศทางในการโดดมีสกิล Shadow Realm ป้องการคอมโบการต่อยของ Marci ได้ ทำให้คอมโบชุดเดียวไม่สามารถเก็บซัพพอร์ตตัวนี้ได้ การกระโดดเข้าไปล้วงฮีโร่ตัวนี้นับว่าเป็นเรื่องเสี่ยงอย่างมากTerrorize และ Cursed Crown เป็นสุดยอดสกิล CC ที่ Marci แพ้ทางอย่างมาก ถ้าหากโดนเข้าไปสกิลบัฟ Ultimate ของ Marci ก็จะเสียเปล่าทันทีBloodseekerมีสกิล Rupture ที่ทำลายจุดเด่นด้าน mobility ของเธออย่างมาก ที่สำคัญ Marci เป็นฮีโร่ที่มี Max HP ที่สูง การใช้ Rupture ใส่เธอเป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างมากความสามารถจาก Aghanim's Shard ที่ทำให้ Bloodrage สร้างความเสียหายและดูดพลังชีวิตตาม Max HP การใช้ใส่ Marci ถือว่าคุ้มเกินคุ้มCentaur Warrunnerสกิล Retaliate สามารถสะท้อนพลังโจมตีที่สูงของ Marci ได้คุ้มค่ามาก กระโดดเข้ามาต่อยอาจจะตายเองไปเลยก็ได้ เมื่อ Lv. 25 สกิล Retaliate จะกลายเป็น Aura ให้กับเพื่อนร่วมทีมด้วย กระโดดไปต่อยใครก็จุกสกิล Hoof Stomp สามารถสตัน Marci ได้ง่ายมาก โดดเข้ามาใส่ตัวนี้โดนสตันสวนแน่นอนWeaverไอเทมสามัญประจำบ้านของฮีโร่ตัวนี้คือ Linken's Sphere ถ้าหากศัตรูสามารถซื้อไอเทมชิ้นนี้ได้เร็ว การโดดเข้าไปสตันฮีโร่ตัวนี้จะทำได้ยากมากRebound ไม่สามารถลดความเร็วการเคลื่อนที่ของมันได้เลย เพราะแค่ใช้ Shukuchi ก็สามารถวิ่งได้เร็วติดจรวดเหมือนเดิมสกิล Swarm ของ Weaver ต้องโจมตี 4 ครั้งเพื่อล้างดีบัฟ การใช้ใส่ Marci เมื่ออยู่ในสถานะ unleash เป็นสิ่งที่คุ้มค่าเป็นอย่างมากวิเคราะห์ฮีโร่ชนะทางEnchantressสกิล Untouchable จะไร้ประโยชน์ทันทีเมื่อ Marci อยู่ในสถานะ unleashเป็นฮีโร่ที่มี Max HP ที่น้อย Marci สามารถฆ่าได้ด้วยคอมโบชุดเดียวRebound สามารถใช้เป็นเป้าหมายในการเลือกกระโดดได้ง่าย เรียกได้ว่าจับครีฟป่ามาเป้นจุดกระโดดให้ Marci แท้ๆเลยPhantom Lancerเมื่อ Marci อยู่ในสถานะ Unleash การต่อยและปลดปล่อยคลื่นกระแทกออกมาทำให้ร่างแยกของ Phantom Lancer โจมตีได้ช้าลงและช่วยเคลียร่างแยกพวกนี้ได้ง่ายมากด้วยRebound สร้างความเสียหายใส่ร่างจริงของ Phantom Lancer ทำให้ค้นหาตัวจริงได้ง่ายมากวิเคราะห์คอมโบฮีโร่Lifestealerสกิล Infest สามารถคอมโบคู่กับ Rebound ได้ สิ่งร่างแล้วโดดเข้าไปฆ่าศัตรูได้ง่ายมากUrsaMarci สามารถเพิ่มความโหดให้ Ursa ได้ด้วยสกิล Sidekick และบัฟนี้ยังสามารถช่วยให้ Ursa จัดการ Roshanได้ไวขึ้นด้วยSnapfireสามารถคอมโบ Rebound และสกิล Dispose ของตัว Marci กับสกิล Gobble Up เมื่อป้า Snapfire ซื้อ Aghanim's Scepter ได้สำเร็จ เรียกได้ว่าเพิ่มทั้งความคล่องตัวในการไล่ฆ่าได้น่ากลัวอย่างมาก  
06 Nov 2021
[บทความ] เกลือจนจะเป็นโรคไต แต่ทำไม เราถึงหยุดกดกาชาไม่ได้?
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ระบบกาชาปองเป็นหนึ่งในระบบที่ยอดนิยมของเกมในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเกม FPS, MMORPG หรือ MOBA ระบบสุ่มไอเทมนี้ก็แฝงตัวเข้าไปได้อย่างแนบเนียน ช่วยเพิ่มทั้งความตื่นเต้นในการสุ่มให้กับผู้เล่น และผู้เม็ดเงินที่ไหลเวียนเข้าสู่ผู้พัฒนาเกมได้เป็นอย่างดี แต่ก็ใช่ว่ากาชาปองจะมีแต่ข้อดีเสมอไป ข้อเสียข้อใหญ่ของระบบนี้ก็คือ ความไม่แน่นอน ผู้เล่นไม่มีทางรู้เลยว่า ตัวเองจะได้ไอเทมอะไรจากการสุ่มครั้งนี้ แม้บางเกมจะมีการการันตี (Pity rate) เข้ามาช่วย แต่นั่นก็ไม่สามารถหยุดความเจ็บปวดของผู้เล่นดวงกุดได้เลยแม้แต่น้อย จนกลายเป็นเสียงโอดครวญตามกลุ่มเฟซบุ๊คของเกมกาชาแทบทุกเกมถึงความ "เกลือ" อันน่าคับแค้นใจ ทว่าแม้จะมีเสียงบ่นมากมายเกี่ยวกับระบบนี้ จนเกิดเป็นแนวคิดในหมู่ผู้เล่นจำนวนไม่น้อยว่า “กาชาคือรูปแบบทางธุรกิจที่ชั่วร้าย” แต่จำนวนเงินที่เข้ากระเป๋าผู้พัฒนา กับจำนวนตัวเลขคนสุ่มกลับไม่ลดลงเลยในการเสี่ยงดวงประเภทนี้ ราวกับว่าทุกคนเสพติดมันไปแล้ว อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนยังคงติดอยู่ในวังวนการหมุนกาชา แม้ว่าเราจะบ่น “เกลือ” อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เราจะมาไขข้อสงสัยถึงประเด็นนี้กัน ต้นกำเนิดความเค็ม อันดับแรก การหมุนกาชาปองนั้นมีพื้นฐานคล้ายกับการพนัน เพราะทั้งคู่ต่างเป็นการจ่ายเงินไปก่อน และลุ้นว่าจะได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการหรือไม่ ซึ่งตรงจุดนี้จะมีสารเคมีในสมองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เจ้าสารเคมีตัวนี้มีชื่อว่า โดพามีน (Dopamine) โดพามีนนั้นเป็นสารเคมีที่จะหลั่งออกมาในตอนที่มนุษย์กำลังมีความสุขหรือกำลังรู้สึกตื่นเต้น ซึ่งทางโรเบิร์ต ซาโปลสกี (Robert Sapolsky) นักประสาทวิทยาชาวอเมริกัน ได้เคยทำการทดลองกับสมองของลิงเกี่ยวกับเงื่อนไข และช่วงเวลาของการหลั่งสารโดพามีน โดยการทดลองมีรายละเอียดดังนี้ โรเบิร์ตได้ฝึกสอนลิงให้รับรู้ว่า เมื่อพวกมันกดปุ่ม 10 ครั้งในตอนที่มีสัญญาณไฟขึ้น พวกมันจะได้กล้วยตอบแทนเป็นรางวัล สำหรับกราฟด้านบนเป็นการแสดงระดับของสารโดพามีนในสมองของลิง โดนลูกศรแรก (ซ้ายสุด) คือระดับเมื่อลิงเห็นสัญญาณไฟ จะเห็นได้ว่าโดพามีนหลั่งมากสุดในระหว่างทางที่กำลังกด (กราฟระหว่างลูกศรจุดแรกและจุดสอง) ไม่ใช่หลังจากที่ได้รางวัลไปแล้ว (ลูกศรจุดสุดท้าย) สรุปได้ว่าสารโดพามีนเป็นตัวขับเคลื่อนให้ลิงกดปุ่มต่อไปถึงสิบครั้ง เพื่อของรางวัลที่มันรอคอย นอกจากนี้โรเบิร์ตยังทำการทดลองเพิ่มเติม โดยเพิ่มเงื่อนไขเข้าไปจากเดิมที่จะได้รางวัล 100% เมื่อกดปุ่มครบจำนวน กลายเป็น มีโอกาสได้รางวัล 75% 50% และ 25% ตามลำดับ ผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก และอาจจะถือได้ว่า "ตรงข้าม" กับข้อสรุปที่ควรจะเป็นตามตรรกะทั่วไป โดยเราสามารถเห็นระดับโดพามีนที่หลังออกมากลับมีระดับ "ต่ำที่สุด" เมื่อลิงมีโอกาสได้รับรางวัล 100% แต่โดพามีนจะหลั่งออกมาเยอะสุดที่โอกาส 50% ซึ่งนั่นคือตัวเลขที่อยู่ระหว่างการได้ และไม่ได้ของรางวัลแบบเท่าๆ กัน ในขณะที่โอกาส 25% อยู่ตรงกึ่งกลาง หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ "การได้ลุ้น" ทำให้โดพามีนหลั่งออกมามากกว่าการรับประกันรางวัล แต่ก็ต้องอยู่ในระดับที่รางวัลออกบ่อยมากพอจะคาดหวังได้เช่นกัน ด้วยโอกาสที่ไม่สามารถคาดเดาได้ บวกกับความตื่นเต้นในตอนที่ได้ลุ้น องค์ประกอบทั้งสองอย่างนี้คือตัวเร่งชั้นดีของการหลั่งสารโดพามีนในสมองระหว่างที่เรากำลังกดกาชาปอง ซึ่งหากได้สัมผัสภาวะดังกล่าวมากจนเกินไป บางคนอาจจะถึงขั้นเสพติดเลยทีเดียว แน่นอนว่า สมองของมนุษย์กับลิง อาจจะไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด แต่โดยส่วนใหญ่แล้วพวกมันทำงานคล้ายกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่สมองของมนุษย์จะมีปฏิกิริยากับโดพามีนในทางเดียวกันกับลิงที่อยู่ในการทดลองของโรเบิร์ตประกายสีทองที่ทุกคนถวิลหานอกจากนี้ ยังมีอาการที่เรียกในภาษาจิตวิทยาว่า Sunk Cost Effect หมายถึง การที่เราลงทุนกับบางสิ่งไปเยอะแล้ว แต่ยังไม่ได้ผลตอบแทนที่ดีกลับมา ทำให้ต้องเดินหน้าลงทุนต่อ หวังถอนทุนคืนให้ได้เท่านั้น สภาวะนี้ก็มีผลกับระบบกาชาปองเช่นกัน คุณอาจจะลงทุนเติมเงินไปเยอะ แต่ยังไม่ได้สิ่งที่ต้องการเสียที คุณอยากหยุดเติมแล้ว แต่สมองของคุณก็บอกว่า ที่เติมไปก่อนหน้านี้จะเสียเปล่า นั่นจึงบีบให้คุณต้องเติมเงินเพิ่มอย่างช่วยไม่ได้ ปรากฏการณ์อีกอย่างที่ทำให้การกดกาชาปองมีความน่าดึงดูดคือการที่คนในสังคมเกมต่างออกมาบอกกันปากต่อปากว่า ‘กาชาตู้นี้ดี กาชาตู้นี้เยี่ยม’ ก็เป็น Social Proof หรือการที่ปัจจัยภายนอกในสังคม (เช่นการพูดกันในกลุ่ม หรือการฟังจากปากอินฟลูเอนเซอร์) มีผลที่ช่วยส่งเสริมให้คุณมีอาการ “ของมันต้องมี” ทำให้เผลอตัวกดกาชาปองเพิ่มอีกเช่นกัน อีกทั้งมนุษย์ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ชอบการสูญเสีย ดังนั้นหากเจอคำโฆษณาที่ชวนล่อซื้ออย่าง “จำกัดเวลา” หรือ “ห้ามพลาด” ก็จะช่วยกระตุ้นให้คุณอยากถลุงเงินไปกับการเสี่ยงดวงขึ้นไปอีก และในเกมบางเกมจะมีระบบ Daily Mission ที่ให้ของรางวัลตอบแทนบางอย่าง โดย Daily Misson นี้ หากมองจากมุมมองคนเล่น มันก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะมันช่วยให้รางวัลฟรีแก่เรา แต่หากมองในมุมกลับแล้ว นี่จะเข้ากับทฤษฎี 21 วันของด็อกเตอร์แม็กซ์เวลล์ มอลต์ (Dr.Maxwell Maltz) ผู้เขียนหนังสือ Psycho-Cybernetics ที่ว่าด้วยการ “สร้างนิสัย” กล่าวคือหากคนเราทำสิ่งเดิมๆ เป็นเวลา 21 วัน จะทำให้คนเราเสพติดสิ่งนั้น หรือเคยชินกับสิ่งนั้นไปโดยปริยาย กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “กิจวัตรประจำวัน” หรือ “Daily Routine” ที่พอไม่ทำก็อาจจะรู้สึกไม่สบายใจ อยู่ไม่สุข คล้ายกับการลืมทำงานบ้านนั่นเองเกมไรไม่รู้ววว~ (จริงๆ มีแทบทุกเกม) บวกกับระบบค่าเงิน (Currency) ในเกม ที่ช่วยทำให้เราสบายใจมากขึ้นเวลาจับจ่ายใช้สอย หรือเติมเงินเข้าไป การที่เงินในโลกจริงถูกแปลงเป็นเพชรในเกมนั้นจะช่วยทำให้มนุษย์รู้สึกผิดน้อยลงเมื่อต้องใช้จ่ายในเกม เหมือนเป็นกระบวนการหลอกตัวเองของสมองว่า นี่มันไม่ใช่เงินจริงๆ นี่นา จะใช้เยอะสักหน่อยก็ไม่เป็นไร นอกจากนี้ หากสังเกตตัวเลขของอัตราเติมเงิน และอัตราแลกเปลี่ยนให้ดีๆ นั้น เรามักจะได้เห็นเลข 9 อยู่ในอัตราเติมเงินเป็นประจำ ยกตัวอย่างเช่นเกมกาชาชื่อดังอย่าง Genshin Impact เราจะเห็นได้ว่า ราคาเติมเงินจะเป็นราคาที่ลงท้ายด้วย 9 เสมอ โดยหลักการตั้งราคานี้เรียกว่า Odd Pricing เป็นหลักจิตวิทยาที่ตั้งราคาไม่เต็มหน่วย ช่วยทำให้คนเราคิดว่าราคานี้ถูกและคุ้มค่ากว่าราคาทั่วไป ซึ่งนี่เป็นสาเหตุที่เรามักได้เห็นของลดราคามีเลข 9 ห้อยท้ายอยู่ร่ำไป อันดับสุดท้ายคือ อัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เต็มหน่วย หากดูในเกม Genshin Impact สิ่งที่คนมักเติมเงินเพื่อให้ได้มาก็คือ Intertwined fate หรือลูกแก้วสีรุ้ง เพื่อให้ได้หมุนกาชาปองนั่นเอง ทว่าในเรต Genesis Crystals ที่ได้นั้น ไม่มีแพ็กไหนเลยก็หารเจ้าลูกแก้วสีรุ้งนี่ได้ลงตัว โดยลูกแก้วสีรุ้ง 1 ลูกมีมูลค่า 160 เพชร เท่ากับว่า: 60/160 = 0.375 300/160 = 1.875 980/160 = 6.125 1980/160 = 12.375 3280/160 = 20.5 6480/160 = 40.5 ซึ่งนี่ก็เป็นหลักการที่ทำให้มนุษย์อยากจะเติมเงินเพื่อเข้าไปเพื่อเพิ่มจำนวนครั้งที่หมุนได้เช่นกัน เราอาจจะเติมเงินเข้าไปครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้ของที่ต้องการ ทีนี้พอเรามามองเศษที่เหลืออยู่ เราจะคิดว่าขาดอีกนิดเดียวก็จะหมุนกาชาปองได้อีกครั้งแล้ว เติมอีกนิดหน่อยจะเป็นอะไรไป ครั้งนี้เราอาจจะได้ของที่ต้องการก็ได้นะ ด