GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
บทความ
เมื่อ Ray Tracing กลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญ วงการเกมจะเป็นอย่างไรต่อไป?
ลงวันที่ 04/12/2020
ยุคสมัยใหม่ของวงการเกมได้เริ่มขึ้นแล้ว การมาของเครื่อง PS5 กับ Xbox Series X / S เป็นอะไรที่ทำเอาเหล่าเกมมอร์ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ในเจเนอเรชันนี้ทั้ง Sony และ Microsoft จะต้องแข่งขันกันออกเกม Exclusive ของตัวเอง อย่างดุเดือดแน่นอน ซึ่งทางฝั่งของตลาด PC เองการแข่งขันระหว่าง Nvidia / AMD เอง ก็ถือได้ว่าดุเดือดมากๆ เช่นกัน โดยเฉพาะระหว่างการ์ดจอ RTX 30 Series กับ RX 6000 Series แต่ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง Console หรือ PC เทคโนโลยีที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจมากที่สุดคือ Ray-Tracing ครับ

หลายคนอาจไม่สังเกตว่า Ray Tracing เริ่มกลายเป็นสิ่งที่ถูกเอามาใช้ขายในอุตสาหกรรมเกมระยะหนึ่งแล้ว (เช่นเกมนี้จะเปิด Ray Tracing ได้ การ์ดจอตัวนี้จะเปิด Ray Tracing ได้ เกมนี้ลง PS5 แล้วเปิด Ray Tracing ฯลฯ ) ซึ่งมองเพลินๆ อาจดูไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ตัวผมกลับมองว่าเทคโนโลยีแสงนี้ อาจกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้พัฒนาเกม รวมถึง GPU แข่งขันกันอย่างหนักหลังจากนี้เป็นต้นไปครับ

อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนอาจยังไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิ่งที่ชื่อว่า Ray Tracing อยู่ ซึ่งถ้าหากเพื่อนๆ เข้าใจว่าสิ่งนี้เป็นเทคโนโลยีของ Nvidia และถูกสร้างขึ้นมาโดยบริษัทนี้ เพื่อนๆ กำลังเข้าใจผิดอยู่ครับ ส่วนว่าจริงๆ แล้วเทคโนโลยีนี้คืออะไร เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังครับ!


Ray-Tracing คืออะไร?


ในการเรนเดอร์ แสง / เงา ให้กับวัตถุ 3D ในเกมโลกเรามีเทคโนโลยี 2 ตัวที่สามารถเอามาใช้งาน คือ Ray Tracing กับ Rasterization ซึ่งเทคโนโลยีตัวแรกจะทำให้ได้ แสง / เงา ที่สมจริง แต่การเรนเดอร์แบบนี้จะใช้ทรัพยากรของเครื่องสูงมาก ทั้งยังใช้เวลานาน มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเรนเดอร์ Ray Tracing แบบ Real Time

มันจึงส่งผลให้เทคโนโลยี Rasterization ที่เรนเดอร์ แสง / เงา ได้สวยงามแค่ระดับพอใช้ แต่ใช้ทรัพยากรน้อย ทั้งยังทำได้อย่างรวดเร็ว นิยมถูกเอามาใช้มากกว่าในยุคก่อนหน้านี้ จนกระทั่งทาง Nvidia ได้เปิดตัวการ์ดจอซีรีส์ RTX ที่มาพร้อมกับ RT Core สำหรับประมวล Ray Tracing เป็นครั้งแรก

ดังนั้น Ray Tracing คือสิ่งที่สามารถเปิดใช้งานได้ผ่านการ์ดจอทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ เพียงแต่ว่าการใช้งานบนการ์ดจอที่ไม่มีหัว RT Core อาจจะทำให้ FPS ของเกมลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจาก GPU จำเป็นต้องแบ่งการทำงานบางส่วนไปประมวลผลทิศทางของ แสง / เงา ด้วย นี้น่าจะอธิบายได้ว่าทำไมการ์ดจอ AMD, PS5, และ Xbox Series X / S ถึงจะสามารถเปิดใช้งานเทคโนโลยีนี้ได้ ตามที่ผู้พัฒนาได้เคยยืนยันไว้ครับ


ผลกระทบต่อวงการเกมหลังจากนี้


ทุกคนน่าจะสังเกตได้ว่าช่วงหลังๆ มานี้ผู้พัฒนานำประเด็นที่ว่า "เกมของพวกเราสามารถเปิดใช้งาน RT (Ray Tracing) ได้" มาขายบ่อยมากๆ แต่จากข่าวที่บอกว่า Cyberpunk 2077 จะสามารถเปิดใช้งาน RT ได้ถ้าใช้การ์ดจอของ Nvidia เท่านั้นในช่วงแรก กับข่าวที่บอกว่า GodFall จะสามารถเปิด RT ได้บนการ์ดจอของ AMD เท่านั้นในช่วงแรก มันทำให้ผมคิดว่าหลังจากนี้รูปแบบการแข่งขันในตลาดเกม จะมีระบบ RT เป็นคีย์เวิร์ดที่สำคัญอย่างยิ่งครับ

ถ้าสังเกตให้ดีข่าวทั้ง 2 มันสามารถแปลความหมายได้ว่า "ถ้าอยากเล่นเกมนี้แบบมี RT ก็ซื้อการ์ดจอของเราสิ" เช่นกัน และมันสามารถหมายความว่า การแข่งขันเพื่อให้การ์ดจอของตัวเองเปิดระบบ RT ได้ระหว่าง AMD / Nvidia จะรุนแรงมากขึ้นอย่างมากแน่นอน ไม่แน่ว่าเกมหลังจากนี้ทั้งหมด อาจจะเปิด RT ได้แบบ Exclusive บนการ์ดจอของค่ายใดค่ายหนึ่งครับ ซึ่งอาจจะถือว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับผู้เล่นแบบเรา ที่ต่อให้มีเครื่องรุ่นใหม่ หรือการ์ดจอตัวใหม่แล้ว ก็ยังไม่สามารถเปิดใช้ RT ได้ครับ



อย่างไรก็ตามมันถือเป็นข่าวดีสำหรับชาว PC เช่นกันโดยเฉพาะคนที่ใช้การ์ดจอซีรีส์ 20 ขึ้นไป เพราะก่อนหน้านี้จำนวนเกมที่สามารถเปิด RT ได้มันมีอยู่น้อยมากๆ ทำให้หลายคนน่าจะรู้สึกว่าซื้อการ์ดจอมาแล้วใช้งานไม่คุ้ม แต่หลังจากนี้เชื่อว่าเกมแทบทั้งหมดจะถูกพัฒนามาให้เปิด RT ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นข่าวร้ายสำหรับคนที่ยังใช้การ์ดจอรุ่นเก่าอยู่เช่นกัน เนื่องจากนี้อาจหมายความว่าจำเป็นต้องเสียงเงินอัพเกรด PC กันอีกเร็วๆ นี้ครับ

สุดท้ายคงเป็นในเรื่องของยุคสมัยที่น่าจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากการแข่งขันของสองบริษัทผู้ผลิต GPU แน่นอนว่าชิปเซ็ตรวมไปจนถึงเทคโนโลยีที่ดีกว่านี้จะออกมาเรื่อยๆ ซึ่งประสบการณ์เล่นเกมของพวกเราเองก็จะดีมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันไม่แน่ว่าการเล่นเกมแบบ 8K / 144 FPS อาจกลายเป็นเรื่องปกติเร็วกว่าที่พวกเราคิดก็เป็นได้ และเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปข้างหน้ามากขึ้น เหล่าผู้พัฒนาก็ต้องแข่งขันกันสร้าง ภาพ / กราฟิก ของเกมให้มีความสวยงามมากขึ้นเรื่อยๆ ตามไปด้วย


แบบนี้ AMD ดูได้เปรียบกว่า Nvidia เพราะเครื่อง PS5 กับ Xbox Series X / S รึเปล่า ?


คำตอบของผมคือ "ไม่ขนาดนั้น" ครับ เพราะในความเป็นจริง ถ้าหากอ้างอิงจากคำพูดของ Strauss Zelnick ที่เป็น CEO ของ Take-Two เคยประกาศก่อนหน้านี้, กับข่าวที่บอกว่ายอดขาย Monster Hunter World บน PC ทำได้มากกว่าบนเครื่อง PS4 แล้วละก็ ตลาดของ PC จริงๆ แล้วน่าจะถือว่าใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเกมตอนนี้ และมันหมายความว่า Nvidia ไม่ได้เสียเปรียบขนาดนั้นครับ

เพื่อนๆ ที่ไม่ใช่สาย PC อาจไม่รู้ ว่าการ์ดจอของ Nvidia ได้รับความนิยมกว่า AMD ในกลุ่มผู้เล่นบนเครื่อง PC เนื่องจากมักจะมีบางสิ่งบางอย่างที่ดีกว่าเสมอเมื่อเอามาเล่นเกม อย่างในเจนปัจจุบันที่แม้ว่า RX 6000 Series ทางเทคนิคแล้วจะแรงเทียบเท่ากับ RTX 30 Series แต่เมื่อทำการเล่นเกมโดยเปิด RT แล้ว ยังเป็นการ์ดจอของค่ายเขียวที่สามารถแสดงผลได้ดีกว่าเนื่องจากมี RT Core กับเทคโนโลยี DLSS 2.0

ดังนั้นผมจึงไม่คิดว่าในเจเนอเรชันนี้ทาง AMD จะสู้กับ Nvidia ได้ถ้าเรากำลังพูดถึงผู้ใช้งานการ์ดจอ บนเครื่อง PC ดังนั้นผมจึงคิดว่าทั้ง 2 อยู่ในเวทีที่เท่าเทียมกันมากๆ Nvidia ถือส่วนแบ่งมากกว่าในตลาด PC ที่น่าจะเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเกม แต่ทาง AMD ก็ถือส่วนแบ่งตลาดอื่นๆ ทั้งหมดไว้อยู่ครับ


ความเป็นไปได้ที่จะเกิดเทคโนโลยีที่ดียิ่งกว่า Ray Tracing


เมื่อการแข่งขันเกิดขึ้น ทั้ง Nvidia และ AMD จะพยายามพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้แพ้กันและกัน ซึ่งไม่ว่า Ray Tracing จะเป็นเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมยังไง สุดท้ายมันก็มีขีดจำกัดของมันเอง โดยในวันที่ทั้ง 2 บริษัทไปถึงขีดจำกัดนั้นแล้ว เทคโนโลยีอะไรบางอย่างที่ดีกว่าจะเริ่มถูกคิดค้นขึ้นมา อะไรบางอย่างที่จะให้แสงได้สมจริงกว่า คำนวณทิศทางรูปร่างรวมถึงขนาดของเงาได้ถูกต้องกว่า คำถามคือเมื่อไหร่เท่านั้นเองครับ

หลายคนอาจคิดว่าต้องมีอีก 5 - 8 ปีที่ก่อนที่เราจะได้เห็นอะไรแบบนั้น ซึ่งใช่ครับเอาจริงๆ ผมเองก็คิดแบบนั้นในตอนแรกเช่นกัน แต่ถ้ามองการเติบโตของอุตสาหกรรมเกม กับ Hardware แล้ว ผู้เขียนก็คิดว่า การที่จะได้เห็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมกว่า RT ในช่วง 4 ปี หลังจากนี้ ก็ไม่ใช่ 0% ครับ



ผลกระทบทั้งหมดที่น่าจะเกิดขึ้นเมื่อ Ray Tracing กลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญ ซึ่งจริงๆ เรื่องทั้งหมดนี้อาจเกิดขึ้น หรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ เพราะยังไงมันก็เป็นเพียงการคาดเดาของผมเท่านั้น ซึ่งถ้าถามว่าอยากให้เกิดการแข่งขันขึ้นหรือไม่ พูดตรงๆ ว่าผมอยากให้เกิดขึ้นครับ เพราะยังไงสุดท้ายแล้วคนที่จะได้ผลประโยชน์มากที่สุดก็คือพวกเราที่เป็นผู้เล่นครับ เอาจริงๆ อาจจะมีผลกระทบด้านอื่นที่เกิดขึ้นได้อีก แต่ผมนึกไม่ออกแล้วจริงๆ ดังนั้นถ้าเพื่อนคนไหนมีความคิดเห็นยังไง ก็สามารถคอมเม้นต์พูดคุยกันได้ครับ

 
เกมมือถือแนะนำ
อัพเดทล่าสุด วันที่ 01/03/64
Total Eggscape!
Crescent Moon Games
Days of Doom
Atari, Inc.
Cooking Simulator: Chef Gam‪e‬
PlayWay SA
Cubie Adventure World
UNIT5
WIND Runner : Puzzle Match
Joymax Co., Ltd.
เกมพีซี/คอนโซลแนะนำ
อัพเดทล่าสุด วันที่ 01/03/64
SCUM
Gamepires
Persona® 5 Strikers
ATLUS
Zombie Army 4: Dead War
Rebellion
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
เมื่อ Ray Tracing กลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญ วงการเกมจะเป็นอย่างไรต่อไป?
04/12/2020
ยุคสมัยใหม่ของวงการเกมได้เริ่มขึ้นแล้ว การมาของเครื่อง PS5 กับ Xbox Series X / S เป็นอะไรที่ทำเอาเหล่าเกมมอร์ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ในเจเนอเรชันนี้ทั้ง Sony และ Microsoft จะต้องแข่งขันกันออกเกม Exclusive ของตัวเอง อย่างดุเดือดแน่นอน ซึ่งทางฝั่งของตลาด PC เองการแข่งขันระหว่าง Nvidia / AMD เอง ก็ถือได้ว่าดุเดือดมากๆ เช่นกัน โดยเฉพาะระหว่างการ์ดจอ RTX 30 Series กับ RX 6000 Series แต่ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง Console หรือ PC เทคโนโลยีที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจมากที่สุดคือ Ray-Tracing ครับ

หลายคนอาจไม่สังเกตว่า Ray Tracing เริ่มกลายเป็นสิ่งที่ถูกเอามาใช้ขายในอุตสาหกรรมเกมระยะหนึ่งแล้ว (เช่นเกมนี้จะเปิด Ray Tracing ได้ การ์ดจอตัวนี้จะเปิด Ray Tracing ได้ เกมนี้ลง PS5 แล้วเปิด Ray Tracing ฯลฯ ) ซึ่งมองเพลินๆ อาจดูไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ตัวผมกลับมองว่าเทคโนโลยีแสงนี้ อาจกลายเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้พัฒนาเกม รวมถึง GPU แข่งขันกันอย่างหนักหลังจากนี้เป็นต้นไปครับ

อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนอาจยังไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิ่งที่ชื่อว่า Ray Tracing อยู่ ซึ่งถ้าหากเพื่อนๆ เข้าใจว่าสิ่งนี้เป็นเทคโนโลยีของ Nvidia และถูกสร้างขึ้นมาโดยบริษัทนี้ เพื่อนๆ กำลังเข้าใจผิดอยู่ครับ ส่วนว่าจริงๆ แล้วเทคโนโลยีนี้คืออะไร เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังครับ!


Ray-Tracing คืออะไร?


ในการเรนเดอร์ แสง / เงา ให้กับวัตถุ 3D ในเกมโลกเรามีเทคโนโลยี 2 ตัวที่สามารถเอามาใช้งาน คือ Ray Tracing กับ Rasterization ซึ่งเทคโนโลยีตัวแรกจะทำให้ได้ แสง / เงา ที่สมจริง แต่การเรนเดอร์แบบนี้จะใช้ทรัพยากรของเครื่องสูงมาก ทั้งยังใช้เวลานาน มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเรนเดอร์ Ray Tracing แบบ Real Time

มันจึงส่งผลให้เทคโนโลยี Rasterization ที่เรนเดอร์ แสง / เงา ได้สวยงามแค่ระดับพอใช้ แต่ใช้ทรัพยากรน้อย ทั้งยังทำได้อย่างรวดเร็ว นิยมถูกเอามาใช้มากกว่าในยุคก่อนหน้านี้ จนกระทั่งทาง Nvidia ได้เปิดตัวการ์ดจอซีรีส์ RTX ที่มาพร้อมกับ RT Core สำหรับประมวล Ray Tracing เป็นครั้งแรก

ดังนั้น Ray Tracing คือสิ่งที่สามารถเปิดใช้งานได้ผ่านการ์ดจอทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ เพียงแต่ว่าการใช้งานบนการ์ดจอที่ไม่มีหัว RT Core อาจจะทำให้ FPS ของเกมลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจาก GPU จำเป็นต้องแบ่งการทำงานบางส่วนไปประมวลผลทิศทางของ แสง / เงา ด้วย นี้น่าจะอธิบายได้ว่าทำไมการ์ดจอ AMD, PS5, และ Xbox Series X / S ถึงจะสามารถเปิดใช้งานเทคโนโลยีนี้ได้ ตามที่ผู้พัฒนาได้เคยยืนยันไว้ครับ


ผลกระทบต่อวงการเกมหลังจากนี้


ทุกคนน่าจะสังเกตได้ว่าช่วงหลังๆ มานี้ผู้พัฒนานำประเด็นที่ว่า "เกมของพวกเราสามารถเปิดใช้งาน RT (Ray Tracing) ได้" มาขายบ่อยมากๆ แต่จากข่าวที่บอกว่า Cyberpunk 2077 จะสามารถเปิดใช้งาน RT ได้ถ้าใช้การ์ดจอของ Nvidia เท่านั้นในช่วงแรก กับข่าวที่บอกว่า GodFall จะสามารถเปิด RT ได้บนการ์ดจอของ AMD เท่านั้นในช่วงแรก มันทำให้ผมคิดว่าหลังจากนี้รูปแบบการแข่งขันในตลาดเกม จะมีระบบ RT เป็นคีย์เวิร์ดที่สำคัญอย่างยิ่งครับ

ถ้าสังเกตให้ดีข่าวทั้ง 2 มันสามารถแปลความหมายได้ว่า "ถ้าอยากเล่นเกมนี้แบบมี RT ก็ซื้อการ์ดจอของเราสิ" เช่นกัน และมันสามารถหมายความว่า การแข่งขันเพื่อให้การ์ดจอของตัวเองเปิดระบบ RT ได้ระหว่าง AMD / Nvidia จะรุนแรงมากขึ้นอย่างมากแน่นอน ไม่แน่ว่าเกมหลังจากนี้ทั้งหมด อาจจะเปิด RT ได้แบบ Exclusive บนการ์ดจอของค่ายใดค่ายหนึ่งครับ ซึ่งอาจจะถือว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับผู้เล่นแบบเรา ที่ต่อให้มีเครื่องรุ่นใหม่ หรือการ์ดจอตัวใหม่แล้ว ก็ยังไม่สามารถเปิดใช้ RT ได้ครับ



อย่างไรก็ตามมันถือเป็นข่าวดีสำหรับชาว PC เช่นกันโดยเฉพาะคนที่ใช้การ์ดจอซีรีส์ 20 ขึ้นไป เพราะก่อนหน้านี้จำนวนเกมที่สามารถเปิด RT ได้มันมีอยู่น้อยมากๆ ทำให้หลายคนน่าจะรู้สึกว่าซื้อการ์ดจอมาแล้วใช้งานไม่คุ้ม แต่หลังจากนี้เชื่อว่าเกมแทบทั้งหมดจะถูกพัฒนามาให้เปิด RT ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นข่าวร้ายสำหรับคนที่ยังใช้การ์ดจอรุ่นเก่าอยู่เช่นกัน เนื่องจากนี้อาจหมายความว่าจำเป็นต้องเสียงเงินอัพเกรด PC กันอีกเร็วๆ นี้ครับ

สุดท้ายคงเป็นในเรื่องของยุคสมัยที่น่าจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากขึ้น เนื่องจากการแข่งขันของสองบริษัทผู้ผลิต GPU แน่นอนว่าชิปเซ็ตรวมไปจนถึงเทคโนโลยีที่ดีกว่านี้จะออกมาเรื่อยๆ ซึ่งประสบการณ์เล่นเกมของพวกเราเองก็จะดีมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันไม่แน่ว่าการเล่นเกมแบบ 8K / 144 FPS อาจกลายเป็นเรื่องปกติเร็วกว่าที่พวกเราคิดก็เป็นได้ และเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาไปข้างหน้ามากขึ้น เหล่าผู้พัฒนาก็ต้องแข่งขันกันสร้าง ภาพ / กราฟิก ของเกมให้มีความสวยงามมากขึ้นเรื่อยๆ ตามไปด้วย


แบบนี้ AMD ดูได้เปรียบกว่า Nvidia เพราะเครื่อง PS5 กับ Xbox Series X / S รึเปล่า ?


คำตอบของผมคือ "ไม่ขนาดนั้น" ครับ เพราะในความเป็นจริง ถ้าหากอ้างอิงจากคำพูดของ Strauss Zelnick ที่เป็น CEO ของ Take-Two เคยประกาศก่อนหน้านี้, กับข่าวที่บอกว่ายอดขาย Monster Hunter World บน PC ทำได้มากกว่าบนเครื่อง PS4 แล้วละก็ ตลาดของ PC จริงๆ แล้วน่าจะถือว่าใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเกมตอนนี้ และมันหมายความว่า Nvidia ไม่ได้เสียเปรียบขนาดนั้นครับ

เพื่อนๆ ที่ไม่ใช่สาย PC อาจไม่รู้ ว่าการ์ดจอของ Nvidia ได้รับความนิยมกว่า AMD ในกลุ่มผู้เล่นบนเครื่อง PC เนื่องจากมักจะมีบางสิ่งบางอย่างที่ดีกว่าเสมอเมื่อเอามาเล่นเกม อย่างในเจนปัจจุบันที่แม้ว่า RX 6000 Series ทางเทคนิคแล้วจะแรงเทียบเท่ากับ RTX 30 Series แต่เมื่อทำการเล่นเกมโดยเปิด RT แล้ว ยังเป็นการ์ดจอของค่ายเขียวที่สามารถแสดงผลได้ดีกว่าเนื่องจากมี RT Core กับเทคโนโลยี DLSS 2.0

ดังนั้นผมจึงไม่คิดว่าในเจเนอเรชันนี้ทาง AMD จะสู้กับ Nvidia ได้ถ้าเรากำลังพูดถึงผู้ใช้งานการ์ดจอ บนเครื่อง PC ดังนั้นผมจึงคิดว่าทั้ง 2 อยู่ในเวทีที่เท่าเทียมกันมากๆ Nvidia ถือส่วนแบ่งมากกว่าในตลาด PC ที่น่าจะเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมเกม แต่ทาง AMD ก็ถือส่วนแบ่งตลาดอื่นๆ ทั้งหมดไว้อยู่ครับ


ความเป็นไปได้ที่จะเกิดเทคโนโลยีที่ดียิ่งกว่า Ray Tracing


เมื่อการแข่งขันเกิดขึ้น ทั้ง Nvidia และ AMD จะพยายามพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้แพ้กันและกัน ซึ่งไม่ว่า Ray Tracing จะเป็นเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยมยังไง สุดท้ายมันก็มีขีดจำกัดของมันเอง โดยในวันที่ทั้ง 2 บริษัทไปถึงขีดจำกัดนั้นแล้ว เทคโนโลยีอะไรบางอย่างที่ดีกว่าจะเริ่มถูกคิดค้นขึ้นมา อะไรบางอย่างที่จะให้แสงได้สมจริงกว่า คำนวณทิศทางรูปร่างรวมถึงขนาดของเงาได้ถูกต้องกว่า คำถามคือเมื่อไหร่เท่านั้นเองครับ

หลายคนอาจคิดว่าต้องมีอีก 5 - 8 ปีที่ก่อนที่เราจะได้เห็นอะไรแบบนั้น ซึ่งใช่ครับเอาจริงๆ ผมเองก็คิดแบบนั้นในตอนแรกเช่นกัน แต่ถ้ามองการเติบโตของอุตสาหกรรมเกม กับ Hardware แล้ว ผู้เขียนก็คิดว่า การที่จะได้เห็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมกว่า RT ในช่วง 4 ปี หลังจากนี้ ก็ไม่ใช่ 0% ครับ



ผลกระทบทั้งหมดที่น่าจะเกิดขึ้นเมื่อ Ray Tracing กลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญ ซึ่งจริงๆ เรื่องทั้งหมดนี้อาจเกิดขึ้น หรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ เพราะยังไงมันก็เป็นเพียงการคาดเดาของผมเท่านั้น ซึ่งถ้าถามว่าอยากให้เกิดการแข่งขันขึ้นหรือไม่ พูดตรงๆ ว่าผมอยากให้เกิดขึ้นครับ เพราะยังไงสุดท้ายแล้วคนที่จะได้ผลประโยชน์มากที่สุดก็คือพวกเราที่เป็นผู้เล่นครับ เอาจริงๆ อาจจะมีผลกระทบด้านอื่นที่เกิดขึ้นได้อีก แต่ผมนึกไม่ออกแล้วจริงๆ ดังนั้นถ้าเพื่อนคนไหนมีความคิดเห็นยังไง ก็สามารถคอมเม้นต์พูดคุยกันได้ครับ

 
บทความที่คล้ายกัน
เกมมือถือแนะนำ
อัพเดทล่าสุด วันที่ 01/03/64
Total Eggscape!
Crescent Moon Games
Days of Doom
Atari, Inc.
Cooking Simulator: Chef Gam‪e‬
PlayWay SA
Cubie Adventure World
UNIT5
WIND Runner : Puzzle Match
Joymax Co., Ltd.
เกมพีซี/คอนโซลแนะนำ
อัพเดทล่าสุด วันที่ 01/03/64
SCUM
Gamepires
Persona® 5 Strikers
ATLUS
Zombie Army 4: Dead War
Rebellion
Show header