GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
รีวิวเกม
[Review] รีวิวเกม Nobody Saves the World "เพราะความเป็นผู้กล้ามันอยู่ที่ใจใช่รูปลักษณ์!"
ลงวันที่ 16/04/2022

นับตั้งแต่เปิดปี 2022 มาได้ราว ๆ 4 เดือนเต็ม ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเดือนกุมภาพันธ์คือเดือนที่มีเกมฟอร์มยักษ์ออกมามากมาย แต่ย้อนไปเมื่อช่วงเดือนมกราคม มีอยู่ 1 เกมที่เปิดตัวอย่างเงียบ ๆ แต่แล้วกระแสปากต่อปากและการรีวิวของมันก็ทำให้เห็นว่า นี่คืออีกหนึ่ง Hidden Gem อย่างแท้จริงในปี 2022 มันจะดีงามขนาดไหน ลองมาดูกันใน Nobody Saves the World

คนธรรมดาที่มีชะตากรรมไม่ธรรมดา


ในเกมนี้ เราจะได้รับบทเป็น 'Nobody' สมชื่อเกม เป็นคนที่ไม่มีรูปลักษณ์โดดเด่นอะไรเลย เหมือนกับคนธรรมดาที่ไม่มีอะไรเตะตาใคร เขาตื่นขึ้นมาในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เมื่อจอมเวทแห่งหมู่บ้านได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงไม้กายสิทธิ์วิเศษที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมของตัวเอง แต่คนในหมู่บ้านกลับไม่มีใครสามารถใช้ไม้กายสิทธิ์นั้นได้เลย ไม่เว้นแม้แต่ลูกศิษย์ของจอมเวทคนนั้น แต่ตัวเรากลับสามารถใช้มันได้อย่างน่าประหลาดใจ งานนี้ชะตากรรมของบุคคลแสนธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจึงได้เริ่มต้นขึ้น 


จริง ๆ แล้วพล็อตเรื่องของเกมนี้ จะอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด ก็คงต้องบอกว่า มันเหมือนกับการ์ตูนช่วงเช้าวันหยุดที่เด็ก ๆ จะตื่นมาดู ไร้ซึ่งความรุนแรงใด ๆ สอดแทรกมุกตลกและเรื่องราวขำ ๆ เข้ามาเป็นระยะเสมอ โดยการเล่าเรื่องราวของเกมนี้จะไม่ค่อยมีเสียงบรรยายสักเท่าไร จะมีแต่ซับบรรยายเท่านั้น ดังนั้นหากคุณอยากจะอินกับเกมนี้ การอ่านจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะถ้าเล่นแบบข้ามเนื้อเรื่องรัว ๆ รับประกันได้ว่าอรรถรสความสนุกของเกมนี้จะดรอปลงไปพอสมควรเลยทีเดียว และแม้ว่าเนื้อเรื่องเกมนี้จะเข้าใจได้ง่ายมาก มีคนทำสรุปเนื้อเรื่องเอาไว้พอสมควรแล้ว แต่การจะลุยเล่นเกมอย่างเดียว โดยไปตามเนื้อเรื่องย้อนหลังก็ยังไม่ได้อารมณ์เท่ากับเล่นเอง ดังนั้นหากคุณอยากสัมผัสเกมนี้แบบเต็มอิ่ม ภาษาอังกฤษอาจจะต้องได้ในระดับหนึ่งด้วย

รูปแบบเกม Dungeon Crawler + RPG Open World


ความสนุกของ Nobody Saves the World เราได้เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่ช่วงเนื้อเรื่องด้านบนแล้ว นั่นคือเราจะได้รับไอเทมไม้เท้ากายสิทธิ์ของจอมเวทแห่งอาณาจักร ทำให้เรามีความสามารถในการแปลงกายเป็นใครก็ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้เลยตั้งแต่เริ่มเกม เพราะเราจำเป็นจะต้องเก็บเลเวล ปลดล็อคคลาสนั้น ๆ ให้ได้เสียก่อน เราถึงจะสลับไปแปลงร่างเป็นร่างนั้นได้

แต่ก่อนจะไปลงลึกในระบบแปลงร่างของเกม ขอบอกก่อนว่านิยามของเกมนี้จริง ๆ แล้วคือเกมแนว Dungeon Crawler ที่มีองค์ประกอบของเกมโลกเปิดอยู่ในตัว หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจช่วงเริ่มต้นของเกมแล้ว ผู้เล่นจะมีอิสระในการไปไหนมาไหนก็ได้ในโลกอันกว้างใหญ่นี้ ขนาดแผนที่ของเกมนี้ก็ถือว่าใหญ่พอสมควรเลย อาจเพราะด้วยการนำเสนอแบบมุมมองเหนือหัว เลยทำให้เราคิดไปแบบนั้น แต่หากเทียบกับเกมแนวเดียวกันนี้ ขนาดแผนที่ก็ถือว่าใหญ่เกินกว่าเกมอื่น ๆ พอสมควร


โลกภายในเกมจะแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือส่วนของ Open Field หรือแผนที่ทั่วไป ในแผนที่ทั่วไปนี้ ผู้เล่นจะได้พบกับชุมชน หมู่บ้าน ที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่า NPC ให้เราเข้าไปพูดคุย สอบถามข้อมูลต่าง ๆ การพูดคุยสอบถามนี้จะทำให้เราได้ข้อมูลสถานที่ตั้งดันเจี้ยนที่อยู่ในแผนที่ด้วย แม้ว่าเราจะยังไม่ไปเจอด้วยตัวเองก็ตาม ดังนั้นการสืบเสาะ หาข้อมูล พูดคุยกับคนนั้นคนนี้ก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อพบเจอดันเจี้ยนแล้ว ใช่ว่าเราจะเข้าไปลุยเลยได้ เพราะเกมต้องการสองอย่าง นั่นคือ เลเวลที่เหมาะสม และจำนวนดวงดาวของไม้เท้าเวทมนตร์ ซึ่งได้จากการเอาชนะดันเจี้ยนและทำภารกิจต่าง ๆ และอีกเงื่อนไขหนึ่งคือเลเวลของตัวละคร ทำให้การเก็บสะสมดวงดาวไม้เท้าเวทมนตร์ เปรียบเสมือนกับข้อจำกัดของตัวเกม ที่เรา้ตองไปเล่น เพื่อปลดล็อคมันมาให้ได้


ซึ่งภายในดันเจี้ยน จะมีลักษณะแบบพื้นที่ปิด แต่มีเส้นทางที่หลากหลาย และเต็มไปด้วยกับดักและศัตรู รวมไปถึงหีบสมบัติมากมายให้เราได้ตามล่าและเงินที่เอามาใช้ซื้อไอเทมด้วย รูปแบบการเล่นภายในดันเจี้ยนก็จะเป็นเกมแอคชั่น RPG ทั่วไปเลย แต่จะมีกลิ่นอายของความเป็น Hack & Slash อยู่ด้วย นั่นคือเน้นลุยแหลก ต่อสู้ สแปมสกิล และหลบหลีก แล้วถ้ามันเหมือนเกมทั่วไป มันจะไปสนุกตรงไหน คำตอบอยู่ที่หัวข้อถัดไป นั่นคือ ระบบการแปลงร่าง

แปลงร่าง ทำภารกิจ ปลดล็อคร่างใหม่ 


ฟีเจอร์สำคัญของ Nobody Saves the World คือฟีเจอร์การที่เราจะแปลงร่างเป็นร่างต่าง ๆ ที่มีความสามารถอันหลากหลาย ย้ำว่า "สิ่งต่าง ๆ" เพราะร่างแปลงของเราจะไม่ใช่แค่มนุษย์ แต่จะเป็นทั้งสิ่งของ สัตว์ หรือแม้กระทั่งอสูรกายไปเลยก็มี 

ในช่วงแรกที่เราเป็น Nobody หลังจากได้ไม้เท้ากายสิทธิ์มาตามเนื้อเรื่อง เราจะได้เรียนรู้ที่จะแปลงร่างเป็นหนู จากนั้นก็จะเรียนรู้ที่จะแปลงร่างเป็นตัวละครที่มีความสามารถต่าง ๆ เช่น Warrior (นักรบ) Ranger (นักล่า) และปลดล็อคต่อไปอีกเรื่อย ๆ อีกมากมาย โดยแต่ละร่างแปลงของเรานั้น จะมีเควสท์ให้ทำ โยดเควสท์เหล่านี้จะเป็นการให้เราโจมตีศัตรูด้วยร่างนั้น ๆ ตามเงื่อนไขต่าง ๆ เมื่อทำสำเร็จแล้วก็จะปลดล็อครางวัลเป็นค่าประสบการณ์และดวงดาวไม้เท้าเวทมนตร์ ทำให้ร่างนั้น ๆ มีความสามารถในการต่อสู้สูงขึ้น และแต่ละร่างจะมี Ranking ของตัวเองด้วย การจะปลดล็อคร่างแปลงใหม่ ๆ ก็จำเป็นจะต้องมีระดับ Ranking ที่สูงมากพอ


ยกตัวอย่างตามภาพนี้ กับเควสท์ของร่าง Magician (นักมายากล) โดยเควสท์จะให้เราเสกสัตว์มาช่วยต่อสู้และทำดาเมจตามจำนวนครั้ง ถ้าทำเสร็จเควสท์ก็จะสำเร็๗และรับรางวัลได้ รางวัลจะเป็น FP ที่ทำให้ร่างแปลงนั้น ๆ มี Ranking ที่สูงขึ้น ส่วน XP จะทำให้เลเวลตัวละครของเราเยอะขึ้น ซึ่งแยกจากกัน ร่างแปลงแต่ละร่างจะสามารถติดตั้ง Passive และ Active Skills ได้ โดย Active จะเป็นการกดใช้งาน ติดตั้งได้ 4 สกิล ส่วน Passive จะเป็นสกิลติดตัว ไม่จำเป็นต้องกดใช้ ติดตั้งได้ 4 สกิลเช่นกัน แต่ถ้าจะติดตั้งให้ได้ครบ 4 ช่อง ต้องปลดล็อคที่เลเวล 30 ก่อน จึงจะสามารถทำได้ และสกิลทั้งหลายยังสามารถอัปเกรดได้จากการซื้อหรือได้มาซึ่ง Upgrade Token ที่เราหาได้จากภารกิจต่าง ๆ รวมไปถึงร้านค้าด้วย


ไม่เพียงเท่านั้น เพราะแต่ละสกิลจะมีสัญลักษณ์บอกไว้ที่มุมซ้ายบนอย่างชัดเจน สัญลักษณ์พวกนี้จะเป็นเหมือนกับระบบแพ้ทาง-ชนะทางกัน หากเราใช้สกิลโจมตีศัตรูผิดประเภทก็อาจจะถึงขั้นตีศัตรูไม่เข้ากันเลยทีเดียว ดังนั้นก่อนจะจัด Set Skill ก็ต้องเอาให้แน่ใจว่าเราจะพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ และศัตรูทุกรูปแบบ ความสนุกของเกมนี้เลยอยู่ที่การต่อสู้ ทำภารกิจ ปลดล็อคร่างใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ ยิ่งมีร่างเยอะ เกมเพลย์การเล่นของเราก็สามารถพลิกแพลงได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น 

ฟังดูเหมือนไอเดียจะดี และเป็นเกมที่เล่นสนุกมาก แต่ข้อเสียของมันก็กลับเป็นการนำเสนอของมันนั่นเอง นั่นคือในช่วงหลัง ๆ ที่เราจะต้องเจอกับศัตรูหลากหลายประเภท เราจะต้องทำการเปลี่ยนร่างไปมาแทบจะตลอดเวลา โชคดีที่เกมออกแบบระบบการควบคุมมาให้สามารถเปลี่ยนร่างได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้ว แต่มันก็?ำให้เกมการเล่นติดขัดไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะตอน Boss Fight ที่ลำพังบอสนั้น ไม่ยากเท่าไร แต่ลูกสมุนที่มันปล่อยออกมา บางตัวจะมีหลากหลายประเภท การโจมตีจากร่างเดียว ไม่สามารถเก็บกวาดได้หมด ทำให้ต้องสลับฟอร์มไปมาระหว่างสู้บอสก็ถือว่าทำให้มือเป็นระวิงได้ไม่ใช่น้อยเลย


นอกจากนั้นคือเรื่องของการดำเนินเรื่องที่อาจจะเป็นปัญหาเฉพาะบุคคล เพราะหลายคนอาจไม่ได้ชอบเกมที่ต้องมานั่งอ่านหรือตีความกันเอาเอง และ Nobody Saves the World ใช้วิธีนี้ในการเล่าเรื่องแทบจะทั้งเกม แม้ตัวเกมโดยรวมแล้วจะกินเวลาไม่นานนัก 9-10 ชั่วโมงก็น่าจะจบได้แล้ว แต่ถ้าเล่นจนจบโดยที่เราไม่รู้อะไรเลย มันอาจจะกลายเป็นเกมน่าเบื่อไปอีกเกมก็เป็นได้

ส่วนของ Performance หรือประสิทธิภาพตัวเกม ด้วยการนำเสนอภาพแบบการ์ตูน แถมแทบจะเป็น 2D อยู่แล้ว ดังนั้นคอมพิวเตอร์สมัยนี้ ก็เล่นได้แบบสบาย ๆ ถ้ามันไม่เก่าจนเกินไป และตัวเกมยังมีฟังก์ชั่นแบบ Anti-Aliasing หรือลบรอยหยัก ความคมชัดภาพมาให้ปรับกันอีกมากมาย และส่งท้ายด้วยข้อเสียที่ไม่รู้ว่าจะนับเป็นข้อเสียได้หรือไม่ นั่นคือการควบคุม เพราะเกมนี้แนะนำให้ผู้เล่นใช้จอยคอนโทรลเลอร์มากกว่าที่จะใช้เมาส์และคีย์บอร์ด ทำให้คนที่ไม่อยากจะต่อพ่วงอุปกรณ์หลายอย่างก็อาจจะขัดใจซะหน่อย แต่หลังจากได้ลองใช้งาน ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เกมนี้ใช้จอยคอนโทรลเลอร์ควบคุมได้สะดวกกว่ามากจริง ๆ 

ท้ายที่สุดแล้ว หากคุณกำลังมองหาเกมสนุก ๆ เนื้อเรื่องใช้ได้ แต่เกมเพลย์มีความแปลกใหม่พอสมควร Nobody Saves the World คืออีกหนึ่งเกมน้ำดีที่หลายคนมองข้ามไปในปีนี้ และสามารถหามาเล่นกันได้แล้ววันนี้บน PC และคอนโซล รวมไปถึงบนบริหาร Xbox Game Pass ด้วย

บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
เกมการ์ด RPG ลิขสิทธิ์แท้ ’DC Worlds Collide’ เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบวันที่ 28 เมษายนนี้
นักแสดงวัยเก๋า Ray Liotta ผู้พากย์เสียง Tommy Vercetti ใน GTA: Vice City เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 67 ปี
12ooki3
ลือ !! Returnal อาจจะกำลังถูกลงให้กับเครื่อง PC
BASUP!
ไร้พรมแดน! PlayStation วางแผนจะพอร์ตเกมกว่าครึ่งลง PC และโทรศัพท์ภายในปี 2025
12ooki3
Editors' Choice
[ไกด์เกม] Apex Legend Mobile รายละเอียดข้อมูล Perk ของแต่ละตัวละคร
SKT
[ไกด์เกม] Apex Legends Mobile แนะนำตัวละครทั้งหมด ความสามารถ และจุดเด่น จุดด้อย
SKT
[Review] รีวิวเกม Evil Dead: The Game "เกมผีอมตะแนว PvP รสชาติใหม่สุดดุเดือด เลือดสาด สมใจแฟนภาพยนตร์"
Sonicman007
[แนะนำเกม] Prey ประสบการณ์เกม Survival / Action Horror ม้ามืดแห่งปี 2017 ที่คุณไม่ควรพลาด
Sonicman007
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
[Review] รีวิวเกม Nobody Saves the World "เพราะความเป็นผู้กล้ามันอยู่ที่ใจใช่รูปลักษณ์!"
16/04/2022

นับตั้งแต่เปิดปี 2022 มาได้ราว ๆ 4 เดือนเต็ม ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเดือนกุมภาพันธ์คือเดือนที่มีเกมฟอร์มยักษ์ออกมามากมาย แต่ย้อนไปเมื่อช่วงเดือนมกราคม มีอยู่ 1 เกมที่เปิดตัวอย่างเงียบ ๆ แต่แล้วกระแสปากต่อปากและการรีวิวของมันก็ทำให้เห็นว่า นี่คืออีกหนึ่ง Hidden Gem อย่างแท้จริงในปี 2022 มันจะดีงามขนาดไหน ลองมาดูกันใน Nobody Saves the World

คนธรรมดาที่มีชะตากรรมไม่ธรรมดา


ในเกมนี้ เราจะได้รับบทเป็น 'Nobody' สมชื่อเกม เป็นคนที่ไม่มีรูปลักษณ์โดดเด่นอะไรเลย เหมือนกับคนธรรมดาที่ไม่มีอะไรเตะตาใคร เขาตื่นขึ้นมาในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เมื่อจอมเวทแห่งหมู่บ้านได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงไม้กายสิทธิ์วิเศษที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมของตัวเอง แต่คนในหมู่บ้านกลับไม่มีใครสามารถใช้ไม้กายสิทธิ์นั้นได้เลย ไม่เว้นแม้แต่ลูกศิษย์ของจอมเวทคนนั้น แต่ตัวเรากลับสามารถใช้มันได้อย่างน่าประหลาดใจ งานนี้ชะตากรรมของบุคคลแสนธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจึงได้เริ่มต้นขึ้น 


จริง ๆ แล้วพล็อตเรื่องของเกมนี้ จะอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายที่สุด ก็คงต้องบอกว่า มันเหมือนกับการ์ตูนช่วงเช้าวันหยุดที่เด็ก ๆ จะตื่นมาดู ไร้ซึ่งความรุนแรงใด ๆ สอดแทรกมุกตลกและเรื่องราวขำ ๆ เข้ามาเป็นระยะเสมอ โดยการเล่าเรื่องราวของเกมนี้จะไม่ค่อยมีเสียงบรรยายสักเท่าไร จะมีแต่ซับบรรยายเท่านั้น ดังนั้นหากคุณอยากจะอินกับเกมนี้ การอ่านจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะถ้าเล่นแบบข้ามเนื้อเรื่องรัว ๆ รับประกันได้ว่าอรรถรสความสนุกของเกมนี้จะดรอปลงไปพอสมควรเลยทีเดียว และแม้ว่าเนื้อเรื่องเกมนี้จะเข้าใจได้ง่ายมาก มีคนทำสรุปเนื้อเรื่องเอาไว้พอสมควรแล้ว แต่การจะลุยเล่นเกมอย่างเดียว โดยไปตามเนื้อเรื่องย้อนหลังก็ยังไม่ได้อารมณ์เท่ากับเล่นเอง ดังนั้นหากคุณอยากสัมผัสเกมนี้แบบเต็มอิ่ม ภาษาอังกฤษอาจจะต้องได้ในระดับหนึ่งด้วย

รูปแบบเกม Dungeon Crawler + RPG Open World


ความสนุกของ Nobody Saves the World เราได้เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่ช่วงเนื้อเรื่องด้านบนแล้ว นั่นคือเราจะได้รับไอเทมไม้เท้ากายสิทธิ์ของจอมเวทแห่งอาณาจักร ทำให้เรามีความสามารถในการแปลงกายเป็นใครก็ได้ แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้เลยตั้งแต่เริ่มเกม เพราะเราจำเป็นจะต้องเก็บเลเวล ปลดล็อคคลาสนั้น ๆ ให้ได้เสียก่อน เราถึงจะสลับไปแปลงร่างเป็นร่างนั้นได้

แต่ก่อนจะไปลงลึกในระบบแปลงร่างของเกม ขอบอกก่อนว่านิยามของเกมนี้จริง ๆ แล้วคือเกมแนว Dungeon Crawler ที่มีองค์ประกอบของเกมโลกเปิดอยู่ในตัว หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจช่วงเริ่มต้นของเกมแล้ว ผู้เล่นจะมีอิสระในการไปไหนมาไหนก็ได้ในโลกอันกว้างใหญ่นี้ ขนาดแผนที่ของเกมนี้ก็ถือว่าใหญ่พอสมควรเลย อาจเพราะด้วยการนำเสนอแบบมุมมองเหนือหัว เลยทำให้เราคิดไปแบบนั้น แต่หากเทียบกับเกมแนวเดียวกันนี้ ขนาดแผนที่ก็ถือว่าใหญ่เกินกว่าเกมอื่น ๆ พอสมควร


โลกภายในเกมจะแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือส่วนของ Open Field หรือแผนที่ทั่วไป ในแผนที่ทั่วไปนี้ ผู้เล่นจะได้พบกับชุมชน หมู่บ้าน ที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่า NPC ให้เราเข้าไปพูดคุย สอบถามข้อมูลต่าง ๆ การพูดคุยสอบถามนี้จะทำให้เราได้ข้อมูลสถานที่ตั้งดันเจี้ยนที่อยู่ในแผนที่ด้วย แม้ว่าเราจะยังไม่ไปเจอด้วยตัวเองก็ตาม ดังนั้นการสืบเสาะ หาข้อมูล พูดคุยกับคนนั้นคนนี้ก็มีประโยชน์อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อพบเจอดันเจี้ยนแล้ว ใช่ว่าเราจะเข้าไปลุยเลยได้ เพราะเกมต้องการสองอย่าง นั่นคือ เลเวลที่เหมาะสม และจำนวนดวงดาวของไม้เท้าเวทมนตร์ ซึ่งได้จากการเอาชนะดันเจี้ยนและทำภารกิจต่าง ๆ และอีกเงื่อนไขหนึ่งคือเลเวลของตัวละคร ทำให้การเก็บสะสมดวงดาวไม้เท้าเวทมนตร์ เปรียบเสมือนกับข้อจำกัดของตัวเกม ที่เรา้ตองไปเล่น เพื่อปลดล็อคมันมาให้ได้


ซึ่งภายในดันเจี้ยน จะมีลักษณะแบบพื้นที่ปิด แต่มีเส้นทางที่หลากหลาย และเต็มไปด้วยกับดักและศัตรู รวมไปถึงหีบสมบัติมากมายให้เราได้ตามล่าและเงินที่เอามาใช้ซื้อไอเทมด้วย รูปแบบการเล่นภายในดันเจี้ยนก็จะเป็นเกมแอคชั่น RPG ทั่วไปเลย แต่จะมีกลิ่นอายของความเป็น Hack & Slash อยู่ด้วย นั่นคือเน้นลุยแหลก ต่อสู้ สแปมสกิล และหลบหลีก แล้วถ้ามันเหมือนเกมทั่วไป มันจะไปสนุกตรงไหน คำตอบอยู่ที่หัวข้อถัดไป นั่นคือ ระบบการแปลงร่าง

แปลงร่าง ทำภารกิจ ปลดล็อคร่างใหม่ 


ฟีเจอร์สำคัญของ Nobody Saves the World คือฟีเจอร์การที่เราจะแปลงร่างเป็นร่างต่าง ๆ ที่มีความสามารถอันหลากหลาย ย้ำว่า "สิ่งต่าง ๆ" เพราะร่างแปลงของเราจะไม่ใช่แค่มนุษย์ แต่จะเป็นทั้งสิ่งของ สัตว์ หรือแม้กระทั่งอสูรกายไปเลยก็มี 

ในช่วงแรกที่เราเป็น Nobody หลังจากได้ไม้เท้ากายสิทธิ์มาตามเนื้อเรื่อง เราจะได้เรียนรู้ที่จะแปลงร่างเป็นหนู จากนั้นก็จะเรียนรู้ที่จะแปลงร่างเป็นตัวละครที่มีความสามารถต่าง ๆ เช่น Warrior (นักรบ) Ranger (นักล่า) และปลดล็อคต่อไปอีกเรื่อย ๆ อีกมากมาย โดยแต่ละร่างแปลงของเรานั้น จะมีเควสท์ให้ทำ โยดเควสท์เหล่านี้จะเป็นการให้เราโจมตีศัตรูด้วยร่างนั้น ๆ ตามเงื่อนไขต่าง ๆ เมื่อทำสำเร็จแล้วก็จะปลดล็อครางวัลเป็นค่าประสบการณ์และดวงดาวไม้เท้าเวทมนตร์ ทำให้ร่างนั้น ๆ มีความสามารถในการต่อสู้สูงขึ้น และแต่ละร่างจะมี Ranking ของตัวเองด้วย การจะปลดล็อคร่างแปลงใหม่ ๆ ก็จำเป็นจะต้องมีระดับ Ranking ที่สูงมากพอ


ยกตัวอย่างตามภาพนี้ กับเควสท์ของร่าง Magician (นักมายากล) โดยเควสท์จะให้เราเสกสัตว์มาช่วยต่อสู้และทำดาเมจตามจำนวนครั้ง ถ้าทำเสร็จเควสท์ก็จะสำเร็๗และรับรางวัลได้ รางวัลจะเป็น FP ที่ทำให้ร่างแปลงนั้น ๆ มี Ranking ที่สูงขึ้น ส่วน XP จะทำให้เลเวลตัวละครของเราเยอะขึ้น ซึ่งแยกจากกัน ร่างแปลงแต่ละร่างจะสามารถติดตั้ง Passive และ Active Skills ได้ โดย Active จะเป็นการกดใช้งาน ติดตั้งได้ 4 สกิล ส่วน Passive จะเป็นสกิลติดตัว ไม่จำเป็นต้องกดใช้ ติดตั้งได้ 4 สกิลเช่นกัน แต่ถ้าจะติดตั้งให้ได้ครบ 4 ช่อง ต้องปลดล็อคที่เลเวล 30 ก่อน จึงจะสามารถทำได้ และสกิลทั้งหลายยังสามารถอัปเกรดได้จากการซื้อหรือได้มาซึ่ง Upgrade Token ที่เราหาได้จากภารกิจต่าง ๆ รวมไปถึงร้านค้าด้วย


ไม่เพียงเท่านั้น เพราะแต่ละสกิลจะมีสัญลักษณ์บอกไว้ที่มุมซ้ายบนอย่างชัดเจน สัญลักษณ์พวกนี้จะเป็นเหมือนกับระบบแพ้ทาง-ชนะทางกัน หากเราใช้สกิลโจมตีศัตรูผิดประเภทก็อาจจะถึงขั้นตีศัตรูไม่เข้ากันเลยทีเดียว ดังนั้นก่อนจะจัด Set Skill ก็ต้องเอาให้แน่ใจว่าเราจะพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ และศัตรูทุกรูปแบบ ความสนุกของเกมนี้เลยอยู่ที่การต่อสู้ ทำภารกิจ ปลดล็อคร่างใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ ยิ่งมีร่างเยอะ เกมเพลย์การเล่นของเราก็สามารถพลิกแพลงได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น 

ฟังดูเหมือนไอเดียจะดี และเป็นเกมที่เล่นสนุกมาก แต่ข้อเสียของมันก็กลับเป็นการนำเสนอของมันนั่นเอง นั่นคือในช่วงหลัง ๆ ที่เราจะต้องเจอกับศัตรูหลากหลายประเภท เราจะต้องทำการเปลี่ยนร่างไปมาแทบจะตลอดเวลา โชคดีที่เกมออกแบบระบบการควบคุมมาให้สามารถเปลี่ยนร่างได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้ว แต่มันก็?ำให้เกมการเล่นติดขัดไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะตอน Boss Fight ที่ลำพังบอสนั้น ไม่ยากเท่าไร แต่ลูกสมุนที่มันปล่อยออกมา บางตัวจะมีหลากหลายประเภท การโจมตีจากร่างเดียว ไม่สามารถเก็บกวาดได้หมด ทำให้ต้องสลับฟอร์มไปมาระหว่างสู้บอสก็ถือว่าทำให้มือเป็นระวิงได้ไม่ใช่น้อยเลย


นอกจากนั้นคือเรื่องของการดำเนินเรื่องที่อาจจะเป็นปัญหาเฉพาะบุคคล เพราะหลายคนอาจไม่ได้ชอบเกมที่ต้องมานั่งอ่านหรือตีความกันเอาเอง และ Nobody Saves the World ใช้วิธีนี้ในการเล่าเรื่องแทบจะทั้งเกม แม้ตัวเกมโดยรวมแล้วจะกินเวลาไม่นานนัก 9-10 ชั่วโมงก็น่าจะจบได้แล้ว แต่ถ้าเล่นจนจบโดยที่เราไม่รู้อะไรเลย มันอาจจะกลายเป็นเกมน่าเบื่อไปอีกเกมก็เป็นได้

ส่วนของ Performance หรือประสิทธิภาพตัวเกม ด้วยการนำเสนอภาพแบบการ์ตูน แถมแทบจะเป็น 2D อยู่แล้ว ดังนั้นคอมพิวเตอร์สมัยนี้ ก็เล่นได้แบบสบาย ๆ ถ้ามันไม่เก่าจนเกินไป และตัวเกมยังมีฟังก์ชั่นแบบ Anti-Aliasing หรือลบรอยหยัก ความคมชัดภาพมาให้ปรับกันอีกมากมาย และส่งท้ายด้วยข้อเสียที่ไม่รู้ว่าจะนับเป็นข้อเสียได้หรือไม่ นั่นคือการควบคุม เพราะเกมนี้แนะนำให้ผู้เล่นใช้จอยคอนโทรลเลอร์มากกว่าที่จะใช้เมาส์และคีย์บอร์ด ทำให้คนที่ไม่อยากจะต่อพ่วงอุปกรณ์หลายอย่างก็อาจจะขัดใจซะหน่อย แต่หลังจากได้ลองใช้งาน ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เกมนี้ใช้จอยคอนโทรลเลอร์ควบคุมได้สะดวกกว่ามากจริง ๆ 

ท้ายที่สุดแล้ว หากคุณกำลังมองหาเกมสนุก ๆ เนื้อเรื่องใช้ได้ แต่เกมเพลย์มีความแปลกใหม่พอสมควร Nobody Saves the World คืออีกหนึ่งเกมน้ำดีที่หลายคนมองข้ามไปในปีนี้ และสามารถหามาเล่นกันได้แล้ววันนี้บน PC และคอนโซล รวมไปถึงบนบริหาร Xbox Game Pass ด้วย


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
เกมการ์ด RPG ลิขสิทธิ์แท้ ’DC Worlds Collide’ เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบวันที่ 28 เมษายนนี้
นักแสดงวัยเก๋า Ray Liotta ผู้พากย์เสียง Tommy Vercetti ใน GTA: Vice City เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 67 ปี
12ooki3
ลือ !! Returnal อาจจะกำลังถูกลงให้กับเครื่อง PC
BASUP!
ไร้พรมแดน! PlayStation วางแผนจะพอร์ตเกมกว่าครึ่งลง PC และโทรศัพท์ภายในปี 2025
12ooki3
ผู้พัฒนา The Quarry ประกาศ !! โหมด Multiplayer จะถูกเลื่อนออกไปหลังจากเกมขาย 1 เดือน
BASUP!
ชาวเน็ตเชื่อ God of War Ragnarok อาจวางขายช่วงเดือนกันยายน คาดเดาจากวันขายของเล่นใหม่
12ooki3
Editors' Choice
[ไกด์เกม] Apex Legend Mobile รายละเอียดข้อมูล Perk ของแต่ละตัวละคร
SKT
[ไกด์เกม] Apex Legends Mobile แนะนำตัวละครทั้งหมด ความสามารถ และจุดเด่น จุดด้อย
SKT
[Review] รีวิวเกม Evil Dead: The Game "เกมผีอมตะแนว PvP รสชาติใหม่สุดดุเดือด เลือดสาด สมใจแฟนภาพยนตร์"
Sonicman007
[แนะนำเกม] Prey ประสบการณ์เกม Survival / Action Horror ม้ามืดแห่งปี 2017 ที่คุณไม่ควรพลาด
Sonicman007
Show header