GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
IT
[Review] HyperX Cloud II Wireless หูฟังเสียงขั้นเทพ ใช้งานได้นานถึง 30 ชั่วโมง
ลงวันที่ 08/04/2022

เป็นแบรนด์ที่ตีตลาดบ้านเรามาหลายปีแล้วสำหรับ Hyper X และก็ได้รับกระแสคำชมจากแฟนๆ มากมายในเรื่องของคุณภาพและราคาที่เป็นมิตร ซึ่งเมื่อปี 2015 ทางผู้พัฒนาได้ปล่อยตัวหูฟังอย่าง Hyper X Cloud II ออกมา และมันก็ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยคุณภาพเสียงที่คมชัด ซึ่งล่าทางแบรนด์นี้ก็ได้ปล่อยหูฟังรุ่นใหม่ที่ถือว่าสร้างมาเพื่อสานต่อความสำเร็จกับ HyperX Cloud II Wireless 7.1 ที่นอกจากจะมีคุณภาพที่ดีกว่ารุ่นเดิม ใช้ง่ายกว่า ตัวหูฟังยังมาพร้อมกับระบบไร้สายที่ลดความกวนใจได้มากเลยทีเดียว ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFever จะมารีวิวหูฟังและพูดถึงจุดเด่นของ HyperX Cloud II Wireless 7.1 หลังจากที่ได้ลองใช้มาว่ามันควรค่าในการจับจองหรือไม่ ?


ใช้ได้นานทั้งวัน

แน่นอนว่าตัว HyperX Cloud II Wireless 7.1 นั้นคือหูฟังสำหรับเหล่าเกมเมอร์ ซึ่งหลายๆ คนก็อาจจะสงสัยว่าพอเป็นหูฟังไร้สายเราจะต้องพบเจอกับปัญหาแบตหมดเล่นไม่พอระหว่างวันหรือเปล่า แต่ไม่ต้องกลัวเลยครับเพราะจุดเด่นของหูฟังรุ่นนี้คือความอึดของแบตเตอร์รี่ที่จะให้เราใช้ได้ยาวนานกว่า 30 ชั่วโมง แถมเวลาชาร์จแบตก็ยังใช้เวลาที่น้อยมาก ๆ ราว ๆ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ปกติตัวผู้เขียนใช้เวลาอยู่หน้าคอมนานกว่า 15-20 ชั่วโมงต่อวัน เวลาที่ออกไปทานข้าว หรืออาบน้ำก็จะชาร์จทิ้งไว้พอกลับมาแบตก็เต็มตลอด นอกจากนี้ตัวหูฟังยังรับคลื่นสัญญาน 2.4 GHz ซึ่งรับได้ไกลถึง 20 เมตรเลยทีเดียว


ฟังเสียงเกมระดับเทพ ฟังเพลงก็ยอดเยี่ยม

ต้องขอเกริ่นก่อนว่าก่อนที่ทางผู้เขียนจะได้ลองใช้หูฟังตัวนี้ ทางผู้เขียนเองก็ได้ใช้แต่หูฟังระบบ 2.0 ปกติซึ่งมันก็ให้เสียงที่โอเคแต่การเล่นเกมนั้นกลับมีปัญหาอย่างยิ่ง (เช่นเกม Valorant) ที่ตัวเกมมีย่านเสียงที่กว้างและละเอียดพอสมควรทำให้เวลาฟังเสียงเท้าค่อนข่างจับทางได้ยาก แต่ตัว  HyperX Cloud II Wireless 7.1 สามารถเก็ยรายละเอียดการฟังเสียงได้ครบ จากที่ได้ใช้ตัวหูฟังนี้เล่นเกมเราสามารถฟังเสียงได้ชัดขึ้น ให้ความรู้สึกสามารถฟังเสียงได้รอบทิศทาง เราจะสามารถฟังได้เลยว่าศัตรูจะมาจากทางไหน ซ้าย ขวา หน้า หลัง รู้ได้หมด ให้เราฟังเสียงเท้าศัตรูและดักยิงรอได้แม่นยำมากขึ้น 

ส่วนในด้านของการฟังเพลงนั้นตัวย่านเสียงของ HyperX Cloud II Wireless 7.1 จะเอียงหนักไปทางย่านเสียงแหลม เพราะว่าเสียงที่เหมาะสมในการฟังเสียงเท้าภายในเกมนั้นเสียงแหลมจะได้ประสิทธิภาพที่สุด เลยทำให้ด้านของการฟังเพลงอาจจะถูกดรอปลงไปนิดหน่อย แต่ถ้าต้องการนำไปฟังเพลงจริงๆ มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น เพราะเพลงย่านเสียงเบสถึงแม้ว่าจะไม่หนักมากแต่ก็ยังทำได้ดีและชัดเจนอยู่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ส่วนในเรื่องของไมค์โครโฟนทางหูฟังมีระบบในการตัดเสียงรบกวนต่าง ๆ ตอนที่ผู้เขียนได้ลองใช้ตัวไมค์นี้พูดถึงแม้ว่าจะเปิดพัดลมอยู่ก็ไม่มีเสียง Noise อะไรมารบกวนเลย แต่ถึงอย่างนั้นตัวไมค์ก็เหมาะกับการใช้งานในการสื่อสารพื้นฐานเท่านั้น สำหรับคนที่อยากจะใช้ไมค์ในการอัดเสียง หรือทำคอนเทนต์ต่างๆ ก็อาจจะไม่ได้เหมาะมาก เพราะไมค์ค่อนข้างเสียงแหลมและเล็ก


วัสดุทนทาน ใส่สบาย

อีกหนึ่งจุดเด่นของหูฟังตัวนี้ก็คือน้ำหนักที่ค่อนข้างเบามากเพียง 309g เท่านั้นซึ่งต่างจากญี่ห้ออื่นที่เฉลี่ยน้ำหนักอยู่ราวๆ 350 - 400g ในเรื่องของวัสดุก็ค่อนข้างทนทาน ในตัว Body ทั้งสองข้างจะเป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรง ตัวโครงทำด้วยอะลูมิเนียมไม่ต้องกังวลเรื่องหูฟังหักหรืองอได้เลย นอกจากนี้ในตัวที่ครอบดูก็จะเป็นยางที่มีเนื้อภายในค่อนข้างนิ่ม ตัวซอฟต์รองหัวด้านบนก็จะใช้วัสดุเดียวกัน ทำให้ใส่สบายมากขึ้น จากที่ได้ลองสัมผัสหูฟังตัวนี้15 ชั่วโมงรวดไม่ได้มีความรู้สึกว่าปวดหูแต่อย่างใด


ใช้งานง่าย

ในการใช้งานของ  HyperX Cloud II Wireless 7.1 ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเลย เพียงแค่เราเสียบปลั๊กตัวปล่อยสัญญาน Wireless ที่คอมพิวเตอร์ของเรา เปิดปุ่ม Power ที่หูฟัง และเลือกแสดงเสียงผ่านหูฟังตัวนี้ใน Sound Control ขวาล่าง แค่นี้ก็สามารถใช้งานได้ทันที ตัวปุ่มที่หูฟังทางผู้พัฒนาก็ลดความซับซ้อนลงไป เหลือแค่เพียงปุ่มกดเปิด/ปิด ปุ่ม Must ไมค์ และก็ปุ่มปรับ Volume เท่านั้น

ส่วนใครอยากจะเข้าไปปรับสิ่งต่างๆ ให้ละเอียดขึ้นท่านก็สามารถโหลดโปรแกรม HyperX NGENUITY ที่สามารถปรับความดังเบาของไมค์ได้ หรือปรับให้หูฟังไปใช้งานเป็นระบบ 7.1 Surround ได้ในนั้น


ความรู้สึกหลังจากที่ได้ใช้

จากที่ได้ลองใช้มาทั้งหมดส่วนตัวค่อนข้างชอบมากๆ สำหรับ HyperX Cloud II Wireless 7.1 อย่างแรกที่ชอบก็คงจะเป็นในด้านการใช้งานที่ยาวนาน จริงๆ แทบไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่แต่อย่างใดเลย 30 ชั่วโมงในการใช้งานแต่ละครั้งถือว่ามากเกินพอและทำได้ดีกว่าหลายๆ รุ่นที่เป็นหูฟัง Wireless แล้ว ในด้านของการเล่นเกมที่วางระบบเสียงให้เป็น 7.1 Surround ก็สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบ ถึงแม้ว่าอาจจะพูดไม่ได้เต็มปากว่าการใช้หูฟังนี้จะช่วยให้เราเล่นเกม FPS เก่งขึ้น แต่อย่างน้อยมันช่วยให้เราสามารถฟังเสียงและคาดเดาจุดที่ศัตรูยืนอยู่หรือกำลังเดินมาได้ ทำให้เรามีความประมาทในการเล่นน้อยลงนั่นเอง


ส่วนในย่านด้านแหลมของหูฟังที่อาจจะทำให้การฟังเพลงดรอปลงไปบ้าง แต่ส่วนตัวมองว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ของหูฟังเกมมิ่งอยู่แล้ว แต่ตัวหูฟังนี้ก็ยังทำเสียงได้ค่อนข้างน่าพอใจในการฟังเพลงอยู่ อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบก็คงจะเป็นในด้านวัสดุที่ทำออกมาได้เบาแต่แข็งแรง ตัวฟองน้ำก็ทำออกมาได้นิ่มพอสมควร ปกติแล้วตัวผู้เขียนเองไม่ค่อยชอบที่จะใช้หูฟังที่เป็นแนว Headphone เสียเท่าไร เพราะอาการบีบหูจนเจ็บเวลาใส่มากๆ (ปกติเลยจะใช้แต่ Ear Bud) แต่จากที่ได้ลองใช้ HyperX Cloud II Wireless 7.1 กลับไม่มีความรู้สึกในการเจ็บหูเลย


แต่ถ้าให้พูดเกี่ยวกับสิ่งเดียวที่ไม่ชอบก็คงจะเป็นการที่ตัว Software ปรับได้ค่อนข้างน้อยไปหน่อย และปรับ EQ ไม่ได้ ส่วนตัวอยากให้สามารถปรับ Preset ต่าง ๆ ให้หลากหลายขึ้นเพื่อเอาไว้ใช้ตามสถานการณ์อย่างเช่น Preset สำหรับเล่นเกม หรือ Preset สำหรับฟังเพลงเป็นต้น 

โดยหูฟัง HyperX Cloud II Wireless 7.วางขายแล้วตามร้านค้าเกมมิ่งเกียร์ชั้นนำทั่วไปในราคา 4,890 บาท


ล่าสุด
เกมการ์ด RPG ลิขสิทธิ์แท้ ’DC Worlds Collide’ เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบวันที่ 28 เมษายนนี้
ลือ !! Returnal อาจจะกำลังถูกลงให้กับเครื่อง PC
BASUP!
ไร้พรมแดน! PlayStation วางแผนจะพอร์ตเกมกว่าครึ่งลง PC และโทรศัพท์ภายในปี 2025
12ooki3
ผู้พัฒนา The Quarry ประกาศ !! โหมด Multiplayer จะถูกเลื่อนออกไปหลังจากเกมขาย 1 เดือน
BASUP!
Editors' Choice
[ไกด์เกม] Apex Legend Mobile รายละเอียดข้อมูล Perk ของแต่ละตัวละคร
SKT
[ไกด์เกม] Apex Legends Mobile แนะนำตัวละครทั้งหมด ความสามารถ และจุดเด่น จุดด้อย
SKT
[Review] รีวิวเกม Evil Dead: The Game "เกมผีอมตะแนว PvP รสชาติใหม่สุดดุเดือด เลือดสาด สมใจแฟนภาพยนตร์"
Sonicman007
[แนะนำเกม] Prey ประสบการณ์เกม Survival / Action Horror ม้ามืดแห่งปี 2017 ที่คุณไม่ควรพลาด
Sonicman007
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
[Review] HyperX Cloud II Wireless หูฟังเสียงขั้นเทพ ใช้งานได้นานถึง 30 ชั่วโมง
08/04/2022

เป็นแบรนด์ที่ตีตลาดบ้านเรามาหลายปีแล้วสำหรับ Hyper X และก็ได้รับกระแสคำชมจากแฟนๆ มากมายในเรื่องของคุณภาพและราคาที่เป็นมิตร ซึ่งเมื่อปี 2015 ทางผู้พัฒนาได้ปล่อยตัวหูฟังอย่าง Hyper X Cloud II ออกมา และมันก็ได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยคุณภาพเสียงที่คมชัด ซึ่งล่าทางแบรนด์นี้ก็ได้ปล่อยหูฟังรุ่นใหม่ที่ถือว่าสร้างมาเพื่อสานต่อความสำเร็จกับ HyperX Cloud II Wireless 7.1 ที่นอกจากจะมีคุณภาพที่ดีกว่ารุ่นเดิม ใช้ง่ายกว่า ตัวหูฟังยังมาพร้อมกับระบบไร้สายที่ลดความกวนใจได้มากเลยทีเดียว ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFever จะมารีวิวหูฟังและพูดถึงจุดเด่นของ HyperX Cloud II Wireless 7.1 หลังจากที่ได้ลองใช้มาว่ามันควรค่าในการจับจองหรือไม่ ?


ใช้ได้นานทั้งวัน

แน่นอนว่าตัว HyperX Cloud II Wireless 7.1 นั้นคือหูฟังสำหรับเหล่าเกมเมอร์ ซึ่งหลายๆ คนก็อาจจะสงสัยว่าพอเป็นหูฟังไร้สายเราจะต้องพบเจอกับปัญหาแบตหมดเล่นไม่พอระหว่างวันหรือเปล่า แต่ไม่ต้องกลัวเลยครับเพราะจุดเด่นของหูฟังรุ่นนี้คือความอึดของแบตเตอร์รี่ที่จะให้เราใช้ได้ยาวนานกว่า 30 ชั่วโมง แถมเวลาชาร์จแบตก็ยังใช้เวลาที่น้อยมาก ๆ ราว ๆ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ปกติตัวผู้เขียนใช้เวลาอยู่หน้าคอมนานกว่า 15-20 ชั่วโมงต่อวัน เวลาที่ออกไปทานข้าว หรืออาบน้ำก็จะชาร์จทิ้งไว้พอกลับมาแบตก็เต็มตลอด นอกจากนี้ตัวหูฟังยังรับคลื่นสัญญาน 2.4 GHz ซึ่งรับได้ไกลถึง 20 เมตรเลยทีเดียว


ฟังเสียงเกมระดับเทพ ฟังเพลงก็ยอดเยี่ยม

ต้องขอเกริ่นก่อนว่าก่อนที่ทางผู้เขียนจะได้ลองใช้หูฟังตัวนี้ ทางผู้เขียนเองก็ได้ใช้แต่หูฟังระบบ 2.0 ปกติซึ่งมันก็ให้เสียงที่โอเคแต่การเล่นเกมนั้นกลับมีปัญหาอย่างยิ่ง (เช่นเกม Valorant) ที่ตัวเกมมีย่านเสียงที่กว้างและละเอียดพอสมควรทำให้เวลาฟังเสียงเท้าค่อนข่างจับทางได้ยาก แต่ตัว  HyperX Cloud II Wireless 7.1 สามารถเก็ยรายละเอียดการฟังเสียงได้ครบ จากที่ได้ใช้ตัวหูฟังนี้เล่นเกมเราสามารถฟังเสียงได้ชัดขึ้น ให้ความรู้สึกสามารถฟังเสียงได้รอบทิศทาง เราจะสามารถฟังได้เลยว่าศัตรูจะมาจากทางไหน ซ้าย ขวา หน้า หลัง รู้ได้หมด ให้เราฟังเสียงเท้าศัตรูและดักยิงรอได้แม่นยำมากขึ้น 

ส่วนในด้านของการฟังเพลงนั้นตัวย่านเสียงของ HyperX Cloud II Wireless 7.1 จะเอียงหนักไปทางย่านเสียงแหลม เพราะว่าเสียงที่เหมาะสมในการฟังเสียงเท้าภายในเกมนั้นเสียงแหลมจะได้ประสิทธิภาพที่สุด เลยทำให้ด้านของการฟังเพลงอาจจะถูกดรอปลงไปนิดหน่อย แต่ถ้าต้องการนำไปฟังเพลงจริงๆ มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น เพราะเพลงย่านเสียงเบสถึงแม้ว่าจะไม่หนักมากแต่ก็ยังทำได้ดีและชัดเจนอยู่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ส่วนในเรื่องของไมค์โครโฟนทางหูฟังมีระบบในการตัดเสียงรบกวนต่าง ๆ ตอนที่ผู้เขียนได้ลองใช้ตัวไมค์นี้พูดถึงแม้ว่าจะเปิดพัดลมอยู่ก็ไม่มีเสียง Noise อะไรมารบกวนเลย แต่ถึงอย่างนั้นตัวไมค์ก็เหมาะกับการใช้งานในการสื่อสารพื้นฐานเท่านั้น สำหรับคนที่อยากจะใช้ไมค์ในการอัดเสียง หรือทำคอนเทนต์ต่างๆ ก็อาจจะไม่ได้เหมาะมาก เพราะไมค์ค่อนข้างเสียงแหลมและเล็ก


วัสดุทนทาน ใส่สบาย

อีกหนึ่งจุดเด่นของหูฟังตัวนี้ก็คือน้ำหนักที่ค่อนข้างเบามากเพียง 309g เท่านั้นซึ่งต่างจากญี่ห้ออื่นที่เฉลี่ยน้ำหนักอยู่ราวๆ 350 - 400g ในเรื่องของวัสดุก็ค่อนข้างทนทาน ในตัว Body ทั้งสองข้างจะเป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรง ตัวโครงทำด้วยอะลูมิเนียมไม่ต้องกังวลเรื่องหูฟังหักหรืองอได้เลย นอกจากนี้ในตัวที่ครอบดูก็จะเป็นยางที่มีเนื้อภายในค่อนข้างนิ่ม ตัวซอฟต์รองหัวด้านบนก็จะใช้วัสดุเดียวกัน ทำให้ใส่สบายมากขึ้น จากที่ได้ลองสัมผัสหูฟังตัวนี้15 ชั่วโมงรวดไม่ได้มีความรู้สึกว่าปวดหูแต่อย่างใด


ใช้งานง่าย

ในการใช้งานของ  HyperX Cloud II Wireless 7.1 ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อนเลย เพียงแค่เราเสียบปลั๊กตัวปล่อยสัญญาน Wireless ที่คอมพิวเตอร์ของเรา เปิดปุ่ม Power ที่หูฟัง และเลือกแสดงเสียงผ่านหูฟังตัวนี้ใน Sound Control ขวาล่าง แค่นี้ก็สามารถใช้งานได้ทันที ตัวปุ่มที่หูฟังทางผู้พัฒนาก็ลดความซับซ้อนลงไป เหลือแค่เพียงปุ่มกดเปิด/ปิด ปุ่ม Must ไมค์ และก็ปุ่มปรับ Volume เท่านั้น

ส่วนใครอยากจะเข้าไปปรับสิ่งต่างๆ ให้ละเอียดขึ้นท่านก็สามารถโหลดโปรแกรม HyperX NGENUITY ที่สามารถปรับความดังเบาของไมค์ได้ หรือปรับให้หูฟังไปใช้งานเป็นระบบ 7.1 Surround ได้ในนั้น


ความรู้สึกหลังจากที่ได้ใช้

จากที่ได้ลองใช้มาทั้งหมดส่วนตัวค่อนข้างชอบมากๆ สำหรับ HyperX Cloud II Wireless 7.1 อย่างแรกที่ชอบก็คงจะเป็นในด้านการใช้งานที่ยาวนาน จริงๆ แทบไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่แต่อย่างใดเลย 30 ชั่วโมงในการใช้งานแต่ละครั้งถือว่ามากเกินพอและทำได้ดีกว่าหลายๆ รุ่นที่เป็นหูฟัง Wireless แล้ว ในด้านของการเล่นเกมที่วางระบบเสียงให้เป็น 7.1 Surround ก็สามารถเก็บรายละเอียดได้ครบ ถึงแม้ว่าอาจจะพูดไม่ได้เต็มปากว่าการใช้หูฟังนี้จะช่วยให้เราเล่นเกม FPS เก่งขึ้น แต่อย่างน้อยมันช่วยให้เราสามารถฟังเสียงและคาดเดาจุดที่ศัตรูยืนอยู่หรือกำลังเดินมาได้ ทำให้เรามีความประมาทในการเล่นน้อยลงนั่นเอง


ส่วนในย่านด้านแหลมของหูฟังที่อาจจะทำให้การฟังเพลงดรอปลงไปบ้าง แต่ส่วนตัวมองว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ของหูฟังเกมมิ่งอยู่แล้ว แต่ตัวหูฟังนี้ก็ยังทำเสียงได้ค่อนข้างน่าพอใจในการฟังเพลงอยู่ อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบก็คงจะเป็นในด้านวัสดุที่ทำออกมาได้เบาแต่แข็งแรง ตัวฟองน้ำก็ทำออกมาได้นิ่มพอสมควร ปกติแล้วตัวผู้เขียนเองไม่ค่อยชอบที่จะใช้หูฟังที่เป็นแนว Headphone เสียเท่าไร เพราะอาการบีบหูจนเจ็บเวลาใส่มากๆ (ปกติเลยจะใช้แต่ Ear Bud) แต่จากที่ได้ลองใช้ HyperX Cloud II Wireless 7.1 กลับไม่มีความรู้สึกในการเจ็บหูเลย


แต่ถ้าให้พูดเกี่ยวกับสิ่งเดียวที่ไม่ชอบก็คงจะเป็นการที่ตัว Software ปรับได้ค่อนข้างน้อยไปหน่อย และปรับ EQ ไม่ได้ ส่วนตัวอยากให้สามารถปรับ Preset ต่าง ๆ ให้หลากหลายขึ้นเพื่อเอาไว้ใช้ตามสถานการณ์อย่างเช่น Preset สำหรับเล่นเกม หรือ Preset สำหรับฟังเพลงเป็นต้น 

โดยหูฟัง HyperX Cloud II Wireless 7.วางขายแล้วตามร้านค้าเกมมิ่งเกียร์ชั้นนำทั่วไปในราคา 4,890 บาท


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
เกมการ์ด RPG ลิขสิทธิ์แท้ ’DC Worlds Collide’ เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบวันที่ 28 เมษายนนี้
ลือ !! Returnal อาจจะกำลังถูกลงให้กับเครื่อง PC
BASUP!
ไร้พรมแดน! PlayStation วางแผนจะพอร์ตเกมกว่าครึ่งลง PC และโทรศัพท์ภายในปี 2025
12ooki3
ผู้พัฒนา The Quarry ประกาศ !! โหมด Multiplayer จะถูกเลื่อนออกไปหลังจากเกมขาย 1 เดือน
BASUP!
ชาวเน็ตเชื่อ God of War Ragnarok อาจวางขายช่วงเดือนกันยายน คาดเดาจากวันขายของเล่นใหม่
12ooki3
นักขุดข้อมูลพบ Elden Ring ตัดคอนเทนต์ออกไปถึง 10 อย่าง หนึ่งในนั้นมีเควสต์ของ Mimic Tear ด้วย
12ooki3
Editors' Choice
[ไกด์เกม] Apex Legend Mobile รายละเอียดข้อมูล Perk ของแต่ละตัวละคร
SKT
[ไกด์เกม] Apex Legends Mobile แนะนำตัวละครทั้งหมด ความสามารถ และจุดเด่น จุดด้อย
SKT
[Review] รีวิวเกม Evil Dead: The Game "เกมผีอมตะแนว PvP รสชาติใหม่สุดดุเดือด เลือดสาด สมใจแฟนภาพยนตร์"
Sonicman007
[แนะนำเกม] Prey ประสบการณ์เกม Survival / Action Horror ม้ามืดแห่งปี 2017 ที่คุณไม่ควรพลาด
Sonicman007
Show header