GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
บทความ
14 สิ่งที่คุณอาจไม่รู้ เกี่ยวกับแฟรนไชส์เกม Resident Evil
ลงวันที่ 01/05/2021

'Resident Evil' นับเป็นอีกหนึ่งเกมที่โลดแล่นกันมาอย่างยาวยานในวงการเกมตั้งแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้ และแน่นอนว่าตัวเกมนั้นก็ขยันทำภาคใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ ทั้งภาคหลัก ภาคเสริมรวมถึงภาคที่ทำมาสำหรับเล่นโหมด Multiplayer ตั้งมากมาย แต่คิดหรือไม่ว่ากว่าจะมาเป็น Resident Evil จนถึงทุกวันนี้ เรารู้อะไรเกี่ยวกับเกมนี้บ้าง แน่นอนว่าในวันนี้พวกเรา GameFever TH ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ มาไว้ในบทความ 14 ข้อมูลที่คุณอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับแฟรนไชส์เกม Resident Evil ถ้าพร้อมกันแล้วมาดูเลยว่ามีข้อมูลไหนที่เรายังไม่เคยรู้กันบ้าง!

1.ก่อนจะใช้ชื่อ Resident Evil เกมเคยใช้ชื่อว่า 'Biohazard' มาก่อน

ถ้าเราถามแฟนเกมยุคหลังๆ ว่ารู้จักเกม 'Biohazard' ไหม? แน่นอนว่าส่วนใหญ่นั้นน่าจะไม่รู้จัก แต่ชื่อนี้จริงๆ แล้วมันคือชื่อดั้งเดิมของซีรี่ส์เกม Resident Evil นี่แหละ โดยเหตุผลที่มีการเปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้จนถึงปัจจุบันนั้นหลักๆ จะมีออยู่ 2 เรื่อง นั่นคือ 1.ทาง Capcom ไม่สามารถใช้ชื่อ Biohazard ในการไปขายในโซนสหรัฐอเมริกาได้ เพราะชื่อนี้มันดันไปซ้ำกับวงดนตรีพังก์ที่มีชื่อเดียวกัน และ 2.คำว่า 'ฺBiohazard' นั้นมันดูมีความหมายตื้นเกินไป เพราะชื่อเกมก็ตีกรอบไปแล้วว่าเราจะต้องมาเจอกับเชื้อชีวภาพแน่นอน แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้เป็น 'Resident Evil' มันทำให้ความน่ากลัว ความลึกลับรวมถึงศัตรูดูมีความหลากหลายมากขึ้นไม่จำเป็นต้องมีซอมบี้อย่างเดียว นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ตัวเกมสามารถมาไกลได้จนถึงปัจจุบันนี้!

2.หลายๆ ส่วนมีแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ ' The Shining'ต้องบอกก่อนเลยว่าทั้งผู้ให้กำเนิดซีรี่ส์เกม Resident Evil อย่างคุณชินจิ มิคามิ / ผู้กับกับภาค 7 อย่างคุณเคสุเกะ ยามาคาวะ รวมถึงทีมงาน Capcom ในชุดพัฒนาซีรีส์นี้ล้วนเป็นแฟนตัวยงภาพยนตร์สยองขวัญในตำนานอย่าง The Shining โดยสิ่งที่พวกเขาใส่ไว้ในเกนั้นมีหลายอย่างมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เด่นๆ เลยก็่คือตัวคฤหาสถ์ใน Resident Evil ภาคแรกที่มีความคล้ายคลึงกับภาพยนตร์มากๆ เฉลยได้เลยว่าทีมงานก็ใช้ตัวปราสาทภายในภาพยนตร์นั่นแหละมาเป็นต้นแบบ ยังมีข้อความตัวภาพยนตร์ที้เขียนว่า 'Redrum' ซึ่งถ้านำคำนี้มาเขียนกลับตัวอักษร มันจะมีความว่า 'ฆาตกร' โดยคำนี้ได้ไปโผล่ใน Resident Evil ภาค 2 ฉบับตั้งเดิม ซึ่งสิ่งนี้เป็นการแสดงถึงความเคารพเชิดชูและยังเป้นอีสเตอร์เอ็กซ์ในเกมอีกด้วย และล่าสุดอีกหนึ่งแรงบันดาลใจของตัวละครลุงสุดโหดใน Resident Evil 7 อย่าง 'JackBaker' ทั้งนิสัยและรูปลักษณ์ก็มาจาก 'Jack Torrance' ตัวละครร้ายในภาพยนตร์ The Shining อีกเช่นกัน! Crimson-Head.com Resident Evil mansion on Twitter:

3.Resident Evil มีต้นแบบมาจาก Sweet Home

เคยรู้กันหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วเกม Resident Evil นั้น เป็นเกมที่มีไอเดียมาจากเกมอื่น ซึ่งเกมนั้นก็คือเกม Sweet Home เกมแนวสยองขวัญของทาง Capcom เอง ที่ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์อีกที แล้วมันเป็นต้นแบบของ Resident Evil ยังไง? เรามาไล่ดูที่เรื่องเลย เริ่มด้วยตัวเกมจะกล่าวถึงทีมงาน 5 คนที่เข้าไปสำรวจในคฤหาสถ์หลังหนึ่ง มีปริศนาให้ผู้เล่นทำ มีระบบบริหารจัดการ inventory ที่ทำให้เราต้องวางแผนมากขึ้นในการเก็บของแต่ละครั้งถ้ายังไม่ชัดมาดูอีกเรื่องเลยนั่นก็คือ ตัวละครแต่ละคนนั้นจะมีความสามารถเฉพาะตัวอยู่ ซึ่งมันจะเหมือนกับใน RE หลายๆ ภาค เช่น ภาค 2 ที่แคลร์ เรดฟิลจะมีกุญแจผีสามารถเปิดประตูได้ทุกบานและมีปืนระเบิด ส่วนลีออนจะมีไฟแช็คสำหรับจุดไฟตามสถานที่ต่างๆ ได้และมีความสามารถอัพเกรดปืนได้!

4.ใน Resident Evil 2 ภาคดั้งเดิม การทำของตัวละครหนึ่งตัวจะส่งผลกับอีกคนด้วย

อย่างที่ได้ยกตัวอย่างในหัวข้อด้านบนไปว่าในภาค 2 นั้นทั้งลีออน และแคลร์จะมีความสามารถทักษะพิเศษที่แตกต่างกันออกไป แต่ Resident Evil ภาค 2 ฉบับ Original มันเหนือชั้นกว่านั้น นั้่นก็คือหากเราเล่นเป็นตัวละครไหนไปเคลียร์ศัตรูในบางฉากแล้วเซฟไว้ จากนั้นลองเปลี่ยนไปเล่นอีกตัวละครนึง เราจะพบกว่าตรงจุดนั้นไม่มีศัตรูเหลืออยู่เลย นอกจากนี้ยังสามารถทำการดร็อปไอเทมทิ้งไว้ให้ตัวละครอีกคนของเรา หรือจะทำการปลดล็อคเปิดประตูเพื่อเปิดทิ้งไว้ให้อีกคนก็ได้เช่นกัน!

5.เกมที่ให้กำเนิดนิยามแนวเกม 'Survival Horror'

ในข้อนี้ไม่ได้จะบอกว่า Resident Evil คือเกม Survival Horror เกมแรกของโลก แต่มันคือการนิยามเกมแนว Survival Horror ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยบทสัมภาษณ์ที่คุณชินจิ มิคามิ ผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์เกมนี้ได้นิยามเกมแนว Survival Horror ไว้แล้ว โดยใจความสรุปก็คือ Survival Horror จะเป็นเกมที่ผู้เล่นต้องพบเจอกับความสยองขวัญและน่ากลัว แต่ในขณะเดียวกันสิ่งเหล่านี้ผู้ก็เล่นสามารถจัดการกับมันได้ หมายความว่าเราจะสู้หรือจะหนีก็ได้ทั้งนั้น ตัวเกมจะไม่บังคับว่าเราต้องสู้เหมือนเกม Action หรือต้องหนีตายอย่างเดียวเหมือนเกมแนวสยองขวัญ และแน่นอนว่าสำหรับเกมที่อยู่ในนิยามคำนี้ก็จะมีภาคหลัก Resident Evil 1-3 และตัดมาที่ภาค 7 ด้วยรวมถึงภาค 8 อย่าง Resident Evil Village ที่ยังคงให้กลิ่นอายของความเป็น Survival Horror อีกด้วย!

6.เป็นเกมที่ขายดีที่สุดในหมวดเกมสยองขวัญ

แน่นอนว่าเกมแนวซอมบี้ แนวสยองขวัญหรือแนว Survival Horror นั้นไม่ได้มีแค่เกม Resident Evil เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะในยุคนั้นก็มีเกมแนวใกล้เคียงกันออกมาแข่งขันด้วยเหมือนกัน เช่น Silenet Hill / Clock Tower หรือ Parasite Eve ดังนั้นการแข่งขันมันต้องสูงแน่นอนแต่เชื่อหรือไม่ว่าจากผลสำรวจของยอดขายรายได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้น สำหรับเกม Resident Evil นับเป็นเกมในหมวดสยองขวัญที่ขายดีที่สุด ณ เวลานี้ โดยข้อมูลที่อัพเดทในวันที่ 31 ธันวาคม 2020 แฟรนไชส์เกมนี้มียอดขายทั่วโลกรวมกันไปแล้วมากถึง 107 ล้านชุด!

7.ตัวละครใน Resident Evil ภาคแรก (เคย) มี 4 คนให้เราเล่นได้

อย่างที่บอกไปว่า Sweet Home นั้นเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำหรับเกม Resident Evil ดังนั้นการที่ Sweet Home ผู้เล่นสามารถเล่นได้ 5 ตัวละครทีมงานก็เคยคิดจะให้ Resident Evil ภาคแรกนั้นสามาารถเล่นได้ถึง 4 ตัวละครเช่นกัน โดยนอกจากจะมีคริส เรดฟิลด์และจิล วาเลนไทน์ให้เล่นนั้น ยังสามารถเล่นอีก 2 ตัวละครคือหน่วยแพทย์สายฮาอย่าง Dewey และชายร่างยักษ์ผู้ดัดแปลงร่างกายของตัวเองให้กลายเป็นมนุษย์ไซบอร์กอย่าง 'Gelzer' แต่เมือทีมพัฒนามาพิจารณาดูอีกรอบ พวกเขาก็คิดกันว่าถ้ามีตัวละครที่มาคอยสร้างบรรยากาศขำๆ เฮฮาจะทำให้บรรยากาศความน่ากลัวลดลงไป หรือหากมีตัวละครที่ดูโหดๆ มนุษย์ไซบอร์กร่างยักษ์มาไล่ฆ่าซอมบี้มันก็ดูจะเวอร์หนักไปทาง Action และหลุดจากนิยามเกมสยองขวัญเอาตัวรอดมากเกินไป!

8.Resident Evil ภาคแรกเคยเกือบจะเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง

Resident Evil 7 คือเกมแรกของแฟรนไชส์ที่ใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่ง? คำตอบคือใช่ แต่แนวคิดมุมมองบุคคลที่หนึ่ง นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น เพราะจริงๆ แล้วคุณชินจิ มิคามิและทีมงาน Capcom เคยวาดฝันจะให้แฟรนไชส์เกม Resident Evil ของพวกเขาสร้างตำนานด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วด้วยเทคโนโลยีในยุคนั้นยังไม่สามารถมารถทำเกมในมุมมองบุคคลที่หนึ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากนัก ทีมงานจึงตัดสินใจที่จะใช้ฉาก CG และทำมุมมองเป็นแบบล็อคฉาก ล็อคกล้อง แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่าเพราะการกระทำนั้นเองจึงทำให้แฟรนไชส์ Resident Evil ได้กลายมาเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้!

9.Resident Evil 2 Remake เกิดจากความกดดันของแฟนเกมที่สร้างเกมกันเอง

ในปี 2002 ทาง Capcom ได้ทำการ Remake เกม Resident Evil ออกมาบนเครื่อง GameCute แถมทำออกมาดีมากจนถูกนำไปพล็อตแทบจะทุกเครืองเกมในยุคนั้น จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายปีประจวบกับช่วงที่ทีมงานทำ Resident Evil 6 ออกมาในพล็อตบู๊แหลกแจกกระสุนนั้น แฟนๆ ก็เอือมๆ อิ่มตัวกับแนวนี้แล้ว จึงมีการเรียกร้องให้ทาง Capcom รีเมคเกม Resident Evil 2 เหมือนที่พวกเขาเคยทำกับภาค 1 ไว้ แต่เหมือน Capcom จะไม่สนใจ จนทำให้ทีมงานแฟนเกม Invader Studios ก็สร้างเกมแฟนเมดออกมาในชื่อ Resident Evil 2 Reborn HD แน่นอนว่า Capcom เก้าอี้ร้อนขึ้นมาทันที เพราะกระแสเกมนี้มาแรงมากๆ เพราะแฟนๆ พร้อมสนับสนุนให้เกมพัฒนาเสร็จถ้าหาก Capcom ไม่ทำ ดังนั้นจึงทำให้ Capcom ประกาศจะสร้าง Resident Evil 2 Remake ออกมาทันที และพวกเขาก็ขอให้ทาง  Invader Studios หยุดพัฒนาโปรเจ็คนั้นต่อและเชิญมาร่วมปรึกษาการสร้างเกมรีเมคด้วย *นอกจากนี้ Invader Studios ก็ได้นำโปรเจ็กต์ Resident Evil 2 Reborn HD มาแปลงโฉมใหม่เป็นเกม 'Daymare: 1998' ที่วางจำหน่ายใน Steam ราคา 379 บาทอีกด้วย สนใจก็ไปตำกันได่!

10.Resident Evil 4 เคยถูกประกาศว่าจะมีให้เล่นแค่บนเครื่อง GameCube เท่านั้น!

หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าจริงๆ แล้วนั้น Resident Evil 4 เคยเป็นเกม Exculsive บนเครื่อง GameCube เท่านั้น! โดยทางคุณชินจิ มิคามิ เคยลั่นสัจจะวาจาไว้อย่างแน่วแน่ว่า ถ้าเกม Re4 นี้มีการไปพล็อตลงบนเครื่องเกมอื่นๆ เขาจะทำการคว้านท้องให้ดูเลย แล้วผลเป็นไง...เกมมันถูกพล็อตไปบนเครื่องเกมมากมายรวมถึง PC ด้วย และล่าสุดก็มีการประกาศทำภาคนี้ในเวอร์ชั่น VR เพื่อลงให้กับเครื่อง Oculus Quest 2 ด้วย นับเป็นการพอร์ตเกมครั้งที่ 14 เข้าไปแล้ว เห็นทีแบบนี้คุณชินจิ มิคามิคงจะต้องคว้านท้องบ่อยหน่อนนะ!

11.เป็นเกมแรกที่ใช้ระบบเล็งด้วยเลเซอร์เป็นเกมแรก!

สำหรับ Resident Evil 4 ที่เป็นเหมือนภาคปฏิวัติซีรี่ส์เกมตัวเองในหลายๆ ด้านทั้งมุมกล้องที่เปลี่ยนไปใช้มุมมองบุคคลที่สามแบบข้ามหัวไหล่ เพิ่มความเป็น Action Horror มากขึ้น และอีกเรื่องที่ปฏิวัติวงการเกมเลยนั่นก็คือ 'ระบบเล็งยิงด้วยเลเซอร์' ซึ่งสำหรับภาคก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่จะใช้ระบบการเล็งยิงออโต้ นั่นก็คือเมื่อเรากดเล็ง เท่ากับว่ายิงโดนแน่นอน ส่วนการเลื่อนขึ่น-ลงที่เหลือเป็นเพียงการเลือกเท่านั้นว่าจะโจมตีส่วนไหนตั้งแต่ขาไปจนถึงหัว และในขณะเดียวกันเกมยิงอื่นๆ ก็จะใช้ระบบเป้าเล็งแบบพื้นฐานเกมยิงทั่วไปเท่านั้น และหลังจากที่ Re4 มีระบบเล็งด้วยเลเซอร์นั้น ระบบนี้ก็เริ่มเป็นที่นิยมในหลายๆ เกมอยู่ช่วงหนึ่งเลย!

12.เป็นซีรี่ส์เกมที่มักจะมีตัวร้ายที่แย่งซีนตัวเอกอยู่บ่อยๆ

ล่าสุดสำหรับ Resident Evil Village แทนที่แฟนๆ จะโฟกัสการกลับมาของคริส เรสฟิลด์ หรือว่าเหตุการณ์ที่ลูกของอีธานถูกลักพาตัวไป กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่ชาวเกมพูดถึงกันมากที่สุดกลับเป็นบอสแวมไพร์ร่างยักษ์สุดเซ็กซี่อย่าง 'Lady Dimitrescu' แต่จริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้มันมีมาตั้งแต่เนิ่นนานแล้วนับตั้งแต่ Mr.G วายร้ายจากภาค 2  / อาวุธชีวภาพอย่าง Nemesis จากภาค 3 เอย / เวสเกอร์ ตัวร้ายจากองค์กร Umbrella ที่โผล่ฉากไหนก็เท่ ไหนยังมี Mr.X จอมแสบที่พร้อมจะไล่ล่าผู้เล่นตลอดเวลาใน Resident Evil 2 Remake อีก! และยังเชื่อมั่นว่าสำหรับ Resident Evil Village นั้นจะมีวายร้ายหลายตัวที่พร้อมแย่งซีนตัวเอกอีกแน่นอน!

13.เป็นเกมยากที่สามารถจบได้ด้วยการใช้ 'มีด' เพียงอย่างเดียว!

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าสำหรับแฟรนไชส์เกม Resident Evil นั้นก็ถูกนับเป็นหนึ่งในเกมยากชวนปาจอยเช่นกัน ถึงแม้บางภาคทีมงานจะทำให้เกมสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่บางช็อตบางฉากมันก็ยากใช้ได้ แต่ก็ไม่พ้นผู้เล่นสาย Challenge สายโหด เพราะว่าสำหรับ Resident Evil แทบทุกภาคนั้นมักจะมีผู้เล่นบางคนบางกลุ่ม ช่างหาทำเคลียร์เกมด้วยการใช้ 'มีด' เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แล้วที่ตลกร้ายกว่านั้นก็คือ ทีมงานบอกชอบใช้แต่มีดใช้ไหม งั้นจัดโหมด The Tofu Survival ในภาค 2 รีเมคให้เล่นเป็นเต้าหู้ถือมีดยันจบเกม และล่าสุดก็คือ DLC : End of Zoe ของ Resident Evil 7 ที่ผู้เล่นจะต้องเล่นเป็นลุงของโซอี้ที่สามารถใช้เพียงหมัดเท่านั้นในการต่อสู้กับศัตรู!

14.Resident Evil เป็นแฟรนไชส์เกมที่เปลี่ยนมุมมองการเล่นบ่อยที่สุดเกมหนึ่งการที่เกมๆ หนึ่งจะสร้างฐานแฟนเกมได้นั้น ก็มีสาเหตุมาจากหลายๆ ปัจจัย หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของมุมกล้องมุมมองในการเล่น ดังนั้นการที่จะมาเปลี่ยนมุมกล้องในแต่ละครั้ง ล้วนมีความเสี่ยง แต่เชื่อหรือไม่ว่าสำหรับแฟรนไชส์เกม Resident Evil โดยทาง Capcom ทำการเปลี่ยนมุมกล้องภาคหลักมาแล้วมากถึง 3 ครั้ง ซึ่งในยุคแรกนั้นตัวเกมจะใช้มุมมองแบบล็อคกล้อง แล้วพอมาภาค 4 ก็ปฏิวัติแฟรนไชส์ด้วยการเปลี่ยนเป็นมุมมองบุคคลที่สามข้ามหัวไหล่ และจากนั้นก็สร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟนเกมอีกครั้ง เพราะในภาค 7 ทาง Capcom ก็ยอมเสี่ยงที่จะเปลี่ยนเกมไปใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่ง มันฺฺฮือฮาขนาดที่ว่าในวันแรกที่เปิดตัวเกมนี้สื่อข่าวและแฟนๆ ดูตัวอย่างจนจบไม่มีใครรู้ว่ามันคือ Resident Evil 7 จนกระทั่งชื่อเกมขึ้นเท่านั้นแหละ ร้องตกใจ สตั๊น อึ้งกันทั้งห้องส่ง!



GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
14 สิ่งที่คุณอาจไม่รู้ เกี่ยวกับแฟรนไชส์เกม Resident Evil
01/05/2021

'Resident Evil' นับเป็นอีกหนึ่งเกมที่โลดแล่นกันมาอย่างยาวยานในวงการเกมตั้งแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้ และแน่นอนว่าตัวเกมนั้นก็ขยันทำภาคใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ ทั้งภาคหลัก ภาคเสริมรวมถึงภาคที่ทำมาสำหรับเล่นโหมด Multiplayer ตั้งมากมาย แต่คิดหรือไม่ว่ากว่าจะมาเป็น Resident Evil จนถึงทุกวันนี้ เรารู้อะไรเกี่ยวกับเกมนี้บ้าง แน่นอนว่าในวันนี้พวกเรา GameFever TH ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ มาไว้ในบทความ 14 ข้อมูลที่คุณอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับแฟรนไชส์เกม Resident Evil ถ้าพร้อมกันแล้วมาดูเลยว่ามีข้อมูลไหนที่เรายังไม่เคยรู้กันบ้าง!

1.ก่อนจะใช้ชื่อ Resident Evil เกมเคยใช้ชื่อว่า 'Biohazard' มาก่อน

ถ้าเราถามแฟนเกมยุคหลังๆ ว่ารู้จักเกม 'Biohazard' ไหม? แน่นอนว่าส่วนใหญ่นั้นน่าจะไม่รู้จัก แต่ชื่อนี้จริงๆ แล้วมันคือชื่อดั้งเดิมของซีรี่ส์เกม Resident Evil นี่แหละ โดยเหตุผลที่มีการเปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้จนถึงปัจจุบันนั้นหลักๆ จะมีออยู่ 2 เรื่อง นั่นคือ 1.ทาง Capcom ไม่สามารถใช้ชื่อ Biohazard ในการไปขายในโซนสหรัฐอเมริกาได้ เพราะชื่อนี้มันดันไปซ้ำกับวงดนตรีพังก์ที่มีชื่อเดียวกัน และ 2.คำว่า 'ฺBiohazard' นั้นมันดูมีความหมายตื้นเกินไป เพราะชื่อเกมก็ตีกรอบไปแล้วว่าเราจะต้องมาเจอกับเชื้อชีวภาพแน่นอน แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้เป็น 'Resident Evil' มันทำให้ความน่ากลัว ความลึกลับรวมถึงศัตรูดูมีความหลากหลายมากขึ้นไม่จำเป็นต้องมีซอมบี้อย่างเดียว นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ตัวเกมสามารถมาไกลได้จนถึงปัจจุบันนี้!

2.หลายๆ ส่วนมีแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ ' The Shining'ต้องบอกก่อนเลยว่าทั้งผู้ให้กำเนิดซีรี่ส์เกม Resident Evil อย่างคุณชินจิ มิคามิ / ผู้กับกับภาค 7 อย่างคุณเคสุเกะ ยามาคาวะ รวมถึงทีมงาน Capcom ในชุดพัฒนาซีรีส์นี้ล้วนเป็นแฟนตัวยงภาพยนตร์สยองขวัญในตำนานอย่าง The Shining โดยสิ่งที่พวกเขาใส่ไว้ในเกนั้นมีหลายอย่างมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เด่นๆ เลยก็่คือตัวคฤหาสถ์ใน Resident Evil ภาคแรกที่มีความคล้ายคลึงกับภาพยนตร์มากๆ เฉลยได้เลยว่าทีมงานก็ใช้ตัวปราสาทภายในภาพยนตร์นั่นแหละมาเป็นต้นแบบ ยังมีข้อความตัวภาพยนตร์ที้เขียนว่า 'Redrum' ซึ่งถ้านำคำนี้มาเขียนกลับตัวอักษร มันจะมีความว่า 'ฆาตกร' โดยคำนี้ได้ไปโผล่ใน Resident Evil ภาค 2 ฉบับตั้งเดิม ซึ่งสิ่งนี้เป็นการแสดงถึงความเคารพเชิดชูและยังเป้นอีสเตอร์เอ็กซ์ในเกมอีกด้วย และล่าสุดอีกหนึ่งแรงบันดาลใจของตัวละครลุงสุดโหดใน Resident Evil 7 อย่าง 'JackBaker' ทั้งนิสัยและรูปลักษณ์ก็มาจาก 'Jack Torrance' ตัวละครร้ายในภาพยนตร์ The Shining อีกเช่นกัน! Crimson-Head.com Resident Evil mansion on Twitter:

3.Resident Evil มีต้นแบบมาจาก Sweet Home

เคยรู้กันหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วเกม Resident Evil นั้น เป็นเกมที่มีไอเดียมาจากเกมอื่น ซึ่งเกมนั้นก็คือเกม Sweet Home เกมแนวสยองขวัญของทาง Capcom เอง ที่ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์อีกที แล้วมันเป็นต้นแบบของ Resident Evil ยังไง? เรามาไล่ดูที่เรื่องเลย เริ่มด้วยตัวเกมจะกล่าวถึงทีมงาน 5 คนที่เข้าไปสำรวจในคฤหาสถ์หลังหนึ่ง มีปริศนาให้ผู้เล่นทำ มีระบบบริหารจัดการ inventory ที่ทำให้เราต้องวางแผนมากขึ้นในการเก็บของแต่ละครั้งถ้ายังไม่ชัดมาดูอีกเรื่องเลยนั่นก็คือ ตัวละครแต่ละคนนั้นจะมีความสามารถเฉพาะตัวอยู่ ซึ่งมันจะเหมือนกับใน RE หลายๆ ภาค เช่น ภาค 2 ที่แคลร์ เรดฟิลจะมีกุญแจผีสามารถเปิดประตูได้ทุกบานและมีปืนระเบิด ส่วนลีออนจะมีไฟแช็คสำหรับจุดไฟตามสถานที่ต่างๆ ได้และมีความสามารถอัพเกรดปืนได้!

4.ใน Resident Evil 2 ภาคดั้งเดิม การทำของตัวละครหนึ่งตัวจะส่งผลกับอีกคนด้วย

อย่างที่ได้ยกตัวอย่างในหัวข้อด้านบนไปว่าในภาค 2 นั้นทั้งลีออน และแคลร์จะมีความสามารถทักษะพิเศษที่แตกต่างกันออกไป แต่ Resident Evil ภาค 2 ฉบับ Original มันเหนือชั้นกว่านั้น นั้่นก็คือหากเราเล่นเป็นตัวละครไหนไปเคลียร์ศัตรูในบางฉากแล้วเซฟไว้ จากนั้นลองเปลี่ยนไปเล่นอีกตัวละครนึง เราจะพบกว่าตรงจุดนั้นไม่มีศัตรูเหลืออยู่เลย นอกจากนี้ยังสามารถทำการดร็อปไอเทมทิ้งไว้ให้ตัวละครอีกคนของเรา หรือจะทำการปลดล็อคเปิดประตูเพื่อเปิดทิ้งไว้ให้อีกคนก็ได้เช่นกัน!

5.เกมที่ให้กำเนิดนิยามแนวเกม 'Survival Horror'

ในข้อนี้ไม่ได้จะบอกว่า Resident Evil คือเกม Survival Horror เกมแรกของโลก แต่มันคือการนิยามเกมแนว Survival Horror ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยบทสัมภาษณ์ที่คุณชินจิ มิคามิ ผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์เกมนี้ได้นิยามเกมแนว Survival Horror ไว้แล้ว โดยใจความสรุปก็คือ Survival Horror จะเป็นเกมที่ผู้เล่นต้องพบเจอกับความสยองขวัญและน่ากลัว แต่ในขณะเดียวกันสิ่งเหล่านี้ผู้ก็เล่นสามารถจัดการกับมันได้ หมายความว่าเราจะสู้หรือจะหนีก็ได้ทั้งนั้น ตัวเกมจะไม่บังคับว่าเราต้องสู้เหมือนเกม Action หรือต้องหนีตายอย่างเดียวเหมือนเกมแนวสยองขวัญ และแน่นอนว่าสำหรับเกมที่อยู่ในนิยามคำนี้ก็จะมีภาคหลัก Resident Evil 1-3 และตัดมาที่ภาค 7 ด้วยรวมถึงภาค 8 อย่าง Resident Evil Village ที่ยังคงให้กลิ่นอายของความเป็น Survival Horror อีกด้วย!

6.เป็นเกมที่ขายดีที่สุดในหมวดเกมสยองขวัญ

แน่นอนว่าเกมแนวซอมบี้ แนวสยองขวัญหรือแนว Survival Horror นั้นไม่ได้มีแค่เกม Resident Evil เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพราะในยุคนั้นก็มีเกมแนวใกล้เคียงกันออกมาแข่งขันด้วยเหมือนกัน เช่น Silenet Hill / Clock Tower หรือ Parasite Eve ดังนั้นการแข่งขันมันต้องสูงแน่นอนแต่เชื่อหรือไม่ว่าจากผลสำรวจของยอดขายรายได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนั้น สำหรับเกม Resident Evil นับเป็นเกมในหมวดสยองขวัญที่ขายดีที่สุด ณ เวลานี้ โดยข้อมูลที่อัพเดทในวันที่ 31 ธันวาคม 2020 แฟรนไชส์เกมนี้มียอดขายทั่วโลกรวมกันไปแล้วมากถึง 107 ล้านชุด!

7.ตัวละครใน Resident Evil ภาคแรก (เคย) มี 4 คนให้เราเล่นได้

อย่างที่บอกไปว่า Sweet Home นั้นเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำหรับเกม Resident Evil ดังนั้นการที่ Sweet Home ผู้เล่นสามารถเล่นได้ 5 ตัวละครทีมงานก็เคยคิดจะให้ Resident Evil ภาคแรกนั้นสามาารถเล่นได้ถึง 4 ตัวละครเช่นกัน โดยนอกจากจะมีคริส เรดฟิลด์และจิล วาเลนไทน์ให้เล่นนั้น ยังสามารถเล่นอีก 2 ตัวละครคือหน่วยแพทย์สายฮาอย่าง Dewey และชายร่างยักษ์ผู้ดัดแปลงร่างกายของตัวเองให้กลายเป็นมนุษย์ไซบอร์กอย่าง 'Gelzer' แต่เมือทีมพัฒนามาพิจารณาดูอีกรอบ พวกเขาก็คิดกันว่าถ้ามีตัวละครที่มาคอยสร้างบรรยากาศขำๆ เฮฮาจะทำให้บรรยากาศความน่ากลัวลดลงไป หรือหากมีตัวละครที่ดูโหดๆ มนุษย์ไซบอร์กร่างยักษ์มาไล่ฆ่าซอมบี้มันก็ดูจะเวอร์หนักไปทาง Action และหลุดจากนิยามเกมสยองขวัญเอาตัวรอดมากเกินไป!

8.Resident Evil ภาคแรกเคยเกือบจะเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง

Resident Evil 7 คือเกมแรกของแฟรนไชส์ที่ใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่ง? คำตอบคือใช่ แต่แนวคิดมุมมองบุคคลที่หนึ่ง นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น เพราะจริงๆ แล้วคุณชินจิ มิคามิและทีมงาน Capcom เคยวาดฝันจะให้แฟรนไชส์เกม Resident Evil ของพวกเขาสร้างตำนานด้วยมุมมองบุคคลที่หนึ่ง แต่สุดท้ายแล้วด้วยเทคโนโลยีในยุคนั้นยังไม่สามารถมารถทำเกมในมุมมองบุคคลที่หนึ่งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากนัก ทีมงานจึงตัดสินใจที่จะใช้ฉาก CG และทำมุมมองเป็นแบบล็อคฉาก ล็อคกล้อง แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่าเพราะการกระทำนั้นเองจึงทำให้แฟรนไชส์ Resident Evil ได้กลายมาเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้!

9.Resident Evil 2 Remake เกิดจากความกดดันของแฟนเกมที่สร้างเกมกันเอง

ในปี 2002 ทาง Capcom ได้ทำการ Remake เกม Resident Evil ออกมาบนเครื่อง GameCute แถมทำออกมาดีมากจนถูกนำไปพล็อตแทบจะทุกเครืองเกมในยุคนั้น จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายปีประจวบกับช่วงที่ทีมงานทำ Resident Evil 6 ออกมาในพล็อตบู๊แหลกแจกกระสุนนั้น แฟนๆ ก็เอือมๆ อิ่มตัวกับแนวนี้แล้ว จึงมีการเรียกร้องให้ทาง Capcom รีเมคเกม Resident Evil 2 เหมือนที่พวกเขาเคยทำกับภาค 1 ไว้ แต่เหมือน Capcom จะไม่สนใจ จนทำให้ทีมงานแฟนเกม Invader Studios ก็สร้างเกมแฟนเมดออกมาในชื่อ Resident Evil 2 Reborn HD แน่นอนว่า Capcom เก้าอี้ร้อนขึ้นมาทันที เพราะกระแสเกมนี้มาแรงมากๆ เพราะแฟนๆ พร้อมสนับสนุนให้เกมพัฒนาเสร็จถ้าหาก Capcom ไม่ทำ ดังนั้นจึงทำให้ Capcom ประกาศจะสร้าง Resident Evil 2 Remake ออกมาทันที และพวกเขาก็ขอให้ทาง  Invader Studios หยุดพัฒนาโปรเจ็คนั้นต่อและเชิญมาร่วมปรึกษาการสร้างเกมรีเมคด้วย *นอกจากนี้ Invader Studios ก็ได้นำโปรเจ็กต์ Resident Evil 2 Reborn HD มาแปลงโฉมใหม่เป็นเกม 'Daymare: 1998' ที่วางจำหน่ายใน Steam ราคา 379 บาทอีกด้วย สนใจก็ไปตำกันได่!

10.Resident Evil 4 เคยถูกประกาศว่าจะมีให้เล่นแค่บนเครื่อง GameCube เท่านั้น!

หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าจริงๆ แล้วนั้น Resident Evil 4 เคยเป็นเกม Exculsive บนเครื่อง GameCube เท่านั้น! โดยทางคุณชินจิ มิคามิ เคยลั่นสัจจะวาจาไว้อย่างแน่วแน่ว่า ถ้าเกม Re4 นี้มีการไปพล็อตลงบนเครื่องเกมอื่นๆ เขาจะทำการคว้านท้องให้ดูเลย แล้วผลเป็นไง...เกมมันถูกพล็อตไปบนเครื่องเกมมากมายรวมถึง PC ด้วย และล่าสุดก็มีการประกาศทำภาคนี้ในเวอร์ชั่น VR เพื่อลงให้กับเครื่อง Oculus Quest 2 ด้วย นับเป็นการพอร์ตเกมครั้งที่ 14 เข้าไปแล้ว เห็นทีแบบนี้คุณชินจิ มิคามิคงจะต้องคว้านท้องบ่อยหน่อนนะ!

11.เป็นเกมแรกที่ใช้ระบบเล็งด้วยเลเซอร์เป็นเกมแรก!

สำหรับ Resident Evil 4 ที่เป็นเหมือนภาคปฏิวัติซีรี่ส์เกมตัวเองในหลายๆ ด้านทั้งมุมกล้องที่เปลี่ยนไปใช้มุมมองบุคคลที่สามแบบข้ามหัวไหล่ เพิ่มความเป็น Action Horror มากขึ้น และอีกเรื่องที่ปฏิวัติวงการเกมเลยนั่นก็คือ 'ระบบเล็งยิงด้วยเลเซอร์' ซึ่งสำหรับภาคก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่จะใช้ระบบการเล็งยิงออโต้ นั่นก็คือเมื่อเรากดเล็ง เท่ากับว่ายิงโดนแน่นอน ส่วนการเลื่อนขึ่น-ลงที่เหลือเป็นเพียงการเลือกเท่านั้นว่าจะโจมตีส่วนไหนตั้งแต่ขาไปจนถึงหัว และในขณะเดียวกันเกมยิงอื่นๆ ก็จะใช้ระบบเป้าเล็งแบบพื้นฐานเกมยิงทั่วไปเท่านั้น และหลังจากที่ Re4 มีระบบเล็งด้วยเลเซอร์นั้น ระบบนี้ก็เริ่มเป็นที่นิยมในหลายๆ เกมอยู่ช่วงหนึ่งเลย!

12.เป็นซีรี่ส์เกมที่มักจะมีตัวร้ายที่แย่งซีนตัวเอกอยู่บ่อยๆ

ล่าสุดสำหรับ Resident Evil Village แทนที่แฟนๆ จะโฟกัสการกลับมาของคริส เรสฟิลด์ หรือว่าเหตุการณ์ที่ลูกของอีธานถูกลักพาตัวไป กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่ชาวเกมพูดถึงกันมากที่สุดกลับเป็นบอสแวมไพร์ร่างยักษ์สุดเซ็กซี่อย่าง 'Lady Dimitrescu' แต่จริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้มันมีมาตั้งแต่เนิ่นนานแล้วนับตั้งแต่ Mr.G วายร้ายจากภาค 2  / อาวุธชีวภาพอย่าง Nemesis จากภาค 3 เอย / เวสเกอร์ ตัวร้ายจากองค์กร Umbrella ที่โผล่ฉากไหนก็เท่ ไหนยังมี Mr.X จอมแสบที่พร้อมจะไล่ล่าผู้เล่นตลอดเวลาใน Resident Evil 2 Remake อีก! และยังเชื่อมั่นว่าสำหรับ Resident Evil Village นั้นจะมีวายร้ายหลายตัวที่พร้อมแย่งซีนตัวเอกอีกแน่นอน!

13.เป็นเกมยากที่สามารถจบได้ด้วยการใช้ 'มีด' เพียงอย่างเดียว!

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าสำหรับแฟรนไชส์เกม Resident Evil นั้นก็ถูกนับเป็นหนึ่งในเกมยากชวนปาจอยเช่นกัน ถึงแม้บางภาคทีมงานจะทำให้เกมสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่บางช็อตบางฉากมันก็ยากใช้ได้ แต่ก็ไม่พ้นผู้เล่นสาย Challenge สายโหด เพราะว่าสำหรับ Resident Evil แทบทุกภาคนั้นมักจะมีผู้เล่นบางคนบางกลุ่ม ช่างหาทำเคลียร์เกมด้วยการใช้ 'มีด' เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แล้วที่ตลกร้ายกว่านั้นก็คือ ทีมงานบอกชอบใช้แต่มีดใช้ไหม งั้นจัดโหมด The Tofu Survival ในภาค 2 รีเมคให้เล่นเป็นเต้าหู้ถือมีดยันจบเกม และล่าสุดก็คือ DLC : End of Zoe ของ Resident Evil 7 ที่ผู้เล่นจะต้องเล่นเป็นลุงของโซอี้ที่สามารถใช้เพียงหมัดเท่านั้นในการต่อสู้กับศัตรู!

14.Resident Evil เป็นแฟรนไชส์เกมที่เปลี่ยนมุมมองการเล่นบ่อยที่สุดเกมหนึ่งการที่เกมๆ หนึ่งจะสร้างฐานแฟนเกมได้นั้น ก็มีสาเหตุมาจากหลายๆ ปัจจัย หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของมุมกล้องมุมมองในการเล่น ดังนั้นการที่จะมาเปลี่ยนมุมกล้องในแต่ละครั้ง ล้วนมีความเสี่ยง แต่เชื่อหรือไม่ว่าสำหรับแฟรนไชส์เกม Resident Evil โดยทาง Capcom ทำการเปลี่ยนมุมกล้องภาคหลักมาแล้วมากถึง 3 ครั้ง ซึ่งในยุคแรกนั้นตัวเกมจะใช้มุมมองแบบล็อคกล้อง แล้วพอมาภาค 4 ก็ปฏิวัติแฟรนไชส์ด้วยการเปลี่ยนเป็นมุมมองบุคคลที่สามข้ามหัวไหล่ และจากนั้นก็สร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟนเกมอีกครั้ง เพราะในภาค 7 ทาง Capcom ก็ยอมเสี่ยงที่จะเปลี่ยนเกมไปใช้มุมมองบุคคลที่หนึ่ง มันฺฺฮือฮาขนาดที่ว่าในวันแรกที่เปิดตัวเกมนี้สื่อข่าวและแฟนๆ ดูตัวอย่างจนจบไม่มีใครรู้ว่ามันคือ Resident Evil 7 จนกระทั่งชื่อเกมขึ้นเท่านั้นแหละ ร้องตกใจ สตั๊น อึ้งกันทั้งห้องส่ง!




บทความที่คล้ายกัน
Show header